กินไข่ทุกวัน ไม่กลัวคอเลสเตอรอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575698

  • วันที่ 02 ม.ค. 2562 เวลา 15:30 น.

กินไข่ทุกวัน ไม่กลัวคอเลสเตอรอล

เรื่อง มีนา  ภาพ รอยเตอร์ส

ความเชื่อของใครบางคน คิดว่าการกินไข่วันละ 1 ฟอง ถือว่ามากเกินไปสำหรับร่างกาย เพราะในไข่มีคอเลสเตอรอลสูง แต่เมื่อเร็วๆ นี้คุณหมอชั้นนำของไทยได้ออกมาแนะนำว่าคนทุกวัยที่มีสุขภาพดี สามารถกินไข่ได้วันละ 1 ฟอง เพราะไข่เป็นอาหารโปรตีนสูง กินแล้วสุขภาพแข็งแรง ไม่เกิดปัญหาไขมันในเลือดสูง ไม่ต้องพึ่งวิตามิน เป็นอาหารที่ทุกคนเข้าถึงได้ อีกทั้งประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม

นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยแนะนำ ไข่ไก่เป็นอาหารโปรตีนที่มีคุณค่าสูง ไข่ไก่หนึ่งฟองน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 50 กรัม ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี โปรตีน 7 กรัม แต่ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนและปริมาณสูงซึ่งเป็นที่ร่างกายคนสร้างเองไม่ได้ ด้วยกรดอะมิโนจำเป็นต้องใช้สำหรับซ่อมแซมร่างกาย และที่สำคัญไข่ไก่ยังเป็นแหล่งของแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญมีประโยชน์ต่อร่างกายและสมอง โดยเฉพาะเด็กที่กำลังเจริญเติบโต

“การกินไข่ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า คนทั่วไปที่มีอายุ 1 ขวบ จนถึงผู้สูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถรับประทานไข่ได้วันละ 1 ฟอง ถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ส่วนเด็กทารกอายุตั้งแต่ 6 เดือน สามารถเริ่มให้ไข่แดงต้มสุก ½ ฟอง เด็กอายุ 7-12 เดือน ให้กินไข่ต้มสุก ½-1 ฟอง ส่วนกรณีกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สามารถกินไข่ได้ 3 ฟอง/สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์ และที่สำคัญต้องดูแลการบริโภคอาหารอย่างอื่นร่วมด้วย และจากหลายๆ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า การรับประทานไข่ 1-3 ฟอง/วัน ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ” นพ.ดนัย กล่าว

ด้าน ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็สนับสนุนให้คนไทยบริโภคไข่เป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดี ทั้งนี้การศึกษาในระยะ 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าไข่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด การบริโภคไข่แดงเป็นประจำส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดไม่มากนัก หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และตรวจสุขภาพเป็นประจำ

นอกจากนี้ ไข่ไก่ยังเป็นแหล่งของแร่ธาตุที่สำคัญมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียมและฟอสฟอรัส รวมถึงวิตามินที่สำคัญ เช่น วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง บีสอง บีหก วิตามินดี วิตามินอี เลซิธิน ลูทีน และโคลีน ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเซลล์สมองของมนุษย์ ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้เจริญเติบโต สุขภาพแข็งแรง เสริมสร้างเซลล์สมอง และแก้ปัญหาทุพโภชนาการได้ผล

อำพันธ์ุ เวฬุตันติ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ภาครัฐตระหนักและให้ความสำคัญต่อการรณรงค์การบริโภคไข่ไก่ในประเทศ เนื่องจากคนไทยมีอัตราการบริโภคค่อนข้างต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วค่อนข้างมาก ทั้งที่ไข่ไก่เป็นอาหารโปรตีนและให้สารอาหารที่สำคัญหลายชนิด คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ หรือ Egg Board จึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนจัด “โครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง” ภายใต้การสนับสนุนของ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ กระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวและหันมาบริโภคไข่ไก่ให้มากขึ้น เนื่องจากไข่ไก่เป็นโปรตีนราคาถูก รับประทานได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ต้องกังวัลเรื่องคอเลสเตอรอล และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ของไทยมีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การผลิตไข่ไก่ได้มาตรฐานสากล สามารถตอบสนองความต้องการการบริโภคอย่างเพียงพอ และสร้างเสริมสุขภาพให้ประชาชนของประเทศได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

คนไทยจึงมั่นใจได้ว่า ไข่ไก่ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของการเกิดคอเลสเตอรอลสะสมในเส้นเลือด ทีนี้ก็หันมาเพิ่มโปรตีนให้กับร่างกายกันได้อย่างสบายใจแล้ว แต่ให้บริโภคเข้าไปในปริมาณที่พอดี การรับประทานไข่ไก่ที่ถูกต้องควรทำให้สุกเสียก่อน นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู สะดวก และนำอาหารที่แนะนำให้ทำรับประทานเป็นอย่างยิ่ง คือ สลัดไข่ หรือยำไข่ เพราะจะทำให้ได้รับสารอาหารจากไข่ มีไฟเบอร์และวิตามินซีจากผักและผลไม้ และอย่าลืมออกกำลังกายควบคู่กัน เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรค

สวนขวดสุดเท่ สร้างรายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575697

  • วันที่ 02 ม.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

สวนขวดสุดเท่ สร้างรายได้

เรื่อง ภาดนุ

จากงานอดิเรกที่ชื่นชอบและหลงใหลในการจัดสวนและปลูกต้นไม้เป็นทุนเดิม แต่เมื่อมีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งพื้นที่ในการปลูก เวลาในการดูแลต้นไม้ที่มีอยู่จำกัดด้วย จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “ปีเตอร์ แพลนต์เทอร์ราเรียม” (Peter Plant Terrarium) สวนขวดสุดเท่ที่สร้างมุมสีเขียวให้กับที่พักอาศัยหรือที่ทำงานของใครหลายๆ คน

อิสรา สอนสาสตร์ และ ชุติมา สวัสดีพุทธาสองผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ เล่าว่า พวกเขาค้นพบวิธีสร้างมุมสีเขียวน่ารักๆ ด้วยการจัดสวนภายในภาชนะแก้วใส ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากชายชาวอังกฤษที่ปลูกต้นไม้ลงในขวดแก้วใบใหญ่ขนาดความจุ 10 แกลลอน มาตั้งแต่ปี 1960 และปล่อยให้ต้นไม้เหล่านั้นเจริญเติบโตขึ้นเองโดยที่รดน้ำไปเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ทั้งสองจึงพยายามศึกษาเพื่อหาคำตอบและทดลองปลูกต้นไม้เล็กๆ ในขวดแก้วอย่างจริงจังเป็นเวลา 1 ปีเต็มจนรู้เคล็ดลับ

อิสรา บอกว่า ในช่วงแรกๆ ที่พวกเขาเริ่มนำผลงานการจัดสวนขวดไปวางขายตามงานอีเวนต์ต่างๆ ในช่วงวันหยุด พวกเขาก็มักจะแนะนำและให้ความรู้กับลูกค้ามือใหม่ที่ยังไม่เคยเลี้ยงต้นไม้ในสวนขวดมาก่อนไปด้วย

“หัวใจสำคัญที่จะช่วยยืดอายุของสวนขวดให้อยู่ได้ยาวนานก็คือแสง ความชื้น และอุณหภูมิแสงที่เหมาะสมจะต้องเป็นช่วงครึ่งวันเช้า นอกจากนี้ปริมาณของน้ำที่อยู่ภายในภาชนะนั้นๆ ต้องไม่มากเกินไป สวนขวดต้องวางอยู่ในห้องหรือในบริเวณที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส แล้วต้องระวังอย่าให้แสงแดดส่องถึงโดยตรงเพราะจะทำให้อากาศภายในภาชนะร้อนขึ้นและส่งผลให้ต้นไม้ตายในที่สุด

สำหรับวัสดุที่นำมาใช้สร้างระบบนิเวศภายในสวนขวดนี้ จะประกอบด้วยหินภูเขาไฟที่ช่วยกักเก็บความชื้น กรวดช่วยสร้างความเย็น มอสช่วยดูดซับความชื้นและทำให้เกิดไอน้ำ รวมทั้งดินเม็ดที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูงเพื่อฆ่าจุลินทรีย์ในดินที่เป็นอันตรายต่อพืชเรียบร้อยแล้ว”

อิสราเสริมว่า สำหรับราคาสวนขวดที่พวกเขาขายนั้นมีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปทรงของภาชนะที่ใช้จัดสวนเป็นหลัก นอกจากขายแล้วยังมีการจัดเวิร์กช็อปแบบเป็นกลุ่ม แบบส่วนตัว หรือจัดเวิร์กช็อปตามอีเวนต์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจนำไปต่อยอดหรือใช้เป็นกิจกรรมยามว่างได้ด้วย

“สาเหตุที่ทำให้สวนขวดกลายเป็นที่สนใจของคนรุ่นใหม่หรือหนุ่มสาวออฟฟิศ คงเป็นเพราะปัจจุบันนี้ทุกคนมีพื้นที่ที่จำกัด จึงไม่สามารถปลูกต้นไม้ปกติได้ ที่สำคัญสวนขวดยังดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก แถมสามารถเลือกรูปแบบสวนได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นฉากจำลองภาพวิวธรรมชาติ เช่น น้ำตก ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร หรือทะเล ก็เลือกได้หมด

ที่สำคัญเมื่อสินค้าถึงมือลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ผู้ขายก็ต้องสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าด้วยบริการหลังการขาย ที่รับดูแลให้ตลอดอายุการใช้งาน รวมทั้งวัสดุที่คัดสรรมาจัดเป็นสวนขวดนั้นก็ต้องมีคุณภาพด้วย เมื่อเราสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า พวกเขาก็จะไปแนะนำต่อให้เพื่อนๆ หรือคนรู้จัก จึงทำให้สวนขวดแบรนด์เราเริ่มเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ และถือว่าสร้างรายได้เสริมให้เป็นอย่างดีเลยล่ะ”

ผู้ที่สนใจดูข้อมูลได้ที่ FB: PeterPlantShop IG: thepeterplant หรือโทร. 08-7542-8356

คอลเลกชั่นนาฬิกาสุดรัก ปวร กิจเจริญการกุล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575699

  • วันที่ 02 ม.ค. 2562 เวลา 12:00 น.

คอลเลกชั่นนาฬิกาสุดรัก ปวร กิจเจริญการกุล

เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

นักข่าวสายปากท้อง ชวนกินของอร่อยประจำถิ่นและแนะนำอาชีพทำเงิน เจ้าของรายการ “คุยข่าวปากท้อง” ช่อง 8 และดีเจสุดฮอตจากคูล ฟาเรนไฮต์ “ปวร กิจเจริญการกุล” หรือไปป์ วัย 32 ปี วันนี้ไม่ได้มาเปิดเพลงหรือมาเล่าข่าว แต่มาเล่าให้ฟังถึงคอลเลกชั่นนาฬิกาสุดรักแสนหรู

สะสมนาฬิกาด้วยความฝังใจส่วนตัว ไปป์เล่าว่า สมัยเรียนหนังสือ โรงเรียนไม่อนุญาตให้เด็กประถมใส่นาฬิกา กฎคือกฎ คุณพ่อคุณแม่บอกว่าถ้าอยากได้ให้เก็บเงินซื้อด้วยตัวเอง เก็บเงินวันละ 20 บาทหยอดกระปุกอยู่หลายปีจนซื้อได้ และได้ใส่ไปโรงเรียนจริงๆ ด้วย เพราะกว่าจะเก็บเงินได้ก็ขึ้นมัธยมพอดี

สมัยเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ โตเป็นหนุ่ม อายุ 16 ปี คราวนี้ทำงานเก็บเงินจริงจัง ได้ซื้อนาฬิกาถูกใจเรือนแรก Panerai Luminor Daylight Chronograph PAM 250 ราคา 1.8 แสนบาท ชอบนาฬิกาเรือนใหญ่ มีข้างในหลายวง หยิบมาใส่บ่อยแม้กระทั่งทุกวันนี้

Rolex Daytona two tone Paul Newman ไอคอนของรุ่นนี้ คือ พอล นิวแมน ซึ่งเป็นคิงส์ออฟสปอร์ต นาฬิกาจับเวลาที่ได้การยอมรับในสไตล์ความคลาสสิกสายเป็นสองกษัตริย์ ผลิตปีเดียว 2015-2016 เขาซื้อในปี 2015 และกลายเป็นเรือนโปรดทันที 5.35 แสนบาท

Rolex Cosmograph Daytona black two tone 116523 เรือนนี้ซื้อเพราะถูกใจและชอบในน้ำใจเจ้าของเดิม ตั้งใจไปซื้อเรือนอื่น ในที่สุดถอดนาฬิกาคนขายซะ(ฮา) ทั้งที่อยากได้ Zenith รุ่นปี 2010 หาจนเจอทว่าเป็น Zenith รุ่นใหม่ เรือนนี้เป็นลาน 72 ชั่วโมง 4.3 แสนบาท

Rolex GMT-Master ll green hand black ceramic 116710 โรเล็กซ์เรือนแรกที่ซื้อ ขณะที่มีอายุ 24 ปีเต็ม กิมมิกเป็นเข็มวินาทีสีเขียว ตัวบอดี้น่าสนใจเปลี่ยนเวลาได้รอบโลก 2.7 แสนบาท

Rolex Sea Dweller ชอบโรเล็กซ์เรือนนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มมีความลึกซึ้งกับนาฬิกามากขึ้น นี่ก็อีกเรือนที่ถอดจากมือเจ้าของเดิม ที่ชอบมากคือขอบฟิล์มวินเทจ ดำน้ำลึก 1,200 เมตร 2.7 แสนบาท

Rolex Datejust two tone Slate Green Roman Dial 116333 ได้มาเมื่อสงกรานต์ปี 2018 หน้าปัดเงิน เป็นเรือนที่น้องชายซื้อให้บิดาเมื่อคราวไปอังกฤษปีนั้น เป็นนาฬิกาหน้าปัดเงินเพียงไม่กี่เรือนที่มี เพราะส่วนใหญ่หน้าปัดสีดำ 3.8 แสนบาท

Blancpain Leman Chronograph Flyback Titanium 38 mm in House Calibre F185 ถือว่าเป็นรุ่นขึ้นชื่ออีกรุ่นของบล็องพ็อง ที่มี Bezel 2 ชั้น ตัวเลขสไตล์ Military ขึ้นชื่อแบรนด์นี้คือ 1 ใน 5 ของวงการนาฬิกาด้วยเครื่อง in house Calibre F185 ที่แกะลาย Cotes de Geneve ทองคำ 4 แสนบาท

Hublot Classic Fusion Chronograph 45 mm นาฬิกาจับเวลารุ่นใหญ่ เรียบหรูและแตกต่างจาก Hublot ส่วนใหญ่ที่มักแวววาวหรือวิบวับ นาฬิกาทำมือให้ความรู้สึกที่ดีเสมอ ขอบเป็นไทเทเนียม หลังเปลือย โชว์เครื่อง สาย Gummy Alligator ปี 2017 ราคา 2.15 แสนบาท

IWC Portofino 8 days pink gold คือที่สุดของความเที่ยงตรง หลายคนเรียกว่านาฬิกานักบิน เพราะนักบินนิยมสวมใส่ ไปป์ชอบในดีไซน์ นิยมนำมาใส่กับสูทสำหรับออกงานพิธีที่เป็นทางการ คือความรู้สึกพิเศษที่นานๆ ครั้งจะใส่สายหนังสักที (ฮา)

นาฬิกาที่มีมากที่สุดในคอลเลกชั่น Memphis Belle Predator Heritage นาฬิกาดำน้ำสไตล์ Italian Military จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เน้นความเท่แบบวินเทจ ตัวเรือน Bronze Cusn8 ที่ทำให้เกิดออกซิเดชันเมื่อสัมผัสกับอากาศและความชื้น เกิดเป็นสีและร่องรอยเฉพาะตัวผู้สวมใส่

“Memphis Belle หน้าปัดเป็นแคลิฟอร์เนียสไตล์ที่เรียบง่าย โตเด่นด้วยโลโก้ ‘หัวกะโหลก’ และ ‘Flottiglia Mas’ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการ Italian Royal Navy เป็นทั้งวินเทจและเป็นทั้งนาฬิกาดำน้ำลุคสปอร์ตลุยๆ’

นาฬิกาซื้อใส่และลงทุน ไปป์เล่าว่า ในคอลเลกชั่นมีอีกหลายเรือน หากทุกเรือนสำหรับเขาคือซื้อใส่และลงทุน ทุกเรือนขายถ้าถูกใจคนซื้อ (ฮา) การเก็บสะสมนั้น ยิ่งเก็บยิ่งรกและไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าคนเก็บไม่ต้องการเก็บ นั่นคือภาระที่ต้องดูแล ต้องรักษาเสียค่าบำรุง ใช้โอกาสของชีวิตในการเสาะแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ดีกว่า

ดูแลหัวใจให้ฟิตตลอดปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575595

  • วันที่ 01 ม.ค. 2562 เวลา 10:40 น.

ดูแลหัวใจให้ฟิตตลอดปี

โดย อณุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

จะปีใหม่กันอีกแล้ว มาตั้งใจดูแลตัวเองเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีต้อนรับปีใหม่กันดีกว่า โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ เพราะไม่ว่าจะปีไหนการดูแลหัวใจก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย การมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงย่อมช่วยให้มีชีวิตที่ยืนยาวสุขภาพดี

นพ.อนุสิทธิ์ ทัฬหสิริเวทย์ อายุรแพทย์หัวใจ คลินิกป้องกันโรคหัวใจและลดไขมัน โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า โรคหัวใจถือเป็นโรคที่ติดอันดับ 1 ใน 3 โรคที่คร่าชีวิตคนไทยมาตลอดและมีแนวโน้มสถิติเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี สาเหตุอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนไป อาหารการกิน รวมถึงคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย อ้วน สูบบุหรี่ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดโรคหัวใจ

การหันกลับมาดูแลตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจ ก็จะช่วยป้องกันโรคหัวใจได้อีกทาง ปีใหม่ 2019 นี้อยากชวนทุกคนมาดูแลสุขภาพหัวใจกับ 9 เทรนด์ที่ช่วยให้หัวใจฟิตไปอีกนาน ได้ด้วยวิธีการดังนี้คือ

1.เริ่มอร่อยให้หยุด

เพราะอาหารส่วนใหญ่มีทั้งรสหวาน มัน เค็ม และมักอร่อยจนรับประทานได้แบบไม่มีลิมิต เพราะฉะนั้นหากรู้สึกว่าอาหารอร่อยควรต้องหยุด ให้คิดถึงปริมาณที่เหมาะสม สำหรับผู้ใหญ่ คือ สูตร 6 – 6 – 1 น้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา ไขมันไม่เกิน 6 ช้อนชา และเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา/วัน

2.ซีเรียลกินแล้วดีกับหัวใจ

หนึ่งในอาหารสุขภาพที่ดีต่อหัวใจ คือ ซีเรียล เพราะจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

3.ออกกำลังกายหนักไปไม่ดี

แม้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่หากกำลังป่วย เป็นไข้ หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจออกกำลังกายหนักเกินไป อาจส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ แต่ในกรณีที่มีสุขภาพแข็งแรงแนะนำให้ออกกำลังกายแบบ Fat Burn ซึ่งจะช่วยเผาผลาญไขมันได้มาก อาทิ การวิ่ง ว่ายน้ำ แอโรบิก ปั่นจักรยาน เป็นต้น

4.ควรนอนให้พอและไม่นอนดึก

การนอนให้พอคือไม่ควรต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง/คืน และไม่นอนดึกจนเกินไปคือไม่ควรเกินเที่ยงคืน จะช่วยให้หัวใจแข็งแรงและได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

5.เทคโนโลยี Smart Watch ผู้ช่วยตรวจเช็กสุขภาพ

Smart Watch คือเทคโนโลยีที่ช่วยดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะความแข็งแรงของหัวใจ สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจในขณะที่ทำกิจกรรมต่างๆ ได้ หากมีอัตราการเต้นหัวใจที่ผิดปกติควรรีบเข้ารับการตรวจเช็กกับแพทย์ด้านโรคหัวใจโดยเร็ว นอกจากนี้แนะนำให้ผู้สูงอายุใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นของโรงพยาบาลหรือเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการติดตามรายละเอียดของสุขภาพหรือในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน

6.ท่องเที่ยวธรรมชาติ

การท่องเที่ยวท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์มีส่วนสำคัญในการดูแลหัวใจ เพราะออกซิเจนที่ร่างกายได้รับช่วยให้หัวใจแข็งแรง นอกจากนี้หากไปเที่ยวภูเขาที่ต้องเดินขึ้น-ลงเขา ยังช่วยให้เดินได้เป็นหมื่นก้าวถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย

7.เลิกสูบบุหรี่

บุหรี่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน รวมถึงผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ควรเลิกสูบบุหรี่ตั้งแต่ตอนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป

8.ถ้ามีกรรมพันธุ์โรคหัวใจควรตรวจคัดกรองแต่เนิ่นๆ

หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจย่อมส่งต่อความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจจากพันธุกรรม การป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจเช็กสุขภาพหัวใจโดยเร็วตั้งแต่อายุ 40 ปี แต่หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นควรสังเกตตนเองและรีบพบแพทย์ด้านหัวใจเพื่อการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

9.โปรแกรมออกกำลังกายเพื่อผู้ป่วยโรคหัวใจ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ดังนั้นการได้รับการดูแลโดยคลินิกฟื้นฟูและส่งเสริมสมรรถภาพหัวใจที่มีโปรแกรมการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมต่อผู้ป่วยแต่ละคนตามความรุนแรงของโรค ตลอดจนทีมที่มีประสบการณ์ที่จะคอยประเมินผู้ป่วยเป็นระยะ ย่อมช่วยให้สุขภาพหัวใจเป็นปกติและกลับมาแข็งแรงได้โดยเร็ว

ถ้าปฏิบัติได้ดังที่กล่าวมาสุขภาพที่ดีไม่ไกลเกินเอื้อม การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ต้องทำเอง ให้ใครทำแทนไม่ได้

จ่ายเงินผ่านแอพ ทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575593

  • วันที่ 01 ม.ค. 2562 เวลา 10:32 น.

จ่ายเงินผ่านแอพ ทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่

โดย กั๊ตจัง ภาพ เอพี

ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดและบัตรเดบิตหรือเครดิตอีกต่อไป แต่จะอยู่ในรูปแบบของการใช้จ่ายเงินผ่านแอพพลิเคชั่นการเงินในสมาร์ทโฟน ก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต วันนี้เรามาดูแนวทางในการเลือกแอพใช้จ่ายเงินว่าควรเลือกและใช้งานอย่างไรให้เหมาะสมกับคุณ

เลือกแอพที่ตอบโจทย์ให้มากที่สุด

การที่เราจะเลือกใช้แอพพลิเคชั่นทางการเงินติดสมาร์ทโฟนสักแอพหนึ่งนั้น ไม่ใช่แค่การเลือกใช้แอพของธนาคารที่เรามีเงินฝากเท่านั้น แต่ควรเลือกแอพที่สามารถตอบโจทย์ธุรกรรมทางการเงินที่ครอบคลุมความต้องการให้มากที่สุด ตั้งแต่การโอนเงิน ชำระค่าบริการ และสามารถใช้ซื้อกองทุน ชำระสินค้าออนไลน์ รวมทั้งสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อจ่ายเงินให้กับร้านค้า

ซึ่งแอพแต่ละธนาคารจะมีรูปแบบบริการที่มีความสะดวกสบายแตกต่างกันออกไป บางธนาคารเหมาะกับการซื้อหุ้น กองทุน บางธนาคารเหมาะสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ บางธนาคารเน้นระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่เราควรศึกษาข้อดีข้อเสียของแต่ละแอพก่อนใช้งานให้ดี

เลือกโอนแบบไม่เสียค่าธรรมเนียม

ข้อดีของการทำธุรกรรมออนไลน์ในปีนี้ก็คือ การโอนข้ามธนาคาร ข้ามเขตได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่หลังจากเข้าปี 2562 แล้ว บางธนาคารจะกลับมาคิดค่าธรรมเนียมโอนข้ามธนาคารเหมือนเดิมและบางธนาคารจะยังคงมาตรการไม่คิดค่าธรรมเนียมเอาไว้ ลองสอบถามกับทางธนาคารที่คุณใช้บริการแล้วเลือกเปลี่ยนมาใช้แอพของธนาคารที่ไม่คิดค่าธรรมเนียม ซึ่งจะช่วยให้คุณสบายใจในการโอนเงิน และช่วยประหยัดเงินได้หลักร้อยบาทต่อปีเลยทีเดียว

ลองใช้แอพชำระเงินที่ไม่ใช่แอพของธนาคาร

การชำระเงินผ่านแอพไม่ได้จำกัดเฉพาะแอพของธนาคารเท่านั้น ยังมีแอพที่ช่วยให้เราทำธุรกรรมทางการเงินอย่างง่ายๆ อีกหลายแอพที่เชื่อถือได้ เช่น แอพเพย์พัล สำหรับคนที่เน้นการทำธุรกรรมทางการเงินกับต่างประเทศ แอพทรูมันนี่ที่เราสามารถใช้จ่ายเงินกับร้านสะดวกซื้อ หรือซื้อสินค้าออนไลน์กับร้านค้าที่รับการชำระเงินผ่านช่องทางนี้ หรือแอพแอร์เพย์ ที่สามารถเปิดบัตรเดบิตออนไลน์ สำหรับทำธุรกรรมทางการเงินได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ชำระค่าสินค้า โอนเงิน และเติมเงินเข้าระบบ

แอพพลิเคชั่นเหล่านี้เหมาะสำหรับคนที่ใช้บริการสินค้าเจ้าใดเจ้าหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น คุณชอบเข้าร้านสะดวกซื้อแอพทรูมันนี่จะช่วยให้คุณจ่ายเงินไปพร้อมๆ กับการสะสมแต้มเพื่อแลกของรางวัล หรือแอพแอร์เพย์ ที่ให้ส่วนลดในรูปแบบการคืนเงินทันที เป็นจุดเด่นที่ทำให้แอพเหล่านี้ได้รับความนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากเปิดบัตรเครดิตให้มีภาระผูกพัน สามารถสะสมแต้มแลกของรางวัลหรือมีส่วนลดในการซื้อสินค้า

แสดงราคาก่อนจ่ายเงินให้แม่ค้า

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชินกับการสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วจ่ายเงินให้แม่ค้า แต่ที่จริงแล้วแม่ค้าเกือบทุกคนรู้สึกสะดวกใจที่จะรับการโอนเงินผ่านระบบออนไลน์ ด้วยข้อดีหลายอย่างก็คือไม่ต้องเสียเวลาถอนเงินเพราะลูกค้าสามารถชำระเข้ามาเต็มจำนวนได้ทันที มีความปลอดภัยที่ไม่ต้องพกเงินสดไปฝากธนาคาร ไม่เสียเวลาในการจดรายรับรายจ่าย เพราะข้อมูลธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดจะถูกบันทึกเอาไว้

ในขณะที่ลูกค้าเองก็จะมีความปลอดภัยกว่าการพกเงินสดไม่ต้องกลัวเรื่องการทอนเงินผิด เงินหล่นหาย แม้สมาร์ทโฟนจะหายไปแต่การเข้าถึงแอพทางการเงินก็จะถูกล็อกไว้ด้วยรหัสผ่านอีกชั้นหนึ่ง ที่สำคัญยังช่วยให้เห็นภาพการใช้จ่ายเงินในแต่ละเดือนทั้งรายรับรายจ่ายได้อย่างชัดเจน

แต่สิ่งที่เราต้องทำทุกครั้งที่จะชำระเงินก็คือแจ้งว่าเราจะโอนเงินผ่านแอพ จากนั้นกดแสดงราคาให้แม่ค้าดูก่อนกดโอนเงิน รอไม่เกิน 5 วินาที ยอดเงินจะปรากฏที่เครื่องของแม่ค้าเป็นอันเสร็จสิ้นการชำระเงิน

สุดท้ายสิ่งที่เราควรระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินผ่านแอพก็คือความปลอดภัย หลายคนนิยมความสะดวกสะบายด้วยการใช้บัญชีเงินเดือนหรือเงินเก็บเป็นบัญชีเดียวกับการใช้จ่ายเงินออนไลน์ เป็นความสบายที่นำมาซึ่งความเสี่ยงสูง แนวทางในการเพิ่มความปลอดภัยในการใช้จ่ายเงินผ่านแอพทางการเงินเหล่านี้คือ คงเหลือหรือเติมเงินให้มีจำนวนพอใช้ในแต่ละเดือน ป้องกันความเสี่ยงเวลาบัญชีถูกแฮ็กเกอร์ถอนเงินออกไปหมดทั้งบัญชี ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่คุณป้องกันได้ด้วยการจำกัดเงินในบัญชีและตั้งค่าความปลอดภัยโดยอ้างอิงเบอร์โทรศัพท์มือถือก็จะทำให้การแฮ็กข้อมูลนั้นเป็นไปได้ยากมากขึ้นนั่นเอง

ชีวิตที่เราเลือกได้ เริ่มต้นในวัยเลขสี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575589

  • วันที่ 01 ม.ค. 2562 เวลา 09:49 น.

ชีวิตที่เราเลือกได้ เริ่มต้นในวัยเลขสี่

โดย ภาดนุ ภาพ อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

ชัญญา ภากรพัฒน์ หรือ ชัญญ่า ผู้ประกาศข่าวมากความสามารถจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ซึ่งอ่านข่าวในรายการ “คุยข่าวเย็นช่อง 8” ออกอากาศทุกจันทร์-ศุกร์ 15.40-18.45 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ 15.40-17.50 น. เป็นอีกหนึ่งผู้หญิงเก่งที่สามารถบาลานซ์การทำงานและชีวิตส่วนตัวได้เป็นอย่างดี

“ดิฉันอยู่ในแวดวงผู้ประกาศข่าวมาหลายปี เฉพาะทำงานที่ช่อง 8 นี้ก็ 5 ปีได้ค่ะ สำหรับการบาลานซ์การทำงานและชีวิตส่วนตัวของดิฉัน ด้วยความที่ปัจจุบันนี้วัยเราเข้าสู่เลข 4 แล้ว ชีวิตเราก็เปลี่ยนไป วัยนี้จะหันมาให้ความสำคัญกับการทำงานที่หลากหลายซึ่งทำแล้วมีความสุข

ย้อนกลับไปตอนที่อยู่ในวัยเลข 2 วัยนี้จะไม่ค่อยโฟกัสกับการทำงานมากนัก เหมือนกับว่าทำงานเพื่อหาประสบการณ์หรือทำแล้วรู้สึกสนุกมากกว่า แต่พอก้าวเข้าสู่วัยเลข 3 ก็จะเริ่มทำงานอย่างจริงจัง ช่วงวัยนั้นดิฉันนอนตีสามตีสี่ ตื่นขึ้นมาก็ทำงาน แฟนก็ไม่มีนะ (หัวเราะ) แต่พอขึ้นเลข 4 ปั๊บก็เริ่มคิดแล้วว่า จากที่ตัวเองเคยทำงานหามรุ่งหามค่ำ ก็เหลือแค่ทำงานผู้ประกาศข่าวช่วงเย็นอย่างเดียว ฉะนั้นจึงมีเวลาให้กับตัวเองในช่วงเช้ามากขึ้น ดิฉันจึงหันมาสนใจการดูแลสุขภาพมากขึ้น เพราะตัวเองไม่ได้แข็งแรงเหมือนวัยเลข 3 แล้วไงคะ ถ้าไม่อยากนำเงินที่หามาได้ไปรักษาตัวเองหมด ก็ควรดูแลตัวเองนับตั้งแต่บัดนี้เลย”

ชัญญ่า บอกว่า ทุกวันนี้เธอควบคุมและให้ความสำคัญในเรื่องอาหารมาก ยิ่งโดนช่อง 8 สั่งลดน้ำหนักด้วย ก็ยิ่งทำให้ต้องลดแป้ง ลดน้ำตาล ลดอาหารทอด อาหารมันลงด้วย แต่ยังคงกินผักและเนื้อสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสมอยู่

“ดิฉันว่าวัยเลข 4 ไม่ควรนอนเกินเที่ยงคืน จากเมื่อก่อนนี้ดิฉันเป็นผู้ประกาศช่วงข่าวดึก งานเลิกตีหนึ่งตีสอง กว่าจะกลับบ้าน กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีสี่ตีห้า ดังนั้นตอนนี้จึงเริ่มปรับโหมดการนอนของตัวเองให้ไม่เกินเที่ยงคืน ที่สำคัญทุกวันนี้ช่วงเช้าจะมีเวลาชิลชิลอยู่บ้านมากขึ้น แต่จะมาเน้นการประกาศข่าวช่วงเย็นแทน รวมทั้งปรับวิธีหาเงินด้วยค่ะ บางคนอาจจะนำเงินไปซื้อหุ้น แต่ดิฉันจะลงทุนด้วยการซื้อนาฬิกาหรูสะสมไว้เพื่อให้มันเพิ่มมูลค่าในตัวเอง แถมเรายังมีความสุขที่ได้ใช้นาฬิกาที่เราสะสมอีกด้วย

ที่สำคัญตอนนี้ดิฉันมีเวลาดูแลคุณแม่มากขึ้นและยังมีเวลาให้แฟนอีกด้วย วัยนี้ดิฉันมองว่าตัวเองนึกถึงเรื่องความมั่นคงมากขึ้น อย่างอาชีพผู้ประกาศข่าวนี้ก็ถือว่ามั่นคง เพราะแม้เราจะอายุมากขึ้น แต่เราก็ยังอ่านข่าวได้ เพราะเป็นอาชีพที่ใช้ความรู้และทักษะเฉพาะตัว

แม้ตอนนี้อาชีพจะดูมั่นคง แต่ดิฉันก็ยังมองหาอาชีพที่จะมารองรับได้ยามเกิดวิกฤตขึ้น นั่นก็คือการทำธุรกิจเปิดโฮมสเตย์ที่บางกะเจ้าซึ่งดิฉันหุ้นกับแฟนโดยบริเวณโฮมสเตย์จะเป็นบ้านที่ดิฉันอยู่เอง แล้วรอบๆ นั้นก็จะมีบ้านพักให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาพักได้ แล้วยังมีร้านอาหารคอยให้บริการอีกด้วย” ผู้ประกาศสาวเก่ง กล่าวทิ้งท้าย

วิ่งไกลอย่างไรให้เร็วกว่าเดิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575503

  • วันที่ 31 ธ.ค. 2561 เวลา 11:20 น.

วิ่งไกลอย่างไรให้เร็วกว่าเดิม

โดย กั๊ตจัง ภาพ เอเอฟพี

สำหรับคนที่อยากจะลงแข่งขันมาราธอน ไม่ว่าจะเป็นรายการฟันรันหรือมินิมาราธอน แต่ยังติดอยู่ที่เวลาไม่เคยได้ต่ำกว่า 70 นาที อยากจะวิ่งไกลให้เร็วกว่านี้ต้องทำอย่างไร?

วันนี้เรามีคำแนะนำบางอย่างที่อาจจะช่วยให้คุณวิ่งไกลได้เร็วกว่าเดิม

1.อย่าหยุดอยู่ที่ความสบาย

หลายคนที่วิ่งระยะทางไกลแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำเวลาได้เร็วมากขึ้น กำแพงใหญ่ของปัญหานี้อาจอยู่ที่ความไม่พยายามวิ่งให้เร็วกว่าเดิม หรือเพิ่มรอบขาขึ้นอีกระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เวลารวมในการวิ่งของคุณนั้นขยับขึ้นมาเร็วขึ้น

วิธีการฝึกวิ่งให้เร็วขึ้นสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเพิ่มสปีดให้กับตัวเองในบางช่วงแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ปกติคุณอาจจะวิ่งด้วยความเร็ว 8 กม./ชม. เป็นความเร็วพื้นฐานที่คุณรู้สึกว่าวิ่งได้สบาย ลองจัดโปรแกรมให้บางช่วงขณะซ้อมเพิ่มความเร็วเป็น 8.5 กม./ชม. เป็นเวลา 5 นาที จากนั้นวันต่อๆ มา ค่อยขยับเพิ่มขึ้นเป็น 6-10 นาที

ฝึกเพิ่มความเร็วและเวลาขึ้นไปเรื่อยๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ คุณก็จะพบว่าคุณสามารถวิ่งได้เร็วกว่าเดิมโดยไม่รู้สึกถึงอาการเหนื่อย อาจจะพบปัญหาอาการจุกท้องบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ เราก็แค่วิ่งให้ช้าลง อาการจุกก็จะค่อยๆ หายไป

2.ออกกำลังกายแบบอื่นบ้าง

การออกกำลังกายให้มีประสิทธิภาพ ไม่ควรออกกำลังกายประเภทเดียวอยู่ตลอดเวลา ควรแบ่งเวลาในการออกกำลังกายแบบอื่นที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของการวิ่ง เช่น กีฬาว่ายน้ำ ยกน้ำหนัก ปั่นจักรยาน หรือแม้แต่การฝึกสปรินต์กีฬาเหล่านี้จะช่วยให้คุณพัฒนาขีดความสามารถร่างกาย

กีฬาว่ายน้ำช่วยเสริมในเรื่องการหายใจ ปั่นจักรยานช่วยเสริมกล้ามเนื้อขาส่วนที่การวิ่งปกติไม่ได้ใช้งานมากนัก ยกน้ำหนักช่วยเสริมกล้ามเนื้อเพิ่มความแข็งแรงโดยรวมให้กับร่างกายในส่วนอื่นๆ ให้ดูสมส่วนมากขึ้น โดยอาศัยช่วงว่างจากตารางการฝึกวิ่งมาออกกำลังกายในแบบอื่น โดยเฉพาะการว่ายน้ำที่ช่วยในเรื่องการหายใจได้เป็นอย่างดี

3.จัดตารางฝึกให้มีช่วงพัก

การวิ่งทุกวันไม่ได้ทำให้ร่างกายเราแข็งแรงอย่างที่คิด แต่การฝึกหนักสลับเบา และมีวันที่ได้หยุดพักต่างหากที่ช่วยให้ฝีเท้าเราพัฒนาได้เร็วขึ้น โดยโปรแกรมการฝึกซ้อมจะเป็นตารางง่ายๆ แบบพื้นฐานสลับวันกัน ดังนี้ วิ่งปกติ 6 กม./วิ่งปกติสลับเร็ว 6 กม./พัก/ออกกำลังกายประเภทอื่น/วิ่งระยะ 10 กม./พัก/ออกกำลังกายประเภทอื่น

ในช่วงวันที่ได้ออกกำลังกายประเภทอื่นนั้น ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายให้หนักจนรู้สึกเหนื่อยเหงื่อเต็มตัว พอให้หัวใจเต้นเร็วได้ใช้แรง เน้นเรื่องการหายใจและฝึกความเร็ว จะช่วยพัฒนาด้านความอึดและความเร็วในการวิ่งกับคุณได้เอง แต่อย่างไรก็ตามตารางฝึกนี้ไม่จำเป็นต้องทำตามไปตลอด

สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคน แต่ขอให้มีช่วงพักอย่างน้อย 2-3 วัน/สัปดาห์ เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักฟื้นและกลับมาแข็งแรงกว่าเดิมก็พอ

4.อาหารช่วยเพิ่มพลังวิ่ง

หลายคนฝึกฝนเท่าไรก็ไม่พัฒนาสักที วิ่งไปแล้วหมดแรงไปเสียก่อน บางทีคำตอบของปัญหาก็อยู่ที่การรับประทานอาหารที่ให้พลังงานไม่เพียงพอกับการวิ่งที่ต้องใช้พลังงานเกือบครึ่งหนึ่งของพลังงานที่ร่างกายใช้ตลอดทั้งวัน

ดังนั้น ก่อนออกกำลังกายอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงครึ่งเราควรรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น แป้ง ผลไม้ที่ให้วิตามิน และกลูโคสธรรมชาติ ระหว่างฝึกวิ่ง สิ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ น้ำ ที่ต้องคอยดื่มเป็นระยะ หากวิ่งทางไกลเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำจากการเสียเหงื่อมากเกินไป จนรู้สึกหมดแรงไปก่อน

5.ฝึกวิ่งบนลู่ช่วยพัฒนาจังหวะการวิ่ง

นักวิ่งหลายคนมักจะมองข้ามการฝึกวิ่งบนลู่วิ่ง เพราะคนที่ฝึกวิ่งบนลู่ไปวิ่งสนามจริงมักจะไม่คุ้นเคยและเหนื่อยมากกว่า แต่ที่จริงแล้วการฝึกวิ่งบนลู่มีข้อดี คือ การปรับรอบขาให้มีจังหวะที่สม่ำเสมอ ซึ่งนักกีฬาทีมชาติและนักแข่งยังเลือกที่จะฝึกวิ่งบนลู่ควบคู่ไปกับการฝึกวิ่งบนถนนจริง

เพียงแต่เทคนิคการปรับลู่วิ่งนั้นจะปรับให้มีความชันเพิ่มขึ้นประมาณ 2-5 องศา เพิ่มความหนืดให้ออกแรงวิ่งใกล้เคียงกับสภาพถนนจริง ถ้าอยากฝึกวิ่งให้เร็ว มีจังหวะรอบขาที่สม่ำเสมอการฝึกวิ่งบนลู่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดี

สุดท้ายที่ไม่รวมในข้อใดข้อหนึ่ง ก็คือ อย่าไปยึดติดกับวิชาการมากเกินไป หลายครั้งการฟังเทคนิคจากนักวิ่งอาชีพหลายๆ คน เราจะพบว่าต่างมีแนวทางของตัวเองที่น่าสนใจ แต่หากฟังคนอื่นมากไปจะทำให้เราละเลยธรรมชาติที่ตัวเราเป็น เพราะทุกคนต่างมีจังหวะการวิ่งในแบบของตัวเอง

ขอเพียงรู้พื้นฐานการวิ่งที่ถูกต้อง ลงเท้าให้ถูก จัดวางท่าให้สมดุล หายใจให้ลึกที่เหลือร่างกายเราจะบอกเองว่าควรวิ่งแบบใด ที่ทำให้ตัวเองเคลื่อนที่ไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด บางคนยกขาสูงแล้วทำให้วิ่งเร็ว ที่เหลือเราต้องหาจังหวะการวิ่งของตัวเองที่วิ่งแล้วได้ผลดีที่สุดด้วยการปล่อยให้วิ่งอย่างเป็นธรรมชาติของตัวเราเอง

อรวรรณ กอเสรีกุล เปลี่ยนขยะมุ้งลวด เป็นกระเป๋าดีไซน์เก๋

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575488

  • วันที่ 31 ธ.ค. 2561 เวลา 09:53 น.

อรวรรณ กอเสรีกุล เปลี่ยนขยะมุ้งลวด เป็นกระเป๋าดีไซน์เก๋

โดย กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

สาวนักครีเอทีฟจากรั้วแคแสดอรวรรณ กอเสรีกุล บัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ภาควิชาศิลปอุตสาหกรรม สาขาออกแบบสิ่งทอ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ทำโครงการสุดสร้างสรรค์ทิ้งท้ายไว้เป็นผลงานจบการศึกษา

และมากไปกว่านั้น มันไม่ใช่แค่การบ้านในรั้วมหาวิทยาลัย แต่ยังเป็นตัวจุดประกายไอเดีย นำวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งก่อสร้างอย่าง “มุ้งลวด” มาออกแบบเป็นสิ่งทอแนวใหม่ที่ทั้งสวยงามและมีมูลค่า

อรวรรณ เจ้าของโครงการออกแบบสิ่งทอจากมุ้งลวดปักลาย กล่าวว่า เธอได้นำวัสดุเหลือใช้จากระบบอุตสาหกรรมมาต่อยอดสู่สิ่งใหม่ โดยได้คัดเลือกวัสดุใกล้ตัวที่เจอทุกวันอย่าง มุ้งลวด ซึ่งมีผิวสัมผัสที่น่าสนใจ มีความยืดหยุ่นคล้ายผ้า และเป็นวัสดุที่มักเหลือทิ้งในการติดตั้งตามบ้านเรือน มาออกแบบและคิดหาวิธีสร้างสรรค์ใหม่ๆ จนกลายมาเป็นกระเป๋าใบสวยที่ไม่มีใครเหมือน

จากการลงพื้นที่หาซื้อมุ้งลวด พบว่า มุ้งลวดมี 3 ประเภท คือ ทำจากอะลูมิเนียมที่สะท้อนแสงได้ดีมีคุณสมบัติช่วยทำให้บ้านสว่าง อีกประเภท คือ ทำจากไนลอนซึ่งมีความหนาและดักฝุ่นได้มากกว่าประเภทอื่น และประเภทสุดท้าย คือ ทำจากไฟเบอร์กลาสมีความอ่อนตัวและดูทันสมัย

เธอลองนำมุ้งลวดทุกประเภทมาปักด้วยวิธีต่างๆ ปรากฏว่าวัสดุที่ขึ้นรูปได้ดีคล้ายสิ่งทอที่สุด คือ มุ้งลวดไฟเบอร์กลาส

“เราอยากเพิ่มลวดลาย เพิ่มคุณค่าทางความงาม เพื่อสร้างประโยชน์ใช้สอยด้านอื่นๆ ให้กับมุ้งลวดเหลือใช้” เธอ กล่าว

“ซึ่งก่อนจะมาค้นพบการปักลายก็ได้ลองมาหลายวิธี ทั้งใช้สีทาเล็บเหลือทิ้งมาทา เพราะเราเป็นคนชอบทาเล็บและไม่เคยใช้หมดขวด ปรากฏว่าก็ดูสวยดีแต่ไม่รู้ว่าจะนำมุ้งลวดสีๆ ไปทำอะไร จากนั้นได้ลองใช้เอ็นใสมาร้อยเข้าไปก็ทำให้สวยงามได้แต่ใช้เวลาทำนานมาก ไม่เหมาะกับการผลิตซ้ำ

แล้วพอดีได้ลงเรียนคอร์สปักครอสติช(Cross Stitch) จึงลองปักลายแทรกเข้าไปในรูมุ้งลวด แต่เทคนิคนี้ก็ไม่เวิร์กอยู่ดีเพราะไม่เหมาะกับขนาดรูของมุ้งลวดที่เล็กเกินไป”

เมื่อลองผิดลองถูกด้วยวิธีที่คิดว่าน่าจะสร้างความสวยงามได้ สุดท้ายเธอค้นพบเทคนิคการ “ปักฟู” (Needle Punching)ซึ่งมีวิธีการทำคล้ายอุตสาหกรรมพรม คือ มีแผ่นแข็งเป็นฐานและใช้เส้นพรมแทงเข้าไปให้ขึ้นฟู

“เมื่อค้นพบวิธีทำได้แล้ว ต่อไปก็คือการหาคอนเซ็ปต์เพื่อสร้างลวดลายให้กับมุ้งลวด เลยมาคิดว่าเราเลือกวัสดุที่มีความโฮมมี่ (Homey) หรือเป็นของใช้ในบ้านอยู่แล้ว เลยคิดสร้างลายในคอนเซ็ปต์แม่บ้านยุค’50 ที่ล้อเลียนมาจากโปสเตอร์โฆษณาจากถุงผงซักฟอก และโปสเตอร์น้ำอัดลม

เพราะในยุคนั้นเป็นยุคเฟื่องฟูของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน จึงเน้นใช้ผู้หญิงมาเป็นไอคอนในโฆษณา ซึ่งเป็นยุคตัวอย่างของการเหลื่อมล้ำทางเพศ ตามแนวคิดแบบเก่าที่ว่าผู้หญิงต้องอยู่กับการทำงานบ้านเท่านั้น และเมื่อการทำงานบ้านเป็นไปได้ด้วยดี แม่บ้านก็จะมีความสุข แต่เรานำมาตีความหมายใหม่ว่า ผู้หญิงสามารถมีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องทำงานบ้าน เราจึงนำภาพผู้หญิงยุคนั้นมาแล้วตัดสิ่งที่เกี่ยวกับงานบ้านทิ้งหมดเลย”

แนวคิด 50s Happy Housewife หรือแม่บ้านที่มีความสุขในทศวรรษที่ 50 ถูกนำไปใส่ไว้บน “กระเป๋า” โดยการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปทรงถุงพลาสติก ถุงกระดาษใส่ของในซูเปอร์มาร์เก็ต และถุงหูรูด เพื่อสะท้อนถึงความเป็นแม่บ้านตัวจริง

“การปักฟูด้วยมือต้องใช้เข็มที่ใช้สำหรับการปักฟูโดยเฉพาะ ปลายเข็มจะคล้ายเข็มฉีดยา และต้องเลือกเบอร์เส้นไหมที่สอดคล้องกับตารางมุ้งลวดทำให้ไหมเรียงตัวกันฟูและแน่นพอดี โดยกระเป๋าต้นแบบชุดแรกมี 7 ชิ้น ทำขึ้นด้วยการทำมือทั้งหมด

เราได้หาข้อมูลมารองรับว่าในระบบอุตสาหกรรมสามารถผลิตได้จริง เพราะนอกจากมันจะคล้ายกับอุตสาหกรรมพรม ยังไปคล้ายกับอุตสาหกรรมผลิตผ้าขนหนู จึงสามารถผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมและสามารถผลิตซ้ำได้จริง”

อรวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า มุ้งลวดไฟเบอร์กลาสยังเอื้อในด้านดีไซน์ เพราะเป็นวัสดุสีดำที่ช่วยขับสีเส้นไหมให้โดดเด่นและดูทันสมัย ซึ่งในกระบวนการทำมุ้งลวดในบ้านเรือนจะเหลือมุ้งลวดเหลือใช้เสมอ เนื่องจากแต่ละครั้งจะเหลือเศษมุ้งลวดติดม้วนกระดาษประมาณ 1-2 เมตร ซึ่งเป็นจำนวนมากพอให้นำไปต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่น

อย่างไรก็ตาม กระเป๋าต้นแบบที่เธอทำขึ้นได้หยิบมุ้งลวดมาใช้เป็นเพียงองค์ประกอบของลายเท่านั้น เมื่อถามว่าหากนำมุ้งลวดมาทำเป็นกระเป๋าทั้งใบได้หรือไม่? เธอตอบว่าสามารถทำได้แต่อาจไม่คงทนในการใช้งาน

“เราเลือกใช้หนังกลับมาเป็นวัสดุของตัวกระเป๋า เพราะหนังกลับจะให้สีหม่นๆ ให้ความรู้สึกวินเทจเหมาะกับชิ้นงาน และสามารถเย็บมือได้ง่าย” เธอ กล่าว

“โดยการปักฟูขนาดเอ4 จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง อาจฟังดูนานเพราะต้องเปลี่ยนสีด้ายเยอะ เข้าเข็มบ่อย จึงเป็นงานฝีมือที่ใช้เวลาเล็กน้อยแต่ก็ไม่นานเกินไป”

ก่อนจะออกมาเป็นลวดลายบนมุ้งลวด ขั้นตอนแรกจะเริ่มจากการวาดภาพในคอมพิวเตอร์เพื่อออกแบบภาพและไล่เฉดสี จากนั้นไปหาซื้อไหมสีเดียวกับที่วาดไว้ แล้วพรินต์ภาพออกมาทาบกับมุ้งลวดแล้วเริ่มปัก ซึ่งมุ้งลวดมีลักษณะเป็นตารางเหมือนภาพพิกเซลทำให้การลงสีตามภาพจึงไม่ยาก

แต่ที่เป็นปัญหา คือ การปักผ้าต้องดึงผ้าให้ตึง เพราะมุ้งลวดมีความยืดหยุ่นสูงทำให้ใช้สะดึงธรรมดาไม่ได้ เธอจึงให้ช่างทำสะดึงแบบพิเศษขึ้นมา โดยมีลักษณะเหมือนกรอบหน้าต่างเพื่อขึงมุ้งลวดเหมือนทำหน้าต่างจริง แล้วค่อยปักลายลงไป เมื่อเสร็จก็เลาะมุ้งลวดออกมาไปเย็บประกบกับตัวหนัง โดยต้องเย็บขึงให้มุ้งลวดตึงเหมือนตอนปักเพื่อคงความละเอียดและความสวยงามของลาย

หลังจากนั้นเคลือบกาวที่ด้านหลังของลายเพื่อให้เส้นไหมยึดติดกับมุ้งลวด เวลาใช้งานจริงจะได้ไม่หลุดออกง่าย และเทคนิคการปักฟูยังทำให้เกิดภาพ 3 มิติ ดูสวยงามไม่ซ้ำใคร และเพิ่มมูลค่าให้มากกว่าการปักผ้าแบบธรรมดาด้วย

กล่าวได้ว่า เธอเป็นนักออกแบบรับใช้สังคมที่สามารถออกแบบและต่อยอดผลิตภัณฑ์ ด้วยการประยุกต์ใช้ความรู้ควบคู่ไปกับนวัตกรรมสู่การเป็นนักออกแบบที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ จากข้อมูลสถิติปริมาณขยะที่เข้าระบบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่า ปี 2560 ประเทศไทยมีปริมาณขยะอุตสาหกรรมสูงถึง 31 ล้านตัน จากการเติบโตของระบบเศรษฐกิจ โรงงาน เขตนิคมอุตสาหกรรม การเร่งขยายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก การเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกต่างประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้วงการอุตสาหกรรมหันมาให้ความสำคัญในการลดปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้น และเปลี่ยนขยะเหล่านั้นกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการการออกแบบอย่างที่อรวรรณได้ลงมือทำ ที่จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเล็กๆ แต่เป็นไอเดียที่ยิ่งใหญ่ในการช่วยลดปริมาณขยะจากอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่มากก็น้อย

ปัจจุบันอรวรรณทำงานประจำ แต่ก็ยังไม่ทิ้งไอเดียกระเป๋ามุ้งลวดปักลาย คนที่สนใจสามารถสั่งพรีออร์เดอร์ได้ที่อินสตาแกรม meshography.hq และติดต่อเธอได้ทางไลน์ lhinglhinh

ฮวงจุ้ยปีหมูไฟฉบับรวบรัด ‘โชคดีรับทรัพย์เฮงๆ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575477

  • วันที่ 31 ธ.ค. 2561 เวลา 08:22 น.

ฮวงจุ้ยปีหมูไฟฉบับรวบรัด 'โชคดีรับทรัพย์เฮงๆ'

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว

พอถึงปีใหม่หลายคนคิดอยากปรับฮวงจุ้ยบ้าน สำนักงาน บริษัท ออฟฟิศของตัวเอง เพื่อให้โชคลาภ เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ ตำแหน่ง ความสุข และสิ่งที่เป็นมงคลทั้งหลายหลั่งไหลเข้ามา มุ่งหวังให้บ้านมีแต่ความสุข สมบูรณ์มั่งคั่ง ความสามัคคีเกื้อกูลของคนในบ้าน บริษัทมีแต่ผลกำไร การค้าการขายคล่อง การเงินหมุนเวียนดี พนักงานขยันขันแข็งตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ ฯลฯ

การปรับฮวงจุ้ยบ้าน สำนักงาน ออฟฟิศ หลายคนจึงเลือกใช้ซินแสเก่งๆ มาดูให้ ถ้าไม่รู้จักสนิทสนมเป็นส่วนตัว บอกได้เลยงานนี้ไม่มีฟรี ควักกระเป๋าจ่ายทั้งนั้น

ราคาขึ้นกับความดังของซินแส ถ้าซินแสดังมากก็จ่ายสูง แต่ปี 2562 ที่กำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ถ้าคิดจะปรับฮวงจุ้ยบ้าน ออฟฟิศของตัวเองไม่ต้องจ้างซินแสที่ไหน เรามีผู้เชี่ยวชาญฮวงจุ้ยจริงๆ มาแนะนำวิธีเป็นไกด์ไลน์นำไปปรับใช้ได้เลย

ทิศดี-ทิศร้าย ปี’62 ต้องรู้

เนื่องจากฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์เกี่ยวกับพลังชี่ ซึ่งเป็นพลังงานของกระแสแม่เหล็กโลกที่มีผลกระทบมาถึงบุคคลโดยตรง การปรับฮวงจุ้ยบ้าน บริษัท สำนักงาน หรือโรงงาน สิ่งต้องรู้เป็นอันดับแรกคือทิศดี-ทิศร้ายของปีนั้นๆ แล้วเลือกทำเฉพาะในทิศที่ดี ห้ามทำในทิศร้าย ทรัพย์สินเงินทองโชคลาภสิ่งดีๆ จะเข้ามา ซึ่งการจะตรวจสอบทิศไหนส่งผลอย่างไรต้องมีอุปกรณ์ในการวัดทิศ นั่นก็คือเข็มทิศ

เริ่มต้นต้องหาจุดศูนย์กลางของบ้านให้ได้ก่อนซึ่งจำเป็นและสำคัญมาก เพราะเป็นจุดเปรียบเทียบกับส่วนต่างๆ ของห้องว่าเป็นส่วนทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศเหนือหรือทิศใต้ โดยอาศัยจุดศูนย์กลางนี้

อาจารย์ณัฏฐฌญา คชแสง หรือ อาจารย์ปุ๋ม การันตี 789

อาจารย์ณัฏฐฌญา คชแสง หรือ อาจารย์ปุ๋ม การันตี 789 ผู้เชี่ยวชาญพิธีกรรม และฮวงจุ้ย รองผู้อำนวยการและอาจารย์สอนพิธีกรรม สถาบันโหราศาสตร์และนักพยากรณ์แห่งประเทศไทย วัดบางพลีใหญ่กลาง เห็นว่า 4 ทิศต่อไปนี้เป็นทิศมงคล ควรปรับฮวงจุ้ยให้ดี โชคลาภ เงินทอง ความสุขจะเข้ามา ดังนี้

1.ทิศ 8 จักรวาล คือ ตำแหน่งจุดกลางบ้าน การจัดฮวงจุ้ยบ้านทิศจักรวาลต้องสะอาด เปิดโล่ง ไม่ควรมีสิ่งของทำให้รก หรือสกปรก เพราะตำแหน่งนี้เป็นธาตุดิน หมายถึงความมั่นคง ความสงบสุข ทรัพย์สินงอกเงย การค้าเจริญรุ่งเรือง ควรเสริมหรือจัดฮวงจุ้ยด้วยแจกันดอกไม้ที่เป็นเนื้อดินเผาหรือติดโคมไฟขนาดใหญ่ได้

2.ทิศเหนือ มีดาว 4 เป็นดาวจร ธาตุไม้ ส่งผลดีเรื่องการพูด การเจรจา การคบค้าสมาคม การศึกษา การเรียนต่อ บ้านใครทำอาชีพค้าขาย ทางทิศเหนือของบ้านควรตกแต่งให้ดูดี สะอาด เนื่องจากทิศเหนือมีดาวธาตุไม้ เกี่ยวกับพวกเฟอร์นิเจอร์ควรตกแต่งด้วยโต๊ะทำงาน โต๊ะเก็บเงิน สำนักงานอุปกรณ์ สำนักงานที่เกี่ยวกับไม้ที่ควรอยู่ที่ทิศเหนือของบ้านแม้กระทั่งอุปกรณ์การตกแต่ง สีผ้าม่าน เช่น สีเขียว สีเขียวอ่อนต้นไม้ แจกันดอกไม้ มาปลูกทางทิศเหนือบ้านเพื่อทรัพย์รับโชค

3.ทิศตะวันออก มีดาว 6 ธาตุทอง เป็นดาวจรประจำปีมาอยู่ทางทิศตะวันออก ถ้าจัดตกแต่งสำนักงานต้องเน้นความสะอาด และการตกแต่งห้ามขัดกับดาวจรประจำปีทิศตะวันออก อุปกรณ์การตกแต่งควรเป็นโลหะหรืออุปกรณ์ที่เป็นทรงกลม เช่น ลูกโลก หรือโทนผ้าม่านสีขาว ไม่ควรติดไฟเยอะ และโซนทิศตะวันออกไม่ควรเป็นสีแดงหรือสีเข้มออกโซนแดงมากเกินไป หรือจะวางตู้ปลาหรือตู้น้ำดื่มเพื่อรับทรัพย์ รับโชค หรือถ้ามีโล่รางวัลที่เป็นโลหะให้นำมาวางไว้ทิศตะวันออก ถือเป็นการรับโชคประจำปีและหนุนโชคลาภเราด้วย

4.ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีดาว 9 ธาตุไฟ เป็นดาวจรประจำปี ธาตุไฟส่งผลด้านเกียรติยศ ชื่อเสียง โชคลาภ วาสนา ความเป็นมงคลทั้งมวล เปรียบเสมือนเทวดามาให้พร เกิดความสำเร็จไม่คาดคิด ทิศนี้ควรติดตั้งเกี่ยวกับหลอดไฟ โคมไฟ แสงสว่าง เปิดหน้าต่างสำนักงาน ออฟฟิศ ติดตั้งทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าให้มากที่สุด แม้กระทั่งติดตั้งโชว์แจกัน ที่เป็นเนื้อดินเผาหรือเครื่องลายครามสังคโลกจะทำให้เกิดโชคลาภประจำปี และเกิดสิ่งดีๆ โดยไม่คาดคิด

อาจารย์มงคล มงคลประพฤติ

ทิศร้าย 4 ทิศ เลี่ยงได้เลี่ยงเลย

ในโลกใบนี้มีดีก็ต้องมีร้ายควบคู่กัน ดังนั้นมีทิศดีก็ต้องมีทิศร้าย นอกจากต้องสะอาดปลอดโปร่งไม่รกสกปรกแล้วก็ไม่ควรไปทำอะไรๆ เช่น ห้ามขุด ห้ามเจาะ ห้ามต่อเติม ไม่ว่าจะต่อเติมสำนักงานหรือสิ่งปลูกสร้างอะไรในทิศร้าย ควรหลีกเลี่ยงไปทำในปีต่อไป เพราะจะเกิดผลร้ายมากกว่าผลดี หรือถ้าจัดฮวงจุ้ยดีหมดแล้วแต่ลืมดูทิศร้ายทิศดีๆ ที่ทำจะพลอยเสียไปด้วย

อาจารย์มงคล มงคลประพฤติ รองผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์วิทยา มีประสบการณ์ปรับแก้ฮวงจุ้ยมาประมาณ 30 กว่าปี พูดถึงทิศร้ายหรือทิศไม่ดีในปี 2562 ที่ส่งผลร้ายมากมีอยู่ 4 ทิศ โดยทิศที่ร้ายมากที่สุดอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นตำแหน่งของดาวหมายเลข 5 (ธาตุดิน) เป็นดาวที่มีผลร้ายแรง ส่งผลให้เกิดการมีปัญหา เสียทรัพย์ ลงทุนผิดพลาด ล้มละลาย ฟ้องร้อง คดีความ อุบัติเหตุ เจ็บป่วย เป็นต้น

“วิธีการแก้ไขควรตั้งโลหะเนื้อวาวๆ ให้ดูโดดเด่น หรือแขวนกระดิ่งโลหะหรือโมบายหกแท่งเพื่อป้องกันและแก้ไข ต่อมาคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นตำแหน่งของดาวหมายเลข 2 ธาตุดิน ควรทำการตั้งโลหะวาวๆ เช่นเดียวกัน และเสริมด้วยการแขวนน้ำเต้าทองเหลืองหรือโมบายหกแท่ง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย

ทิศที่ส่งผลร้ายอันดับที่ 3 คือทิศใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของดาวหมายเลข 3 (ธาตุไม้) ควรทำการตั้งโคมไฟสีแดงหรือสีชมพูเพื่อเป็นการป้องกันเกี่ยวกับเรื่องของการเกิดคดีความฟ้องร้องหรือการมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

ทิศร้ายสุดท้าย คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ดาวร้ายหมายเลข 7 ธาตุทอง ควรตั้งอ่างน้ำนิ่งๆ ทางทิศนี้เพื่อป้องกันความเสียหายทางด้านโจรกรรม การทะเลาะวิวาท ถูกทำร้าย แตกหักเสียทรัพย์สินหรือถูกหลอกลวง”

อาจารย์ฑัคฆนกร จั่นเย็น หรือ อาจารย์ชาติ ฮวงจุ้ย

ปีกุนธาตุไฟเน้นแสงสว่างเข้าไว้

อาจารย์ฑัคฆนกร จั่นเย็น หรือ อาจารย์ชาติ ฮวงจุ้ย รองผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์และนักพยากรณ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลักการจัดฮวงจุ้ยต้องให้เหมาะสมกับตัวสำนักงาน ออฟฟิศ และบ้าน โชคลาภเงินทองจึงจะเกิด เริ่มตั้งแต่อุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน สำนักงาน ต้องไม่เยอะเกินไป ไม่เกะกะมากไป สำนักงานห้องเล็กพื้นที่น้อยเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งก็ควรพอเหมาะ อย่าจัดโต๊ะมากกว่าคนทำงาน หรือเว้นทางเดินแคบเกินไป

สำนักงานใหญ่พื้นที่เยอะต้องมีโต๊ะจัดให้ดูเยอะขึ้น แต่งให้เหมาะสมกับพื้นที่ อย่าให้โล่งเกินไป บางสำนักงานมีพื้นที่กว้างปล่อยไว้คิดว่าเป็นพื้นที่รับโชคลาภแต่มีโต๊ะนิดเดียว ไม่เหมาะไม่สมดุล ผิดหลักฮวงจุ้ย บ้านก็เช่นกัน หลังเล็กแต่อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์เยอะมาก โต๊ะรับแขก ตู้เตียงเยอะเกินไป ค่าใช้จ่ายเงินทองรั่วไหล ทรัพย์ก็ไม่เข้าบ้านได้ ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ย

“ปี 2562 นักษัตรปีกุน ธาตุไฟ ตามหลักฮวงจุ้ยไฟคือแสงสว่าง บ้านหรือสำนักงานต้องโล่งโปร่งสว่างแจ้ง แสงเข้าถึงทุกมุม ไม่ควรมีที่มืดที่อับ ถือว่าผิดหลักฮวงจุ้ยประจำปีนี้ จุดไหนมีมุมอับมืดแสงเข้าไม่ถึง ก็ทำให้มีแสงสว่างติดตั้งไฟ หรือเปิดรับแสงตรงจุดนั้นบ้าง ไม่งั้นจะทำให้ขาดทรัพย์ หรือโชคลาภที่ควรจะได้จะมีไม่เกิดขึ้นเลย

อุปกรณ์สำนักงานทุกอย่างเน้นให้มีแสงสว่าง ติดตั้งหลอดไฟทรงกลม ติดหลอดไฟหน้าบ้าน หน้าบริษัท รั้วบ้าน ซื้อแจกันประเภทดินเผา หรือเครื่องสังคโลกสุโขทัย เครื่องเบญจรงค์มาตกแต่งบ้านให้ดูสวยงาม เป็นของตั้งโชว์ในมุมรับแขกก็ได้ ถ้ามีอุปกรณ์ตกแต่งเหล่านี้ธาตุไฟปีนี้จะส่งผลดีเกิดความเจริญความมั่งคั่งมาสู่บริษัทและเจ้าของบ้านแน่นอน   หน้าบ้าน สำนักงานออฟฟิศควรมีรูปปั้นดินเผา รูปสิงห์ที่แกะสลักด้วยหินต่างๆ รูปไหที่มีน้ำพุ อิฐมอญ อุปกรณ์ตกแต่งล้วนให้เป็นดินหรือเกี่ยวกับดินเพราะสำนักงานหรือบ้าน ถ้าตกแต่งเช่นนี้โชคลาภจะเข้ามาสู่ตัวบ้านหรือสำนักงานง่ายขึ้น แม้กระทั่งโมบายที่ติดตามหน้าต่างเวลามีลมพัดผ่านให้เน้นเป็นโมบายเซรามิกจะดีที่สุด

ห้องผู้บริหารบริษัทให้นำรูปภาพเสือ จะเสือโคร่ง หรือเสือที่บ่งบอกถึงอำนาจบารมี หรือรูปภูเขาติดไว้ จะทำให้กิจการบริษัทเจริญรุ่งเรือง หรือนำรูปปั้นกระต่ายดินเผาไปตกแต่งที่สวนหน้าบ้าน หรือตู้โชว์จะมีโชคลาภตลอดในปี 2562 หรือนำรูปภาพรูปกระต่ายติดไว้ที่ห้องรับแขก ทำให้ลูกหลานและคนในบ้านพบแต่ความสุขอบอุ่น หรือนำไปติดในห้องประชุม ห้องทำงานของลูกน้องจะทำให้คนในองค์กรรักใคร่กลมเกลียวตั้งใจทำงานขยันสร้างผลงาน ทำให้ผลประกอบการของบริษัทเจริญรุ่งเรือง

“อุปกรณ์ตกแต่งภายในให้เน้นสีเหลือง หรือโทนสีเหลืองเป็นพิเศษ เพราะดาวที่ให้โชคลาภประจำปีกุนหรือหมูใหญ่เป็นดาวธาตุไฟจะถูกโฉลกกับสีแดง ส้ม และส่งเสริมสีเหลือง จึงต้องตกแต่งให้ได้รับพลังจากโชคประจำปี ถ้าทำตามที่บอกพลังดาวประจำปีหมูจะนำโชคลาภมาสู่สำนักงานและบ้านท่านแน่นอน

การจัดสวนหรือปลูกต้นไม้รับโชคก็มีส่วนช่วยเสริมประจำปีนี้ ถ้ามีพื้นที่และชอบต้นไม้ดอกไม้ ควรหามาปลูก เช่น ดอกทานตะวัน ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบสีแดงต้นแสงอาทิตย์ หรือไม้พรรณอะไรก็ได้แต่ให้เน้นดอกสีแดงและเหลืองจะถูกโฉลกปีกุน หามาปลูกมาตกแต่งได้ แต่ให้ความเหมาะสมของสถานที่ ถ้าไม่สะดวกอย่าฝืน เพราะฮวงจุ้ยคือความสมดุล ห้องพระนี้ปีใหม่ให้ทำความสะอาด ปีนี่ควรตั้งพระพุทธรูปไปทางทิศตะวันออกจะถูกโฉลกรับโชคประจำปีเกิดปาฏิหาริย์โชคลาภ มีเงินมีทรัพย์ขึ้นมา”

อ่านแล้วสามารถนำไปปรับฮวงจุ้ยบ้าน ห้องทำงาน สำนักงานออฟฟิศได้เลย แต่ถ้าต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมติดต่อ อาจารย์มงคล โทร.08-0456-1674 อาจารย์ชาติ ฮวงจุ้ย โทร.09-2265-6135 อาจารย์ปุ๋ม โทร.09-5229-8879 ไอดีไลน์ poom24195

อัครเดช ม่วงไม้ อดีตโบรกเกอร์สู่วิถีเกษตรอินทรีย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/575404

  • วันที่ 30 ธ.ค. 2561 เวลา 09:51 น.

อัครเดช ม่วงไม้ อดีตโบรกเกอร์สู่วิถีเกษตรอินทรีย์

โดย พุสดี สิริวัชระเมตตา

จากเด็กหนุ่มที่เติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อมักใช้เวลายามว่างแปลงร่างเป็นชาวนา กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ โอม-อัครเดช ม่วงไม้ อดีตโบรกเกอร์หนุ่มที่เคยสนุกกับการทำงานในบริษัทหลักทรัพย์ เทรดหุ้นทุกวัน หันมาตกหลุมรักการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย มีความสุขกับการปลูกผัก เลี้ยงไก่

กระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำ หันหลังให้กับอาชีพที่เคยใฝ่ฝัน เขากลับค้นพบเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยคาดคิด นั่นคือ การเป็นเกษตรอินทรีย์ที่มีออฟฟิศเป็นสวนหลังบ้าน มีประชากรไก่ ผัก และข้าว เป็นความท้าทายที่เขาต้องพิชิตให้ได้เพื่อผลผลิตที่ดีที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างธรรมชาติ หรือออร์แกนิกทั้งหมดนั่นเอง พร้อมกันนี้เขายังจับมือกับแฟนสาว เมย์-บุษลักษณ์ บัตรมาก พีอาร์สาวไฟแรง ปลุกปั้น ธรรมดา การ์เด้น (Tammada Garden) ให้เป็นแบรนด์สินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ใช้ผลผลิตทั้งหมดจากแปลงเกษตรของตัวเอง

แม้จะเริ่มเปิดตัวมาได้ไม่ถึงขวบปี แต่เรื่องราวเบื้องหลังธรรมดา การ์เด้น ที่เกิดจากแพสชั่นและความมุ่งมั่นของหนุ่มๆ สาวๆ รุ่นใหม่ กลับไม่ธรรมดาเหมือนชื่อแบรนด์

จากตลาดหุ้นสู่แปลงนา

“ธรรมดา การ์เด้น เพิ่งเริ่มต้นได้ 8-9 เดือนครับ ก่อนหน้านี้ผมเป็นโบรกเกอร์ ทำงานในบริษัทหลักทรัพย์มา 7 ปี สมัยเรียนผมชอบและสนใจด้านนี้ แต่พอมาทำจริงๆ นานเข้าก็เริ่มรู้สึกอิ่มตัวกับการใช้ชีวิตที่ทุกนาทีต้องผูกติดกับข้อมูลข่าวสาร จนพอทำงานได้ถึงปีที่ 4-5 เป็นยุคที่ผักไฮโดรโปนิกส์ (การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน) เริ่มบูม ผมก็เริ่มศึกษาด้วยตัวเอง แล้วลองปลูกที่บ้าน ซึ่งมีฟาร์มเกษตรอยู่ที่ปทุมธานี จากปลูกในกล่องโฟม ค่อยๆ ขยับขยายจนสร้างเป็นรางน้ำได้ผลผลิตทีละ 600-700 ต้น แรกๆ ก็ทั้งกิน ทั้งแจก หลังๆ เริ่มขายบ้าง”

อย่างไรก็ตาม การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ในเวลานั้นก็ยังเป็นเพียงกิจกรรมยามว่าง แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาหันมาจริงจังกับการทำเกษตร คือ เมื่อคุณพ่อคิดอยากจะทำโรงสี

“บ้านผมทำนาอยู่แล้วครับ คือ คุณพ่อท่านก็เป็นพนักงานประจำ แต่อาศัยเสาร์-อาทิตย์ทำนา วันหนึ่งคุณพ่อท่านมีไอเดียว่า ในเมื่อเราทำนาเอง แต่ทำไมต้องซื้อข้าวคนอื่นกิน ท่านเลยคิดว่าน่าจะสร้างโรงสีเล็กๆ ขึ้นเพื่อสีข้าวที่เราปลูก หลังจากนั้นคุณพ่อก็ขยับขยาย เริ่มเลี้ยงไก่ ปลูกผักกินเอง ซึ่งตอนที่คุณพ่อเริ่มทำ เป็นจังหวะที่ผมเองเริ่มอิ่มตัวกับงานประจำมาก เลยบอกคุณพ่อว่า ถ้าเราจะทำแบบจริงจัง ก็ต้องเพิ่มปริมาณ เพราะด้วยความที่เราเลี้ยงไก่แบบออร์แกนิก ไม่ได้ใช้สารเร่ง ไม่ให้อาหารเม็ด เลี้ยงปล่อยแบบธรรมชาติ ปริมาณไข่ที่ได้ไม่แน่นอน แต่ข้อดีคือ เรากินได้อย่างสบายใจ ที่สำคัญไก่เราอายุยืนขึ้น จากเลี้ยง 2 ปีตาย ก็กลายเป็นอยู่ได้ถึง 5 ปี”

นอกจากไก่ โอมบอกว่าที่บ้านยังเริ่มทำฟาร์มผัก ซึ่งจากที่เคยปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ โอมคิดว่ายังไม่ออร์แกนิก 100% เลยเปลี่ยนมาปลูกแบบเกษตรอินทรีย์

“ถึงจะไม่ได้มาทำเต็มตัว แต่ช่วงนั้นผมก็ช่วยที่บ้านมาตลอด คุณพ่อคุณแม่ผมพูดเสมอว่า ผักที่เราปลูกเองกินแล้วสบายใจ เรื่องความอร่อยไม่ต้องพูดถึง ที่สำคัญสดใหม่มาก เพราะเราเด็ดจากแปลงมากินเลย”

ในช่วงที่กำลังสนุกกับงานอดิเรก โอมก็ตัดสินใจลาออกจากการทำงานเป็นโบรกเกอร์ ผันตัวเองมาเป็นเซลส์ขายอาหารแช่แข็งอยู่ประมาณ 7 เดือน ด้วย 2 เหตุผล คือ บริษัทอยู่ใกล้บ้าน สองคือ อยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านการขายเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายงานประจำก็ยังไม่ตอบโจทย์ โอมเลยตัดสินใจลาออกมาเป็นเกษตรกร พร้อมสร้างแบรนด์ผลิตผลเกษตรอินทรีย์เต็มตัว

“ผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมาอยู่ตรงนี้ ผมมีเป้าหมายชัดเจนมาตั้งแต่เลือกเรียนด้านการเงินว่าอยากเป็นโบรกเกอร์ ที่ผ่านมาผมได้ทำความฝันในวัยเรียนสำเร็จแล้ว แต่เมื่อทำแล้วค้นพบว่าไม่ใช่สิ่งที่ใช่สำหรับชีวิต พอได้มาเจอวิถีชีวิตใหม่ จากแรกๆ ที่ทำเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ กลายเป็นว่าผมรู้สึกสนุกที่จะอยู่กับชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ต้องอยู่ในเมืองที่วุ่นวาย ว่างๆ ก็ไปลงคอร์ส หรือหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำเกษตร ผมรู้สึกมีความสุข และที่สำคัญผมรู้แล้วว่า การทำเกษตรต้องจริงจัง แค่เวลา 2 วันต่อสัปดาห์ที่เราให้ไปอาจยังไม่พอ เพราะถ้าจะดูแลแบบครบวงจร ทั่วถึงจริงๆ เราต้องทุ่มเทกว่านี้”

อย่างไรก็ตาม โอมยอมรับว่า แม้ใจจะเต็มร้อยแต่ช่วงแรกที่มาทำกลับไม่ง่ายเลย เฉพาะปลูกผักที่คิดว่ามีประสบการณ์มาบ้าง ก็ยังต้องทดลองอยู่เป็นสิบรอบกว่าจะสำเร็จ ช่วงแรกๆ ที่ผันตัวจากมนุษย์เงินเดือนมาเป็นเกษตรกรแทบไม่มีรายได้เลย

“ผมใช้ชีวิตแบบไม่มีรายรับอยู่ 4-5 เดือน แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร ค่อยๆ ทำไป ประจวบเหมาะกับตอนนั้นแปลงนาที่บ้านกำลังจะเก็บเกี่ยว จากปกติเราจะเก็บไว้กินประมาณ 1-2 ตัน ที่เหลือขายให้โรงสี ผมตัดสินใจขอคุณพ่อมาลองทำตลาด 1 ตัน (ประมาณ 300 กิโลกรัม) ซึ่งคุณพ่อท่านก็ใจดีให้มาลองทำ”

ผูกปิ่นโตมีสุขภาพดีไปด้วยกัน

โอมบอกเล่าอย่างออกรสว่า ช่วงที่สวมบทเกษตรกรมือใหม่กำลังตั้งหลัก นอกจากจะดูแลผลผลิตที่ปลูกด้วยใจ เขายังคิดโมเดลธุรกิจที่จะสร้างความยั่งยืนไปด้วยว่า จะขายในรูปแบบไหน สุดท้ายโอมและแฟนสาวตกผลึกจนได้ไอเดีย “ผูกปิ่นโต” เน้นการขายแบบจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เพราะทั้งคู่อยากให้ผลิตผลที่เป็นออร์แกนิกอยู่ในราคาที่เอื้อมถึง ทุกคนที่อยากมีสุขภาพดีสามารถซื้อได้

“เราตั้งต้นจากข้าวสารจากนาของเรา โปรโมทผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม มีออกบูธบ้างประปราย แต่เราไม่ได้เข้าห้าง เพราะด้วยความที่เป็นสินค้าออร์แกนิก ทุกอย่างขึ้นกับธรรมชาติจริงๆ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้มีสต๊อกสินค้ามากพอที่จะส่งห้างอยู่แล้ว ลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นแบบผูกปิ่นโต ลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งซื้อทำสัญญา เราก็จะนำสินค้าไปส่งให้ถึงหน้าบ้าน”

สำหรับสินค้าที่เริ่มผูกปิ่นโตตอนนี้ คือ ข้าวสารหอมปทุมปลอดสาร โดยลูกค้าต้องจ่ายเงินมัดจำถังไม้สักสำหรับบรรจุข้าว ซึ่งเราสั่งทำเป็นพิเศษ สามารถจุข้าวสารได้ 15 กิโลกรัม มีคุณสมบัติกันมอดได้ ในราคา 1,000 บาท โดยจะต้องสั่งข้าวเต็มถังทุก 3 เดือน เมื่อลูกค้าทำการสั่งซื้อครบ 24 ครั้ง จะได้รับเงินมัดจำคืน พร้อมได้รับถังไปเลย โดยทุกครั้งที่ลูกค้าสั่งข้าวทางแบรนด์จะนำข้าวไปเติมให้ในถังนี้ เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก

“ตอนหลังเรายังเพิ่มถังไม้ขนาด 7.5 กิโลกรัม เพื่อให้ตอบโจทย์กับลูกค้าที่อาศัยอยู่ในคอนโด ตลอดจนครอบครัวขนาดเล็กด้วย โดยยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือ มัดจำ 1,000 บาท สั่งซื้อครบ 24 ครั้ง รับเงินมัดจำคืนพร้อมถังไม้สัก ที่สำคัญยังรับประกันความพอใจลูกค้าด้วยการให้ทดลองกินฟรีก่อนครึ่งกิโลกรัม เพราะรสนิยมในการกินข้าวของคนเราไม่เหมือนกัน แต่ผมมั่นใจว่าจุดเด่นของข้าวเราคือ ความสดใหม่ ไม่มีการสีทิ้งไว้ รอให้ลูกค้าสั่งถึงสี ทำให้ข้าวยังมียาง หุงออกมาแล้วคล้ายๆ ข้าวญี่ปุ่น ซึ่งในอนาคตผมกำลังวางแผนว่าจะปลูกข้าวกล้องแบบออร์แกนิกด้วย เพราะมีลูกค้าถามมาเยอะ”

นอกจากข้าว เรายังมีไข่ออร์แกนิก ซึ่งเวลาเรานำไปส่ง เราจะใส่ตะกร้าทำมาจากใยมะพร้าวไปส่ง พร้อมกันนี้ยังมีผักออร์แกนิกเช่น ผักสลัด ผักสวนครัว คะน้า กวางตุ้ง พริก ในอนาคตอาจจะมีสินค้ามากกว่านี้ เพราะโอมกำลังเริ่มทดลองเลี้ยงปลาตะเพียน ปลาเนื้ออ่อน ปลาทับทิม เป็นต้น

“ทุกรายการสั่งซื้อที่เข้ามา ผมจะขับรถไปส่งเอง ผมมีความสุขที่ได้เจอลูกค้า เผื่อมีปัญหาจะได้พูดคุยกันโดยตรงเพื่อปรับปรุง ตอนนี้เรารับออร์เดอร์พร้อมส่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล”

ยิ้มให้สุดกับชีวิตที่เริ่มแตะเบรก

มาถึงวันนี้ โอมบอกว่า ชีวิตของเขาสโลว์กว่าแต่ก่อนมาก ตารางชีวิตทุกวันนี้ คือ ตื่นตีสี่ครึ่ง เพื่อไปเปิดมุ้งให้ไก่ลงมากินอาหารเช้าที่เราเตรียมไว้ให้ตั้งแต่กลางคืน ถามว่าทำไมต้องตีสี่ครึ่ง เพราะเราไปหาข้อมูลมาแล้วว่าไก่มีเวลาอาหารเช้าของเขา ถ้าไม่ให้ตามเวลาไก่ก็ไม่ไข่ จากแต่ก่อนเราให้ตอนตื่น ประมาณ 8 โมงเช้าปรากฏไก่ไม่ออกไข่ (หัวเราะ)

“พอจัดการภารกิจแรกของวันเสร็จ ผมก็จะกลับไปนอน ตื่นมาอีกที 7 โมงเช้า ดูออร์เดอร์สินค้า ถ้ามีออร์เดอร์ข้าว ผมก็ไปเข้าโรงสี ดูแปลงผัก จากนั้นก็ไปทำปุ๋ย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เย็นค่ำ จากแต่ก่อนนอน ตี 1 ตี 2 เดี๋ยวนี้สี่ทุ่มก็ง่วงแล้ว เช้าวันใหม่ก็ตื่นไปทำภารกิจเดิม ถามว่าชีวิตผมสโลว์ลงมั้ย แน่นอน ถึงจะมีอะไรให้ทำเยอะ แต่ก็สนุก ได้ทำสิ่งที่รัก ได้กลับมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ ตั้งแต่ผันตัวเองมาทำไร่ ผมใจเย็นขึ้นมาก สมัยใช้ชีวิตในเมืองทำให้ใจร้อน เวลา 24 ชั่วโมงไม่เคยพอ แต่พอไปอยู่กับต้นไม้ มันสอนให้เรารู้จักรอคอย อย่างเราปลูกผักแปลงนี้ต้องรอ 45 วัน ก็คือ 45 วัน เราจะไปเร่งก็ไม่ได้ ที่ทำได้คือ เฝ้าดูแลมันทุกวัน ความรู้สึกที่ผมชอบที่สุด คือ ตอนที่เห็นต้นงอกพ้นดิน มันเหมือนการเริ่มใหม่ เหมือนชัยชนะที่เราได้รับในทุกวัน”

โอมยังทิ้งท้ายถึงที่มาของชื่อธรรมดาแต่ฟังแล้วติดหูว่า ธรรมดา การ์เด้น คือฟาร์มที่เกิดจากสวนหลังบ้าน และอิงทุกอย่างจากธรรมชาติ จนสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่ธรรมดาให้เป็นจริง