ขนมไหว้พระจันทร์พรีเมี่ยมที่เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632975

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 15:40 น.ขนมไหว้พระจันทร์พรีเมี่ยมที่เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนมอบความรักและความปรารถนาดีด้วยขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมและสูตรใหม่ทั้ง 5 รสชาติ วันนี้ที่เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนทุกท่านร่วมสืบสานเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2563 ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 1 ตุลาคม 2563 ที่ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G หรือห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยร่วมส่งมอบขนมไหว้พระจันทร์ให้แก่คนสำคัญของคุณ เพื่อแสดงถึงความรัก ความปรารถนาดี และความเคารพรักต่อผู้รับ

ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมและสูตรใหม่ทั้ง 5 รสชาติ อาทิ ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, เม็ดบัวไข่เค็ม, พุทราจีนไข่เค็ม, โหงวยิ้ง และ คัสตาร์ด เราได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศนานาชนิด นำมารังสรรค์ ปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมบรรจุลงในกล่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับมอบเป็นของขวัญแทนใจให้แก่คนที่คุณรัก กล่องเสี้ยวพระจันทร์ ต่อ 1 ชิ้น ราคา 118 บาทสุทธิ และกล่องชมจันทร์ ต่อ 4 ชิ้น ราคา 988 บาทสุทธิ

พบกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษรสชาติที่แสนอร่อยได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 1 ตุลาคม 2563 ณ ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G หรือห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯและบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งจองล่วงหน้าได้ที่ โทร 02-100-6255 หรือ diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/zing เฟสบุ๊ค: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

SACICT เพลินคราฟต์ ร่วมเชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632824

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 10:30 น.SACICT เพลินคราฟต์ ร่วมเชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่าเซ็นทรัลพัฒนา เชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า จับมือศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดงาน “SACICT เพลินคราฟต์” งานรวมสินค้าทำมือร่วมสมัยครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง ที่เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า

ตอกย้ำภาพลักษณ์ในการเป็น Center of Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคน ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดงาน “SACICT เพลินคราฟต์” เชิดชูหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยสุดเลอค่า ร่วมสนับสนุนการสร้างโอกาสและรายได้ให้กับชุมชนเพื่อสร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรม ศ.ศ.ป. สู่สาธารณชนต่างๆ ทั่วประเทศในรูปแบบการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่เลือกสรรมาอย่างพิถีพิถันผสมผสานดีไซน์อันทันสมัย

ภายในงานมีจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมร่วมสมัยเข้ากับชีวิตประจำวัน โดยฝีมือของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก SACICT กว่า 40 ร้านค้าอันประกอบด้วย งานจักสาน, งานปั้น, งานแกะสลัก, งานเครื่องเงิน เครื่องทอง และเครื่องประดับ,งานผ้าทอ, งานเครื่องหนัง และงานฝีมือประเภทต่างๆ จากหลากหลายจังหวัด ทั่วทุกภาคของประเทศที่เลือกเฟ้นมาเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบนเวที การแสดง ดนตรีสด Workshop งานคราฟต์เก๋ ๆ จากครูฯ และนักสร้างสรรค์งานคราฟต์ ที่ผลัดเปลี่ยนมาให้ได้ทำกันในแต่ละวัน อาทิ การทำหุ่นกระบอกจิ๋ว, ถักสร้อยข้อมือจากฝ้ายธรรมชาติ, การทอไหมพรม พวงกุญแจ ด้วยกี่ทอมือจิ๋ว, การถุงหอมปรับอากาศ, ปั้นดิน white clay และยังมีดารานักแสดงชื่อดังมาร่วมทำ Workshop บนเวที อาทิ กาย ศิวกร, หลิว มรกต และอีกมากมาย รวมถึงการพูดคุยเสวนากับผู้ประกอบการงานคราฟต์ และกลุ่มสถาปนิก นักออกแบบ ในการนำงานคราฟต์ไปใช้ ในชีวิตประจำวัน และพลาดไม่ได้กับ Mini concert จากเหล่าศิลปินมีชื่อเสียงที่ยกทัพมามอบความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงาน อาทิ ชบา กฤติมา, เต๋า The Voice, คิง The Voice, สินเจริญ บราเธอร์, ศิลปินวง Portrait และ วง Moving and Cut

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงานหัตถกรรมไทยไปด้วยกันในงาน “SACICT เพลินคราฟต์” วันที่ 15–21 กันยายน 2563 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 และเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ชั้น 1 สอบถามหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook : ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือโทร. 1289

Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย ช้อปใหม่ คอนเซ็ปต์ใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632940

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 09:40 น.Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย ช้อปใหม่ คอนเซ็ปต์ใหม่ตามไปดูแฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่!! Fitflop Flagship Store ที่แรกในไทย @CentralwOrld ยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ พร้อมมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

เปิดให้ช้อปเต็มรูปแบบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำหรับ Fitflop Flagship store แห่งแรกของประเทศไทย ในศูนย์การค้า CentralwOrld แฟล็กชิพสโตร์แห่งแรกของ Fitflop แบรนด์ภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้งกรุ๊ป จำกัด (CMG) ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ใหม่ สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งให้ความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งมากกว่าที่เคย ผ่านการออกแบบและตกแต่งในโทนสีแดง-ขาว ดึงเอกลักษณ์ของ Fitflop ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Fitflop Flagship Store เลือกใช้ Concept Design ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกร้าน ด้วยชั้นวางรองเท้าและ Display ที่ถูกออกแบบมาในรูปแบบทรงตรงและแบบทรงโค้งมน ซึ่งง่ายต่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบของร้านตามพื้นที่ที่แตกต่างกัน เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ประหยัดพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าได้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น สามารถหยิบจับและทดลองสวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย เรียกว่าเป็นการปรับที่สอดรับกับยุค New Normal อย่างแท้จริง 

Women

สำหรับคอลเลกชั่นใหม่ในซีซั่น Autumn/Winter 2020 ของสุภาพสตรี Fitflop มีมาให้เลือกกันถึง 5 รุ่น ได้แก่ 

Art Stud

โดดเด่นด้วยพื้นรองเท้าที่ผลิตด้วยเทคโนโนโลยีไมโครวอบเบิลบอร์ด (MICROWOBBLEBOARD) ให้ความสบายเท้า รองรับและกระชับกับรูปเท้า เพื่อทุกย่างก้าวที่สบาย อีกจุดเด่นคือการปัก stud หรือรูปทรงแคปซูลบริเวณขอบของสายคาดเท้าซึ่งทำจากหนังนุ่มโค้งรับกับรูปเท้า  สหรับ Art Stud มาใน 3 รูปแบบ คือรุ่น Oliveart stud รองเท้าแบบหนีบรุ่นใหม่ของ AW20 ซึ่งสายคาดเท้าจะปกปิดเท้ามากขึ้น, รุ่น Dinah art stud รองเท้า slide ใส่ง่ายและมีความยืดหยุ่น และรุ่น Barraart stud รองเท้า sandals ทำด้วยหนังทั้งสายคาดและการหุ้มพื้น ช่วยเสริม look classic

ALLEGRO SPLATTER

รองเท้า ballerina รุ่น Allegro มาพร้อมสีสันแนว abstract ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ดูสดใส และโดดเด่น

LENA LIZARD-EMBOSSED

รองเท้า loafer รุ่น Lena ออกแบบให้ดูมีความสวยงามด้วยลูกเล่นการผสมผสานของหนัง 3 รูปแบบมีให้เลือก 2 สี

OLIVE CHAIN

Olive Chain เป็นอีกสไตล์ของรุ่น Olive จุดเด่นคือการประดับด้วยโซ่รูปดวงอาทิตย์ฉายแสง ดูเรียบแต่แฝงด้วยความหรูหรา

RALLY GLITTER

รองเท้าผ้าใบ Rally เรียกได้ว่าเป็นรุ่นคลาสสิกของ Fitflop ที่สวมใส่สบายสไตล์ sneakers สำหรับซีซั่นนี้เพิ่มการตกแต่งด้วยคริสตัลวิบวับที่ส้นเท้า ดูมีลูกเล่นและทันสมัย

Men

สำหรับคอลเลคชั่นนี้ Fitflop นำ 3 รุ่นยอดฮิตของคุณสุภาพบุรุษมาพรีเซ้นต์ ได้แก่

SLING WEAVE

รองเท้ายอดฮิตของผู้ชายที่ต้องมีคือ Sling weave แต่รุ่นนี้มีสายคาดหลัง สายเป็นผ้า ระบายอากาศได้ดี ดูแลรักษาง่าย เหมาะกับวันสบายๆ

BRANSON CROSSHATCH

รองเท้า Boat Shoes ทำจากผ้าไนลอน antibacterial ระบายอากาศได้ดี มีน้ำหนักเบา รูปทรงทันสมัย

EVERSHOLT KNIT

รองเท้า trainer พื้น anatomiflex ที่มีความยืดหยุ่นสูง ตัวรองเท้าทำจากผ้า knit ที่ปรับรับกับรูปเท้า สามารถใส่แมทช์กับกางเกงยีนส์และสูทให้ดู formal ได้เช่นกัน

ตามไปสัมผัสแบรนด์รองเท้านำเข้าจากประเทศอังกฤษที่มุ่งเน้นดูแลสุขภาพเท้าให้ผู้คนทั่วโลก พร้อมพบกับความสะดวกสบายของการช้อปปิ้งได้ทุกวัน ที่ Fitflop Flagship Store ชั้น 2 ศูนย์การค้า CentralwOrld

นิวโมคอคคัส สาเหตุหลักโรคปอดอักเสบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/632930

วันที่ 15 ก.ย. 2563 เวลา 07:10 น.นิวโมคอคคัส สาเหตุหลักโรคปอดอักเสบแพทย์เตือน “ไข้สูง ไอ หนาวสั่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก” รีบพบแพทย์ เสี่ยงติดเชื้อนิวโมคอคคัส สาเหตุโรคปอดบวมและโรคติดเชื้อในกระแสเลือด พร้อมแนะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ห่างไกลโรค

โรคนิวโมคอคคัส (Pneumococcal Disease) เป็นโรคติดเชื้อชนิดหนึ่งสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย เกิดจากแบคทีเรียชื่อว่า สเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ สามารถพบได้ในระบบทางเดินหายใจส่วนบนของคนตามช่องโพรงจมูกและลำคอ และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ และโรคติดเชื้อในกระแสเลือดได้

โรคนิวโมคอคคัสสามารถติดต่อกันผ่านทางใดได้บ้าง?

ผู้ที่มีเชื้ออยู่แต่ไม่มีอาการใดๆ จะเรียกว่า “เป็นพาหะของโรค” และสามารถแพร่เชื้อนี้สู่ผู้อื่นได้เหมือนกับการแพร่เชื้อหวัด คือผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ การไอ จาม ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อไป อาจไม่มีอาการเช่นเดียวกัน หรือเกิดโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสได้ 

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เชื้อจะสามารถแพร่กระจายไปสู่บุคคลอื่นโดยการไอ หรือ จาม ทำให้มีละอองเสมหะแพร่กระจายออกไป สามารถเข้าสู่ร่างกายโดยการสัมผัสสิ่งปนเปื้อน ซึ่งคล้ายกับการแพร่กระจายของโรคหวัด และไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อนิวโมคอคคัสซ้ำซ้อน เช่น ปอดอักเสบ ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตได้ แนะให้ผู้มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ควรได้รับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคนิวโมคอคคัสเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ 

ทางด้านนายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสงสัยว่ามีอาการ ไข้สูง ไอ หนาวสั่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก อาจมีอาการของไข้หวัดนำมาก่อนหรือไม่ก็ได้ ให้รีบพบแพทย์

วิธีที่ดีที่สุดในการหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโรค คือการมีสุขอนามัยที่ดีด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้

  • ปิดปากหรือจมูกด้วยกระดาษทิชชูเมื่อไอหรือจาม
  • ทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงในถังขยะทันทีที่ใช้เสร็จ จากนั้นล้างมือให้สะอาด
  • ล้างมือเป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการรับประทานอาหาร ก่อนและหลังการประกอบอาหาร และหลังจากการไอ จาม หรือเข้าห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือชุมชนแออัด 

ข้อควรระวังสำหรับผู้สูงอายุ

ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรคต่างๆ ของร่างกายเสื่อมลง ทำให้มีโอกาสติดเชื้อนิวโมคอคคัสง่ายกว่า เมื่อเทียบกับคนวัยหนุ่มสาว ดังนั้น การเสริมภูมิคุ้มกันตั้งแต่อายุ 50 ปี จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับร่างกาย 

อันตรายที่คาดไม่ถึง

แบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอีนี้ยังทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตำแหน่งอื่นๆ ได้อีก ได้แก่ หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ และการติดเชื้อแบบลุกลาม หรือไอพีดี (IPD, Invasive Pneumococcal Disease) ซึ่งหมายถึงภาวะที่เชื้อสามารถลุกลามผ่านเนื้อเยื่อชั้นต่างๆ เข้าไปในกระแสเลือดหรืออวัยวะที่ปราศจากการปนเปื้อนใดๆ จากภายนอกร่างกาย และทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้น เช่น การเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล และหากมีอาการรุนแรงมากอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเกิดขึ้นในเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

โรคนิวโมคอคคัสป้องกันได้ด้วยวัคซีน

ในปัจจุบันมี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนนิวโมคอคคัสแบบคอนจูเกต (PCV13) ซึ่งครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัส 13 สายพันธุ์ และวัคซีนนิวโมคอคคัสแบบโพลีแซคคาไรด์ (PPSV23) ซึ่งครอบคลุมเชื้อนิวโมคอคคัส 23 สายพันธุ์ ซึ่งวัคซีนทั้งสองชนิดนี้สามารถครอบคลุมสายพันธุ์ของเชื้อที่ก่อโรคนิวโมคอคคัสรุนแรงในประเทศไทยได้ประมาณร้อยละ 68-78 จากเชื้อก่อโรคทั้งหมดประมาณ 90 สายพันธุ์ 

โดยวัคซีนนิวโมคอคคัส 13 สายพันธุ์ ( PVC13 ) แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้าม 1 เข็ม แก่ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยง ดังนี้

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็งเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาสเตียรอยด์ขนาดสูง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการตัดม้าม
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำในช่องไขสันหลังรั่วซึม ( cerebrospinal leakage )

โดยยังไม่มีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น วัคซีนนิวโมคอคคัส 23 สายพันธุ์ ( PPSV23 ) แนะนำให้ฉีดวัคซีนเข้ากล้าม 1 เข็ม แก่ผู้ใหญ่ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรงและผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี หรือผู้ที่มีโรคปประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็งเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน และผู้ที่อายุน้อยกว่า 65 ปี ควรได้รับวัคซีนนิวโมคอคคัส23 สายพันธุ์ 1 เข็ม และควรฉีดกระตุ้นทุก 5 ปีจนถึงอายุ 65 ปี

ผู้ที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส

  • ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับแข็งเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาสเตียรอยด์ขนาดสูง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูก
  • ผู้ป่วยที่ได้รับการตัดม้าม
  • ผู้ที่มีภาวะน้ำในช่องไขสันหลังรั่วซึม (cerebrospinal leakage)
  • ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดหูชั้นใน (cochlear implant)

ผู้ที่ควร “งด” รับวัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัส

  • ผู้ที่เคยมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนิวโมคอคคัสชนิดใดชนิดหนึ่งในครั้งก่อน หรือเคยแพ้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ (diphtheria toxoid)
  • หากมีไข้ เจ็บป่วยเฉียบพลันควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน รอให้หายป่วยก่อนจึงค่อยมารับวัคซีน กรณีเป็นหวัดเล็กน้อย มีไข้สามารถรับวัคซีนได้

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังการฉีดวัคซีน

พบได้ร้อยละ 30 เป็นอาการเฉพาะที่ เช่น เจ็บ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน บางรายอาจมีอาการยกแขนไม่ขึ้น ให้ดูแลโดยการประคบเย็น บางรายอาจมีไข้ ปวดศีรษะ สามารถรับประทานยาลดไข้ได้ ปฏิกิริยาอื่น ๆ ที่อาจพบร่วมได้ เช่น อาการง่วงซึม เบื่ออาหารเล็กน้อย อ่อนเพลีย ร้อนวูบวาบ ซึ่งโดยทั่วไปมักไม่รุนแรง สามารถหายเองได้ใน 2-7 วัน หากมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรพบแพทย์ 

.

ที่มา : กรมการเเพทย์ , โรงพยาบาลพญาไท

The Glass House Silver ร้านอร่อยหลากอารมณ์ ณ หาดวงศ์อมาต พัทยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632910

วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 11:30 น.The Glass House Silver ร้านอร่อยหลากอารมณ์ ณ หาดวงศ์อมาต พัทยาชิลริมหาดวงศ์อมาต Top 3 หาดที่สวยที่สุดในพัทยา ชมอาทิตย์ตกดิน กินอาหารอร่อย เพลิดเพลินกับบีชคลับและดนตรีอะคูสติก ที่ร้าน The Glass House Silver

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว เอาใจคนคิดถึงทะเลอีกครั้ง คราวนี้พาไปชิมอาหารของร้านซึ่งเป็นหนึ่งในร้านริมชายหาดที่สวยที่สุดในพัทยา กับร้าน The Glass House Silver โดยคุณบัวเจ้าของร้าน เล่าให้เราฟังว่าถึงแม้ The Glass House Silver จะเป็นร้านที่ผ่านการรีโนเวทมาแล้วเกือบทั้งหมด แต่ที่นี่ก็ยังคงมีกลิ่นอายความเป็นร้านเดิมอย่าง Silver lining ไว้ให้แฟนคลับได้ทุเลาคิดถึง ทั้งชื่อร้านที่ต่อท้ายด้วย Silver และเมนูอาหารญี่ปุ่นกับเวสเทิร์นสไตล์ที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ ส่วนทางด้านคุณภาพและมาตรฐานความอร่อย แน่นอนว่าต้องมาในแบบฉบับของ The Glass House

นอกจากรสชาติความอร่อยของอาหารและความสดใหม่ไม่มีฟรีซของสารพันเมนูซีฟู้ดแล้ว The Glass House Silver ยังมีจุดขายคือโลเคชั่นที่ใกล้ เดินทางมาง่าย รายล้อมด้วยโรงแรมชื่อดังระดับห้าดาว และที่สำคัญคืออยู่บนหาดวงศ์อมาตที่สวย เม็ดทรายขาว อีกไฮไลท์ในช่วงเย็นคือตัวอาคารเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่สามารถเลื่อนได้ เพื่อเปิดให้ลูกค้าซึบซับกับบรรยากาศชายทะเล รับลมเย็นๆ ชมพระอาทิตย์ตกดินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมฟังดนตรีสดเพราะๆ จากอะคูสติกกีต้าร์ ได้อารมณ์บีชคลับสุดประทับใจ

เมนูอาหารฟิวชั่น

ชิลด์แองเจิ้ลแฮร์ (290 บาท) ซิกเนเจอน์เมนูสปาเก็ตตี้ฟิวชั่นผสานความเป็นญี่ปุ่น สปาเก็ตตี้แองเจิ้ลแฮร์ กับพอนซึยูสุ และซัลซ่าแซลมอน โรยหน้าด้วยอิกูระ เสิร์ฟเย็นพร้อมน้ำแข็ง อร่อยถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติ

แซลมอนไดนาไมท์โรลล์ (395 บาท) แซลมอนนำเข้าจากญี่ปุ่น เบิร์นไฟหอมๆ มาพร้อมปลาไหลญี่ปุ่น อะโวคาโด้ และซอสสไปซี่รสชาติทุกอย่างลงตัว ชิ้นใหญ่เต็มคำ

เมนูอาหารไทย

ปลากะพงทอดราดน้ำปลา (580 บาท) อาหารประจำภาคตะวันออก เมนูที่ขายดีที่สุดของ The Glass House ปลากะพงทั้งตัวทอดกนอบ พรมด้วยน้ำปลาสูตรเฉพาะ ท็อปด้วยเส้นหมี่ทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มน้ำปลา และน้ำจิ้มซีฟู้ด

แกงคั่วเจ้าสมุทรใบชะพูลทอด (350 บาท) ก้ามปู กรรเชียงปู ผัดกับเครื่องแกงปักษ์ใต้สูตรเฉพาะที่ทางร้านโขลกเอง หอมเครื่องเทศทางใต้ ผัดมาแบบขลุกขลิก รสชาติเผ็ดร้อน ทว่า กลมกล่อมด้วยรสของกะทิ ท็อปด้านบนด้วยเนื้อปูที่ให้มาแบบเน้นๆ ทานคู่กับใบชะพลูทอดกรอบ

น้ำพริกมะขาม (290 บาท) นำพริกมะขามอ่อนกับพรีเซนเทชั่นเก๋ๆ ที่ใส่มาในครกหินใบย่อมๆ เสริมทัพด้วยกุ้งลวก ไข่ต้ม และผักเคียงนานาชนิด

ผัดสามเหม็น เมนูที่ชื่อฟังแล้วสะดุดหูจนอยากลอง จานที่รวมของเหม็นสามอย่างมาเจอกัน ทั้งสะตอ ชะอม และกระเทียมดอง ผัดมากับวุ้นเส้น และไข่ อร่อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ต้มยำกุ้งน้ำข้น หม้อไฟที่คนชอบทานรสจัดต้องยกนิ้วให้ เพราะถือว่าจัดจ้านในย่านชลบุรีที่สุดแล้ว หลังจากได้ลองชิมมาหลายร้าน ใครไม่สั่งถือว่าพลาด

เมนูซูเปอร์ยำ

หมวดเมนูที่เพิ่งครีเอทเพิ่มเข้ามาใหม่ในรายการอาหาร แนะนำ ยำเหลาผลไม้แซ่บ เฟ้นหาปลาร้ารสเด็ดจากเจ้าดังเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติและความนัว แต่ให้กลิ่นไม่แรง พาเหรดเมนูของดิบ อาทิ แซลมอนซาชิมิ หอยแครงตัวใหญ่ที่ทางร้านดองเอง สด สะอาด ไข่แดงเค็ม ไข่ปลาหมึก ไข่ปลาเรียวเซียว ตัดเลี่ยนด้วยรสชาติเปรี้ยวหวานของผลไม้ ทั้งสตรอเบอร์รี่ องุ่น แอบเปิ้ล ฝรั่ง ข้าวโพด ปิดท้ายกรุบๆ ด้วยไหลบัว ยั่วๆ จ้า…

ของหวานและเครื่องดื่ม

เครปบานาน่า คาลัว คาราเมล (350 บาท) เครปทำสดที่ใช้เวลารอประมาณ 10-15 นาที แต่กินหมดแทบจะทันทีที่ถึงโต๊ะ เพราะความกรอบอร่อย ครบรสลงตัว แถมเท็กซ์เจอร์สุดกรุบกรอบทุกคำที่เคี้ยว ฟินหนักมากทั้งพีแคน โอรีโอ้ บลูเบอร์รี่ กล้วยหอม ราดเยิ้มๆ ด้วยซอสคาราเมลที่เติมคาลัวร์ลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์

คริสปี้โรตีไวท์ช็อกครีม (150 บาท) แป้งโรตีบางๆ ทอดมากรอบๆ ไม่อมน้ำมัน ดริปกับซอสไวท์ช็อกกับครีมที่ตีรวมกับออกมาเป็นเนื้อเบาๆ กินแล้วไม่รู้สึกผิด

The Glass House Silver ให้ความสำคัญกับมาตรการรัฐเพื่อความปลอดภัยพร้อมใส่ใจในสุขลักษณะ ทั้งการจัดที่นั่ง การใช้เครื่องล้างจาน เครื่องอบความร้อน การใช้น้ำร้อนลวกช้อส้อมที่โต๊ะเสริมความมั่นใจของผู้ใช้บริการ การฉีดพ่นทำความสะอาดร้าน โต๊ะเก้าอี้และเบาะนั่งด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมให้พนักงานทุกคนใส่แมสตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ สวมใส่ถุงมือ มีการสแกนเช็กอินการเข้าใช้บริการ เพิ่มจุดแอลกอฮอล์ฟู้ดเกรดให้ทั่วถึงภายในร้าน เพื่อความสุขสำราญของทุกคน

ตามไปดื่มด่ำบรรยากาศคลาสสิกยูโรเปี้ยน พร้อมสัมผัสประสบการณ์อินไซด์เอ้าท์ได้ที่ The Glass House Silver หาดวงศ์อมาต พัทยาเหนือ ซอยนาเกลือ 18 ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. สอบถามที่โทร. 098-930-9800 หรือเฟซบุ๊ก The Glass House Pattaya (The Glass House Silver)

ELLE Thailand เตรียมสร้างมิติใหม่บนรันเวย์ยุคดิจิทัล Front Row at Home #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632819

วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 09:09 น.ELLE Thailand เตรียมสร้างมิติใหม่บนรันเวย์ยุคดิจิทัล Front Row at HomeELLE Thailand นิตยสารแอล ประเทศไทย เดินหน้าสร้างมิติใหม่ ชวนสัมผัสประสบการณ์ชมแฟชั่นโชว์สุดล้ำ “ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada” ถ่ายทอดสดในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่งครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชมและช้อปพร้อมกัน 2-4 ต.ค.นี้

พร้อมกลับมาสร้างสีสันให้วงการแฟชั่นมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ล่าสุด นิตยสารแอล ประเทศไทย (ELLE Thailand) นิตยสารหัวนอกสำหรับผู้หญิงสมัยใหม่ที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาเทรนด์แฟชั่น ความงาม และไลฟ์สไตล์ ภายใต้การบริหารงานโดย บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด ผนึกกำลังสองพันธมิตรทางธุรกิจ ลาซาด้า (Lazada) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของเมืองไทย และ มิสทิน (Mistine) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามเครื่องสำอางอันดับ 1 ของเมืองไทย ร่วมกับ สมาคมแฟชั่น ดีไซเนอร์กรุงเทพ (Bangkok Fashion Society) หรือ BFS สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้วงการแฟชั่นก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ ในงาน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada สัมผัสประสบการณ์การชมแฟชั่นโชว์ในรูปแบบ Virtual Runway ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถชมและช้อปทุกคอลเล็คชั่นได้ทันทีผ่านมือถือของทุกคน

ภูมิจิต พลางกูร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โพสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีเดีย จำกัด กล่าวว่า แอล แฟชั่น วีค เป็นสัญลักษณ์ของนิตยสารแอล ประเทศไทยที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 21 เพื่อเป็นเวทีให้ดีไซเนอร์ไทยได้แสดงศักยภาพและโชว์ผลงานที่เทียบเท่าระดับสากล ซึ่งการจัด ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ครั้งนี้ ยังเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญในการสร้างสรรค์แฟชั่นโชว์รูปแบบใหม่ที่จะยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นขึ้นไปอีกขั้น โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อป้องกันแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และขานรับกับมาตรการ Social Distancing พร้อมนำเสนอรูปแบบใหม่ในการจัดแฟชั่นโชว์ในแบบ Virtual Runway เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์การชมแฟชั่นโชว์ในรูปแบบใหม่ Front Row at Home โดยถ่ายทอดสดด้วยการไลฟ์สตรีมมิ่ง 2 ช่องทาง ผ่าน เฟซบุ๊กของนิตยสารแอล ประเทศไทย รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นลาซาด้า ที่นอกจากจะได้โชว์ผลงานของไทยดีไซเนอร์แล้วยังเป็นช่องทางการเลือกซื้อสินค้าในรูปแบบ See Now Buy Now ผ่านสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์ และโน้ตบุ๊คของทุกคน ในขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมองค์ประกอบอื่น ๆ เพื่อทำให้แฟชั่นวีคในครั้งนี้ครบสมบูรณ์แบบ และสามารถช่วยสร้างยอดขายให้แก่ดีไซเนอร์ไทย ตลอดจนสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์เครื่องสำอางของไทย เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าของไทยได้เผยแพร่สู่สายตาของผู้คนในภูมิภาคนี้ให้มากที่สุด

นีรนาท เผ่าสวัสดิ์ บรรณาธิการอำนวยการ นิตยสารแอล ประเทศไทย กล่าวถึงความพิเศษของงานในปีนี้ และความท้าทายในการก้าวผ่านแพลตฟอร์มเดิมสู่ Virtual Runway ว่า “การจัด ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ในครั้งนี้ เราอยากจะมีส่วนร่วมในการช่วยผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันตลาดในประเทศไทย เป็นดิจิทัลมาร์เก็ตมาก ๆ จึงได้จับมือกับ ลาซาด้า เป็นช่องทางในการจำหน่ายสู่ตลาดออนไลน์ ในรูปแบบ See Now Buy Now เมื่อได้ชมแฟชั่นโชว์แล้ว สามารถช้อปปิ้งคอลเล็คชั่นนั้น ๆ ได้ทันที ทำให้การจัดแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ มีความแตกต่างจากทุกปีเป็นอย่างมาก ทั้งคอนเซ็ปต์ และรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหม่ในการจัดแฟชั่นโชว์ยุคดิจิทัล โดยนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามามีบทบาทสำคัญ อาทิ โปรดักชั่นทั้งหมดใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก (Computer Graphic) ในรูปแบบซีจี (CG) และการถ่ายทอดสดในรูปแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง ซึ่งผู้ชมสามารถรับชมได้จากทุกมุมโลก ที่สำคัญการจัด ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ครั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จัดแฟชั่นในรูปแบบ Virtual Runway อีกด้วย”

ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า หนึ่งในความมุ่งมั่นของลาซาด้า ในฐานะผู้นำอีคอมเมิร์ซของไทย คือ การที่เราปรารถนาจะเห็นแบรนด์ไทย และผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ฉะนั้นจึงเป็นที่มาของโครงการ Lazada Thai Designer Club ซึ่งเป็นการร่วมมือกับ BFS และ ดีไซเนอร์ชั้นนำในวงการ เพื่อนำเสนอสินค้าแฟชั่นแบรนด์ไทยบนลาซาด้ากว่า 50 แบรนด์ ช่วยเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์ต่างๆ กับลูกค้าทั่วประเทศได้อย่างไม่จำกัด อีกทั้งยังสามารถทำให้แบรนด์เติบโตในธุรกิจออนไลน์ของเขาได้อย่างยั่งยืนในแพลตฟอร์มนี้

“สำหรับความพิเศษในครั้งนี้จะมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ จากเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ที่เดียวที่ลาซาด้า จาก 7 แบรนด์ดีไซเนอร์ชั้นนำของไทย ได้แก่ ASV, ISSUE, Kloset, Milin, PAINKILLER, T AND T และ Vickteerut ที่มีการนำเสนอ Virtual Runway ผ่าน LazLive ฟีเจอร์ไลฟ์สตรีมบนแอพพลิเคชั่นของลาซาด้า โดยลูกค้าที่กำลังชมแฟชั่นโชว์ สามารถซื้อสินค้าไปด้วยพร้อมกัน (See Now Buy Now) ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ Shoppertainment ที่แข็งแกร่งของลาซาด้า และช่วยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่นและวงการอีคอมเมิร์ซไปพร้อมกัน ภายใต้คอนเซปท์ “Front Row at Home” นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่มีการไลฟ์สตรีมมิ่ง แฟชั่นโชว์ จะมีการแจกคูปองพิเศษให้แก่ลูกค้าตลอดระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ เพื่อนำมาช้อปสินค้าในราคาพิเศษ และส่งตรงสินค้าถึงบ้าน รวมทั้งมั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าของแท้ 100% อย่างแน่นอน”

องอาจ วงศ์เดชาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดแบรนด์มิสทิน เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานแฟชั่นโชว์ที่ยิ่งใหญ่เวทีหนึ่งของเมืองไทย ว่า มิสทิน แบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของเมืองไทย และมอบความสวยให้สาวไทยมายาวนานกว่า 30 ปี มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการแฟชั่นบนรันเวย์ของ ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ซึ่งมิสทินได้ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสัญชาติไทยในการสร้างสรรค์ลุคใหม่ๆ ในซีซั่นนี้ให้ผู้หญิงทุกคนสวยสมบูรณ์แบบด้วยคุณภาพสินค้ามาตรฐานสากล

“การเตรียมตัวในฐานะผู้สนับสนุนเครื่องสำอางในการจัดงานครั้งนี้ มิสทินได้มีการทำงานร่วมกันกับนิตยสารแอล ประเทศไทย และดีไซเนอร์แต่ละท่าน เพื่อศึกษาคาแรคเตอร์ของแบรนด์ รวมถึงการนำเสนอแฟชั่นในลุคที่แตกต่างกันไป และยืนยันว่าดีไซเนอร์และเครื่องสำอางของไทยนั้นเปี่ยมด้วยคุณภาพที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งงาน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada ในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีในการโชว์ศักยภาพของคนไทยในวงการแฟชั่น และเมคอัพ ฝากให้ทุกท่านร่วมติดตาม และชื่นชมฝีมือของคนไทย รวมถึงสนุกกับสีสัน และเทรนด์เมคอัพบนรันเวย์ ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada กับมิสทินไปด้วยกัน”

พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ กล่าวถึงการปรับตัวของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในยุคดิจิทัล ว่า “ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้คนในยุคดิจิทัลสร้างความเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ส่งผลให้ดีไซเนอร์และแบรนด์ต่าง ๆ ต้องมีการปรับเปลี่ยนทิศทางในการทำงานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน สำหรับผลงานดีไซเนอร์ไทยชั้นนำที่ร่วมโชว์ใน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada มีทั้งหมด 7 แบรนด์ ได้แก่ ASV, ISSUE, Kloset, Milin, PAINKILLER, T AND T และ Vickteerut โดยธีมของเราในปีนี้คือ #saveTHAIwearTHAI และอยากฝากผลงานของดีไซเนอร์ชาวไทยให้กับคนไทยทุกคนได้ร่วมกันสนับสนุนแบรนด์ไทยให้ดำรงอยู่ได้ และแม้ว่าภาพรวมของเทรนด์แฟชั่นในการนำเสนอครั้งนี้ อาจมีการปรับเปลี่ยนให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ใหม่ของทุกคน แต่หน้าที่สำคัญของแฟชั่นคือ การนำเสนอความสุขไปสู่ผู้ชม ผู้สวมใส่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลเม็ดเคล็ดลับของแต่ละแบรนด์จะมีเทรนด์ที่แตกต่างกันไปอย่างไร อยากให้ทุกคนได้ติดตามชมในแต่ละโชว์ด้วยตัวเอง”

ติดตามปรากฏการณ์ใหม่ที่จะสั่นสะเทือนวงการแฟชั่นอีกครั้งได้ใน ELLE Digital Fashion Week 2020 Powered by Lazada รับชมและช้อปพร้อมกันผ่านแอพพลิเคชั่นลาซาด้า และเฟซบุ๊กนิตยสารแอล ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ 

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง ELLETHAILAND.COM / Facebook : ELLE Thailand / Instagram : ellethailandofficial และ Lazada Thai Designer Club Page

Dream Team สร้างทีมงานในฝันเพื่อความอยู่รอดขององค์กร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/632898

วันที่ 14 ก.ย. 2563 เวลา 06:55 น.Dream Team สร้างทีมงานในฝันเพื่อความอยู่รอดขององค์กรการรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : ยุทธศาสตร์การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างทีมงานให้เป็นหนึ่งเดียว

โดย : ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหาภาวะผู้นำในปัจจุบันคืออะไร

โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่เคยหยุดนิ่ง ซับซ้อน คลุมเครือ เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างก้าวกระโดด สังคมทุกระดับเกิดการสั่นคลอน ระบบเก่าถูกทำลายไม่อาจอยู่ในสภาวะเดิมได้ การบริหารงานจึงมีความเสี่ยง มีทิศทางสู่วิกฤติ และที่ท้าทายยิ่งกว่าคือ การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น บทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความอยู่รอดอย่างมั่นคงยั่งยืนขององค์กรในอนาคต

ความท้าทายของผู้นำองค์กร

เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายของผู้นำองค์กรมักมีประเด็นต่อไปนี้

  1. ไม่สามารถโน้มน้าวให้ทีมงานเปลี่ยนกรอบความคิดด้วยตนเอง จึงขาดแรงบันดาลใจ ขาดแรงขับเคลื่อนภายใน ไม่สามารถสร้างศักยภาพและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ ทีมงานจึงไม่สามารถปรับตัวได้อย่างยืดหยุ่น ไม่สามารถสร้างการนำตนเองให้เล่นเชิงรุกได้
  2. ไม่สามารถกระตุ้นให้ทีมงานพัฒนามุมมองเชิงระบบ ขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงขาดการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ขาดองค์ความรู้ แก้ปัญหาไม่ตก ขาดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ จึงไม่อาจสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้
  3. ไม่สามารถกระตุ้นให้ทีมงานเห็นคุณค่าตนเอง บุคลากรขาดความเชื่อมั่นขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ขาดภูมิต้านทาน ภายในเปราะบาง หวั่นไหวแม้มีอะไรเล็กน้อยเข้ามากระทบ จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานให้ออกมาเสริมกันได้อย่างเต็มที่
  4. ไม่สามารถสร้างบรรยากาศให้เห็นคุณค่าในความแตกต่างทีมงาน จึงขาดศรัทธากัน ไม่เข้าใจกัน ขาดความไว้วางใจกัน การทำงานจึงแยกส่วน ขาดการมีส่วนร่วม เล่นไม่เป็นทีม ไม่เป็นหนึ่งเดียว
  5. ไม่สามารถเหนี่ยวนำให้ทีมงานสร้างภาพเป้าหมายร่วม จึงไม่สามารถนำองค์กรให้ไปในแนวเดียวกันได้ ขาดเอกภาพ องค์กรไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย
  6. การบริหารงานขาดความสมดุล เน้นแต่เรื่องทักษะการบริหารจัดการ แต่ละเลยและมองข้ามทักษะชีวิต

ทั้งหมดนี้จึงไม่สามารถสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างยั่งยืน

ภาวะผู้นำคืออะไร มีธรรมชาติเป็นอย่างไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อพูดถึงภาวะผู้นำเราได้ยินและใช้คำๆ นี้จนเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่เราไม่ค่อยได้ถามว่าภาวะผู้นำมีธรรมชาติเป็นอย่างไร เราจะพัฒนาภาวะผู้นำขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อพูดถึงภาวะผู้นำ มันเป็นการแสดงออกของการยอมรับที่ฝ่ายหนึ่งให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง ภาวะนี้คืออะไร ในการทำความเข้าใจถึงธรรมชาติดังกล่าว ประการแรก เราต้องเข้าใจว่าองค์กรคือชีวิตที่ดำเนินไปในรูปของความรู้สึกนึกคิด ในขณะที่บุคคลมีความรู้สึกนึกคิดนั้น ความเป็นตัวตนของเขาก็เกิดขึ้นทันที ตัวตนนั้นสะท้อนถึงความเป็นมนุษย์ มันคือชีวิต ชีวิตต้องการคุณค่าและความหมาย

ประการที่สอง ภาวะผู้นำเป็นรูปแบบของความสัมพันธ์ที่ฝ่ายหนึ่งมีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง ภาวะผู้นำจึงเกิดขึ้นในขณะที่บุคคลมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน และภาวะผู้นำจะเกิดขึ้นได้ต้องเป็นการที่ฝ่ายหนึ่งให้การยอมรับอีกฝ่ายหนึ่ง การยอมรับที่ว่านี้ต้องผ่านการฟังการฟังจึงเป็นเครื่องมือที่สะท้อนว่าเราให้ความสำคัญแก่อีกฝ่ายหนึ่ง การฟังที่ถูกต้องเราต้องเปิดใจโดยเอาผู้พูดเป็นศูนย์กลาง ในขณะที่เราเอาผู้พูดเป็นศูนย์กลางนั้น นั่นคือเราต้องฟังอย่างเข้าอกเข้าใจด้วยการใส่ใจ การใส่ใจจะแสดงออกมาโดยให้ความสำคัญในเรื่องและเนื้อหาที่เขาพูด เข้าใจความหมายในเนื้อหาที่เขาพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูด นั่นคือเราให้ความสำคัญแก่ผู้พูด

ในขณะนั้นเองผู้พูดจะรู้สึกได้ว่าเขาได้รับการยอมรับ เมื่อเขาได้รับการยอมรับเขาจะรู้สึกถึงความมีคุณค่าและความหมายในชีวิต เมื่อเขาได้รับการเห็นคุณค่า เขาจึงให้การยอมรับตอบ “เพราะใครก็ตามที่เห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” การยอมรับนี้เองคือการยอมรับในความเป็นตัวตนที่สะท้อนถึงภาวะผู้นำ และเมื่อผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า เขาจึงมีทั้งตำแหน่งผู้นำ และภาวะผู้นำที่สอดคล้องกัน เมื่อเขาแนะนำให้ทำอะไรเราจึงทำตาม เกิดการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกันอย่างเป็นหนึ่งเดียว มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมีเอกภาพ

ความเป็นหนึ่งเดียวคืออะไร สำคัญอย่างไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร

ดังนั้น หากเราต้องการให้ใครเห็นคุณค่าเรา เราก็ต้องให้คุณค่าเขาก่อน เพราะเราฟังเขา ให้เกียรติเขา ให้ความสำคัญแก่เขา มอบอำนาจให้เขาตัดสินใจ โดยให้เขาเป็นศูนย์กลาง เขาจะรู้สึกดี เขาจะรู้สึกว่าเขามีค่า เมื่อเขารู้สึกว่ามีค่าเขา ก็จะให้คุณค่าตอบ เมื่อภาวะนี้เกิดขึ้นทั้งสองทาง นั่นย่อมหมายความว่าต่างก็ให้คุณค่าระหว่างกัน เมื่อต่างฝ่ายเห็นคุณค่ากันทั้งสองจึงเกิดความเข้าใจกัน ไว้วางใจกัน เกิดเป็นศรัทธาระหว่างกัน เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ทั้งสองจึงหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อเป็นเนื้อเดียวกันทีมงานจึงมีความเข้มแข็งเป็นหนึ่งเดียว สามารถระเบิดศักยภาพทีมงานออกมาเสริมกัน มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมีพลังร่วม

การจะรักษาภาวะนี้ได้ต้องมีผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในการสร้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในชีวิตประจำวัน

ท่านในฐานะผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมงานและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ สามารถสร้างทีมงานที่มีความเชื่อมั่น ศรัทธา มีเป้าหมายร่วม เพื่อยกระดับคุณค่าองค์กร และนำองค์กรให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร

ผมมั่นใจว่าหัวข้อที่นำมาแลกเปลี่ยนในครั้งนี้คงจะเป็นประโยชน์นะครับ

AZABU SABO ไอศกรีมเจลาโต้นมฮอกไกโดแท้ และ Special Menu อาหารคาวครั้งแรกในไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632803

วันที่ 13 ก.ย. 2563 เวลา 10:30 น.AZABU SABO ไอศกรีมเจลาโต้นมฮอกไกโดแท้ และ Special Menu อาหารคาวครั้งแรกในไทยครั้งแรกในไทย ร้าน AZABU SABO (อะซาบุ ซาโบะ) ไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดแฟรนไชส์ชื่อดังจากแดนอาทิตย์อุทัย Co-Creation ครีเอท Special Menu เอาใจคนรักเส้นด้วยสปาเก็ตตี้อิตาเลียนสไตล์ญี่ปุ่น เนรมิตเมนูพิเศษ 3 ซอส 3 สไตล์ ความพิเศษครั้งนี้เฉพาะที่เซ็นทรัลเวิลด์

โพสต์ทูเดย์ กินเที่ยวครั้งนี้พาไปกันที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชวนชิม Special Menu อาหารคาวครั้งแรกในประเทศไทย ของร้าน AZABU SABO (อะซาบุ ซาโบะ) ร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดรูปทรงเอกลักษณ์ ที่มาพร้อมรสชาติไอศกรีมสุดเข้มข้น ซิกเนเจอร์จากประเทศญี่ปุ่นที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ

ความพิเศษครั้งนี้คือการ Co-Creation ร่วมกับทางญี่ปุ่น ครีเอท Special Menu เพื่อคนไทย เอาใจคนรักเส้นด้วยสปาเก็ตตี้อิตาเลียนสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเนรมิตเมนูออกมาให้ได้ชิมกัน 3 ซอส 3 สไตล์ โดยสามารถเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์กับเนื้อสัตว์ที่ชื่นชอบ ทั้งแฮมเบิร์กหมูและเนื้อวัว ในราคา (หมู) 219.- (จากปกติ 319.-) และ (เนื้อ) 269.- (จากปกติ 369.-) โดยเริ่มจำหน่ายวันที่ 9 – 30 กันยายน 2563 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)

สัมผัสรสชาติความกลมกล่อมของเนื้อคุณภาพที่ถูกหมักและปรุงรสอย่างพิถีพิถัน เพื่อความหอมอร่อยที่ลงตัว มีความ juicy คงความชุ่มฉ่ำนุ่มลิ้น มาพร้อมเส้นสปาเก็ตตี้นำเข้าที่มาในสไตล์อัลเดนเต้ลวกสุกแบบพอดี

เริ่มกันที่จานสีสันชวนรับประทานอย่าง สปาเก็ตตี้ Hamburg Tomato Sauce ซอสมะเขือเทศเข้มข้นความลงตัวระหว่างรสชาติเปรี้ยวและหวานจากมะเขือเทศ พร้อมเท็กซ์เจอร์ของมะเขือเทศสับ ปุ๊บปั๊บหมดจาน

ตามด้วยสปาเก็ตตี้ Hamburg Cheese Sauce เมนูที่ชีสเลิฟเวอร์ต้องร้องว้าวกับสปาเก็ตตี้ที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้น หอมละมุนกรุ่นกลิ่นชีสแบบเต็มๆ

ปิดท้ายที่ สปาเก็ตตี้ Hamburg Pepper Sauce สปาเก็ตตี้ซอสพริกไทยดำ ได้รสชาติเผ็ดเล็กน้อย เข้ากันดีทั้งหมูและเนื้อ อร่อยลงตัวที่สุด

มีโอกาสได้มาที่ AZABU SABO ทั้งทีมีหรือจะพลาดกับเครื่องดื่มและไอศกรีมขึ้นชื่อ ทั้ง SOFT CREAM วานิลลา ชาเขียว และทูโทนชาเขียวพร้อมวานิลลา 

Gelato Ice Cream Double Cone สามารถเลือกไอศกรีมรสชาติใดก็ได้กว่า 40 ชนิด แนะนำ Truffle Gelato เนื้อไอศกรีมที่ทำจากเห็ดทรัฟเฟิล หอมละมุนถึงขีดสุด

Fruity Granita Green Tea เครื่องดื่มกรานิต้า เกล็ดน้ำแข็งไสกับผลไม้ที่หลากหลาย มีให้เลือก 2 รสชาติ กรานิต้าราสพ์เบอร์รี่  ชาเขียวรสพีชและกรานิต้ารสราสพ์เบอร์รี่และสตอร์เบอร์รี่ ,กรานิต้ามะม่วงเสาวรสชาเขียวรสมะม่วงและกรานิต้ารสมะม่วงเสาวรส

Gelato Float เลือกรสชาติของน้ำตามไอศกรีมที่ชื่นชอบ อาทิ Green tea, Genmaicha, Hojicha, Hokkaido Milk

Matcha Drink มัทฉะสุดพรีเมี่ยมรสเข้มข้น อาทิ Iced Matcha, Iced Matcha Latte, Hojicha Latte, Double Matcha, Double Tea

Snow Drink เครื่องดื่มเกล็ดหิมะแช่แข็ง ทั้ง Hokkaido Milk, Matcha Green tea, Coffee Blend, Mocha, Latte และ Kinako matcha Kuromitsu

ตามไปลองความอร่อยเข้มข้นแบบนี้ ได้ที่ร้าน AZABU SABO สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณหน้าทางขึ้น GMM Live House เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.30-21.30 น. ติดตามรายละเอียดไดที่เฟซบุ๊ก : Azabusabo Thailand

แกะกล่องลุ้นความอร่อยกับ ‘มิสเตอร์ โดนัท กล่องสุ่ม โชคดี’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/632815

วันที่ 13 ก.ย. 2563 เวลา 09:10 น.แกะกล่องลุ้นความอร่อยกับ ‘มิสเตอร์ โดนัท กล่องสุ่ม โชคดี’เริ่มแล้ววันนี้ อร่อยเซอร์ไพร์ส ได้เยอะได้คุ้ม ‘มิสเตอร์ โดนัท’ ชวนลุ้นรสความอร่อยเมื่อแกะกล่อง ไปกับ “มิสเตอร์ โดนัท กล่องสุ่ม โชคดี” เริ่มต้น 100 บาท รับส่วนลดเมนูลับสูงสุดกว่า 50%

สร้างสรรค์ความสนุกกับแคมเปญใหม่ มิสเตอร์ โดนัท ผู้นำตลาดโดนัทเมืองไทย บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เปิดตัวความพิเศษใหม่ครั้งแรก กับ “มิสเตอร์ โดนัท กล่องสุ่ม โชคดี” โดนัทแสนอร่อยที่มาในรูปแบบกล่องสุ่ม สนุกกับการลุ้นรสชาติโดนัทที่ไม่มีทางรู้เลยว่าจะได้ทานเมนูอะไร แถมเต็มอิ่มไปกับความอร่อยเกินพิกัดกับเมนูลับต่างๆ ที่มาราคาคุ้มสุดคุ้ม เริ่มต้นเพียงเซ็ตละ 100 บาทเท่านั้น

จ่ายเพียงเท่านี้ก็ได้รับโดนัทแสนอร่อยพร้อมความสนุกกลับไปกว่าเท่าตัว โปรนี้ไม่ได้มีแค่เฉพาะหน้าร้าน เพราะสายเดลิเวอรี่ก็มีโปรแรงไม่แพ้กัน กับโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะที่ Grabfood เท่านั้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 149 บาท บอกเลยว่าอิ่มคุ้ม แถมยังได้สนุกไปกับการลุ้นเมนูลับอีกด้วย

มาอร่อยแบบสนุกลุ้นๆ ได้แล้วกับ “มิสเตอร์ โดนัท กล่องสุ่ม” ตั้งแต่ 13 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป ที่ร้านมิสเตอร์ โดนัท ทุกสาขา (ยกเว้น สาขาสยามพารากอน) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ CRG Call Center โทร.1312 Website : www.misterdonut.co.th , Facebook Fanpage : Mister Donut (Thailand)

‘โรคพยาธิ’ อันตรายหน้าฝนที่อาจกินคนได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/632717

วันที่ 13 ก.ย. 2563 เวลา 06:42 น.'โรคพยาธิ' อันตรายหน้าฝนที่อาจกินคนได้สังเกตุตนเองให้ดี คุณเสี่ยงเป็นโรคพยาธิหรือเปล่า?

ในช่วงที่ฝนตกอากาศจะมีความชื้นสูง สภาพพื้นเปียกแฉะ เหมาะแก่การสะสมและเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ รวมไปถึงโรคพยาธิ ซึ่ง หลายคนอาจจะเคยได้ยินหรือได้เห็นภาพฟิล์มเอกซเรย์ที่เต็มไปด้วยพยาธิชอนไชเต็มร่างกายของผู้ป่วยที่ไปพบแพทย์ด้วยอาการคันไปทั้งตัว และอาจจะทำให้มองภาพความน่ากลัวของเจ้าตัวปรสิตนี้ได้ชัดเจนขึ้น

ไม่ใช่เพียงแค่หน้าฝนเท่านั้น แต่การรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ป่วยเป็นโรคพยาธิด้วยเช่นกัน ข้อมูลโดยทีมเภสัชกร บริษัท ไบโอฟาร์ม เคมิคัลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเวชภัณฑ์คุณภาพชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ เผยเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรคพยาธิและวิธีปฏิบัติตัวรู้เท่าทันโรคพยาธิ (อ้างอิงข้อมูลจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี)

มาทำความรู้จักโรคพยาธิกันก่อน

โรคพยาธิ คือโรคที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตประเภทปรสิต (parasite ) ซึ่งตัวพยาธิอาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์และเจริญเติบโต และแย่งสารอาหารต่างๆ ของร่างกาย ตัวพยาธิสามารถเพิ่มจำนวนและเป็นอันตรายต่อร่างกาย และที่น่ากลัวคือ ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคต่างๆ หลายชนิด

โรคเกี่ยวกับพยาธิ เกิดจากพยาธิ 3 กลุ่ม 

พยาธิตัวกลม เป็นพยาธิที่มีลักษณะกลม ไม่มีปล้อง มักพบในเนื้อสัตว์และสัตว์น้ำ รวมถึงพืชผักที่ไม่สะอาอาด โรคจากพยาธิตัวกลม เช่น โรคพยาธิไส้เดือน โรคพยาธิเส้นด้าย โรคพยาธิปากขอ โรคพยาธิตัวจี๊ด โรคพยาธิแส้ม้า พยาธิสตรองจีลอยด์ และ โรคเท้าช้าง เป็นต้น

พยาธิตัวแบน หรือเรียกว่า พยาธิตัวตืด เป็นพยาธิที่มีลักษณะแบน มีปล้อง พบในเนื้อสัตว์ โรคเกี่ยวกับพยาธิตัวแบน เช่น โรคพยาธิตัวตืด เป็นต้น

พยาธิใบไม้ เป็นพยาธิที่มีลักษณะ ลำตัวแบนเหมือน พยาธิตัวแบน แต่ไม่มีปล้อง พบในสัตว์น้ำ โรคที่เกิดจากพยาธิใบไม้ เช่น โรคพยาธิใบไม้ในเลือด โรคพยาธิใบไม้ในตับ เป็นต้น

สาเหตุการเกิดโรคพยาธิ

เกิดจาการรับพยาธิหรือไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกาย โดยช่องทางการเข้าสู่ร่างกายของพยาธิ สามารถสรุป ได้ดังนี้

  • เข้าทางปาก จากการกินอาหารที่มีการปนเปื้อนของไข่พยาธิ หรือ ตัวพยาธิ
  • เข้าทางผิวหนัง เกิดจากการเข้าทางแผล หรือ สัตว์อื่นที่เป็นพาหะ เช่น ยุงกัด เป็นต้น

อาการเบื้องต้นที่สังเกตุได้

สำหรับผุ้ป่วยโรคพยาธิ มีอาการไม่เด่นชัดนัก แต่พอที่สามารถสังเกตุได้ โดยน้ำหนักตัวลด ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเสียบ่อย หิวบ่อย มีอาการบวมแดง หรือ เป็นตุ่มนูน หรือ ผื่นแดง หรือ คัน ที่ผิวหนัง ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามตัว ตาพร่ามัว ตัวเหลือง ท้องบวมโต

เก็บอุจจาระตรวจวินิจฉัย

การตรวจโรคพยาธิ สามารถทำได้โดยการตรวจทวารหนัก ตรวจอุจจาระ ซึ่งควรเก็บอุจจาระในช่วงตื่นนอนตอนเช้าใหม่ จะทำให้มีโอกาสตรวจพบพยาธิมากที่สุด 

แนวทางการรักษา

สำหรับการรักษาโรคพยาธิ ในปัจจุบันรักษาโดยการรับประทานยาถ่ายพยาธิ ซึ่งการรับประทานยาแบ่งได้ 3 ชนิด ดังนี้

  • Albendazole สามารถใช้กำจัดพยาธิได้ทุกชนิด เช่น พยาธิเส้นด้ายหรือพยาธิเข็มหมุด พยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ พยาธิใบไม้ และพยาธิตัวตืด ยกตัวอย่างยาชื่อการค้า “ALBEN” เป็นต้น
  • Mebendazole สามารถใช้กำจัดพยาธิตัวกลม เช่น พยาธิปากขอ พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน พยาธิตัวจี๊ด ยกตัวอย่างยาชื่อการค้า “Fugacar” เป็นต้น
  • Niclosamide สามารถใช้กำจัดพยาธิตัวตืด เช่น พยาธิตัวตืดหมู พยาธิตัวตืดวัว เป็นต้น

วิธีการป้องกันให้ห่างไกลจากโรค

การป้องการการเกิดโรคพยาธิ ต้องป้องกันการที่ตัวพยาธิหรือไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกาย ต้องลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ดังนี้

  • กินอาหารที่ปรุงสุก
  • ล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทาน
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
  • ดื่มน้ำที่สะอาด
  • ต้องเก็บรักษาอาหารไม่ให้สิ่งมีชีวิตเข้าไปวางไข่
  • หากมีแหล่งน้ำขังต้องไม่ลุยน้ำหรือการสัมผัสกับน้ำ ต้องสวมรองเท้าบูทป้องกัน
  • ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ป้องกันการโดนแมลงสัตว์กัดต่อย และ รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า