เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก “อร่อยดี” มีเมนูไก่โห่จัดเสิร์ฟทั้งวัน อร่อยได้ทุกเวลา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653207

วันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 09:40 น.

เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก “อร่อยดี” มีเมนูไก่โห่จัดเสิร์ฟทั้งวัน อร่อยได้ทุกเวลาตื่นสายก็ได้ฟิน “อร่อยดี” ส่งเมนู เอ้ก อี้ เอ้ก เอ้ก… เริ่มต้นยามเช้ากับด้วย “เมนูไก่โห่” คัดสรรเมนูเด็ดจาก 3 ร้านดัง #อร่อยดี #เจ๊เกียงหมูทอดข้าวเหนียวนุ่ม #เจ๊เกียงโจ๊กกองปราบ

ใครๆ ก็รู้ว่ามื้อเช้าสำคัญมากๆ ร้าน “อร่อยดี” เตรียมความพร้อม เสิร์ฟความอร่อยให้ทุกท่าน ตั้งแต่ยามเช้าของวัน ด้วยสารพัดเมนูยอดนิยม ที่สร้างความอิ่มอร่อย อุ่นท้อง แถมราคาพิเศษเบาใจ ช่วงโควิดให้ผ่านไปด้วยกัน

เริ่มต้นยามเช้ากับร้านอร่อยดีด้วย “เมนูไก่โห่” เตรียมพร้อมเสิร์ฟให้ลูกค้าเลือก คัดสรรเมนูเด็ดจาก 3 ร้านดัง #อร่อยดี #เจ๊เกียงหมูทอดข้าวเหนียวนุ่ม #เจ๊เกียงโจ๊กกองปราบ ผนึกกำลัง ยกขบวนเมนูยอดนิยมควรค่าแก่การหม่ำในตอนเช้า อาทิ แกงจืดเต้าหู้หมูสับ + ข้าวสวย ราคา 79 บาท (ปกติ 109 บาท) โจ๊กไข่ข้นหมูสับ 65 บาท โจ๊กกะเพราหมูสับ 65 บาท โจ๊กไข่ข้นกุ้งสับ 85 บาท โจ๊กหมูกระเทียมพริกไทยเห็ดหอม+ ไข่ดาวน้ำ 85 บาท โจ๊กเครื่องใน 55 บาท โจ๊กหมู 45 บาท โจ๊กเด็ก 30 บาท โจ๊กเปล่า 20 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษให้อิ่มจุใจ ไล่ตั้งแต่ ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว ราคา 50 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูทอดน้ำปลา) ราคา 60 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูสามชั้นทอดน้ำปลา) ราคา 60 บาท ชุดหมูพออิ่ม (หมูทอดสามเกลอ) ราคา 60 บาท

สามารถสั่งแบบกลับบ้าน (Take Away) และ Delivery ได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้านอร่อยดีทุกสาขา

เมนูแนะนำประจำเดือน พ.ค. เพิ่มความกะทัดรัดแต่ความอร่อยยังเหมือนเดิม ให้กับ “ชุดพออิ่ม ราคา 49 บาท” นำทีมโดย หมูตุ้มจิ๋วที่มีทั้งแบบสูตรทอดน้ำปลาและแบบสูตรสามเกลอ ตามมาด้วยสูตรหมูป๊อบสามเกลอ เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวร้อน ๆ และน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ด แบ่งเป็น ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว-ทอดนํ้าปลา ราคา 49 บาท ชุดพออิ่มหมูตุ้มจิ๋ว-สนามเกลอ ราคา 49 บาท ชุดพออิ่มหมูป๊อบ-สามเกลอราคา 49 บาท บอกได้คำว่าเดียวว่า อร่อยเหาะ กล่องเดียวไม่เคยพอ!

ชวนลองความอร่อยแบบใหม่ได้แล้ววันนี้ที่ อิ่มอร่อย คีย์ออส 2 สาขาแรก ได้แก่ ปตท.วิภาวดี 11 และปตท.พหลโยธิน 25 หรือสั่งแบบกลับบ้าน (Take Away) ได้ตั้งแต่วันนี้ และ ผ่าน Delivery ได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

สั่งอาหารร้าน “อร่อยดี” ผ่าน GrabFood : https://bit.ly/2uMaSu

Lineman : https://lineman.onelink.me/1N3T/f3c71a8

Foodpanda : http://foodpanda.co.th/chain/cy2jz

Gojek : https://bit.ly/2E4OcL2

FoodHunt : www.foodhunt.com

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook : https://web.facebook.com/CRGAroiDeeRestaurant/

Line OA : @aroideerestaurant

Instagram : crgaroideee

Call Center : 1312

8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/653125

วันที่ 18 พ.ค. 2564 เวลา 12:45 น.

8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกงฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน แนะนำ 8 เมนูซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง พร้อมให้บริการเดลิเวอรี่

เพราะการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ย่อมนำมาซึ่งสุขภาพที่ดี ร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ขอแนะนำ 8 ซุปบำรุงสุขภาพสไตล์ฮ่องกง เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับทุกท่านในการดูแลสุขภาพ ตลอดจนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้ง ที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 15 ปี ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพียบพร้อมด้วยความอร่อยชั้นเลิศจากฝีมือเชฟฮ่องกง เพียบพร้อมด้วยเมนูอาหารให้เลือกสรรกว่า 200 เมนู ทั้งติ่มซำและอะลาคาร์ต ขอแนะนำ 8 เมนูซุปที่ช่วยบำรุงร่างกายและมากล้นด้วยคุณประโยชน์มากมาย รวมทั้งเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและป้องกันการเจ็บป่วย

เมนูแนะนำทั้ง 8 เมนู ได้แก่ “ซุปปลาช่อนกับเนื้อน่องหมูตุ๋นมะละกอ” ที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกายหลังคลอดบุตร ทั้งยังช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหารและปรับภาวะสมดุลในร่างกาย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับสาลี่จีน ข้าวโพดเก๋ากี้ และหล่อฮังก๊วย” ที่ช่วยบำรุงหัวใจและลำไส้ พร้อมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย 

“ซุปเนื้อน่องหมูตุ๋นกับแอปเปิ้ล แครอท และสาหร่ายคอมบุ” ช่วยบำรุงกระดูก ลำไส้ และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ตามด้วย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับดอกถังเช่า ลำไยแห้งและพุทราจีน” ช่วยบำรุงปอด ตับ ไต

นอกจากนี้ยังมี เมนู “ซุปปลาช่อนกับไก่ตุ๋นพุทราจีนและตังกุย” ที่มีสรรพคุณช่วยสมานแผลในร่างกาย บรรเทาอาการปวดประจำเดือน และช่วยปรับภาวะความสมดุลทางโภชนาการ “ซุปไก่ตุ๋นกับโสมอเมริกาและพุทราจีน” ที่ช่วยป้องกันมะเร็งและยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย

ตามด้วย “ซุปไก่ตุ๋นไข่มุกดอกท้อกับพุทราจีนและเก๋ากี้” ที่ช่วยเรื่องการนอนหลับและบำรุงสมอง ปิดท้ายด้วย “ซุปซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นกับรากบัว ถั่วลิสง และพุทราจีน” ราคา 1,200 บาท ที่มีส่วนช่วยควบคุมความดันโลหิต บำรุงผิวพรรณ เส้นผม และสมอง

ห้ามพลาดความอร่อยที่ดีต่อใจและสุขภาพ รับประทานได้  4–5 ท่าน สั่งความอร่อยกับ 8 เมนูซุปเพื่อบำรุงสุขภาพกันได้ (เพียงสั่งล่วงหน้า 1 วัน) ตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป  ณ  ร้าน “ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน” ตั้งอยู่ บริเวณล็อบบี้  อาคาร 12  อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำรองความอร่อย โทร. 02-833-5434-5 พร้อมอำนวยความสะดวกด้วยบริการเดลิเวอรี่ผ่านระบบ ไลน์: @hongkongfisherman ทางร้านพร้อมให้บริการส่งฟรี ระยะทางจากร้านไม่เกิน 5 กิโลเมตร ติดตามอัปเดตข่าวสารและโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่เว็บไซต์ www.hkfisherman.com และเฟซบุ๊ก Hong Kong Fisherman

เซฟกระดูกและข้อ ให้อยู่ต่อตลอด Work from Home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653658

วันที่ 24 พ.ค. 2564 เวลา 08:10 น.

เซฟกระดูกและข้อ ให้อยู่ต่อตลอด Work from Homeแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ กระดูกสันหลัง เผยความไม่สบายและความเจ็บป่วยที่กระดูกและข้อที่เกิดจากการ Work from Home มีอะไรได้บ้าง และเราจะป้องกันได้อย่างไร

ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโรค Covid-19 ที่กำลังระบาดในขณะนี้ มีหลายคนต้องปรับตารางการทำงาน เพื่อรองรับกับสถานการณ์การระบาด และจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน หรือที่เรียกกันว่า Work from Home ซึ่งการที่ต้องเปลี่ยนสถานที่จากที่ทำงานมาเป็นที่บ้านก็มีบางปัจจัยที่อาจทำให้เกิดความไม่สบาย หรือเกิดความเจ็บป่วยของโรคทางกระดูกและข้อได้

การแก้ปัญหาจากการ Work from Home

• ทำงานให้เป็นเวลา กำหนดเวลาการทำงาน และการพักผ่อนที่ชัดเจน พยายามจบงานให้ได้ตามกำหนด ไม่ทำงานล่วงเวลา เพื่อมีเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

• ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงาน เช่น จัดที่นั่งบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ หาเก้าอี้นุ่ม ๆ มีพนักพิง ใครมีทุนหน่อยจะจัดหาเก้าอี้ทำงานดีๆก็ไม่ว่ากัน

• ปรับความสูงของจุดวางคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับร่างกายและท่านั่ง ความสูงของจอที่เหมาะสมนั้น ขอบบนของจออยู่ใกล้ระดับสายตา กลางจอควรอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 10-20 องศา เพื่อลดการก้มหรือเงยคอที่มากเกินไป หากใครใช้โน๊ตบุ๊คอาจใช้แท่นวาง เพื่อปรับความเอียงของแป้นพิมพ์และความสูงของจอก็ได้

• กำหนดระยะเวลาการทำงานต่อเนื่อง จัดเวลาให้มีการพักปรับอิริยาบทและยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกวิธี ทั้งกล้ามเนื้อบริเวณ ศีรษะ คอ บ่า ไหล่ และหลัง

• หาเวลาออกกำลังกาย เพื่อให้กระดูกและกล้ามเนื้อได้ขยับทำงาน ฝึกกล้ามเนื้อคอ หลัง และไหล่ ที่ต้องใช้งานขณะนั่งทำงานให้เกิดความแข็งแรง ยืดเส้นยืดสาย การออกกำลังเป็นประจำยังทำให้ความเครียดลดลงด้วย ถ้าจะให้ดี การออกกำลังกายกลางแจ้งทำให้ได้รับแสงแดด ก็จะได้รับวิตามินดีเพิ่มด้วยอีกด้วย

• ตั้งเกณฑ์ควบคุมการทาน ไม่ว่าจะเป็นขนม ของว่าง ชา กาแฟ ก็ไม่ให้เยอะจนเกินไป กาแฟร้อนไม่ควรเกิน 2 แก้ว กาแฟเย็น ไม่ควรเกิน 1 แก้ว

Covid-19 ยังไม่จบง่าย ๆ พวกเรายังจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้านกันไปอีกสักพัก ดังนั้น เรามาทำให้การ Work from Home เป็นการทำงานที่ดีต่อสุขภาพกันดีกว่า เพียงปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม ก็จะทำให้ลดความเครียดจากการทำงาน และมีความสุขมากขึ้น

อยู่ใกล้กันมากขึ้น อย่ารักกันน้อยลง ช่วง Covid-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653628

วันที่ 23 พ.ค. 2564 เวลา 11:12 น.

อยู่ใกล้กันมากขึ้น อย่ารักกันน้อยลง ช่วง Covid-19เมื่อต้องอยู่ด้วยกันมากขึ้นช่วง Covid-19 ณ จุดนี้ … Quality Time หรือมะเร็งที่ลุกลามความสัมพันธ์

ในช่วงสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 คู่รักและครอบครัวจำนวนมากมีโอกาสได้ใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น บางคู่จำเป็นต้องลดเวลาการทำงานลงหรือทำงานจากที่บ้าน บางคู่จำเป็นต้องเดินทางกลับไปอยู่ด้วยกันที่ภูมิลำเนาเดิม หลายคนมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี เป็น Quality Time แห่งความสุขที่หาได้ยากในสังคมปัจจุบัน แต่ก็มีคู่รักหลายคู่กลับประสบปัญหาขัดแย้งจนเครียดและเริ่มมีความคิดที่จะยุติความสัมพันธ์ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ใดที่หนึ่งแต่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก

ความขัดแย้งช่วง COVID-19

ร้อยละ 12 ของชาวอเมริกันยอมรับว่าพวกเขามีปากเสียงกับคู่รักมากขึ้นในช่วง COVID-19 จากการสำรวจของสมาคมจิตแพทย์อเมริกา (American Psychiatry Association) พบว่าคู่รักในสหรัฐอเมริกามีความสุขมากขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของการ Lockdown แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิน 1 เดือน พวกเขากลับรู้สึกเครียด กดดัน และเริ่มคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไปไม่รอด 

ในสหราชอาณาจักรและประเทศตุรกีพบสถิติการใช้ความรุนแรงในครอบครัว (Domestic Violence) และการขอความช่วยเหลือจากความรุนแรงผ่านทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นในช่วง COVID-19 ระบาด สำหรับในประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศแรกของการ Lockdown อย่างเข้มงวดพบสถิติการหย่าร้างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนมีนาคมพบจำนวนคู่สมรสที่ยื่นเรื่องขอหย่าร้างในเมืองซีอาน (Xi’an) และต้าโจว (Dazhou) เพิ่มสูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเมืองเซี่ยงไฮ้ก็มีจำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการหย่าร้างเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 

ในขณะที่กฎและแนวทางการปฏิบัติตัวของประชาชนจากรัฐบาลเพื่อให้ทุกคนรอดชีวิตในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ค่อนข้างชัดเจน แต่แนวทางการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปโดยที่ไม่เลิกกันไปเสียก่อนนั้นกลับคลุมเครือ ดังนั้นการหาคำอธิบายว่า ทำไมคู่รักถึงทะเลาะกันมากขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ชิดกันในช่วง COVID-19และเรียนรู้วิธีจัดการไม่ให้ชีวิตคู่พังทลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

หมดอารมณ์ความรัก

ช่วง COVID-19 ไม่ใช่ช่วงฮันนีมูนของคู่รัก แต่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของมนุษยชาติ ทุกคนบนโลกล้วนได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ทุกคนกำลังเครียด กดดัน และไม่รู้ว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไร การที่อยู่ในสภาวะเครียดและวิตกกังวลเรื้อรังส่งผลต่อร่างกายและอารมณ์ สุขภาพอาจจะแย่ลงเรื่อย ๆ การนอนเริ่มผิดปกติ อารมณ์หงุดหงิดง่าย โมโหง่าย ยิ่งไปกว่านั้นไม่สามารถใช้วิธีผ่อนคลายจิตใจอย่างที่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะเพื่อนฝูงหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง  ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทุกคนรู้สึกอึดอัดเวลาอยู่บ้านกับคู่รักในช่วงนี้ แม้แต่ความสุขทางเพศที่หลาย ๆ คนคิดจะใช้เวลาว่างช่วงนี้กับคู่รักอย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริง COVID-19 กลับทำให้หมดอารมณ์ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ

เทคนิคจัดการชีวิตคู่ให้มีความสุขช่วง COVID-19

การปฏิบัติตัวของคู่รักที่อยู่ด้วยกันในช่วง COVID-19 ให้มีความสุขสามารถจัดการได้ ดังนี้

1) Manage Anxiety เรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงในปัจจุบัน

ขั้นตอนแรกของการจัดการปัญหา คือการยอมรับว่าเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกกังวลและประสบความยากลำบากในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ความกังวลเป็นเพียงสัญชาตญาณการต่อสู้เพื่อที่จะเอาตัวรอดจากวิกฤติครั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกังวลกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่จำเป็น การเสพข่าวเรื่องเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาตลอดทั้งวันย่อมไม่เกิดผลดี 

2) Communication is King การสื่อสารสำคัญที่สุด

เพราะตัวเรายังมีความเครียดและความกดดันอย่างมากในช่วง COVID-19 คู่รักของเราก็เป็นมนุษย์อีกคนที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน เพียงแต่วิธีจัดการปัญหาของเขาหรือเธออาจจะแตกต่างกับคุณ คุณจำเป็นต้องคอยสังเกตว่าคู่รักของคุณต้องการพื้นที่ส่วนตัวหรือต้องการการดูแลเอาใจใส่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางไหน การสื่อสารเพื่อบอกความต้องการ ความรู้สึกหรือความคิดของคุณให้คู่รักฟังเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าในช่วงเวลาปกติเสียอีก

หลักการสื่อสารที่ดีของคู่รัก ประกอบไปด้วย

i-Message ใช้ประโยคที่ผู้พูดสื่อสารความรู้สึกและความต้องการของตนเอง หลีกเลี่ยงการใช้ you-message ซึ่งเป็นการพูดถึงการกระทำของคู่รักโดยตรง การสื่อสารลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะแฝงน้ำเสียงตำหนิและอารมณ์ทางลบเข้าไปด้วย เช่น “เธอทำตัวติดกับฉันตลอดเวลาเลย ตั้งใจจะไม่ให้ฉันมีเวลาว่างเลยหรือไง” คำกล่าวนี้อาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกถูกตำหนิและนำไปสู่ความบาดหมางได้ ในทางกลับกันการกล่าวว่า “ฉันรักเธอนะ แต่ช่วงนี้ฉันต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อที่จะพักผ่อนทั้งร่างกายและเติมพลังจิตใจของฉันในแต่ละวัน” การใช้ i-Message เป็นการหลีกเลี่ยงการต่อว่าและปะทะอารมณ์กับคู่รัก รวมถึงส่งเสริมอารมณ์ทางบวก ความรัก และความห่วงใยระหว่างกัน

เลี่ยงการดูถูกซึ่งกันและกัน ฟังดูเหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่แท้จริงแล้วรูปแบบการสื่อสารแบบดูถูกคู่รักเป็นตัวแปรที่มีผลต่อการหย่าร้างของคู่สามีภรรยาสูงที่สุด เราอาจจะแสดงความดูถูกคู่รักได้ผ่านคำพูดที่ไม่ให้เกียรติ พูดจาประชดประชัน เยาะเย้ย หรือแม้แต่การแสดงสีหน้าท่าทาง หลาย ๆ คนไม่รู้ตัวว่าการดูถูกรุนแรงกว่าการต่อว่าเสียอีก ผู้ที่โดนคู่รักดูถูกจะรู้สึกไร้ค่าและรู้สึกต่ำต้อย บางคนอาจจะพูดและแสดงท่าทีดูถูกโดยที่ไม่รู้ตัว เช่น การพูดทำนองว่า “อ้อ…อย่างนั้นเหรอ คุณคงเหนื่อยจากการทำงานมากสินะ แต่ชั้นเนี่ยต้องอยู่กับลูกทั้งวัน สอนการบ้านลูกช่วงที่โรงเรียนปิด ทำอาหารให้ทั้งลูกและสามีที่กลับบ้านมาก็นั่งเล่นแต่มือถือตลอด นี่เหมือนมีลูกสองคนเลยนะ” 

ชมให้มากกว่าต่อว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่ชีวิตคู่จะมีแต่ความสุขตลอดเวลา แต่ผลวิจัยพบว่าคู่สมรสที่แต่งงานกันได้ยืนยาวมักจะมีช่วงเวลาแห่งความสุขเทียบกับช่วงเวลาที่ทะเลาะกันในอัตราส่วนอย่างน้อย 5 ต่อ 1 สำหรับในช่วง COVID-19 ระบาด ทั้งตัวคุณและคู่รักต่างต้องเผชิญการความกดดันเรื่องต่าง ๆ มากพอแล้ว การตัดสินเรื่องใหญ่ ๆ ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งควรถูกเลื่อนไปก่อนหากเป็นไปได้ คุณควรหันมาให้ความสนใจกับช่วงเวลาดี ๆ ในแต่ละวัน หากมีเรื่องใดที่คู่รักของคุณทำให้คุณประทับใจก็อย่าลืมชมและให้กำลังใจกัน

3) Adjust to the ‘new’ normal จัดระเบียบชีวิตใหม่

ช่วงนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ หากยังใช้วิถีชีวิตอย่างไม่เตรียมพร้อมมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดปัญหาชีวิตคู่ คู่รักจำเป็นที่จะต้องรับบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม ลองหาเวลาที่คุณทั้งคู่สบายใจ แล้วนั่งไล่เรียงภาระหน้าที่ที่จำเป็นต้องทำรวมถึงความคาดหวังจากทั้งสองฝ่าย หากมีลูกหรือผู้สูงอายุที่ต้องดูแลในบ้านก็จำเป็นจะต้องแบ่งเวลากันดูแลลูกและผู้สูงอายุด้วย อย่ากดดันตนเองมากเกินไป คุณไม่ใช่ครู Home School หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุระดับโลก บางอย่างไม่จำเป็นต้องทำให้ดีเลิศก็ได้ อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอจะมองข้ามได้ก็ให้ปล่อยผ่านไปก่อนเพื่อให้คุณทั้งคู่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในช่วง COVID-19 ได้อย่างยั่งยืน

หลังจากจัดการตารางเวลาเพื่อทำงานบ้านและแบ่งหน้าที่กันแล้ว อย่าลืมจัดสรรเวลาส่วนตัวด้วย เราทุกคนจำเป็นต้องมีเวลาส่วนตัวที่ไม่ใช่เวลาทำงาน อาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาพักจากงานที่คุณทำอะไรคนเดียวอยู่มุมหนึ่งของห้อง การใช้เวลาส่วนตัวนอกจากจะเป็นการเติมพลังชีวิตแล้วยังทำให้แต่ละคนได้เสพข้อมูลตามที่แต่ละคนสนใจ ซึ่งสามารถนำมาพูดคุยกันภายหลังได้ แน่นอนว่าต้องจัดให้มีเวลาใกล้ชิดกันของคู่รักด้วย นอกจากเรื่องเซ็กส์แล้วยังมีอีกหลายกิจกรรมที่คุณสามารถทำร่วมกันได้ ควรมีช่วงเวลาตอนเช้าหรือตอนก่อนนอนที่คุณจะห้ามพูดถึงอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เพื่อจะได้มีเวลาใส่ใจเรื่องอื่น ๆ รอบตัวและใส่ใจคนสำคัญข้าง ๆ คุณให้มากขึ้น

แม้จะอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ การจัดแบ่งพื้นที่ในบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้เป็นสัดเป็นส่วนย่อมส่งผลดีต่อจิตใจ หากเป็นไปได้ควรจัดสรรห้องหนึ่งให้เป็นห้องทำงาน หากไม่สามารถแบ่งห้องได้ การลากเส้นจำลองเพื่อแบ่งพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนในห้องเดียวกันก็ได้ผลเช่นเดียวกัน การใช้หูฟังอาจจะช่วยให้เขตแดนจำลองนั้นชัดเจนมากขึ้น การหลบไปอยู่ในห้องน้ำหรือไปนั่งในรถเพื่อที่จะคิดงานหรือคุยโทรศัพท์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง หากคุณมีพื้นที่สวนนอกบ้าน การออกมานั่งทำงานนอกบ้านในวันที่อากาศไม่ร้อนเกินไปก็เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศได้ดีทีเดียว

4) It’s okay to ask for help ตัวช่วยมีอยู่เสมอ        

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ลำบากของคู่รักทุกคู่ แต่การจัดการกับความกังวลที่เกิดขึ้น เรียนรู้วิธีการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ และการปรับวิถีชีวิตใหม่จะทำให้คู่รักก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ง่ายขึ้น แต่หากคุณรู้สึกว่าปัญหาช่างหนักหนาและยังมองไม่เห็นทางแก้ไขปัญหา หรือรู้สึกว่าความทุกข์ทรมานมากเกินปกติ การปรึกษาผู้ชำนาญการ อาทิ จิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตหรือปัญหาความสัมพันธ์ได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลสุขภาพจาก bangkok hospital

สัญญาณเตือนร่างกายติดสมาร์ทโฟน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 20 พ.ค. 2564 เวลา 10:11 น.

สัญญาณเตือนร่างกายติดสมาร์ทโฟนเปลี่ยนจากผู้เล่นมาเป็นผู้สังเกตการณ์ ฟังสัญญาณเตือนเมื่อร่างกายติดสมาร์ทโฟน เช็กลิสต์เบื้องต้นนั่งหลังค่อมไหล่ห่อ คอยื่น ปวดเมื่อยบ่า ก้านคอ สะบัก นิ้วล็อกมือชา มือไม่มีแรง แม้แต่อาการมึนๆ ตึงๆ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ตาพล่ามัว หาวนอนบ่อยๆ หายใจไม่อิ่ม ฯลฯ

ปวดมือ ปวดคอ ปวดแขน มือชา ถ้ามีอาการเหล่านี้แสดงว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยจากการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว โดยเฉพาะอาการที่เรียกว่า “ติดสมาร์ทโฟน” ในโลกยุคปัจจุบันที่มีความเจริญก้าวหน้ามากในด้านการสื่อสารแบบไร้สาย ผู้คนต่างมีโลกส่วนตัวอยู่กับเครื่องมือสื่อสารของตน มองไปทางไหนก็ต่างก้มหน้าก้มตามองมือถือ ผู้คนพูดคุยกันน้อยลง เป็นยุคที่ผู้คนกำลังถูกมอมเมาด้วยภาพและเสียงที่มาล่อตาล่อใจ จะมีสักกี่คนที่สนใจกับร่างกายว่า ตอนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง เกือบทั้งหมดจะรู้สึกตัวก็ต่อเมื่อเงยหน้าขึ้นจากจอเล็กๆ ในมือนั่นแหละ

แล้วเสียงเตือนแบบไหนที่บอกว่าคุณกำลังเป็นโรคติดสมาร์ทโฟน คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้มาให้ข้อมูลว่า คนที่เป็นโรคติดสมาร์ทโฟนจะได้รับเสียงเตือนจากร่างกายบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดเมื่อยบ่า ก้านคอ สะบัก ปวดข้อศอก ปวดแขน นิ้วล็อค มือชา มือไม่มีแรง ปวดฝ่ามือ มือแข็ง เวลาใช้แรงกำหรือหยิบของ จะรู้สึกกำได้ไม่ถนัด และแม้แต่อาการมึนๆ ตึงๆ ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ตาพล่ามัว หาวนอนบ่อยๆ หายใจไม่อิ่ม ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้ มีต้นตอมาจากการเล่นเกมส์ การเพลิดเพลินไปกับโรคออนไลน์ สื่อสารแบบต้องพิมพ์ถึงกัน ด้วยการใช้สมาร์ทโฟนนั่นเอง หากคุณลองเปลี่ยนจากเป็นผู้เล่นเป็นผู้สังเกตการณ์ คุณอาจเห็นภาพตัวเองนั่งหลังค่อมไหล่ห่อ คอยื่น ซึ่งเป็นลักษณะท่าทางที่กำลังทำร้ายร่างกายอยู่นั่นเอง

การจัดการกับร่างกายหรือกับอาการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวมานั้นไม่ยากเลยค่ะ ถ้าดูจากต้นเหตุของอาการก็พูดให้เข้าใจได้ง่ายๆว่า เป็นการขาดความสมดุลของระบบโครงสร้างร่างกายนั่นเอง ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ทุกหน่วยเซลล์ของร่างกาย ได้รับอาหาร และขับของเสียต่างๆ ผ่านทางหลอดเลือดและน้ำเหลือง หลอดเลือดเหล่านี้ก็ทอดผ่านกล้ามเนื้อในทุกส่วนของร่างกายเราจึงสรุปได้ว่า เมื่อมีความบกพร่องของโครงสร้างร่างกาย ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนด้วยการแสดงอาการต่างๆ ดังที่ได้กล่าวนั่นเอง

1. เกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ เส้นใยกล้ามเนื้อหดสั้นมากกว่าปกติ ทั้งบริเวณกล้ามเนื้อคอด้านหน้า กล้ามเนื้อใต้ฐานกะโหลกศีรษะ กล้ามเนื้อช่วงอก กล้ามเนื้อระหว่างกระดูกชายโครงด้านหน้า กล้ามเนื้อในการงอศอก กล้ามเนื้อในนิ้วมือและฝ่ามือ เกิดการยืดยาวมากกว่าปกติของกล้ามเนื้อด้านหลังช่วงก้านคอ กล้ามเนื้อบ่า กล้ามเนื้อรอบสะบักด้านใน และกล้ามเนื้อหลังช่วงบน

2. การที่เส้นใยกล้ามเนื้อมีการหดสั้นมากกว่าปกติ จะมีผลกับหลอดเลือดและเส้นประสาท ที่ทอดผ่านเส้นใยกล้ามเนื้อนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคอซึ่งเป็นส่วนที่ผ่านไปเลี้ยงสมอง บริเวณอกซึ่งเป็นส่วนที่ระบบเลือด-ระบบน้ำเหลือง-ระบบเส้นประสาท ผ่านไปที่แขน ที่ข้อมือและนิ้วมือทั้งสองข้าง ด้านหน้าอกก็เป็นส่วนที่ช่วยในการขยายตัวของปอด ช่วยในการหายใจ แต่เมื่อถูกกดรัดอยู่ ก็ทำให้การไหลเวียนของระบบเหล่านี้สูญเสียไปด้วย และนั่นก็ส่งผลให้มีอาการต่างๆ ดังที่กล่าวมา

3. จากข้อ 2 และ ข้อ 3 จะเกิดกลุ่มอาการที่เรียกว่า Muscle Imbalance คือในภาวะปกติ กล้ามเนื้อด้านหน้ากับด้านหลังจะทำงานร่วมกันและสมดุลกันเพื่อพยุงให้กระดูกสันหลังช่วงบน และช่วงคอของเราอยู่ในแนวความโค้งที่ปกติ แต่เมื่อเกิดความไม่สมดุลขึ้น จะมีผลทำให้หลังค่อม หลังโก่งมากกว่าปกติ จากการผิดรูปของกระดูกสันหลังช่วงบนกับช่วงคอนั้น มีผลทำให้การรับน้ำหนักของกระดูกคอมากกว่าปกติ เป็นที่มาของโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมที่เสื่อมเร็วกว่าวัย และมีผลต่อเนื่องทำให้เส้นประสาทที่คอถูกกดทับ เกิดอาการปวดร้าวตามแนวของเส้นประสาท ซึ่งอาการปวดจากการกดทับนี้จะไม่เหมือนปวดกล้ามเนื้อธรรมดา จะเป็นอาการปวดล้า ๆ เมื่อย ๆ ลึกๆ ตลอดทั้งศีรษะ คอ บ่า สะบัก หรือแขน บางเคสร่วมกับอาการอ่อนแรง ซึ่งหากปล่อยไว้นาน รักษาไม่ตรงต้นตอของอาการที่เป็นก็อาจทำให้ไม่มีแรง หรือที่เราชอบเรียกว่าอัมพฤกษ์ อัมพาตก็เป็นได้

ฉะนั้น เราสามารถเลือกได้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร การใช้เครื่องมือที่ทันสมัยตามเทคโนโลยีนั้น เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความสะดวก แต่หากใช้ผิดวัตถุประสงค์ ปล่อยให้ตัวเองอยู่กับหน้าจอนานๆ คงเป็นผลเสียมากกว่าผลดีเป็นแน่

6 เรื่องควรรู้ เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/653242

วันที่ 19 พ.ค. 2564 เวลา 11:05 น.

6 เรื่องควรรู้ เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ไทยรู้สู้โควิด เผยข้อแนะนำการเตรียมตัวก่อนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

1. ตรวจสอบร่างกาย

• ไม่อดนอน หลับให้เพียงพอ

• เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชา-กาแฟ

• ต้องไม่มีอาการไข้หรืออาการเจ็บป่วย

• สองวันก่อนฉีด และหลังงดออกกำลังกายหนัก

2. แจ้งแพทย์ก่อนฉีด

• โรคประจำตัว

• ประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีน

• การตั้งครรภ์

• ข้อมูลอื่น ๆ ที่แพทย์ควรทราบ

3. สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียม

• ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมบัตรประชาชน

• วันเวลานัดการฉีด

• รักษามาตรการป้องกันพื้นฐานอย่างเคร่งครัดคือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง พกเจลแอลกอฮอล์

4. ข้อแนะนำในการฉีดวัคซีน

• วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย 500 – 1,000 ซีซี

• ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด และหลังฉีดสองวันอย่าใช้แขนนั้น อย่าเกร็งยกของหนัก

• หลังฉีดแล้วเจ้าหน้าที่จะให้รอดูอาการในบริเวณที่ฉีด 30 นาที

5. ข้อควรระวังหากมีไข้ต้องทำอย่างไร

• ถ้ามีไข้หรือปวดเมื่อยมาก ทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มก. ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ถ้าจำเป็น แต่ให้ห่าง 6 ชั่วโมง

6. ยาที่ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด

• ห้ามกินยาพวก Brufen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด

5 ท่าโยคะปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653008

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 13:04 น.

5 ท่าโยคะปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Homeพักเบรคระหว่างวันกับ 5 ท่าโยคะสไตล์เจ็ทส์ ปรับสมดุลร่างกาย แก้ปวดเมื่อยง่ายๆ ช่วง Work from Home

ในช่วงนี้ที่สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลับมาทำให้เราต้องกักตัวอยู่บ้านกันอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง แน่นอนว่าสิ่งที่มักจะมาคู่กับการนั่งทำงานหรือเรียนออนไลน์ที่บ้านเป็นติดต่อกันระยะเวลานานคืออาการปวดเมื่อยทั่วทั้งร่างกาย ทั้งปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ซึ่งทางแก้ของอาการเหล่านี้ นอกจากจะต้องปรับเปลี่ยนท่านั่งให้ถูกต้องแล้ว ยังต้องหมั่นเสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อและร่างกายด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ วันนี้ เจ็ทส์ ฟิตเนส จึงมาแนะนำ 5 ท่าโยคะที่สามารถทำได้ง่ายๆ ระหว่างวัน ซึ่งไม่เพียงช่วยคลายอาการปวดเมื่อยและยืดกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจให้สดชื่นพร้อมต้านโรคร้ายไปด้วยกัน

ก่อนเริ่มฝึกโยคะท่าต่างๆ เราขอแนะนำให้ทุกคนลองเริ่มจากการนั่งทำสมาธิง่ายๆ กำหนดลมหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ เพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจให้สงบนิ่ง พร้อมโฟกัสกับการฟื้นฟูร่างกายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ใครที่เตรียมเสื่อโยคะไว้พร้อมแล้วยังสามารถลองฝึกแต่ละท่าอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กับเทรนเนอร์ของเจ็ทส์ ที่จะมาสาธิตการฝึกท่าอย่างละเอียดตั้งแต่ระดับง่าย กลาง ไปจนถึงระดับยากทีละขั้นตอน โดยสามารถรับชมวีดีโอได้ทางช่อง YouTube ของเจ็ทส์ ประเทศไทย

ท่า Cobra Pose

ท่า Cobra Pose เป็นท่าที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับหลายส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหลังส่วนล่าง ช่วยคลายความปวดเมื่อยและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อตามแนวกระดูกสันหลัง กระชับสะโพก กระตุ้นการทำงานของปอดและอวัยวะภายในต่าง ๆ โดยเริ่มจากท่า Downward-Facing Dog จากนั้นเลื่อนลำตัวไปด้านหน้าและวางลำตัวราบลงไปกับพื้น วางฝ่ามือทั้งสองข้างในแนวระนาบเดียวกับไหล่ ดึงหัวไหล่ไปด้านหลัง ดันลำตัวส่วนบนตั้งแต่ศีรษะจนถึงเอวขึ้นช้า ๆ ขณะที่ร่างกายส่วนล่างตั้งแต่สะโพกจนถึงหลังเท้ายังคงกดแนบกับพื้น ค้างไว้ประมาณ 15-20 วินาที

ท่า Seated Spinal Twist Pose 

ท่านั่งบิดตัวมากประโยชน์ Seated Spinal Twist Pose ช่วยบริหารกระดูกสันหลัง ยืดกล้ามเนื้อไหล่ สะโพกและต้นขา อีกทั้งยังส่งประโยชน์ถึงอวัยวะภายในช่องท้อง โดยเฉพาะระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย สำหรับท่านี้จะเริ่มจากท่านั่งหลังตรง จากนั้นนำขาขวาลอดขาซ้าย งอเข่าให้ปลายเท้าขวาชิดสะโพกด้านซ้าย ตั้งเข่าซ้ายใกล้ลำตัวและนำเท้าซ้ายวางไขว้คร่อมเข่าขวา กดสะโพกทั้งสองข้างให้แนบไปกับพื้น แล้วจึงวางมือซ้ายบนพื้นด้านหลัง ใช้ศอกขวาขัดกับเข่าซ้าย ยืดหลังตรง ลำตัวและสายตาหันมองตามหัวไหล่ไปด้านหลัง ค้างไว้ประมาณ 15-30 วินาที และสลับข้าง

ท่า Lizard Pose

ท่า Lizard Pose ช่วยยืดกล้ามเนื้อและเสริมความแข็งแกร่งให้กับสะโพกและต้นขา เน้นการเปิดสะโพกเพื่อคลายกล้ามเนื้อบริเวณหลังส่วนล่าง อีกทั้งยังเป็นท่าโยคะที่เตรียมความมั่นคงและความยืดหยุ่นของร่างกายสำหรับการฝึกโยคะท่าอื่นๆ ในระดับสูงยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากท่า Downward-Facing Dog จากนั้นก้าวเท้าขวาไปด้านหน้า วางเท้าไว้ด้านนอกของฝ่ามือ เหยียดขาซ้ายตรงไปด้านหลัง วางเข่าและปลายเท้าซ้ายลงบนพื้น สำหรับคนที่มีความยืดหยุ่นมาก สามารถวางแขนและศอกลงบนพื้นเพื่อยืดกล้ามเนื้อให้ลึกยิ่งขึ้น ค้างไว้ประมาณ 15-30 วินาที กลับไปที่ท่า Downward-Facing Dog จากนั้นจึงสลับข้าง

ท่า Triangle Pose 

Triangle Pose เป็นอีกหนึ่งท่าพื้นฐานที่สร้างสมดุลให้แก่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นในการยืดเส้นสายประจำวันหรือการฝึกโยคะท่าอื่น ๆ ช่วยบรรเทาการปวดเมื่อยและยืดกล้ามเนื้อท่อนล่าง บริเวณหลัง สะโพก และขา และยังช่วยกระชับสะโพกให้เฟิร์มยิ่งขึ้น จากท่ายืนตรง แยกเท้าทั้งสองข้างให้กว้างกว่าสะโพก เปิดปลายเท้าขวาออก ดันสะโพกไปด้านหลัง ยืดลำตัวไปด้านหน้าพร้อมเหยียดแขนขวา วางมือขวาลงบนหน้าแข้ง ข้อเท้า หรือบนพื้น แขนซ้ายเหยียดขึ้นด้านบน หันหน้ามองขึ้นด้านบนตามปลายนิ้วมือซ้าย ค้างท่าไว้ประมาณ 15-30 วินาที และสลับข้าง

ท่า Rabbit Pose 

อีกหนึ่งท่าโยคะที่ช่วยยืดกระดูกและกล้ามเนื้อทั่วบริเวณแผ่นหลัง ไปจนถึงไหล่และต้นคอ นับเป็นการบริหารกล้ามเนื้อที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานได้อย่างดี เริ่มจากท่า Child’s Pose จากนั้นดันสะโพกไปด้านหลัง มือทั้งสองข้างจับส้นเท้า เก็บปลายคางเข้าหาหน้าอก วางกึ่งกลางศีรษะลงบนพื้น ยกสะโพกขึ้นและค่อยๆ โน้มตัวไปด้านหน้า ค้างท่าไว้ประมาณ 15-30 วินาที

หลังจากได้ลองฝึกแต่ละท่าแล้ว อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงจะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ นอกจากนี้ ในช่วงนี้ แม้ว่าจะอยู่ที่บ้าน ก็ยังควรหมั่นออกกำลังกายที่บ้านเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน สร้างความแข็งแกร่งทั้งกายและใจให้พร้อม work from home ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเจ็ทส์มีคลาสออกกำลังกายออนไลน์ Jetts Workout at Home

ให้เลือกฟิตกันแบบฟรีๆ ถึงบ้านทุกวัน ด้วยการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบให้เลือกฟิตกันตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็น คลาสเต้นสุดมันส์อย่าง SH’BAM หรือ Street Jazz คลาสระเบิดพลังเพิ่มความแกร่ง J Series คลาสยอดนิยมที่ผสานการออกกำลังกายหลายรูปแบบเพื่อสร้างความแข็งแรงอย่างสนุกสนานอย่าง LesMills BODYCOMBAT, BODYBALANCE, BODYPUMP ไปจนถึง PT at Home ที่นำโดยเทรนเนอร์ระดับมืออาชีพจากเจ็ทส์ สามารถติดตามคลาสสนุกสุดฟิตทุกวันได้ที่ https://www.facebook.com/JettsThailand

Onitsuka Tiger x ดอยตุง สนีกเกอร์สะท้อนเอกลักษณ์ไทย–ญี่ปุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652926

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 09:20 น.

Onitsuka Tiger x ดอยตุง สนีกเกอร์สะท้อนเอกลักษณ์ไทย–ญี่ปุ่นOnitsuka Tiger เปิดตัวรองเท้ารุ่นคอลลาบอเรชั่นกับดอยตุง โปรเจ็กต์แห่งความยั่งยืนที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) แบรนด์แฟชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ยังคงนำเสนอคอลเลคชั่นร่วมสมัยที่ผสมผสานแฟชั่นกับกีฬา และมรดกของแบรนด์เข้ากับนวัตกรรม Onitsuka Tiger มีความภูมิใจที่จะประกาศการร่วมมือกับ โครงการพัฒนาดอยตุง โครงการหลักของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงใน พระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในราชอาณาจักรไทย โดยได้ร่วมกันจัดทำรองเท้าจากความคิดริเริ่มที่อยู่เหนือพรมแดน ความร่วมมือครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้ง Onitsuka Tiger และโครงการพัฒนาดอยตุงที่มีต่อการเคลื่อนไหวเพื่อความยั่งยืนระดับโลกที่กำลังเติบโต และสัญญาว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งโลกและมนุษย์

โดยสิ่งทอที่นำมาใช้ผลิตรองเท้าทั้งสามรุ่น อย่าง MEXICO 66™, MEXICO 66™ PARATY และ SERRANO™ เป็นลวดลายที่คัดสรรมาอย่างดีจากผ้าแบบดั้งเดิมหลายประเภทที่ผลิตในท้องถิ่น แกนหลักของรองเท้ารุ่นนี้คือผ้าทอมือที่ใช้เวลาในการผลิตหนึ่งสัปดาห์ ตั้งแต่การปั่นด้ายไปจนถึงรูปแบบของลวดลาย เมื่อเทียบกับผ้าทอด้วยเครื่องจักรแล้ว วัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะนุ่มกว่าและงานดีไซน์ที่สำเร็จแล้วจะมีความละเอียดอ่อนกว่า สีแดงและสีน้ำเงินที่นำมาใช้นั้นมาจากสีของ Onitsuka Tiger Stripes ผ้าทอหลักของรุ่น MEXICO 66™ ที่เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทย ถูกทออย่างพิถีพิถันที่ดอยตุง โดยใช้ด้าย PET รีไซเคิล 100% จากขวดพลาสติก โดยรุ่นเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทยนั้น รุ่นหนึ่งจะเป็นผ้าสีดำพร้อมปักโลโก้ Onitsuka Tiger ส่วนอีกรุ่นหนึ่งจะเป็นลายเสือ ผ้าลายเสือที่สลับซับซ้อนให้ความรู้สึกเก๋และทันสมัย นอกจากนี้สีแดงและสีเหลืองบนพื้นรองเท้านั้นมาจากสีหลักของดอยตุงและ Onitsuka Tiger ผลิตภัณฑ์นี้ได้ผสมผสานระหว่างงานฝีมือแบบดั้งเดิมของช่างฝีมือในประเทศไทยกับรองเท้ารุ่นไอคอนิกของเรา ทำให้เต็มไปด้วยคุณภาพที่เป็นเอกลักษณ์ทั้งของไทยและของ Onitsuka Tiger

เป้าหมายของโปรเจ็ก์นี้คือการเสาะหาผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์เหนือกาลเวลา มีโครงสร้างที่ทนทานและสวมใส่ได้สบาย และได้รับการชื่นชมจากผู้คนที่หลากหลายทั่วโลก รองเท้าทั้งหมดถูกสร้างขึ้นโดยกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและวัสดุที่ยั่งยืน คอลลาบอเรชั่นนี้นอกจากจะเป็นการผสมผสานระหว่างงานฝีมือของคนไทยกับรองเท้าไอคอนิกของ Onitsuka Tiger แล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือสังคมและการจ้างงานที่มีความหมายสำหรับชาวดอยตุง รองเท้ารุ่นที่เป็นเอกลักษณ์เหล่านี้เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมไทย – ญี่ปุ่น ในขณะที่หัวใจของมันมุ่งเน้นไปที่เรื่องของความยั่งยืน รองเท้าสนีกเกอร์เหล่านี้และเรื่องราวที่มาของมันจะเป็นนิยามใหม่ของคำว่า “เท่” ในแฟชั่นยุคปัจจุบัน

รองเท้าทุกรุ่นจะมีวางจำหน่ายที่ร้าน Onitsuka Tiger Global Flagship Store สยามสแควร์วัน, ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ สาขาถนนพระราม 4, ร้านดอยตุงไลฟ์สไตล์ สาขาโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย และบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2021 เป็นต้นไป เว็บไซต์: https://www.onitsukatiger.com/th/th-th/p/doitung สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://www.doitung.com/ หรือ https://www.instagram.com/doitung.official/

แนวคิดเชิงระบบ ศาสตร์แห่งความสำเร็จ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/653001

วันที่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 08:50 น.

แนวคิดเชิงระบบ ศาสตร์แห่งความสำเร็จโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

แนวคิดเชิงระบบคืออะไร

มันคือภาวะองค์รวมที่ผุดขึ้นจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ ภาวะใหม่นี้สามารถแสดงคุณสมบัติที่แตกต่างจากองค์ประกอบเดิมได้อย่างมีคุณค่าและความหมาย

เพื่อสร้างความเข้าใจแนวคิดดังกล่าวและนำไปสู่การแก้ปัญหา เราลองพิจารณาธรรมชาติของสิ่งใกล้ตัวต่อไปนี้

1. กาแฟร้อน มันคือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบคือ ผงกาแฟ ครีม น้ำตาล และน้ำร้อน ส้มตำไทยก็เช่นกัน มันคือระบบที่เกิดจากการตำหรือคลุกเข้าด้วยกันของมะละกอ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ กระเทียม พริก น้ำตาล มะนาว น้ำปลา ถั่วลิสง กุ้งแห้ง และอื่นๆ

ทำนองเดียวกับน้ำ เกลือแกง โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา รถยนต์ และไม่ว่าอะไรก็ตาม ต่างก็มีธรรมชาติเป็นอย่างเดียวกันทั้งสิ้น เพราะต่างก็คือระบบที่เกิดจากการเชื่อมโยงขององค์ประกอบ จึงผุดขึ้นเป็นสิ่งนั้นๆ แล้วเราก็บริโภคคุณสมบัติดังกล่าวที่ผุดขึ้น แล้วตีออกมาเป็นราคาตามคุณค่าของมัน

ดังนั้น ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาก็ทำนองเดียวกัน คือ เราต้องคิดวิเคราะห์เพื่อหาประเด็นหลักที่เกี่ยวข้อง แล้วคิดสังเคราะห์เพื่อเอาองค์ประกอบเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างเป็นทางออก เอาไปใช้แก้ปัญหา

2. กาแฟร้อนมีหลายชื่อ หลายชนิด และราคาก็ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความหอมและรสชาติความกลมกล่อมที่ต่างกัน คุณสมบัติดังกล่าวก็ขึ้นกับความแตกต่างขององค์ประกอบ เช่น เอสเพรสโซ่ มีแต่ผงกาแฟและน้ำร้อน คาปูชิโน่และลาเต้ก็เกิดจากการเอาเอสเพรสโซ่ มาเติมด้วยนมสดและฟองนมเข้าไป (ในสัดส่วนที่ต่างกัน) มอคค่า ก็เอาเอสเพรสโซ่มาเติมด้วยนมสด ฟองนม และช็อคโกแลต กาแฟร้อนทั้งสี่ชนิดนี้ต่างก็คือระบบ แต่มีชื่อเรียกต่างกัน เพราะองค์ประกอบต่างกัน รสชาติ ความหอมก็ต่างกัน ราคาก็ต่างกันด้วย นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมกาแฟร้อนทีชื่อเรียกต่างกัน รสชาติต่างกัน ราคาก็ต่างกัน ส้มตำมีหลายชนิด หลายรสชาติ โทรศัพท์มีหลายยี่ห้อ ความสามารถก็ต่างกัน ราคาก็แตกต่าง ทำนองเดียวกัน สินค้าใดๆ จึงมีหลายยี่ห้อ และถึงแม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกัน แต่มีคุณสมบัติและความสามารถที่ต่างกัน ราคาก็ต่างกันด้วยทั้งนี้เพราะว่า มันล้วนต่างกันที่องค์ประกอบ

ดังนั้น ในการแก้ปัญหาใดๆ เราต้องก้าวข้ามมุมมองที่ยึดติดอยู่กับคำตอบเดียวที่ดีที่สุด แต่เราต้องสร้างทางเลือกที่หลากหลายที่ดีที่สุด และทางเลือกอย่างสรางสรรค์นั้นต้องมาจากองค์ประกอบที่แตกต่าง

3. กาแฟที่มีอยู่อย่างหลากหลายชนิดนั้น นอกจากมาจากองค์ประกอบที่ต่างกันแล้ว มันยังกระบวนการ หรือลำดับการเติมองค์ประกอบหรือการชงที่ต่างกันด้วย เพราะลำดับการเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่างๆ ที่ผสมกันนั้น มันมีขั้นตอนที่ต่างกัน จึงออกมาเป็นกาแฟชื่อเรียกต่างกัน รสชาติและความหอมก็ต่างกันและนี่คือเหตุผลว่าทำไม ราคามันจึงต่างกันด้วย ทำนองเดียวกับการเกิดขึ้นของความหลากหลายของสรรพสิ่ง ไม่ว่าอะไรก็ตาม ก็เกิดจากการเชื่อมโยงที่แตกต่างอย่างหลากหลาย

ดังนั้น ในการแก้ปัญหาใดๆ อย่างมีประสิทธิผล การหาทางออกของปัญหาอย่างสร้างสรรค์ นอกจากองค์ประกอบที่แตกต่างแล้ว ยังต้องมาจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบด้วย

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือ แนวคิดเชิงระบบ อันเป็นศาสตร์แห่งความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพราะสถานการณ์ของปัญหาใดๆ มันก็มีธรรมชาติของความเป็นระบบเช่นกัน เพราะต่างก็เกิดจากประเด็นต่างๆ มาเชื่อมโยงกัน จนกลายเป็นปัญหาให้เราต้องแก้ไข และที่สำคัญปัญหาล้นเป็นปัญหาเชิงซ้อนที่เกิดจากการเชื่อมโยงที่หลากหลายขององค์ประกอบที่แตกต่าง

ดังนั้น ในการแก้ปัญหา เราจึงต้องยกระดับความรู้ ปัญญา และกระบวนการเรียนรู้ โดยการแตกปัญหานั้นๆ ออกเป็นประเด็นย่อยๆ แล้วหาความสัมพันธ์ของมันว่าก่อให้เกิดเป็นปัญหาได้อย่างไร และด้วยการคิดวิเคราะห์เพื่อพิจารณาถึงความแตกต่างขององค์ประกอบ และการคิดสังเคราะห์เพื่อสร้างการเชื่อมโยงที่หลากหลาย จะนำมาซึ่งทางออกของการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

แนวคิดเชิงระบบจึงเป็นศาสตร์แห่งความสำเร็จ

3 เคล็ดลับปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/652923

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 08:08 น.

3 เคล็ดลับปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้How to ปรับการกิน Work from Home อย่างไรให้เฮลตี้ กับบริการเดลิเวอรี่ “Taste of Siam x Robinhood” อิ่มอร่อยกับรสชาติแห่งสยามส่งตรงถึงบ้าน

เมื่อการ Work From Home วนเวียนกลับมาอีกครั้ง วันสยาม โกลบอลเดสติเนชั่นที่ผสานศักยภาพ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เลยอยากชวนมาตั้งเป้าการทำงานจากบ้านหนนี้ ให้เฮลตี้กว่าที่เคย กับ 3 เคล็ดลับดีๆปรับวิถีการกินช่วง Work From Home ให้ทำงานที่บ้านแบบไม่มีทางพลาด ของอร่อย แถมไม่ละเลยเรื่องสุขภาพ ให้ร่างกาย สมอง และจิตใจพร้อมเสมอสำหรับทุกสถานการณ์ สำหรับเหล่าคนทำงานสุด Productive ตารางแน่นทั้งวัน หรือใครที่ทำงานไปก็แว่บคิดถึงเมนูเด็ดจากร้านโปรด วันสยามมีตัวช่วยดีๆอย่างบริการ “Taste of Siam x Robinhood” อิ่มอร่อยกับรสชาติ แห่งสยามส่งตรงถึงบ้าน ผ่านแพลตฟอร์มโรบินฮู้ด ฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย ที่คัดสรรกว่า 1,000 เมนูอร่อย จากสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมจากทั้ง 3 ศูนย์การค้าพร้อมเสิร์ฟถึงบ้านแล้ววันนี้

กินอย่างสมดุล

พยายามให้อาหารในแต่ละมื้อมีทั้งโปรตีน, ไฟเบอร์จากธัญพืช, ไขมันดี และที่ขาดไม่ได้คือวิตามินแร่ธาตุจากผัก และผลไม้ รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะเมื่อร่างกายได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอเหมาะสมแล้ว จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น, มีพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการ จึงไม่รู้สึกหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือหิวบ่อย เป็นการเพิ่ม Productivity และยังช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น ลองกดสั่ง Norwegian Salmon Steak จาก TWG Tea สยามพารากอน แซลม่อนเสต็กชิ้นอวบเนื้อหวานที่อุดมไปด้วยโปรตีน เสิร์ฟคู่กับผักตามฤดูกาล มันบดเนื้อนุ่ม พร้อมซอสเลม่อนกระเทียมผสมกับชา เลมอน บุช ที ช่วงนี้ TWG Tea ยังมีโปรโมชั่น เดลิเวอร์รี่คุ้มพิเศษ ซื้อ 1 แถม 1 สั่งเมนูนี้รับทันที Ceasar Salad คุ้มที่ 2: ส่งฟรีเมื่อสั่งครบ 800 บาทขึ้นไป พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษ

หรือจะเป็นเมนูแซลม่อนสไตล์ฮาวายสุดคลีนอย่าง X Factor Poke Bowl เมนูยอดฮิตขายดีอันดับหนึ่งของร้าน Hunter Poke สยามเซ็นเตอร์ ที่อัดแน่นด้วยปลาดิบคุณภาพซาซิมิ ทั้งแซลม่อน, ปลาทูน่าสด และปลาไหลญี่ปุ่นย่างหอมๆ ตามด้วยไข่แซลมอนเม็ดโต ถั่วแระญี่ปุ่นเม็ดอวบใหญ่ มะม่วงสุกหวานฉ่ำ และไข่หวานหนานุ่ม พร้อมด้วยซอสสุดพิเศษ ทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นคลุกสาหร่ายย่างถ่าน ซึ่งแซลม่อนในปริมาณ 100 กรัมประกอบไปด้วยโปรตีนกว่า 41% ของปริมาณโปรตีนที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ทั้ง B3, B5, B6, B12, วิตามิน D, วิตามิน E และโปแตสเซียมอีกด้วย รับรองว่าอิ่มอร่อยอย่างสมดุลแน่นอน

กินอย่างมีขอบเขต

แยกมุมทำงานกับโต๊ะอาหารออกจากกันอย่างชัดเจน ควรนั่งกินอาหารที่โต๊ะให้เป็นเรื่องเป็นราว เพื่อพักเบรคและเปลี่ยนอิริยาบถอีกด้วย และไม่ควรกินไปทำงานไปอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะยุ่งหรือประชุมยาวเหยียดขนาดไหนก็ตาม เพราะการทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกัน จะทำให้ไม่โฟกัสกับการกิน พาลให้ไม่รับรู้ว่าอิ่มแล้ว ซึ่งจะทำให้กินมากหรือน้อยกว่าที่ควร เชื่อว่าอาหารไทยหลายๆอย่างก็ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะเอาไว้ทานอย่างรีบเร่งหน้าคอมพิวเตอร์ เพราะจะไม่ได้อรรถรสตามต้องการ แถมยังต้องมีพื้นที่ให้กับความหลากหลายของอาหารอีก โดยเฉพาะแนวแซ่บๆ อย่าง ชิลลี่ ไทย แอพ เซ็ท ชุดอาหารเรียกน้ำย่อยจาก Chlli Thai สยามพารากอน ที่คับคั่งไปด้วยข้าวตังหน้าตั้ง หมูสะเต๊ะ ไก่ทอดชิลลี่ ลาบถุงทอง และไหนจะปอเปี๊ยะอีสานที่มีผักแนมและสารพัดน้ำจิ้มอีก

หรือจะเมนูส้มตำรสนัว และต้มแซ่บเกี๊ยวกระดูกอ่อนหรือหมูเด้ง ก็ต้องให้เวลาละเลียดความอร่อยกันอย่างเป็นจริงเป็นจังและเป็นที่เป็นทาง

กินให้เป็นเวลา

ถึงจะ Work from Home เราก็ควรจะมีตารางเวลาชีวิตเหมือนกับเวลาเราไปทำงาน กำหนดมื้ออาหารและมื้อเบรคให้เป็นเวลาจะช่วยให้เราไม่เผลอกินจุบจิบ และยังได้เบรคพักสมองอีกด้วย หลังจากผ่านการประชุมออนไลน์ยาวๆ ก็มาเติมพลังและพักสมองกับ %Arabica สยามพารากอน ร้านแฟชื่อดังจากโตเกียว ให้ได้นั่งคาเฟ่ทิพย์ จิบกาแฟหอมๆ เอ็นจอย Specialty Coffee ที่บ้านแบบฟินๆ ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลเพื่อไม่ให้ง่วงเหงาหาวนอนตอนบ่ายกันในภายหลัง ลอง Americano เข้มๆ เย็นหรือร้อนตามชอบ เลือกได้ทั้งเมล็ดแบบ Arabica Blend คั่วเข้มสูตรเฉพาะของแบรนด์ โดดเด่นที่ความเข้ม หอม ออกช็อกโกแลต หรือ Ethiopia Yirgacheffe Adado Grade 1 Natural ที่ออกแนวฟรุตตี้ และฟลอรัล ติดเปรี้ยวแบบกลมกล่อม หรือใครอยากจะปลุกวิญญาณบาริสต้าในตัว ก็ลองสั่งเมล็ดกาแฟไปลองบดและชงเองที่บ้านได้ด้วย

ส่วนใครที่เป็นสายคลีน ขอแนะนำ Smoothie Bowl ของ Mom & Sis The Smoothie Café สยามเซ็นเตอร์ ความสดชื่นจากผักและผลไม้ 100% ไม่ใส่น้ำเชื่อม น้ำตาลหรือสารให้ความหวานใดๆ อร่อยและอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น Acai The Rainbow อาซาอิเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมท๊อปปิ้งผลไม้สด กราโนล่าและโกจิเบอรรี่ หรือจะเป็น Berry Blast Yogurt สมูทตี้ยอดฮิต เบอรรี่รวมปั่นกับผักโขม เพิ่มกรีกโยเกิร์ตได้ อร่อย สดชื่น พร้อมรับไฟเบอร์จากทั้งผักและผลไม้แบบเต็ม ๆ

เริ่มภารกิจเฮลตี้! สั่งเลยวันนี้ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ อิ่มครบ รับคุ้ม! ถึง 2 ต่อ เฉพาะแอปฯ โรบินฮู้ดเท่านั้น ได้แก่ คุ้มที่ 1: ใช้โค้ดส่วนลด ลดค่าอาหารทันที 100 บาท เมื่อสั่งอาหาร ครบ 500 บาทขึ้นไป เฉพาะ ร้านอาหารที่ร่วมรายการโค้ดส่วนลดเท่านั้น คุ้มที่ 2: รับฟรี Siam Gift Card มูลค่า 100 บาท พร้อมคูปองส่วนลดจากร้านค้าชั้นนำในทั้ง 4 ศูนย์การค้า รวมมูลค่ากว่า 1,000 บาท เมื่อสั่งอาหารครบ 400 บาทขึ้นไปจากร้านค้าที่ร่วมรายการผ่านแอปฯ โรบินฮู้ด ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน นี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด สามารถชมรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่แอปฯ โรบินฮู้ด หรือ ติดตามที่เฟซบุ๊คและเว็บไซต์ OneSiam แถมกระซิบว่า ทุกมื้ออาหารที่สั่งผ่านโรบินฮู้ด ยังเป็นการรวมพลังสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ช่วยหล่อเลี้ยงรายได้และสร้างงานสร้างอาชีพให้ผู้คนอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร รวมถึงเหล่าไรเดอร์นับหมื่น ให้เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้อีกด้วย

#TasteofSiamxRobinhood #OneSiam #Robinhood