CIA เผยเคยใช้นกพิราบสอดแนมโซเวียต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600650

  • วันที่ 14 ก.ย. 2562 เวลา 11:35 น.

CIA เผยเคยใช้นกพิราบสอดแนมโซเวียต

ซีไอเอเผยเอกสารลับเคยใช้ทั้งนกพิราบและแมว สอดแนมสถานที่สำคัญของโซเวียตในยุคสงครามเย็น

เอเอฟพีรายงานว่า แฟ้มเอกสารซึ่งถูกลดชั้นความลับแล้วของสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือ CIA ซึ่งถูกเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่าในช่วงยุค 1970 ซีไอเอ มีโครงการฝึกสัตว์หลากหลายชนิดให้เชื่องเพื่อใช้ในภารกิจสอดแนมข้อมูลด้านข่าวกรอง

สัตว์หลายชนิดเหล่านั้นประกอบด้วยนกประเภท กา นกพิราบ รวมถึงสัตว์ประเภทอื่นๆอย่าง แมว สุนัข และปลาโลมา

โดยสัตว์แต่ละชนิดจะมีการทดลองสอดแนมที่ต่างกันเช่น ในแมวพวกเขาจะทดลองติดลำโพงขนาดเล็กเพื่อดักฟังเสียง ส่วนสุนัขพวกเขาได้ฝังอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็กลงในสมองสุนัขเพื่อทดสอบว่าสามารถควบคุมระยะไกลได้หรือไม่

แต่ที่ไปไกลกว่านั้นคือการทดลองฝึกปลาโลมาพร้อมติดอาวุธนิวเคลียร์เพื่อหวังใช้โจมตีฐานทัพเรือของโซเวียตในยุคนั้น ภายใต้ชื่อโครงการ Oxygas และ Chirilogy จะทำการฝึกให้โลมาปฏิบัติภารกิจแทนมนุษย์ในภารกิจลอบดำน้ำเข้าไปติดตั้งทุ่นระเบิดภายในท่าเรือของโซเวียต

แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นวิธียอดฮิตตลอดกาลคือการใช้นกพิราบสอดแนมอีกฝ่ายภายใต้ชื่อโครงการ Tacana ที่จะมีการติดตั้งกล้องขนาดจิ๋วเพื่อถ่ายภาพอัตโนมัติ

นกพิราบสื่อสารนั้นอยู่คู่กับหลายอารยธรรมมนุษย์มานับพันปี แต่เพิ่งมีการใช้นกพิราบในภารกิจด้านข่าวกรองตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1

กระทั่งยุคสงครามเย็นสหรัฐได้ทดลองนำนกพิราบนับร้อยๆตัวมาฝึกและทดสอบตามเส้นทางบินว่าพวกมันสามารถปฏิบัติภารกิจได้หรือไม่ แต่ความยากก็คือการที่ต้องให้มันบินลงในสถานที่จริงซึ่งไม่ได้อยู่ในเส้นทางบินที่มันถูกฝึกมา

กระทั่งสหรัฐได้ทดลองใช้นกพิราบสอดแนมท่าเรือของโซเวียตในเมืองเลนินกราด หรือปัจจุบันคือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งเป็นท่าเรือที่โซเวียตใช้ต่อเรือดำน้ำนิวเคลียร์

ผลการทดสอบด้วยการใช้นกพิราบหลายตัวพบว่าบางรูปก็ใช้งานได้ ขณะที่นกบางตัวซึ่งถูกปล่อยออกไปพร้อมกับกล้องจิ๋วราคาแพง แต่มันก็ไม่บินกลับมาอีกเลย บางตัวถูกเหยี่ยวโจมตี บางตัวก็กลับมาแต่ตัวแต่ไม่พบกล้อง

อย่างไรก็ดีเอกสารดังกลาวไม่ได้ระบุถึงปฏิบัติการในเลนินกราด แต่จากบันทึกเอกสารในปี 1978 ซีไอเอได้ตั้งข้อสังเกตไว้มากเกี่ยวกับการใช้นกในภารกิจสอดแนม

Photo : แฟ้มภาพ AFP

กฎหมายออสเตรเลียมีโทษที่ธรรมนัสแถลงไว้หรือไม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600638

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 20:04 น.

กฎหมายออสเตรเลียมีโทษที่ธรรมนัสแถลงไว้หรือไม่

เปิดโทษอาญาตามกฎหมายออสเตรเลีย

จากกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสตอบกระทู้ถามสดในสภาผู้แทนราษฎรว่า ถูกทางการออสเตรเลียกักขัง 8 เดือน แล้วถูกส่งไปอยู่ฟาร์มดูแลผู้ต้องขังเยาวชนที่เกเรประมาณ 6 เดือน จึงกลับมาที่ซิดนีย์ เช้าออกไปทำงาน เย็นกลับมานอนอยู่ในที่ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ โดยใช้ชีวิตแบบนี้อยู่ 4 ปี

เรามาดูกันว่าโทษตามกฎหมายของออสเตรเลียมีอะไรบ้าง มีการลงโทษแบบที่ ร.อ.ธรรมนัสบอกหรือไม่

ออสเตรเลียมีการลงโทษผู้กระทำผิดทั้งการจำคุกและการควบคุมตัวนอกเรือนจำ เช่น การทำทัณฑ์บน การคุมประพฤติ การบำเพ็ญประโยชน์ เป็นต้น รวมถึงโทษที่ไม่เกี่ยวกับการจองจำ อาทิ ปรับ ริบทรัพย์สิน โดยโทษจำคุกถือเป็นโทษสูงสุด เนื่องจากออสเตรเลียยกเลิกโทษประหารชีวิตไปแล้ว

โดยก่อนวันที่ 24 ก.ย. 2018 ผู้ที่ถูกจำคุกไม่เกิน 18 เดือน สามารถเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการกักขังในบ้านพักภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องอยู่ภายในบ้านที่ศาลอนุมัติตลอดเวลา ยกเว้นได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมให้ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำงาน หรือเปลี่ยนเป็นการคุมประพฤติแบบเข้มงวด หากได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง อาทิ การเคอร์ฟิวส์ ติดกำไลไฟฟ้า จำกัดการเดินทาง การสุ่มตรวจหาแอลกอฮอล์และยาเสพติด หากฝ่าฝืนจะต้องกลับไปรับโทษจำคุกตามคำพิพากษา

ปัจจุบันโทษทั้งสองได้ถูกยกเลิกแล้วใช้การคุมประพฤติแบบเข้มงวดแบบใหม่แทน โดยศาลต้องกำหนดเงื่อนไขอย่างน้อย 1 อย่างดังนี้ การกักขังภายในบ้านพัก เคอร์ฟิวส์ ติดกำไลไฟฟ้า จำกัดการเดินทาง การสุ่มตรวจหาแอลกอฮอล์และยาเสพติด บำเพ็ญประโยชน์ไม่เกิน 750 ชั่วโมง และต้องรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สม่ำเสมอ

อย่างไรก็ดี จำเลยสามารถเจรจาต่อรองรับสารภาพ (Plea Bargain) เพื่อโอกาสในการได้รับโทษน้อยลงหรือเปลี่ยนเป็นข้อหาที่เบาลง อาทิ เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ ทว่า Plea Bargain ไม่ได้การันตีว่าผู้ถูกกล่าวหาจะได้รับโทษน้อยลงเสมอไป

“Diploma mills” โรงงานปั๊มปริญญาปลอมคืออะไร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600633

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 18:11 น.

"Diploma mills" โรงงานปั๊มปริญญาปลอมคืออะไร

ในต่างประเทศมีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ถูกจัดว่าเป็น “Diploma mills” ประเภทจ่ายครบก็จบดร.ได้ แม้แต่แมวก็เคยได้ปริญญามาแล้ว

คำว่า Diploma mills แปลตรงๆหมายถึงโรงงานผลิตวุฒิการศึกษา ซึ่งในความหมายจริงๆนั้นก็คล้ายๆกัน คือการที่ “บริษัท”แห่งหนึ่งจดทะเบียนในลักษณะสถาบันการศึกษาที่มอบวุฒิปริญญาให้คุณได้แทบทุกด้านตั้งแต่ ประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะด้าน ไปจนถึงระดับปริญญาตรีและปริญญาเอก

การได้รับปริญญา (ในลักษณะที่ถูกต้อง) เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในความก้าวหน้าในหน้าที่การงานหรือวิชาชีพนั้นๆ และนับเป็นความภาคภูมิใจของคนๆ แต่ทว่าการได้มาซึ่งปริญญาปลอม หรือการแต่งวุฒิการศึกษาก็สร้างความปวดหัวให้กับภาคการจ้างงานในองค์กรต่างๆทั่วโลกเช่นกัน เพราะธุรกิจในลักษณะDiploma mills นี้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

แฟ้มภาพ AFP (ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

 

อะไรคือ Diploma mills ?

Diploma mills หรือรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Degree mills เป็นวิทยาลัยที่ปลอมขายประกาศนียบัตรและหนังสือรับร้องการศึกษา หลายสถานบันมักใช้วิธีการที่เรียกว่า “เรียนออนไลน์” หรือ “ศึกษาทางไกล” เฉลี่ยว่าสถาบันการศึกษาประเภท Diploma mills สามารถปลอมวุฒิการศึกษาแบบใดให้คุณก็ได้เพียงจ่ายเงินตั้งแต่ 500-2,500 ดอลลาร์สหรัฐ

คำว่าปริญญาปลอมในที่นี้ สามารถสื่อความหมายได้ถึงการปลอมปริญญาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และการซื้อใบปริญญาจากสถาบันโนเนมที่ไร้มาตรฐาน

สำหรับ Diploma mills ในสหรัฐมักใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายของแต่ละรัฐในการจัดตั้งขึ้น เนื่องจากกระทรวงศึกษาของรัฐบาลกลางวอชิงตัน ดี.ซี. ไม่มีอำนาจในการจัดการสถาบันเหล่านี้ รวมถึงขาดอำนาจในการควบคุมคุณภาพของสถาบันการศึกษาเหล่านี้ในระดับรัฐ

“โรงงานปั๊มปริญญาปลอม (หรือใบประกาศนียบัตรปลอม) เป็น”สถาบัน”ที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน .. Diploma mills มักอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายในแต่ละที่เพื่อปลอมวุฒิสำหรับนักศึกษาทั้งในประเทศและต่างชาติที่ไม่มีศักยภาพในการเรียน” Alan Contreras เจ้าหน้าที่จากสำนักคณะกรรมาธิการการนักศึกษาของรัฐโอเรกอน อธิบายถึงคำนิยาม

 

ฟ้มภาพ AFP (ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

โดยปกติแล้วภายใต้ข้อกำหนดของราชบัญญัติการศึกษาขั้นสูงปี 1965 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมได้กำหนดให้หน่วยงานการศึกษาในสหรัฐทุกแห่งต้องเผยแพร่รายชื่อสถาบันการศึกษาในแต่ละรัฐ และในแต่ละรัฐจะต้องมีหน่วยงานในท้องถิ่นควบคุมคุณภาพการศึกษาหรือการฝึกอบรบอยู่เสมอ

สถาบันการศึกษาประเภท Diploma mills มักอาศัยช่องโหว่บางประการอาทิ จดทะเบียนจัดตั้งในฐานะ kindergarten หรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับด้านศาสนา

ในปี 2004 เคยมีแมวที่ชื่อ Colby Nolan ได้รับปริญญาโทด้านการจัดการธุรกิจสำหรับผู้บริหาร (Executive MBA) จากมหาวิทยาลัย Trinity Southern University ซึ่งแมวตัวนั้นเป็นของรองอัยการสูงสุดสหรัฐที่กำลังสืบสวนขบวนการ Diploma mills แต่ด้วยแมวของท่านรองอัยการมีคุณสมบัติพิเศษบางประการ ทางสถาบันจึงอัพเกรตปริญญาจากปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจเป็นระดับปริญญาโทหากจ่ายเงินเพิ่มอีก 100 ดอลลาร์ ขณะที่่ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับ MBA ของจริงนั้นอยู่ที่ราว 25,000 ดอลลาร์ จากเหตุการณ์นี้สำนักอัยการรัฐเพนซิลเวเนียได้ยื่นจัดการกับวิทยาลัยดังกล่าวทันที

ปี 2005 กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐได้เปิดตัวระบบฐานข้อมูลที่สามารถค้นหาชื่อของสถาบันและหลักสูตรที่รับรองมาตรฐานโดยทางการสหรัฐ https://ope.ed.gov/dapip/#/home

หลายรัฐในสหรัฐได้ออกกฎหมายต้าน Diploma mills ไปแล้วอาทิ อิลลินอยส์, อินเดียนา เมนมิชิแกน, มิสซูรี่,เนวาดา, นิวเจอร์ซีย์,นอร์ทดาโคตา, โอเรกอน, เซาท์ดาโคตา, เท็กซัส, เวอร์จิเนีย และวอชิงตัน

มีเพียงรัฐแคลิฟอร์เนียเพียงรัฐเดียวในสหรัฐที่ไม่ได้ออกกฎหมายควบคุมสถาบันประเภทนี้เลย โดยจากข้อมูลของเว็บไซต์ geteducated.com พบว่าในรัฐแคลิฟอร์เนียเพียงรัฐเดียวมีสถาบันการศึกษาประเภทนี้ถือ 134 แห่ง

 

แฟ้มภาพ AFP (ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

แล้วเราจะแยกปริญญาปลอมเหล่านี้ได้อย่างไร

สำหรับปริญญาปลอมจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงนั้น วิธีการตรวจสอบก็ไม่ยาก คือการตรวจสอบโดยตรงกับสถาบันการศึกษานั้นๆเลย

ส่วนปริญญาจากสถาบันโนเนมที่มีชื่อสถานบันแปลกๆนั้น หากถูกระบุว่าเป็นการศึกษาผ่านทางไกล ควรตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนอาทิ United States Distance Learning Association (USDLA) หรือOpen and Distance Learning Association of Australia (ODLAA) เป็นต้น

นอกจากนี้ภาษาในใบปริญญาหรือในใบประกาศนียบัตรก็เป็นอีกจุดสำคัญที่ไม่ควรละเลย เนื่องจากใบปริญญาหรือใบประกาศฯของจริงนั้นจะไม่มีการใช้คำผิดหรือตกหล่น รวมถึงไม่ใช้ภาษาอังกฤษแบบเวอร์วังจนเกินไป รวมถึงการปั๊มตราและการลงนามรับรองของผู้ประสาทปริญญาจะต้องลงนามด้วยหมึกของจริงไม่ใช่ลายเซ็นต์จากการปริ๊นต์หรืออาจใช้บริการเรื่องนี้โดยเฉพาะอาทิ Diploma Mill Police จากเว็บไซต์ GetEducated.com ช่วยในการตรวจสอบอีกทางหนึ่ง

Photo : แฟ้มภาพ AFP (ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

เผยภาพถ่ายล่าสุดดาวเสาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600605

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 15:44 น.

เผยภาพถ่ายล่าสุดดาวเสาร์

กล้องฮับเบิ้ลจับภาพล่าสุดของดาวเสาร์ ระหว่างมีวิถีโคจรใกล้โลก

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ได้เปิดเผยภาพถ่ายล่าสุดของดาวเสาร์ ดาวเคราะห์ดวงที่ 6 ในระบบสุริยะจักรวาลซึ่งถ่ายโดย Wide Field Camera 3 ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน

ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาดาวเสาร์ได้อยู่ในวิถีโคจรใกล้โลกที่สุดที่ 845,064,821 ไมล์ กล้องอวกาศฮับเบิลจึงไม่พลาดที่จะถ่ายภาพยักษ์ใหญ่เพื่อนบ้านของโลกดวงนี้เก็บไว้เป็นที่ระลึก

จากภาพจะแสดงให้เห็นวงแหวนขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นก๊าซ น้ำแข็งขนาดเล็ก และเศษดาวเกาะกลุ่มรวมกัน วงแหวนนี้มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับโลกของเรา ซึ่งหากนำโลกของเราไปไว้ในวงแหวนนี้โลกก็จะหลายเป็นเพียงจุดเล็กๆจุดหนึ่งเท่านั้น

เช่นเดียวกับบนโลก ดาวเสาร์ก็มีฤดูกาลเช่นกัน โดยจากภาพล่าสุดของฮับเบิลพบว่าท้องฟ้าส่วนใหญ่ของดาวเสาร์ที่ถ่ายได้ในครั้งนี้เต็มไปด้วยสีอำพันอันเกิดจากหมอกควันที่เกิดจากหมอกควันในช่วงฤดูร้อนที่ซึ่งรังสีอุลตร้าไวโอเลตจากแสงอาทิตย์สร้างปฏิกิริยาในชั้นบรรยากาศ

ทั้งนี้ นาซาเคยเผยรายงานว่า วงแหวนรอบๆดาวเสาร์นั้นกำลังจะหายไปในระยะเวลาไม่เกิน 100 ล้านปี

คอนเฟิร์ม โป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนไทย 20-23 พ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600591

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 14:42 น.

คอนเฟิร์ม โป๊ปฟรานซิสเสด็จเยือนไทย 20-23 พ.ย.นี้

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มีกำหนดเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการ 20-23 พ.ย.นี้ นับเป็นการเยือนไทยครั้งแรกรอบ 35 ปี

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สำนักวาติกันได้ออกแถลงการณ์ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสมีกำหนดเสด็จเยือนประเทศไทยและญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

ในการนี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะทรงมีกำหนดการเยือนประเทศไทยในวันที่ 20-23 ก่อนจะมีกำหนดเยือนญี่ปุ่นเป็นประเทศต่อไปจนถึงวันที่ 26 พ.ย.

สำหรับญี่ปุ่นและไทย นับเป็นประเทศที่มีประชากรส่วนน้อยนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทออลิก เพียงไม่ถึง 1% ของประชากรในประเทศ ซึ่งการเดินทางเยือนครั้งนี้ ยังตรงกับโอกาสครอบรอบ 350 ปี ของการก่อตั้งคณะมิชชันสยาม (Mission de Siam) ซึ่งเป็นคณะศาสนทูตมาเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในสยามเป็นครั้งแรก ตามดำริของสมเด็จพระสันตะปาปาเคลเมนต์ที่ 9 (ค.ศ. 1667-1669)

ส่วนการเสด็จเยือนประเทศญี่ปุ่นของโป๊ปฟรานซิสในครั้งนี้ พระองค์มีกำหนดเยือนชุมชนชาวคริสเตียนในญี่ปุ่นซึ่งมีอยู่ราว 5 แสนคน รวมถึงจะเสด็จเยือนเมืองฮิโรชิม่า และนางาซากิ อันเป็นเมืองที่ถูกโจมตีด้วยระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่สอง

สมเด็จพระสันตะปาปาองค์ล่าสุดที่เสด็จเยือนประเทศไทยคือ สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2527

ตุรกีจะจมเมืองโบราณ 12,000 ปี หลังเปิดใช้เขื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600585

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 14:08 น.

ตุรกีจะจมเมืองโบราณ 12,000 ปี หลังเปิดใช้เขื่อน

เมืองโบราณเก่าแก่ถึง 12,000 ปี ริมฝั่งแม่น้ำไทกริสกำลังจะสูญหายตลอดกาล หลังเขื่อนในพื้นที่กำลังจะสร้างเสร็จ

เมือง Hasankeyf ซึ่งเป็นเมืองโบราณเก่าแก่อายุนับหมื่นปีทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ห่างจากเมืองบาตมันราวๆ ครึ่งชั่วโมง ริมฝั่งแม่น้ำไทกริสกำลังจะสูญหายไปตลอดกาล หากมีการเปิดใช้งานเขื่อนผลิตไฟฟ้า Il?su Dam ซึ่งมีกำหนดในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

เมือง Hasankeyf ถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงมีมนุษย์ตั้งชุมชนอาศัยอาศัยอยู่จนถึงปัจจุบัน หลายส่วนของเมืองมีการพบทั้งหลุมฝังศพ ถ้ำซึ่งเคยถูกใช้เป็นที่พักอาศัย ร้านค้าที่เคยขายสินค้าในเส้นทางสายไหมยุคโบราณ มัสยิดและโบสถ์คริสต์หลายแห่ง เนื่องจากเมืองแห่งนี้สามารถพบร่องรอยแห่งอารยธรรม เมโสโปเตเมีย โรมัน ไบเซนไทน์ มองโก อาหรับ และออตโตมัน

ทางการตุรกีได้ขีดเส้นตายให้ชาวบ้านภายในเมืองและส่วนที่จะได้รับผลกระทบต้องอพยพออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้

สำหรับเขื่อน Il?su Dam เป็นโครงการเขื่อนสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าและเพื่อปักปันน้ำสำหรับการเกษตรที่รัฐบาลตุรกีอนุมัติให้ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2006 แต่ด้วยโครงการเผชิญปัญหาหลายประการทั้งงบประมาณการก่อสร้าง การถูกสอบสวนประเด็นสิ่งแวดล้อม ผลกระทบทางระบบนิเวศและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงความเสียหายทางแหล่งโบราณคดีเหล่านี้ด้วย ส่งผลให้โครงการล่าช้ามาเป็นเวลาหลายปี

 

เมื่อสร้างเสร็จและเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เขื่อนแห่งนี้จะช่วยป้องกันปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในหลายพื้่นที่ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยกับการจมหายไปของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และทางศาสนาอีกนับร้อยแห่งรวมถึงประชาชนในเมือง Hasankeyf และใกล้เคียงอีกราว 80,000 คนต้องได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ดี ทางรัฐบาลได้สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยสำหรับชาวเมืองที่จะได้รับผลกระทบราว 700 หลังคาเรือนที่ชื่อว่าเมือง new Hasankeyf ห่างจากเมืองเดิมราว 3 กิโลเมตร

ที่ผ่านมากลุ่มนักเคลื่อนไหวพยายามเสนอเมืองแห่งนี้ให้ถูกขึ้นทะเบียนคุ้มครองโดย Unesco แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะกระทรวงวัฒนธรรมของตุรกีต้องเป็นผู้เสนอเอง โดยพวกเขาบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นภายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้พวกเขาจะทำในทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเมืองแห่งนี้ไว้ให้ได้

Photo : Deutsche welle / AFP

หัวเว่ยพร้อมขายเทคโนโลยี 5G ให้สหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600578

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 13:45 น.

หัวเว่ยพร้อมขายเทคโนโลยี 5G ให้สหรัฐ

เหรินเจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอหัวเว่ย ประกาศพร้อมขายโนว์ฮาวเทคโนโลยี 5G กับบริษัทสหรัฐ

เหรินเจิ้งเฟยให้สัมภาษณ์กับ The New York Times และ The Economist ว่า “หัวเว่ยพร้อมจะแบ่งปันเทคโนโลยีและโนว์ฮาว 5G กับบริษัทในสหรัฐ เพื่อให้บริษัทเหล่านี้สร้างอุตสาหกรรม 5G ของตัวเอง ซึ่งจะช่วยสร้างความเสมอภาคระหว่างจีน สหรัฐ และยุโรป”

นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า ผู้ซื้อจะได้สิทธิ์เข้าถึงเทคโนโลยี 5G ของหัวเว่ย ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ ใบอนุญาต โค้ด พิมพ์เขียว และวิธีการผลิต โดยเป็นการตกลงซื้อขายแบบจ่ายเงินครั้งเดียว

จุดที่น่าสนใจคือ หัวเว่ยให้สิทธิ์ผู้ครอบครองเทคโนโลยีแก้ไขดัดแปลงโค้ดต้นฉบับเดิมของหัวเว่ยได้เสรี ซึ่งหมายความว่า ทั้งหัวเว่ยเองและรัฐบาลจีนจะไม่มีสิทธิ์ควบคุมหรือทำการใดๆ กับโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมที่บริษัทใหม่สร้างขึ้น จุดนี้น่าจะช่วยคลายความกังวลของสหรัฐและอีกหลายประเทศที่ว่าหัวเว่ยจะช่วยรัฐบาลจีนสอดแนมข้อมูล

จุดประสงค์ของการขายเทคโนโลยีของเหรินเจิ้งเฟยคือ ต้องการสร้างคู่แข่งที่มีศักยภาพในเทคโนโลยี 5G ที่ทัดเทียมกับหัวเว่ย นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังช่วยให้เทคโนโลยีของหัวเว่ยถูกใช้ในวงกว้าง ซึ่งในที่สุดแล้วจะทำให้หัวเว่ยได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์จากบรรดาผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมที่ใช้เทคนิคพิเศษที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้น

พบสื่อแซมเบียเคยแฉอดีตรมต.รับปริญญาด็อกเตอร์เก๊

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600561

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 12:13 น.

พบสื่อแซมเบียเคยแฉอดีตรมต.รับปริญญาด็อกเตอร์เก๊

อดีตรัฐมนตรี ICT แซมเบียถูกแฉ หลังถูกตรวจสอบพบรับปริญญาเอกมหา’ลัยเดียวกับ’ธรรมนัส’

เว็บไซต์ https://zambianeye.com/ ได้รายงานข่าวตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2016 โดยพบว่านาย Chishimba Kambwili ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลและการสื่อสารของแซมเบีย ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และถูกตรวจสอบจากการที่พบว่า เขาเคยได้รับมอบดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัย California University FCE ในสาขา Public Administration

จากรายงานของ zambianeye พาดหัวข่าวว่าCalifornia University FCE It’s a Fake University ซึ่งชื่อในมหาวิทยาลัยดังกล่าวเป็นชื่อเดียวกับที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำเอกสารทางการศึกษามายืนยันกับสื่อมวลชน

 

ในรายงานว่าทางสื่อของแซมเบียได้อีเมล์สอบถามไปยังสำนักการศึกษาเอกชนของแคลิฟอร์เนีย หรือ BPPE (Bureau of Private Postsecondary Education) โดยได้รับคำตอบว่าทาง BPPE ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่ชื่อ California University FCE และไม่ใช่สถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองโดย BPPE

สำหรับนาย Chishimba Kambwili ถูกประธานาธิบดีแซมเบียไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016 อันเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการสอบสวนคอรัปชั่นภายในรัฐบาล

บริษัทจีนพร้อมส่งแก๊สน้ำตาให้ตำรวจฮ่องกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600552

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 10:54 น.

บริษัทจีนพร้อมส่งแก๊สน้ำตาให้ตำรวจฮ่องกง

ผู้ผลิตจีนพร้อมส่งแก๊สน้ำตาให้กับตำรวจฮ่องกง หากสหรัฐหรืออังกฤษสั่งระงับส่งออก

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า ผู้ผลิตยุทธภัณฑ์ด้านความปลอดภัยในมณฑลกว้างตุ้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากฮ่องกงเปิดเผยว่า ไม่ใช่เรื่องยากหากต้องส่งของเหล่านี้ไปยังฮ่องกงเพื่อให้ตำรวจฮ่องกงใช้ในการรักษาความสงบจากสถานการณ์ความวุ่นวายภายในที่ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสัปดาห์

“ไม่มีอะไรซับซ้อนหามีคำสั่งซื้อจากฮ่องกง รถบรรทุกสองสามคันจากเซินเจิ้นก็ทำได้” Wang Zhuojian เจ้าของบริษัท Jing Shi เทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยและผลิตภัณฑ์ป้องกันภัย

บริษัทของ Zhuojian เป็นผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงความมั่นคงของจีนจำนวน 15 ประเภท อาทิ กระบอง โล่ อุปกรณ์เซฟตี้ตำรวจปราบจลาจล ชุดเกราะ และแก๊สน้ำตา โดยเขากล่าวว่าขณะนี้ที่บริษัทมีเสื้อเกราะกันกระสุนกว่า 20,000 ชิ้นสต็อคไว้ และสามารถจัดส่งได้ทันทีหากมีคำสั่งซื้อจากฝั่งฮ่องกง

ภาพความรุนแรงจากการเข้าจัดการกลุ่มผู้ชุมนุมส่งผลให้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้สั่งระงับการส่งออกกระสุนยาง แก๊สน้ำตาและอุปกรณ์อื่นไปยังฮ่องกง รวมถึงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาสภารัฐได้เสนอให้ออกข้อห้ามระงับการส่งออกในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน

ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาของการประท้วง ประเมินว่าตำรวจฮ่องกงยิงแก๊สน้ำตาไปแล้วกว่า 1,800 นัด

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการด้านอุปกรณ์ความปลอดภัยในจีนแผ่นดินใหญ่รับว่า กำไรจากการส่งออกสินค้าประเภทนี้น้อยกว่าการจำหน่ายในประเทศ โดยต่างประเทศที่ใช้อุปกรณ์ “เมดอินไชน่า” ส่วนใหญ่อยู่ใน ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกาใต้ ส่วนในฮ่องกงนั้นตำรวจฮ่องกงมักใช้อุปกรณ์คุณภาพสูงจากตะวันตกมากกว่าสินค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่

เผยโฉมไครโอดรากอน สัตว์บินได้ที่ใหญ่สุดเท่าที่เคยพบมาบนโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/600526

  • วันที่ 13 ก.ย. 2562 เวลา 09:00 น.

เผยโฉมไครโอดรากอน สัตว์บินได้ที่ใหญ่สุดเท่าที่เคยพบมาบนโลก

นักวิทยาศาสตร์เปิดเผยการค้นพบสัตว์ไดโนเสาร์มีปีก หรือเทอโรซอร์ (Pterosaur) สายพันธุ์ใหม่ ขนาดใหญ่เท่ากับเครื่องบิน ซึ่งเคยมีชีวิตอยู่ในยุคครีเทเชียส โดยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ไครโอดรากอน บอเรียส (Cryodrakon boreas)

นักวิจัยรายงานผลการค้นพบในวารสาร Journal of Vertebrate Paleontology ระบุว่า ไครโอดรากอน มีปีกกว้าง 10 เมตรและหนัก 250 กิโลกรัม จึงเป็นไดโนเสาร์มีปีกที่ใหญ่ที่สุด และยังเป็นสัตว์บินได้ที่ใหญ่ที่สุดตลอดกาลเท่าที่เคยพบมาบนโลกของเรา

เดวิด ฮอน หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยควีนแมรี่ ในลอนดอนกล่าวว่า การค้นพบไครโอดรากอนเป็นการค้นพบที่ยอดเยี่ยม และทีมนักวิจัยยังสามารถระบุความตแกต่างระหว่างไครโอดรากอน (Cryodrakon) กับ เควตซัลโคอัทลัส (Quetzalcoatlus) ได้สำเร็จ จากที่ก่อนหน้าเข้าใจผิดว่าทั้ง 2 ประเภทเป็นพันธุ์เดียวกัน

การค้นพบ ไครโอดรากอน (ชื่อย่อทางวิทยาศาสตร์คือ C. boreas) นับเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ เพราะ ซากของมันถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วในมณฑลอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดามันถูกจำแนกประเภทผิดพลาด ทำให้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเควตซัลโคอัทลัส ดังนั้นมันจึงเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่ถูกมองข้ามไป ทั้งๆ ที่หลักฐานอยู่ต่อหน้าต่อตานักวิจัยแท้ๆ

ต่อมาเมื่อนักวิจัยได้ตรวจสอบซากฟอสซิลของไดโนเสาร์รุ่นลูก และกระดูกคอที่สมบูรณ์ของตัวโตเต็มที่ ก็พบว่าพวกเขาได้ค้นพบสายพันธุ์ใหม่เข้าแล้ว

เช่นเดียวกับสัตว์เลื้อยคลานมีปีกอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อประมาณ 77 ล้านปีก่อน ไครโอดรากอนเป็นสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร และอาจกินกิ้งก่า กินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก หรือแม้แต่ลูกไดโนเสาร์

ไครโอดรากอน มีขนาดใหญ่และมีการกระจายสายพันธุ์อย่างกว้างขวางทั่วอเมริกาเหนือและใต้, เอเชีย, แอฟริกาและยุโรป แต่มีการค้นพบซากของมันในลักษณะเป็นเศษเล็กเศษน้อยเท่านั้น