รวมโปรปัง! จาก 14 ร้านดังเครือ CRG #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/654268

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 10:55 น

รวมโปรปัง! จาก 14 ร้านดังเครือ CRGชี้เป้าโปรเด็ดๆ ดีลโดนๆ ที่จัดมาให้แบบคุ้มๆ จาก 14 ร้านอาหารชั้นนำในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป อยากกินอะไร ถูกใจเจ้าไหน สั่งเลย!!!

ช่วงเวลาแบบนี้ การสั่งอะไรมากินที่บ้านน่าจะเป็นช่วงเวลาที่ฟีลกู๊ดที่สุดแล้ว แถมไม่ต้องกังวลว่าฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ ออกไปไหนก็ไม่ต้องคอยระวัง วันนี้เรารวบรวมโปรดีๆ จากร้านอาหารในเครือ CRG กับ 14 ร้านอาหารชั้นนำมาเสิร์ฟให้ถึงที่อย่างจุใจ มีแบรนด์อะไรกันบ้างไปดู

มิสเตอร์ โดนัท เสิร์ฟโปรเด็ดสุดคุ้ม ให้คุณได้พักมาเติมพลังความหวาน กับโปรโมชั่น โดนัท 8 ฟรี 8 จะ Work อยู่ที่ไหนสั่งไว้ให้ทานเพลินตลอดวันกันเลย เมื่อซื้อพอน เดอ ริง 8 ชิ้น (ชิ้นละ 29 บาท) รับฟรีโดนัท 8 ชิ้น (ชิ้นละ 22บาท) มูลค่า 176 บาท ฟรีไปเลย อร่อยสั่งได้ยาวๆ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2564 เฉพาะที่ Grabfood คลิก >> https://grb.to/2YKyFFq

อานตี้ แอนส์ เอาใจสายเดลิเวอรี่ เพียงสั่งผ่าน Gojek ส่งฟรีในระยะไม่เกิน 3 กิโลไม่มีขั้นต่ำ เพียงใส่โค้ด FREEDELI พร้อมพิเศษกว่านั้น เมื่อซื้อ Golden Sping คู่กับAlmond Stix จากปกติ 124 บาท จ่ายเพียง 99 บาท เท่านั้น ดีลดีๆแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ สั่งเลยวันนี้ จนถึง 30 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น คลิก>> bit.ly/32vCGBK

เปปเปอร์ ลันช์ ปล่อยโปรเด็ดใจถึง ให้กับแฟนๆของ Lineman ซื้อ 1 แถม 1 ส่งเมนูข้าวเปปเปอร์เนื้อและไก่ จ่ายเพียง 195 บาท ได้ไปเลยทั้ง 2 จาน ฝากท้องไว้ในราคาสุดคุ้มมีที่นี่ที่เดียว ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง 9 มิถุนายน 2564 เฉพาะ สาขาที่ร่วมรายการทุกสาขายกเว้น สนามบินดอนเมือง , ฟู้ดรีพับลิค สยามเซ็นเตอร์, ฟู้ดพาทีโอ้เซ็นทรัลพลาซา บางนา และ Grab Kitchen สาขา Happy Avenue ลาดพร้าว 101 โปรดี ดีลเด็ดขนาดนี้อย่ารอช้า สั่งเลย คลิก>> https://lineman.onelink.me/1N3T/bafb20fd

ชาบูตง ราเมน จับมือกับ GrabFood ปล่อยโปรสุดปัง “ Chabuton X GrabFood 1 Free 1” อร่อยระดับพรีเมี่ยม รสชาติต้นตำรับจากญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟความอร่อย Delivery ส่งตรงถึงบ้าน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น เฉพาะที่ GrabFood คลิก>> https://grb.to/2XwoDpZ

โคล สโตน ครีมเมอรี่ ขอร่วมส่งโปรเด็ด ไม่ว่าจะร้อน จะฝน หรือจะฤดูไหนก็สามารถมารับความอร่อยสดชื่นได้ กับ ไอศกรีม 3 รสชาติเลยยอดนิยม ได้แก่

· Grab & Go Cookie Doughn’t You Want Some 209 บาท (จากราคาปกติ 299 บาท)

· Grab & Go Our Strawberry Blond 209 บาท (จากราคาปกติ 299 บาท)

· Grab & Go Peanut Butter Cup Perfection 209 บาท (จากราคาปกติ 299 บาท)

โปรดีราคาน่าโดนขนาดนี้ อย่ารอช้า กดสั่งได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง ถึง 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น เพียงสั่งผ่าน FoodPanda คลิก>> http://foodpanda.co.th/chain/cr1ko

ไทยเทอเรส ปล่อยโปรลับสุดยอด โปรแรงจากน้องใหม่ แอพ Robinhood ที่คุ้มจนต้องบอกต่อ กับเมนู ข้าวคลุกกะปิ – หมูหวาน + เมี่ยงคำหวาน + น้ำใบเตย จากราคาปกติ 364บาท สั่งผ่านแอพจ่ายเพียง ราคา 249 บาทเท่านั้น อร่อยเลยอย่ารอช้า ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 พฤษภาคม 2564 เฉพาะสั่งผ่านแอพพลิเคชั่น Robinhood เท่านั้น

โยชิโนยะ ขอบอกต่อเคล็ดลับการใช้วันหยุดให้คุ้มค่า ไปกับการนั่งทานของอร่อย ไม่ยุ่งยาก แถมยังซื้อตุนไว้ได้อีก เพราะ ดงบุริของโยชิโนยะ แยกข้าวและเนื้อไว้อย่างดี เพื่อการเก็บรักษาจะได้ไม่เสียรสชาติ หรือหากใครที่ไม่ชอบตุน ก็สั่งเดลิเวอรี่มากินร้อนได้เลย ทุกแอพพลิเคชั่นชั้นนำ รับรอบว่าอร่อยจนคำสุดท้ายแน่นอน

โอโตยะ ปล่อยโปรเด็ดในแอพพลิเคชั่น Gojek กับดีลดี คุ้มโดนใจ ลดพิเศษ50% อร่อยได้ไม่ต้องออกจากบ้าน เริ่มต้นเพียง 200 บาท ลดไปเลย 20% คุ้มสุดขนาดนี้เพียง แค่ใส่โค้ด GJHOT ตั้งแต่วันนี้ 6 มิถุนายน 2564 คลิก >> bit.ly/3miRZWt

เทนยะ จับมือมือกับ Lineman ปล่อยโปรสุดเซอร์ไพรซ์ลดมากถึง 50% กับเมนูสุดคุ้ม ทริปเปิ้ล เอบิ เทมปุระ เทนด้ง + อูด้งต้มยำ (ไซส์ปกติ) + ยำสาหร่าย 2 ที่ จากปกติราคา 446 บาท สั่งผ่านแอพ จ่ายเพียง 223 บาท เท่านั้น สั่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 มิถุนายน 2564 คลิก >> https://lineman.onelink.me/1N3T/f05b177f

คัตสึยะ พร้อมส่งโปรดีจาก Lineman ให้คุณเอาชนะความหิว ที่กำลังทำให้ท้องร้อง กับโปรเด็ดราคาโดน เพียงสั่ง คัตสึด้งไก่ ราดชีส + คัตสึด้งสันใน ราดไข่ + ชาเขียวเย็น 16 ออนซ์ 2 แก้ว จากปกติราคา 428 บาท แต่จ่ายเพียงแค่ 214 บาทเท่านั้น ยังไม่หมดเท่านี้ เพราะยังมีอีกเมนู ที่ราคาดีโดนใจไม่แพ้กัน กับ คัตสึด้งปลากะพง ราดไข่ + คัตสึด้งกุ้ง ราดไข่ จากราคาปกติ 378 บาท สั่งผ่านแอพ เหลือเพียง 189 บาท คุ้มสุดๆขนาดนี้ อย่าปล่อยให้ท้องร้องกวนใจ กดสั่งเลยตั้งแต่วันนี้ ถึง 9 มิถุนายน 2564 คลิก >> https://lineman.onelink.me/1N3T/be0001d0

อร่อยดี เสิร์ฟโปรคุ้มแรง สั่งผ่านเดลิเวอรี่ อร่อยเด็ดราคาดี กับเมนู ข้าวผัดกะเพราดั้งเดิมหมูสับ + ไข่ดาว ราคาพิเศษเพียง 69 บาท (จากปกติ 95 บาท) สั่งเลยที่ Gojek ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น คลิก >> https://bit.ly/2E4OcL2

เกาลูน เสิร์ฟตรงความอร่อยสั่งได้แล้ววันนี้ ผ่านแอพพลิเคชั่น Robinhood ชวนมาลิ้มลองความอร่อยของตำนานติ่มซำกว่า 37 ปีจากห้องอาหารไดนาสตี้ รร. เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ กับโปรโมชั่นดี๊….ดี ลดกระหน่ำถึง 30% 3 ดีลเด็ด ราคาเท่าหน้าร้าน ปริมาณไม่ลด กดสั่งเลย ความอร่อยระดับ โรงแรม 5 ดาว ก็พร้อมส่งตรงถึงที่ สั่งได้ทุกวัน ส่งรวดเร็วทันใจ ได้ทันที เริ่ดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว โปรเด็ดขนาดนี้ มีถึง 30 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น คลิก >> https://static.robinhood.in.th/share_link.html

สลัดแฟคทอรี่ เอาใจสายเดลิเวอรี่ สั่งเยอะ ก็ส่งฟรีไกลขึ้น เอาใจทั้งคนบ้านใกล้ บ้านไกล ด้วยบริการส่งฟรีสูงสุดถึง 9 กิโลเมตร เพียงสั่งอาหารตามที่กำหนดผ่านทาง Line@ : SaladFactory จะสั่งเมนูไหนก็คุ้ม #อิ่มหมีพลีพุง แน่นอน ทั้งสลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ ข้าว และอีกกว่า 200 เมนู โปรดีขนาดนี้ มีถึง 31 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น คลิก>> https://lin.ee/nAy1OmQ

ส้มตำนัว มาบอกข่าวดีกับแฟนๆ เพราะตอนนี้สามารถสั่งส้มตำนัว Delivery ได้แล้วจาก 3 แอพพลิเคชั่นชั้นนำ ได้แก่ Lineman / Gojek / Foodpanda หรือสะดวกสั่งตรงจากสาขาเอง ได้แล้วทั้ง 6 สาขา ได้แก่ สยามสแควร์ ซอย 5 โทร. 080-068-1022 หรือ 02-251-4880, สยามเซ็นเตอร์ ชั้น 2 โทร. 080-068-1009, เซ็นทรัล แอมบาสซี ชั้น 5 โทร. 080-068-1028, เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 โทร. 080-065-9913, เมกาบางนา ชั้น 1 โทร. 080-065-9929, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 4 โทร. 080-065-9948

3 เรื่องต้องระวัง ถ้าไม่อยากหุ่นพังช่วง Work from home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/654227

วันที่ 30 พ.ค. 2564 เวลา 15:01 น

3 เรื่องต้องระวัง ถ้าไม่อยากหุ่นพังช่วง Work from homeHow to! Work from home ให้สุขภาพดี เริ่มจากการรู้จักเลือกกินสิ่งดีๆ เพียงแค่นี้ไม่ว่าจะ Work from home อีกนานแค่ไหนก็น้ำหนักไม่พุ่ง

เมื่อต้อง Work from home ทำให้หลายคนมีการขยับร่างกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่น้อยลง ประกอบการมีการตามใจปากมากขึ้น อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแบบคาดไม่ถึง ดังนั้น จะดีกว่าไหมถ้าเรามีทริคในการเลือกรับประทานสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดี และน้ำหนักไม่พุ่ง ฟิตแอนด์เฟิร์ม เพื่อพร้อมสำหรับการใส่เสื้อผ้าตัวเก่งไปทำงานเมื่อสถานการณ์ปกติ

ระวังแป้งและน้ำตาล พร้อมเพิ่มกากใยในมื้ออาหาร

แน่นอนว่าเมื่ออยู่บ้าน หลายคนอาจจะเบื่อและมีความกังวล เลยสรรหาเมนูของหวาน เพิ่มน้ำตาลในเลือด คลายความเครียด ดังนั้นหากอยากกินพวกแป้ง ควรหันมากินแป้งขัดสีอย่างข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง หรือขนมปังโฮลวีตแทน เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายด้วยน้ำผึ้งมะนาว และถ้าหากใครอยากรับประทานกากใยเพิ่ม และอยากให้ระบบขับถ่ายทำงานดีมากขึ้น ลองหาตัวช่วยดีๆ ที่มีใยอาหารชนิดละลายน้ำ ผสานสารสกัดจากธรรมชาติ ผักและผลไม้หลากหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ ส้ม มิกซ์เบอร์รี่ และทับทิม พร้อมมีใยอาหารชนิดละลายน้ำ เช่น อาคาเซียกับโอ๊ต เบต้า กลูแคน โพลีเด็กซ์โตรส ไซเลียม อัสค์ เป็นต้น มาเป็นตัวช่วยเพิ่มใยอาหารในระบบทางเดินอาหาร และช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่ายให้เป็นไปตามปกติ ดื่มง่าย เพราะมีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งและสดชื่นกับมะนาวชนิดผง

อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดโปรตีน

หลักการทางโภชนาการแนะนำว่าในคนวัยทำงานสุขภาพปกติต้องการโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ดังนั้น อาหารในแต่ละมื้อควรมีโปรตีนดีๆ อย่าง ไข่ไก่ ปลา ไก่ ถั่ว เต้าหู้ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะถ้าร่างกายขาดโปรตีนจะทำให้กล้ามเนื้อเสื่อมสลายง่าย ที่สำคัญโปรตีนจะช่วยให้เรารู้สึกอิ่มได้นานขึ้นด้วย และ ลดความอยากกินขนมระหว่างวันได้ โดยเฉพาะสายวีแกน ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ ทำให้ส่วนใหญ่ต้องทำอาหารเอง ตัวช่วยดีๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืชที่มีความโดดเด่นในการนำโปรตีนจากแหล่งที่ดีที่สุด คือโปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา และโปรตีนสกัดจากถั่วลันเตาสีทอง ไม่ตัดแต่งทางพันธุกรรม นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส มาไว้ใน 1 เดียว รวมทั้งผสมแคลเซียมและวิตามินดี มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งแตกต่างจากนมถั่วเหลืองทั่วไป เพราะการสกัดเอาไขมันออกจึงไมมีไขมัน แลคโตส และโคเลสเตอรอล ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล “อิริทริทอล” โดยสามารถเสริมความอร่อยให้ฟินยิ่งขึ้นด้วยการปรุงเป็นเมนูเครื่องดื่มหลากหลายสไตล์ ดื่มได้ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำตาล และให้โปรตีนที่สามารถดูดซึมเร็ว ทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่

ทานให้อิ่ม แต่แคลอรี่น้อย

2 กฎเหล็ก ที่ต้องจำให้ขึ้นใจยุคที่ความสะดวกสบายเสิร์ฟให้กับเรา ถ้าไม่ต้องการให้น้ำหนักตัวพุ่งจนใจหาย เพราะเมื่อหิวเราจะทานอาหารในปริมาณเยอะ สำคัญที่เราต้องทานอาหารให้อิ่ม แต่ต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่น้อย ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด และหันมาเลือกสั่งอาหารที่มีประโยชน์ หรือ สั่งอาหารสด ผัก ผลไม้ รวมถึงเครื่องดื่มยอดฮิตชานมไข่มุก น้ำหวานต่างๆ ถ้าเสพติดแล้วดื่มทุกวันคงไม่ดีแน่ มาหาเครื่องดื่มทดแทน เป็นไอเท็มเครื่องดื่มที่มีประโยชน์อย่าง เครื่องดื่มธัญญาหารสำเร็จรูปกลิ่นข้าวโพดไม่ใส่น้ำตาลทราย ก็สามารถเป็นเมนูของว่างได้ง่ายๆ และอิ่มท้อง เพราะใน 1 ซองจัดเต็มด้วยธัญพืชนานาชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วเหลือง และมอลต์สกัด และเสริมคุณประโยชน์ด้วย เวย์โปรตีน ใยอาหารโอลิโกฟรุกโตสที่ดีต่อสุขภาพ ใน 1 ซองให้พลังงาน 100 กิโลแคลอรี ซึ่งถือว่าเป็นของว่างที่น่าเสิร์ฟลงท้องอีก 1 ทางเลือก

ส่องความยูนีคพร้อมอัพเดทเทรนด์เพิ่มสีสันให้ตัวเอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653986

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 13:15 น.

ส่องความยูนีคพร้อมอัพเดทเทรนด์เพิ่มสีสันให้ตัวเองAbsolute Siam Store ชวนสายแฟอัพเดทเทรนด์เพิ่มสีสันให้ตัวเอง กับคอลเลคชั่นใส่สบายๆ แฝงความยูนีค ที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

Absolute Siam Space พื้นที่แห่งการอัพเดทแบรนด์แฟชั่นใหม่ๆอยู่เสมอภายใต้ร้าน Absolute Siam Store แหล่งรวมสินค้าแฟชั่น งานดีไซน์ไลฟ์สไตล์ และความคิดสร้างสรรค์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะทั้งสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และคอลลาบอเรชั่น ระหว่างแบรนด์ไทยดีไซเนอร์ชื่อดังหรือสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่เคยมีมาก่อน แตกต่างไม่เหมือนใคร พร้อมเผยโฉมคอลเลคชั่นจาก 3 แบรนด์ให้ได้จับจองเป็นเจ้าของแล้วที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

waterandothers (วอเตอร์แอนด์อาเธอร์ส)

waterandothers

waterandothers (วอเตอร์แอนด์อาเธอร์ส) ดับความร้อนด้วยชุดว่ายน้ำสุดชิคมีสไตล์ไม่ซ้ำใคร ซิกเนเจอร์จะมีความเป็น feminine ผู้หญิงสูง colourful สีสันสดใส และ Functionable ใช้ประโยชน์ได้ มีแพทเทิร์นที่คลาสสิค สามารถใส่ได้นานไม่เอาท์ มีติดตู้เสื้อผ้าไว้ถือเป็น classic piece ได้ดีทีเดียว หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ยังร่วมสมัยอยู่แน่นอน ที่สำคัญการออกแบบจะคำนึงถึงการรองรับสรีระผู้หญิงมากๆ จะใส่อวดหุ่นสวยริมชายหาด ถ่ายรูปโพสต์ท่าสวยริมสระ หรือใส่ลงสระว่ายน้ำจริงไปเลยก็ไม่มีปัญหา เรียกได้ว่ามีดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ไม่เหงามีลูกเล่นเล็กๆแฝงในชุด พร้อมสีสันสดใสที่มาเติมความสดชื่น

SCULPTURE Studio

SCULPTURE Studio (สคัลป์เจอร์ สตูดิโอ) แบรนด์ที่เริ่มต้นจากความรักแบบฉบับโครงสร้างนิยมที่มุ่งมั่นจะเติบโตไปเป็น “ไลฟ์สไตล์ แบรนด์” ที่สดใสแข็งแรง แบรนด์มีความสนใจในเรื่องของการสร้างสังคมที่ดีขึ้นกว่าเดิม สังคมที่ไร้การกดขี่ข่มเหง แบ่งแยกกีดกัน สะท้อนผ่านการออกแบบงานในแต่ละคอลเลคชั่น ที่จะมีความแปลกใหม่และเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ดึงให้ผู้คนฉุกคิดและช่วยกันก้าวผ่านกรอบเดิมเพื่อโลกที่ดีกว่า โดยคอลเลคชั่น Human Contest นำเสนอในเรื่องของการจำกัดสิทธิเสรีภาพ การรับรู้ – ยอมรับ มองว่าอัตลักษณ์ของผู้คนในยุคดิจิทัลและโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ผู้คนแบ่งแยกตัวตนในโลกความจริงกับโลกเสมือน ทำให้เกิดร่างอวตารที่ผู้คนแต่งแต้มแต่งเติมจนความจริงถูกบิดเบือน ผู้คนถูกปฏิเสธจากโลกความเป็นจริงในสังคมทุนนิยม

คอลเลคชั่นนี้หยิบประเด็นเหล่านี้มาตั้งคำถามและสร้างองค์ประกอบสื่อถึงมนุษย์อวตารที่ต้องผ่านประสบการณ์อย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นการบีบรูป ยืดตัวที่กลายมาเป็นคัตติ้งของเสื้อแจ็คเก็ตที่โดนอัดบีบ,กระโปรงอัดพลีทที่เส้นบิดเบี้ยว , กางเกงยีนส์และเสื้อโปโลถูกดึงยืดจนกลายเป็นเดรส รวมไปถึงการนำเครื่องหมาย LIKE / COMMENT / HEART มาทำเป็น Signature Print สำคัญของ Collection นี้และ Iconic figure ที่สำคัญใน collection นี้ คือหญิงชราที่แลดูละม้ายคล้าย Margaret Thatcher ผู้ที่เป็นตัวแทนของสังคมแสน Conservative จึงเกิดการสร้าง AVATAR MODEL ขึ้นมาใน Collection หลอมรวมเอาภาพของ Magaret Thatcher เข้ากับผู้หญิง ผู้ชาย หลากหลายชาติพันธ์ มีผมสีชมพู ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ที่แน่ชัด เพื่อสื่อถึงจุดประสงค์ การทำ Collection และของ Brand ที่มุ่งเน้นถึง สังคมยุคใหม่ที่ไร้ซึ่งพรมแดน และกฎเกณฑ์ที่กีดกันและขัดขวางการเติบโตของสังคมยุคใหม่

Collector Project

Collector Project (คอลเลคเตอร์ โปรเจค) เป็นแบรนด์ที่เกิดจากความชอบส่วนตัวในการเก็บสะสมผ้าและข้าวของต่างๆที่ได้มาจากการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆทั้งในและต่างประเทศ วัสดุที่นำมาใช้ในแต่ละคอลเลคชั่นจึงมีจำนวนจำกัดแต่ก็เป็นการนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบดั้งเดิมของวัสดุ ในแต่ละคอลเลคชั่นของ Collector Project จึงมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของวัสดุ เน้นการผลิตบนเสื้อผ้าชิ้นคลาสสิคเพียงไม่กี่ชิ้น อย่างเสื้อ Camp Collar Shirt , กางเกงขาสั้น ,เสื้อยืด , แจ็คเก็ต ฯลฯ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การบอกเล่าความพิเศษของวัสดุมากกว่าการตามเทรนด์ ทุกคอลเลคชั่นจะไม่มีกำหนดเวลาเหมือนเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีกำหนดตามฤดูกาล แต่จะมาจากการได้มาซึ่งวัสดุในการผลิตตามช่วงเวลานั้นๆมากกว่า ที่สำคัญสินค้าในกลุ่ม one of a kind ,limited edition จะมีเพียงตัวเดียวชิ้นเดียวไม่สามารถทำเพิ่มได้อีกเนื่องจากวัสดุที่ใช้จะเป็นวินเทจ

จากแนวคิดของแบรนด์นำไปสู่การสร้างสรรค์คอลเลคชั่น sex education 101 แรงบันดาลใจจาก ปฏิทินอีโรติควินเทจในยุค 60 เป็นการตีแผ่เรื่องราวทางเพศของแบรนด์ที่นำภาพจากสมุดภาพตัดแปะสะสมส่วนตัวของบุคคลนิรนามที่เจอจากแผงของเก่ามาทำเป็นลวดลายเสื้อผ้าทั้งหมดของคอลเลคชั่นนี้ นำเสนอผ่าน camp collar shirt ,กางเกงขาสั้น ,เสื้อ T-shirt เป็นสไตล์สบายๆ ที่ดูลงตัว

แวะชมสินค้าหรืออัพเตทเทรนด์ใหม่ๆ ได้ที่ร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หรือเลือกช้อปปิ้งผ่าน OneSiam Ultimat Chat & Shop ช้อปล้ำนำเทรนด์ กับประสบการณ์การแชทแอนด์ช้อปที่ง่ายและสนุกกว่าเดิม ผ่านทาง https://onesiam.one-viz.com หรือ Line@ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่มช้อปได้ทันที หรือช้อปผ่าน FB Messenger ที่ FB Page OneSiam ง่ายๆแค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย หรือจะเป็นบริการพิเศษ Call & Shop ช้อปให้ทุกอย่างแค่คุณโทรมา บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิก VIZ Card และ Platinum M Card ช้อปได้ทุกอย่างที่ต้องการในสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ โทร. 063-205-7989 หรือ 063-205-7974 พร้อมบริการทุกวัน

ทางรอดท่องเที่ยวไทยในยุค Next Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653982

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 11:15 น.

ทางรอดท่องเที่ยวไทยในยุค Next Normalสตาร์ทอัพแนะ 5 ทางรอดท่องเที่ยวไทยในยุค Next Normal

สตาร์ทอัพธุรกิจท่องเที่ยว “มาคาเลียส” (Makalius) แหล่งรวมอี-วอเชอร์ ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย เผยประเทศไทยแม้เจอวิกฤตโควิด-19 หนักอย่างไร แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังไงก็ฟื้นตัว แต่ผู้ประกอบการต้องรู้วิธีการรับมือในยุค Next Normal เพราะไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป สงครามราคาไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ตรงจุด คุณภาพ ความปลอดภัย เทคโนโลยี ทักษะ และการผนึกกำลังแบบบูรณาการ คือรูปแบบการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน 

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) กล่าวว่า “วิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตที่รุ่นแรงที่สุดในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยและทั่วโลกได้พบเจอ ส่งผลต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบอย่างมหาศาลกับธุรกิจทุกภาคส่วน โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศไทย แต่ทั้งนี้จากประสบการณ์การบริหารงานของบริษัทแม่ในโซนยุโรปประกอบกับการดำเนินงานในประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประเมินว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยจะฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติได้เหมือนทุกครั้งที่เคยเกิดวิกฤตต่างๆ เพราะประเทศไทยมีเอกลักษณ์ที่เป็นแม็กเน็ตสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมาย อาทิ วัฒนธรรมประเพณี ความงดงามของธรรมชาติ อาหารการกิน ค่าใช้จ่ายต่อการท่องเที่ยว เป็นต้น แต่สิ่งที่จะตามมาภายหลังจากพายุโควิด-19 สงบลง คือการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ยุค “Next Normal” หรือยุค “การเปลี่ยนแปลง” เพราะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องปรับตัวตาม

ดังนั้น การเรียนรู้วิธีการรับมือให้เร็วคือทางรอดของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยมาคาเลียสมองว่า 5 แนวทางที่สำคัญในการเตรียมความพร้อมและสร้างระบบการท่องเที่ยวยุค Next Normal ได้นั้น คือ “คุณภาพและประสบการณ์” (Quality & Experience) ของผลิตภัณฑ์หรือการบริการ คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะพิจารณาเป็นอันดับแรกมากกว่าเรื่องของราคา เพราะการออกไปท่องเที่ยวในแต่ละครั้งนักท่องเที่ยวจะคิดเยอะขึ้น ดูความสมเหตุสมผลระหว่างราคากับคุณภาพ และที่สำคัญในแต่ละทริปต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อีกด้วย ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องสร้างคุณภาพของบริการที่จับต้องได้มากกว่าการทำโปรโมชั่น ยกตัวอย่างเช่น เปลี่ยนการจำหน่ายแพคเกจแบบการลดราคา เป็นการเพิ่มกิจกรรมต่างๆ ที่จะสร้างความสนุกให้กับทริปท่องเที่ยว เป็นต้น

แนวทางต่อมาคือ “ความปลอดภัย” (Hygiene) ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในยุค Next Normal ทั้งความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของห้องพัก รวมถึงการให้บริการที่เน้นแบบไร้สัมผัส (Contactless Services) ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น e-Voucher เปลี่ยนจากกระดาษเป็นออนไลน์ e-Concierge เปลี่ยนจากการเช็คอินที่เคาเตอร์เป็นการให้บริการเช็คอินที่ห้องพัก เพื่อลดการแออัดบริเวณพื้นที่ส่วนรวม และ Digital payment การชำระเงินด้วยรูปแบบการโอนจ่าย หรือการจ่ายผ่านเหรียญคริปโต (Crypto Currency) ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นบริการใหม่ของทางมาคาเลียสที่ได้เปิดใช้งานแล้วและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

“เทคโนโลยี” (Tech) ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการยกระดับคุณภาพของงานบริการ ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีผู้ประกอบการหลายแห่งนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการ เช่น การใช้แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน สำหรับการเช็คอิน การเช็คเอาท์ การสอบถามข้อมูล รวมไปถึงการให้บริการ Room Service แทนการใช้โทรศัพท์ในห้องพัก เพิ่มความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว เพราะสามารถใช้บริการได้ทุกที่ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการติดตามนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย

และที่ขาดไม่ได้คือ “ทักษะ” (Skill) เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริการมากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบบริการเปลี่ยนไป บางสายงานอาจถูกลดจำนวนลง ดังนั้น บุคลากรควรมีการ Upskill คือการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมมาพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น การเพิ่มทักษะภาษาจีนจากเดิมที่มีทักษะภาษาอังกฤษอยู่แล้ว เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวชาวจีน เป็นต้น และ Reskill การเปลี่ยนองค์ความรู้เดิมเพื่อรับมือกับสายอาชีพใหม่ที่จะเกิดขึ้น เช่น เดิมเป็นเจ้าหน้าที่ออฟฟิศรับจองห้องพัก แต่เมื่อ Ai เข้ามาทำงานแทน เราอาจผันตัวเองมาเรียนเป็นผู้สอน SUP Board เพราะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางน้ำที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เป็นต้น

นางสาวณีรนุช กล่าวต่อว่า “แนวทางสุดท้ายที่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยนำพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุค Next Normal คือ “บูรณาการ” (Integration) เพราะการทำงานเพียงลำพังคนเดียวอาจไม่ใช้ทางออกที่ดีที่สุดของการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว ดังนั้น ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องร่วมมือและผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมไปถึงกลุ่มชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยควรจะเป็น รวมถึงการร่วมมือกันกำหนดแนวทางการแก้ไข ดูแล และป้องกัน หากเกิดวิกฤตต่างๆ ขึ้นอีกครั้ง”

Ermenegildo Zegna คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2021 สะท้อนความเรียบง่าย สบายๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653983

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 11:05 น.

Ermenegildo Zegna คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2021 สะท้อนความเรียบง่าย สบายๆErmenegildo Zegna คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2021 นำเสนอลุคที่ดูเรียบง่าย สบายๆ เรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งงานตัดเย็บอันประณีต

แอร์เมเนจิลโด เซนญ่า (Ermenegildo Zegna) คอลเลคชั่นฤดูร้อน 2021 นำเสนอลุคที่ดูเรียบง่าย สบายๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์ของ Ermenegildo Zegna โดยการหลอมรวมระหว่างธรรมชาติกับงานเสื้อผ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเฉดสีที่เลือกใช้เป็นเฉดสีที่มีความนุ่มนวลอ่อนโยน และเนื้อผ้าที่ใช้มีความโปร่งเบาแต่เหนียวแน่น ทำให้ใส่สบายมากขึ้น รวมถึงมีการนำเสนอฟังก์ชั่นของเสื้อผ้าที่แปลกใหม่ อย่างการนำกระเป๋าหรือซิปออกมาไว้ข้างนอกอีกด้วย จากความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์ทำให้คอลเลคชั่นนี้มีดีไซน์ที่แตกต่าง สามารถสวมใส่ในลุคสบายๆ ที่คงความเรียบง่าย ดูดี แอบแฝงไปด้วย ความแข็งแกร่ง

สำหรับคอลเลคชั่นนี้ อเลสซานโดร ซาร์โตริ อาร์ทิสติกไดเร็กเตอร์ ได้แรงบันดาลใจมาจากการหลอมรวมโลก ที่แตกต่างเข้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้คอลเลคชั่นนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมกันของอารมณ์และความรู้สึก ความสมดุล ของอดีตและอนาคต ข้างในและข้างนอกที่สอดประสานกลมกลืนกันอย่างเหนียวแน่น

เอาชนะ Food Coma เลิกถ่างตาหลังกินอิ่ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653927

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 15:30 น.

เอาชนะ Food Coma เลิกถ่างตาหลังกินอิ่ม“หนังท้องตึง หนังตาหย่อน” รู้จักกับอาการง่วงนอนหลังจากการรับประทานอาหาร (Food Coma) พร้อมหาวิธีเอาชนะอาการไม่พึงประสงค์ของคนทำงาน ก่อนบานปลายหลับยาวช่วง Work from Home

ตอนทำงานที่ออฟฟิศมีเพื่อนร่วมงาน แต่เมื่อต้องทำงานที่บ้านช่วง Work from Home แบบนี้ อาการง่วงนอนหลังกินอิ่มอาจเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม เรื่องนี้ทางการแพทย์เรียกว่า ฟู้ดโคม่า (Food Coma) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้เมื่อเรารับประทานอาหารในแต่ละมื้อที่มักประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เมื่อผ่านระบบการย่อยอาหารแล้วร่างกายจะกลั่นกรองน้ำตาล หรือกลูโคส ที่สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดนำไปใช้เป็นพลังงานในการใช้ชีวิตประจำ แต่ก็ยังมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งมาจากอาหารที่เราทานเข้าไปเช่นเดียวกัน เรียกว่า ทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งสารนี้จะเข้าสู่สมองและระบบประสาททำให้ลดความตึงเครียด และทำให้เราเกิดอาการง่วงนอนได้

สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิด Food Coma นั้นมีด้วยกันหลายสาเหตุ ไม่ได้เกิดจากการทานอาหารอิ่มจนเกินไปเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ การโหมงานหนักมากเกินไปในช่วงเวลาเช้า การทานอาหารประเภทแป้งและคาร์โบไฮเดรตในมื้ออาหารมากเกินไป ทานอาหารที่มีกรดไขมันมากไปทำให้สมองหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน และเมลาโทนินออกมา ซึ่งมีผลทำให้ง่วงนอน ซึม และรู้สึกเหนื่อยล้า

ป้องกันไว้ก่อนง่วงเพราะอาการ Food Coma

  • ควรนอนหลับให้เพียงพอในเวลากลางคืน โดยพักผ่อน 7-8 ชั่วโมงต่อคืน เพราะเป็นเวลาที่ไม่มากเกินและไม่น้อยเกินไป และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของการนอนหลับที่ดี
  • เลือกใช้เวลาในการพักเที่ยงเดินย่อย ออกกำลังกายเบาๆ ให้เลือดไหลเวียนและสมองทำงานได้เต็มที่ รวมถึงยังสามารถช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นในเวลากลางคืนอีกด้วย
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวันเพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น
  • จัดการงานกองโตที่แสนน่าเบื่อบนโต๊ะทำงานในช่วงเช้า เพราะเป็นช่วงที่สมองกำลังตื่นตัว หากสะสมมาทำตอนช่วงบ่าย หรือหลังรับประทานอาหารมื้อกลางวัน อาจทำให้เรารู้สึกเบื่อ เหนื่อย เพิ่มความล้า และกระตุ้นการง่วงนอนได้

4 เทคนิคเอาชนะอาการ Food Coma ที่เกิดขึ้นระหว่างวัน

1 เทคนิคสร้างความตื่นตัว หลังกินอาหารเที่ยงเสร็จควรหากิจกรรมอื่นๆ ทำก่อนไปลุยงานนั่งโต๊ะทำงาน หรือลองเคลื่อนไหวร่างกายมากกว่าปกติ เลือกงานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนไว้ทำช่วงหลังพักเที่ยง 

2 เทคนิคปรับพฤติกรรมการกิน สำหรับคนที่ชอบง่วงหลังมื้ออาหารเป็นประจำ แนะนำให้กินอาหารพอดีคำ เคี้ยวช้าๆ ลดความเร็วในการกินอาหาร เพื่อให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนัก นักวิจัยพบว่าอาหารที่อ่อนหรือมีลักษณะเป็นของเหลวจะช่วยลดอาการ Food Coma ได้ และดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อเป็นการบังคับให้ร่างกายตื่นตัว ทำให้อยากเข้าห้องน้ำ จะได้ไม่นั่งแช่นานๆ

3 เทคนิคเลือกกิน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง แป้ง ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มรสหวานจัด เปลี่ยนไปทานผลไม้ยามบ่ายที่มีรสเปรี้ยวแทน เพราะอาหารที่มีไขมันสูงมักจะทำให้เราง่วงเร็ว ลองหาสมดุลคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่เราต้องการในแต่ละวัน โดยให้อยู่ในระดับที่จะไม่ทำให้เราหิวโหยมากนัก และในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้เรารู้สึกง่วงหนักจนเกิน พยายามรักษาสัดส่วนของอาหารที่ทานในแต่ละมื้อไว้

4 เทคนิคเชื่อร่างกาย ไม่ไหวอย่าฝืน สุดท้ายแล้วหากร่างกายยังฝืนถ่างตาไว้ไม่ไหวจริงๆ อาจต้องขอเวลาไปนอนพักสัก 10 นาที วิธีการง่ายๆ แบบนี้ก็อาจช่วยให้กลับมากระปรี้กระเปร่าพร้อมลุยงานอีกครั้งได้แล้ว

รวมพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653861

วันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 17:18 น.

รวมพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในอนาคตสร้างการรับรู้ในวิกฤตการณ์ความอดอยาก TikTok ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ จับมือ World Food Program ชวนร่วมแสดงพลังความคิดสร้างสรรค์ด้ผ่านแคมเปญ #อาหารที่มองไม่เห็น

TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอสั้น ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวิกฤตการณ์อาหารโลกและปัญหาความอดอยากที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานการณ์เร่งด่วนของโลกในปัจจุบัน โดยร่วมมือกับโครงการอาหารโลก (World Food Programme: WFP) เปิดตัวแคมเปญ #อาหารที่มองไม่เห็น เชิญชวนคนรุ่นใหม่ร่วมแสดงพลังความคิดสร้างสรรค์ด้วยการทำคลิปวิดีโอสั้นการทำอาหารที่ไม่มีส่วนผสม เพื่อสร้างการรับรู้ถึงภาวะความรุนแรงของวิกฤตการณ์ครั้งนี้สู่การรวมพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในอนาคต

อาหารถือเป็นพื้นฐานที่จำเป็นที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่ในทางกลับกันพบว่ายังมีผู้คนในโลกจำนวนมากกว่า 690 ล้านคนที่ประสบปัญหาด้านอาหารและเข้านอนอย่างหิวโหยในทุกๆ คืน โดยความไม่มั่นคงทางอาหารถือเป็นสิ่งที่หลายองค์กรระหว่างประเทศทั่วโลกได้หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นที่ต้องกังวล โดยเฉพาะการขาดแคลนอาหารที่แต่เดิมก็เป็นปัญหาใหญ่ของหลายประเทศอยู่แล้ว จนกระทั่งเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ไปทั่วโลก จึงเป็นประเด็นที่เข้ามาซ้ำเติมปัญหาภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารให้ยิ่งรุนแรงขึ้น ดังจะเห็นได้จากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) พบว่าในปี 2019 ประชากรโลกกว่า 2 พันล้านคนหรือ 25.9% ของประชากรทั้งโลกต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในวิกฤต COVID-19 ที่ส่งผลกระทบให้แนวโน้มของสถานการณ์แย่ลง

ในขณะที่องค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) ระบุว่ามีประชากรโลกมากกว่า 135 ล้านคนที่เข้าสู่ภาวะอดอยากในปี 2019 สอดคล้องกับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนประชากรที่ขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้นเกือบ 60 ล้านคนทั่วโลก อีกทั้งข้อมูลจากโครงการอาหารโลก (World Food Programme : WFP) ก็ระบุชัดเจนว่าในปี 2020 จะมีผู้คน 265 ล้านคนที่เสี่ยงอดอยากขาดแคลนอาหารยิ่งขึ้นจากภาวะ COVID-19

จากความนิยมของ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยมจากผู้คนทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย โดยที่ผ่านมา TikTok ได้สร้างวัฒนธรรมวิดีโอสั้นที่สร้างการมีส่วนร่วมกับคอนเทนท์จนเกิดเป็นกระแสไวรัลมากมาย รวมถึงการสร้างสรรค์และขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมผ่านคอนเทนท์ที่หลากหลาย โดยหนึ่งในคอนเทนท์ที่ได้รับความนิยมบน TikTok คือ คอนเทนท์เกี่ยวกับอาหาร ซึ่งท่ามกลางความสนุกที่ผู้คนกำลังเสพย์คอนเทนท์ที่สร้างสรรค์เกี่ยวกับอาหารที่เพลิดเพลินสวยงาม แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลกยังมีผู้คนจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์อาหารโลกที่ส่งผลให้เกิดปัญหาความอดอยากและหิวโหย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกับโครงการอาหารโลก (World Food Programme: WFP) ผ่านแคมเปญ #อาหารที่มองไม่เห็น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้คนในชุมชน TikTok ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังให้คนทั่วโลกได้เห็นว่าวิกฤตการณ์นี้กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนมากมาย และรวมพลังขับเคลื่อนด้วยการสร้างการรับรู้และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์แนวทางการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป ผ่านการสร้างสรรค์วิดีโอสั้นและใส่แฮชแท็ก #อาหารที่มองไม่เห็น 

สำหรับแคมเปญ #อาหารที่มองไม่เห็น หรือ #invisiblemeal คือ แคมเปญที่เกิดจากความร่วมมือระดับโลกระหว่าง TikTok และ โครงการอาหารโลก (World Food Programme : WFP) โดยมีความมุ่งมั่นในการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ใช้ TikTok และเชิญชวนร่วมแสดงพลังความคิดสร้างสรรค์ด้วยการทำคลิปวิดีโอสั้นทำเมนูอาหารที่ไม่มีส่วนผสม พร้อมใส่แฮชแท็ก #อาหารที่มองไม่เห็น เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนสังคมให้รับรู้ภาวะความรุนแรงของวิกฤตการณ์ความหิวโหยที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกครั้งนี้ โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พฤษภาคมนี้

ในวันนี้ TikTok ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการปลุกพลังคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงวิกฤตการณ์อาหารโลกและปัญหาความอดอยากที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก ผ่าน #อาหารที่มองไม่เห็น ซึ่งเป็นความร่วมมือกับโครงการอาหารโลก (World Food Programme : WFP) ที่จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ผู้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงวิกฤตการณ์ความอดอยากหิวโหย โดยเชื่อว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการรวมพลังสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป

เทคนิคการเลือกใช้สำลีทำความสะอาดผิวหน้าและการดูแลรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653818

วันที่ 25 พ.ค. 2564 เวลา 12:55 น.

เทคนิคการเลือกใช้สำลีทำความสะอาดผิวหน้าและการดูแลรักษาเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำการเลือกใช้สำลีให้เหมาะกับผิวหน้าเพื่อประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมเผยเทคนิคการใช้สำลีที่สัมผัสผิวหน้าโดยตรงด้วยวิธีที่ถูกต้อง ทั้งขั้นตอนการความสะอาดผิวหน้า และการบำรุงเพื่อปรนนิบัติผิว

ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในผลิตสำลีทั้งเพื่อใช้ทางการแพทย์และสำลีอเนกประสงค์มาอย่างยาวนาน ล่าสุด AIME Beauty Cotton  (เอเม่ บิวตี้ คอตตอน) แบรนด์สำลีเพื่อการดูแลและทำความสะอาดผิวหน้าโดยเฉพาะ ชวนสาวๆ มาสัมผัสประสบการณ์การการดูแลและทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ไปกับสำลีคอลลาเจน (AIME COLLAGEN) ผลิตภัณฑ์สำลีเพื่อการดูแลและทำความสะอาดผิวหน้าโดยเฉพาะพร้อมจัดงานเวิร์คช็อปเปิดตัวสำลีคอลลาเจนที่มีคุณสมบัติช่วยดูดซับสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น  กักเก็บความชุ่มชื้นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำการเลือกใช้สำลีพร้อมเทคนิคการทำความสะอาดและดูแลผิวเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนี้

การมีผิวหน้าที่สวยสุขภาพดีนั้นย่อมเกิดจากการที่เราให้ความสำคัญและมีความพิถีพิถันในการดูแลผิวหน้า นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวแล้วนั้น อุปกรณ์ทำความสะอาดผิวอย่าง ‘สำลี’ ก็ยังเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามถึงแม้ว่าสำลีจะเป็นสิ่งที่ใช้แล้วทิ้ง แต่ที่จริงแล้วถือว่ามีความสำคัญเพราะเป็นสิ่งที่ใช้สัมผัสกับผิวหน้าโดยตรง ซึ่งไม่ว่าจะมีสุขภาพผิวแบบไหน ผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม ต่างก็ต้องใช้สำลีทั้งสิ้น ทั้งเพื่อเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า เช็ดเครื่องสำอางเ ช็ดบำรุงผิว หรือใช้เป็นมาส์ก

โดยสำลีที่ดีนั้นจะต้องเป็นสำลีที่ผลิตจากใยฝ้ายแท้ธรรมชาติ มีผิวสัมผัสที่นุ่มอ่อนโยนต่อผิว ไม่มีส่วนผสมของสารเรืองแสงที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ช่วยดูดซับน้ำได้ดี และด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีความก้าวหน้าในปัจจุบัน จึงทำให้มีการผลิตสำลีที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนออกมา ทำให้เรามีตัวเลือกในการใช้สำลีที่ดีมากขึ้น ซึ่งถ้าเราใช้สำลีที่ไม่ได้มาตรฐาน มีสารปนเปื้อน ผิวหยาบ ก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ หรือสำลีที่ดูดซับน้ำได้ไม่ดี มีการกักเก็บน้ำได้น้อย ก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดลดน้อยลง

สำหรับวิธีการใช้สำลีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น จริงๆ แล้วสำคัญที่เทคนิคการใช้ ต่อให้เราเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่แพงที่สุดหรือดีที่สุดแต่เทคนิคไม่ถูกต้อง การใช้ลำลีก็ไม่เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งเราสามารถเลือกใช้สำลีได้ตามประเภทของผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ล้างหน้า โดยส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้สำลีกับคลีนซิ่งวอเตอร์เป็นหลัก และใช้กับคลีนซิ่งมิลค์เป็นตัวรองลงมา

โดยมีเทคนิคในการใช้ที่ถูกต้องก็คือ เวลาทำความสะอาดผิวหน้า เราต้องเลือกใช้สำลีที่สามารถดูดซับน้ำได้ดี เพื่อที่สำลีจะสามารถโอบอุ้มคลีนซิ่งของเราไม่ให้แห้งเร็ว เพราะเราจะไม่เช็ดหน้าในทันทีหลังจากที่แปะสำลีลงไป แต่จะต้องรอให้คลีนซิ่งทำละลายกับเครื่องสำอางก่อนประมาณ 5-10 วินาที หลังจากนั้นจึงเช็ดเครื่องสำอางออก ก็จะช่วยขจัดคราบเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นเทคนิคในการทำความสะอาดที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด หากสำลีที่เราเลือกใช้ดูดซับน้ำได้น้อย สำลีก็จะแห้งเร็วทำให้เราต้องเช็ดหน้าหลายรอบ ถือเป็นการรบกวนผิวหน้าหลายครั้ง ผิวหน้าก็จะเกิดการระคายเคือง เกิดริ้วรอยได้ง่าย

ส่วนการใช้สำลีร่วมกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอื่นๆ อย่างเช่น การใช้สำลีมาส์กหน้า ก็สามารถทำได้ หากสำลีดูดซับน้ำได้ดีก็จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างเต็มที่ มีส่วนช่วยให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวซึบซับลงสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

เคล็ดลับการดูแลผิวแบบฉบับเซเลบริตี้

“ในทุกๆวัน ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้า เราจะใช้คลีนซิ่งหยดลงบนสำลีแล้วเช็ดหน้าก่อนล้างหน้าตลอด เพราะเราทาครีมทุกวัน ถ้าใช้โฟมล้างหน้าเลย จะรู้สึกว่าไม่ค่อยสะอาด และอุดตัน สำลีจึงเป็นไอเทมที่เราใช้เยอะมากในแต่ละวัน โดยสำลีที่ดีจะต้องช่วยให้ขั้นตอนการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าง่ายขึ้น อย่างบริเวณรอบดวงตา เราก็ไม่อยากใช้สำลีถูเยอะ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองง่าย ดังนั้นต้องเลือกสำลีที่มีผิวสัมผัสอ่อนโยน นุ่มลื่น ยิ่งเป็นสำลีที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนก็ยิ่งดี เพราะจะเหมาะสำหรับการใช้กับผิวหน้าโดยเฉพาะ” …แพร-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ 

“ปกติเราเป็นคนผิวแพ้ง่าย เวลาเลือกผลิตภัณฑ์มาใช้กับผิวจะต้องเป็นสูตรที่อ่อนโยน โดยเฉพาะสำลีที่สัมผัสกับหน้าโดยตรง และต้องใช้ทุกวันก็จะพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะต้องใช้สำลีทั้งขั้นตอนการเช็ดเครื่องสำอาง และใช้โทนเนอร์ ซึ่งนอกจากผิวสัมผัสจะต้องนุ่มลื่น ไม่บาดผิวแล้ว ที่สำคัญเลยคือ เราจะชอบสำลีที่แผ่นใหญ่ อย่างสำลีคอลลาเจนที่มีขนาดแผ่นใหญ่กว่าสำลีปกติ ทำให้มีพื้นที่ในการเช็ดเยอะ เช็ดแล้วทำให้เครื่องสำอางหลุดง่าย และมีคุณสมบัติในเรื่องการดูดซับสิ่งสกปรกได้ดีด้วย เพราะจะได้เป็นตัวช่วยให้ผิวสะอาดอย่างล้ำลึกมากยิ่งขึ้น”จินนี่-เอมษิกา โชติวิจิตร

 “เราเป็นคนแต่งหน้าค่อนข้างบ่อย ดังนั้นก็จะให้ความสำคัญในเรื่องของการเช็ดทำความสะอาดเป็นอย่างมาก โดยจะใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอาง สำหรับดวงตา ริมฝีปาก และผิวหน้าโดยเฉพาะ แล้วค่อยใช้คลีนซิ่งเช็ดซ้ำอีกครั้งก่อนล้างด้วยโฟมล้างหน้า สำหรับขั้นตอนการเช็ดหน้า เราก็จะเลือกสำลีที่เหมาะกับการดูแลทำความสะอาดผิวหน้าโดยตรง ซึ่งต้องได้มาตรฐาน ไม่เป็นอันตรายต่อผิว และต้องอ่อนโยน นุ่มลื่น เวลาเช็ดแล้วไม่บาดผิว เพื่อจะได้ลดสาเหตุของการเกิดริ้วร้อย และหลังจากทำความสะอาดผิวหน้าแล้ว เราก็จะใช้สำลีมาส์กหน้าด้วยโทนเนอร์ต่อ ยิ่งสำลีมีส่วนผสมของคอลลาเจนด้วยจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวก่อนรับการบำรุงได้มากขึ้น”มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา

“การดูแลผิวเราก็ทำตามขั้นตอนปกติเลย ล้างหน้าให้สะอาด และก็บำรุง แต่เวลาล้างหน้าเราจะใช้น้ำเย็นตลอด เพื่อไม่ให้รูขุมขนกว้าง แล้วก็จะพิถิพิถันในเรื่องของการเลือกสำลีเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งที่สัมผัสกับผิวหน้าเราโดยตรง ยิ่งตอนนี้สำลีมีส่วนผสมของคอลลาเจนเนื้อสำลีนุ่มลื่น ไม่เป็นขุย ไม่ระคายเคืองผิว ผลิตจากใยฝ้ายแท้ และใยธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างบนผิวด้วย ซึ่งถูกใจเรามาก เพราะเรามองว่าถ้าผิวเสียไปแล้วมันกู้คืนยาก ถ้าเราใส่ใจทุกขั้นตอนของการดูแล ผิวหน้าจะได้สุขภาพดีในระยะยาว”โอบอุ้ม-รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา 

อิ่มเอมได้ง่ายๆ แถมปลอดภัยกว่ากับ ‘เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก’ บริการเดลิเวอรี่ถึงบ้านจากห้องอาหารโรงแรมเครือเซ็นทารา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653973

วันที่ 27 พ.ค. 2564 เวลา 10:55 น.

อิ่มเอมได้ง่ายๆ แถมปลอดภัยกว่ากับ ‘เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก’ บริการเดลิเวอรี่ถึงบ้านจากห้องอาหารโรงแรมเครือเซ็นทาราเซ็นทารากลับมาเปิดให้บริการห้องอาหาร พร้อมเปิดตัว ‘เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก’ ส่งตรงความอร่อยหลากหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ ปรุงสด สะอาด และปลอดภัยถึงบ้านจากเซ็นทารา 11 แห่งทั่วไทย

กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้วสำหรับห้องอาหารของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา และเพื่อมอบความสะดวกสบายพร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคนี้ เซ็นทาราได้เปิดตัว “เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก” (Centara Gourmet to Go) บริการเดลิเวอรี่ส่งความอร่อยถึงบ้าน นำเสนอความอร่อยจากทั่วทุกมุมโลกให้ทุกคนได้อิ่มเอมกับหลากหลายเมนูอาหารคุณภาพ ปรุงสด สะอาด และปลอดภัย ทั้งที่ห้องอาหารโรงแรมและบ้าน

สำหรับ เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก นำเสนออาหารเดลิเวอรี่เลิศรสหลากหลายสัญชาติจากห้องอาหารยอดฮิตมากมายของเซ็นทารา ทั้งห้องอาหารสเปน”อูโนมาส” และห้องอาหารอิตาเลียน “เวนติซี” ที่เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงห้องอาหารจีน “ไดนาสตี้” และห้องอาหารอิตาเลียน “ดอน จิโอวานนี” ที่เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งได้กลับมาเปิดให้บริการสำหรับการนั่งรับประทานที่ร้านแล้วเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารในรูปแบบรับประทานที่ห้องอาหารหรือแบบจัดส่งบ้าน เซ็นทารายึดความปลอดภัยด้านสุขภาพและสุขอนามัยของลูกค้าอย่างสูงสุด ภายใต้มาตรฐาน “เซ็นทารา คอมพลีท แคร์” (Centara Complete Care) หลักปฏิบัติด้านการบริการเพื่อความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เข้มงวด โดยเชฟและพนักงานทุกคนจะต้องได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้างาน รวมถึงการสวมใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากใสตลอดขั้นตอนการทำอาหาร อีกทั้งการทำความสะอาดครัวและอุปกรณ์ภายในครัวอย่างสม่ำเสมอ

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราที่ให้บริการเดลิเวอรี่ “เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก” ทั้ง 11 แห่งทั่วไทย ในกรุงเทพฯ ภาคตะวันออก และภาตใต้ ได้แก่

  • เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ห้องอาหารอิตาเลียนเวนติซีเสิร์ฟความอร่อยให้คุณถึงบ้านจากหลากหลายเมนูอาหารจานหลัก อย่างสตูว์ไก่ตุ๋นไวน์แดง แซลมอนและซอสมัสตาร์ดผักชีดิล พร้อมเมนูเรียกน้ำย่อยต่างๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 190 บาทสุทธิ

อีกทั้งห้องอาหารสเปนอูโนมาสที่นำเสนอ “อูโนมาสบรั้นช์” ให้คุณได้อิ่มเอมความอร่อยในแบบสเปนแท้ๆ ที่บ้าน ซึ่งได้รวบรวมบรรดาซีฟู้ดสดใหม่คุณภาพเยี่ยมนานาชนิด จากที่จัดเรียงรายบนน้ำแข็ง อาทิ ก้ามปูอลาสก้าเนื้อหวาน กุ้งล็อบสเตอร์แคนาเดียน กุ้งลายเสือ รวมถึงหลากหลายเมนูโคลด์ คัท สลัด และ ทาปาสต่างๆ ให้คุณได้เลือกอิ่มอร่อยตามใจชอบ ในราคาเพียง 7,999 บาทสุทธิ ต่อ 2 ถึง 4 ท่าน

  • เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

“โบวล์ส-ทู-โก ดิลิเวอรี่” มื้ออร่อยระดับห้าดาวด้วยราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นที่ 69 บาทสุทธิ พร้อมส่งความอร่อยถึงบ้านด้วยอาหารนานาชาติจากหลากหลายห้องอาหารชั้นนำของโรงแรมฯ ไม่ว่าจะเป็นอิตาเลียน ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน เพื่อให้คุณได้ลิ้มลองและอิ่มอร่อยไปกับเมนูต่างๆ อาทิ สปาเก็ตตี้เบคอน แกงไก่กับข้าวสไตล์อินเดีย ข้าวหน้าไก่หรือหมูทงคัตสึราดซอสไข่ บะหมี่แห้งเป็ดย่าง และแซลมอนทอดกับพาสต้าผัดกระเทียมซอสมะนาว

  • เซ็นทารา วอเตอร์เกต พาวิลเลียน กรุงเทพฯ

ทีมเชฟจากคาเฟ่ไนน์พร้อมปรุงอาหารอร่อย สะอาด สดใหม่ ทั้งเมนูไทยและนานาชาติมากกว่า 70 รายการ เสิร์ฟให้ท่านถึงบ้าน ในราคาสุดคุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 49 บาท

  • เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

ห้องอาหารบิสโทร 4 นำเสนออาหารหลากหลายสัญชาติทั้งไทย ยุโรป และญี่ปุ่น ส่งตรงถึงบ้านในราคาเพียง 69 – 99 บาท นอกจากเมนูอาหารคาวยังมีเมนูอาหารว่างแบบกล่อง (Snack Box) ที่มีทั้งโฮมเมดแซนวิช เบเกอรี่แสนอร่อย ขนมหวานต่างๆ พร้อมน้ำผลไม้ ให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อยทั้งมื้อเช้าและมื้อว่างตอนบ่ายที่บ้านอย่างมีความสุข

  • เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา

ห้องอาหารโอเอซิสนำเสนอเมนูเเห่งความสุข ส่งตรงถึงบ้านกับเมนูอาหารขึ้นชื่อจากทั่วทุกมุมโลก พิถีพิถันในการคัดสรรวัตถุดิบ จนได้มาเป็นเมนูคุณภาพแสนอร่อย ในราคาเริ่มต้นเพียงเมนูละ 99 บาท ทั้งอาหารยุโรปอย่างซุป พาสต้า พิซซ่าเตาถ่าน แซนวิช แฮมเบอร์เกอร์ สเต็ก และอาหารทะเล อีกทั้งตัวเลือกหลากหลายกับเมนูอาหารนานาชาติทั้งอาหารไทย ญี่ปุ่น และจีน โดยเมนูแนะนำ ได้แก่ ข้าวผัดมันกุ้งเสิร์ฟพร้อมกุ้งแม่น้ำ บะหมี่ผัดเนื้อปู ปลากะพงซอสมะขาม และผัดคะน้าฮ่องกงเห็ดหอม

  • เซ็นทารา ซันไรซ่า เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา

ห้องอาหารอูมิมอบอาหารเลิศรสหลากหลายสัญชาติ ทั้งญี่ปุ่น ยุโรป ไทย และอาหารทะเลสดๆ มากมาย อาทิ พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ และสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า ในราคา 220 บาท หรือจะเลือกอิ่มอร่อยกับเซตเมนูหมูกระทะสุดคุ้ม อย่าง “เซตฟินคนเดียว” ในราคา 59 บาท หรือจะเป็น “เซตฟินทั้งบ้าน” ที่มีทั้งหมูกระทะและอาหารทะเลสดๆ อีกมากมาย ในราคา 299 บาท

  • เซ็นทรา บาย เซ็นทารา มาริส รีสอร์ท จอมเทียน

อิ่มอร่อยได้ทั้งวันกับ Happy Meal Box ข้าวกล่องพร้อมส่งทั่วพัทยา รสชาติอร่อยและวัตถุดิบระดับโรงแรม มีให้เลือกทั้งเมนูอาหารชุดไทยและเกาหลี ในราคา 245 – 265 บาทต่อกล่อง เมนูอาหารชุดแนะนำสำหรับคนชอบอาหารสไตล์เกาหลี อาทิ ชุดราเม็งผัดกิมจิ ที่มาพร้อมหมูกรอบชุปแป้งทอด คิมบับ (ซูชิเกาหลี) สลัดผักออแกนิค กิมจิ และขนมเค้ก หรือหากชอบเมนูอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน ทางโรงแรมฯ ขอแนะนำชุดข้าวผัดต้มยำกุ้งสูตรเข้มข้น ที่มาพร้อมกุ้งโสร่งทอง ไข่ม้วนนุ่ม และผลไม้ตามฤดูกาล

  • เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน

ห้องอาหารโคสต์ บีชคลับและบิสโทร มอบความอร่อยสไตล์คอสโมโพลิถึงบ้าน ด้วย “ชุดอาหารพร้อมรับประทาน” ในราคาเริ่มต้นที่ 85 บาท ไม่ว่าจะเป็นเมนูสลัด สเต็ก อาหารทะเล พาสต้า พิซซ่า และสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการปรุงอาหารแบบแตกต่าง ห้องอาหารโคสต์ฯ แนะนำ “ชุดอาหารแบบพร้อมปรุง” ในราคาเริ่มต้นที่ 390 บาท ที่บรรจุวัตถุดิบหลักและเครื่องปรุงครบทุกรายการให้ลูกค้าได้ปรุงอาหารแบบทันทีที่บ้านด้วยตนเองอย่างง่ายดาย นอกจากนั้น ห้องอาหารโคสต์ฯ ยังมีบริการจัดส่งวัตถุดิบชั้นนำให้ลูกค้าได้เลือกสรรเพื่อปรุงอาหารในแบบฉบับของตัวเองที่บ้านอย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสเต็กวัวและซี่โครงแกะจากประเทศออสเตรเลีย ฟัวกราส์หรือตับห่านชิ้นหนานุ่ม และเนื้อปลาสดใหม่หลายรายการ

  • เซ็นทารา แกรนด์ บีช รีสอร์ท ภูเก็ต

ส่งตรงประสบการณ์ความอร่อยระดับโรงแรมหรูถึงบ้านจากครัวอิตาเลียน ห้องอาหารมาเร่ ด้วยเมนูขึ้นชื่อของโรงแรมมากมายให้เลือกสรร ในราคาเริ่มต้นที่ 220 บาท อาทิ สลัดส้มโอ อะโวคาโดและเนื้อปู สปาเก็ตตี้ทะเล และพิซซ่าพาร์ม่าแฮม นอกจากเมนูอาหารคาว ยังมีเมนูเบเกอรี่และขนมโฮมเมด หอมกรุ่น อบสดใหม่จากเตาทุกวัน อย่างโรลลูกเกด บราวนี่ช็อกโกแลตมูสเค้ก และครัวซองต์หลากรสให้อิ่มเอมทั้งรสเนยสด อัลมอนด์ ราสเบอร์รี่ และช็อกโกแลต โดยทางโรงแรมฯ ยังให้บริการรับสั่งทำเค้กวันเกิดในรูปแบบพิเศษต่างๆ อีกด้วย

  • โคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช

คาเฟ่ 247 นำเสนอเมนูเบเกอรี่หอมอร่อย พร้อมเครื่องดื่มร้อนและเย็น เดลิเวอรี่ถึงบ้านอย่างสะดวกและรวดเร็ว ด้วยบริการส่งฟรีในระยะ 3 กิโลเมตร เมื่อสั่งขั้นต่ำ 100 บาท โดยมีเมนูเบเกอรี่และขนมต่างๆ ให้อิ่มอร่อยมากมายในราคาเริ่มต้นที่ 30 บาท อาทิ ครัวซองต์ มัฟฟิน เดนิช รวมถึงเมนูเครื่องดื่มร้อนและเย็น ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ชาไทย และชาเขียวมัทฉะ ในราคาเริ่มต้นที่ 70 บาท

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราที่ให้บริการ “เซ็นทารา กูร์เมต์ ทูโก” ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/gourmet-to-go/

‘ทุเรียน’ King of Fruits ความหอมหวานกับเรื่องดีๆ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653887

วันที่ 26 พ.ค. 2564 เวลา 09:15 น.

'ทุเรียน' King of Fruits ความหอมหวานกับเรื่องดีๆ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ส่องข้อดีและเรื่องที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ พร้อมไขข้อข้องใจกินแล้วร้อนใน ดับร้อนด้วยอะไร ไปดูกัน

นับเป็นเวลาทองของราชาแห่งผลไม้ (King of Fruits) อย่าง “ทุเรียน” เลยละ สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี ด้วยรสชาติที่หอมหวานและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หลายคนจึงยอมควักเงินในกระเป๋าเพื่อการบริโภค ซึ่งราคาปีนี้ตามท้องตลาดที่พบขณะนี้จะอยู่ที่ราวกิโลกรัมละ 150-200 บาท ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

ทุเรียนนับเป็นผลไม้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเนื้อทุเรียน 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรี อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุหลายชนิด ซึ่งแร่ธาตุซัลเฟอร์ หรือกำมะถัน ทำให้ทุเรียนมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และจากการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า เนื้อทุเรียนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับไขมันในเลือด แต่เป็นเพียงการศึกษาในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองเท่านั้น

“วิตามินซี” ในทุเรียน

เห็นทุเรียนเป็นผลไม้หวานๆ แบบนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในทุเรียนนี่แหละที่เต็มไปด้วยวิตามินซีสูงมากๆ มีผลต่อการป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนของเลือด แนะนำเช่นเคยว่าต้องทานในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นแล้วจะดีต่อร่างกาย 

ทุเรียนช่วย “ลดระดับไขมัน”

โดยเฉพาะพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง ที่มีสารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) มีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และยังมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ดี แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าไม่ควรทานในปริมาณที่มากจนเกินไป (ประมาณไม่เกิน 1 พูต่อวันเท่านั้น) สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักแต่ก็อดใจไม่ไหวกับทุเรียน ไม่ต้องเครียดกันไป เลือกทานได้ในบางครั้ง เพราะไขมันที่อยู่ในทุเรียนเป็นไขมันที่ไม่ให้โทษต่อร่างกาย วางใจแล้วแอบชิมสักนิดแล้วจะติดใจ

ทุเรียนกับเรื่องการ “เผาผลาญ” และ “ดีท็อกซ์ลำไส้”

ทุเรียนนับว่าเป็นผลไม้ชนิดร้อน เมื่อทานเข้าไปในร่างกายจะเกิดการเผาผลาญด้วยความร้อนจากกำมะถัน โดยต้องเลือกทานทุเรียนเข้าไปในปริมาณที่พอดี (ครั้งละไม่เกิน 1 – 2 พู) ทุเรียนก็จะช่วยเข้าไปเร่งการเผาผลาญภายในร่างกาย  ในทุเรียนอุดมไปด้วยกากใยอาหารซึ่งดีต่อระบบการขับถ่ายในร่างกาย เสมือนยาระบายอ่อนๆ สำหรับใครที่อยากดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยทุเรียนก็ไม่ยากเลย เพียงทานทุเรียนในช่วงเช้าไม่เกิน 1 พู ตามด้วยน้ำอุ่น 1 แก้ว จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือดแต่ทุเรียนถือว่าเป็นผลไม้ที่มีแป้งและน้ำตาลสูง จึงควรจำกัดปริมาณในการบริโภค และไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต และโรคความดันโลหิตสูง ทุเรียนไม่ควรรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากจะทำให้เกิดสารพิษสะสมในร่างกาย เกิดอาการหน้าแดง ชาตามร่างกาย วิงเวียน คลื่นไส้ และทำให้อาเจียนได้

สำหรับสรรพคุณตามตำรายาไทย ระบุว่า เนื้อทุเรียน มีรสหวาน ร้อน ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด บำรุงกำลัง และเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ตามองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านแนะนำว่า หากรับประทานทุเรียนแล้ว ให้รับประทานมังคุดตาม เนื่องจากทุเรียนมีฤทธิ์ร้อน ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น และมังคุดเป็นราชินีแห่งผลไม้ (Queen of Fruits) มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนในร่างกาย รับประทานคู่กันช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล เมื่อบริโภคทุเรียนแล้ว ก็ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อเผาผลาญแป้งและน้ำตาล ควบคุมการบริโภคอย่างเคร่งครัด จึงจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย

ส่วนเรื่องทุเรียนกับหน้าร้อน จริงๆ แล้วไม่ว่าจะหน้าไหนหรือฤดูอะไร การกินทุเรียนและผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงก็ต้องควบคุมปริมาณในการกิน ไม่ควรที่จะกินมากจนเกินไป โดยเฉพาะในหน้าร้อน เราควรกินทุเรียนในปริมาณที่พอดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจทำให้เป็นแผลร้อนใน เจ็บคอ ไอ มีไข้ ปวดศีรษะ จุกแน่นท้อง มีขี้ตามาก รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว อึดอัด หน้าแดง ลิ้นแดง ฯลฯ

วิธีจะแก้อาการร้อนในก็ต้องกินอาหารธาตุเย็นลงไปเพื่อขับซัลเฟอร์ออก จะได้ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย เช่น

  • ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ หรือดื่มน้ำผสมเกลือครึ่งช้อนชาดื่มสักแก้ว เพื่อขับสารซัลเฟอร์และช่วยลดอาการร้อนในได้
  • กินผักสดให้มากขึ้น
  • กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยว หรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาว มังคุด
  • กินอาหารที่มีรสจืดหรือขม เช่น มะระ สะเดา บวบ รากบัว
  • ดื่มน้ำสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก้วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

สำหรับผลไม้ที่ควรกินช่วงหน้าร้อน อาทิ

1. แตงโม มีฤทธิ์เย็น ฉ่ำน้ำ ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกายได้ดี ช่วยให้ร่างกายสดชื่น

2.สับปะรด ผลไม้ฤทธิ์เย็น ฉ่ำน้ำ โดยสับปะรด 100 กรัม มีน้ำมากถึง 86 กรัม และยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ ที่ดีต่อร่างกายมากมาย โดยสับปะรดมีสรรพคุณช่วยดับร้อน แก้กระหายได้ดี

3.มะพร้าวจัดเป็นผลไม้มีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณช่วยดับร้อน ช่วยแก้กระหาย ลดไข้ตัวร้อน แก้อาการร้อนใน น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่ดื่มแล้วช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ดี 

4.แคนตาลูป ผลไม้ฤทธิ์เย็น อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย โดยแคนตาลูปมีสรรพคุณช่วยดับกระหายคลายร้อน ลดไข้

5.สาลี่ผลไม้ฉ่ำน้ำมีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณลดความร้อนและดับพิษร้อนในร่างกาย

6.มะม่วง ช่วยเพิ่มความสดชื่น คลายร้อน อีกทั้งยังมีสารอาหารและประโยชน์มากมาย แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

7.มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ ที่มักจะมาคู่กับทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ ด้วยที่มีสรรพคุณดับร้อนจากทุเรียน และมีน้ำในตัวสูง ช่วยให้คลายร้อนไปได้มากทีเดียว

8. มะละกอ กินดิบในส้มตำก็แซ่บ หรือจะกินสุกเป็นผลไม้ล้างปากก็ชื่นใจ เพราะความหวานจากผลสุกช่วยให้ร่างกายได้รับความสดชื่น แถมมีฤทธิ์ช่วยระบายอีกต่างหาก