ต้องทำให้อร่อย จนกว่าจะดี ที่มาของร้าน “อร่อยดี” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635197

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 10:12 น.ต้องทำให้อร่อย จนกว่าจะดี ที่มาของร้าน “อร่อยดี”เจาะลึกที่มาต้นกำเนิดแบรนด์ร้านอาหารไทยจานด่วนในเครือ CRG “อร่อยดี” ทำให้ “อร่อย” จนกว่าจะ “ดี” เพื่อ “รสชาติคุ้น อิ่มครบ จบทุกมื้อ”

  • “อร่อย” เป็นคำวิเศษณ์ ใช้อธิบายความมีรสดี ถูกปาก ใช้กับของกิน ฉะนั้นที่ผ่านมาเราจึงคุ้นหูกับคำว่า “อร่อยดี”
  • ชีวิตประจำวันอยากทานอะไรง่ายๆ ที่อร่อย สะอาด รสชาติมาตรฐาน ราคาจับต้องได้
  • เปิดร้าน “อร่อยดี” ที่สีลม 32 ไม่เรียกสาขาแรก แต่เป็น Pilot store เพื่อทดสอบ ปรากฏได้รับการตอบรับเกินคาด และเติบโตในช่วงโควิด ขยายไปอีกหลายสาขา
  • สิ่งสำคัญและจุดเด่นที่ทำให้ร้านแจ้งเกิด คือความรู้สึกที่ได้ย้อนวันวานกับจานที่คุ้นเคย ตามสโลแกนของร้านอร่อยดีที่ว่า “รสชาติคุ้น อิ่มครบ จบทุกมื้อ”

“อร่อยดี” แบรนด์ร้านอาหารไทยจานด่วนในเครือ Central Restaurants Group (CRG) เปิดตั้งแต่ปี 2562 ด้วยความมุ่งมั่นส่งมอบอาหารไทย รสชาติคุ้น อิ่มครบ จบทุกมื้อ คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ และเปิดในทำเลคนพลุกพล่าน ฯลฯ ปัจจุบันมีสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 20 สาขา

วิสัยทัศน์ คือต้องการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้านเครือข่ายธุรกิจอาหารไทยที่ส่งมอบความสะดวก และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่มนุษยชาติ และพันธกิจการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับชุมชน และสังคม บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ที่ดำเนินกิจการด้านอาหารมา 42 ปี จึงขยายไลน์เปิดร้านอาหารจานด่วนที่ส่งมอบอาหารไทย รสชาติคุ้น อิ่มครบ จบทุกมื้อ ด้วยวัตดุดิบที่มีคุณภาพ ทำเลที่ตั้งสะดวก ภายใต้ชื่อร้านแบรนด์ “อร่อยดี”

โดยตั้งใจให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมความอร่อย ด้วยเมนูตามสั่งหลักๆ ของร้านเอง อาทิ ข้าวผัดกระเพราดั้งเดิม ข้าวผัดพริกแกง ข้าวกระเทียมพริกไทย ฯลฯ เมนูแกงต้ม, เมนูทานเล่น ฯลฯ รวมยี่สิบกว่าเมนู พร้อมเมนูเสริมจากร้านดัง อาทิ โจ๊กกองปราบ,โตเกียว โบวล์ และเจ๊เกียงหมูทอด ข้าวเหนียวนุ่ม ฯลฯ เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ พนักงานออฟฟิศ คนทำธุรกิจส่วนตัว อายุระหว่าง 25–45 ปี ที่ชื่นชอบอาหารไทย รสชาติอร่อย มองหาร้านอยู่ในทำเลที่ตั้งที่สะดวก สามารถเลือกมาเป็นจุดแวะ เติมความอิ่มในเวลารีบเร่งได้ นอกจาก “อิ่มกาย” แล้ว ยังได้ความรู้สึก “อิ่มอกอิ่มใจ” เพราะมานั่งทานที่ร้านแล้ว เหมือนได้ย้อนวันวานกับจานที่คุ้นเคย ตามสโลแกนหลักของร้านอร่อยดีที่มอบให้ “รสชาติคุ้น อิ่มครบ จบทุกมื้อ”

คุณธนพล ธรรพสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิด ขั้นตอนกว่าจะมาเป็นร้าน “อร่อยดี” ขายเมนูอาหารพื้นบ้านตามสั่งง่ายๆ แต่กว่าจะพร้อมเสิร์ฟแต่ละจานนั้นไม่ง่ายเลยว่า

จุดกำเนิดของร้านอร่อยดี?

จากความต้องการพื้นฐานเลย ในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าทุกคนจะต้องเผชิญกับคำถามว่ากินอะไรดี? อย่างเราทำงานทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ออฟฟิศ ประชุมหรือนอกสถานที่ ก็จะพบกับอุปสรรคอย่างหนึ่ง คือในเรื่องการทานอาหารในแต่ละมื้อนั้น เรามักพยายามมองหาร้านอาหารที่ตอบโจทย์ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทานง่ายๆ เข้าถึงง่ายๆ มีเมนูที่เรียบง่าย ทานได้ทุกวัน ที่สำคัญราคาที่จับต้องได้และต้องสะอาดด้วย ซึ่งปัจจุบันนั้นยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่นะ ก็เลยเกิดเป็นไอเดียขึ้นมาว่า ทำไมเราไม่ทำร้านขึ้นมาสักร้านหนึ่ง ให้มันอยู่ตรงกลางระหว่างมาตรฐานความสะอาด มีเมนูที่เรียบง่าย และราคาที่สมเหตุสมผล พอได้ไอเดียเลยคิดกันขึ้นมาและตั้งชื่อแบรนด์ขึ้นมาว่า ”อร่อยดี” ซึ่งคำว่า “อร่อยดี” ก็ฟังดูง่ายๆ ตัวเมนูก็เป็นเมนูง่ายๆ ที่เราทานกันทุกวันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กระเพรา มาม่าผัด แต่ในความง่ายนั้นมีความยากแฝงอยู่นะ คือวัตถุดิบต้องดีได้มาตรฐานความสะอาด ร้านต้องอยู่ในโลเคชั่นที่ดี ลูกค้าสามารถเข้าไปทานได้สะดวกและมีแอร์เย็นๆ และราคาก็ต้องสมเหตุสมผล จับต้องได้สามารถสั่งซื้อได้ทุกวัน

ประสบการณ์บริหารธุรกิจร้านอาหาร?

ตัวผมเองอยู่ในวงการธุรกิจอาหารมาทั้งชีวิต ไม่ว่าจะเป็นระดับ food and beverage ของโรงแรมห้าดาว มาจนถึงร้านสตรีทฟู๊ด รวมถึงประสบการณ์ที่เคยเปิดร้านอาหารของตัวเอง 2 ร้านที่เมือง Bracknell ซึ่งก็ขายดีมาก จากนั้นก็มาเปิดร้านที่ 2 ที่เมือง Croydon ประเทศอังกฤษเป็นร้านอาหารไทยที่มีเมนูง่ายๆ มีแกงเหลือง แกงแดง แกงเขียว ทำอาหารเป็นจานเดียว มีข้าวเปล่า มีแกงหนึ่งถ้วย และก็สตาร์ตเตอร์เป็นหมูสเต๊ะ ปอเปี๊ยะ หรือทอดมันขายจานละ 5 ปอนด์ 20 เรียกว่าผมคลุกคลีในธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหาร ตั้งแต่อยู่ในครัว จนถึงการบริหารการจัดการร้านอาหารตั้งแต่เกิด

ความท้าทายของธุรกิจอาหารคืออะไร?

ด้วยการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารในปัจจุบันที่รุนแรงมากขึ้น มีการนำเสนอโปรดักส์ในรูปแบบใหม่ๆ ผู้ประกอบการมีการผนึกกำลังกันเพื่อพัฒนาช่องทางการขายรูปแบบใหม่ๆ มีการเริ่มต้นเข้ามาสู่ธุรกิจร้านอาหารของกลุ่มคนที่รักและชื่นชอบการทำอาหาร รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป การตอบสนองกับผู้บริโภคบางกลุ่มที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่, กลุ่มผู้รักสุขภาพ รวมถึงผู้บริโภคกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งในประเทศไทยกำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้น ล้วนเป็นความท้าทายที่ผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารทุกรายจำเป็นต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับและตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งในด้านเมนูอาหาร ความคุ้มค่า การบริการ รวมไปถึงการสื่อสารกับลูกค้าด้วย

กว่าจะถึงวันนี้ “อร่อยดี” ผ่านการคิดวิเคราะห์มาหลายตลบ?

ต้องบอกก่อนว่าวิวัฒนาการของอร่อยดีจากวันแรกจนถึงวันนี้มีการเปลี่ยนแปลงเยอะพอสมควร ทั้งรูปแบบร้านที่ปรับมาหลายแบบ เมนูที่ปรับปรุงและพัฒนามาหลายเมนูมาก แต่เรายังคงพยายามยึดครองแวลู 3 ข้อ คือ

1. อาหารเรียบง่าย คือบางครั้งเชฟอาจจะเมนูที่เหมาะกับภัตตาคารมากเกินไป เราก็ต้องปรับ

2. ราคาขาย ราคาต้องสมเหตุสมผล ลูกค้าจะมาทานวันหนึ่งประมาณ 150 บาททุกมื้อก็ไม่ได้เราก็ต้องมีการปรับให้เหมาะสม

3. คือเรื่องของความสะดวกสบาย รูปแบบร้านเราไม่เอาร้านที่หรูหรา แต่จะเป็นบรรยากาศสบายๆ อยู่ในโลเคชั่นที่สะดวก และก็สะอาดตามมาตรฐาน เพื่อที่จะเสิร์ฟลูกค้าได้ทุกๆ วัน

กว่าจะเป็นอร่อยดีในวันนี้ มันผ่านการกลั่นกรองมาเยอะพอสมควร ทั้ง 3 ข้อที่กล่าวไป จนสุดท้ายก็มาลงตัว และเราคิดว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่บาลานซ์ทั้งหมดแล้ว บาลานซ์ในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นตัวบริษัทฯ เอง หรือผู้ลงทุนที่จะมาซื้อแฟรนไชส์เราในอนาคต ต้องมั่นใจได้ว่ามันต้องมีผลกำไร และลูกค้าที่มารับประทานอาหารของเราในแต่ละวันก็ได้รับของดีมีคุณภาพ

เบื้องต้นวางไว้ไหมว่าจะเปิดกี่สาขา?

เราเปิดสาขาแรกที่สีลม 32 แต่เราไม่อยากเรียกว่าสาขาแรก เราเป็นไพลอตพอตแคช (Pilot Podcast ) ในเรื่องของเมนู เรื่องของต้นทุน เรื่องของโพซีเยอร์ (ขบวนการ,วิธีการ) ทุกอย่างในการคุกกิ้ง ซึ่งที่สีลม 32 เราเปิดประมาณเดือนธันวาคม 2018 ปรากฏว่าผลตอบรับดี มีลูกค้ามาใช้บริการเยอะพอสมควร ในปี 2019 ก็เลยเปิดอีกประมาณ 15 สาขา ในปีนี้ 2520 คาดว่าเราจะจบที่ 25 สาขานะครับ

ทำเลที่จะเปิด และกลุ่มเป้าหมายที่มองไว้น่าจะเป็นอย่างไร?

โลเคชั่นสำหรับการลงทุน หรือความเหมาะสมที่จะเปิดร้านอร่อยดี ผมอยากให้มองร้านสะดวกซื้อเป็นหลัก เพราะของเราเป็นร้านสะดวกกิน เมนูเรากินง่าย ราคาจับต้องได้ เราจึงสามารถไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นคอนโด แหล่งที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล หรือตรอก ซอก ซอย 

ความพิเศษของเมนู ยกตัวอย่าง กระเพราที่นี่แตกต่างจากที่อื่นตรงไหน?

1. สูตรอาหารมาจากแม่ครัวระดับตำนานที่ทำร้านอาหารไทยต้นตำรับมาเป็นคนทำสูตรให้

2. วัตถุดิบที่เราใช้เป็นวัตถุดิบอย่างดี จากซัพพลายเออร์ที่เป็นมาตรฐาน

3. ในเรื่องรสชาติ เราทำการสำรวจจากรสชาติที่คนไทยชอบ และมีระดับความจัดจ้านให้เลือกไม่ว่าจะเป็นเผ็ดน้อย เผ็ดกลาง เผ็ดมาก

ปัจจุบันทางร้านมี เมนูตามสั่ง 15 รายการ เมนูแกงต้ม 3 รายการ และเมนูทานเล่นอีก 7 รายการ ที่เป็นหลักๆ ของร้าน นอกจากนั้นยังมีเมนูเสริมของร้านดังที่เป็นพันธมิตรอีกด้วย อาทิ เจ๊เกียง โจ๊กกองปราบ

ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่?

ถ้าเป็นกระเพราหรือเมนูของอร่อยดีจะเริ่มต้นที่ 70 บาท แต่ถ้าเป็นเมนูโจ๊ก อย่างโจ๊กหมูเจ๊เกียง (กองปราบ) จะเริ่มต้นที่ 45 บาท ผมว่าลูกค้าบางประเภทที่สนใจเรื่องราคา ลูกค้าบางคนที่สนใจเรื่องวาไรตี้ของอาหาร คือเราขายผัดกระเพรายืนพื้น แต่เราก็ต้องมีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ เสริมเข้ามา เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้าได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง

ที่ผ่านมาช่วงโควิด แทบไม่มีผลกระทบ ยอดขายไม่ตกเลย เพราะว่าช่วงที่เคอร์ฟิว ห้ามประชาชนออกจากบ้าน ปรากฏร้านอร่อยดีตอบโจทย์ผู้บริโภคมากๆ เพราะเขาสามารถสั่งทานที่บ้านได้ทีเดียว 3 มื้อ มื้อหนึ่งอยู่ที่ประมาณร้อยกว่าบาท 3 มื้อก็ 500 กว่าบาท ทานกันได้ 2 คน

ท้ายสุด ถามว่าถ้าแทนตัวเองเป็นผู้บริโภคจะเลือกเข้าร้านนี้เพราะเหตุผลอะไร?

1.ต้องอร่อย

2. วัตถุดิบและกระบวนการปรุงอาหารถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานร้านอาหาร

3. ความสะอาด

และนี่คือ 3 สิ่งที่เราตอบโจทย์และยึดปฏิบัติ เพื่อเสิร์ฟความอร่อยให้อิ่มครบจบทุกมื้อได้ที่ “อร่อยดี”

4 สาวเซเลบริตี้เผยไลฟ์สไตล์การช้อปสุดตื่นเต้นที่ “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี” ครบครันเหมือนช้อปเซ็นทรัลที่กรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/635194

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 09:10 น.4 สาวเซเลบริตี้เผยไลฟ์สไตล์การช้อปสุดตื่นเต้นที่ “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี” ครบครันเหมือนช้อปเซ็นทรัลที่กรุงเทพฯห้างเซ็นทรัล อุดรธานี ห้างใหม่ในภาคอีสาน ปักหมุดช้อปปิ้งบนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. พบสินค้าคุณภาพทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์อินเตอร์กว่า 1,000 แบรนด์ ครั้งแรกของการยกต้นแบบห้างออมนิชาแนล เพื่อมอบความสะดวกสบายให้ชาวอุดร เสมือนยกห้างเซ็นทรัลที่กรุงเทพฯ ไปไว้ที่จังหวัดอุดรธานี

เปิดใหม่ไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับ “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี” เซ็นทรัลสาขาที่ 2 ในภาคอีสาน (สาขาแรก จ.นครราชสีมา) และสาขาที่ 24 ในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ถนนประจักษ์ศิลปาคม ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี มีพื้นที่ใช้สอย 3 ชั้น นำสินค้าแบรนด์ดังทั้งแบรนด์ไทยและอินเตอร์ จำนวนกว่า 1,000 แบรนด์มาให้ช้อป เสมือนยกห้างเซ็นทรัลที่กรุงเทพฯ ไปไว้ที่จังหวัดอุดรธานี อาทิ

  • BEAUTY GALERIE ครบครันด้วยแบรนด์ความงามระดับไฮเอนด์ชั้นนำทั้งของไทย และของโลก อาทิ CHANEL เครื่องสำอางค์แบรนด์ดังระดับโลก (พร้อมบริการเดือน พ.ย.63), KIS BEAUTY STORE มัลติแบรนด์ บิวตี้ สโตร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Ultimate Beauty Destination (ดิ อัลติเมต บิวตี้ เดสทิเนชั่น) รวมแบรนด์กว่า 300 แบรนด์ รวมถึง Dyson Beauty Shop พร้อมเปิดบริการด้วย
  • WOMEN’S FASHION พร้อมอัปเดตเทรนด์สินค้าแบรนด์ใหม่ที่เป็น Exclusive Brands เฉพาะห้างเซ็นทรัล อาทิ DOROTHY PERKINS, MISS SELFRIDGE, DEFRY 01 และ MARKS &SPENCER (เปิดบริการประมาณเดือน พ.ย.63) แบรนด์สัญชาติอังกฤษที่ครองใจเหล่าแฟชั่นนิสต้ากว่า 125 ปี โดดเด่นด้วยสไตล์แบบอังกฤษแท้ๆ คุ้มราคาด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง
  • WOMEN’S ACCESSORIES, SHOES & HANDBAGS ครบครันทุกไอเทม แม็ชได้ทุกสไตล์ สวมใส่ได้ทุกโอกาส อาทิ NINE WEST, STEVE MADDEN และยังมี Exclusive brands อาทิ ECLIPSE, PRETTYFIT, PAZZION, LUNA แผนก UNISEX, MEN & YOUNG FASHION โซนรวมไอเทมแฟชั่นไฮสตรีทแบรนด์ชื่อดัง อาทิ MLB, UNDER ARMOUR, PUMA และยังมีโซนสนีกเกอร์รุ่นฮิต รวมถึงแก็ดเจทและไอเทมใหม่ๆที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
  • BABY & KIDS โลกแห่งจินตนาการของเด็กๆ เสริมทักษะการเรียนรู้ มีแบรนด์ Exclusive อาทิ SMIGGLE แบรนด์ระดับโลกจากประเทศออสเตรเลีย มีจำหน่ายในประเทศไทยที่ห้างเซ็นทรัลเท่านั้น และกองทัพสินค้าสุดคิ้วต์จาก SANRIO ยังมีของใช้เด็กอ่อนแบรนด์ชั้นนำ อาทิ COMBI
  • HOME สร้างบรรยากาศเป็น Room Concept และมีบริการพิเศษ Pillow testing Room ห้องลองหมอน เพื่อให้ลูกค้าสามารถทดลองใช้หมอนได้เสมือนจริงก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์ไฮไลท์ เช่น IROBOT, NESPRESSO, TEFAL, LESASHA เป็นต้น

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล เล่าว่า ห้างเซ็นทรัล มีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าคนสำคัญให้ได้รับความประทับใจสูงสุดที่มาห้างเซ็นทรัล จากประสบการณ์ในการบริหารค้าปลีกมายาวนาน ทำให้เราเล็งเห็นศักยภาพของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ เป็นศูนย์กลางการคมนาคม และการท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และยังเชื่อมต่อไปยัง นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว จึงเปิดบริการ ‘ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี’ เฟสแรก 1 ต.ค. 63 ซึ่งนับเป็นห้างเซ็นทรัล สาขาที่ 24 ในประเทศไทย พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการช้อปปิ้ง บนพื้นที่กว่า 20,000 ตร.ม. แลนด์มาร์กใหม่ของนักช้อปภาคอีสาน ยกทัพสินค้ากว่า 1,000 แบรนด์ ทั้งแบรนด์ไทย และแบรนด์อินเตอร์ ครบครันทั้งสินค้าและบริการ เสมือนยกห้างเซ็นทรัลที่กรุงเทพฯ ไปไว้ที่ จังหวัดอุดรธานี พร้อมมอบความสะดวกสบายให้ลูกค้าช้อปปิ้ง ทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ ผ่านบริการ “Central Anytime Anywhere” ช้อปสะดวก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นับเป็นต้นแบบห้างออมนิชาแนลได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อเติมสีสันการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้ง และเชื่อมั่นว่า ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี จะเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั้งในจังหวัดอุดรธานี จังหวัดใกล้เคียง ตลอดจนนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน ให้ได้มาจับจ่ายใช้สอยสินค้าคุณภาพ มาตรฐานเดียวกันกับห้างเซ็นทรัลสาขาในกรุงเทพฯ พร้อมบริการที่ครบครัน เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มวัยได้มาใช้ชีวิต และรับความพึงพอใจสูงสุดเสมือนบ้านเป็นหลังที่ 2

นอกจากนี้ ยังนับเป็นครั้งแรกของชาวอุดรธานี ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ช้อปปิ้งอย่างไร้รอยต่อ ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ คือหน้าร้าน และ “Central Anytime Anywhere” บริการช้อปสะดวก ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เสมือนมีห้างเซ็นทรัลไปกับคุณทุกที่ทุกเวลา ได้แก่ 

  1. ช้อปผ่านเว็บไซต์ www.central.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง
  2. Central Chat & Shop : ช้อปผ่านแชตบอกผู้ช่วยส่วนตัวที่ไลน์ @centralofficial
  3. Central Call & Shop : โทรช้อปผ่าน เบอร์ 1425 โทรปุ๊บ สั่งปั๊บ รับของทันใจ
  4. ช้อปผ่านกล่องข้อความของเฟซบุ๊กแฟนเพจ CentralDepartmentStore และยังสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีในช่วง Facebook Live 

โอกาสนี้ “ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี” ได้เชิญเหล่าเซเลบริตี้ ซึ่งมีธุรกิจและคุ้นเคยกับจังหวัดอุดรธานี อาทิ ลาลีวรรณ โกมลสุทธิ์, ทิตา ปทุมเทวาภิบาล, พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์, กมลพร วงศ์รักมิตร ร่วมบอกเล่าถึงเสน่ห์ของจังหวัดอุดรธานี พร้อมเผยไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้ง และความตื่นเต้นกับจุดหมายปลายทางการช้อปปิ้งแห่งใหม่ ที่มาสร้างสีสันการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอุดธานี

เริ่มที่ ขวัญ-ลาลีวรรณ โกมลสุทธิ์ เล่าว่า “จังหวัดอุดรธานี เป็นอีกจังหวัดที่มีความเจริญ และทันสมัยมาก มีเสน่ห์ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว อาหารพื้นเมืองอร่อยๆ และยังมีคาเฟ่เก๋ๆ หลายแห่งเหมือนกรุงเทพฯ เลยค่ะ และด้วยธุรกิจของขวัญทำกระเป๋าแบรนด์ BEACHDAZE BAG ซึ่งสานจากผักตบชวา มีการตอบรับค่อนข้างดีมากๆ ทำให้มีโอกาสเดินทางมาจังหวัดอุดรธานี เพื่อดูตลาด ดูสิ่งทอต่างๆ อยู่เรื่อยๆ เพราะตั้งใจอยากมีส่วนอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน เมื่อวัยรุ่นเลือกใช้กระเป๋าของเรา จะได้ชื่นชมและเห็นคุณค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไทย” ขวัญ ลาลีวรรณ กล่าวด้วยว่า “รู้สึกดีใจกับชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ที่จะได้มาช้อปที่ห้างเซ็นทรัล ปกติขวัญจะชอบเดินห้าง มากกว่าช้อปออนไลน์ เพราะการเดินเลือกสินค้าเราอาจจะได้ของมากกว่าหนึ่งอย่าง แต่ด้วยความที่แต่ละวันมีงานค่อนข้างเยอะ หรือเวลาที่รถติดมากและมาที่ห้างไม่ได้ การช้อปออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยคลายเครียดได้ (หัวเราะ) ที่สำคัญขวัญจะดูเรื่องโปรโมชั่นด้วย ว่าช้อปที่ห้าง กับช้อปออนไลน์ อันไหนข้อเสนอดีกว่า เพราะยุคนี้ ต้องฉลาดช้อปค่ะ”

ด้าน ทราย-ทิตา ปทุมเทวาภิบาล ความที่ธุรกิจของครอบครัว Chana Handmade เกี่ยวข้องกับผ้าไทย จึงจำเป็นต้องเดินทางไปทุกภาคโดยเฉพาะภาคอีสาน “ทุกครั้งที่เดินทางมักจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ มาต่อยอดให้กับผลิตภัณฑ์เสมอ ซึ่งจำเป็นต้องศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนแต่ละท้องถิ่น ทรายชอบความเป็นท้องถิ่น ซึ่งแต่ละภาคก็จะโดดเด่นต่างกัน ทั้งอาหารการกิน เครื่องแต่งกายมีเอกลักษณ์ และต้องยอมรับว่าภาคอีสานมีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะจังหวัดอุดรธานี แข็งแรงทั้งจำนวนประชากร และมีภูมิศาสตร์ที่ดีมาก ทรายจึงไปเปิดตลาดที่นั่น ยิ่งพอรู้ว่าห้างเซ็นทรัล มาเปิดสาขาด้วย ยิ่งดีใจ เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดให้คึกคักยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวก็สามารถข้ามมาจับจ่ายในบ้านเราได้” ทราย ทิตา เผยถึงไลฟ์สไตล์การช้อปด้วยว่า “เวลาไปต่างจังหวัด จะชอบเดินสำรวจตลาดเอง แม้ทุกวันนี้ตลาดออนไลน์จะโตมาก แต่ส่วนตัวจะชอบเดินห้าง เพราะเราจะได้เห็นสินค้า ได้เห็นอะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้างที่อยู่ต่างจังหวัดเดินสนุกค่ะ”

ขณะที่ เพิร์ล-พิมพ์ญาดา วิไลลักษณ์ ซึ่งเคยทำงานประชาสัมพันธ์ที่ต่างประเทศให้กับ แบรนด์แฟชั่นชื่อดังหลายแบรนด์ และประสานกับซูเปอร์สตาร์หลายคน แต่เหตุเพราะโควิด-19 (COVID-19) ทำให้ต้องบินกลับมาช่วยธุรกิจโรงแรม และธุรกิจไวน์นำเข้าของครอบครัว เมื่อถามถึงไลฟ์สไตล์การ ช้อปปิ้ง เธอเผยว่า “ความที่ทำงานสายแฟชั่นมาโดยตลอด เพิร์ลมองว่าการช้อปออนไลน์สนุกและสะดวกกว่า แต่ไลฟ์สไตล์ของคนไทยส่วนใหญ่ยังชอบเดินห้างมากกว่า ส่วนตัวถ้าอยากได้อะไรจะช้อปออนไลน์ ตอนอยู่ที่สหรัฐฯ ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ไฮเอนด์ก็ช้อปออนไลน์ และเราสามารถลองที่บ้านก่อนได้ การเดินห้างของเพิร์ลจะแค่อัปเดตเทรนด์ พอกลับมาอยู่เมืองไทย ความที่พี่เลี้ยงเพิร์ลเป็นคนจังหวัดอุดรธานี จึงมักทำอาหารอีสานให้ครอบครัวเรารับประทานบ่อยๆ ทุกคนชอบมาก ยิ่งตอนสมัยเรียน ปิดเทอมทีไรครอบครัวเราก็ชอบไปเที่ยวอุดรธานี ถือเป็นจังหวัดที่ผู้คนน่ารักสัมผัสได้ถึงความจริงใจ และความมีน้ำใจ และรู้สึกดีใจมากๆ ที่ห้างเซ็นทรัล มาเปิดที่อุดรธานี คนในจังหวัด และจังหวัดใกล้เคียงได้สนุกกับการช้อปปิ้ง มีอะไรแปลกใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจ เหมือนเดินห้างที่กรุงเทพค่ะ”

ปิดท้ายที่ หมิว-กมลพร วงศ์รักมิตร ความที่เติบโตมาพร้อมกับธุรกิจขนส่งเอกชน “นครชัยแอร์” ของครอบครัวที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน ทำให้คุ้นเคยกับผู้คน และเส้นทางในหลายจังหวัด ได้เห็นความเจริญทั้งด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ แทบจะเทียบเท่ากับกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเมืองใหญ่อีสานตอนบน อย่างจังหวัดอุดรธานี ถือเป็นทำเลทอง รู้สึกดีใจกับชาวอุดรฯ และจังหวัดใกล้เคียงที่ห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลไปเปิด เชื่อว่าหลายคนรอคอยมานาน” หมิว กมลพร เล่าต่อไปว่า โดยส่วนตัวชอบไปอัปเดตเครื่องสำอาง ที่ห้างเซ็นทรัล “จริงๆ ก็สามารถสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ได้นะคะ แต่ถ้าว่างและเลือกได้ หมิวชอบมาเดินห้างมากกว่า เพราะได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้เทสต์สี ได้ลองเนื้อครีม จะได้รู้ว่าตัวไหนเหมาะกับสภาพผิวของเรา อีกอย่างที่ชอบ คือ โปรโมชั่นดีมากๆ ช้อปเพลินไปเลยค่ะ”

นั่นคือ คำบอกเล่าของเหล่าเซเลบริตี้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของจังหวัดอุดรธานี จนอดใจไม่ไหวที่จะไปเยือนเมืองสำคัญของอีสานตอนบน ที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกฤดูกาล ขณะที่ ห้างเซ็นทรัล อุดรธานี ก็พร้อมจะเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของทุกคนเช่นกัน โดยจะจัดกิจกรรมฉลองเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง อาทิ ร่วมสนุกที่บูธเกมบริเวณถุงช้อปปิ้งยักษ์ รับฟรี! คูปองส่วนลดแทนเงินสดสูงสุด 100 บาท (วันที่ 10-13 ต.ค. 63 ), ขบวนทรูป Promotion ที่จะช่วยสร้างสีสันในการช้อปปิ้งให้ลูกค้า คอยมอบความสนุกสุดคึกคักในแต่ละชั้นได้อย่างเพลิดเพลิน ตลอดจนความสนุกอื่นๆ อีกมากมาย

How to ช้อปอย่างไรให้คุ้มแบบ 10 เต็ม 10 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/634788

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 10:15 น.How to ช้อปอย่างไรให้คุ้มแบบ 10 เต็ม 1010 ทริคสุดปัง! ช้อปอย่างไรให้คุ้มแบบ 10 เต็ม 10 กับ Central Retail 10.10 Double Mega Sale

นับเวลาถอยหลังเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลที่ทุกคนรอคอย ใกล้สิ้นปีแบบนี้หลายแบรนด์ก็เริ่มทยอยปล่อยโปรโมชั่นเด็ดๆ มามัดใจขาช้อป ให้ได้ช้อปแบบกระหน่ำส่งท้ายปี แถมตอนนี้ยังง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยช่องทางการช้อปทั้งหน้าร้านและหน้าเว็บ โปรฯ เด็ดขนาดนี้กลัวจะช้อปเพลินเกินห้ามใจกันซะก่อน วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับดีๆ จาก เซ็นทรัล รีเทล ที่แชร์ 10 เทคนิคสำหรับขาช้อปให้ได้ซื้อสินค้าที่ชอบ ในราคาที่ใช่ แถมยังมีเงินเหลือไว้เอาไปปาร์ตี้ปีใหม่ได้อีกด้วย ไปดูกันเลยว่ามีเทคนิคอะไรบ้าง

1.ตั้งสติก่อนสตาร์ท แพลนการช้อปให้ดี เพราะเราต้องมีสติตลอดเวลา ใช่ว่าสินค้าราคาถูกจะ ตอบโจทย์และเหมาะกับเราเสมอไป หากซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็จะเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

2.อัพเดตเทรนด์ก่อนพุ่งตัวไปซื้อ เช็กให้ชัวร์คอลเลคชั่นวินเทอร์นี้อะไรเด็ด อะไรปัง แพนโทนสีฮิตต้องมา หาข้อมูลให้ดีก่อนไปซื้อ ถ้ามั่นใจแล้วก็ไปช้อปได้เลยที่หน้าร้าน หรือหน้าเว็บ รับรองงานนี้ไม่มีตกเทรนด์

3.จัดหนัก จัดเต็ม เน้นช้อปช่วงโปรโมชั่น อย่าปล่อยให้คลาดสายตา โปรโมชั่นปังๆ จากแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะผ่านทาง Display ในห้างสรรพสินค้า เว็บไซต์ และสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ จับตามองวันที่มีโปรโมชั่นเด็ดๆ ของแต่ละเดือนให้ดี เช่น 10.10, 11.11, และ 12.12 ล่าสุด เช็นทรัล รีเทล ส่งแคมเปญ Central Retail 10.10 Double Mega Sale (เซ็นทรัล รีเทล 10.10 ดับเบิ้ล เมกา เซลล์) มอบส่วนลดสูงสุดถึง 90% ทั้งหน้าร้านและหน้าเว็บ ขาช้อปเตรียมตัวให้พร้อม มาเจอกันได้ตั้งแต่วันนี้-11 ต.ค.นี้

4.ยุคนี้บริการต้องเป๊ะ ยุคที่เราเลือกช้อปกันได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านหรือหน้าเว็บ นอกจากโปรโมชั่นสุดคุ้มแล้ว ไม่ควรมองข้ามบริการก่อนและหลังการขาย เช่น เลือกช้อปร้านที่ให้ลองก่อนตัดสินใจซื้อ หรือหากไม่ถูกใจสามารถเปลี่ยน-คืนสินค้าได้ฟรี อย่างที่เซ็นทรัล รีเทล เค้าก็มีบริการรับคืนสินค้าฟรีที่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต เพาเวอร์บาย ซีเอ็มจี บีทูเอส ไทวัสดุ บ้านแอนด์บียอนด์ มากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศเลยนะ

5. ปังสุดๆ กับ Membership ที่โดนใจ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ แค่บัตรสมาชิกไม่พอแล้ว ยุคนี้เค้าต้องมี Loyalty Platform ที่ให้โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษที่ตรงใจ ถ้าขาช้อปไม่อยากพลาดสิทธิประโยชน์ดี ๆ เราขอแนะนำให้สมัครเป็นสมาชิกของแอป The 1 (เดอะวัน) แอปเดียวเอาอยู่ ทั้งในการสะสมคะแนน แลกคะแนน เพื่อใช้เป็นส่วนลด on top สำหรับร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น The 1 ได้ที่ App Store และ Google Play หรือคลิก https://app-download.onelink.me/oxGp/d1e8d876

6.สะสมมาก ยิ่งลดมาก พร้อมให้แลกคะแนนอีกเพียบ สมัครเข้าเป็น Membership เลย เพราะทุกครั้งที่ใช้จ่าย สมาชิกจะได้รับคะแนนสะสมแต้ม โดยสามารถนำคะแนนที่สะสมไว้ไปแลกซื้อหรือนำไปเป็นส่วนลดสำหรับการซื้อสินค้าได้ ซึ่งในแคมเปญ Central Retail 10.10 Double Mega Sale จัดให้พิเศษสุดกับ สมาชิก The 1 แลกคะแนนเพียง 100 คะแนน ใช้เป็นส่วนลด 100 บาท (แลกคะแนนผ่าน The 1 Application ตั้งแต่วันที่ 8-10 ตุลาคม ส่วนลดใช้ได้เฉพาะวันที่ 10 ตุลาคมนี้เท่านั้น) ขาช้อปต้องรีบไปตำ! 

7.ช้อปไม่มีสะดุดทุกช่องทาง จากหน้าร้านถึงหน้าบ้าน แม้จะเป็นขาช้อปที่ไม่สะดวกออกจากบ้าน หรือมีเวลาจำกัด ก็สามารถเลือกซื้อสินค้าได้สบายมากขึ้น ด้วยช่องทางการช้อปหลากหลายช่องทาง อย่างในแคมเปญ Central Retail 10.10 Double Mega Sale นี้ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น, บริการ Chat & Shop, Call & Shop ซึ่งสามารถเลือกวิธีรับสินค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งฟรีให้ถึงที่บ้าน (Free Delivery) และบริการ Click & Collect เพียงแค่คลิ๊กจากหน้าเว็บก็สามารถมารับสินค้าได้ที่หน้าร้าน สะดวก รวดเร็ว แถมยังได้คูปองส่วนลด x2 ให้ไปช้อปกันต่อแบบดับเบิ้ลๆ อีกจ้า

8.เช็กราคาให้ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม! หมั่นเดินรีวิวสินค้าตาม Window shopping ที่ร้านค้าในห้างสรรพสินค้าหรือเช็คราคาจากทางเว็บไซต์อยู่เสมอ เพื่อให้ได้สินค้าราคาโดนใจ แต่ถ้าไม่อยากไปคอยเช็คราคาให้เสียเวลา ก็ต้องมาช้อปในแคมเปญ Central Retail 10.10 Double Mega Sale รับรองว่าจะได้สินค้าลดสูงสุด 90% แน่นอน

9.จะรูดปื๊ดๆ แค่ไหน ส่วนลดก็จุใจ ด้วยการใช้บัตรเครดิตช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่าย ช้อปปิ้งให้มากขึ้น ซึ่งบัตรเครดิตหลาย ๆ ค่าย ปล่อยโปร เด็ดๆมากมาย ให้เราได้ช้อปสินค้าในราคาที่คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถือบัตรเครดิต Central The 1 เมื่อใช้จ่ายครบ 1,010 บาท รับคะแนน The 1 สูงสุด 1,010 คะแนน (ลงทะเบียนรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม) สามารถนำส่วนลดไปใช้แบบคุ้มค่าที่ร้านค้าที่ร่วมรายการในเครือเซ็นทรัล รีเทล

10.ขาช้อปยุคใหม่ ต้องของแบรนด์แท้เท่านั้น อีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยให้ช้อปได้แบบคุ้มๆ คือซื้อสินค้าจากแบรนด์โดยตรง เพราะเราสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าคุณภาพดี รับประกันของแท้แน่นอน ใช้งานได้นานกว่า และคุ้มค่ายิ่งกว่า มาช้อปกับแคมเปญ Central Retail 10.10 Double Mega Sale มั่นใจได้ว่าจะได้สินค้าการันตีคุณภาพของแท้ 100% ทุกรายการแน่นอนจ้า

รู้ 10 ทริคดีๆ แบบนี้แล้ว ขาช้อปทั้งหลายก็อย่าลืมเอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์เวลาไปช้อปปิ้ง รับรองว่าจะช้อปกี่ครั้งก็ยังไหว แต่ถ้าอยากจุใจมากกว่านี้ ก็ต้องมาช้อปกับแคมเปญ Central Retail 10.10 Double Mega Sale ให้ได้ส่วนลดแบบดับเบิ้ล ๆ กับกองทัพสินค้ากว่า 1,000,000 รายการ จาก 1,000 ร้านค้า ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 ตุลาคม 2563 นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.centralretail.com/1010doublemegasale ขาช้อปตัวจริงห้ามพลาด!

การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ฉีกทุกกรอบตำรา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/634695

วันที่ 05 ต.ค. 2563 เวลา 07:57 น.การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ฉีกทุกกรอบตำราการรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ที่ฉีกทุกกรอบตำรา

โดย : ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ความท้าทายด้านการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

โลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นพลวัต ปรับตัวตลอดเวลาเพื่อเข้าสู่สมดุลใหม่ อย่างการระบาดของไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบสูงมากเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การดำเนินธุรกิจ ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภค ห่วงโซ่การผลิตขาดความต่อเนื่อง การดำเนินธุรกิจต้องหยุดชะงัก หลายธุรกิจต้องล่มสลาย การปรับตัวเกิดในทุกภาคส่วนของธุรกิจเพื่อความอยู่รอด ไม่มียกเว้น ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รุนแรง ไม่ทันตั้งตัว จนเกิดเป็นภาวะปกติใหม่ที่ไม่อาจกลับสู่สภาพเดิมได้ และการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีก และเชื่อว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ประเด็นนั้นอยู่ที่ว่าเราจะพัฒนาศักยภาพมนุษย์ให้สามารถรับมือกับความท้าทายใหม่ที่กำลังจะมานั้นได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือ เราต้องมีความรู้ มีปัญญา มีกระบวนการเรียนรู้ สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

แล้วปัญหาด้านการเรียนรู้ในปัจจุบันคืออะไร

ระบบการศึกษาและกระบวนการหาความรู้ในปัจจุบัน เรายังเน้นที่การท่องจำ ชอบทางลัด ให้ความสำคัญแต่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง ไม่มีการตั้งเป้าหมาย หรือมีแต่ก็ไม่ชัด การจัดการจึงคลุมเครือและไม่ไปในแนวเดียวกัน ขาดกระบวนการคิดเชิงระบบ จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนได้ ขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงไม่สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างที่แปลกใหม่ นั่นเป็นเพราะกระบวนการเรียนรู้ถูกตีกรอบอยู่ในบริบทเฉพาะตามรายวิชาด้วยมุมมองอย่างแยกส่วน เช่น เคมี ฟิสิกส์ ชีวะ คณิศาสตร์ สังคม ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วรรณคดี และอื่นๆ แต่เราไม่สามารถบูรณาการวิชาเหล่านี้เพื่อเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่เหนือกว่าเดิม กล่าวโดยรวมแล้วคือ เราขาดกระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวม

กระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวมคืออะไร มีธรรมชาติเป็นอย่างไร

ธรรมชาติของความเป็นองค์รวมคือ ภาวะของสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ (New Normal) จากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ภาวะดังกล่าวสามารถแสดงศักยภาพหรือคุณสมบัติที่เหนือกว่า หรือแตกต่างจากองค์ประกอบเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย ภาวะดังกล่าวเป็นจริงของทุกสรรพสิ่ง ไม่มียกเว้น ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรม

เพื่อความเข้าใจ ผมขอชวนท่านพิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้ ท่านสงสัยไหมว่า เวลาท่านจะกินกาแฟร้อน ทำไมต้องเอาผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อนมาชงเข้าด้วยกัน ทำไมท่านไม่ทานทีละอย่าง

ทำไมเวลาจะทานส้มตำ ต้องเอาองค์ประกอบสิบกว่าอย่างมาตำ มาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ก่อนจะตักเข้าปาก

ทำไมก๊าซไฮโดรเจนซึ่งติดไฟ และก๊าซออกซิเจนที่ช่วยให้ไฟติด แต่เมื่อนำทั้งสองมารวมกันแล้ว จะได้น้ำที่สามารถดับตัวมันเองได้

และหากเราเติมโลหะโซเดียมลงในน้ำ มันจะระเบิด สร้างความเสียหาย และหากเราสัมผัสกับกรดเกลือหรือกรดไฮโดรคลอริก (HCL) โดยตรง เราจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างมาก เพราะมันจะกัดทะลุถึงกระดูกเลยทีเดียว แต่เมื่อนำสารอันตรายทั้งสองมารวมกัน เรากลับได้เกลือแกง สีขาว เค็มๆ คราวนี้กินได้

และไม่ว่าเราจะยกอะไรขึ้นมาพิจารณาก็ตาม มันล้วนมีธรรมชาติเป็นแบบเดียวกันหมด ไม่มียกเว้น

ทั้งกาแฟร้อน ส้มตำ น้ำ และเกลือแกง ต่างล้วนมีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ

ทีนี้เรามาสังเกตการเกิดขึ้นของความรู้ ความเข้าใจบ้าง เวลาเราอ่านหนังสือ เราจะขีดเส้นใต้หรือระบายสีคำสำคัญๆ แล้วเราก็เอาคำสำคัญเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกัน ในขณะที่เราเชื่อมโยงนั้นเอง ภาวะองค์รวมใหม่ที่เรียกว่าความรู้ ความเข้าใจก็เกิดขึ้น เกิดเป็นปัญญาที่สูงกว่าคำสำคัญเหล่านั้นโดดๆ   

จะเห็นได้ว่าทั้งกาแฟร้อน ส้มตำ น้ำ เกลือแกง และความรู้ความเข้าใจใหม่ที่เกิดขึ้น ต่างก็เป็นภาวะองค์รวมที่มีธรรมชาติอย่างเดียวกัน กล่าวคือ ต่างก็เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ การหาความรู้ที่แท้จริงจึงต้องเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวมที่สะท้อนถึงความจริงที่ว่า กระบวนการเรียนรู้ใดๆ มีธรรมชาติของความเป็นองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงองค์ประกอบ และสามารถแสดงศักยภาพที่แตกต่างจากเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย

แล้วเราจะพัฒนากระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวมขึ้นมาได้อย่างไร

1. การศึกษาใดๆ ต้องมีเป้าหมายเพื่อจัดการกับความท้าทายตามบริบทที่เกิดขึ้นตรงหน้า โดยการเปิดโลกเพื่อเข้าใจในปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดจากองค์ประกอบต่างๆ ที่เชื่อมโยงกัน อีกทั้งการขยายกรอบออกจากการพิจารณาในระดับบุคคลเดี่ยวๆ มาเป็นการมองโลกในมุมมองที่กว้างขึ้น เข้าใจปรากฏการณ์และความสัมพันธ์ขององค์ประกอบที่อยู่ตรงหน้าตามปรากฏการณ์ที่แท้จริง

2. เพราะกระบวนการเรียนรู้ใดๆ ต้องมาจากการเชื่อมโยงที่แตกต่างขององค์ประกอบที่หลากหลาย ดังนั้น การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เราจึงต้องปรับมุมมองการเรียนรู้เสียใหม่ คือต้องเป็นการศึกษาแบบเปิดโลกที่ตีทะลุกรอบความคิดออกจากรายวิชาที่จำกัดขอบเขตกระบวนการเรียนรู้ให้อยู่ในมุมมองที่คับแคบที่เป็นเรื่องเฉพาะและเป็นมุมมองเชิงเดี่ยว มาเป็นการมองภาพเชิงองค์รวม หาองค์ประกอบที่หลากหลายที่เป็นสาระสำคัญจากศาสตร์ต่างๆ อย่างเปิดกว้าง ไร้ขอบเขต แล้วนำมาเชื่อมให้แตกต่าง เพื่อผุดขึ้นเป็นทางเลือกที่มีคุณค่าเพื่อการตัดสินใจอย่างเหมาะสม

3. เวลาเราแก้ปัญหา ทางออกจึงมีได้อย่างไร้ขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาองค์ประกอบอะไรเข้ามาพิจารณา

แล้วจะเชื่อมโยงองค์ประกอบเหล่านั้นให้หลากหลายได้อย่างไร ดังนั้น การแสวงหาคำตอบและกระบวนการเรียนรู้จึงต้องเกิดจากความเชื่อโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่างตามบริบทที่เปลี่ยนไปอย่างเป็นพลวัตไร้ขีดจำกัด ซึ่งคำตอบหนึ่ง ณ เวลาหนึ่งอาจดีที่สุด ณ เวลานั้น แต่อาจจะไม่ดีที่สุดในบริบทที่ต่างออกไป  ดังนั้น คำตอบใดๆ ที่ได้ เราจึงไม่อาจกล่าวได้ว่ามันดีที่สุด แต่มันก็เป็นเพียงแค่ทางเลือกหนึ่งเท่านั้น

4. เมื่อพิจารณาถึงการสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ คุณสมบัตินี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปันข้อมูลกัน เพื่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่มีคุณค่าและความหมายเหนือกว่าเดิมที่แต่ละคนมี เพื่อนำไปสร้างความสามารถในการแข่งขันและสร้างให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและเพื่อนมนุษย์

5. การพัฒนากระบวนการเรียนรู้สามารถสร้างได้อย่างหลากหลาย โดยที่เราจะต้องทะลายรูปแบบการเรียนรู้ในปัจจุบันที่จำกัดอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม เพื่อออกไปดูโลกภายนอก ศึกษาค้นคว้าวิจัย โดยใช้ศาสตร์ต่างๆ มาเชื่อมโยงกัน เพื่อดูว่าองค์ความรู้และความเข้าใจที่เกิดขึ้นใหม่นั้นจะสามารถนำไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมีความสุข และต่อยอดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภูมิปัญญาที่สูงขึ้น เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้อย่างไร

6. และไม่ว่าเราจะตั้งเป้าหมายไว้ว่าอย่างไร เวลานำไปปฏิบัติ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเบี่ยงเบนไปจากความคาดหวังเสมอ แต่เราต้องเข้าใจว่าความพลาดพลั้งนั้นเองคือกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง

7. กระบวนการเรียนรู้เชิงองค์รวมจะเป็นจริงได้ต้องอาศัยความร่วมมือในทุกภาคส่วน ทั้งตัวผู้เรียน ครูผู้สอน ผู้ปกครอง ผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและสังคมโดยรวม ทั้งหมดนี้จำเป็นต้องเข้าใจถึงกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่นี้เพื่อยกระดับศักยภาพทางปัญญา เพื่อนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง 

8. ยิ่งไปกว่านั้น เราต้องเข้าใจว่าชีวิตเป็นความสืบเนื่องเชื่อมโยง ฉะนั้น กระบวนการเรียนรู้จึงเป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดชีวิต การศึกษาและการเรียนรู้ที่แท้จริงจึงต้องเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เพราะชีวิตไม่ใช่เกิดมาเพื่อการเรียนรู้ แต่ชีวิตคือกระบวนการเรียนรู้โดยตัวของมันเอง

ชี้เป้าแหล่ง Hangout ที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ ในโซน Groove @centralwOrld #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/635201

วันที่ 11 ต.ค. 2563 เวลา 16:50 น.ชี้เป้าแหล่ง Hangout ที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ ในโซน Groove @centralwOrldอัพเดท 12 ร้านดังครบทุกสไตล์ Groove @centralwOrld ตอกย้ำการเป็นแหล่ง Hangout ที่ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมต้อนรับ 3 ร้านใหม่สุดฮิตที่กำลังจะเปิดช่วงสิ้นปีนี้

ตอกย้ำการเป็น Hangout Destination Landmark ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ไลฟ์สไตล์เดสติเนชั่น รวบรวมร้าน กิน ดื่ม ยอดฮิตติดอันดับ Top list ครบหลากหลายทุกสไตล์มาไว้ในที่เดียว และเดินทางสะดวกสบายด้วยบีทีเอส ที่จอดรถกว้างขวาง ไม่ต้องกลัวฝนตก และมีรถกอล์ฟรับ–ส่ง ไปถึงที่จอดรถ ต้อนรับ 3 ร้านใหม่สุดฮิตที่กำลังจะเปิดให้บริการในโซน Groove@centralwOrld ช่วงสิ้นปี 2563 นี้

  • The Cassette Music Bar เปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 63 ร้านดังที่มีเทปคาสเซ็ทขนาดยักษ์สีชมพูเป็นไอคอนของร้าน เตรียมยกบรรยากาศยุค 90’ และเพลงดังสุดฮิตให้มาย้อนเวลาไปพร้อมกัน
  • Brangus by bluegold เปิดให้บริการปลายเดือน ต.ค.63 นั่งทานเนื้อคุณภาพดี จากสายพันแองกัส ที่เสิร์ฟแบบ Fine Dining และให้คุณเลือก Topping มากมายได้ตามใจชอบ พร้อมฟังเพลงแบบ Chill House Music
  • โค อันลิมิเต็ด ร้านอาหาร Thai Street Food ที่ยกระดับอาหารไทยให้พรีเมี่ยมและทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยคุณหมู asava (พลพัฒน์ อัศวะประภา) 

อัพเดท 12 ร้านดัง

ครบทุกสไตล์ ทั้งสไตล์ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น อิตาเลียน ไทย และฟิวชั่น หรือ มิวสิคบาร์ ฯลฯ  ให้บรรดาสายชิล และ Party animal ได้เตรียมล็อคคิว จองตัวเพื่อนๆ ไว้ล่วงหน้า ให้ สายกิน-ดื่ม-แดนซ์ ได้มาเจอกัน ดังนี้

ชงเจริญ อีกหนึ่งร้านอาหาร ที่จองยากที่สุดในตอนนี้ บาร์สุดฮิปแนว Chinese Street  ร่วมสมัย ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม  และบรรยากาศสนุกสนานแบบวงดนตรีสด ที่สายกินดื่มลิสต์ไว้เป็นหนึ่งในร้าน All-time favorite

EVERSEOUL ร้านใหม่ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี เปลี่ยนบรรยากาศกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นกรุงโซล กับ Korean Street บาร์เกาหลีสุดเก๋ ที่ให้อารมณ์เหมือนกำลัง Hangout อยู่ในบาร์ที่เกาหลีย่านฮงแด และ อีกร้านที่เปิดให้บริการ ตอนกลางวัน O:T เอาใจหนุ่ม สาว ออฟฟิศ ด้วยการนั่ง Hangout ฟังเพลงจากวงดนตรีสดได้ทุกวัน

GREYHOUND CAFE’ การตกแต่ง Greyhound Cafe สาขา Groove ได้รับแรงบรรดาลใจมาจาก ปี 1960 เมื่อยาน Apollo 11 จอดลงบนดวงจันทร์ นอกจากนั้นเรายังได้อร่อยกับเมนูคุ้นเคยแบบ ‘Basic with a twist’ ที่เราชื่นชอบตลอดกาล

HIYAKU (Yakitori & Sake Restaurant) บาร์ญี่ปุ่นต้นตำรับชื่อดังสาขาแรก ที่ DJ เปิดเพลงเอาใจวัยรุ่น และมีอาหารญี่ปุ่นครบเครื่อง มีทั้งโซนห้องแอร์ด้านในและโซนด้านนอก

HOBS (House of Beers) รวมสารพันเบียร์หลากหลายสัญชาติ มากกว่า 100 ชนิด และดนตรีสด ที่ส่งตรงจากค่าย Love is ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน

HYDE & SEEK Peek-a-Boo ร้านอาหารชื่อดังที่อยู่ในกรุงเทพฯมานาน ขึ้นชื่อเรื่องค็อกเทล และอาหารแนวแกสโตร ระดับแถวหน้าของเมืองไทย

HOUSE OF EDEN คาเฟ่บรรยากาศน่ารักสีชมพูพีช เหมือนนั่งอยู่ในสวนเอเดน ร้านยอดฮิตที่มีจุด Instagramable ที่ใครมาต้องเช็คอิน พร้อมเมนูอาหาร กาแฟ ขนม และค็อกเทลที่ทั้งอร่อย และถ่ายรูปสวย

IO ITALIAN OSTERIA ร้านอาหารอิตาเลี่ยนชื่อดังจากสิงคโปร์ โดยเชฟแอนนา (Anna Borrasi) อิ่มอร่อยไปกับประสบการณ์อาหารอิตาเลียนโฮมเมดขนานแท้ ที่ดึงรสชาติของอาหารจากอิตาลีตั้งแต่เหนือจรดใต้ทั้ง 20 แคว้น รสชาติการันตีรางวัล

KIN+HEY ร้านอาหารสไตล์ Quick & Comfort Food ที่นำเมนูอาหารที่ไทยเราคุ้นเคย (Thai Street Food) มา Twist ใส่ลูกเล่นเข้าไป อาทิ เย็นตาโฟหม้อไฟ โตเกียว พร้อมเครื่องดื่มแบบฟิวชั่น ให้เลือกมากมาย

KENSHIN IZAKAYA ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง สัมผัสเมนูอาหารญี่ปุ่น หลากหลายเมนูโดยเฉพาะ ราคาเป็นกันเอง

WINE CONNECTION ร้านไวน์ชื่อดัง ที่เสริฟ์อาหารสไตล์ยูโรเปียนและฟิวชั่นอื่นๆ โดยเฉพาะเครื่องดื่มนำเข้าโดยตรง ราคาสบายกระเป๋า และเมนูอาหารที่ทานง่ายสำหรับคนทุกชาติ

WINE I LOVE YOU ร้านไวน์เชื้อสายไทย สนุกสนานกับบรรยากาศความอร่อยและเป็นกันเอง แฮงค์เอาท์ outdoor indoor ตั้งแต่อิ่มง่ายๆ มื้อกลางวัน ยันสังสรรค์มื้อดึก

Groove@CentralWorld แหล่ง Hangout อันดับ 1 ใจกลางกรุงเทพฯ แลนด์มาร์คยอดนิยมของบรรดาสายชิล และหนุ่มสาวออฟฟิศน่าตาดี ที่มานัดพบปะเพื่อนฝูงเจอกันได้ง่าย เพราะมาที่เดียวได้ครบจบทุกอย่าง ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร เป็น Dining Destination & Gastro Bar นานาชาติ ที่รวมแบรนด์ดังระดับโลก สะท้อนไลฟ์สไตล์แบบฉบับเออร์เบินนิสต้า ผสมผสานวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และต้นไม้ เพิ่มความร่มรื่น เรียกได้ว่าเป็น Truly Alfresco Dining ใจกลางกรุงฯ ที่เปิดรับบรรยากาศธรรมชาติในเวลาค่ำคืน แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมี Groove Gallery Walk ที่หมุนเวียนนำผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินมีชื่อจากทั่วโลกมาให้ชมตลอดปีอีกด้วย Groove@CentralWorld  เปิดให้บริการ 10:00–24.00 น.ทุกวัน

Azure วิวดี ซีฟู้ดเลิศ อร่อยเลือกได้ในสไตล์ You Grab, We Cook #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634858

วันที่ 08 ต.ค. 2563 เวลา 17:55 น.Azure วิวดี ซีฟู้ดเลิศ อร่อยเลือกได้ในสไตล์ You Grab, We Cookมื้อแห่งความสุขและความประทับใจที่ Azure Restaurant & Bar พาเหรดซีฟู้ดชั้นยอดของทะเลหัวหิน ในโรงแรม Intercontinental Hua-Hin Resort

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

“You Grab, We Cook” คือคอนเซ็ปต์ที่ “Azure Restaurant & Bar” ตั้งใจนำเสนอเพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการเลือกสรรวัตถุดิบอาหารทะเลสดๆ จากไลฟ์สเตชั่น และร่วมครีเอทเมนูตามต้องการ ทั้งย่าง ทอด หรือนึ่ง ในสไตล์และความชอบของแต่ละคน โดย Azure ได้คัดสรรวัตถุดิบมีคุณภาพตามแนวคิด From Farm and Sea to Table ทั้งการเลือกใช้เนื้อสัตว์เกรดพรีเมียม อาหารทะเลสดใหม่ที่ส่งตรงจากทะเลหัวหินและนำเข้าจากต่างประเทศ อาทิ ล็อบสเตอร์ยักษ์เนื้อแน่น ปลาหมึกสด หอยนางรมสด หอยเชลล์ กุ้งลายเสือ กั้ง พร้อมทั้งผักสดๆ จากฟาร์มออแกนิก

ที่ห้องอาหาร Azure เราสามารถมองเห็นชายหาดและทะเลหัวหินได้ในแบบพาโนราม่า และอาจกล่าวได้แบบไม่เกินจริงเลยว่า ที่นี่คือเป็นห้องอาหารที่มีวิวสวยที่สุดในหัวหิน สมกับชื่อ Azure ที่มาจากภาษาฝรั่งเศษ แปลว่า ท้องทะเล สถานที่ที่เราสามารถดื่มด่ำกับความสวยงามไปพร้อมกับการรับประทานอาหารทะเลสดใหม่ในสไตล์เมดิเตอเรเนียนได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน พร้อมบริการระดับ 5 ดาว 

ได้เวลาเข้าเรื่องความอร่อย เราขออุ่นเครื่องด้วยแป้งพิซซ่าเบรดกรอบนอกนุ่มใน รสชาติเค็มนิดๆ ทานคู่กับโตเมโต้ซัลซ่า บอกเลยว่าเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี ต่อกันที่ Pescatora Pizza (470 บาท) พิซซ่าแป้งหนาฟูมีรูอากาศด้านใน ให้สัมผัสกรอบอร่อย ท็อปหน้าด้วยรวมมิตรซีฟู้ด กุ้ง หมึก หอย ของดีเมืองหัวหิน เข้ากันดีกับซอสมะเขือเทศที่ทำสดใหม่ พาเมซานชีส ผักร็อกเก็ต รวมทั้งกลิ่นและรสของเลมอน

มาถึง Azure ซิกเนเจอร์ดิชที่แนะนำให้สั่ง นอกจาก Royal Mixed seafood ชุดรวมความอร่อยจากท้องทะเลที่ทุกอย่างสดมากๆ กับ Tomahawk steak สเต๊กโทมาฮอว์คเนื้อนุ่มสีชมพูนำเข้าจากออสเตรเลียแล้ว อีกจานเด่นต้องยกให้ Australia Ribeye (1,250 บาท) ริบอายสเต๊กเนื้อนำเข้าจากออสเตรเลีย ทานคู่กับเรดไวน์ซอส ผักย่าง และมันฝรั่งทอด เนื้อชิ้นหนาเต็มคำ ที่สำคัญคือความนุ่มของเนื้อที่ขอเทใจให้ไปเต็มๆ

ด้านเมนูพาสต้ที่นี่มีให้เลือกหลายเมนู หลากเส้นและซอส มาทะเลทั้งทีก็ขอเลือกเป็น Azure Royal Ocean Spaghetti (460 บาท) ขุมทรัพย์แห่งอันดามัน จานที่เปรียบดั่งสวรรค์ของคนรักซีฟู้ด เส้นสปาเก็ตตี้ผัดกับพริกแห้ง กระเทียม มะเขือเทศราชินี โหระพา มาพร้อมกุ้งไซส์เล็กและใหญ่ ปลาหมึก หอยเชลล์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยตลับ นับเป็นเมนูฟิวชั่นที่ถูกปากคนไทยมากๆ

ปิดท้ายกันที่ Grand dessert (950 บาท) ขนมหวานถาดใหญ่ไซส์สำหรับ 2 คน ฟินกับไวท์ช็อกโกแลตโดมที่พร้อมละลายด้วยราสพ์เบอร์รี่ซอสอุ่นๆ รายล้อมด้วยผลไม้สด ทั้งสตรอเบอร์รี่ กีวี่ บลูเบอรรี่ มะม่วง พร้อมทั้งผลไม้สดเสียบไม้ และสุดยอดทิรามิสุสูตรเฉพาะของเชฟเจฟฟี่ ที่ต้องทำข้ามวันเพื่อรังสรรค์เป็นความอร่อยละมุนลิ้นของทุกเลเยอร์ที่ซ่อนอยู่ภายในแก้ว พร้อมมอบรสชาติของกาแฟสุดเข้มข้นที่ชั้นล่าง ตลอดจนความกลมกล่อมของครีมมี่ที่ด้านบน และบราวนี่กรอบๆ ที่วางบนแก้ว อร่อยจนเราขอยกให้เป็นสุดยอดของหวานในความทรงจำ

Weekend Exclusive วันหยุดสุดสัปดาห์พบกับเมนูพิเศษจากห้องอาหาร Azure Restaurant & Bar ที่คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทุกมุมโลกในราคาพิเศษ พร้อมทั้งดื่มด่ำบรรยากาศวิวทะเลจากริมชายหาดหัวหิน 

  • คาเวียร์นำเข้าจากประเทศรัสเซีย คัดพิเศษ เม็ดใหญ่ ทานคู่กับเครื่องเคียง ราคาพิเศษ 3,750 บาท
  • เนื้อโทมาฮอร์คนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ราคาพิเศษ 3,750 บาท
  • กุ้งล็อบสเตอร์ย่างจากมหาสมุทรแอตแลนติส ราคาพิเศษ 3,200 บาท
  • หอยนางรมฟินเดอแคลร์นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ราคาพิเศษ 1,200 บาท

พิเศษ เลือกเสิร์ฟพร้อมโพรเซ็กโก้ (Prosecco) 2 แก้ว หรือเลือกไวน์ขาวหรือไวน์แดง 1 ขวด

เมนูพิเศษพร้อมเสิร์ฟทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 18.30-22.00 น. (*ราคาพิเศษไม่รวมภาษีและเซอร์วิสชาร์จ)

อยากสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษแบบนี้ มากันได้ที่ห้องอาหาร Azure Restaurant & Bar โรงแรม Intercontinental Hua-Hin Resort สอบถามได้ที่ โทร. 032 616 999 , Email: ichh.dining@ihg.com , facebook: AzureHuaHin และ Line ID: @interconhuahin

สังสรรค์บนสวรรค์ชั้นดาดฟ้า @Cooling Tower Rooftop Bar #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634856

วันที่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 16:50 น.สังสรรค์บนสวรรค์ชั้นดาดฟ้า @Cooling Tower Rooftop Barชวนชิลล์บนตึกระฟ้า จิบค็อกเทลเย็นๆ ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ พร้อมชมวิวอันงดงามของท้องฟ้าใจกลางมหานคร @Cooling Tower Rooftop Bar โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนทุกคนไปเปิดประสบการณ์ใหม่บนที่สูง ณ Cooling Tower Rooftop Bar (คูลลิ่ง ทาวเวอร์ รูฟท็อป บาร์) บาร์บนชั้นดาดฟ้าใจกลางสุขุมวิท ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการจิบค็อกเทลสูตรเฉพาะ พร้อมอาหารชั้นเลิศและวิวทิวทัศน์อันงดงาม

สำหรับ Cooling Tower Rooftop Bar ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและมีระดับ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์เพื่อไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง ตกแต่งร่วมสมัย ให้ความรู้สึกสบายๆ โดยหากแปลตรงตัวตามชื่อ Cooling Tower Rooftop Bar ก็คือสถานที่ที่อากาศ น้ำ และความร้อน มาพบกันแล้วแปรเปลี่ยนเป็นความเย็น สถานที่แห่งนี้จึงมีบรรยากาศตรงตามคอนเซ็ปต์ ทั้งความเย็นของแรงลมด้วยการเป็นบาร์ที่เปิดโล่งบนชั้นดาดฟ้า ผสานแสงแดดอ่อนๆ ยามอาทิตย์จะลับขอบฟ้า เพียบพร้อมด้วยค็อกเทลเย็นๆ สูตรเฉพาะที่มิกซ์โซโลจิสต์รังสรรค์ขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวการออกแบบตกแต่งสถานที่ และอาหารชั้นเลิศ เพื่อความเพลิดเพลินสุดผ่อนคลายของทุกคน

ดื่มกินให้เต็มอรรถรสด้วยม็อกเทล ค็อกเทล ซอฟต์ดริ้งค์ เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มต่างๆ พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารจานแชร์ริ่ง เอร็ดอร่อยกับเมนูทาปาส อาหารว่าง ของทอด และอาหารจานโปรดประเภทปิ้งย่าง เพิ่มอรรถรสยิ่งขึ้นด้วยเสียงเพลงจากดีเจที่คอยเปิดเพลงเติมเต็มความสุขตลอดค่ำคืน

แฮงค์เอ้าท์ครั้งต่อไปไม่อยากเอ้าท์ ไปกันได้ที่ Cooling Tower Rooftop Bar โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นดาดฟ้าสูงสุดของโรงแรม เปิดให้ดื่มด่ำช่วงเวลาสุดแสนพิเศษ ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเที่ยงคืน อาหารจานหลักให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. และเมนูของว่างตั้งแต่เวลา 17.00-22.30 น. ช่วงแฮปปี้อาวร์ เปิดบริการเวลา 17:30- 19:30 น. ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับค็อกเทล ไวน์ เบียร์ขวดและเบียร์สด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ รับส่วนลด 20% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไข สอบถามข้อมูลและสำรองที่นั่ง: +66 2 090-7888 หรือ FBreservations@carltonhotel.co.th

Sweet In Your Area รวมร้านดังเอาใจสายหวาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634878

วันที่ 07 ต.ค. 2563 เวลา 10:10 น.Sweet In Your Area รวมร้านดังเอาใจสายหวานศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เอาใจสายหวาน จัดงาน “Sweet In Your Area” รวมร้านดัง อร่อยฟินทั้งไอศกรีม เบเกอรี่ ขนมหวาน 6-12 ต.ค.นี้ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น G

ความหวานกำลังมาเยือน! ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ จัดงาน “Sweet In Your Area” รวบรวมขนมนานาชนิดจากร้านดังมากมายไว้ที่นี่ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานแบบไทยๆ ไปจนถึงหวานแบบอินเตอร์จากญี่ปุ่น สิงคโปร์ อังกฤษ พร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ให้ได้แชะลงโซเชียลกัน มาเติมความหวานกันได้ ระหว่างวันนี้-12 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ร้านเบเกอรี่ ไอศกรีม เครื่องดื่ม และขนมหวานสุดอร่อยหลากหลายสไตล์ ที่ส่งมายั่วใจสายหวาน ได้แก่ SO DOUGH ร้านโดนัทสุดฮอต จากครัวเบเกอรี่โรงแรม Dwella Suvarnabhumi ที่มาพร้อมกับโดนัทนุ่มนิ่ม ละมุนลิ้น เสิร์ฟพร้อมดิปหลากรสให้เลือกชิม, Scones’ n Me พร้อมเสิร์ฟ ความหอม อร่อย อบ สด ใหม่ ของสโคน ในสไตล์อังกฤษแท้ๆ, Ya Kun Kaya Toast ร้านกาแฟและขนมปังสัญชาติสิงคโปร์อันเลื่องชื่อ ที่มีขนมปังซิกเนเจอร์ที่ไม่ควรพลาดอย่าง ขนมปังปิ้งไส้สังขยาสไตล์สิงคโปร์ รับประทานพร้อม

ชาร้อนรสชาติกลมกล่อม และมีความหอมอบอวลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ส่วนสายขนมไทยต้อง SANE CAFE (เสน่ห์ คาเฟ่) คาเฟ่ขนมไทยหนึ่งเดียวในย่านถนนข้าวสาร กับขนมไทยโบราณหารับประทานได้ยาก นำมาประยุกต์รูปลักษณ์แบบใหม่ แต่ยังคงรสชาติที่เป็นแบบไทยแท้ดั้งเดิม ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช ที่นำความอร่อยของขนมปังสูตร 30 ปี มาให้ลิ้มลองความกรอบนอกนุ่มใน ไส้ทะลักหลากหลายรสชาติให้เลือก โดยเฉพาะสูตรเนย หอม กรอบ อร่อยแบบสุดๆ และ GOZ Bakery บราวนี่ฟัดจ์ มีไส้ ที่มีรสชาติเข้มข้นสุดๆ หวานกำลังดี คัดสรรแต่เฉพาะวัตถุดิบเกรดpremium มาทำเป็นขนมบราวนี่แสนอร่อย มีหลากหลายรสชาติให้ได้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็นช๊อคโกแลตแท้ หรือชาเขียวเกรดพรีเมี่ยม ที่นำเข้าจาก Uji ประเทศญี่ปุ่น

สายหวานที่ต้องการความเฮลตี้ต้องมา! Bake A Wish Japanese Homemade Cake โฮมเมด เบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีสูตรเบเกอรี่อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากเมืองโกเบ เป็นเฮลตี้เบเกอรี่เหมาะสำหรับลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย, The Pia House ขนมเปี๊ยะปิ้งโฮมเมดเพื่อสุขภาพ แป้งบางหวานน้อย ไม่มีส่วนผสมของนม เนย ไข่ ปราศจากไขมันทรานส์ และแคลอรี่น้อยกว่าขนมเปี๊ยะทั่วไป, FARMER’S GRAIN กราโนล่าโอ๊ตอบกรอบเพื่อคนลดน้ำหนัก สดใหม่จากเตาบ้านลุงฟาร์มเมอร์ ที่ทำกราโนล่าด้วยความรักและห่วงใยในสุขภาพ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ รับประทานง่าย พกพาสะดวก

คนรักไอศกรีมห้ามพลาดเช่นกัน กับ YUANYUAN ร้านไอศกรีมสไตล์โฮมเมดจากย่านเยาวราช ไฮไลต์ที่ไอศกรีมน้ำเต้าหู้ ที่มีรสชาติกลมกล่อม หวานกำลังดี และไอศกรีมมะพร้าว รสนัวอร่อย หวาน มัน, MOMO STORY By KYO ROLL EN นำเสนอครั้งแรก! ของความอร่อยใหม่สุดเฮลตี้ ของซอฟต์ครีมรสชาติใหม่ รสพีชญี่ปุ่น “โมโม” สูตร Low Fat-Low Sugar หวานน้อย ไขมันต่ำ กลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยวจากพีชและโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพ

สายผลไม้มาฟินได้กับ DIAMOGLACE กับเมนูของหวานสุดฮิต “สตรอว์เบอร์รี่เคลือบน้ำตาลกรอบ” สตรีทฟู้ดยอดนิยมในแถบทวีปเอเชีย และ YUZU HOUSE by Honey moni มาพร้อมผลิตภัณฑ์คุณภาพจากส้มยูซุ คั้นสดจากผล แช่แข็งส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มยอดนิยม จาก BOBAABAR เครื่องดื่มทุกเมนูปราศจากครีมเทียม นมข้น ใช้ใบชาและวัตถุดิบพรีเมียม ลูกค้าสามารถเลือกเปลี่ยนนมเป็นแบบไขมันต่ำ นมถั่วเหลือง หรือนม อัลมอนด์ได้ตามต้องการ และสามารถเลือกน้ำตาลแคลน้อยได้ โดยสามารถเลือกความหวานได้ตั้งแต่ 0-100%

ใครรู้ตัวว่าเป็นสายหวานตัวจริง ต้องไม่พลาดมาฟินที่งาน Sweet In Your Area ระหว่างวันนี้-12 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

‘หงเปา’ จัดโปรสุดคุ้มบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยล้ำๆ กว่า 40 เมนู ในราคาเพียง 699 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634841

วันที่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 18:18 น.‘หงเปา’ จัดโปรสุดคุ้มบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยล้ำๆ กว่า 40 เมนู ในราคาเพียง 699 บาทครั้งแรกและครั้งเดียวในรอบทศวรรษของ ‘หงเปา’ ร้านอาหารจีนพรีเมียมสไตล์กวางตุ้งสูตรต้นตำรับ กับ ‘บุฟเฟต์ติ่มซำ’ อิ่มอร่อยไม่อั้นกับพาเหรดติ่มซำคำโตๆ ตอกย้ำสโลแกน The Best Dim Sum in Town

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ไม่มาครั้งนี้ถือว่าพลาดเรื่องดีๆ อย่างแน่นอน สำหรับโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ติ่มซำจากร้าน หงเปา (Hong Bao) ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งสูตรต้นตำรับแท้ๆ ที่ปักหมุดในประเทศไทยมาเกือบทศวรรษ  ขึ้นชื่อด้านติ่มซำและความอร่อยของเมนูอาหารแดนมังกร จากฝีมือของทีมเชฟมากประสบการณ์ที่ส่งตรงจากมาเก๊าและกวางตุ้ง และครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พามาที่สาขาสิงห์ คอมเพล็กซ์ หนึ่งใน 2 สาขากลางกรุงที่เปิดให้บริการในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ (สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 และสาขาตึกสิงห์ คอมเพล็กซ์ ชั้น 2) จากหงเปาทั้งหมด 8 สาขาในกรุงเทพฯ และอีก 1 สาขาใน จ.ภูเก็ต

สำหรับชื่อ “หงเปา” เป็นคำในภาษาจีน มีความหมายว่า “ซองแดง” ซองที่มีเงินของขวัญบรรจุอยู่ภายใน มอบให้กันในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือที่พวกเราคุ้นเคยกันในนาม “อั่งเปา” นั่นเอง ร้านหงเปามาในสโลแกนที่ว่า The Best Dim Sum in Town ซึ่งนอกจากมาตรฐานในเรื่องรสชาติความอร่อยเพราะทุกเมนูทำสดใหม่ทุกวัน ความพิถีพิถันในการเลือกสรรวัตถุดิบ และบริการชั้นเลิศแล้ว หงเปายังมาในราคาที่สมเหตุสมผล ส่วนทางด้านการตกแต่ง ที่สาขานี้ตกแต่งในสไตล์ไชนีสโมเดิร์น รายล้อมด้วยบรรยากาศสวยงาม มีการผสมผสานวัฒนธรรมจีนและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เน้นงานไม้ล้อกันโทนสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ สามารถรองรับลูกค้าได้กว่า 80 ที่นั่ง

ส่วนทางด้านความอร่อยในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ หงเปาจัดมาให้เต็มอิ่มกว่า 40 เมนู สนนราคาสุทธิเพียง 699 บาท (1 ชั่วโมง 30 นาที) เฉพาะวันจันทร์-วันศุกร์ ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับเด็กความสูงต่ำกว่า 110 cm ทานฟรี เริ่มกันที่เมนูที่ทุกโต๊ะต้องสั่งอย่าง ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ เมนูที่ผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน บวกกับความชำนาญของเชฟ ก่อนทานราดด้วยซอสซีอิ้วสูตรหงเปา…เข้ากั๊นเข้ากัน ตามด้วย ก๋วยเตี๋ยวหลอดเป็ดย่าง และก๋วยเตี๋ยวหลอดหมูอบน้ำแดง

อร่อยกันต่อกับเมนูติ่มซำ อาทิ ฮะเก๋าปู ขนมจีบกุ้ง เซี่ยงไฮ้เสี่ยวหลงเปา ฟองเต้าหู้ห่อหมูนึ่งน้ำแดง เกี๊ยวหมูกุยช่ายนึ่ง เกี๊ยวนึ่งผักปวยเล้งกับหอยเชลล์ ขาไก่นึ่งเต้าซี่ ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่และพริก รสชาติหวานๆ เผ็ดๆ อร่อยเด็ดเลยทีเดียว

ด้านของทอดต้องสั่ง เปาะเปี๊ยะไส้กุ้งและเห็ดทรัฟเฟิล เมนูฟิวชั่นที่ใช้กุ้งแชบ๊วยมาจับคู่กับทรัฟเฟิล เปาะเปี๊ยะสูตรเด็ดที่ทางร้านครีเอทขึ้นเองตามความชอบของเจ้าของร้าน ทอดมากรอบๆ ฟูๆ เสิร์ฟคู่ซอสทรัฟเฟิลหอมๆ ฟินต่อกับ เปาะเปี๊ยะทอดไส้เป็ดย่าง สลัดทะเลทอด เกี๊ยวกุ้งทอดวาซาบิ เกี๊ยวทอดไส้หมูและกุยช่าย ทอดมันปลาหมึก ขนมผักกาดทอด และข้าวเหนียวทอดสูตรโบราณ หน้าตาคล้ายแครอทกรอบอร่อย

เมนูซาลาเปาแป้งหนา นุ่มกว่า ฟูกว่า นึ่งมาร้อนๆ อัดแน่นด้วยไส้หมูแดงชุ่มฉ่ำ ปิดท้ายด้วยเมนูหวานกันบ้างกับ ซาลาเปาไส้เม็ดบัว ซาลาเปาไข่เค็มลาวา เสิร์ฟมาร้อนๆ ลาวาไหลเยิ้มๆ ฟินสุดๆ ไปเลย สุดท้ายต้องบอกว่ากลับบ้านไม่ได้ หากยังไม่ได้ลองชิม มาลัยโก๊ะ แป้งนึ่งสีน้ำตาล หอม ฟู ทำจากน้ำตาลทรายแดง คล้ายขนมสาลี่แต่ดีกรีความอร่อยล้ำกว่าเยอะ

ก่อนกินเจปีนี้ ไปกินบุฟเฟ่ต์ติ่มซำอร่อยๆ กันได้ที่ร้าน ‘หงเปา’ สาขาตึกสิงห์ คอมเพล็กซ์ ชั้น 2 และสาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 สำหรับคนที่แชร์โพสโปรโมทบุฟเฟ่ติ่มซำจากหน้าเพจ Facebook หงเปา รับฟรี Refill ชามะลิ หรือเก็กฮวย และพิเศษ! สำหรับสาขาสิงห์ คอมเพล็กซ์ รับฟรี เป็ดย่างหงเปา 1 จาน เมื่อมาทานบุฟเฟต์ติ่มซำ 4 ท่านขึ้นไป โปรโมชั่นเริ่มแล้ววันนี้-16 ตุลาคม 2563 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้น วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ที่พักแห่งใหม่ใจกลางพัทยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/634708

วันที่ 05 ต.ค. 2563 เวลา 11:11 น.เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ที่พักแห่งใหม่ใจกลางพัทยาเบสท์เวสเทิร์น โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ในพัทยา “เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น” ใช้ชีวิตให้เป็น…ความสุขก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม

ขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว สำหรับ เบสท์เวสเทิร์น โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งล่าสุดถือฤกษ์ดีวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ปักหมุดสร้างแลนด์มาร์คในเมืองพัทยาด้วยการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่ล่าสุด ในชื่อ “เบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น” ที่พักแห่งใหม่ใจกลางเมืองแห่งสีสันในภาคตะวันออก

ที่นี่เป็นโรงแรมขนาดกลางที่ให้บริการห้องพักและห้องสวีทรวม 164 ห้อง ทุกห้องถูกออกแบบตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัย ไล่โทนสีฟ้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเป็นเมืองทะเล มีภาพกราฟิตี้ที่มองผ่านช่องบันไดสีแดง ซึ่งเป็นอีกมุมถ่ายภาพที่สายอาร์ทต้องชอบ พร้อมรองรับคนยุคดิจิทัลด้วยอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่วนเรื่องของสุขอนามัยก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่นี่มีมาตรการคัดกรองให้ผู้ใช้บริการอุ่นใจ ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแบบออโต้ที่มีให้บริการตามจุดต่างๆ และการเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย

ภายในโรงแรมครอบคลุมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ร้านอาหารริมสระ “XSO Kitchen” ให้บริการอาหารไทยและนานาชาติรสชาติอร่อย พร้อมเสิร์ฟทั้งมื้อเช้า กลางวัน และมื้อเย็น ส่วนบริเวณล็อบบี้มี “Exe Bar” บาร์ที่ให้บริการเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวหลากหลาย  

พลาดไม่ได้กับการแหวกว่ายในสระว่ายน้ำ ที่รองรับสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ พร้อมมีเก้าอี้และเตียงนอนคอยให้บริการ

ส่วนที่ชั้นสองมีฟิตเนสเซ็นเตอร์ เอาใจสายฟิตและคนรักสุขภาพ พร้อมทั้งห้องเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก ตอบโจทย์สมาชิกทุกคนในครอบครัว

“พวกเรามีความยินดีที่มีโอกาสได้ต้อนรับและให้บริการผู้เข้าพักและนักเดินทางทุกท่านด้วยมาตรฐานสากลอันเยี่ยมยอดในแบบฉบับของเบสท์เวสเทิร์น ณ เมืองพัทยา ซึ่งเป็นเมืองแห่งสีสันและเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพียงไม่กี่ชั่วโมงจากกรุงเทพ ท่านก็สามารถเดินทางมาพักผ่อนคลายในบรรยากาศริมทะเลที่พัทยาได้ และยังมีกิจกรรมที่หลากหลายให้ได้เลือกทำตามความชื่นชอบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว และยังสะดวกสบายสำหรับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปยังนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ไม่ไกลจากพัทยาอีกด้วย” โอลิเวียร์ แบร์ริแวง ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายปฏิบัติการภูมิภาคเอเชีย บีดับเบิลยูเอช โฮเทล กรุ๊ป กล่าว

สำหรับโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ตั้งอยู่บนทำเลที่แสนสะดวกดวกสบายใจกลางเมือง บนถนนพัทยาเหนือ ใกล้กับหาดพัทยา และแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สามารถเลือกทำกิจกรรมได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สวนน้ำ และสนามกอล์ฟชื่อดัง เหมาะสำหรับทั้งการพักผ่อนหลังจากการทำงานหรือผ่อนคลายในวันหยุดแสนสบาย อยู่ห่างจากกรุงเทพเพียง 2 ชั่วโมง โดยรถยนต์ หรือเพียง 1.30 ชั่วโมงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ 40 นาทีจากท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

นอกจากนี้ ยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะทำให้การเดินทางไปยังพัทยาสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อรองรับนักเดินทางและตอบโจทย์การเข้าพักที่หลากหลายมากขึ้น เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ยังมีอีก 2 โรงแรมที่อยู่ในแผนดำเนินงานในระยะต่อไป ได้แก่ โรงแรมบลูเฟียร์ บีดับเบิลยู พรีเมียร์ คอลเล็คชั่น บาย เบสท์เวสเทิร์น และโรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พรีเมียร์ เบย์เฟียร์ พัทยา

ปัจจุบันเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ทมีโรงแรมในประเทศไทยทั้งหมด 14 แห่ง นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์โรงแรมชั้นนำในประเทศไทย นำเสนอหลากหลายโรงแรมและรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวและนักเดินทางได้เลือกเข้าพักตามความต้องการในจังหวัดและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ อาทิ กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี และพัทยา เป็นต้น

อยากสัมผัสความสุขในวันพักผ่อนแบบนี้ มาได้ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส เน็กเซ็น ถนนพัทยาเหนือ สอบถามรายละเอียดและสำรองห้องพักได้ที่ โทร +66 33 112 999 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.bestwesternasia.com