กิน นอน ออกกำลังกาย พักผ่อนให้สมดุล เทคนิคเพื่อการดูแลสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 มกราคม 2559 เวลา 10:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/408520

กิน นอน ออกกำลังกาย พักผ่อนให้สมดุล เทคนิคเพื่อการดูแลสุขภาพ

โดย…อณุสรา ทองอุไร

นพ.ประมวล จารุตระกูลชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตามแนวทางชีวจิต กล่าวว่า “หากอยากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย จะต้องกิน นอน ทำงาน พักผ่อน และออกกำลังกายให้สมดุลกัน โดยมีเทคนิคในการเสริมสร้างสุขภาพง่ายๆ ดังนี้

1.กินอย่างไรได้อย่างนั้น

อาหารรสหวานจัด มัน และเค็มจัด เป็นอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะรสหวานส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนมารับประทานข้าวกล้องแทนข้าวหรือแป้งขัดขาว งดเนื้อสัตว์ย่อยยาก โดยเลือกรับประทานโปรตีนที่ได้จากเนื้อปลาหรือพืชตระกูลถั่วแทน

2.แค่นอนหลับ 90 นาที ชีวิตก็เฟรชได้

ควรนอนหลับให้สนิทโดยไม่ตื่นอย่างน้อย 90 นาที เพราะในเวลาที่เราหลับ วัฏจักรการทำงานของสมองจะใช้เวลาแต่ละรอบยาวประมาณ 90 นาที ทำให้รู้สึกรีเฟรช อารมณ์ดี หลังจากตื่นนอน

3.อย่าทำงานหักโหม

ไม่ควรทำงานหักโหมและเครียดจนเกินไป สำหรับผู้ที่ทำงานออฟฟิศควรจัดท่านั่งให้เหมาะสม และลุกเปลี่ยนท่าทางอย่างน้อย 5-10 นาที เพื่อป้องกันอาการปวดตามร่างกาย นอกจากนี้ควรพักสายตาทุกๆ 1-2 ชั่วโมง

4.พักผ่อนให้เพียงพอ

ควรนอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชม. โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดของการนอน คือ เวลา 22.00-06.00 น. นอกจากนี้การทำกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่ชื่นชอบจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายยิ่งขึ้น เช่น ไปท่องเที่ยว อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง ทำสปา ฯลฯ

5.ออกกำลังกายวันละนิด

ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ โดยวิธีการง่ายๆ อย่างเช่น การเดินเร็ว 5 นาที สลับกับการเดินช้า 5 นาที ระยะเวลาครึ่งชั่วโมง

นอกจากนี้ การกระตุ้น Growth Hormone ก็ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และชะลอความอ่อนเยาว์ได้ด้วย โดยเลือกรับประทานโปรตีนในพืชจำพวกตระกูลถั่ว อาหารที่มีแคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส รวมถึงผัก-ผลไม้ที่มีวิตามินบีและซี  อีกทั้งการนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ ทำสมาธิให้จิตใจสงบ ไม่เครียดหรือวิตกกังวลเกินไป และการออกกำลังกายก็ส่งผลให้ Growth Hormone ในร่างกายหลั่งออกมามากขึ้น ทำให้เรามีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ

ปีใหม่นี้คนที่อยากอัพเกรดร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง สดชื่น ก็อย่าลืมนำเทคนิคการดูแลสุขภาพดีๆ ไปปรับใช้กับตนเอง

 

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 4/4)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2559 เวลา 11:48 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/407932

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 4/4)

โดย…ภัทราทิพย์ พงษ์พานิช โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

Yoga Block เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ทำท่าต่างๆ ได้โดยไม่บาดเจ็บ หรือฝืนร่างกายจนเกินไป โดยใช้รองส่วนต่างๆ หรือต่อแขนขาในท่าที่จับไม่ถึงหรือร่างกายไม่ยืดหยุ่นพอ

ท่า Square Hip หรือท่าสี่เหลี่ยมเพื่อเปิดสะโพก ท่านี้จะใช้ Yoga Block รองที่ข้อเท้า เพื่อทำให้สะโพกถูกยืดตึงมากขึ้นกว่าการวางข้อเท้าที่ต้นขาปกติ

ท่านี้สามารถฝึกแบบ Yin Yoga ได้ โดยให้ค้างท่าไว้ 3-5 นาที เพื่อยืดคลายเส้นและสร้างเสริมสมาธิโดยจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจขณะค้างท่า ขณะที่กล้ามเนื้อค่อยๆ ยืด

(หมายเหตุ : ชุดนี้เป็นตอนสุดท้าย ต่อเนื่องจากทั้งหมด 4 ตอน)

ประโยชน์

·ยืดกระดูกสันหลัง กระเบนเหน็บ

·กดนวดอวัยวะในช่องท้อง

·เปิดสะโพก ยืดเส้นใต้สะโพก ต้นขาและใต้ขา

·บริหารข้อต่อสะโพกและหัวเข่า

วิธีปฏิบัติ

1. สามารถทำต่อท่าจากครั้งก่อนหรือเริ่มจากท่านั่งเหยียดขาทั้งสองไปด้านหน้า หลังตรง วาง Blockที่ข้างเข่าขวาด้านนอก (ตั้ง Blockแนวตามรูป หากไม่มี Block ให้ใช้หมอนแข็งที่ขนาดพอเหมาะตั้งรองแทนได้)พับขาซ้าย วางข้อเท้าซ้ายไว้บน Blockปลายเท้าขวาตั้ง วางมือที่เข่าซ้ายและเท้าซ้าย ยืดหลังตรง

 

2. พับขาขวามาซ้อนใต้ขาซ้ายน่องขาทั้งสองข้างจะขนานกับด้านหน้าลำตัว

 

3. วางประสานมือทั้งสองหน้าขา

 

4. หายใจเข้า ลดศอกลงวางที่พื้น

 

5. ขณะหายใจออก ยืดตัวก้มลงไปจนศีรษะวางที่มือหากทำได้หายใจเข้าออกยาวๆ 3-5 ลมหายใจหรือค้างท่า หายใจเข้าออก3-5 นาที

 

แนะคิดบวกสร้างสุข รับปีใหม่ 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2559 เวลา 11:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/407930

แนะคิดบวกสร้างสุข รับปีใหม่ 2559

โดย…สุภชาติ เล็บนาค

เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2559 นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เชิญชวนคนไทยให้ร่วมเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนานด้วยสติ โดยกล่าวว่า เมื่อมีสติก็ย่อมทำให้เราอยู่กับปัจจุบัน จดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ไม่เผลอ มีความรอบคอบ และยั้งคิดมากขึ้น นอกจากนี้หากฝึกสติเป็นประจำสม่ำเสมอ ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถช่วยป้องกัน บรรเทาอาการเจ็บป่วยได้อย่างหลากหลาย เช่น ความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า พฤติกรรมเสพติด โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ มะเร็ง โรคอ้วน เป็นต้น

ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะนำสติเข้ามาใช้สร้างสุขในการดำเนินชีวิตให้มากขึ้น และหนึ่งในวิธีฝึกการมีสติที่ได้ผลที่สามารถทำได้ คือ การทำสมาธิ ที่หมายถึง ความมีสติต่อเนื่องอยู่กับการปฏิบัติ จดจ่ออยู่กับสิ่งหนึ่งสิ่งใดอย่างตั้งใจ เป็นการหยุดความคิดแล้วจัดการความคิดที่เข้ามาแทรกด้วยการรับรู้ลมหายใจของตนเอง ซึ่งควรฝึกเป็นประจำทุกวัน วันละ 5 นาที ช่วงเวลาใดก็ได้ที่สะดวก แต่ถ้าเป็นไปได้ควรเป็นช่วงเวลาเช้าหลังตื่นนอน เพราะร่างกายจะสดชื่นและยังไม่มีเรื่องให้ต้องคิดกังวลมากนัก

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเสริมว่า ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ และหลายคนก็ได้ใช้โอกาสวันปีใหม่เป็นวันเริ่มต้นในการสร้างความสุขให้กับตนเอง และการคิดบวกก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยสร้างสุขให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งทำได้โดย 1.มองตัวเราเองอย่างที่เราเป็น มีความสุขกับตัวเราเอง เพราะความทุกข์ส่วนใหญ่มาจากการที่เรามองตัวเองต่างไปจากที่เราเป็นอยู่ ไม่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สนใจกับสิ่งที่อยู่ไกล เรื่องที่ยังมาไม่ถึง ดังนั้นอย่าสร้างเงื่อนไขชีวิตให้กับตัวเอง อย่ารอสิ่งต่างๆ แล้วถึงจะมีความสุข เพราะหลายครั้งเราจะรู้สึกผิดกับเงื่อนไขที่เราคิด และทำให้ไม่มีความสุข 2.มองในสิ่งที่เป็นโอกาสสำหรับตัวเอง มองในสิ่งที่เหลืออยู่ ทั้งในตัวเราเองและสิ่งที่อยู่รอบข้าง เรามีคนที่รักเรา เรามีคนที่อยู่รอบข้างเรา ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เรามีความสุขได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปแสวงหา และ 3.เปิดใจยอมรับ เรียนรู้บทเรียนชีวิตที่ผ่านมา อย่าฝังตัวเองไปกับสิ่งที่ล้มเหลวหรือสิ่งที่ผิดพลาด จนทำให้เรากลับมาคิดบวกไม่ได้ ความสุขก็จะเดินต่อไปไม่ได้

สำหรับวิธีฝึกคิดบวกแบบง่ายๆ ในทางจิตวิทยา เรียกว่า การพูดกับตัวเอง เช่น พูดกับตัวเองในตอนเช้า พูดในสิ่งที่เป็นบวกกับตัวเราเอง วันนี้ฉันจะทำสิ่งนี้ และทำให้สำเร็จ พูดสิ่งที่เรามีความตั้งใจ หรือจะเขียนบันทึกเรื่องราวดีๆ หรือบางคนชอบเขียนบนกระดาษสั้นๆ แปะไว้ที่ตู้เย็นแล้วเขียนว่า ฉันจะทำ หรือฉันจะคิด หรือฉันจะเลิกอะไรบางอย่าง ที่เราเรียนรู้จากบทเรียนในปีที่ผ่านมาก็ได้ ซึ่งต้องฝึกอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ทั้งนี้เมื่อมีความคิดที่เป็นบวก หน้าตา แววตา ก็จะมีความสุข โดยที่เราอาจไม่รู้ตัว คนที่พบเห็นก็อยากเข้ามาหา พูดคุยด้วย เพราะเป็นคนที่มีพลังบางอย่างที่อยู่ในตัวเอง เรื่องดีๆ ก็จะเข้ามาเอง

 

7 โรคผิวหนัง ในช่วงฤดูหนาวที่ต้องระวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มกราคม 2559 เวลา 11:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/407929

7 โรคผิวหนัง ในช่วงฤดูหนาวที่ต้องระวัง

โดย…สุภชาติ เล็บนาค

ฉบับนี้ พญ.สุวิรากร  โอภาสวงศ์ ประธานประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย แนะนำให้รู้จักกับโรคผิวหนัง 7 โรคสำคัญที่ประชาชนควรพึงระวังในช่วงฤดูหนาว ดังนี้

1.โรคสุกใส หรือบางคนเรียกอีสุกอีใส  ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กเล็ก วัยรุ่น จนถึงหนุ่มสาว แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่แล้วมักจะมีอาการรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อนมากกว่าในเด็ก โรคสุกใสเกิดจากเชื้อไวรัส (Varicella Virus) ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด ติดต่อโดยการหายใจ หรือการสัมผัสถูกตุ่มแผลสุกใสหรืองูสวัดโดยตรง และการสัมผัสถูกของใช้ เช่น ที่นอน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ที่เปื้อนตุ่มแผลของผู้ป่วย ในขั้นแรกอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และต่อมาจะเริ่มมีเป็นตุ่มน้ำใสๆ เหมือนหยดน้ำขึ้นตามตัว ถ้าเป็นแล้วต้องระวังแบคทีเรียแทรกซ้อน และในผู้ใหญ่ต้องห้ามแกะเกาเด็ดขาดเพราะจะเป็นหลุมแผลเป็น

2.โรคงูสวัด จะเกิดในผู้ที่เคยเป็นโรคสุกใสแล้ว เมื่อหายเชื้อไวรัสจะหลบเข้าไปในปมประสาทรับความรู้สึกโดยจะอยู่แบบไม่แบ่งตัว เมื่อร่างกายอ่อนแอ ไวรัสที่แฝงอยู่จะก่อให้เกิดอาการไข้และปวดรุนแรงตามแนวยาวของปมประสาท โดยจะพบเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำใสเป็นแนวด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย มักจะมีอาการปวดแปลบเส้นประสาทร่วมด้วย

3.โรคเริม เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม HERPES มีลักษณะเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำขนาดเล็ก มีขอบแดง แต่ไม่เรียงตามแนวเส้นประสาท พบได้บ่อยที่บริเวณริมฝีปาก อวัยวะเพศ และก้น การติดเชื้อครั้งแรกมักจะมีไข้ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียงมีอาการอักเสบ ผู้ที่เคยเป็นโรคเริมแล้ว จะมีโอกาสเป็นซ้ำในตำแหน่งเดิมได้บ่อย โดยมีสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดซ้ำ คือ ภาวะเครียด ภูมิต้านทานร่างกายต่ำลง พักผ่อนไม่เพียงพอ ใกล้มีประจำเดือน หรือถูกแสงแดดจัด ติดต่อจากการสัมผัสตุ่มน้ำหรือแผลและการมีเพศสัมพันธ์

4.โรคหัด มักเป็นในเด็กอายุ 1 ขวบจนถึงระดับประถม อาการไข้สูง ไอมาก ตาแดง คล้ายเป็นหวัด ต่อมามีผื่นแดงขนาดเล็ก ขึ้นทั่วตัว แขน และขา ติดต่อกันทางระบบทางเดินหายใจ การป้องกัน คือต้องรักษาสุขภาพให้ดีในฤดูหนาว ทั้งนี้เด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคหัด

5.โรคหัดเยอรมัน ผู้ป่วยมักมีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว หลังจากนั้นจะมีผื่นขึ้นที่หน้า คอ ลำตัว แขนและขา ผื่นมักขึ้นเต็มตัวภายในระยะเวลา 1 วัน และมีต่อมน้ำเหลืองโต ผื่นมักจะหายไปเองภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน ติดต่อกันทางระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นในเด็กทุกคนควรฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันตามเกณฑ์

6.โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผู้ป่วยจะมีอาการคันผิวหนังรุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยมักจะเกา ซึ่งการเกาอาจจะทำให้เกิดแผลติดเชื้อตามมา ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง มักจะมีลักษณะผื่นเป็นผื่นแดง แห้งลอก มีอาการคันมาก มักเป็นที่บริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา ใบหน้า แขน ขา และซอกคอ

7.โรคผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณผิวมัน มีลักษณะเป็นผื่นแดง มีสะเก็ดเป็นมัน ขอบเขตชัดเจน ผื่นชนิดนี้มักอยู่บริเวณร่องข้างจมูก หว่างคิ้ว หน้าหู และหนังศีรษะ เนื่องจากอากาศในฤดูหนาวทำให้ผิวแห้ง จึงทำให้ผื่นชนิดนี้มีโอกาสเกิดได้มากขึ้น

 

ท้าทายความกล้า ปีนหน้าผาจำลองแนวใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 ธันวาคม 2558 เวลา 10:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/407269

ท้าทายความกล้า ปีนหน้าผาจำลองแนวใหม่

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

สิ้นปี ไม่สิ้นไฟ ไม่สิ้นพลังและความสนุก วันนี้ขอท้าเหล่าคนกล้าผู้รักความสูงและความเสียวไปปีนหน้าผาจำลอง ที่ บ๊าวซ์ ประเทศไทย หรือ บริษัท เบ๊าซ์อิงค์ (ประเทศไทย) ผู้บริหารแทรมโพลีน อารีน่า ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่ เดอะ สตรีท ถนนรัชดาภิเษก ใครรู้ตัวว่ากล้า ท้าทายตัวเองด้วยการปีนให้ถึงยอด 24 ด่านหน้าผาจำลอง คลิปแอนด์ไคลมบ์ (Clip ’n Climb)

สุรเชษฐ์  มุ้งทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท  คิวเอส  รีเทล (ประเทศไทย) ในฐานะผู้บริหารบ๊าวซ์ ประเทศไทย เล่าถึงคลิปแอนด์ไคลมบ์ว่า เป็นโซนปีนป่ายภายในร่มใหม่ล่าสุดที่ส่งตรงจากประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีด่านหรือหน้าผาจำลองที่ท้าทายความสูงรูปทรง 3 มิติหลากสีสันถึง 24 ด่าน ในระดับความสูงสุดถึง 8.6 เมตร

 

ผู้ชื่นชอบการป่ายปีนผาห้ามพลาด เพราะนี่คือรูปทรงที่แตกต่าง ขณะเดียวกันก็ท้าทายผู้ปีนป่ายในทุกระดับอายุ ทุกประสบการณ์ ความสนุกสุดขีดมาพร้อมความปลอดภัย คลิปแอนด์ไคลมบ์ใช้ระบบอุปกรณ์ออโต้เมติค บีเลย์ รุ่นท็อปทรูบลู ซึ่งเป็นระบบเบรกที่ดีที่สุดตามมาตรฐานการปีนเขาขั้นสูง ผู้ปีนสามารถควบคุมการหยุดด้วยตัวเอง

สุรเชษฐ์ เล่าว่า หน้าผาจำลองของบ๊าวซ์ใช้ธีมกำแพง ประกอบด้วยหน้าผาจำลองรูปทรง 3 มิติสีสันแนวสีลูกกวาด สีสันสดใสก็จริง หากด่านต่างๆ ไม่ง่ายเหมือนที่เห็น การออกแบบเน้นให้มีความต่างของระดับความยากถึง 3 ระดับ เล่นได้ทุกวัยทุกระดับความสามารถ ทั้งแบบกลุ่มและแบบเดี่ยว

 

จากนี้ขอนำสู่ 24 ด่านท้าทายความสูง ทั้ง 24 ด่านตั้งอยู่บนพื้นที่ 255 ตารางเมตร (จากพื้นที่ทั้งหมด 5,600 ตารางเมตร) แต่ละด่านดึงดูดความท้าทายแตกต่างกัน ขอยกมาเพียง 3 ด่านที่โดดเด่น 1.เวอร์ติคอล ดร็อป สไลด์ (Vertical Drop Slide) 2.สแตร์เวย์ ทู เฮเว่น (Stairway to Heaven) และ 3.ลีพ ออฟ เฟธ (Leap of Faith)

สำหรับเวอร์ติคอล ดร็อป สไลด์ ความสูง 8.4 เมตร ผู้เล่นต้องสวมใส่ชุดชูชีพ ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษ และหมวกนิรภัย เมื่อผู้เล่นพร้อมให้จับแฮนด์ โดยหันหน้าออกและหลังแนบกับสไลด์ แฮนด์ จะดึงผู้เล่นไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ใจสู้ได้ที่ระดับไหนก็ปล่อยมือเพื่อสไลด์ลงได้ทันที ว้าว!

 

ด้าน สแตร์เวย์ ทู เฮเว่น เป็นเสาสูง 5.5 เมตร ต้องใช้ทักษะการทรงตัวเดินก้าวขึ้นจากเสาที่เตี้ยที่สุดจนถึงเสาที่สูงที่สุด จากนั้นขอเชิญต่อที่ “ลีพ ออฟ เฟธ” ความสูง 7.2 เมตร เป็นการท้าใจปีนขึ้นที่สูงและวัดใจต่อด้วยการกระโดดเกาะแท่งนวมสีเหลือง ห้อยโหนให้ระทึกสุดๆ ไปเลย!

นอกจากนี้ ยังมีด่านการปีนอื่นๆ ที่หวาดเสียวไม่แพ้กัน เช่น แอสโทรบอล (Astroball) 7.2 เมตร มี 3 ด้าน และเล่นได้ 3 คนพร้อมกัน เฟซทูเฟซ (Face to Face) 8.4 เมตร สำหรับ 2 คนประลองฝีมือกันบนหน้าผาอะครีลิกใส กระตุ้นแต่ละฝ่ายพยายามรุดหน้าไปให้เร็วกว่าคู่แข่ง ต่างฝ่ายมองเห็นการปีนของอีกฝ่ายได้ ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศสำหรับการชิงชัยตัวต่อตัว

 

ดาร์กทาวเวอร์ (Dark Tower) 7.2 เมตร ปีนหน้าผาในช่องมืดจำลองค่ำคืนราตรี นักไต่ต้องปีนตามเส้นแสงนำทางด้วยความช่วยเหลือของแสงจากหลอดยูวี เป็นการผจญภัยแนวดิ่งที่ต้องใช้ความกล้าอยู่ในที่มืด มีสมาธิ และการตัดสินใจที่เฉียบคม จึงจะไปถึงยอดสูงสุดได้

ใครชอบกิจกรรมแนวแอ็กชั่นที่โอบล้อมด้วยสีสันและแสงสาด ความแข็งแกร่งที่ต้องเอาชนะใจตัวเอง วัดใจและวัดกำลังของตัวเอง ขอเชิญมาปีนความสูงชันของยอดผาแห่งนี้ได้ ณ บ๊าวซ์ สนใจรายละเอียด www.bounceinc.co.th

 

เทรนด์ออกกำลังกายใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2558 เวลา 09:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/407119

เทรนด์ออกกำลังกายใหม่

โดย…นกขุนทอง ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี/บ๊าวซ์

แทรมโพลีน (Trampoline) หนึ่งในประเภทกีฬาที่ใช้แข่งขันในกีฬาโอลิมปิกและเป็นอุปกรณ์ตามบ้านที่เด็กตัวน้อยๆ ผมสีทองเล่นได้อย่างสนุกสนานคุ้นเคย หากแต่ในเมืองไทยแทรมโพลีนยังมีการเล่นอยู่จำกัด แล้วผู้ปกครองยังไม่ไว้วางใจที่จะซื้อผืนแทรมโพลีนไปตั้งไว้ในสนามให้เด็กๆ ได้โดดกันอย่างปลอดภัย แต่ถ้าใครได้สัมผัสแทรมโพลีนแล้วจะหลงใหลในการโดดและรักในอิสระเวลาที่ตัวลอยล่องบนผืนแทรมโพลีน

แทรมโพลีนเป็นรากฐานของการเล่นกีฬาเกือบทุกประเภท และเป็นกีฬาที่ให้อิสระกับทุกอายุ ไม่ว่าจะเล็กกว่า 5 ขวบ ซึ่งจะได้ทั้งความสนุก ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และช่วยยืดกล้ามเนื้อที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่มความสูงผ่านการออกกำลังกายกระตุ้นในแนวดิ่ง ซึ่งช่วยทำให้กระดูกหนาและแข็งแรงขึ้นจากการทำงานของฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโต (Growth Hormone) โดยมีผลวิจัยว่าการกระโดดอย่างสม่ำเสมอประหนึ่งออกกำลังกายสามารถช่วยยืดกระดูกได้ 2.5-5 เซนติเมตร (ในวัยเด็ก)

 

องค์การนาซ่า ระบุว่า การฝึกดีดตัวให้ร่างกายมีการสะท้อนกลับไปมา จัดว่าเป็นการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพและวัดได้ถึงผลลัพธ์ได้ดีเยี่ยมที่สุด

การกระโดดบนแทรมโพลีนเป็นการออกกำลังกายแนวดิ่งที่ต้องต้านทานกับแรงโน้มถ่วง จึงช่วยให้เซลล์มีความเคลื่อนไหวผ่านไปตามจุดต่างๆ ภายในร่างกาย การเผาผลาญแคลอรีหากเทียบเท่ากับการวิ่งจ๊อกกิ้งในระยะเวลาที่เท่ากัน การกระโดดสามารถเผาผลาญได้มากกว่า อีกทั้งช่วยเรื่องกำลังขา กระชับสะโพก และทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง จัดอยู่ในกลุ่มการออกกำลังแบบโลว์-อิมแพ็ก

แทรมโพลีน เทรนด์ใหม่

การออกกำลังกาย

ตอนนี้กระแสสุขภาพกำลังมาแรง ผู้คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้น และที่เห็นคือ การออกกำลังกายเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มวิ่ง กลุ่มปั่นจักรยาน เสมือนว่าการออกกำลังกายคือกิจกรรมหนึ่งที่เพื่อนฝูงใช้พบปะสังสรรค์กันได้ ซึ่งผืนแทรมโพลีนหลายรูปแบบในบ๊าวซ์ก็กำลังกลายเป็นอีกคอมมูนิตีมอลล์แห่งใหม่ที่คนรักสุขภาพจะมาร่วมกันโดด

ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ ศิลปินนักแสดง และยังเคยเป็นนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทยด้วย ซึ่งทำให้เธอคุ้นเคยกับแทรมโพลีนมาตั้งแต่เด็กๆ

ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ

 

“เดี๋ยวนี้คนไทยออกกำลังกายมากขึ้น ถ้าเทียบกับเมืองนอกยังน้อย อย่างโดดแทรมโพลีนก็เป็นเทรนด์ใหม่แน่นอนค่ะ เพราะตอนนี้คนออกกำลังกายแล้วถ้ามีทางเลือกในการออกกำลังกายหลายอย่างให้เขาเลือก เมื่อได้เจออุปกรณ์ที่ใช้เล่นแล้วสนุกด้วยก็อยากจะออกกำลังกายมากขึ้น แทรมโพลีนเล่นง่ายด้วย ไม่เคยเล่นมาก่อน โดดแป๊บเดียวก็เป็นแล้ว ส่วนท่ายากก็ค่อยๆ ฝึกไป เป็นธรรมดาอยู่แล้วค่ะที่เราโดดได้ก็ยากที่จะลองท่ายากขึ้นไป อย่างโดดด้วยหลัง โดดแล้ววิ่งไต่กำแพง มีสแลมดังก์ อันนี้หนูอยากลอง ไม่น่ายาก เพราะมีพื้นฐานยิมนาสติกอยู่แล้ว แต่คนไม่เป็นน่าจะยากหน่อย แทรมโพลีนมันเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งเลย โดดแทรมโพลีนช่วยระบบหายใจด้วย ทำให้หอบน้อยลง บางคนเล่นกีฬาอื่นเหนื่อยง่าย โดดแทรมโพลีนจะช่วยให้อึดขึ้น แทรมโพลีน ทำให้เรากระโดดได้นานขึ้น เพราะมันช่วยสปริงตัว ในระยะยาวช่วยระบบการหายใจได้

ปกติเล่นแทรมโพลีนในยิม ซึ่งมีไม่กี่ตัว จะเล่นทีก็ต้องต่อคิวกัน แล้วในเมืองไทยหายากมากที่มีแทรมโพลีนให้เล่นเยอะขนาดนี้ หนูทราบข่าวว่าใกล้บ้านเรามีที่ฮ่องกงก็อยากไป แต่ยังไม่มีโอกาสก็พอดีบ๊าวซ์มาเปิดที่ไทย ดีใจมากค่ะ แล้วอันนี้เล่นได้หลายคนด้วย หนูมีแก๊งเต้นก็จะชอบกัน เพราะเขาเปิดเพลงตื๊ดๆ ด้วย เพลงชวนโดดมาก การโดดแทรมโพลีนช่วยฝึกความแข็งแรง ฝึกให้เต้นเร็วขึ้น เหมือนมีจังหวะการเต้นได้ดีขึ้น ส่วนมากหนูก็โดดท่าแยกขา กระโดดลงไปนั่ง กระโดดได้สูงขึ้นแตกต่างจากอุปกรณ์อื่น อันนี้ได้ความโลดโผนกว่า รู้สึกมันเหนื่อยแต่เบาตัว ไม่ปวดกล้ามเนื้อมาก หรือรู้สึกเหนื่อยหอบเกินไป มันโดดได้สนุก”

 

ด้าน ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ผู้รักการออกกำลังกาย และไม่ว่ามีอะไรมาเป็นต้องลองให้รู้ ก็มาโดดแทรมโพลีนด้วย

“ปกติผมออกกำลังกายอยู่แล้วครับ เล่นบ่อยสุดคือเตะฟุตบอล ผมว่าการออกกำลังควรออกมันเหมือนกินข้าวครับ แต่การที่เรามาทำอะไรตามกันเป็นเทรนด์ แล้วเทรนด์การออกกำลังกายมันดีอยู่แล้วครับ หาให้ได้ว่าเราชอบแบบไหน ซึ่งตอนนี้มีเยอะมาก อย่างแทรมโพลีนผมไม่เคยเล่นมาก่อนครับ แต่ได้ลองแล้วสนุกดี ผมรู้สึกว่ามันฟรี มันเหมือนตอนที่เราโดดเด้งๆ แล้วเราได้ปลดปล่อย เห็นคนที่เล่นเก่งๆ แล้วอยากทำได้บ้าง ผมก็โดดแล้วเอาหลังลงเด้งแล้วกลับมายืนได้นะ แต่ไม่รู้ผมฟลุกหรือเปล่า บางคนกระโดดแล้วปีน ซึ่งใช้ทักษะเหมือนกันครับ”

ว่างมาโดด ดีไซน์ท่าสวย

แม็กซ์-ทวิพงษ์ พงษ์ภุทระวิทย์ อายุ 26 ปี นักเต้นฮิปฮอป ตัวแทนจากฮิปฮอป อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เป็นอีกคนที่เลือกใช้แทรมโพลีนในการออกกำลังกาย ฝึกท่าเต้น ออกแบบท่าใหม่ และยังเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ

“ผมเต้นฮิปฮอปมา 9 ปี โดยส่วนใหญ่ถ้ามีโชว์ การแข่งขันจะใช้การตีลังกามาช่วยในการเพอร์ฟอร์แมนซ์ มีเป็นกิมมิกเล็กๆ ไว้ให้หวือหวา เมื่อก่อนเราฝึกท่าตีลังกากับเบาะ บางทีคนไม่คุ้นเคยไม่กล้า ไม่ยอมกระโดด ความกล้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่พอฝึกกับแทรมโพลีนมันช่วยให้ง่ายขึ้น กล้าฝึกเพราะเรารู้ว่ามันเซฟเราได้ ทำให้เราคุ้นเคยว่าความรู้สึกลอยตัวเป็นแบบนี้นะ ให้จับความรู้สึกได้ รู้ว่าตัวเองคอนโทรลร่างกายแบบไหน ความรู้สึกคล้ายฝึกกับเบาะ แต่แทรมโพลีนซัพพอร์ตแรงได้ดีกว่าและเด้งตัวดีกว่า เราไม่กลัวเจ็บก็กล้าที่จะตีลังกา แต่พอไปพื้นจริงก็ต้องฝึกอีกที ให้ทำด้วยตัวเองเหมือนแทรมโพลีน แต่ไม่ลอยสูงเท่ากัน แต่ต้องทำเร็วขึ้นเพื่อให้กลับมายืนทรงตัวได้”

 

ด้วยคุณสมบัติของแทรมโพลีน เป็นเหตุผลให้นักเต้นฮิปฮอปหลงใหล ว่างมาโดด “อย่างผมนี่ขี้กลัวเลยครับ มาฝึกกับแทรมโพลีน ช่วยเรื่องความกล้าได้ดี เช่น ตีลังกาหลังแล้วตัวตรง กระโดดแอ่นตัวกลับตัวตรงเลย ไม่ต้องม้วนเข่า คล้ายๆ สะพานโค้งแล้วยืน แต่อันนี้สามารถฝึกกระโดดตีลังกาหลังไปได้เลย 2 รอบ แต่ถ้าฝึกในพื้นจริงอาจยากมาก ต้องเชี่ยวชาญจริงๆ จะโดดต่อกัน 2 รอบต้องฝึกนานมาก ซึ่งท่านี้ผมไม่เคยทำ มาฝึกในแทรมโพลีนมันง่ายขึ้น แต่ด้วยความเด้งไม่เหมือนพื้นธรรมดา ก็ต้องปรับกัน ท่านี้ผมก็ทำได้แล้ว ตอนนี้มาเล่นก็กล้าฝึกท่าที่ยากขึ้น ส่วนตัวผมฝึกมานาน พอมาเจอแทรมโพลีนชัดเลย เป็นตัวช่วยที่ดีมาก โดยปกติแล้วคนที่เล่นเอ็กซ์ตรีม มาจากหลายๆ อย่าง ฝึกกันในโรงยิม สนามหญ้า แต่พอมีลูกเล่นใหม่ก็อยากฝึกอะไรใหม่ๆ ยากขึ้น”

ทวิพงษ์ บอกถึงประโยชน์ของแทรมโพลีนและวิธีการเล่นที่ปลอดภัย ว่า “แทรมโพลีนช่วยในการหายใจ การกระโดด ทำให้ปอดเราทำงานมากขึ้น เหมือนวิ่งออกกำลังกาย วิ่งไม่เกิน 5 นาที ก็เหนื่อยแล้ว แต่กระโดดช่วยให้เราได้พัฒนาศักยภาพด้านร่างกายให้อึดขึ้น ได้แรงขา การสปริงข้อเท้าสำคัญมากกับการเต้น คนขยับช้าเอื่อยก็เต้นได้ไม่ดี แทรมโพลีนจะช่วยพัฒนาตรงนี้ สำหรับการบาดเจ็บจากการเล่น ก็เหมือนกีฬาอื่นๆ ถ้าไม่วอร์มอัพก่อนเล่น กล้ามเนื้อก็บาดเจ็บได้ ส่วนการกระโดดเวลายืนก็ต้องลงด้วยปลายเท้า ไม่ลงเต็มเท้า เวลาลงย่อเข่าลงจะช่วยลดแรงกระแทก ถ้ากระโดดลงขาตรงจะกระเทือนไปทั้งตัว หรือท่าเอาหลังลงก็ใช้หลังส่วนบน ถ้าเอากระดูกสันหลังลงอาจหลุดได้ สมมติเราพลาด ห้ามเอามือค้ำแทรมโพลีน แรงกระแทกจะทำให้แขนเรากระดกขึ้นมา หัวไหล่หลุด หรือข้อศอก แรงกระแทกกลับมาทำให้ข้อบาดเจ็บ ควรเก็บตัวห้ามใช้มือค้ำ โดยส่วนใหญ่คนเล่นไม่เป็นเวลาล้มจะเอามือค้ำ แต่กรณีนี้ต้องพลิกตัวให้เอาด้านข้างรับ เก็บแขนไว้ที่หน้าอก ช่วยลดการกระแทกได้ บาดเจ็บน้อยลง”

 

ด้าน โอ๊ต-สรวิทย์ พานทอง นักฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุ 19 ปี เพิ่งเคยเล่นแทรมโพลีน แต่ก็ติดใจในความรู้สึกอิสระระหว่างโดด “ที่ผมรู้สึกได้อย่างแรกเลยคือ มันสนุก ผ่อนคลาย มาโดดกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มได้ ก็เป็นการออกกำลังกายที่สนุก แตกต่างจากตอนที่ผมฝึกซ้อมอยู่แล้วครับ มาเล่นแทรมโพลีนเป็นการผ่อนคลายมากกว่าการฝึก แต่มันก็ช่วยฝึกกำลังขา กระโดดไปเรื่อยๆ ได้กำลัง ก็มีฝึกกระโดดตีลังกาเตะบอลไปด้วย ซ้อมกระโดดเหมือนฝึกกระโดดโหม่ง อันนี้ก็ช่วยเซฟตี้เราจากการบาดเจ็บได้ด้วย แต่เอาจริงๆ ผมรู้สึกสนุกเวลาโดดเราลอยตัวอิสระดีครับ”

ยินดีต้อนรับสู่บ๊าวซ์โซไซตี้

สำหรับเมืองไทยมีพื้นที่ให้โดดอย่างอิสระและมั่นใจในความปลอดภัย เมื่อบ๊าวซ์มาปักหมุดเปิดตัวที่ประเทศไทยและเปิดเป็นแทรมโพลีน อารีน่าในร่มที่ใหญ่สุดในเอเชีย บริเวณชั้น 5 ห้างสรรพสินค้า เดอะ สตรีท ถนนรัชดา กรุงเทพฯ

พอล โรบิลลียาร์ด เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวว่า การเล่นแทรมโพลีนเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศออสเตรเลีย เรียกได้ว่าบ้านเกือบทุกหลังมีแทรมโพลีนในสนามหญ้า “การที่บ๊าวซ์ได้พัฒนาให้แทรมโพลีนหลังบ้านมาสร้างสรรค์เป็นแทรมโพลีน อารีน่า ที่สามารถต่อยอดจากการกระโดดมาเป็นกิจกรรมกลุ่ม จึงช่วยกระชับความสัมพันธ์ทั้งในครอบครัวและในกลุ่มเพื่อน”

ภายในอารีน่า ประกอบไปด้วย ผืนแทรมโพลีนที่ต่อกันถึง 105 ผืน รอต้อนรับผู้ที่รักในการบ๊าวซ์ (การกระโดด) ในทุกรูปแบบของการกีฬาและกิจกรรม ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มหัดกระโดดหรือมีความสามารถระดับเอ็กซ์ตรีมก็มากระโดดกันไปเลยให้สูงสุด เพราะยิ่งสูงยิ่งท้าทาย และมั่นใจได้กับการทิ้งตัวลงบนแทรมโพลีน หรือจะตีลังกาข้ามแทรมโพลีนผืนต่อผืนจนสุดฝั่ง พัฒนาทักษะไปจนถึงการเล่นสแลมดังก์ หรือการลอยตัวบนอากาศชู้ตลูกบาสเข้าห่วง เพิ่มดีกรีความเก่งจากการวิ่งขึ้นกำแพง ไปจนถึงการแข่งดอดจ์บอล ตีลังกากระโดดให้สุดไกลแล้วพุ่งตัวลงบิ๊กแบ็ก บ๊าวซ์กันแบบฟรีสไตล์ให้ร่างกายได้เบิร์นแคลอรี ทำแอโรบิก 45 นาที บนแทรมโพลีนก็เผาผลาญได้เทียบเท่าหรือมากกว่าการเล่นคาร์ดิโอ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกการบ๊าวซ์แบบไหนจะมีเจ้าหน้าที่ภาคสนามคอยให้คำแนะนำ

ทุกช่วงวัยและช่วงเวลาคือความสนุกที่ปลดปล่อยได้อย่างเต็มที่ เพราะพื้นที่ภายในโซนแทรมโพลีนถูกปูทับด้วยผืนฟองน้ำเกรดระดับและมีบิ๊กแบ็ก ซึ่งเป็นเบาะลมช่วยรับแรงกระแทกเกรดระดับหนังฮอลลีวู้ด สปริงของแทรมโพลีนมีความแข็งแรง มาตรฐานการแข่งขันโลก สามารถรองรับการกระโดดพุ่งตัวแบบไม่ต้องยั้งกับการทิ้งน้ำหนักได้อย่างมั่นใจ และการบ๊าวซ์บนแทรมโพลีนจะต้องสวมใส่ถุงเท้าหนึบของบ๊าวซ์ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการเล่นและป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่น เพราะเม็ดหนึบพิเศษที่ติดอยู่ใต้ถุงเท้าหนึบของบ๊าวซ์ ได้รับการออกแบบให้วางในตำแหน่งที่ถูกต้อง ผ่านการทดลองแล้วว่าช่วยลดโอกาสการลื่นได้ดี

ผืนแทรมโพลีนของบ๊าวซ์ที่เรียงรายเชื่อมต่อกันอย่างมีสีสันนั้น เริ่มต้นมาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งผืนแทรมโพลีนเหล่านั้นได้ถูกต่อขยายอย่างไม่หยุดยั้งไปยังโซนต่างๆ ของโลก ทั้งทางฝั่งยุโรป ตะวันออกกลาง และในเอเชีย อาทิ โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฮ่องกง บ๊าวซ์จึงเปรียบเสมือนจักรวาลที่ติดสปริงเพื่อมอบความสนุก สร้างกลุ่มสังคม ส่งเสริมการกีฬา

 

สัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่าง ของโยคะ ที่ Eclipse Yoga Pilates

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ธันวาคม 2558 เวลา 10:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/407042

สัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่าง ของโยคะ ที่ Eclipse Yoga Pilates

โดย…มีนา

ใครกำลังมองหาการออกกำลังกายที่ฉีกแบบเดิมๆ กว่าที่เคย อาทิ โยคะ ต่อยมวย หรือเล่นพิลาทิสสไตล์ใหม่ๆ ลองแวะมายืดเส้นยืดสายที่ Eclipse Yoga Pilates สตูดิโอโยคะที่เน้นบรรยากาศแสนสนุก และผสมผสานกับการออกกำลังกายหลากหลายแบบเกิดเป็นคลาสโยคะสไตล์ใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานไม่เนิบช้าเหมือนเช่นเดิมที่เคยลองมา

ครูบี-สกุลยา หิรัญพรกุล แห่ง Eclipse Yoga Pilates เล่าว่า โยคะมีพื้นฐานมาจากธรรมชาติที่มีความอิสรเสรี ไม่ได้มีกฏเกณฑ์ข้อบังคับใดๆ จึงสามารถเล่นได้ในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อนหรืออากาศหนาว กลางวันหรือกลางคืน กลางแจ้งหรือในห้อง แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปโยคะจึงถูกพัฒนาขึ้นออกไปหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น โยคะร้อน โยคะฟลาย ฯลฯ แล้วแต่ใครจะหยิบยกไปสร้างสรรค์ผสมผสาน รวมไปถึงการสร้างกรอบและรูปแบบนิยมของโยคะขึ้นมา เหมือนอย่างถ้าในประเทศไทย ทุกคนก็จะนึกภาพโยคะในแบบเรียบๆ ขาวๆ นิ่งๆ เนิบนาบ สงบ และสำรวม ซึ่งอาจจะสไตล์จำเจที่ไม่ถูกจริตของคนรุ่นใหม่ ที่ชอบอะไรที่คึกคัก สนุกสนาน และแตกต่าง

 

“เราฉีกรูปแบบเดิมๆ และก้าวไปอีกขั้นอย่าง Eclipse Yoga Pilates จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องคอนเซ็ปต์และธีม โดย Mood and Tone ของสถานที่ได้เลือกใช้ในสิ่งที่แตกต่างอย่าง แบล็กไลท์ (Black Light) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศห้วงอวกาศที่มืดมิดแต่ก็มีประกายแสงของดวงดาวส่องความสว่างที่สลัวพอจะสามารถมองเห็นท่วงท่าของคุณครูได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสงบ เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวของคุณต่างจากห้องแบบเปิดไฟสว่างแจ้ง”

ทั้งนี้ การใช้ไฟแบล็กไลท์ของที่นี่ ยังช่วยสร้างอารมณ์และปรับเปลี่ยนได้หลากหลายบรรยากาศ เพียงแค่การปิดเปิดปรับสภาพแวดล้อมของห้องจากสว่างในแบบปกติสู่บรรยากาศแห่งความสงบเหมือนอยู่ในอวกาศ ไปจนถึงการใช้สีสะท้อนแสง นีออน หรือไฟดิสโก้ มาสร้างความสนุกสนาน โดยมีการเสริมความสมบูรณ์ของบรรยากาศด้วยเสียงดนตรีสารพัดจังหวะ ตั้งแต่แจ๊ซ ร็อก ไปจนถึงเฮาส์ หรือแดนซ์แบบงานปาร์ตี้ บรรยากาศโดยรวมจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เป็นกันเอง ทุกคนที่ก้าวเข้ามาจะรู้สึกสบายใจ ไฟแบล็กไลท์ยังช่วยเปิดกว้างให้อิสระของการเล่นโยคะที่ Eclipse Yoga Pilates นี้สามารถสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีกรอบจำกัด

 

และยังมีการสร้างสรรค์คลาสการนำเอาโยคะไปประยุกต์รวมกับการออกกำลังกายแบบอื่นๆ อย่างพิลาทิสที่จะช่วยบำรุงเรื่อง Core หรือแกนลำตัวให้แข็งแรง หรือ Muay Thai Yoga ที่นำโยคะไปรวมกับมวยไทย โดยมีทั้งท่าชกมวยและท่าไหว้ครูของมวยไทย ที่ช่วยยืดเส้นและเรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดี Iron Yoga โยคะกับการยกน้ำหนัก ที่ใช้เวตยกน้ำหนักมาประกอบกับท่าโยคะเพิ่มความยากและท้าทายกว่าการทำโยคะท่าปกติ

รวมไปถึง Piloxing วิธีการออกกำลังกายแบบใหม่ที่ผสมผสาน พิลาทิส การชกมวย และการเต้นเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะได้ทั้งยืดเส้นยืดสาย ออกแรงในทุกส่วน และการเคลื่อนไหวอย่างสนุกสนาน ซึ่งจะช่วยเรียกเหงื่อและการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี ที่นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ออกกำลังกายสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ครอบคลุมทั้ง ฟิตเนส ยิม มวยไทย และโยคะสตูดิโอเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นรูปแบบของการผสมผสานศาสตร์ชนิดต่างๆ มาช่วยสร้างความสนุกและเพิ่มอิสรเสรีแห่งการออกกำลังกาย และตั้งใจที่จะก่อให้เกิดคอมมูนิตี้ใหม่สำหรับผู้รักการออกกำลังกายไม่ซ้ำใคร

 

 

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 3/4)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 ธันวาคม 2558 เวลา 11:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/406924

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 3/4)

โดย…ภัทราทิพย์ พงษ์พานิช โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

Yoga Block เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ทำท่าต่างๆ ได้โดยไม่บาดเจ็บหรือฝืนร่างกายจนเกินไป โดยใช้รองส่วนต่างๆ หรือต่อแขนขาในท่าที่จับไม่ถึงหรือร่างกายไม่ยืดหยุ่นพอ

ท่า Square Hip หรือท่าสี่เหลี่ยมเพื่อเปิดสะโพก ท่านี้จะใช้ Yoga Block รองที่ข้อเท้า เพื่อทำให้สะโพกถูกยืดตึงมากขึ้นกว่าการวางข้อเท้าที่ต้นขาปกติ

(หมายเหตุ : ชุดนี้มีท่าต่อเนื่องด้วยกันทั้งหมด 4 ตอน)

ประโยชน์

· ยืดกระดูกสันหลัง กระเบนเหน็บ

· กดนวดอวัยวะในช่องท้อง

· เปิดสะโพก ยืดเส้นใต้สะโพก ต้นขา

และใต้ขา (Hamstring)

วิธีปฏิบัติ

1 สามารถทำต่อท่าจากครั้งก่อน หรือเริ่มจากท่านั่งเหยียดขาทั้งสองไปด้านหน้า หลังตรง วาง Block ที่ข้างเข่าขวาด้านนอก (ตั้ง Block แนวตามรูป หากไม่มี Block ให้ใช้หมอนแข็งที่ขนาดพอเหมาะตั้งรองแทนได้) พับขาซ้าย วางข้อเท้าซ้ายไว้บน Block ปลายเท้าขวาตั้ง วางมือที่เข่าซ้ายและเท้าซ้าย ยืดหลังตรง

 

2 ขาขวามาซ้อนใต้ขาซ้าย น่องขาทั้งสองข้างจะขนานกับด้านหน้าลำตัว

 

3 หายใจเข้า ก้มยืดลำตัวไปด้านหน้า ยืดจากข้อต่อสะโพก

 

4 ขณะหายใจออก ยืดตัวก้มลงไปจนศีรษะใกล้พื้น หรือหน้าผากติดพื้นหากทำได้ หายใจเข้าออกยาวๆ 3-5 ลมหายใจ

 

(ต่อตอนที่ 4/4 สัปดาห์หน้า)

 

โรคเบาหวานที่เกิดจาก การรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 ธันวาคม 2558 เวลา 11:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/406923

โรคเบาหวานที่เกิดจาก การรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ

โดย…พจ.เซ็งจุ้น แซ่ลี แผนกอายุรกรรมโรคเบาหวานและระบบต่อมไร้ท่อ คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน

โรคเบาหวานเกิดขึ้นเนื่องมาจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งโดยปกติน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือมีการดื้อของอินซูลิน ร่างกายจึงไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง ในระยะยาวมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โรคเบาหวานนั้นแบ่งเป็นหลายชนิด

1.Type 1 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 1) พบประมาณ 5-10%ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ส่วนใหญ่ในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีมีรูปร่างผอม และมีอาการของโรคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้จะต้องพึ่งพาการฉีดอินซูลินในการรักษาให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

2.Type 2 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 2) ประมาณ 90-95% พบประมาณ 90-95% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ส่วนใหญ่เกิดกับผู้มีอายุมากกว่า 30 ปี อาการเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือไม่มีอาการ มีรูปร่างอ้วนหรือรูปร่างปกติแต่มีลักษณะอ้วนลงพุง (Abdominal Obesity) มักมีประวัติเบาหวานในครอบครัวชัดเจน

3.Other type of diabetes (เบาหวานชนิดอื่นๆ) เบาหวานชนิดนี้เกิดจากมีสาเหตุอื่นๆ ที่มีผลกระทบทำให้สมดุลของน้ำตาลกลูโคสผิดปกติ หรือทำให้การสร้างอินซูลินผิดปกติไป ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการเกิดความผิดปกติของอวัยวะที่สร้างอินซูลินอย่างตับอ่อน

4.Gestational diabetes mellitus (เบาหวานที่ตรวจพบขณะตั้งครรภ์) หรือ GDM เป็นภาวะที่ตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดสูงระหว่างตั้งครรภ์ แต่ในบทความนี้ขอกล่าวถึงโรคเบาหวานที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะโดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 2

การรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ เช่น การกินมากเกินไป การกินหวานเกินไป การกินมันมากเกินไป ฯลฯ ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานโดยเฉพาะโรคเบาหวานประเภท 2 ความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นมีความสะดวกสบายขึ้นเรื่อยๆ อาหารมีมากหลากหลายขึ้น การคมนาคมที่สะดวกขึ้น และลักษณะงานที่ต้องนั่งอยู่กับที่ทั้งวันมีมากขึ้น คนเรานั้นรับประทานมากแต่ออกกำลังกายน้อย บวกกับความเครียดทำให้คนเราเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น และเซลล์ไขมันในคนอ้วนนี่เองที่มีการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลต่อการดื้อของอินซูลิน

ทางแพทย์แผนจีนได้กล่าวถึงโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยคัมภีร์แพทย์จีนโบราณได้มีการบันทึกเกี่ยวกับโรคที่มีชื่อว่า “เซียวเข่อ” เป็นโรคที่มีอาการกระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย ปัสสาวะบ่อยและร่างกายซูบผอม ซึ่งมีอาการคล้ายกับโรคเบาหวานในปัจจุบัน แล้วการกินอาหารที่ผิดสุขลักษณะทำให้เกิดเบาหวานได้อย่างไร

ในทรรศนะของแพทย์จีน ระบบการย่อยอาหารมีความเกี่ยวข้องกับม้าม โดยม้ามทำหน้าที่ควบคุมการย่อยอาหารของกระเพาะอาหาร เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป กระเพาะอาหารจะอาศัยพลังชี่จากม้ามเพื่อดึงเอาสารอาหารจากอาหารที่รับประทานเปลี่ยนเป็นพลังชี่ให้พลังงานแก่ระบบต่างๆ ของร่างกาย (สุยกู่จือชี่) ส่วนของเหลวที่ร่างกายดื่มเข้าไปถูกดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย จากนั้นอาหารและของเหลวที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกาย การรับประทานอาหารที่มากเกินไป มีรสหวานและความมันมากเกินไปทำให้ร่างกายย่อยอาหารยาก เมื่อย่อยได้ยากก็เกิดเป็นอาหารตกค้างสะสมอยู่ในกระเพาะอาหารทำให้เกิดความร้อนและความชื้นกระทบถึงม้าม ทำให้ม้ามเกิดความร้อนชื้นขึ้น เมื่อม้ามเกิดความร้อนชื้นสะสมเป็นระยะเวลานาน จึงมีผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้

1.สภาวะร้อนในม้าม ความร้อนที่เกิดขึ้นในม้ามนั้นทำลายสารน้ำที่อยู่ในร่างกายส่งผลให้ร่างกายเราขาดสารน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยง ร่างกายจึงสร้างกลไกให้รู้สึกกระหายน้ำบ่อย เพื่อจะได้ดื่มน้ำมากขึ้น

2.ในทรรศนะของแพทย์แผนจีน ม้ามเป็นอวัยวะที่ไม่ชอบความชื้น ความชื้นสามารถขัดขวางพลังชี่ของม้าม ม้ามจึงไม่สามารถควบคุมการย่อยของกระเพาะอาหารได้เต็มที่ ทำให้ไม่สามารถดึงเอาสารอาหารมาเป็นพลังงานและไม่สามารถดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้อย่างเต็มที่ เมื่อร่างกายขาดสารอาหาร ร่างกายจึงสร้างกลไกป้องกันทำให้เรามีอาการหิวบ่อย และเมื่อร่างกายขาดสารน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงในร่างกาย ร่างกายจึงสร้างกลไกให้เรากระหายน้ำ เพื่อดื่มน้ำมากขึ้นทดแทนที่ถูกทำลายไป

3.ปกติของเหลวที่เหลือจากการดึงสารน้ำจะถูกขับถ่ายออกทางปัสสาวะ แต่เมื่อร่างกายดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้น้อยลง ของเหลวที่เหลือจากการดึงสารน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้เรามีอาการปัสสาวะบ่อย

4.แม้ตอนเริ่มเป็นโรคเบาหวาน (ประเภท 2) จะมีลักษณะร่างกายที่อ้วน แต่เมื่อคนเราเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานานร่างกายจะขาดสารอาหารเรื่อยๆ และซูบผอมในที่สุด

การรับประทานอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่การรับประทานอาหารที่อร่อยก็ยังเป็นการสร้างความบันเทิงใจให้แก่มนุษย์เรา แต่หากเราเน้นรับประทานอาหารเพื่อความบันเทิงโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว เราก็อาจจะต้องพบกับโรคต่างๆ ที่ทำลายสุขภาพเรา ดังเช่น “โรคเบาหวาน” ก็เป็นได้ ส่วนการรับประทานอาหารอย่างไรถึงจะถูกสุขลักษณะทางแพทย์แผนจีน โปรดติดตามในบทความต่อไป

 

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 2/4)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ธันวาคม 2558 เวลา 12:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/405696

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 2/4)

โดย…ภัทราทิพย์ พงษ์พานิช โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

Yoga Block เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ทำท่าต่างๆ ได้โดยไม่บาดเจ็บหรือฝืนร่างกายจนเกินไปโดยใช้รองส่วนต่างๆ หรือต่อแขนขาในท่าที่จับไม่ถึงหรือร่างกายไม่ยืดหยุ่นพอ

ท่า Square Hip หรือท่าสี่เหลี่ยมเพื่อเปิดสะโพก ท่านี้จะใช้ Yoga Block รองที่ข้อเท้า เพื่อทำให้สะโพกถูกยืดตึงมากขึ้นกว่าการวางข้อเท้าที่ต้นขาปกติ

(หมายเหตุ : ชุดนี้มีท่าต่อเนื่องด้วยกันทั้งหมด 4 ตอน)

ประโยชน์

· ยืดบิดนวดกระดูกสันหลัง

· ยืดเส้นด้านข้างลำตัวและหัวไหล่

· เปิดสะโพก ยืดเส้นใต้สะโพก ต้นขาและใต้ขา (Hamstring)

วิธีปฏิบัติ

1 ต่อจากครั้งก่อน นั่งเหยียดขาทั้งสองไปด้านหน้า หลังตรง วาง Block ที่ข้างเข่าขวาด้านนอก (ตั้ง Block แนวตามรูป หากไม่มี Block ให้ใช้หมอนแข็งที่ขนาดพอเหมาะตั้งรองแทนได้) พับขาซ้าย วางข้อเท้าซ้ายไว้บน Block ปลายเท้าขวาตั้ง วางมือที่เข่าซ้ายและเท้าซ้าย

 

2 เอื้อมมือซ้ายจับเท้าขวาด้านนอก หายใจเข้ายืดตัวยืดหลังไปด้านหน้า

 

3 หายใจออก เหยียดแขนขวาวาดไปด้านหลังบิดลำตัว เปิดไหล่ มองไปทางด้านหลัง หายใจเข้าออกขณะบิดลำตัว 2-3 ลมหายใจ

 

(ต่อตอนที่ 3/4 สัปดาห์หน้า)