Sirus Tanya x Vatit Itthi Bridal Campaign นิยามความรักที่ไร้กาลเวลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656547

วันที่ 27 มิ.ย. 2564 เวลา 10:10 น.

Sirus Tanya x Vatit Itthi Bridal Campaign นิยามความรักที่ไร้กาลเวลาผลงานการคอลลาโบเรชั่นของสองแบรนด์ดังอย่างแบรนด์เครื่องประดับ Sirus Tanya ไฟน์จิวเวลรีคุณภาพสูง และแบรนด์ชุดแต่งงาน Vatit Itthi มอบนิยามใหม่ของการเฉลิมฉลองความรักและสะท้อนความงดงามตามแบบฉบับของผู้หญิงยุคใหม่

การคอลลาโบเรชั่นระหว่างแบรนด์สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการร่วมงานกันของสองแบรนด์ดังอย่าง แบรนด์เครื่องประดับ “ไซรัส ธัญญา” (Sirus Tanya) ไฟน์ จิวเวลรีคุณภาพสูง โดดเด่นด้วยดีไซน์เหนือกาลเวลา และ แบรนด์ชุดแต่งงาน “วทิต อิทธิ” (Vatit Itthi) ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานคอลลาโบเรชั่นสุดพิเศษผ่านทักษะความชำนาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน นำมาถ่ายทอดพร้อมมอบนิยามใหม่ของการเฉลิมฉลองความรักและสะท้อนความงดงามตามแบบฉบับของผู้หญิงยุคใหม่

Sirus Tanya x Vatit Itthi Bridal Campaign คือแคมเปญที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์และตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่เรียบหรูและร่วมสมัย ผ่าน ชุดเจ้าสาว คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิปี 2021 คอลเลกชั่นชุดเจ้าสาวที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ Vatit Itthi มีทั้งหมด 35 ลุค ในสไตล์คลาสสิกไปจนถึงความร่วมสมัยผสมผสานกับอัตลักษณ์ของผู้สวมใส่แสดงออกถึงความมีรสนิยมที่ดี ในการแต่งกาย ซึ่งยังคงถ่ายทอดผ่าน 3 องค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ ความสง่างาม (elegance), วิจิตรศิลป์ (artistry), และสุทรรศนนิยม (optimism) ผสานเข้ากับ ไซรัส ไบรดัล คอลเลกชั่น เซ็ทเครื่องประดับสำหรับแต่งงานคอลเลกชั่นแรกของแบรนด์ ไซรัส ธัญญา ซึ่งยังคงสไตล์การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ผสานความสง่างามเหนือกาลเวลา หลอมรวมเข้ากับความร่วมสมัย เต็มเปี่ยมไปด้วยงานฝีมืออันประณีตถูกนำมาต่อยอดอย่างสมบูรณ์แบบโดยช่างฝีมือระดับสูงเพื่อรังสรรค์เครื่องประดับสัญลักษณ์แห่งคำมั่นสัญญาและเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ ในคอนเซ็ปต์ PROMISE OF A LIFETIME ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ศิรัส ธัญญวัฒนกุล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ไซรัส ธัญญา กล่าวว่า “เราต่างมีภาพผู้หญิงในอุดมคติคนเดียวกัน เป็นผู้หญิงที่มีความเรียบหรูในขณะเดียวกันไม่หวือหวามากจนเกินไป ซึ่งทำให้การทำงานร่วมกันครั้งนี้มีความพิเศษมาก”

วทิต วิรัชพันธุ์ และ อิทธิ เมทะนี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ วทิต อิทธิ เผยว่า “วทิต อิทธิ และ ไซรัส ธัญญา มีความเชื่อและปรัชญาคล้ายกันในแง่ของพื้นฐานการออกแบบและรสนิยม ทำให้รู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้และคอลเลกชั่นแต่งงานครั้งแรกของแบรนด์ ไซรัส ธัญญา”

Sirus Bridal Collection ได้รังสรรค์แหวนเพชร “Sirus Promise Engagement Ring” แหวนแต่งงานไอคอนนิคของคอลเลกชั่นนี้ อัญมณีล้ำค่าที่ส่องประกายโดดเด่นด้วยเพชรที่เจียระไนทรงเอมเมอรัล ประกบด้วยเพชรแทปเปอร์บาร์เก็ตทั้งสองข้างและฝังเพชรบาเก็ตรอบตัวเรือนแพลตตินั่มทั้ง 3 ด้าน เป็นการสะท้อนความเป็นเลิศด้านฝีมืออันแสนประณีตในทุกรายละเอียด นอกจากนี้ความคลาสสิกของแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวมีหกหนามเตยยกชูเพชรจากตัวเรือนทำให้เพชรรับแสงส่องประกายได้อย่างเต็มที่ แสดงถึงความงดงามในความเรียบง่ายและการให้คำมั่นสัญญาของความรักชั่วนิรันดร์ จับคู่กับ สร้อยคอรีเวียร์ (Rivière) เพชรเจียระไนทรงกลมและทรงเอมเมอรัล เพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วย ต่างหูเพชรน้ำงามทรงแฟนซี ชุดแต่งงานถูกตัดเย็บแบบ one-of-a-kind โดดเด่นไม่เหมือนใคร เสริมความสง่างามให้น่าจับตามองด้วยเครื่องประดับอันวิจิตรบรรจงเพิ่มกลิ่นอายความโรแมนติกมากยิ่งขึ้น

ชุดเดรสเจ้าสาวผ้าชีฟองจับพลีท (Pleating) รอบตัวในซิลูเอททรงเรขาคณิตปักลายดอกไม้ 3 มิติเพิ่มวอลลุ่มให้กับดีเทลแขนเสื้อ สวมใส่คู่กับชุดเครื่องประดับเพชรและไพลินสีน้ำเงินรอยัล บลู (Royal Blue Sapphire)

นอกจากนี้ กลีบดอกไม้ถูกนำมาร้อยเรียงปรากฏเป็นชุดเดรสสั้นผ้าไหมออแกนซ่าตัดเย็บเป็นชั้นสวยงาม โอบรับด้วย สร้อยคอเพชรเจียระไนทรงไข่ทั้งหมด 128 เม็ด จับคู่เข้ากับ สร้อยข้อมือเพชรและแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวทรงไข่แบบคลาสสิก ที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

นอกจากชุดเครื่องประดับเจ้าสาวแล้ว ไซรัส ไบรดัล คอลเลกชั่น (Sirus Bridal Collection) ยังนำเสนอเครื่องประดับสำหรับบุรุษ อาทิ แหวน สร้อยข้อมือ คัฟลิงค์ และเข็มกลัด ประดับเพชร สัญลักษณ์ของคำมั่นสัญญาแห่งความรักชั่วนิรันดร์อีกด้วย

พบกับ ไซรัส ไบรดัล คอลเลกชั่น (Sirus Bridal Collection) ได้ที่ Sirus Tanya สาขา สยามพารากอน ชั้น1 โทร 083-313-8222 , สาขา ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น G โทร 063-220-4888 รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://sirustanya.com , Instagram: @sirustanya_official

#SirusTanyaxVatitItthi

#SirusBridal

#VATITITTHIWedding

CASIO เผยโฉมนาฬิกา 3 รุ่นล่าสุด คอลเลคชั่นใหม่ที่โดนใจสายสตรีทแฟชั่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656356

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 14:02 น.

CASIO เผยโฉมนาฬิกา 3 รุ่นล่าสุด คอลเลคชั่นใหม่ที่โดนใจสายสตรีทแฟชั่นเพราะแฟชั่นมันอยู่ใน DNA สาวกแบรนด์ในตำนาน CASIO ต้องตื่นเต้นกับคอลเลคชั่นใหม่ โดนใจสายสตรีทแฟชั่นแน่นอน

ถ้าคุณคือคอสตรีทแฟชั่นนี่คือสิ่งที่เราไม่อยากให้คุณพลาด CASIO สุดยอดแบรนด์นาฬิกาสำหรับสายสตรีท เผยโฉมนาฬิกา 3 รุ่นล่าสุดที่น่าจับจองเป็นที่สุด เอาใจสาวกแบรนด์ในตำนานที่หลงรักในสไตล์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนใครอย่าง G-SHOCK และ Baby-G ที่เรียกได้ว่าจะสวมเพื่อ Work from home หรืออัพลุคเท่ออกนอกบ้านก็มีสไตล์และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้อย่างครบครัน

Highlight Model

 G-Shock G-Steel GST-B400 Carbon Core Guard Series

ดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่บ่งบอกถึงความเท่ โฉบเฉี่ยว ทะมัดทะแมง แข็งแกร่ง และทนทานสไตล์สปอร์ต ด้วยโครงสร้างใหม่ล่าสุดโดยใช้คาร์บอนเป็นวัสดุหลัก แต่ยังคงความบางเบาของตัวเรือนเพียง 12.9mm. ที่เรียกได้ว่า บางที่สุดในกลุ่ม G-Steel เลยทีเดียว จึงสามารถสวมใส่ได้สบายและคล่องตัวในทุกการเคลื่อนไหว มีให้เลือกถึง 4 รุ่น ครบครันทั้งสายสแตนเลสสตีลและสายเรซิน หรือเคลือบ IP สีดำ (ตามรุ่น) อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับ Bluetooth และมีระบบ Tough Solar ชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ จึงช่วยประหยัดพลังงานกว่าเดิมถึง 55% และใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น

G-Shock Hidden Coast Series: GA-900 / GA-2000 / GA-2100

อีกรุ่นยอดนิยมที่นักเดินทางจะต้องรู้จัก เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากการแสวงหาดินแดนติดทะเลอันไกลโพ้นที่ไม่มีใครเคยเดินทางไปถึง ด้วยการเลือกใช้โทนสีจากชายฝั่งซึ่งถ่ายทอดความเป็นธรรมชาติอันงดงามแต่เรียบง่าย อาทิ สีน้ำตาล สีเขียว สีขาว สีน้ำเงินคราม และสีส้มอ่อน นำมาผสมผสานสอดคล้องกันกับรายละเอียดในดีไซน์จนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของซีรีส์นี้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรุ่น GA-900HC-3ADR และ GA-900HC-5ADR ที่บอกเล่าจิตวิญญาณของสายสตรีทได้อย่างเด่นชัดพร้อมแบตเตอรี่ที่ทำงานอย่างทนทานยาวนานถึง 7 ปี, รุ่น GA-2100HC-2ADR และ GA-2100HC-4ADR หนึ่งในรุ่นยอดนิยมที่โดดเด่นทั้งเรื่องสีสันและความบางเฉียบที่สุดของ G-Shock รวมถึงรุ่น GA-2000HC-3ADR และ GA-2000HC-7ADR ด้วยโครงสร้างคาร์บอนจึงมีความแข็งแรงทนทานและยังสามารถเปลี่ยนสายได้อีกด้วย

Baby-G BGA-280 Series The New Color (4,000 THB) 

เพิ่มความสนุกในทุกลุค ด้วยความหวานเย็นของสีพาสเทลดุจไอศกรีม ผสานกับดีไซน์แบบสตรีทที่เอาใจสาวๆ ให้หลงรักทันทีที่แรกเห็น มอบลุคหวานๆ แต่สนุกสนาน อ่อนเยาว์ ทันสมัย คล่องตัว และทะมัดทะแมง พร้อมเพิ่มดีเทลลูกเล่นที่การเล่นสีกรอบหน้าปัดแบบสองชั้น มิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าได้หลากหลายลุค ทั้งเปรี้ยว หวาน เท่ หรือแม้แต่ชุดทำงาน ตัวหน้าปัดมีทั้งแบบอะนาล็อคและดิจิตอลเพื่อการอ่านเวลาที่ง่ายดายและแม่นยำ ในขณะที่ตัวเรือนและกรอบทำจากเรซินจึงให้สัมผัสที่เบาสบาย นุ่มผิว และแน่นอนว่างานเรืองแสงด้วยไฟ LED ก็ต้องมา! เพราะนี่คือจุดเด่นอีกจุดที่สร้างความสะดุดตาให้กับผู้สวมใส่ และยังสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร 

และทั้ง 3 รุ่นนี้เองที่ CASIO พร้อมเผยโฉมอย่างเต็มรูปแบบในงาน Siam Paragon Watch Expo 2021 ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นสาวกของ G-Shock หรือ Baby-G ที่เน้นความเป็นสตรีทสไตล์อย่างเต็มเปี่ยม หรือจะเป็นคนรักนาฬิกา CASIO ที่ครบครันทั้งฟังก์ชั่นและแฟชั่น สวมใส่ง่ายและดูดีในทุกโอกาสก็ตาม เหล่านี้คือไอเท็มใหม่ล่าสุดที่น่าจับจองและไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งด้วยประการทั้งปวง!

แล้วพบกันที่ ณ บู๊ท CASIO G-SHOCK ภายในงาน Siam Paragon Watch Expo 2021 ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในวันที่ 18 มิถุนายน – 11 กรกฎาคม 2564 ติดตามข่าวสารที่ Facebook : Casio Watches Thailand หรือ www.casio-cmg.com

#GSTEEL #GSHOCKTH #BABYG #CASIOCMG #SiamParagonWatchExpo2021

เปิดตัว GARMIN BRAND SHOP แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656353

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 13:40 น.

เปิดตัว GARMIN BRAND SHOP แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯGARMIN LOVER ไม่ควรพลาด! GARMIN เปิดตัว GARMIN BRAND SHOP แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพ พร้อมสินค้าใหม่ล่าสุด “FORERUNNER 55” จีพีเอส สมาร์ทวอทช์ ที่พร้อมสนับสนุนให้การวิ่งเป็นนิวแฮบิท

แบรนด์ GARMIN หนึ่งในผู้นำด้าน Smart Watch และ Wearable Device ภายใต้การนำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือ ซีเอ็มจี (CMG) เปิดตัว GARMIN BRAND SHOP แห่งใหม่ล่าสุด ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ครั้งแรกของการรวบรวมสินค้าที่เป็นของใช้ตามไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ GARMIN สำหรับ GARMIN LOVER

ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ถูกรวบรวมให้เป็นโซนไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ GARMIN แห่งแรกในไทย นาฬิกาสมาร์ทวอทช์จาก GARMIN ที่มีให้คุณได้เลือกมากมายหลากหลายรุ่น และพื้นที่สำหรับลองมิกซ์และแมตซ์สายนาฬิกาช่วยเพิ่มความสนุกเพื่อคอมพลีทลุคของคุณแบบจัดเต็มเป็นครั้งแรก ที่ GARMIN BRAND SHOP แห่งนี้

พร้อมกันนี้ GARMIN เปิดตัว FORERUNNER 55 จีพีเอส สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับนักวิ่งทุกระดับ เพื่อสนับสนุนให้การวิ่งเป็นนิวแฮบิท (New Habit) ผ่านการพัฒนาจีพีเอสสมาร์ทวอทช์เพื่อตอบโจทย์เหล่านักวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จนถึงฟีเจอร์ติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง

GARMIN BRAND SHOP มีอะไรใหม่ที่ GARMIN LOVER ไม่ควรพลาด!

·สินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ถูกรวบรวมให้เป็นโซนไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ GARMIN แห่งแรกในไทย ครั้งแรกของการรวบรวมสินค้าที่เป็นของใช้ตามไลฟ์สไตล์ จากแบรนด์ GARMIN สำหรับ GARMIN LOVER เพื่อเอาใจแฟนคลับตัวจริงของการ์มิน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด กระบอกน้ำเก็บความร้อน กระเป๋าเป้สะพายหลัง ให้คุณได้เลือกช้อปอย่างจุใจ

·นาฬิกาสมาร์ทวอทช์จากการ์มิน ที่มีให้คุณได้เลือกมากมายหลากหลายรุ่น

·พื้นที่สำหรับลองมิกซ์และแมตซ์สายนาฬิกา ที่สามารถเพิ่มความสนุกช่วยคอมพลีทลุคของคุณแบบจัดเต็ม โซนสำหรับลูกค้าทดลองเปลี่ยนสายนาฬิกาอย่างง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเอง ที่มีสายนาฬิกาให้เลือกช้อปอีกหลายสิบแบบ รับรองว่าจะเปลี่ยนวันจำเจของคุณให้มีสีสันตลอดทั้งสัปดาห์

·การมาถึงของ FORERUNNER 55 สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ถูกครีเอทภายใต้คอนเซ็ปต์ “EXERCISE IS THE BEST NUTRITION, RUNNING IS THE SIMPLEST WAY TO START – การออกกำลังกายเป็นสารอาหารที่ดีที่สุด การวิ่งคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้น” เนื่องจากการ์มินจึงตั้งใจสนับสนุนให้การวิ่งกลายเป็นนิวแฮบิท (New Habit) เพราะเราเชื่อว่า การวิ่งคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้นออกกำลังกาย และการออกกำลังกายเป็นสารอาหารที่ดีที่สุดที่สร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง FORERUNNER 55 55 จึงมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ครบถ้วนเพื่อตอบโจทย์เหล่านักวิ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยจุดเด่น ดีไซน์ใช้งานง่าย เพียงกดปุ่มเดียวก็พร้อมเริ่มต้นไปกับทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเริ่มวิ่งหรือเดิน และติดตามข้อมูลเวลา ระยะทาง ความเร็ว ฝีเท้า และอัตราการเต้นของหัวใจได้โดยตรงจากข้อมือ มาพร้อมกับฟีเจอร์จัดเต็ม ตั้งแต่ฟีเจอร์เทรนนิ่งสำหรับนักวิ่งครอบคลุมตั้งแต่ก่อน ระหว่างและหลังการวิ่ง อาทิ Daily Suggested Workout, PacePro Lite, Track Run, Recovery Time ไปจนถึงฟีเจอร์ติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ที่ GARMIN BRAND SHOP เซ็นทรัล ลาดพร้าว ยังมีดีลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าในแคมเปญ GARMIN Mid Year Saleที่มอบข้อสุดพิเศษมากถึง 5 ต่อ แฟนๆ GARMIN สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลโปรโมชั่น ได้ที่ทางเฟซบุ๊ค Garmin by CMG หรือ Line OA @garminbycmg

8 Soft Skills ช่วยมนุษย์เอาชนะ AI #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656324

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 08:10 น.

8 Soft Skills ช่วยมนุษย์เอาชนะ AIDPU เผยผลวิจัย “ทักษะอนาคตของกำลังแรงงานในประเทศไทย” ระบุซอฟต์สกิล (Soft Skills) ช่วยมนุษย์เอาชนะ AI ชี้มหาวิทยาลัยคือด่านสำคัญช่วยลดต้นทุน Upskill และ Reskill ขององค์กร

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เผยงานวิจัย “ทักษะอนาคตของกำลังแรงงานในประเทศไทย” พบว่า มนุษย์ต้องทำงานร่วมกับ AI และในอีก 30 ปีข้างหน้า AI จะเก่งกว่ามนุษย์อีกพันเท่า ชี้ทางรอด “ซอฟต์สกิล” (Soft Skills) คือเครื่องมือสำคัญช่วยมนุษย์ชนะปัญญาประดิษฐ์ สร้างโอกาสใหม่ๆ ในสายอาชีพ โดยมหาวิทยาลัยเป็นเสมือนด่านหน้าที่สำคัญในการบ่มเพราะ Soft Skills ผลิตบุคลากรตอบสนองตลาดแรงงานในอนาคต ช่วยองค์กรลดต้นทุนและประหยัดเวลาในการ Reskill และ Upskill ให้พนักงาน

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการพูดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ เมื่อ AI สามารถทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ได้ ตามความเก่งของ AI ในแต่ละยุค ดังนั้นมนุษย์จะต้องมีการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดจากการพัฒนาอย่างล้ำหน้าของ AI  ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้ตระหนักถึงการ Reskill และ Upskill ทักษะของบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น”

“มีการคาดการณ์ถึงการทำงานในอนาคตว่า AI จะทำงานร่วมกับมนุษย์และทำงานแทนมนุษย์ได้หลากหลายและรวดเร็วกว่าหลายเท่า  โดยเฉพาะงานที่มีรูปแบบซ้ำๆ (Routinized) งานที่มีกระบวนการทำงานและขั้นตอนที่ตายตัว แต่ทักษะด้าน Soft skills หรือทักษะทางสังคม ยังคงเป็นสิ่งที่ AI ยังพัฒนาได้ไม่เท่าทันมนุษย์ หากมนุษย์จะทำงานร่วมกับหรือทำงานให้เก่งกว่า AI ต้องพัฒนาทักษะ Soft skills ที่จำเป็น เช่น ทักษะการวิเคราะห์ในระดับสูง ทักษะทางสังคมในการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI  ในอีกมุมมองหนึ่ง มีงานวิจัยหลายชิ้น พบว่าในหลายประเทศมีการแย่งชิงแรงงานทักษะที่มีทักษะการวิเคราะห์ในระดับสูง เช่น Data Scientist, Solutions Engineer, UX Designer, Software QA Engineer, Software Developer และ Front End Developer ซึ่งรูปแบบการทำงานจะมุ่งเน้นเป็นแบบ Freelance มากขึ้น ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงจำเป็นจะต้องมีการเรียนการสอนที่สามารถตอบสนองความต้องการของแรงงาน และผู้ประกอบการ เพื่อสร้างแรงงานที่พร้อมในการทำงานในอนาคต”

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ได้ทำการศึกษา เรื่อง “ทักษะอนาคตของกำลังแรงงานในประเทศไทย” เพื่อศึกษาว่าแรงงานในอนาคตว่าควรมีชุดทักษะ (Skill Set) อะไรบ้าง โดยศึกษา Skill Set สำหรับแรงงานในอนาคตของไทยใน 3 ช่วงเวลา คือ ช่วงพัฒนา AI (2020 – 2029) ช่วงทำงานร่วมกับ AI (2030 – 2059) และช่วงอยู่ร่วมกับ AI (2050 –2060)

จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า

ช่วงที่ 1

ช่วงพัฒนา AI (Evolving with AI) ตั้งแต่ปี 2020-2029

เป็นช่วงที่ AI ยังไม่เก่งเท่ามนุษย์ ยังไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ยังคิดและตัดสินใจไม่เก่งเท่ามนุษย์ จึงสามารถทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ได้เท่านั้น เช่น งานที่มีการประมวลผลข้อมูลซ้ำๆ งานมีรูปแบบการคำนวณที่เหมือนกัน และไม่ต้องใช้การวิเคราะห์เฉพาะสถานการณ์ ดังนั้น ทักษะที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ในยุคนี้ คือ ทักษะในการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity) ซึ่งต้องใช้สัญชาติญานความเป็นมนุษย์ในการคิดและตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ตายตัว กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking /Design Mindset) ทักษะการคิดปรับเปลี่ยนเชิงประยุกต์ (Adaptive Thinking) ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) ทักษะการทำงานร่วมกันเป็นทีม (Collaboration)  และ ทักษะในการรับมือกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย (Cross Culture)

ช่วงที่ 2

ทำงานร่วมกับ AI (Working with AI) ตั้งแต่ปี 2030-2049

เป็นช่วงที่มนุษย์ทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการทำงานอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น มนุษย์มีความจำเป็นต้องเพิ่มทักษะ และการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทักษะที่จำเป็นในช่วงเวลานี้คือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Skill) และทักษะการสร้างมูลค่าหรือคุณค่าให้กับสินค้าหรือบริการ (Value Creation Skill) ถือเป็นทักษะด้านศิลปะทางความคิดที่ต้องอาศัยปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่ง AI จะยังไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้แบบ 100%

ช่วงที่ 3

อยู่ร่วมกับ AI (Living with AI) ตั้งแต่ปี 2050-2060

ผลวิจัยคาดการณ์ไว้ว่า AI จะมีความสามารถมากกว่ามนุษย์พันเท่า ข้อดีคือ สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ มนุษย์ไม่ต้องเหนื่อยทำงานมาก  การใช้ AI มีต้นทุนถูกกว่าการจ้างแรงงานมนุษย์ ส่วนข้อเสียคือ งานบางประเภทจะหายไป มนุษย์ที่มีทักษะเก่า ๆ จะตกงาน และจะมีงานประเภทใหม่เข้ามาทดแทน ดังนั้น ทักษะในช่วงเวลานี้ คือ ทักษะการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง (Advanced analytical Skill) เพื่อให้สามารถทำอาชีพใหม่ที่ AI ไม่สามารถทำแทนได้ อาชีพใหม่ที่คาดหวัง คือ ที่ปรึกษาเชิงปรัชญา (Philosophical Consultant) นักออกแบบเวลาว่าง (Free Time Designer) นักออกแบบอาชีพ (Occupation Designer) และนักออกแบบห้องเสมือนจริง (Virtual Room Designer) เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ทักษะแรงงานต่างมีความเห็น ว่าหากจะมองถึงสถานการณ์ในช่วงที่ 2 (ทำงานกับ AI) และช่วงที่ 3 (อยู่ร่วมกับ AI) อาจเป็นการคาดการณ์ที่ไกลเกินไป ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานในช่วงที่ 1 (พัฒนา AI) คือตั้งแต่ปัจจุบันไปจนถึงปี 2029 ซึ่งพบว่า

ทักษะที่จำเป็นในอนาคตสำหรับแรงงานในประเทศไทยส่วนใหญ่จึงเป็นทักษะที่มีลักษณะเป็นซอฟท์สกิล (Soft Skills) ได้แก่ 

  1. ทักษะการวิเคราะห์และปรับใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจโครงสร้างของข้อมูล และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปต่อยอดเชื่อมโยงได้  เนื่องจาก ในช่วงเวลานี้ AI จะทำหน้าที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลใน BIG DATA ที่มีอยู่มากมาย มนุษย์จำเป็นต้องมีความรู้ในการนำข้อมูลมาทำการวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ได้
  2. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ เป็นการนำข้อมูลต่างๆ ที่ได้ สร้างสรรค์ต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ
  3. ทักษะการใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลได้อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด  การใช้ชีวิตบนโลกแห่งดิจิทัล เช่นการค้นหาข้อมูล การจดบันทึก บนสื่อดิจิทัล เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นการทิ้งร่องรอยบนโลกดิจิทัลเพื่อช่วยให้ AI สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของมนุษย์ได้มากขึ้น?
  4. ทักษะการปรับตัว ทั้งวิธีการทำงาน กรอบแนวคิด การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และต้องสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดเวลา (Lifelong Learning)
  5. ทักษะการบริหารจัดการคน เนื่องจากในอนาคตการทำงานเป็นทีมถือเป็นปัจจัยสำคัญ
  6. ทักษะด้านการมีเหตุผลในการคิด เพื่อเสริมสร้างให้เกิดการคิดอย่างเป็นระบบ สามารถนำมาจัดวางเป็นโปรแกรมบนดิจิทัลต่อไปได้
  7. ทักษะความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ในระดับยีนและ DNA เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดในอนาคต
  8. ทักษะด้านภาษา การฝึกฝนทางด้านภาษาที่หลากหลาย เพื่อช่วยเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ผลจากการศึกษาวิจัยยังได้สะท้อนถึงปัญหาและอุปสรรคที่จะส่งผลต่อการพัฒนาแรงงานในอนาคตพบว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนในการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยีและทักษะของแรงงาน  หลายๆ องค์กรอยากลงทุนเรื่องการสร้างทักษะให้แก่แรงงาน แต่ยังไม่ได้มีแผนที่ชัดเจน ไม่มีแนวทาง ไม่ทราบว่าควรพัฒนาทักษะอะไร ไม่มีเครื่องมือในการวัดทักษะเดิมของพนักงาน โดยมีสัดส่วนขององค์กรที่ยังไม่คิดถึงแผนการพัฒนาทักษะแรงงาน หรือมีแผนบ้างแต่ยังไม่ได้ลงมือทำกว่า 48%  หรือบางองค์กรที่ได้เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว ก็พบว่าบุคลากรยังขาดความรู้และไม่มีสมรรถนะที่จะเข้าใจเรื่องของ AI จึงไม่สามารถนำข้อมูลไปต่อยอดได้ และยังพบว่าประเทศไทยขาดการปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงทำให้บุคลากรขาดการเพิ่มเติมองค์ความรู้ใหม่ๆ นอกจากนี้ยังขาดแรงจูงใจด้านค่าตอบแทนหรือการคุ้มครองสิทธิบัตรทางปัญญาให้กับผู้สร้างนวัตกรรม คนที่เก่งด้านเทคโนโลยีจึงไปทำงานให้กับประเทศอื่น รวมถึงยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีสร้างภาพลักษณ์ให้ประชาชนมองว่า AI คือนวัตกรรมที่จะมาพัฒนาประเทศ ไม่ใช่นวัตกรรมที่จะมาทำให้คนตกงาน

“ผลจากการศึกษาวิจัยครั้งนี้  ทำให้เราตระหนักได้ว่าความสามารถของมนุษย์เมื่อทำงานร่วมกับ AI นั้น จะเกิดประสิทธิภาพที่เป็นเลิศ องค์กรจึงต้องมีการพัฒนาทักษะแรงงานอยู่เสมอ แต่เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อม การเรียนการสอนในระดับมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องมีการปรับและพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความจำเป็นของอนาคต โดยการปลูกฝัง Soft Skills ที่พร้อมสำหรับการทำงานให้กับบุคลากร  ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยทำให้ปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้ลดน้อยลง เพราะจะสามารถลดต้นทุนในการ Reskill และ Upskill ให้กับองค์กรต่าง ๆ ได้”  ดร. ดาริกา กล่าว

สร้างสรรค์แฟชั่นจากผ้าไทย ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่มีคำว่า ‘เชย’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656230

วันที่ 23 มิ.ย. 2564 เวลา 11:01 น.

สร้างสรรค์แฟชั่นจากผ้าไทย ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่มีคำว่า 'เชย'โอกาสของคนรักงานดีไซน์มาถึงแล้ว กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชวนประกวดออกแบบลายผ้าไทยสู่สากลเพื่อการต่อยอดและพัฒนา ภายใต้โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564

ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยสู่ความยั่งยืน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดออกแบบลายผ้าไทยสู่สากล เพื่อต่อยอดและพัฒนา (Cultural Textile Awards 2021) ภายใต้โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2564 โดยมุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผ้าทอพื้นถิ่นของไทย และนักออกแบบลายผ้าไทยรุ่นใหม่ ให้มีโอกาสนำเสนอความคิดสร้างสรรค์จากผ้าไทย ภายใต้แนวคิดหลัก “สังคมสรรค์สร้าง Social Creation” ซึ่งเป็นองค์ความรู้จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Thai Texiles Trend Book Spring/Summer 2022) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาสร้างสรรค์ลายผ้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยสู่ความยั่งยืนสืบไป

นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อยากเปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่และผู้ประกอบการได้สร้างสรรค์พัฒนาผ้าไทยให้ได้รับความนิยมในระดับสากล ส่งเสริมการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากผ้าไทยและเครื่องนุ่งห่มตรงตามความต้องการของผู้บริโภคที่นำมาใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยผู้ประกอบการ และนักออกแบบรุ่นใหม่ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดภายใต้แนวคิดหลัก “สังคมสรรค์สร้าง Social Creation” ซึ่งเป็นองค์ความรู้จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Thai Texiles Trend Book Spring/Summer 2022) สำหรับการประกวดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และสิ่งทอสร้างสรรค์ โดยผู้ที่ส่งผลงานร่วมประกวดสามารถตีความได้ไม่จำกัด แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจ แนวความคิด จนได้ผลงานผ้าไทยที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ภายใต้การนำเอามรดกทางภูมิปัญญาในท้องถิ่น อาทิ งานหัตถกรรม งานช่างฝีมือ ฯลฯ ซึ่งเป็นการร่วมมือร่วมใจของผู้คนในชุมชนจนก่อให้เกิดเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่นมาประยุกต์ใช้ ในขณะเดียวกันผู้ส่งผลงานเข้าประกวดยังสามารถเลือกใช้วัสดุธรรมชาติและสีย้อมธรรมชาติจากท้องถิ่น หรือผสมผสานวัสดุเส้นใยนวัตกรรม รวมถึงเทคนิคต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการได้กำหนดให้มีการใช้วัสดุและการย้อมสีธรรมชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50

โครงการนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงแฟชั่นและผ้าไทยอย่าง คุณจ๋อม-ศิริชัย ทหรานนท์ ดีไซเนอร์มากฝีมือแห่งแบรนด์ THEATRE (เธียเตอร์), คุณอู๋-วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข เจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH (วิชระวิชญ์) หนึ่งในดีไซเนอร์ไทยที่สร้างชื่อเสียงในเวทีแฟชั่นระดับสากล พร้อมด้วย คุณปืน-สธน ตันตราภรณ์ ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น , คุณโจ-ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผ้าไทย เจ้าของแบรนด์ Jo’s Bag (โจแบ็ค) และคุณกุ้ง-เปรมฤดี กุลสุ เจ้าของคอนตอนฟาร์ม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฝ้ายและการใช้สีในท้องถิ่น มาร่วมให้แนวคิดในการสร้างแรงบันดาลใจและสร้างสรรค์แฟชั่นจากผ้าไทยที่ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่มีคำว่าเชย

เริ่มจากคุณปืน-สธน ตันตราภรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นคนดัง กล่าวถึงแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย ผ่าน 6 เทรนด์จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Thai Texiles Trend Book Spring/Summer 2022) ว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ประเทศไทยกำลังเริ่มมีเทรนด์เป็นของตัวเอง ซึ่งเกิดจากวิธีการคิดของคนไทยเอง จากวิธีการคิดสี การคิดผ้า การใช้ชีวิต กล่อมเกลาจนกลายเป็นเทรนด์ สำหรับปี 2022 โดยเทรนด์แฟชั่นที่เกิดขึ้นในแต่ละฤดูกาลล้วนมีเหตุผลและที่มาเสมอ อย่างช่วงเศรษฐกิจไม่ดี คนจะใช้สีขาวและสีดำ เพราะคนมีเงินน้อยก็มักจะซื้อของที่ใช้แล้วอยู่ได้นาน พอเศรษฐกิจดีขึ้นเสื้อผ้าที่มีสีสันก็จะขายดีมากขึ้นเพราะผู้คนเริ่มสนุกสนาน มันจะผกผันแบบนี้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น 6 เทรนด์หลักประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2022 ประกอบด้วย มหัศจรรย์แห่งคุณค่า (The Wonder of Value Dusit Legacy), ความสง่างามครบมิติ( Holistic Elegance), สังคมสรรค์สร้าง (Social Creation), ความฝันแห่งวันวาน (Nostalgic Dream), ตัวแทนแห่งคลื่นลูกใหม่ (New Wave Ego) และเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า (Change for Redemption) เพราะฉะนั้นวัสดุธรรมชาติที่สำคัญคือภูมิปัญญาชาวบ้าน เพราะสีธรรมชาติกับวัสดุธรรมชาติมีมากขึ้น และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้พยายามผลักดันในอุตสาหกรรมนี้มากขึ้น

ด้านดีไซเนอร์มากฝีมือ คุณจ๋อม-ศิริชัย ทหรานนท์ กล่าวว่า ผ้าฝ้ายมีเรื่องราวมากมาย ทั้งเรื่องของเนื้อผ้า ลายผ้า และสี ซึ่งขึ้นอยู่กับฤดูกาลหรืออาจจะเป็นช่วงเวลา อย่างเช้า บ่าย เย็น ทุกสีสามารถใช้ได้หมด เพียงแต่เราจะมองในเรื่องผิวพรรณของผู้สวมใส่มากกว่า เช่น คนผิวขาวควรจะใส่สีอะไร ในเวลาไหน เพราะผ้าฝ้ายไทยที่ย้อมมือมีเสน่ห์ มีความหลากหลาย มีทุกภูมิภาคในประเทศไทย อีกทั้งผ้าสามารถเพิ่มมูลค่าได้ในเรื่องราวที่กว่าจะมาเป็นผ้าสีต่างๆ มีการผสมอย่างไร คนทำผ้าก็จะมีเรื่องราวตั้งแต่ทำผ้าของตัวเอง ย้อมผ้าของตัวเอง ส่วนคนที่ซื้อไปตัดเย็บต่อก็จะมีเรื่องราวของตัวเองได้อีก เด็กรุ่นใหม่จึงควรสร้างสรรค์ผลงานจากเอกลักษณ์ดั้งเดิมกับภูมิปัญญาเดิมมาเป็นส่วนหนึ่งของการประกวด

ปิดท้ายที่ทัศนะของผู้เชี่ยวชาญเรื่องฝ้าย คุณกุ้ง-เปรมฤดี กุลสุ กล่าวว่า ผ้าพื้นเมืองไม่ว่าจะภาคไหนก็จะมีเสน่ห์ในตัวเองอยู่แล้ว นักออกแบบในพื้นที่อาจจะยังไม่มีเวทีที่จะนำเสนอผลงานของตนเอง การออกแบบสามารถนำมาผสมผสานกันได้ ความดั้งเดิมกับความร่วมสมัยจะต้องไปด้วยกัน คนรุ่นใหม่มีมุมมองเรื่องหัตถกรรมอย่างไร และสามารถนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานได้อย่างไร ส่วนการย้อมสีธรรมชาติเป็นการย้อมเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ละคนอาจใช้เทคนิคเดียวกันแต่ผลที่ได้ออกมาก็จะไม่เหมือนกัน งานในครั้งนี้หวังว่าทั้งคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่า ผู้ประกอบการ จะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ อยากสืบสาน ต่อยอด และส่งต่อ ท้ายที่สุดอยากเห็นผลงานดีๆ ของทุกคนที่เข้าร่วมประกวด

ทั้งนี้ หลังจากการประกวด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จะนำผลงานการออกแบบของผู้ได้รับการคัดเลือกมาสนับสนุนเพื่อให้ได้รับการพัฒนาต่อยอด ทั้งการเผยแพร่ให้กว้างขวาง การรณรงค์ให้คนไทยใช้ผ้าไทยและรู้จักผลงานดังกล่าว อีกทั้งจะผลักดันนักออกแบบสู่วงการแฟชั่นระดับประเทศต่อไป

นักออกแบบรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการ นิสิตนักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดโดยไม่จำกัดจำนวน เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 450,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร ได้ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ชั้น 3 อาคารบริการการศึกษา ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยสามารถศึกษารายละเอียดการสมัคร หลักเกณฑ์การประกวด การส่งผลงาน ได้ทาง https://me-qr.com/data/pdf/149341.pdf หรือ www.culture.go.th และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มเผยแพร่และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร. 02-2470013 ต่อ 4305 และ 4319 – 4321 ในวันและเวลาราชการ ส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2564

มนุษย์เงินเดือน : 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656214

วันที่ 23 มิ.ย. 2564 เวลา 09:25 น.

มนุษย์เงินเดือน : 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บสำรวจพฤติกรรมเข้าข่ายเข้าขั้น 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บ ก่อนเข้าสู่วงจรผ่อนหนักทุกเดือน ฝันร้ายของมนุษย์เงินเดือน

ความชอบและการหลงใหลในสิ่งของ หรือกิจกรรมบางอย่าง เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ แต่ละคนมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ไม่มากก็น้อย บางคนถึงขั้นเสพติดสิ่งที่รักอย่างงอมแงม อยากเป็นเจ้าของสิ่งที่ชอบทุกชิ้น แค่ซื้อมาสะสมก็รู้สึกดี ทั้งที่แทบไม่ได้เอามาใช้งานอย่างคุ้มค่า และเกิดอาการตัดใจไม่ได้ต้องซื้อ หรือลงเงินไปกับกิจกรรมที่เราชอบเป็นประจำอย่างไม่เสียดาย ทำให้กระทบกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะใช้เงินไปกับสิ่งที่เรา “ติด” เยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ บางคนเอาเงินเดือนไปซื้อจนหมด แต่ยังรู้ไม่สึกฟิน ขอรูดบัตรเครดิตไปก่อน ยิ่งรูดบ่อยๆ  ยิ่งทำให้เราเข้าสู่วงจรผ่อนหนักทุกเดือน ไม่มีเงินเหลือเก็บ เป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนใหญ่ไม่รู้ตัว ลองมาดูกันว่าเราเข้าข่าย 5 ติดชีวิตพังตังค์ไม่เหลือเก็บกันบ้างรึเปล่า

1.ติดแบรนด์เนม

กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา และสินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ เป็นแฟชั่นในฝันของใครหลายคน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา Luxury ทำให้การมีสินค้าแบรนด์เนมไว้ใช้ ช่วยอัปลุค ดูรวยสไตล์เซเลบ ซึ่งหากเราไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน การติดแบรนด์เนมตามเทรนด์แฟชั่น ไม่ถือว่าเป็นปัญหา แต่หากใครเงินเดือนไม่สูงนัก การช้อปของแบรนด์เนมหลักหมื่น เดือนละหลาย ๆ ชิ้น อาจทำให้โอกาสเก็บเงินน้อยลงทุกที เพราะเงินหมดไปกับกระเป๋า รองเท้าทุกเดือนนั่นเอง 

2.ติดโปร

เห็นป้ายเซล 50% ที่ไหน เจอโปร 3.3 เมื่อไหร่เป็นต้องกระเป๋าตังค์สั่น กดช้อปออนไลน์ด้วยความมันส์ รู้สึกคุ้มที่ได้ซื้อตอนนี้ กลัวไม่มีโปรดี ๆ อีกแล้ว ทั้งที่รู้ว่า รออีก 2-3 เดือนโปรเดิมๆก็จะกลับมาอีกถ้าลองคำนวณเงินที่เสียไปกับการช้อปช่วงโปรโมชั่นทุกเดือนตัวเลขอาจแตะหลักหมื่นกันเลยทีดียว

3.ติดตี้

สำหรับคนที่ชอบปาร์ตี้ Hang Out ทุกคืนวันศุกร์เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากงานติดบรรยากาศดีๆ Eat & Drink ถี่ ๆ ตลอดเดือน ทุกคนรู้ว่าความชิลย่อมมีราคาของมัน ไหนจะค่ากิน ค่าดริงค์ ยิ่งนั่งยาว ยิ่งสั่งเยอะ เช็กบิลทีแทบสร่างเมา ยิ่งเราติดปาร์ตี้หนักมากเท่าไหร่ เงินที่ควรจะเก็บไว้ ยิ่งไหลออกไปมากเท่านั้น

4. ติดเที่ยว

เมื่อคนเราทำงานหนัก ย่อมต้องอยากพักร่างกันบ้าง  4-5 เดือนออกทริปสักทีไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ถ้าแพ็กกระเป๋าเที่ยวกันทุกเดือนแน่นอนต้องมีทั้งค่ากินค่าโรงแรมค่าตั๋วราคาไม่ต่ำกว่าครึ่งหมื่นต่อทริปแน่ๆใครเป็นสายเที่ยวออนทัวร์ต้องระวังกระเป๋าตังค์รั่วให้มากๆ

5.ติดพนัน

หากใครหลงเข้าไปลองเล่นคาสิโนออนไลน์แล้ว อาจถูกผีพนันสิงได้ง่าย ๆ เพราะช่วงเริ่มต้นเล่นใหม่ๆ หลายคนมักจะได้เงิน ทำให้ติดใจ เล่นเป็นประจำทุกวัน ยิ่งเสีย ยิ่งเล่น เพราะอยากได้เงินคืน บางรายเสียพนันหลักแสน และหากไม่มีจ่าย จะถูกเจ้าหนี้สายโหด ขู่ทำร้ายร่างกาย จนต้องเอาเงินเก็บมาเคลียน์หนี้  แถมเงินเดือนเข้าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยเหลือ เพราะอยากเอามาต่อทุน จบด้วยการเป็นหนี้นอกระบบแบบไม่ต้องสงสัย

ขอบคุณข้อมูล SCB / ภาพ Freepik

การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดจาก Piaget #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656164

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 15:35 น.

การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดจาก Piaget#PiagetRose การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ด ที่พรรณนาถึงหมู่มวลกุหลาบ อีฟ เพียเจต์ได้อย่างดึงดูดจนคุณต้องทึ่ง!

แฟชั่น ดอกไม้ และเฟมินีน เชื่อมถึงกันเสมอ ล่าสุด Piaget (เพียเจต์) ส่งดอกไม้ซิกเนเจอร์ของเมซง อย่าง Yves Piaget Rose (กุหลาบ อีฟ เพียเจต์) ที่ไล่เฉดสีงดงามจากชมพูไปถึงบานเย็นและมีกลีบดอกซ้อนกันถึง 80 ชั้น แถมยังมอบกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวแบบซิตรัส มาเติมเต็มคอลเลคชั่นของ Piaget Rose (เพียเจต์ โรส) ให้อบอวลอีกครั้ง

Piaget Rose (เพียเจต์ โรส) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2002 ถือเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงของเมซงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกุหลาบที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา อย่าง อีฟ เพียเจต์ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ละชิ้นงานล้วนหยิบอัญมณีหลากชนิดมาถ่ายทอด เพื่อเติมเต็มความโรแมนติกเหนือกาลเวลาเข้าไปในเครื่องประดับสุดหรู อาทิ ทอง เพชร ไปจนถึง ทัวร์มาลีนสีชมพู และ โอปอลสีชมพูลูกกวาด

และนี่คือการผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดในปีนี้ ที่พรรณนาถึงหมู่มวลกุหลาบ อีฟ เพียเจต์ ได้อย่างดึงดูดจนคุณต้องทึ่ง! ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเหล่าช่างฝีมือชื่อดังมาร่วมคอลลาบอเรตอีกด้วย

Piaget Rose Rings

แหวนดีไซน์ใหม่ 2 รุ่น มาพร้อมเฉดสีหลัก อย่างสีชมพูที่สื่อถึงสีสันของกลีบกุหลาบ และ สีเขียวที่หยิบยกเฉดสีเข้มของใบไม้มานำเสนอ ทั้งสองแบบโดดเด่นด้วยทัวร์มาลีนขนาดราว 5 กะรัต ล้อมรอบด้วยเพชรน้ำงามที่ร้อยเรียงอยู่บนกลีบกุหลาบสีทองอร่าม ซึ่งแต่ละกลีบถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนประดับลงบนตัวเรือนในดีไซน์แบบอสมมาตร

เมซงทุ่มเทกว่า 50 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ ใช้เทคนิคการฝังอัญมณีเก่าแก่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานในคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงมากมาย แม้กระทั่งรายละเอียดที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังก็ยังตกแต่งอย่างประณีตด้วยลวดลายฉลุ “Rose ajourée” อันละเอียดอ่อน

Extraordinary Colours

ทัวร์มาลีน หรือเรียกอีกชื่อตามโทนสีครามที่ปรากฏว่า อินดิโคไลต์ (indigolite or indicolite) โดยทั่วไปมักมีสีครามเข้ม ไล่เฉดสีไปจนถึงน้ำเงินอมเขียว แม้ประกายที่สะท้อนออกมาอาจแตกต่างกันในแต่ละชิ้น แต่กลับมอบความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาเฉกเช่นความตั้งใจของเมซงที่อุทิศอยู่ในทุกชิ้นงาน ซึ่งทัวร์มาลีนโทนน้ำเงินอมเขียวนี้ ถือเป็นหนึ่งในอัญมณีหายากและมีความต้องการในตลาดโลกค่อนข้างสูง เมซงจึงพิถีพิถันในการคัดสรรอย่างมาก ทั้งเฉดสีและความอิ่มตัวของสีต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลกัน เพื่อให้ได้ทัวร์มาลีนสีน้ำเงินอมเขียวที่ไร้ที่ติ ขณะที่ทัวร์มาลีนสีกุหลาบ ก็ขึ้นชื่อว่าหายากไม่แพ้กัน ทั้งในแง่ของเฉดสีและขนาดที่สมบูรณ์แบบจนทำให้เหล่านักล่าอัญมณีอยากมีไว้ครอบครอง นอกจากเรื่องสีแล้ว องค์ประกอบทางคุณภาพอย่าง ความแข็งและความเหนียวก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของเมซงในทุกรายละเอียด

Extraordinary Cuts

ทัวร์มาลีนสีชมพู และสีเขียวขนาดใหญ่ ถูกนำมาเจียระไนแบบทรงไข่ ซึ่งถือเป็นทรงที่ดีที่สุดสำหรับการเจียระไนกลุ่มอัญมณีที่มีสีสัน เพื่อให้คงความเข้มของสีและเปล่งประกายได้อย่างเจิดจรัสที่สุดเมื่อยามที่แสงตกกระทบ ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานระดับสูงของเมซง

Extraordinary Details

แหวนทัวร์มาลีนสีเขียว (G34UW500) ตัวเรือนโรสโกลด์ ตกแต่งด้วยเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 154 เม็ด (ราว 1.69 กะรัต) ทัวร์มาลีนเฉดสีเขียวทรงไข่ 1 เม็ด (ราว 4.92 กะรัต) และทรงลูกแพร์ 8 เม็ด (ราว 1.36 กะรัต)

แหวนทัวร์มาลีนสีชมพู (G34UX200) ตัวเรือนไวท์โกลด์ ประดับเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 154 เม็ด (ราว 1.69 กะรัต) ทัวร์มาลีนเฉดสีชมพูทรงไข่ 1 เม็ด (ราว 4.94 กะรัต) และทรงลูกแพร์ 8 เม็ด (ราว 1.36 กะรัต)

Glyptic and Enamel Art Timepieces

เพียเจต์ ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลงใหลใน Métiers d’Art เป็นอย่างมาก ดังที่ปรากฏในเรือนเวลาเพียเจต์ โรส ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคนิคประดับแบบดั้งเดิมอย่าง Micro-mosaic, การเลือกใช้เนื้อไม้ หรือ หิน มารังสรรค์ผ่านหัตถศิลป์เก่าแก่อย่าง Marquetry, การปักแพทเทิร์นบนพื้นหน้าปัด, การแกะสลัก, ขัดลายด้วยเทคนิคกิโยเช่ ไปจนถึงการลงยา

มาปีนี้ เมซงยังคงแฝงไว้ซึ่งศาสตร์และศิลป์อันเชี่ยวชาญได้อย่างน่าสนใจ กับ 4 เรือนเวลาใหม่ Altiplano – Rose Bouquet Métiers d’Art โดยไฮไลต์อยู่ที่ดีไซน์หน้าปัดที่ถูกเติมเต็มด้วยหมู่มวลดอกไม้ล้ำค่าอย่าง กุหลาบ อีฟ เพียเจต์ ผ่านฝีมือการรังสรรค์ของ 2 ศิลปินมากความสามารถ อย่าง Dick Steenman ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลป์บนเรือนเวลาที่เน้นการนำเสนอด้วยเทคนิคการแกะสลัก ตกแต่งด้วยอัญมณี และ Anita Porchet ศิลปินนักลงยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกา ถ่ายทอดผลงานผ่านหลากหลายวิธีเพื่อแต่งแต้มจินตนาการให้มีมิติมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น cloisonné, champlevé, grisaille หรือ paillonné

The Creative Process

เริ่มต้นชิ้นงานด้วยฝีมือแกะสลักของ Dick Steenman ที่เนรมิตดอกกุหลาบขนาดจิ๋วให้บานสะพรั่งทั่วทั้งหน้าปัด ก่อนส่งต่อให้ Anita Porchet แต่งแต้มสีสันด้วยการเคลือบสีลงยา เมื่อผ่านการเผาจนได้เฉดสีที่ไร้ที่ติจึงส่งกลับให้ Dick Steenman อีกครั้ง เพื่อขัดแต่งรายละเอียดของกลีบดอก รวมถึงนำหินสีที่ผ่านการ

แกะสลักด้วยเทคนิค glyptic ที่หาตัวจับได้ยากมาประดับลงบนหน้าปัดอย่างประณีต แต่งแต้มให้สมจริงด้วยเกสรดอกไม้ที่ทำจากเพชร แซฟไฟร์ และ ซาวอไรต์

The Challenges

หน้าปัดแต่ละชิ้นใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนในการสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายของเมซงที่ต้องเผชิญกับหลากหลายปัจจัย อาทิ

1. การควบคุมเปอร์เซ็นต์ส่วนผสม Alloy ที่ผสมลงไปในทองคำ 22 กะรัต ต้องพอเหมาะ เพื่อให้การเคลือบสีลงยาและองค์ประกอบของดอกไม้ที่ได้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

2. หินสีมีความเปราะบางเป็นพิเศษและสามารถแตกหรือร้าวได้ง่าย ทั้งยังมีข้อจำกัดที่ต่างกันไป อาทิ โอปอลที่มีความเปราะบางค่อนข้างมากกว่าอัญมณีอื่นๆ, คอรัลมีความสามารถในการเปลี่ยนสีได้ ขณะที่โรโดไนต์ และ คริสโซเพรส ค่อนข้างแข็งและยุ่งยาก ดังนั้นในการลงมือแกะสลักหินสีแต่ละชิ้น Dick Steenman ต้องอาศัยทักษะและเครื่องมือเฉพาะ ไปจนถึงการใช้น้ำมัน แป้งเปียก และผงเพชรในการขัดขั้นสุดท้าย

3. ในพาร์ทของการเคลือบสีลงยาก็ซับซ้อนพอกัน ไม่เพียงแต่การออกแบบโทนสีในแต่ละตำแหน่งเพื่อบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างสมจริง แต่ Anita Porchet ต้องใส่ใจแม้กระทั่งความหนาของอีนาเมลเพื่อไม่ให้บดบังรูปแกะสลักอื่น ๆ ที่อยู่ข้างใต้ ขณะเดียวกันเพื่อให้นาฬิกาแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์ที่ควรจดจำ เธอยังได้สร้างสรรค์เฉดสีเฉพาะที่เข้ากับอัญมณีอีกด้วย รวมถึงประยุกต์ลูกเล่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแสงเงาที่ทำให้กลีบดอกไม้ดูพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต

4. ความท้าทายที่ซับซ้อนที่สุดที่ช่างฝีมือและช่างนาฬิกาต่างเผชิญร่วมกัน คือความจริงที่ว่าการสร้างสรรค์ทั้งหมดเกิดขึ้นบนหน้าปัดที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและหนาเพียงระดับมิลลิเมตร ขณะเดียวกันก็ต้องรักษามาตรฐานแห่งประสิทธิภาพและความเที่ยงตรงของของเพียเจต์ไว้ด้วยนั่นเอง

และนี่คือ 4 งานศิลป์ล้ำค่าที่หยิบเอา ทองคำ, หินสี อาทิ อิมพีเรียล แจสเปอร์, คอรัล, คริสโซเพรส, มูไคต์ รวมถึง มาเธอร์ออฟเพิร์ล มารังสรรค์

Altiplano – Rose Bouquet Métiers d’Art ตัวเรือนโรสโกลด์ ขนาด 36 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับเพชรทรงบาแก็ตต์ หน้าปัดตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยอัญมณีหลากสี ไม่ว่าจะเป็น แซฟไฟร์สีชมพู, ซาวอไรต์สีเขียว และเพชร ในแพทเทิร์นและเฉดสีที่ต่างกันออกไป มีให้เลือก 3 สไตล์

ขณะที่เวอร์ชั่นสุดท้าย มาพร้อมหน้าปัดทองคำที่บานสะพรั่งไปด้วยหมู่มวลกุหลาบ ประดับแซฟไฟร์สีชมพู, อะเมธิสต์ และเพชร (G0A46219) ซึ่งแต่ละโมเดลผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น และขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือแบบบางพิเศษ 430 P อีกด้วย

นอกจากนี้แบรนด์ยังเดินตามปรัชญา ”Always do better than necessary” อย่างยึดมั่น โดยล่าสุดเปิดตัว Piaget Care Program ที่อัพเดทสิทธิประโยชน์ให้กับเจ้าของเรือนเวลาเพียเจต์ทุกเรือนไม่ว่าจะเป็น การขยายการรับประกันระดับสากลเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่ไปจนถึงลูกค้าที่ยังอยู่ในระยะประกัน เพื่อสะท้อนถึงความแน่วแน่ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและพิถีพิถันในการสร้างสรรค์แก่ลูกค้า ซึ่งนอกจากประกันแล้ว เมซงยังเพิ่มเติมบริการปรับแต่ง Personalized services เพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียดเข้าไว้ในโปรแกรมอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.piaget.com/services/piaget-care-program

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

ส่งตรงเมนูโปรดให้ได้อร่อยปลอดภัยถึงบ้าน จากเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เดลิเวอรี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/656704

วันที่ 29 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

ส่งตรงเมนูโปรดให้ได้อร่อยปลอดภัยถึงบ้าน จากเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เดลิเวอรี่จะอยู่บ้าน หรือทำงานที่บ้าน (Work From Home) แค่หยิบโทรศัพท์และกดสั่ง เมนูความอร่อยทั้งอาหารไทยและตะวันตก ที่ปรุงสด สะอาด และปลอดภัยก็ส่งตรงถึงบ้านคุณ

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมส่งมอบความสุขในรูปแบบความอร่อยให้คุณได้อิ่มเอมในทุกๆ มื้อ กับชุดอาหารและน้ำดื่มฟรี 1 ขวด ในราคาเพียง 88 บาทเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็น สปาเก็ตตี้หอยแมลงภู่, ข้าวผัดรถไฟ, ข้าวผัดหนำเลี้ยบหมูสับ, ไก่ผัดเม็ดมะม่วงราดข้าว, ผัดซีอิ๊วหมู / กุ้ง, ผัดกะเพราหมูราดข้าวไข่ดาว, สปาเก็ตตี้ราดซอสเนื้อ, ซุปเห็ด และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ให้คุณได้เลือกลิ้มลอง

ขอให้ทุกท่านไว้ใจในการปรุงที่พิถีพิถัน ทั้งความสะอาด ปลอดภัย ใส่ใจ และห่วงใย เราขอการันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทั้งอิ่ม ทั้งฟิน ปลอดภัยกับอาหารมากมายพร้อมส่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 -20.30 น.สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งอาหาร โทรเลย 02-100-1234 ต่อ 5988 หรืออีเมล: diningcgcw@chr.co.th หรือ สามารถสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่น แกร๊บฟู้ดได้

ติดตามข่าวสารห้องอาหารของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่เฟสบุ๊ก: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

Bangkok Design Week 2021 บุก 4 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/656508

วันที่ 26 มิ.ย. 2564 เวลา 12:55 น.

Bangkok Design Week 2021 บุก 4 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯส่องเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ Bangkok Design Week 2021 ใน 4 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วกรุง “เจริญกรุง-ทรงวาด l สามย่าน l อารีย์-ประดิพัทธ์ l ทองหล่อ-เอกมัย” ชมได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564

เดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายแล้ว สำหรับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2564 หรือ Bangkok Design Week 2021 (BKKDW2021) โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA โดยในเดือนกรกฎาคมนี้ จัดตั้งแต่วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 และบางกิจกรรมขยายระเวลาถึง 31 กรกฎาคม 2564 โดยมีการขยายพื้นที่การจัดงานออกไปใน 4 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลัก จากเจริญกรุง-ทรงวาด ไปสู่ สามย่าน, อารีย์-ประดิพัทธ์, ทองหล่อ – เอกมัย และพื้นที่ที่น่าสนใจอื่นๆ

นำเสนอแนวคิด “Resurgence of Possibilities ก้าวต่อไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่” ที่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในการเป็นเวทีแสดงผลงานของนักออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์ต่างๆ และยังส่งผลกระทบเชิงบวกที่ขยายผลสู่ธุรกิจแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การตลาด การพิมพ์ สื่อออนไลน์ แกลเลอรี ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ธุรกิจของฝาก-ของที่ระลึก ลอจิสติกส์ การท่องเที่ยว และบริการขนส่งมวลชน ฯลฯ อันจะนำไปสู่การสร้างย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริงในการยกระดับธุรกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้มีการปรับรูปแบบการจัดงานเพื่อให้สอดรับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ด้วยการปรับลดพื้นที่และกิจกรรมบางส่วน พร้อมเตรียมมาตรการเข้าชมงานตามหลักเกณฑ์การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกคนสามารถมาร่วมเทศกาลฯ อย่างทั่วถึง เพื่อร่วมกันตั้งคำถาม สร้างแรงบันดาลใจ ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ก้าวสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ความคิดสร้างสรรค์นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

เจริญกรุง-ทรงวาด : ต้นแบบย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งแรกของกรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวมกลุ่มคนสร้างสรรค์ที่ผสมผสานความเก่า-ใหม่อย่างลงตัว โดยในเดือนนี้ พื้นที่จัดแสดงหลัก เช่น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ TCDC กรุงเทพฯ, บางรัก ริเวอร์วิว, O.P. Garden, PLAY art house, Warehouse 30 และพื้นที่อื่นๆ

· นิทรรศการ CREATIVE VIRUS โดย art4d นิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวอีกด้านของวิกฤตโควิด-19 ผ่านการจัดแสดงผลงานจากกลุ่มสร้างสรรค์หลากหลายสาขา สถาปนิก ศิลปิน นักออกแบบ จำนวน 34 คน ที่เคยร่วมส่งผลงานเข้ามาร่วมเผยแพร่ใน art4d273 We will meet again และผลงานออกแบบการสื่อสารที่ชนะเลิศโครงการ Design Hero : The New Normal เพื่อเน้นย้ำกับสังคมว่า ทุกวิกฤตนั้นมีโอกาสเสมอ จัดแสดงที่ห้องแกลเลอรี ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง TCDC กรุงเทพฯ วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.00-19.00 น. สามารถติดตามการลงทะเบียนนัดหมายวันและเวลาเข้าชมในพื้นที่ ได้ที่ Facebook: BangkokDesignWeek

สามย่าน : ย่านชุมชนเก่าแก่ของชาวจีน ที่ในอดีตมีชื่อเสียงด้านตลาดสดและร้านอาหารชื่อดังระดับตำนาน กิจกรรมอัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ทางด้านเมนูอาหารแบบออนไลน์ สอดรับวิถีชีวิตใหม่ ผสมผสานแหล่งต้นทุนทางวัฒนธรรมในหลากหลายพื้นที่ได้อย่างลงตัว เช่น สามย่านมิตรทาวน์, ซอยจุฬาลงกรณ์ 50, Inda Lab, East Architects, The Shophouse 1527, CUArt4C , Raw Room, U center, Reno hotel เป็นต้น

· Common Air-rea โดย CEA x Cloud-floor x UCCN, BKK City of Design พื้นที่ Safe zone ที่เราสามารถสูดลมหายใจเข้าสู่ปอดอย่างสบายใจ โครงการต้นแบบความเป็นไปได้ในพื้นที่สาธารณะด้วยนวัตกรรมเพื่อช่วยบรรเทาและพัฒนาคุณภาพอากาศในพื้นที่แบบปิด ให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ขึ้นผ่านเครื่องดักกรองธรรมชาติ ลดความเสี่ยงอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการตามมาตรา 97(5) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2562 จัดแสดงที่สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G ฝั่งร้าน Tim Horton’s วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00-20.00 น.

· TOMORROW LOW CARBON โดย SONTANA นิทรรศการที่สร้างบทสนทนากับสิ่งแวดล้อมในโลกอนาคตที่เราฝันถึง การรวมตัวของศิลปิน 8 ท่าน ได้แก่ Mike Hornblow, 27 JUNE Studio, Wishulada, Tastebud, H-lab, COTH studio, ศิรษา บุญมา, นุธิดา ทรัพย์บริบูรณ์ ที่มาร่วมแสดงผลงานเพื่อสร้างบทสนทนาถึงอนาคตของการลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย จัดแสดงที่ The shophouse 1527 ตึกแถวหมายเลข 1527 ในชุมชนสามย่าน วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.00-19.00 น. สามารถติดตามการลงทะเบียนนัดหมายวันและเวลาเข้าชมในพื้นที่ ได้ที่ Facebook: BangkokDesignWeek

· Academic Exhibition & Showcase โดย Bangkok Design Week x ISSARAPHAP: นิทรรศการ “หน้ากาก_อนาคต” นิทรรศการการจัดแสดงผลงานนิสิตนักศึกษา 26 ผลงาน จากโปรเจกต์พิเศษการประกวดออกแบบหน้ากากเพื่ออนาคต หลังยุคโควิด-19 เพื่อเป็นพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นนำเสนอมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อสังคม ผ่านการตีความหมายของ “หน้ากาก” อุปกรณ์ใหม่ที่แทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 37 ในยุคนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดคุณภาพชีวิตของผู้คน การออกแบบ แฟชั่น วิทยาศาตร์ เศรษฐศาสตร์ การแพทย์ การศึกษา การเมืองการปกครอง เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างอนาคตให้ดียิ่งขึ้น จัดแสดงที่ ลานโปรโมชั่น ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00-20.00 น.

· โปรเจกต์ Envisioning BANGKOK ผลงานศิลปะการจัดวางบนพื้นที่สาธารณะ (Public Art and Installation) สะท้อนความเป็นกรุงเทพฯ ผ่านการออกแบบสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ จากบริบทของพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน การใช้งานของคนในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมงานเทศกาลฯให้มากที่สุด โดยมี 4 ผลงานจัดแสดงในพื้นที่ต่างๆ ย่านสามย่าน วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00-19.00 น. ได้แก่

– muta v2 โดย lowerline studio “หมูทะ” คำติดปากที่หลายคนใช้เพื่อเรียกอาหารประเภทหนึ่ง ที่เป็นสัญญะแห่งการเฉลิมฉลองในวาระต่างๆ จัดแสดงบริเวณซอยจุฬาลงกรณ์ 50

– Skywall โดย Chana Mahayosanun Skywall ศาลาที่พักที่ใช้องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ทำให้คนสามารถ พัก ใช้สมาธิ นั่งมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตามเวลา โดยมีกระจกเป็นสื่อเชื่อมโยงภายใน-ภายนอก จัดแสดงที่ลานด้านหน้าสามย่านมิตรทาวน์

– The Direct Approach โดย TODO DESIGN พื้นที่พักผ่อนที่คนในชุมชนสามารถเข้าไปใช้เป็นจุดพัก หรือ เครื่องเล่นสำหรับเด็กในพื้นที่สาธาณะ ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับบริบทโดยรอบจากประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อความศรัทธาของสิ่งสักการะในย่าน จัดแสดงบริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ ตั่วเหล่าเอี๊ย ซอยจุฬาลงกรณ์ 50

– GroundPlay โดย verasustudio x userfriendly x PINE เครื่องเล่นที่ผสมผสานระหว่างงานสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และ เครื่องเล่น เข้าด้วยกัน “ลานละเล่น” จึงเป็นแนวคิดของเพลย์สเตชั่นที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม และให้อิสระในการตีความและการใช้งานแก่ผู้ใช่ จัดแสดงบริเวณสวนสาธารณะ U-Center

อารีย์-ประดิพัทธ์ : จากบ้านพักข้าราชการสุดคลาสสิค พัฒนาสู่ย่านสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ ๆ ร้านอาหาร สตูดิโอออกแบบ สัมผัสประสบการณ์การเดินสำรวจย่านที่ยังคงรุ่งเรืองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านการจัดกิจกรรมในหลากหลายพื้นที่ อาทิ Josh Hotel, FEAST Ratchakru, Window gallery and café, Fats and Angry ซอยอารีย์ 4 เป็นต้น

· Ari Around โดย Faiyen Design Studio X skiixy X Stew X Napat Charitbutra X Parn Nattanun X uk.avant.garde มาร่วมสร้างประสบการณ์จำลองชีวิตในอุดมคติของประชากรอารีย์ = compassionate people ผ่าน platform ARI AROUND ที่เริ่มต้นทดลองครั้งแรกในพื้นที่ อารีย์-ประดิพัทธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผู้คน เสริมสร้างความเป็นชุมชนให้แข็งแรง เกิดการพึ่งพาอาศัยและมีมิตรภาพต่อกัน กระตุ้นเศรษฐกิจภายในย่าน จัดการสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ ลดขยะจากการบริโภค โดยมีการทดลองใช้สกุลเงินจำลอง Ari Coin ซึ่งเป็นระบบคูปอง (Token System) ที่ได้จากการนำขยะรีไซเคิลมาแลกเพื่อรับสิทธิ์พิเศษภายในชุมชน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที http://www.ariaround.com

· Hotel in•ter•rim โดย Mæwty x Cloud-floor x SP/N x NOSEstory x Decus นิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของย่านประดิพัทธ์และอารีย์ โดยเฉพาะถนนเส้นประดิพัทธ์ ซึ่งเต็มไปด้วยโรงแรม และเป็นย่านที่มีความเจริญอย่างมากในอดีต รวมไปถึงการให้ข้อมูลและเปิดมุมมองของผู้เข้าชมต่อถนนประดิพัทธ์ ซึ่งกำลังจะพัฒนาและเป็นหนึ่งในเส้นทางสัญจรหลักแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จัดแสดงที่ Josh Hotel ซอยอารีย์ 4 วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.00-19.00 น. สามารถติดตามการลงทะเบียนนัดหมายวันและเวลาเข้าชมในพื้นที่ ได้ที่ Facebook: BangkokDesignWeek

ทองหล่อ-เอกมัย : ย่านดีไซน์ใจกลางสุขุมวิท แหล่งรวมธุรกิจไลฟ์สไตล์ และแหล่งรวมสตูดิโอสร้างสรรค์ระดับชั้นนำของประเทศ ที่พร้อมเปิดบ้านต้อนรับทุกคน อาทิ Kenkoon, MOBELLA, YIMSAMER เป็นต้น

· OPEN… เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ กิจกรรมเปิดสตูดิโอชั้นนำระดับประเทศกว่า 14 สตูดิโอของกลุ่มนักออกแบบหลากหลายสาขาในย่าน ที่รวมตัวกันตกแต่งหน้าบ้าน เพื่อต้อนรับผู้เข้าชมให้ได้สัมผัสความครีเอทีฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานด้านงานดีไซน์แบบเจาะลึกกับเจ้าบ้านอย่างเป็นกันเอง ได้แก่ Shma, Kenkoon, MOBELLA, YIMSAMER, Tribes, PLATO, thingsmatter, Flo, The Ordinarist, Party Space Design, Nowhere, Pukpun, Pinpina, PABAJA Studio เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจในพื้นที่อื่นๆ ขยายออกไปทั่วกรุงเทพ อาทิ ย่านราชดำริ THE WATCHER โดย Splendour Solis ที่ AUA LANGUAGE CENTER นิทรรศการเชิงทดลองแบบ Realtime Exhibition โดยทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์และงานออกแบบด้วยกัน และย่านบางแค “THE improvised” Phetkasem Artist Studio ที่ HAS design and research สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมที่จัดโชว์เคสแสดงเรื่องราวของการค้นพบ “อัตลักษณ์ใหม่ที่เป็นไปได้ในสถาปัตยกรรมอัปลักษณ์” ที่เราคุ้นตากันอย่าง ท่อเหล็ก! เป็นต้น สามารถติดตามการลงทะเบียนนัดหมายวันและเวลาเข้าชมในพื้นที่ ได้ที่ Facebook: BangkokDesignWeek

ร่วมค้นหาโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เมือง ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website: bangkokdesignweek.com

Facebook: BangkokDesignWeek

Instagram: @bangkokdesignweek

Line@: BangkokDesignWeek

Twitter: BKKDesignweek

#BKKDW2021 #BangkokDesignWeek

The Coffee Academics กับเครื่องดื่มและขนมหวานใหม่ที่จะครองใจ Cafe Hopping #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/656224

วันที่ 23 มิ.ย. 2564 เวลา 10:30 น.

The Coffee Academics กับเครื่องดื่มและขนมหวานใหม่ที่จะครองใจ Cafe Hoppingร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ต้อนรับฤดูฝนด้วยเครื่องดื่มช็อกโกแลตปั่นสุดพรีเมี่ยม “ช็อกโกฟรอสท์”พร้อมเปิดตัวเมนูเอสเพรสโซ่ ทีรามิสุ และบานอฟฟี่ เครื่องดื่มดีๆ จากร้านกาแฟสเปเชี่ยลตี้คุณภาพ

ว่ากันว่า “ฤดูฝนถ้าไม่ทำให้รู้สึกโรแมนติก ก็ทำให้รู้สึกเหงา” ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ร้านกาแฟสเปเชี่ยลตี้คุณภาพ นำเสนอเครื่องดื่มใหม่สุดพิเศษ “ช็อกโกฟรอสท์” ที่ให้ความรู้สึกแสนโรแมนติกรับหน้าฝนนี้ดื่มด่ำไปกับช็อกโกแลตปั่นโรยหน้าด้วยครั๊นชี่ช็อกโกแลตกรุบกรอบผสมเฮเซลนัทบัตเตอร์

โดยครั้งนี้ทางร้านเลือกใช้เมล็ดโกโก้คุณภาพสูงที่ปลูกในพื้นที่เขตร้อนที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน นำมาฟรอสท์เพื่อให้เกิดความเย็นฉ่ำ สร้างความสดชื่นและผ่อนคลาย ให้สัมผัสที่ละมุนลิ้น พร้อมด้วยรสชาติหวานอ่อนๆ และกลิ่นหอมของช็อกโกแลตสุดพรีเมี่ยมที่คนรักช็อกโกแลตจะต้องถูกใจ “ช็อกโกฟรอสท์” พร้อมเสิร์ฟให้ลิ้มลองกันแล้ววันนี้ ในราคาเพียง 180 บาท ที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์)

ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์นอกจากเชี่ยวชาญด้านกาแฟพิเศษ หรือสเปเชี่ยลตี้คอฟฟี่ที่มีระดับคะแนนตั้งแต่ 85 คะแนนขึ้นไป จากความมุ่งมั่นในการเลือกใช้แต่วัตถุดิบคุณภาพ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังเสิร์ฟอาหารและขนมหวานแสนอร่อยให้ลิ้มลองหลากหลายเมนู ซึ่งควรค่าแก่การมาเยือน 

สำหรับอาหารและขนมหวานทุกจานถูกรังสรรค์ด้วยความเอาใจใส่และรับประกันความพึงพอใจของลูกค้าเช่นเดียวกับกาแฟทุกแก้วที่ผ่านการชงอย่างพิถีพิถันโดยบาริสต้ามากฝีมือนอกจากนี้ทางร้านยังได้อัปเดตเมนูอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เข้ากับธีมเทศกาลและโอกาสพิเศษต่างๆและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ

และ 2 เมนูใหม่ที่อยากแนะนำคือ “เอสเพรสโซ่ ทีรามิสุ” และ “บานอฟฟี่” ที่พร้อมให้ลิ้มลองตั้งแต่วันนี้ จนถึง 14 สิงหาคม ศกนี้ เริ่มด้วย “ทีรามิสุ” ขนมหวานรสกาแฟยอดนิยมสัญชาติอิตาเลียนที่เป็นชั้นเค้กวางซ้อนกันหลายชั้น ทิรามิสุของ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ทำสดใหม่ เนื้อชุ่มฉ่ำด้วยกาแฟเอสเพรสโซ่ และใส่เหล้าเพื่อเพิ่มมิติรสชาติ โรยด้วยสตรูเซลรสโกโก้บนเค้กนุ่มๆ ในราคาเพียง 160 บาท ต่อด้วย “บานอฟฟี่” ราคา 140 บาท ที่อัดแน่นด้วยกล้วยและคาราเมลบัตเตอร์ครีม เพิ่มความอร่อยด้วยเสาวรส โดยทั้งสองเมนูพร้อมให้บริการทั้งแบบสั่งกลับบ้าน ที่สาขาโครงการเวลา หลังสวน สาขาเกษรวิลเลจ และสาขาเซ็นทรัลเวิลด์

เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ พร้อมให้บริการผ่านแอปพลิเคชันไลน์แมน, แกร็ปฟู้ด, ฟู้ดแพนด้า และโรบินฮู้ด ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจได้ทาง Facebook: The Coffee Academics Thailand และ Instagram: @TheCoffeeAcademicsTH หรือที่เว็บไซต์ https://m.impact.co.th/3txPx0I