วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 11:30 น.ชิลริมหาดวงศ์อมาต Top 3 หาดที่สวยที่สุดในพัทยา ชมอาทิตย์ตกดิน กินอาหารอร่อย เพลิดเพลินกับบีชคลับและดนตรีอะคูสติก ที่ร้าน The Glass House Silver
เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ
โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว เอาใจคนคิดถึงทะเลอีกครั้ง คราวนี้พาไปชิมอาหารของร้านซึ่งเป็นหนึ่งในร้านริมชายหาดที่สวยที่สุดในพัทยา กับร้าน The Glass House Silver โดยคุณบัวเจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่าถึงแม้ The Glass House Silver จะเป็นร้านที่ผ่านการรีโนเวทมาแล้วเกือบทั้งหมด แต่ที่นี่ก็ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นร้านเดิมอย่าง Silver lining ไว้ให้แฟนคลับได้ทุเลาคิดถึง ทั้งชื่อร้านที่ต่อท้ายด้วย Silver และเมนูอาหารญี่ปุ่นกับเวสเทิร์นสไตล์ที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ ส่วนทางด้านคุณภาพและมาตรฐานความอร่อย แน่นอนว่าต้องมาในแบบฉบับของ The Glass House
นอกจากรสชาติความอร่อยของอาหารและความสดใหม่ไม่มีฟรีซของสารพันเมนูซีฟู้ดแล้ว The Glass House Silver ยังมีจุดขายคือโลเคชั่นที่ใกล้ เดินทางมาง่าย รายล้อมด้วยโรงแรมชื่อดังระดับห้าดาว และที่สำคัญคืออยู่บนหาดวงศ์อมาตที่สวย เม็ดทรายขาว อีกไฮไลท์ในช่วงเย็นคือตัวอาคารเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนได้ เพื่อเปิดให้ลูกค้าซึบซับกับบรรยากาศชายทะเล รับลมเย็นๆ ชมพระอาทิตย์ตกดินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมฟังดนตรีสดเพราะๆ จากอะคูสติกกีต้าร์ ได้อารมณ์บีชคลับสุดประทับใจ
The Glass House Silver ให้ความสำคัญกับมาตรการรัฐเพื่อความปลอดภัยพร้อมใส่ใจในสุขลักษณะ ทั้งการจัดที่นั่ง การใช้เครื่องล้างจาน เครื่องอบความร้อน การใช้น้ำร้อนลวกช้อส้อมที่โต๊ะเสริมความมั่นใจของผู้ใช้บริการ การฉีดพ่นทำความสะอาดร้าน โต๊ะเก้าอี้และเบาะนั่งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมให้พนักงานทุกคนใส่แมสตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ สวมใส่ถุงมือ มีการสแกนเช็กอินการเข้าใช้บริการ เพิ่มจุดแอลกอฮอล์ฟู้ดเกรดให้ทั่วถึงภายในร้าน เพื่อความสุขสำราญของทุกคน
ตามไปดื่มด่ำบรรยากาศคลาสสิกยูโรเปี้ยน พร้อมสัมผัสประสบการณ์อินไซด์เอ้าท์ได้ที่ The Glass House Silver หาดวงศ์อมาต พัทยาเหนือ ซอยนาเกลือ 18 ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. สอบถามที่โทร. 098-930-9800 หรือเฟซบุ๊ก The Glass House Pattaya (The Glass House Silver)
“สำหรับความพิเศษในครั้งนี้จะมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ จากเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ที่เดียวที่ลาซาด้า จาก 7 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำของไทย ได้แก่ ASV, ISSUE, Kloset, Milin, PAINKILLER, T AND T และ Vickteerut ที่มีการนำเสนอ Virtual Runway ผ่าน LazLive ฟีเจอร์ไลฟ์สตรีมบนแอพพลิเคชั่นของลาซาด้า โดยลูกค้าที่กำลังชมแฟชั่นโชว์ สามารถซื้อสินค้าไปด้วยพร้อมกัน (See Now Buy Now) ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ Shoppertainment ที่แข็งแกร่งของลาซาด้า และช่วยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่นและวงการอีคอมเมิร์ซไปพร้อมกัน ภายใต้คอนเซปท์ “Front Row at Home” นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่มีการไลฟ์สตรีมมิ่ง แฟชั่นโชว์ จะมีการแจกคูปองพิเศษให้แก่ลูกค้าตลอดระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ เพื่อนำมาช้อปสินค้าในราคาพิเศษ และส่งตรงสินค้าถึงบ้าน รวมทั้งมั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าของแท้ 100% อย่างแน่นอน”
องอาจ วงศ์เดชาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์มิสทิน เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานแฟชั่นโชว์ที่ยิ่งใหญ่เวทีหนึ่งของเมืองไทย ว่า มิสทิน แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของเมืองไทย และมอบความสวยให้สาวไทยมายาวนานกว่า 30 ปี มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการแฟชั่นบนรันเวย์ของ ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ซึ่งมิสทินได้ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสัญชาติไทยในการสร้างสรรค์ลุคใหม่ๆ ในซีซั่นนี้ให้ผู้หญิงทุกคนสวยสมบูรณ์แบบด้วยคุณภาพสินค้ามาตรฐานสากล
“การเตรียมตัวในฐานะผู้สนับสนุนเครื่องสำอางในการจัดงานครั้งนี้ มิสทินได้มีการทำงานร่วมกันกับนิตยสารแอล ประเทศไทย และดีไซเนอร์แต่ละท่าน เพื่อศึกษาคาแรคเตอร์ของแบรนด์ รวมถึงการนำเสนอแฟชั่นในลุคที่แตกต่างกันไป และยืนยันว่าดีไซเนอร์และเครื่องสำอางของไทยนั้นเปี่ยมด้วยคุณภาพที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งงาน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการโชว์ศักยภาพของคนไทยในวงการแฟชั่น และเมคอัพ ฝากให้ทุกท่านร่วมติดตาม และชื่นชมฝีมือของคนไทย รวมถึงสนุกกับสีสัน และเทรนด์เมคอัพบนรันเวย์ ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada กับมิสทินไปด้วยกัน”
พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ กล่าวถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในยุคดิจิทัล ว่า “ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในยุคดิจิทัลสร้างความเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ส่งผลให้ดีไซเนอร์และแบรนด์ต่าง ๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนทิศทางในการทำงานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน สำหรับผลงานดีไซเนอร์ไทยชั้นนำที่ร่วมโชว์ใน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada มีทั้งหมด 7 แบรนด์ ได้แก่ ASV, ISSUE, Kloset, Milin, PAINKILLER, T AND T และ Vickteerut โดยธีมของเราในปีนี้คือ #saveTHAIwearTHAI และอยากฝากผลงานของดีไซเนอร์ชาวไทยให้กับคนไทยทุกคนได้ร่วมกันสนับสนุนแบรนด์ไทยให้ดำรงอยู่ได้ และแม้ว่าภาพรวมของเทรนด์แฟชั่นในการนำเสนอครั้งนี้ อาจมีการปรับเปลี่ยนให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ใหม่ของทุกคน แต่หน้าที่สำคัญของแฟชั่นคือ การนำเสนอความสุขไปสู่ผู้ชม ผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลเม็ดเคล็ดลับของแต่ละแบรนด์จะมีเทรนด์ที่แตกต่างกันไปอย่างไร อยากให้ทุกคนได้ติดตามชมในแต่ละโชว์ด้วยตัวเอง”
ติดตามปรากฏการณ์ใหม่ที่จะสั่นสะเทือนวงการแฟชั่นอีกครั้งได้ใน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada รับชมและช้อปพร้อมกันผ่านแอพพลิเคชั่นลาซาด้า และเฟซบุ๊กนิตยสารแอล ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคมนี้