เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 08:30 น.เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลกทำความรู้จัก ‘เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์’ ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก ด้วยผลงานรังสรรค์ชุดโอตกูตูร์อันงดงามสุดพิถีพิถัน สร้างชื่อแบรนด์ลาสเทล (L’Astelle) ให้มาแรงที่สุดในขณะนี้ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการสวมใส่ชุดโอตกูตูร์ (Haute couture) ให้สาวไทยสวยปังทุกมุมมอง

เรียกได้ว่าเป็นตัวจริงแห่งวงการแฟชั่นที่พาแบรนด์ไทยไปสร้างชื่อในระดับโลกได้อย่างงดงาม สำหรับแบรนด์แฟชั่นและชุดเจ้าสาวระดับกูตูร์ชั้นนำของไทยอย่าง ลาสเทล (L’Astelle) ที่กำลังโลดแล่น และน่าจับตามองเป็นอย่างมากตั้งแต่ผลงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นโอตกูตูร์ (Haute couture) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยได้รับเสียงชื่นชมจากเหล่าคนแฟชั่นอย่างท่วมท้นเกี่ยวกับผลงานการออกแบบสุดพิถีพิถัน รวมไปถึงฝีไม้ลายมือการตัดเย็บอันประณีตบรรจงของ เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ลาสเทล (L’Astelle) หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่พกพาดีกรีทางด้านงานดีไซน์จาก London College of Fashion และเก็บเกี่ยวประสบการณ์การร่วมงานกับแบรนด์โอตกูตูร์ (Haute couture) ระดับโลกมากมาย ซึ่งทำให้เธอตกผลึกว่างานแฟชั่นชั้นสูงอย่างโอตกูตูร์นั้นเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นแค่เสื้อผ้า

 และล่าสุดดีไซเนอร์ฝีมือเฉียบก็ได้พาแบรนด์ให้ก้าวไกลไปอีกขั้น เมื่อเหล่าราชนิกุล และคนดังระดับโลกเลือกสวมใส่ชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ไม่ว่าจะเป็น เลดี้ คิตตี้ สเปนเซอร์ (Lady Kitty Spencer) หญิงสาวจากตระกูลขุนนางชั้นสูงอันเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ ผู้ซึ่งเป็นหลานสาวของเจ้าหญิงที่ครองใจคนทั้งโลกอย่างเจ้าหญิงไดอาน่า Princess of Wales กับหลากหลายลุคสง่างามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายในชุดโอตกูตูร์ (Haute couture) โดยเฉพาะลุคเด่นในเดรสสีดำขนนกปักประดับเพชรบริเวณช่วงอก

ต่อมาที่ เจ้าหญิงมาเรีย-โอลิมเปีย แห่งกรีซและเดนมาร์ก (Princess Maria-Olympia of Greece and Denmark) หลานสาวของ Constantine II of Greece and Anne-Marie of Denmark King and Queen of the Hellenes ที่มาพร้อมความหรูหราเมื่อสวมใส่ชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ในชุดสีฟ้าสไตล์เรียบโก้ โดดเด่นด้วยเข็มขัดชิ้นหรูปักประดับเพชร

ถัดมาที่ความสวยสุดอลังการของ ดอนนา เบียงก้า แบรนโดลินี (Donna Bianca Brandolini) ธิดาของท่านเคานต์แห่ง Valmaren กับ Princess Georgina Maria Natividad de Faucigny- Lucinge et Coligny แห่งบราซิล ในชุดเดรสสั้นสีดำปักประดับขนนกที่เผยความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้ได้อย่างค้นหา 

และคนดังระดับโลกอย่าง นิกกี้ ฮิลตัน รอธไชล์ด (Nicky Hilton Rothschild) สาวสังคมชั้นสูงที่มีสไตล์ดูดีเสมอเมื่อปรากฏกายในที่สาธารณะ ซึ่งชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ที่เป็นเดรสยาวสีฟ้าผ้าชีฟองก็สามารถสร้างสรรค์ลุคโก้หรูให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

ด้าน เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ได้กล่าวถึงแนวความคิดในการสร้างแบรนด์ และเส้นทางการพาแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลว่า “เราเริ่มต้นการทำแบรนด์ด้วยความชอบ และหลงใหลในชุดโอตกูตูร์ จากตอนที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์โอตกูตูร์ (Haute couture) ระดับโลกมากมาย เราเรียนรู้เกี่ยวกับการตัดเย็บชุดชั้นสูง ตั้งแต่การดีไซน์ การคัดสรรแมททีเรียล ไปจนถึงการตัดเย็บ อย่างแบรนด์เราเองก็จะเน้นงานดีไซน์ที่เรียบโก้ แต่เพิ่มลูกเล่นให้กับชุดด้วยงานปักประดับ การเลือกเนื้อผ้า ซึ่งเราใช้แมททีเรียลส่วนใหญ่จากฝรั่งเศส อิตาลี และอังกฤษ ตัดเย็บโดยช่างฝีมือมือผู้เชี่ยวชาญ และส่งปักในโรงปักมาตรฐานเดียวกับการทำชุดโอตกูตูร์ เพราะเรามองว่าการที่จะพาแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้ ต้องเริ่มต้นจากคุณภาพของเสื้อผ้าเป็นอันดับแรก ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานให้กับคนดังระดับโลกในครั้งนี้ เรายิ่งต้องเตรียมตัวเป็นอย่างมาก เพราะเขาค่อนข้างคาดหวังในเรื่องคุณภาพชุดที่เราจะสามารถออกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่างของเขา ซึ่งโชคดีที่เราก็ตีโจทย์ได้ตรงจุด รังสรรค์ชุดออกมาได้ตรงใจผู้สวมใส่ ทำให้ในอนาคตน่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจของทางแบรนด์เป็นอย่างมาก”

นอกจากนี้ เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ยังได้แนะนำเคล็ดลับการสวมใส่ชุดโอตกูตูร์สำหรับสาวไทยว่า “คนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าชุดโอตกูตูร์ใส่ยาก แต่จริงๆ แล้วชุดโอตกูตูร์เป็นชุดที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่างของผู้หญิงได้อย่างดีที่สุด โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง ที่บางคนอาจจะมีจุดที่ไม่มั่นใจแล้วอยากปกปิด ซึ่งชุดโอตกูตูร์นั้นสามารถขับเน้นจุดที่มั่นใจให้เด่นออกมาได้ ผ่านการออกแบบชุดของดีไซเนอร์ การคัดเลือกแมททีเรียลให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ และโอกาสในการสวมใส่ชุด รวมไปถึงการตัดเย็บขั้นสูงที่จะสามารถทำให้ชุดออกมาสวย สามารถสร้างความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ได้”

พบกับแบรนด์แฟชั่นและชุดเจ้าสาวระดับกูตูร์ชั้นนำของไทยอย่าง ลาสเทล (L’Astelle) ได้แล้ววันนี้ที่ลาสเทล บูติก ชั้น G เดอะ เทส ทองหล่อ 11 หรือ ติดตามคอลเลกชั่นใหม่ๆ ได้ทาง Instagram : @Lastelle

การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืน – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 06:35 น.การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืนโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหา ความจำเป็นเร่งด่วน โลกเปลี่ยนแปลงไม่เคยหยุดนิ่ง เทคโนโลยีก้าวไกลในอัตราเร่ง ได้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและรูปแบบของการใช้ชีวิตของคนในสังคมอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้องค์กรภาครัฐซึ่งเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศจำต้องปรับรูปแบบการบริหารงานอย่างพลิกโฉม  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการต่อประชาชนและเพื่อสร้างสังคมและเศรษฐกิจให้ยั่งยืน เพื่อการดำเนินงานตามเป้าหมายดังกล่าวให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐต้องปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐตามนโยบาย “การปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล” (Digital Government Transformation) ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ที่เน้นการพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการปรับเปลี่ยนกระบวนงานให้มีวุฒิภาวะด้านดิจิทัล เพื่อให้องค์กรภาครัฐมีขีดสมรรถนะสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากลและมีความคล่องตัว ให้มีความทันสมัย กะทัดรัด รวดเร็ว ยืดหยุ่น มีลักษณะเปิดกว้าง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมเชื่อมโยงถึงกันจากทุกภาคส่วน โดยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับยุคสมัยเข้ามาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

การพัฒนาองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงบูรณาการ

ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวดังกล่าวจะเป็นจริงได้ บุคลากรภาครัฐจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารงานและการพัฒนาในเชิงองค์รวม แนวคิดนี้ประกอบด้วย

  1.  การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลเชิงรุก
  2.  การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่มีคุณค่า
  3.  การสร้างศรัทธาเพื่อสร้างทีมงานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง
  4.  การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเพื่อความเป็นเอกภาพ

1. การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลเชิงรุก

แนวคิดนี้ให้มุมมองที่ว่า บุคลากรภาครัฐทุกระดับจำเป็นต้องปรับแนวการบริหารงานให้เป็น Digital Mindset โดยเริ่มที่ตนเองก่อน เพื่อสร้างการนำตนเองและปรับวิธีการทำงานเสียใหม่ โดยใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลมายกระดับศักยภาพองค์กรเพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างคล่องตัว ทันสมัย รวดเร็ว มุ่งมั่น เล่นเชิงรุกแต่ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ

2. การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่มีคุณค่า

นอกจากบุคลากรภาครัฐจะพัฒนาความสามารถในการนำตนเองได้แล้ว ยังต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบและมุมมองเชิงองค์รวมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล (Digital Innovation) ที่แตกต่างและแปลกใหม่ เพื่อเป็นฐานข้อมูลและองค์ความรู้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเห็นความสัมพันธ์ของการให้บริการที่ทันสมัยและคล่องตัว เข้าถึงง่าย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เพื่อแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและผู้รับบริการให้ดีกว่าเดิมได้อย่างมีคุณค่าและเป็นรูปธรรม

3. การสร้างศรัทธาเพื่อสร้างทีมงานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง

นอกจากบุคลากรภาครัฐจะสามารถพัฒนาการนำตนเองและการสร้างองค์กรนวัตกรรมด้านดิจิทัลแล้ว การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวจะเป็นจริงได้ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมที่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างเต็มที่บนฐานของศรัทธา และศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ องค์กรจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศของการเปิดใจกว้างรับฟังและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง มีความไว้วางใจ เชื่อมั่นต่อกัน บนฐานของการเห็นคุณค่าในความแตกต่างทางความคิด

4. การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเพื่อความเป็นเอกภาพ

การปรับเปลี่ยนให้เป็นองค์กรดิจิทัลจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนรวม และเชื่อมโยงทั้งองค์กรและเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เป้าหมายดังกล่าวจำเป็นที่ผู้บริหารองค์กรต้องสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างทีมงานและผลักดันความเป็นองค์กรดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการร่วมกันพัฒนากลยุทธ์ นวัตกรรมการบริการ การตัดสินใจร่วมกันเพื่อให้ไปในแนวทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อยกระดับการบริการที่มีคุณภาพให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์ว่าแนวทางการปรับเปลี่ยนองค์กรภาครัฐให้เป็นองค์กรดิจิทัลเชิงบูรณาการนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจและสังคมเพื่อความยั่งยืนของประเทศในอนาคต ความท้าทายจึงอยู่ที่ว่า ผู้บริหารองค์กรภาครัฐจะสามารถปรับแนวคิดการบริหารงานให้ทันต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กรเชิงองค์รวมให้เป็นองค์กรด้านดิจิทัลเชิงรุก เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้มีความทันสมัย รวดเร็ว คล่องตัว ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้เร็วเพียงใด เพื่อยกระดับการให้บริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน อีกทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยให้มีความมั่นคงยั่งยืน

Ciao Pizza พิซซ่าอิตาเลียนต้นตำรับฉบับเชฟเจอร์รี่ที่สีลมซอย 3 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Ciao Pizza พิซซ่าอิตาเลียนต้นตำรับฉบับเชฟเจอร์รี่ที่สีลมซอย 3 – โพสต์ทูเดย์ กิน-เที่ยว (posttoday.com)

วันที่ 03 ธ.ค. 2563 เวลา 08:05 น.Ciao Pizza พิซซ่าอิตาเลียนต้นตำรับฉบับเชฟเจอร์รี่ที่สีลมซอย 3พิสูจน์ความอร่อยแบบออริจินัลที่ “Ciao Pizza” ร้านพิซซ่าอิตาเลียนต้นตำรับเจ้าของรางวัล The Ospitalita Italiana Thailand 2018 และ 2019 จากหอการค้าอิตาลี พร้อมลิ้มลองเมนูใหม่ล่าสุดและพิซซ่า 50 หน้า…มากที่สุดในกรุงเทพฯ

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์ เสาะหาความอร่อยใหม่มานำเสนอ ครั้งนี้พาไปที่ร้าน “Ciao Pizza” ร้านพิซซ่าสูตรต้นตำรับ นำทีมโดยเชฟ “เจอร์รี่” (Gerardo Calabrese) เชฟชาวอิตาเลียนที่จะมาสร้างสรรค์พิซซ่าตามตำรับบ้านเกิด การันตีด้วยรางวัล The Ospitalità Italiana ประจำปี 2018 และ 2019 จากหอการค้าอิตาลี และล่าสุดในปีนี้ Ciao Pizza ก็พร้อมสร้างประสบการณ์พิเศษให้คนกรุงเทพอีกครั้ง ด้วยการเปิดเมนูใหม่ พร้อมกับพิซซ่าหลากรสหลายสไตล์รวมกันกว่า 50 หน้า มากที่สุดในกรุงเทพฯ

ด้านการตกแต่งร้านนี้มาในสไตล์ลอฟท์อินดัสเทรียล เพิ่มความอบอุ่นนุ่มนวลด้วยไฟนีออนสีเหลือง เสริมกลิ่นอายแบบอิตาเลียนด้วยของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ กรอบรูปและเฟอร์นิเจอร์แบบวินเทจ ให้อารมณ์เหมือนนั่งในร้านพิซซ่าที่อิตาลี สัมผัสได้ถึงความเป็นกันเอง แอบสะดุดตากับเตาพิซซ่าสวยๆ แถมยังนั่งมองการทำพิซซ่าได้เพลินๆ 

ไม่ใช่แค่สไตล์การตกแต่งร้านที่โดดเด่นน่าสนใจ แต่รางวัลการันตีที่สถาบันต่างๆ มอบให้ก็สร้างแรงดึงดูดใจให้น่าไปลอง อาทิ รางวัล The Ospitalità Italiana ประจำปี 2018 และ 2019 จากหอการค้าอิตาลี โดยรางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่หอการค้าอิตาลีจะมอบให้กับร้านอาหารอิตาเลียนที่ขึ้นชื่อว่าปรุงอาหารแบบต้นตำรับแท้ๆ ที่ตั้งอยู่นอกประเทศอิตาลี แน่นอนว่าถ้าเป็นเรื่องอาหารจึงรับประกันความอร่อย นำทีมโดยเชฟเจอร์รี่ (Gerardo Calabrese) เชฟชาวอิตาลียนที่พิถีพิถันในการปรุงอาหาร โดยเฉพาะเมนูพิซซ่ามีพิเศษแตกต่างจากร้านอื่นๆ

สำหรับเคล็ดลับความอร่อยต้องยกให้กับเนื้อแป้งพิซซ่าบางกรอบที่แฝงความนุ่มนวล ซึ่งเทคนิคพิเศษในการทำพิซซ่าให้สมบูรณ์แบบตามฉบับของเชฟเจอร์รี่ก็คือ การพักแป้งที่นวดแล้วเป็นเวลาทั้งสิ้น 48 ชั่วโมง อีกทั้งแป้งที่เลือกใช้ก็เป็นเกรดพรีเมี่ยมที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นแป้งสำหรับทำพิซซ่าจากอิตาลีที่ดีที่สุดในโลก โดยตัวแป้งประกอบด้วยส่วนผสมจากแป้งสาลี 100% ทำให้มีอัตราส่วนโปรตีนต่ำกว่าแป้งทั่วไป เมื่ออบออกมาจึงได้ขอบพิซซ่าที่เยี่ยม แถมยังไม่มีส่วนผสมของสารเติมแต่งอื่นๆ อีกด้วย 

ส่วนเมนูแนะนำ ได้แก่ เมนูใหม่อย่าง Burratina & Anchovy ชีสบูร์ราต้าสด เสิร์ฟพร้อมแอนโชวี มะเดื่ออบแห้ง เลมอนสด ผักสลัด และน้ำสลัดบัลซามิคน้ำผึ้ง Rucola E Salsiccia Al Balsamico สลัดร็อกเก็ตเสิร์ฟพร้อมไส้กรอกอิตาเลียนและชีสพาร์เมนซาน คลุกเคล้าด้วยน้ำสลัดบัลซามิคน้ำผึ้ง ร่วมด้วย Hot Spinach Dip ผักโขมอบชีสร้อนๆ ยืดๆ โรยด้วยพาเมซานชีสเสิร์ฟพร้อมกับขนมปังกระเทียมอบกรอบ

หรือจะเป็นเมนูพาสต้าอย่าง Cappelletti with Italian Sausage & Mascarpone เส้นพาสต้าโฮมเมดสอดไส้ด้วยชีส เสิร์ฟมาในซอสครีมมาสคาโปน ไส้กรอกอิตาเลียน และโรยหน้าด้วยมะเขือเทศอบแห้ง และ Spaghetti A.O.P. Guanciale สปาเกตตี้เบคอนกวนชาเล และมะเขือเทศเชอร์รี่ผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียม และพริกแห้ง พลาดไม่ได้กับ Gnocchi Four Cheeses & Walnut  ญอกกีมันฝรั่งโฮมเมดเนื้อนุ่มสไตล์อิตาเลียน ในซอสชีส 4 ชนิด และวอลนัทอบ หอม อร่อย รสกลมกล่อม

สำหรับเมนูพิซซ่าในปีนี้ก็มีให้เลือกหลากหลาย เพราะทางร้านมีให้เลือกมากกว่า 50 หน้า ไม่ว่าจะเป็น Tonno E Cipolla พิซซ่าหน้าซอสมะเขือเทศ ทูน่า ชีสมอซซาเรลล่า หอมใหญ่ และมะกอกดำ เอาใจคนรักชีสด้วย  7 Formaggi พิซซ่าหน้ารวมชีสทั้ง 7 ชนิด ไม่ว่าจะมอซซาเรลล่า, เปคคอริโน่, ฟอนตินา, พาร์เมซาน, กอร์กอนโซลา, บูฟาลา และสคาโมชา ถาดนี้บอกเลยว่า…ฟินสุดๆ

ถึงอิ่มแค่ไหนก็ห้ามพลาดกับ Panzerotto Al Tartufo พิซซ่าที่เสิร์ฟมาในรูปแบบของพิซซ่าพัฟฟ์สอดไส้ชีสบูร์ราต้า ครีมซอสทรัฟเฟิล และชีสพาร์เมซาน ทอดจนเหลืองกรอบ เสิร์ฟพร้อมสลัดสดๆ เผลอกินหมดไปอีกหนึ่ง

ต่อที่จานหลักสุดอร่อยอย่าง Forest Truffle Chicken สะโพกไก่หมักและซูวีจนนุ่ม เสิร์ฟคู่กับเห็ดแชมปิญอง มันฝรั่ง และครีมซอสเห็ดทรัฟเฟิล

จบสวยๆ ด้วยของหวานอย่าง Limoni เลมอนเชลโล่ในรูปแบบเกล็ดน้ำแข็ง เสิร์ฟคู่มากับ โยเกิร์ตซอร์เบต์ ผิวเลมอนเชื่อม และวุ้นเลมอน ความเปรี้ยวแบบสดชื่น ผสานกับความหอมหวานแบบลงตัว และ EVO Ice Cream & Biscuits ไอศกรีมน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินสไตล์อิตาเลียน เสิร์ฟพร้อมกับบิสกิตเนยกรอบๆ และเกลือทะเล ดูดีเฮลท์ตี้แต่ไม่ลดดีกรีความอร่อย

ตามไปลิ้มลองของอร่อยแบบนี้ได้ที่ร้าน Ciao Pizza อยู่ที่อาคารสิทธิวรกิจ ชั้นที่ 1  สีลม ซอย 3 (บีทีเอสศาลาแดง) เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 11:00-14:30 น. และ 17:00-22:00 น. สอบถามโทร. 094-754-7777 ติดตามเฟซบุ๊กที่ https://www.facebook.com/ciaobkk/

แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ โรงแรมหรูห้าดาวตอบโจทย์ครบทุกความต้องการย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ โรงแรมหรูห้าดาวตอบโจทย์ครบทุกความต้องการย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ – โพสต์ทูเดย์ กิน-เที่ยว (posttoday.com)

วันที่ 02 ธ.ค. 2563 เวลา 09:45 น.แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ โรงแรมหรูห้าดาวตอบโจทย์ครบทุกความต้องการย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯเยือนถิ่นสุรวงศ์ หนึ่งในเส้นทางการเดินทางสายหลักของกรุงเทพฯ ที่ทอดตัวยาวนับจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ถนนพระรามสี่ พื้นที่ประวัติศาสตร์อันเป็นมรดกล้ำค่าของกรุงเทพฯ สัมผัสโรงแรมหรูที่ตอบโจทย์ทุกผู้เข้าพักที่ “แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์” ไม่ว่าจะกิน เที่ยว พักผ่อน จัดประชุม และงานเลี้ยง

ครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ปักหมุดเช็กอินถิ่นประวัติศาสตร์อันเป็นมรดกล้ำค่าของกรุงเทพฯ ที่ย่าน “ถนนสุรวงศ์” ส่องความหรูหราระดับห้าดาวของ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ (Bangkok Marriott Hotel The Surawongs) โรงแรมที่พร้อมมอบความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก

สำหรับโรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ตั้งอยู่บนถนนสุรวงศ์ หนึ่งในเส้นทางการเดินทางสายหลักของกรุงเทพฯ ที่ทอดตัวยาวนับจากแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ถนนพระรามสี่พื้นที่ประวัติศาสตร์อันเป็นมรดกล้ำค่าของกรุงเทพฯ ที่พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับสำหรับนักเดินทาง โดยมีห้องพักโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยว และห้องเรสสิเดนเชียลสวีท สำหรับการเข้าพักระยะยาว เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้งานที่แตกต่างกันบนพื้นที่แห่งเดียวกัน จึงนับเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ที่พร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

ห้องพักและความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก

สำหรับโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เป็นโรงแรมแบรนด์แมริออทแห่งแรกในประเทศไทยที่นำเสนอห้องพักซึ่งมีความยืดหยุ่นและหลากหลาย ณ สถานที่ตั้งอันแสนสะดวกสบาย ด้วยการผสมผสานห้องพักแขกอันโอ่โถง จึงสามารถตอบสนองความต้องการของนักเดินทางทั้งเพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนและธุรกิจได้ครบทุกด้าน กับห้องพักไตล์อพาร์ทเม้นท์ที่เหมาะสำหรับการเข้าพักระยะยาว ซึ่งครบครันด้วยห้องครัวเล็กและห้องนอนสูงสุดสามห้อง สำหรับแขกผู้เข้าพักเป็นกลุ่มใหญ่และครอบครัว ตั้งอยู่ในอาคารสูง 32 ชั้นอันทันสมัยและผสมผสานฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างลงตัว โรงแรมแห่งนี้ประกอบด้วยห้องพัก 197 ห้อง และห้องเรสสิเดนเชียล สวีท อีกจำนวน 106 ห้อง ทุกห้องพักและเรสสิเดนเชียล สวีท ยังออกแบบในสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน ให้ความสบายตา สะท้อนถึงงานออกแบบ แมริออท โมเดิร์น (Marriott Modern) ที่สมดุลด้วยประโยชน์ใช้สอยและเปี่ยมด้วยสไตล์

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่รายล้อมไปด้วยสถามที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรมมากมายไม่ว่าจะเป็น ห้องสมุดเนียลสัน เฮส์, ศุลกสถาน, วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก) และแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากนี้ โรงแรมยังตั้งอยู่ในละแวกเขตสร้างสรรค์ใหม่ (new Creative District) ของพื้นที่บางรัก ซึ่ง ณ ปัจจุบัน กำลังอยู่ภายใต้การเปลี่ยนรูปเชิงสร้างสรรค์ และยังอยู่ไม่ไกลจากจุดชมวิวของตึกมหานคร (Mahanakhon Observatory) และไอคอนสยาม (ICONSIAM) โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ จึงนับเป็นหนึ่งในโรงแรมตัวเลือกอันสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่ที่มากกว่าการพักค้างแรมหรือพักอาศัย แต่ปรารถนาที่จะสัมผัสประสบการณ์อันเป็นต้นตำรับดั่งเช่นคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง 

นอกจากจะมอบบรรยากาศแห่งการพักผ่อนให้กับเหล่านักเดินทางท่องเที่ยวผู้ซึ่งต้องการพัก ณ ใจกลางเมืองอันเปี่ยมไปด้วยสีสันแห่งนี้แล้ว โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ยังออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจการประชุมสัมมนา (MICE) ของประเทศที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและสำคัญ โดยโรงแรมแห่งนี้มีพื้นที่ทั้งหมด 1,555 ตารางเมตร พร้อมด้วยสถานที่สำหรับการจัดงานอันเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจและสไตล์ ซึ่งรวมไปถึงห้องบอลรูมสองห้อง และห้องประชุมสัมมนาเก้าห้อง ทุกห้องล้วนติดตั้งด้วยเทคโนโลยีเอวี (AV technology) อันทันสมัย นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของสถานที่จัดประชุมที่มีความหลากหลาย  ด้วยสวนสไตล์โคโลเนียล และสวนเอาท์ดอร์ทั้งหมด 3 สวน ออกแบบขึ้นสำหรับยกระดับทุกประสบการณ์ของงานเลี้ยงต้อนรับไม่ว่าจะเป็นงานค็อกเทล หรืองานเลี้ยงอาหารค่ำ และคอฟฟี่เบรก เติมเต็มความต้องการอันหลากหลายของนักเดินทางและแขกผู้เข้าพักของโรงแรมจากทั่วโลก เช่นเดียวกับรักษาไว้ซึ่งปรัชญาศิลปะแห่งการต้อนรับ (Art of Hosting) ของโรงแรม แมริออท โรงแรมแห่งนี้จึงมีบริการผู้ประสานงานที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว และยังผสมผสานความเป็นไทยในการให้ บริการผู้เข้าพักของโรงแรมอีกด้วย

สวรรค์ของนักชิม

โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เป็นสวรรค์ของนักชิมด้วยสถานที่รับประทานอาหารอันโดดเด่นถึง 3 แห่ง ซึ่งรวมไปถึงร้านอาหารสไตล์ออลเดย์ไดน์นิ่ง พระยา คิทเช่น (Praya Kitchen) ที่รวบรวมอาหารนานาชาติให้ผู้เข้าพักได้เลือกสรร จุดเด่นอยู่ที่อาหารไทยที่คัดแต่วัตถุดิบสดใหม่ตามฤดูกาล รวมถึงหลากหลายเมนู อาหารที่เป็นที่โปรดปรานในอดีต ตลอดจนเพลิดเพลินไปกับอาหารจีนกวางตุ้งและเซี่ยงไฮ้ร่วมสมัย พร้อมทั้งวิวทิวทัศน์อันชวนหลงใหลของกรุงเทพจาก ร้านอาหารเย่า (Yào Restaurant) นอกจากนี้ เย่ารูฟท็อป บาร์ (Yào Rooftop Bar) บาร์เก๋ที่มาพร้อมกับกลิ่นอายวัฒนธรรมจีน ตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัย มีทั้งส่วนอินดอร์และเอ้าดอร์ให้คุณดื่มด่ำกับวิวพาโนรามาใจกลางกรุงเทพฯ และแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มอิ่ม พร้อมทั้งจิบค็อกเทลแก้วโปรด

ที่สุดของการผ่อนคลาย

แขกผู้มาเยือนยังจะได้ดื่มด่ำไปกับหลากหลายซิกเนเจอร์ทรีทเม้นท์ ณ ควอน สปา (Quan Spa) ที่จะปลุกพลังให้กับร่างกาย และฟื้นฟูความแจ่มใสให้กับจิตใจ หรืออาบแดดพักผ่อนคลายบริเวณสระว่ายน้ำ และฟิตแอนด์เฟิร์มได้ตลอด 24 ชม. ที่ฟิตเนสเซ็นเตอร์

…อัลบั้มภาพ

ตามมาเช็กอินถิ่นสุรวงศ์ ชื่นชมความสวยงามที่ผสานศาสตร์และศิลป์ เต็มอิ่มกับมื้ออาหารสุดพิเศษ พร้อมบริการสุดประทับใจ ได้ที่โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์  สอบถามโทร. 02 088 5666 หรือดูรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ https://www.marriott.com/hotels/travel/bkkwo-bangkok-marriott-hotel-the-surawongse/  และเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/marriottsurawongse

ใช้ชีวิตเที่ยวทั้งทีต้องลักซ์ซูรีสไตล์ @วนาเบลล์, เอ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ใช้ชีวิตเที่ยวทั้งทีต้องลักซ์ซูรีสไตล์ @วนาเบลล์, เอ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย – โพสต์ทูเดย์ กิน-เที่ยว (posttoday.com)

วันที่ 01 ธ.ค. 2563 เวลา 10:50 น.ใช้ชีวิตเที่ยวทั้งทีต้องลักซ์ซูรีสไตล์ @วนาเบลล์, เอ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุยโพสต์ทูเดย์ พาไปใช้ชีวิตพักผ่อนแบบส่วนตัวที่ วนาเบลล์, เอ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย รีสอร์ทที่ได้รับรางวัลการันตีแล้วว่าหรูหราที่สุด โรแมนติกที่สุด บริการดีที่สุด ได้รับความนิยมสูงที่สุด ประจำปี 2020

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ใครว่าหน้าหนาวต้องขึ้นเหนือสัมผัสอากาศเย็นบนยอดภูเท่านั้น หันมาฝั่งทะเลใต้ก็เรียกว่ายังคงเป็นเดสทิเนชั่นในฝันสำหรับวันพักผ่อนที่ใครหลายคนอยากมาเยือน ส่วนหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอตของทะเลอ่าวไทย ต้องยกให้ “เกาะสมุย” เกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากเกาะภูเก็ต และเกาะช้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ไปสมุยครั้งนี้ หากอยากได้ความเป็นส่วนตัว ใช้ชีวิตแบบหรูหราโรแมนติกท่ามกลางทะเล สายลม และแสงดาว ว่ายน้ำในสระส่วนตัว บริการที่ดีเลิศ พร้อมบัตเลอร์ ต้องมาที่ วนาเบลล์, เอ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย (VANA BELLE, A LUXURY COLLECTION RESORT, KOH SAMUI) รีสอร์ทหรูริมทะเลที่ตั้งอยู่บนหาดเฉวงน้อย โอบล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามของทะเลอ่าวไทย ใกล้กับสนามบินนานาชาติสมุย แหล่งชอปปิ้ง และ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ อย่างวัดพระใหญ่ หินตาหินยาย ส่วนใครที่อยากดื่มด่ำกับที่พักให้เต็มอิ่ม ไม่ย่างกายออกไปไหน ที่นี่ก็มีคลาสหลากหลายให้เข้าร่วม ทั้งคลาสสอนทำอาหารไทย ทำค็อกเทล ฟิตฟิตกับมวยไทย ฟิตเนส ยืดเหยียดกับโยคะริมชายหาด และผ่อนคลายกับบริการสปา เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน

วนาเบลล์, เอ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย เป็นโรงแรมแบรนด์เดอะ ลักซ์ชัวรี่ คอลเลคชั่น แห่งแรกบนเกาะสมุย ให้บริการที่พักพร้อมตัวเลือกห้องสวีทหรือวิลล่าอันน่าทึ่ง กวาดรางวัลการันตีจากหลายสถาบัน อาทิ รางวัลสุดยอดแห่งการท่องเที่ยวประจำปี 2020 จาก TripAdvisor (บริการดีที่สุด หรูหราที่สุด โรแมนติกที่สุด ได้รับความนิยมสูงที่สุด) รางวัล Best Wedding Hotel Thailand ประจำปี 2561 จาก International Hotel Awards และ Best Spa Hotels ประจำปี 2561 จาก World Luxury Awards

Mr. Dieter Ruckenbauer General Manager Vana Belle, A Luxury Collection Resort, Koh Samui

ห้องพักและวิลล่า

วนาเบลล์, เอ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย ออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว มีห้องพักประเภทพูลสวีท 72 ห้อง และพูลวิลล่า 7 ห้อง ทุกห้องตกแต่งแบบร่วมสมัยผสมกลิ่นอายของความเป็นไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนอย่างครบครัน  มีสระว่ายน้ำส่วนตัว และระเบียงสำหรับชมวิวทะเลหรือวิวสวนให้เลือกพักตามชอบ

จังเกิ้ล พูล สวีท หนึ่งห้องนอน (86 ตารางเมตร) ห้องพักที่ผสมผสานความเป็นไทยร่วมสมัยเข้ากับความหรูหราอย่างลงตัว สร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก เปิดโล่งรับแสงธรรมชาติ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ชั้นดี และงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากป่าหิมพานต์ในวรรณคดีไทย พร้อมด้วยเตียงขนาดคิงไซส์ ห้องน้ำตกแต่งด้วยหินอ่อน แยกเป็นสัดส่วนสำหรับแต่งตัวและอาบน้ำ มีทั้งฝักบัวและอ่างน้ำแบบลอยตัวให้เลือกใช้งาน

โอเชี่ยน พูล สวีท หนึ่งห้องนอน (86 ตารางเมตร) ดื่มด่ำกับความสะดวกสบายเหนือระดับในห้องโอเชี่ยน พูล สวีท หนึ่งห้องนอน ที่ตกแต่งแบบเรียบง่าย มาพร้อมวิวทะเลอ่าวไทยให้ชื่นชมอย่างเต็มอิ่มจากบนระเบียง หรือในสระว่ายน้ำอินฟินิตี้พูลแบบส่วนตัวด้านนอก ภายในห้องพักเน้นความโปร่งสบายด้วยประตูกระจกบานสูงจรดเพดานให้ได้สบตากับท้องฟ้าและทะเลสีครามแม้นอนอยู่บนเตียง ห้องน้ำตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหินอ่อนทั้งห้อง พร้อมอ่างอาบน้ำและชุดของใช้ในห้องน้ำที่คัดสรรมาอย่างดี และที่ขาดไม่ได้คือชุดเครื่องนอนคุณภาพเยี่ยมแบบฉบับ Luxury Collection เพื่อการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบ

พรีเมี่ยม โอเชี่ยน พูล สวีท หนึ่งห้องนอน (86 ตารางเมตร) ความลงตัวของการพักผ่อนอันสะดวกสบายและหรูหรา บนชั้นสูงของรีสอร์ทที่โดดเด่นด้วยวิวทะเลอันสวยงามเป็นพิเศษ ภายนอกห้องมีระเบียงขนาดกว้าง ชุดโต๊ะนั่งเล่น เตียงนอนอาบแดด และสระว่ายน้ำส่วนตัวให้คุณเพลิดเพลินไม่มีเบื่อตลอดเวลาเข้าพัก ก่อนจะถึงเวลาผ่อนคลายอย่างแท้จริงในยามค่ำคืน ด้วยชุดเครื่องนอนและหมอนคุณภาพสูง ห้องน้ำตกแต่งด้วยหินอ่อน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งอ่างอาบน้ำ ชุดของใช้ในห้องน้ำ Luxury Collection Vana ชุดคลุมอาบน้ำ และรองเท้าแตะสำหรับใช้ในห้องพัก นอกจากนี้ยังมีบริการบัตเลอร์ส่วนตัวให้กับผู้เข้าพักอีกด้วย

แกรนด์ โอเชี่ยน วิว พูล สวีท (128 ตารางเมตร) พักผ่อนอย่างเหนือระดับกับห้องแกรนด์ โอเชี่ยน วิว พูล สวีท ที่รอต้อนรับแขกผู้เข้าพักด้วยลมทะเลพัดโชยตลอดทั้งวัน ห้องโปร่งสบายตาด้วยประตูบานเลื่อนกระจกใสความสูงจรดเพดาน ที่กั้นระหว่างห้องพักและระเบียงที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวให้แหวกว่ายตลอดทั้งวัน พร้อมชุดโต๊ะนั่งเล่น และเตียงอาบแดดให้นอนเอกเขนกชมวิวสุดตระการตา นอกจากทัศนียภาพอันงดงามแล้ว การตกแต่งภายในก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยการใช้โทนสีครีมและน้ำตาล มอบความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายยิ่งขึ้น เมื่อแสงอาทิตย์ส่องผ่านเข้ามาในห้อง เน้นรายละเอียดด้วยของประดับตกแต่งสีเงินทองแวววับและพื้นไม้ขัดมัน เป็นคู่สีที่เรียบง่ายแต่แฝงความทันสมัย และเข้ากันอย่างลงตัวกับห้องสไตล์ไทยผสมงานศิลปะแปลกตา ที่ได้แรงบันดาลใจจากตำนานป่าหิมพานต์และสัตว์ในตำนานวรรณคดีไทย

เน้นการออกแบบห้องสไตล์ไทยร่วมสมัยให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยงานแกะสลักโคมไฟติดผนังแนวเหนือจริงบริเวณห้องนั่งเล่น ที่มีโต๊ะ โซฟาปรับนอน และเก้าอี้นวมสองตัว เป็นมุมเครื่องดื่มให้คุณได้จิบกาแฟหรือชาร้อนยามเช้า หรือสำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มเย็นฉ่ำจากมินิบาร์ นอกจากนี้ ยังมีมุมสำหรับความบันเทิง ไม่ว่าจะรับชมภาพยนต์บนโทรทัศน์แอลซีดีขนาด 40 นิ้ว ด้วยเครื่องเล่นซีดีและดีวีดี หรือจะฟังเพลงที่ชอบจากแท่นวาง iPod ก็ใช้งานได้อย่างง่ายดาย และยังมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้บริการฟรี สามารถเชื่อมต่อได้สะดวกรวดเร็วจากบนโต๊ะทำงานไม้สีเข้ม

ห้องนั่งเล่นแยกเป็นสัดส่วนกับห้องนอนด้วยขั้นบันได้ไม้ ที่ทอดตัวขึ้นไปสู่เตียง Luxury Collection ขนาดคิงไซส์ มาพร้อมแผงเปิดปิดไฟในห้องเพื่อความสะดวกสบาย และกระจกแต่งตัวแบบแขวนกั้นระหว่างส่วนห้องนอนและห้องน้ำพื้นกระเบื้อง ภายในห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วน ทั้งส่วนสำหรับแต่งตัวของแขกสองท่าน และส่วนอาบน้ำแบบฝักบัวที่ล้อมรอบด้วยกระจกฝ้า พร้อมอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ให้ผู้เข้าพักเพลิดเพลินกับวิวทะเลผ่านกระจกใสบานสูงขณะแช่ตัวในอ่างน้ำ ครบครันด้วยชุดของใช้ในห้องน้ำจาก Luxury Collection ชุดคลุมอาบน้ำ และรองเท้าแตะสำหรับใส่ในห้อง เพื่อประสบการณ์การพักผ่อนที่คุณจะประทับใจไปอีกนาน

ทรอปิคัล พูล วิลล่า (211 ตารางเมตร) ห้องพักที่หลายคนโปรดปรานตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึง ด้วยตำแหน่งที่ตั้งที่รายล้อมด้วยสวนเขียวชอุ่ม ผู้เข้าพักจะได้เพลิดเพลินไปกับวิวสวนและวิวทะเลจากระเบียงห้อง ที่มีสระว่ายน้ำพร้อมหลังคามุงจากคอยทอดตัวให้ร่มเงา บนระเบียงมีเตียงอาบแดดสองเตียงและร่มบังแดด ใกล้ๆ กันมีชุดโต๊ะนั่งเล่นสำหรับทานมื้อว่างแสนอร่อย

ประตูกระจกบานเลื่อนความสูงจรดเพดาน สร้างความรู้สึกโปร่งและอบอุ่น ด้วยแสงธรรมชาติที่สาดเข้ามาในห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมและน้ำตาล ผสมผสานวิวทะเลสุดอลังการเข้ากับการตกแต่งภายในที่โดดเด่น เน้นรายละเอียดด้วยของประดับตกแต่งสีเงินทองวาววับและพื้นไม้ขัดมัน เป็นคู่สีที่เรียบง่ายแต่แฝงความทันสมัย และเข้ากันอย่างลงตัวกับดีไซน์ห้องสไตล์ไทยประดับด้วยงานศิลปะแปลกตา ที่ได้แรงบันดาลใจจากตำนานป่าหิมพานต์และสัตว์ในตำนานวรรณคดีไทย เน้นการออกแบบห้องสไตล์ไทยร่วมสมัยให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยงานแกะสลักโคมไฟติดผนังแนวเหนือจริงบริเวณห้องนั่งเล่น ที่มีโต๊ะ โซฟาปรับนอน และเก้าอี้นวมสองตัว เหมาะสำหรับนั่งดื่มกาแฟสบาย ๆ หรือจิบแชมเปญฉลองวันพักผ่อนอันสมบูรณ์แบบสักแก้ว นอกจากนี้ยังมีบริการบัตเลอร์ส่วนตัวพร้อมให้การช่วยเหลือทุกเรื่องที่ต้องการอีกด้วย

ภายในห้องนั่งเล่นยังเหมาะสำหรับการรับชมภาพยนต์บนโทรทัศน์แอลซีดีขนาด 46 นิ้ว ด้วยเครื่องเล่นซีดีและดีวีดี หรือจะฟังเพลงที่ชอบจากแท่นวาง iPod ก็ใช้งานได้อย่างง่ายดาย และยังมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้บริการฟรี สามารถเชื่อมต่อได้สะดวกรวดเร็วจากบนโต๊ะทำงานไม้สีเข้ม

Vana Belle โอเชี่ยน วิว พูล สวีท (172 ตารางเมตร) ห้องพักที่รายล้อมด้วยทัศนียภาพอันงดงามตราตรึงใจของท้องทะเล ภายนอกห้องมีทั้งสระว่ายน้ำอินฟินิตี้พูล เตียงอาบแดดพร้อมร่มบังแดด โต๊ะนั่งเล่นริมสระสำหรับจิบกาแฟยามบ่ายหรือมื้อค่ำอย่างเป็นส่วนตัว  และยังมีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งสุดหรู ให้คุณได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติในทุกอิริยาบถ 

ประตูกระจกบานเลื่อนความสูงจรดเพดาน สร้างความรู้สึกโปร่งและอบอุ่น ด้วยแสงธรรมชาติที่สาดเข้ามาในห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีครีมและน้ำตาล ผสมผสานวิวทะเลสุดอลังการเข้ากับการตกแต่งภายในที่โดดเด่น เน้นรายละเอียดด้วยของประดับตกแต่งสีเงินทองวาววับและพื้นไม้ขัดมัน เป็นคู่สีที่เรียบง่ายแต่แฝงความทันสมัย และเข้ากันอย่างลงตัวกับดีไซน์ห้องสไตล์ไทยประดับด้วยงานศิลปะแปลกตา ที่ได้แรงบันดาลใจจากตำนานป่าหิมพานต์และสัตว์ในตำนานวรรณคดีไทย ปริ่มเปรมกับความหรูหราของเครื่องทำกาแฟ Nespresso และเครื่องชงชาที่มีพร้อมในห้องพัก หรือจะเลือกจิบแชมเปญฉลองวันพักผ่อนอันสมบูรณ์แบบสักแก้ว ก็มีบัตเลอร์ส่วนตัวพร้อมให้บริการตามความต้องการของคุณ

พักผ่อนยามค่ำคืนกับความสบายขั้นสุดของเตียง Luxury Collection ขนาดคิงไซส์ พร้อมแผงเปิดปิดไฟในห้องเพื่อความสะดวกสบาย ภายในห้องน้ำพื้นกระเบื้องขนาดกว้าง 43 ตารางเมตร แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งส่วนสำหรับแต่งตัวของแขกสองท่าน และส่วนอาบน้ำแบบฝักบัวที่ครบครันด้วยชุดของใช้ในห้องน้ำ และชุดคลุมอาบน้ำจาก Luxury Collection

ห้องอาหารและบาร์

เชฟบุ๊ง ธนรัตน์ บวรเนาวรักษ์

คีรี เดอะ บิสโตร (Kiri The Bistro) เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเลานจ์ร่วมสมัย มีห้องอาหารส่วนตัวไว้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการจัดงานฉลองแบบเป็นส่วนตัว ลิ้มรสอาหารเช้าแบบนานาชาติที่สะท้อนถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมเป็นอย่างดี ทั้งไข่เบเนดิกต์ ไข่เจียวปู หอยนางรมสดจากทะเล สลัดผักจากสวนของรีสอร์ท และเบเกอรี่อบสดใหม่ทุกวัน รวมทั้งมีกล่องอาหารเช้าไว้บริการหากจำเป็นต้องออกจากรีสอร์ทแต่เช้า

อาหารทุกจานปรุงในสไตล์บิสโตรที่เรียบง่ายแต่รสชาติดี ใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงคุณภาพเยี่ยม โดยมีเชฟปรุงอาหารให้ชมกันสด ๆ ในส่วนห้องครัวแบบเปิดที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำ เมนูเด่นของที่นี่ ได้แก่ เนื้ออบ พิซซ่าทูน่า และซี่โครงเนื้อเคี่ยวในน้ำสต็อก พร้อมผลไม้สดและของหวานเป็นการปิดท้ายมื้อค่ำอันแสนพิเศษ และยังมีเมนูโปรดสำหรับคุณหนู ๆ เช่น สปาเกตตี้ และเบอร์เกอร์ไว้บริการอีกด้วย

พนาลี (Panali) ลิ้มรสอาหารใต้ต้นตำรับของไทยที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารจีน มาเลเซีย และอินเดีย ที่ผสมผสานเข้ากับอาหารไทย

ทุกเมนูปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบที่ดีที่สุด ทั้งอาหารทะเล เช่น ปลาและหอยในท้องถิ่น ขนมจีน น้ำกะทิ เครื่องปรุงตากแห้ง น้ำพริกแกงเข้มข้น และน้ำจิ้มรสจัดจ้าน รวมกันออกมาเป็นอาหารใต้รสชาติอร่อยถูกปาก

ล็อบบี้เลานจ์ ล็อบบี้แบบเปิดโล่งที่รายล้อมด้วยทัศนียภาพสวยงามจับตาของท้องทะเลอ่าวไทย ความประทับใจแรกที่เตรียมไว้ต้อนรับแขกผู้เข้าพัก  ดื่มด่ำไปกับวิวตรงหน้าพร้อมจิบเครื่องดื่มและทานของว่างขณะรอเช็คอินเข้าห้องพัก มีเครื่องดื่มหลายประเภทให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็น เหล้าวิสกี้ เบียร์ไทยและเบียร์นำเข้าหลายยี่ห้อ ค็อกเทลเย็นชื่นใจ และไวน์ชั้นดี  

วนา สปา

สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ติดชายหาด

วนาเบลล์ เอ ลักซ์ซูรี่ คอลเลคชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย เอาใจคนรักเสียงเพลงด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก ศิลปินป๊อปสุดฮอต “ก้อง สหรัถ” ริมชายหาด พร้อมแพ็คเกจราคาพิเศษ ในวันที่ 18 ธันวาคม 2563

…อัลบั้มภาพ

ตามมาใช้ชีวิตแบบหรูหรา สูดกลิ่นอายทะเลบนชายหาดส่วนตัว ได้ที่ วนาเบลล์, เอลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย ตั้งอยู่ที่หาดเฉวงน้อย เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สอบถามโทร. (+66) 77 915 555 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.theluxurycollection.com/vanabelle หรือเฟซบุ๊ก Vana Belle, A Luxury Collection Resort, Koh Samui

ดื่มด่ำงานอาร์ต 3 ศิลปินก้องโลก ณ River City Bangkok #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ดื่มด่ำงานอาร์ต 3 ศิลปินก้องโลก ณ River City Bangkok – โพสต์ทูเดย์ กิน-เที่ยว (posttoday.com)

วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 11:14 น.ดื่มด่ำงานอาร์ต 3 ศิลปินก้องโลก ณ River City BangkokSAA นิสิตเก่าศศินทร์ สานสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่ารุ่นพี่รุ่นน้อง พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดผ่านงานศิลป์ สร้างแรงบันดาลใจ ด้วยงานอาร์ตของ 3 ศิลปินก้องโลก ณ River City Bangkok

เพราะชีวิตเต็มเปี่ยมไปด้วยงานศิลป์แทรกอยู่ในทุกอณู และมีใจรักในงานออกแบบ สร้างสรรค์ผลงานชั้นเยี่ยมตลอดมา กวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ ประธานกรรมการบริษัท เคอี กรุ๊ป จำกัด ในฐานะนายกสมาคมนิสิตเก่าสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย (SAA : Sasin Alumni Association) จึงขอนำศิลปะมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสมาคม สานสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่ารุ่นพี่รุ่นน้องให้มาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวคิดผ่านงานศิลป์ โดยเชิญศิษย์เก่ากิตติมศักดิ์ อาทิ ลินดา เชง, ลิสา เลิศไพบูลย์, ศ.ดร. เอียน เฟนวิค, อรวรรณ คราประยูร, ปิยมา สารสิน, อตินุช ตันติวิท ฯลฯ เข้าร่วมชื่นชมผลงานศิลปะจากฝีมือศิลปินชื่อก้องโลก ณ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการที่ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

ภายในนิทรรศงานได้นำเสนอผลงานศิลปะจากฝีมือศิลปินชื่อก้องโลก 3 ท่าน ประกอบด้วย วินเซนต์ แวน โก๊ะ ศิลปินโพสอิมเพรสชั่นนิสชาวดัตช์ ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นจิตรกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ฝีแปรงที่มีความงามจากลายเส้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ แสดงออกถึงความลึกซึ้งต่อศิลปะในช่วงศตวรรษที่ 20 ภาพเขียนชิ้นเอก อาทิ The Starry Night ค.ศ.1889, ภาพ Sunflower ค.ศ.1888, ภาพ Irises ค.ศ.1889 เรื่อยไปจนถึง Portrait of Dr.Gachet ผลงานชิ้นสุดท้าย ซึ่งเขาวาดไว้ไม่กี่เดือนก่อนเสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1890 โดยครั้งนี้นำเสนอผลงานผ่านนิทรรศการมัลติมีเดีย Van Gogh. Life and Art นำเสนอผลงานมากกว่า 300 ชิ้นในเวลา 40 นาที (ถึง 31 ธค. 63)

แอนดี้ วอร์ฮอล เจ้าพ่อป๊อปอาร์ตชาวอเมริกัน งานของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในเรื่อง คนดัง วงการบันเทิง และการโฆษณา ซึ่งเจริญรุ่งเรืองในช่วงยุค 60 งานของแอนดี้มีหลายประเภท และเขายังเป็นศิลปินรุ่นแรกๆ ที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานศิลปะด้วย โดยครั้งนี้นำเสนอผ่านงาน  “ANDY WARHOL: POP ART” แบ่งเป็นโซนต่างๆ นำเสนอชิ้นงานประเภท ภาพถ่ายบุคคล – ภาพถ่ายทั่วไป, ภาพถ่ายคนดัง, นิตยสาร – ปกอัลบั้ม, การพิมพ์แบบซิลค์พรินต์ติ้งและอื่น ๆ ประกอบด้วยผลงานชิ้นโบว์แดงของเขา ทั้งภาพถ่ายบุคคล อาทิ Marilyn (1984) และ Liz Taylor (1971 ) รวมถึงผลงานอื่นๆ อาทิ หน้าปก Interview Magazine และ Campbell’s Soup Can (1967) (ถึง 24 พย. 63)

อ้ายเว่ยเว่ย ศิลปินชาวจีน ผู้มีแนวคิดขบถต่อความอยุติธรรม เป็นนักเคลื่อนไหวคนสำคัญที่ใช้ศิลปะเป็นอาวุธ มีผลงานด้านสถาปัตยกรรม ศิลปะสื่อประสม ภาพถ่าย ภาพยนตร์ รวมถึงการวิจารณ์สังคมและวัฒนธรรมจีน ผลงานของ อ้ายเว่ยเว่ย ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของศิลปะในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ครั้งนี้นำผลงานชิ้นเยี่ยม ชุด Year of the Rat มาจัดแสดง เป็นการบอกเล่าเรื่องราว 12 นักษัตร ผ่านเส้นสายลายแปรงแบบเลโก้ ด้วยสีสันฉูดฉาดร้อนแรง บ่งบอกถึงพลังในตัวสัตว์ที่เป็นตัวแทนแต่ละปีเกิด (ถึง 10 ธค. 63)

โดยงานนี้ พี่น้องศิษย์เก่าศศินทร์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างชื่นชมดื่มด่ำกับงานศิลปะที่สะท้อนแนวคิดของศิลปินดัง และการจัดนิทรรศการที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ อีกทั้งยังได้ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอย่างสนุกเข้มข้น ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้ได้รับแนวคิดดีๆ สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ นำไปต่อยอดพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริง และยังสร้างสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตอย่างดีอีกด้วย

นายกวีพันธ์ เอี่ยมสกุลรัตน์ นายกสมาคมศิษย์เก่าศศินทร์ กล่าวว่า “ในฐานะผู้ก่อตั้งอาณาจักร คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) แหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่มีดีไซน์โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากทั่วโลก ทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าศิลปะไม่เคยหยุดนิ่ง นักสร้างสรรค์งานศิลป์ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นดีไซเนอร์ แฟชั่นดีไซน์ สถาปนิก อินทีเรีย จำเป็นต้องหมั่นหาความรู้ เปิดโลกเปิดมุมมองและพัฒนางานอย่างไม่หยุดยั้ง เสน่ห์ของงานดีไซน์ไม่ใช่เพียงแค่ความโดดเด่น หรือความสวยงาม แต่ยังแฝงด้วยความรู้สึกที่สร้างความสุขในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่นเดียวกับการได้มาเยี่ยมชมนิทรรศการงานศิลปะจากศิลปินชื่อดังทั้ง 3 ท่าน สร้างความพึงพอใจให้กับพี่น้องศิษย์เก่าศศินทร์ทุกท่านได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆนำไปพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ถือเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์จรรโลงใจ ซึ่งสมาคมฯ จะจัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้อย่างต่อเนื่องในโอกาสต่อไป”

ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการศิลปะของศิลปิน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการที่ชั้น 2 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ศูนย์อาร์ตและแอนทีค ซอยเจริญกรุง 24 เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-วันศุกร์ 11.00-20.00 น., วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา 10.00-20.00 น. ติดต่อสอบถามโทร 02-237-0077 หรือสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ https://rivercitybangkok.com/

Jirayu Koo รังสรรค์ผลงานผ่านความรู้สึก Positive ปนรอยยิ้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

Jirayu Koo รังสรรค์ผลงานผ่านความรู้สึก Positive ปนรอยยิ้ม – โพสต์ทูเดย์ กิน-เที่ยว (posttoday.com)

วันที่ 30 พ.ย. 2563 เวลา 09:22 น.Jirayu Koo รังสรรค์ผลงานผ่านความรู้สึก Positive ปนรอยยิ้มสัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขในรูปแบบของประสบการณ์สุดพิเศษไปกับ Gaysorn XMAS Village 2020

เกษรวิลเลจ ชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ให้ศิลปินมาสร้างสรรค์ผลงาน Art Installation ขนาดใหญ่ในรูปแบบของ Gallery ที่ลอยอยู่บริเวณ Artium ซึ่งปีนี้ได้รับการออกแบบโดย จิรายุ คูอมรพัฒนะ หรือรู้จักกันในนาม Jirayu Koo นักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงในยุโรปและอเมริกา โดยออกแบบและสร้างสรรค์พื้นที่ในเกษรวิลเลจซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากจินตนาการและความตั้งใจที่อยากให้คนที่มาสัมผัสได้พบกับประสบการณ์ความรู้สึก Positive ปนรอยยิ้มไปกับรูปทรงสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจผ่าน “น้องกลมกลม” (KLOM-KLOM) ตัวอวบอ้วนขี้เล่นอันเป็นลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Jirayu Koo ที่พร้อมต้อนรับทุกท่านที่มาเยือนอยู่เสมอ

สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขในรูปแบบของประสบการณ์สุดพิเศษ Gaysorn XMas Village The Spirit of Joy บริเวณ BTS Link ชั้น 2, เกษร เอเทรี่ยม รวมถึง เกษร โคคูน คอร์ทยาร์ด ได้ตั้งแต่วันนี้ – 6 มกราคม 2564 #GaysornChristmas #GaysornVillage #GaysornAtriumGallery #JirayuKoo #JirayuKooxGaysornVillage

คุณพ่อทานฟรี! วันพ่อปีนี้ครอบครัวสุขสันต์ อิ่มเอมกันถ้วนหน้า @ห้องอาหารไดนาสตี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

คุณพ่อทานฟรี! วันพ่อปีนี้ครอบครัวสุขสันต์ อิ่มเอมกันถ้วนหน้า @ห้องอาหารไดนาสตี้ – โพสต์ทูเดย์ กิน-เที่ยว (posttoday.com)

วันที่ 25 พ.ย. 2563 เวลา 10:29 น.คุณพ่อทานฟรี! วันพ่อปีนี้ครอบครัวสุขสันต์ อิ่มเอมกันถ้วนหน้า @ห้องอาหารไดนาสตี้ของขวัญวันพ่อ ห้องอาหารไดนาสตี้ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ส่งโปรโมชั่นพิเศษให้คุณพ่อทานบุฟเฟ่ต์ฟรี!!! เมื่อมาครบ 4 ท่าน

ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารเพื่อตอบแทนเป็นของขวัญในวันพ่อปีนี้ ในวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563 ห้องอาหารไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ขอเชิญคุณควงแขนคุณพ่อและครอบครัวมาร่วมรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ด้วยอาหารหลากหลายเมนูเลิศรสกับติ่มซำแบบบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน กับโปรโมชั่นพิเศษให้คุณพ่อทานบุฟเฟ่ต์ฟรี เพียงแค่มาพร้อมครอบครัวอย่างน้อย 4 ท่าน ในราคาสุดคุ้ม ราคาเพียง 1,250++ บาท/ท่าน

คุณจะได้สัมผัสความอร่อยแบบเต็มๆ คำกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำคำโต ด้วยรสชาติต้นตำรับที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับห้องอาหารจีนไดนาสตี้ เชฟได้รังสรรค์วัตถุดิบชั้นเยี่ยม ทำสดใหม่ทุกวันจากเตา ไม่ว่าจะเป็น ปอเปี๊ยะปลาหิมะทอด ปลาหิมะนึ่งซอสเต้าซี่ กุ้งนึ่งฟักทองญี่ปุ่น ฟองเต้าหู้ปูอลาสก้าทอด และอื่นๆ กว่า 70 เมนู อีกทั้งยังสามารถเลือกอาหารเรียกน้ำย่อย 2 เมนู จากทั้งหมด 9 เมนู, ซุป 1 เมนู จากทั้งหมด 3 เมนู, อาหารจานหลัก 1 เมนู จากทั้งหมด 6 เมนู, ของหวาน 1 เมนู จากทั้งหมด 4 เมนู และยังได้รับเป็ดย่างสไตล์ปักกิ่ง 4 ชิ้นต่อ 1 ท่าน รวมถึงการให้บริการเมนูอาหารจานเดียวตามปกติ เพื่อเป็นตัวเลือกความอร่อยในมื้ออาหารสุดพิเศษ เราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในวันพิเศษของคุณเพื่อมอบให้คนสำคัญที่คุณรัก 

ขอให้ทุกท่านไว้ใจในการปรุงที่พิถีพิถัน ทั้งความสะอาด ปลอดภัย ใส่ใจ และห่วงใย ยังการันตีว่าเชฟของเรามิได้เดินทางไปยังที่สุ่มเสี่ยงตลอดเดือนธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา พนักงานทุกคนผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวัน และยังผ่านการอบรมแนวทางป้องกัน นอกจากนี้เรายังทำการฆ่าเชื้อโรคอุปกรณ์ทำครัว ห้องครัว และเครื่องมือเครื่องใช้เป็นอย่างดี เราขอการันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล: diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของห้องอาหารจีนไดนาสตี้ได้ที่ เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/dynasty เฟซบุ๊ก: Centara Grand at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

ชวนสัมผัสจัตุรัสความอร่อยแบบอิตาลี ที่งาน Italian Cuisine Week ครั้งที่ 5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ชวนสัมผัสจัตุรัสความอร่อยแบบอิตาลี ที่งาน Italian Cuisine Week ครั้งที่ 5 – โพสต์ทูเดย์ กิน-เที่ยว (posttoday.com)

วันที่ 25 พ.ย. 2563 เวลา 07:39 น.ชวนสัมผัสจัตุรัสความอร่อยแบบอิตาลี ที่งาน Italian Cuisine Week ครั้งที่ 5จากวัตถุดิบคุณภาพสู่อาหารจานพิเศษ สัมผัสมนต์เสน่ห์ พร้อมลิ้มลองอาหารเลิศรส และวัตถุดิบชั้นดีจากอิตาลี ในงาน The 5th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 5

รู้หรือไม่ว่า? อิตาลี เป็นประเทศที่ผลิตชีสกว่า 400 ชนิด หลากหลายรสชาติ คุณภาพเยี่ยม

อิตาลี เป็นผู้นำโลกในการผลิตไวน์ จากองุ่นกว่า 800 สายพันธุ์

อิตาลี เป็นผู้นำการผลิตพาสต้ามายาวนานกว่า 500 ปี และมีมากถึง 200 รูปแบบ

อิตาลี มีประสบการณ์กว่า 150 ปี ในการผลิตซอสมะเขือเทศ และยังคงใช้วิธีการผลิตในแบบดั้งเดิม

อิตาลี ครองสถิติโลกด้วยมะกอกหลายหลายชนิด พร้อมรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และส่งออกไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

อิตาลี เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในการส่งออกผลิตภัณฑ์แปรูปจากเนื้อสัตว์ ด้วยวัตถุดิบพิเศษที่มีคุณภาพที่สุด มากกว่า 600 ชนิด

หากทั้งหมดที่กล่าวมายังไม่รู้ อยากให้มาดูด้วยตาตัวเองที่งาน The 5th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน (ITA Italian Trade Agency) และ หอการค้าไทย-อิตาเลียน (TICC Thai-Italian Chamber of Commerce) เปิดอาณาจักรแห่งความอร่อยสู่ใจกลางกรุงเทพฯ รวบรวมร้านอาหารอิตาเลียนชั้นนำ พร้อมคัดสรรวัตถุดิบอิตาเลียนดั้งเดิมมาให้คนไทยได้ลิ้มลอง ในงานมีบรรดาเชฟชื่อดังมาร่วมรังสรรค์ความอร่อย ท่ามกลางบรรยากาศดนตรีสด พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมของชาวอิตาเลียน ณ ควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

ฯพณฯ ลอเรนโซ กาเลนติ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “สัปดาห์อาหารอิตาเลียน จัดขึ้นทั่วโลกเป็นปีที่ 5 โดยปีนี้ประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศเดียวที่สามารถจัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาได้ ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลก จำเป็นต้องจัดในรูปแบบออนไลน์ โดยงานปีนี้ จัดขึ้นเพื่อระลึกถึง 200 ปี แห่งการครบรอบการถือกำเนิดของ Pellegrino Artusi บิดาแห่งอาหารอิตาเลียน และผู้เขียนหนังสือสูตรอาหารอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวรรณกรรมอิตาลี ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่อาหารอิตาเลียน ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย ซึ่งอิตาลีและไทยมีความเหมือนกันในเรื่องของความใส่ใจ และความพิถีพิถันในเรื่องของอาหาร โดยอาหารนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแต่ละชาติ และความหลากหลายแสดงออกถึงความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมเช่นเดียวกัน 

อีกปัจจัยสำคัญหนึ่ง คือการคำนึงถึงเรื่องของสุขภาพ ซึ่งอาหารเมดิเตอร์เรเนียน นับว่าเป็นต้นแบบของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มีความสมดุล จะเห็นได้จากการที่องค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ได้อนุรักษ์อาหารเมดิเตอร์เรเนียนให้อยู่ในบัญชีมรดกโลกทางวัฒนธรรมยาวนานถึง 10 ปี นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งของการจัดงาน ยังต้องการที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการอิตาลี และผลิตภัณฑ์ที่เป็นของอิตาลีอย่างแท้จริง เนื่องจากปัจจุบันมีสินค้าไม่น้อยที่อ้างว่ามาจากอิตาลี ด้วยการติดธงชาติอิตาลีบนตัวสินค้า ซึ่งนั่นนับว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาในการคุ้มครองผู้บริโภค และเรามองว่าผลิตภัณฑ์จากอิตาลีเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และคือความจริงใจที่เรามอบให้แก่กลุ่มผู้บริโภคทั่วโลกอีกด้วย”

งาน The 5th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียนครั้งที่ 5 เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ประจำปี โดยงานนี้มีการจัดขึ้นพร้อมกันกว่า 110 ประเทศทั่วโลก โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม Piazza Delizioso สำหรับประเทศไทยได้เนรมิตพื้นที่ของศูนย์การค้า ดิเอ็มควอเทียร์ ให้กลายเป็นจัตุรัสแห่งความอร่อย เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ พร้อมลิ้มลองอาหารเลิศรส และวัตถุดิบชั้นดีจากอิตาลี ซึ่งมีความพิถีพิถันในการปรุงอาหารจากวัตถุดิบธรรมชาติให้กลายเป็นอาหารจานพิเศษ รสชาติละมุน อร่อยถูกปากคนทั่วโลก ทำให้อิตาลีกลายเป็นประเทศที่สุขภาพดีที่สุดในโลก

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการค้า ผู้ประกอบการร้านอาหารอิตาเลียนในประเทศไทยรวมทั้งสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมจากประเทศอิตาลี โดยภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนพลาซ่า โซนตลาดสด และโซน Town Square ที่รวบรวมอาหารจากหลากหลายร้านอาหาร อิตาเลียนชั้นนำและวัตถุดิบชั้นเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศการแสดงดนตรีสด และวัฒนธรรมในแบบฉบับของชาวอิตาเลียน เพื่อให้ได้สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอิตาลีอย่างแท้จริง

โดยในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารอิตาลีในไทยชื่อดังมากมาย อาทิ Nonna Nella by Lenzi (นอนนา เนลลา บาย เลนซี) PEPPINA (เพ็พพิน่า) APPIA (แอปเปีย) Favola at Le Meridien Suvarnabhumi (ฟาโวล่า แอท เลอ เมริเดีย สุวรรณภูมิ) Paolo’ Deli (เปาโล เดลี) Sole Mio (โซเล มิโอ) Duo Cucina (ดูโอคูซิน่า) และ Opus Wine Bar and Restaurant (โอปุส ไวน์บาร์ แอนด์ เรสเตอร์รองค์) เป็นต้น พร้อมนำเมนูสุดพิเศษอาทิ พิซซ่า และพาสต้า สไตล์อิตาลีแท้ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป ไส้กรอก พรีเมียมโคลด์ คัท เห็ดทรัฟเฟิล และชีสนานาชนิด และยังรวมไปถึงเมนูเครื่องดื่มและของหวาน กาแฟอิตาเลียน และอิตาเลียนเจลาโต้ ที่ผ่านการรังสรรค์และปรุงอย่างพิถีพิถัน จากเชฟชื่อดัง ในสไตล์อิตาเลียนมาให้ได้ลิ้มลองภายในงาน

สำหรับอาหารอิตาเลียนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย รวมทั้งเป็นที่แพร่หลายในเกือบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศอิตาลียังนับว่าเป็นประเทศในฝันของหลายคนที่ติดอยู่ในท็อปลิสต์ที่ต้องไปเยือน โดยเฉพาะเป็นจุดมุ่งหมายหลักของเหล่าฟู้ดดี้หรือเหล่านักชิม งาน The 5th Italian Cuisine Week สัปดาห์อาหารอิตาเลียน ครั้งที่ 5 ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทย จึงนับว่าเป็นงานที่รวบรวมความอร่อยในรสชาติต้นตำรับตามแบบฉบับอิตาเลียนแท้ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนชาติใดในโลกมาไว้ในงานเดียว พร้อมให้บรรดาอิตาเลียนเลิฟเวอร์ และคนไทยที่ชอบการรับประทานได้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งอาหารอิตาเลียนแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงอิตาลี

ฉลองช่วงเวลาแห่งการขอบคุณ ซิซซ์เล่อร์เปิดตัวเมนู “Thanksgiving ขอบคุณที่มีกัน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ฉลองช่วงเวลาแห่งการขอบคุณ ซิซซ์เล่อร์เปิดตัวเมนู “Thanksgiving ขอบคุณที่มีกัน” – โพสต์ทูเดย์ กิน-เที่ยว (posttoday.com)

วันที่ 24 พ.ย. 2563 เวลา 13:02 น.ฉลองช่วงเวลาแห่งการขอบคุณ ซิซซ์เล่อร์เปิดตัวเมนู "Thanksgiving ขอบคุณที่มีกัน"ลองเมนูใหม่จากซิซซ์เล่อร์ ฉลองช่วงเวลาแห่งการขอบคุณด้วย 2 เมนูพิเศษ “Thanksgiving ขอบคุณที่มีกัน” เอาใจคนชอบไก่และเนื้อ

หนึ่งในร้านที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี “ซิซซ์เล่อร์”  ร้านอาหารประเภทสเต๊ก ซีฟู้ด และสลัด สไตล์ตะวันตกที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก เปิดตัว “Thanksgiving ขอบคุณที่มีกัน” ครั้งแรกกับเมนูพิเศษจากซิซซ์เล่อร์เพื่อร่วมฉลองเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าไปพร้อมกับคนทั่วโลก มาพร้อมกับ 2 เมนูพิเศษที่จะมาชวนสร้างความอบอุ่นกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา

เริ่มที่ เมนูไก่กงฟี และไก่สอดไส้ชีส เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิลและซอสทรัฟเฟิล ตามด้วยเมนูสเต๊กเนื้อริบอาย หรือสเต๊กเนื้อนิวยอร์ก เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิลและซอสพริกไทยดำ ทานคู่กับสลัดบาร์จานโปรดแบบไม่อั้น ทั้งนี้ สองเมนูพิเศษดังกล่าว จะขายที่ซิซซ์เล่อร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2563

นางนงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด ใน เครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหาร ภายใต้แบรนด์ ซิซซ์เล่อร์ กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่ซิซซ์เล่อร์ของไทย กับการหยิบยกเอาเทศกาลสำคัญของอเมริกา อย่าง เทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งในอเมริกาเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่สี่เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นการเฉลิมฉลองรำลึกขอบคุณพระผู้เป็นเจ้า ที่ช่วยเหลือเหล่าผู้อพยพที่มาตั้งรกรากในอเมริกาให้รอดชีวิตมาได้เมื่อกว่าหลายร้อยปีก่อน มารังสรรค์เมนูพิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเมนูเอกลักษณ์ที่เป็นอาหารประจำเทศกาลอย่าง ไก่งวงอบ และ มันเทศอบ จึงเกิดเป็นสองเมนูพิเศษอย่าง

เมนูไก่กงฟี และไก่สอดไส้ชีส เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิล และซอสทรัฟเฟิล (Chicken Confit & Roasted Cheese Roll Chicken) อร่อยฟินไปกับ สเต๊กไก่กงฟี กรอบนอก นุ่มใน และไก่เนื้อนุ่มสอดไส้ชีสเยิ้ม ๆ เสิร์ฟคู่มันบดทรัฟเฟิล และ ซอสทรัฟเฟิล เติมความอร่อยแบบเข้มข้นอย่างลงตัว เหมาะสำหรับการสั่งมาทานเป็นคู่ ในราคา 759 บาท

เมนูสเต๊กเนื้อริบอาย หรือ สเต๊กเนื้อนิวยอร์ค เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิล และซอสพริกไทยดำ (Ribeye Steak with Truffle Mashed Potatoes) สเต๊กเนื้อริบอาย หรือ สเต๊กเนื้อนิวยอร์ค ร้อน ๆ นำเข้าจากออสเตรเลีย ชิ้นหนานุ่มเต็มคำ พร้อมมันบดทรัฟเฟิลหอมนุ่ม และซอสพริกไทยดำเข้มข้น ในราคา 699 บาท

นอกจากนี้ อีกหนึ่งความสำคัญของเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าที่ซิซซ์เล่อร์ต้องการนำเสนอคือ การแสดงออกถึงความซาบซึ้งและขอบคุณคนใกล้ชิดรอบตัว ทำให้โปรโมชัน “Thanksgiving ขอบคุณที่มีกัน” เป็นโอกาสที่ดีสำหรับไม่เพียงแต่คนที่นับถือศาสนาคริสต์ แต่เหล่าลูกค้าซิซซ์เล่อร์ทุกท่านก็สามารถมาร่วมเฉลิมฉลองและขอบคุณ ทั้ง คนสำคัญ เพื่อน ครอบครัว หรือคนใกล้ตัวได้เช่นกัน ทั้งนี้ “Thanksgiving ขอบคุณที่มีกัน” จะพร้อมให้เหล่าลูกค้าซิซซ์เล่อร์พาคนสำคัญมาร่วมเฉลิมฉลองอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน – 7 ธันวาคม 2563 ทุกสาขาทั่วประเทศ นางนงชนก กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 02-365-6934 เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/SizzlerThai หรือ www.sizzler.co.th