เลือกดื่มนมถั่วเหลืองอย่างไรให้ได้คุณค่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630259

วันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 11:30 น.เลือกดื่มนมถั่วเหลืองอย่างไรให้ได้คุณค่า6 วิธีชี้ชัด! เลือกนมถั่วเหลืองอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพที่สุด

นมถั่วเหลืองเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมานาน เนื่องจากมีสารอาหารที่ครบถ้วน อีกทั้งยังเหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้ที่มีข้อจำกัดทางสุขภาพบางกรณี เช่น ผู้ที่มีภาวะทนต่อน้ำตาลแลคโตสในนมวัวไม่ได้ คือ ผู้ที่มีอาการท้องเสีย ท้องอืด ไม่สบายท้องหลังจากดื่มนมวัว  ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าแพ้โปรตีนนมวัว หรือผู้ที่เป็นมังสวิรัติแบบที่ไม่เลือกดื่มนมวัว วันนี้มีเคล็ดลับจากนักกำหนดอาหารมาฝากกันว่า ควรเลือกนมถั่วเหลืองอย่างไร ให้ดีต่อสุขภาพที่สุด

วิธีเลือกนมถั่วเหลือง 

1.ดูคำกล่าวอ้างด้านหน้ากล่อง

ควรมองหานมถั่วเหลืองหรือเครื่องดื่มธัญพืชที่มีการระบุว่า น้ำตาลน้อย น้ำตาลน้อยกว่าสูตรปกติ  หวานน้อย แคลเซียมสูง มีวิตามิน มีแร่่ธาตุ เพื่อเป็นการคัดกรองเบื้องต้นว่า ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ เอาใจใส่ผู้บริโภคในการปรับเพิ่มคุณค่าสารอาหารหรือไม่ ก่อนที่จะหยิบมาอ่านฉลากโภชนาการต่อ

2.ดูจำนวนหน่วยบริโภค

จะทำให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์ที่ถืออยู่ “ควรแบ่งกินกี่ครั้ง” และข้อมูลสารอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ด้านล่างลงไป เป็นข้อมูลของสารอาหารต่อการรับประทาน 1 ครั้ง ถ้าหากบริโภคกล่องที่เขียนว่า จำนวนหน่วยบริโภคต่อกล่อง : 4  แปลว่าแบ่งรับประทานได้ 4 ครั้ง แต่หากเราเทดื่มรวดเดียวหมด ก็ให้นำสารอาหารที่อ่านเจอคูณ 4 ไปด้วย

3.มองหาปริมาณโปรตีน

นมถั่วเหลืองจะมีปริมาณโปรตีนน้อยกว่านมวัวอยู่เเล้ว คำเเนะนำ คือ ควรเลือกที่มีปริมาณโปรตีน 6 กรัมขึ้นไป

4.อ่านน้ำตาลให้ขาด

ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหน อย่าลืมว่าเราไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน

5.ไขมันล่ะ ต้องแคร์ไหม

ควรดูปริมาณไขมันอิ่มตัว ไม่ให้ได้รับมากเกินไป เเต่โดยธรรมชาติเเล้ว นมถั่วเหลืองมีปริมาณไขมันอิ่มต้วน้อยมาก จึงไม่ต้องกังวล

6. เเคลเซียม วิตามิน ธาตุเหล็กต้องมี

เเร่ธาตุเเละวิตามินต่างๆก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะปริมาณเเคลเซียมจะระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ หากระบุว่ามีแคลเซียม 50% เเปลว่า เมื่อดื่มนมนี้หมด 1 หน่วยบริโภค จะได้รับแคลเซียมคิดเป็น 50% หรือครึ่งหนึ่งของความต้องการในแต่ละวัน

เตือนฝนตกระวังป่วยด้วยโรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/630252

วันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 08:59 น.เตือนฝนตกระวังป่วยด้วยโรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา)พยากรณ์โรคฯ กรมควบคุมโรค ฉบับที่ 274 เตือนประชาชนช่วงนี้มีฝนตกในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายได้ ระวังป่วยด้วยโรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยา

ข้อมูลโดย นายแพทย์สุวรรณชัย  วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุ “จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา ในปี 2563 พบผู้ป่วยแล้ว 5,728 ราย จาก 65 จังหวัด ไม่มีผู้เสียชีวิต

โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 อันดับ คือ

  • 25-34 ปี ร้อยละ 17.51
  • 35-44 ปี ร้อยละ 17.20
  • 45-54 ปี ร้อยละ15.50

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ

  • รับจ้าง ร้อยละ 23.7
  • นักเรียน ร้อยละ 21.3
  • เกษตร ร้อยละ 15.7 

ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ

  • ภาคกลาง
  • ภาคเหนือ 
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ภาคใต้ ตามลำดับ

โดยจากระบบเฝ้าระวังโรค (รง. 506) พบจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ

  • จันทบุรี
  • อุทัยธานี
  • ลำพูน
  • เลย
  • ตราด ตามลำดับ

การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าช่วงนี้จะมีจำนวนผู้ป่วยโรคไข้ปวดข้อยุงลายเพิ่มขึ้น เนื่องจากพบผู้ป่วยกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝน จึงทำให้มีฝนตกชุกต่อเนื่องและครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย ทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้  

สำหรับโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา เป็นโรคติดต่อนำโดยแมลง มียุงลายเป็นพาหะ สามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบมากในฤดูฝน ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการไข้สูง ปวดข้อ ข้อบวมหรือข้ออักเสบร่วมกับมีอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ มีผื่นหรืออ่อนเพลีย ไม่มีการรักษาเฉพาะ ใช้การรักษาตามอาการ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน ร่วมกับป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา  

คำแนะนำสำหรับประชาชนในการป้องกันโรคที่ดีที่สุดคือ การจัดการสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและนอกบ้าน และการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ด้วยมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรคคือ เก็บบ้าน เก็บขยะ และเก็บน้ำ เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายซึ่งเป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา รวมถึงการป้องกันไม่ให้ถูกยุงลายกัดด้วยการทายากันยุง กำจัดยุงในบ้าน และนอนกางมุ้ง  

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำว่า ยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคที่สามารถพบได้ทุกจังหวัด สถานพยาบาลทุกแห่งควรมีการเฝ้าระวังโรคไข้ปวดข้อยุงลายในโรงพยาบาล โดยการคัดกรองผู้ป่วยที่มาด้วยอาการ ไข้ ปวดข้อ มีผื่น หรือมีอาการคล้ายไข้เลือดออกแต่เกล็ดเลือดอยู่ในระดับปกติ และเมื่อพบผู้ป่วยควรรายงานผู้สงสัยหรือผู้ป่วยต่อหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อการลงควบคุมโรคอย่างรวดเร็ว หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

3 ทริคง่ายๆ จำขึ้นใจ เตรียมข้อมูลไว้อุ่นใจเมื่อไฟดับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/630145

วันที่ 07 ส.ค. 2563 เวลา 08:50 น.3 ทริคง่ายๆ จำขึ้นใจ เตรียมข้อมูลไว้อุ่นใจเมื่อไฟดับท่องจำไว้ช่วยให้ไฟมาเร็ว 3 ข้อมูลหลักที่ต้องใช้เมื่อกระแสไฟมีปัญหา พร้อมเปิดใจ “ช่างไฟฟ้า PEA” กับ 4 ขั้นตอนที่ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเมื่อไฟดับ

ฤดูฝนนอกจากจะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางแล้ว แม้ว่าเราอยู่บ้านก็ยังลามมาเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ไฟดับได้เช่นกัน เพราะแรงลมจากฝนฟ้ากระโชก มักจะทำให้กิ่งไม้ หรือร้ายไปกว่านั้น ก็ทำให้ต้นไม้ล้มทับสายไฟฟ้า หนึ่งในชนวนเหตุของไฟดับ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด

แต่…ถ้าไฟดับล่ะต้องทำอย่างไร!?

เชื่อแน่ว่าทุกคนต้องเคยประสบเหตุการณ์ที่กระแสไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งทำได้เพียงรอการดำเนินการแก้ไข โดยแม้จะเป็นระยะเวลาอันสั้น แต่กลับสุดแสนจะยาวนานในห้วงความรู้สึกของการรอคอย ทั้งยังส่งผลต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน กระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม

แต่รู้หรือไม่ว่า ทุกครั้งที่ไฟดับ คุณสามารถช่วยให้ไฟติดเร็วขึ้นได้ ! เพียงแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องหรือไฟดับ ได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA Call Center 1129 หรือแอปพลิเคชัน PEA Smart Plus พร้อมแจ้ง 3 ชุดข้อมูลสำคัญ ดังนี้

  • หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า 12 หลัก จากบิลค่าไฟฟ้า ซึ่งจะมีข้อมูลใกล้เคียงสถานที่เกิดเหตุ พิกัดที่อยู่อาศัย หน่วยงาน PEA ท้องที่ที่ควบคุมดูแล โดยสามารถบันทึกในโทรศัพท์มือถือไว้เพื่อเตรียมความพร้อม
  • ข้อมูลผู้แจ้งเหตุ เพื่อการประสานงานขอข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างการเดินทาง รวมทั้งสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ เท่าที่จำเป็น
  • สาเหตุเบื้องต้นที่คาดการณ์ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินของทีมช่างไฟฟ้า PEA ในการวางแผนปฏิบัติงาน

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ที่มากด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญพิเศษ จะเร่งปฏิบัติหน้าที่ใน 4 ขั้นตอนดังนี้

  1. วางแผนการทำงานเมื่อตรวจพบความผิดปกติของการจ่ายกระแสไฟฟ้าหรือได้รับแจ้งจากผู้ใช้บริการทีมนายช่างไฟฟ้าจะเร่งวางแผนการทำงานพร้อมเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุขัดข้องโดยเร็ว
  2. เร่งหาจุดขัดข้องการสำรวจสายไฟฟ้าที่ไม่ว่ายาวหลายสิบกิโลเมตรหรือเกิดขึ้นในช่วงไหนก็พร้อมปฏิบัติการค้นหาเต็มที่
  3. จัดการแก้ไข ในกรณีที่เกิดความเสียหายไม่มากนัก ก็สามารถจัดการแก้ไขได้อย่างฉับไว แต่ในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างต่างๆ อาทิ เสาไฟฟ้าล้ม/หัก ต้นไม้ล้มทับสายไฟ อาจต้องใช้ระยะเวลาที่เพิ่มมากขึ้น
  4. จ่ายไฟปกติ การเปิดให้กระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ผ่านจุดที่ดำเนินการซ่อมแซม พร้อมแจ้งผลของการปฏิบัติงานไปยังผู้ร้องเรียน พร้อมรีเช็คผลลัพธ์ของการทำงาน

เพราะไฟฟ้าคือชีวิต ต้องพร้อมรับทุกสถานการณ์…เปิดใจ “เต้-พิพัฒน์พงษ์” ทีมนายช่างไฟฟ้า อ.ราชสาส์น

“เต้” พิพัฒน์พงษ์ สุรพิพิธ พนักงานช่างระดับ 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาย่อยอำเภอราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา รัฐศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ทิ้งเส้นทางอินธนูประดับบ่า มาสู่วิชาชีพช่างไฟฟ้า PEA ด้วยมุ่งหมายจะแต้มรอยยิ้มให้เปื้อนหน้าใบหน้าคนไทย ซึ่งเชื่อว่า การส่งมอบกระแสไฟฟ้าด้วยบริการคุณภาพไปยังบ้านเรือนประชาชนนั้น ถือเป็นการสร้างความสุขให้กับทุกคน จึงตั้งใจหาความรู้และพัฒนาตนเองเพื่อเข้าสอบแข่งขัน จนผ่านการคัดเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในทีมช่างไฟฟ้าของ PEA พร้อมทั้งเปิดประตูบานใหม่ที่ตอบโจทย์เป้าหมายและเติมเต็มคุณค่าให้กับชีวิต “ซึ่งช่วงเวลาสุดระทึกของทีมนายช่างไฟ PEA ก็คือ การรับแจ้งเหตุไฟดับจากปลายสาย ซึ่งน้ำเสียงนั้นเปี่ยมด้วยความหวัง ดังนั้น ทีมงานทุกคน จึงต้องพร้อมแสตนด์บายรับทุกสถานการณ์ และรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุขัดข้อง พร้อมแก้ไขสถานการณ์โดยด่วน เพราะเข้าใจดีว่าไฟฟ้าคือชีวิต และทุกวินาทีที่ผ่านไปมีผลคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ”

ทั้งนี้ นอกจากความตั้งใจของทีมเจ้าหน้าที่ช่างไฟฟ้า PEA ในการแก้ปัญหาที่เกิดกับการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังประชาชน เพื่อควบคุมสถานการณ์และจำกัดขอบเขตของความเสียหายได้อย่างทันท่วงทีแล้ว ในภาพใหญ่ของการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า PEA ได้ใช้เทคนิคและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้ความเสียหายทางเศรษฐกิจและชีวิตทรัพย์สินของประชาชนน้อยลง และสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของชาวต่างประเทศที่ต้องการความเชื่อมั่นของแหล่งพลังงานที่จะไม่ถูกรบกวนและได้รับความเสียหายหากเกิดไฟฟ้าดับหรือขัดข้อง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ PEA Call Center 1129 หรือ www.facebook.com/Provincial.Electricity.Authority และ www.pea.co.th

ป๊อบอัพคาเฟ่ 4 ร้าน 4 สไตล์ สวรรค์ของเหล่านักฮอป (คาเฟ่) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630066

วันที่ 06 ส.ค. 2563 เวลา 10:45 น.ป๊อบอัพคาเฟ่ 4 ร้าน 4 สไตล์ สวรรค์ของเหล่านักฮอป (คาเฟ่)หมุนเวียนเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่อ 4 คาเฟ่ 4 สไตล์ ที่ป๊อบอัพคาเฟ่ “AIS refresh yOur wOrld” โซนเอเทรียม ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

หนึ่งในสถานที่ที่ขึ้นว่ามีร้านกาแฟและร้านชานมไข่มุกชื่อดังมากที่สุดในประเทศไทย ต้องยกให้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งช่วงนี้เหล่าคาเฟ่นักฮอป (คาเฟ่) คงต้องมากันให้บ่อยขึ้นอีก เพราะมี AIS refresh yOur wOrld @centralwOrld  ป๊อบอัพคาเฟ่ที่ได้ 4 คาเฟ่ 4 สไตล์ มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเสริฟเมนูอร่อยๆ ขึ้นชื่อของทางร้าน มาตั้งที่โซนเอเทรียม ชั้น 3 ไม่ว่าจะเป็น

  • Red Diamond ป๊อบอัพคาเฟ่ (เดือน ก.ค.63)
  • Pacamara ป๊อบอัพคาเฟ่ (ระหว่างวันที่ 1-15 ส.ค.63)
  • Coffee 101 ป๊อบอัพคาเฟ่ (ระหว่างวันที่ 16-31 ส.ค.63)
  • Segafredo ป๊อบอัพคาเฟ่ (ระหว่างวันที่ 1-15 ก.ย.63)

สำหรับเมนูพิเศษที่จะมาเรียกน้ำย่อยให้สายคาเฟ่ที่หลงรักเครื่องดื่ม จะมีตัวอย่างเมนูอะไรกันบ้าง มาดูกัน

ร้าน Pacamara

Cortado Orange (คอร์ทาโด้ ออเรนจ์) กาแฟเอสเพรสโซที่สกัดเฉพาะส่วนหัวของกาแฟเพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่เข้มข้น เพิ่มความหวานมันด้วยนมสูตรเฉพาะ สดชื่นด้วยผิวส้ม Garnish บนเครื่องดื่ม เสิร์ฟคู่กับส้มสด

Hoarfrost Cold Brew with Coconut Silk (ฮอร์ฟรอสโคลด์บริว โคโค่นัทซิลค์) กลิ่นหอมจากเปลือกมะนาวไทยสดชื่น บนความเนียนนุ่มของครีมมะพร้าวน้ำหอมที่หอมหวานสมชื่อ ตามด้วยรสชาติของกาแฟ Pacamara cold brew ผสมผสานกับความหวานซ่าสดชื่นและมี aftertaste ของถั่ว hazelnut ตบท้ายสดชื่นตามฉบับแบบไทยๆ

Deluxe Thai Tea with Honey Cold Brew (ดีลักซ์ไทยที ฮันนี่โคลด์บริว) ผสานเข้ากับชาไทย แทรกความหอมหวานด้วยน้ำผึ้งและท้อปด้วยรวงผึ้งสด ก่อให้เกิดรสชาติที่ซับซ้อน หอมแน่น ละมุน นุ่มนวล

ร้าน Alto

Cloudy Cold Brew กาแฟสกัดเย็นที่ใช้เวลา 18-24 ชั่วโมงในการทำ เพื่อให้ได้รสที่หอม เข้มแต่ไม่ขม ดื่มคู่กับโฟมนมหนานุ่ม ที่เข้ากันอย่างลงตัว

Sparkling Orange Espresso เครื่องดื่มที่ผสานรสหอมหวานของน้ำส้มผสมโซดา ตัดกับความหอมเข้มเต็มช็อตเอสเพรสโซ่

ร้าน The Alley

Brown Sugar Deerioca Puff & Fresh Milk เมนูไข่มุกบราวน์ชูก้ากับนมสดเพิ่มรสชาติด้วยพุดดิ้ง

Tropical Passion Fruit Green Tea (Deerioca, Coconut Jelly) ทำจากชาจัสมินให้ความรู้สึกสดชื่นจากเสาวรส และมีไข่มุก + วุ้นมะพร้าว

Brown Sugar Deerioca & Matcha Latte เมนูไข่มุกบราวน์ชูก้ากับชาเขียวนมสด

ร้าน GAGA

GAGA OVERLOAD ชานม 4 ท็อปปิ้ง (เม็ดน้ำผึ้ง, ไข่มุกกาก้า, พุดดิ้งไข่, เฉาก๊วย)

SILVERWOOD คุกกี้แอนด์ครีม เฟรปเป้ ชาร์โคลมูส

FULL FLAVORED THAI MILK TEA THAI TEA MOUSSE ชาไทย ชาไทยมูส โรยด้วยวานิลลาครัมเบิล

ร้าน KOI The’

Taro Q Milk Tea ท้อปปิ้งไข่มุกเผือก มีขนาดเล็ก เคี้ยวเพลิน หนึบหนับๆ ให้รสชาติของเผือกที่ลงตัวกับ Milk Tea หนึ่งใน Signature ท้อปปิ้งของร้านโคอิ เตะ ที่ใครลองแล้วก็ติดใจ !

ร้าน Playboy Café

Caribbean passion เครื่องดื่มสมูทตี้มะม่วงน้ำดอกไม้ เข้มข้นด้วยรสชาติหอมของมะม่วงและครีมชีส ตกแต่งด้วยวิปครีม ชิ้นมะม่วงสดและชอคโกแลต playboy

Strawberry Dream เครื่องดื่มสมูทตี้สตรอเบอร์รี่สด เข้มข้นด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวของสตรอเบอร์รี่และครีมชีส ตกแต่งด้วยวิปครีม สตรอเบอร์รี่สดและชอคโกแลต playboy

Hot Cappuccino กาแฟสดจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและโฟมนมหนานุ่ม เสิร์ฟพร้อม Cotton Candy (สายไหม) นำมาจุ่มคนลงในกาแฟให้ความหวานแทนน้ำตาล จะมีความหวานที่หอมและนุ่มกว่าน้ำตาล

ร้าน Pancake Café

Fruit in Tea ชาเย็นๆ ชื่นใจ กับผลไม้สดๆ เพิ่มความ สดชื่นรสชาติคือดื่มง่าย Fruity หวานซ่อนเปรี้ยวกับสตรอเบอร์รี่และเสาวรส สายที่รักสุขภาพต้องชอบอย่างแน่นอน เหมาะกับการเพิ่มความกระปรี่กระเปร่าในวันทำงาน

ร้าน Ampersand 

Strawberry Milk Shake ความลงตัวของไอศกรีมรส Strawberryหวานหอมสดชื่น ที่ถูกนำมาปั่นรวมกับนมสด ละมุนแบบสุดๆ

ร้าน Yogurtland

โยเกิร์ตผลไม้เพิ่มความสดชื่นเอาใจสายสุขภาพ ง่ายๆแต่ได้ประโยชน์เยอะ

ร้าน TAROTO

TRIO EARL GREY MILK TEA เมนูชาเอิรล์เกรย์ยอดฮิต หอมกลิ่นใบชาพร้อม 3 ท๊อปปิ้งจุใจ ไข่มุกมันม่วง บราวน์ชูการ์เยลลี่ และ พุดดิ้งเฉาก๊วยไต้หวันในแก้วเดียว

Purple Sweet Potato Fresh Milk with Purple Boba (มันม่วงนมสดไข่มุกมันม่วง) สาวกมันม่วงญี่ปุ่นห้ามพลาด กับผงมันม่วงแท้จากเมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น ทานพร้อมนมสดแท้ 100% ท๊อปปิ้งไข่มุกมันม่วง Signature ของร้านทาโรโตะ เมนูขายดีตั้งแต่เปิดร้านจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้ร่วมกับเอไอเอส จัดแคมเปญพิเศษเอาใจลูกค้าเอไอเอส และเอไอเอส ไฟเบอร์ มอบส่วนลด 30 บาท เมื่อซื้อเครื่องดื่มและเมนูที่ร่วมรายการจากกว่า 40 ร้านค้า พร้อมทั้งสามารถนำใบเสร็จจากการซื้อเครื่องดื่มและ 50 AIS points แลกรับตุ๊กตาน้องอุ่นใจ 5G ฟรี! โดยมีร้านค้าชื่อดังร่วมรายการมากมาย ได้แก่ The Alley, Acai Story, Alto, Ampersand, Auntie Anne’s, Bake A Wish, Buddi Belly, Casa Lapin, Coffee Arigato, Coffeelism, Cold Stone, Craft tea and Co, Divana Forrest, Divana Signature, Fire Tiger, Fresh Me, Gaga, Gelate, Haagen-Dazs, Hai Café, Harajuku Crepe Café, Jib Jib, KOI THE’, Krispy Kreme, Kyo Roll En, Kyoto Inari, Make me mango, Milkcow, Olino, Pancake Café, Paris Mikki, Playboy café, Taroto, TSUJIRI, Xing Fu Tang, Yenly Yours, Yogurt Land, ชาตรามือ และ 722 SEVEN TWENTY TWO ที่พร้อมให้คุณได้รับความสดชื่นได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กันยายน 2563

มาเติมความสดชื่นกับเครื่องดื่มนานาชนิดและขนมหวานจากร้านคาเฟ่ชื่อดังกว่า 40 ร้านค้า ในแคมเปญ “AIS refresh yOur wOrld @centralwOrld” ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 กันยายน 2563 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

Farmer’s Market’s งานดีๆ ที่คนรักสินค้าออร์แกนิคต้องมา!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/630062

วันที่ 06 ส.ค. 2563 เวลา 10:10 น.Farmer’s Market’s งานดีๆ ที่คนรักสินค้าออร์แกนิคต้องมา!!เซ็นทรัลเวิลด์ ชวนช้อปสินค้าออร์แกนิคจากเพื่อนเกษตรกรไทย ในงาน Charna Farmer’s Market’s ที่ร้านฌานา ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สาวกออร์แกนิคต้องไม่พลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และร้านฌานา จัดงาน Charna Farmer’s Market’s เปิดโอกาสและพื้นที่ให้เพื่อนเกษตรกรไทย จากหลากหลายจังหวัด ได้นำสินค้าออร์แกนิคมาจัดจำหน่ายภาย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ อีกทั้งยังให้เกษตรกรและผู้ซื้อได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสินค้าเกษตรออร์แกนิค พร้อมช้อปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูป และ ผลิตภัณฑ์สด ใหม่ ปลอดสารพิษ จากไร่ชื่อดัง อาทิเช่น 

ไร่รื่นรมย์ จ.เชียงราย ที่นำสินค้าออร์แกนิคแปรรูปมากมายมาจำหน่าย เช่นมันม่วงออร์แกนิคแท่ง (สำหรับอบหรือทอด) ซอสซีซาร์ปลาเค็ม สำหรับจิ้มหรือทานคู่กับสลัด ออร์แกนิคซุปแช่แข็ง เสิร์ฟพร้อมกรูตอง แป้งเครปสำเร็จรูปออร์แกนิค ขนมปังโฮมเมดที่ทำจากฟักทอง หรือข้าวหอมนิล แยมเสาวรส น้ำผึ้งโพรง จากป่าห้วยหินลาดใน

Aromatic Farm สวนมะพร้าวน้ำหอม จ.ราชบุรี สินค้าจากมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์เนื้อมะพร้าวอ่อนอินทรีย์ , น้ำมะพร้าวบรรจุขวด , วุ้นมะพร้าว

ฟาร์มบ้านย่า สวนผักอิตาเลี่ยนเคล จ. ฉะเชิงเทรา ผู้ปลูกผักอิตาเลี่ยนเคลพันธ์พิเศษที่ให้รสชาติกรอบ เค็มนิดๆแต่ประโยชน์มากกว่าอิตาเลี่ยนเคลทั่วไป อาทิเช่น เค้กผักเคล สโคนเคล คอมบูชะเคล

กิจการบ้านรักษ์ดิน ทุเรียนหมอนทอง จากทองผาภูมิ ที่ปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีจากชนเผ่าปกากญอร์ ฝรั่งกิมจู หวานกรอบ พร้อมทาน

เครือข่ายรักษ์ปลา-รักษ์ทะเล เครือข่ายที่ช่วยเหลือชาวประมงภาคใต้ด้วยการให้ความรู้และการทำการประมงออร์แกนิค และเป็นชาวประมงกลุ่มเดียวในประเทศไทย ที่ได้การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จากสำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.) นำสินค้าแปรรูปจากชาวประมงมาให้มากมาย เช่น กะปิเคยแท้ๆ มันกุ้ง กุ้งแห้งพรีเมียม (เค็มน้อย ตัวใหญ่ เคี้ยวมัน)ปลากุเลาแห้ง

สวรรค์บนดิน ผู้เบลนด์ชาจากใบชาป่า จ.เชียงราย ได้เบลนด์ชาจากสมุนไพรต่างๆ เพื่อช่วยกล่อมเกลาสุขภาพ และจิตใจด้วยกลิ่นอโรมา เช่น We Care Blended ชาที่เบลนด์จากใบหม่อน และผิวส้ม ใบหม่อนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และบำรุงปอด ช่วยป้องกันโรคปอดอักเสบที่กำลังระบาดในช่วงนี้ได้ และผิวส้มที่เพิ่มความหอม ดื่มแล้วผ่อนคลาย คุ้กกี้วิเชียรมาศ คุ้กกี้ที่ทำจากงาขี้ม้อนและถั่วแมคคาเดเมีย หอมมัน เหมาะกับทานคู่กับชา

กิจกรรม Charna Farmer’s Market’s  จัดขึ้นในวันนี้–9 สิงหาคม 2563 ณ บริเวณภายในร้านฌานา ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นเวิลด์

“WOMEN” YOU ARE AMAZING เพราะผู้หญิงทุกคนมีความมหัศจรรย์ในแบบของตัวเอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/629966

วันที่ 06 ส.ค. 2563 เวลา 09:15 น.“WOMEN” YOU ARE AMAZING เพราะผู้หญิงทุกคนมีความมหัศจรรย์ในแบบของตัวเองเซ็นทรัลเชื่อมั่นในพลังของผู้หญิง จัดแคมเปญ “WOMEN” YOU ARE AMAZING เพื่อผู้หญิงและงานวันแม่ตลอดสิงหาคมนี้

นับอีกครั้งแล้วที่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ มีแคมเปญดีๆ ให้เราได้ติดตาม ซึ่งครั้งนี้เนื่องในเดือนสิงหาคมเป็นเดือนของวันแม่ เซ็นทรัลจึงได้ร่วมส่งเสริมพลังของผู้หญิงกับบทบาทที่หลากหลายและท้าทายทางสังคม ด้วยการจัดแคมเปญ “WOMEN” YOU ARE AMAZING เพราะผู้หญิงทุกคนมีความมหัศจรรย์ในแบบของตัวเอง ฉลองความเป็นผู้หญิงกับสิทธิพิเศษมากมายตลอดเดือนสิงหาคม 2563 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล เซ็นทรัลภูเก็ต เซ็นทรัลวิลเลจ รวม 33 สาขาทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนลูกค้าประชาชนร่วมลงนามและจุดเทียนชัยถวายพระพรกับกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินีพันปีหลวง ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา เชื่อมั่นในพลังของผู้หญิง และ Women’s Empowerment หรือการส่งเสริมความแข็งแกร่งและการเพิ่มขีดความสามารถในการมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศของผู้หญิงอย่างเต็มศักยภาพผ่านบทบาทที่หลากหลายทางสังคม โดยปีนี้ได้สร้างความแตกต่าง จัดแคมเปญ “WOMEN” YOU ARE AMAZING พลิกโฉมแคมเปญวันแม่ให้แตกต่างกว่าทุกปี ด้วยกลยุทธ์ Female Preference เข้าไปในนั่งในใจลูกค้าผู้หญิงทุกคน โดยได้จับมือกับนิตยสารชั้นนำของไทย ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก 11 ผู้หญิงเก่งของเมืองไทย เพื่อสร้างกำลังใจและรณรงค์ให้สังคมเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของผู้หญิงในหลายๆ บทบาทและอาชีพ และสื่อสารว่าแรงบันดาลใจมีความสำคัญอย่างมากในการใช้ชีวิตของผู้หญิงแทบทุกคน

นอกจากนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ได้ร่วมฉลองความมหัศจรรย์ของผู้หญิง ตอบแทนความแข็งแกร่งและความสง่างาม ผ่านโปรโมชั่นที่คิดมาแล้วเป็นอย่างดีสำหรับผู้หญิงทุกคน ผ่านทาง 7 โปรมหัศจรรย์เพื่อต้อนรับวันแม่แห่งชาติ ได้แก่

1. ดีลสุดปัง ONE PRICE LIPSTICK ลิปสติกแบรนด์ดังมากมายในราคาเพียง 199 บาท เท่านั้น

2. สินค้าแฟชั่นลดสูงสุด 50% หรือ Special gift set จากแบรนด์ดังมากมาย

3. Friday Special พบความพิเศษทุกวันศุกร์ตลอดเดือน อาทิ ช้อปครบรับฟรี Skin treatment หรือ ของสมนาคุณจากร้านค้าในศูนย์การค้า

4. พิเศษ TOP SPENDERS 10 ท่านแรก ที่ใช้จ่ายในร้านค้าหมวดสถาบันเสริมความงาม ภายในศูนย์การค้า รับฟรี แพคเกจห้องพัก DELUXE BALCONY สุดหรูที่ SALA KHAOYAI 3 วัน 2 คืน จำนวน 10 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 32,600 บาท

5. เฉพาะวันแม่ 12 สิงหาคม

  • แม่ลูกแต่งตัวเหมือนกันรับ FREE GIFT ! เพียงถ่ายภาพ และโพสต์ภาพพร้อมติด # LOVEMOMOUTLOUD # รักแม่ให้โลกรู้ นำภาพถ่ายไปแสดงที่จุด Redemption ทุกสาขาเพื่อรับของรางวัลที่ระลึก
  • พาคุณแม่ดูหนังฟรีที่ Major Cineplex ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจกบัตรชมภาพยนตร์ฟรี 1 ใบ ต่อคู่แม่-ลูก โดยสามารถรับได้ที่จุดแลกของสมนาคุณ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่ร่วมรายการ
  • ชวนแม่ถ่ายรูปฟรีกับ Big Camera ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลที่ร่วมรายการ ณ จุดถ่ายภาพที่กำหนด เมื่อช้อปครบ 1,000 บาทขึ้นไป รับฟรี 1 สิทธิ์

6. ร่วมลงนามและจุดเทียนชัยถวายพระพร กับกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชินีพันปีหลวง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา

7. ปิดท้ายด้วย กิจกรรมดีๆ ร่วมแบ่งปัน บราเก่าแลกบราใหม่ BRA CHARITY WITH WACOAL ให้เพื่อนผู้หญิงที่ขาดแคลน ทุกการบริจาค 1 ชิ้น เราจะนำบราใหม่ของ WACOAL ไปมอบให้แก่เพื่อนผู้หญิงที่ขาดแคลน และ พิเศษ เมื่อช้อป 1,000 บาท ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 และ เซ็นทรัลเฟสติวัล อิสต์วิลล์ พร้อมนำบราเก่ามาบริจาค รับฟรี ถุงผ้าบราเดย์ 1 ใบ

ทั้งนี้ ตลอดมาศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัฒนา ได้ใส่ใจและให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงอย่างเป็นพิเศษมาตลอด สะท้อนให้เห็นได้จากความสำเร็จของโซนที่จอดรถสำหรับผู้หญิง หรือ Lady Parking แห่งแรกในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา เพื่อสร้างความไว้ใจและความมั่นใจในการใช้บริการ มีการใช้สีชมพู เป็นสีไอคอนนิกในการตกแต่งจนกลายเป็นภาพจำ มาตั้งแต่ปี 2553 หรือ เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว จนกลายเป็นต้นแบบของศูนย์การค้าอื่นๆทุกแห่ง นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังมีบริการพื้นฐานสำหรับผู้หญิงอย่างครบครัน อาทิ มีบริการช่วยถือของ บริการห้องแม่และเด็ก ห้องเปลี่ยนผ้าอ้อม นอกจากนี้ยังมีบริการและเคาน์เตอร์ให้ความช่วยเหลือต่างๆอีกด้วย โดยจากข้อมูล ทราฟฟิกโดยเฉลี่ยของศูนย์การค้าเซ็นทรัล จะมีสัดส่วนเพศหญิงต่อเพศชายอยู่ที่ 60:40 สะท้อนว่า ผู้หญิงเป็นนักช้อปตัวจริงและเป็นลูกค้ากลุ่มสำคัญของศูนย์การค้าอย่างเหนียวแน่น”

New Normal : ส่องไลฟ์สไตล์เสริมความงามของชาวภารตหลังโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/629930

วันที่ 05 ส.ค. 2563 เวลา 08:18 น.New Normal : ส่องไลฟ์สไตล์เสริมความงามของชาวภารตหลังโควิดCOVID-19 สร้าง New Normal ให้ชาวอินเดียนิยมเสริมความงามที่บ้าน

ตั้งแต่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) แพร่ระบาดในอินเดีย ตัวเลขยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อและสินค้าจำเป็นสำหรับการป้องกันโรคเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังมีสินค้าอีกประเภทหนึ่งที่มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกันคือผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลความงาม ตัดแต่งทรงผม หนวด เคราด้วยตัวเอง หรือที่เรียกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์กรูมมิ่ง (Grooming) เนื่องจากช่วงล็อคดาวน์และการปิดตัวชั่วคราวของร้านเสริมสวยต่างๆ นั้น ชาวอินเดียจึงต้องหัดดูแลตัวเองที่บ้าน จนกลายเป็นอีกหนึ่ง New Normal ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงนิวเดลี รายงานว่าตลาดอีคอมเมิร์ซยอดนิยมของอินเดียมียอดซื้อสินค้ากรูมมิ่งเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสินค้าดูแลผม ผิวหน้า เล็บมือ และเล็บเท้า โดยใน Amazon.in นั้น อุปกรณ์ตัดผม โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เท่าในช่วงสถานการณ์ซึ่งแทบจะถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของอินเดียที่ผู้คนตัดผมเองที่บ้าน ส่วนใน Flipkart.com เองก็มีแนวโน้มในการซื้อสินค้ากรูมมิ่งเพิ่มขึ้นทั่วอินเดีย ไม่ใช่แค่ในเมืองใหญ่เท่านั้น แต่เมืองรอง เช่น อินดอร์ อาห์มดาบัด และดิสปูร์ ก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน เห็นได้จากการค้นหาสินค้าเหล่านี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ซึ่งผู้บริโภคซื้อสินค้ากรูมมิ่งในทุกระดับราคา และสนใจคุณสมบัติของสินค้ามากกว่าแบรนด์

ทั้งนี้ การเติบโตของยอดจำหน่ายสินค้ากรูมมิ่งไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉพาะบนร้านค้าออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเพิ่มขึ้นในร้านค้าออฟไลน์เช่นกัน โดยเฉพาะในระยะแรกของการล็อคดาวน์ ที่ร้านค้าอีคอมเมิร์ซได้รับอนุญาตให้จัดส่งเฉพาะสินค้าจำเป็นเท่านั้น ผู้คนจึงต้องหันมาพึ่งพิงร้านค้าทั่วไปเป็นหลัก ดังเช่นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ Havelles India คือในช่วงเวลาปกติได้รับคำสั่งซื้อราวร้อยละ 45 จากบริษัทอีคอมเมิร์ซ แต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทกลับได้รับความสนใจจากร้านออฟไลน์มากกว่า โดยมียอดขายเครื่องตัดแต่งขน (Trimmer) เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ส่วนแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างฟิลิปส์ (Phillips) เองก็มียอดขายสินค้ากรูมมิ่งสำหรับผู้หญิงและผู้ชายเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45-50

อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจในช่วงโควิด-19 คือสินค้าดูแลผิวพรรณ (Skincare) ได้รับความสนใจมากกว่าเครื่องสำอาง โดยพบว่าผู้คนจากอินเดียเหนือ ตะวันตก และใต้สนใจสินค้าดูแลผิวพรรณมากที่สุด ส่วนผู้บริโภคจากอินเดียตะวันออกนั้นสนใจสินค้าดูแลผมมากกว่า

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “ในปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทยส่งออกเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณไปอินเดียรวมมูลค่า 118.1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าที่อินเดียนำเข้าจากไทยมากที่สุด คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าหรือบำรุงผิว หัวน้ำหอมและน้ำหอม ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำดับกลิ่นตัวและที่โกนหนวด สบู่ และผลิตภัณฑ์สำหรับช่องปาก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดสินค้าความงามและผลิตภัณฑ์กรูมมิ่งในอินเดียมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่หลายอุตสาหกรรมประสบปัญหา แต่ยอดขายสินค้าบางประเภทอย่างสินค้าดูแลความงามด้วยตัวเองที่บ้าน ยังมีแนวโน้มการเติบโตมากขึ้น ส่วนสินค้าที่มียอดขายลดลง เช่นลิปสติก ก็เป็นเพียงแนวโน้มชั่วคราวเท่านั้น ตลาดอินเดียจึงยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับสินค้าความงามและผลิตภัณฑ์กรูมมิ่ง ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดไปอินเดียควรศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งชายและหญิง เพื่อพัฒนาสินค้าให้เข้ากับการใช้งานมากขึ้น โดยอาจติดตามแนวโน้มสินค้าที่เป็นที่นิยมได้จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซด้านสินค้าดูแลตัวเองของอินเดีย อาทิ Nykaa, Purplle และ NewU เป็นต้น”

ในแต่ละปีอินเดียจะมีงานแสดงสินค้าสำคัญเกี่ยวกับสินค้าความงามจัดขึ้น อาทิ International Beauty & Spa Expo หรือ Professional Beauty India ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าร่วมงานได้ เพื่อขยายตลาดสินค้า สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ โดยสามารถขอรับการสนับสนุนจากโครงการ SMEs Pro-active ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดขึ้น ศึกษาข้อมูลและหลักเกณฑ์โครงการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://smesproactive.ditp.go.th/ หรือ Facebook Page: SMEs Pro-active by DITP สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-507-7783 และ 02-507-7786

มะเร็งไทรอยด์ Top 7 มะเร็งร้ายที่พบในเพศหญิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/629964

วันที่ 05 ส.ค. 2563 เวลา 07:35 น.มะเร็งไทรอยด์ Top 7 มะเร็งร้ายที่พบในเพศหญิงเเพทย์เผยมะเร็งต่อมไทรอยด์พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ชี้ตรวจเจอเร็วสามารถรักษาให้หายขาดได้

จากข้อมูลทะเบียนมะเร็งประเทศไทย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรมศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เผยว่า เราพบผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์รายใหม่ประมาณ 2,800 ราย โดยส่วนใหญ่จะพบมะเร็งต่อมไทรอยด์ในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย จัดอยู่ในอันดับ 7 ของมะเร็งทั้งหมดที่พบในเพศหญิง ส่วนในเพศชายแม้จะพบน้อยกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงของการเกิดโรคเช่นกัน มะเร็งไทรอยด์เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในต่อมไทรอยด์ และพัฒนาเป็นก้อนมะเร็งขึ้น และอาจจะขยายโตขึ้นเรื่อยๆ สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้

ปัจจุบันยังไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่ามะเร็งไทรอยด์เกิดจากสาเหตุใด แต่มีหลายปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยง เช่น

  • การได้รับรังสีบริเวณลำคอหรือบริเวณต่อมไทรอยด์
  • เคยเป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
  • ขาดธาตุอาหารไอโอดีน
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นต้น

มะเร็งไทรอยด์ในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ แต่เมื่อเซลล์มะเร็งเจริญเติบโตขึ้น ผู้ป่วยอาจคลำพบก้อนนูนใต้ผิวหนังบริเวณกึ่งกลางลำคอ ซึ่งอาจพบเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้ และอาจพบอาการป่วยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เสียงแหบ หายใจลำบากหรือหายใจมีเสียงหวีด กลืนลำบากหรือรู้สึกเจ็บขณะกลืน เจ็บบริเวณลำคอ ต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอบวม

ทางด้านผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติมาพบแพทย์ เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติ โรคประจำตัว และการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมถึงการตรวจเลือด และหากสงสัยว่าผู้ป่วยอาจเป็นมะเร็งไทรอยด์ แพทย์อาจวินิจฉัยด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติม เช่น การทำอัลตราซาวด์ การตรวจด้วยไอโอดีนรังสี การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การทำไทรอยด์สแกน และการตรวจชิ้นเนื้อ ผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์จะได้รับการดูแลรักษาจากทีมแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจากสหวิชาชีพ เพื่อวางแผนวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับชนิดและระยะโรคของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งการรักษามะเร็งไทรอยด์อาจทำได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัด การรับประทานไอโอดีนรังสี การรับประทานยาฮอร์โมนไทรอยด์ การฉายรังสี การทำเคมีบำบัด

สำหรับการป้องกันโรคแม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่เราสามารถป้องกันโรคได้ จากการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เลือกรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนสูง และตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี หากตรวจพบโรคในระยะเริ่มแรกจะทำให้การรักษาได้ผลดีและมีโอกาสหายจากโรคสูง

Midtown Thai เสิร์ฟอาหารไทยโบราณสไตล์โมเดิร์น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/629902

วันที่ 04 ส.ค. 2563 เวลา 14:15 น.Midtown Thai เสิร์ฟอาหารไทยโบราณสไตล์โมเดิร์นชูรสชาติความเป็นไทยในสยามพารากอน “Midtown ThaiI (มิดทาวน์ ไทย)” ปรับโฉมใหม่เน้นรสชาติตำรับไทยแท้ที่ถูกถ่ายทอดความละเมียดละไมจากรุ่นสู่รุ่น

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน รสชาติอาหารไทยก็ยังคงครองใจคนทั่วโลก โพสต์ทูเดย์ รีวิวกินเที่ยวครั้งนี้พาไปกันที่ร้าน Midtown Thai (มิดทาวน์ ไทย) ร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นที่นำเสนอรสชาติอาหารแบบไทยแท้ดั้งเดิม ซึ่งมาคอนซ็ปต์ Modern Thai Cuisine with Authentic Thai Tastes โดยบริษัท เดอะ ลักซ์ ฟู๊ด จำกัด นำโดย อัครพงศ์ ดาโลดม ประธานกรรมการ และสวินณา ดาโลดม กรรมการผู้จัดการบริษัท เดอะ ลักซ์ ฟู๊ด จำกัด

ไม่ใช่แค่ความอร่อยที่บรรจงสรรค์สร้างสู่บรรดานักชิมเท่านั้นที่ทำให้ร้านนี้เป็นที่รู้จัก แต่เพราะด้วยการผสานความพิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่ บวกกับรสชาติอาหารที่สุดแสนกลมกล่อมจากความละเมียดละไมในสูตรที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และราคาที่บอกเลยว่าน่าคบหาสำหรับมื้ออาหารที่ถูกจัดเสิร์ฟบนห้างหรูใจกลางกรุงอย่างสยามพารากอน

ร้านนี้เปิดให้บริการมากว่า 7 ปี เดิมใช้ชื่อ Midtown Thai & International Bistro นำเสนออาหารไทยฟิวชั่นและไวน์คุณภาพสูง และในโอกาสการก้าวสู่ปีที่ 8 ได้ปรับรูปโฉมและคอนเซ็ปต์ใหม่เป็น Modern Thai Cuisine with Authentic Thai Tastes พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้นให้กับแบรนด์ ทางด้านการตกแต่งนำเสนอออกมาในสไตล์ Neo Classic เชื่อมต่อศิลปะสมัยใหม่กับความสวยงามในอดีตผ่านโทนสีเขียว ขาว และทอง ที่มองแล้วรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย ให้บรรยากาศสบายๆ เหมือนนั่งกินข้าวบ้านเพื่อน พร้อมทั้งยังตั้งใจทำในสิ่งที่ถนัดมากที่สุดคือ อาหารไทยโบราณรสชาติดั้งเดิม

สำหรับชื่อร้าน ด้วยสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางของกรุงเทพฯ ในศูนย์การค้าสยามพารากอน จึงเลือกที่ใช้ชื่อ  “Midtown Thai” จัดเสิร์ฟอาหารไทยแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ เน้นอาหารภาคกลางเป็นหลัก เพิ่มความหลากหลายด้วยอาหารอีสานรสจัดจ้านเอาใจคนรักความแซ่บ ทุกจานปรุงรสได้เข้าถึงเอกลักษณ์ความเป็นอาหารไทยดั้งเดิมอย่างแท้จริง

ด้านเมนูให้เลือกอิ่มอร่อยกว่าร้อยรายการ เริ่มด้วยเมนูที่ทุกโต๊ะต้องสั่งอย่าง ยำวุ้นเส้นโบราณ (180 บาท) ยำรสเด็ดตำรับโบราณจากสูตรของคุณแม่ เมนูง่ายๆ ที่ต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนก่อนจะได้รสชาติที่อร่อย จุดเด่นคือการเป็นยำวุ้นเส้นแบบแห้งที่ใส่สารพัดเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นหมูสับคั่วกระเทียม ถั่วลิสงคั่วใหม่ๆ และกุ้งแห้งทอดกรอบที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายเป็นที่สุด

ห้ามพลาดกับอาหารไทยโบราณซิกเนเจอร์ที่ขายดีตลอดกาลอย่าง ซี่โครงย่างมหัศจรรย์ (300 บาท) เมนูที่ผ่านขั้นตอนการทดลองมากกว่า 80 ครั้งกว่าจะได้สูตรที่ลงตัว เลือกใช้ซี่โครงหมูอ่อนชั้นดีหมักด้วยเครื่องปรุงสูตรเฉพาะของทางร้าน ทิ้งไว้นานข้ามวันจนซึมเข้าเนื้อก่อนนำไปย่าง ได้หมูที่นุ่มร่อนออกจากซี่โครง อัพความฟินเมื่อกินคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว

อร่อยกันต่อกับสารพันเมนู อาทิ แกงเขียวหวานพริกขี้หนูเนื้อน่องลาย (290 บาท)แกงส้มชะอมกุ้งสด (220 บาท), ไก่สะเต๊ะ (180 บาท)

อิ่มคุ้มอร่อยครบกับชุดเนื้อปูผักพริกขี้หนู+หมูก้อนทอดกระเทียม (180 บาท), ชุดแกงพริกปลากะพง+ห่อหมกเนื้อปู (180 บาท), ส้มตำ-ไก่ย่างเขาสวนกวางครึ่งตัว เสริฟ์พร้อมข้าวเหนียวและผักสด

ปิดท้ายมื้อแห่งความอร่อยด้วยเมนูของหวานและเครื่องดื่ม แนะนำ ข้าวเหนียวมะม่วง, ไอศกรีมกะทิ, บัวลอยไข่หวานหม้อไฟ สำหรับคนรักสุขภาพต้องสั่งสมูทตี้ร้านนี้ที่รสชาติอร่อยถูกปาก เลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย ใส่ผักใบเขียวเพิ่มประโยชน์ เติมความหวานอย่างระมัดระวัง อาทิ ทรอปิคอลพายแอบเปิลบลูโยเกิร์ต (140 บาท), บลูแพสชั่นกรานิต้า (140 บาท) หรือจะลองเป็น พีชเลมอนกราสเอิร์ทเกรย์ไอซ์ที (120 บาท), ออเร้นท์บิตเตอร์คอฟฟี่ (120 บาท), โรสมัทฉะไอซ์ลาเต้ (120 บาท) ก็รับรองเลยว่าอร่อยถูกใจไม่แพ้กัน

อยากไปลิ้มรสชาติอาหารไทยรสชาติดั้งเดิมของร้าน Midtown Thai (มิดทาวน์ ไทย) สามารถไปกันได้ที่ชั้น 4 โซน Food Passage ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามโทร.02-129-4516 เฟซบุ๊ก Midtownthai

บริโภคโซเดียมอย่างไร ไม่ให้ไตทำงานหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/629904

วันที่ 04 ส.ค. 2563 เวลา 08:44 น.บริโภคโซเดียมอย่างไร ไม่ให้ไตทำงานหนักแพทย์เตือนการบริโภคโซเดียมเกิน 2,400 ม.ก. หรือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวันจะทำให้ไตทำงานหนัก เสี่ยงความดันโลหิตสูง พร้อมแนะวิธีลดปริมาณโซเดียมเพื่อการทำงานที่ดีของไต

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนการบริโภคโซเดียมในปริมาณมากเกินกว่า 2,400 มิลลิกรัม หรือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน จะทำให้ไตทำงานหนัก เสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูงและยิ่งมีโอกาสพบบ่อยเมื่ออายุมากขึ้น พร้อมแนะวิธีลดปริมาณโซเดียมเพื่อการทำงานที่ดีของไต

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โซเดียมเป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม จะมีโซเดียมประมาณ 400 มิลลิกรัม โดยร่างกายมีความต้องการโซเดียมประมาณ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าได้รับมากร่างกายจะขับออกทางไตจะทำให้ไตทำงานหนัก ดังนั้น การที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่พอเพียงไม่มากไม่น้อยจนเกินไปจะเกิดผลดีต่อการทำงานของไต ส่วนเกลือโซเดียม หรือเกลือแกงเป็นตัวหลักของสารที่ให้ความเค็มในเครื่องปรุงรสที่นิยมใช้ คือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ฯลฯ และยังใช้ในการถนอมอาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม เนื้อเค็ม เป็นต้น]

นอกจากนี้ เกลือโซเดียมยังแฝงมากับอาหารอื่นๆ เช่น ขนมอบกรอบ ผงชูรส หากรับประทานอาหารที่เค็มจัดที่มีเกลือโซเดียม หรือเกลือแกงมากกว่า 6 กรัมต่อวัน หรือมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบบริโภค ผัก ผลไม้

ทางด้าน นายแพทย์เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละวันไม่ควรบริโภคโซเดียมเกินความต้องการของร่างกาย ซึ่งวิธีที่จะช่วยลดปริมาณการบริโภคโซเดียมมีหลายวิธี เช่น

  • หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารรสจัด และอาหารหมักดอง
  • ชิมอาหารทุกครั้งก่อนเติมเครื่องปรุง
  • เลือกบริโภคอาหารสด หรืออาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด
  • หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวที่มีเครื่องปรุงรสปริมาณมาก
  • ลดความถี่ของการบริโภคอาหารที่ต้องมีเครื่องปรุงน้ำจิ้ม และลดปริมาณน้ำจิ้มที่บริโภค
  • ทดลองปรุงอาหารโดยใช้ปริมาณเกลือ น้ำปลา ตลอดจนเครื่องปรุงรสอื่นๆ เพียงครึ่งหนึ่งที่กำหนดไว้ในสูตรปรุงอาหาร ถ้ารสชาติไม่อร่อยจริงๆ จึงค่อยเพิ่มปริมาณของเครื่องปรุงรส
  • ควรปลูกฝังนิสัยให้บุตรหลานรับประทานอาหารรสจืด โดยไม่เติมเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา ตลอดจนซอสปรุงรสในอาหารเด็กและทารก
  • ควรบริโภคอาหารที่มีปริมาณโปแตสเซียมสูง เช่น ผักใบเขียวและผลไม้ จะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้