บุกห้อง Working Woman คนเก่ง ‘จอย รินลณี’ มากความสามารถพ่วงตำแหน่งโสด สวย และรวยมาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654601

วันที่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 11:12 น.

บุกห้อง Working Woman คนเก่ง 'จอย รินลณี' มากความสามารถพ่วงตำแหน่งโสด สวย และรวยมากส่องคอนโดหรูอารมณ์บ้านเดี่ยวของ “จอย รินลณี” ราคาเฉียด 40 ล้าน บนทำเลทองย่านพร้อมพงษ์ บาลานซ์ชีวิตตอบโจทย์ความสุขทุกโหมดการพักผ่อน

เรียกว่าขยันทำงานตัวเป็นเกลียว ก็ต้องตบรางวัลให้ตัวเองหนักๆ หน่อย นักแสดงพิธีกรมากความสามารถแห่งวิกพระราม 4 คุณจอย-รินลณี ศรีเพ็ญ ยอมควักเงินเก็บเฉียด 40 ล้านบาท เพื่อเป็นเจ้าของคอนโดสุดลักซ์ชัวรี่ KRAAM Sukhumvit 26 บนทำเลกลางใจเมืองย่านพร้อมพงษ์ แถมเจ้าตัวขอกำกับการตกแต่งเองทุกมุม อยากรู้จะหรูหราน่าพักอาศัยแค่ไหน ตามไปบุกถึงห้อง Working Woman คนเก่ง พ่วงตำแหน่ง โสด สวยและรวยมากกันเลย

“ปกติจอยศึกษาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ก่อนหน้านี้ก็มีทั้งคอนโดและทาวน์เฮาส์ แต่ที่ผ่านมาเราซื้อแล้วก็ปล่อยเช่าเลย ไม่ได้มีฟีลเหมือนอยากอยู่เอง หรือเข้าไปตกแต่ง ให้สิทธิ์ผู้เช่าเต็มที่ แต่กับ KRAAM Sukhumvit26  กลับรู้สึกแตกต่างออกไป จุดเริ่มต้นที่ทำให้ตกหลุมรักที่นี่คือเคยเห็นโฆษณา KRAAM Sukhumvit26 ผ่านโซเชียลมีเดียสักพักใหญ่ๆ แต่เราก็ดูหลายโครงการ หลายที่จนลืมไปแล้ว วันหนึ่งมาทานอาหารร้านใกล้ๆ โครงการ ก็นึกได้ว่าเราเคยสนใจโครงการนี้ วันต่อมาเลยเข้ามาดู รู้สึกประทับใจตั้งแต่บริเวณโดยรอบโครงการ สวนด้านหน้าร่มรื่นให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน จากความประทับใจหลายๆมุม ทำให้เข้ามาชมถึง 4 รอบ แรกเริ่มเลยคือคิดจะซื้อขนาด 1 ห้องนอน แต่พอได้ชมห้องตัวอย่างขนาด 2 ห้องนอนแล้ว ยิ่งประทับใจในการจัดการพื้นที่ใช้สอย รู้สึกพิเศษขึ้นไปอีกกับการวางพื้นที่ด้านข้างของแต่ละห้องให้เป็นพื้นที่ซักล้าง ทำให้ผนังแต่ละห้องเป็นอิสระต่อกัน ได้ความเป็นส่วนตัวตอกย้ำอารมณ์บ้านเดี่ยวขึ้นอีก จึงตัดสินใจว่าอยากซื้อเพื่ออยู่เอง ไม่ได้มองแค่มุมเพื่อการลงทุนอย่างเดียว เลยขอคุณแม่ซื้อแบบ 2 ห้องนอน และด้วยความที่เราเป็นคนเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยพอสมควร ก็ได้มีการเชิญซินแสที่เราเคารพมาช่วยเลือกทิศ โดยมากจะเลือกทิศตะวันออก แต่ห้องนี้จอยเลือกทิศตะวันตก เพราะชอบวิวถนนอุโมงค์ต้นไม้ในซอย สุขุมวิท 26 ซึ่งฮวงจุ้ยดีเลย อยู่แล้วเย็นสบายมาก

ส่วนของการตกแต่งจอยเป็นคนชอบเดินงานแฟร์เกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์  ห้องนี้จอยก็ไปเดินเลือกของแต่งห้องเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคิ้วไม้แต่งผนังก็ไปเลือกถึงโรงงาน โคมไฟ หรือแม้แต่พรม บางชิ้นอาจจะไม่ได้แพงมาก หรือเป็นแบรนด์ดัง แต่จอยเน้นความเป็นตัวเรา เพราะเรามองว่าที่นี่คือบ้าน ก็อยากให้ได้บรรยากาศในห้องผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านมากที่สุด

ตกแต่งภายในด้วยตัวเองในห้องจึงมีมุมโปรดที่หลากหลาย ถ้ามาพร้อมหน้าทั้งครอบครัว ก็จะนั่งเอกเขนกกันที่หน้าทีวีในห้องรับแขกซึ่งมีพื้นที่กว้างมาก อาจจะมีทำอาหารบ้าง ห้องครัวที่นี่ขนาดใหญ่และคอนเนคต์ถึงห้องนั่งเล่นเดินถึงกันสะดวก ส่วนวันไหนที่อากาศดี จอยก็จะออกไปนั่งจิบกาแฟรับลมที่ระเบียง มองถนนต้นไม้สบายตาดีค่ะ

และด้วยความที่จอยเป็นคนชอบออกกำลังกาย จึงไม่ใช่แค่ความประทับใจแค่ฟังก์ชั่นภายในห้องพัก  โดยเฉพาะฟิตเนสที่นี่ถูกใจมากๆ ทั้งเครื่องออกกำลังกายได้มาตรฐาน และวิวสวยของแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งบางกะเจ้า สระว่ายน้ำโปร่งสบาย ได้รับการผ่อนคลายเต็มที่ค่ะ

อีกหนึ่งเหตุผลที่ดึงดูดใจให้เลือกที่นี่คือจอยทำงานช่อง 3 ซึ่งก็อยู่ใกล้ๆ จึง สะดวกต่อการเดินทางมากๆ ทำเลที่ตั้ง ซอย สุขุมวิท 26 นับว่าเป็นแลนด์มาร์คที่ดี คอนเนคต์การเดินทางได้หลายเส้น งานส่วนใหญ่เราอยู่ในเมือง เลี่ยงรถติดก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าได้สะดวกสบาย ที่สำคัญที่นี่มีจัดเส้นทางรับ-ส่งในจุดต่างๆ ไว้บริการลูกบ้านด้วย  ถ้าวันไหนเหนื่อยไม่อยากขับรถไปเอง ก็ใช้บริการรถลีมูซีน ของคอนโดได้  อนาคตหากจะเปลี่ยนให้เป็นทรัพย์เพื่อการลงทุน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เช่า ซึ่งจอยถือว่าคุ้มค่าทั้งด้านราคาและเอื้อต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมากๆค่ะ” 

ทำงานหนักเป็นเวิร์คกิ้งวูแมน สวยและโสด ซึ่ง “จอย” คอนเฟิร์มว่าแฮปปี้ดี ไม่มีเวลาเหงา“ตอนนี้แฮปปี้นะคะ เพราะจอยไม่ได้มองเป็นสูตรสำเร็จว่า ชีวิตต้องทำงาน เก็บเงิน แล้วมีแฟน หรือ ต้องสร้างครอบครัว ทุกวันนี้ทำงาน 7 วัน ถ่ายละคร 2 เรื่อง มีงานพิธีกรเปรี้ยวปาก มีงานอีเว้นท์ วันหนึ่งๆ ทำงาน ออกกำลังกาย เวลาก็แทบหมดแล้ว หากมีช่วงเวลาว่างก็ไปช้อปปิ้งกับคุณแม่บ้าง ไปทานข้าวกับพี่สาวพี่เขย จอยเป็นคนติดครอบครัว เลยไม่ได้มีเวลาเหงา ทุกวันนี้เลยไม่ได้โฟกัสเรื่องมีแฟน ใช้ชีวิตในแบบเราให้เต็มที่แฮปปี้มากค่ะ”

บาลานซ์ชีวิตได้รื่นรมย์ทุกมุมขนาดนี้ ต่อให้ไร้เงาบอดี้การ์ดหัวใจก็ไม่มีผลต่อมวลความสุขของ “จอย รินลณี” แน่นอน คอนเฟิร์ม!!!

ECOTOPIA แลนด์มาร์กของคนหัวใจอีโค่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654460

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 11:10 น.

ECOTOPIA แลนด์มาร์กของคนหัวใจอีโค่ ร่วมเป็นหนึ่งในการใช้ชีวิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต้อนรับวันสิ่งแวดล้อมโลก

วิถีการดำรงชีวิตแบบ New Normal ยังคงเป็นวิถีที่ยังต้องปฏิบัติอยู่ ซึ่งหลายคนเพิ่มการดูแลตัวเองมากขึ้น และมีหลากหลายวิธีการในการดูแล ปกป้อง ป้องกันตัวเอง รวมถึงคนรอบข้างด้วย เช่นเดียวกับที่ ECOTOPIA ที่สุดของแหล่งรวมสินค้าอีโค่สำหรับคุณ ครบครันหลากหลายเพื่อโลกที่ดีขึ้น เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิค เปิดให้ทุกคนเข้ามาค้นพบและเลือกสรรได้ที่อีโคโทเปียได้อย่างครบครัน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ECOTOPIA ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืนให้เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ตั้งอยู่ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซืพลอราทอเรี่ยม

โดย ECOTOPIA ได้นำเสนอผู้ช่วยในการดูแล ปกป้อง ป้องกันเรื่องสุขภาพ ความสะอาด และช่วยรักษ์โลกมากมาย ผ่านทั้งหมด 8 โซน เริ่มกันด้วยการเอาใจสายดูแลตัวเองและคนรอบข้าง โซน Hygienic รวบรวมสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันและสินค้าทำความสะอาดที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติหรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง

เช่น สเปรย์ฟอกอากาศลดฝุ่น PhytFoon (ไฟท์ฝุ่น) ผลิตจากสารธรรมชาติ ลดฝุ่นละอองทันทีเมื่อฉีดพ่น และฝุ่นพิษ PM2.5สูงสุดถึง 80% ฝุ่นไม่ฟุ้งกลับนานถึง 7ชั่วโมง ปราศจากแอลกอฮอล์ ไม่ระคายเคืองเมื่อสัมผัส ลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้, สบู่เหลวล้างมือฆ่าเชื้อแบคทีเรียสูตรมือขาวใส (So glow anti-bacterial hand wash) จากแบรนด์อารมณ์ดี มีส่วนผสมความเป็นธรรมชาติ 98.38% มีโมเลกุลที่ช่วยชะลอระบบชรา และพัฒนาโมเลกุลอีกขั้นของวิตามิน C เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานช่วยให้ผิวเรียบเนียน ขาวใสเป็นธรรมชาติ, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ Soganic (โซแกนิคส์) สูตรออร์แกนิคจากประเทศออสเตรเลีย น้ำยามหัศจรรย์ที่ทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย ทำจากส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ มีกลิ่นที่สะอาดและสดชื่น, ถุงขยะรักษ์โลก Morther Packer ทำจากพืช ย่อยสลายได้ 100% และยังมีหน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ ผงซักฟอก และอื่นๆ อีกมากมาย

สายสิ่งแวดล้อมที่ช่วยลดขยะ โซน Zero Waste เป็นโซนที่สามารถนำบรรจุภัณฑ์มารีฟิลผลิตภัณฑ์ต่างๆได้มากมาย มีทั้งน้ำยาซักผ้า ครีมอาบน้ำ น้ำยาล้างจาน เพื่อช่วยลดขยะให้กับโลกได้

ส่วนคนที่รักความเขียวและต้องการฟอกปอดแบบธรรมชาติ โซน Green แหล่งรวมต้นไม้ฟอกอากาศ เช่น กวักมรกต, ยางอินเดีย, ลิ้นมังกร, ไทรใบสัก พร้อมมีเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ,แคปซูลดูแลต้นไม้,อุปกรณ์ปลูกต้นไม้, ปุ๋ย รวมทั้งเมล็ดพันธุ์จากฟาร์มลุงรีย์ชื่อดัง

อยากสุขภาพดี มีความสุขกับขนมอาหารแบบไม่รู้สึกผิด โซน Healthy ได้รวมขนม อาหาร ที่ดีต่อสุขภาพ แคลอรี่ต่ำ และมีส่วนผสมธัญพืชให้เลือกมากมาย รวมถึงอุปกรณ์เสริมช่วยผ่อนคลายแบบออแกนิค เช่น 7Springs สเปรย์คลายเครียด แก้ปวดเมื่อย ออฟฟิศซินโดรม, Aroma Spray จาก LRL เป็นยาหม่องน้ำในรูปแบบเสปรย์ สามารถใช้พ่นลงมือแล้วสูดดม หรือจะทาบริเวณที่ปวดเมื่อย และแบบหัวโรลเลอ สามารถใช้สูดดม หรือทาในบริเวณที่ต้องการ กลิ่นออกแนวผ่อนคลาย สบายจมูก ใครเป็นภูมิแพ้ นอนหลับยากเพราะหายใจไม่ออก ต้องมีติดกระเป๋าไว้เลย

สำหรับคนรักความสวยความงามแบบไม่ต้องกลัวแพ้ โซน Beautiful แหล่งรวมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง สกินแคร์ต่างๆ ที่หลากหลาย ทำมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น คลีนซิ่งโรสแมรี่สำหรับเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า, ครีมกันแดดไม่ทำร้ายประการัง, เครื่องสำอางค์ ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน วัสดุสามารถรีไซเคิลได้, สำลีไม่ฟอกสี

นอกจากของใช้ส่วนตัวนตัวในชีวิตประจำวันแล้ว ECOTOPIA ก็ยังมีหมวดแฟชั่นที่รับรองว่าพกไปไหนรับรองความเท่แบบรักษ์โลกได้เลย กับโซน Up-cycled อาทิ กระเป๋าถุงน้ำยาล้างไต จาก KIDDEE PROJECT ซึ่งมีคุณสมบัติที่ทนทาน ดีไซน์สวย อีกทั้งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายยังนำไปสมทบทุนเพื่อการดูแลผู้ป่วยโรคไตและผู้ป่วยระยะสุดท้ายในจังหวัดน่านอีกด้วย, นาฬิกา ANNE KLEIN นาฬิกาจากคอลเลคชั่น Considered ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนโดยพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ลดการเพิ่มจำนวนขยะ อีกทั้งยังเลือกวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ฝ้ายและใยไม้ เพื่อผลิตนาฬิกา รวมถึงสายหนังที่ทำจากเปลือกแอปเปิ้ล สับปะรด และไม้ก๊อกซึ่งมีความทนทาน อีกทั้งยังสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติอีกด้วย, กระเป๋าจากเสื้อกันฝน Walking.stitch ที่ผลิตจากเสื้อกันฝนที่ไม่ใช้แล้ว นำมาทำเป็นกระเป๋าสีสันสดใส

นอกจากนี้ ยังมีโซน Stylish รวมแฟชั่นที่ทำมาจากฝ้ายออร์แกนิค, เศษผ้า เสื้อภูคราม ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ทำลวดลายด้วยการปักมือจากจังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน และโซน Kind โซนที่รวมงานฝีมือและภูมิปัญญาชาวบ้านที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและชาวบ้าน ซึ่งแต่ละโซนล้วนถูกออกแบบมาให้ทุกคนได้มาร่วมสร้างโลกด้วยกันอย่างเป็นมิตร

ECOTOPIA จะเป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่เพื่อสร้างโลกที่ดีไปด้วยกัน แวะมาชมได้ที่ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่หรือ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และช้อปสินค้าได้ที่ https://www.facebook.com/EcotopiaTH

JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 เสน่ห์เกินต้านแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654480

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 09:55 น.

JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 เสน่ห์เกินต้านแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ปลดล็อกความอิสระในตัวคุณ หลีกหนีทุกความวุ่นวายเพื่อสัมผัสกับความสนุกอย่างไร้กังกล ไปกับ JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 สีสันมนต์เสน่ห์ฤดูร้อน

ลองให้จินตนาการพาเราโบยบินไปยังสถานที่สักแห่งเพื่อหลบหนีทุกความว้าวุ่นไปกับ JIMMY CHOO HIGH SUMMER 2021 (คอลเลกชั่นจิมมี่ ชู ไฮ ซัมเมอร์ 2021) สำหรับสตรีและบุรุษ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสัน และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งฤดูร้อน รายล้อมไปด้วยไปวิวทิวทัศน์แบบคนเมืองที่โอบกอดด้วยชายหาดอย่างไมอามี

ไมอามี เมืองแห่งศิลปะแบบอาร์ตเดโค (Art Deco) อันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถพบได้เพียงในสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเสน่ห์ของเมืองใหญ่ที่มาพร้อมกับอิสรภาพ และความมีชีวิตชีวาของดวงอาทิตย์ ลูกเล่นแห่งความแตกต่างระหว่างภาพเงาอันคมชัด รายละเอียดแห่งความเป็นหญิงสาว และวัสดุที่คาดไม่ถึง

“สำหรับฉันแล้วช่วงกลางฤดูร้อน คือช่วงเวลาของดวงอาทิตย์ ทะเล และท้องฟ้าสีคราม นื้คือการหลีกหนีทุกความวุ่นวายเพื่อสัมผัสกับความสนุกอย่างไร้กังกล ฉันอยากแหวกว่ายไปในความร้อนของแสงอาทิตย์ที่แต่งแต้มไปด้วยสีสันหลากหลาย และสัมผัสแห่งเสรีภาพ ซึ่งเป็นการนำทางให้ฉันมาสู่ไมอามี ไมอามีคือเมืองแห่งความน่าตื่นเต้นอย่างไม่น่าเชื่อที่มาพร้อมเสน่ห์แห่งความหลากหลาย และศิลปะแห่งอาร์ตเดโคอันน่าตื่นตาตื่นใจ เราจึงนำสิ่งเหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านวัสดุแปลกใหม่ ผ่านดีไซน์ทรงเสน่ห์สำหรับกลางวันสู่ยามค่ำคืนที่มาพร้อมสีสันอันอบอุ่น คอลเลกชั่นนี้คือความอภิรมย์ ความตื่นเต้น และความรู้สึกถึงความร้อนแห่งรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์” แซนดร้า ชอย (Sandra Choi) ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ของจิมมี่ ชู (Jimmy Choo) กล่าว

อารมณ์แห่งความตื่นเต้นอันมีชีวิตชีวาและความมั่นใจ คือ ไฟจุดประกายคอลเลกชั่นนี้ ชุ่มฉ่ำไปด้วยแสง และสีสันอันสดใสสำหรับสุภาพสตรีของ จิมมี่ ชู จาก Jimmy Choo High Summer 2021 เฉลิมฉลองให้ความเสรี ดื่มด่ำไปกับมนต์เสน่ห์แห่งความหรูหรา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรอยจุมพิตจากดวงอาทิตย์ร้อนแรงในเมืองไมอามี สถาปัตยกรรม และความแตกต่างแต่ลงตัวของภูมิทัศน์ คอลเลกชั่นนี้คือความคอนทราสต์ที่โดดแต่ลงตัว บทกวีแซ่ซ้องการกำเนิดใหม่ของไมอามีในศตวรรษที่ 21 ในฐานะศูนย์กลางแห่งโลกศิลปะ ที่มาพร้อมกับศิลปะแห่งฝีแปรง รูปทรงประติมากรรม และเสน่ห์แห่งจานสี ล้วนเป็นส่วนสำคัญเฉกเช่นเดียวกับไมอามี คอลเลกชั่นนี้นำเสนอความยินดีปรีดาที่เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความตื่นเต้น ความรู้สึกที่ว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ โดดเด่นด้วยความรู้สึกสะดวกสบาย Jimmy Choo เปิดตัวคอลเลกชั่นรองเท้าสำหรับสุภาพสตรีที่ไม่เพียงแต่ทำให้สุภาพสตรีดูดีที่สุด แต่ยังต้องรู้สึกดีที่สุดเมื่อสวมใส่

คอลเลกชั่นนี้เปิดตัวด้วย รุ่น เดอะ เบย์ (THE BAY) รองเท้าแบบมีสายคาดที่อวดโฉมมาในหลากหลายความแตกต่าง มาพร้อมสายรัดข้อเท้าอันนุ่มนวลเฉกเช่นเดียวกับโครงสร้างแบบสามมิติจากหนังวัวนัปป้าสุดนิ่มนวล โฉบเฉี่ยวด้วยรูปทรงแหลมแต่ตัดเป็นเหลี่ยม ไม่เพียงแต่เพื่อเพิ่มความงดงามแต่ยังเพิ่มความสบายในการสวมใส่ และรองรับกับทุกรูปทรงของเท้าได้อย่างลงตัว

ดิ โอเชี่ยน (THE OCEAN) นำเสนอดีไซน์แห่งเกลียวคลื่นที่พริ้วไหวแห่งศิลปะเครื่องหนังบนหน้ารองเท้าด้านบน ที่ช่วยรองรับหน้าเท้าของผู้สวมใส่อย่างมั่นคง อีกทั้งยังสวมใส่สบาย ดิ อาร์ต (THE ART) อวดโฉมมาด้วยความสง่า และมั่นคงด้วยพื้นที่รองเท้าหนา 85 มิลลิเมตร ที่มาในทรงแบบบล๊อคประติมากรรมแห่งลูไซต์ (Lucite) ไล่เฉดสี ส้นรองเท้าประดับประดาด้วยเพชรพลอย ดีไซน์ของส้นรองเท้าชวนให้นึกถึงความรู้สึกของการจิบค็อกเทลริมทะเลที่ส่องแสงระยิบระยับในยามอาทิตย์อัสดง

อารมณ์เหล่านี้ส่งต่อไปยังเครื่องประดับอื่นๆ จากคอลเลกชั่นเดียวกันเช่น กระเป๋า ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รุ่น บอน บอน (BON BON) ไอเท็มประดับกายสำหรับการออกงานกลางคืนที่อวดโฉมมาด้วยคริสตัลระยิบด้วยการไล่โทนสีของเฉดแสงอาทิตย์ยามเย็น ตามติดมาด้วย กระเป๋าไมโครแบ็ก รุ่น มินิ ปารีส (MINI PARIS) ที่โดดเด่นด้วยการนำเสนอผ่านวัสดุพื้นผิว สีสันจากการเรียงตัวและจัดวางของเหลี่ยมมุมแห่งเพชรพลอยระยิบที่นับเป็นแรงบันดาลใจจากแบรนด์ Jimmy Choo หรูหราแต่แอบแฝงด้วยความขี้เล่นไปกับ MINI PARIS ส่องประกายระยิบระยับ และอวดงานเคลือบพื้นผิวแบบมันวาว

ปิดท้ายคอลเลกชั่นด้วย กระเป๋าโฮโบ แบ็ก รุ่น แอนา (ANA) อวดโฉมมาในผ้าใบแคนวาสที่มีพื้นผิวและลูกเล่นของผงสี ส่วน เมซี่ (MACY) คือไอเท็มกระเป๋าสานทรงตะกร้าถักด้วยมืออย่างประณีตบรรจงในประเทศโคลอมเบียจากช่างฝีมือระดับสูง ที่ยังคงไว้ในเรื่องการเล่นสี และอวดความสดใสของเม็ดสีราวกับการใช้เม็ดสีบริสุทธิ์ในการบรรจงทาลงกระเป๋าอย่างประณีต ก่อให้เกิดเป็นชิ้นงานแห่งศิลปะในภาพรวมคอลเลกชั่น กลางฤดูร้อนนี้คือการเฉลิมฉลองของงานฝีมือ และงานศิลปะ ที่ผสมผสานไว้ ซึ่งเสรีภาพ ความสนุกสนาน และความสร้างสรรค์ นับเป็นบทสรุปของมนต์เสน่ห์แห่งความหรูหราที่เฉิดฉายภายใต้แสงตะวัน

สำหรับ Jimmy Choo High Summer 2021 Men’s Collection นำเสนอรองเท้าหลากหลายดีไซน์โดดเด่นด้วยลายโมโนแกรม ซิกเนเจอร์ JC ในโทนสีฟ้า ทั้ง สนีกเกอร์ (Sneakers) รุ่น DIAMOND X อันโด่งดัง, รองเท้าโลฟเฟอร์ (Classic Loafers) ดีไซน์คลาสสิค รุ่น MARTI และ รุ่น FOXLEY ปิดท้ายรองเท้าสลิปออน (Slip-on Shoes) รุ่น GROVE

บุรุษที่มองหารองเท้าแคชชวลเท่ๆ ต้องโดนใจกับรองเท้า รุ่น ENZO ผสานดีไซน์ระหว่าง รองเท้า Sock trainer กับ Espadrilles ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว รวมถึงรองเท้ารุ่น HAWAII อันเป็นเอกลักษณ์ของจิมมี่ ชู ซึ่งได้รับการดีไซน์ให้สามารถสวมใส่ได้กับทุกสไตล์ โดดเด่นด้วยลายนูน Jimmy Choo บริเวณส้น ในซีซั่นนี้ยังมีกระเป๋า และแอ็คเซสซอรี่ที่เพิ่มสไตล์ในชีวิตประจำวันของบุรุษอีกด้วย

พบกับ Jimmy Choo High Summer 2021 ได้ที่ Jimmy Choo Boutique Store ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โทร. 02-160-5993, ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ โทร. 02-003-6095 และชั้น M ศูนย์การค้า สยามพารากอน โทร. 02-610-9944 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID @jimmychooth และ Instagram: @jimmychoo

#JimmyChoo #JimmyChooThailand #JimmyChooHighSummer2021

เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition โฉมใหม่สุดเท่สำหรับเจ้าแห่งนาฬิกาจับเวลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654376

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 14:02 น.

เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition โฉมใหม่สุดเท่สำหรับเจ้าแห่งนาฬิกาจับเวลาTAG Heuer Carrera คอลเลกชั่นไอคอนิกในลุคสง่าแฝงความลึกลับ กับเอดิชั่นสุดพิเศษในเฉดสีเขียวน้ำเงินใหม่ล่าสุด

แบรนด์นาฬิกาหรูจากสวิส เปิดตัว TAG Heuer Carrera Green Special Edition ใหม่ล่าสุดได้จังหวะเหมาะเจาะกับช่วงหน้าร้อนพอดี ทั้งยังมาในเฉดสีเขียวเข้มอมน้ำเงินแฝงประกาย และผลิตเพียง 500 เรือนเท่านั้น นาฬิกาใหม่ล่าสุดนี้เป็นการผสมผสานขนบที่สืบทอดต่อมาจากจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นแรกๆ เข้ากับความสง่างามทันสมัยในสไตล์ริเวียร่าที่ยากจะหาใดเปรียบ

คอลเลกชั่น TAG Heuer Carrera เป็นการแสดงคารวะต่อประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งรถผ่านการสร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟสปอร์ตสง่าไร้กาลเวลา นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 60 กว่าปีก่อนภายใต้วิสัยทัศน์ของแจ๊ก ฮอยเออร์ นาฬิกาซึ่งโดดเด่นด้วยเส้นสายสะอาดตาและสัดส่วนที่สมบูรณ์ลงตัวนี้ก็ได้กลายเป็นผลงานไอคอนที่ทุกคนจดจำในทันที และผลงานใหม่ที่ผ่านการปรับแต่งให้ทันสมัยด้วยความเชี่ยวชาญนี้ก็เป็นการสืบสานจิตวิญญาณของผลงานรุ่นออริจินัลในปี 1963

นาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังคงเอกลักษณ์ของนาฬิกา Heuer Carrera ref. 2447 ทั้งขาตัวเรือน ดีไซน์ตัวเรือน ปุ่มกดที่ขัดแต่งสวยเนี้ยบ และหน้าปัดที่โดดเด่นเช่นเดียวกับรุ่นก่อน แต่ก็มีรายละเอียดใหม่อื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามา และขนาดตัวเรือนที่ขยายใหญ่ขึ้นจาก 36 มม. เป็น 39 มม. เพื่อให้รับกับสมัยนิยม หน้าปัดใช้โครงสร้างแบบ tricompax ดูเรียบหรู หน้าปัดย่อยตกแต่งด้วยลายเส้นหมุนวนเป็นก้นหอย หน้าปัดจับเวลา 30 นาทีอยู่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา หน้าปัดจับเวลาชั่วโมง ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และแสดงวินาที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนเข็มชั่วโมงและนาทีดีไซน์เป็นเหลี่ยมมุมสวยงาม เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน และส่วนกระจกแซฟไฟร์คริสตัล ‘ทรงกล่อง’ สไตล์เรโทร นั้นได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Heuer Carrera รุ่นออริจินัล หน้าปัดประดับโลโก้ Heuer และชื่อ Carrera

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือหน้าปัดเฉดเขียวเข้มขัดแต่งแบบซันเรย์ เฉดสีนี้ซึ่งไม่ค่อยปรากฏในนาฬิกาของ TAG Heuer เป็นส่วนผสมของสีน้ำเงินและสีเขียว ทำให้นาฬิกาดูครีเอทีฟ ทันสมัย และโดดเด่น เมื่อพลิกดูที่ฝาหลังตัวเรือนซึ่งเป็นกระจกแซฟไฟร์คริสตัลใส จะเห็นการแต่งแต้มด้วยสีเขียวสุดพิเศษบริเวณชิ้นส่วนคอลัมน์วีลของกลไก และบนตัวอักษรที่สลักคำว่า Calibre Heuer 02 และ Swiss Made บนโรเตอร์

TAG Heuer Carrera Green Special Edition ทำงานด้วยกลไก Calibre Heuer 02 เป็นกลไกอัตโนมัติจับเวลาสุดล้ำที่ทางแบรนด์พัฒนาและผลิตขึ้นในโรงงานของตนเองที่เมืองเชอเวอเนซ์ กลไกนี้ประกอบด้วยชิ้นส่วน 168 ชิ้น พร้อมด้วยโครโนกราฟที่มีคอลัมน์วีลและเวอร์ติคอลคลัตช์เพื่อให้การจับเวลาเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ สามารถสำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง รับกับสายหนังจระเข้สีดำพร้อมตัวล็อกแบบบานพับและปุ่มกดล็อกสองปุ่ม ฝาหลังสลักคำว่า SPECIAL EDITION ผลิตเพียง 500 เรือน

นอกจากจะผสมผสานประวัติศาสตร์อันเป็นตำนาน สัดส่วนที่ลงตัว หน้าปัดเฉดสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และกลไกที่แม่นยำแล้ว ตัวเรือนขนาด 39 มม. ของ TAG Heuer Carrera Green Special Edition ยังดึงดูดใจผู้รักนาฬิกาทั้งชายและหญิงด้วยเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การสะสมและเป็นตัวแทนความทันสมัยโดดเด่น และจะวางจำหน่ายในบูติกของ TAG Heuer ในเว็บไซต์ e-commerce ของแบรนด์

คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดจาก ‘เพียเจต์’ ที่หนุ่มๆ ควรมีไว้ประดับข้อมือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654374

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 11:15 น.

คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดจาก ‘เพียเจต์’ ที่หนุ่มๆ ควรมีไว้ประดับข้อมือไม่ว่าจะ Work from home หรืออยู่ที่ไหน ก็คอมพลีทลุคได้แบบไม่สะดุด กับ 3 เรือนเวลาล่าสุดที่เพียเจต์หยิบมาแนะนำให้หนุ่มนักช้อปเตรียมเปย์กันก่อนใคร

สายลิมิเต็ด อิดิชั่น กับ Piaget Polo Chronograph เวอร์ชั่นสายรัดข้อมือยาง ที่ผลิตจำกัดเพียง 888 เรือน 

Piaget Polo Chronograph Limited Edition on a Rubber Strap (G0A46013)

เพียเจต์ โปโล เปิดตัวครั้งแรกปี 1979 ในฐานะสปอร์ตวอท์ชสุดหรูที่รังสรรค์เพื่อตอบโจทย์เหล่าเกม เชนเจอร์ ผู้ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งและกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองในแบบไม่ตามใคร โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นซิกเนเจอร์ที่สะท้อนถึงวิถีการใช้ชีวิตด้วยความมุ่งมั่นของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี 

เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ที่หลายหลากยิ่งขึ้น แบรนด์จึงหยิบสายรัดข้อมือยางแนวสปอร์ตมาผสานไว้ในโมเดลของ Piaget Polo Chronograph เป็นครั้งแรก โดย ref.G0A46013 นี้ ยังคงมาพร้อมฟังก์ชั่นจับเวลาโครโนกราฟ และกลไกอินเฮ้าส์คาลิเบอร์ 1160P คุมโทนด้วยหน้าปัดสไตล์ Panda ที่ออกแบบให้วงหน้าปัดย่อยสีน้ำเงิน ตัดรับกับสีเงินของพื้นหน้าปัดหลักได้อย่างลงตัว เพิ่มวิสัยทัศน์แม้ในที่สว่างน้อยด้วยเข็มและ อินเด็กซ์บอกเวลาเคลือบสารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่า

ที่ขาดไม่ได้คือเอกลักษณ์หน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมมน หรือทรงคุชชั่น บนตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาด 42 มิลลิเมตร และเมื่อพลิกกลับยังเผยให้เห็นการทำงานของกลไกได้อย่างชัดเจนผ่านกระจกฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล จับคู่สายรัดข้อมือยางแนวสปอร์ตสีน้ำเงิน ผลิตจำกัดเพียง 888 เรือน

สายวิบวับ กับ Piaget Polo Chronograph ประดับเพชร 

Piaget Polo Chronograph Adorned with Diamonds (G0A46049)

สำหรับใครที่สนุกกับการสไตลิ่งไอเท็มแนววิบวับ Piaget Polo Chronograph ประดับเพชร คือคำตอบ ! โดยเรือนเวลาชิ้นนี้ถูกออกแบบในตัวเรือนไวท์โกลด์ ขนาด 42 มิลลิเมตร ดึงดูดสายตาด้วยประกายงามของเพชรที่ครอบคลุมทั่วทั้งหน้าปัดและตัวเรือนกว่า 480 เม็ด (ราว 3.96 กะรัต) จับคู่สายรัดข้อมือหนังจระเข้สีน้ำเงินกลิ่นอายสปอร์ต ที่ตอบโจทย์หนุ่มลุคเนี้ยบได้อย่างลงตัว

สายเพรียวบาง กับ Piaget Altiplano ที่มาพร้อมกลไกอัตโนมัติ 910P แบบบางเฉียบ

Altiplano Ultimate Automatic 910P (G0A45123)

สำหรับหนุ่มๆ ที่ชอบปลดล็อกความท้าทายอยู่ตลอดเวลา รับรองว่า Altiplano Ultimate Automatic 910P เรือนนี้ตอบโจทย์แน่นอน โดยนาฬิกากลุ่มนี้ โด่งดังอย่างมากในเรื่องของกลไกที่บางเฉียบ ไม่ว่าจะเป็น กลไก 9P ที่เปิดตัวในปี 1957 จนกลายเป็นนาฬิการะบบกลไกที่บางที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น หรือจะเป็นกลไก 12P ที่เปิดตัวในปี 1960

และเพื่อตอกย้ำแนวคิดอันแสนขบถ ปี 2016 แบรนด์ได้เปิดตัวกลไกไขลานด้วยมือ 900P ที่ถือเป็นความท้าทายด้านการปฏิวัติโครงสร้างของตัวเรือนครั้งสำคัญ ต่อด้วยปี 2018 กับกลไกอัตโนมัติ 910P ที่หนาเพียง 4.3 มิลลิเมตร ก่อนทุบทุกสถิติใน 2 ปีถัดมาด้วยการส่งมอบนาฬิการะบบกลไกที่บางที่สุดในโลกสู่ผู้ใช้งานตัวจริง ด้วยความหนาเพียง 2 มิลลิเมตร กับ Altiplano Ultimate Concept

มาปีนี้กับ Altiplano Ultimate Automatic 910P เวอร์ชั่นล่าสุด ที่มาพร้อมหน้าปัดบอกเวลาสีน้ำเงินในดีไซน์แบบเยื้องศูนย์กลางที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ขณะที่พื้นหน้าปัดส่วนที่เหลือเผยให้เห็นความงามของกลไกได้อย่างชัดเจน ซึ่งแม้จะถูกจำกัดไว้ด้วยความเพรียวบาง แต่องค์ประกอบทุกชิ้นกลับถูกปรับแต่งให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประกอบกลไกแบบ reverse ที่ส่งให้บริดจ์ถูกพลิกมาอยู่ฝั่งหน้าปัด ซึ่งการวางตำแหน่งของบริดจ์ลักษณะนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้นาฬิกาหยุดเดินในสภาวะที่คริสตัลแซฟไฟร์เผชิญกับแรงดันต่างๆ อีกด้วย

เช่นเดียวกับคริสตัลแซฟไฟร์ ก็ถูกดีไซน์ให้สามารถโค้งงอได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่ใต้น้ำ ซึ่งทั้งหมดเป็นนวัตกรรมที่แบรนด์จดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ตัว โรเตอร์สำหรับขึ้นลานนาฬิกายังรังสรรค์จากทองคำ 22k เคลือบสีน้ำเงิน อวดความหรูหราผ่านฝาหลัง ทั้งยังส่งมอบประสิทธิภาพการขึ้นลานได้อย่างทรงพลัง แม้จะถูกลดทอนความหนาออกเพื่อให้รับกับความบางในภาพรวมก็ตาม

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

#Altiplano #PiagetPolo

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์ Stay Home Stay Connected #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/654368

วันที่ 01 มิ.ย. 2564 เวลา 10:50 น.

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์ Stay Home Stay Connectedพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดกิจกรรม “Stay Home Stay Connected” ชวนชมนิทรรศการผ่านไลฟ์พร้อมลุ้นรางวัล ทุกศุกร์ตลอดเดือน มิ.ย.นี้

อยู่บ้านก็ชมนิทรรศการได้! พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชวนท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์แบบเพลิดเพลิน แถมได้ความรู้ แม้ไม่ได้ออกเดินทาง กับกิจกรรมออนไลน์ “Stay Home Stay Connected” โดยภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์จะมาพาชมนิทรรศการผ่านช่องทาง การถ่ายทอดสด (Live) ในเพจเฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม ตอบคำถาม และรับของรางวัลพิเศษจากนิทรรศการต่าง ๆ ทุกวันศุกร์ ตลอดเดือนมิถุนายน เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น. ประเดิมศุกร์แรก ๔ มิถุนายนนี้

กิจกรรมออนไลน์ครั้งนี้ ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์จะพาชม ๒ นิทรรศการซึ่งกำลังจัดแสดง ในปัจจุบัน ได้แก่ นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา เรื่องราวการเสด็จฯ เยือนชวาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทั้งสามครั้ง พร้อมชื่นชมความงดงามของผ้าบาติกในพระปิยมหาราชจากเมืองต่าง ๆ บนเกาะชวาอย่างทั่วถึงและนิทรรศการด้วยพลังแห่งรักบอกเล่าพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนับตั้งแต่ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระบรมราชินี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นต้นมา 

สำหรับกิจกรรมออนไลน์ “Stay Home Stay Connected” จะมีการไลฟ์แต่ละนิทรรศการผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก Queen Sirikit Museum of Textiles ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนมิถุนายนศกนี้ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น. ตามรายละเอียดดังนี้

  • วันที่ ๔ มิถุนายน นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ตอนที่ ๑
  • วันที่ ๑๑ มิถุนายน นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช: สายสัมพันธ์สยามและชวา ตอนที่ ๒
  • วันที่ ๑๘ มิถุนายน ร้านพิพิธภัณฑ์และห้องกิจกรรม
  • วันที่ ๒๕ มิถุนายน นิทรรศการด้วยพลังแห่งรัก

ติดตามการไลฟ์ พร้อมลุ้นรับรางวัลได้ทุกวันศุกร์ ในวันที่ ๔, ๑๑, ๑๘ และ ๒๕ ตลอดเดือนมิถุนายนศกนี้ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๐ น.ได้ทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/qsmtthailand

มิติใหม่แห่งโปรโมชั่น ‘Grab & Get FREE Stay’ สั่งอาหารกลับบ้าน ฟรี! ห้องพักโรงแรมหรู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654773

วันที่ 06 มิ.ย. 2564 เวลา 09:55 น.

มิติใหม่แห่งโปรโมชั่น 'Grab & Get FREE Stay' สั่งอาหารกลับบ้าน ฟรี! ห้องพักโรงแรมหรูเอาใจคนชอบสั่งอาหารd]y[[hko โปรโมชั่นสุดปัง “Grab & Get FREE Stay” สั่งอาหารกลับบ้านพร้อมรับฟรี บัตรกำนัลห้องพักดีลักซ์สุดหรู 1 คืน (สำหรับ 2 ท่าน) ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เอาใจคนชอบสั่งอาหารสำหรับรับกลับไปทานที่บ้านด้วยโปรโมชั่นสุดปัง “Grab & Get FREE Stay” สั่งอาหารกลับบ้านพร้อมรับฟรี บัตรกำนัลห้องพักดีลักซ์สุดหรู 1 คืน (สำหรับ 2 ท่าน) ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

พบข้อเสนอสุดพิเศษจากแพ็คเกจ “Grab & Get FREE Stay” เพียงสั่งอาหารสำหรับรับกลับจากห้องอาหารโกจิ คิทเช่น + บาร์, ห้องอาหาร พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์, ห้องอาหาร สยาม ที รูม หรือ ห้องอาหาร อาคีรา แบค และมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 5,000 บาท รับทันที! บัตรกำนัลสำหรับเข้าพักฟรี 1 คืนในห้องดีลักซ์ สำหรับ 2 ท่าน โดยสามารถใช้สิทธิ์เข้าพักฟรีหลังจากวันที่รับประทานอาหารได้ภายใน 30 วัน

ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบหลากหลายเมนูอาหารนานาชาติ ลิ้มลองอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งชั้นเลิศ ชิมรสชาติอาหารไทยแบบต้นตำรับ หรือสัมผัสประสบการณ์อาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เป็นอีกตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับมื้ออร่อยของคุณ โดยข้อเสนอสุดพิเศษนี้สามารถสั่งอาหารร่วมกันจากห้องอาหารมากกว่า 1 ห้องอาหารได้เมื่อสั่งซื้อภายในวันเดียวกัน

โปรโมชั่น “Grab & Get FREE Stay” – สั่งอาหารกลับบ้านพร้อมเข้าพักฟรี* สุดพิเศษนี้ให้บริการตั้งแต่วันนี้-5 มิถุนายน 2564 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสั่งอาหารกลับบ้านกรุณาโทร +66 (0) 2 059 5999 หรือ อีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com , www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/bangkokmarriottmarquis

ไลน์ออฟฟิเชียลและเมนู:

ห้องอาหารโกจิ คิทเช่น + บาร์ @GojiKitchenBar https://bit.ly/2R8zOYv

ห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ @Pagoda https://bit.ly/3vSurvo

ห้องอาหาร สยาม ที รูม @SiamTeaRoom https://bit.ly/3bfvA8h

ห้องอาหาร อาคีรา แบค @AkiraBackBKK https://bit.ly/2QZ6dkx

ข้อกำหนดและเงื่อนไข:

· สิทธิพิเศษนี้ใช้ได้เฉพาะห้องอาหารที่ร่วมรายการเท่านั้นโดยสามารถสั่งร่วมกันหลายห้องอาหารได้เมื่อสั่งซื้อในวันเดียวกัน

· สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆได้

· จำเป็นต้องสั่งอาหารสำหรับรับกลับมูลค่า 5,000 บาท (หลังหักส่วนลด) เพื่อรับบัตรกำนัลห้องพักฟรี 1 คืน

· บัตรกำนัลห้องพักสำหรับการเข้าพักในห้องพัก Deluxe Room สำหรับ 2 ท่าน (ไม่รวมอาหารเช้า) สำหรับแขกเพิ่มเติมคิดเพิ่มท่านละ 800 บาท / คืน

· บัตรกำนัลห้องพัก ไม่สามารถใช้ในวันเดียวกันกับวันที่สั่งซื้ออาหารได้

· บัตรกำนัลห้องพักฟรี มีอายุหนึ่งเดือนนับจากวันที่สั่งซื้ออาหารสำหรับรับกลับและต้องทำการสำรองห้องพักล่วงหน้า 48 ชั่วโมง ผ่านทาง 02-059-5555

· ไม่สามารถแลกคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

· เงื่อนไขเป็นไปตามข้อกำหนดของโรงแรมและทางโรงแรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

เช็กอินคาเฟ่ 18 ไร่ใจกลางศาลายา จิบชาสไตล์ Queen Victoria @Rosemary House #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654605

วันที่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 13:10 น.

เช็กอินคาเฟ่ 18 ไร่ใจกลางศาลายา จิบชาสไตล์ Queen Victoria @Rosemary House“Rosemary House” ที่สุดแห่งความสุนทรีย์แบบผู้ดีอังกฤษ ดื่มด่ำ Afternoon Tea จิบชาสไตล์ Queen Victoria กับไฮไลท์สุดประทับใจในแบบวินเทจ

ใครกำลังคิดถึงบรรยากาศการจิบชา พร้อมหาโอกาสเที่ยวใกล้กรุง แนะนำ ‘โรสแมรี่ เฮ้าส์’ (Rosemary House) คาเฟ่เรือนกระจกสุดเก๋ ซึ่งภายในประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณและของตกแต่งสุดคลาสสิค พร้อมโต๊ะน้ำชาแบบครบเซ็ต เหมือนหลุดไปอยู่ในช่วงคริสตศตวรรษที่ 19 ของอังกฤษ

Rosemary House

สุนทรียภาพแห่งการนั่งจิบน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษในเรือนกระจกหลังใหญ่สุดสวยที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นคาเฟ่ Glass House พร้อมบรรยากาศที่ห้อมล้อมด้วยความเขียวขจีของต้นโรสแมรี่ และสีสันหลากหลายจากเหล่าพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ภายในร้านประดับประดาไปด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณ และของตกแต่งสุดคลาสสิค 

HAPPY TEA TIME

จิบน้ำชายามบ่ายท่ามกลางบรรยากาศสุดร่มรื่นของสวนดอกไม้อังกฤษ ที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้ผ่อนคลาย “ชาลายา” ทางร้านเลือกใช้ใบชาที่ทำจากสมุนไพร ดอกไม้ ที่คัดสรรมาแล้วจากทั่วโลก ว่าเป็นชาที่มีคุณภาพดี และอร่อย พร้อมขนมไทยสไตล์ฟิวชั่น “ไทย-อังกฤษ” เมื่อทานคู่กับชาจะส่งเสริมให้เกิดรสชาติที่ดียิ่งขึ้น และเมนูไฮไลท์อย่างชุด “Afternoon Tea Set” ที่ไม่ควรพลาด

คุณอ้น-เตชทัต ลือดัง Rosemary & Thaizone Manager เล่าว่า คอนเซ็ปต์ของ Rosemary House คือเป็นคาเฟ่ แอนด์ ที รูม แต่มีความพิเศษตรงที่จะเน้นการเสิร์ฟชายามบ่าย หรือ Afternoon Tea เป็นหลัก ซึ่งชาส่วนใหญ่นำเข้าจากทั่วโลก เช่น เยอรมนี สวีเดน นอร์เวย์ อังกฤษฝรั่งเศส และสหรัฐ โดยขนมของที่นี่จะเป็นแบบฟิวชั่นเน้นรสชาติขนมไทยในรูปลักษณ์ที่อินเตอร์ 

อาทิ ขนม ในตระกูลเครื่องทองต่างๆ เช่น  ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เสน่ห์จันทร์ เม็ดขนุน จ่ามงกุฏ นอกจากนี้ยังมีมูสเค้กบัวลอยไข่เค็ม พายผลไม้ อาลัวดอกบัว เค้กหม้อแกงเผือก ข้าวเหนียวมะม่วงครีมกะทิ เค้กลอดช่อง ตามด้วยขนมกล้วยธัญพืช วุ้นมะพร้าวน้ำหอม และข้าวเหนียวมูนอาลัวสด ซึ่งขนมทุกเมนูจะยังคงรสชาติความเป็นไทยที่ไม่หวานมากจนเกินไป

OPEN UP NEW EXPERIENCES

เปิดประสบการณ์แปลกใหม่ ทดลองเป็นผู้ดีอังกฤษ 1 วัน ในสไตล์ Rosemary House พร้อมบริการเช่าชุดย้อนยุคสุดวินเทจ มาดามโรสจะแปลงโฉมท่านให้กลายเป็นชนชั้นสูงแสนสง่า และอย่าลืมที่จะถ่ายรูปภายในสวนของเรา ที่แห่งนี้รอคอยให้ทุกท่านมาปลดปล่อยความเป็นตัวคุณที่ซ่อนอยู่

พิเศษสำหรับวันที่ 4-6 มิ. ย. 2564 พบกับงาน 360° SWEET DAYS LEISURE MARKET สนุกกับกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรม Mini Workshop จัดดอกไม้ ทำเทียนเจล เทียนหอม ทำขนมบัวลอยเดลซี่สุดน่ารัก พร้อมโซนจำหน่ายของที่ระลึกเพื่อคนที่คุณรัก

อัพเดทวันเวลาเปิดให้บริการได้ที่ โทร. 02-429-8435 , 092-246-5865 ติดตามรายละเอียดได้ทาง เฟซบุ๊ก : Rosemary House และ THE SALAYA

ชิมอาหารไทยรสจัดสไตล์คุณจั๊ก กับเมนูที่ปรุงด้วยใจรักการทำอาหาร @Up To Jug Kitchen #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653443

วันที่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 10:55 น.

ชิมอาหารไทยรสจัดสไตล์คุณจั๊ก กับเมนูที่ปรุงด้วยใจรักการทำอาหาร @Up To Jug Kitchen“จั๊กเป็นแค่คนที่มีใจรักการทำอาหาร ทำจาก Passion ล้วนๆ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำและมีความสุขกับมันทุกวัน” …คุณจั๊ก-กรกนก เชาว์ปรีชา Owner Chef ร้านอาหาร Up To Jug Kitchen (ครัวแล้วแต่จั๊ก)

โพสต์ทูเดย์ พาไปชิมรสมือผู้บริหาร คุณจั๊ก-กรกนก เชาว์ปรีชา หญิงสาวผู้รักในการทำอาหาร ที่ร้าน Up To Jug Kitchen (ครัวแล้วแต่จั๊ก) ตั้งอยู่ใกล้กับแยกเกษตร เป็นร้านอาหารบรรยากาศน่านั่งที่ให้อารมณ์สวนสุดร่มรื่น ตกแต่งในสไตล์คาเฟ่ ให้บริการครบครันทั้งอาหารไทยรสจัด เครื่องดื่ม ของหวาน เบเกอรี่ และทีเด็ดที่ซ่อนอยู่อย่าง Chef’s Table กับเมนูที่คุณจั๊กครีเอทขึ้นมาไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน

สำหรับที่มาของชื่อ Up To Jug Kitchen เกิดจากในทุกๆ ครั้งที่คุณจั๊กถามคนอื่นว่าอยากรับประทานอาหารอะไรเป็นพิเศษ ก็มักได้คำตอบกลับมาว่า “แล้วแต่จั๊ก” จึงเป็นที่มาของชื่อร้าน ส่วนความชอบในการทำอาหาร คุณจั๊กเล่าว่า รู้สึกหลงรักการทำอาหารให้คนที่รักทาน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัว ตั้งแต่ยังเด็กก็ได้เข้าครัวช่วยคุณยายและคุณแม่ทำอาหาร ชอบเล่นทำอาหาร มีความฝันว่าอยากทำอาหาร และชอบการทำอาหารมาก จนหลายคนคิดว่าน่าจะจบทางด้านสายอาหารมาโดยตรง ซึ่งความจริงแล้วเรียนจบบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ และปริญญาโท บริหารธุรกิจ จากศศินทร์ (SASIN) จากนั้นก็ทำงานมาหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งก่อนจะมาเปิดร้าน Up To Jug Kitchen ก็เคยเปิดร้านร้านอาหารไทยมาก่อน และยังเป็นผู้บริหารบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ ยังมีร้านดอกไม้ Flora’s Story ซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกับร้านอาหาร Up to Jug Kitchen แห่งนี้อีกด้วย

“จั๊กเป็นแค่คนมีใจรักการทำอาหารแค่นั้น ทำจาก Passion ล้วนๆ ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และมีความสุขกับมันทุกวัน”

ด้วยความที่เป็นคนจริงจังเรื่องอาหารตั้งแต่ตอนเด็ก ทำให้ในตอนนี้คุณจั๊กทำตามความฝันด้วยการเป็น Owner Chef ให้กับร้าน @uptojugkitchen และเข้าสู่วงการอาหารอย่างจริงจัง เมนูอาหารที่ร้านส่วนใหญ่เป็นอาหารไทยภาคกลางรสจัด เลือกใช้ของดี วัตถุดิบอย่างดี สะอาด ซึ่งผ่านการเลือกสรรจากคุณจั๊กทุกเมนูและดูแลตลอดทุกขั้นตอน

เมนูแนะนำ

ชุดขนมจีนน้ำยาปู (380 บาท) จัดเป็นเมนูเด็ด Signature และเป็นเมนู Best Seller ตลอดกาล ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่การใส่เนื้อปูเน้นๆ น้ำยารสกลมกล่อมให้ความเผ็ดกำลังดี มาพร้อมผักเคียงครบรส แถมซ่อนทีเด็ดอย่างไชโป๊วราชบุรี เพิ่มดีกรีความอร่อยและช่วยตัดความเผ็ดของน้ำยาปู

ผัดกะเพราเนื้อน่องลายตุ๋น (320 บาท) เมนูรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน ถึงใจ เลือกใช้เนื้อน่องลายตุ๋นสูตรเฉพาะจนได้ความนุ่มหนึบ ผัดกับซอสกะเพราสูตรพิเศษของทางร้าน ใครเป็นสายเนื้อ  เลิฟกะเพรา บอกเลยว่าพลาดไม่ได้จริงๆ

ข้าวผัดปลาสลิด (220 บาท) เมนูใหม่ที่คุณจั๊กรังสรรค์มาเพื่อเอาใจคนชอบกินปลาสลิด เลือกปลาสลิดตัวใหญ่ที่เลี้ยงในแหล่งน้ำสะอาด ไม่มีกลิ่นดิน ตากให้แห้งสนิทก่อนนำมาทอดกรอบในน้ำมันใหม่ ได้ความกรอบและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ บีบมะนาวฝานสดๆ ก่อนคลุกเคล้าข้าวผัด อัพความอร่อยจัดจ้านให้จานนี้ได้เป็นอย่างดี 

กุ้ยช่ายทอด (120 บาท) กุ้ยช่ายออแกนิคปลูกเองจากบ้านสวนริมน้ำที่ จ.นครสวรรค์ ทอดกรอบนอก หนึบใน แบบที่หาทานที่ไหนไม่ได้ พร้อมน้ำจิ้มเคี่ยวสูตรเฉพาะของร้าน

หมูทอดเบรกแตก (280 บาท) เป็นเมนูยอดฮิตของทางร้าน ใช้ส่วนของคอหมูที่มีมันน้อยมาก ทานเคียงกับผักสดและน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ดเคล็ดลับของคุณยายที่เป็นคนชัยภูมิ  ได้รสชาติแจ่วอีสานถึงใจ ทานคู่กันแล้วหยุดไม่ได้

ของหวานและเครื่องดื่ม

แนะนำท๊อฟฟี่เค้กเครื่องแน่นที่ใช้วัตถุดิบอย่างดี  ทำสดๆ ใหม่ๆ อย่าง ท๊อฟฟี่เค้กหน้าเม็ดมะม่วงหิมพานต์ (กล่องละ 250 บาท)  และ ท๊อฟฟี่เค้กหน้าถั่วแมคคาดาเมีย (กล่องละ 450 บาท) อีกเมนูขนมเด็ดอีกเมนูหนึ่งของร้านคือ Soft Cookie Chocolate Chip ได้ลองชิมแล้วบอกได้เลยว่ากัดไปตรงไหนก็เจอแต่เครื่อง ทั้งถั่วแมคคาดาเมีย ช็อคโกแลตชิพ

เติมความสดชื่นด้วย Kiss Me Signature Coffee ของที่ร้าน เป็นเครื่องดื่ม Cofftail สูตรเฉพาะ จุดเด่นอยู่ที่การนำกาแฟอเมริกาโน่เกรดพรีเมี่ยม มาผสมกับน้ำส้มซันคิสที่ให้ความเปรี้ยวหวานลงตัว เพิ่มความกลมกล่อมด้วยคาราเมลซอส และวนิลาไซรัปหอมๆ เสิร์ฟในน้ำแข็ง cube ก้อนใหญ่ละลายช้า ทำให้รสชาติเครื่องดื่มอยู่ได้นาน เวลาดื่มอย่าลืม “KISS” ที่ปากแก้วเพื่อให้ได้กลิ่นของส้มซันคิสและโรสแมรี่

ปิดท้ายที่ Lychee Honey Lemonade และ Very Berry Smoothies หอม หวาน ให้ความสดชื่น เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ใครอยากลิ้มลองความอร่อยแบบนี้ มากันได้ที่ร้าน ร้าน Up to Jug Kitchen ใกล้แยกเกษตร จุดสังเกตติดกับ KFC บริเวณตอม่อที่ 18 ติดถนนใหญ่ถนนประเสริฐมนูกิจ ให้บริการแบบนั่งทางในร้าน, chef’s table, catering และ delivery ร้านเปิดทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 11.00-21.00 น. (ร้านปิดทุกวันจันทร์) สอบถามโทร : 061-542-6666 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook, Instagram, Line : @uptojugkitchen

Virtual Tour ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654519

วันที่ 02 มิ.ย. 2564 เวลา 12:45 น.

Virtual Tour ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลกสิงคโปร์พาทัวร์ประติมากรรมเป่าแก้วระดับโลกครั้งแรกในเอเชีย กับศิลปินระดับโลก เดล ชิฮูลี จัดเต็มผลงานสุดอลังการ

สิงคโปร์ พาชมประติมากรรมเป่าแก้วขนาดยักษ์สุดอลังการ จากศิลปินชาวอเมริกันชื่อก้องโลกอย่าง เดล ชิฮูลี (Dale Chihuly)ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการประติมากรรมเป่าแก้วกว่า 46 ปี และได้รับยกย่องว่าเป็นผู้ปฏิวัติงานหัตถกรรมให้กลายเป็นวิจิตรศิลป์ ด้วยพรสวรรค์ในด้านศิลปะตั้งแต่วัยเยาว์ผนวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะขยายกรอบความคิดสร้างสรรค์ด้วยการออกแบบแก้วที่เป็นวัสดุพื้นฐานมาขึ้นรูปด้วยเทคนิคการเป่ารูปแบบใหม่ ทำให้เกิดชิ้นงานประติมากรรมแก้วเป่าที่วิจิตรตระการตาหาใครเลียนแบบได้ยาก

ถือเป็นครั้งแรกของเอเชียที่ เดล ชิฮูลี ได้ขนทัพงานประติมากรรมเป่าแก้วขนาดยักษ์มาจัดแสดงถึงประเทศสิงคโปร์แบบจัดเต็ม เนรมิตให้ การ์เด้นส์ บาย เดอะ เบย์ (Gardens by the Bay) กลายเป็นสวนสวรรค์ด้วยแนวคิด “Glass in Bloom” ที่อบอวลไปด้วยประติมากรรมแมกไม้ดอกไม้แก้วหลากสีนานาพันธุ์ โดยแบ่งการจัดแสดงตัวผลงานออกเป็น 6 โซน แยกเป็น2 ส่วน คือภายในอาคารได้แก่ฟลาวเวอร์ โดม(Flower Dome) และ คลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest) และส่วนภายนอกอาคารซึ่งจัดแสดงยาวไปถึงเดือนสิงหาคมเลยทีเดียว

เริ่มต้นที่ส่วนฟลาวเวอร์ โดม (Flower Dome) และคลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest)ซึ่งเป็นโซนภายในอาคารประกอบไปด้วย 2 โซนการจัดแสดง ได้แก่

· โซนฟลาวเวอร์ โดม (Flower Dome)กับประติมากรรมWhite Towerเป็นงานประติกรรมที่พัฒนาปรับรูปทรงของโคมไฟระย้าแบบเวเนเชียน (Venetian) ให้มีความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ขึ้นยิ่งกว่า ด้วยการดัดแปลงให้วางในแนวตั้งแทน สำหรับประติมากรรมชิ้นต่อมา Erbium Reeds, Trumpet Flowers and Neodymium Reedsได้ทดลองนำเอาธาตุโลหะนีโอไดเมียมและเออร์เบียมมาผสมเข้ากับแก้วจนเกิดสีม่วงแดง และสีม่วงเข้มแวววาวสะท้อนแสง โดยประติมากรรมทั้งหมดตั้งอยู่รายล้อมเหล่าบุปผาชาตินานาพันธุ์ ได้แก่ ดอกบีโกเนีย ดอกกุหลาบ ดอกไฮเดรนเยีย และต้นปาล์ม ซึ่งเมื่อแสงตกกระทบแล้วยิ่งเสมือนหลุดเข้าสู่ป่ายามค่ำคืน บนดาวแพนโดร่า ในภาพยนตร์เรื่องอวตารอย่างไรอย่างนั้น

· โซนคลาวด์ฟอเรสต์ (Cloud Forest) มีประติมากรรมชิ้นเด่นอย่าง Cloud Forest Persianได้ปรับเปลี่ยนสีและการเรียงตัวของรูปทรงชิ้นงานให้สอดคล้องกับน้ำตกในโดมของโยนนี้ โดยใช้สีฟ้าที่สื่อถึงสายน้ำของน้ำตก และการจัดเรียงทรงให้ทอดยาวไปตามทิศทางการไหลของสายน้ำ ทำให้เกิดความรู้สึกสวยงามตระการตา

สำหรับส่วนที่สองซึ่งมีอาณาเขตบริเวณกว่า 70% ของพื้นที่คือส่วนภายนอกอาคาร ประกอบไปด้วย 4 โซนการจัดแสดง ได้แก่

· โซนทะเลสาบ Dragonfly Lake ที่กว้างใหญ่กับประติมากรรม Float Boat and Floats เกิดขึ้นโดยบังเอิญขณะทดลองเป่าแก้วแล้วโยนลงไปในแม่น้ำนูตาโจกิ (Nuutajoki)ในประเทศฟินแลนด์ เพื่อดูการกระจายตัวของชิ้นงานกลับพบว่า ชิ้นงานแก้วเป่าทรงกลมเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดกับภูมิทัศน์ของแม่น้ำ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เริ่มเป่าแก้วเป็นทรงกลมหลากสีหลายขนาดลงในเรือไม้ ซึ่งเหมาะเจาะอย่างน่าอัศจรรย์กับโซนทะเลสาบแห่งนี้

· โซน Serene Garden) กับประติมากรรม Red Bamboo Reedsที่ทดลองเป่าแก้วให้มีรูปทรงยืดขยายออกไปเป็นทรงยาว โดยใช้เทคนิคเฉพาะด้วยการเป่าลมผ่านท่อของเครื่องเป่าแก้วที่ถูกยกขึ้นด้วยลิฟต์จึงออกมามีลักษณะคล้ายกับต้นกกที่สูงแหลมแทงยอดขึ้นเหนือท้องฟ้าและมีข้อปล้องเหมือนกับลำต้นไผ่ และประติมากรรม Ethereal White Persians ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพื้นผิวผนังบนเพดาน และองค์ประกอบในโคมไฟระย้าของหอคอย ผสมผสานกับศิลปะแบบชาวเปอร์เซียนโบราณที่ทำให้หวนระลึกถึงศิลปวัฒนธรรมในตะวันออกไกล 

· โซน World of Plants มีประติมากรรมที่เด่นอย่าง Orange Hornet Chandelier ที่ปรับเปลี่ยนรูปทรงของโคมไฟระย้าในแบบโบราณให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น จากการจำลองเอารูปลักษณ์ที่เป็นข้อปล้องของต่อและแตนมารังสรรค์ให้เหมือนช่อดอกทองกวาวสีแสดซึ่งประติมากรรมชิ้นนี้ถูกจัดแสดงโดยห้อยอยู่ตรงบริเวณซุ้มประตูของโซน

· และโซน Meadow ซึ่งเป็นโซนสุดท้ายที่มีประติมากรรมที่แปลกตาอย่าง Setting Sun หรือ “สุริยัน” ด้วยรูปทรงที่เป็นเปลวเพลิงสีเหลืองและแดงขนาดยักษ์อันสื่อถึงความกล้าหาญ โชติช่วง ร้อนแรง ดุจเปลวสุริยะที่แผดเผา โดยเป็นผลงานคู่ตรงข้ามกับ Moon หรือ “จันทรา” ที่นำเอาแก้วเป่าทรงแบนหลากหลายขนาดมาเชื่อมต่อกันด้วยโครงเหล็กทรงกลม ชวนให้นึกถึงหลุมบ่อที่อยู่บนดวงจันทร์ พร้อมทั้งเลือกใช้สีขาวโอปอลและสีน้ำเงินเข้ม ที่สื่อถึงความสงบ ความเรียบง่าย และความเยือกเย็น

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนิทรรศการประติมากรรมเป่าแก้วจากศิลปินระดับตำนาน “เดล ชิฮูลี: กลาส อิน บลูม” (Dale Chuhuly: Glass in Bloom) ซึ่งการท่องเที่ยวสิงคโปร์อยากจะขอเชิญชวนคนไทยที่มีใจรักในงานด้านศิลปะร่วมติดตามรับชมภาพสวยๆ ของงานประติมากรรมเป่าแก้วในครั้งนี้ ที่สามารถรับชมในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Tour) ได้ด้วยโดยจัดแสดงถึงวันที่ 1 ส.ค. นี้ ผู้สนใจรับชมได้ที่ www.chihulyinbloom.com