10 แบรนด์ของแต่งบ้านสุดชิคฝีมือดีไซเนอร์ไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/661203

วันที่ 22 ส.ค. 2564 เวลา 12:05 น.10 แบรนด์ของแต่งบ้านสุดชิคฝีมือดีไซเนอร์ไทยเห็นแล้ว Wow! จนต้องจัด กับของแต่งบ้านสุดชิคจาก 10 แบรนด์นักออกแบบไทยน่าจับตา ด้วยผลงานที่มีความสร้างสรรค์และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ผลงานสร้างสรรค์สายเลือดไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สำหรับของแต่งบ้านสุดชิคฝีมือดีไซเนอร์ไทยในโครงการส่งเสริมนักออกแบบไทยสู่ตลาดโลก (DESIGNERS’ ROOM & TALENT THAI PROMOTION 2021) โดยสํานักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ที่เปิดพื้นที่กับนักออกแบบไทยในการแสดงศักยภาพสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อก้าวสู่มืออาชีพในระดับสากล คัดสรรแบบเน้นๆ เฟ้นมาแล้วเพื่อสายไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะ กับฝีมือของ 10 แบรนด์ไทยที่ต้องจับตาด้วยผลงานที่มีความสร้างสรรค์และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  

Tayalving 

แบรนด์สุดชิคเน้นความมินิมอล ที่สร้างสรรค์มาจากความชื่นชอบในการเดินทางและงานสานของเจ้าของแบรนด์ แต่ด้วยวัสดุงานสานไม่ค่อยคงทน นำมาสู่นวัตกรรมใหม่ใช้วัสดุหลักเป็นเชือกที่ทำมาจากการรีไซเคิลพลาสติก และตัวเชือกยังสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้อีก 100% โดยแบรนด์เริ่มต้นจากการผลิตสินค้าเกี่ยวกับ homewear และต่อยอดมาเป็นกระเป๋า และของตกแต่งบ้าน ใครกำลังมองหาผลิตภัณฑ์รักษ์โลก แถมใช้งานได้จริง ไม่อยากให้พลาดจริงๆ ไปทำความรู้จักเรื่องราว หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์กันได้ที่ FB: หรือ IG: tayaliving_official และ Shopee: tayaliving 

Apercu 

แบรนด์นี้เน้นการผลิตและใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยนำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) มาเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้มีปฏิสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ สร้างสรรค์ผลงานที่เน้นลวดลายมาประยุกต์กับสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน มีผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้านตั้งแต่วอลเปเปอร์ ปลอกหมอน ที่รองจาน และอื่นๆ แนะนำสำหรับคนที่มองหาความสนุกในการนำลวดลายมาตกแต่งให้มีสีสันมากขึ้น เรียนรู้เรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ FB: apercubrand หรือ IG: apercubrand 

KITT-TA-KHON (ฆิต-ตา-โขน) 

ความน่าสนใจของแบรนด์อยู่ที่การนำเอางานหัตถกรรมจากทั่วโลก มาปรับเป็นงานเฟอร์นิเจอร์ที่มีความร่วมสมัยและสนุกสนาน ซึ่งผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ธีรพจน์ ธีโรภาส” ต้องการที่จะสร้างคุณค่าและทักษะใหม่ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์งานร่วมสมัย โดยนำเอาเทคนิคต่างๆ จากทั่วโลกมาผสมผสานเข้ากับวัสดุต่างๆ เพื่อให้เป็นงานหัตถกรรมที่สะดุดตาและมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เรียกได้ว่าเป็นงานฝีมือที่มีความพิเศษและทันสมัย สายไลฟ์สไตล์ไม่ควรพลาด สั่งซื้อได้ที่ IG: Kitt.Ta.Khon, FB: Kitt.Ta.Khon และ http://www.kitt-ta-khon.com 

Oraclay 

แบรนด์ออกแบบเซรามิคที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาในรูปแบบสัตว์ต่างๆ เป็นผลิตภัณฑ์ของตกแต่งบ้าน เช่น แก้วน้ำ ถ้วยชาม และสินค้าอื่นๆ โดยยังคงคาแรคเตอร์ความเป็นตัวตนของเจ้าของแบรนด์เอาไว้ ในคอนเซปต์ “ผลงานที่นำความสุขไปสู่ผู้รับ” ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการที่เจ้าของแบรนด์รู้สึกหลงใหลในดินปั้นธรรมดาๆ 1 ก้อน และนำมาปั้นตกแต่งจนเกิดเป็นผลงานสุดพิเศษมีความสวยงามควบคู่กันไป และแถมนำมาใช้งานได้จริง เชื่อว่าคนที่หลงใหลในงานฝีมือพื้นบ้านคงไม่ยอมพลาด สั่งซื้อได้ที่ IG: Oraclaystore, FB:?OraClayCeramics และ Shopee: oraclaystudio    

Tropical collection 

หมอนหนุนที่ถูกออกแบบมาในรูปลักษณ์ของใบไม้ต่างๆ ซึ่งเจ้าของแบรนด์สร้างสรรค์ผลงานโดยมีแรงบันดาลใจมาจากความชื่นชอบและหลงใหลในธรรมชาติ เพราะเชื่อว่าธรรมชาติจะช่วยเยียวยาอารมณ์ สร้างความรู้สึกสบายและผ่อนคลายให้กับจิตใจ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สายธรรมชาติและรักต้นไม้ต้องมี ไม่ว่าจะนำไปตกแต่งประดับห้องเก๋ๆ หรือจะเอาไปเป็นหมอนหนุน สามารถใช้งานได้หลากหลาย ด้วยงานออกแบบเฉพาะทรงใบยาวและทรงหัว ดีไซน์สวยงามเสมือนใบไม้จริง เป็นงานแฮนด์เมดปักมือ เนื้อผ้ากำมะหยี่สัมผัสนุ่มละมุนคัดสรรคุณภาพมาอย่างดี ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่ IG:?tropicalcollection_official และ FB:?tropicalcollection.official 

WISHULADA 

แบรนด์ไอเดียสุดเก๋ที่นำขยะหลายกิโลกรัมมาสร้างสรรค์ศิลปะผ่านผลงานออกมาในรูปแบบของใช้ต่างๆ เช่น กระเป๋า เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน โดยเจ้าของแบรนด์เริ่มสนใจในศิลปะสื่อผสมครั้งแรก ขณะที่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 ภาควิชาทัศนศิลป์ นำขยะมารีไซเคิลและสร้างสรรค์ผลงาน ที่นอกจากจะช่วยตกแต่งสร้างความสวยงามแล้ว ยังช่วยลดขยะได้อีกด้วย สายรักษ์โลกสนใจทำความรู้จักเรื่องราวและผลงานของแบรนด์เพิ่มเติมตามไปดูกันได้ที่ IG: wishulada.a และ FB: WishuladaPanthanuvong 

Liberloo 

แบรนด์ทางเลือกที่สร้างความสะดวกสบายให้กับคุณผู้หญิงทั้งหลาย เช่น ห้องน้ำแบบพกพา เสื้อกันฝน ทำจากวัสดุที่หลายคนมองข้ามอย่างหลอด ซึ่งนอกจากสามารถป้องกันความรั่วไหลได้ดีแล้ว ยังนำไปใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้งเพียงล้างให้สะอาดหลังการใช้งาน โดยเจ้าของแบรนด์มีความสนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะช่วยทำให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น จึงสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานที่ช่วยให้คุณผู้หญิงคลายความกังวลที่มีต่อความสะอาดของห้องน้ำ หรือสถานที่ที่ไม่มีห้องน้ำ ขอบอกเลยว่าตอบโจทย์สาวๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถดูรายละเอียด หรือวิธีใช้เพิ่มเติมจาก FB: liberloo, IG: liber_loo และ Shopee: mtsutinee 

12C Studio 

งานศิลปะทำมือสร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุเซรามิค ออกมาในรูปแบบของจาน ถ้วย และชามต่างๆ แบรนด์ที่เปลี่ยนของใช้ในชีวิตประจำวันให้มีคุณค่าและสวยงามมากขึ้น โดยเจ้าของแบรนด์นำความชื่นชอบในจาน ดินปั้น และดอกไม้ มาจุดประกายเป็นงานฝีมืออันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในทุกชิ้นงานเจ้าของแบรนด์ใส่ความตั้งใจในการสร้างสรรค์ เพื่อให้คนที่ชื่นชอบจานและชามสวยๆ ที่เหมาะจะเอาไปวางขนม หรือใส่อาหารเก๋ ๆ รวมทั้งเก็บไว้สะสมก็คู่ควร สามารถสั่งซื้อหรือดูรายละเอียดได้ที่ FB: 12C Studio หรือ IG: 12C.Studio

Baan Boon Brooms 

แบรนด์เก่าแก่มากด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 35 ปี แบรนด์ที่มุ่งเน้นผลิตแปรงและไม้กวาดหัตถกรรมที่ทำจากข้าวฟ่าง โดยคำนึงถึงคุณภาพและดีไซน์เป็นตัวตั้ง เนื่องจากเจ้าของแบรนด์ต้องการปรับเปลี่ยนมุมมองในอดีตของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อของใช้ในบ้าน ให้เป็นของใช้ที่มีประสิทธิภาพในการใช้งาน และยังสามารถนำมาใช้ในการตกแต่งได้ด้วย ผ่านแนวคิด Best for Use, Good for Décor ที่สำคัญแบรนด์ยังช่วยสร้างอาชีพให้คนในชุมชน ทุกการสั่งซื้อจึงเท่ากับการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน สนใจสั่งซื้อ หรือดูผลงานเพิ่มเติมได้ที่ FB: baanboon.brooms, IG: baanboon.brooms หรือ ผ่านเว็บไซต์?www.baanboonbrooms.com   

Unmelt 

ปิดท้ายกับความน่ารักของเหล่าสัตว์ต่างๆ ที่แบรนด์สร้างสรรค์ผลงานออกมาเป็นสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ปลอกแก้วกาแฟ กระเป๋า ที่เก็บสายชาร์จ เป็นต้น โดยผลิตจากผ้าหลากชนิดนำมาทับซ้อนกัน และเติมแต่งรายละเอียดด้วยการปัก ให้ความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับขนสัตว์จริงๆ ด้วยเจ้าของแบรนด์มีความชื่นชอบในการเดินทางและหลงรักบรรดาสัตว์ต่างๆ จนเกิดเป็นไอเดียสร้างศิลปะบนผืนผ้าเป็นรูปเหล่าสัตว์ ที่นอกจากมีจะความน่ารักแล้วยังสามารถใช้งานได้จริง สาวกสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ป่าไม่ควรพลาดกับผลงานน่ารักๆ สามารถติดตามเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ FB: Unmelt หรือ IG: Unmelt หรือผ่านช่องทาง Shopee: byunmelt 

และนี่คือ 10 แบรนด์ที่น่าจับตามอง จากการสร้างสรรค์ผลงานที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวของดีไซเนอร์ไทย ซึ่งแต่ละแบรนด์สามารถสร้างผลงานที่มีความแตกต่างได้ชัดเจนแม้จะเป็นสินค้าในแบบเดียวกัน โดยจุดประกายมาจากตัวตนและพื้นฐานความชอบที่เจ้าของแบรนด์นำมาต่อยอดแต่งแต้มแฝงความพิเศษไว้ในชิ้นงาน

‘MAHANAKHON SKATE CLUB’ คอลเลคชั่นใหม่จาก MAHANAKHON #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660990

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 13:10 น.'MAHANAKHON SKATE CLUB' คอลเลคชั่นใหม่จาก MAHANAKHONของมันต้องมี!! เอาใจคอสเก็ตให้ช้อปล้ำนำเทรนด์ก่อนใคร ในแหล่งรวมสินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์ กับ MAHANAKHON SKATE CLUB

Absolute Siam Store บนชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะ ทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน แตกต่างไม่เหมือนใคร แนะนำ MAHANAKHON SKATE CLUB คอลเลคชั่นใหม่จาก MAHANAKHON (มหานคร) เอาใจนักสเก็ตบอร์ดและผู้ชื่นชมกีฬาชนิดนี้มาพร้อมสินค้าดีไซน์เก๋ทั้งเสื้อยืด หมวก ถุงเท้า แม้แต่ของมันต้องมีอย่างสเปรย์แอลกอฮอลล์ก็ไม่เว้น ช้อปได้แล้ววันนี้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop/Absolute Siam Store หรือ ไลน์ @ONESIAM

MAHANAKHON SKATE CLUB เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า Skate คือ Neo culture ที่มีความสร้างสรรค์ เเละ มีประโยชน์มาโดยตลอด เเม้กระทั้งโอลิมปิก 2020/21 ที่โตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น ยังบรรจุให้มีการชิงชัย เหรียญ skateboarding ช/ญ ขึ้นเป็นครั้งเเรก เเละนี้ก็ถือเป็นเพียงเเค่จุดเริ่มต้นของ Skateboard ในระดับโอลิมปิกสากลเท่านั้น โดยแบรนด์มหานคร ได้สร้างสรรค์คอลเลคชั่น  “มหานคร สเก็ต คลับ” ขึ้นเพื่อส่งต่อความเป็นคอมมูนิตี้ คัลเจอร์  ของเหล่าผู้คนที่ชื่นชอบ “สเก็ต” ที่มีคาแรคเตอร์เเบบบ้านเรานั่นคือมีความชัดเจนเเละบอกตัวตนของเราชาวมหานครคลับว่าเรามีความเป็นตัวของตัวเองไม่เหมือนใครเเละไม่ตามใครอีกต่อไป

โดยคอลเลคชั่นนี้มีทั้ง MAHANAKHON SKATE CLUB Oversized T-Shirt  เสื้อยืด Skate Club ลายกราฟิก “หนุมาน บีเคเค” กรุงเทพมหานคร  หรือ BKK Monkey Boy ทำจากผ้า Cotton 100% ด้านหน้าพิมพ์ลายคาแรคเตอร์ BKK Monkey Boy เล่นสเก็ตบอร์ด โชว์สกิลอย่างสนุกสนาน พร้อมฟอนต์ “กรุงเทพมหานคร” ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ “มหานคร” และด้านหลังพิมพ์ลาย SKATE CLUB  เสื้อยืดเนื้อผ้านุ่ม ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี แมทช์ได้กับทุกลุคสตรีท  , MAHANAKHON SKATE CLUB Cap  หมวกแก๊ปปักลาย Skate Club  เอาไว้ใส่คูลๆ มิกซ์แอนด์แมทช์ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ ไปได้ทุกที่

MAHANAKHON SKATE CLUB SOCK ถุงเท้าลาย Skate Club  ไอเท็มใหม่ล่าสุดของแบรนด์ ถุงเท้าทอลาย SKATE CLUB ที่จะมาคอมพลีทลุคเท่ๆ ของชาวมหานคร ปิดท้ายกับไอเท็มจำเป็นที่คนยุคนี้ต้องมี MAHANAKHON SKATE CLUB ALCOHOL SPRAY CARD  สเปรย์แอลกอฮอลล์การ์ด (แอลกอฮอลล์75%) ลาย Skate club

สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้า MAHANAKHON SKATE CLUB คอลเลคชั่นใหม่จาก MAHANAKHON ได้แล้ววันนี้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop/Absolute Siam Store หรือ Line@ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่มช้อปได้ทันที ง่ายๆแค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย

Sportmax Loves Denim คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660985

วันที่ 19 ส.ค. 2564 เวลา 12:40 น.Sportmax Loves Denim คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021Sportmax เดนิมคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021 เผยจิตวิญญาณและคำนิยามใหม่ที่ทำให้แคปซูลคอลเลคชั่น “Denim Culture” ดูท้าทายมากยิ่งขึ้น

Sportmax Loves Denim นับเป็นครั้งที่ 6 สำหรับไลน์พิเศษของสปอร์ตแม็กซ์ เดนิมคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2021 ที่ครั้งนี้สปอร์ตแม็กซ์ได้ใส่จิตวิญญาณและคำนิยามใหม่ที่ทำให้แคปซูลคอลเลคชั่น “Denim Culture” ในปีนี้ดูท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยคอลเลคชั่นนี้เกิดจากการผสมผสานระหว่างความดั้งเดิมและความล้ำสมัยที่ดูแหวกแนว ซึ่งสะท้อนตัวตนของ Soo Joo Park หนึ่งในบรรดา 50 นางแบบชั้นนำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และด้วยสไตล์อันโดดเด่นและความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอ ทำให้ปาร์คกลายเป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่น ทั้งการแต่งตัวของเธอที่ผสมผสานสไตล์สตรีทและการตัดเย็บที่ดูเรียบง่าย โดยเธอนั้นเกิดที่เกาหลีและเติบโตขึ้นในแคลิฟอร์เนีย ทำให้สไตล์ของเธอมีทั้งความสดใหม่และความเป็นธรรมชาติหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกัน

ซีซั่นนี้จะพาเราย้อนรอยกลับไปสู่การฝ่าฟันอุปสรรคในศตวรรษที่ผ่านมา โดยในปี 1920 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์ โดยหลังจากหลายปีอันมืดมนที่ผ่านมา สู่ยุคที่อำนาจของผู้หญิงได้รับการปลดปล่อยและส่งเสริม ในยุคนี้ผู้หญิงทั่วโลกเริ่มปลดปล่อยตนเองและก้าวข้ามขอบเขตทางสังคมแบบเดิมๆ ในขณะเดียวกัน คอลเลคชั่น Denim Culture ก็มีรากฐานมาจากยุคปัจจุบันเช่นกัน ซึ่งเป็นยุคที่ความปรารถนาในการเป็นอิสระและความสนุกสนานยังคงดังก้องกังวานอย่างต่อเนื่อง และได้สะท้อนออกมาผ่านการใช้ชีวิต การออกสำรวจ และการไล่ตามหาความรัก

ซิลลูเอทของชุดเดรสที่นุ่มลื่นและร้อนแรงในยุค 1920 ได้นำมาดีไซน์ใหม่เป็นชุดผ้าเดนิมที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศของทศวรรษที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมทันสมัย นอกจากนั้นโครงสร้างและรายละเอียดในส่วนของชายเสื้อตามแบบฉบับยุค Roaring Twenties ก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ด้วยเทคนิคการใช้เลเซอร์ที่ทำให้เนื้อผ้าดูพริ้วไหวเคลื่อนไหวได้ และมีการเย็บตะเข็บที่ช่วยสร้างความโดดเด่น ซึ่งสีดำเป็นเฉดสีโดดเด่นประจำฤดูกาลนี้

กางเกงขายาวคอลเลคชั่นนี้เป็นแบบยาวพิเศษ  โดดเด่นด้วยรอยผ่าบริเวณด้านล่างที่เข้ากันได้ดีกับเสื้อกั๊กคอวีและเสื้อเบลาส์ผ้ากำมะหยี่สีรุ้งที่ดูอ่อนนุ่มซึ่งลุคนี้บ่งบอกถึงการผสมผสานสไตล์ในอดีตและยุคปัจจุบันที่สมบูรณ์แบบปิดท้ายด้วยเสื้อคลุมที่มีซิลลูเอทที่ดูโดดเด่นและโครงสร้างที่ออกแบบมาโดยเฉพาะซึ่งช่วยเติมเต็มลุคให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

เจาะแนวคิดหนุ่มใต้ใจสู้ ผู้ปลุกปั้นร้านอาหารปักษ์ใต้จนโตสวนกระแสโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660912

วันที่ 18 ส.ค. 2564 เวลา 15:20 น.เจาะแนวคิดหนุ่มใต้ใจสู้ ผู้ปลุกปั้นร้านอาหารปักษ์ใต้จนโตสวนกระแสโควิดส่องแนวคิดการทำธุรกิจในยุคโควิด-19 ของหนุ่มเมืองคอน อดีตวิศวกรไฟฟ้าที่ตัดสินใจผันตัวเองมาเปิดร้านอาหารสไตล์ปักษ์ใต้ใจกลางย่านอุดมสุข ในชื่อ ‘ข้าวแกงกินเก่ง’

แน่นอนว่าคงไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับการทำธุรกิจในยุคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเผชิญกับมรสุมหลายครั้งหลายครา และทำให้ร้านอาหารจำนวนไม่น้อยต้องปิดกิจการไปอย่างน่าเสียดาย ท่ามกลางช่วงเวลาเลวร้ายที่หลายคนอาจมองว่าความสำเร็จดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ยังมีอีกหนึ่งหัวใจนักสู้จากแดนใต้ ที่พร้อมเผชิญกับเส้นทางใหม่ผ่านมุมมองการบริหารร้านให้เติบโตสวนวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างเฉียบคม

วิกฤตโควิดสู่เส้นทางชีวิตใหม่

แม็ค-ณัฐกานต์ กิ่งพัฒน์ หนุ่มใต้พ่อลูกสองจากเมืองคอน อดีตวิศวกรไฟฟ้าที่ตัดสินใจผันตัวเองมาเปิดร้านอาหารสไตล์ปักษ์ใต้แท้ๆ ใจกลางย่านอุดมสุขในชื่อ ‘ข้าวแกงกินเก่ง’ เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวที่ภรรยาทำอยู่ต้องประสบปัญหาจากพิษโควิดที่เรื้อรังจนต้องปิดตัวลง และคงไม่มีใครคาดคิดว่าธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้จะสามารถเปิดและและสร้างตัวได้อย่างประสบความสำเร็จ ภายใต้ความท้าทายของวิกฤตโควิด-19

คุณแม็คเล่าให้ฟังว่า “ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าโควิดเป็นเรื่องไกลตัว จนกระทั่งเมื่อเดือนก.พ. 2563 ที่ผลกระทบเริ่มชัดเจนและสาหัสมากขึ้น ธุรกิจทัวร์ที่ภรรยาผมดูแลต้องหยุดชะงัก เพราะไม่มีการเดินทางเลย ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ รายได้ของครอบครัวก็ย่อมที่จะลดลงไปด้วย รายได้หลักของเราจึงเหลือแค่ช่องทางเดียวคืองานประจำของผมด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่บริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่ง ในช่วงแรกก็ดูเหมือนจะฝ่าฟันกันไปได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปร่วมสองเดือน สถานการณ์การแพร่ระบาดก็ไม่มีวี่แววว่าจะจบลงและส่งผลกระทบมากขึ้น ในเดือนเม.ย. 2563 ผมและภรรยาจึงตัดสินใจหยุดทุกกิจการและงานประจำที่เราเคยมี และเริ่มมองหาธุรกิจใหม่ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับเรา ตอนนั้นผมเริ่มจากความชอบของตัวเองก่อน อย่างการทำอาหารปักษ์ใต้ที่เคยมีโอกาสทำให้ครอบครัวทานบ่อยๆ ผมมองว่าธุรกิจอาหารน่าจะเป็นทางรอดเดียวในช่วงวิกฤต จึงเริ่มศึกษาข้อมูลและใช้เวลาหนึ่งเดือนในการเริ่มลองทำในสิ่งใหม่ที่เราเองก็ยังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนอย่างการเปิดร้านอาหาร แม้จะเจอปัญหาและอุปสรรคในช่วงเเรกๆ อย่างเรื่องการควบคุมต้นทุน แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ เพราะเชื่อว่าเส้นทางนี้ที่เราเลือกจะช่วยพยุงครอบครัวของเราให้ก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้”

แม้ว่าจะมีหลายเสียงเตือนจากคนรอบตัวว่าการออกมาเสี่ยงในครั้งนี้ไม่มีทางไปรอด แต่คุณแม็คก็ยังเดินหน้าต่อ พร้อมเปลี่ยนทุกแรงกดดันให้เป็นแรงผลักดัน ด้วยเชื่อว่าอย่างน้อยการได้ลงมือทำนั้น ย่อมมีคุณค่ากว่าการจมอยู่กับปัญหาโดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย

“ผมมองว่าการได้มาเปิดร้านอาหารในแหล่งที่มีคู่แข่งเยอะเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ เพราะมันคือบททดสอบที่ทำให้เราต้องพัฒนารสมือและคุณภาพอาหารให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรักษาฐานลูกค้าให้เหนียวแน่นที่สุด และยังถือเป็นกำไรที่ทำให้ผมได้มีโอกาสศึกษาตลาด ทั้งในเรื่องราคาอาหาร และกำลังซื้อของลูกค้า เพื่อหาจุดสมดุลที่ทำให้ร้านเราอยู่ได้ ร้าน ‘ข้าวแกงกินเก่ง’ มีจุดเด่นที่วัตถุดิบแบบปักษ์ใต้แท้ๆ ซึ่งเป็นรสชาติดั้งเดิม อย่างเครื่องแกงรสจัดจ้านที่เราสั่งตรงมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยตรง เพื่อรักษามาตรฐานและรสชาติ เพราะผมเชื่อว่านั่นคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ร้านของเราสามารถครองใจลูกค้าทุกคนต่อไปได้”

ด้านเมนูขึ้นชื่อที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอก็คือ ‘สะตอกุ้งสดผัดกะปิ’ และ ‘แกงเหลืองปลากระพงยอดมะพร้าว’ รวมถึงยังมีเมนูหลากหลายไม่ซ้ำใครที่ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการคิดค้นอาหารจานใหม่ไปพร้อมๆ กัน

เฟ้นหารูปแบบที่ใช่ในยุค New Normal

“ธุรกิจร้านอาหารของผมก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาในยุคที่เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการร้านอาหารเลยก็ว่าได้ เพราะโควิดเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกๆ รูปแบบ อย่างการรับประทานอาหารที่แทบไม่มีการออกมาทานในร้าน แต่เปลี่ยนเป็นการสั่งมาทานที่บ้านแทน ผมเริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และเริ่มศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกิจอาหารในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งการมีร้านอาหารบนแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีคือสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับร้านอาหารในยุคนี้ ผมนำร้านเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มแกร็บเป็นที่แรก เพราะเป็นแอปฯ ที่ได้รับความนิยม การมีฐานผู้ใช้งานและผู้ให้บริการเยอะก็ตรงกับสิ่งที่ร้านกำลังต้องการ หลังใช้เวลาในการสมัครประมาณ 5 วัน ผมก็เริ่มเปิดรับออเดอร์ผ่านแอปฯ เลย ยิ่งผมเปิดรับออเดอร์ได้เร็วขึ้นเท่าไหร่ ลูกค้าก็จะยิ่งมีโอกาสเห็นร้านของผมมากขึ้นเท่านั้น”

คุณแม็คเล่าต่อว่า “สำหรับคนทำธุรกิจร้านอาหารเป็นครั้งแรกอย่างผม แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมให้ร้านของผมได้มีโอกาสเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วถึงมากขึ้น อย่างในช่วงแรกๆ หน้าร้านเรามีประมาณ 3-4 ออเดอร์ต่อวัน แต่ภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ร้านมีบริการแบบเดลิเวอรี ยอดก็เพิ่มขึ้นถึง 20-30 ออเดอร์ต่อวัน และทำให้รายได้ของร้านดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมรู้สึกเกินคาดมาก เพราะเราไม่ได้มีการจัดโปรโมชันเหมือนร้านอื่นๆ แต่กลับมียอดขายที่น่าพอใจในทุกๆ วัน”

โอกาสทางการเงินท่ามกลางวิกฤต สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่

แม้ว่าในวันนี้ ‘ข้าวแกงกินเก่ง’ กับธุรกิจอายุ 1 ปี จะสามารถครองใจเหล่านักชิมท่ามกลางช่วงเวลาวิกฤต แต่ใช่ว่าเส้นทางที่ดำเนินมาจะราบรื่นอย่างที่คิด “ด้วยความที่เราเป็นมือใหม่ในการทำธุรกิจเอง การบริหารจัดการร้านเลยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย ผมเคยประสบปัญหาในการจัดการงบต่างๆ ภายในร้าน เข่น การซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ครัวที่ไม่พอดีกับความต้องการ ก็ค่อยๆ ปรับแก้ไป อย่างจำนวนออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ วัน ผมจึงจำเป็นที่จะต้องลงทุนไปกับการซื้อเครื่องไม้เครื่องมือในการทำครัวเพิ่มเพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น เพราะเราไม่อยากให้ลูกค้าต้องรอคิวนาน และไม่ต้องการเสียโอกาสในการรับลูกค้าเพิ่ม แต่ด้วยทุนส่วนตัวที่เรามี ย่อมมีติดขัดบ้าง และได้เรียนรู้เลยว่า การบริหารเงินทุนหมุนเวียนให้สม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม”

คุณแม็คหนุ่มใต้ใจนักสู้ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้วันนี้ร้าน ‘ข้าวแกงกินเก่ง’ จะประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมหยุดพัฒนาตัวเอง ในทางกลับกันผมมองว่าทุกวันของผมจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในฐานะผู้เล่นที่ต้องแข่งขันในตลาดที่ดุเดือด ผมยิ่งต้องศึกษา เรียนรู้ และปรับตัวให้เร็ว เพื่อให้ก้าวทันตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค วันนี้ผมได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีอะไรที่เป็นไม่ได้ ถ้าเรามีใจที่สู้ มุ่งมั่น และตั้งใจจริง ทุกเป้าหมายจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

M2S Signature คอลเลกชั่น Scandinavian Summer แรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของชาวสแกนดิเนเวีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660803

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 15:55 น.M2S Signature คอลเลกชั่น Scandinavian Summer แรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของชาวสแกนดิเนเวียเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ M2S Signature ในคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า Scandinavian Summer นำเสนอแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของชาวสแกนดิเนเวีย ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าดีไซน์เรียบเท่ สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ก้าวข้ามได้ทุกขีดจำกัด

สัมผัสสไตล์การแต่งตัวที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจ และกล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ต้องการ ไปกับแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ ‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’ (M2S Signature) ในคอลเลกชั่นเปิดตัวที่มีชื่อว่า ‘สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์’ (Scandinavian Summer) นำเสนอแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวอันเรียบเท่ของหญิงสาวชาวสแกนดิเนเวีย ที่สอดผสานเข้ากับความโก้หรูในการออกแบบสไตล์เฟมินีน และมาสคิวลีนเอาไว้ได้อย่างลงตัว ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าเรดี้ทูแวร์ (Ready-to-wear) ดีไซน์เรียบโก้ที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้เวิร์กกิ้งวูแมน ได้แก่ อภินรา ศรีกาญจนา, อรชุมา ดุรงค์เดช, ยุวเรต ศรุตานนท์ และพิมดาว พานิชสมัย มาร่วมเผยถึงคุณสมบัติของผู้หญิงเก่งที่สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดในแบบฉบับของตนเอง ผ่านสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบ และการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ในช่วงเวิร์คฟอร์มโฮม

‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’ (M2S Signature) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นออนไลน์ที่ยึดมั่นในเรื่องการส่งต่อพลังให้ผู้หญิง (Empowerment) และเป็นเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ในหลายโอกาส (Versatility) ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด โมเดิร์น อิลิแกนท์ (Modern Elegant) ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าแฟชั่นที่งดงามเหนือกาลเวลา สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ที่ยังคงไว้ซึ่งความทันสมัยจากเอกลักษณ์การดีไซน์ที่ใส่ใจในรายละเอียด และการคัดเลือกวัสดุคุณภาพสูง ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์มากฝีมือ ควบคู่ไปกับการตัดเย็บอันปราณีตบรรจงจากทีมช่างมากประสบการณ์ ที่สามารถเสริมสร้างความมั่นใจให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี

สำหรับคอลเลกชั่น ‘สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์’ (Scandinavian Summer) ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกเรื่องราวการแต่งกายของหญิงสาวชาวสแกนดิเนเวียที่มีความเรียบเท่ มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบ พร้อมผสมผสานความเฟมินีน ผ่านการเลือกใช้วัสดุที่น่าสนใจ อาทิ ผ้าลูกไม้ ผ้าซาติน และผ้าทวีต ลดทอนความหวานด้วยสไตล์มาสคิวลีน ด้วยการออกแบบซิลลูเอทให้มีความเท่ และการใช้สีในโทนคลาสสิก เรียบโก้ อาทิ สีขาว, สีฟ้า, สีน้ำเงิน และสีเทา ซึ่งเป็นโทนสีที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่าย โดยนำเสนอผ่านผลงานการออกแบบที่สามารถสวมใส่ได้ในหลายโอกาสที่ผู้หญิงทุกคนต้องมีติดตู้เสื้อผ้า โดยมีชิ้นเด่นอย่างเสื้อเบลเซอร์สีขาวตัวสั้นคัตติ้งเนี้ยบ ที่นำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยการตกแต่งลูกไม้บริเวณด้านหลังเสื้อ สวมใส่คู่กับกางเกงเอวสูงเทเลอร์หรือเดรสสายเดี่ยวสไตล์มินิมอล ก็จะได้ลุคเรียบโก้ที่มีความหวานซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นลุคที่สามารถสวมใส่ได้แม้ในวันทำงาน ชิ้นต่อมาคือ ชุดเดรสคอวีดีไซน์เรียบหรู ที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บผ้าสองชนิดเข้าด้วยกัน โดยตัวเดรสใช้ผ้าซาตินที่มีคุณสมบัติสวมใส่สบาย และเพิ่มความน่าค้นหาด้วยการใช้ผ้าลูกไม้ตัดเย็บเป็นบริเวณแขนเสื้อ และยังมีกระโปรงซาติน ปลายเฉียง และมีดีเทลจับเดรป

ทางทีมดีไซน์ยังได้หยิบแมททีเรียลสุดคลาสสิกอย่างผ้าทวีต ที่เนื้อผ้ามีความโดดเด่น มอบสไตล์ที่หรูหรา มาใช้ออกแบบในหลากหลายไอเทม อาทิ เสื้อครอป และเดรสสั้นปลายเฉียงผ้าทวีตสีน้ำเงิน ที่มาในซิลลูเอททรงหลวม เหมาะสำหรับวันพักผ่อน และสามารถเพิ่มความโดดเด่นได้ด้วยผ้าผูกเอวที่ผูกเป็นโบว์ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งยังมีคอเสื้อที่สามารถเลือกสวมใส่ได้ถึงสองแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเสื้อคอปาดหรือแบบเสื้อคอวี รวมถึงเดรสยาวปลายเฉียงสไตล์เรียบหรู และเดรสสั้นผ้าทวีตสีฟ้า โดยเดรสสั้นถูกตกแต่งด้วยการใช้ผ้าทวีตออกแบบเลเยอร์ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง รวมถึงผ้าลูกไม้สัญลักษณ์แห่งความเฟมินีนที่ถูกนำมาออกแบบด้วยเทคนิคการสร้างเลเยอร์ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ และเดรสผ้าลูกไม้สีขาว และสีฟ้า รวมถึงชิ้นเบสิกอย่างเสื้อเดรสเชิ้ตสียีนส์ทรงโอเวอร์ไซส์ ปักประดับตกแต่งด้วยการเลเยอร์ผ้าลูกไม้บริเวณด้านขวา ที่สามารถปล่อยชายผ้าให้ยาวทิ้งตัวลงมา หรือจับเป็นเดรปก็จะได้ลุคที่มีความคล่องตัวขึ้น เป็นไอเทมที่สามารถผสมผสานความมาสคิวลีน และความเฟมินีนเอาไว้ด้วยกันได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ เหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ได้มาร่วมเผยถึงคุณสมบัติของผู้หญิงเก่งที่สามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดในแบบฉบับของตนเอง ผ่านสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบ และการเลือกเสื้อผ้าสวมใส่ในช่วงเวิร์คฟอร์มโฮม เริ่มจากเวิร์คกิ้งวูแมน อภินรา ศรีกาญจนา เผยว่า “ผู้หญิงทุกคนควรมีความมั่นใจ และรู้จักที่จะรักตัวเองให้เป็น ไม่ว่าเราจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน ก็ไม่ควรโทษตัวเอง เราอยากให้ทุกคนค้นหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ และมั่นใจในแบบที่ตัวเองเป็น อย่างเราเองจะเป็นคนที่ตัวเล็กมาก ถ้าวันไหนต้องใส่กระโปรงหรือเดรส ก็จะเลือกชิ้นที่ความยาวคลุมเข่า เพราะถ้าสั้นเกินไปก็จะเห็นได้ชัดว่าขาเล็ก แล้วก็จะแมทช์ด้วยเข็มขัดเพื่อช่วยขับให้สรีระมีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะสไตล์การแต่งตัวที่ชอบคือแบบคลาสสิกเลย ทั้งซิลลูเอทและโทนสี แมททีเรียลที่ชอบก็จะเป็นผ้าทวีต เพราะใส่แล้วทำให้คนรูปร่างเล็กดูมีน้ำมีนวลขึ้น รวมถึงชุดสไตล์คลาสสิกที่ใช้ผ้าลูกไม้มาเพิ่มดีเทลด้วย เพราะใส่แล้วจะทำให้ลุคในวันนั้นน่าสนใจขึ้น แต่ถ้าวันไหนต้องการความคล่องตัวในการทำงานก็จะเลือกใส่กางเกง อย่างช่วงนี้ที่เวิร์คฟอร์มโฮมก็จะแต่งตัวสบายขึ้น เป็นเสื้อแขนยาวแมทช์กับกางเกงผ้า หรือไม่ก็เดรสเรียบโก้สักตัว”

ต่อมาที่คุณแม่คนเก่ง อรชุมา ดุรงค์เดช เล่าว่า “ผู้หญิงเก่งคือผู้หญิงที่รู้จักตัวเอง ต้องรู้ว่าตัวเองมีความสามารถด้านไหน แล้วดึงสิ่งนั้นออกมาให้ได้ แต่ที่สำคัญเลยคือต้องมีความมั่นใจ ฉลาดเลือก และกล้าที่จะใช้ชีวิต ซึ่งหนึ่งสิ่งที่จะสามารถช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ได้ ก็คือสไตล์การแต่งตัวที่เป็นตัวเอง อย่างเราจะชอบการแต่งตัวสไตล์มินิมอล ที่ไม่เรียบจนเกินไป อย่างถ้าใส่เสื้อเรียบๆ ก็จะต้องมีแอคเซสเซอรี่มาช่วยให้ดูน่าสนใจขึ้น แต่ก็จะเลือกชิ้นที่ใส่แล้วมั่นใจด้วย อย่างเราเป็นคนแขนเล็กก็จะชอบใส่เสื้อแขนกุดแมทช์กับกระโปรง หรือกางเกง เพราะผู้หญิงทุกคนถ้าได้ใส่ชุดที่เหมาะกับตัวเองแล้ว ความมั่นใจจากภายในก็จะสร้างได้ไม่ยาก ส่วนการแต่งตัวช่วงเวิร์คฟอร์มโฮมก็ยังคงเป็นสไตล์ที่ชอบอยู่ จะไม่ได้แต่งชิลล์มาก เพราะยังต้องประชุมออนไลน์ ต้องเจอคน แต่จะเลือกชิ้นที่ใส่แล้วคล่องตัวขึ้น ไม่รัดรูปเกินไป เพราะเราต้องทั้งทำงาน และเลี้ยงลูกไปด้วย”

ต่อมาที่สาวสังคม ยุวเรต ศรุตานนท์ เผยว่า “เราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความเก่ง ความสามารถ ในแบบของตนเอง แต่ผู้หญิงเก่งสำหรับเราต้องเป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี และสามารถส่งต่อพลังบวกให้ผู้อื่นได้ด้วย ส่วนสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบ จะเป็นสไตล์เรียบโก้ ผ่านการเลือกชุดที่การตัดเย็บมีดีเทลหน่อย หรือเลือกชุดที่เนื้อผ้ามีเท็กซ์เจอร์ อย่างเดรสผ้าทวีตที่มีการเล่นเลเยอร์ เพราะเราเป็นคนสูงโปร่ง เวลาใส่เดรสก็จะช่วยขับรูปร่างให้ดูชัดขึ้น แต่ถ้าเป็นช่วงเวิร์คฟอร์มโฮมช่วงนี้ ก็จะเลือกชุดที่เรียบโก้ แต่มีความสมาร์ทขึ้น อย่างเสื้อผ้าทวีตแมทช์กับกางเกงผ้าเอวสูง”

ปิดท้ายที่เซเลบริตี้สาวมากความสามารถ พิมดาว พานิชสมัย เล่าว่า “ผู้หญิงเก่งในความคิดของเราจะต้องเป็นผู้หญิงที่ฉลาดคิด ฉลาดเลือก มีความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นผู้หญิงที่มีแรงบันดาลใจในการลงมือทำสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ และที่สำคัญต้องสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจเหล่านั้นให้กับคนรอบตัวได้ สำหรับสไตล์การแต่งตัวที่ชื่นชอบก็จะเป็นสมาร์ทแคชชวล เพราะส่วนตัวเราไม่ได้เป็นคนหวาน ชิ้นที่ชอบก็จะเป็นกางเกงเอวสูง แมทช์กับเสื้อเชิ้ต เพราะเราเป็นคนตัวเล็กด้วย การใส่กางเกงเอวสูงก็จะช่วยทำให้รูปร่างสูงโปร่งขึ้น หรืออาจจะเป็นเดรสสบายๆ แมทช์กับเข็มขัด แล้วเติมเต็มลุคด้วยเครื่องประดับชิ้นโปรด อย่างต่างหู กำไล นาฬิกา ส่วนการแต่งตัวเวิร์คฟอร์มโฮมช่วงนี้ เราก็แต่งตัวเหมือนวันทำงานปกติเลย เพราะก็ยังต้องประชุมออนไลน์อยู่ตลอด อีกอย่างเสื้อผ้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้เราได้ขณะทำงาน”

พบกับเสื้อผ้าจากแบรนด์ ‘เอ็มทูเอส ซิกเนเจอร์’ (M2S Signature) ในคอลเลกชั่น ‘สแกนดิเนเวียน ซัมเมอร์’ (Scandinavian Summer) ได้แล้ววันนี้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย Instagram: @M2SSignature Line: @M2SSignature หรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่ M2SSignature Line Shopping หรือ ทางเว็บไซต์ www.shopat24.com/brands/fashion/m2s-signature/

AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น Fall/Winter 2021 “HERE COMES THE SUN” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660771

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 12:35 น.AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น Fall/Winter 2021 “HERE COMES THE SUN”เติมแสงสว่างและความสดใสให้ฤดูหนาวอันเงียบเหงากับ AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น Fall/Winter 2021 “HERE COMES THE SUN”

ไม่ว่าฤดูไหน หรือจะเกิดเหตุการณ์ใดบนโลก ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสงสว่างและมอบความอบอุ่นให้สิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์สีฟ้าใบนี้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดวงอาทิตย์เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่อย่างมีความหวังพลังบวกและการมองไปยังอนาคตที่สดใสและเต็มไปด้วยความสุข ท่ามกลางช่วงเวลายากลำบากและความเงียบเหงาในฤดูหนาว

แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ครีเอทีฟไดเรกเตอร์แบรนด์ AB. Angelys Balek (เอบี. แอนเจลิส บาเลก) จึงหยิบยกคอนเซปต์นี้มาถ่ายทอดผ่านคอลเลกชั่นล่าสุด  Fall/Winter 2021 (ฟอลล์/วินเทอร์ 2021) ภายใต้ชื่อ “Here comes the sun” (เฮียร์ คัมส์ เดอะ ซัน) เพื่อสรรสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อความหวัง และมอบความสุขให้กับผู้หญิงทุกคนให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน โดยถ่ายทอดผ่านภาพแฟชั่นเซ็ทภายใต้แนวคิด Selfie การหากิจกรรมสนุกๆ ทำ สร้างความสดใสให้กับชีวิตในช่วงที่ทุกคนพร้อมใจกันกักตัวอยู่บ้านและออกไปข้างนอกให้น้อยที่สุด

“ซีซั่นนี้เริ่มต้นการรังสรรค์ขึ้นจากงานอดิเรกอย่างการเพนท์ภาพ และได้แรงบันดาลจากงานศิลปะของจิตรกรคนโปรด Gustav Klimt (กุสทัฟ คลิมท์) ทุกครั้งที่ได้มองภาพของกุสทัฟทำให้เรามีความสุขเสมอ  ซึ่งนอกจากบรรดางานชิ้นสำคัญของเขาอย่าง The Kiss (1908) , Portrait of Adele Bloch-Bauer I (1907) และ The Maiden (1913) จะโดดเด่นด้วยรูปเรขาคณิตและการใช้สีโทนสดใส โดยเฉพาะสีทอง ซึ่งเป็นทั้งสีประจำตัวเขาและพาเลตต์สีของดวงอาทิตย์ กุสทัฟยังเป็นที่เลื่องลือในฐานะศิลปินผู้เอกอุด้านการวาดผู้หญิงได้สวยที่สุดในโลก ซึ่งตรงกับความปรารถนาของแองจี้ที่ต้องการสร้างสรรค์งานออกแบบที่ผู้หญิงสวมใส่แล้วสวยมีความสุขที่สุดในแบบฉบับของตนเอง พร้อมกับการเติมเต็มพลังบวก ความหวังและความสดใสให้กับทุกคนให้ผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้” แองจี้-แอนเจลิส บาเลก กล่าว

คอลเลกชั่น Fall/Winter 2021 “Here comes the sun”  แองจี้-แอนเจลิส บาเลก ได้นำเฉดสี Solid (ซอล ลิด) อย่าง สีแดง สีกรมท่า และเฉดสีน้ำเงินม่วง มาเป็นองค์ประกอบหลักผสมผสานรูปเรขาคณิตเข้ากับลายดอกไม้ในโทนสีต่าง ๆ รวมถึงยังดึงความละเอียดของชิ้นงานอันโด่งดังออกมาถ่ายทอดผ่านเส้นสายเพื่อเสริมกลิ่นอายงานของกุสทัฟ โดยใช้เทคนิคการรวมภาพ (Collage-คอลลาจ) และการลดทอนรายละเอียดด้วยการซูมเข้าไปใกล้ คอลเลกชั่นนี้นอกจากจะผสานโทนสีสดใสกว่าทุกคอลเลกชั่นที่ผ่านมา ยังโดดเด่นด้วยงานปักประดับ (Embroidery) ด้วยเทคนิคการเดินเส้นแบบผ้าทอที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและเทคนิคต่างๆ  ของชาวเขา ชิ้นงานบางส่วนจึงมีกลิ่นอายแบบ Tribal (ทไรเบิล) ที่ผสมผสานด้วยหลายสีสันในไอเทมเดียว และยังได้เพิ่มลูกเล่นใหม่กับบีชแวร์ สีเดนิม ซึ่งใช้เทคนิคการกัดสีที่ซับซ้อนจนได้สียีนส์ สีนิยมตามเทรนด์โลกเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นเพื่อถ่ายทอดความเซ็กซี่อย่างมีระดับหรือที่ Angelys Balek (แอนเจลิส บาเลก) เรียกว่า High-class sexy (ไฮ-คลาส เซ็กซี่) พร้อมยังคงความปรารถนาที่อยากรักษาความสวยงามของโลกใบนี้ไว้โดยใช้ sustainable fabric หรือเส้นใยรีไซเคิลในกระบวนการผลิตมากกว่า 80%

จากความลุ่มหลงในผลงานของ Gustav Klimt จิตรกรผู้ยิ่งใหญ่แห่งออสเตรียสู่การรังสรรค์ลายพิมพ์ 3 สไตล์คือ

THE LIFE AQUATIC ถ่ายทอดวิวดวงอาทิตย์เหนือท้องทะเลผ่านสีสันและลวดลายจากรูปทรงเรขาคณิตและโทนสีจัดจ้านของดวงอาทิตย์สู่งานออกแบบชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ที่มีภาพวาดลายดอกไม้ฝีมือแอนเจลิสบาเลกที่โดดเด่นด้วยสีแดงและสีน้ำเงิน

A GLEAM OF SUNSHINE โทนสีเหลืองทองในยามดวงอาทิตย์ขึ้น-พระอาทิตย์ตกดินถูกนำมาตีความใหม่ผสานกับเทคนิคการจับสม็อกและการใช้เส้นสายต่างๆ ปรากฏเป็นบีชแวร์ที่ดึงความเซ็กซี่ของผู้หญิงได้อย่างมีมิติ เพราะเชื่อว่า #ABwomen เติบโตขึ้น และกล้าที่จะเป็นผู้หญิงเซ็กซี่ 

SERENE BY THE SEA ที่มีท้องทะเลเป็นตัวจุดประกายการสร้างสรรค์โทนสีและดีไซน์ เพราะท้องทะเลในหน้าหนาวชวนให้เรารู้สึกสงบ สีของกลุ่มนี้จึงถ่ายทอดออกมาผ่านสีโทนเย็น ซึ่งก็ตรงกับโทนกลุ่มสีกรมที่ออกเฉดสีม่วงมากกว่าสีฟ้าตามที่เห็นบนผลงานของกุสทัฟ

นอกจากนี้ Angelys Balek ยังตอกย้ำการเป็นแบรนด์ชุดว่ายน้ำแบบ Double Duty (ดับเบิ้ลดิวตี้) ที่สามารถสวมใส่ได้ตั้งแต่บนชายหาดหรือสระว่ายน้ำ งานปาร์ตี้ ไปจนถึงงานกลางคืน Kaftans (คาฟทัน) และ Cover ups (คัฟเวอร์ อัพ) เนื้อผ้าที่พลิ้วไหวผสานความลงตัวของดีไซน์ที่ดึงความเซ็กซี่และความน่ารักเพื่อให้สาว ๆ ได้มิกซ์แอนด์แมตช์ใส่คลุมชุดว่ายน้ำ

พบกับ AB. Angelys Balek คอลเลกชั่น Fall / Winter 2021: “Here comes the sun” ได้ที่ช่องทางออนไลน์ https://www.angelysbalekshop.com/ และ Instagram: @angelysbalekth, @angelysbalek หรือ ชั้น G ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอร์รี่

#ABAngelysBalek #ABFW21 #ABWorld

Matter Makers ‘California Dreaming’ แฟชั่นสุดเท่ สดใสซาบซ่าสไตล์สาวแคลิฟอร์เนีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660767

วันที่ 17 ส.ค. 2564 เวลา 11:30 น.Matter Makers ‘California Dreaming’ แฟชั่นสุดเท่ สดใสซาบซ่าสไตล์สาวแคลิฟอร์เนียMatter Makers ปล่อยคอลเลกชั่นล่าสุด “California Dreaming” ดึงเสน่ห์ซาบซ่าแบบสาวแคลิฟอร์เนีย สะท้อนผ่านลายพิมพ์กราฟิกและซิลูเอทที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์สตรีทแวร์ Matter Makers ต้องพ่วงด้วยคำว่า exCOOLsive ดีไซน์ความเท่ที่ไม่เหมือนใคร และในคอลเลกชั่นล่าสุด California Dreaming ดึงเสน่ห์ซาบซ่า แบบสาวแคลิฟอร์เนีย ในช่วงฤดูร้อนอันแสนเย้ายวนที่เต็มไปด้วย แสงแดด สายลม ท้องทะเล ความมีชีวิตชีวาของสาวนักโต้คลื่นและความหลงใหลในกีฬาเอ็กซ์ตรีม สะท้อนผ่านลายพิมพ์กราฟิก ลวดลายต้นปาล์ม และซิลูเอทที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร

บรรยากาศของเมือง เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านการแต่งตัวของผู้คนบนท้องถนนซึ่งเป็นการผสมผสานมนต์เสน่ห์ของความเป็นเมือง ที่เน้นความกระฉับกระเฉง ว่องไว และคล่องตัว ออกมาเป็นชุด Sportswear อย่าง กางเกง และแจ็คเก็ตยีนส์ สีสันอันสดใสเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศในฤดูร้อน ในขณะที่บรรยากาศชายหาด ได้รับการบอกเล่าผ่านเส้นสาย และลายเส้นกราฟิกของลายพิมพ์หลักในคอลเลกชั่นนี้ ที่ยังคงแทรกอยู่บนเสื้อยืด และเสื้อฮาวาย ที่เป็นชิ้นโปรดของใครหลายๆ คนอีกด้วย

Matter Makers แบรนด์สตรีทแวร์ดีไซน์เท่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงผสานความอ่อนหวานของหญิงสาวไว้ด้วยลูกไม้ปักดอก (Floral lace) คอตตอน ทวิล (cotton twill) และเนื้อผ้าที่เน้นส่วมใส่สบายอย่างผ้า Cotton และ Rayon ผสมผสานในโทนสีพาสเทลเฉดต่างๆ ซึ่งนำมาใช้ในชีวิตจริงได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น สีชมพู ฟ้า ม่วง เหลือง หรือเขียว แต่ยังคงมีความ casual และไม่ทิ้งความหลากหลาย อย่าง เสื้อเชิ้ตลายกราฟฟิก โอเวอร์ไซส์ เพิ่มลูกเล่นด้วยดีเทลโบว์, เสื้อยืด (T-shirt) สกีนลายต้นปาล์ม และ เสื้อยืด ซิกเนเจอร์ ปักคำว่า Matter และตกแต่งด้วยระบายผ้าลูกไม้ เอาใจสาย mix and match แบบชาว Matter Makers

พบกับคอลเลกชั่น ‘California Dreaming’ ได้ที่ช่องทางออนไลน์ www.matter-makers.com หรือ Line: @mattermakers และร้าน Matter Makers เกษรวิลเลจ ชั้น 2 โทร 02-656-1388 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรี่ยม โซนไทยดีไซน์เนอร์ และ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Instagram: @mattermakers Facebook: https://www.facebook.com/mattermakers

#MMCaliforniaDreaming #TeamMatterMakers

จะยั่งยืน มันต้องสมดุลระหว่าง Hard Skills และ Soft Skills ตอนที่ 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/660684

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 12:45 น.จะยั่งยืน มันต้องสมดุลระหว่าง Hard Skills และ Soft Skills ตอนที่ 2โดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่แน่นอน อ่อนไหว และซับซ้อน องค์กรจึงต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เพราะแนวทางการดำเนินงานแบบเดิมๆ ไม่ได้ผล เราจึงลงทุนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง แต่ผลที่ได้กลับต่ำกว่าที่คาดหวังและไม่ยั่งยืน ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง และกำลังเผชิญกับภาวะล่มสลาย หรือ Disruption ท่านคิดว่าเพราะอะไร

เหตุผลหนึ่ง ก็เพราะเรายังยึดติดอยู่กับการพัฒนา Hard Skills เพียงด้านเดียว นั่นคือ เราให้ความสำคัญแต่เรื่องทักษะการบริหารจัดการเพียงลำพัง ซึ่งว่าไปแล้วมันสำคัญ จำเป็น แต่ไม่พอ การพัฒนาจึงไม่ยั่งยืน เพราะเรามองข้ามคุณสมบัติบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังของทักษะการบริหารจัดการทั้งปวง มันคือ Soft Skills

จากบทความคราวที่แล้ว เราเสนอว่าทางออกของปัญหาด้าน Soft Skills จะแบ่งเป็น 5 หัวข้อ คือ กรอบความคิด การคิดเชิงระบบ ตัวตน อารมณ์ และภาวะผู้นำ และได้นำเสนอไป 2 หัวข้อแรก คราวนี้ขอต่อด้วยหัวข้อที่เหลือ ดังนี้

ประการที่สาม คำสำคัญคือ ตัวตนปัญหาหลักในประเด็นนี้คือ บุคคลขาดความมั่นคงทางอารมณ์ รู้สึกท้อแท้ ขาดแรงบันดาลใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ ไม่เล่นเชิงรุก ภายในเปราะบาง อ่อนไหวต่อสิ่งที่เข้ามากระทบ ขาดภูมิต้านทาน ขาดความทนทาน ขาดความเชื่อมั่น จะรู้สึกดีก็ต่อเมื่อมีคนอื่นมายืนยัน ไม่กล้าแสดงออก กลัวผิด ชอบเปรียบเทียบ รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่า รู้สึกว่าตนไม่ได้รับการยอมรับ ชอบคุยข่ม หรือคิดว่าตนเหนือกว่าบางคนติดความสมบูรณ์แบบ เอาตนเป็นศูนย์กลางจักรวาล หรือการใช้ความรุนแรง ตามมาด้วยความซึมเศร้า โดยรวมแล้ว ปัญหาตัวตนมีจุดเริ่มที่ปมที่ไม่เห็นคุณค่าตนเอง แล้วจบลงที่ภาวะซึมเศร้า

เมื่อพิจารณาถึงสาเหตุ เพราะรากของปัญหาคือ คุณค่าตนเองมันพร่องไป มันขาดหายไป คุณค่าที่หายไปนี้ มันเป็นความรู้สึกลึกๆ ถึงความผิดหวัง และความพลาดพลั้งถึงสิ่งที่ทำลงไปในอดีต และไม่ว่าจะเกิดจากอะไรก็ตาม สุดท้ายแล้วมันคือ ปม

ทางออกจึงต้องปรับมุมมองที่มีต่อตนเองเสียใหม่ มองเรื่องที่ผ่านมาในอดีตอย่างเข้าใจ ให้อภัยตนเอง เห็นตนเองมีค่า ให้กำลังใจตนเอง

ประการที่สี่ คำสำคัญคือ อารมณ์ปัญหาหลักในประเด็นนี้คือ บุคลากรขาดศรัทธา ไม่ไว้ใจกัน ไม่เข้าใจกัน ทีมงานจึงขาดความเข้มแข็ง ขาดพลังร่วม ไม่เสริมกัน เล่นไม่เป็นทีม ไม่ไปในแนวเดียวกัน

สาเหตุเกิดจากการไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง ใจจึงไม่เปิดกว้างรับฟัง นำไปสู่ความไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน ขาดความเชื่อมั่นต่อกัน

ทางออกคือ ปรับมุมมองที่มีต่อทีมงานเสียใหม่ เพราะคนเราต่างกัน จึงต้องเห็นคุณค่าในความแตกต่าง เมื่อนั้น ใจจึงเปิดกว้างรับฟังซึ่งกันและกัน ไม่เอาตนคนเป็นศูนย์กลาง

ประการที่ห้า คือ ภาวะผู้นำปัญหาลหลักในประเด็นนี้คือ บุคลาการขาดภาวะผู้นำ (มิใช่ขาดผู้นำโดยตำแหน่ง) เพราะต่างก็ไม่เห็นบุคคลอื่นว่าคือมนุษย์ที่มีชีวิตที่ต้องการคุณค่าและความหมาย จึงขาดการยอมรับซึ่งกันและกัน ตามมาด้วยการขาดภาวะผู้นำ จึงไม่สามารถนำองค์กรไปในแนวทางเดียวกันได้อย่างเป็นเอกภาพ

ทางออกจึงต้องปรับมุมมองที่มีต่อเพื่อนร่วมงานว่าคือมนุษย์ที่มีชีวิต ชีวิตคือตัวตน ตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย เมื่อบุคคลได้รับการยอมรับ เขาจึงยอมรับตอบ เมื่อนั้นภาวะผู้นำก็เกิดขึ้น

ปัญหาทั้ง 5 ประเด็นที่เสนอนี้ (กรอบความคิด การคิดเชิงระบบ ตัวตน อารมณ์ และภาวะผู้นำ) เจอทุกบ้าน ทุกองค์กร ทุกช่วงวัย ไม่มียกเว้น ต่างกันที่ช้าเร็วหนักเบา ยังไงก็ต้องเจอในบริบทที่ต่างกัน ประเด็นใต้พรมนี้ เราต่างตระหนักว่ามันมีอยู่จริง มันสำคัญ มันคือตัวตัดสินว่าใครหรือองค์กรใดจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไร มันล้วนสัมพันธ์กันทั้งหมดอย่างไม่อาจแยกออกจากกันได้

วิชาการต่างๆ ที่เรียนมาในสถาบันการศึกษานั้นมันดีมีประโยชน์ แต่มันไม่จบ มันเป็นเพียงแก้ที่ปลายเหตุ มันดีเฉพาะหน้าระยะสั้นเท่านั้น แต่มันต้องมาจัดการที่ต้นเหตุที่รากของปัญหา มันจึงจะยั่งยืน ใช่หรือไม่

Soft Skills มันเกี่ยวข้องกับทุกมิติชีวิต เพราะมันเป็นฐานรากของทุกการกระทำ มันคือรากของความสำเร็จเชิงประจักษ์ มันเป็นตัวเสริมความสามารถด้าน Hard Skills ความสำเร็จอย่างยั่งยืนจึงต้องใช้ทั้งสองส่วนอย่างสมดุล แต่การพัฒนา Sot Skills นี้ มันไม่ง่าย แต่สำคัญ มันมีทางออก มันต้องฝึก อดทน จึงจะได้วิชานี้มา มันมิใช่แค่รู้ว่าหนึ่งบวกเป็นสอง ดังนั้นสองบวกสองต้องเป็นสี่ แต่คนเราส่วนใหญ่ขาดความอดทน อยากได้อะไรเร็วๆ โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่ต้องการทางลัด เราจึงเห็นบ่อยครั้งว่าเราสะดุด เราไปต่อไม่ได้ เพราะนั่นเรากำลังเดินด้วยขาข้างเดียว มันจึงหกล้ม ไม่ยั่งยืน แล้วเราจะยังมองข้ามอีกหรือ ทำไมไม่หันมาให้เวลากับมันบ้าง

เพราะ Soft Skills มันคือรากของความสำเร็จอย่างยั่งยืนที่แท้จริง

ท่านในฐานะที่เป็นผู้นำองค์กร ท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวไปกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อยกระดับ Soft Skills ให้มาเสริมสร้างศักยภาพด้าน Hard Skills เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงองค์กรให้สมดุล เข้มแข็ง มั่นคงยั่งยืนได้อย่างไร

รวมขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยมเสริมสิริมงคล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/660590

วันที่ 02 ก.ย. 2564 เวลา 17:10 น.รวมขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยมเสริมสิริมงคลร่วมส่งมอบตำนานความอร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์ เสริมสิริมงคลในชีวิตแด่ผู้รับ พร้อมสืบทอดและเฉลิมฉลองประเพณีอันงดงามกับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2564

1 ขนมไหว้พระจันทร์เสริมสิริมงคล จากซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

ให้เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้พิเศษกว่าที่เคย ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯและบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมสืบทอดและเฉลิมฉลองประเพณีอันงดงามกับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2564 ที่กำลังจะมาถึง เพื่อนำไปมอบแด่คนที่คุณรัก เสริมสิริมงคลในชีวิต แสดงถึงความรัก ความปรารถนาดีและความเคารพรักต่อผู้รับ

ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนมไหว้พระจันทร์ในกล่องกระเป๋าโก้หรู คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างพิถีพิถัน นำมาปรุงเป็นขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ไส้เนียน เต็มคำ มีให้เลือกถึง 6 รสชาติ อาทิ ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, เม็ดบัวไข่เค็ม, พุทราจีนไข่เค็ม, โหงวยิ้งไข่เค็ม, ถั่วดำและชาเชียว, มันม่วงไข่เค็ม แบบกล่องเล็กต่อ 1 ชิ้น ราคา 118 บาทสุทธิ และแบบกล่องกระเป๋าพระจันทร์ ต่อ 4 ชิ้น ราคา 988 บาทสุทธิ 

พบกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม รสชาติที่แสนอร่อยได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้-21 กันยายน 2564 เปิดบริการทุกวัน 07.00 น. – 19.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งจองล่วงหน้าได้ที่ โทร 02-100-6255 หรือ diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารของซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่

เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/zing

เฟสบุ๊ค: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld

อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

2 ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน เปิดตำนานความอร่อยแบบแฮนด์เมดกับขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ฮ่องกงแท้ 

ขนมไหว้พระจันทร์จากร้าน ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขอกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งในปี 2564 นี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดตำนานความอร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ฮ่องกงขนานแท้ ที่ยังคงยึดหลักการทำขนมไหว้พระจันทร์แบบฉบับดั้งเดิม จากฝีมือเชฟชาน ยิ้ว แลม เชฟฮ่องกงฝีมือคุณภาพ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำขนมอบสไตล์กวางตุ้ง ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี โดยในปีนี้ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ของร้านมีให้เลือกถึง 6 ไส้ 9 แบบ ที่มีความนุ่มอร่อยแบบเฉพาะตัว พร้อมให้คุณจับจองแล้ววันนี้

ความพิเศษของขนมไหว้พระจันทร์จากร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน นั้นโดดเด่นด้วยมาตรฐานการควบคุมการผลิตโดยเชฟฝีมือคุณภาพที่ดูแลทุกขั้นตอนการผลิตด้วยตัวเอง ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบคุณภาพ จนถึงการรังสรรค์สูตรขนมทั้งแป้งและไส้ และยังเป็นขนมแบบแฮนด์เมดทุกชิ้น โดยแป้งที่ทำขนมไหว้พระจันทร์นั้นจะนำมานวดด้วยมือจนได้ความเนียนนุ่มบางเบา ส่วนไส้นั้นจะมีความเนียน พร้อมด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีรสไม่หวานมาก เหมาะกับการรับประทานคู่กับน้ำชาในทุกโอกาสที่คุณต้องการ

พบกับขบวนพาเหรดขนมไหว้พระจันทร์ที่มีให้เลือกถึง 6 ไส้ 9 แบบ ได้แก่ ไส้เม็ดบัวฮ่องกง และ ไส้เม็ดบัวฮ่องกงไข่แดง ที่อัดแน่นด้วยเม็ดบัวชั้นดี ไม่หวานเกินไป แป้งบางอร่อย ตามด้วย ไส้ถั่วแดงฮ่องกง และ ไส้ถั่วแดงฮ่องกงไข่แดง ที่คัดสรรถั่วแดงชั้นดีนำเข้าจากฮ่องกง สาวกทุเรียนห้ามพลาด ไส้ทุเรียน และ ไส้ทุเรียนไข่แดง ที่ใช้เนื้อทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดี กวนจนได้เนื้อทุเรียนที่เข้มข้น ขอแนะนำอีกหนึ่งไส้ขายดีอย่าง ไส้คัสตาร์ด ที่หอมมันลงตัวด้วยไข่ไก่และนมเนยชั้นดี ได้รสชาติความอร่อยเหมือนทานไส้คัสตาร์ดสไตล์ฮ่องกงแท้ๆ นอกจากนี้ยังมีไส้ชาเขียว ที่เข้มข้นด้วยรสชาติชาเขียวเน้นๆ และปิดท้ายด้วยไส้กาแฟ ที่คนรักกาแฟต้องชื่นชอบ ด้วยความหอมกรุ่นจากกาแฟอันเป็นเอกลักษณ์

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขอเชิญชวนทุกท่านลิ้มลองความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ฮ่องกงขนานแท้ พร้อมสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวจีนด้วยการมอบขนมไหว้พระจันทร์ที่จัดทำอย่างพิถีพิถันเป็นของขวัญหรือของฝาก โดยจัดใส่กล่องสวยหรู สีแดงสด เหมาะสำหรับส่งมอบแก่คนที่คุณรัก หรือลูกค้า เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

ชุดขนมไหว้พระจันทร์มีให้เลือก 2 เซต ได้แก่ เซต A ชุดมูนเค้กคลาสสิก ไข่แดง (6 ชิ้น) จำหน่ายในราคา 415 บาท/ กล่อง ประกอบด้วยไส้เม็ดบัวฮ่องกงไข่แดง ไส้ถั่วแดงฮ่องกงไข่แดง ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่แดง ไส้คัสตาร์ด ไส้กาแฟ และไส้ชาเขียว , เซต B ชุดมูนเค้กคลาสสิก (6 ชิ้น) จำหน่ายในราคา 400 บาท/กล่อง ประกอบด้วยไส้เม็ดบัวฮ่องกง ไส้ถั่วแดงฮ่องกง ไส้ทุเรียนหมอนทอง ไส้คัสตาร์ด ไส้กาแฟ และ ไส้ชาเขียว 

สั่งจองขนมไหว้พระจันทร์ระดับตำนานสไตล์ฮ่องกงจากร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ได้แล้ววันนี้ โดยทางร้านเปิดรับจองทางโทรศัพท์เท่านั้น ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-833-5434-5 ติดตามรายละเอียดเพิ่มได้ที่เว็บไซต์ www.hkfisherman.com และเฟซบุ๊ก Hong Kong Fisherman

3 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยแพคเกจจิ้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เชิญทุกครอบครัวร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ เอร็ดอร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับจับคู่กับชาเลิศรสที่แพคมาในบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนอย่างเข่งไม้ไผ่ รับรองว่าเก๋ไม่ซ้ำใคร เหมาะสำหรับเป็นของฝากเพื่อนและครอบครัว หรือแม้แต่ของขวัญสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 21 ก.ย. 2564 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 5 แถม 1

ขนมไหว้พระจันทร์เลิศรสจากโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ มีมาให้เลือกทั้งแบบเป็นเซตในเข่งไม้ไผ่ เก๋ไม่ซ้ำใคร ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแแบบชิ้นเดี่ยวในกล่องกระดาษขนาด 170 กรัม หรือขนาดเล็ก 50 กรัม อร่อยพอดีคำ

เซตในเข่งไม้ไผ่ 3 ชั้น ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ขนาด 170 กรัม 2 ชิ้น พร้อมชาอู่หลงมะลิหอมละมุน ราคา 599 บาท ต่อเซต เหมาะสำหรับเป็นของฝากหรือแม้แต่เป็นเซตอาฟเตอร์นูนทีเก๋ๆ ที่บ้าน 

ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นเดี่ยว ขนาด 170 กรัม ราคา 158 บาท ต่อชิ้น ทุเรียนไข่เดี่ยว เม็ดบัวไข่เดี่ยว พุทราจีนไข่เดี่ยว เกาลัด แมคคาเดเมีย ถั่วรวมไข่เดี่ยว งาดำไข่เดี่ยว

ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นเดี่ยว ขนาด 50 กรัม ราคา 88 บาทต่อชิ้น ทุเรียนจันทบุรี เม็ดบัว ไข่เดี่ยว พุทราจีนไข่เดี่ยว เกาลัด แมคคาเดเมีย ช็อคโกแลตโรเช่

ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ แสนอร่อยบรรจุในบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 กันยายน 2564 ในราคาเพียง 599 บาทสุทธิ ไม่ว่าจะซื้อทานเองกับครอบครัวหรือเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน โปรโมชั่น ซื้อ 5 แถม 1สามารถใช้ได้กับการซื้อทั้งแบบเซตและแบบขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นเดี่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสั่งซื้อได้ที่ ไลน์ @MarriottSurawongse และหมายเลขโทรศัพท์ 0-2088 5666 ที่

4 สืบสานประเพณีเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยม จากห้องอาหาร พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

โรงแรมแบงค็อกแมริออทมาร์คีส์ควีนส์ปาร์คต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีนี้ด้วยคุณภาพและความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ที่คัดสรรพิเศษเฉพาะจากห้องอาหารจีนพาโกด้าไชนีสเรสเตอรองท์ นำเสนอในกล่องดีไซน์สวยหรูเหมาะสำหรับนำไปมอบเป็นของฝากให้แก่ครอบครัว เพื่อน หรือของขวัญให้กับคนพิเศษของคุณในช่วงเวลาอันเป็นมงคลนี้ โดยในปีนี้ห้องอาหารจีน พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ได้นำความทันสมัยมาผสมผสานความดั้งเดิมของประเพณีอันงดงาม ถ่ายทอดและรังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์โดยเน้นการใช้ส่วนผสมวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมในการปรุง พร้อมนำเสนอหลากหลายรสชาติทั้งแบบสูตรดั้งเดิมสุดคลาสสิคและสูตรซิกเนเจอร์ ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม (ขนาด 150 กรัม) มีทั้งหมด 4 รสชาติประกอบไปด้วย ไส้เม็ดบัวและแมคคาเดเมีย ไส้หมูแผ่นปรุงรสและสารพัดถั่ว ไส้เม็ดบัวและเมล็ดแตงโมกับไข่แดงและ ไส้ทุเรียนจันทบุรีกับเม็ดบัวและไข่แดง

สำหรับสูตรซิกเนเจอร์ (ขนาด 50 กรัม) มีให้เลือก 2 รสชาติ ได้แก่ ไส้คัสตาร์ดวานิลลากับไข่แดง และไส้ช็อกโกแลตมอลต์ โรเช่ร์ (ทำจากช็อกโกแลตและอัลมอนด์พราลีน วัตถุดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส)

ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมสามารถซื้อได้ทั้งแบบกล่องบรรจุ 4 ชิ้น (ราคาเริ่มต้นกล่องละ 988 บาทสุทธิ) และแบบชิ้นเดี่ยว (ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 188 บาทสุทธิ) สำหรับขนมไหว้พระจันทร์สูตรซิกเนเจอร์จะจำหน่ายเป็นกล่องบรรจุ 6 ชิ้น (ราคาเริ่มต้นกล่องละ 888 บาทสุทธิ) และกล่องขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ถูกออกแบบมาในสไตล์ร่วมสมัยรูปทรงแบบหกเหลี่ยมสีแดงมงคล พิมพ์ลวดลายมังกรสีทองและยังสามารถตกแต่งด้วยโลโก้ของบริษัทเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับคู่ค้าทางธุรกิจของคุณได้อีกด้วย กรุณาคลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาและรสชาติ

ขนมไหว้พระจันทร์พร้อมวางจำหน่ายที่ห้องอาหารจีนพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ตั้งแต่วันนี้-21 กันยายน 2564

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์ กรุณาโทร. +66 (0) 2 059 5999 แฟ็กซ์ +66 (0) 2 059 5366 หรืออีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com หรือเว็บไซต์: www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/PagodaChineseRestaurant ไลน์: @pagoda

5 Kyo Roll En จับมือ ‘Collab’ ร้าน 2 ดาวมิชลิน ‘ศรณ์’ อีกครั้ง กับซีซั่น 2 ของ Mooncake รุ่น Limited Edition ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ 

Kyo Roll En (เกียวโรลเอ็น) ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ เปิดตัวเซตขนมสุดพรีเมียม พร้อมการกลับมารวมพลัง Collaboration อีกครั้งในปีที่ 2 ระหว่าง Kyo Roll En X Sorn ร้านอาหารใต้ไฟน์ไดน์นิ่ง “ศรณ์” ระดับ 2 ดาวมิชลิน โดยเชฟ “ไอซ์-ศุภักษร จงศิริ และ เชฟเดช คิ้วคชา จาก Kyo Roll En และ Kyo Bar กับรสชาติพิเศษสุด Exclusive ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วภาคใต้ของไทยและญี่ปุ่น รังสรรค์เป็นขนมไหว้พระจันทร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Limited Edition Collaboration Mooncake กับสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์สูตรแฮนด์เมด ทุกชิ้นปั้นด้วยมือตามประเพณีจีน ที่สืบทอดยาวนานกว่า 1000 ปี รังสรรค์รสชาติพิเศษโดยเชฟเดช คิ้วคชา แห่ง Kyo Roll En ร่วมออกแบบกับเชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เชฟมิชลิน 2 ดาว และ อันดับที่ 11 จาก Asia’s 50 Best Restaurants 2021 เจ้าของร้าน อาหารใต้ไฟน์ไดน์นิ่ง “ศรณ์” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่จองยากที่สุดใน กทม. กลับมา ‘collab’ ต่อเป็นปีที่ 2 โดยคัดสรรวัตถุดิบขึ้นชื่อจากทางภาคใต้ของไทยตามแบบฉบับของร้านศรณ์ ออกแบบเป็น Mooncake รสชาติใหม่ ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ เริ่มที่ Cashew Nuts – Coconut ‘กาหยู’ เนยถั่วรสหวานมัน ‘Signature’ ของร้านศรณ์ที่ทำด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ของดีขึ้นชื่อ จากภาคใต้ สอดไส้ด้วยมะพร้าวสด Southern ‘Mont Blanc’ แรงบันดาลใจจากเค้กมองบลังค์สไตล์ญี่ปุ่น ใช้เกาลัดจากจังหวัดปัตตานีนำมาบดละเอียด ยัดไส้ด้วยเม็ดเกาลัดและแห้ว ได้ทั้งความหอม หวาน มัน ในคำเดียว Yuzu Lava ส้ม ‘ยูซุ’ กลิ่นหอมขึ้นชื่อจากญี่ปุ่น รสหวานอมเปรี้ยวสดชื่น ไหลเยิ้มแบบ ‘ลาวา’ ปิดท้ายด้วย Satsuma Imo มันหวานญี่ปุ่นแท้จากเกาะคิวชู ทานได้ทั้งแบบเย็นหรืออุ่นร้อนๆ เหมือนทานมันหวานเผาสไตล์ ‘Yaki Imo’ (ยากิ อิโมะ) ในญี่ปุ่น บรรจุลงในกล่องสีแดงมงคลปั้มลายทองหรูหราอลังการ ถ่ายทอดวัตถุดิบและวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น ด้วยการตกแต่งภาพป๊อปอัพแบบ 3 มิติ Kyo Roll En X Sorn Mooncake รุ่น Limited Edition เปิดรับจองในราคากล่องละ 1488 บาท ผ่านเว็บไซต์ www.kyorollen.com/mooncake

นอกเหนือจากนี้ พลาดไม่ได้กับขนมไหว้พระจันทร์สูตรซิกเนเจอร์จาก Kyo Roll En พร้อมเปิดตัวรสชาติใหม่ล่าสุด!! ‘KYO’ Mixed Nuts ไส้ ‘โหงวยิ้ง’ แบบ ‘Made In Japan’ ทำจากถั่วและธัญพืชญี่ปุ่น 5 ชนิด ถั่วแระ (Edamame) ถั่วดำ (Kuromame) ถั่วเขียว ถั่วลิสง และเกาลัด (Kuri) และรส Custard Vanilla สุดคลาสสิค กับสูตรใหม่! ผสานวานิลลาแท้จากมาดากัสการ์ หอมแบบไม่รู้ลืม ทานได้ทั้งแบบเย็น หรืออุ่นร้อนๆ ก็ฟินสุดๆ จำหน่ายในกล่อง Mooncake 2 ขนาด แบบ Premium Box 8 ชิ้น ราคา 888 บาท สามารถคละได้ 4 รสชาติ รสละ 2 ชิ้น คือ Yuzu Lava, Satsuma Imo, Custard Vanilla, ‘KYO’ Mixed Nuts และกล่อง Kyoto Box 4 ชิ้น ราคา 488 บาท รสละ 1 ชิ้น

และสำหรับลูกค้า Corporate Order ที่ต้องการสั่งซื้อตั้งแต่ 20 กล่องขึ้นไป สามารถ Personalize ประทับโลโก้บนบรรจุภัณฑ์ได้ พร้อมบริการจัดส่งสินค้าฟรีทั่ว กทม. และบริการจัดส่งต่างจังหวัดโดยรถเก็บความเย็น สั่งจองได้ที่ โทร. 062-2264555 หรือ Line: @kyorollen

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้สั่งจอง Mooncake ระดับ 2 ดาวมิชลินสตาร์ แทนคำอวยพรมงคล ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.kyorollen.com/mooncake หรือที่ Line :@kyorollen โทร. 062-2264555

6 S&P Mooncake 2021 กับคอนเซ็ปต์ “ของขวัญจากพระจันทร์” เผยเขนมไหว้พระจันทร์ 2 รสชาติใหม่ “ไส้หมอนทองเก๋ากี้ไข่เค็มลาวา และ ไส้หมูฮ่องเต้ซอสเอ๊กซ์โอ”

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “S&P Mooncake 2021” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ของขวัญจากพระจันทร์” เพื่อมอบสิ่งดีๆ แทนความรักและความห่วงใยผ่านขนมไหว้พระจันทร์ เอส แอนด์ พี หลากหลายรสชาติ พร้อมกันนี้ได้เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ 2 รสชาติใหม่ ได้แก่ ขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมอนทองเก๋ากี้ไข่เค็มลาวา และขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมูฮ่องเต้ซอสเอ๊กซ์โอ ในปีนี้บริษัทฯ มุ่งเน้นการขายขนมไหว้พระจันทร์ผ่านช่องทางดิลิเวอรี่  และจับมือกับพันธมิตรเพื่อให้บริการจัดส่งขนมไหว้พระจันทร์ทั่วประเทศเป็นครั้งแรก พร้อมขนทัพขนมไหว้พระจันทร์ที่หลากหลายและมากที่สุดไว้ที่ ‘ตลาดนัด เอส แอนด์ พี แบบเต็มรูปแบบ’

อรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจเอส แอนด์ พี บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จากัด (มหาชน) กล่าวถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ในปีนี้ว่า “เอส แอนด์ พี เป็นผู้นำตลาดขนมไหว้พระจันทร์ เรามีขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติถึง 14 รสชาติ (19 ไส้) โดยบริษัทฯ ยังมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกปี สำหรับปีนี้เปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ไส้ใหม่ “ขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมอนทองเก๋ากี้ไข่เค็มลาวา” และ “ขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมูฮ่องเต้ซอสเอ๊กซ์โอ” เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดขนมไหว้พระจันทร์ อย่างไรก็ตาม เอส แอนด์ พี ยังคงพัฒนาคุณภาพขนมไหว้พระจันทร์ไส้ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ไส้หมอนทองล้วน / ไข่1 / ไข่2 ไส้หมอนทองแมคคาเดเมีย ไส้หมอนทองเจ ไส้โหงวยิ้งล้วน / ไข่1 / ไข่2 ไส้งาดำ ไส้บัวล้วน / ไข่1 ไส้บัวแมคคาเดเมียไข่ ไส้แปดเซียน ไส้อินทผาลัมธัญพืช ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา นอกจากนี้ยังมีขนมไหว้พระจันทร์เปลือกสีที่สร้างความแปลกใหม่ ได้แก่ ไส้มัตฉะชาเขียวถั่วแดง ไส้ส้มช็อกโกแลตลาวา เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ของเราสะอาด ปลอดภัย พร้อมส่งมอบความปรารถนาดีให้แก่คนที่คุณรักอย่างอุ่นใจ

ในส่วนของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนมไหว้พระจันทร์ เอส แอนด์ พี ยังคงสัญลักษณ์ความเป็นมงคลโดยใช้ภาพหญิงสาวชาวจีนเป็นตัวแทนเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ โดยสวมเครื่องประดับจีนโบราณที่ประดับไปด้วยดอกไม้มงคล ได้แก่ ดอกโบตั๋น เป็นตัวแทนของความมั่งมีศรีสุข ลาภยศ ดอกกล้วยไม้สีส้ม สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ดอกกล้วยไม้สีขาว สัญลักษณ์แห่งความสง่างาม ความเคารพ และความนอบน้อม  รวมทั้งยังมีผีเสื้อซึ่งเป็นสัตว์มงคล แทนสัญลักษณ์เรื่องของความรัก และหินสีชมพู สัญลักษณ์ของความสุขและโชคลาภ นอกจากนี้ เอส แอนด์ พี ยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากกระดาษรีไซเคิล ซึ่งเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สำหรับปีนี้ เอส แอนด์ พี ยังจำหน่ายขนมไหว้พระจันทร์ชุดพิเศษ! จำนวน 5 ชุด ชุดละ 4 ชิ้น ได้แก่ “ชุดมั่งคั่ง” ประกอบไปด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมูฮ่องเต้ซอสเอ๊กซ์โอ ไส้บัวทองไข่เค็มลาวา ไส้หมอนทองไข่ 1 และไส้โหงวยิ้งไข่ 1 ราคา 483 บาท  “ชุดมั่งมี” ประกอบไปด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมอนทองเก๋ากี้ไข่เค็มลาวา ไส้บัวไข่1 ไส้หมอนทองล้วน และไส้โหงวยิ้งล้วน ราคา 464 บาท “ชุดหมอนทองมงคล” ประกอบไปด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้หมอนทองล้วน  ไส้หมอนทองไข่1 จำนวน 2 ชิ้น  และไส้หมอนทองไข่2 ราคา 500 บาท “ชุดโชคลาภ” ประกอบไปด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้โหงวยิ้งไข่1 ไส้หมอนทองไข่1 ไส้บัวไข่1 และไส้แปดเซียน ราคา 470  บาท และ “ชุดบัวนำโชค”ประกอบไปด้วยขนมไหว้พระจันทร์ไส้บัวล้วน  ไส้บัวไข่1 ไส้บัวทองผสมแมคคาเดเมียไข่1 และไส้บัวทองไข่เค็มลาวา ราคา 443 บาท พิเศษ! สำหรับสมาชิก S&P Joy Card รับส่วนลด 20% เมื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ และสำหรับลูกค้าทั่วไป รับส่วนลด 20% ทุกวันพุธ ตลอดช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้

พักผ่อนอย่างปลอดภัยที่ เซ็นทารา แกรนด์ หัวหิน ดีเดย์ 9 กันยายน 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/662135

วันที่ 02 ก.ย. 2564 เวลา 12:40 น.พักผ่อนอย่างปลอดภัยที่ เซ็นทารา แกรนด์ หัวหิน ดีเดย์ 9 กันยายน 2564เซ็นทารา แกรนด์ หัวหิน ยกระดับความปลอดภัยของลูกค้า ด้วยมาตรการด้านวัคซีนสุดเข้มข้น ดีเดย์ 9 กันยายน 2564 เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการเข้าพัก เสริมแกร่งโปรแกรมเซ็นทารา คอมพลีท แคร์

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยนโยบายเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุด ที่จะถูกนำมาใช้ ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า หัวหิน โดยมุ่งเป้าให้เป็นโรงแรมแรกในเครือเพื่อนำร่องเปิดรับและให้บริการลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้วเท่านั้น 

สำหรับนโยบายด้านสุขภาพและความปลอดภัยนี้ถูกพิจารณานำมาใช้เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับลูกค้าและพนักงานของเซ็นทารา โดยจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564 นี้ ซึ่งก็สอดคล้องกับแผนการของภาครัฐ ในการเปิดเมืองหัวหินเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาพักผ่อนได้โดยไม่ต้องกักตัวในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2564 

นอกจากจะนำเอามาตรการเพื่อความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจนี้มาปรับใช้กับแขกที่เข้าพักภายใน รีสอร์ท ลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการห้องอาหารหรือใช้สิ่งอำนวยความสะดวกภายในพื้นที่ของรีสอร์ทแล้ว ยังรวมถึงพนักงานทั้งหมดของเซ็นทาราอีกด้วยเช่นกัน

โดยสำหรับนโยบายใหม่นี้ ลูกค้าของเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า หัวหิน ทุกท่าน จะต้องยื่นหลักฐานยืนยันว่าได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว โดยจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนยี่ห้อที่ผ่านการรับรองของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยมาอย่างน้อย 1 โดส อาทิ ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตร้าเซนเนก้า จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน สปุตนิก ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา ทั้งนี้ หากลูกค้าเพิ่งได้รับการรักษาจนหายจากอาการโควิด จะต้องโชว์หลักฐานการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ หรือหากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะต้องเดินทางพร้อมกับผู้ปกครองที่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับนโยบายเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเซ็นทารา คอมพลีท แคร์ ที่เครือเซ็นทาราใช้เป็นมาตรฐานในการยกระดับสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยภายในโรงแรมและรีสอร์ทมาตั้งแต่ครั้งที่โรคโควิด-19 เริ่มระบาด เพื่อให้มั่นใจว่าแขกผู้เข้าพักและพนักงานของเซ็นทาราทุกคนนั้นได้รับการดูแลด้านความสะอาดและความปลอดภัยขั้นสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมนี้ยังได้รับการรับรองจากบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติ อย่าง อีโคแล็บ (ECOLAB) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขอนามัย และเอสจีเอส (SGS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย นำมาซึ่งขั้นตอนมาตรฐานเพื่อการให้บริการและหลักปฏิบัติต่างๆ ที่เข้มงวดในเรื่องการดูแลทำความสะอาด การฆ่าเชื้อ และการเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม

และเพื่อเป็นการเสริมความมั่นใจให้กับแขกผู้เข้าพักในทุกมิติ นอกจากพนักงานของเซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลล่า หัวหิน ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งสองเข็มครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่จะเข้าติดต่องานในพื้นที่ของรีสอร์ทก็จำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนแล้วเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ได้

โดยเซ็นทาราตั้งใจจะนำแผนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนเพื่อยกระดับมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยเช่นเดียวกันนี้ ไปปรับใช้ในโรงแรมและรีสอร์ทแห่งอื่นๆ ในเครือ หากภาครัฐมีนโยบายขยายพื้นที่และจังหวัดให้สามารถท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัวเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา หรือติดต่อฝ่ายสำรองห้องพักได้ที่ ccc@chr.co.th และ +66(0) 2101 1234 และเว็บไซต์ https://www.centarahotelsresorts.com