แพทย์ย้ำอาหารและพฤติกรรม ตัวการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/631951

วันที่ 01 ก.ย. 2563 เวลา 12:13 น.แพทย์ย้ำอาหารและพฤติกรรม ตัวการเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้แพทย์แนะวิธีเลี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง” ย้ำเลี่ยงอาหารไขมันสูง ฟาสต์ฟู้ด ปิ้งย่างไหม้เกรียม น้ำมันทอดซ้ำ เนื้อสัตว์แปรรูป และปรับพฤติกรรมก่อนสาย พร้อมแนะนำเรื่องการตรวจและการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

กรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ชี้สัญญาณเตือนมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับต้นๆ ของหลายประเทศทั่วโลก ด้วยวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป แนะเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม อาหารจากน้ำมันทอดซ้ำ และเนื้อสัตว์แปรรูป

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงพบได้บ่อยเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย และอันดับ 2 ในเพศหญิง ส่วนปัญหาอุปสรรคของการรักษาโรคมะเร็งคือ โรงพยาบาลส่วนใหญ่มีจำนวนเตียงไม่เพียงพอ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับยาเคมี จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลทุกครั้ง บางครั้งทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาไม่เป็นไปตามรอบการให้ยาและขาดความต่อเนื่อง กรมการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พร้อมโรงพยาบาลต่างๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงได้ร่วมผลักดัน นโยบายเรื่องการให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน (Home chemotherapy) เป็นชุดสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาตรงเวลา มีประสิทธิภาพ ให้ผลลัพธ์ต่อสุขภาพร่างกาย และจิตใจที่ดีกว่า อีกทั้งยังพบว่าการให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน มีต้นทุนต่ำกว่าการบริการยาเคมีที่โรงพยาบาลอีกด้วย การรักษาด้วยวิธี Home chemotherapy จัดเป็นการพัฒนารูปแบบบริการการแพทย์วิธีใหม่ หรือเรียกว่า “New Normal of Medical Service” สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่าปัจจุบันวิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากโดยเฉพาะพฤติกรรมการบริโภค เช่น อาหารไขมันสูง อาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ ได้รับความนิยมมากขึ้น การกินอาหารปิ้งย่างไหม้เกรียม อาหารจากน้ำมันทอดซ้ำ และเนื้อสัตว์แปรรูป ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรค 

อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การขาดการออกกำลังกาย การมีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน ตลอดจนการมีประวัติครอบครัวหรือตนเองเป็นติ่งเนื้อในลำไส้ เป็นต้น สำหรับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เริ่มจากการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ (polyp) และพัฒนาจนเป็นมะเร็งโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 10-15 ปี

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงมักจะไม่มีอาการในระยะเริ่มแรกของโรค อาการจะแสดงก็ต่อเมื่อโรคลุกลามมากขึ้นจนถึงระยะสุดท้าย ส่งผลทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ซึ่งอาการของโรคที่พบบ่อย ได้แก่

อย่างไรก็ตาม มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นมะเร็งที่สามารถตรวจคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรกได้ ส่งผลให้การรักษาได้ผลดีและมีโอกาสหายจากโรคสูง ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง โดยการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระปีละครั้ง หากผิดปกติควรได้รับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ กรณีพบติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าวเพื่อวินิจฉัยต่อไป

ด้านข้อมูลโดย ศ.พิเศษ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัฒโนสถ แนะนำเรื่องการตรวจและการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่  ดังนี้

การตรวจโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้น ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค ได้แก่

การผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ (Laparoscopic Surgery)คือแผลเล็ก เสียเลือดลดลง เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ลดการเกิดผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่น การติดเชื้อที่แผล ทำให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น แต่ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ควรจะเข้ารับการผ่าตัดแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญเพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีและเหมาะสมกับคนไข้แต่ละบุคคล โดยกล้องที่ใช้ในการผ่าตัด เป็นกล้องที่สร้างขึ้นเพื่อใช้งานทางการแพทย์ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพความละเอียดและความคมชัดสูง และสามารถสร้างภาพให้เป็นภาพ 3 มิติ ทำให้ศัลยแพทย์เห็นภาพได้ชัดเจน การผ่าตัดสามารถทำได้อย่างแม่นยำและช่วยลดโอกาสการเกิดผลแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

วิธีลดความเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทวารหนัก (Colonoscopy) แนะนำให้ตรวจเป็นประจำทุกๆ 5-10 ปี ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป จะช่วยให้สามารถรับมือได้ทันท่วงที แต่ถ้าหากมีคนในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคนี้ แนะนำให้มาตรวจตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป เพื่อตรวจหาความผิดปกติของลำไส้ใหญ่

อีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร พยายามหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารที่ผ่านกรรมวิธีแปรรูป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ หันมาให้ความใส่ใจกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรับประทานผักและผลไม้ รวมถึงการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวันร่วมกับการทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สิ่งเหล่านี้ที่มีส่วนสำคัญช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและห่างไกลจากโรคมะเร็ง

น้ำด่าง ความแตกต่างที่ดีต่อสุขภาพจริงหรือ? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/631948

วันที่ 01 ก.ย. 2563 เวลา 11:20 น.น้ำด่าง ความแตกต่างที่ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?รู้หรือไม่! น้ำดื่มปกติมีค่ากรดด่างเป็น 7 แต่น้ำด่างมีค่ากรดด่างเป็น 8 หรือ 9 ส่วนเลือดของเรามีค่ากรดด่าง 7.35-7.45 ซึ่งเป็นด่างเล็กน้อย และเมื่อน้ำถูกเปลี่ยนส่วนประกอบทางเคมีจะส่งผลดีต่อสุขภาพจริงๆ หรือ?

รู้เท่าทันการดื่มน้ำด่าง นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เผยแพร่เรื่องราวดีๆ ผ่านเฟซบุ๊กประเด็น “รู้เท่าทันการดื่ม #น้ำด่าง”  ระบุ ปัจจุบันมีกระแสการส่งเสริมให้ดื่มน้ำด่างกันอย่างกว้างขวาง เรามารู้เท่าทันน้ำด่างกันดีกว่า

น้ำด่าง หรือน้ำไอออนที่ส่งเสริม ก็คือน้ำที่ทำให้มีสภาพเป็นด่างด้วยเครื่องไอออนไนเซอร์ ซึ่งมีขายกันทั่วไปราคาหลักหมื่น เครื่องนี้จะเปลี่ยนส่วนประกอบทางเคมีของน้ำทำให้น้ำเป็นด่าง น้ำดื่มปรกติมีค่ากรดด่างเป็น 7 แต่น้ำด่างมีค่ากรดด่างเป็น 8 หรือ 9 เลือดของเรามีค่ากรดด่าง 7.35-7.45 ซึ่งเป็นด่างเล็กน้อย

ฝ่ายที่สนับสนุนและธุรกิจจำหน่ายเครื่องทำน้ำด่างกล่าวอ้างว่า น้ำด่างเป็นน้ำที่มีชีวิต มีพลังในการหล่อเลี้ยงร่างกายเหมือนพืชผักที่สด ดูดซึมได้ดีกว่าน้ำทั่วไป และทำหน้าที่เหมือนสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์เสื่อม

ดังนั้น จึงมีการกล่าวอ้างถึงประโยชน์ของน้ำด่างไว้มากมาย ตั้งแต่รักษาโรคหรืออาการที่เกิดจากภาวะเป็นกรดมาก เช่น ข้ออักเสบ มะเร็ง เบาหวาน เนื่องจากมีเกลือแร่ในน้ำด่าง ช่วยให้กระดูกดูดซึมเกลือแร่เหล่านี้และนำไปใช้ ทำให้กระดูกบางตัวช้าลง

โมเลกุลของน้ำด่างจะเล็กกว่าน้ำทั่วไป ทำให้ดูดซึมเข้าสู่เซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้เร็วกว่า และช่วยขับสารพิษและกรดออกจากเซลล์ได้ดีขึ้น

กระทรวงสาธารณสุขไทยเคยทำการวิจัยน้ำไอออนยี่ห้อหนึ่งที่ขายในเมืองไทย โดยนำมาใช้กับผู้ป่วยเอดส์ในปี พ.ศ.2554 และอ้างว่าทำให้ภูมิต้านทานดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการทบทวนการศึกษาทางวิชาการใน Cochrane Library จากเอกสารทั้งสิ้น 907,144 บทความ ไม่พบว่ามีบทความการทบทวนน้ำด่างเกี่ยวกับหัวข้อประโยชน์ต่อสุขภาพดังกล่าว และใน PubMed ก็ไม่พบการทบทวนเกี่ยวกับหัวข้อนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งแสดงว่า ยังไม่มีการวิจัยที่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้พอว่า น้ำด่างมีประโยชน์ต่อสุขภาพดังที่กล่าวอ้างมา

ข้อมูลโดย นพ.ประพจน์ เภตรากาศ ระบุ เมื่อประมวลความเห็นในเว็บไซต์ต่างๆ ที่เห็นค้านการกล่าวอ้างประโยชน์ของน้ำด่าง มีดังนี้

สรุปคือยังขาดหลักฐานทางการแพทย์ที่จะยืนยันประโยชน์ของการดื่มน้ำด่างว่าดีต่อสุขภาพ

“ตาล้า” สร้างปัญหาตามมามากกว่าที่คิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/631873

วันที่ 31 ส.ค. 2563 เวลา 12:30 น.“ตาล้า” สร้างปัญหาตามมามากกว่าที่คิด#ยิ่งล้ายิ่งพัง เช็กลิสต์ดวงตาว่าเริ่มมีอาการบ่งชี้ที่เกิดจากกล้ามเนื้อตาล้าบ้างหรือยัง พร้อมรู้วิธีแก้ก่อนปัญหาจะมาถึง

เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ทั้งการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ตลอดเวลา โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพตาของเรา ปัญหากล้ามเนื้อตาล้า จึงกลายมาเป็นโรคยอดฮิตของคนยุคดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สาเหตุหลักของกล้ามเนื้อตาล้าเกิดจากการใช้งานดวงตามากจนเกินไป 

โดยจะมีอาการบ่งชี้ที่เกิดจากกล้ามเนื้อตาล้าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

ซึ่งอาการเหล่านี้หากปล่อยทิ้งไว้นาน ก็อาจกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันได้ เพราะการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อดวงตาสามารถก่อให้เกิดความตึงเครียดของร่างกาย ซึ่งจะกระทบเชื่อมโยงไปถึงอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อของร่างกายในบริเวณอื่น ๆ เช่น ใบหน้า กราม และขมับ นำไปสู่อาการอ่อนล้าสะสมและอาจส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน หรือก่อให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากละเลยไม่ยอมดูแลสุขภาพดวงตา อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคดวงตาอื่น ๆ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม หรือกล้ามเนื้อตาเกิดการเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควรอีกด้วย

วิธีแก้ปัญหาตาล้า

วิธีแก้ปัญหากล้ามเนื้อตาล้ามีอยู่ด้วยกันหลายวิธี เช่น

หากปรับพฤติกรรมและหมั่นดูแลสุขภาพของดวงตาให้กล้ามเนื้อตาแข็งแรง ความพังที่จากอาการตาล้าจะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน ผู้ที่สนใจ “Lens Zeen” สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ร้านหอแว่นทุกสาขาทั่วประเทศ หรือที่ Facebook แฟนเพจ https://th-th.facebook.com/HawvanFAN/

ถ่ายเป็นเลือด สัญญาณเตือนโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/631874

วันที่ 31 ส.ค. 2563 เวลา 12:20 น.ถ่ายเป็นเลือด สัญญาณเตือนโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เผยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง พบมากเป็นอันดับ 3 ในเพศชาย และอันดับ 4 ในเพศหญิง แต่ละปีจะมีผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 12,000 คน

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีสาเหตุมาจากวิถีชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะพฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานเนื้อแดง เนื้อแปรรูปเป็นประจำ อาหารกากใยน้อย อาหารปิ้งย่าง รมควัน ตลอดจนขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่ข้อมูลสัญญาณเตือนหรืออาการของโรคที่พบบ่อย ได้แก่

มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงส่วนหนึ่งสามารถป้องกันได้จากการปรับพฤติกรรมการดำรงชีวิตและหมั่นสังเกตตัวเองว่าการขับถ่ายเป็นปกติดีหรือไม่ หากพบความผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงยังสามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกด้วยวิธีการตรวจหาเม็ดเลือดแดงแฝงในอุจจาระ

องค์กรไม่ยั่งยืน เพราะขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/631849

วันที่ 31 ส.ค. 2563 เวลา 06:30 น.องค์กรไม่ยั่งยืน เพราะขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลงการรับมือกับปัญหาไวรัสโควิด 19 เชิงองค์รวม : องค์กรไม่ยั่งยืน เพราะขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลง

โดย : ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะองค์กรคือชีวิต มนุษย์ต้องการการยอมรับ ในขณะที่เรากำลังติดต่อสื่อสารด้วยกิริยาท่าทางอยู่นั้น โลกภายในทั้งสองก็กำลังดำเนินไปในลักษณะที่ว่า “ใครก็ตามเห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” แต่หากใครไม่เห็นฉันมีค่าไม่ว่าเธอจะตะโกนดังแค่ไหนฉันก็ไม่ได้ยินเรื่องใดๆก็ยากไปหมดนี่คือเงื่อนไขสำคัญที่สุดของการสร้างภาวะผู้นำ

ความท้าทายของผู้นำองค์กร

โลกสังคมเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่แน่นอนคลุมเครือและซับซ้อนส่งผลกระทบอย่างเป็นวงกว้างในทุกภาคส่วนระบบเดิมล่มสลายการปรับตัวเป็นไปอย่างรุนแรงทั้งด้านสังคมเศรษฐกิจความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิต

เมื่อพิจารณาถึงความเป็นองค์กร บุคลากรขาดความสามารถในการแข่งขัน ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพและขับออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ แรงขับเคลื่อนภายใน ไม่สามารถนำตนเองได้ นอกจากนี้ บุคลากรยังขาดความเข้าใจในแนวคิดเชิงระบบ จึงขาดกระบวนการเรียนรู้ ขาดองค์ความรู้ จึงแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนไม่ได้ อีกทั้งขาดมุมมองเชิงองค์รวม จึงขาดความคิดสร้างสรรค์ ไม่สามารถสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง ที่แปลกใหม่ ไม่สามารถสร้างองค์กรให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น บุคลากรขาดศรัทธา ไม่เปิดใจกว้างรับฟัง ไม่เข้าใจกัน ทีมงานจึงไม่เข้มแข็ง ขาดการเสริมพลังร่วม ขาดความร่วมมือ เล่นไม่เป็นทีม ไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

ด้วยเหตุนี้ องค์กรจึงต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดและยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องการผู้นำการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อพิจารณาถึงประเด็นด้านผู้นำการเปลี่ยนแปลง เราพบว่ามักมีอาการปัญหาดังต่อไปนี้

1. ตนในฐานะตำแหน่งผู้นำองค์กรที่มีประสบการณ์มากกว่าตนจึงพยายามสอนและถ่ายทอดให้ทุกอย่าง

แม้ให้ผลตอบแทนอย่างดี แต่ทำไมเวลาสั่งการอะไรลงไป กลับไม่มีใครฟัง พวกเขาไม่เคยทำตาม รับปากไปก็เท่านั้น เล่นก็ไม่เป็นทีม ไม่ไปในแนวเดียวกัน ขาดการมีส่วนร่วม ไม่ทุ่มเท ไม่เกื้อกูล ไม่ยืนมือ ไม่เสียสละ ไม่ช่วยเหลือกัน 

นั่นเป็นเพราะว่าผู้นำองค์กรขาดความเข้าใจว่าคนคือมนุษย์มนุษย์มีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมายพวกเขาต้องการการยอมรับต้องการกำลังใจต้องการความเข้าใจต้องการการมอบอำนาจความเชื่อใจไว้วางใจต้องการการเห็นคุณค่าแต่ผู้นำไม่ค่อยให้ความสำคัญยิ่งไกว่านั้นผู้นำยังยึดติดอยู่กับตำแหน่งและคิดว่าตนสามารถสั่งการหรือทำอะไรก็ได้ทุกอย่างตามที่ตนต้องการซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิดแต่เมื่อเขาไม่ได้รับการยอมรับมันเหมือนกับว่าผู้นำไม่เห็นเขามีค่าดังนั้นเขาจึงไม่เห็นคุณค่าในตัวผู้นำด้วยจึงไม่เกิดการยอมรับกันหนักเข้าก็แบ่งฝักแบ่งฝ่ายการทำงานจึงไปคนละทิศคนละทางไม่เป็นหนึ่งเดียว

2. ตนในฐานะผู้นำองค์กรตนก็พยายามผลักดันทุกอย่างทำงานอย่างหนักเพื่อเป็นแบบอย่างแต่ทำไมทุกคนดูเฉื่อยชาขาดความมุ่งมั่นทุ่มเทขาดความกระตือรือร้น

นั่นเป็นเพราะว่า แม้ตนจะเข้าใจว่าบุคคลมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างเหลือเฟือ แต่ไม่รู้ว่าจะพัฒนาเพิ่มเติมได้อย่างไร เพราะไม่เข้าใจถึงธรรมชาติของศักยภาพที่แท้จริงว่าคืออะไร มันอยู่ในรูปของอะไร และก็ไม่รู้ว่าจะขับมันออกมาใช้อย่างเต็มที่ได้อย่างไร

3. ตนในฐานะผู้นำองค์กร มีวิสัยทัศน์กว้างไกล องค์กรมีทิศทาง มีเป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน มีค่านิยมร่วม แต่ทำไมบุคลากรเล่นไม่เป็นทีม ยังสับสน เดินไปคนละทิศคนละทาง ไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

นั่นเป็นเพราะว่า บุคลากรขาดเป้าหมายร่วม มองคนละภาพ เข้าใจคนละแบบ ต่างคนต่างทำ แยกส่วน ขาดความเชื่อมโยง ไม่เสริมกัน ขาดพลังร่วม ยิ่งไปกว่านั้น ตนในฐานะผู้นำองค์กรยังขาดความเข้าใจมุมมองเชิงระบบ ไม่สามารถโน้มน้าวและเชื่อมโยงให้บุคลากรมองภาพเดียวกัน และขับศักยภาพนั้นออกมาเพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ให้เป็นแนวปฏิบัติที่สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันได้

ทางออกของปัญหา 

การแก้ปัญหาผู้นำการเปลี่ยนแปลงในทุกวันนี้ องค์กรส่วนใหญ่มักเน้นแต่การพัฒนาด้านทักษะการบริหารจัดการ ระเบียบโครงสร้าง และขั้นตอนการทำงาน ซึ่งถือว่ายังไม่ตรงประเด็น  แล้วอะไรคือรากของปัญหา ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า ในขณะที่บุคคลกำลังมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในรูปของพฤติกรรมนั้น

ในขณะนั้น โลกภายในก็กำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่ โลกภายในนี้คือตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย ดังนั้น ในขณะที่เรากำลังติดต่อสื่อสารด้วยกิริยาท่าทางอยู่นั้น โลกภายในทั้งสองก็กำลังดำเนินไปในลักษณะที่ว่า “ใครก็ตามเห็นฉันมีค่า ฉันก็เห็นเขามีค่าเช่นกัน” แต่หากใครไม่เห็นฉันมีค่าไม่ว่าเธอจะตะโกนดังแค่ไหนฉันก็ไม่ได้ยินเรื่องใดๆก็ยากไปหมด

นี่คือเงื่อนไขสำคัญที่สุดของการสร้างภาวะผู้นำ และส่งผลเป็นความสำเร็จขององค์กร หากเงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองแล้ว อาการของปัญหาก็ปรากฏตามที่กล่าวข้างต้น 

ดังนั้น อาการปัญหาต่างๆในรูปของความสัมพันธ์ล้วนเป็นเรื่องปลายเหตุเบื้องลึกของเหตุแห่งปัญหาที่แท้จริงจึงเป็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายในระหว่างบุคคลหากคุณค่านี้ได้รับการตอบสนองแล้วอะไรๆก็ง่ายไปหมด

คุณสมบัตินี้สำคัญอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงภาวะผู้นำ เพราะภาวะผู้นำนี้มิได้วัดกันด้วยตำแหน่ง แต่วัดกันที่พฤติกรรมการแสดงออกว่า สะท้อนถึงความมีคุณค่าของบุคคลที่เราสัมพันธ์ด้วยมากน้อยเพียงใด

ดังนั้น ผู้นำนอกจากจะเป็นผู้นำโดยตำแหน่งแล้วยังต้องแสดงออกถึงคุณค่าและความหมายของผู้ตามด้วยเพราะองค์กรคือชีวิตเมื่อบุคคลได้รับการยอมรับได้รับความไว้วางใจเมื่อนั้นบุคคลจึงรู้สึกเข้มแข็งเกิดความเชื่อมั่นสามารถพัฒนาและขับศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่สามารถนำตนเองได้เกิดความมุ่งมั่นกระตือรือร้นเล่นเชิงรุกจากจุดนี้จะเป็นก้าวสำคัญนำไปสู่การเห็นคุณค่าในความแตกต่างใจจึงเปิดกว้างรับฟังเกิดความเข้าใจกันไว้วางใจกันเกิดศรัทธาเชื่อมั่นและยอมรับซึ่งกันและกันทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่ภาวะผู้นำที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงสร้างทีมงานอย่างมีสวนร่วมเกิดการเชื่อมโยงที่สอดคล้องไปในแนวเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพองค์กรจึงมีความเข้มแข็งมั่นคงยั่งยืน

121 ปีความทรงจำ ‘ล่อง รอยราชดำเนิน นิทรรศการผสานวัย’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631798

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 10:17 น.121 ปีความทรงจำ ‘ล่อง รอยราชดำเนิน นิทรรศการผสานวัย’นิทรรศการรูปแบบใหม่ที่จะพาทุกคน ‘ล่อง’ ไปตาม ‘รอย’ ของพื้นที่ประวัติศาสตร์ถนนราชดำเนิน กับนิทรรศการชุดพิเศษ “ล่อง รอยราชดำเนิน นิทรรศการผสานวัย” ผสานความทรงจำคนหลายเจน

หากเอ่ยชื่อ “ถนนราชดำเนิน” คนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักคุ้นเคยดี แม้มิใช่ชาวกรุงเทพมหานคร เพราะถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญหนึ่งในเกาะรัตนโกสินทร์ และมีประวัติความเป็นมาเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของชาติมายาวนานถึง 121 ปีแล้ว ปัจจุบันถนนราชดำเนินไม่ได้เป็นเพียงแค่ถนนสายสำคัญด้านการคมนาคมของกรุงเทพมหานครในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์เท่านั้น แต่ยังเป็นถนนที่ได้บันทึกเรื่องราวในอดีต ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตผู้คน วัฒนธรรมประเพณี จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ตลอดไปจนถึงเรื่องราวการต่อสู้ทางการเมืองในหลายยุคหลายสมัยด้วย

ด้วยอายุที่ยาวนานนับร้อยปีของถนนสายนี้ นับจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริโปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนสายนี้ขึ้น ด้วยทรงเห็นว่าท้องที่ตำบลบ้านพานถมถึงท้องที่ตำบลป้อมหักกำลังดัสกร (ปัจจุบันคือถนนนครสวรรค์ กับถนนสามเสน) เป็นที่เปลี่ยว ยังไม่มีถนนหลวงให้ประชาชนทำการค้าขายสะดวก ประกอบกับทรงต้องการใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังดุสิต ถนนราชดำเนินจึงได้ถือกำเนิดขึ้น พร้อมๆ กับความทรงจำมากมายของผู้คนต่างยุคต่างสมัย ต่างวัย ต่างรุ่น (Generation)

ประวิทย์ สังข์มี นักสะสมของเก่าและผู้มีส่วนร่วมในการนำเสนอวัตถุจัดแสดงในนิทรรศการชุดนี้ เป็นผู้ได้มีโอกาสสัมผัสและเห็นภาพของประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งบนถนนราชดำเนินในห้วงเวลาการผ่านร้อนผ่านหนาวที่สำคัญ เล่าถึงภาพความทรงจำเกี่ยวกับถนนสายนี้ว่า หนึ่งในความทรงจำเกี่ยวกับถนนราชดำเนินที่เขาได้ประสบมาคือ ตลาดนัดสนามหลวง ที่ในสมัยนั้นสนามหลวงยังเป็นแหล่งขายสินค้าหลากหลาย ดูคล้ายๆ กับตลาดนัดจตุจักรในปัจจุบัน ซึ่งตัวเขาชอบไปเดินหาซื้อเสื้อผ้ามือสอง ที่สมัยนั้นจะเป็นพวกเสื้อผ้ากระสอบที่จะนำมาแขวนบนราวเรียงขายเป็นแถว  “ตอนนั้นเราไม่ค่อยมีสตางค์ก็จะไปเดินเลือกซื้อเสื้อมือสองที่เขาจะแขวนราวเรียงเป็นตับไปเลย”

นอกจากเป็นแหล่งเสื้อผ้ามือสอง ซุ้มขายหนังสือตรงมุมพระแม่ธรณี ก็เป็นอีกจุดหนึ่งในความทรงจำของหนอนหนังสือและนักอ่านทั้งหลาย เพราะมีทั้งหนังสือมือสอง หนังสือเรียน วรรณกรรม นิยาย หนังสือต่างประเทศ และอีกหลากหลายประเภทที่นำมาวางขายแน่นไปหมด ภาพในเชิงลบของมุมนี้ที่ประวิทย์เล่าว่า เขารู้สึกไม่ประทับใจเลย แต่ก็ยังจดจำได้ดี นั่นคือ ส้วมสาธารณะ ที่เจ้าตัวบอกว่า “มันเหม็นมากๆ อยู่ตรงแผงขายหนังสือนั่นแหละ”

นอกจากฝั่งสนามหลวงการที่คุณพ่อของประวิทย์ทำงานอยู่บริษัทเดินอากาศไทยซึ่งตั้งอยู่ตรงสะพานผ่านฟ้าทำให้เขาได้มีโอกาสเห็นและสัมผัสกับช่วงเวลาต่างๆของถนนราชดำเนินอยู่บ่อยครั้ง 

อีกหนึ่งประสบการณ์ที่เขาประทับใจมาก คือช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่จะมีการประดับประดาไฟบนถนนราชดำเนิน ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดตกแต่งสวยงามแตกต่างกันไป ในสมัยก่อนถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในสมัยนั้นที่คนกรุงเทพฯ ตั้งตารอที่จะไปสัมผัส ตัวเขาเองก็ชอบไปเดินดูไฟงานวันเฉลิม ซึ่งสมัยก่อนจะจัดสวยมาก โดยจะเดินดูไปเรื่อยๆ กับคุณแม่

เมื่อเอ่ยถึงถนนราชดำเนินในช่วงยุคสมัยการเติบโตของประวิทย์ อีกสิ่งหนึ่งที่เขานึกถึงก็คือ โรงหนังเฉลิมไทย หรือศาลาเฉลิมไทย…โรงหนังชื่อดังแห่งยุค ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหัวมุมถนนราชดำเนินกลางกับถนนมหาไชย ที่เป็นโรงมหรสพและโรงภาพยนตร์ สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2483 ตามความประสงค์ของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม อาคารเป็นรูปทรงโมเดิร์นตามแบบตะวันตกไม่มีหลังคา คล้ายคลึงกับศาลาเฉลิมกรุง ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดย จิตรเสน อภัยวงศ์ ที่จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากประเทศฝรั่งเศส และตกแต่งภายในโดย ศิววงศ์ กุญชร ณ อยุธยา ในสมัยนั้นศาลาเฉลิมไทยถือเป็นหนึ่งในโรงมโหรสพที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยที่นั่งราว 1,200 ที่นั่ง พร้อมที่นั่งชั้นบน เวทีเป็นแบบมีกรอบหน้า มีเวทีแบบเลื่อนบนราง (Wagon Stage) เพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนฉาก ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นโรงภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2496 และต่อมาถูกรื้อทิ้งตามมติคณะรัฐมนตรีรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2532 เนื่องจากศาลาเฉลิมไทยตั้งอยู่ด้านหน้าวัดราชนัดดารามวรวิหาร และโลหะปราสาท ทำให้เกิดการบดบังทัศนียภาพเบื้องหลัง

“เมื่อเขาทุบโรงหนังเฉลิมไทยออกไปแล้ว ก็ทำให้เห็นมุมมองของวัดราชนัดดาสวยชัดเจน อันนี้ผมชอบวิธีการปรับปรุงในมุมนี้นะ” ประวิทย์เล่าถึงความทรงจำในอีกมุม

อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ปรากฏอยู่ในห้วงเวลานั้น และติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนมากมายที่ร่วมยุคสมัย รวมทั้งตัวประวิทย์ก็คือ เหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งในห้วงเวลานั้นประวิทย์ยังเป็นเพียงเด็กชายวัยมัธยม แต่ด้วยเพราะบ้านอยู่ไม่ไกลจากราชดำเนิน ทำให้เขาได้มีส่วนร่วมรับรู้เหตุการณ์ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง

“ตอนนั้นเราจะได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ และได้ยินเสียงปืนกราดยิงลงมาจากท้องฟ้า ได้ยินเสียงระเบิด เสียงปืนที่มาจากถนนราชดำเนินชัดเจน เราก็มีความพยายามอยากจะออกไปร่วมเหตุการณ์กับเขาด้วยนะตอนนั้น แต่คุณแม่ห้ามไว้ ทั้งที่นั่งรถไปนิดเดียว ข้ามเรือไปก็ถึงท่าพระจันทร์แล้ว นี่เป็นเหตุการณ์ที่เราประสบมากับตัวเอง ไม่ใช่ดูจากภาพ หรือฟังเขาเล่าเรื่อง ตอน 6 หรือ 19 ตุลา ก็เหมือนกัน สถานที่เดียวกัน ตอนนั้นเราก็ได้ยินเสียงปืนชัดเจน นี่ก็เป็นราชดำเนินในความทรงจำ”

นอกจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในมุมของการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมต่างๆ ของถนนราชดำเนินก็เป็นหนึ่งในภาพจำของเขาเช่นกันแม้ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนผ่านมาหลายยุคหลายสมัยแต่สำหรับประวิทย์เขามองว่าถนนราชดำเนินการยังมีเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างสภาพแวดล้อมน้อยมากเพราะสถานที่สำคัญหลายแห่งยังคงอยู่และมีโครงสร้างที่แทบจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยเช่นร้านอาหารศรแดงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโรงแรมรัตนโกสินทร์ยกเว้นสะพานที่มีการขยายและปรับปรุงรวมไปถึงอาคารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและกรมประชาสัมพันธ์ที่โดนไฟไหม้รวมถึงโรงหนังเฉลิมไทยที่รื้อทิ้งไป

“พูดถึงราชดำเนิน อีกสถานที่ที่ผมจะนึกถึงคือ อาคารของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเดิมเป็นของห้างแบดแมน เป็นตึกเก่าสมัย ร.5 ก่อนที่จะถูกไฟไหม้แล้วเขาทุบทิ้ง  ผมประทับใจตัวอาคารเพราะมันสวยมาก”

ด้วยความเป็นนักสะสมและชื่นชอบในประวัติศาสตร์ประวิทย์จึงเก็บสะสมภาพเก่าและสิ่งของในอดีตไว้มากมายซึ่งส่วนหนึ่งก็คือภาพที่บอกเล่าเรื่องราวความทรงจำในอดีตบนถนนราชดำเนินด้วย

“การสะสมของผมเริ่มมาจากผมชอบสะสมภาพเหตุการณ์ต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมันมีเยอะ ผมก็จะเก็บเป็นประเภท แยกเป็นเรื่องราว เป็นเหตุการณ์ อย่างราชดำเนินเองก็มีหลายเรื่อง แต่ที่ผมเก็บเป็นภาพแรกจะเป็นเรื่องของเหตุการณ์น้ำท่วมถนนราชดำเนิน ช่วงปี 2485 ซึ่งมันดูเป็นเรื่องแปลกมากในสมัยนั้น พอเห็นภาพนี้ เอ๊ะ! พายเรือที่ราชดำเนินกันเลยเหรอ ต่อมามันก็มีภาพน้ำท่วมที่เยาวราช ที่นั่นที่นี่มาอีก เลยเก็บเป็นภาพชุดน้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นภาพเหตุการณ์ที่อยู่ในกลุ่มที่เราสนใจอยู่แล้ว ก็เก็บสะสมมาเรื่อยๆ”

ภาพและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำบนถนนราชดำเนิน มีทั้งภาพถ่ายถนนราชดำเนินในมุมและเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ การ์ดเชิญเปิดโรงแรมรัตนโกสินทร์ ที่เจ้าตัวบอกว่า “อันนี้สนุก อ่านแล้วดูน่าสนใจดี” …เพราะเป็นการใช้ภาษาในยุคจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ซึ่งเป็นยุคที่เรียกกันว่า “ภาษาวิบัติ” เพราะมีการใช้ภาษาแบบลดตัวอักษรลงไป หรือการ์ดเชิญเปิดโรงแรมสุริยานนท์ ซึ่งตอนนั้นเปิดพร้อมกัน และตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน หรือใบเสร็จห้างแบดแมน ซึ่งพิมพ์ออกมาสวยมาก หรือการ์ดงานเปิด ททท. และถนนราชดำเนินกลาง เป็นต้น

“ของสะสมเหล่านี้อาจมีมูลค่าไม่มาก แต่มีคุณค่าทางจิตใจที่ไม่สามารถจะตีราคาได้ เพราะมันไม่มีอีกแล้ว อย่างการ์ดเชิญโรงแรมรัตนโกสินทร์ ก็ไม่มีแล้ว มันไม่ได้หาง่ายๆ มิวเซียมสยามจะเป็นสถานที่แรกที่ผมส่งของเหล่านี้ไปให้จัดแสดง นี่ยังไม่เคยโชว์ที่ไหนเลย พอดีเห็นว่าเป็นงานที่เกี่ยวกับถนนราชดำเนินเลยถือโอกาสส่งไปให้จัดแสดงเพื่อให้คนทั่วไปได้ชมกัน”

ร่วมสัมผัสนิทรรศการรูปแบบใหม่ที่จะพาผู้ชม ‘ล่อง’ ไปตาม ‘รอย’ ของพื้นที่ประวัติศาสตร์ถนนราชดำเนิน โดยมิวเซียมสยาม กับนิทรรศการหมุนเวียนชุดใหม่ ‘ล่อง รอยราชดำเนิน : นิทรรศการผสานวัย’ ที่งานนี้นอกจากภาพและสิ่งของในความทรงจำมากมายที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวถนนราชดำเนินอย่างเพลิดเพลินแล้วนิทรรศการนี้ยังมีกระบวนการเล่าเรื่องที่น่าสนใจและไม่ธรรมดาอีกด้วย

นิทรรศการ ‘ล่อง รอยราชดำเนิน: นิทรรศการผสานวัย’ จัดแสดงที่มิวเซียมสยามถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 จากนั้นจะย้ายไปจัดแสดงที่หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563

เที่ยวใกล้กรุง ดูพันธุ์ปลาสวยงาม ช้อปของดีเมืองราชบุรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631795

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 09:45 น.เที่ยวใกล้กรุง ดูพันธุ์ปลาสวยงาม ช้อปของดีเมืองราชบุรีเมืองราชบุรีจัดงานโชว์ของดีถิ่นเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของประเทศไทย ในงาน AQUA ILLUMINATION ตั้งแต่วันนี้-6 ก.ย. 2563

ใครว่า “ราชบุรีมีดีแค่โอ่ง!!” เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรีภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 และส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง Green Season ซึ่งเป็นการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คิด..แล้วไปให้ถึง” จังหวัดราชบุรี นำโดย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมด้วยเทศบาลเมืองบ้านโป่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน AQUA ILLUMINATION กิจกรรมนิทรรศการปลาสวยงามเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัดราชบุรีให้เป็นศูนย์กลางของแหล่งเพาะพันธ์ุปลาสวยงามที่สุดในประเทศไทย

โดยงานนี้ได้นำศักยภาพของบ้านโป่งที่มีพื้นที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงามมากที่สุดในประเทศไทยและเป็นศูนย์กลางจำหน่ายปลาสวยงามพื้นที่ใหญ่สุดในเอเชีย มาต่อยอดขยายผลเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวในลักษณะ Art Aquarium การแสดงปลาสวยงามภายใต้ตู้ปลาขนาดยักษ์และขนาดเล็กใหญ่รูปทรงแปลกตา สาดส่องด้วยแสงไฟหลากสีอย่างอลังการ เป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะ-ออกแบบ-ความบันเทิง-อะควาเรียม ที่ให้ความรู้สึกชวนพิศวงแต่สวยงาม พร้อมดนตรีบรรเลงเคล้าคลอทำให้ได้สัมผัสความงามในหลากหลายมิติ ออกแบบบรรยากาศงานโดยศิลปินนักออกแบบจัดดอกไม้ชั้นนำของเอเชีย สกุล อินทกุล ซึ่งมีชื่อเสียงในการเสนอแนวคิดเชิงปรัชญาตะวันออกผ่านศิลปะการจัดวางดอกไม้ (Flower Installation) ที่เน้นผิวสัมผัสและองค์ประกอบที่งดงาม ดูน่าตื่นตาตื่นใจเช่นเดียวกับงานประติมากรรม และใช้นวัตกรรมมัลติมีเดียโชว์แสงสีคุณภาพระดับสากลโดยทีม Digital Art จากฝีมือเด็กไทยล้วน

“ถ้ากล่าวถึงประเทศชั้นนำที่เพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามมีอยู่ 3 ประเทศด้วยกันคือ ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และไทย ซึ่งทางภาคตะวันตกของประเทศไทย อาทิ กาญจนบุรี, นครปฐม และราชบุรี ถือเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความความเหมาะสมเนื่องด้วยมีลักษณะทางสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่น มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะอำเภอบ้านโป่งที่มีบ่อเลี้ยงปลาถึงกว่า 1,700 บ่อ สามารถสร้างรายได้สู่ชุมชนมาเป็นเวลานาน จากข้อมูลจากในปี 2550 การซื้อขายสัตว์เลี้ยงทุกชนิดของประเทศมีมูลค่าร่วมหมื่นล้านบาท และในปี 2560 เพิ่มขึ้นมาถึงร่วมหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี และในอนาคตอีกสิบปีคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นมาถึงห้าแสนล้านบาท โดยเฉพาะการเติบโตในเรื่องของปลาสวยงาม เพราะปลาสวยงามเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่สร้างมลภาวะ ไม่มีกลิ่น และสามารถเลี้ยงภายในบ้านได้อย่างสะดวก ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเล็งเห็นว่าอำเภอบ้านโป่งคือศูนย์กลางการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตกของประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางของการคมนาคม นอกจากนี้ยังมีตลาดกลางปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนคือตลาดฟิชวิลเลจ เพราะฉะนั้นการจัดงานในวันนี้จึงส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ของจังหวัดราชบุรี ก็ขอเชิญชวนพี่น้องให้มาเข้าชมงานมากๆ กันนะครับ” นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

ทางด้านนายสกุล อินทกุล นักจัดดอกไม้ชื่อดังที่มาร่วมสร้างสรรค์ความงดงามของนิทรรศการปลาสวยงามในครั้งนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดนิทรรศการในครั้งนี้ให้มีความน่าสนใจ และดึงดูดสายตาผู้ชมถือเป็นการสร้างประสบการณ์การเที่ยวชมงานในรูปแบบใหม่ครับ มีการปรับเปลี่ยน และเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีความหลากหลาย หรือแปลกตาไปจากเดิม อย่างแทงค์น้ำเราเอามาปรับเป็นแจกันเพื่อสร้างการดึงดูดสายตา งานในลักษณะนี้เราเรียกว่าเป็น Art Installation ซึ่งความยากของการตกแต่งนิทรรศการในครั้งนี้คือการเล่นกับสิ่งมีชีวิต อย่างตัวปลาที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยมีการใช้แสงเป็นสีสันเพื่อเพิ่มความกลมกลืนและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

โดยภายในหอประชุมศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านโป่งถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่โล่งกว้างและมืดสนิท จัดตกแต่งตู้ปลาอะคริลิกน้อยใหญ่ แบ่งเป็น 3 โซนหลัก ดังนี้

โซน 1 ชนชั้นมนุษย์และสวรรค์ เป็นตู้ปลาสั่งทำจากต่างประเทศ สูง 2.4 เมตร ตกแต่งด้วย Art Work จากภาพประติมากรรมเส้นสินเทา แบ่งชนชั้นมนุษย์และสวรรค์ ต้นแบบจากภาพฝาผนังของวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี

โซน 2 ป่าไผ่ แรงบันดาลใจจากป่าไผ่ Arashiyama ประเทศญี่ปุ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนจังหวัดราชบุรี ติดตั้งตู้ปลาทรงกระบอก ขึ้นรูปและซ่อนให้กลมกลืนไปกับลำต้นไผ่

โซน 3 ตู้ปลาแท่งนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นมิติการมองแบบต่าง ๆ เช่น ตู้ปลาสี่เหลี่ยมทรงตั้ง ตู้ปลา 3 เหลี่ยม 4 เหลี่ยม 5 เหลี่ยม 6 เหลี่ยม 8 เหลี่ยม  ตู้ปลาผนังลายผ้าขาวม้าราชบุรี  อุโมงค์ตู้ปลาที่มีแนวคิดจากถ้ำหินงอกหินย้อยเสมือนเดินอยู่ในถ้ำที่มีปลาว่ายน้ำอยู่ด้านบน ตู้ปลาโดมไม้ไผ่ ร่วมด้วย โหลปลากัดยักษ์ความสูง 3.2 เมตร   เซ็นเตอร์พีช เป็นตู้ปลาดอกบัวบานไทย รัศมี 8 เมตร ล้อมด้วยเบญจรงค์จากจังหวัดสมุทรสงคราม

นอกจากนี้ บริเวณระเบียงข้างห้องแสดงปลายังมีการออกร้านของชุมชนท่องเที่ยวในเขตอำเภอบ้านโป่ง เช่น มอญนครชุมน์  จีนแคะบ้านห้วยกระบอก ไท-ยวนบ้านหนองปลาหมอ งานฝีมืองานศิลปะของกลุ่มศิลปินเมืองบ้านโป่ง เป็นต้น และในส่วนของเทศบาลเมืองบ้านโป่งจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าของดีของฝากที่ชั้นล่างและบริเวณลานเอนกประสงค์ริมแม่น้ำแม่กลองอีกด้วย 

สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มีความสนใจจะซื้อปลาหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ แนะนำให้ไปเที่ยวชมที่ตลาดกลางปลาสวยงามและสัตว์เลี้ยงฟิช วิลเลจ (Fish Village)ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงาน งาน AQUA ILLUMINATION (อะควา อิลูมิเนชั่น) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 6 กันยายนนี้ โดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. สำหรับวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ขยายเวลาให้เข้าชมได้จนถึง 22.00 น.

รู้หรือไม่! ไส้เลื่อนไม่ได้เป็นเฉพาะผู้ชาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/631749

วันที่ 30 ส.ค. 2563 เวลา 06:20 น.รู้หรือไม่! ไส้เลื่อนไม่ได้เป็นเฉพาะผู้ชายใครว่า “ไส้เลื่อน” เป็นได้เฉพาะผู้ชาย แพทย์ชี้ชัดไส้เลื่อนเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เตือนคนยกของหนัก ผ่าตัดหลังคลอด เคยผ่าตัด เป็นกลุ่มเสี่ยง

ที่รู้ๆ กันอยู่อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด!! ข้อมูลโดย อ.นพ.พงศศิษฏ์ สิงหทัศน์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุและเวชบำบัดวิกฤตศัลยกรรม ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า หลายคนอาจเข้าผิดคิดว่า “ไส้เลื่อน” เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้เฉพาะกับผู้ชายเท่านั้น แต่ความจริงแล้วผู้หญิงก็สามารถเป็นไส้เลื่อนได้ ซึ่งไส้เลื่อนคืออะไร เกิดขึ้นกับผู้หญิงได้อย่างไรนั้น ไปหาคำตอบพร้อมกัน

ไส้เลื่อนเกิดจากอะไร

ไส้เลื่อนเกิดจากความผิดปกติของผนังช่องท้องที่อ่อนแรงมาตั้งแต่เกิด หรือเกิดจากการที่ผู้ป่วยเคยได้รับการผ่าตัดจนทำให้ผนังช่องท้องบริเวณนั้นอ่อนแอ ในบางกรณีสามารถเกิดขึ้นจากแรงดันที่มากผิดปกติในช่องท้อง เช่น ไอ-จาม ยกของหนัก ทำให้ลำไส้หรือกลุ่มไขมันในช่องท้องบริเวณนั้น เลื่อนออกมาจากตำแหน่งที่เคยอยู่

อาการของไส้เลื่อน

ในตอนเริ่มต้นผู้ป่วยที่เป็นไส้เลื่อนนั้นส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ แสดงออกมาให้เห็นชัดเจน ต้องอาศัยการสังเกตจากลักษณะภายนอกเป็นหลัก เช่น มีก้อนลักษณะตุงนูนยื่นออกมาบริเวณที่เคยผ่าตัด หรือบริเวณขาหนีบ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบรักษาจะเริ่มมีอาการจุก ไปจนถึงเจ็บปวดบริเวณที่มีก้อนตุงนูนออกมาจนถึงขั้นรู้สึกแน่นท้อง ปวดแสบปวดร้อน ซึ่งเป็นอาการในระดับรุนแรงต้องได้รับการผ่าตัดด่วน

ไส้เลื่อนเกิดขึ้นได้บริเวณใดบ้าง

สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายส่วนของร่างกาย เช่น ไส้เลื่อนจากตำแหน่งที่เคยผ่าตัด ไส้เลื่อนบริเวณสะดือที่เคลื่อนตัวเป็นก้อนนูนออกมาบริเวณกลางหน้าท้องหรือบริเวณสะดือ ไส้เลื่อนขาหนีบทั้งซ้ายและขวาหรือถุงอัณฑะเกิดขึ้นจากความผิดปกติของผนังช่องท้องตั้งแต่เกิด ซึ่งไส้เลื่อนขาหนีบคือบริเวณที่พบได้บ่อยมากที่สุด จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า “ไส้เลื่อน” เกิดขึ้นได้ในเฉพาะผู้ชายเท่านั้น

ผู้หญิงเป็นไส้เลื่อนได้หรือไม่

นอกจากไส้เลื่อนจะสามารถเกิดขึ้นได้หลายส่วนของร่างกายแล้ว ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชายอีกด้วย แต่จะพบได้ในผู้ชายมากกว่า เนื่องจากบริเวณขาหนีบของผู้ชายจะมีช่องถุงอัณฑะที่อ่อนแรงได้ง่าย ทำให้มีโอกาสเกิดไส้เลื่อนขึ้นมากกว่า ส่วนไส้เลื่อนที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากการยกของหนัก รวมถึงผ่าตัดหรือผ่าคลอดเนื่องจากการตั้งครรภ์จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องอ่อนแรงจนเกิดไส้เลื่อนขึ้นมาได้

อันตรายที่เกิดจากไส้เลื่อน

ไส้เลื่อนเป็นภาวะที่ไม่อันตรายแต่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานเพราะจะทำให้ลำไส้ทะลักออกมาเยอะจนผนังของช่องท้องเกิดการรัดตัวทำให้ลำไส้ขาดเลือด เนื้อเยื่อเกิดการติดเชื้อและตายในที่สุด ซึ่งในกรณีนี้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินอย่างเร็วที่สุด เพราะหากผ่าไม่ทันอาจถึงขึ้นเสียชีวิตจากการติดเชื้อได้

พลิกโฉมวงการแฟชั่น ‘ลาซาด้า’ ยกรันเวย์ดีไซเนอร์ไทยมาไว้บนอีคอมเมิร์ซ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/631675

วันที่ 28 ส.ค. 2563 เวลา 08:25 น.พลิกโฉมวงการแฟชั่น 'ลาซาด้า' ยกรันเวย์ดีไซเนอร์ไทยมาไว้บนอีคอมเมิร์ซยกรันเวย์ดีไซเนอร์ไทยมาไว้บนอีคอมเมิร์ซ “ลาซาด้า” พลิกโฉมวงการแฟชั่น มุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่ทั่วประเทศไปกับ “Lazada Thai Designer Club” ช้อปสินค้าแบรนด์แฟชั่นพรีเมียมจากไทยดีไซเนอร์แถวหน้าของเมืองไทยของแท้ 100%

พลิกโฉมวงการแฟชั่นไทย ครั้งแรกของการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าดีไซเนอร์สายเลือดไทย กับ Lazada Thai Designer Club โดยความร่วมมือระหว่าง ลาซาด้า (Lazada) และสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) ด้วยการนำแบรนด์แฟชั่นพรีเมียมจากไทยดีไซเนอร์แถวหน้าของเมืองไทยกว่า 50 แบรนด์ มาโลดแล่นบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซครบวงจร ด้วยคอนเซ็ปต์ Premium Brands at your Fingertips เพื่อให้แฟชั่นนิสต้าเลือกช้อปได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส

จุดเด่นคือการการันตีว่าสินค้าเป็นของแท้จากแบรนด์ 100% สามารถซื้อและถามตอบรายละเอียดสินค้ากับแบรนด์ได้โดยตรง ซึ่งในงานเปิดตัวต้องบอกเลยว่ายิ่งใหญ่ไปด้วยแฟชั่นโชว์จากแบรนด์ชั้นนำที่ตบเท้าเข้าร่วม อาทิ Asava, Vickteerut, TandT, Painkiller, Janesuda, S’uvimol, Disaya, Issue และอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังได้ร่วมพูดคุยกับผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่น หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา, ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล และฝน-ชวมณฑ์ ปวโรดม เกี่ยวกับทิศทางแฟชั่นไทยในวงการอีคอมเมิร์ซ

Lazada Thai Designer Club เป็นความร่วมมือระหว่างลาซาด้ากับ Bangkok Fashion Society (BFS) หรือสมาคมแฟชั่นดีไซน์เนอร์กรุงเทพฯ เริ่มต้นจำหน่ายสินค้าแฟชั่นจาก 6 แบรนด์ในเดือนมีนาคม 2563 โดยล่าสุดมีจำนวนแบรนด์รวมทั้ง BFS และแบรนด์อื่นๆ ที่เดินหน้าเข้าร่วมแพลตฟอร์มมากกว่า 50 แบรนด์ และมีแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟที่มีขายเฉพาะที่ลาซาด้าเท่านั้น อาทิ Vickteerut, TandT, Milin, Painkiller, ASV, Asava, Patinya, Kloset, Janesuda, Greyhound, และ Issue โดย Lazada Thai Designer Club เป็นส่วนหนึ่งของ LazMall ฟีเจอร์ที่เป็นเสมือนห้างสรรพสินค้าออนไลน์ รวบรวมสินค้าจากร้านกว่า 2,000 ร้านค้า อย่างเป็นทางการ จัดจำหน่ายจากแบรนด์โดยตรง จึงมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ได้จาก Lazada Thai Designer Club เป็นสินค้าของแท้ 100%

“ที่ผ่านมาลาซาด้าประสบความสำเร็จในการร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำมากมาย ในการขยายช่องทาง การจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้กับแบรนด์ต่างๆ ดังนั้นการร่วมมือกับ Bangkok Fashion Society (BFS) ในการเปิดตัว Lazada Thai Designer Club จึงถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการอีคอมเมิร์ซ และพลิกโฉมวงการแฟชั่นพรีเมียมในเมืองไทย อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนสินค้าของดีไซเนอร์ไทย โดยที่ลาซาด้าเป็นอีคอมเมิร์ซรายแรกที่ได้รับการไว้วางใจให้จัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นพรีเมียมจากดีไซเนอร์ไทย โดย Lazada Thai Designer Club ที่เพิ่งเปิดมาได้เกือบ 7 เดือน และเราเห็นว่าแบรนด์เหล่านี้เติบโตบนลาซาด้าอย่างก้าวกระโดด และยังสามารถขยายฐานลูกค้าไปได้ไกลทั่วประเทศอีกด้วย” ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า 

ทางด้าน หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพฯ หรือ BFS กล่าวว่า “การร่วมมือระหว่างสมาคมแฟชั่นดีไซน์เนอร์กรุงเทพฯ กับลาซาด้า เปิดตัว Lazada Thai Designer Club ถือเป็นก้าวสำคัญ ของวงการแฟชั่นไทย เป็นโอกาสที่ดีในการขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ นับตั้งแต่การเริ่มจำหน่าย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Lazada Thai Designer Club ได้รับความนิยมในหมู่นักช้อปออนไลน์ทั่วประเทศ เป็นอย่างมากและแบรนด์ต่างๆ มีสินค้าออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษที่จำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในลาซาด้าเท่านั้น และได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างถล่มทลาย ถือเป็นการพลิกโฉมวงการแฟชั่นไทยและเป็นทางเลือกใหม่ ของการจำหน่ายสินค้าแฟชั่น โดย BFS เป็นการผนึกกำลังของแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยมากมาย ที่มีเครือข่ายอันแข็งแกร่งพ่วงด้วยความสัมพันธ์ที่ดีกับเซเลบริตี้ ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ของแบรนด์ต่างๆ ใน Lazada Thai Designer Club ได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย”

ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ Disaya อย่าง ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล กล่าวว่า “การขยายช่องทาง จัดจำหน่ายมายังลาซาด้าทำให้แบรนด์ได้มีโอกาสขยายฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น นอกจากฐานลูกค้าเดิมที่แบรนด์ มีอยู่ค่อนข้างเหนียวแน่นแล้ว เห็นได้ชัดในช่วงล็อคดาวน์และห้างสรรพสินค้าปิด การจำหน่ายช่องทางออนไลน์ จึงกลายเป็นช่องทางหลักของแบรนด์ ถึงแม้ตอนนี้ห้างสรรพสินค้าจะเปิดให้บริการเป็นปกติแล้ว แต่ช่องทางออนไลน์ก็ยังได้รับความนิยมมากเพราะสะดวกกับผู้บริโภค สามารถ Add to cart แล้วรอรับสินค้าที่บ้านได้เลย ที่สำคัญผู้ซื้อยังวางใจได้ว่า สินค้าแบรนด์ Disaya ที่จำหน่ายในช่องทางลาซาด้านั้นเป็นของแท้ 100% และสามารถทักแชทมาหาแบรนด์ได้โดยตรงเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม”

ส่วน ฝน-ชวมณฑ์ ปวโรดม เจ้าของแบรนด์ S’uvimol แบรนด์เครื่องหนังเอ็กโซติกสัญชาติไทย กล่าวว่า “S’uvimol เป็นแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่ม แต่การเข้าร่วม Lazada Thai Designer Club และขยายช่องทางจำหน่ายมาที่ลาซาด้า กลับประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน นอกจากจะได้อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าประจำของแบรนด์ให้ช้อปปิ้งออนไลน์ได้แล้ว ลูกค้ายังได้รับส่วนลดต่างๆ จากลาซาด้าในช่วงแคมเปญต่างๆ ซึ่งผลพลอยได้ที่ดีมาก คือการที่แบรนด์เปิดตัวออกไปยังฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้คนรู้จักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

ทั้งนี้ ลาซาด้ามุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันวงการแฟชั่นไทย Lazada Thai Designer Club จึงถือเป็น ส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการแฟชั่น เราเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จด้วยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ มากมาย เพื่อสนับสนุนแบรนด์คู่ค้าได้ขยายฐานลูกค้า และลาซาด้ามุ่งมั่นจะเห็นจำนวนของแบรนด์ใน Lazada Thai Designer Club เพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้เรายังอยากให้แบรนด์ที่เข้าร่วมโครงการกับเรา ไม่ใช่แค่ขายได้ แต่ต้องทำยอดขายได้แบบยั่งยืนตามพันธกิจของเราอีกด้วย สุดท้ายนี้อยากฝากชาวไทยให้ช่วยกันสนับสนุนแฟชั่นไทย

ติดตามความพิเศษของ Lazada Thai Designer Club ในแคมเปญ Lazada 9.9 Big Brands Sale ในวันที่ 9 กันยายนที่จะถึงนี้ โดยพบกับส่วนลดสูงสุดกว่า 70% พร้อมคูปองส่วนลดเพิ่มเติมและของแถมสุดพิเศษจากแบรนด์ ช้อปกับ Thai Designer Club ที่ลาซาด้าได้แล้ววันนี้ คลิก https://bit.ly/2CNdcWp

ปักหมุดแล้วไปกัน! เที่ยว “ชลบุรี” จังหวัดเดียวมีครบ..ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/631628

วันที่ 27 ส.ค. 2563 เวลา 16:15 น.ปักหมุดแล้วไปกัน! เที่ยว "ชลบุรี" จังหวัดเดียวมีครบ..ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์พาไปเที่ยว “ชลบุรี” ที่ไม่ได้มีแค่ทะเลตามแบบฉบับ Posttoday จัดเต็มกิจกรรมตอบโจทย์ทุกวัยไปกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ #Myชลบุรีstyle

อย่างที่รู้กันว่า จังหวัดชลบุรี คือเมืองท่องเที่ยวหลักมีแหล่งท่องเที่ยวครบครันภายในจังหวัดเดียว ไม่ว่าจะหยุดยาวหรือหยุดเสาร์-อาทิตย์ ใครๆก็คิดถึงทริปที่เติมเต็มความสุข ความสนุก และได้พักผ่อนชาร์ตพลังกันแบบเต็มที่

วันนี้จะขอเป็นไกด์นำทุกคนจัดทริปเที่ยว “MyชลบุรีStyle” ตามแบบฉบับ Posttoday เราจะไปแวะพักที่ไหน มีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้างไปตามรอยกันเลย

‘เริ่มต้นการเดินทาง’ก่อนเริ่มต้นทริปก็ต้องมาไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซะก่อน เรามุ่งตรงมาที่ วัดสัญญาณสังวรราม พระอารามหลวงชั้นเอกประจำจังหวัดชลบุรี ภายในวัดกว้างใหญ่ร่มรื่น มีปูชณียสถานสวยงามวิจิตรเหมาะเป็นโลเคชั่นถ่ายรูปสวยๆหลายแห่ง

ด้านในจัดนิทรรศการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนาให้เข้าใจง่ายระหว่างเดินเล่นชมความสวยงาม หลังจากไหว้พระขอพรทำบุญภายในวัดแล้ว ก่อนกลับบริเวณหน้าวัดก็มีพื้นที่ทำทานให้ปล่อยปลาอีกด้วย

เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกชั้นยอดสำหรับนักท่องเที่ยวมาพัทยาเลยก็ว่าได้ เพราะเที่ยวทั้งทีก็ต้องได้กินอาหารอร่อย พักผ่อนสะดวกสบาย ราคาจับต้องได้ไปกับการบริการทุกระดับที่คุณประทับใจ ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาพักผ่อนเพราะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ติดหาดพัทยา บรรยากาศดีมากภายในตกแต่งสวยงามกว้างขวาง สายถ่ายรูปทำคอนเทนต์ถ่ายปังได้ทุกมุมลงอินสตาแกรมแบบรัวๆ ไฮไลท์ของที่นี่คือห้องพักมีอ่างอาบน้ำสำหรับชมวิวทะเลและเมืองพัทยา นอนแช่น้ำชมวิวไป ก็แทบจะไม่อยากออกไปไหนเลย

ช่วงเย็นไปนอนชิลชมพระอาทิตย์ตกบริเวณริมสระว่ายน้ำติดทะเล สระว่ายน้ำมีจุดบริการเครื่องดื่มและอาหารให้ลิ้มรสซึมซับบรรยากาศระหว่างนอนชมแสงอาทิตย์กระทบผิวน้ำค่อยๆลับขอบฟ้า เป็นโรงแรมที่มาแล้วต้องไปซ้ำทำให้การพักผ่อนของทริปนี้พิเศษกว่าที่เคย

ร้านอาหารชื่อดังที่เวลามาชลบุรีเป็นต้องแวะกินทุกครั้ง ด้วยโลเคชั่นที่ตั้งติดชายทะเล มีลมโกรกตลอด บริเวณร้านกว้างสะอาดพนักงานบริการรวดเร็วยิ้มแย้มเป็นมิตร ที่สำคัญรสชาติอาหารอร่อยถูกปาก เพราะหัวใจหลักของอาหารทะเลคือความสดใหม่ และนี่คือเมนูแนะนำสุดปัง

ประเก๋าราดพริกสด – ปลาเก๋าบั้งทอดทั้งตัวจนกรอบ ราดด้วยน้ำซอสปรุงรสจากพริกสดและสมุนไพรหลายชนิด รสชาติหวานเปรี้ยวเค็มเข้ากัน เนื้อปลาหวานเข้าเนื้อเพราะความสดพอทานคู่กับพริกกระเทียมและน้ำซอสยิ่งชูรสให้อร่อยยิ่งขึ้น

เนื้อปูหลน – หลนขึ้นชื่อของทางร้านเพราะทำจากกะทิคั้นสดหอมมัน ใส่เนื้อปูมาเต็มคำแถมเพิ่มความมันด้วยไข่ปูก้อนโต เสิร์ฟคู่กับผักเคียงหลายชนิดไว้จิ้มทาน ได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพสารอาหารครบ

ทอดมันกุ้ง – เนื้อกุ้งบดละเอียดปั้นเป็นก้อนนำไปทอดจนเหลืองอร่าม รสสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน จิ้มทานกับน้ำจิ้มบ๊วยรสชาติหวานนำ

แกงคั่วเนื้อปู – เนื้อปูสดๆไปคั่วกับพริกแกงผสานกับหัวกะทิหอมมัน จนรสกลมกล่อมถึงเครื่องเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบด้วยยอดมะพร้าวทำให้เมนูนี้ลงตัวมากขึ้น

พลาดไม่ได้ก็คงเป็น ปูนึ่ง ดาราหลักประจำร้าน ทางร้านมีปูเป็นๆสดๆตัวโตๆมานึ่งจนสุก เนื้อปูเด้งร่อนเป็นก้อน ทานเปล่าๆโดยไม่มีน้ำจิ้มยังหวานหอมเพราะความสด ยิ่งได้น้ำจิ้ม sea food สูตรเฉพาะของร้านมาชูรสเปรี้ยวเผ็ด ยิ่งทำให้อร่อยจนหยุดไม่ได้

หากว่าคุณพาลูกมาเที่ยวชลบุรีบ่อยจนเบื่อทะเลแล้ว นี่คือสนามเด็กเล่นธรรมชาติแนวใหม่ที่ต้องลอง Little Filed Farm เป็นฟาร์มของเด็กโดยเฉพาะเปิดตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อให้เด็กๆวิ่งเล่นกับสัตว์เลี้ยงภายในฟาร์ม ตามวิถีชีวิตของสัตว์ตามธรรมชาติ มีทั้งห่าน เป็ด ไก่ หมู ม้า อีกทั้งมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งให้อาหารสัตว์ แข่งกันเก็บไข่ ซุ้มเล่นขายของ วาดรูประบายสีต่างๆ เรียกว่าเด็กๆสามารถสร้างสรรค์จินตนาการในฟาร์มแห่งนี้ได้เต็มที่ราวกับเราไปอยู่ในเกม Harvestmoon ยังไงยังงั้น ตอนเที่ยงน้องๆจะได้ฝึกการทำอาหารด้วยเมนูไข่เจียวจากไข่ที่เก็บมาได้ และมีซุ้มการทำผ้ามัดย้อมให้น้องๆได้ฝึกได้ลองทำด้วย

ไฮไลท์เด็ดของที่นี่คือบ่อโคลนให้น้องๆสนุกสุดเหวี่ยงบนสไลเดอร์โคลน เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้เด็กๆเรียนรู้และสนุกไปกับพร้อมๆกัน

หลังจากมีกิจกรรมสำหรับเด็กเล็กแล้วและนี่คือกิจกรรมที่วัยรุ่นหลายๆคนใฝ่ฝันนั่นคือ ‘การแล่นเรือใบ’โดยเรือ 1 ลำ สามารถขึ้นได้ 2 คน เรือจะถูกขับเคลื่อนไปตามแรงลมตามการควบคุมของนักกีฬาทีมชาติที่้ดูแลดีเป็นกันเองแบบสุดๆ

ระหว่างอยู่บนเรือเราจะไม่รู้ตัวเลยว่าเรือแล่นไปด้วยความเร็วแค่ไหน เพราะการแล่นไปตามแนวคลื่นทำให้ไม่มีแรงกระแทกใดๆเลย เผลอแปบเดียวเรือก็แล่นมาถึงเกาะจุดหมายให้เรามานอนเล่นชิลๆทานอาหารกลางวันก็ได้ เผลอแปปเดียวหมดไปอีกวันกับการนั่งกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ

นอกจากกิจกรรมแล่นเรือใบ ที่นี่ยังมีบริการ surfboard ให้ลองเล่นลองพายหรือใช้เป็นพร็อพถ่ายรูปก็คูลไปอีกแบบ

ขากลับกรุงเทพ ก็ขอแวะร้านคาเฟ่สุดชิคที่ใครไปบางแสนต้องแวะไปเช็คอินลิ้มรสกาแฟและเบเกอรี่ท่ามกลางวิวริมผาทะเลบางแสน

แนวคิดของคาเฟ่แห่งนี้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นคาเฟ่เพื่อคนพื้นที่สำหรับแวะมานั่งทำงาน ผ่อนคลายหรือนัดเจอเพื่อน และเพื่อนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมาแวะมาถ่ายรูปเช็คอินกับบรรยากาศธรรมชาติ อาหารและเครื่องดื่มที่นี่จึงอร่อยถูกปากและราคาจับต้องได้

‘เค้กมะพร้าวใบเตย’เค้กหน้ามะพร้าวแป้งฟูกลิ่นหอมใบเตยเนื้อนุ่ม รสชาติไม่หวานจนเลี่ยน ตัดหวานด้วยความมันของเนื้อมะพร้าว ถือเป็นเมนูขึ้นชื่อของร้าน

‘Truffle EggxHam Croissant’ ซิกเนเจอร์จานหลักของร้าน ครัวซองท์หอมเนยนุ่มฟูสอดไส้แฮมแผ่นโตราดด้วยซอสเห็ดทรัฟเฟิลให้กลิ่นหอมเฉพาะขึ้นมาติดจมูกทันทีที่ลิ้นสัมผัส เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาด

‘ลาเต้’ (ไม่แน่ใจชื่อ)เมล็ดกาแฟคั่วสูตรเฉพาะของทางร้าน ทำให้รสชาติเข้มกำลังพอดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆของโกโก้ เมื่อผสมกับนมแล้วทำให้ความหวานของนมเข้ามาชูรสชาติของกาแฟให้หอมยิ่งขึ้น

หลังจากนั่งชิลถ่ายรูปเพลินๆในร้านคาเฟ่เสร็จแล้ว เผลอแปบเดียวก็ได้เวลาอาหารเย็น เราเลยมาทานร้าน Hill Mare ที่อยู่ติดกัน เรียกว่ามาที่เดียวได้ถึงสอง

Hill Mare ร้านอาหารเปิดให้บริการเวลา 16.00น. นั่งชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกของทะเลบางแสน เป็นจุดแลนด์มาร์กใหม่ของคนผู้โหยหาบรรยากาศและเสียงดนตรีกับอาหารเลิศรสรับลมทะเล ใครที่อยากได้โต๊ะดีๆติดทะเลมีเพลงเพราะๆฟังเพลินต้องห้ามพลาด 

‘ปลาลุยเพลิง’ปลาทอดราดซอสพร้อมสมุนไพรนานาชนิดรสชาติจัดจ้านถึงเครื่อง ต้องบอกว่าเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่หาทานที่ไหนไม่ได้

‘ข้ามผัดสัปปะรด’เมนูข้าวที่ร้านไหนก็มี แต่สำหรับ Hill Mare ย่อมไม่ธรรมดา เพราะเสิร์ฟมาในลูกสัปปะรดพร้อมรสชาติของวัตถุดิบแบบจัดเต็ม ทำให้รสชาติเข้าลิ้นอร่อยกลมกล่อมจนต้องบอกต่อ

‘แกงปู’  รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านถึงเครื่องแกง ตัดความเผ็ดร้อนด้วยสัปปะรดรสหวานทำให้เมนูนี้ลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ เป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่เราอยากให้ลอง

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ในตัวเมืองไม่ไกลจากชายหาดบางแสนและเขาสามมุก เป็นสะพานเลียบชายทะเลที่มีระยะทางหลายกิโลเมตร ทอดยาวจากถนนสุขุมวิทจนถึงวัดเขาบางทราย สามารถมองวิวของทะเลที่สวยงามขนาบข้าง บนสะพานมีจุดจอดรถสำหรับชมวิวทิวทัศน์ ยิ่งช่วงเย็นๆไปชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ถ่ายรูปเล่น เดินชิลๆรับลมก็เพลินไปอีกแบบ

เป็นเพียงไม่กี่สถานที่เท่านั้นที่ทางโพสต์ทูเดย์อยากแนะนำและให้ทุกคนได้ไปลอง เที่ยวชลบุรีที่ไม่ได้มีแต่ทะเล แต่มีครบทุกกิจกรรมให้ทุกเพศทุกวัยได้ไปพักผ่อนได้ตลอดทั้งปีแบบไม่มีเบื่อ

ชลบุรีในแบบของคุณเป็นแบบไหน ไปเที่ยวแล้วอย่าลืมติดแฮชแท็ก #Myชลบุรีstyle  มาอวดกันด้วยนะครับ