วิ่งแค่ 30 นาที ได้ผลดีเท่านี้เลยหรือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/633801

วันที่ 24 ก.ย. 2563 เวลา 07:57 น.วิ่งแค่ 30 นาที ได้ผลดีเท่านี้เลยหรือคนอยากฟิตต้องรู้!!! วิ่งแค่ 30 นาที ก็เกิดผลดีต่อร่างกายจนเราต้องทึ่ง

ยิ่งเราวิ่งมากเท่าไร ร่างกายของเราจะได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นเท่านั้น คนที่วิ่งอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ อาจ วิ่ง 30 นาที 1-2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น โดยไม่ต้องหยุด ทุกครั้งที่เราวิ่งเรียกเหงื่อ เซลล์ในร่างกายจะเริ่มทำงานและก่อให้เกิดปฏิกิริยาห่วงโซ่ ซึ่งส่งผลดีเลิศต่อร่างกายและจิตใจจนเราจนเราต้องทึ่ง!

1. “เมื่อเริ่มวิ่ง ในวินาทีแรกๆ กล้ามเนื้อเริ่มผลิตอะดีซีนไตรฟอสเฟต (ATP) ‘โมเลกุลที่ให้พลังงานสูงแก่เซลล์’ ซึ่งเราได้รับจากการสลายอาหาร” ATP เป็นพลังงานของร่างกายในทุกกิจกรรม ทั้งนอกร่มในร่มไม่ว่าจะเป็น เดิน วิ่ง กิน คิด คุย มีเซ็กซ์ เมื่อร่างกายจะใช้ ATP มันจะแตกตัวเป็น ADP แล้วปล่อยพลังงานออกมา

ไม่ใช่แค่พลังงานภายนอกเท่านั้น ยังเป็นพลังงานของอวัยวะภายใน เนื้อเยื่อ เซลล์ การเต้นของหัวใจ การย่อยอาหาร การผลิตฮอร์โมน ลำพังกลูโคสยังให้พลังงานแก่ร่างกายโดยตรงไม่ได้ มันต้องแปลงร่างเป็น ATP เสียก่อน (ทุกวันนี้เรามีชีวิตอยู่ได้เพราะมัน เรียกว่าสำคัญกว่าบ้าน รถ โทรศัพท์มือถือ หรือ แฟนมากมายนัก)

2. “ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ใน 90 วินาทีแรก” เพราะเซลล์ในร่างกายจะย่อยสลายไกลโคเจน หรือ กลูโคสรูปแบบหนึ่งที่ร่างกายสะสมไว้ตามกล้ามเนื้อ และยังดึงกลูโคสจากเม็ดเลือดมาใช้โดยตรงเพื่อผลิต ATP ให้มากขึ้น (นี่เป็นเหตุผลว่าการออกกำลังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้) เมื่อร่างกายดึงกลูโคสมาใช้จำนวนมาก กล้ามเนื้อจะปล่อยกรดแลคติกซึ่งเป็นของเสีย ที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานที่ไม่ใช้ออกซิเจน…และร่างกายจะส่งสัญญาณไปยังสมองว่าเรากำลังเหนื่อยล้า

3. “ใน 2-3 นาทีถัดมา หัวใจเต้นเร็วขึ้นสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อต่างๆ” ยกเว้นอวัยวะส่วนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกายในขณะนั้น ช่วงนี้เราจะหายใจหอบถี่ เพราะเซลล์กล้ามเนื้อพยายามดึงออกซิเจนเข้าร่างกายเพื่อเผาผลาญกลูโคส ‘ตอนออกวิ่ง กล้ามเนื้อใหญ่สุดของร่างกาย คือ กลูเทียส แม็กซิมัส (ก้น) ส่วนขาและส่วนลำตัว ยังคงประคองให้เราเคลื่อนที่ต่อได้ ควบคุมสนับแข็ง และขยายข้อต่อสะโพกให้กว้างขึ้น เพื่อให้เท้าเคลื่อนไหวขึ้นลงได้’

ร่างกายจะเริ่มเผาผลาญแคลอรี่และไขมันส่วนเกินที่สะสมเอาไว้ (นักวิ่งจะเผาผลาญได้ 100 แคลอรี่ต่อระยะทาง 1.6 กิโลเมตร) การเผาผลาญที่มากขึ้น ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น…เพื่อลดความร้อน ระบบหมุนเวียนเลือดจะเปลี่ยนเส้นทางไปที่ผิวหนังแทน ใบหน้าเราจึงมีเลือดฝาด ต่อมเหงื่อเริ่มผลิตความชื้น เพื่อไม่ให้เราร้อนจนเกินไป

4. “เราจะรู้สึกสดชื่นขึ้น และแข็งแกร่งใน 10 นาที (หากเราฟิตจริง)” ถ้ากล้ามเนื้อและแหล่งผลิต ATP ในร่างกายยังคงมีเพียงพอ และดึงออกซิเจนมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเผาผลาญไขมันและกลูโคสได้ด้วย…แต่ถ้าเราไม่ได้ออกกำลังกายมานาน ATP จะไม่สูงขึ้นเท่าที่ร่างกายต้องการ ‘เราจะเริ่มหายใจไม่ออก หรือดึงออกซิเจนมาใช้ไม่ทัน กรดแลคติกก็หลั่งไปทั่วร่างจนเราล้าแทบก้าวขาไม่ออก’

5. “หลัง 30 นาที…ถึงเส้นชัยเสียที” ถึงตอนนี้ ให้เราวิ่งช้าลงจนกลายเป็นการเดิน การใช้พลังงานจะลดต่ำ อัตราการหายใจเริ่มกลับสู่ปกติ ‘สมองถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนโดพามีน ซึ่งเป็นสารที่สร้างความเบิกบานใจ’ ถึงตอนนี้แม้เราจะอยากกินของหวานบ้างก็ไม่มีปัญหา เพราะร่างกายได้สร้างแหล่งไว้เก็บไกลโคเจนเรียบร้อยแล้ว แคลอรีส่วนเกินจึงไม่ถูกเก็บไว้ในรูปไขมัน

.

ที่มา : ไปวิ่งกัน : RunningHub

ภาพ : Freepik

“ชิคุนกุนยา” อีกโรคยอดฮิตที่มากับยุงลายพาหะตัวร้าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/633672

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 07:39 น.“ชิคุนกุนยา” อีกโรคยอดฮิตที่มากับยุงลายพาหะตัวร้ายรู้หรือไม่ โรคที่มากับสายฝน ไม่ได้มีแต่ไข้เลือดออก “ชิคุนกุนยา” อีกโรคยอดฮิตที่มากับยุงลายพาหะตัวร้าย อีกอันตรายช่วงฝนตก

หลายคนคงเข้าใจกันว่า โรคยอดฮิตที่มักจะเป็นกันมากในช่วงฤดูฝนเป็นโรคไข้เลือดออก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกโรคที่ฮิตในหน้าฝนไม่แพ้กัน นั่นคือ “โรคชิคุนกุนยา” หรือ “โรคไข้ปวดข้อยุงลาย” ซึ่งมาจากพาหะเดียวกันได้แก่ยุงลาย

มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ในเครือ “พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์” โดย แพทย์หญิงขวัญนุช ศรีกาลา กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี เผยเรื่องราวเกี่ยวกับ “โรคชิคุนกุนยา” ความอันตรายของโรคนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ในบทความนี้มีคำตอบ

พบโรคชิคุนกุนยาได้ในทุกช่วงอายุ

โรคชิคุนกุนยา หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส Chikungunya Virus ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยจากข้อมูลของกรมควบคุมโรคพบว่า เพียงครึ่งปีแรกของปี 2563 พบผู้ป่วยเกือบ 2,000 รายเลยทีเดียว นอกจากนี้พื้นที่การแพร่ระบาดมีการขยายในวงกว้างมากขึ้น ส่วนกลุ่มที่ป่วยยังพบได้ในทุกช่วงอายุอีกด้วย โดยจะพบมากที่สุดในช่วงอายุ 25-34 ปี 

อาการของโรคชิคุนกุนยา

มีไข้สูงอย่างฉับพลัน อ่อนเพลีย ปวดหัว ข้ออักเสบ ปวดตามข้อมือ ข้อเท้า ข้อต่อแขนขา โดยจะปวดไล่ไปเรื่อย เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ข้อต่อบวม เข่าและข้อต่อไม่มีแรง จนไม่สามารถขยับได้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ คันหรือมีผื่นขึ้นตามตัว ตาแดง

หากพบว่า มีอาการข้างต้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยห้ามทานยาลดไข้แอสไพริน (Aspirin) เป็นอันขาด เนื่องจากจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น

อาการที่แตกต่างจากโรคไข้เลือดออก

แม้ว่าจะเป็นโรคที่ติดต่อจากยุงลายเหมือนกัน มีความรุนแรงเหมือนกัน และอาจมีอาการคล้ายโรคไข้เลือดออกบ้าง แต่จะมีบางอาการที่พบได้เฉพาะในโรคชิคุนกุนยาเท่านั้น และจะไม่อันตรายเท่าโรคไข้เลือดออก ซึ่งจะมีความแตกต่างกัน ดังนี้

  • โรคชิคุนกุนยาจะไม่มีเกร็ดเลือดต่ำจนมีเลือดออกรุนแรงอย่างโรคไข้เลือดออก
  • โรคชิคุนกุนยาจะไม่มีผนังเส้นเลือดฝอยผิดปกติจนทำให้มีน้ำเลือดรั่วออกนอกเส้นเลือด ซึ่งทำให้ความดันโลหิตต่ำ จนผู้ป่วยเกิดอาการช็อค อย่างโรคไข้เลือดออก
  • แม้ว่าโรคชิคุนกุนยาจะถือว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรง แต่โรคนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตอย่างโรคไข้เลือดออก แต่อย่างไรก็ตามโรคนี้ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดตามข้อทรมาน ซึ่งอาจปวดนานเป็นเดือนหรือเป็นปีก็มี

หากรู้ทันโรคสามารถป้องกันได้

โรคชิคุนกุนยายังไม่มีการรักษาที่จำเพาะ การรักษาจึงทำได้แค่รักษาตามอาการ เพื่อลดอาการของผู้ป่วย เช่น การใช้ยาลดไข้หรือยาแก้ปวด เช็ดตัว พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และป้องกันไม่ให้ยุงกัด เป็นต้น เพราะฉะนั้นการป้องกันจึงสำคัญที่สุด ซึ่งเราสามารถป้องกันได้โดย

  • เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง
  • เก็บขยะ
  • ปิดแหล่งน้ำให้มิดชิดไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายตัวร้ายที่เป็นพาหะของโรค
  • ใช้ยาทากันยุงบนผิวหนังหรือบนเสื้อผ้า
  • ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หรือเสื้อผ้าที่ไม่เปิดเผยผิวหนัง

หลายโรคที่ต้องเฝ้าระวังในหน้าฝน ดังนั้น ควรหมั่นดูแลและรักษาสุขภาพ ตามข้อปฏิบัติดังกล่าวที่เราแนะนำไว้ข้างต้น รวมทั้งหมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง

COVID-19 ปูทางวิถีการกินอาหารแบบใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/633610

วันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลา 14:30 น.COVID-19 ปูทางวิถีการกินอาหารแบบใหม่สถานการณ์ COVID-19 ทำให้การบริโภคเนื้อสัตว์ลดลงต่ำสุดในรอบ 9 ปี ผลจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินช่วงโรคระบาด องค์กรพัฒนาเอกชนนานาชาติ ย้ำผู้บริโภคเลือกอาหารที่ยั่งยืนและดีต่อสุขภาพกว่าเดิม

รายงานขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เผยการบริโภคเนื้อสัตว์ต่อจำนวนประชากร คาดการณ์ลดลงต่ำสุดในรอบ 9 ปี ด้วยสถิติลดลงกว่า 3% จากปี 2019 เผยให้เห็นปริมาณการบริโภคที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ปี 2000 พร้อมย้ำว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วง COVID-19 ส่งผลกระทบสู่ปัญหาการขนส่งติดขัด เช่น ข้อจำกัดด้านการคมนาคม รวมถึงความต้องการของร้านอาหารที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการของเนื้อสัตว์ทั่วโลกลดลง นอกจากนี้ หัวใจสำคัญอีกข้อได้แก่ การขาดแรงงานเพื่อการบรรจุเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เกิดการระบาดไวรัสร้ายแรงมากที่สุดในหลายประเทศทั่วโลก อีกทั้งกรณีโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในภูมิภาคเอเชียก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความต้องการเนื้อสัตว์ลดลงด้วย ส่งผลให้สุกรกว่าหนึ่งในสี่ทั่วโลกต้องตายหรือถูกเชือดจากการติดโรค

ในประเทศไทย ความต้องการผลิตภัณฑ์จากสัตว์ลดลงตามกระแสโลก โดยรายงานของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ระบุว่าการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ความต้องการเนื้อไก่ เนื้อหมู นมพร้อมดื่ม และผลิตภัณฑ์ประมงในประเทศลดลง สืบเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไป ซึ่งส่งผลกระทบถึงการปิดโรงแรม และธุรกิจการบริการอื่นๆ รวมถึงการกำหนดมาตรการที่เข้มงวดของรัฐบาลเกี่ยวกับการเว้นระยะห่างทางสังคม

ทว่า แม้ก่อนเกิดโรคระบาด สถาบัน Rabobank ได้ทำการคาดการณ์ว่า ความต้องการโปรตีนจากสัตว์และอาหารสัตว์จะลดลงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากเทรนด์การบริโภคใหม่ ๆ โดยการคาดการณ์ของสถาบันระบุว่า การบริโภคเนื้อวัวจะได้รับผลกระทบ ลดลง 9-13% เนื้อหมูจะลดลง 4-17% และปลาจะลดลง 6-11% ส่วนความต้องการของสัตว์ปีกในประเทศไทยจะลดลงถึง 1%-4%

ปูทางให้กับวิถีการกินอาหารแบบใหม่

เมื่อการบริโภคเนื้อสัตว์ลดลงในประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ความต้องการของผลิตภัณฑ์จากพืชกลับสูงขึ้นกว่า 53% ดังนั้น เพื่อสนับสนุนผู้บริโภคที่สนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินสู่อาหารที่ยั่งยืน ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสัตว์ร่วมโลก องค์กรพัฒนาเอกชน ซิเนอร์เจีย แอนิมอล จึงนำเสนอโครงการทดลองอาหารวีแกนฟรี ชื่อ “โครงการท้าลอง 22 วัน” ซึ่งเชิญชวนผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อมาลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารแบบใหม่เป็นเวลา 21 วัน โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสูตรอาหาร ความช่วยเหลือด้านสารอาหาร รวมถึงเคล็ดลับในการกินอาหารจากพืชจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

นายธีรธร กล่อมเกลา ผู้จัดการโครงการท้าลอง 22 วัน ซิเนอร์เจีย แอนิมอล กล่าวว่า “นอกจากเหตุผลทางด้านการขนส่งแล้ว เหตุการณ์การแพร่ระบาดยังส่งผลให้ผู้คนหันมาพิจารณาพฤติกรรมการกินอาหารของตนเองมากขึ้น จากรายงานขององค์กรสหประชาชาติ ชี้ให้เห็นว่า การแพร่ระบาดใหม่ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับการแพร่ระบาดในปัจจุบัน หรืออาจร้ายแรงยิ่งกว่า อาจเกิดขึ้นอีกได้ หากเราไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการบริโภคอาหาร” 

แม้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่มีการสันนิษฐานว่าการแพร่เชื้อเกิดขึ้นจากสัตว์ป่าแพร่มาสู่คน ซึ่งในแง่ของความเสี่ยงที่อาจเกิดการระบาดครั้งใหม่นี้ สัตว์ที่ถูกเลี้ยงไว้ในฟาร์มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ถือเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน

จากรายงานขององค์กรสหประชาชาติ พบว่า 75% ของเชื้อโรคที่พบในทศวรรษที่ผ่านมา ล้วนมีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ รวมไปถึงเขื่อน การชลประทาน และฟาร์มปศุสัตว์ มีความเชื่อโยงกับการติดเชื้อในมนุษย์ถึง 25% องค์กรสหประชาชาติได้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อไวรัสและการบริโภคเนื้อสัตว์ ตามที่โครงการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ เผยว่า สัตว์จำพวกวัว หมู และไก่ เป็นปัจจัยของการแพร่กระจายเชื้อโรค เพราะสัตว์จำพวกนี้ มักถูกเลี้ยงในสภาพที่ “ไม่เหมาะสม” เพื่อให้ผลผลิตที่สูงกว่า อีกทั้งยังอยู่ในสถานที่ที่ขาดความหลากหลายทางสายพันธุ์ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อง่ายกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับสถานที่ที่มีสัตว์หลากหลายสายพันธุ์อยู่รวมกัน ยิ่งไปกว่านั้น ฟาร์มปศุสัตว์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะถูกเลี้ยงอยู่ในระบบที่เรียกว่า ฟาร์มเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นระบบที่ขังสัตว์หลายพันชีวิตไว้ด้วยกัน และไม่มีโอกาสให้สัตว์ได้รักษาระยะห่างจากกันเลย

ความหนาแน่นของปศุสัตว์ส่งผลกระทบให้เกิดการตัดไม้ทำลายป่า การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางสายพันธุ์ และทำให้สัตว์ รวมถึงโรคจากสัตว์ ใกล้ชิดกับมนุษย์ยิ่งขึ้น องค์ประกอบทั้งหมดนี้เป็นส่วนผลักดันให้เกิดการแพร่เชื้อของไวรัสสายพันธุ์ใหม่และอาจนำไปสู่การแพ่ระบาดในอนาคต

ในขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในโรงฆ่าและชำแหละสัตว์ในสหรัฐอเมริกา บราซิล รวมไปถึงเยอรมัน ส่งผลให้การแพร่เชื้ออย่างกว้างขวางในหมู่คนงานโรงแพ็คเนื้อสัตว์กลายเป็นข่าวใหญ่

“จากข้อมูลข้างต้น ทำให้สรุปได้ว่า สังคมของเราควรจะพึ่งผลิตภัณฑ์จากสัตว์ให้น้อยที่สุดเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยของเราเอง และด้วยความต้องการเนื้อสัตว์ที่ลดลง ตลาดอาหารแพลนต์เบสมีความต้องการสูงขึ้น ดูเหมือนว่าเรากำลังเข้าสู่ความเปลี่ยนแปลงใหม่ในการบริโภคอาหาร” นายธีรธร กล่าวเสริม

‘หมอมนูญ’ แนะคนเยี่ยม-คนเฝ้าไข้ ‘โรเบิร์ต สายควัน’ ตรวจวัณโรคปอด ระบุโรคนี้ติดต่อได้ง่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/633601

วันที่ 22 ก.ย. 2563 เวลา 13:40 น.‘หมอมนูญ’ แนะคนเยี่ยม-คนเฝ้าไข้ ‘โรเบิร์ต สายควัน’ ตรวจวัณโรคปอด ระบุโรคนี้ติดต่อได้ง่ายนายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ โพสต์แนะนำให้ผู้ที่เยี่ยมหรือเฝ้าไข้ “โรเบิร์ต สายควัน” ตรวจหาวัณโรคปอด เผยโรคนี้สามารถแพร่เชื้อได้ง่ายและไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย

สืบเนื่องจากกรณี นายไพฑูรย์ พุ่มรัตน์ หรือโรเบิร์ต สายควัน ดาวตลกชื่อดัง เสียชีวิตลงด้วยอาการป่วยเป็นโรควัณโรคปอด เพจ “หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC” นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียูเฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจผู้ป่วยหนักและโรคผู้สูงอายุประจำที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์แนะนำให้ผู้ที่เยี่ยมหรือเฝ้าผู้ป่วยวัณโรคปอดหวั่นว่าจะติดเชื้อวัณโรคได้ โดยระบุว่า

…”ข่าวดาวตลกดัง โรเบิร์ต สายควัน ที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์ตรวจไม่พบมะเร็งปอดแล้ว แต่พบเชื้อวัณโรคปอดแทน เสียชีวิต ทำให้คนที่ไปเยี่ยมศิลปินตลก วิตกกังวลว่าจะติดเชื้อวัณโรคหรือไม่ มีข้อมูลผู้ที่ป่วยเป็นวัณโรคแต่ไม่ได้รับการรักษา จะกระจายให้ผู้อื่นอีก 10-15 คนต่อปี

วัณโรคส่วนใหญ่เป็นที่ปอด เชื้อวัณโรคในปอดแพร่กระจายออกมาในอากาศเวลาผู้ป่วยพูด ไอ จาม เชื้อลอยในอากาศ มีชีวิตหลายชั่วโมง การติดเชื้อไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย เพียงแต่หายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อวัณโรคเข้าถุงลม แล้วเชื้อทะลุเข้าหลอดเลือด กระจายไปตามอวัยวะต่างๆ

วัณโรคติดต่อกันทางการหายใจ ไม่ติดต่อทางการสัมผัส ทางอาหาร ไม่จำเป็นต้องแยกจาน ภาชนะ

การจะรับเชื้อวัณโรคหรือไม่ขึ้นอยู่กับ

1. ผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในระยะแพร่เชื้อหรือไม่ ถ้าพบเชื้อวัณโรคในเสมหะ โอกาสการแพร่เชื้อได้มาก

2. ผู้ป่วยได้รับยารักษาวัณโรคหรือไม่ ถ้าได้กินยารักษาวัณโรคติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์ โอกาสการแพร่เชื้อลดลง

3. อยู่ในสถานที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่ดี ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ทำให้เชื้อลอยอยู่ในอากาศนานหลายๆชั่วโมง โอกาสการแพร่เชื้อสูง

4. ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ ถ้าใส่โอกาสการแพร่เชื้อลดลงกว่าครึ่ง

5. คนที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ ถ้าใส่โอกาสการรับเชื้อลดลง

ถ้าหายใจรับเชื้อวัณโรคเข้าไป คนปกติอย่างมากร้อยละ 5 จะป่วยเป็นโรควัณโรค ซึ่งต้องใช้เวลานาน 1-2 ปี ที่เหลือจะมีวัณโรคแฝงอยู่ในตัวโดยร่างกายควบคุมเชื้อวัณโรคให้สงบในอวัยวะต่างๆโดยที่เชื้อยังไม่ตาย มีเพียงร้อยละ 5 เชื้อวัณโรคที่เคยสงบนิ่งอยู่ในร่างกาย จะกำเริบป่วยเป็นวัณโรคด้วยอัตราต่ำกว่า 0.3% ต่อปีในภายหลัง การตรวจสอบว่าเชื้อวัณโรคเข้าร่างกายหรือยัง ตรวจสอบได้โดย

1. การฉีดทูเบอร์คูลินเข้าใต้ผิวหนังและอ่านปฏิกิริยาของทูเบอร์คูลินภายใน 48 ถึง 72 ชั่วโมง การแปลผลลำบาก เพราะคนไทยเคยรับวัคซีนบีซีจี ป้องกันวัณโรคตอนแรกเกิด

2. เจาะเลือดตรวจหาวัณโรคแฝง ข้อจำกัดราคาแพง

ทั้ง 2 วิธี ต้องใช้เวลานานถึง 2-3 เดือน กว่าจะให้ผลบวก ไม่ใช่รับเชื้อวันนี้ อีก 1 สัปดาห์ให้ผลบวก 1 ใน 3 ของคนไทยประมาณ 20 ล้านคนมีวัณโรคแฝงอยู่ในตัวโดยไม่มีอาการ และไม่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่น ส่วนใหญ่แพทย์จะไม่ทำอะไร ยกเว้น คนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยโรคเอดส์ คนในครอบครัวของผู้ป่วย เด็กเล็ก คนที่มีประวัติอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย แพทย์จะให้ยากินป้องกันเพื่อไม่ให้ป่วยเป็นวัณโรคในภายหลัง ก่อนให้ยาป้องกัน ต้องทำเอกซเรย์ปอด และแน่ใจว่าไม่ได้กำลังป่วยเป็นวัณโรค”

ที่มา :  https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1746330355533721&id=604030819763686

ส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632982

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 13:30 น.ส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟพาส่องผลงาน LINE STICKERS ของ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราเลิฟ แชะและแชร์รูปแบบจอย! จอย! ที่อุโมงค์ Art Gallery ตลอดกันยายนนี้

หากนึกถึง LINE STICKERS หลายคนคงนึกถึงตัวแทนคำพูดและความรู้สึกดีๆ ที่กดส่งผ่านแชทกันทุกวี่ทุกวัน ไม่ว่าจะห้องแชทครอบครัว เพื่อนฝูง คนพิเศษ หรือเพื่อนร่วมงาน LINE STICKERS ก็ตอบโจทย์ทุกบทสนทนาได้อยู่หมัด แต่อีกความโดดเด่นจากบริการ LINE STICKERS ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือการเปิดกว้างทางความคิดสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่บนแพลตฟอร์มระดับโลกให้เหล่าครีเอเตอร์ทั้งมือใหม่และมือโปรมาปลดปล่อยจินตนาการได้อย่างไม่รู้จบ ทั้งลายเส้น สีสัน คาแรกเตอร์ ไปจนถึงงานแอนิเมชัน จนออกมาเป็นสติกเกอร์หลายร้อยหลายพันชุดให้ทุกคนเลือกใช้กัน

อุโมงค์ Art Gallery ครั้งแรกของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ภายใต้คอนเซ็ปต์ JOIN THE JOY สร้างปรากฏการณ์ชมงานศิลป์บนผนังทางเดิน ณ ทางออกที่ 3 ของ MRT พหลโยธิน ด้วยการนำเสนอสติกเกอร์ถึง 150 ชุดและโมโลดี้อีก 30 เพลง ในบรรดาผลงานเด็ดๆ โดนๆ เหล่านี้ก็มีสติกเกอร์ฝีมือ 7 ครีเอเตอร์ชาวไทยที่เราขอยกมาเล่าให้ฟังและรู้จักกันมากขึ้น ลองไปดูกันเลยว่ามีครีเอเตอร์คนโปรดของคุณรวมอยู่ด้วยหรือเปล่า!

1. shhuunns (อภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “ดึ๊บ ดึ๊บ”

คาแรกเตอร์มนุษย์ตัวขาวหัวกลมน่าตียียวนกับข้อความสุดกวนสะกิดต่อมฮา เดาไม่ยากเลยว่าสติกเกอร์นี้คือ “ดึ๊บ ดึ๊บ” (Dueb Dueb) ผลงานของคุณอภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์ หรือ shhuunns กราฟิกดีไซเนอร์ผู้ลาออกจากงานประจำมาเป็น ครีเอเตอร์อย่างจริงจัง สำหรับคาแรกเตอร์ดึ๊บ ดึ๊บ นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากท่าทางการเต้นกวนๆ ของวัยรุ่นหน้าเวทีหมอลำทางภาคอีสาน พอนำข้อความมาใส่ให้เข้ากับบริบทก็ยิ่งโดนใจผู้ใช้สุดๆ

2. Koranan (กรนันท์ ชื่นพิชัย) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “Animal Addict”

นอกจากจะเป็นนักเขียน Story Board และช่างภาพฝีมือดีแล้ว คุณกรนันท์ ชื่นพิชัย หรือ Koranan ยังเป็นนักวาดมากความสามารถผู้สร้างสรรค์ลายเส้นละเอียดๆ เบื้องหลังคาแรกเตอร์ก๊วน “Animal Addict” บอกเล่าไอเดียเมื่อผู้คนเสพติดสรรพสัตว์ แทนยานพาหนะที่เคยขับขี่ ความโหด มันส์ ฮา จึงบังเกิด นอกจากนี้สติกเกอร์ชุด “จ่าแอ๊ด” และ “ป่าโฉด” ก็เป็นผลงานของคุณกรนันท์เช่นกัน

3. POORBOYLIFE (เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “POORBOY”

คาแรกเตอร์เจ้าลิงละม้ายคล้ายบิ๊กฟุตสีขาวขนฟูไถสเก็ตบอร์ดตัวนี้ เป็นผลงานของคุณเกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ หรือ POORBOYLIFE ที่ตั้งใจสะท้อนเรื่องราวชีวิตของตัวเองโดยตรง ตัวคุณเกษมวิทย์ชื่นชอบงาน Graffiti และเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามาสู่เมืองใหญ่ เหมือนกับเจ้า “POORBOY” ที่ต้องลาจากป่ามาสู่เมืองใหญ่เช่นกัน

4. B&B Design ครีเอเตอร์เบื้องหลัง บุบบิบ

สาวน้อยน่ารักผู้มาพร้อมกับความสดใสเกินต้าน จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากน้อง “บุบบิบ” (Boobib) ซึ่งมีคู่เป็นหนุ่ม “บู้บี้” (Boobie) ผลงานของ B&B Design ครีเอเตอร์ที่มีสติกเกอร์ให้เลือกสรรสำหรับทุกสถานการณ์และทุกไลฟ์สไตล์ นับรวมกันแล้วมากกว่า 100 ชุดเลยทีเดียว

5. nualtong (นวลตอง ประสานทอง) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “helloladyfinger”

หากใครที่ติดตามวงการศิลปะอยู่แล้วน่าจะคุ้นชื่อของคุณนวลตอง ประสานทอง หรือ nualthong นักวาดภาพประกอบผู้โลดแล่นอยู่ในวงการมามากกว่าทศวรรษ ทั้งภาพประกอบนิตยสารดัง หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค ฯลฯ รวมถึงสติกเกอร์ชุด “helloladyfinger” นี้ที่มาพร้อมกับลายเส้นเอกลักษณ์ของการวาดคาแรกเตอร์ผู้หญิงในแบบฉบับของตนเอง พร้อมข้อความภาษาอังกฤษแบบฟีลกู๊ด ส่งให้ใครก็แฮปปี้

6. cartoonmunin (มุนินทร์ สายประสาท) ครีเอเตอร์เบื้องหลัง มุนินฺ

คุณมุนินทร์ สายประสาท หรือ cartoonmunin นักวาดการ์ตูนมืออาชีพคนเก่งที่มีผลงานหนังสือรวมกว่า 10 เล่ม และสร้างสำนักพิมพ์ของตัวเองในชื่อ 10 มิลลิเมตร (10mm. Studio) ซึ่งตัวละครจากหนังสือของเธอก็ได้ต่อยอดมาเป็นสติกเกอร์ไลน์ “มุนินฺ” ผู้หญิงที่จริงจังกับทุกเรื่อง ทั้งเรื่องรัก เรื่องเล่น เรื่องสนุกๆ รวมถึงคาแรกเตอร์อื่นๆ เช่น “คุณปลาวาฬ” และสมาชิกครอบครัว “บ้านโลมา” ด้วยเช่นกัน

7. กิตติ รุจิเรกานุสรณ์ ครีเอเตอร์เบื้องหลัง “ขิงขิง”

เด็กสาวผมสั้นสไตล์การ์ตูนหัวโต มาพร้อมแอคติ้งใบหน้าสุดดราม่า คาแรกเตอร์นี้ก็คือสาวน้อย “ขิงขิง” ผลงานของคุณกิตติ รุจิเรกานุสรณ์ นั่นเอง ตัวการ์ตูนของเธอมาพร้อมความน่ารัก สีสันหวานสดใส แต่ที่ต้องยกนิ้วให้คือใบหน้าสื่ออารมณ์ ทั้งเบ้ปาก มองบน มองแรง ก็สื่อสารออกมาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้น้องขิงขิงยังมีเพื่อนๆ คาแรกเตอร์สไตล์เดียวกันคือ “น้องขนุน” และ “น้องน้อยหน่า” อีกด้วยนะ

หากเดินแชะภาพกับผลงานของศิลปินและครีเอเตอร์คนโปรดกว่า 180 รายการจนจุใจแล้ว ก็สามารถยกมือถือขึ้นมาสแกน QR Code ผ่าน Virtual LINE Store เพื่อดาวน์โหลด LINE STICKERS และ LINE MELODY ที่ถูกใจได้ทันที สร้างประสบการณ์การใช้งานแบบง่ายๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปิดให้ชมแล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2563 ทุกวัน เวลา 06.00-00.00 น. ที่ MRT พหลโยธิน ทางออก 3 ติดตามอัปเดตความเคลื่อนไหวของ LINE STICKERS และ LINE MELODY ได้ที่ LINE Official Account @linestickersth และ @linemelodyth

ดีไซเนอร์สาวเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632979

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 11:12 น.ดีไซเนอร์สาวเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีดีไซเนอร์สาว ‘ขนิษฐา ดรุณเนตร’ จากแบรนด์ CANITT ร่วมเผยเทคนิคเลือกเสื้อผ้าเสริมบุคลิก พร้อมอวดผิวสวยสุขภาพดีกับ THANN Body Care

เป็นดั่งที่สุภาษิตกล่าวไว้ “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” เพราะบุคลิกภาพที่ดีสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ การดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ใช่แค่เพียงการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงามเท่านั้น การมีผิวพรรณที่ดีก็สามารถสร้างจุดเด่น และเพิ่มความมั่นใจให้เราได้

ด้วยเหตุนี้แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงร่วมกับดีไซเนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) ขนิษฐา ดรุณเนตร จัดกิจกรรมเวิร์คช็อป พร้อมแนะเคล็ดลับเลือกชุดสวยให้ดูดีอย่างมั่นใจควบคู่ไปกับการดูแลผิวพรรณ

“แฟชั่นสไตล์การแต่งตัว รวมถึงการใช้สีสันนั้นสะท้อนความเป็นตัวตนของผู้หญิง ในฐานะดีไซเนอร์เรารู้สึกว่าจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีคำจำกัดความแบบตายตัวสำหรับการเลือกเสื้อผ้า สำคัญต้องรู้ว่าควรเลือกเสื้อผ้าแบบไหนให้เหมาะกับผิวพรรณ ซึ่งสมัยก่อนเชื่อกันว่าต้องผิวขาวเท่านั้นถึงจะสวย แต่เทรนด์ในปัจจุบันจะเน้นแบบผิวสวยสุขภาพดี ทำให้การดูแลผิวนั้นมีสำคัญไม่น้อยไปกว่าการใช้เมคอัพและการเลือกชุดเลย ผู้หญิงทุกคนสามารถมีผิวสวยสุขภาพดีได้เพียงแค่ดูแลผิวอย่างถูกวิธี โดยให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวกายไม่น้อยไปกว่าการบำรุงผิวหน้า เพื่อให้ผิวมีความเนียนนุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส

การเลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ครีมที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ครีมที่แพงที่สุด แต่ต้องเหมาะกับผิวเราที่สุด ส่วนตัวมีเคล็ดลับการดูแลผิว คือทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ 5 -10 นาที เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่รูขุมขนกำลังเปิด ทำให้ผิวได้รับคุณค่าการบำรุงอย่างเต็มที่ เมื่อผิวสวยสุขภาพดีแล้วจะช่วยเสริมให้ชุดที่เราเลือกใส่ดูดีไปด้วย

นอกจากนี้ การเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะกับรูปร่างนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่าง สาวๆ ที่มีรูปร่างอวบ แนะนำให้เลือกใช้สีเอิร์ธโทน เช่น สีเบจ หรือสีน้ำตาล จะช่วยพรางสัดส่วนได้ดีกว่าสีอ่อนทำให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น ด้านซิลลูเอทถ้าเลือกเสื้อที่มีลักษณะเป็นคอวีจะช่วยให้คอดูเพรียวยาว และเทคนิคเล็กๆ สำหรับสาวรูปร่างอวบ คือไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่พอดีกับรูปร่างจนเกินไป เพราะจะเป็นการเน้นให้เห็นสัดส่วนชัดขึ้น ควรจะเลือกสวมชุดที่หลวมนิดหน่อยจะช่วยให้ไม่ดูฟิตมาก สำหรับสาวตัวเล็ก ควรเลือกชุดที่มีความพอดีตัวเพื่อโชว์ให้เห็นสัดส่วน ส่วนสาวรูปร่างสูงควรเพิ่มแอคเซสซารี่อย่างเข็มขัดเข้ามาเพื่อช่วยให้เห็นส่วนโค้งเว้า และดูบาลานซ์ขึ้น

การเลือกเสื้อผ้าเพื่อเสริมจุดเด่นและปิดจุดด้อย สำหรับสาวๆ หน้าอกเล็ก อาจจะเลือกสวมใส่ชุดที่ตกแต่งเพิ่มฟองน้ำบริเวณช่วงหน้าอกเพื่อช่วยเสริมให้หน้าอกไม่แบนราบและดูมีทรวดทรงได้มากขึ้น ส่วนสาวๆ หน้าอกใหญ่ ก็สามารถเลือกสวมชุดที่มีเลเยอร์อย่างเช่น ถ้าหากอยากใส่สายเดี่ยวก็สามารถเพิ่มเสื้อคลุมเข้ามา หรือสามารถเลือกชุดแบบปาดไหล่จะช่วยดึงดูดความสนใจในภาพรวมแต่ไม่เน้นบริเวณช่วงหน้าอกจนเกินไปได้

ส่วนเทคนิคการเลือกสีเสื้อผ้าให้เข้ากับสีผิว สามารถแบ่งได้ดังนี้ สำหรับผิวสีซีด สีเหลือง หรือขาวเหลือง สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีเข้ม เช่น ดำ น้ำเงินเข้ม แดง และชมพูเข้ม เพราะช่วยขับสีผิวให้ดูผิวผ่องยิ่งขึ้น แต่อาจไม่เหมาะกับสีขาว ชมพูอ่อน เหลือง ฟ้าอ่อน สีเบจ (น้ำตาลอ่อน) ส้ม และทอง เพราะทำให้สีผิวดูกลืนไปกับชุด

ถัดมาที่สาวผิวขาวใส หรือขาวอมชมพู สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงิน ชมพูอ่อน ม่วงซีด (สีดอกลาเวนเดอร์) ม่วงแดง สีลูกพลัม และสีเหลืองซีด แต่อาจไม่เหมาะกับเสื้อผ้าสีสะท้อนแสง และสีเอิร์ธโทน (Earth tone) เช่น ดำ และส้ม ด้านผิวสีโทนน้ำตาล สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าสีโทนอบอุ่น เช่น น้ำตาลอ่อน สีเบจ เขียวผลมะกอก ส้ม ทอง เทาเข้ม และน้ำตาลเข้ม แต่อาจไม่เหมาะดำ ขาว หรือโทนน้ำตาลอ่อน เพราะจะดูกลมกลืนไปกับสีผิว และผิวสีแทน หรือสีเนื้อ (ขาวอมส้ม) สีผิวกลุ่มนี้จะดูดีในเสื้อผ้าโทนสีซีด และสีอ่อนๆ เช่น ส้มพีช น้ำตาลอ่อน เหลืองอ่อน น้ำตาลทอง ฟ้าน้ำทะเล เขียวอ่อน แดงเข้ม ฟ้า และแสด แต่อาจไม่เหมาะคือดำ และขาว ซึ่งเป็นสีที่ตัดกับสีผิว

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงตอนเลือกซื้อชุด คือ เนื้อผ้า หรือชนิดของผ้าว่าเป็นแบบไหน ยับง่ายมั้ย ใส่แล้วคันมั้ย มีการระคายเคืองกับผิวหนังหรือเปล่า เนื้อผ้าชำรุดง่ายหรือเปล่า ในส่วนของซิลลูเอท ควรจะลองสวมเสื้อผ้าก่อนซื้อเพื่อดูว่าเมื่อใส่แล้วการเคลื่อนไหวสะดวกไหม บางชุดอาจจะซิลลูเอทสวยแต่พอมาสวมใส่แล้วอาจไม่เหมาะกับการใส่ในชีวิต ประจำวัน ส่วนการเลือกชุดสำหรับออกงานนั้นเป็นสิ่งสำคัญ คือ ต้องเลือกชุดให้เข้ากับธีมของงานว่าธีมเป็นแบบไหน หลังจากนั้นก็ดูชุดที่มีสไตล์เข้ากับเรา บางคนอาจเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวด้วยการแมทช์สีสันให้เข้ากับบุคลิกตัวเองได้ หากคนที่ชอบความเรียบหรูก็สามารถเพิ่มเครื่องประดับอย่างต่างหู สร้อยคอ และแหวน เพื่อช่วยให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ไม่ยาก หากเป็นงานกลางคืนสำหรับสาวๆ ที่มีจุดเด่นบริเวณช่วงขาที่เรียวยาว ก็สามารถเลือกชุดเดรสผ่าข้างเผยโชว์ผิวบริเวณขา และสวมรองเท้าส้นสูง เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับตนเองได้”  ขนิษฐา ดรุณเนตร ดีไซเนอร์สาวจากแบรนด์ ‘คานิท’ (CANITT) กล่าว

ส่วนทางด้านเซเลบริตี้สาวสวยก็ได้ร่วมเผยเคล็ดลับเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสุขภาพดี เริ่มที่สาวยิ้มสวย แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผยว่า ‘การมีผิวสวยสุขภาพดีมีความสำคัญต่อการแต่งตัวของเรา เพราะผิวสวยจะช่วยสร้างความมั่นใจให้การแต่งตัวไม่ว่าเราจะสวมใส่ชุดไหน ดังนั้นมายด์จึงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวกายไม่น้อยไปกว่าผิวหน้าเลย จริงๆแล้วมายด์เป็นคนผิวแห้ง ดังนั้นเวลาเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจะเลือกที่มีส่วนผสมของน้ำมันออแกนิค และส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ เพื่อบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่อย่างงั้นระหว่างวันผิวเราจะแห้งเป็นขุยได้ โดยจะทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ เพียงเท่านี้ก็จะมีผิวพรรณที่เนียนนุ่มแบบสุขภาพดี ด้วยความที่มายด์เป็นคนสรีระช่วงบนเล็ก ช่วงสะโพกใหญ่ และขายาวก็มักจะเลือกสวมชุดที่โชว์เรียวขาอย่างเดรสผ่าหน้า หรือบางครั้งก็โชว์ช่วงบนอย่างเดรสสายเดี่ยวหรือชุดที่เข้ารูป ส่วนกางเกงก็จะเป็นกางเกงเอวสูงช่วยให้เอวดูเล็กลง’

ถัดมาที่สาวมั่นใจ เอมษิกา โชติวิจิตร เล่าว่า ‘จินนี่เป็นคนผิวแห้ง จึงต้องบำรุงและดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ โดยเลือกใช้ครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ที่มีความเป็นเข้มข้นพิเศษอย่างบอดี้บัตเตอร์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่เสมอ เวลาออกงานก็จะชอบใส่ชุดเดรส โดยเน้นโชว์ผิวบริเวณช่วงไหล่ และแขนเป็นพิเศษ ส่วนโทนสีที่จินนี่ชอบนั้นจะเน้นโทนสีเบจ ดำ ขาว หรือถ้าท่อนบนเป็นสีๆ ท่อนล่างก็จะยังคงสีขาวหรือสีดำไว้ หรือว่าช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวเองอ้วนขึ้นก็จะเลือกสวมชุดที่ปิดมิดชิดบริเวณช่วงแขนและหัวไหล่เพื่อพรางรูปร่าง สำหรับจินนี่แล้วการที่มีผิวสวยสุขภาพดีก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองได้ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหนก็ดูดีค่ะ’

ปิดท้ายที่สาวยิ้มสวย พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ เผยว่า ‘จริงๆแป้งเป็นคนมีปัญหาเรื่องผิวเพราะว่าเป็นคนชอบตากแดด ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตอนเด็กๆ ก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการดูแลผิวเลย ทำให้ผิวแห้งและเป็นกระ พอช่วงที่โตขึ้นก็รักสวยรักงามมากขึ้นจึงหันมาดูแลสุขภาพผิวตังเอง การทาครีมบำรุงผิวก็ช่วยให้สุขภาพผิวของเราดีขึ้น จริงๆ แล้วเราควรให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณให้มากๆ เพราะคนส่วนใหญ่อาจจะดูแลเฉพาะผิวหน้าแล้วลืมดูแลผิวกาย แป้งเองก็มีช่วงที่ผิวขาวบ้างผิวเข้มบ้าง บางช่วงที่เราไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมกลางแจ้งเท่าไหร่ผิวก็จะขาวขึ้น เราก็สามารถแต่งกายด้วยชุดที่มีสีสันสดใส ส่วนช่วงที่มีกิจกรรมกลางแจ้งบ่อยๆ ผิวก็จะเข้มขึ้น แป้งก็จะเน้นการแต่งตัวด้วยโทนสีขาว หรือดำค่ะ’

Riedel พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เอาใจคนรักเส้นด้วย Pasta e Basta 5 เส้น 5 ซอส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/633174

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 08:11 น.Riedel พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่เอาใจคนรักเส้นด้วย Pasta e Basta 5 เส้น 5 ซอสอิ่มอร่อยง่ายๆ ตอบโจทย์คนกรุงไลฟ์สไตล์ยุ่งๆ ในช่วงเวลารีบๆ “Riedel Restaurant & Wine Cellar” รังสรรค์เมนู Pasta e Basta เนรมิตมื้ออร่อยง่ายสไตล์อิตาเลียน

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

กินเที่ยวครั้งนี้ โพสต์ทูเดย์ พามาที่เกษร วิลเลจ ไลฟ์สไตล์เออร์บันใจกลางเมือง พร้อมกับการนำเสนอเรื่องของความอร่อยครั้งใหม่ของ “Riedel Restaurant & Wine Cellar” ร้านที่เหล่าคนรักไวน์ตัวจริงต่างคุ้นหูกันดีในฐานะผู้ผลิตแก้วไวน์ระดับเวิลด์คลาส อีกทั้งยังเป็น Artisan Wine Bar แห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่เสิร์ฟไวน์ด้วยแก้วและอุปกรณ์จากแบรนด์ Riedel

สำหรับความพิเศษของ Pasta e Basta ที่ Riedel Restaurant & Wine Cellar รังสรรค์มาในครั้งนี้ คือโฮมเมดพาสต้าสไตล์อิตาเลียนที่เชฟโชว์ความสดใหม่แบบทำให้เห็นกันกลางร้านที่ Pasta Station โดยมีเส้นมาให้เลือกกันถึง 5 แบบ ได้แก่ เส้นสปาเก็ตตี้, ลิงกวินี่, เฟตตูชินี่, บีโกลี่ และโปเตโต้ น็อคคี ซึ่งลูกค้าสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เส้นพาสต้ากับซอสในแบบที่ตัวเองชอบ โดยมีให้เลือกด้วยกัน 5 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นซอสโบโลเนส, คาโบนาร่า, เพสโต้, อากริโย เอะ โอริโย หรือจะเป็นซอสอาราเบียตต้า

เมนูแนะนำ

Spaghetti Carbonara (320 บาท) สปาเก็ตตี้เส้นเหนียวนุ่มคลุกเคล้ากับมากับครีมซอสรสชาติเข้มข้นจากส่วนผสมของชีสเพโกริโนและไข่แดงออร์แกนิก กลมกล่อมถึงขีดสุด อัพความฟินด้วยเบคอน ก่อนโรยด้วยชีสอีกที จานนี้เผลอแป๊บเดียวหมดไม่รู้ตัว

Aglio e Olio Seafood  (320 บาท) อากริโย เอะ โอริโย เมนูเรียกยากที่ตัวซอสมีส่วนผสมของกระเทียมและน้ำมันมะกอก ผัดมากับซีฟู้ดทั้งกุ้ง หมึก เพิ่มความแซ่บด้วยพริกแห้ง ส่วนทีเด็ดของจานนี้อยู่ที่การใช้น้ำปลาปลากะตักนำเข้าจากอิตาลีที่มีความเป็นมาเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ทำให้มีกลิ่นและรสชาติเอกลักษณ์ที่ไม่มีเหมือนใคร ด้านเส้นพาสต้าสีเขียวทำจากผักเคล หรือผักคะน้าใบหยัก ซูเปอร์ฟู้ดฉายา “ราชินีผักใบเขียว“ ทำสดใหม่ อร่อย เหนียว นุ่ม ประโยชน์เต็มๆ

Basil-Pesto (320 บาท) ซอสเพสโต้ที่มีส่วนผสมของใบโหระพาฝรั่ง ถั่วไพน์นัท พาร์เมซานชีส และน้ำมันมะกอก ใครสั่งจานนี้การันตีความเข้มข้น

ยังมี Creamy Bolognese (320 บาท) ซอสโบโลเนสที่มีส่วนผสมของเนื้อ 3 ชนิด ทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ และความอร่อยที่ได้ใจไปเต็มๆ Spicy Arrabbiata (320 บาท) เมนูพาสต้าซอสอาราเบียตต้ารสเผ็ด มีส่วนผสมของมะเขือเทศสดและพริกแดง อร่อยครบรส

คนรักเส้นสามารถตามไปลิ้มลองความอร่อยของเมนู Pasta e Basta ได้แล้ววันนี้ ที่ Pasta Station ร้าน Riedel Restaurant & Wine Cellar ตั้งอยู่ที่ เกษร วิลเลจ ชั้น 2 (ช่วงเวลา 11:00–15:00 น.) ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00–24.00 น. สอบถามโทร. 02 656 1133, Line ID : @riedelbkk, เฟซบุ๊ก : Riedel Restaurant & Wine Cellar

How to ล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/632981

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น.How to ล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่การล้างหน้าที่ถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นของการมีผิวสุขภาพดี แล้วมั่นใจแค่ไหนว่าที่เราล้างหน้าอยู่ทุกวันทำถูกต้องแล้ว 100%

คนเราล้างหน้ากันทุกวันเป็นกิจวัตรประจำวัน แต่รู้หรือไม่ ว่าการล้างหน้าที่ถูกวิธีเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้ผิวมีสุขภาพดี ซึ่งการล้างหน้าดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่มีหลายท่านล้างหน้าไม่สะอาด ไม่ถูกวิธี อาจส่งผลทำให้ผิวมีริ้วรอย ใบหน้าไม่สดใส สิ่งเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็มาจากการล้างหน้า พญ.พนิดา จรรย์ศุภรินทร์ แพทย์ประจำแอดไลฟ์ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) แนะนำวิธีการล้างหน้าอย่างไรไม่ให้แก่ ดังนี้

โดยทั่วไปแนะนำให้ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น การล้างหน้าบ่อยเกินไป อาจทำให้มีการทำลายสมดุลผิวที่เป็นเกราะป้องกันผิว ทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้

หนึ่งในความสำคัญของการล้างหน้าคือ การทำความสะอาดผิวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะบำรุงผิวหน้าในขั้นตอนถัดไป นั้นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเราจึงควรล้างหน้าให้สะอาด เพื่อให้ครีมบำรุงต่างๆ สามารถซึมเข้าสู่ชั้นผิวได้อย่างเต็มที่

แนะนำการล้างหน้าเบื้องต้น คือการล้างหน้าต้องล้างให้สะอาด เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป ปกติแล้วควรล้างหน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือเช้าและเย็น โดยมีขั้นตอนการล้างหน้าคือ

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการล้างหน้าโดยเฉพาะ เช่น ผิวแห้งและผิวแพ้ง่ายควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ผสมพาราเบน แอลกอฮอล์ หรือสารทำความสะอาดที่มีความรุนแรงเกินไป ส่วนผิวมัน ผิวผสม หรือคนที่มีปัญหาสิว อาจเลือกเจลล้างหน้าที่อ่อนโยน แต่ผสมสารที่ช่วยลดความมัน ลดการอุดตันของสิว เช่น salicylic acid เป็นต้น

2. เริ่มล้างหน้าโดยเริ่มจากการทำผิวหน้าให้เปียกด้วยน้ำสะอาดเล็กน้อย หลังจากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้า นวดผิวหน้าให้ทั่วนานประมาณ 15-20 วินาที ไม่ควรนวดแรงจนเกินไป พยายามนวดขึ้นเพื่อเป็นการต้านแรงโน้มถ่วง หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด อย่าใช้น้ำร้อนจัด เพราะจะทำให้ผิวแห้งเกิดริ้วรอยได้ เช็ดหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูที่สะอาดหรือกระดาษเช็ดหน้าซับเบาๆ อย่าถูแรงเกินไป

3. สำหรับในตอนเย็นจะเพิ่มขั้นตอนการเช็ดครีมกันแดดและครีมล้างหน้าก่อนการล้างหน้า

  • ขั้นตอนแรก ล้างมือให้สะอาด ในกรณีที่มีการแต่งหน้า ทามาสคาร่า เราควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับล้างเช็ดตาโดยเฉพาะ โดยการเทผลิตภัณฑ์ที่จะเช็ดตาลงบนสำลีให้ชุ่ม หลังจากนั้นทาบนเปลือกตา เช็ดออกเบาๆ จากหัวตาไปหางตาจนกว่าจะสะอาด
  • ใช้คลีนซิ่งน้ำนมหรือออย หลักการก็คือผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ทาผิวหน้าตอนกลางวันมักจะมีเบสเป็นน้ำมัน เช่น ครีมกันแดด และเครื่องสำอาง มักมีลักษณะ กันน้ำ ดังนั้นการล้างหน้าเพียง step เดียวเหมือนตอนเช้า จึงไม่เพียงพอ ดังนั้น ขั้นตอนแรกเราจึงควรเช็ดเอาครีมกันแดด และเครื่องสำอางออกก่อน โดยผลิตภัณฑ์ที่ให้เช็ดเครื่องสำอางในท้องตลาดมีมากมาย แบ่งได้เป็นกลุ่ม cleansing milk, oil เช็ดเครื่องสำอาง และกลุ่มที่เป็น micellar water การเลือกใช้ หากแต่งหน้าจัดๆ cleansing milk หรือ cleansing oil จะทำความสะอาดเครื่องสำอางกันน้ำได้ดีกว่า ขั้นตอนเริ่มจากบีบใส่ผิวนวดลงบนผิวหน้าที่แห้งเพื่อล้างครีมหรือครีมกันแดด จากนั้นนำสำลีชุบน้ำเช็ดเครื่องสำอางออกให้หมด จากนั้นจึงเริ่มล้างหน้าตามปกติ

สิ่งสำคัญที่สุด คือล้างหน้าให้สะอาด เช็ดเครื่องสำอางทุกครั้ง เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าให้เหมาะกับผิว รวมถึงไม่ควรใช้น้ำร้อนจัดหรือนำสบู่อาบน้ำมาล้างหน้าด้วย เพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้ง เกิดเป็นริ้วรอยได้ เมื่อหน้าสะอาดแล้ว การบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไปก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตามไปกิน ลิ้นติดโปรแฟร์ เริ่มแล้ววันนี้ที่เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632972

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 10:30 น.ตามไปกิน ลิ้นติดโปรแฟร์ เริ่มแล้ววันนี้ที่เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้าเซ็นทรัลรวมดาวร้านเด็ด จากรายการลิ้นติดโปร GO ติดดาว จัดงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์ ครั้งที่ 1” เอาใจนักชิม รวบรวมสุดยอดร้านอาหารคาว-หวานอร่อยฮิตติดดาวจากทั่วประเทศมาเสิร์ฟเมนูอร่อยกว่า 100 ร้านค้า

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ร่วมกับ รายการลิ้นติดโปร GO ติดดาว ทางไทยทีวีสีช่อง 3 จัดงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์ ครั้งที่ 1” เอาใจสายช้อป นักชิม ภายในงานรวบรวมสุดยอดร้านอาหารคาว-หวาน อร่อยฮิตติดดาว จากทั่วประเทศมาเสิร์ฟเมนูอร่อยกว่า 100 ร้านค้า

อาทิ ปู ปริศนา กับ พริกกรอบคลุกงา Selected by poo, สุเมธ กับ หมูแดงสวรรค์ ตราน้าเมธขี่หมูบินเล่นกีต้าร์โปร่ง, เจ๋ง อรรถกานต์ และคุณปอ ปุณยวีร์ กับ สวนในศีล, ตุ๊ก จันทร์จิรา กับ Ichidaifuku, ผัดไท กับ TANGMO SMOOTIES HEALTHY BY พี่ผัดไท, สุเทพ สีใส กับ กระปิโหว่สูตรโบราณ Byสีใส, บูม สุภาพร กับอาหาร oh my gyo, เกล รดา กับเจ๊ดจั๊บ, ฮาย อาภาพร กับฮายแดดเดียว, หนุ่ม อรรถพร กับ A LAMB, กระชายจู๋จี๋, ซ้งเสรีทอง, ม่าม๊าโฮมเมด, EASY BANANA, อ๊อด-เจน แกงเขียวหวานสะท้านฟ้า, BeNeil Coconut, กาละแมศรีขรภูมิ, ปิ่นมณีปลาส้มไร้ก้าง, อ้วนนะหมูกรอบชาชู

ต่อด้วย ร้านจรินทร์หนองมน, แม่ปราณี, อาอีซ๊ะ เกี๊ยวทอดนางฟ้า, ดุจชญา, ข้าวต้มแปลงนาม,ไฮโซหมูปิ้ง, No name fresh milk, หมูตุ้งติ้ง, พิมพิรา หมี่กรอบ, เจ้นิด แกงเขียวหวาน, พรกมลทองม้วนสด, รัชฎาลุยสวน,ลูกชิ้นปลาเยาวราชสองพี่น้อง, บ้านปลาทูมหาชัย, ขนมหนวดมังกรขอนแก่น, ศรีจันทร์ซีฟู้ด,หอยจ้อปูทอง เยาวราช, ครัวจันทมาศ, มุกดา ปลาแดดเดียว จ.สมุทรสงคราม, JLD Dragon, เฟรชชี่ฟู้ด มะขามแปรรูป, ใจดีกรอบแก้ว และบ้านโดนัท, ร้านขนมเบื้องที่ขายมากกว่า 30 ปี, จ๊อปู ย.ยักษ์ยิ้ม สูตรทำจ๊อได้มาจากอาม่า (สูตรเด็ดตลาดเก่าอ่างศิลา), บ้านฝอยทอง ร้านขนมหวานที่มีตำนานมากว่า 50 ปี, เจ๊พริกกุยช่ายตลาดพลู กุยช่ายตลาดพลูตำนาน 60 ปี (สูตรอากง)

ร่วมยกทัพความอร่อยในงาน ”ลิ้นติดโปรแฟร์” ครั้งที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 16 – 20 กันยายน 2563 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาปิ่นเกล้า

อัพเดทแฟชั่น MLB FALL/WINTER 20 สตรีทสไตล์สายเกาห้ามพลาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632967

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 10:20 น.อัพเดทแฟชั่น MLB FALL/WINTER 20 สตรีทสไตล์สายเกาห้ามพลาดMLB แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์ยอดนิยมจากเกาหลีที่โด่งดังมาจากหมวกเบสบอล เผยโฉมคอลเลคชั่น MLB FALL/WINTER 20 ไอเท็มสำคัญที่สาย Street Fashion ต้องมี!!

ไม่ว่าแฟชั่นบนรันเวย์จะเปลี่ยนไปกี่ซีซั่น แต่สตรีทสไตล์ก็ยังคงเหนียวแน่นจนกลายเป็นสไตล์แห่งยุคสมัยที่ใครๆ ต่างก็หลงรัก และถ้าคิดจะเริ่มสวมใส่สตรีทแวร์ ขอแนะนำร้าน MLB แบรนด์สุดคูลจากเกาหลีที่ตอบทุกโจทย์ของความสตรีท ตั้งแต่หมวก เสื้อผ้า กางเกง รองเท้า กระเป๋า เรียกว่าครบจบในที่เดียว

สำหรับจุดเริ่มต้นของแบรนด์ MLB มาจาก Major League Baseball ลีกกีฬาเบสบอลของอเมริกา ที่รวมเอาทีมกีฬาเบสบอลจากทั่วอเมริกา หากจะคุ้นตาที่สุดก็น่าจะเป็นทีม NY (New York Yankee) หรือ P (Pittsburgh Pirates) ที่ความนิยมในกีฬาชนิดนี้ไกลไปถึงขนาดที่ MLB เปิดเป็นแบรนด์สปอร์ตแฟชั่น และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอีกเช่นกัน ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แต่ที่ฮิตแบบติดลมบนที่สุดคงหนีไม่พ้นหมวกแก๊ปปักโลโก้ทีมสมาชิก MLB

ความ Swag นี้ลุกลามข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาถึงฝั่งเอเชีย ปักหมุดอยู่ที่เกาหลี เมื่อสปอร์ตแวร์ได้รวมเข้ากับวัฒนธรรมสตรีทแวร์ที่แข็งแรงของวัยรุ่นชาวเกาหลี ทำให้ MLB กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และแล้วก็กลายเป็นแบรนด์สุดฮอตที่ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะสตรีทหรือไฮแฟชั่น ก็ต้องมีติดตู้เสื้อผ้า

ส่วนซีซั่นนี้ MLB ได้เผยโฉม MLB FALL/WINTER 20 โดยได้สาว Hyuna กับแฟนหนุ่ม Dawn ร่วมครีเอทโฟโต้เซ็ตสุดคูลของคอลเลคชั่นนี้กับคีย์ไอเท็มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อลูกฟูก เสื้อลายตาราง หรือจะเป็นเทรนด์ Monotone ซึ่งศิลปินหนุ่มได้โชว์สกิลด้าน Styling ด้วยตัวเอง โดยการหยิบไอเท็มของซีซั่นนี้อย่างเสื้อตาราง คลุมด้วยผ้าคลุม Fleece แมทช์กับกางเกงลูกฟูก ให้ฟีลวินเทจในแบบย้อนยุค

สำหรับสินค้าไฮไลท์ของซีซั่นนี้คือ All-Time Best Seller Sneaker อย่าง Big Ball Chunky ที่ครั้งนี้เพิ่มความสนุกด้วย Hologram Effect ใน Shiny Series และอีกหนึ่งฮอตไอเท็มที่เป็น talk-of-the-town คือ MLB Chunky High โดนใจสายสตรีทด้วยรูปทรง High Top ผ้า canvas ให้อารมณ์แบบ OG ผสมผสานกับพื้นรองเท้าทรง Chunky แบบ maximum แต่น้ำหนักเบาสุดๆ ช่วยอัพเวลให้หนุ่มๆ สาวๆ ดูสูงโปร่งขึ้นอีกถึง 6 เซนติเมตร มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว ดำ และแดง 

ส่วนใครเป็นสาย Minimal ที่ชอบสไตล์สี tone-on-tone ก็มี Chunky สีดำล้วนสุดเท่ หรือสีครีมที่มาพร้อมกับวัสดุ Eco Leather อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีหมวกแก็ปที่เป็น Key Product ของ MLB และกระเป๋าทั้งทรง Belt Bag และ Crossbody ที่มาใหม่พร้อม Mini Pocket ห้อยมาด้วย สามารถใส่เข้ากันได้แบบ Total Look ที่ซีซั่นนี้จัดมาเต็มกับวัสดุต่างๆ เช่น ผ้า Jacquard ใน Monogram Series ผ้าลูกฝูก และกำมะหยี่ พร้อมสีที่เป็นเอกลักษณ์ของซีซั่น อย่าง สีเหลือง Mustard เขียวกากี และน้ำเงินโทน MidNight Blue

ไปช้อปเติมความ Swag กันได้แบบไม่ต้องบินไปถึงเกาหลี แค่มาที่ MLB Flagship Store ชั้น 2 โซน Beacon ศูนย์การค้า CentralwOrld หรือช้อป Central Online คลิ๊ก>> https://bit.ly/328nqdR  และ Line @mlbthailand คลิก>> https://bit.ly/3dX7GxI