พบกับ Qoobo หุ่นยนต์บำบัดจำลองแบบจากสัตว์เลี้ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 10 ต.ค. 2560 เวลา 15:01 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/519435

พบกับ Qoobo หุ่นยนต์บำบัดจำลองแบบจากสัตว์เลี้ยง

หุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายเหมือนเวลาเล่นกับสัตว์เลี้ยง

หากคุณไม่ได้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง อาจจะไม่สะดวกด้วยเรื่องของเวลาทำงาน หรือที่อยู่อาศัยที่ห้ามเลี้ยงสัตว์ก็ตาม แต่ถ้าอยากกอดกับสิ่งอ่อนนุ่มและมีขนยาวที่ให้ความรู้สึกเหมือนกอดลูกน้องตัวโปรดแล้ว บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ YUKAI Engineering อาจมีคำตอบดีๆ ให้กับทุกคน

YUKAI Engenieering เพิ่งเปิดตัวหุ่นยนต์บำบัด “Qoobo” ที่ได้ชื่อมาจากการนำคำที่แปลว่าหางในภาษาฝรั่งเศส มารวมเข้ากับคำว่า robot ที่แปลว่าหุ่นยนต์ โดยเพิ่งเปิดตัวไปในงาน CEATEC JAPAN 2017 ซึ่งจัดขึ้นที่ Makuhari Messe International Convention Complex เมื่อวันที่ 4 – 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา

Qoobo ไม่ได้แค่เบาะที่มีดีไซน์น่ารักเท่านั้น แต่ยังตอบสนองกลับด้วยการขยับหางไปมาได้ ตามการลูบหรือสัมผัสของผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ผลิตนั้นได้แนวคิดการสร้างหุ่นยนต์ตัวนี้มาจากความต้องการที่จะช่วยปลอบประโลมความเหนื่อยล้า หลังจากกลับจากทำงานในแต่ละวัน จึงได้มุ่งเน้นผลิตหุ่นยนต์ที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย คล้ายกับยามที่เราเล่นกับสัตว์เลี้ยง โดยพุ่งเป้าไปที่การสะบัดหางของมัน

นอกจากฟังก์ชั่นของหางที่ขยับได้แล้ว ผู้ผลิตยังได้ศึกษาว่าขนาดและน้ำหนักใดที่จะเหมาะสำหรับการกอดและอุ้มไปรอบๆ รวมไปถึงใช้วัสดุที่จะทำให้รู้สึกดีเมื่อลูบคลำ ซึ่งในตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ประกาศราคาสำหรับ Qoobo แต่คาดว่าหุ่นยนต์จะวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนปีหน้า คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา: rocketnews24

กสทช.เผยเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่พระราชพิธีรองรับประชาชนได้9แสนคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 09 ต.ค. 2560 เวลา 15:47 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/519255

กสทช.เผยเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่พระราชพิธีรองรับประชาชนได้9แสนคน

กสทช.เผยเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสามารถรองรับประชาชนได้ถึง 9 แสนคน

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ) พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกีรยติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เดินทางไปตรวจความพร้อมของเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

นายฐากร กล่าวว่า ขณะนี้สัญญาณสื่อสารมีความพร้อม 100% โดยได้กำชับผู้ให้บริการสื่อสารทั้ง 5 ราย (เอไอเอส ทรู ดีแทค ทีโอที กสท โทรคมนาคม) ให้ดูแลคุณภาพสัญญาณพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง ซึ่งจะสามารถรองรับการสื่อสารของประชาชนได้ถึง 900,000 คน โดยหากมีความหนาแน่นของการใช้งานเพิ่มมากกว่านี้ก็พร้อมจะขยายความสามารถในการส่งสัญญาณ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 ต.ค. กสทช.ได้จำลองสถานการณ์ที่มีการรบกวนสัญญาณสื่อสารและสัญญาณถ่ายทอดพระราชพิธีฯ โดยสามารถตรวจจับผู้รบกวนสัญญาณได้ภายใน 30 นาที ซึ่งในวันที่มีพระราชพิธีฯ จะสามารถตรวจจับการรบกวนได้เร็วกว่านี้ โดย กสทช.ได้นำรถตรวจจับการรบกวนสัญญาณมาไว้ในพื้นที่พระราชพิธีฯ จำนวน 6 คัน

ส่องนวัตกรรมสุดล้ำ ณ ศูนย์เทคโนโลยีสุดนำสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 ต.ค. 2560 เวลา 12:47 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518950

ส่องนวัตกรรมสุดล้ำ ณ ศูนย์เทคโนโลยีสุดนำสมัย

โดย พุสดี

หากย้อนไป 15 ปีก่อน คุณสุภาพสตรีคงไม่เชื่อว่า เพื่อสุขภาพผมที่ดี จัดทรงง่าย คุณต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อเป็นเจ้าของไดรเป่าผมสักเครื่อง

หรือต้องทึ่งกับเครื่องดูดฝุ่นที่มาพร้อมนวัตกรรมเหลือร้ายแต่มาพร้อมราคาที่ชวนตะลึง เพราะสูงกว่าแบรนด์ทั่วไปแบบไม่เห็นฝุ่น

 ในทางกลับกัน ใครจะคิดว่า วันหนึ่งโลกของเราจะมีไดรเป่าผมที่มีอานุภาพของแรงลมทรงพลัง แต่ตัวเครื่องไม่เทอะทะ แม้ตอนทำงานยังเสียงเงียบจนแทบไม่ได้ยิน แถมยังช่วยถนอมเส้นผม

หรือวันดีคืนดีคุณแม่บ้านก็จะมีผู้ช่วยทำความสะอาดที่แสนอัจฉริยะ อย่างหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ต่อให้จัดบ้านใหม่ก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีตกหล่น

 ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่เรื่องมโน เพราะนี่คือยุคแห่งนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคยุคนี้มองหาต้องไม่ใช่แค่ดีไซน์สวย ขายความเป็นตำนาน ราคาเอื้อมถึง แต่ต้องมาพร้อมนวัตกรรมที่ทำให้ชีวิตคนยุคนี้ง่ายขึ้น

 แน่นอนว่าเบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งสินค้าที่ประกอบด้วยนวัตกรรมชวนทึ่ง ต้องไม่ธรรมดา หนึ่งในตัวอย่างของโกลบอลแบรนด์ที่ใจป้ำลงทุนเพื่อคิดค้นนวัตกรรมที่เป็นที่สุดต้องยกให้ไดสัน ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าของโลกจากประเทศอังกฤษ

ที่ล่าสุดทุ่มเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 1,500 ล้านปอนด์ เพื่อเนรมิตศูนย์การวิจัยเทคโนโลยี Dyson Singapore Technology Centre ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นสถานที่ที่วิศวกรของไดสันคิดค้นเทคโนโลยีและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่วนจะหรูหราล้ำสมัยขนาดไหนไปตะลุยพร้อมกัน

 บรรยากาศของ Dyson Singapore Technology Centre ออกแบบให้โปร่งโล่งสบาย หลังจากผ่านบริเวณโถงรับแขก ซึ่งจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไว้ต้อนรับแล้ว ความเก๋ไก๋คือ มีการทำโมเดลไดรเป่าผม หนึ่งในสินค้าไฮไลต์มาขยายส่วนเพื่อให้เห็นชิ้นส่วนเล็กๆ ข้างใน เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ชวนให้กระหายอยากรู้ว่าความลับที่ซ่อนอยู่ภายในกลไกเหล่านี้คืืืออะไรกันแน่

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราบุกเข้าไปด้านในศูนย์แห่งนี้ด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความพิเศษของศูนย์แห่งนี้ คือเป็นทั้งออฟฟิศและห้องแล็บในตัว ขณะที่เดินผ่านประตูเข้าไปพบกับกองทัพพนักงานไดสันที่กำลังก้มหน้าทำงานอย่างขะมักเขม้น

พอตัดภาพมาอีกฝั่งของออฟฟิศ สายตาก็ทอดไปเห็นห้องทดลองมากมาย ที่เรียงตัวคู่ขนานกันไป วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ทีมงานทั้งส่วนออฟฟิศ และส่วนหลังบ้านที่ทำหน้าที่ค้นคว้าวิจัยสามารถทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดแบบไร้รอยต่อ

เริ่มจากห้องแรก ห้องทดลองเสียง (Acoustics Lab) ห้องนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทดสอบความเงียบของผลิตภัณฑ์ไดสัน ที่มาพร้อมกับการทะลายความเชื่อแบบเดิมๆ ที่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทรงต้องมาพร้อมเสียงที่ดัง

ไดสันท้าทายความเชื่อนี้ ด้วยการพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเงียบที่สุด ด้วยการนำมาทดสอบการทำงานในห้องนี้ ซึ่งบุโดยรอบด้วยโฟม เพื่อให้มั่นใจว่าห้องจะไร้เสียงรบกวนจากภายนอก ว่ากันว่าใครที่เข้ามา แค่เสียงท้องร้องยังได้ยิน

 ถัดมา คือ ห้องทดลองพลศาสตร์ของไหล หรือแปลง่ายๆ ว่าห้องที่จะท้าทายอานุภาพของพลังลม พลังที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ เพื่อให้มั่นในว่าไดรเป่าผมของไดสันจะปล่อยแรงลมออกไปโดยตรงจุดที่ต้องการ

วิศวกรของที่นี่ ใช้ระบบเซ็นเซอร์เข้ามาจับทิศทางลม และทำการทดสอบพลังลมในรูปแบบต่างๆ และต่อยอดไปสู่การพัฒนาของมอเตอร์

ตามติดมาด้วยห้องทดลองประสิทธิภาพ อีกหนึ่งห้องทดลองที่เรียกว่าเป็นไฮไลต์ เพราะเป็นแล็บสำหรับการทำการทดลองเพื่อให้เข้าใจสภาพเส้นผมของคนเรา รวมทั้งศึกษาการตอบสนองของเส้นผมกับผลิตภัณฑ์ของไดสัน โดยเส้นผมที่นำมาใช้ในแล็บนี้เป็นเส้นผมจริงทั้งหมด เข้ามาแล้วบรรยากาศอาจชวนหลอนเบาๆ กับเส้นผมของคนจริงๆ มากมาย แต่ก็น่าทึ่งไม่เบา

ไปต่อที่อีกห้องที่สนุกและอยู่แล้วเพลินสุดๆ นั่นคือ ห้องสตูดิโอเชื่อมต่อบรรยากาศเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนสุดเนิร์ด ที่มีเพียงชุดรับแขก หน้าจอมอนิเตอร์และจอคอมพิวเตอร์

 ความน่าสนใจของห้องนี้ เป็นห้องทดลองการทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น 360 องศา ที่ฉลาดล้ำสุดๆ เพราะนอกจากจะออกแบบมาให้ทุ่นแรงมนุษย์แล้ว ต้องฉลาดด้วย เพราะวิศวกรในห้องนี้จะทดสอบหุ่นยนต์ดูดฝุ่นด้วยการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของต่างๆ เพื่อทดสอบว่าสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยเจอมาก่อนหรือไม่ จากนั้นก็นำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลและพัฒนาหุ่นยนต์เหล่านี้ให้ฉลาดขึ้น

ปิดท้ายด้วยโซนหอควบคุม ที่ชวนให้จินตนาการว่ากำลังอยู่ในสนามบิน หรือสถานีข่าวที่มีจอยักษ์คอยอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่างๆ แบบเรียลไทมส์ ความพิเศษของจอที่ว่า ออกแบบมาเพื่อให้พนักงานสามารถติดตามสถานะขั้นตอนการผลิตทั้งหมดของไดสันได้ หากมีข้อผิดพลาดจะได้แก้ไขได้ฉับไว พร้อมทั้งสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงได้ตลอดเวลา

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่ไดสันทุ่มเทเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ อย่างน้อยก็พอให้เห็นภาพว่า ทำไมต้องยอมจ่าย เพื่อเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไดสัน

‘อเมซอน’รุกส่งของเองอุดช่องโหว่อี-คอมเมิร์ซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 ต.ค. 2560 เวลา 08:45 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518914

'อเมซอน'รุกส่งของเองอุดช่องโหว่อี-คอมเมิร์ซ

อเมซอนทดลองส่งสินค้าจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อเอง หวังกรุยทางบุกธุรกิจขนส่ง

บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวเกี่ยวข้องว่า อเมซอน อี-คอมเมิร์ซ รายใหญ่จากสหรัฐ กำลังทดลองบริการส่งสินค้าใหม่ ชื่อ “เซลเลอร์ เฟล็กซ์” เพื่อให้ส่งสินค้าได้มากขึ้นในช่วงส่งฟรี 2 วันของบริษัท นับเป็นสัญญาณล่าสุดในการเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่ง ซึ่งมีแนวโน้มกระทบธุรกิจบริการส่งสินค้ารายใหญ่ เช่น เฟดเอ็กซ์ และยูพีเอส

แหล่งข่าวเกี่ยวข้องระบุว่าอเมซอน จะเข้ามาดูแลการรับสินค้าจากคลังของผู้ค้าบนเว็บไซต์อเมซอนดอทคอม แล้วขนส่งไปยังบ้านผู้ซื้อ ซึ่งขณะนี้กระบวนการดังกล่าวดำเนินการโดยยูพีเอสและเฟดเอ็กซ์ แม้อเมซอนจะยังคงใช้บริการขนส่งจากบริษัทดังกล่าว แต่จะเข้ามาตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนการส่งเอง แทนที่จะให้ผู้ขายดูแล

บลูมเบิร์กรายงานว่า การดูแลการขนส่งจะทำให้อเมซอนควบคุมการส่งสินค้าไปยังผู้ใช้ปลายทางได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการส่ง และปัญหาสินค้าล้นคลังสินค้าเพราะให้ผู้ขายเป็นฝ่ายเก็บสต๊อกสินค้าเอง

ด้านซีเอ็นบีซีรายงานว่า แม้ อเมซอน ยืนยันว่าจะยังใช้บริการส่งสินค้ากับพันธมิตรปัจจุบันอย่างยูพีเอสและเฟดเอ็กซ์ต่อ แต่สุดท้ายอเมซอนจะขยายการดำเนินงานเข้าสู่ธุรกิจขนส่งในอนาคต

“เมื่อพิจารณาจากการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งเพื่อสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกของอเมซอนแล้ว เรามองว่า ในที่สุดอเมซอนจะให้บริการส่งสินค้ากับกลุ่มบุคคลที่สามอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น” โคลิน เซบาสเตียน นักวิเคราะห์จาก เบร์ด บริษัทให้บริการทางการเงินในสหรัฐ กล่าว

เคาะแผนดูแลลูกค้าทรูเก่าหลังสิ้นสัญญา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 ต.ค. 2560 เวลา 09:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518753

เคาะแผนดูแลลูกค้าทรูเก่าหลังสิ้นสัญญา

กสทช.เห็นชอบ แผนดูแลโทรศัพท์บ้านของทีโอที หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานทรู 28 ต.ค.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) เห็นชอบแผนรองรับการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานของบริษัท ทีโอที หลังวันที่ 28 ต.ค. 2560 นี้ จะเป็นการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์ พื้นฐานในพื้นที่เขตโทรศัพท์นครหลวงของบริษัท ทีโอที กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือบริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น เดิม

ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่วันที่ 29 ต.ค. 2560 ก็จะเริ่มเข้าสู่แผนรองรับการให้บริการฯ เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการที่ยังเหลืออยู่จำนวน 946,441 เลขหมาย โดยให้ กสทช.ติดตามการดูแลประชาชนผู้ใช้บริการในส่วนนี้อย่างใกล้ชิด

ด้าน นายอนุรุต อุทัยรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการลูกค้าหลังสิ้นสุดสัญญา สำหรับเลขหมายรองรับการให้บริการภายใต้สัมปทาน 2.6 ล้านเลขหมาย มีผู้ใช้งานจริงประมาณ 9 แสนเลขหมาย ขณะที่รายได้ภายใต้สัมปทานมีมูลค่า 2.39 แสนล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ของส่วนทีโอที 4.1 หมื่นล้านบาท และรายได้ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น 1.98 แสนล้านบาท

‘กูเกิล’รุกลุยฮาร์ดแวร์เต็มตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 ต.ค. 2560 เวลา 08:56 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518751

'กูเกิล'รุกลุยฮาร์ดแวร์เต็มตัว

กูเกิลเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หวังแข่งตลาดฮาร์ดแวร์-กระตุ้นยอดการใช้งานบริการออนไลน์

กูเกิล บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากสหรัฐ เดินหน้าเข้าสู่ในตลาดฮาร์ดแวร์เต็มตัว เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งหลายราย เช่น แอปเปิ้ล ซัมซุง และอเมซอน ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการ ประกอบด้วยสมาร์ทโฟนพิกเซล 2 ลำโพงอัจฉริยะ แล็บท็อปพิกเซลบุ๊ก หูฟังไร้สาย และกล้องขนาดเล็ก

กูเกิลพยายามใช้จุดเด่นด้านความอัจฉริยะของอุปกรณ์เป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นหูฟังไร้สายที่เชื่อมต่อกับบริการ กูเกิล แอสซิสแทนต์ ทำให้สามารถแปลภาษาได้ถึง 40 ภาษา ขณะที่สมาร์ทโฟนพิกเซล 2 เปิดตัวขึ้นเพื่อต่อยอดความสำเร็จของสมาร์ทโฟนพิกเซลรุ่นก่อนหน้า ซึ่งรอยเตอร์สคาดการณ์ว่าขายได้กว่า 2 ล้านเครื่อง

รอยเตอร์ส เสริมว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ยังคาดว่าช่วยเพิ่มรายได้จากโฆษณา ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ กูเกิลได้เช่นกัน เนื่องจากหากผู้บริโภคใช้อุปกรณ์ของกูเกิลมากขึ้น ยอดการใช้บริการต่างๆ เช่น กูเกิลแมป หรือเสิร์ชเอนจิ้นผ่านอุปกรณ์ดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกูเกิลซื้อหน่วยธุรกิจและพัฒนาสมาร์ทโฟนพิกเซลของบริษัท เอชทีซี จากไต้หวัน วงเงิน 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.64 หมื่นล้านบาท) เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ศึกสมาร์ทโฟนร้อนระอุ รายเล็กแห่ชิงตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 05 ต.ค. 2560 เวลา 22:23 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518640

ศึกสมาร์ทโฟนร้อนระอุ รายเล็กแห่ชิงตลาด

โดย…ณัฏฐ์ยาน์ สุทธิเจริญ

ตามปกติช่วงปลายปีถือว่าเป็นการแข่งขันของกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่แตะหลักหมื่น แต่มาปีนี้แม้ว่าไอโฟน หรือซัมซุงจะเปิดตัวราคาไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาท แม้ว่าจะมีฐานแฟนคลับที่มีกำลังซื้อ แต่ก็ยังมีอีกมากที่ต้องมองหาราคารองลงมา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมค่ายมือถือรายใหม่จากจีนจึงกล้าเข้ามาเจาะตลาด

ประเดิมด้วย จีโอนี น้องใหม่จากจีนที่เข้ามาเปิดตัวพรีเซนเตอร์ แต้ว-ณฐพร ก่อนจัดงานเปิดตัวแบรนด์ภายในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ครั้งล่าสุด เพราะไม่อยากตกขบวน และหวังว่าลูกค้าจะยอมรับแม้ยังไม่รู้จักกันก็ตาม

หยู ป่าวชิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีโอนี ไทยแลนด์ เผยว่า แบรนด์จีโอนีถือว่าเป็นแบรนด์อันดับ 4 ในประเทศจีนรองจากหัวเว่ย ออปโป้ และวีโว่ แม้ว่าจีโอนีจะมีสีส้มเหมือนกับเสี่ยวมี่ แต่เสี่ยวมี่เน้นการขายออนไลน์เป็นหลัก ทำให้ลูกค้านึกถึงจีโอนีมากกว่า และไม่นับว่าเป็นคู่แข่งในตลาดสมาร์ทโฟน

ด้านความตั้งใจในการทำตลาดไทยนั้น ได้ใช้เวลา 6 เดือนในการลงทุนด้านทีมงาน ขยายช่องทางจำหน่าย ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์โดยใช้งบไปแล้วกว่า 60 ล้านบาท คาดถึงสิ้นปีนี้ใช้งบไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท ในการวางรากฐานธุรกิจในประเทศไทย

“แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศที่ 3 ในภูมิภาคนี้ในการขยายธุรกิจออกมานอกประเทศ แต่ก็มองว่าไทยน่าจะเป็นตัวกลางในการจัดส่งสินค้าให้กับประเทศข้างเคียงด้วย” หยู กล่าว

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายได้ส่วนแบ่งตลาด 2% ในสิ้นปี 2560 นี้ หลังจากเริ่มวางจำหน่ายในช่องทางต่างๆ ตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และพบว่ามีผลตอบรับที่ดี โดยระดับราคาสินค้ามีตั้งแต่ 4,900-11,990 บาท และไม่หวั่นเจ้าตลาดรายเดิม เพราะไทยยังมีโอกาสอีกมาก ทั้งการใช้งานเครือข่ายที่รวดเร็วขึ้น ทั้งกลุ่มนิสิตนักศึกษาและคนทำงาน

ทั้งนี้ ช่วงเดือน พ.ย. เตรียมเปิดรุ่นเรือธงใหม่ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพด้วยกล้อง 4 เลนส์ ส่วนราคาขายวางไว้ไม่เกิน 1.2 หมื่นบาท ส่วนรุ่นทั้งหมดที่วางขายในปัจจุบันคาดว่าจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ จะขายได้รวมกัน 2 แสนเครื่อง

ทางด้าน กันตวีร์ แสงสาย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท นูเบีย ประเทศไทย กล่าวว่า นูเบียเข้ามาไทยได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ภาพรวมถือว่าเป็นไปได้ดี แม้ว่าตอนนี้มีส่วนแบ่งตลาดยังไม่เยอะ แต่คู่แข่งในตลาดที่มีจำนวนมากก็ไม่ได้ทำให้กังวล เพราะไม่ได้คาดหวังในตลาดแมส เพราะตั้งแต่ทำธุรกิจมาเน้นตลาดเฉพาะกลุ่มมาตลอด ซึ่งผลตอบรับก็ทำให้หายเหนื่อย

แม้ว่าช่วงกลางปีตลาดจะซบเซา แต่บริษัทก็ทำยอดขายได้ตามเป้า และคาดว่าในอีก 3 เดือนที่เหลือนี้น่าจะไปต่อได้ ซึ่งบริษัทยังสานต่อกิจกรรมออนไลน์แต่จะให้อยู่ในระเบียบที่ภาครัฐขอความร่วมมือ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 10 รุ่นแล้ว คาดว่าสิ้นปีจะมียอดขายแตะ 100 ล้านบาทแน่นอน

ขณะที่แบรนด์ไอมี่ สมาร์ทโฟนจากฮ่องกง ก็กลับมาทำตลาดในไทยอีกครั้ง แต่แม้ว่าจะมีจำหน่ายในตลาดต่อเนื่อง ก็ไม่สามารถสู้รายอื่นๆ ที่ทำตลาดกันอย่างดุดัน ซึ่งครั้งนี้ส่งรุ่นจอไร้ขอบออกมาพร้อมกัน 3 รุ่น คือ iMI X, Wisdom Limited x และ Vin 3 X Edition เพื่อหวังจับกระแสตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางของไทยที่มองว่ายังมีโอกาสอีกมากเช่นกัน

ด้านออปโป้ก็ส่ง Oppo R9 เข้ามาทำตลาด โดยเพิ่มฟีเจอร์ถ่ายภาพให้ดียิ่งขึ้น เน้นการถ่ายรูปแบบกรุ๊ปฟี่หวังเอาใจคนชอบเซลฟี่ กล้องหน้ากว้าง 120 องศา แต่ครั้งนี้เปลี่ยนชื่อรุ่นใหม่เป็น R9s Pro พร้อมกับพรีเซนเตอร์ ต่อ-ธนภพ หลังจากที่รุ่นก่อนหน้านี้ R9s Black Edition ก็มีโมเดลสีดำ ส่วนรูปลักษณ์ก็แทบไม่ต่างจากเดิม ด้านราคาขายยังคงเป็น 1.39 หมื่นบาทเช่นเดิม มี 2 สี คือ ทองและดำมาให้เลือกใช้งาน

โดโนวาน ซง ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด เสี่ยวมี่ โกลบอล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จะเห็นเสี่ยวมี่ผ่านตัวแทนจำหน่าย ครั้งนี้บริษัทมองว่าไทยเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีการเติบโตที่ดี จึงต้องการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ของสินค้าเพื่อให้คนไทยได้สัมผัส

“แม้ว่าเสี่ยวมี่จะขายทั่วโลกได้กว่า 100 ล้านเครื่องแล้ว แต่ก็ยังหวังจะเป็นแบรนด์ที่ติดอันดัปท็อป 5 ของโลก โดยไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำยอดขายกว่า 23.61 ล้านเครื่อง ในอนาคตก็หวังว่าไทยจะเป็นส่วนหนึ่งในยอดขายนี้” ซง กล่าว

อย่างไรก็ตาม การที่เข้ามาทำตลาดช่วงปลายปี บริษัทไม่ได้มองว่าช้า แต่เป็นการมองหาจังหวะที่เหมาะสม และสินค้าที่นำมาวางขายก็คิดว่าเหมาะสมกับตลาดประเทศไทย ซึ่งในอนาคตลูกค้าจะเชื่อมโยงการใช้งานอุปกรณ์ทุกอย่างของเสี่ยวมี่ผ่านแอพพลิเคชั่นและบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

ฝั่งเจ้าตลาดอย่างซัมซุง นำทีมโดย วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ก็ยืนยันว่าไม่กังวลที่มีรายใหม่เข้ามาทำตลาดในขณะนี้ เพราะยิ่งมีรายใหม่เข้ามายิ่งช่วยกระตุ้นให้คึกคักและเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค

“ผมมองว่าการแข่งขันเป็นเรื่องปกติ มีการแข่งขันเข้ามาทุกเดือน ซึ่งเรายังโตมากกว่าตลาด” วิชัย กล่าว

สิ่งที่ซัมซุงมอง ไม่ใช่รุ่นไหนขายได้เท่าไหร่ แต่มองเรื่องนวัตกรรมที่จะออกมาสู้กันมากกว่า เพราะทุกแบรนด์มีเหมือนกันคือกล้องที่ถ่ายรูปได้ดี ซึ่งซัมซุงก็ทำได้ดีมีครบทุกความต้องการของลูกค้าจึงมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว โดยจะเน้นการพัฒนาทั้งนวัตกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

ยกตัวอย่างเช่น กาแล็คซี่ กิฟท์ ที่มีพาร์ตเนอร์รายใหม่เข้ามาเพิ่ม เรื่องของการใช้จ่ายผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อให้เป็นสังคมไร้เงินสด ไม่ว่าจะใช้จ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดหรือวอลเล็ตอย่างซัมซุงเพย์ เพราะนอกจากธนาคารที่มีแอพพลิเคชั่นที่ใช้จ่ายได้สะดวกแล้ว ความปลอดภัยจากการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนก็ต้องสำคัญเช่นกัน

ในเรื่องของราคาขายในตลาด ต้องยอมรับว่าราคาสมาร์ทโฟนในตลาดปรับเปลี่ยนเร็วมาก ทำให้บริษัทต้องมีทุกระดับราคาเพื่อเสริมฐานความแข็งแรง โดยมีตั้งแต่หลักพันต้นๆ จนถึงหลัก 2-3 หมื่นปลายๆ ซึ่งทุกระดับราคา ส่งผลให้ยอดขายทั้งปีทะลุเป้าไปแล้ว ช่วงไตรมาส 4 ที่งดทำกิจกรรม จึงไม่มีผลกระทบใดๆ และมองปีต่อไปมากกว่า

ต้องยอมรับว่าประเทศที่เร่งนำเสนอนวัตกรรมกลุ่มสมาร์ทโฟน ไม่ใช่ประเทศฝั่งยุโรปอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีหรือจีนก็ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศในฝั่งเอเชียทั้งสิ้น ทำให้นวัตกรรมที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานในภูมิภาคนี้คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สวยสดใสอย่างน่าทึ่ง! กระเป๋าเดินทางมีชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 05 ต.ค. 2560 เวลา 10:05 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518557

สวยสดใสอย่างน่าทึ่ง! กระเป๋าเดินทางมีชีวิต

กระเป๋าเดินทางหูแมวขยับได้ มาพร้อมเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองต่อสัมผัสมือของผู้ใช้งาน

เพราะชีวิตคือการเดินทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด เช่นเดียวกับการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองนักเดินทางทุกคน กระเป๋าเดินทางถือเป็นสิ่งของสำคัญที่สุดสำหรับทุกการเดินทางเลยก็ว่าได้ การเลือกกระเป๋าเดินทางคู่ใจสักใบอาจเลือกจากหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นขนาด ความแข็งแรง ดีไซน์ หรือความพิเศษต่างๆ ที่มาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบนั้น และจะดีแค่ไหนหากกระเป๋าเดินทางคู่ใจของคุณจะสามารถขยับได้ มีชีวิต และสามารถโต้ตอบกลับประหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมทริปด้วยอีกคน

Fravel Cat Suitcase เป็นกระเป๋าเดินทางที่หลายคนยกให้เป็นกระเป๋าเดินทางที่น่ารักที่สุดอีกใบหนึ่งของโลก ด้วยแนวคิดในการผลิตที่ได้มาจากเวลาผู้หญิงเลือกกระเป๋า ซึ่งส่วนหนึ่งก็มักจะเลือกจากดีไซน์ กระเป๋าเดินทางใบนี้จึงถูกออกแบบมาให้น่ารักเหมือนกับเราได้พาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยออกไปท่องโลกด้วยกัน เพื่อความสมจริงทางผู้ผลิตจึงทำให้หูของกระเป๋าขยับได้ และสามารถตอบสนองกับเราได้ยามเราลูบกระเป๋า เหมือนกับเวลาเราลูบหัวของสัตว์เลี้ยงตัวโปรด อีกทั้งยังมีแสงไฟรูปหัวใจ เปรียบเสมือนว่าหัวใจของกระเป๋าใบนั้นกำลังเต้นอยู่ราวกับมีชีวิตจริงๆ

นอกจากหูและหัวใจที่เป็นลูกเล่นเด่นของกระเป๋าใบนี้แล้ว แต่ทางผู้ผลิตยังเก็บรายละเอียดที่ล้อของกระเป๋า โดยทำเป็นรูปอุ้งเท้าแมว ตัวล้อทำจากวัสดุที่เป็นสีใส ใช้งานสะดวก หมุนได้ 360 องศา ซึ่งด้ามจับของกระเป๋าก็เป็นสีใสเข้ากันกับตัวล้อ เรื่องความแข็งแรงและความปลอดภัยก็หายห่วง เนื่องจากตัวกระเป๋าทำจากวัสดุกันน้ำ พร้อมลุยในทุกการเดินทาง ส่วนเรื่องแบตเตอรี่นั้นไม่ต้องกังวล เพราะเป็นแบตเตอรี่ในตัว หากแบตเตอรี่หมดก็สามารถดึงสายออกมาเสียบชาร์ตได้ตามปกติ

กระเป๋ารุ่นนี้ทำออกมาเพียงขนาดเดียวคือ รุ่น 22 นิ้ว เป็นขนาดกะทัดรัดที่สามารถถือขึ้นเครื่องบินได้โดยไม่ผิดกฎของสายการบิน แน่นอนว่ากระเป๋าน่ารักขนาดนี้ คงไม่มีใครอยากโหลดลงใต้เครื่องบิน เพื่อให้เสี่ยงต่อการกระแทกอยู่แล้ว

สำหรับราคานั้นแล้วแต่รุ่น หากเป็นรุ่น Macaron ที่เป็นรุ่นออริจินอล สีพื้นฐาน Banana, Mint, Cream, Strawberry และ Grape ราคาปกติจะอยู่ที่ $359 หรือประมาณ 12,000 บาท ส่วนรุ่น Cotton Candy และรุ่น Rainbow Dream ที่มีดีไซน์แบบไล่สี ราคาก็จะสูงขึ้นไปตามลำดับ

นอกจากนั้นทางผู้ผลิตยังออกหูแบบต่างๆ นอกจากหูแมวที่เป็นรุ่นเบสิก อย่าง หูกระต่ายและหูหมี ออกมาจำหน่ายเพื่อให้เปลี่ยนได้ตามใจอีกหลากหลายสี ทำให้ผู้ใช้งานสามารถออกแบบกระเป๋าเดินทางของตัวเองได้อย่างตามใจ ให้เป็นกระเป๋าเดินทางคู่ใจที่มีเอกลักษณ์ เพื่อบ่งบอกไลฟ์สไตล์และตัวตนของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

ยุโรปลงดาบ ‘อเมซอน’ เก็บภาษีย้อนหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 05 ต.ค. 2560 เวลา 09:59 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518555

ยุโรปลงดาบ ‘อเมซอน’ เก็บภาษีย้อนหลัง

อียูสั่งเรียกภาษีย้อนหลังจากอเมซอนเกือบ 1 หมื่นล้าน หลังพบหลบภาษีในยุโรป

สหภาพยุโรป (อียู) สั่งให้ อเมซอน ยักษ์อี-คอมเมิร์ซจากสหรัฐ จ่ายค่าภาษีย้อนหลังถึง 250 ล้านยูโร (ราว 9,814 ล้านบาท) พร้อมดอกเบี้ยให้รัฐบาลลักเซมเบิร์ก หลังพบว่าอเมซอนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างผิดกฎหมายจากรัฐบาลเมื่อปี 2003

“ลักเซมเบิร์กให้ผลประโยชน์ด้านภาษีที่ผิดกฎหมายกับอเมซอน ซึ่งส่งผลให้กำไรของอเมซอนเกือบ 75% ไม่ถูกเก็บภาษี” มาร์เกรธ เวสทาเกอร์ หัวหน้าคณะกรรมาธิการต่อต้านการผูกขาดตลาดของอียู กล่าว โดยอียูระบุว่า รัฐบาลลักเซมเบิร์กเปิดทางให้อเมซอนโยกย้ายผลกำไรส่วนใหญ่ไปโดยไม่ต้องเสียภาษี

รอยเตอร์สระบุว่า อเมซอนปรับเปลี่ยนแนวทางจัดเก็บภาษีในยุโรปเมื่อปี 2015 เพื่อให้สามารถปิดยอดขายและจ่ายภาษีได้ทั้งในอังกฤษ เยอรมนี สเปน และอิตาลี แทนที่จะปิดยอดขายทั้งหมดในลักเซมเบิร์ก ที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่เพียงที่เดียว ซึ่งจะทำให้อเมซอนต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ อเมซอนปฏิเสธข้อกล่าวหาและยื่นอุทธรณ์ต่อ เช่นเดียวกับรัฐบาลลักเซมเบิร์ก โดยนอกจากกรณีอเมซอนแล้ว อียูยังอยู่ระหว่างการสืบสวนแมคโดนัลด์ เชนฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่จากสหรัฐด้วยเช่นกัน ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) จะฟ้องไอร์แลนด์ เนื่องจากล้มเหลวในการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากแอปเปิ้ล อิงค์ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากสหรัฐ วงเงิน 1.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.10 แสนล้านบาท)

สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่อียูพยายามปราบปรามการเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ซึ่งมาตั้งสำนักงานในยุโรปเพื่อเลี่ยงภาษี โดยรอยเตอร์สรายงานว่า อีซีกำลังร่างข้อเสนอปฏิรูปภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้เก็บแวตจากประเทศที่สินค้าขายออก เพื่ออุดช่องโหว่การเลี่ยงภาษีด้วยการจดทะเบียนบริษัทในประเทศที่อัตราแวตถูกกว่า เช่น ลักเซมเบิร์กที่อเมซอนจดทะเบียนตั้งอยู่

กสทช.ยกร่างชิงคลื่นมือถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 05 ต.ค. 2560 เวลา 09:24 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518548

กสทช.ยกร่างชิงคลื่นมือถือ

กสทช.เตรียมจัดทำร่างประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 850 MHz ภายในเดือน เม.ย. 2561 เพื่อประมูลในเดือน ก.ย. 2561

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สัมปทานคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz จำนวน 45 MHz และสัมปทานคลื่นความถี่ย่าน 850 MHz จำนวน 5 MHz ของบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ CAT กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 2561

ทั้งนี้ กสทช.ได้เตรียมจัดทำร่างประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และ 850 MHz ภายในเดือน เม.ย. 2561 แต่เนื่องจากคณะกรรมการ กสทช.จะสิ้นสุดวาระการทำงานในวันที่ 6 ต.ค.นี้ และจะมีคณะทำงานชุดใหม่เข้ามาแทนที่ ซึ่งหากคณะกรรมการชุดใหม่ไม่เห็นด้วยกับร่างประมูลดังกล่าวจะมีการแก้ไขและร่างให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.-ส.ค. 2561 เพื่อให้ทันการประมูลในเดือน ก.ย. 2561 ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานเดิม

ขณะที่ความคืบหน้าการจัดประมูลโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความ เร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ 3,920 หมู่บ้าน หรืออินเทอร์เน็ตชายขอบในพื้นที่ที่เหลือ สำนักงาน กสทช. เตรียมออกประกาศการประมูลภายในเดือน พ.ย. 2560 และลงนามสัญญาอินเทอร์เน็ตชายขอบ ภายในเดือน ม.ค. 2561 เพื่อเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตครบทุกพื้นที่ 3,920 หมู่บ้าน ภายในเดือน ธ.ค. 2561

นอกจากนี้ มีวาระการประชุม คณะกรรมการ กสทช. ครั้งที่ 13/2560 เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2560 ประธาน กสทช.มีความเห็นให้ยกวาระการประชุมสำคัญไปหารืออีกครั้งในวันที่ 11 ต.ค. 2560 ได้แก่ ประเด็นเพิกถอนใบอนุญาตบริษัท ดับเบิลยู วาย มีเดียฯ 11 ช่องรายการ พิจารณาอุทธรณ์ผู้รับใบอนุญาต 9 ราย กรณีไม่จ่ายค่า USO ปี 2554-2555 แผนรองรับการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานของทีโอทีภายหลังทรูฯ สิ้นสุดสัญญา เป็นต้น เนื่องจากประธาน กสทช.จะหมดวาระการทำงานในวันที่ 5 ต.ค. 2560 จึงต้องการให้คณะกรรมการชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาและรับวาระต่อไป