6 เคล็ดลับโสดอย่างมีคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 01 พ.ย. 2560 เวลา 15:15 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522921

6 เคล็ดลับโสดอย่างมีคุณภาพ

การอยู่เป็นโสดไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หากตั้งใจที่จะอยู่คนเดียวไปจนแก่แล้ว ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีด้วย

บางคนอาจจะแสวงหาคู่รักดีๆ ต้องการมีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกที่เป็นโซ่ทองคล้องใจ แต่ไม่ใช่สำหรับคนบางกลุ่มที่รักสันโดษ ชอบใช้ชีวิตคนเดียว รักอิสระ จึงขอเลือกที่จะอยู่เป็นโสดดีกว่า ซึ่งการจะอยู่เป็นโสดนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกในสมัยนี้แม้แต่น้อย แต่ถ้าหากตั้งใจจะใช้ชีวิตคนเดียวไปจนแก่ จะต้องมีการวางแผนและเตรียมตัวที่ดีด้วย

1. วางแผนด้านการเงิน – เงินถือเป็นปัจจัยหลักในการใช้ชีวิตในยุคนี้เลยก็ว่าได้ เพื่อการใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุขจึงควรรู้จักออมเงินไว้ใช้ยามแก่เฒ่า ไม่ว่าจะในรูปแบบอสังหาริมทรัพย์ กองทุน RMF หรือ LTF การทำประกันชีวิต หรือแม้แต่การหารายได้หลังเกษียณ เช่น เปิดให้เช่าคอนโด เปิดร้านขายของ

2. ผูกมิตรกับคนรอบตัว – หากอยู่คนเดียว แน่นอนว่าการผูกมิตรกับคนข้างบ้านไว้พึ่งพายามยาก คอยช่วยเป็นหูเป็นตายามเราไม่อยู่บ้านก็เป็นสิ่งที่ดี รวมทั้งยังอาจได้เพื่อนไว้แก้เหงาอีกด้วย

3. ตรวจสุขภาพทุกปี – เรื่องสุขภาพก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญ ยิ่งสำหรับคนที่จะอยู่เป็นโสด ไม่มีลูกหลายไว้คอยปรนนิบัติ ก็ควรหมั่นตรวจสุขภาพประจำปี และออกกำลังกายเป็นประจำ จำไว้เสมอว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

4. หัดทำทุกอย่างด้วยตัวเอง – การเป็นโสดก็คือการใช้ชีวิตโดยพึ่งพาตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นจำเป็นต้องมีทักษะที่ใช้ในชีวิตประจำวันติดตัวบ้าง เช่น เปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมท่อน้ำ ดูแลรถ ตรวจลมยาง เย็บผ้า ทำอาหาร

5. รู้จักป้องกันตัว – เรื่องความปลอดภัยเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ควรมีทักษะการป้องกันตัว อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันตัวเอง หรืออาจเลี้ยงสุนับไว้เพื่อคอยเตือนภัยด้วยก็ได้

6. ใช้ชีวิตให้เต็มที่ – การเป็นโสดเท่ากับว่าเรามีอิสระในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ดังนั้นเมื่อไม่มีภาระก็ควรใช้ชีวิตให้คุ้ม ทำให้ตัวเองมีความสุขมากที่สุด อาจจะนัดเจอกลุ่มเพื่อนเก่า ไปทานอาหารกับครอบครัว ออกเดินทางไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศ เพราะโลกนี้ยังมีอะไรอีกเยอะที่รอเราอยู่นอกจากคู่ชีวิต

5 ตัวการหลักในการเร่งให้จอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 01 พ.ย. 2560 เวลา 11:53 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522903

5 ตัวการหลักในการเร่งให้จอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควร

รวมสาเหตุที่มีส่วนทำให้จอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควร

ในยุคที่ทุกคนใช้สมาร์ทโฟนแทบจะตลอดเวลา หรืออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องนั่งพิมพ์งานนานๆ อย่างเช่น พนักงานออฟฟิส นักศึกษา ล้วนเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวกับสายตาทั้งสิ้น การรู้เท่าทันสาเหตุที่เสี่ยงต่อการทำให้จอประสามตาเสื่อม จึงเป็นสิ่งที่สามารถช่วยทำให้เราห่างจากอาการจอประสาทตาเสื่อมก่อนเวลาอันควรได้

1. การวางคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม – เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ ควรวางจอคอมพิวเตอร์ด้านข้างหน้าต่าง โดยมีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50-70 ซม. จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 4-9 นิ้ว ที่สำคัญไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำจนเกินไป

2. ไม่กล้ากำจัดแสงไฟที่รบกวน – นอกจากวางคอมพิวเตอร์ถูกตำแหน่งแล้ว ควรปิดไฟบางดวงที่รบกวนการทำงาน เพราะความสว่างที่มากเกินไปมีผลต่อสายตา เพื่อป้องกันแสงที่เข้าตาโดยตรงควรปิด หรือใช้มู่ลี่ เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน

3. เลือกใช้ขนาดตัวอักษรไม่เป็น – ตามหลักการพิมพ์งานทุกครั้ง นอกจากการเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอแล้ว ควรปรับความเข้มของตัวอักษรให้เหมาะสม โดยสังเกตได้จากการที่ยังสามารถอ่านตัวอักษรได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน

4. สวมแว่นผิด – สีเลนส์ที่ควรเลือกใช้ควรเป็นสีเขียวอ่อน เพราะจะช่วยทำให้รู้สึกสบายตาภายใต้แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ รวมถึงช่วยลดแสงสะท้อนจากจอภาพ โดยเลือกแว่นตาที่มีกำลังขยายสำหรับระยะ 50-70 ซม. ซึ่งค่ากำลังของเลนส์จะแตกต่างจากเลนส์อ่านหนังสือหรือเลนส์มองใกล้ทั่วไป

5. ลืมกะพริบตาและไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ – เมื่อมีสมาธิจดจ่อขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้อัตราการกะพริบตาลดลงจาก 20-22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6-8 ครั้งต่อนาที ถ้าไม่อยากตาแห้งหรือต้องใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น การกะพริบตาถี่ๆ หรือลุกยืดเส้นยืดสายก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

5 โปรเจกต์ผลิตภัณฑ์สุดเจ๋งที่อยากให้มีขายจริงๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 01 พ.ย. 2560 เวลา 10:38 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522891

5 โปรเจกต์ผลิตภัณฑ์สุดเจ๋งที่อยากให้มีขายจริงๆ

ผลิตภัณฑ์น่าสนใจที่น่าจะมีอนาคตไกลในเว็บไซต์ระดมทุนชั้นนำของโลกอย่าง Kickstarter

เริ่มเข้าเดือนเกือบจะสุดท้ายของปี 2017 ถึงเวลาที่เราจะเริ่มหวนกลับไปมองความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของปีนี้กันบ้างว่า มีสตาร์ทอัพหรือโปรเจกต์สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อะไรบ้างที่เป็นการสร้างความแตกต่าง เราจึงเข้าไปส่องในเว็บไซต์ระดมทุนชั้นนำของโลก นั่นคือ Kickstarter เพื่อเสาะหาดาวเด่นที่น่าจะมีอนาคตไกล

1. GoSun Go

เครื่องปรุงอาหารแบบพกพาโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำหนักแค่ 9 ขีด ขนาดเท่าๆ กับแล็ปท็อปรุ่นเล็ก สามารถอบ นึ่ง ต้มอาหารและน้ำได้อย่างสะดวก และออกแบบมาเพื่อให้ทนทานต่อการพกพาไปไหนต่อไหน ใช้เวลาปรุงเพียง 20-30 นาที และรักษาความร้อนได้นานหลายชั่วโมง วิธีการทำงานคือ ภายในเครื่องจะมีแผ่นโลหะไว้รับแสงอาทิตย์ รังสีความร้อนจะซึมผ่านเข้ามาในท่อตรงกลางซึ่งบรรจุอาหารหรือน้ำไว้ให้เกิดความอุ่นจนกระทั่งสุกพอที่จะรับประทาน แม้แต่ในเวลาที่ดวงอาทิตย์ถูกเมฆบดบังบางส่วน อุปกรณ์นี้ก็ยังสามารถทำงานได้ เพราะออกแบบมาให้รับรังสีทุกประเภทที่ส่องทะลุมาถึงพื้นโลกโดยที่ตาเปล่ามองไม่เห็น แล้วแปลงเป็นความร้อนแบบที่ไม่ทำให้เกิดเปลวไฟ

2. eVscope

เกิดมาเพื่อตอบสนองนักดาราศาสตร์และผู้หลงใหลในการสำรวจดวงดาวโดยเฉพาะ eVscope คือกล้องโทรทรรศน์ที่เหนือชั้นกว่ากล้องทั่วๆ ไป เพราะมีศักยภาพการทะลุทะลวงจักรวาลถึง 1,000 เท่าเมื่อเทียบกับกล้องโทรทรรศน์แบบสามัญ พร้อมด้วยซอฟท์แวร์ที่สามารถตรวจจับหาวัตถุในอวกาศได้ โดยเปรียบเทียบกับข้อมูลพิกัดดวงดาว 20 ล้านหน่วย ด้วยความร่วมมือกับศูนย์อวกาศระดับโลกคือ สถาบัน SETI โดยจะเชื่อมโยงกับสถานีดาราศาสตร์แห่งสำคัญในการสังเกตความเคลื่อนไหวบนท้องฟ้า ที่สำคัญก็คือ สามารถตั้งกล้องแล้วคอยสังเกตผ่านระบบเรียลไทม์จากสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ทำให้เราไม่พลาดการค้นพบครั้งสำคัญ

3. Closca Bottle

เป็นโปรเจกต์การออกแบบผลิตภัณฑ์แบบใหม่ที่ไม่ได้ดูเก๋ไก๋จนเหมือนเป็นแก็ดเจ็ทที่น่าพกพาเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหาแหล่งน้ำสำหรับเติมโดยไม่ต้องเสียสตางค์ และสามารถเป็นกระติกน้ำร้อนเพียงแค่พลิกขวดไปอีกด้านหนึ่ง อีกแนวคิดเบื้องหลังก็คือ Closca Bottle ช่วยส่งเสริมการพาภาชนะสำหรับใส่น้ำหรืออาหารของตัวเองเพื่อลดการใช้ขวดน้ำพลาสติก แน่นอนว่า ด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัยทำให้มันเหมาะสำหรับพกไปไหนต่อไหนในเมืองด้วย ไม่เฉพาะแค่พกไว้สำหรับการเดินทางทางไกลหรือการเที่ยวป่า จะว่าไปแล้วกลุ่มเป้าหมายหลักของขวดทรงเก๋คือบรรดาแฟชั่นนิสต้าด้วยซ้ำ

4. Vortx

การสร้างภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวที่มีกลิ่น รส และสัมผัส รวมถึงบรรยากาศเสมือนจริงเป็นสิ่งที่มนุษย์ใฝ่ฝันมาโดยตลอด แต่ในยุคของเรา ความฝันนี้มิใช่จินตนาการในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป ผู้สร้าง Vortx ได้พัฒนาเครื่องสร้างบรรยากาศที่ผลิตกระแสลมและอุณหภูมิแบบเสมือนจริง เพื่อสร้างความสมจริงให้กับการชมภาพยนตร์หรือการเล่นเกมออนไลน์ที่บ้าน เช่น เมื่อเรากำลังชมภาพยนตร์ในฉากที่มีกระแสลมแรง Vortx ก็จะสร้างกระแสลมออกมา “ลำโพง” คลอไปด้วย หรือในฉากที่เกิดการระเบิด ก็จะสร้างอุณหภูมิที่สูงขึ้นเหมือนกับเราอยู่ใกล้ๆ จุดที่ระเบิด

5. Pika

แอพพลิเคชั่นที่ออกมาตอบสนองพ่อแม่ที่ต้องหารให้ลูกๆ เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่มีคุณภาพโดยเฉพาะ Pika เป็นแอพอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับกล้องบนโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ลูกๆ สามารถเรียนรู้สิ่งรอบตัวอย่างสร้างสรรค์ เช่น การช่วยให้เด็กเรียนรู้ทักษะการจดจำสีสันต่างๆ พร้อมกับคำชมและรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เป็นกำลังใจและกระตุ้นให้ผู้ใช้เกิดความสนุกและอยากที่จะเรียนรู้สิ่งรอบตัวต่อไป เป้าหมายคือการสร้างเด็กๆ ที่กระหายในการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด

3 เคล็ดลับดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 31 ต.ค. 2560 เวลา 17:08 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522757

3 เคล็ดลับดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

เคล็ดลับการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพในเวลาและปริมาณที่พอเหมาะ

การมีสุขภาพดีนั้นจำเป็นต้องเอาใจใส่กับการเลือกบริโภค และเลือกจัดระเบียบชีวิตอย่างมีระบบ โดยเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม อย่างการดื่มน้ำ ซึ่งการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ ควรดื่มในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย รวมไปถึงดื่มในเวลาที่พอเหมาะด้วย

1. ดื่มน้ำหลังตื่นนอน – หลังจากนอนหลับมาตลอดทั้งคืน ตอนเช้าก็ได้เวลาเติมน้ำให้กับร่างกาย เพียงวางขวดน้ำไว้ใกล้เตียงนอน พร้อมดื่มเวลาตื่นนอนทันที ก็จะช่วยเติมน้ำให้ร่างกาย เติมความสดชื่น และกระตุ้นการขับถ่าย

2. จิบน้ำระหว่างออกกำลังกาย – น้ำดื่มเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการไปออกกำลังกาย เพราะระหว่างออกกำลังกายอุณหภูมิร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้น ถ้าร่างกายระบายน้ำไม่ดีอาจเกิดอาการขาดน้ำได้ น้ำแร่จะช่วยลดปัญหานี้ และเติมความสดชื่นให้ร่างกายได้

3. ตั้งเวลาเตือนให้ดื่มน้ำ – ควรดื่มน้ำทุกครึ่งหรือ 1 ชม. ดื่มน้อยแต่บ่อยครั้ง การกระจายมื้ออาหารในแต่ละวัน ให้ได้ประมาณ 5-6 มื้อ อาจแบ่งเป็นมื้อหลัก 3 มื้อ และมื้อว่าง 2-3 มื้อ โดยเว้นช่วงเวลาประมาณ 2-3 ชม. เพื่อคืนความสดชื่นให้ร่างกายระหว่างวัน หรือจะลองใส่ผลไม้ที่ชอบลงไปในน้ำแร่ธรรมชาติ แช่ทิ้งไว้ก็จะได้น้ำที่มีกลิ่นหอมๆ ของผลไม้ ช่วยให้ดื่มน้ำได้มากขึ้นด้วย

นาฬิกาแบรนด์ไทย สายเชือกถักบอกสไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 31 ต.ค. 2560 เวลา 16:39 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522752

นาฬิกาแบรนด์ไทย สายเชือกถักบอกสไตล์

นาฬิกาพาราเฟซ ซึ่งเจ้าของสร้างแบรนด์นี้ตอนอายุเพียง 20 ปี มีรายได้ต่อเดือนหลักแสน ทั้งที่ยังศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย

ชวิษฐ์ กิจการเจริญสิน (ปอนด์) และ สถาพร นาคศรี (เบส) เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งสองคนเรียนออกแบบเหมือนกัน จึงมีความคิดอยากออกแบบสินค้าสักอย่างเล่นๆ เลยมองมาที่เสื้อผ้า แต่เพราะรู้สึกได้ถึงการแข่งขันที่ดุเดือด จึงหันมามองที่นาฬิกา เพราะตลาดนาฬิกาแบรนด์ไทยมีน้อยมาก ทั้งสองจึงหาข้อมูลเพื่อออกแบบนาฬิกา จนไปเจอเชือกพาราคอร์ด (Paracord) ซึ่งเป็นเชือกสำหรับนักปีนเขาทำกิจกรรมเดินป่าตั้งแคมป์ มีคุณสมบัติที่เหนียวและทนทาน จึงปิ๊งไอเดียเอามาถักเป็นสายนาฬิกา ซึ่งยังไม่เคยเห็นในไทย เมื่อผลิตออกมา 300 เรือนแรก สามารถขายหมดในระยะเวลาเพียงเดือนครึ่งเท่านั้น

การเริ่มต้นใช่ว่าจะง่าย เพราะกว่าจะออกมาเป็นนาฬิกาพาราเฟซ กว่าจะได้เรือนแรกก็ใช้ระยะเวลาร่วม 8 เดือน เพราะต้องศึกษาเรื่องนาฬิกาเพิ่มเติม ใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน ดูถึงขนาดข้อมือของผู้ชายและผู้หญิง ความหนาของตัวเรือนต้องเข้ากับเชือก เวลาใส่ต้องใส่สบาย มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้เวลาปรับกันนาน กว่าจะสมบูรณ์จนสามารถออกวางขายได้

วัสดุที่นำมาประกอบนาฬิกา ไม่ได้มีแค่สายนาฬิกาและตัวเรือนแล้วจบ มันมีทั้งสาย ตัวเรือน ตัวล็อก และอุปกรณ์ต่างๆ ค่อนข้างเยอะ ออกแบบโดยคำนึงถึงคนใส่ให้ใช้งานสะดวกสุดและแข็งแรงที่สุด ไม่หลุดง่าย มีการเลือกก้ามปูวิธีการล็อกและการปรับสายในแบบเฉพาะตัวให้เข้ากัน

จุดเด่นของนาฬิกาพาราเฟซ นอกจากเชือกถักที่เหนียวแน่นแล้ว ยังมีดีไซน์ที่บ่งบอกความเป็นเมืองและความสมบุกสมบันแบบสไตล์ Out Door ลงไปในนาฬิกา ผสมผสานออกมาเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ออกแบบให้เรียบง่ายที่สุด วัสดุดีที่สุด ทนทาน สามารถใส่ทั้งลุยและออกงานเข้ากับชุดได้หลากหลาย เพียงแค่เลือกสีของเชือกก็บ่งบอกความเป็นตัวตนของคนใส่ได้

พาราเฟซทำมาได้ 2 ปีแล้ว ถือว่าผลตอบรับดีเกินคาด จนกระทั่งตอนนี้แบรนด์มีสินค้าแตกไลน์เพิ่มขึ้น มีเสื้อผ้า หมวก กำไลข้อมือ นาฬิกามีเชือกให้เลือกมากกว่า 40 สี สั่งสินค้าแบบ Made By Order พอเลือกสีและขนาดข้อมือเสร็จแล้วจะถักขึ้นมาใหม่ให้พอดีเหมาะกับข้อมือ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า มันคือนาฬิกาที่ทำเฉพาะตัวเขา ใครที่มองหานาฬิกาที่ไม่เหมือนใคร และบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ของคนใส่อยู่ สามารถดูรายละเอียดได้ที่ FB: paraface, Happening Shop สาขาหอศิลป์และสาขาช่างชุ่ย หรือ The Selected สาขาสยามเซ็นเตอร์

ที่มา: M2F

5 เทคนิคการเลือกคอนโดเมื่อต้องเปลี่ยนที่ทำงานเปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 31 ต.ค. 2560 เวลา 15:43 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522738

5 เทคนิคการเลือกคอนโดเมื่อต้องเปลี่ยนที่ทำงานเปลี่ยน

ที่ทำงานเปลี่ยน คอนโดก็ต้องเปลี่ยนตาม ดังนั้นการจะเลือกคอนโดใหม่จึงต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง

ลงหลักปักฐานซื้อคอนโดมิเนียมอยู่ดีๆ มีอันให้ต้องเปลี่ยนงานที่ไกลจากที่เดิม คำนวณเรื่องการเดินทางแล้วไม่คุ้มทั้งเรื่องเงินและเวลา คิดๆ ต้องเปลี่ยนความคุ้นเคย ย้ายคอนโดตามที่ทำงานกันเสียแล้ว ต้องดูปัจจัยอะไรในการเลือกกันบ้างล่ะทีนี้

1. เลือกทำเลที่ดี – คงหนีไม่พ้นย่านที่มีรถไฟฟ้าผ่าน ซึ่งปัจจุบันทั้งโครงการที่เสร็จแล้วและกำลังจะเกิดขึ้น ก็ขยายเพิ่มเติมหลายเส้นทาง แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการพิจารณาในครั้งนี้ก็คือ เพื่อให้ใกล้ที่ทำงาน ก็อย่าลืมข้อนี้ ดูรัศมีที่ไม่ห่างที่ทำงาน แล้วค่อยดูเรื่องแหล่งกินแหล่งช็อป ส่วนถ้าได้วิวดีด้วยก็ถือว่าสมบูรณ์เลย

2. มองโครงการที่มีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคต – ถึงจุดหมายในการซื้อคอนโดวันนี้จะแค่อยู่อาศัย แต่อนาคตเป็นเรื่องไม่มีใครรู้ ถ้าคิดเผื่อไว้ด้วยก็ได้ชื่อว่ามองการณ์ไกล ดังนั้น ก่อนซื้อคอนโดอย่าลืมทำการบ้านให้ดีเพื่อดูแนวโน้มว่าคอนโดที่เลือกเป็นอย่างไร เพราะคอนโดที่มีมูลค่าสูงขึ้นก็จะช่วยฉุดราคาค่าเช่าให้เพิ่มขึ้นด้วยไม่มากก็น้อย โดยมูลค่าเพิ่มก้าวกระโดดจะเกิดจากการมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่ เช่น รถไฟฟ้ากำลังตัดผ่าน เปิดห้างสรรพสินค้าใหม่

3. หาดอกเบี้ยเงินกู้ถูกสุดเทียบหลายธนาคาร – ดอกเบี้ยคือรายจ่ายที่ไม่มีวันหยุด ก่อนปักใจเลือกเงินกู้จากธนาคารไหน ควรเปรียบเทียบอย่างน้อย 5 ธนาคาร แล้วยื่นกู้อย่างน้อย 3 ธนาคาร เพื่อเลือกธนาคารที่เสียดอกเบี้ยต่ำสุด วงเงินกู้ได้ตามต้องการ และมีเงื่อนไขรับได้ไม่มีค่าใช้จ่ายจุกจิก ตรงนี้มีเคล็ดลับนิดหน่อย อาจต้องอิงกับโครงการคอนโดที่มีชื่อเสียง เพราะเขามักมีดีลพิเศษระหว่างสถาบันการเงินอยู่

4. ขนาดห้องพอเหมาะไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป – ข้อนี้อาจจะขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของแต่ละคนตอนตัดสินใจซื้อ แต่ถ้าพอสู้ไหว จะให้อยู่สบาย ต่อไปเผื่อคิดจะปล่อยเช่า ก็ควรเป็นขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ 28-35 ตร.ม. ส่วน 2 ห้องนอน ขนาดที่เหมาะสมคือ 45 – 60 ตร.ม.

5. คิดให้ดีจะเลือกบิลด์อินเฟอร์นิเจอร์ หรือแบบลอยตัว – ข้อนี้อาจขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน แต่ถ้าเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคตว่า ถ้านำมาปล่อยเช่า ผู้เช่าอาจไม่ถูกใจกับห้องที่แต่งไว้ ก็เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ซึ่งสมัยนี้ไม่ต้องกลัวเรื่องความไม่สวย เพราะมีบริการที่พร้อมออกแบบเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวแต่เข้ากับทุกพื้นที่ราวกับบิลด์อิน

5 เคล็ดลับการวิ่งในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 31 ต.ค. 2560 เวลา 14:26 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522724

5 เคล็ดลับการวิ่งในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน

เคล็ดลับการวิ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวน

ด้วยสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวนช่วงปลายฝนต้นหนาว สาวนักวิ่งหลายคนอาจประสบกับความท้าทายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝนตกขณะออกไปซ้อมวิ่ง การดูแลรักษารองเท้าวิ่งหลังจากใช้งานบนพื้นที่ชื้นแฉะ ความปลอดภัยขณะวิ่งบนพื้นเปียก รองเท้าอาดิดาส ULTRABOOST ATR และ ULTRABOOST X ATR ที่ออกแบบมาเฉพาะนักวิ่งขาลุยโดยเฉพาะ และ โย ยศวดี หัสดีวิจิตร กัปตันหญิงทีมวิ่งอาดิดาส รันเนอร์ส แบงค็อก จึงมาแนะนำเคล็ดลับให้เตรียมพร้อมสำหรับการวิ่งแต่ละรูปแบบ โดยเฉพาะการวิ่งในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน

1. ศึกษาเส้นทาง เนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ควรรู้ลักษณะเส้นทางวิ่ง เพื่อนำมาสู่การวางแผนการฝึกซ้อมที่เหมาะสม ตรวจสอบสภาวะอากาศสักเล็กน้อย เช่น หากต้องวิ่งหลังฝนตกใหม่ๆ หรือจำเป็นต้องวิ่งท่ามกลางฝนตก หรือพื้นเปียกอย่างในช่วงหน้าฝน

2. ควรเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อเพื่อการวิ่ง ฝึกการหายใจ การเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการวิ่งในสภาพถนนลื่น หากกล้ามเนื้อแข็งแรงก็สามารถช่วยให้ลดอาการบาดเจ็บ หากพลาดลื่น ก็ยังช่วยประคองร่างกายและแรงขาเพื่อไม่ให้ล้มได้

3. เลือกอุปกรณ์การวิ่งให้เหมาะสมกับสภาพพื้นถนนและสภาพแวดล้อม ใส่เสื้อผ้าออกกำลังกายที่มีแถบสะท้อนแสง เนื่องจากจะทำให้รถหรือนักวิ่งคนอื่นมองเห็นในระยะไกล

4. ด้วยสภาพพื้นที่ลื่น รองเท้าวิ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญ ควรเลือกรองเท้าที่มีดอกยางมากกว่าปกติ เพราะจะช่วยยึดเกาะพื้นเปียกได้ดี ลดการลื่นไถลอันเป็นสาเหตุของการลื่นล้มหรือบาดเจ็บ อีกจุดที่ควรคำนึงก็คือ เลือกรองเท้าที่รองรับการลงน้ำหนักและซัพพอร์ตเท้า

5. หากต้องวิ่งตากฝน เมื่อกลับบ้านแล้วควรอาบน้ำสระผมทันที และทำตัวให้อบอุ่นเพื่อป้องกันไข้หวัดถามหา

3 เคล็ดลับการออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 31 ต.ค. 2560 เวลา 13:13 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522711

3 เคล็ดลับการออมเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน

หลายคนอาจมองว่าการออมเงินเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ก็ไม่สายเกินไปหากคิดออมเงิน

ความเป็นมนุษย์เงินเดือน อาจมองว่าการเก็บการออมเงินเป็นเรื่องยาก หากใครยังตั้งต้นไม่ได้ งั้นถือฤกษ์ประเดิมชัยกับวันออมแห่งชาติ 31 ตุลาคม ปีนี้กันได้เลย จากคำแนะนำโดย TMB All Free ด้วยการอาศัยหลัก “ออม-เปิด-ลงทุน”

1. ออมก่อนใช้ หักไว้ทันที

เมื่อถึงวันเงินเดือนเข้า ให้รีบแบ่งเงินส่วนหนึ่งเก็บ โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารอีกบัญชีทันที และส่วนที่เหลือค่อยนำมาแบ่งเป็นรายจ่ายต่างๆ เช่น รายจ่ายส่วนตัว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ สำรวจดูว่าสามารถออมเงินในแต่ละเดือนได้กี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน อาจเริ่มต้นที่ 10% ก่อน แล้วค่อยขยับ เป็น 20-30% ตามกำลังความสามารถ เพียงเริ่มแบ่งเงินออมก่อนใช้ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี สำหรับอนาคตในวันข้างหน้าแล้ว

2. เปิดบัญชีเพื่อออม บัญชีเพื่อใช้

การเปิดบัญชีก็เพื่อเป็นการจัดระเบียบ ตามความสำคัญที่แตกต่างกันออกไป เช่น บัญชีเพื่อใช้ จะเป็นการแบ่งเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สามารถฝากถอน โอนเงิน จ่ายบิล ค่าใช้จ่าย ได้ตลอดเวลา ส่วนบัญชีเพื่อออม ให้มองหาสถาบันการเงินที่ให้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงไม่ซ่อนเงื่อนไข และอาจจะแบ่งบัญชีเพื่อออมนี้ เป็นระยะสั้น กลาง ยาว เพื่อเป็นการวางแผนการเงินในอนาคตได้ดีขึ้น

3. ลงทุนให้งอกเงย

ควรศึกษาหรือมองหาวิธีที่จะทำให้เงินที่ออมนั้นงอกเงยเพิ่มดอกเพิ่มผล เช่น การลงทุนหุ้น หรือลงทุนในกองทุนรวม ที่มีความเสี่ยงน้อย และมีผลประโยชน์ที่น่าสนใจ เช่น มนุษย์เงินเดือนอย่างเราต้องมีเรื่องภาษี ซึ่งสามารถนำเงินออมนี้ไปใช้สิทธิในเรื่องของการลดหย่อนภาษีในกองทุน LTF/RMF หรือแม้กระทั่งการซื้อประกันชีวิตในลักษณะของการออมเงินระยะยาวพร้อมให้ความคุ้มครอง

‘สเปซ วอล์กเกอร์’ ตอบโจทย์อนาคตสังคมผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 31 ต.ค. 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522670

‘สเปซ วอล์กเกอร์’ ตอบโจทย์อนาคตสังคมผู้สูงอายุ

ประกวดนวัตกรรมสำหรับบ้านผู้สูงวัย

ย้อนกลับไปเมื่อกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมกับสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน และสถาบันพลาสติก กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ Autodesk Thailand ได้ประกาศผลโครงการประกวด “ITCi Award 2017” ในหัวข้อ “นวัตกรรมสำหรับบ้านผู้สูงวัย”

ภายใต้โจทย์อุปกรณ์ช่วยภายในบ้านเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและสะดวกสบาย (Independent living) พร้อมสิทธิพิเศษในการใช้พื้นที่ทำงานและเครื่องมือเครื่องจักรพร้อมใช้ครบครันที่มารวมตัวกันใน “ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต” (Industry Transformation Center, ITC) แห่งใหม่ ที่ก่อตั้งขึ้นโดย 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

จุดที่น่าสนใจของการประกวดครั้งนี้ ก็คือ นวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยได้รับความสนใจจากคณะกรรมาธิการการสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่พิจารณาติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ดูแลผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมถึงผู้ที่คิดสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมเพื่อดูแลกลุ่มบุคคลดังกล่าว

มาดูกันว่านวัตกรรมนี้สำหรับผู้สูงอายุที่คิดค้นประดิษฐ์โดยคนไทยจะตอบโจทย์อนาคตสังคมผู้สูงอายุได้อย่างไร?

พรชัย ตระกูลวรานนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เล็งเห็นความสำคัญเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะมาช่วยตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแล

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. จึงได้เปิดโอกาสเวทีส่งเสริมให้เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ได้แสดงความรู้ความสามารถอย่างสร้างสรรค์ พร้อมทั้งแสดงศักยภาพในการผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้สูงวัย

รวมทั้งเป็นการผลักดันให้เกิดการสร้างเครือข่ายและกิจกรรมภายในศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (ITC) เพื่อให้เป็น Co-Working Space โดยเฉพาะในส่วนของ ITC-innovate ที่รวบรวมเครื่องจักรอุปกรณ์สำหรับการผลิตชิ้นงานต้นแบบเชิงอุตสาหกรรมเพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการ และกระตุ้นให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมผลักดันอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ผลักดันประเทศไทยให้เกิดโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและตลาดโลก

“กิจกรรมการประกวดครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อนำเสนอสู่ตลาดและทดสอบความต้องการของตลาดเบื้องต้นก่อน ทำให้ช่วยประหยัดเวลา ค่าแรง และต้นทุนการผลิต ตลอดจนได้ต้นแบบที่เหมาะสมกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคที่เป็นผู้สูงอายุซึ่งเริ่มมีมากขึ้นในสังคมไทย”

ดร.จุลเทพ ขจรไชยกุล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า คณะกรรมการได้คัดเลือกผลงานสร้างสรรค์ที่ส่งเข้ามาทั้งสิ้น  46 ทีม เหลือ 16 ทีม ซึ่งผลงานทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของผลงานที่ส่งเข้าร่วมโครงการ จะต้องเป็นผลงานที่จัดทำขึ้นใหม่ หรือไม่เคยผ่านการนำเสนอที่ใดมาก่อน รวมไปถึงจะต้องไม่มีการลอกเลียนแบบ หรือละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานอื่นใดเด็ดขาด ทั้งนี้ผลงานที่ส่งเข้าประกวดในโครงการถือเป็นสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาของเจ้าของผลงานที่ส่งเข้าประกวด

ผู้อำนวยการเอ็มเทค กล่าวว่า ทั้งนี้สำหรับทีมที่ชนะเลิศ โครงการประกวด “ITCi Award 2017” ได้แก่ ทีม “สเปซ วอล์กเกอร์” โดย วรัตถ์ สิทธิ์เหล่าถาวร รมณ์ พานิชกุล และเมธาสิทธิ์ เกียรติ์ชัยภา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากผลงานนวัตกรรม “สเปซ วอล์กเกอร์” ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เดินด้วยตัวเองได้อย่างลำบาก หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ช่วยในการฝึกเดินทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง โดยจะช่วยพยุงน้ำหนักของผู้สูงอายุ และช่วยในการเดิน และยังป้องกันการหกล้ม หากเกิดกรณีหกล้ม จะป้องกันเข่าและศีรษะของผู้ใช้งานไม่ให้กระแทกพื้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่ายสะดวกในการพกพา ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 2 แสนบาท พร้อมโล่รางวัล เกียรติบัตร และได้รับสิทธิเดินทางไปทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น

ส่วนทีมที่คว้ารางวัลที่ 2 ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1 แสนบาท พร้อมโล่รางวัล และเกียรติบัตร ได้แก่ ทีม “Stand by Me” โดย สายรัก สอาดไพร บารมี บุญมี และชัยพัฒน์ ศรีขจรลาภ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากผลงานนวัตกรรม “Sit to Stand Trainer with Assessment of Balance Ability : An Apparatus for Rehabilitation and Exercise for Elderly at Home” เป็นเครื่องออกกำลังกายและกายภาพบำบัดสำหรับการฝึกลุกยืน โดยเครื่องมือจะช่วยประคองตัวในขณะลุกขึ้นยืนจากท่านั่ง ทั้งยังสามารถประเมินสมรรถภาพการทรงตัวของผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยได้

สำหรับรางวัลที่ 3 ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 5 หมื่นบาท พร้อมโล่รางวัล และเกียรติบัตร ได้แก่ ทีม “BotTherapist” โดย สุจิรัชย์ อัฏฐะวิบูลย์กุล เพ็ญพิชชา หวังลาวัลย์ และก้องเกียรติ รสหอมภิวัฒน์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จากผลงาน นวัตกรรม “หุ่นยนต์แบบเคลื่อนที่สำหรับอยู่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุ” พัฒนามาจากหุ่นยนต์ส่งเสริมพัฒนาการเด็กออทิสติก โดยออกแบบเพื่อให้เป็นเพื่อนคลายเหงาให้กับผู้สูงอายุ และช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้สูงอายุให้กับบุตรหลาน

สนช.ช่วยหนุน “สเปซ วอล์กเกอร์” ให้ใช้งานได้จริง

ผู้สูงอายุที่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง นับได้ว่าเป็นผู้ที่มีความสุขในการดำรงชีวิตประการหนึ่ง เพราะสามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง แต่ปัญหาของผู้สูงอายุที่เรามักจะพบกันทั่วไปคือ หลายคนไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง เมื่อเดินเองไม่ได้ จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยการรอให้ผู้อื่นนำพาตนไปยังที่ต่างๆ ที่ต้องการจะไป แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่กว่านั้น คือ เมื่อผู้สูงอายุเดินเองไม่ได้ หลายคนก็กลายเป็นผู้ที่เกิดอาการหงุดหงิด จิตตก กังวล และฟุ้งซ่าน เนื่องจากไม่ได้ออกไปสัมผัสกับโลกภายนอกตามที่ตนเองต้องการจะได้พบได้เห็น

จากผลงานนวัตกรรม “สเปซ วอล์กเกอร์” ที่ชนะเลิศโครงการประกวด “ITCi Award 2017” เนื่องจากมีความโดดเด่นของผลงาน สามารถนำไปใช้ได้จริง เพราะผลงานต้นแบบมีความสมบูรณ์มาก พร้อมนำไปประยุกต์ใช้ต่อได้ทันที ดังนั้นผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาการเดิน อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยตอบสนองได้เป็นอย่างดี

คณะกรรมาธิการการสังคม เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณาติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่ดูแลผู้สูงอายุ และผู้พิการ รวมถึงผู้ที่คิดสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมเพื่อดูแลกลุ่มบุคคลดังกล่าว จึงได้เชิญหน่วยงานที่มีงานด้านนวัตกรรมสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการเข้าร่วมประชุม โดยให้ความสนใจกับสิ่งประดิษฐ์ด้านเครื่องช่วยเดินสำหรับผู้สูงอายุ หรือ สเปซ วอล์กเกอร์

คณะนักประดิษฐ์สเปซ วอล์กเกอร์ ได้เข้านำเสนอถึงมูลเหตุและแรงบันดาลใจในการผลิตนวัตกรรมนี้ให้เกิดขึ้นว่า เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทุกปี สถิติปี 2558 มีประชากรผู้สูงอายุจำนวนร้อยละ 11 ของประชากรทั้งหมด (ประมาณ 2 ล้านคน) ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Aged Society) และจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี 2574

ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น คิดเป็นร้อยละ 28 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาและเพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้อย่างสมบูรณ์ จึงเกิดแนวคิดค้นคว้าสิ่งประดิษฐ์เทคโนโลยี “สเปซ วอล์กเกอร์” หรือเครื่องช่วยเดินสำหรับผู้สูงอายุ

นอกจากกลุ่มผู้สูงอายุแล้ว ยังมีกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และผู้พิการทางการเคลื่อนไหว มีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งต้องการเครื่องมือเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกัน โดยผู้สูงอายุผู้พิการ และผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนใหญ่นอกจากจะสูญเสียความสามารถทางร่างกาย จึงมีข้อจำกัดในการเดินทางด้วยตนเอง

ในขณะเดียวกัน จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ด้านการฟื้นฟูและกายภาพบำบัดในประเทศไทยมีอยู่จำกัด และมีค่าใช้จ่ายสูงในการทำงานด้านการฟื้นฟู เพราะปัจจัยหลักคือต้นทุนการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศมีราคาสูงมาก จึงส่งผลกระทบให้ผู้ที่ต้องการใช้เครื่องมือดังกล่าว โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยขาดโอกาสฟื้นฟูร่างกาย

ดังนั้น คณะนักวิจัยจึงคิดค้นต้นแบบนวัตกรรมที่ผู้พิการสามารถเข้าถึงการฟื้นฟูรักษาได้ในราคาประหยัด ซึ่งมีอุปกรณ์ช่วยเดินที่สามารถปรับแรงช่วยพยุงได้ สเปซ วอล์กเกอร์ ซึ่งได้รับรางวัลเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่นำเสนอร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ

โดยอธิบายว่า สเปซ วอล์กเกอร์ เป็นอุปกรณ์กายภาพบำบัดที่พัฒนามาจากวอล์กเกอร์ หรืออุปกรณ์ช่วยเดิน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์พื้นฐานกายภาพบำบัดเพื่อทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง แต่ที่ผ่านมาอุปกรณ์ดังกล่าวไม่มีระบบพยุงน้ำหนักจึงเกิดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยซึ่งกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะหกล้มขณะฝึกเดิน ซึ่งในต่างประเทศจะมีอุปกรณ์เป็นเครื่องไดนามิกส์ช่วยพยุงน้ำหนักผู้ป่วยขณะเดินตามราง จึงตัดปัญหาการหกล้มได้เบ็ดเสร็จ

ดังนั้น จึงได้คิดค้นและพัฒนาอุปกรณ์ช่วยเดินที่สามารถปรับแรงช่วยพยุงได้ สเปซ วอล์กเกอร์ ขึ้นมาเพื่อช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและเพิ่มระบบพยุงน้ำหนักเพื่อป้องกันการหกล้ม รวมทั้งได้พัฒนาเครื่องกายภาพบำบัดให้มีระบบยกน้ำหนักและสามารถนำไปฝึกที่บ้านได้ เนื่องจากการทำกายภาพที่ดีควรฝึกทุกวันจึงจะเพียงพอที่จะฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

อุปกรณ์ดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมชิ้นสำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นเนื่องจากราคาไม่แพง ทั้งนี้ได้กำหนดแผนการจัดจำหน่ายสู่ตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2561

7 ประโยคที่ทำให้คุณกลายเป็นคนไม่มั่นใจทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 31 ต.ค. 2560 เวลา 10:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/life/life/522691

7 ประโยคที่ทำให้คุณกลายเป็นคนไม่มั่นใจทันที

รวมคำพูดที่ควรหลีกเลี่ยงหากอยากเสริมความมั่นใจให้กับตัวเอง

ใครๆ ก็อยากดูมั่นใจในตัวเอง เนื่องจากความมั่นใจในตัวเองนั้นก็เป็นหนึ่งในการส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดี เรื่องของคำพูดและการแสดงออกเป็นสิ่งสำคัญมากในการเสริมสร้างบุคลิกภาพ คำพูดบางประโยคจึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหากอยากเสริมความมั่นใจให้กับตัวเอง

1. พูดคำว่า “ฉันขอโทษ” หลายครั้งต่อวัน – จากการศึกษาของ Self-Esteem Institute บอกว่า คำขอโทษ คือปัญหาใหญ่ในเรื่องความมั่นใจ ถ้าคุณมีปัญหาหลังจากเหตุการณ์ที่ทำให้คุณต้องขอโทษ ให้วิเคราะห์สถานการณ์ก่อน เช่น คุณทำเรื่องแย่ขนาดที่คุณต้องขอโทษหรือเปล่า?

2. “ก็แค่โชคดีแค่นั้น” – คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตจะบอกว่า “ฉันก็แค่โชคดีเท่านั้น!” พวกเขาลืมไปว่าพวกเขาต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะได้ผลลัพธ์นี้ สิ่งที่ต้องทำคือยอมรับว่าคุณเก่ง และถ้ามีคนชื่นชมคุณ ให้รู้จักกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” แทนที่จะเป็นการขอโทษ

3. “ฉันสงสัยว่าคุณคิดยังไงเกี่ยวกับฉัน” – ในรายงานของนักวิทยาศาสตร์จาก University of New Hampshire (สหรัฐ) คนที่มีความมั่นใจในตนเองต่ำจะมีความกังวลเกี่ยวกับความเห็นของผู้อื่นมากกว่า ในกรณีนี้คุณต้องเข้าใจว่าทุกคนย่อมใส่ใจแต่พวกเขาเอง และไม่มีใครคิดเรื่องของคุณหรอก เลิกใส่ใจความเห็นพวกเขาได้แล้ว

4. “ฉันไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร” – คนที่มีความมั่นใจในตัวเองต่ำมักตัดสินใจยากและเปลี่ยนใจบ่อย ควรทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสำหรับความกล้าในการตัดสินใจ เช่น ถ้าไม่รู้ว่าจะสั่งอะไร ก็ให้เลือกซีซาร์สลัดไว้ก่อน

5. ใช้ถ้อยคำที่ดูถูกตัวเอง – คนที่มีความมั่นใจในตนเองต่ำ จะใช้คำในเชิงดูถูกเมื่อพูดถึงตัวเอง จนดูเหมือนเป็นตัวตลก สิ่งที่ต้องทำคือ ถ้าคุณไม่ใส่ใจกับปัญหา คนอื่นก็คงไม่สังเกตเห็น

6. “ทุกคนก็เห็นอย่างนั้น” – ประโยคเหล่านี้ “ทุกคนก็เห็นอย่างนั้น” “ส่วนใหญ่ก็คิดเหมือนกัน” “ทุกคนก็ต้องการ” เป็นตัวอย่างของการกลับความคิดเห็นส่วนบุคคลและกลายมาเป็นทัศนคติของสังคม ต้องเข้าใจว่าความคิดเห็นส่วนบุคคลเป็นบุคลิกภาพของคุณ

7. “ฉันคิดต่างนะ แต่ฉันก็จะเห็นด้วย” – คุณเคยเห็นคนที่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของคนที่มีความสามารถน้อย แต่มีเสน่ห์ดึงดูดมากกว่าหรือไม่? พวกเขาจะไม่ถูกโต้แย้งและได้รับการเห็นด้วยโดยง่าย นี่ไม่ใช่ลักษณะที่เกิดขึ้นได้ง่ายเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องความกลัวเกี่ยวกับความล้มเหลวและความผิดพลาดจากการอบรมเลี้ยงดู ต้องเข้าใจว่าคนอื่นย่อมต้องไม่รู้ดีไปกว่าตัวคุณและความคิดเห็นของคุณ

ที่มา: M2F