10 เหตุผลที่ควรอยู่กับผู้หญิงชอบแก้ปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 ตุลาคม 2560 เวลา 10:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520742

10 เหตุผลที่ควรอยู่กับผู้หญิงชอบแก้ปัญหา

ผู้หญิงที่ชอบแก้ปัญหาไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด เนื่องจากเธอจะแคร์คนรอบข้างมาก และอยากให้ทุกคนมีความสุข

ผู้หญิงที่ชอบแก้ปัญหาจะแสดงให้เห็นว่า เธอแคร์คนอื่นมากแค่ไหน เธออยากให้คนรอบๆ ตัวเธอมีความสุข และเธอก็ชอบสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา พึงเก็บเธอไว้ในชีวิตของคุณ เพราะเธอคนนั้นจะมอบความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดในชีวิตให้กับคุณ

1. ผู้หญิงคนนี้เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง: เธอจะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค สำหรับเธอ ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้และขึ้นอยู่กับการค้นหาของเธอ เธอจะไม่หยุดพยายาม เธอจะไม่ตื่นตกใจเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เธอจะไม่หยุดจนกว่าจะจัดการมันได้

2. เธอจะคิดเชิงบวกกับทุกคนที่ช่วยให้เธอสามารถจัดการกับปัญหาได้ง่ายขึ้น: ในความสัมพันธ์ เธอจะพยายามทำสิ่งที่มีผลในเชิงบวกมากกว่าเชิงลบ เธอจะเชื่อมั่นใจตัวคุณและการเชื่อมโยงกับคุณ บางครั้งเธอก็คาดการณ์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับคุณก่อนที่คุณจะทำเสียอีก

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. ถ้าเธอไม่ประสบความสำเร็จในตอนนี้ บางทีเธอก็อาจจะประสบความสำเร็จในเร็วๆ นี้ก็ได้ เพียงแค่มีความพยายาม: ในขณะที่เธอสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องเดียวกันให้กับคุณได้ดีกว่า เธอก็จะพยายามทำไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันเธอก็อยากไปแก้ปัญหาให้กับคนอื่นรวมถึงเธอเองและทำให้ดีที่สุด

4. เธอเป็นคนที่มีความเชื่อ: คนส่วนใหญ่บอกว่า เธอไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับทุกคน แต่เธอก็ไม่หยุดทำ เธอยอมรับว่าบางคนอาจไม่ต้องการความช่วยเหลือมากนัก แต่เธอก็อยากช่วย

5. เธอเคยประสบความล้มเหลวและก็รู้ว่าความรู้สึกไม่มีแรงบันดาลใจและอกหักเป็นอย่างไร: เธอรักษาแผลใจจากเหตุการณ์นั้นแล้ว และเธอก็อยากที่จะช่วยคุณ แม้ว่าคุณจะอายที่จะยอมรับว่าต้องการความช่วยเหลือ เธอฉลาดพอที่จะทำแม้ว่าไม่ได้รับการร้องขอจากคุณก็ตาม และเธอก็จะช่วยรักษาอาการอกหักของคุณ

6. เธอรู้ว่าทุกคนมีด้านมืด: แทนที่จะนำมาวิพากษ์วิจารณ์ เธอกลับสนับสนุนและช่วยคุณ เธอรู้ในด้านมืดของคุณ ดังนั้น เธอจึงนำใช้มาแสดงให้คุณในเชิงบวก เธอจะไม่ตัดสินคุณ แต่จะนำอีกด้านของคุณออกมา

7. เธอรู้ว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ: เธอนำข้อบกพร่องของเธอมาใช้และเรียนรู้วิธีการอยู่ร่วมกับมัน ในขณะเดียวกัน เธอจะจับมือคุณและโอบกอดคุณ เธอจะสนับสนุนและกระตุ้นให้คุณนำความไม่สมบูรณ์แบบของคุณมาใช้ให้เป็นประโยชน์

8. เธอให้อภัยและลืมเรื่องที่ผ่านมา: คนที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้นที่จะสามารถให้อภัยได้ สำหรับเธอ การให้อภัยมาพร้อมกับการมองสิ่งที่พวกเขาเป็นอย่างแท้จริง เธอรู้ว่าทุกคนมีข้อผิดพลาด และเธอก็เชื่อในโอกาสที่สอง

9. เธอจะทำให้ดีที่สุดเพื่อแก้ปัญหาให้กับคุณ แต่เธอไม่ทิ้งปัญหาไว้: อย่าคิดว่าคุณเป็นแค่อุปสรรค หรือเธออยู่กับคุณเพราะต้องการตัวช่วยในการแก้ปัญหา เธอพยายามแก้ปัญหาให้กับคนที่เธอรัก ถ้าเธอต้องการช่วยคุณก็หมายความว่าเธออยากเห็นคุณมีความสุข และเธอก็รู้ว่าคุณสามารถทำได้ดีกว่านี้

10. เธอเป็นนักต่อสู้และอยากเห็นโลกดีขึ้น: เธออยากแก้ปัญหาทุกอย่างในโลกและอยากเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะอยู่เฉยๆ เธอกลับช่วยให้โลกดีขึ้น การพิจารณาการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกจะกระตุ้นให้คุณทำในแบบเดียวกัน

ที่มา: M2F

 

‘ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์’ สะดวกสบายใจเพื่อชุมชนสัตว์เลี้ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 ตุลาคม 2560 เวลา 10:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520560

‘ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์’ สะดวกสบายใจเพื่อชุมชนสัตว์เลี้ยง

เมื่อสังคมเปลี่ยน ครอบครัวในเมืองมีลูกน้อยลง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่นิยมหันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นเพื่อนและคลายเหงากันมากขึ้น

คนในเมืองใหญ่ที่ได้เปลี่ยนทัศนคติเรื่องการเลี้ยงสัตว์ที่มีการเอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพสุขอนามัย และจิตใจของสัตว์อย่างดีที่สุด พร้อมกับกำลังซื้อที่ยอมจ่ายเงินเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

ภาพรวมมูลค่าของตลาดสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันของเมืองไทยจึงสูงอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท และเติบโตถึงปีละ 10-15% ในแต่ละปี ซึ่งสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก และคาดการณ์กันว่าสินค้าและบริการตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยน่าจะขยายตัวอาจจะเติบโตได้ถึง 30%

ปัจจุบันจากการสำรวจประเมินกันว่ามีสัตว์เลี้ยงในไทย คิดเป็นสัดส่วนมีการเลี้ยงสุนัขมากที่สุดอยู่ที่ 65% แมว 19% และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ตามเทรนด์เลี้ยงสัตว์ตามกระแสนิยมและสัตว์เลี้ยงแปลกๆ อีก 16% มีการประเมินโดยคร่าวๆ เฉพาะหมาและแมวที่เลี้ยงอย่างดีในเมืองไทย มีผู้เลี้ยงอยู่ที่ประมาณ9 ล้านตัว

ล่าสุดเกี่ยวกับวงการสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะธุรกิจและเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีบริการที่เกี่ยวกับ “การประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์” ที่สามารถคว้ารางวัลมาหลายเวที นั่นคือ เพ็ทอินชัวร์ ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์ (PetInsure – First Online Pet Insurance Brokerage Services Platform in Thailand) เมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ก็เพิ่งคว้ารางวัล SAMART Innovation Award 2017 หรือ SIA 2017 โดยมีเงินรางวัล 2 แสนบาท เพื่อเป็นกำลังใจและใช้ในการพัฒนาผลงานสร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจต่อไป

ก่อนหน้านี้ รางวัลที่ได้รับก็มีรางวัล Finalists จากการประกวด Thailand Women Entrepreneur 2016 รางวัล Certificate of Recognition –Financial Industry Application จากการประกวด Thailand ICT Awards 2016 รางวัล Finalists จากการประกวด FinTech Challenge 2016 รางวัล Top Finalists & DVA Graduate จากการประกวด Digital Ventures Accelerator Batch by SCB และรางวัล Finalists จากการประกวด Digital Startup – Angel in The City 2016

นับได้ว่าเป็นบริษัทของคนรุ่นใหม่ที่สามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์บริการในตลาดสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะการประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่เดิมแล้ว พัฒนาขึ้นมารองรับโลกสมัยใหม่ วิถีชีวิตของคนเมืองรุ่นใหม่ที่เลี้ยงสัตว์ได้อย่างชาญฉลาดในแบบออนไลน์ที่สะดวกสบายและคลายกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

สวทช.หนุนเต็มที่

ในโครงการ “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี” (Young Technopreneur 2017) ต่อยอดเทคโนโลยีสู่ธุรกิจนวัตกรรมทำเงินที่สามารถตอบโจทย์การนำแนวคิดด้านนวัตกรรมใหม่ๆ สู่การเป็นนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีตัวจริงได้สำเร็จ โดยมีศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมกันจัดขึ้นมา ซึ่งเป็นการนำแนวคิดเทคโนโลยีสู่ธุรกิจทำเงิน เพื่อสร้างผู้ประกอบการเทคโนโลยีรุ่นใหม่

โดยการต่อยอดความคิดให้กับผลงานที่มีความพร้อมและผลักดันสู่ธุรกิจที่จับต้องได้ ซึ่งภายในงานได้จัดนิทรรศการแสดงผลงาน พร้อมประกาศผลรางวัล “Samart Innovation Award 2017” ให้กับกลุ่มเยาวชนและสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ปีนี้รางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 2 แสนบาท ได้แก่ เพ็ทอินชัวร์ ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์ของบริษัท ดอง ซุง กิ อินโนเวชั่น ซึ่งมี ชลณัฏฐ์ พูนชัฏกาญจน์ กับ พลอยพิชชา บุญทวีพิทักษ์ ที่ชนะเลิศในกลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ดร.ฐิตาภา สมิตินนท์ รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีของการดำเนิน “โครงการ Young Technopreneur หรือ “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี” มีเยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 700 ทีม ร่วมอบรมความรู้ด้านพื้นฐานธุรกิจเพื่อพัฒนาความรู้ในการนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาด และมีการจัดตั้งเป็นธุรกิจแล้วกว่า 40 ราย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับนักธุรกิจเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของประเทศไทยในอนาคต

“โครงการยังคงความเข้มข้นทั้งหลักสูตรอบรมและให้ความรู้ที่มีการปรับเนื้อหาให้เหมาะกับนักธุรกิจรุ่นใหม่มากขึ้น กิจกรรม ‘เถ้าแก่น้อย Meet Investors’ ได้เชิญกลุ่มนักลงทุนและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรายใหญ่เข้าร่วมงาน และกิจกรรม Idea To Market Boot Camp ยังเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ลงมือสำรวจตลาด เก็บ วิเคราะห์ และวางแผนการทำธุรกิจจำลอง ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้เป็นเจ้าของธุรกิจตัวจริงให้ได้”

ภายใต้หัวข้อการประกวดที่มีการปรับให้เข้ากับยุทธศาสตร์ภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับ “การนำเทคโนโลยีมาสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นที่ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร อุตสาหกรรมเพื่อประหยัดพลังงาน เป็นต้น

ทั้งนี้ สวทช.ยังพร้อมสนับสนุนให้สตาร์ทอัพโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้คำปรึกษาแนะนำด้านธุรกิจ การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การให้บริการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การลดภาษีสำหรับงานวิจัยและพัฒนาได้ถึง 300% มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมสตาร์ทอัพพร้อมสร้างโอกาสในการพบนักลงทุน คู่ค้า และเข้าร่วมการจับคู่ธุรกิจซึ่งเป็นกิจกรรมที่ สวทช.จัดขึ้นเป็นประจำด้วย

ช่องว่างที่เติมเต็มให้คนรักสัตว์

อย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับว่า ปัจจุบันเราพบปัญหาจากกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงหลักๆ ดังนี้ ส่วนใหญ่ทุกคนจะต้องพบกับปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างสูง ไม่แพ้ค่ารักษาพยาบาลของคนเลยทีเดียว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอาการเจ็บป่วย เช่น โรคลำไส้อักเสบที่ลูกสุนัขมักเป็น และมีโอกาสรอดยาก จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงตามมาเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอุบัติเหตุ ยกตัวอย่างเช่น สัตว์เลี้ยงถูกรถชน หรือเกิดการต่อสู้กับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ทำให้ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงค่าใช้จ่ายต่อบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากสัตว์เลี้ยง

สุดท้าย แม้จะมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่ออกโดยบริษัทประกันภัยทั่วไปมาแล้วตั้งแต่ปี 2551 คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักประกันภัยสัตว์เลี้ยง และไม่รู้ว่าคุณประโยชน์ของการทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงนั้นส่งผลดีต่อสุนัขและแมวอย่างไร รวมถึงช่วยแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนต้องประสบปัญหาอยู่ทุกวันนี้

เพ็ทอินชัวร์ ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์ ที่เปิดบริการเป็นสตาร์ทอัพมาได้สักปีกว่าๆ แต่ได้รับการยอมรับว่าคือ ออนไลน์ แพลตฟอร์ม โบรกเกอร์ประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์เจ้าแรกในไทย เป็นประกันภัยสำหรับสุนัขและแมว เป็นแพลตฟอร์มสำหรับประกันภัยสัตว์เลี้ยงครบวงจร

โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถเลือกและสมัครทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงได้ทางออนไลน์ ซึ่งช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงทางการเงิน โดยสามารถเบิกเคลมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย อุบัติเหตุ วัคซีน เสียชีวิต รวมถึงรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก และกรณีสัตว์เลี้ยงสูญหายด้วย

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ บริการประกันสัตว์เลี้ยงผ่านช่องทางออนไลน์ครบวงจร บริการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่บ้านของลูกค้า แชตบอต บริการข้อมูลและตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงทางการเงิน สามารถคุ้มครองความเสี่ยงของสัตว์เลี้ยงในหลายๆ ด้าน และคุ้มครองความเสี่ยงต่อบุคคลภายนอกกรณีโดนสัตว์เลี้ยงทำร้ายร่างกายหรือทรัพย์สินเสียหาย

รวมถึงตัวช่วยในการเลือกประกันภัยให้สัตว์เลี้ยงแสนรัก ลดขั้นตอนความยุ่งยากในการทำประกันภัย ด้วยบริการทางออนไลน์ เป็นออนไลน์คอมมูนิตี้สำหรับคนรักสัตว์ เพื่อสนทนาและแลกเปลี่ยนความรู้

สำหรับการทำประกันภัยสัตว์เลี้ยง และสามารถเลือกแผนประกันภัย (แบบฝังไมโครชิป หรือไม่ฝังไมโครชิป) ที่ต้องการได้ และมีเพียง 4 ขั้นตอน คือ

1.เตรียมเอกสารการทำประกันภัย 2.นำสัตว์เลี้ยงเข้าตรวจสุขภาพ 3.นำส่งเอกสารการทำประกันภัย และ 4.การชำระค่าเบี้ยประกันภัย

พลอยพิชชา หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ให้สัมภาษณ์ในรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงว่า เจ้าของจะคุ้มมากถ้าทำประกันให้สุนัขหรือแมวที่อายุยังน้อยๆ เพราะช่วงแรกจะมีความเสี่ยงค่อนข้างเยอะ การติดโรคของสัตว์เลี้ยงจากการซื้อสัตว์เลี้ยงมาจากตลาด รวมถึงอุบัติเหตุที่อาจเสียชีวิตได้ การทำประกันภัยตั้งแต่เริ่มจึงเป็นการลดความเสี่ยงอย่างดี

“ก็จะมีแบบเจ็บป่วยอย่างท้องเสีย ตับอักเสบ หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยก็สามารถเคลมได้หมด ไม่ได้เคลมเฉพาะค่ายา ซึ่งค่ารักษาโรคบางอย่างก็ต้องมีการเอกซเรย์ก่อน ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย หรือการไปทำลายทรัพย์สินของบุคคลภายนอก เราก็ปรับเปลี่ยนแพ็กเกจประกันภัยมาแล้วระดับหนึ่ง ตอนเปิดตัวแรกๆ วงเงินในการประกันการทำลายทรัพย์สินของสัตว์เลี้ยงจะเยอะกว่านี้ ซึ่งมีกรณีน้องหมาไปกัดกระเป๋าหลุยส์วิตตอง ซึ่งทำให้กำกับดูแลการเคลมยาก เราก็เลยปรับในแต่ละส่วนให้ชัดเจน”

อย่างที่กล่าวไว้ ประกันภัยสัตว์เลี้ยงในเมืองไทยมีอยู่เดิมแล้ว แต่ไม่ได้มีแบบออนไลน์ เพ็ทอินชัวร์ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดั้งเดิมและอุดช่องว่างความต้องการของประกันภัยสัตว์เลี้ยง คือ 1.มีโปรแกรมที่หลากหลายให้เลือกตรงตามความต้องการของลูกค้าและสัตว์เลี้ยง ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนสามารถลดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของตน

2.แพ็กเกจประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่ครอบคลุมความคุ้มครองครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายจากอาการเจ็บป่วย การฉีดวัคซีน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงความรับผิดต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

3.ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของสุนัขและแมวทุกคน ในการเลือกแบบแผนประกันที่เหมาะสม รวมถึงให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับตัวประกันภัยและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำประกันภัยสัตว์เลี้ยง

และ 4.ออนไลน์คอมมูนิตี้ สำหรับคนรักสัตว์ทุกคน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้และปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงได้

เพราะฉะนั้นจุดเด่นโมเดลธุรกิจของเพ็ทอินชัวร์ คือ การจับมือกับพาร์ตเนอร์ อาทิ สัตวแพทย์ โรงพยาบาลสัตว์ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องสัตว์เลี้ยงต่างๆ ไม่ได้มีเป้าหมายไปล้มล้างประกันภัยสัตว์เลี้ยงแบบเดิมที่มีอยู่ในตลาดเดิม แต่จะเป็นการจับมือเป็นพาร์ตเนอร์หรือคู่ค้าเพื่อโตไปด้วยกันกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ โดยวางแผนเรื่องเรสฟันด์หรือการระดมทุนในอนาคต

 

100 ปี ดนตรียังมีชีวิต เธโลเนียส มังค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 10:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520278

100 ปี ดนตรียังมีชีวิต เธโลเนียส มังค์

โดย เพ็ญแข สร้อยทอง

หนึ่งในนักดนตรีและแต่งเพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20 หากยังมีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้ “เธโลเนียส มังค์” อายุครบ 100 ปี ไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

เธโลเนียส มังค์ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักดนตรีผู้ยอดเยี่ยม และทรงอิทธิพลที่สุดของวงการดนตรีแจ๊ซ แม้เขาจะเสียชีวิตไปแล้ว 35 ปี ถึงตลอดชีวิตเขาจะแต่งเพลงประมาณแค่ 70 เพลงเท่านั้น แต่เพลงของเขากลับถูกนำไปบันทึกมากที่สุด รวมถึง Round Midnight, Blue Monk, Straight No Chaser, Epistrophy, Pannonica และ Bemsha Swing

ชายผู้ถูกเรียกว่าเป็น “มหาปุโรหิตแห่งบีบ็อป” อาจจะด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเคราแพะ แว่นตากันแดดสีดำ หรือหมวกทรงแปลกที่เขาสวมใส่ เหนือกว่าสิ่งอื่นใด เธโลเนียส มังค์ ยังเป็นผู้นำเสนอจังหวะอันเร่งเร้า ยามเมื่อบรรเลงเพลง เท้าของเขาจะขยับเข้าจังหวะกับเปียโนอย่างเพลิดเพลิน ในขณะที่เพื่อนร่วมวงกำลังเล่นโซโล เขาจะลุกขึ้นเต้นไปด้วย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ในฐานะนักเปียโน เธโลเนียส มังค์ ได้นำรูปแบบเปียโนแจ๊ซแบบดั้งเดิมมาใช้ผสมผสานกับแนวคิดสมัยใหม่ ซึ่งก็มีนักดนตรีเพียงไม่กี่คนที่มีเสียงอันเป็น “ต้นฉบับ” ทั้งยังมีฝีมือการบรรเลงอิมโพรไวซ์อย่างที่ใครเลียนแบบไม่ได้

จากหนังสือประวัติ Thelonious Monk : The Life and Times of an American Original ผู้เขียนคือ โรบิน เคลลีย์ ระบุว่า เขาคือนักดนตรีที่สร้างสรรค์และล้ำหน้ามากที่สุด หนึ่งในนักแต่งเพลงแจ๊ซที่ยิ่งใหญ่

เกิดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 1917 ณ ร็อกกีเมาท์ นอร์ท แคโรไลนา เมื่ออายุได้ 5 ขวบ ครอบครัวของเขาย้ายไปนิวยอร์ก ที่ซึ่งเขาเริ่มต้นเล่นเปียโน เธโลเนียส มังค์ เลิกเรียนไฮสกูลเพื่อหันมาเอาดีทางด้านเปียโน เขาโลดแล่นในแวดวงดนตรีช่วงต้นทศวรรษ 1940 ในห้วงเวลาที่บีบ็อปเพิ่งถือกำเนิด เมื่อวงบิ๊กแบนด์กำลังเปลี่ยนมาเป็นวงของคนมีฝีมือกลุ่มเล็กๆ

เธโลเนียส มังค์ มีผลงานบันทึกเสียงในฐานะที่เป็นผู้นำวงครั้งแรกในขณะที่อายุ 30 ปี และต้องใช้เวลาอีกเกือบ 10 ปีก่อนที่จะมีคนติดตามเขาอย่างจริงจัง และได้รับการยอมรับจากบรรดานักวิจารณ์

แรกๆ นั้นบริษัทแผ่นเสียงให้ภาพและให้ฉายาเขาว่าเหมือน “พระ” แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่สื่อคุ้นเคย โดยเฉพาะบุคลิกประหลาดๆ ทำให้ต่อมา บริษัทแผ่นเสียงหันมานำเสนอภาพความเป็น “นักรบ” ของเขาออกมาในงานชุดหลังๆ อย่างเช่น งานชุด Underground ที่มีรูป เธโลเนียส มังค์ นั่งสะพายปืนเล่นเปียโน เป็นต้น

ต้นทศวรรษ 1960 เขาโด่งดังเป็นที่รู้จักกว้างขวางทั้งในอเมริกาและยุโรป ในปี 1964 เธโลเนียส มังค์ ขึ้นปกนิตยสาร Time ก่อนกลายเป็นหนึ่งในศิลปินที่สำคัญที่สุดในโลก

เมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมยุคอย่าง ชาร์ลี พาร์คเกอร์ และ ดิซซี กิลเลสพี เส้นทางของ เธโลเนียส มังค์ นั้นไม่แจ่มใสสวยงามนัก มีอยู่ช่วงหนึ่งเขาไม่สามารถแสดงดนตรีในมหานครนิวยอร์กได้ เนื่องจากตำรวจได้ยกเลิกใบอนุญาตของนักดนตรีของเขาหลังจากถูกจับหลายครั้ง เขายังมีปัญหาเรื่องจิตใจ (บางกระแสว่าเขามีอาการไบโพลาร์) ซึ่งแย่ลงในปลายทศวรรษ 1960 ช่วงบั้นปลายชีวิตเขาใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ ไม่มีผลงานออกมา ก่อนจะเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายในปี 1982 ขณะอายุ 64 ปี

เดวิด แอมแรม นักแต่งเพลงและนักดนตรีชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีชีวิตร่วมยุคกับ เธโลเนียส มังค์ เคยบอกไว้ว่า เขาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ เป็นคนที่รื่นรมย์ อบอุ่น อ่อนไหว ตลก ฉลาด เป็นคนที่จะอยู่ใกล้ๆ และทั้งหมดที่เขาเป็นก็สะท้อนออกมาในดนตรีของเขา

งานของ เธโลเนียส มังค์ แตกต่างจากนักดนตรีบีบ็อป หรือนักเปียโนโมเดิร์นแจ๊ซคนอื่นๆ ความแตกต่างนี้เองทำให้เขาถูกกระแหนะกระแหน รวมทั้งชื่นชมยกย่องในเวลาเดียวกัน หลังจากการเสียชีวิตของเขา นักวิชาการและแฟนๆ ที่ได้ศึกษาผลงานของเขาอย่างจริงจังได้ค้นบความซับซ้อน และแก้ข้อขัดแย้ง ทำให้อัจฉริยภาพของเขาโดดเด่นขึ้นมา

นักวิชาการทางดนตรีให้เหตุผลว่า เธโลเนียส มังค์ มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักช้ากว่าคนอื่นๆ เพราะว่าเขาชอบเพลงช้าๆ มีจังหวะและท่วงทำนองที่ซับซ้อน แต่เพลงของเขาก็กลายเป็นสิ่งน่าสนใจสำหรับนักดนตรีแจ๊ซในยุคต่อมา

นักเปียโนแจ๊ซในยุคต่อมาเกือบทุกคนล้วนเล่นเพลงของเขาได้ เพราะเพลงของเขา คือ “ตัวอย่างของดนตรีแจ๊ซ”

เพลงของเขานั้น ฟังเมื่อใดก็ยังคงมีความสดใหม่ ลึกซึ้งและองค์ประกอบที่สร้างความประหลาดใจได้ นักดนตรีแจ๊ซรุ่นหลังจำนวนมากยอมรับในตัวศิลปินผู้นี้ เกิดเป็นคำพูดที่ว่า “เธโลเนียส มังค์ จะเปลี่ยนชีวิตคุณ แม้ว่าตัวเขาจะอยู่ในหลุมฝังศพ…”

เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดปีที่ 100 ของนักดนตรีแจ๊ซผู้ยิ่งใหญ่นี้ หลายที่จัดกิจกรรมพิเศษมากมาย โดยเฉพาะที่ในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งงานที่น่าสนใจ ณ เดอะ เมโทรโพลิแทน มิวเซียม ออฟ อาร์ต นิวยอร์ก ในวันที่ 20 ต.ค. ซึ่งจะถึงนี้

 

ศิลปะแห่งสังคมเศร้าหมอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 10:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520274

ศิลปะแห่งสังคมเศร้าหมอง

โดย กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

หนังสือเล่มที่ 7 ของนักเขียนรุ่นใหม่ จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ เรื่อง ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า ผ่านเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์ ประจำปี 2560 โดยเขาได้รวบรวมเรื่องสั้นที่ดีที่สุดจำนวน 9 เรื่อง นำทุกเรื่องมาปัดฝุ่นและร้อยเรียงให้อยู่ในบรรยากาศเดียวกัน

“คอนเซ็ปต์ของหนังสือเป็นไปตามชื่อเรื่องคือ ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า ทั้ง 9 เรื่องจึงเป็นเรื่องเดียวกัน คือเกี่ยวกับการเพิ่งตระหนักได้ว่าสิ่งที่เพิ่งตัดสินใจไปในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งนั้นเป็นการตัดสินใจที่ผิดไป ดังนั้นถ้าสังเกตในพารากราฟแรกของทุกเรื่องจะมีตัวละครที่เพิ่งตระหนักได้ และถ้าอ่านดีๆ ผมจะเขียนคำว่าเพิ่งตระหนักบ่อย ซึ่งเป็นความตั้งใจของหนังสือเล่มนี้”

ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้าเป็นการรวบรวมเรื่องสั้นที่นักเขียนคิดว่าดีที่สุด และสะท้อนภาพสังคมการเมืองตลอด 7 ปีที่เขียนหนังสือมา อย่างการจงใจเลือกปฐมบทเปิดด้วยเรื่อง น้ำตาที่ต่าง ที่สะท้อนสภาพสังคมที่ประชาชนอยู่ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อจนทำให้ไม่เกิดคำถาม หรือหากมีใครแย้งขึ้นมาก็ไม่สามารถอยู่ในสังคมนี้ได้ หรือบทที่ 3 เพดานอาดูร เรื่องราวของหญิงสาวที่เข้าใจมาตลอดว่าเธออาศัยอยู่บนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียม แต่อยู่มาวันหนึ่งกลับพบว่ามีอีกชั้นที่เหนือขึ้นไป ทว่าก็ต้องพบกับชั้นหนึ่งใหม่ซึ่งแฝงไปด้วยนัยของความไม่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

“เรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องเศร้า แต่ความเศร้าในหนังสือเล่มนี้เป็นพาโรดี้ (Parody) ความเศร้าของสังคม”

อย่างบท ประติมากรรมอากง เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวผสมความโรแมนติกนิดๆ แต่ยังเต็มไปด้วยคำถามที่ว่า มนุษย์เราเกิดย่อมมีเสรีภาพ แต่เสรีภาพที่มีอยู่เป็นความแท้จริงหรือไม่ หรือเรากำลังยึดโยงอยู่กับเงื่อนไขอะไรบางอย่าง เช่น หุ่นยนต์ที่อากงประดิษฐ์ขึ้น ที่สุดท้ายแล้วมันได้กลับมาถามผู้สร้างว่า มันเกิดมาทำไม

หรือบทสุดท้าย พระเจ้าทัมใจ หยอกล้อพระเจ้าทันใจที่ใครไปกราบไหว้จะสมหวังทันใจ ซึ่งเป็นทางลัดสู่สิ่งที่หวังไว้บางอย่าง แต่ในประเทศที่รัฐพร่ำบอกว่าจะคืนความสุขให้คนในชาติอยู่ทุกวัน สิ่งที่ขายดีที่สุดกลับเป็นธูป เทียน ดอกไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ หรือคนต้องเปลี่ยนไปไหว้พระเจ้าทัมใจ เพราะสังคมทุกวันนี้คุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมหรือการเมืองได้ แต่สิ่งที่คุณทำได้คือต้องอยู่กับมันให้ได้หรือทนอยู่กับมันให้ได้

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเหมือนศิลปะชิ้นหนึ่งที่สะท้อนภาพสังคม ซึ่งโดยส่วนตัวเขาเป็นคนสนใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเมือง และความเบื่อหน่ายในการเมืองกลับทำให้เขาเขียนเรื่องประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้าได้ดี

“เพราะเราไม่สามารถทำอะไรกับมันได้ เรามองเห็นความไม่เป็นเหตุเป็นผลในสังคมหลายเรื่องมากมาย แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้เลย เราทำได้เพียงทำงานศิลปะที่สะท้อนออกไปให้เห็นว่าบ้านเมืองของเรากำลังมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอนุรักษนิยมหรือเสรีนิยมในบ้านเรา ตอนนี้ต่างคนต่างเชื่อมั่นอย่างมากว่าสิ่งที่ทำอยู่มันถูก แต่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกหมดทุกอย่าง ทุกคนย่อมมีความผิดพลาด เพียงต้องยอมรับและแลกเปลี่ยนกัน เพื่อสร้างการโต้เถียงที่เป็นเหตุเป็นผลและก่อให้เกิดการพัฒนา” เขากล่าวทิ้งท้าย

ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า สำนักพิมพ์แซลมอน จะวางแผงครั้งแรกในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ วันที่ 18-29 ต.ค. 2560 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

ละมุนละไมในบทเพลง คาร์ลา บรูนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 10:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520271

ละมุนละไมในบทเพลง คาร์ลา บรูนี

โดย เพ็ญแข สร้อยทอง

หญิงสาวซึ่งเป็นที่รู้จักดีในฐานะอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส อีกด้านหนึ่งของชีวิตคาร์ลา บรูนี ยังเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง และซูเปอร์โมเดล ผู้งดงามทั้งรูปกาย และเสียงร้อง

ลูกครึ่งอิตาลี-ฝรั่งเศส เกิดที่ตูริน ประเทศอิตาลี คาร์ลา บรูนี เป็นลูกสาวของนักเปียโนนักแต่งเพลงคลาสสิก และทายาทของบริษัทผู้ผลิตยางรายใหญ่ ก่อนจะไปเติบโตในฝรั่งเศสกลายเป็นนางแบบมืออาชีพ แล้วจึงหันเหมาทำงานดนตรี และเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง เมื่อ นิโกลาส์ ซาร์โกซี สามีของเธอรับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส วันนี้เธอกลายเป็นอดีตสตรีหมายเลขหนึ่งไปแล้ว แต่ คาร์ลา บรูนี ยังเป็นคนดังที่คนทั่วโลกจับจ้อง และยังมีงานเพลงออกมาให้ฟังอยู่

วันนี้ คาร์ลา บรูนี กลับมาพร้อมกับอัลบั้มชุดใหม่ French Touch ซึ่งเลือกสรรบทเพลงภาษาอังกฤษมาคัฟเวอร์ โดยมีโปรดิวเซอร์ดัง มิสเตอร์ฮิตแมน – เดวิด ฟอสเตอร์ ช่วยดูแล เป็นอัลบั้มเฟรนช์ ป๊อปที่ฟังเพลิน งานชุดนี้บันทึกเสียงในเมืองปารีสและแอลเอ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

อัลบั้มเพลงภาษาอังกฤษชุดแรกของคาร์ลา บรูนี เป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่เธออยากลอง เสียงร้องของเธอมีเอกลักษณ์ตรงเสียงสีขุ่นควัน เสียงลมล่องลอย ขณะที่ดนตรีโดยการดูแลของ เดวิด ฟอสเตอร์ นั้นงดงาม เป็นป๊อปที่มีแจ๊ซผสมผสาน ติดกลิ่นวอลตซ์มาในบางเพลง

คาร์ลา บรูนี ในฐานะนักแต่งเพลงเองก็ยังชื่นชอบการบรรเลงเพลงของคนอื่นๆ เธอรู้สึกว่า เพลงเหล่านี้สอนเธอบางอย่าง เพลงที่ดีอาจจะเป็นเพลงเรียบง่ายที่สุด ไม่จำเป็นต้องมองหาสิ่งใหม่หรือแปลกที่สุด

ทั้ง 12 เพลงที่บรรจุอยู่ในอัลบั้มนี้ รวมถึง Enjoy The Silence ของ เดเพชี โหมด A Perfect Day ของ ลู รีด Miss You ของ เดอะ โรลลิง สโตน รวมทั้ง Highway To Hellของ เอซี/ดีซี ทั้งหมดเป็นเพลงและผลงานของศิลปินที่เธอชื่นชอบ

Winner Takes It All ของ แอ็บบา เธอเล่นกีตาร์เพลงนี้มาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เป็นบทเพลงแห่งความทรงจำ ซึ่งนำพาเธอเดินทางสู่อดีต เธอตกหลุมรักเพลง Moon River เมื่อแรกได้ฟังในหนัง Breakfast At Tiffany’s รวมทั้งตกหลุมรัก ออเดรย์ เฮปเบิร์น ด้วย

อีกหนึ่งเพลงที่เธอเลือกทำ Crazy เป็นเพลงคันทรี่ ซึ่ง แพทซี ไคล์น และ วิลลีเนลสัน เคยร้องด้วยกัน คาร์ลา ชอบเพลงคันทรี่ เธอรู้สึกว่า มันคือเพลงบลูส์ของคนผิวขาวทั้งยังมี Stand By Your Man ของแทมมี ไวเนตต์ เธอบอกว่า เพลงนี้เป็นเพลงเฟมินิสต์ ในความหมายของเธอเฟมินิสต์ เป็นเพลงเรียบง่ายเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีความรัก เป็นผู้หญิงแข็งแกร่งซึ่งแต่งงานและมีความสุขกับผู้ชายของเธอได้

สำหรับเพลงเปิดอัลบั้ม Enjoy Your Silence โดย เดเพชี โหมด เป็นเพียงเพลงเดียวที่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นเพลงที่มีเนื้อหาวาดหวังถึงความสงบสุขของโลกใบนี้

คาร์ลา บรูนี แนะนำว่า อัลบั้มชุดนี้เหมาะสำหรับฟังในยามที่คุณขับรถไปเที่ยว หรือฟังตอนเช้าวันอาทิตย์ หรือค่ำคืนสุดแสนโรแมนติก หรือแม้แต่ “อินเลิฟ” เป็นเพลงที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

ในเช้าวันฝนพรำวันหนึ่ง เพลงชุดนี้ทำให้บรรยากาศเคลิ้มชวนฝัน สำหรับคนที่ต้องการอยู่ในอารมณ์เรียบๆ นิ่งๆ นานๆ น่าจะหยิบมาฟัง

 

‘ละออง’ ศิลปะเฉลิมพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 10:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520269

‘ละออง’ ศิลปะเฉลิมพระเกียรติ

โดย สมแขก ภาพ : ช่างชุ่ย

ส่งความรู้สึกจากดวงใจผ่านผลงานศิลปะเพื่อเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 โดยศิลปินไทยกว่า 70 คน จากนิตยสาร art4d แสดงความอาลัยแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทยทั้งแผ่นดิน ผ่านนิทรรศการ “ละออง” (silence of the universe) อีกหนึ่งนิทรรศการในช่วงเวลานี้ที่จัดขึ้น เพื่อร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ เป็นช่วงเวลาตั้งแต่ครบรอบหนึ่งปีของวันเสด็จสวรรคต และเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.ที่กำลังจะมาถึง

นิทรรศการ “ละออง” silence of the universe เลือกที่ตั้งของนิทรรศการที่ช่างชุ่ย อาคาร “อาเหนก ป้าสง” เป็นสถานที่รวบรวมผลงานของสถาปนิก นักออกแบบ และศิลปินกว่า 70 ชีวิต ร่วมแสดงความอาลัย เป็นงานศิลปะที่มีทั้งภาพถ่าย สื่อผสม การออกแบบ เป็นการตีความและน้อมรำลึกในหลากหลายรูปแบบ เช่น ประทีปและสายฝน โดย ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ผลงาน King Rama IX โดย กฤษดา ภควัตสุนทร และในดวงใจนิรันดร์ โดย be>our>friend studio ซึ่งชื่อของผลงานชิ้นนี้นำมาจากหนึ่งในบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ผลงาน #thelightlifeuniverse /ap1 โดย จิตต์สิงห์ สมบุญ ที่ใช้แสงเป็นสัญลักษณ์แทนในหลวงรัชกาลที่ 9 แสงสร้างชีวิต คือ แสงรวมจิตวิญญาณ คือ แสงแห่งจินตนาการ คือ แสงก่อสุข คือ แสงขจัดทุกข์ คือ แสงจุดพลังงาน คือ แสงนำทาง คือ แสงแห่งจักรวาล “ผมคิดว่าพระองค์ทรงมีพลังมากมายที่ส่งถ่ายสู่พวกเราอย่างไม่มีวันหมด ผมมีคำถามในใจว่าพระองค์ทรงมีพลังมากมายไม่ขาดหายอย่างนั้นได้อย่างไร

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

หลังจากวันที่ 13 ต.ค. 2559 ทำให้ผมได้นึกย้อนถึงหลายๆ เหตุการณ์เกี่ยวกับพระองค์ และพวกเรา แล้วก็มีคำตอบชัดเจนผุดขึ้นมาว่า พระองค์จะทรงมีความสุข ถ้าพวกเรามีความสุข เป็นคนดี ดำรงชีวิตได้ด้วยตนเอง ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อประเทศชาติ นี่คงเป็นพลังจากประชาชนอย่างพวกเราที่ส่งกลับสู่พระองค์เป็นแน่ พระองค์ทรงถ่ายเทพลังให้กับพวกเรา และพวกเราก็ส่งพลังกลับคืนให้พระองค์ท่าน ผมอยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไป”

อีกหนึ่งศิลปินที่ร่วมงานครั้งนี้ คือ ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ ที่อธิบายแรงบันดาลใจภาพผลงานชื่อ ฝนหลวง ของเขาว่า “ฝนหลวง เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อสร้างฝนเทียมสำหรับบรรเทาปัญหาความแห้งแล้ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ผมเกิดในปี พ.ศ. 2522 จึงได้เรียนรู้พระราชกรณียกิจต่างๆ มากมายจากโทรทัศน์ โครงการฝนหลวงมีภาพที่จำขึ้นใจชัดเจนที่สุดสำหรับข้าพเจ้า เพราะการสร้างฝนช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์”

ลำดับต่อมา เล่าเรื่องดินผ่านผลงาน ชื่อ Unfinished Project โดย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ (Sanitas Studio) ให้ความหมายของชิ้นงานว่า “ทุกสิ่งเริ่มต้นที่พื้นดิน และจบลงที่พื้นดิน สิ่งที่ท่านเริ่ม สิ่งที่ท่านสร้าง ท่านสอนให้เราคิดและพึ่งตัวเองได้ มันเป็นงานที่ไม่มีจุดจบเพราะมันเป็นกระบวนการของชีวิต เราทุกคนมีส่วนร่วมที่จะดำเนินงานต่อ และดูแลรักษาทั้งในแง่รูปธรรมและนามธรรม โดยตัวงานมีลักษณะเป็นผืนดินที่เผยให้เห็นภาพสะท้อนในลักษณะรูปร่างของประเทศไทย สื่อถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปกับประเทศ เราทุกคนมีส่วนร่วมใน Unfinished Project นี้

หากศึกษาถึงโครงการต่างๆ ที่พระองค์ท่านทำ เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แต่เรียบง่าย แฝงด้วยปรัชญาแต่สื่อออกมาให้จับต้องได้ จากแนวความคิดสู่การลงมือทำให้เห็นผล ในแต่ละปัญหา พระองค์ท่านวิเคราะห์จากแก่นของปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขที่ตรงจุดทั้งระยะสั้นและยาว จากสิ่งที่เป็นพื้นฐานและจำเป็น

สิ่งที่พระองค์ท่านสอนล้วนเป็นสิ่งที่สอนให้เราพึ่งตัวเอง สอนให้คิด ให้ทำมาหากิน เพราะนั่นคือ ความยั่งยืน แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวอย่างที่สำคัญมาก ท่ามกลางกระแสทุนนิยมที่ความต้องการไม่มีที่สิ้นสุดนำพาปัญหามากมาย พระองค์ท่านนำแนวความคิดทางพระพุทธศาสนามานำเสนอแนวความคิด “พอเพียง” ที่จับต้องได้

สิ่งที่ศิลปินถ่ายทอดและกลั่นออกมาผ่านผลงานที่โมเดิร์นรอให้คุณไปชื่นชมพระบารมีในนิทรรศการ ละออง ณ ช่างชุ่ย (อาคารอาเหนก ป้าสง) ถนนสิรินธร ตั้งวันนี้-29 ต.ค. 2560 เวลา 11.00-23.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) วันอังคาร-ศุกร์ ไม่มีค่าผ่านประตู ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ มีค่าผ่านประตู 40 บาท ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก : ChangChuiBKK

 

จับรถไฟฟ้าตามหาภาพ ‘พระราชา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 10:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520267

จับรถไฟฟ้าตามหาภาพ ‘พระราชา’

โดย กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

ภาพที่มีทุกบ้านกลายเป็นภาพที่มีทุกที่ เพราะเวลานี้สถานที่สำคัญทั่วกรุงเทพมหานครร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยนิทรรศการภาพที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี การนี้จึงได้รวบรวมสถานที่ตามแนวรถไฟฟ้า เพื่อจะได้ไปตามหาภาพพระราชาในดวงใจตลอดเดือน ต.ค.

สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา โรงแรมสยาม แอท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ ร่วมกับ ชิด แกลเลอรี่ จัดงานนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยน้อมรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ชื่อชุด Mind ใน…ความทรงจำ จำนวน 70 ภาพจากศิลปิน 70 คน ซึ่งได้พร้อมใจกันถ่ายทอดความรู้สึก ความทรงจำ ความจงรักภักดี ตลอดจนคำสอนที่พระองค์ปลูกฝังให้คนไทยรักสามัคคีมาเป็นระยะเวลายาวนาน ออกมาเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ที่งดงามในเทคนิคเฉพาะตัวของศิลปินผ่านปลายพู่กันสู่ผืนผ้าใบ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

สถานีสยาม

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์กับภาพเขียนพระราชประวัติในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ยาวที่สุดในโลก ภายในงาน Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์ พร้อม 9 กิจกรรมพิเศษตลอดเดือน ต.ค. 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ชมภาพเขียนประวัติศาสตร์ยาวที่สุดในโลก โดย สุวิทย์ ใจป้อม ที่บอกเล่าพระราชประวัติของในหลวง รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่พระราชสมภพ ทรงครองราชย์ ทรงพระผนวช พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ จวบจนเสด็จสวรรคต ขนาดยาว 20 เมตร และประดับด้วยดอกไม้กว่า 1 หมื่นดอก จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค. 2560 ณ ลานแอมฟิเธียเตอร์ หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

เข้าชมนิทรรศการ ธ สถิตในธรรมนิรันดร จัดแสดง 99 ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ขณะทรงพระผนวชและบทบาททางพุทธศาสนา โดย 60 ศิลปิน เช่น อาจารย์ช่วง มูลพินิจ ประทีป คชบัว และสุวิทย์ ใจป้อม จัดขึ้นถึงวันที่ 15 ต.ค. 2560 ณ โซนอีเดน 2

รวมถึง 4 นิทรรศการ ได้แก่ หนึ่ง นิทรรศการธนบัตร เหรียญกษาปณ์ แสตมป์หายาก และประติมากรรม โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำธนบัตรฉบับแรกในรัชกาล คือ ธนบัตรแบบ 9 ชนิดราคา 50 สตางค์ ฉบับจริง มาจัดแสดง พร้อมกับธนบัตรฉบับแรกที่มีภาพประธานอยู่เบื้องขวา ธนบัตร 10 บาท การกลับมาของธนบัตรชนิด 50 บาท ธนบัตรที่บันทึกภาพพระราชกรณียกิจ ธนบัตรที่ไม่ได้ผลิตมาจากกระดาษ และธนบัตรชนิดราคาสูงสุดของประเทศไทย 5 แสนบาท เป็นต้น

สอง นิทรรศการเหรียญกษาปณ์ จัดแสดงเหรียญบาทแรกในรัชกาลที่ 9 เหรียญกษาปณ์นิกเกิลที่ระลึกเสด็จนิวัตพระนคร เหรียญ 5 บาทพระครุฑเฉียงซ้าย และเหรียญที่มีคู่แฝด

สาม นิทรรศการแสตมป์หายาก จัดแสดงแสตมป์ชุดแรกในรัชกาล ได้แก่ แสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9 ชุดสยามที่ใช้ชื่อประเทศ ไทย-SIAM บนแสตมป์

สี่ นิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติ ๙ เหนือเกล้า เพื่อเผยแพร่พระบรมสาทิสลักษณ์ พระราชกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพของในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วยผลงานจิตรกรรมผ่านฝีแปรง 99 ชิ้นงาน และ 33 ชิ้นงานประติมากรรมรูปปั้นเหมือนพระบรมรูป โดยทั้ง 4 นิทรรศการจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค. 2560 ณ เซ็นทรัล คอร์ท ชั้น 1

นอกจากนี้ ยังมีงาน Music for our King กับการแสดงดนตรีเทิดพระเกียรติจากวงซิมโฟนีออร์เคสตรากว่า 100 ชีวิต ที่จะบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์จากชมรมดนตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยศิลปินไทยจำนวนมาก จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-15 ต.ค. 2560 ณ โซนอีเดน 1

ชาวไทยยังสามารถร่วมแสดงความอาลัยผ่านนิทรรศการหนังสือบันทึกความทรงจำ ภาพความประทับใจ และช่วงเวลาสำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ในนิทรรศการ หนังสือในดวงตา พระราชาในดวงใจ ณ ลานสานฝัน อุทยานการเรียนรู้ ทีเคพาร์ค ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอหนังสือที่บันทึกเรื่องราวต่างๆ ทั้งพระราชประวัติ

พระราชกรณียกิจ ตลอดจนหนังสือที่จัดทำขึ้นเพื่อถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้คนไทยได้เลือกอ่านเป็นหนังสือประจำบ้าน บันทึกความทรงจำ หนังสือสำหรับเด็ก หนังสือปกิณกะต่างๆ ผ่านประสบการณ์การอ่านที่ทรงคุณค่า และการจัดแสดงหนังสือจำนวนกว่า 70 ชื่อเรื่องที่ถ่ายทอดเรื่องราวที่คนไทยอาจยังไม่ทราบ และจะได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่พระองค์ทรงปฏิบัติมาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 70 ปี จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค. 2560 เวลา 10.00-20.00 น.

สถานีชิดลม

ชมภาพแห่งความทรงจำจากคนไทยหลากหลายอาชีพในนิทรรศการ In Remembrance Of Our Father ณ ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ภายในงานแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ หนึ่ง นิทรรศการ 9 พระราชกรณียกิจกับความประทับใจของปวงพสกนิกร ที่ทรงอุทิศพระวรกายอย่างหนักด้วยความวิริยอุตสาหะในฐานะพ่อของแผ่นดิน เพื่อสร้างความเจริญของประเทศชาติและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของราษฎรของพระองค์ท่านอย่างแท้จริง

สอง นิทรรศการ 9 คำสอนของพ่อ…อยู่ในใจไทยนิรันดร์ ชมนิทรรศการ 9 ­­พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทที่พระองค์ได้พระราชทานแก่ผสกนิกรในวโรกาสสำคัญ และบทสัมภาษณ์จากบุคคลหลากหลายอาชีพที่ได้น้อมนำคำสอนของพ่อไปประพฤติและปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขแก่ตนเองและต่อสังคม

สาม นิทรรศการภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ โดย สราวุธ อิสรานุวรรธน์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานภาพวาดจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยร่วมชมนิทรรศการจัดแสดงภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ยิ่งใหญ่สมพระบารมี ที่บอกเล่าเรื่องราวประทับใจของพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรอันงดงามของพ่อผู้ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังสามารถลงทะเบียนรับโปสการ์ดพิมพ์ลายพระบรมสาทิสลักษณ์ 9 รูป (แจก 9 วัน วันละ 1 แบบ) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16-24 ต.ค. 2560 เวลา 10.00-20.00 น. บริเวณชั้น 1 ลานอีเวนต์ ฮอลล์

บริเวณใกล้เคียงกันประชาชนสามารถเข้าชมอีกนิทรรศการสำคัญ กับนิทรรศการ ธรรมดี ที่พ่อทำ (The Wisdom of the Great King Bhumibol) จัดขึ้นระหว่างความร่วมมือของชมรมพลังศิลป์ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (OESA) ชมรมสตรีนานาชาติแห่งประเทศไทย มูลนิธิธรรมดี และโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จัดนิทรรศการภาพวาดและประติมากรรมจากศิลปินผู้มีชื่อเสียงของไทย เช่น ประสิทธิ์ ชนิตราภิรักษ์ อภิชัย การิกาญจน์ และอนุศักดิ์ อาจธะขันธ์

รายได้จากการจำหน่ายผลงานจะนำไปสมทบทุนการศึกษามอบให้สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค. 2560 บริเวณโถงล็อบบี้ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ (กรุณาแต่งกายสุภาพ)

สถานีอโศก

ตราตรึงใจไปกับพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าเหนือกาลเวลาในนิทรรศการ พ่อหลวงในดวงใจ Always on my mind ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก

นิทรรศการจะจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ที่บอกเล่าเรื่องราวในทุกช่วงเวลาสำคัญในพระชนม์ชีพ แบ่งเป็น ชุดพ่อหลวงในดวงใจ…ขณะทรงพระเยาว์ พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ชุดพ่อหลวงในดวงใจ…ในพระราชอิริยาบทส่วนพระองค์ อันอบอุ่นและประทับใจ และชุดพ่อหลวงในดวงใจ…พระราชกรณียกิจ พระบรมฉายาลักษณ์ในอดีต เมื่อครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ รวมทั้งหมู่บ้านแถบชนบทในปี 2514-2517 รวมถึงมีการประดับดอกดาวเรือง 999 ดอกอย่างงดงาม

นอกจากนี้ นิทรรศการดังกล่าวยังจัดขึ้นพร้อมกันศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เดอะ พรอมานาด รามอินทรา และเทอร์มินอล 21 โคราช ตั้งแต่วันนี้-29 ต.ค. 2560

สถานีพร้อมพงษ์

การจัดแสดงภาพยนตร์ทรีดีแอนิเมชั่นใจกลางเมือง ชุด พระผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งแผ่นดิน Tribute To The Beloved King Bhumibol Adulyadej จะจัดขึ้นบนผนังอาคารศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ ขนาดพื้นที่กว่า 3,500 ตารางเมตร ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยได้ร้อยเรียงเรื่องราวผ่านผลงาน จิตรกรรม และประติมากรรม ของกลุ่มศิลปินเพชรน้ำเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ อาทิ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต อาจารย์ช่วง มูลพินิจ อาจารย์วัชระ ประยูรคำ พร้อมด้วยกลุ่มศิลปินแนวหน้า เช่น อาจารย์อลงกรณ์ หล่อวัฒนา อาจารย์ธวัชชัย สมคง อาจารย์สุวัฒน์ วรรณมณี อาจารย์เนติกร ชินโย และอาจารย์ชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษในการฉายทรีดี แมปปิ้ง (3D Mapping) ความยาว 6 นาที เพื่อถวายราชสักการะแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

ภาพยนตร์ 3D แอนิเมชั่นชุดนี้จะแสดงถึงความยิ่งใหญ่แห่งสถาปัตยกรรมของพระเมรุมาศที่จัดสร้างขึ้นตามโบราณราชประเพณี ตามคติความเชื่อแบบพราหมณ์ด้วยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพ ซึ่งสถิตบนเขาพระสุเมรุอันล้อมรอบด้วยเขาสัตบริภัณฑ์และทรงจุติลงมายังมนุษย์โลก เมื่อสวรรคตจึงมีการจัดสร้างพระเมรุมาศ เพื่อจำลองเขาพระสุเมรุเพื่อเป็นการส่งเสด็จกลับสู่สวรรคาลัยดังเดิม

จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-27 ต.ค. 2560 เริ่มต้นเวลา 17.30 น. โดยจะฉายทุกๆ 15 นาที วันละ 12 รอบ

นอกจากนี้ ในวันที่ 26 ต.ค. 2560 ประชาชนสามารถร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ 114 จุดทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยแอพพลิเคชั่นแผนที่นำทาง นอสตร้า แมพ (NOSTRA Map) ได้จัดทำแผนที่พิเศษ 114 จุด “ถวายดอกไม้จันทน์” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ค้นหาจุดถวายดอกไม้จันทน์ที่ใกล้ที่สุด และนำทางเพื่อให้สามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น โดยแอพจะแยกประเภทเป็นตำแหน่งพระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง ใช้สัญลักษณ์พินรูปพระเมรุมาศ และตำแหน่งซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ใช้สัญลักษณ์พินรูปดอกไม้จันทน์

 

สุธิราช วงศ์เทวัญ กับชีวิตง่ายๆ ในความพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 09:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520266

สุธิราช วงศ์เทวัญ กับชีวิตง่ายๆ ในความพอเพียง

โดย : วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ : กุ้ง สุธิราช

ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ของโครงการ “ก้าวตามรอยพ่อ” ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) กุ้ง-สุธิราช วงศ์เทวัญ ดารานักร้องและลิเกคนดัง ผู้ก้าวตามรอยพ่อ ก้าวตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตด้วยความพอเพียง และกล้าพูดว่าชีวิตของเขาคืนสู่ความสุข คืนสู่ความช้า คืนสู่ความชุ่มเย็น ผลจากการใช้ชีวิตด้วยความรู้จักรู้ประมาณ ก้าวตามรอยพ่อ…วันนี้ ที่ชัยนาท บ้านเกิด

“การงานรัดตัว จนช่วงหนึ่งแทบจะไม่มีเวลาใช้ชีวิต” กุ้งเล่า

วันหนึ่งๆ ของดารานักร้องลิเกคนดัง มีตั้งแต่การถ่ายละคร จากนั้นก็ “ตี” ไปเล่นลิเก เช้ามาถ่ายละครต่อ สลับกับไปออกงานอีเวนต์ โชว์ตัวโชว์วง ยิ่งงานแน่นช่วงหน้างานชุก ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ชีวิตไม่เคยได้ช้า ต้องทำอะไรหรือมีอะไรให้ทำรีบเร่งตลอดเวลา เหนื่อยและพักผ่อนน้อย กลายเป็นเรื่องปกติ ที่ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า เครียดเหมือนกัน เห็นเป็นลิเกร้องรำทำเพลงสนุกสนาน แต่ก็เครียดไปอีกแบบและหลายๆ แบบ งานส่วนใหญ่อยู่เบื้องหน้า ถ้าผลงานการแสดงออกมาไม่ดีก็เครียดแล้ว

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

“โชคดีที่เป็นคนไม่เก็บ ไม่เครียดนาน ไม่เก็บความเครียดข้ามวันข้ามคืน และโชคดีกว่านั้นที่ได้เกิดมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ที่ได้มีโอกาสน้อมนำหลักปรัชญาเรื่องความพอเพียงของพระองค์ท่าน นำมาปรับใช้กับชีวิตและการทำงาน” กุ้ง เล่า

อยู่บ้านนอก ก็เป็นคนบ้านนอกน่ะสิ กุ้งพูดด้วยรอยยิ้มภาคภูมิว่า ภูมิใจที่เกิดมาอยู่ในตระกูลลิเก “วงศ์เทวัญ” นี้ ได้ทำมาหาเลี้ยงด้วยลิเกมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย จนมาถึงรุ่นพ่อรุ่นแม่ บ้านเกิดอยู่ที่ อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ปัจจุบันได้ขยายต่อเติมบ้านหลังเก่าที่อยู่มาให้ดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น รวมทั้งสร้างบ้านใหม่อีกหนึ่งหลัง เชื่อมต่อติดกันอยู่ ครอบครัวญาติมิตรและทีมงานลิเกก็อยู่ด้วยกันที่นี่

“ญาติพี่น้อง ป้าลุง ยายตา น้าจิ้งหรีดขาว ก็อยู่แถวนี้ ละแวกใกล้ๆ กันทั้งหมด ที่ดินที่เป็นที่เช่าของวัด ซึ่งก็อยู่กันมาตั้งแต่ไหน ผมเองอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด ครั้งหนึ่งแยกตัวไปปลูกบ้านใหม่อยู่ที่สิงห์บุรี แต่ที่สุดก็ย้ายกลับมา เพราะเหงาทนอยู่คนเดียวไม่ไหว เราคุ้นเคยกับวงวานว่านเครือลิเกที่นี่” กุ้ง เล่า

ไม่เพียงผู้คนคุ้นเคยที่สนิทสนม “บ้าน” ของกุ้งยังรวมน้องหมาที่ทำให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความหมาย บ้านหลังนี้เลี้ยงหมามาหลายรุ่นหลายสมัย สมัยปัจจุบันคือหมา 4 ตัว ได้แก่ ฟุดฟิด แฟรงค์เฟิร์ต โอโม่ และฟีฟ่า เป็นพันธุ์ชิสุผสมพุดเดิ้ล ส่วนฟีฟ่าเป็นพันธุ์ฟินช์ค็อกเกอร์ ส่วนแมวอีกมากมายล้วนสมัครใจมา ได้ชื่อเป็นแมววงลิเก หรู-เริ่ด-เชิด-หยิ่งมาก

ทวีป-ชัยณรงค์ วงศ์เทวัญ ลิเกโด่งดังในเขตภาคกลาง พ่อและแม่อุ้มลูกชายไปเล่นลิเกมาตั้งแต่เล็ก เรียกว่าโตมากับวงลิเก แม้ตอนเด็กกุ้งจะขี้อายไม่น้อย และไม่คิดเลยว่าจะกล้าแสดงออกร้องรำต่อหน้าแฟนๆ เบื้องหน้าเวที แต่เพราะกุศโลบายของแม่ทวีป ที่ติดสินบนและเบี้ยบ้ายรายทางทุกคนที่รู้จัก ให้นำพวงมาลัยติดแบงก์ไปคล้องคอเด็กชายกุ้ง ที่รำเดี่ยวบนเวทีงานเลี้ยงส่งครูที่โรงเรียน ตั้งแต่นั้นกุ้งก็หันมาชอบทางลิเกและเอาดีจนได้เป็นพระเอกพระรองทันพ่อ-ชัยณรงค์ ที่จะลาโรงไป

“เล่นลิเกมาตั้งแต่อายุ 16-17 ปี และเรียกได้ว่าไม่เคยหยุดเลยตั้งแต่นั้น ชีวิตลิเกเป็นชีวิตที่ต้องบริหารจัดการ ทั้งวุ่นวายและทั้งต้องใช้ความเป็นมืออาชีพ ผมรู้ดี แต่มารู้ซึ้งก็เมื่อพ่อเสีย” กุ้ง เล่า

ความรู้สึกแทนพ่อ ต้องทำแทนพ่อ ก็เมื่อพ่อเสียชีวิตจากไปด้วยโรคมะเร็งตับ โดยกุ้งเริ่มเข้ามารับผิดชอบงานใหญ่เมื่อพ่อล้มเจ็บเมื่อ 2 ปีก่อน แม่พูดกับลูกๆ ในวันหนึ่งว่า จากนี้ไปแม่ขอดูแลพ่อนะ พี่น้องต้องไปช่วยกันดูลิเกนะ แม่หมายถึงเขากับน้องสาว วิรดา วงศ์เทวัญ พ่อป่วยเป็นมะเร็งตับก็เพราะพักผ่อนน้อย

กุ้ง เล่าว่า พ่อรักลิเกมาก พ่อรักอาชีพนี้ มิเคยอางขนางว่าต่ำต้อย ที่ผ่านมาพ่อที่แม้ตัวเองจะจบแค่ ป.4 แต่บริหารวงลิเกจนมีชื่อเสียงโด่งดัง วงศ์ตระกูลไม่เคยด่างพร้อย พ่อดูแลทีมงานด้วยเมตตา พระเดชมีบ้างแต่เน้นพระคุณมากกว่า ลูกน้องรักพ่อ เมื่อเขาเข้ามาดูแลแทนพ่อ ก็พยายามประคับประคอง ถ่ายทอดความรักความรู้สึกของพ่อต่อลิเกออกมาให้เต็มที่และให้ดีที่สุด

พ่อเสียชีวิตลงในเดือน ก.พ. 2560 ที่คิดว่าเสียใจมากแล้ว ยังไม่ใช่ เพราะในเดือน ต.ค.ของปีเดียวกัน ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็เสด็จสวรรคต นำมาซึ่งความอาลัยต่อกุ้งและครอบครัวเป็นที่สุด หากเขาได้แปรความเศร้าเป็นพลัง พ่อทิ้งวงลิเกที่พ่อรักและมีค่ามากไว้ให้ ภาระหน้าที่มีอยู่ เขาได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจเรื่องความพอเพียงมาใช้กับการบริหารวงลิเกของพ่อ เดินหน้าลิเก การแสดงพื้นบ้านของไทยให้ยืนยงคงอยู่ ให้สมกับเจตนารมณ์ของพ่อ และให้สมกับที่เกิดเป็นลูกของแผ่นดินไทย

ไม่เพียงเท่านั้น หากยังนำมาปรับใช้กับทุกเรื่องในชีวิต กระตุกชีวิตที่เร็วให้คืนสู่ความช้าและความสมดุล ชีวิตมีและเป็นไปด้วยความพอดี ไม่คิดแต่จะรวยหรือโลภอย่างมาก หากประกอบกิจการใด ก็โดยสุขุมคัมภีรภาพ ถือว่าได้ฝึกตนในฐานะที่เราเป็นลูกของพ่อ

“สำหรับผมแล้ว นี่คือการเติมเต็มความหมายของชีวิต พ่อและพ่อหลวงของปวงชน แม้ได้จากไป แต่เราต้องทำสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ ให้งอกงาม งอกเงย โดยเฉพาะเรื่องศิลปะการแสดงพื้นบ้าน เราในฐานะของศิลปินลิเกคนหนึ่ง จะขอทำประโยชน์ในจุดที่เรายืนอยู่” กุ้ง เล่า

ทุกวันนี้ กุ้งทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก ประกอบด้วย กิจกรรมเรื่องเพลงลูกทุ่งและงานอีเวนต์ ต้นสังกัดคืออาร์สยามกรุ๊ป ช่วงเย็นถ้าว่างจะนัดเตะบอลกับกลุ่มเพื่อน วันว่างเสาร์-อาทิตย์กลับบ้านไปหาแม่ที่ชัยนาท ใช้ชีวิตเรียบง่าย แม่คุยอะไรให้ฟังก็ฟัง นั่งคุยเรื่องการเรื่องงานก็ตอนนี้ หรือถ้าแม่นั่งดูละครก็นั่งดูไปพร้อมกับแม่ (และน้องหมาๆ) ถือว่าชีวิตจากนี้ขอดูแลแม่ ดูแลวงลิเกของพ่อ ดูแลศิลปะการแสดงพื้นบ้านของไทย

“เราเป็นลูกของพ่อ เราเป็นประชาชนของท่าน เราโชคดีมาก ชีวิตได้นำหลักความพอเพียงมาใช้ คือยึดเป็นหลักของชีวิตว่า พอนั้นแค่ไหน ณ จุดที่พอ คือใจสบายแล้ว เมื่อใจสบายก็ไม่รู้สึกว่าต้องแบกอะไร วงลิเกของพ่อ ผมเดินหน้าได้เพราะผมเดินนำลูกวงไปอย่างพอดีๆ ทุกคนมีความสุข ถ้าพ่อล่วงรู้ด้วยญาณวิเศษใดๆ ก็คิดว่าผมคงภูมิใจและพอใจ”

มองไปข้างหน้า ลิเกไทยไปได้และจะไปต่อ แต่ต้องปรับตัว ต้องพลิกบทบาท ต้องประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย และสอดผสานให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมือง สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในสังคม ลิเกยุคนี้ต้องจับกระแสเป็น ต้องมีความรู้และให้ความรู้นั้นคืนกลับแก่ประชาชนแฟนลิเกผู้มีพระคุณ เรื่องลิเกแล้วกุ้งไม่ขอทิ้ง คิดตั้งแต่พ่อเสียว่า เรานี่แหละที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไป ชั่วชีวิตของเรานี่แหละ

ปัจจุบันกุ้งและคุณแม่-ทวีป รวมทั้งครอบครัววงศ์เทวัญ ยังได้สร้างแพริมน้ำขึ้นหลังหนึ่ง โดยปลูกแพกึ่งถาวรไว้ที่หน้าวัดวิหารทอง อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท วัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ และเป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจสำหรับชาวชุมชนในพื้นที่ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 หลังจากที่พระองค์ท่านได้เสด็จสวรรคตไม่นาน ใช้ชื่อว่า “แพของพ่อ”

ทุกวันนี้แค่ฝันถึงก็มีความสุขมากล้น ไม่ว่าจะฝันถึง “พ่อ” คนไหน ตื่นขึ้นมาด้วยความปลาบปลื้ม มีแรงลุกขึ้นทำงาน มีแรงบุกลุยต่อไปข้างหน้า ทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมือง ภายใต้หลักการของความพอเพียงนี้ กุ้งคิดว่า ไม่ว่าเขาจะอยู่ตรงจุดไหน หรือตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากใดๆ เขาจะรอด เขาจะเห็นหนทาง เพราะ “พ่อ” ที่ทำไว้ให้ และเพราะคำสอนของพ่อที่ได้ก้าวตาม &O5532;

 

5 วิธีปฏิบัติตัวในช่วงน้ำท่วมอย่างปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2560 เวลา 16:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520184

5 วิธีปฏิบัติตัวในช่วงน้ำท่วมอย่างปลอดภัย

ข้อควรปฏิบัติ และการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วม

ช่วงนี้คนกรุงเทพหลายคนอาจจะประสบกับปัญหาน้ำท่วมอย่างไม่คาดฝัน ดังนั้นการเตรียมพร้อมรับมือ และรู้ข้อควรปฏิบัตจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เราใช้ชีวิตกันได้อย่างปลอดภัยมากที่สุด และป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

1. หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือการพายเรือบริเวณใกล้เสาไฟฟ้า เพราะถ้าหากมีกระแสไฟรั่วไหล อาจทำให้ไฟดูดและเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

2. ย้ายปลั๊กไฟและสวิตซ์ไฟ ให้อยู่สูงกว่าระดับที่น้ำน่าจะท่วมถึง เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

3. บ้านที่มีเด็กเล็กควรดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด ระวังอย่าให้เล่นน้ำ เพราะอาจจมน้ำ หรือโดนกระแสน้ำพัดไปได้ในกรณีที่น้ำเชี่ยว

4. ระมัดระวังสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำขึ้นมาบนบ้านเรือน เช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง ควรจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบ และตรวจตราบริเวณบ้านสม่ำเสมอ

5. ระวังเรื่องสุขอนามัย ความสะอาดของอาหารและน้ำดื่ม รวมไปถึงโรคภัยไข้เจ็บที่มากับน้ำท่วม เช่น ท้องร่วง น้ำกัดเท้า

 

ช่วงวันพระราชพิธีและวิธีปฏิบัติตัวในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2560 เวลา 15:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/520182

ช่วงวันพระราชพิธีและวิธีปฏิบัติตัวในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

หมายกำหนดการช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 และแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชน

ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บางคนอาจจะยังงงๆ ว่าจะมีกำหนดการพิธีวันไหน และประชาชนอย่างเราสามารถมีส่วนร่วมได้ในช่วงไหนบ้าง เราจึงขอสรุปมาให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตัวกันได้อย่างถูกต้อง

13 – 29 ตุลาคม 2560: แต่งกายไว้ทุกข์

25 ตุลาคม 2560: พระราชพิธีพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท หลังจากนั้นจะอันเชิญพระบรมศพออกพระเมรุมาศที่ท้องสนามหลวง โดยประชาชนสามารถร่วมชมขบวนพระราชพิธีได้

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

26 ตุลาคม 2560: รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ โดยจะมีพระราชพิธีอันเชิญพระบรมโกศเวียนรอบพระเมรุมาศ และพระราชพิธีถวายพระเพลิง ซึ่งประชาชนสามารถร่วมวางดอกไม้จันทน์ได้ที่รอบท้องสนามหลวงและจุดที่จัดเตรียมไว้ทั่วประเทศ

27 ตุลาคม 2560: พระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ ณ พระเมรุมาศ

28 ตุลาคม 2560: พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมอัฐิ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

29 ตุลาคม 2560: พระราชพิธีอันเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐานพระวิมาน ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และพระราชพิธีบรรจุพระบรมราชสรีรางคาร ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวันบวรนิเวศวิหาร

30 ตุลาคม 2560: ออกทุกข์

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปร่วมงานพระราชพิธี หรือต้องใช้เส้นทางในบริเวณนั้น สามารถเช็ควิธีการเดินทาง การปิดเส้นทางจราจร และจุดจอดรถได้ที่ http://kingrama9.net/Journey