‘ลาออกบ่อย-เปลี่ยนงานบ่อย’ มีผลต่อการสมัครงานใหม่หรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/657381

วันที่ 07 ก.ค. 2564 เวลา 11:30 น.

‘ลาออกบ่อย-เปลี่ยนงานบ่อย’ มีผลต่อการสมัครงานใหม่หรือไม่ขุดปัญหาสุดคลาสสิก “ลาออกบ่อย” “เปลี่ยนงานบ่อย” มีผลต่อการสมัครงานใหม่ คำถามยอดฮิตที่จริงแค่ไหนในยุคนี้

หนึ่งในข้อควรระวังสุดคลาสสิกที่บทความแนะนำการสมัครงานทุกสำนักเน้นว่าให้ควรระวัง คือการมีประวัติ “ลาออกบ่อย” หรือ “เปลี่ยนงานบ่อย” เพราะจะมีผลต่อประวัติการทำงานของคุณเมื่อต้องไปสมัครงานที่ใหม่ แต่ในยุคนี้กลับมีแนวคิดที่ได้ยินบ่อยกว่าคือ คนเราเลือกได้ ผิดพลาดได้ แต่ต้องล้มเร็วลุกเร็ว อะไรไม่ใช่ก็ไม่ควรเสียเวลานาน ซึ่งเป็นแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่อาจจะมาลบล้างความเชื่อแบบเดิมๆ ที่ว่าคนเปลี่ยนงานบ่อยเป็นคนไม่ทนกับงาน แล้วการลาออกบ่อยๆ ในยุคนี้เรื่องนี้จะมีผลต่อการสมัครงานใหม่จริงแค่ไหน

หากเริ่มจากการวิเคราะห์ทัศนคติแบบเดิมที่ว่า คนเปลี่ยนงานบ่อยเป็นคนไม่ทนกับงาน ไม่สู้งาน ซึ่งเกิดมาจากการที่คนยุคก่อน อย่างเช่น เจเนอเรชั่นเบบี้บลูมเมอร์ หรือคนเจนเอ็กซ์ นิยมทำงานที่บริษัทเดิมเป็นระยะเวลานาน เหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะบริษัทส่วนใหญ่มักเป็นกิจการที่มั่นคง เนื่องจากสมัยก่อนการทำธุรกิจคู่แข่งยังน้อย และโลกไม่ได้หมุนไวขนาดนี้

ในขณะที่ตอนนี้ในยุคดิจิทัล มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน ทำให้ภาพรวมของการทำธุรกิจไม่เหมือนเดิม มีบริษัทขนาดเล็กเกิดขึ้นมากมาย ในขณะที่บริษัทใหญ่ ๆ เองก็ปรับตัวให้มีการทำงานที่คล่องตัวขึ้น จึงมีตำแหน่งงานว่าง และโอกาสใหม่ ๆ ทางเลือกใหม่ ๆ มากมายรอให้คนไปสมัคร และพนักงานเองก็มองหาตำแหน่งงานที่ตรงกับความสามารถและความต้องการในชีวิตมากกว่าเดิม “การลาออกบ่อย” จึงอาจจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงสำหรับประวัติการทำงานเหมือนที่ผ่านมา

แน่นอนว่าบริษัทส่วนใหญ่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการลาออกบ่อยเพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังมีส่วนที่เป็นจุดสำคัญให้บริษัทคิดเมื่อจะต้องเลือกรับพนักงานใหม่สักคน นั่นก็คือ เวลาและทรัพยากรที่จะต้องใช้ไปในการเทรนด์พนักงานใหม่ 

ทุกบริษัทเมื่อรับพนักงานแล้วก็มักจะคาดหวังให้ทำงานอยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลานานพอสมควร เพราะเวลาและทรัพยากรที่ต้องใช้ในการเทรนพนักงาน 1 คน ให้ทำงานได้ ร่วมงานกับทีมได้อย่างกลมกลืนก็ไม่ใช่เวลาหลักวัน หรืออาทิตย์ อาจจะใช้เวลาเป็นเดือนสำหรับ learning curve และการปรับตัวตรงนี้ บริษัทจึงคาดหวังที่จะให้พนักงานที่รับใหม่อยู่ทำงานด้วยกันสักระยะ อาจจะไม่ต้องถึง 5 ปี 10 ปี แต่น่าจะอยู่เป็นหลักปีเป็นอย่างต่ำ เพราะไม่อยากนั้นก็ต้องมาเสียเวลาเทรนพนักงานใหม่อีก ซึ่งอาจจะทำให้บริษัทไม่ได้ผลประโยชน์เท่าที่ควร

นอกจากนี้ เหตุผลของการลาออกบ่อย ถ้ามาจากการทำงานเป็นโปรเจ็กต์ หรือเป็นสัญญาจ้างที่มักจะมีระยะเวลาทำงานไม่นานนัก ก็แทบจะไม่มีผลอะไรเมื่อต้องไปสมัครงานใหม่ เพราะลักษณะงานเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว นายจ้างส่วนใหญ่มักจะเข้าใจดี ขอแค่คุณระบุไว้ในเรซูเม่ให้ชัดเจนว่างานนี้ทำเป็นสัญญาจ้าง หรืออธิบายตอนถูกสัมภาษณ์และเล่าต่อเนื่องถึงประสบการณ์ทำงานและสิ่งที่คุณได้รับจากงานนี้จะสามารถมาต่อยอดในตำแหน่งงานที่คุณสมัครอยู่ได้อย่างไร ก็ทำให้คุณมีโอกาสได้งานเพิ่มขึ้นแล้ว

ดังนั้นโดยรวมแล้ว “การลาออกบ่อย” จึงยังมีผลอยู่บ้างเมื่อต้องไปสมัครงานที่ใหม่ แต่หากว่าคุณตอบคำถามได้ดี อธิบายได้ว่าคุณเองก็ทุ่มเททำงานให้บริษัทอย่างเต็มความสามารถแล้ว แต่มันยังมีเหตุผลอื่นที่ทำให้คุณต้องก้าวต่อไปใน career path ของคุณ โดยที่ไม่พาดพิงถึงบริษัทเก่าอย่างเสียหาย เช่น ลาออกบ่อยเพราะเจ้านายไม่ดี ไม่ตรงใจ แต่พยายามอธิบายในส่วนของทัศนคติที่ดีที่คุณมีต่องานและเป้าหมายของคุณมากกว่า

ถ้าคุณสามารถแสดงให้บริษัทที่คุณไปสัมภาษณ์งานเห็นได้ว่า คุณจริงจังและจริงใจกับการทำงาน พร้อมเรียนรู้งานใหม่ และร่วมงานกับบริษัทเป็นระยะเวลาพอสมควร เรื่องการลาออกบ่อยอาจจะไม่ได้มีผลแย่ต่อการสมัครงานครั้งใหม่ของคุณเสมอไป

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เปิดให้ชมและช้อปตามวิถี New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/657373

วันที่ 07 ก.ค. 2564 เวลา 10:32 น.

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เปิดให้ชมและช้อปตามวิถี New Normal พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เอาใจสายช้อปจัดกิจกรรม “Shop from home with QSMT” เลือกซื้อสินค้าจากร้านพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบไลฟ์สด พร้อมลุ้นของรางวัลพิเศษ ทุกวันอังคารและศุกร์ ตลอดเดือน ก.ค.นี้

ชมและช้อปตามวิถี New Normal พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พาทุกท่านเพลิดเพลินไปกับร้านพิพิธภัณฑ์ในกิจกรรม “Shop from home with QSMT” ชมและเลือกซื้อสินค้าประเภทต่าง ๆ ภายในร้านพิพิธภัณฑ์ พร้อมนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในนิทรรศการต่าง ๆ ที่พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จัดแสดง ผ่านการถ่ายทอดสด (Live) ในเพจเฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles’ Shop และ Queen Sirikit Museum of Textiles ทุกวันอังคารและวันศุกร์ ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. เริ่มวันอังคารที่ ๖ กรกฎาคม เป็นต้นไป

สำหรับรายละเอียดของกิจกรรมออนไลน์ “Shop from home with QSMT” จะมีการไลฟ์ผ่านทาง เฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles และ Queen Sirikit Museum of Textiles’ shop เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. โดยทุกวันอังคาร สายช้อปจะได้เพลิดเพลินกับการแนะนำสินค้าผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าไหมแพรวา รวมทั้งผ้าไหมพื้น และทุกวันศุกร์ สนุกกับการชมสินค้าประเภทต่าง ๆ ภายในร้านค้า ทั้งเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน และของที่ระลึกนิทรรศการ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมตอบคำถาม ลุ้นของที่ระลึกจากร้านพิพิธภัณฑ์ฯ

พิเศษ! ทุกวันศุกร์ สำหรับผู้ที่สั่งซื้อสินค้าระหว่างการถ่ายทอดสด (Live) รับส่วนลดทันที ๑๐% (สินค้ารหัส M และ K)

เตรียมตัวมาช้อปกันให้สนุกกับกิจกรรมออนไลน์ “Shop from home with QSMT” ติดตามการไลฟ์ พร้อมลุ้นรับรางวัล ทุกวันอังคารและวันศุกร์ ตลอดเดือนกรกฎาคมศกนี้ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐ น.ได้ทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/qsmtthailand และ  www.facebook.com/qsmtshop

เยือนอาณาจักรล้านนากับ Disaya Vacationist #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/657317

วันที่ 06 ก.ค. 2564 เวลา 15:00 น.

เยือนอาณาจักรล้านนากับ Disaya VacationistDisaya Vacationist พาเยือนดินแดนยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรล้านนา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายทางศิลปะวัฒนธรรม และมนต์เสน่ห์แห่งความสุขชั่วนิรันดร์ สู่การรังสรรค์คอลเลกชั่นใหม่ Disaya Vacationist – Bo Sang Collection

เชียงใหม่ เมืองที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของอารยธรรมล้านนา เดสติเนชั่นอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาวของเมืองไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว Disaya Vacationist (ดิษยา วาเคชันนิสต์) พาทุกท่านเยือนดินแดนยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรล้านนา อบอวลไปด้วยกลิ่นอายทางศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และมนต์เสน่ห์แห่งความสุขชั่วนิรันดร์ สู่การรังสรรค์คอลเลกชั่นใหม่ Disaya Vacationist – Bo Sang Collection

Disaya Vacationist – Bo Sang Collection ยังคงผสมผสานความสนุกสนานของการเดินทางเข้ากับงานฝีมือจากท้องถิ่นต่างๆ โดยในซีซั่นนี้นำความอิ่มเอมใจที่ได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองอันเลื่องชื่อมาเป็นแรงบันดาลใจหลัก โดยการนำดีเทลกระดุมจีนที่มีเอกลักษณ์ด้วยการผูกโบว์ไล่เรียงลงมาของเสื้อม่อฮ่อมอันเป็นสัญลักษณ์ของภาคเหนือที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากเสื้อผ้าของชาวจีนผสานเข้ากับลายพิมพ์ดอกไม้ ทิวเขา ผีเสื้อ ที่เกิดจากการระบายของฝีพู่กัน การสะบัดแปรง ซึ่งใช้เทคนิคการทำ ร่มบ่อสร้าง หัตถกรรมท้องถิ่น มาสร้างสรรค์เป็นชุดเดรสแขนกุดคอจีน เทคนิคการปักฉลุก่อเกิดลวดลาย ดอกไม้ แมลงปอ ปรากฏบนเสื้อ ครอปคอสี่เหลี่ยมเข้าเซ็ทกับกระโปรงป้ายผูกเชือก

ความสวยงามของลวดลายการทอผ้าพื้นเมืองอย่าง ผ้าไทลื้อ และผ้าตีนจก นำมาพัฒนาสำหรับงานเทคนิคผ้าปักและลายพิมพ์ที่ได้จากการทอผ้า งานหัตถกรรมที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของชาวพื้นเมือง คือ ผ้าปักม้ง ที่มีลักษณะคล้ายการปัก Cross stitch มาผสมผสานให้เกิดเป็นรายละเอียดงานปักอันประณีต ก่อเกิดซิลลูเอทใหม่ในโทนสี ชมพูอ่อน เขียวมิ้นท์ และสีเหลือง ที่เติมเต็มความสดใสให้ทริปท่องเที่ยวของคุณ โดยในครั้งนี้ทางแบรนด์ถ่ายทำแคมเปญที่ปฐม ออร์แกนิก คาเฟ่ เพื่อจำลองกลิ่นอายของความเป็นล้านนาโดยที่ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ

พบกับ Disaya Vacationist – Bo Sang Collection ได้ที่ DISAYA Boutique ทุกสาขา หรือทางช่องทางออนไลน์ Line official / Instagram @disaya.vacationist

#DisayaVacationist

#Collectionbosang

#SuanSampran #Patom

ศรัทธาคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/657176

วันที่ 05 ก.ค. 2564 เวลา 08:30 น.

ศรัทธาคืออะไร สร้างขึ้นมาได้อย่างไรโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการ ศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ผมมั่นใจว่าประเด็นเรื่องศรัทธาระหว่างบุคคลมีผลต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างยิ่ง เมื่อพูดถึงประเด็นความท้าทายด้านศรัทธา อาการที่พบบ่อยมักเป็นอย่างนี้ เพราะบุคคลต่างวัยต่างความคิด ติดกรอบเดิมๆ บางคนมีทัศนคติติดลบ ในระหว่างการสนทนา บุคคลมักเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง จึงไม่เปิดใจกว้างรับฟัง ไม่เข้าใจกัน ขัดแย้งกัน ขาดความเชื่อมั่น ไม่ไว้ใจกัน หวาดระแวง ไม่ยอมรับกัน ขาดการมีส่วนร่วม ทำงานไม่เป็นทีม ไม่เกื้อกูลกัน ไม่ไปในแนวเดียวกัน

เมื่อพิจารณาถึงรากของปัญหา ทำไมคน 2 คน ถึงไปด้วยกันไม่ได้ เราต้องเข้าใจก่อนว่า ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังมีปฏิสัมพันธ์กันนั้น ในขณะนั้นโลกภายในของทั้งสองคือตัวตนก็กำลังก้องสะท้อนระหว่างกันอยู่เช่นกัน และโดยธรรมชาติตัวตนต้องการคุณค่าและความหมาย แต่ที่เป็นปัญหาไม่ไว้ใจกัน ก็เพราะต่างฝ่ายต่างไม่เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน แต่กลับต้องการให้อีกฝ่ายเห็นคุณค่าและความสำคัญของตนเอง นั่นคือ จะเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง

ในขณะที่ต่างฝ่ายต่างเอาตนเองเป็นศูนย์กลางนั้น ใจก็จะไม่เปิดกว้างรับฟังอีกฝ่าย เมื่อใจเธอไม่เปิดรับฟังฉัน นั่นคือ เธอเห็นฉันไม่มีค่า และ “ใครก็ตามที่เห็นฉันไม่มีค่า เธอก็ไม่มีค่าเช่นกัน” เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่เห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน ศรัทธาก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อขาดศรัทธา ไม่ไว้ใจกัน ก็ขาดการมีส่วนรวม การทำงานก็ไม่เป็นทีม ไม่เป็นหนึ่งเดียว ครอบครัว องค์กร หรือสังคมใดก็ตามที่ไม่เป็นหนึ่งเดียว ความยั่งยืนก็ไม่ต้องพูดถึง

ความท้าทายในปัจจุบัน องค์กรส่วนใหญ่ยังหลงทางต่อการสร้างศรัทธา และเชื่อว่าการสร้างศรัทธาสามารถเร่งได้ ด้วยการปรับตัวผู้สื่อสาร ตัวสาร และผู้รับสาร แต่นั่นยังมิใช่ประเด็นที่แท้จริง เพราะยังมิได้เจาะลึกลงไปถึงกระบวนการสื่อสารที่ว่า ในกระบวนการสื่อสารนั้น มันได้สะท้อนถึงการเห็นคุณค่าซึ่งกันและกันหรือไม่ ใจเรานั้นเปิดกว้างที่จะยอมรับในความแตกต่างหรือไม่

ปัญหาความไม่เข้าใจกันในองค์กรนำมาซึ่งการสูญเสียโอกาสและทรัพยากรมากมาย ท่านคิดว่าอะไรคือรากของปัญหาด้านศรัทธาระหว่างกัน ไม่ไว้ใจกัน ไม่ยอมรับกัน อะไรทำให้คนเราไม่เปิดใจกว้างรับฟังกัน ไม่เข้าใจกัน ขัดแย้งกัน แล้วท่านจะนำความเข้าใจดังกล่าวมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ ในการสร้างทีมงานบนฐานของศรัทธา เพื่อพลิกสถานการณ์เชิงลบให้กลับมาเล่นเชิงบวกได้อย่างไร และนี่คือคุณสมบัติที่สำคัญยิ่งต่อภาวะผู้นำ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ทีมงานสามารถระเบิดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่เพื่อเล่นเชิงรุก ให้สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน อย่างเป็นเอกภาพ หนึ่งเดียว

‘อาชีพแห่งอนาคต’ โอกาสทองของคนที่มองเห็น หายนะของคนที่มองข้าม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/657115

วันที่ 04 ก.ค. 2564 เวลา 06:50 น.

'อาชีพแห่งอนาคต' โอกาสทองของคนที่มองเห็น หายนะของคนที่มองข้ามจับตา Mega Trend “อาชีพแห่งอนาคต” โอกาสทองของคนที่มองเห็น แต่เป็นหายนะของคนที่มองข้าม กับ 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและเชื่อมโยงกันใน 5 มิติ

จากสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในมนุษย์ทุกคน ในทุกวงการได้รับผลกระทบ เศรษฐกิจตกต่ำ ธุรกิจเสียหายอย่างประเมินค่ามิได้ แต่ในอีกด้านวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ได้ทำให้เห็นถึงภูมิต้านทานของสินค้าและบริการที่ออกมาตอบสนอง “ความต้องการแท้” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแก้ปัญหาให้กับสังคมเป็นหลัก โดยเฉพาะปัญหาระดับโลกที่เรียกว่า SDGs ว่าสามารถเติบโต และอยู่รอดสวนกระแสวิกฤตดังกล่าวได้อย่างสวยงาม

ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา วิศวกรออกแบบชีวิต, ผู้ก่อตั้งมูลนิธิบ้านอารีย์ และสมาคมบ้านปันรัก ได้ให้แนวคิดเกี่ยวกับ SDGs อาชีพแห่งอนาคตว่า เป็น Mega Trend ของโลกในขณะนี้ ใครที่สามารถมองหาช่องทาง คว้าโอกาสทองในการแก้ปัญหา ปิดช่องว่างให้ผู้คนได้ก่อน ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก เพราะปัญหานี้เป็น “ความต้องการแท้” ที่ประเทศสมาชิกทั่วโลกประสบและต้องการให้แก้ไข รวมถึงต้องช่วยกันผลักดันให้แล้วเสร็จ ซึ่งหากมองในมุมของการทำธุรกิจ ใครที่สามารถนำงานของตนมาใช้ตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ก็จะได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลภายในไปจนถึงนักลงทุนระดับโลก ที่ปัจจุบันจะพิจารณาสนับสนุนองค์กรจากคะแนน SDGs score ด้วย

โดยองค์กรสหประชาชาติได้ทำการสำรวจและสรุปปัญหาระดับโลกออกมาเรียกว่า SDGs หรือ Sustainable Development Goals มีทั้งสิ้น 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบไปด้วย 169 เป้าหมายย่อย (SDGs Targets) ที่มีความเป็นสากล เชื่อมโยงและส่งเสริมซึ่งกันและกัน โดยสามารถจัดกลุ่ม SDGs ตามปัจจัยที่เชื่อมโยงกันใน 5 มิติ (5P) ได้แก่

(1) การพัฒนาคน (People) ให้ความสำคัญกับการขจัดปัญหาความยากจนและความหิวโหย และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

(2) สิ่งแวดล้อม (Planet) ให้ความสำคัญกับการปกป้อง ดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

(3) เศรษฐกิจและความมั่งคั่ง (Prosperity) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความสอดคล้องกับธรรมชาติ

(4) สันติภาพและความยุติธรรม (Peace) สร้างสังคมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ สงบสุข ไม่มีการแบ่งแยก

(5) ความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา (Partnership) ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อน

โดย เป้าหมายทั้ง 17 เป้าหมาย ประกอบด้วย

เป้าหมายที่ 1: ขจัดความยากจน

เป้าหมายที่ 2: ขจัดความหิวโหย สร้างความมั่นคงทางอาหาร และส่งเสริมให้คนทุกวัยมีโภชนาการที่เหมาะสม

เป้าหมายที่ 3: สร้างหลักประกันด้านสุขภาพ สุขภาวะที่ดี และส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย

เป้าหมายที่ 4: ส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

เป้าหมายที่ 5: ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สตรีและเด็กหญิง

เป้าหมายที่ 6: สร้างหลักประกันในการจัดการน้ำและสุขอนามัยสำหรับทุกคนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

เป้าหมายที่ 7: สร้างหลักประกันให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ที่ยั่งยืนในราคาที่ย่อมเยา

เป้าหมายที่ 8: ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน

เป้าหมายที่ 9: สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทนทาน ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม

เป้าหมายที่ 10: ลดความไม่เสมอภาคภายในประเทศและระหว่างประเทศ

เป้าหมายที่ 11: ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน

เป้าหมายที่ 12: ส่งเสริมรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 13: มีกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว

เป้าหมายที่ 14: อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 15: ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ลดการกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

เป้าหมายที่ 16: ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมและสร้างสถาบันที่มีประสิทธิผลรับผิดชอบและครอบคลุมในทุกระดับ

เป้าหมายที่ 17: เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน

ผศ.ดร.วีรณัฐ ยังได้กล่าวเสริมในประเด็นการหาอาชีพนี้อีกว่า “โดยส่วนตัวที่ผมให้คำปรึกษากับบุคคลทั่วไปในการหาอาชีพจาก SDGs พบว่า คนจำนวนมากมักนึกไม่ถึงในประเด็นปัญหาที่อยู่ใน 17 ข้อนั้นว่าเป็นปัญหาระดับโลก ทำให้ละเลยโอกาสงานนี้ไป จนเมื่อได้ศึกษาโดยเฉพาะเจาะลงลึกในรายละเอียดย่อยของแต่ละเป้าประสงค์ใน 17 ข้อ ซึ่งมีแยกย่อยไปอีกมากก็จะยิ่งทำให้เจองานที่ตนอยากทำและถนัดได้ง่าย จึงอยากแนะนำทุกคนที่กำลังแสวงหาแนวทางอยู่ได้ลองศึกษา SDGs อย่างละเอียด เพราะ SDGs เป็นโอกาสทองในการทำธุรกิจซึ่งให้ช่องทางได้อย่างครบถ้วน ครอบคลุมแบบไม่ต้องลงทุนเสียเงินทำวิจัยด้วยตนเอง และหากเราสามารถใส่ความคิดสร้างสรรค์ ใส่นวัตกรรมลงไปในสินค้าและบริการควบคู่ลงไปด้วย ยิ่งทำให้ธุรกิจของเราแข็งแกร่ง ปราศจากคู่แข่ง สามารถเรียกได้อย่างเต็มปาก ธุรกิจของเราจะเติบโต อย่างมั่นคง และยั่งยืนไปพร้อมกัน

“จากผลการศึกษาพบว่า นักศึกษาในวันนี้จำนวน 100 คน จะมีถึง 65 คน ที่ในอนาคตจะต้องประกอบอาชีพที่ยังไม่เคยมีในวันนี้ เพื่อแก้ปัญหาที่ยังไม่ปรากฏหรือเป็นปัญหาใหม่ที่อาจยังไม่ได้รับการแก้ไข นั่นหมายถึงหากใครสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ ความสามารถ ทักษะของตนหรือขององค์กร ให้สามารถแก้ไขปัญหา SDGs ได้ก่อน เท่ากับกำลังทำอาชีพแห่งอนาคต ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

สรุปได้ว่า “SDGs อาชีพแห่งอนาคต” คือ Mega Trend ที่จะเป็นโอกาสทองของคนที่มองเห็น แต่เป็นหายนะของคนที่มองข้าม” ใครที่คว้าโอกาสได้ย่อมประสบความสำเร็จ แต่ใครที่ละเลยย่อมถูกตัดโอกาสในการเติบโต ถูกตัดเงินสนับสนุนลงทุนจากภาครัฐและเอกชน และสุดท้ายจะล้มหายตายจากแวดวงธุรกิจในที่สุด SDGs ไม่ใช่เรื่องในระดับรัฐบาล เพราะ SDGs เป็นปัญหาระดับโลก ที่เราทุกคนซึ่งเป็นพลเมืองโลกต้องร่วมมือกันทำจึงจะประสบความสำเร็จ ที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากตัวเราเอง ดร.วีรณัฐ กล่าวสรุป

รวม 5 ขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยมเสริมสิริมงคล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/660590

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 13:10 น.

รวม 5 ขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยมเสริมสิริมงคลร่วมส่งมอบตำนานความอร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์ เสริมสิริมงคลในชีวิตแด่ผู้รับ พร้อมสืบทอดและเฉลิมฉลองประเพณีอันงดงามกับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2564

1 ขนมไหว้พระจันทร์เสริมสิริมงคล จากซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

ให้เทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้พิเศษกว่าที่เคย ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯและบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมสืบทอดและเฉลิมฉลองประเพณีอันงดงามกับเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ประจำปี 2564 ที่กำลังจะมาถึง เพื่อนำไปมอบแด่คนที่คุณรัก เสริมสิริมงคลในชีวิต แสดงถึงความรัก ความปรารถนาดีและความเคารพรักต่อผู้รับ

ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ขนมไหว้พระจันทร์ในกล่องกระเป๋าโก้หรู คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างพิถีพิถัน นำมาปรุงเป็นขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ เนื้อนุ่ม ไส้เนียน เต็มคำ มีให้เลือกถึง 6 รสชาติ อาทิ ทุเรียนหมอนทองไข่เค็ม, เม็ดบัวไข่เค็ม, พุทราจีนไข่เค็ม, โหงวยิ้งไข่เค็ม, ถั่วดำและชาเชียว, มันม่วงไข่เค็ม แบบกล่องเล็กต่อ 1 ชิ้น ราคา 118 บาทสุทธิ และแบบกล่องกระเป๋าพระจันทร์ ต่อ 4 ชิ้น ราคา 988 บาทสุทธิ 

พบกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม รสชาติที่แสนอร่อยได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้-21 กันยายน 2564 เปิดบริการทุกวัน 07.00 น. – 19.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งจองล่วงหน้าได้ที่ โทร 02-100-6255 หรือ diningcgcw@chr.co.th

ติดตามข่าวสารของซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่

เว็บไซต์: www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/cgcw/restaurant/zing

เฟสบุ๊ค: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld

อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

2 ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน เปิดตำนานความอร่อยแบบแฮนด์เมดกับขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ฮ่องกงแท้ 

ขนมไหว้พระจันทร์จากร้าน ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขอกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้งในปี 2564 นี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดตำนานความอร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ฮ่องกงขนานแท้ ที่ยังคงยึดหลักการทำขนมไหว้พระจันทร์แบบฉบับดั้งเดิม จากฝีมือเชฟชาน ยิ้ว แลม เชฟฮ่องกงฝีมือคุณภาพ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำขนมอบสไตล์กวางตุ้ง ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี โดยในปีนี้ไส้ขนมไหว้พระจันทร์ของร้านมีให้เลือกถึง 6 ไส้ 9 แบบ ที่มีความนุ่มอร่อยแบบเฉพาะตัว พร้อมให้คุณจับจองแล้ววันนี้

ความพิเศษของขนมไหว้พระจันทร์จากร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน นั้นโดดเด่นด้วยมาตรฐานการควบคุมการผลิตโดยเชฟฝีมือคุณภาพที่ดูแลทุกขั้นตอนการผลิตด้วยตัวเอง ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบคุณภาพ จนถึงการรังสรรค์สูตรขนมทั้งแป้งและไส้ และยังเป็นขนมแบบแฮนด์เมดทุกชิ้น โดยแป้งที่ทำขนมไหว้พระจันทร์นั้นจะนำมานวดด้วยมือจนได้ความเนียนนุ่มบางเบา ส่วนไส้นั้นจะมีความเนียน พร้อมด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีรสไม่หวานมาก เหมาะกับการรับประทานคู่กับน้ำชาในทุกโอกาสที่คุณต้องการ

พบกับขบวนพาเหรดขนมไหว้พระจันทร์ที่มีให้เลือกถึง 6 ไส้ 9 แบบ ได้แก่ ไส้เม็ดบัวฮ่องกง และ ไส้เม็ดบัวฮ่องกงไข่แดง ที่อัดแน่นด้วยเม็ดบัวชั้นดี ไม่หวานเกินไป แป้งบางอร่อย ตามด้วย ไส้ถั่วแดงฮ่องกง และ ไส้ถั่วแดงฮ่องกงไข่แดง ที่คัดสรรถั่วแดงชั้นดีนำเข้าจากฮ่องกง สาวกทุเรียนห้ามพลาด ไส้ทุเรียน และ ไส้ทุเรียนไข่แดง ที่ใช้เนื้อทุเรียนหมอนทองพันธุ์ดี กวนจนได้เนื้อทุเรียนที่เข้มข้น ขอแนะนำอีกหนึ่งไส้ขายดีอย่าง ไส้คัสตาร์ด ที่หอมมันลงตัวด้วยไข่ไก่และนมเนยชั้นดี ได้รสชาติความอร่อยเหมือนทานไส้คัสตาร์ดสไตล์ฮ่องกงแท้ๆ นอกจากนี้ยังมีไส้ชาเขียว ที่เข้มข้นด้วยรสชาติชาเขียวเน้นๆ และปิดท้ายด้วยไส้กาแฟ ที่คนรักกาแฟต้องชื่นชอบ ด้วยความหอมกรุ่นจากกาแฟอันเป็นเอกลักษณ์

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขอเชิญชวนทุกท่านลิ้มลองความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ฮ่องกงขนานแท้ พร้อมสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวจีนด้วยการมอบขนมไหว้พระจันทร์ที่จัดทำอย่างพิถีพิถันเป็นของขวัญหรือของฝาก โดยจัดใส่กล่องสวยหรู สีแดงสด เหมาะสำหรับส่งมอบแก่คนที่คุณรัก หรือลูกค้า เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

ชุดขนมไหว้พระจันทร์มีให้เลือก 2 เซต ได้แก่ เซต A ชุดมูนเค้กคลาสสิก ไข่แดง (6 ชิ้น) จำหน่ายในราคา 415 บาท/ กล่อง ประกอบด้วยไส้เม็ดบัวฮ่องกงไข่แดง ไส้ถั่วแดงฮ่องกงไข่แดง ไส้ทุเรียนหมอนทองไข่แดง ไส้คัสตาร์ด ไส้กาแฟ และไส้ชาเขียว , เซต B ชุดมูนเค้กคลาสสิก (6 ชิ้น) จำหน่ายในราคา 400 บาท/กล่อง ประกอบด้วยไส้เม็ดบัวฮ่องกง ไส้ถั่วแดงฮ่องกง ไส้ทุเรียนหมอนทอง ไส้คัสตาร์ด ไส้กาแฟ และ ไส้ชาเขียว 

สั่งจองขนมไหว้พระจันทร์ระดับตำนานสไตล์ฮ่องกงจากร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ได้แล้ววันนี้ โดยทางร้านเปิดรับจองทางโทรศัพท์เท่านั้น ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-833-5434-5 ติดตามรายละเอียดเพิ่มได้ที่เว็บไซต์ www.hkfisherman.com และเฟซบุ๊ก Hong Kong Fisherman

3 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยแพคเกจจิ้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เชิญทุกครอบครัวร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ เอร็ดอร่อยกับขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับจับคู่กับชาเลิศรสที่แพคมาในบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนอย่างเข่งไม้ไผ่ รับรองว่าเก๋ไม่ซ้ำใคร เหมาะสำหรับเป็นของฝากเพื่อนและครอบครัว หรือแม้แต่ของขวัญสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 21 ก.ย. 2564 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 5 แถม 1

ขนมไหว้พระจันทร์เลิศรสจากโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ มีมาให้เลือกทั้งแบบเป็นเซตในเข่งไม้ไผ่ เก๋ไม่ซ้ำใคร ออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแแบบชิ้นเดี่ยวในกล่องกระดาษขนาด 170 กรัม หรือขนาดเล็ก 50 กรัม อร่อยพอดีคำ

เซตในเข่งไม้ไผ่ 3 ชั้น ประกอบด้วยขนมไหว้พระจันทร์ขนาด 170 กรัม 2 ชิ้น พร้อมชาอู่หลงมะลิหอมละมุน ราคา 599 บาท ต่อเซต เหมาะสำหรับเป็นของฝากหรือแม้แต่เป็นเซตอาฟเตอร์นูนทีเก๋ๆ ที่บ้าน 

ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นเดี่ยว ขนาด 170 กรัม ราคา 158 บาท ต่อชิ้น ทุเรียนไข่เดี่ยว เม็ดบัวไข่เดี่ยว พุทราจีนไข่เดี่ยว เกาลัด แมคคาเดเมีย ถั่วรวมไข่เดี่ยว งาดำไข่เดี่ยว

ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นเดี่ยว ขนาด 50 กรัม ราคา 88 บาทต่อชิ้น ทุเรียนจันทบุรี เม็ดบัว ไข่เดี่ยว พุทราจีนไข่เดี่ยว เกาลัด แมคคาเดเมีย ช็อคโกแลตโรเช่

ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ด้วยขนมไหว้พระจันทร์ แสนอร่อยบรรจุในบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 กันยายน 2564 ในราคาเพียง 599 บาทสุทธิ ไม่ว่าจะซื้อทานเองกับครอบครัวหรือเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน โปรโมชั่น ซื้อ 5 แถม 1สามารถใช้ได้กับการซื้อทั้งแบบเซตและแบบขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นเดี่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสั่งซื้อได้ที่ ไลน์ @MarriottSurawongse และหมายเลขโทรศัพท์ 0-2088 5666 ที่

4 สืบสานประเพณีเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมี่ยม จากห้องอาหาร พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

โรงแรมแบงค็อกแมริออทมาร์คีส์ควีนส์ปาร์คต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีนี้ด้วยคุณภาพและความอร่อยของขนมไหว้พระจันทร์ที่คัดสรรพิเศษเฉพาะจากห้องอาหารจีนพาโกด้าไชนีสเรสเตอรองท์ นำเสนอในกล่องดีไซน์สวยหรูเหมาะสำหรับนำไปมอบเป็นของฝากให้แก่ครอบครัว เพื่อน หรือของขวัญให้กับคนพิเศษของคุณในช่วงเวลาอันเป็นมงคลนี้ โดยในปีนี้ห้องอาหารจีน พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ได้นำความทันสมัยมาผสมผสานความดั้งเดิมของประเพณีอันงดงาม ถ่ายทอดและรังสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์โดยเน้นการใช้ส่วนผสมวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมในการปรุง พร้อมนำเสนอหลากหลายรสชาติทั้งแบบสูตรดั้งเดิมสุดคลาสสิคและสูตรซิกเนเจอร์ ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม (ขนาด 150 กรัม) มีทั้งหมด 4 รสชาติประกอบไปด้วย ไส้เม็ดบัวและแมคคาเดเมีย ไส้หมูแผ่นปรุงรสและสารพัดถั่ว ไส้เม็ดบัวและเมล็ดแตงโมกับไข่แดงและ ไส้ทุเรียนจันทบุรีกับเม็ดบัวและไข่แดง

สำหรับสูตรซิกเนเจอร์ (ขนาด 50 กรัม) มีให้เลือก 2 รสชาติ ได้แก่ ไส้คัสตาร์ดวานิลลากับไข่แดง และไส้ช็อกโกแลตมอลต์ โรเช่ร์ (ทำจากช็อกโกแลตและอัลมอนด์พราลีน วัตถุดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส)

ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิมสามารถซื้อได้ทั้งแบบกล่องบรรจุ 4 ชิ้น (ราคาเริ่มต้นกล่องละ 988 บาทสุทธิ) และแบบชิ้นเดี่ยว (ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 188 บาทสุทธิ) สำหรับขนมไหว้พระจันทร์สูตรซิกเนเจอร์จะจำหน่ายเป็นกล่องบรรจุ 6 ชิ้น (ราคาเริ่มต้นกล่องละ 888 บาทสุทธิ) และกล่องขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ถูกออกแบบมาในสไตล์ร่วมสมัยรูปทรงแบบหกเหลี่ยมสีแดงมงคล พิมพ์ลวดลายมังกรสีทองและยังสามารถตกแต่งด้วยโลโก้ของบริษัทเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับคู่ค้าทางธุรกิจของคุณได้อีกด้วย กรุณาคลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาและรสชาติ

ขนมไหว้พระจันทร์พร้อมวางจำหน่ายที่ห้องอาหารจีนพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ตั้งแต่วันนี้-21 กันยายน 2564

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อขนมไหว้พระจันทร์ กรุณาโทร. +66 (0) 2 059 5999 แฟ็กซ์ +66 (0) 2 059 5366 หรืออีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com หรือเว็บไซต์: www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/PagodaChineseRestaurant ไลน์: @pagoda

5 Kyo Roll En จับมือ ‘Collab’ ร้าน 2 ดาวมิชลิน ‘ศรณ์’ อีกครั้ง กับซีซั่น 2 ของ Mooncake รุ่น Limited Edition ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ 

Kyo Roll En (เกียวโรลเอ็น) ต้อนรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ เปิดตัวเซตขนมสุดพรีเมียม พร้อมการกลับมารวมพลัง Collaboration อีกครั้งในปีที่ 2 ระหว่าง Kyo Roll En X Sorn ร้านอาหารใต้ไฟน์ไดน์นิ่ง “ศรณ์” ระดับ 2 ดาวมิชลิน โดยเชฟ “ไอซ์-ศุภักษร จงศิริ และ เชฟเดช คิ้วคชา จาก Kyo Roll En และ Kyo Bar กับรสชาติพิเศษสุด Exclusive ที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วภาคใต้ของไทยและญี่ปุ่น รังสรรค์เป็นขนมไหว้พระจันทร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Limited Edition Collaboration Mooncake กับสุดยอดขนมไหว้พระจันทร์สูตรแฮนด์เมด ทุกชิ้นปั้นด้วยมือตามประเพณีจีน ที่สืบทอดยาวนานกว่า 1000 ปี รังสรรค์รสชาติพิเศษโดยเชฟเดช คิ้วคชา แห่ง Kyo Roll En ร่วมออกแบบกับเชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เชฟมิชลิน 2 ดาว และ อันดับที่ 11 จาก Asia’s 50 Best Restaurants 2021 เจ้าของร้าน อาหารใต้ไฟน์ไดน์นิ่ง “ศรณ์” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่จองยากที่สุดใน กทม. กลับมา ‘collab’ ต่อเป็นปีที่ 2 โดยคัดสรรวัตถุดิบขึ้นชื่อจากทางภาคใต้ของไทยตามแบบฉบับของร้านศรณ์ ออกแบบเป็น Mooncake รสชาติใหม่ ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ เริ่มที่ Cashew Nuts – Coconut ‘กาหยู’ เนยถั่วรสหวานมัน ‘Signature’ ของร้านศรณ์ที่ทำด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ของดีขึ้นชื่อ จากภาคใต้ สอดไส้ด้วยมะพร้าวสด Southern ‘Mont Blanc’ แรงบันดาลใจจากเค้กมองบลังค์สไตล์ญี่ปุ่น ใช้เกาลัดจากจังหวัดปัตตานีนำมาบดละเอียด ยัดไส้ด้วยเม็ดเกาลัดและแห้ว ได้ทั้งความหอม หวาน มัน ในคำเดียว Yuzu Lava ส้ม ‘ยูซุ’ กลิ่นหอมขึ้นชื่อจากญี่ปุ่น รสหวานอมเปรี้ยวสดชื่น ไหลเยิ้มแบบ ‘ลาวา’ ปิดท้ายด้วย Satsuma Imo มันหวานญี่ปุ่นแท้จากเกาะคิวชู ทานได้ทั้งแบบเย็นหรืออุ่นร้อนๆ เหมือนทานมันหวานเผาสไตล์ ‘Yaki Imo’ (ยากิ อิโมะ) ในญี่ปุ่น บรรจุลงในกล่องสีแดงมงคลปั้มลายทองหรูหราอลังการ ถ่ายทอดวัตถุดิบและวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น ด้วยการตกแต่งภาพป๊อปอัพแบบ 3 มิติ Kyo Roll En X Sorn Mooncake รุ่น Limited Edition เปิดรับจองในราคากล่องละ 1488 บาท ผ่านเว็บไซต์ www.kyorollen.com/mooncake

นอกเหนือจากนี้ พลาดไม่ได้กับขนมไหว้พระจันทร์สูตรซิกเนเจอร์จาก Kyo Roll En พร้อมเปิดตัวรสชาติใหม่ล่าสุด!! ‘KYO’ Mixed Nuts ไส้ ‘โหงวยิ้ง’ แบบ ‘Made In Japan’ ทำจากถั่วและธัญพืชญี่ปุ่น 5 ชนิด ถั่วแระ (Edamame) ถั่วดำ (Kuromame) ถั่วเขียว ถั่วลิสง และเกาลัด (Kuri) และรส Custard Vanilla สุดคลาสสิค กับสูตรใหม่! ผสานวานิลลาแท้จากมาดากัสการ์ หอมแบบไม่รู้ลืม ทานได้ทั้งแบบเย็น หรืออุ่นร้อนๆ ก็ฟินสุดๆ จำหน่ายในกล่อง Mooncake 2 ขนาด แบบ Premium Box 8 ชิ้น ราคา 888 บาท สามารถคละได้ 4 รสชาติ รสละ 2 ชิ้น คือ Yuzu Lava, Satsuma Imo, Custard Vanilla, ‘KYO’ Mixed Nuts และกล่อง Kyoto Box 4 ชิ้น ราคา 488 บาท รสละ 1 ชิ้น

และสำหรับลูกค้า Corporate Order ที่ต้องการสั่งซื้อตั้งแต่ 20 กล่องขึ้นไป สามารถ Personalize ประทับโลโก้บนบรรจุภัณฑ์ได้ พร้อมบริการจัดส่งสินค้าฟรีทั่ว กทม. และบริการจัดส่งต่างจังหวัดโดยรถเก็บความเย็น สั่งจองได้ที่ โทร. 062-2264555 หรือ Line: @kyorollen

เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้สั่งจอง Mooncake ระดับ 2 ดาวมิชลินสตาร์ แทนคำอวยพรมงคล ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.kyorollen.com/mooncake หรือที่ Line :@kyorollen โทร. 062-2264555

Salmon Lover สดๆ ฟินๆ เหมือนนั่งกินที่ร้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/660475

วันที่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 15:20 น.

Salmon Lover สดๆ ฟินๆ เหมือนนั่งกินที่ร้านมื้อนี้จัดหนัก!! แซลมอน ซาชิมิ เพิ่มโปรตีน กินกันให้หายคิดถึง OISHI ผนึกกำลังขนทัพปลาแซลมอนคุณภาพสดใหม่ไว้บริการ Salmon Lover สด ฟิน ส่งถึงบ้านในกล่องเก็บความเย็นสองชั้น

 เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

รู้ว่าคิดถึง…แต่ไม่ต้องทน!! เพราะทั้งโออิชิ แกรนด์, โออิชิ อีทเทอเรียม, และโออิชิ บุฟเฟต์ ผนึกกำลังเสิร์ฟความสด ส่งต่อความฟิน ให้ได้กินถึงบ้านแล้ววันนี้ สำหรับปลาแซลมอนคุณภาพสดใหม่ สะอาด พร้อมแล่ให้สด ๆ แบบซาชิมิ แถมแท็กทีมความอร่อยด้วยโชยุ วาซาบิ ได้ฟีลความสด สัมผัสเนื้อนุ่มเด้ง เหมือนนั่งกินที่ร้าน บรรเทาความคิดถึงไปได้เยอะ

ไซส์แนะนำ #ขนาดอิ่มจัดหนัก สำหรับ 1 – 2 คน “แซลมอน ซาชิมิ” น้ำหนัก 500 กรัม (595 บาท) และไซส์ใหญ่ให้เยอะ #ขนาดอร่อยจัดเต็ม สำหรับ 3 – 4 คน น้ำหนัก 1 กิโลกรัม (1,190 บาท) บรรจุและจัดส่งด้วยบรรจุภัณฑ์กล่องเก็บความเย็นสองชั้น ช่วยคงความสดใหม่ได้ยาวนานขึ้น ทั้งยังเสิร์ฟความอร่อยคู่ความปลอดภัยให้ทุกคนอุ่นใจในช่วงสเตย์โฮม

อดใจไม่ไหว สั่งได้เลยที่ “โออิชิ เดลิเวอรี่” โทร. 1773 หรือคลิก OISHIDELIVERY.COM นอกจากนี้ ยังสามารถสั่งผ่านเว็บไซต์ SHOPTEENEE.COM ได้อีกด้วย ติดตามข้อมูลข่าวสารและอัพเดทโปรโมชั่นที่น่าสนใจ ได้ที่  www.facebook.com/OishiFoodStation

เชฟแพมชวนรังสรรค์เมนู “แกงมัสมั่นเนื้อซี่โครง” ชูวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยมรับเทศกาลวันแม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/660226

วันที่ 10 ส.ค. 2564 เวลา 16:04 น.

เชฟแพมชวนรังสรรค์เมนู “แกงมัสมั่นเนื้อซี่โครง” ชูวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยมรับเทศกาลวันแม่ต้อนรับเทศกาลวันแม่ ตลอดเดือนสิงหาคม เชฟแพมจัดเต็มรังสรรค์เมนู “แกงมัสมั่นเนื้อซี่โครง” ชูวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยมจากเนื้อส่วนซี่โครงจาก “True Aussie Beef” พร้อมเผยสูตรลับเพื่อสัมผัสที่นุ่มละมุนและรสชาติที่อร่อยเข้มข้น

ใกล้จะถึงวันแม่แห่งชาติแล้ว ลูกๆ คนไหนยังไม่มีของขวัญแทนใจให้กับคุณแม่ ซ้ำกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ไม่เอื้ออำนวยให้ออกนอกบ้านไปเลี้ยงฉลองได้  วันนี้เชฟแพมขอชวนคุณมาเข้าครัวทำอาหารมื้อพิเศษให้คุณแม่ได้ทานกัน แถมยังเป็นการสร้างช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันในครอบครัวอีกด้วย

แต่ว่า! จะปรุงเมนูอะไรให้คุณแม่ดีล่ะ? ยิ่งถ้าเราทำอาหารไม่เก่ง งานนี้จะรอดมั๊ย?

วันนี้ เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม เชฟอาหารชื่อดังผู้เจนจัดในเรื่องศาสตร์ของเนื้อและยังเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ True Aussie Beef คนแรกของประเทศไทย จะมาแนะนำเมนูเด็ดที่ลูก ๆ ทำเองได้ง่าย ๆ แถมยังเป็นเมนูแสนอร่อยที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางอาหารที่สื่อถึงความรักของเราที่มีต่อคุณแม่คนเก่งได้ดีสุด ๆ ไปเลย !

“แกงมัสมั่นเนื้อซี่โครง” เมนูง่าย ๆ ที่ใช้เวลาปรุงค่อนข้างนานและต้องพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ชวนให้เราระลึกถึงคุณแม่ที่ทุ่มเทความอดทนอย่างมากในการเลี้ยงดูลูก ๆ ทุกคนให้เติบโต โดยเฉพาะเมื่อเราใช้เวลาตุ๋นจนได้ที่แล้ว เนื้อซี่โครงที่ได้จะนุ่มละมุนจนละลายในปากและมอบรสชาติที่หอมกลมกล่อม คุ้มค่ากับการรอคอย เสมือนที่คุณแม่ได้เลี้ยงดูและเฝ้ามองเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จนได้มาตอบแทนพระคุณให้กับสุดยอดคุณแม่ของเราในวันนี้

เชฟแพม กล่าวว่า “ถ้าชอบเมนูประเภทแกงเผ็ด คุณจะรักแกงมัสมั่นสูตรนี้แน่นอนค่ะ เพราะเป็นแกงเผ็ดพื้นฐานยอดนิยมของคนไทยส่วนใหญ่ หากคุณทำอาหารไม่เก่งแบบมืออาชีพ ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะเมนูนี้ปรุงง่ายมาก เพียงแต่เราต้องใช้เวลากับมันนานหน่อยเท่านั้นเอง แพมขอแอบบอกเคล็ดลับอย่างหนึ่ง คือถ้าเราเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพในการปรุงอาหาร ก็จะส่งผลให้รสชาติของเมนูนั้นอร่อยขึ้นมากๆ สำหรับเมนูมัสมั่นจานนี้แพมเลือกเนื้อส่วนซี่โครง (Short Ribs) ของ True Aussie Beef ค่ะ เพราะเหมาะกับการตุ๋นนานๆ เพื่อให้ได้รสสัมผัสเนื้อนุ่ม ๆ แบบละลายบนลิ้นมากที่สุด โดยการเลือกคัตเนื้อแต่ละส่วนก็จะเหมาะกับประเภทเมนูที่แตกต่างกันไป”

นอกจากเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและรสชาติที่อร่อยเข้มข้น เนื้อวัวยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง เพราะอุดมด้วยกรดอะมิโน รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งทำให้เนื้อวัวถูกจัดเป็นอาหารที่มีโปรตีนสมบูรณ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เนื้อแดงจากออสเตรเลียได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นเนื้อวัวคุณภาพระดับพรีเมียม เพราะผลิตจากวัวที่เลี้ยงในฟาร์มปศุสัตว์โดยกลุ่มเกษตรกรที่มีความซื่อสัตย์และมีมาตรฐานการแปรรูปที่เข้มงวด จึงได้ผลิตภัณฑ์เนื้อที่มีรสชาติดีสม่ำเสมอและมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ยอมรับของทุกประเทศ

วัตถุดิบเมนูแกงมัสมั่นเนื้อซี่โครงตำรับ True Aussie Beef

  • ซี่โครงเนื้อออสเตรเลีย 500 กรัม
  • พริกแกงมัสมั่น 120 กรัม (ถ้าไม่มีพริกแกงมัสมั่น ใช้พริกแกงเผ็ดธรรมดาได้)
  • มันฝรั่ง 300 กรัม
  • ถั่วลิสงคั่ว 100 กรัม
  • กะทิ 500 กรัม
  • มะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2 ข้อนโต๊ะ
  • ใบกระวาน 1-2 ใบ

วิธีปรุง เมนูแกงมัสมั่นซี่โครงเนื้อตำรับ True Aussie Beef ง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: ตุ๋นเนื้อซี่โครงออสเตรเลียในน้ำกะทิ 45 นาที หรือจนกว่าเนื้อจะนุ่มตามต้องการ

ขั้นตอนที่ 2: เมื่อตุ๋นเนื้อซี่โครงออสเตรเลียจนเกือบเปื่อย เตรียมกระทะอีกใบ ผัดพริกแกงมัสมั่นจนหอม แล้วนำพริกแกงผัดใส่ลงในหม้อที่กำลังตุ๋นเนื้อ จากนั้นใส่มันฝรั่ง ใบกระวาน และถั่วลิสงคั่ว ต้มต่อไปจนมันฝรั่งนิ่ม

ขั้นตอนที่ 3: ปรุงรสด้วยมะขามเปียก น้ำตาล น้ำปลาตามชอบ พร้อมตักเสิร์ฟ

“ทุกคนรู้ไหม “เนื้อวัว” เป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างมาก ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรง กระตุ้นระบบการเผาผลาญ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและอาการบาดเจ็บ ทั้งช่วยให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและสุขภาพแข็งแรงแม้จะมีอายุมากแล้วก็ตาม อย่างไรก็ดี เราควรบริโภคเนื้อวัวในปริมาณที่พอเหมาะเช่นเดียวกับอาหารทุกประเภท สำหรับวันแม่ปีนี้ แพมขอให้คุณแม่และคุณลูกทุกท่าน ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุขกับเมนูอาหารที่แพมแนะนำ และมีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ” เชฟแพม กล่าวทิ้งท้าย

รวม 7 ร้านขนม-เครื่องดื่ม @ไอคอนสยาม ตามติดความอร่อยพร้อมรับส่วนลดเพียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/660053

วันที่ 09 ส.ค. 2564 เวลา 10:40 น.

 รวม 7 ร้านขนม-เครื่องดื่ม @ไอคอนสยาม ตามติดความอร่อยพร้อมรับส่วนลดเพียบมาเพิ่มความสดชื่นระหว่าง Work from home ด้วยสุดยอดขนม-เครื่องดื่มในไอคอนสยาม รวมลิสต์ 7 ร้านขนมหวานและเครื่องดื่มเดลิเวอรี่ พร้อมรับส่วนลด 5 ความคุ้มที่แท้ทรูผ่านแอปพลิเคชั่น True ID

ในช่วงที่อากาศร้อนระอุและยังต้องนั่งทำงานที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งความร้อนและความเครียดอาจก่อตัวและสะสม การหาเครื่องดื่มเย็นๆ และขนมหวานมาดับกระหาย คลายร้อน เพิ่มความสดชื่นระหว่าง Work from home ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ระหว่างวันทำงานของคุณสดชื่น พร้อมทำงานต่อได้แบบได้กระปรี้กระเปร่า

ไอคอนสยาม รวมลิสต์ 7 ร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม ที่จะมาช่วยดับกระหายคลายร้อน พร้อมเสิร์ฟแล้วถึงบ้านคุณกับบริการฟู้ด เดลิเวอรี่ บนแอปทรูไอดี มาพร้อมโปรโมชั่นให้อิ่มได้แบบสุดคุ้มกับ 5 ความคุ้มค่ากับ ไอคอนสยาม โปรอร่อยคุ้มที่แท้ทรูกับทรูฟู้ด สั่งอาหารครบ 500 บาท รับส่วนลดค่าจัดส่งสูงสุด มูลค่า 100 บาท (จำนวนจำกัด) และพิเศษสำหรับลูกค้าทรู เมื่อสั่งอาหารผ่านทรูฟู้ด บนแอปพลิเคชันทรูไอดี รับสิทธิพิเศษดีๆ มากมาย ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เท่ากับ 1 บาท แลกส่วนลดรวมสูงสด 240 บาท พร้อมรับคะแนนทรูพอยต์สูงสุด 3 เท่า เมื่อจ่ายผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท

เริ่มกันที่ร้านแรก Brix Dessert Bar ร้านขนมหวานชื่อดัง ที่พร้อมเสิร์ฟความสุขให้ทุกคนภายใต้คอนเซปต์ Miracle’re real หรือ ความมหัศจรรย์มีอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง ขนมอบ เครื่องดื่มล้วนดีงามทั้งสิ้น

แต่ถ้าชื่นชอบเครื่องดื่มประเภท ชานมไข่มุก ที่มีไข่มุกให้เคี้ยวหนึบหนับ เพลินๆ ระหว่างวัน ขอแนะนำ The Alley ชานมต้นตำรับจากไต้หวันที่โดดเด่นด้วยสัญลักษณ์รูปกวาง ใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การเก็บใบชาคุณภาพจากไต้หวัน มาบ่มกับวัตถุดิบลับ เพื่อให้มีทั้งกลิ่นและรสชาติที่สมบูรณ์ที่สุด อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ อย่างตัวไข่มุก ที่ทำด้วยมือ ผ่านการตวงและต้มอย่างพอดิบพอดี จนได้ไข่มุกเนื้อหอม เหนียวนุ่ม และมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Deerioca

หากคุณเป็นคอกาแฟ % Arabica แบรนด์คาเฟ่สัญชาติญี่ปุ่นคือไม่อยากให้คุณพลาด เพราะที่นี่มีความอร่อยพร้อมเสิร์ฟครบทุกแบบทุกสไตล์สำหรับสายคาเฟ่ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟ การคั่วบดด้วยเครื่องที่ผลิตขึ้นมาใช้โดยเฉพาะสำหรับ % Arabica เท่านั้นเพื่อให้ได้กลิ่นและรสสัมผัสอย่างที่ตั้งใจ รวมถึงขั้นตอนการชง และอุณหภูมิน้ำที่ใช้

Paul Le Café ร้านเบเกอรีจากฝรั่งเศสที่เก่าแก่กว่า 130 ปี ที่ไม่ว่าจะตั้งอยู่สาขาใดในโลก ความเป็นฝรั่งเศสดั้งเดิมยังคงเป็นหัวใจสำคัญของร้านนี้ รวมถึงการใส่ใจในคุณภาพการผลิตและความหลงใหลในการทำเบเกอรี่อย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงแต่ครัวซองต์เปล่าๆ หรือจะเป็น อัลมอนด์ครัวซองต์ , ช็อกโกแลตอัลมอนด์ครัวซองต์ หรือช็อกโกแลตครัวซองต์ที่เคลือบครัวซองต์ให้กรอบนอก หวานกำลังดี และวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมนำเข้าจากฝรั่งเศส เพื่อให้ได้ตรงตามต้นฉบับอย่างแท้จริง

สำหรับร้านขนมหวานและเครื่องดื่มยอดฮิต ที่ตั้งอยู่ใน สยาม ทาคาชิมายะ อย่าง Azabu Sabo หนึ่งในร้านอร่อยที่ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น นมฮอกไกโดที่ถือเป็นหัวใจของความอร่อยในไอศกรีมทุกรสของ Azabu Sabo ใช้กลิ่นจากส่วนผสมธรรมชาติ ซึ่งจะได้สัมผัสกลิ่นหอม และลิ้มรสชาเขียวจากผงชาแท้ๆ จากเมืองชิซูโอกะ ในไอศกรีมรสชาเขียว ส่วนไอศกรีมรสผลไม้ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ มะม่วง บลูเบอร์รี่ ก็ใช้สีและกลิ่นจากเนื้อผลไม้แท้ๆ หอมหวานชื่นใจ

DonQ ร้านเบเกอรี่ระดับตำนานอายุกว่า 100 ปีต้นกำเนิดที่เมืองโกเบ เป็นเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสที่นำมาปรับปรุงในสไตล์ของคนญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวที่ไปย่ำแดนอาทิตย์อุทัยส่วนใหญ่ไม่พลาดไปชิม ปัจจุบันมีสาขากว่า 200 สาขา รวมถึงใน สยาม ทาคาชิมายะ ที่อยาก Recommend คือ Fluffy Cheese ขนมปังชีสนุ่ม ตัวแป้งยังคงสไตล์ขนมปังฝรั่งเศสแต่มีความบางกรอบ ส่วนเนื้อสัมผัสของขนมปังชั้นในมีความนุ่ม ละมุน เข้ากันได้ดีกับมอสซาเรลล่าชีสที่จัดเต็มในทุกคำ

Van Hart อีกหนึ่งคาเฟ่คุณภาพของห้างสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม ตั้งอยู่ชั้น G บริเวณหัวมุมของโซน Rose Food Avenue ร้านกาแฟคุณภาพสัญชาติไทย ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟออแกนิค 100% ส่งตรงจาก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มาให้บาริสต้าทุกคนชงกาแฟทุกแก้วด้วยใจ สมกับชื่อร้านที่ว่า “Van Hart” (ภาษาดัตช์แปลตรงตัวได้ว่า “จากหัวใจ”) โดยมีเมนูกาแฟและเมนูอื่นๆ มากมายให้เลือกลิ้มลองแล้ว ยังมีเมนูพิเศษที่ทางร้านรังสรรค์ขึ้นมาสำหรับสาขานี้โดยเฉพาะ นั่นคือ Iced Kurosato หรือ Iced Brown Sugar Latte กาแฟลาเต้เย็นที่ได้ความหวานอ่อนๆ จากน้ำตาลญี่ปุ่น “Kurosato” นอกจากจะใส่ใจวัตถุดิบแล้ว ยังจริงจังเรื่องความสะอาดด้วย ที่นี่มีการทำความสะอาดเครื่องบดกาแฟทุกวัน รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ จนมั่นใจได้เลยว่า นี่คือหนึ่งในคาเฟ่ที่อุปกรณ์การทำกาแฟสะอาดที่สุด

เลือกอิ่มอร่อยกับร้านดังมากมาย บนแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี สั่งเลย http://bit.ly/3eOE2h8 รับความอร่อยแบบสุดคุ้มมากยิ่งขึ้นกับ 5 ความคุ้มค่า คุ้มที่ 1 ไอคอนสยาม โปรอร่อยคุ้มที่แท้ทรูกับทรูฟู้ด” โดยลูกค้าทั่วไปที่ใช้บริการสั่งอาหารจากร้านค้าภายในไอคอนสยาม และสยามทาคาชิมายะ ผ่านทรูฟู้ด บนแอปฯ ทรูไอดี เพียงกรอกโค้ด ICONSIAMXTF เมื่อสั่งครบ 500 บาทขึ้นไป/ครั้ง รับส่วนลดค่าจัดส่งสูงสุด มูลค่า 100 บาท (จำนวนจำกัด)

คุ้มที่ 2 พิเศษสำหรับลูกค้าทรู ที่ใช้ทรูพอยต์ 1 คะแนน แลกส่วนลดค่าส่งอาหารสูงสุด 90 บาท คุ้มที่ 3 เมื่อสั่งอาหารครบ 300 บาทขึ้นไป ใช้ทรูพอยต์ลดค่าอาหารสูงสุด 150 บาท คุ้มที่ 4 รับคะแนนทรูพอยต์สูงสุด 3 เท่า เมื่อจ่ายด้วยทรูมันนี่ วอลเล็ท และคุ้มที่ 5 รับส่วนลดค่าส่ง 60 บาท ใส่โค้ด OFFHR60 ทุกพื้นที่ ทุกร้าน ทุกวัน ในช่วงเช้าเวลา 08.00-10.59 น.และ ช่วงบ่ายเวลา 13.00-14.59 น.(วันนี้-31 ส.ค.64) รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2564 สอบถามข้อมูลหรือติดตามรายละเอียดเงื่อนไขได้ที่ แอป TrueID หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com

ส่งความสดจากยอดดอยสู่ชุมชนตลอดเดือนสิงหาคมนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/659674

วันที่ 04 ส.ค. 2564 เวลา 07:05 น.

ส่งความสดจากยอดดอยสู่ชุมชนตลอดเดือนสิงหาคมนี้ท็อปส์ เปิดพื้นที่ช่วยกระจายผลผลิตจากพื้นที่สูง ในเทศกาล “สินค้าโครงการหลวง ดี อร่อย ส่งความสดจากยอดดอยสู่ชุมชน”

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่นี้ ได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ผลิตพืชผลต่าง ๆ ทั่วประเทศ  ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงได้ร่วมสนับสนุนการส่งต่อผลผลิตจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค  นอกจากจะเป็นการระบายผลผลิตช่วยเหลือแก่เกษตรกร แล้วยังเป็นการส่งมอบสุขภาพที่ดีแก่ประชาชน โดยตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์  รวม 59 สาขา และช่องทางท็อปส์ ออนไลน์ ได้จัดเทศกาล “สินค้าโครงการหลวง ดี อร่อย ส่งความสด จากยอดดอยสู่ชุมชน” โดยนำพืชผัก สด ๆ ผลไม้อร่อย ๆ และสินค้าแปรรูปหลากหลาย จากโครงการหลวง มาให้ทุกท่านได้ช้อป ตั้งแต่วันนี้ – 31 ส.ค. 2564

ตลอดเดือนสิงหาคมนี้ ทุกท่านจะได้ช้อปผลิตผลภายใต้การดูแลและควบคุมคุณภาพของโครงการหลวง ส่งตรงความสดจากยอดดอยถึงมือผู้บริโภค  ไม่ว่าจะเป็นผักสดที่มีหมุนเวียนทุกสัปดาห์ ได้แก่ ฟักทองญี่ปุ่น ผักโขม มะเขือเทศพันธุ์เนื้อ เบบี้ฮ่องเต้  ยอดฟักซาโยเต้ ลูกฟักแม้ว ถั่วแขก ผักกาดกวางตุ้ง  มะเขือม่วง  แตงกวาญี่ปุ่น  คะน้าฮ่องกง ปวยเล้ง  สลัดคอส , ผักออร์แกนิคนานาชนิด ได้แก่  บีทรูท ปวยเล้ง โอ๊คลีฟเขียว บัตเตอร์เฮด, ผลไม้สดอร่อยดีต่อสุขภาพ ได้แก่ เสาวรส ลูกพลับ  อโวคาโด ฯลฯ 

สินค้าแปรรูปโครงการหลวง ได้แก่ ถั่วแดงหลวง งาดำ ข้าวกล้องไก่ป่า ข้าวกล้องเฮงาะเลอทิญ ข้าวกล้องเล่าทูหยา ข้าวดอยซ้อมมือ ควินัว นอกจากนี้ยังมีสินค้าแปรรูปตราดอยคำ ได้แก่ น้ำผลไม้ ผลไม้อบแห้ง ซอสมะเขือเทศ  น้ำผึ้งเกสรดอกลำไย  แยมผลไม้เครื่องดื่มผงสำเร็จรูปเป็นต้น

ในสถานการณ์โควิด-19 การดูแลรักษาสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การเลือกซื้อผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ  เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย และยังเป็นการร่วมช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรให้มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว  อุดหนุนสินค้าโครงการหลวง ได้ที่ ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขา พร้อมช้อปผ่าน http://www.tops.co.th ในเทศกาล “สินค้าโครงการหลวง ดี อร่อย  ส่งความสด จากยอดดอยสู่ชุมชน”  ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 สิงหาคม 2564

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.tops.co.th , เฟซบุ๊ก TopsThailand, Central Food Hall หรือ แอปพลิเคชันไลน์ @TopsThailand