‘ความฝันของเด็กรุ่นใหม่’ สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเปิดใจรับฟัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661334

วันที่ 24 ส.ค. 2564 เวลา 07:45 น.'ความฝันของเด็กรุ่นใหม่' สิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเปิดใจรับฟังคุยกับ Daddy G จากรั้วเด็กหัวการค้า เมื่อความฝันของเด็กรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเปิดใจรับฟัง และความท้าทายบทใหม่ของการศึกษากับค่านิยมของเด็ก Gen Z ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในยุค New normal

หลังจากมีจุดชูโรงของตัวเองในเรื่องการสร้าง “เด็กหัวการค้า” ผ่านสื่อมาตลอดหลายปี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัยเอกชนส่งภาพยนตร์โฆษณาชุด “FOLLOW YOUR DREAMS” ออกมาพร้อมกับ Key Message ที่พูดถึง “การทำตามฝัน” คือการเสนอมุมมองที่ต่างออกไป และชวนให้เด็กรุ่นใหม่ตั้งคำถามว่า “แล้วทำไมไม่ทำตามฝันของตัวเอง” จนสร้างยอดวิวถล่มทลายกว่า 4 ล้านวิวจากทุกช่องทาง ในช่วงเวลาเพียงเดือนเศษ ๆ ทั้งหมดนี้เริ่มจากการคิดริเริ่มที่จะฉีกกรอบการสื่อสารเดิม ๆ และเริ่มที่จะเปิดใจรับฟังเสียงของคนที่สำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัย นั่นคือ “นักศึกษา”

บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้คือคำบอกเล่าจาก ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย หรือที่เด็กหัวการค้าต่างขนานนามว่า “Daddy G” ถึงโจทย์การทำงานของมหาวิทยาลัยอย่างสร้างสรรค์ และความท้าทายบทใหม่ของมหาวิทยาลัยไทยในยุค new normal ที่จะต้องรับมือกับค่านิยมการศึกษาของเด็ก Gen Z ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

ความฝันที่เป็นจริง ต้องบริหารจัดการอย่างมีแผน

Daddy G เริ่มแบ่งปันแนวคิดหนึ่งจากชีวิตส่วนตัวที่สอดคล้องกับเรื่องของการทำตามความฝันว่า “การจะทุ่มเททำอะไรสักอย่างตามความฝันแล้วบรรลุสู่เป้าหมายได้ หัวใจสำคัญคือการที่เราต้องบริหารจัดการได้อย่างมีแผนการ อย่างส่วนตัวผมรู้ตัวตั้งแต่เด็ก ๆ ว่าผมฝันอยากเป็นอะไร แล้วต้องหาวิธีการไปถึงเป้าหมายให้เจอ จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ก็มีเรื่องการวางแผนครอบครัว อย่างการมีลูกก็ดี ผมอยากมีลูกสามคน บนเงื่อนไขของเวลาที่จะไม่กระทบกับสุขภาพของภรรยาเมื่อเธออายุมากขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่องการเรียนของลูก ๆ ผมตั้งใจว่าลูก ๆ ของผมต้องเรียนจบภายในเวลาที่เหมาะสมคือก่อนผมอายุ 60 สิ่งที่ผมจะบอกผ่านมุมมองจากชีวิตส่วนตัวก็คือ ความฝันที่ดีและสำเร็จที่เป็นรูปธรรม คือการสร้างเงื่อนไขด้านเวลาให้ตัวเอง แล้วลงมือทำอย่างจริงจัง ถึงจะเป็นความฝันแต่ก็ต้องเป็นสิ่งที่บริหารจัดการได้”

ความฝันของเด็ก เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องเปิดใจรับฟัง

“อย่างช่วงที่ลูกผมต้องตัดสินใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัย หรือเริ่มต้นชีวิตการทำงาน ผมมีมุมมอง คำแนะนำที่ดีพอจะให้เขาได้ ว่าควรเรียนต่อสาขาอะไร มหาวิทยาลัยไหน หรือจะเข้าทำงานบริษัทไหนดี แต่สุดท้ายถ้าเขาไม่ได้คิดอย่างที่เราแนะนำ เราฐานะพ่อ ก็ต้องเปิดใจว่าชีวิตเขาต้องการอะไร อยากเรียนอะไร เพราะการตัดสินใจมันจะอยู่กับเขา ผมเอาแนวคิดด้านชีวิตส่วนตัวมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน ในวันที่เราต้องเข้ามาบริหารมหาวิทยาลัย เราก็ตั้งโจทย์ใหม่ให้กับ ม.หอการค้าไทยว่า ภารกิจสำคัญของ

มหาวิทยาลัยเอกชนอย่างเราคือนอกจากจะต้องให้ความรู้ ให้การศึกษาแก่เด็ก ๆ ในเชิงวิชาการแล้ว ขณะเดียวกันความที่เราเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน เราคือสถาบันการศึกษาที่แสวงผลกำไรและความยั่งยืนในแบบที่องค์กรธุรกิจหนึ่งเป็น เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีแนวคิดการบริหารมหาวิทยาลัยผสมผสานกับการบริหารธุรกิจร่วมด้วย ถ้าโจทย์ของการทำธุรกิจคือการทำให้ลูกค้ามีความสุข ต้องเป็น Top of mind brand ที่เข้าไปอยู่ในใจของลูกค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็มีแนวทางแบบนั้นเช่นกัน ลูกค้าที่หมายถึงนักศึกษา ต้องมีความสุข รู้สึกได้ถึงความใส่ใจดูแลจากมหาวิทยาลัย นักศึกษาจึงเป็นคุณค่าอันดับ 1 เสมอ ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญของเราคือ เด็กที่เรียนกับเราต้องมีความสุข เหมือนกับที่ธุรกิจสินค้า บริการอย่างใดอย่างหนึ่งจะมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ซึ่งเราเริ่มจากการฟังเสียงของเด็กเป็นอย่างแรก”

บทบาทของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อ “ความฝัน” สำคัญพอ ๆ กับ “ความรู้”

“ตัวอย่างจากการทำหนังโฆษณา FOLLOW YOUR DREAMS ช่วยให้เห็นว่าจินตนาการและความฝันเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวเด็กทุกคน นี่คือจุดเริ่มต้นที่เราตีความสารของคำว่า “FOLLOW YOUR DREAMS” ก็คือ message ที่เราอยากส่งสารไปยังเด็กรุ่นใหม่ว่า มหาวิทยาลัยจะเปิดกว้างพอสำหรับความฝันของพวกเขา ให้อิสระทางความคิดในการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้อย่างเต็มที่ เด็ก ๆ อยากเห็นซอมบี้ เราก็ปล่อยให้เขาทำหนังซอมบี้ เพราะผมเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่เขาฝันอยากจะทำ เป็นโฆษณาที่เด็ก ๆ ไม่ได้อยากให้มุ่งขายของ ขายข้อดีของ มหาวิทยาลัย แต่เราใช้การเล่าเรื่องแบบ Story telling ตามที่เด็ก ๆ อยากให้เป็น”

“ความเด่นชัดอีกอย่างเกี่ยวกับบทบาทของ ม.หอการค้าไทย คือการสร้าง Dream Space โดยเรายกอาคารให้ฝ่ายกิจการนักศึกษาไปเลยหนึ่งอาคาร ซึ่งทั้งอาคารเราตกแต่งด้วยแนวคิด Colorful & Joyful คือมีสีสันขณะเดียวกันต้องสนุกสนานด้วย แนวทางการเรียนการสอนก็เช่นกัน เราใช้แนวคิด Plearn ที่ผสมผสานระหว่างคำว่า Play and Learn เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ในทางวิชาการไปพร้อม ๆ กับประสบการณ์ใน Lab รูปแบบ “Sandbox” ที่ไม่ใช่เพียงสนามเด็กเล่นที่ให้แต่ความสนุก แต่เราให้ทั้งความรู้พร้อมกับประสบการณ์ทำงานจริง ด้วยการจำลองการทำงานในรูปแบบบริษัทขึ้นมา นักศึกษาจะได้ใช้องค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนในสาขาวิชาของตัวเองมาร่วมบูรณาการกับสนามจำลองการทำงานที่ไม่มีความเสี่ยง และสนุกไปกับประสบการณ์ที่เรามอบให้โดยมีบริษัทจำลองดังกล่าวเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ”

ความท้าทายของมหาวิทยาลัยในยุค New normal

อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้คำชี้แนะทิ้งท้ายถึงความท้าทายธุรกิจการศึกษาไว้อย่างน่าสนใจ “ใบปริญญาไม่สำคัญ เรามีข้อพิสูจน์ให้เห็นกันมานานจากผู้นำทางธุรกิจระดับโลกอย่าง มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก บิลเกต หรือสตีฟจ๊อบ บุคคลเหล่านี้ประสบความสำเร็จโดยไม่ผ่านกระบวนการ

การศึกษาเพื่อรับใบปริญญา นักธุรกิจสตาร์ทอัพบางคนก็มองข้ามเรื่องใบปริญญา ดังนั้นเด็กยุคใหม่ในแถบบ้านเราจะเริ่มมีแนวคิดที่คล้ายคลึงกับคนแถบตะวันตกมากขึ้น คือไม่วิ่งหาปริญญาเป็นอันดับแรก แต่เขาจะเริ่มจากการสะสมประสบการณ์ ค้นหาและสร้างตัวตนก่อน จึงค่อยคิดเรื่องเรียนเพื่อเอาใบปริญญา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในบ้านเราอย่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็เริ่มมีนโยบายสนับสนุนแนวคิดเด็กรุ่นใหม่ คือให้เด็กสามารถลงทะเบียนเรียนสะสมหน่วยกิต ควบคู่ไปกับชีวิตประจำวันที่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานได้พร้อมกัน ต่อเมื่อต้องการสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ก็เข้าสู่ระบบของมหาวิทยาลัย 1 ปี ก็สำเร็จการศึกษา บางมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้เด็กเรียนปริญญากันตั้งแต่ยังเรียน ม.ปลาย แล้วก็ได้ใบปริญญาในช่วงเวลาที่เร็วขึ้นกว่าเด็กสมัยก่อน อีกความท้าทายคือการตั้งคำถามของคนบางกลุ่มว่าทำไมเด็กถึงต้องเรียนมหาวิทยาลัยโดยใช้เวลาถึง 4 ปี ทั้งที่ยุคนี้สื่อออนไลน์มีองค์ความรู้เพื่อประกอบวิชาชีพมากมายโดยที่เด็กสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วและนำความรู้ที่ได้ไปใช้งานจริงได้ทันที นี่คือความท้าทายที่มหาวิทยาลัยจะต้องวางกลยุทธ์เพื่อทานกระแสโลกที่เปลี่ยนไปเช่นนี้ รวมถึงอัตราการเกิดของเด็กรุ่นใหม่ที่ลดลงเรื่อย ๆ นำไปสู่จำนวนของเด็กที่จะเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาที่น้อยลงเช่นกัน เพราะฉะนั้นความท้าทายของเราคือการเริ่มตั้งคำถามแล้วว่าเราควรวางหลักสูตรระยะสั้นโดยให้เด็กสามารถเรียนรู้ สร้างประสบการณ์ทำงานไปพร้อมกับการสะสมหน่วยกิตได้อย่างไร ขณะที่โจทย์ท้าทายอีกข้อหนึ่งคือเราจะทำอย่างไรให้ใบปริญญาที่นักศึกษาจะได้รับ มีความคุ้มค่าพอที่เด็กจะทุ่มเทเวลาให้ และยิ่งเด็กรุ่นใหม่ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับปริญญามีจำนวนที่น้อยอยู่แล้ว รวมถึง Gen Y ที่ทุ่มเทเวลาไปกับการทำงานตามช่วงวัย การให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อระดับวิทยฐานะที่สูงขึ้น ก็น้อยลงไปอีก”

“ผมมองว่านี่เป็นความท้าทายยุคใหม่ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ต้องเผชิญไม่ต่างกัน และต้องสร้างกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นไปกับการเปลี่ยนของกระแสสังคมเพื่อสร้างแรงจูงใจคนรุ่นใหม่ และที่สำคัญคือต้องนึกเสมอว่า มหาวิทยาลัยมีหน้าที่มอบอะไรแก่นักศึกษา อย่างที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ทำอยู่ก็คือ ฟังความต้องการของเด็ก แล้วปล่อยให้เขาลงมือทำอย่างมีอิสระทางความคิดและความฝัน”

เป็นเจ้าหญิงตามวันเกิด ฉลองสัปดาห์แห่งเจ้าหญิงดิสนีย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661287

วันที่ 23 ส.ค. 2564 เวลา 12:40 น.เป็นเจ้าหญิงตามวันเกิด ฉลองสัปดาห์แห่งเจ้าหญิงดิสนีย์ฉลองสัปดาห์แห่งเจ้าหญิงดิสนีย์ มาดูกันดีกว่าว่าคุณคือเจ้าหญิงดิสนีย์คนไหน

มีแฟนๆ ดิสนีย์จำนวนไม่น้อยทั่วโลกที่ปวารณาตัวเป็นแฟนดิสนีย์เพราะชอบเรื่องราวของเจ้าหญิงดิสนีย์ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องต่างๆ ที่ดิสนีย์สร้างสรรค์ไว้มากมายหลายเรื่อง นับตั้งแต่ปี 1937 ที่ดิสนีย์เผยเรื่องราวของสโนวไวท์ใน Snow White and the Seven Dwarfs ออกมาเป็นเรื่องแรก เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

แน่นอนว่าสาวๆ หลายๆ คนที่ดูหนังเจ้าหญิงเรื่องต่างๆ จากดิสนีย์ก็อดไม่ได้ที่จะวาดฝันและแต่งแต้มจินตนาการกันต่อ ว่าฉันจะเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์คนไหนดี เพราะดูเรื่องนี้ก็ชอบ ดูเรื่องนั้นก็ใช่ แถมบางเรื่องยังพาเจ้าหญิงอย่างเราออกไปผจญภัยในโลกสุดแฟนตาซีที่เราไม่อยากให้ความสนุกจบลงเลย ในสัปดาห์แห่งเจ้าหญิงดิสนีย์ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 23 สิงหาคมเป็นต้นไปนี้ ดิสนีย์เลยขอถือโอกาสชวนคุณมา “ลองเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์ตามวันเกิด” กันดูดีกว่า ใครเกิดวันไหน มีอุปนิสัยอย่างไร แล้วจะตรงกับเจ้าหญิงคนไหนของดิสนีย์ ต้องไปอ่านกัน

วันอาทิตย์ : มีความกระตือรือร้นสูง มั่นใจ มีไหวพริบ และกล้าหาญ นี่คือคุณลักษณะที่แท้จริงของคนที่เกิดในวันอาทิตย์ คุณเป็นคนตรงไปตรงมา เสียสละ และเป็นคนรักครอบครัว ความกระตือรือร้นและความรู้สึกของคุณอยู่ในจุดที่สมดุล คุณมีความลึกซึ้ง มีเกียรติ ยุติธรรม และเด็ดขาด คุณยังมีทั้งความกล้าหาญและความมุ่งมั่นด้วย

คุณคือเจ้าหญิง : มู่หลาน

วันจันทร์ : คนที่เกิดวันจันทร์มักจะเป็นคนที่มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน คุณเป็นคนใจดีและมีความใจกว้าง ชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ คุณสนใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และชอบใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อทำให้ชีวิตของคนอื่นดีขึ้น คุณยังเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองเสมอ

คุณคือเจ้าหญิง : เบลล์

วันอังคาร : ลักษณะสำคัญและโดดเด่นที่สุดของคนที่เกิดในวันอังคารก็คือ คุณเป็นคนสนุกสนาน ใจกว้างและกระตือรือร้น คุณมักจะมีบุคลิกที่ไม่ชอบอยู่นิ่งๆ ซึ่งก็อาจทำให้คุณมีเรื่องที่ต้องโต้แย้งกับคนอื่นอยู่บ้าง แต่คุณจะเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น มีความอยากรู้อยากเห็น และกล้าพอที่จะผลักดันตนเองไปข้างหน้าและไล่ตามความทะเยอทะยานและความต้องการที่อยู่ในใจคุณ

คุณคือเจ้าหญิง : ราพันเซล

วันพุธ : คนที่เกิดวันพุธมีความสามารถสูงในการทำและบรรลุผลสำเร็จในทุกสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ คุณมักจะมองหาชีวิตที่ได้ผจญภัยและมีแนวโน้มที่จะเบื่อง่าย คุณรักธรรมชาติและติดดินมากๆ ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณด้วย คุณมีความมุ่งมั่น ยอมรับความท้าทายใหม่ๆ และกล้าต่อสู้เพื่อสิ่งที่คุณให้คุณค่าเสมอ

คุณคือเจ้าหญิง : โมอาน่า

วันพฤหัสบดี : คนที่เกิดในวันพฤหัสบดีมักเป็นนักปรัชญาที่ยิ่งใหญ่และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาและความยากลำบากในชีวิตในแบบของตัวเองเสมอ คุณไม่ต้องการให้ความทุกข์เข้ามาในชีวิต และคุณมักจะมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองและคนอื่นมีกำลังใจ คุณเป็นคนที่มองความเป็นจริงและไม่เชื่อในการสร้างวิมานในอากาศ คุณเลือกใช้ชีวิตตามความเป็นจริงเสมอ คุณยังเป็นคนที่กล้าหาญและมีความยืดหยุ่นสูงด้วย

คุณคือเจ้าหญิง : แอเรียล

วันศุกร์ : รักสงบ เจียมเนื้อเจียมตัว และชอบช่วยเหลือคนอื่น นี่คือบุคลิกของคนที่เกิดในวันศุกร์ คุณเป็นคนขยันหมั่นเพียรและทำงานหนัก คุณมีความกระตือรือร้นและมีความทะเยอทะยานที่จะก้าวไปทำตามความฝันและเป้าหมายในชีวิตให้สำเร็จ คุณใจดี อบอุ่น และจริงใจ และคุณมักจะปฏิบัติต่อทุกคนด้วยความเคารพอย่างเท่าเทียมกัน

คุณคือเจ้าหญิง : ซินเดอเรลล่า

วันเสาร์ : มีเหตุผล รักอิสระ มีชีวิตชีวา และเข้มแข็ง นี่คือคุณสมบัติที่แสดงถึงธรรมชาติและบุคลิกภาพของคนที่เกิดในวันเสาร์ คนเกิดวันนี้บางครั้งอาจรักความเงียบ แต่ส่วนใหญ่ชอบที่จะเสี่ยง พร้อมลองสิ่งใหม่ๆ และไม่กลัวที่จะพูดในสิ่งที่ใจคิด คุณเป็นคนที่มีความแม่นยำและเป็นคนละเอียด แม้แต่ในรายละเอียดที่เล็กน้อยที่สุด เพราะคุณเป็นคนที่รู้จักเห็นอกเห็นใจและห่วงใยผู้อื่นเสมอ

คุณคือเจ้าหญิง : จัสมิน

ปักหมุด 4 ที่เที่ยว ‘จอร์เจีย’ ตามรอยซีรีส์อินจัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/663600

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 12:30 น.ปักหมุด 4 ที่เที่ยว 'จอร์เจีย' ตามรอยซีรีส์อินจันเลิก #เที่ยวทิพย์ แล้วทำแพลนเที่ยวจอร์เจียตามรอยซีรีส์อินจัน กับ 4 โลเคชั่นที่แนะนำว่าต้องไปปักหมุดให้ได้

ซีรีส์ไทย “อินจัน” ก่อความฝันในการเก็บกระเป๋าเดินทางออกท่องเที่ยวอีกครั้ง เพราะหลายประเทศเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว รวมถึงประเทศ “จอร์เจีย” ที่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำซีรีส์อินจันด้วย ก่อนเริ่มการถ่ายทำทีมงานได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลและศึกษาเกี่ยวกับสถานที่กันซึ่งใช้ระยะเวลากว่าเดือน เพื่อหาโลเคชั่นที่จะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปในยุคที่อินจันยังมีชีวิตอยู่

ผู้กำกับ กัลป์ กัลย์จาฤก บอกถึงเหตุผลที่เลือกจอร์เจียเป็นสถานที่ถ่ายทำหลักว่า “เพราะจอร์เจียเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศสวยงามและหลากหลาย แต่ละเมืองที่ไปก็มีเสน่ห์ที่ต่างกัน ซึ่งตอบโจทย์โลเคชั่นที่ตามหาสำหรับซีรีส์อินจันที่เน้นการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตในวัยหนุ่มของอินจันที่ตั้งรกรากอยู่นอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา และช่วงชีวิตที่ออกตระเวนโชว์ในหลายประเทศ ซึ่งจอร์เจียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทั้งโลเคชั่นแนวธรรมชาติที่มีทิวเขายิ่งใหญ่สุดลูกหูลูกตา เมืองชนบทที่ดูเหมือนย้อนกลับไปในอดีตและ โรงละครโบราณ ซึ่งจุดนี้ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้ชมชื่นชอบการชมซีรีส์เรื่องนี้ เพราะให้ความรู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางไปกับซีรีส์ผ่านการชมโลเคชั่นและซีนสวยๆ ตลอดทุกอีพี”

โดยเมืองหลักที่ใช้ในการถ่ายทำที่จอร์เจีย คือ Tbilisi (ทบิลิซี่) เมืองหลวงอันเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 5 ที่ยังคงความสวยงามของบรรยากาศยุโรปย้อนยุค ที่อยู่ร่วมกับวิวทิวทัศน์ธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน น่าจะถูกจริตสายเที่ยวที่ชอบตามรอยซีรีส์ หรือนักเดินทางที่ฝันอยากไปเยือนจอร์เจียสักครั้ง ระหว่างที่รอให้โลกของเรากลับสู่สถานการณ์ปกติ ชวนดูซีรีส์อินจันทาง Disney+ Hotstar ให้ครบทุกอีพี แล้วแคปโลเคชั่นที่อยากไปเห็นรอไว้เลย แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่โลเคชั่นไหน

นี่คือ 4 โลเคชั่นที่เราแนะนำว่าต้องไปปักหมุดให้ได้ รอไว้เลย แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่โลเคชั่นไหน นี่คือ 4 โลเคชั่นที่เราแนะนำว่าต้องไปปักหมุดให้ได้

1 Tbilisi State University มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย

เริ่มกันที่โลเคชั่นแรกที่เมืองทบิลิซี่ เมืองหลวงของจอร์เจีย ตามรอย อีพี. 3 เป็นตอนที่อินจันตัดสินใจจะผ่าตัดแยกร่างเพื่อจะได้แต่งงานกับซาร่าและอาดิเลด ด้วยความที่ Tbilisi State University เป็นมหาลัยฯ เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1918 จนถึงตอนนี้ก็อายุกว่า 100 ปี แล้ว ไม่ว่าจะมุมไหนก็เต็มไปด้วยมนต์ขลัง อย่างห้องประชุมของมหาลัยฯ ถูกเปลี่ยนให้เป็นหอประชุมทางการแพทย์ แค่เดินชมความงามของอาคารเรียนที่เก่าแก่ สถาปัตยกรรมที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังก็คุ้มแล้วกับมาเยือน

2. Mestia หมู่บ้านกลางหุบเขา Caucasus mountains

โลเคชั่นที่มีฉากหลังเป็นไม้กางเขนโลหะนี้ ขอยกให้เป็น Hidden Gems กันเลย เพราะทีมงานบอกว่าไปเจอโดยบังเอิญระหว่างเดินทางไปสำรวจหุบเขา Caucasus mountains ซึ่งโลเคชั่นที่มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านนี้เรียกว่า จุดชมวิว Tshakazagari เป็นหน้าผาโล่งๆ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของหมู่บ้าน Mestia หมู่บ้านกลางหุบเขาคอเคซัสที่อยู่ในเขต Svaneti ได้อย่างเต็มตา ถ้าได้แวะมาหมู่บ้านนี้แล้ว สายชิลล์ชอบเดินชมเมืองหาเวลาเดินเล่นให้ทั่ว เมืองไม่เล็กไม่ใหญ่ ให้เวลา 1 วันเต็มๆ กำลังดี ส่วนสายลุยที่นี่มีที่เที่ยวชมธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการเดินแทรกกิ้งใครสามารถขึ้นไปถึงธารน้ำแข็งบนยอดเขาสูงบอกได้คำเดียวว่าคุ้ม

3. หมู่บ้าน Sartichala ในเมือง Gardabani

สองคู่รักที่อยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ สุดสายตาก็ยังเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นอีกหนึ่งฉากในอีพี.2 ที่ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความโรแมนติกและสะท้อนความต้องการชีวิตที่สงบ เรียบง่ายของอินจัน ทีมงานบอกว่านี่เป็นโลเคชั่นที่จัดอยู่ในหมวด Hidden Gem เช่นกัน เหมาะหมู่บ้าน Sartichala ในเมือง Gardabani แม้จะเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ แต่ก็ยังสามารถรักษาเสน่ห์และวิถีชีวิตของผู้คนไว้ได้อย่างดี พิกัดหมู่บ้านตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิโอริ บนที่ราบสูงอิโอริ ถ้าคุณชอบเที่ยวแบบเรียบง่าย ได้สัมผัสธรรมชาติและเรียนรู้วัฒนธรรมของคนท้องถิ่น จดเมืองนี้ไว้ในลิสต์เลย

4. Kutaisi Lado Meskhishvili State Academic Theatre โรงละครที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจีย

หากว่ากันตามประวัติศาสตร์แล้ว อินจัน ต้องเดินทางไปแสดงโชว์ทั่วอเมริกาและอีกหลายประเทศในยุโรป ดังนั้นเราจึงเห็นโลเคชั่นในหลายอีพีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโชว์ และที่นี่ก็เป็นหนึ่งโลเคชั่นที่เราไม่อยากให้คุณพลาด เพราะ Kutaisi Lado Meskhishvili Professional State Drama Theatre เป็นหนึ่งในโรงละครที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจียและในยุโรป สร้างมาตั้งแต่ปี 1861 ภายในฮอลล์แสดงขนาดใหญ่จุผู้ชมได้ 830 คน และฮอลล์เล็กจุผู้ชมได้ 100 ที่นั่ง สำหรับยุคนั้นก็ถือว่าเป็นโรงละครที่หรูหราอย่างมาก ปัจจุบันโรงละครแห่งนี้ยังเปิดใช้งานอยู่

จริงๆ แล้วจอร์เจียยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมาก อย่าง ปราสาทเทพนิยาย Ananuri, โบสถ์ Gergeti Trinity Church เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศจอร์เจีย หรือ Uplistsikhe ป้อมปราการของขุนนางที่คล้ายกับเมืองถ้ำของคัปปาโดเปียในตุรกี ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ใช้เวลากับประเทศที่ร่ำรวยอารยธรรมแบบนี้สัก 1- 2 อาทิตย์

แต่ถ้าใครยังไม่พร้อมเดินทาง เชิญ #เที่ยวทิพย์ ด้วยกันก่อนได้ในซีรีส์ อินจัน (Extraordinary Siamese Story: Eng and Chang) ชมได้ทุกตอน เฉพาะที่ Disney+ Hotstar เท่านั้น

Welcome Back to Central Village แบรนด์เนมช้อปปิ้งสุดคุ้ม Safe Plus+ สะอาด มั่นใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/663598

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 12:10 น.Welcome Back to Central Village แบรนด์เนมช้อปปิ้งสุดคุ้ม Safe Plus+ สะอาด มั่นใจ #ช้อปให้หายคิดถึง Central Village 2nd Anniversary Celebration มอบความสุขx2 ด้วยโปรเอาท์เล็ตปังที่สุดเท่าที่เคยเอาใจนักช้อปให้ช้อปสะดวก มั่นใจ ปลอดภัยสูงสุดแบบศูนย์การค้ายุคใหม่ COVID-FREE ด้วยมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+”

ขึ้นชื่อผู้นำลักชูรี่เอาท์เล็ตตัวจริงแห่งแรกในไทยที่ครองใจลูกค้ายาวนานต่อเนื่องกว่า 2 ปีที่เปิดให้บริการ สำหรับ Central Village ด้วยการดึงดูดขาช้อปแบรนด์เนมตลอดทั้งปี แถมโดดเด่นด้วยบรรยากาศ Outdoor เหมือนช้อปปิ้งเอาท์เล็ตเมืองนอก พร้อมการเดินทางที่แสนสะดวกด้วยโลเคชั่นใกล้ที่สุดจาก CBD เพียง 30 นาที อีกทั้งยังมีส่วนลดสุดคุ้มค่า ลดจริงทุกวันตลอดทั้งปีสูงสุด 90% และ on-top ด้วยโปรโมชั่นที่ดีที่สุดในแต่ละซีซั่น  

ในฐานะเดสติเนชั่นสำหรับแบรนด์เนมช้อปปิ้งระดับโลก Welcome Back to Central Village ครั้งนี้มีอะไรดีให้นักช้อปกันบ้างตามมาดูกัน

Welcome Back to Central Village #ช้อปให้หายคิดถึง หลังภาครัฐประกาศคลายล็อคดาวน์ในสัปดาห์แรก ยอดทราฟฟิคกลับมาฟื้นตัวกว่า 85% และมียอดใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับก่อนล็อคดาวน์ และมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้ายังคงคิดถึงและโหยหาการประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ Physical Store

อัดโปรฯ แรงต่อเนื่องตลอดปี ล่าสุดเปิดแคมเปญ ‘Central Village 2nd Anniversary Celebration ฉลองครอบรอบ 2 ปี มอบความสุขx2’ ลดสูงสุดถึง 90% ลด on-top เพิ่มสูงสุดถึง 50% และโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 3 ต.ค. 64 ดึงดูดขาช้อปด้วยการเน้นกระตุ้นยอดขายกับส่วนลดที่คุ้มค่าเพิ่มจากราคาเอาท์เล็ตมากขึ้นไปอีกทั้ง Physical Store และ Online จัดแคมเปญต่อเนื่องพร้อมโปรโมชั่นรองรับตลอดทั้งปี โดยได้รับการตอบรับจากนักช้อปเป็นอย่างดีมาโดยตลอด อาทิ Super Brand Grand Sale, Central Village 1st Anniversary, Jim Thompson Clearance Sale, Year’s End Sale

สำหรับแคมเปญ Central Village 2nd Anniversary Celebration ฉลองครบรอบ 2 ปี ความสุขx2 ช้อปสนุก ความสุขเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ตั้งแต่วันนี้ – 3 ต.ค. 2564 พบสินค้าแบรนด์ชั้นนำที่มีเฉพาะที่เซ็นทรัล วิลเลจเท่านั้น ลดสูงสุด 90%* และส่วนลด on-top ฉลองสองปีลดเพิ่มอีกกว่า 50%* อาทิ Adidas ลดสูงสุด 70% พิเศษ สำหรับลูกค้าที่เกิดในเดือนกันยายน รับส่วนลดเพิ่ม 20%* หากเป็นสมาชิก The1 รับส่วนลดเพิ่ม 300 บาท เมื่อช้อปครบ 3,000บาท, Coach ลดสูงสุด80% และลดเพิ่มสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 4 ชิ้น, Michael Kors ลดสูงสุด 70% และสินค้า One price ราคา 1,490 บาท, Kate Spade ลดสูงสุด 80% พิเศษลดเพิ่ม 20% สำหรับสินค้าร่วมรายการ และรับฟรีกระเป๋าคล้องมือ (Small Wristlet Bag) เมื่อช้อปครบ 18,000 บาท, Polo Ralph Lauren ลดสูงสุด 80% รับส่วนลด 900 บาท เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท, Outlet by Club21 ลดสูงสุด 90% รับส่วนลดเพิ่ม 20% เมื่อช้อป 4 ชิ้นขึ้นไป, Coccinelle ลดสูงสุด 80% และลดเพิ่ม 50% เมื่อช้อปสำหรับสินค้าร่วมรายการครบ 2 ชิ้น, Radley London ลดสูงสุด 70% และลดเพิ่ม19% เมื่อช้อปสินค้าลด50%, Keds ลดสูงสุด 70% และลดเพิ่ม 20% เมื่อช้อปครบ 2 คู่, ลดเพิ่ม 200 บาท เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท และรับฟรีรองเท้า 1 คู่ เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท, G2000 รับส่วนลด 70% เมื่อช้อปสินค้า 2 ชิ้น, รับส่วนลด 80% เมื่อช้อปสินค้า 3 ชิ้น, Jim Thompson ลดสูงสุด 80% รับส่วนลดเพิ่ม 50% เมื่อช้อปครบ 4 ชิ้น

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่เกิดในเดือนกันยายน รับฟรี บัตรกำนัล VIP One Day Pass สำหรับเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ 1 ใบ, ช้อป 8,000-. รับฟรีหน้ากากผ้า PASAYA Fabric Mask, ช้อป 35,000-. รับ Cash Voucher 300 บาท, พิเศษ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ช้อป 35,000-. รับ Cash Voucher 600 บาท, Top Spender 2 ท่านแรก เมื่อสะสมยอดซื้อครบ 500,000 บาทขึ้นไปตลอดรายการ รับแพคเกจ Yacht Trip (Siamese Cat Half Day Trip) พร้อมห้องพักโรงแรม Hilton Pattaya 2 คืน และโปรโมชั่นเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ผู้นำ Luxury Outlet Chat & Shop ท็อปฟอร์มไม่หยุดด้วยยอดขายสินค้าที่เติบโตต่อเนื่อง การันตีด้วยยอดขายกว่า 12 ล้านบาทภายในสามเดือน สร้างฐานลูกค้า Online Shopping ให้เพิ่มมากขึ้น เหมาะกับยุค Shop From Anywhere และลูกค้าที่ชอบความสะดวกสบาย รองรับวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ด้วยกลยุทธ์ Intensive Omnichannel สั่งซื้อสินค้าและบริการได้ง่ายๆ ผ่านปลายนิ้วด้วยบริการ ‘Chat & Shop – Home Delivery – Drive Thru Pick Up’ เพียง add LINE OA: @CentralVillage https://lin.ee/vwF2C3l สั่งผ่านแอดมินได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00-18:00 น. หรือ ช้อปผ่าน Facebook Live ได้ทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 16:00-18:00 น. แล้วรอสินค้าจัดส่งถึงหน้าบ้านเหมือนยก เซ็นทรัล วิลเลจ มาไว้ที่บ้านคุณ โดยในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมายอดขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เติบโตกว่า 12 ล้านบาทภายในระยะเวลาสามเดือน และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นในทุกๆ เดือน ตอกย้ำเบอร์หนึ่งผู้นำ Luxury Outlet Chat & Shop ตัวจริง โดยที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศ และกลุ่มลูกค้าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) และมาเลเซีย

นึกถึงแหล่งแบรนด์เนมช้อปปิ้งสุดคุ้ม ต้องที่เซ็นทรัล วิลเลจ เท่านั้น! เพราะใกล้ที่สุด เพียง 30 นาที จากศูนย์กลางธุรกิจ CBD เดินทางสะดวกด้วยทำเลที่ดี บรรยากาศดีที่สุด ด้วยดีไซน์ศูนย์รูปแบบสถาปัตยกรรมไทยโมเดิร์น ท่ามกลางบรรยากาศ Outdoor ที่อากาศถ่ายเท สร้าง Shopping Vibes เหมือนช้อปปิ้งเอาท์เล็ตเมืองนอก และคุ้มค่าที่สุด ลดจริง ลดทุกวัน ตลอดทั้งปี จะซื้อมาใช้เองก็คุ้ม จะซื้อไปขายต่อก็ปล่อยง่าย ด้วยแบรนด์สินค้าทั้งจากในและต่างประเทศที่ขนมาให้เลือกช้อปกันแบบจุใจกว่า 220 แบรนด์ใน 130 ร้านค้า ที่ส่วนใหญ่เป็น First Time Outlet Shop ในประเทศไทย และอีกกว่า 67 แบรนด์ ได้เลือกเปิด Exclusive Outlet Store เฉพาะเซ็นทรัล วิลเลจ อาทิ Chloé, Coach, Ermenegildo Zegna, Jimmy Choo, Kate Spade, Kenzo, Marimekko, Max & Co, MCQ, Michael Kors, Moschino, Outlet by Club21, Polo Ralph Lauren, Salvatore Ferragamo, Tommy Hilfiger, Valentino, Victoria’s Secret, Vivienne Westwood, Bath & Body Works, Coccinelle, Jim Thompson และลักชูรี่แบรนด์ชื่อดังระดับโลกอื่นๆ ที่จะเข้ามาเสริมทัพเพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการต่อไปอีกในอนาคต เติมเต็มทุกมิติการช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมระดับโลกในราคาลดทุกวันตลอดทั้งปีให้แก่ลูกค้าทุกคน

นอกจากนี้ยังตอบโจทย์นักช้อปยุคใหม่ที่เป็น Bargain Shoppers และกลุ่ม Young Affluents ที่เลือกใช้จ่ายแบบคุ้มค่ากับสินค้าคุณภาพดีในราคาถูกลงกว่าครึ่ง เพราะเรารู้จักลูกค้าของเราเป็นอย่างดี เข้าถึง Lifestyle Insight จากฐานข้อมูล The1 ที่นำมาวิเคราะห์ความต้องการ และพฤติกรรมที่มีต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคโควิด เทรนด์การช้อปปิ้งเอาท์เล็ตจะกลายเป็นช้อปปิ้งแพลตฟอร์มที่ดีที่สุด เพราะสินค้าลดราคาถูกมาก และยังมีส่วนลด on-top เพิ่มอีกในแต่ละซีซั่น ซึ่งเหมาะกับพฤติกรรมการใช้จ่ายเงินที่ประหยัดขึ้นของคนไทย

ช้อปสะดวก มั่นใจ ปลอดภัยสูงสุดแบบศูนย์การค้ายุคใหม่ COVID-FREE ด้วยมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” ยกระดับเข้มข้นสูงสุด ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถวางใจมาตรฐานความสะอาดที่สอดคล้องตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเป็นพิเศษในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล รวมไปถึงให้พนักงานให้บริการ

มีการฉีดวัคซีน – ตรวจคัดกรองวันแรก 100% และต่อเนื่องทุกสัปดาห์ – กักตัวอย่างเป็นระบบ – เว้นระยะห่าง – สะอาดปลอดภัยตลอดเวลาทุกวัน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งผู้เช่าร้านค้า และพนักงานที่พร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการอย่างเต็มที่ รวมถึงการประเมินร้านค้าผ่าน Thai Stop Covid Plus, พนักงานประเมินตนเองผ่าน Thai Safe Thai ทุกวัน ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ โดยทางศูนย์ฯ ขอความร่วมมือลูกค้าทุกท่าน ร่วมกันสังคม สะอาด ปลอดภัย ด้วยความสมัครใจ อาทิ การฉีดวัคซีน การตรวจ ATK เพื่อให้มั่นใจร่วมกันว่า เซ็นทรัล วิลเลจ จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

เซ็นทรัล วิลเลจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Bangkok Luxury Outlet เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. Starbucks เปิดให้บริการ 09.00-20.00 น. Tops Market เปิดให้บริการ 08.00-20.00 น. และสามารถติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: http://www.centralvillagebangkok.com, LINE: @centralvillage, Facebook: Central Village, Instagram: centralvillagebangkok

ยกวัตถุดิบชั้นเลิศ เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทรัฟเฟิล-ฟัวกราส์เน้นๆ @เวนติซี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/663303

วันที่ 16 ก.ย. 2564 เวลา 13:05 น.ยกวัตถุดิบชั้นเลิศ เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ทรัฟเฟิล-ฟัวกราส์เน้นๆ @เวนติซีห้องอาหารเวนติซี พร้อมเสิร์ฟสารพันความอร่อย เอาใจคนรักบุฟเฟ่ต์ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ “ฟัวกราส์ – ทรัฟเฟิล” เสริมทัพอาหารนานาชาติ บนชั้น 24โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

บุฟเฟ่ต์เลิฟเว่อร์เตรียมจูงมือคนรู้ใจมาร่วมฟินแบบจัดหนักจัดเต็มไปกับ บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อเย็น ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ รังสรรค์ความอร่อยสุดพิเศษโดย เชฟแอนเดรีย มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ ที่ครั้งนี้ยกวัตถุดิบชั้นเลิศอย่าง ฟัวกราส์ และทรัฟเฟิล นำมาเนรมิตเป็นสุดยอดเมนูซิกเนเจอร์ทั้งอิตาเลียน-ไทย

อาทิ สปาเกตตี้ฟัวกราส์, ขนมปังกรอบ Schiacciata สอดไส้เห็ดทรัฟเฟิลสไตล์อิตาเลียน, เฟรนช์ฟรายส์เสิร์ฟพร้อมซอสทรัฟเฟิล, เป็ดผัดกะเพราไข่ดาวและทรัฟเฟิล, ส้มตำฟัวกราส์กับข้าวเหนียว มาให้คุณได้จัดหนักจัดเต็มเป็นต้น รวมไปถึงบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติอีกมากมาย มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กั้งกระดาน กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้ง ซูชิและซาชิมินานาชนิด รวมถึงอาหารอิตาเลียน และอาหารไทย แฮมนานาชนิด สลัดต่างๆ พร้อมซุปให้คุณเลือกลิ้มลอง ทั้งยังตื่นตาตื่นใจไปกับชีส รวมถึงของหวานนานาชนิด

พบกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อเย็น ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 20.00 น. ในราคาเพียง 1,290 บาท++ต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ซื้อแพ็กเกจเครื่องดื่มเพิ่มเติมในราคา 149 บาท++ (น้ำดื่ม น้ำอัดลม และชา กาแฟ) สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 4 ขวบทานฟรี และอายุ 5-11 ขวบครึ่งราคา

ห้องอาหาร เวนติซีเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30–20.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2100-6255 หรือ อีเมล์: diningcgcw@chr.co.th ติดตามข่าวสารของห้องอาหารเวนตี้ซี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เฟซบุ๊ก: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม: centaragrand_centralworld

เช็กอินความอร่อยลำปาง ในงานรวมพลคนรักเส้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/663301

วันที่ 16 ก.ย. 2564 เวลา 10:10 น.เช็กอินความอร่อยลำปาง ในงานรวมพลคนรักเส้น เซ็นทรัล ลำปาง ผนึกกำลังจังหวัดลำปาง และ ททท.ลำปาง จัดงาน “รวมพลคนรักเส้นปีที่4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ เช็กอินความอร่อยลำปาง” ชวนทุกท่านมาเช็คอินความอร่อยระหว่างวันที่ 17-26 ก.ย.นี้

ปักหมุดความอร่อยที่ลำปาง กับงาน “รวมพลคนรักเส้น ปีที่ 4″ งานดีๆ ที่คนรักเส้นต้องมา เมื่อบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปางร่วมกับ จังหวัดลำปาง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง และหน่วยงานราชการและเอกชนในจังหวัด จัดงาน “รวมพลคนรักเส้น ปีที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ : เช็คอินความอร่อยลำปาง” เพลิดเพลินไปกับมหกรรมเมนูอาหารเอาใจคนรักเส้น พร้อมไฮท์ไลท์พิเศษ เมนูก๋วยเตี๋ยวลาบเมืองหนึ่งเดียวในไทย จากร้านก๋วยเตี๋ยวลาบเมือง เขลางค์นคร, ก๋วยเตี๋ยวเมนูราดหน้าหมูหมัก จากร้าน อ.อรรถ อร่อย การันตีด้วยตำแหน่งซีพีสุดยอดแชมป์แกงไทย, ส้มตำปูม้าเจ็ดยอด สาขาลำปาง ฯลฯ พร้อมเสิร์ฟความแซ่บจัดจ้าน และปิดท้ายด้วยขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสจากร้าน Vieng (เวียง) และร้านดังจากเพจรีวิวต่างๆ

สำหรับงานนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดลำปาง และประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการร้านอาหารเมนูเส้นในจังหวัดให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ซึ่งก๋วยเตี๋ยวถือเป็นอาหารขึ้นชื่อของลำปาง โดยแต่ละร้านมีเมนูและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ในงานได้คัดสรรร้านดังเรื่องเมนูเส้นมาให้ลูกค้าเลือกชิมมากมาย กว่า 200 เมนู จาก 40 ร้านดัง อาทิ ร้าน ก๋วยเตี๋ยวลาบเมือง, อ.อรรถ อร่อย, ส้มตำปูม้าเจ็ดยอด, เวียง, ต้นเครื่องเย็นตาโฟ, คุณดาวลุยสวน, ขนมจีนป้าเจน, เอกลูกชิ้นเยาวราช,หมี่พัน, ขนมเบื้องเงินล้าน, ปลาทูเอวดิ้น, เดอะ สมูทตี้, และร้านจากจังหวัดให้เคียง อาทิ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อโบราณ (เมืองนนท์เจ้าเก่า), Dab CornDog คอร์นด๊อกเกาหลี, ขนมเบื้องเงินล้าน, ซ้ง เยาวราช, สุกี้ ผัดไทย เมืองเพชร, เจ๊หน่องซีฟู้ด, สายรุ้งเปี๊ยะปั้นสด เป็นต้น

พบความอร่อยที่คัดสรรคมาเป็นอย่างดีนี้ได้ ในงานรวมพลคนรักเส้นปีที่ 4 ระหว่างวันที่ 17-26 กันยายน 2564 บริเวณลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

New! Salad กิน 1 ได้ถึง 2 ‘เปปเปอร์ ลันช์ X สลัดแฟคทอรี่’ Collaboration เมนูอร่อยสุขภาพดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/663271

วันที่ 15 ก.ย. 2564 เวลา 15:30 น.New! Salad กิน 1 ได้ถึง 2 ‘เปปเปอร์ ลันช์ X สลัดแฟคทอรี่’ Collaboration เมนูอร่อยสุขภาพดีเปปเปอร์ ลันช์ X สลัดแฟคทอรี่ ตอกย้ำกลยุทธ์ Collaboration รังสรรค์เมนูใหม่ New! Salad เพิ่มประสบการณ์ความอร่อยและสุขภาพดี

Collaboration ร่วมกันรังสรรค์สิ่งใหม่ให้ผู้บริโภค สำหรับ เปปเปอร์ ลันช์ (Pepper Lunch) สุดยอดร้านสเต็กสไตล์ญี่ปุ่น หนึ่งเดียวในประเทศไทย บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) ผนึกกำลังกับ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ โดยแบรนด์ สลัด แฟคทอรี่ (Salad Factory) ร้านสลัดที่เสิร์ฟความอร่อยจากเมนูเพื่อสุขภาพที่หลากหลาย ให้คนทานได้ทานผักจากแหล่งผลิตอาหารที่ดี ตอกย้ำกลยุทธ์ Collaboration ผนึกกำลังขานรับกระแสรักสุขภาพ พร้อมขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุม ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ, กลุ่มคนรักสุขภาพ รวมไปถึงกลุ่มครอบครัว โดยดึงเอาจุดแข็งของทั้ง 2 แบรนด์ มาร่วมกันนำเสนอเมนู New! Salad ยกขบวนสลัดจัดเต็ม 5 เมนูสุดพิเศษ เพื่อเพิ่มทางเลือกอาหารสุขภาพ และความหลากหลายให้กับผู้บริโภค

ด้วยกระแสรักสุขภาพ (Health Conscious) ถือเป็นเทรนด์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทั้งในกลุ่มของคนรุ่นใหม่ รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ และยิ่งการระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดกระแสการตื่นตัวของการระวังป้องกัน รวมถึงการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพซึ่งสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตที่เป็นปกติใหม่ (New Normal) อาทิ การเว้นระยะห่างทางสังคม การพึ่งตนเองทางด้านอาหาร และการป้องกันดูแลสุขภาพด้านอื่นๆ ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น จึงเกิดเป็นการร่วมมือกันระหว่างเปปเปอร์ ลันช์ และ สลัดแฟคทอรี่ ด้วยการนำเอาจุดแข็งของทั้ง 2 แบรนด์ คือ ความเป็นสุดยอดในด้านสเต็กสไตล์ญี่ปุ่นกับเนื้อคุณภาพดี มาเสริมกำลังกับสลัดแฟคทอรี่ ที่เชี่ยวชาญและแข็งแกร่งในเมนูสลัด ร่วมกันคิดสูตรเมนู จนได้ออกมาเป็น New! Salad เมนูสลัดผักออแกนิคแบบใหม่ที่จัดเสิร์ฟบนกระทะร้อนที่เป็นซิกเนเจอร์ของเปปเปอร์ ลันช์ หนึ่งเดียวในประเทศไทย ให้รสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใคร โดยอุณหภูมิกระทะร้อนจะสามารถรักษาความร้อนที่อุณหภูมิพอเหมาะ ให้ได้อุ่นอร่อยไปกับเมนูอาหารจานโปรดได้จนถึงคำสุดท้าย

ซึ่งแคมเปญนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยต่อยอดไอเดียเมนูและสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นการขยายฐานลูกค้า และเพิ่มการรับรู้ของทั้ง 2 แบรนด์ด้วย โดยในด้านของการสื่อสารกับลูกค้าเน้นสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย, อินฟลูเอนเซอร์ , KOLs และบล็อกเกอร์ ทั้งสายสุขภาพ และ สายไลฟ์สไตล์ เป็นต้น โดยตั้งเป้ายอดขายจากแคมเปญนี้ 2.5 ล้านบาท

New! Salad ขบวนสลัด จัดเต็มเวอร์ ด้วยวัตถุดิบชั้นเยี่ยมการันตีความอร่อยจากเปปเปอร์ ลันช์ เสิร์ฟพร้อมผักสลัดสดออแกนิคจากฟาร์มคุณภาพจากสลัดแฟคทอรี่ มีให้ลิ้มลองถึง 5 เมนู ได้แก่ สลัดผักรวม (Mix Salad) 129บาท ผักออแกนิคสดๆจากฟาร์มของสลัดแฟคทอรี่ทานคู่กับน้ำสลัดซีอิ้วญี่ปุ่น , สลัดไก่คาราอาเกะงาญี่ปุ่น (Chicken Karaage Salad) 159 บาท ผักออแกนิคสดๆจากฟาร์มของสลัดแฟคทอรี่ทานคู่กับไก่คาราอาเกะสูตรเฉพาะของเปปเปอร์ ลันช์ ทานน้ำสลัดงาญีปุ่น

ตามด้วย สลัดหมูสไลด์กิมจิเกาหลี (Pork Salad with Kimchi) 159 บาท ผักออแกนิคสดๆจากฟาร์มของสลัดแฟคทอรี่ทานคู่กับหมูสไลด์ที่คัดมาอย่างดี ทานกับกิมจิเกาหลี และน้ำสลัดงาญี่ปุ่น , สลัดเนื้อมิกซ์กิมจิเกาหลี (Beef (U.S.Beef) Salad with Kimchi) 189 บาท ผักออแกนิคสด ๆ จากฟาร์มของสลัดแฟคทอรี่ทานคู่กับเนื้อนำเข้า (U.S.Beef) ทานกับน้ำสลัดซีอิ้วญี่ปุ่น และเมนู สลัดย่างกระทะร้อน(Grilled Salad) 99 บาท หรือเพิ่มเงิน 20 บาท เสริฟพร้อมเบคอนกรอบ(Crispy bacon) และพามาซานชีส(Parmesan Cheese) ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ คือ เมนูสลัดย่างกระทะร้อน นำผักครอสสดๆ จากสลัดแฟคทอรี่ ย่างบนกระทะที่รักษาอุณหภูมิที่เหมาะ ทำให้ผักมีรสชาติอร่อยมากขึ้นได้ความหวาน กรอบ และหอมของผักเมื่อย่างยิ่งทานคู่กับเบคอนกรอบ(Crispy bacon) และพามาซานชีส(Parmesan Cheese) ได้รสชาติที่อร่อยมากยิ่งขึ้น 

พร้อมเสิร์ฟความอร่อยได้สุขภาพที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์ 8 สาขาที่ร่วมรายการ ได้แก่ สาขาเซ็นทรัล เวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เมกาบางนา, เกตเวย์เอกมัย, แฟชั่นไอร์แลนด์, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, สีลมคอมเพล็กซ์ และ เดอะพรอมมานาด และในช่องทางเดลิเวอรี่ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2564

โปรโมชั่นพิเศษ

1. โปรโมชั่นบน Line Official เพียงกดรับสิทธิ์ผ่านทาง Line@pepperlunchth (เฉพาะรับประทานที่ร้าน)

· สลัดกระทะร้อน + พาสต้าซีฟู้ด ราคาเพียง 237 บาท จากปกติ 279 บาท

· สลัดคาราอาเกะ หรือ สลัดหมูกิมจิ + ซุปเห็ด ราคาเพียง 209 บาท จากปกติ 218 บาท

· สลัดเนื้อกิมจิ + สลัดกระทะร้อนเสริฟพร้อมเบคอนกรอบและพามาซานชีส ราคาเพียง 289 บาท จากปกติ 308 บาท

ระยะเวลารับสิทธิ์ตั้งแต่ 16 – 25 ก.ย. 2564

ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 16 – 30 ก.ย. 2564 

2. โปรโมชั่นเซตพิเศษบนเดลิเวอรี่ เสริฟพร้อมซุปเห็ดและน้ำแร่ เพื่อตอบโจทย์กระแสผู้รักสุขภาพ โดยวางจำหน่ายบนเดลิเวอรี่ทุกเมนู ยกเว้น สลัดกระทะร้อน

· สลัดรวม + ซุปเห็ด + น้ำแร่ ราคาเพียง 199 บาท จากปกติ 233 บาท

· สลัดไก่คาราอาเกะงาญี่ปุ่น + ซุปเห็ด + น้ำแร่ ราคาเพียง 229 บาท ราคาปกติ 263 บาท

· สลัดหมูสไลด์กิมจิเกาหลี + ซุปเห็ด + น้ำแร่ ราคาเพียง 239 บาท ราคาปกติ 263 บาท

· สลัดเนื้อ (U.S.Beef) สไลด์กิมจิเกาหลี +ซุปเห็ด+น้ำแร่ ราคาเพียง 270 บาท ราคาปกติ 293 บาท

ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 15 ก.ย. – 30 พ.ย. 2564

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : PepperlunchThailand , Line@ : pepperlunchth หรือ CRG Call Center โทร. 1312

ชวนชิม 8 เมนูอาหารไทยเป็นยา จานพิเศษจากเชฟคนดัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/663238

วันที่ 15 ก.ย. 2564 เวลา 12:25 น.ชวนชิม 8 เมนูอาหารไทยเป็นยา จานพิเศษจากเชฟคนดังกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน ส่งออกวัฒนธรรมอาหารไทยมิติใหม่ Thai Taste Therapy ชูจุดเด่นอาหารไทยเป็น “ยาที่อร่อยที่สุดในโลก” ตอบโจทย์เทรนด์คนรักสุขภาพทั่วโลก

อาหารไทย นับเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นตัวแทนของความเป็นไทยที่สะท้อนถึงความประณีตของศาสตร์และศิลป์แห่งอาหารที่สั่งสมสืบทอดมานานนับศตวรรษ ความมหัศจรรย์ของอาหารไทยมิได้มีดีเพียงความอร่อยอย่างเดียวแต่มีประโยชน์กับสุขภาพอย่างอเนกอนันต์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ วิทยาลัยสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) และเว็บไซต์ชิมไทยดอทคอม เปิดตัวโครงการไทยเทสเทอราปี (Thai Taste Therapy) เชิญทั่วโลกเปิดประสบการณ์ใหม่กินอาหารไทยเป็นยา

คุณชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีหน้าที่สืบสานรักษาและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้ยั่งยืน ที่ผ่านมากรม ฯ จึงได้ขึ้นทะเบียนอาหารไทย 20 รายการ เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ ต้มยำกุ้ง แกงเผ็ด แกงพุงปลา แกงเขียวหวาน ส้มตำ เป็นต้น และในอนาคตเราตั้งใจที่จะขึ้นทะเบียนอาหารไทยอีกหลายรายการ การจะสืบสานวัฒนธรรมให้ยั่งยืนนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย เช่น มรดกภูมิปัญญาก็ต้องมีชุมชนหรือชาวบ้านที่เป็นเจ้าของมรดกมาต่อยอดจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชนที่ได้ร่วมกันจัดโครงการไทยเทสเทอราปี (Thai Taste Therapy) ขึ้นเพื่อยกระดับวัฒนธรรมอาหารไทยสู่นานาชาติด้วยการนำเสนอคุณประโยชน์ของอาหารไทยในมิติของสรรพคุณทางยาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำโครงการ ฯ นี้ ที่สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทุกคนใส่ใจเรื่องการกินมากขึ้น อาหารไทยคือ Soft Power ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงนานาประเทศ ผมมั่นใจว่าโครงการไทยเทสเทอราปี (Thai Taste Therapy) จะตอกย้ำให้ทั่วโลกเชื่อมั่นเรื่องความอร่อยของอาหารไทย และยังสร้างมุมมองใหม่ที่ว่า อาหารไทยเป็น “ยาที่อร่อยที่สุดในโลก” ได้แน่นอน”

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า  “อาหารไทยมีองค์ประกอบเป็นสมุนไพรไทยพื้นบ้านอยู่มากมายทั้งอร่อยและมีคุณค่าต่อสุขภาพ และยังมีสารสำคัญมากมายที่ช่วยส่งเสริมดูแลสุขภาพ ซึ่งทำให้ อาหารไทยเป็น “ยาที่อร่อยที่สุดในโลก” อย่าลืมดูแลให้มีสมุนไพรในมื้ออาหารของอาหารไทย เพื่อจะส่งเสริมเรื่องราวตรงนี้ให้กว้างไกลไปทั่วโลก”

คุณธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ กล่าวสนับสนุนว่า “การส่งเสริมอาหารไทยในรูปแบบใหม่นี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง กรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนผ่านสื่อในต่างประเทศส่วนของกรมสารนิเทศที่ดูแลโดยตรงทุกช่องทางผ่านเครือข่ายของสถานทูต สถานกงสุลทั่วโลกครับ”

คุณสมรรัตน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวสนับสนุนว่า “กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศซึ่งเรามีทั่วโลก ช่วยสร้างการรับรู้และจับคู่ธุรกิจทำให้ผู้คนรู้จักกับวัตถุดิบ และอาหารไทยให้มากขึ้น เราก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนเรื่องราวนี้สู่ตลาดโลกต่อไปค่ะ”

ศาสตราจารย์ ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยความเป็นเลิศวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิดคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า  “อาหารเป็นยาที่ดีที่สุดของเรา โรงพยาบาลที่ดีที่สุดคือห้องครัวของเรา ตัวเราเป็นหมอที่ดีที่สุดและการป้องกันดีกว่าการรักษา คนไทยโชคดีมากเนื่องจากว่าเรามีวัตถุดิบอาหารมากมาย เช่น มะนาว มะกรูด ยับยั้งโควิดได้เก่ง และอีกหลายตัวที่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อกรกับโรคโควิดได้เช่น  ผลไม้ตระกูลส้ม มะนาว ชาเขียว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และองุ่น”

รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการไทยเทสเทอราปี Thai Taste Therapy กล่าวเสริมว่า “เพียงทำความเข้าใจเรื่องสารอาหารและสารประกอบจากธรรมชาติ และให้เวลากับการประกอบอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มมากขึ้น เท่านี้เราก็สามารถจัดอาหารที่เป็นยาในการป้องกันและรักษา ให้กับตัวเอง และคนที่เราห่วงใยได้โดยง่าย นับเป็นความรู้และการลงมือปฎิบัติที่มีคุณค่าต่อร่างกาย และทำให้เกิดความสุขใจในผลสำเร็จของเมนูสุขภาพที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง”

คุณโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทางธนาคารกรุงเทพพร้อมสนับสนุนให้ลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพได้ทราบถึงประโยชน์ของอาหารไทย Thai Taste Therapy ที่สำคัญธนาคารกรุงเทพ ร่วมมอบความพิเศษให้ลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ เมื่อไปรับประทานอาหารทุกร้านอาหารไทยที่ร่วมรายการนี้ จะได้รับส่วนลด 50% สำหรับเมนู Thai Taste Therapy และส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับเมนูอื่น ๆ และยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้ายังสามารถใช้คะแนนสะสมในบัตรแลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่มได้อีก 10%”

คุณไอริณ ฤกษะสาร ผู้บริหารโครงการไทยเทสเทอราปี (Thai Taste Therapy) ให้ข้อมูลว่า “เฟสที่ 1 ของโครงการ ฯ  เราได้เชิญเชฟชื่อดังระดับเวิลด์คลาส อาทิ เชฟมาดามนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ เจ้าของร้านอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ ร้านอาหารไทยที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล เชฟมิชลินสตาร์อาหารไทย 1 ดาว คนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์อาหารไทยจากสหรัฐอเมริกา เชฟอรรถพล ไนโต ถังทอง อดีตรางวัลเหรียญทองเชฟโอลิมปิก Executive Chef โรงแรมแมริออท เดอะ สุรวงศ์ และสุดยอดเชฟแห่งปีในเครือแมริออททั่วโลก และเชฟชื่อดังอีกหลายสิบท่านมาร่วมสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยที่มีคุณประโยชน์ทางยาและส่งเสริมสุขภาพ พร้อมจับมือกับร้านอาหารไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดขายเมนูอาหาร ไทยเทสเทอราปี 3 เมนู ได้แก่ เมนูเสริมภูมิคุ้มกันต้านโควิด เมนูอาหารจากกัญชา&กระท่อม และ เมนูสมุนไพรพื้นถิ่นของไทย โดยสามารถเยี่ยมชมและสั่งร้านอาหาร Thai Taste Therapy และสินค้าสุขภาพจากสมุนไพรไทยที่เข้าร่วมโครงการผ่านทางไลน์ @thaitastetherapy นอกจากนี้ โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์ ห้องอาหาร พระยา คิทเช่น จัดบุฟเฟต์ เมนู อาหารไทยเป็น “ยาที่อร่อยที่สุดในโลก” ตลอดเดือนกันยายนและเดือนตุลาคม เปิดบริการให้ทุกท่านได้ไปอิ่มอร่อยพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายไปกับอาหารไทยรสกลมกล่อมปรุงจากสมุนไพรไทยต่าง ๆ ที่มีคุณประโยชน์ทางยา อาทิ  ไก่ทอดมะแขว่น เพนเน่น้ำพริกอ่อง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line OA: @marriottsurawongse นอกจากนี้เพื่อปลุกกระแสให้คนทั่วโลกกินอาหารไทยเป็นยาช่วยรักษาโรคและส่งเสริมสุขภาพ เราจะเปิดตัวแพลตฟอร์ม ThaiTasteTherapy.com เปิดคอร์สสอนทำอาหารไทยเป็นยาผ่านทางออนไลน์เพื่อส่งต่อสูตรอาหารไทยเทสเทอราปี พร้อมส่งออกวัตถุดิบเครื่องปรุงสมุนไพรไทยต่าง ๆ ให้ทั่วโลกสั่งซื้อได้ทางออนไลน์เพื่อไปลองทำกินเองที่บ้านได้อย่างสะดวก”

อยากลิ้มลองของอร่อยแบบนี้ สามารถติดตามเมนูอาหารไทยที่มีสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรคได้ที่ www.thaitastetherapy.com หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/thaitastetherapy

‘ทองหล่อ’ ส่งตรงความอร่อยหลากรส ครบเครื่องเรื่องคาวหวาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/662869

วันที่ 14 ก.ย. 2564 เวลา 10:00 น.‘ทองหล่อ’ ส่งตรงความอร่อยหลากรส ครบเครื่องเรื่องคาวหวานร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ส่งตรงความอร่อยรสไทยชั้นดีศรีทองหล่อ ต่อด้วยการรังสรรค์ตำนานความอร่อยเสริมสิริมงคลกับ ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ที่ผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ปิดท้ายด้วย ‘ข้าวกล่องตำรับทองหล่อ’ และโปรโมชั่นพิเศษตลอดเดือนกันยายนนี้

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

ยกให้เป็นหนึ่งในลิสต์ของดีศรีทองหล่อไปเลย สำหรับร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ที่หลอมรวมความอร่อยของอาหารไทยพื้นบ้านที่มีความร่วมสมัย โดยทีมเชฟชาวไทยคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักในการทำอาหารไทย ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญด้านการเลือกใช้วัตถุดิบพื้นบ้านตลอดจนคัดสรรตำรับอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก นำมารังสรรค์ความอร่อยด้วยวัตถุดิบคุณภาพตามตำรับชาววัง

ซึ่งความพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบนี้เอง ส่งผลให้ได้อาหารมีรสชาติเข้มข้นตามตำรับไทย พร้อมความสะอาดและปลอดภัย โดยมีแหล่งที่มาจากวัตถุดิบออร์แกนิคภายในชุมชน นับเป็นการร่วมส่งเสริมอาชีพของเกษตรกรและเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความอร่อยจากแหล่งธรรมชาติถึงผู้บริโภค เพื่อให้ทุกมื้อเปี่ยมด้วยคุณภาพ อีกทั้งยังมีการจัดเสิร์ฟที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ สร้างความน่าสนใจแล้วยังสอดรับกับหลักโภชนาการอีกด้วย

สำหรับที่มาของคำว่า “ทองหล่อ” คือการหลอมละลายทองด้วยความร้อนเพื่อนำไปขึ้นรูปทรงต่างๆ ด้วยความหมายละเอียดอ่อนที่แฝงความลึกซึ้งนี้จึงกลายเป็นที่มาของร้านทองหล่อที่ลูกค้าสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมเชฟที่กำลังปรุงอาหารอย่างตั้งใจและพิถีพิถันภายในครัวเปิด ด้วยหวังจะสร้างรอยยิ้มและบรรยากาศความเป็นกันเองให้กับมื้อพิเศษ การตกแต่งภายในร้านเน้นรูปแบบความเป็นไทยร่วมสมัยที่สามารถเข้าถึงง่าย พร้อมมอบความงามอันทรงคุณค่าด้วยสีโลหะมิ่งมงคล ผสานระหว่างสีทอง สีทองแดง และสีเงิน ให้ความรู้สึกขึงขัง น่าค้นหา และมีเสน่ห์

ส่วนความอร่อยที่เรามีโอกาสได้ลิ้มลองครั้งนี้ เริ่มที่ น้ำพริกพริกไทยอ่อน (ราคา 275 บาท) น้ำพริกตำรับไทยที่มากด้วยคุณประโยชน์ ส่งกลิ่นหอมหวนชวนให้หิวตั้งแต่เริ่มเปิดกล่อง สามารถเลือกได้ว่าจะผสมหมูหรือไก่สับ จุดเด่นของเมนูนี้นอกจากรสชาติที่อร่อยเด็ดถึงใจแล้ว ยังได้รสชาติและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของพริกไทยอ่อน เสริมทัพด้วยเซ็ตเครื่องจิ้ม อย่างชะอมชุบไข่ ผักสด-ผักลวก

ตามด้วยเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอาหารไทยทองหล่อ อย่าง กุ้งตะไล (ราคา 220 บาท)  เมนูนี้เชฟเลือกใช้กุ้งสดๆ นำมาย่างจนสุกหอมก่อนนำมาพล่ารวมกับเครื่องยำสมุนไพร ทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด ก่อนนำกุ้งเสิร์ฟในถ้วยตะไลใบน้อย ทานคู่กับข้าวตังแสนอร่อย เป็นเมนูของว่างโบราณ  เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

ยิ่งทานยิ่งเพลินกับ ผัดสามหอม (ราคา 285 บาท) หนึ่งในอาหารใต้ที่ทานเล่นได้ ทานเป็นกับข้าวก็อร่อย จัดเต็มมาให้ครบสามสหาย ทั้งสะตอ กระเทียมโทนดอง ชะอม ผัดกับไข่และวุ้นเส้นเหนียวนุ่มกำลังดี รสชาติไม่เผ็ด ได้ความเค็ม หวาน หอม อัพความมันจากสะตอ ได้รสเปรี้ยวอมหวานจากกระเทียมโทนดอง

ส่วนคนชอบรสจัดต้อง แกงไตปลา (ราคา 245 บาท) แกงใต้สุดเข้มข้นที่มาพร้อมปลาย่างและไตปลาชั้นดี อร่อยเข้มตามสูตร เติมมันเทศเพิ่มรสกลมกล่อม กินคู่ขนมจีน เติมไข่ต้มกับผักเข้าไป อร่อยเด็ดถึงใจไปเลย

นอกจากนี้ ยังมีเมนูแนะนำอย่าง “ข้าวกล่องตำรับทองหล่อ” ชุดใหม่ พบกับเมนูอาหารไทยพื้นบ้านที่พร้อมส่งตรงความอร่อยถึงบ้าน ทั้งข้าวกล่องอาหารชุดหลัก ต้มจืดหรือซุปแบบไทย ของหวานแสนอร่อย และน้ำสมุนไพรชื่นใจ ในราคาเริ่มต้นเพียง 40 – 150  บาท มี 6 ชุดอาหารให้เลือก ได้แก่  ข้าวผัดต้มยำแห้งกุ้งสด หมูปั้นก้อน ผักเคียง , ข้าวหอมมะลิ ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย ไข่ยัดไส้ทรงเครื่อง , ข้าวสีคราม ผัดเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้เหลือง ไข่ตุ๋นหมูสับทรงเครื่อง , ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ ไข่เค็มไชยา หมูหวาน ผักเคียง , ข้าวกล้องมันปู พะโล้แห้งหมูสามชั้น น้ำพริกมะขามปลาฟู ผักสด และ หมี่กะทิโบราณกุ้งสด

พิเศษสำหรับช่วงเทศกาลไว้พระจันทร์ กับ ขนมไหว้พระจันทร์ (ราคา 550 บาท) หรือขนมบัวหิมะไหว้พระจันทร์ตำรับทองหล่อ ตำนานความอร่อยเสริมสิริมงคล พบความพิเศษของตัวแป้งที่จะมีความอร่อยเนียนนุ่มชุ่มฉ่ำไม่เหมือนใครที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทยและจีนไว้อย่างลงตัว จากวัตถุดิบชั้นดีทั้ง 6 ไส้ บรรจุในกล่องสวยหรู

ไส้ชาเขียวกระฉีกมะพร้าวหอม : ความงอกงามพลังของธรรมชาติ ความชุ่มชื่นอุดมสมบูรณ์

ไส้ถั่วทองเสน่ห์จันทร์ : มีเสน่ห์ดุจดั่งแสงจันทร์ มีชื่อเสียงเลื่องลือ

ไส้งาดำฝอยทองรังไหม : อายุยืนยาว มีเงินมีทองไม่ขาดสาย ความสามัคคี

ไส้เผือกกวนแปะก๊วย : เฟื่องฟู เจริญงอกงาม ความสำเร็จง่าย ลูกหลานมากมาย

ไส้ทุเรียนหมอนทองกวนเม็ดขนุน : ร่ำรวยเงินทองเพิ่มทรัพย์ทวี

ไส้เม็ดบัวกวนทองหยอด : ความเย็นดั่งดอกบัวในสายน้ำ ความหอมหวานของชีวิต

โดยสามารถเก็บในอุณหภูมิตู้เย็นได้ 2 สัปดาห์  (กรุณาสั่งจองล่วงหน้า 2 วัน) ถึงวันที่ 21 กันยายน  มีบริการเดลิเวอรี่คิดค่าส่งตามระยะทาง

โปรโมชั่นประจำเดือนกันยายน 2564 สั่งความอร่อยง่ายๆ ผ่าน LINE Official ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” กับโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสั่งอาหารครบ 500 บาท ส่งฟรีในระยะทาง 5 กิโลเมตร หรือรับส่วนลดค่าจัดส่ง 60 บาท (หากระยะทางส่งเกิน 5 กิโลเมตร) ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายนนี้ LINE Official: @thonglorcuisine https://lin.ee/864u5XY

จุดนัดพบนักชิม Siam Paragon Fabulous Flavor Forward พื้นที่ส่งต่อความอร่อยให้อิ่มสุขไปด้วยกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/662965

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 12:45 น.จุดนัดพบนักชิม Siam Paragon Fabulous Flavor Forward พื้นที่ส่งต่อความอร่อยให้อิ่มสุขไปด้วยกันส่งต่อความอร่อยให้อิ่มสุขไปด้วยกันที่ Siam Paragon Fabulous Flavor Forward รวบรวมร้านขนม-อาหารแบรนด์คนไทยกว่า 30 ร้าน งานที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย พร้อมมอบความอร่อยเอาใจนักชิม

แม้ว่าภาวะวิกฤตการณ์ยังไม่ผ่านพ้นไป แต่คนไทยยังคงมีน้ำใจและรอยยิ้มที่พร้อมส่งต่อให้กันอยู่เสมอ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพลังใจ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดพื้นที่ Siam Paragon Fabulous Flavor Forward ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 เป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ รวบรวมร้านขนม อาหารแบรนด์คนไทยกว่า 30 ร้าน ส่งต่อความอร่อยให้อิ่มสุขไปด้วยกัน ภายใต้การดำเนินการตามมาตรการสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด โดยจะมีไปจนถึงวันที่ 20 กันยายน ศกนี้

ภายในพื้นที่ Siam Paragon Fabulous Flavor Forward ซึ่งได้รวบรวมความอร่อย ที่มีทั้งขนม เบเกอรี่ อาหาร เครื่องดื่มจากผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมีร้านให้เหล่านักชิมได้เลือกหลากหลายครบครันทั้งของคาวและหวาน  เช่น ขนมครกเศรษฐี 9 หน้า, Wong ขนมเปี๊ยะลาวา, ถั่ว ธัชพืช ร้านถั่วเทพ, เกี๊ยวกุ้ง โคตรเกี๊ยว, ช็อกโกแล็ตบาร์ Christoph Chocolate, อาหารเกาหลี Fandom, หลี่ชิมเฮีย จุ๋ยก้วย ฯลฯ รวมกว่า 30 ร้าน ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งที่เน้นความสดใส สบายตา และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยตามมาตรการสุขอนามัยสูงสุด

นอกจากขนมและอาหารที่ส่งต่อความอร่อยให้อิ่มสุขไปด้วยกันแล้วตลอดเดือนกันยายนศูนย์การค้าสยามพารากอนยังเป็นสื่อกลางในการสร้างรอยยิ้มเปิดพื้นที่ให้กลุ่มศิลปินนักดนตรีอิสระที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ได้มาร่วมแสดงภายในศูนย์การค้า ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้ทั้งผู้ที่มาใช้บริการ และเติมพลังใจให้แก่กลุ่มนักดนตรีหลังจากไม่มีพื้นที่ให้แสดงจนขาดรายได้ให้กลับมามีรายได้เพื่อก้าวต่อไป และกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง

เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังใจสยามพารากอนยังได้ตกแต่งบรรยากาศภายใต้คอนเซ็ปต์ Siam Smile Arts ณ บริเวณพาร์ค พารากอน เนรมิตความสดใสด้วยรอยยิ้มหลากหลายรูปแบบบนบอลลูนสีสันสดใส ชวนทุกคนรวมใจ ยิ้มให้กับอีกก้าวที่จะไปต่อด้วยกันอย่างเข้มแข็งและมั่นคง พร้อมเปิดรับความสุขอย่างปลอดภัย เพื่อให้สยามกลับมาเป็นสยามเมืองยิ้มที่งดงามและกล้าแกร่งอีกครั้ง

ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการภายในพื้นที่ Siam Paragon Fabulous Flavor Forward ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 กันยายนนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-610-8000  Facebook : SiamParagonShopping