CANITT เผยโฉมคอลเลกชั่นต้อนรับลมหนาว The New Reality #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

CANITT เผยโฉมคอลเลกชั่นต้อนรับลมหนาว The New Reality – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 08:08 น.CANITT เผยโฉมคอลเลกชั่นต้อนรับลมหนาว The New Realityแบรนด์เสื้อผ้าสตรีหรู CANITT ก้าวเข้าสู่ปี 7 อย่างงดงาม เผยโฉมคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2020 ในชื่อ “เดอะ นิว เรียลิตี้” พร้อมอวดแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษจาก 4 นักแสดงสาวมากความสามารถ “เจนี่-คิมเบอร์ลี่-แต้ว-สู่ขวัญ”

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ได้อย่างงดงาม กับแบรนด์ “คานิท” (CANITT) ล่าสุด ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ พร้อมชวนเหล่าหญิงสาวมาสนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคสวยรับลมหนาวนี้ ด้วยเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นล่าสุดออทั่ม/วินเทอร์ 2020 ชื่อว่า “เดอะ นิว เรียลิตี้” (The New Reality) เสื้อผ้าดีไซน์โก้หรูที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของหญิงสาวที่สนุกสนานกับการครีเอทลุคสุดเพอเฟกต์ในทุกวัน พร้อมอวดโฉมแฟชั่นเซ็ทสุดพิเศษจาก 4 นักแสดงสาวมากความสามารถ และแนะนำเทคนิคการมิกซ์แอนด์แมทช์สร้างลุคสวยในแต่ละโอกาส

Dazzling / Magnificent / Graceful

CANITT แบรนด์แฟชั่นสตรีหรูภายใต้คอนเซ็ปต์ Dazzling, Magnificent และ Graceful สามคำที่สามารถบ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดี กับการนำความงดงามทางแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยมาผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของหญิงสาวในยุคปัจจุบัน ให้สนุกไปกับการสร้างสรรค์ลุคใหม่ หญิงสาวในแบบฉบับของ CANITT จึงเป็นผู้หญิงที่มีความทันสมัย หลงไหลในสไตล์อันโก้หรู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหญิงสาวที่มีเสน่ห์ผสานความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้

“ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมาเราได้รังสรรค์เสื้อผ้าในแต่ละคอลเลกชั่นออกมาให้สาวๆ ได้อัพเดทเทรนด์กันอยู่ตลอด ซึ่งจะเห็นได้ว่าหญิงสาวคานิทตั้งแต่คอลเลกชั่นแรกนั้นจะมีสไตล์เฟมินีน มีความบอบบาง น่าทะนุถนอม แต่ทว่ายังผสมผสานเสน่ห์อันเย้ายวนใจ ผ่านเส้นสายลายพิมพ์สุดโรแมนติกที่สอดผสานเข้ากับดีไซน์ที่มีความเข้าใจต่อเรือนร่างของผู้หญิงเป็นอย่างดี โดยคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2020 นี้ได้ใช้ชื่อว่า “เดอะ นิว เรียลิตี้” (The New Reality) ที่เปรียบได้กับเป็นการเปิดประตูบานใหม่ทั้งด้านไอเดียและงานดีไซน์ บนแกนหลักของแนวคิดการหลีกหนี (Escapism) ที่ไม่ใช่การหนีความจริงจากการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ แต่เป็นการสร้างความสมดุลในการใช้ชีวิตแบบใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับการสร้างสรรค์เสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ที่เราไม่อยากยึดติดกับนิยามของการดีไซน์เสื้อผ้าตามฤดูกาล เพราะแฟชั่นเป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก และเราก็อยากให้สาวๆ ได้สนุกกับการแต่งตัวในแบบที่เป็นตัวเอง โดดเด่นได้โดยไม่ต้องตามเทรนด์ โดยในครั้งนี้จึงเป็นการผสมผสานองค์ประกอบเด่นของแบรนด์คานิทที่รังสรรค์ชุดออกมาตลอด 7 ปี และจะได้เห็นซิลลูเอทใหม่ที่ไม่เคยเห็นในคอลเลกชั่นก่อนๆ เพราะเราได้ผสานกลิ่นอายของสปอร์ตแวร์ลงในงานดีไซน์ ทั้งกางเกงคาร์โก้ หรือบอมเบอร์แจ็คเก็ต รวมไปถึงชิ้นคลาสสิกอย่างสลิปซาตินเดรสที่ปรับดีไซน์ความยาวและรูปทรงของชุดกระโปรงช่วยเพิ่มความเซ็กซี่อย่างมีระดับ” ขนิษฐา ดรุณเนตร กล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบคอลเลกชั่นนี้

The New Reality

สำหรับคอลเลกชั่นนี้ มีชื่อว่า “เดอะ นิว เรียลิตี้” (The New Reality) เป็นชุดดีไซน์โก้หรูที่พร้อมให้ผู้หญิงได้สนุกสนานกับการครีเอทลุคสวยในแบบฉบับของตนเองได้ในทุกวันและทุกโอกาส โดยรายละเอียดของแพทเทิร์นแต่ละชุดถูกตัดเย็บขึ้นมาโดยคำนึงถึงสรีระของผู้หญิงเป็นหลัก อย่างชุดเดรสเกาะอกผ้าซาตินดีไซน์เข้ารูปเน้นอวดสรีระของผู้หญิงให้ดูโดดเด่น หรือชุดสูทเข้ารูปสไตล์มาสคิวลีนที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายความเฟมินีน อีกทั้งยังมีงานดีไซน์รูปแบบใหม่ที่ผสมผสานงานดีไซน์แนวโรแมนติกเข้ากับสตรีทโมเดิร์น เพื่อลดทอนความเคร่งขรึมเพิ่มความโก้หรู อย่างเสื้อบอมเบอร์แจ็คเก็ตที่ออกแบบเพิ่มลูกเล่นเป็นแนวแจ็คเก็ตครอปท็อปเผยโชว์บริเวณช่วงเอวเพิ่มความเซ็กซี่ หรือกางเกงคาร์โก้ขาสามส่วน ที่สามารถหยิบเข็มขัดโซ่มามิกซ์แอนด์แมทช์เพิ่มความหรูหรา รวมถึงเทรนช์โค้ทชิ้นเด่นที่เป็นไอเท็มห้ามพลาดสำหรับฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีเชิ้ตเดรสดีไซน์โดดเด่นด้วยลายพิมพ์ประจำคอลเลกชั่นอย่าง Chain of Love ลวดลายโซ่ที่ห้อยตัวอักษรย่อ C และ N เพื่อสื่อถึงภาพจำของความผูกพันที่มีต่อผู้หญิงทุกคนที่ใส่ชุดแบรนด์คานิท ด้านการเลือกแมททีเรียลและเนื้อผ้าเน้นคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพอากาศประเทศไทยเป็นหลัก ซึ่งเลือกใช้ทั้งผ้าชีฟอง ผ้าดัชเชส และผ้าซาติน ที่ตัดเย็บจากช่างฝีมือระดับมาสเตอร์เพื่อชุดสวยสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้โทนสีประจำคอลเลกชั่นยกให้เป็นเฉดสีม่วงเข้ม (Dark Violet) เพื่อสร้างลุคใหม่ เพิ่มเสน่ห์ ดูน่าค้นหา และยังมีเฉดสีคลาสสิกอย่างสีเบจ (Beige) และสีออฟไวท์ (Off White) ซึ่งเป็นเฉดสีประจำแบรนด์ที่จะช่วยให้มิกซ์แอนด์แมทช์ชุดในแต่ละลุคได้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

โดยความพิเศษสำหรับคอลเลกชั่นนี้ ซึ่งได้ 4 นักแสดงสาวสวยมาร่วมถ่ายแฟชั่นเซ็ทที่สะท้อนคาแรคเตอร์ของหญิงสาว 4 บุคลิกอันน่าสนใจ ได้แก่ 

Modern

เจนี่ อัลภาชน์ ณ ป้อมเพชร ในชุดดีไซน์เรียบโก้ (Modern) อย่างในชุดสูทเข้ารูป ซึ่งสะท้อนคาแรคเตอร์สาวเวิร์คกิ้งวูแมนที่หลงใหลในสไตล์โมเดิร์นได้เป็นอย่างดี

Sophisticated

คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ ในลุคโฉบเฉี่ยวทันสมัย (Sophisticated) อย่างในชุดเสื้อเชิ้ตดีไซน์เรียบง่ายแต่แฝงด้วยกลิ่นอายความเป็นแฟชั่นนิสต้าจากลายพิมพ์โซ่สุดหรูซึ่งเป็นลายพิมพ์ใหม่ประจำคอลเลกชั่นนี้  โดยสะท้อนคาแรคเตอร์ผู้หญิงที่มีความมั่นใจในสไตล์ของตนเอง

Dazzling

แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ มาในลุคสวยน่าจับตามอง (Dazzling) ในชุดเดรสผ้าซาตินสีขาวสุดหรูที่ขับเน้นเรือนร่างของผู้หญิงให้ดูโดดเด่นเกินกว่าใคร ซึ่งสะท้อนคาแรคเตอร์ของผู้หญิงที่ชื่นชอบสไตล์เฟมินีนดูน่าค้นหา

Elegant

สู่ขวัญ บูลกุล กับลุคสุดหรู (Elegant) ทั้งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำ หรือในชุดเดรสดีไซน์ใหม่ที่ตัดต่อเสื้อเชิ้ตเข้ากับกระโปรงเอวสูงพิมพ์ลายเอาไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งสะท้อนคาแรคเตอร์ของผู้หญิงที่ชื่นชอบในสไตล์โก้หรู ช่วยคอมพลีทลุคให้สวยสมบูรณ์แบบ

เทคนิคการเลือกชุด

แน่นอนว่าผู้หญิงเราจะสวยสมบูรณ์แบบได้เมื่อแต่งตัวครบองค์ประกอบ ทั้งใบหน้า ทรงผม และที่สำคัญคือ เสื้อผ้า การเลือกชุดนั้นเราควรคำนึงถึงโอกาสในการสวมใส่และเหมาะสมกับกาลเทศะ ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าเรานั้นให้เกียรติงาน สถานที่และผู้คนด้วย โดยลุควันทำงานนั้น ลุคที่ดูสมาร์ทภูมิฐาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือคือหัวใจสำคัญ ชุดที่เลือกอาจจะเป็นชุดสูทเข้ารูปดีไซน์เรียบโก้ในโทนสีสุภาพ เพื่อความคล่องตัวเวลาทำงาน หรือจะเลือกเป็นเสื้อเชิ้ตที่มีลูกเล่นจั๊มแขนแมทช์กับกระโปรงเอวสูงเพิ่มความเฟมินีน ส่วน    ลุคออกงานสำคัญ ความโก้หรูของชุดจะช่วยสร้างความโดดเด่นน่าจับตามอง โดยชุดที่เลือกอาจเป็นชุดเดรสยาวผ้าซาตินดีไซน์เข้ารูปขับเน้นสรีระเพิ่มความเซ็กซี่อย่างมีระดับ และลุควันสบายๆ จะเดินเล่น หรือเที่ยวช็อปปิ้ง เชิ้ตเดรสที่มีลายพิมพ์เก๋ๆ อย่างลายพิมพ์โซ่ก็จะช่วยเพิ่มความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดกับเครื่องประดับอย่างสร้อยข้อมือหรือสร้อยคอสแตนเลสได้ หรือหากต้องการลุคที่ดูเท่หน่อยก็อาจจะเลือกหยิบบอมเบอร์แจ็คเก็ต สวมกับกางเกงขาสั้นให้ลุคที่ดูสตรีทสวยเท่ได้ไม่เบา

ร่วมสร้างสรรค์สไตล์อันโดดเด่นในทุกวันกับคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2020 กับชุดสวยจากแบรนด์ CANITT คอลเลกชั่น The New Reality ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน CANITT ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 และศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม ชั้น 2 ติดตามรายละเอียดและโปรโมชั่นผ่านช่องทาง IG: CANITT_OFFICIAL และ Line ID: CANITT_OFFICIAL

เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 08:30 น.เจน ทิพย์วิภา ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลกทำความรู้จัก ‘เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์’ ดีไซเนอร์ไทยหนึ่งเดียวผู้กุมหัวใจ 3 เจ้าหญิงและคนดังระดับโลก ด้วยผลงานรังสรรค์ชุดโอตกูตูร์อันงดงามสุดพิถีพิถัน สร้างชื่อแบรนด์ลาสเทล (L’Astelle) ให้มาแรงที่สุดในขณะนี้ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการสวมใส่ชุดโอตกูตูร์ (Haute couture) ให้สาวไทยสวยปังทุกมุมมอง

เรียกได้ว่าเป็นตัวจริงแห่งวงการแฟชั่นที่พาแบรนด์ไทยไปสร้างชื่อในระดับโลกได้อย่างงดงาม สำหรับแบรนด์แฟชั่นและชุดเจ้าสาวระดับกูตูร์ชั้นนำของไทยอย่าง ลาสเทล (L’Astelle) ที่กำลังโลดแล่น และน่าจับตามองเป็นอย่างมากตั้งแต่ผลงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นโอตกูตูร์ (Haute couture) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยได้รับเสียงชื่นชมจากเหล่าคนแฟชั่นอย่างท่วมท้นเกี่ยวกับผลงานการออกแบบสุดพิถีพิถัน รวมไปถึงฝีไม้ลายมือการตัดเย็บอันประณีตบรรจงของ เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ลาสเทล (L’Astelle) หญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ที่พกพาดีกรีทางด้านงานดีไซน์จาก London College of Fashion และเก็บเกี่ยวประสบการณ์การร่วมงานกับแบรนด์โอตกูตูร์ (Haute couture) ระดับโลกมากมาย ซึ่งทำให้เธอตกผลึกว่างานแฟชั่นชั้นสูงอย่างโอตกูตูร์นั้นเปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่มีคุณค่ามากกว่าการเป็นแค่เสื้อผ้า

 และล่าสุดดีไซเนอร์ฝีมือเฉียบก็ได้พาแบรนด์ให้ก้าวไกลไปอีกขั้น เมื่อเหล่าราชนิกุล และคนดังระดับโลกเลือกสวมใส่ชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ไม่ว่าจะเป็น เลดี้ คิตตี้ สเปนเซอร์ (Lady Kitty Spencer) หญิงสาวจากตระกูลขุนนางชั้นสูงอันเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ ผู้ซึ่งเป็นหลานสาวของเจ้าหญิงที่ครองใจคนทั้งโลกอย่างเจ้าหญิงไดอาน่า Princess of Wales กับหลากหลายลุคสง่างามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายในชุดโอตกูตูร์ (Haute couture) โดยเฉพาะลุคเด่นในเดรสสีดำขนนกปักประดับเพชรบริเวณช่วงอก

ต่อมาที่ เจ้าหญิงมาเรีย-โอลิมเปีย แห่งกรีซและเดนมาร์ก (Princess Maria-Olympia of Greece and Denmark) หลานสาวของ Constantine II of Greece and Anne-Marie of Denmark King and Queen of the Hellenes ที่มาพร้อมความหรูหราเมื่อสวมใส่ชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ในชุดสีฟ้าสไตล์เรียบโก้ โดดเด่นด้วยเข็มขัดชิ้นหรูปักประดับเพชร

ถัดมาที่ความสวยสุดอลังการของ ดอนนา เบียงก้า แบรนโดลินี (Donna Bianca Brandolini) ธิดาของท่านเคานต์แห่ง Valmaren กับ Princess Georgina Maria Natividad de Faucigny- Lucinge et Coligny แห่งบราซิล ในชุดเดรสสั้นสีดำปักประดับขนนกที่เผยความเซ็กซี่อย่างมีระดับเอาไว้ได้อย่างค้นหา 

และคนดังระดับโลกอย่าง นิกกี้ ฮิลตัน รอธไชล์ด (Nicky Hilton Rothschild) สาวสังคมชั้นสูงที่มีสไตล์ดูดีเสมอเมื่อปรากฏกายในที่สาธารณะ ซึ่งชุดของ ลาสเทล (L’Astelle) ที่เป็นเดรสยาวสีฟ้าผ้าชีฟองก็สามารถสร้างสรรค์ลุคโก้หรูให้กับเธอได้เป็นอย่างดี

ด้าน เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ได้กล่าวถึงแนวความคิดในการสร้างแบรนด์ และเส้นทางการพาแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลว่า “เราเริ่มต้นการทำแบรนด์ด้วยความชอบ และหลงใหลในชุดโอตกูตูร์ จากตอนที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์โอตกูตูร์ (Haute couture) ระดับโลกมากมาย เราเรียนรู้เกี่ยวกับการตัดเย็บชุดชั้นสูง ตั้งแต่การดีไซน์ การคัดสรรแมททีเรียล ไปจนถึงการตัดเย็บ อย่างแบรนด์เราเองก็จะเน้นงานดีไซน์ที่เรียบโก้ แต่เพิ่มลูกเล่นให้กับชุดด้วยงานปักประดับ การเลือกเนื้อผ้า ซึ่งเราใช้แมททีเรียลส่วนใหญ่จากฝรั่งเศส อิตาลี และอังกฤษ ตัดเย็บโดยช่างฝีมือมือผู้เชี่ยวชาญ และส่งปักในโรงปักมาตรฐานเดียวกับการทำชุดโอตกูตูร์ เพราะเรามองว่าการที่จะพาแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้ ต้องเริ่มต้นจากคุณภาพของเสื้อผ้าเป็นอันดับแรก ซึ่งการสร้างสรรค์ผลงานให้กับคนดังระดับโลกในครั้งนี้ เรายิ่งต้องเตรียมตัวเป็นอย่างมาก เพราะเขาค่อนข้างคาดหวังในเรื่องคุณภาพชุดที่เราจะสามารถออกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่างของเขา ซึ่งโชคดีที่เราก็ตีโจทย์ได้ตรงจุด รังสรรค์ชุดออกมาได้ตรงใจผู้สวมใส่ ทำให้ในอนาคตน่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจของทางแบรนด์เป็นอย่างมาก”

นอกจากนี้ เจน-ทิพย์วิภา กิตติ์อัครานนท์ ยังได้แนะนำเคล็ดลับการสวมใส่ชุดโอตกูตูร์สำหรับสาวไทยว่า “คนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าชุดโอตกูตูร์ใส่ยาก แต่จริงๆ แล้วชุดโอตกูตูร์เป็นชุดที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับรูปร่างของผู้หญิงได้อย่างดีที่สุด โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องรูปร่าง ที่บางคนอาจจะมีจุดที่ไม่มั่นใจแล้วอยากปกปิด ซึ่งชุดโอตกูตูร์นั้นสามารถขับเน้นจุดที่มั่นใจให้เด่นออกมาได้ ผ่านการออกแบบชุดของดีไซเนอร์ การคัดเลือกแมททีเรียลให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ และโอกาสในการสวมใส่ชุด รวมไปถึงการตัดเย็บขั้นสูงที่จะสามารถทำให้ชุดออกมาสวย สามารถสร้างความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ได้”

พบกับแบรนด์แฟชั่นและชุดเจ้าสาวระดับกูตูร์ชั้นนำของไทยอย่าง ลาสเทล (L’Astelle) ได้แล้ววันนี้ที่ลาสเทล บูติก ชั้น G เดอะ เทส ทองหล่อ 11 หรือ ติดตามคอลเลกชั่นใหม่ๆ ได้ทาง Instagram : @Lastelle

การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืน – โพสต์ทูเดย์ work-life-balance (posttoday.com)

วันที่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 06:35 น.การพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงรุกเพื่อความมั่นคงยั่งยืนโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ปัญหา ความจำเป็นเร่งด่วน โลกเปลี่ยนแปลงไม่เคยหยุดนิ่ง เทคโนโลยีก้าวไกลในอัตราเร่ง ได้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและรูปแบบของการใช้ชีวิตของคนในสังคมอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้องค์กรภาครัฐซึ่งเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศจำต้องปรับรูปแบบการบริหารงานอย่างพลิกโฉม  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการต่อประชาชนและเพื่อสร้างสังคมและเศรษฐกิจให้ยั่งยืน เพื่อการดำเนินงานตามเป้าหมายดังกล่าวให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐต้องปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐตามนโยบาย “การปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล” (Digital Government Transformation) ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ที่เน้นการพัฒนาความพร้อมของบุคลากรและการปรับเปลี่ยนกระบวนงานให้มีวุฒิภาวะด้านดิจิทัล เพื่อให้องค์กรภาครัฐมีขีดสมรรถนะสูงเทียบเท่ามาตรฐานสากลและมีความคล่องตัว ให้มีความทันสมัย กะทัดรัด รวดเร็ว ยืดหยุ่น มีลักษณะเปิดกว้าง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมเชื่อมโยงถึงกันจากทุกภาคส่วน โดยการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับยุคสมัยเข้ามาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

การพัฒนาองค์กรภาครัฐดิจิทัลเชิงบูรณาการ

ทั้งนี้ เป้าหมายดังกล่าวดังกล่าวจะเป็นจริงได้ บุคลากรภาครัฐจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารงานและการพัฒนาในเชิงองค์รวม แนวคิดนี้ประกอบด้วย

  1.  การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลเชิงรุก
  2.  การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่มีคุณค่า
  3.  การสร้างศรัทธาเพื่อสร้างทีมงานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง
  4.  การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเพื่อความเป็นเอกภาพ

1. การปรับกรอบความคิดเชิงบวกเพื่อขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลเชิงรุก

แนวคิดนี้ให้มุมมองที่ว่า บุคลากรภาครัฐทุกระดับจำเป็นต้องปรับแนวการบริหารงานให้เป็น Digital Mindset โดยเริ่มที่ตนเองก่อน เพื่อสร้างการนำตนเองและปรับวิธีการทำงานเสียใหม่ โดยใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลมายกระดับศักยภาพองค์กรเพื่อให้บริการแก่ประชาชนอย่างคล่องตัว ทันสมัย รวดเร็ว มุ่งมั่น เล่นเชิงรุกแต่ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ

2. การพัฒนาแนวคิดเชิงระบบเพื่อสร้างนวัตกรรมดิจิทัลที่มีคุณค่า

นอกจากบุคลากรภาครัฐจะพัฒนาความสามารถในการนำตนเองได้แล้ว ยังต้องพัฒนาแนวคิดเชิงระบบและมุมมองเชิงองค์รวมเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล (Digital Innovation) ที่แตกต่างและแปลกใหม่ เพื่อเป็นฐานข้อมูลและองค์ความรู้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และเห็นความสัมพันธ์ของการให้บริการที่ทันสมัยและคล่องตัว เข้าถึงง่าย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เพื่อแก้ปัญหาเชิงซับซ้อนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและผู้รับบริการให้ดีกว่าเดิมได้อย่างมีคุณค่าและเป็นรูปธรรม

3. การสร้างศรัทธาเพื่อสร้างทีมงานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง

นอกจากบุคลากรภาครัฐจะสามารถพัฒนาการนำตนเองและการสร้างองค์กรนวัตกรรมด้านดิจิทัลแล้ว การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวจะเป็นจริงได้ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมที่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างเต็มที่บนฐานของศรัทธา และศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ องค์กรจำเป็นต้องสร้างบรรยากาศของการเปิดใจกว้างรับฟังและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดกว้าง มีความไว้วางใจ เชื่อมั่นต่อกัน บนฐานของการเห็นคุณค่าในความแตกต่างทางความคิด

4. การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลเพื่อความเป็นเอกภาพ

การปรับเปลี่ยนให้เป็นองค์กรดิจิทัลจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนรวม และเชื่อมโยงทั้งองค์กรและเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เป้าหมายดังกล่าวจำเป็นที่ผู้บริหารองค์กรต้องสร้างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างทีมงานและผลักดันความเป็นองค์กรดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการร่วมกันพัฒนากลยุทธ์ นวัตกรรมการบริการ การตัดสินใจร่วมกันเพื่อให้ไปในแนวทางเดียวกันอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อยกระดับการบริการที่มีคุณภาพให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์ว่าแนวทางการปรับเปลี่ยนองค์กรภาครัฐให้เป็นองค์กรดิจิทัลเชิงบูรณาการนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจและสังคมเพื่อความยั่งยืนของประเทศในอนาคต ความท้าทายจึงอยู่ที่ว่า ผู้บริหารองค์กรภาครัฐจะสามารถปรับแนวคิดการบริหารงานให้ทันต่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนี้ เพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กรเชิงองค์รวมให้เป็นองค์กรด้านดิจิทัลเชิงรุก เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้มีความทันสมัย รวดเร็ว คล่องตัว ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้เร็วเพียงใด เพื่อยกระดับการให้บริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน อีกทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยให้มีความมั่นคงยั่งยืน

ชี้เป้า 4 ลุคสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/638027

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 08:10 น.ชี้เป้า 4 ลุคสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาวอัพเดทเทรนด์ใหม่เอาใจสาวๆ ชี้เป้า 4 ลุคโดดเด่นสุดปังรับเทรนด์แฟชั่นหน้าหนาว ในงาน ZAAP HARD SALE ครั้งที่ 4

ช่วงนี้สาวๆ คงจะรู้สึกถึงลมหนาวที่พัดมากระทบผิวกายในยามเช้ากันแล้วใช่ไหม แน่นอนว่าอากาศแบบนี้หลายคนคงถือโอกาสหยิบเสื้อผ้าที่มีอยู่ในตู้มามิกซ์แอนด์แมตช์ แต่ถ้าหากว่าอยากได้ไอเดียเก๋ๆ ในการแต่งตัวแล้วละก็ มาดู 4 เทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าคูลๆ ที่ใส่กันหนาวก็ได้ ใส่เดินสวยๆ ก็ดี ว่ามีสไตล์ไหนบ้าง

ลุคที่ 1 กระโปรงยีนส์คู่กับชุดสายเดี่ยวพร้อมเสื้อคลุมสั้นสีพาสเทล เป็นลุคคลาสสิกแบบชิลๆ กลิ่นอายวินเทจ แลดูเป็นสาวหวานซ่อนเปรี้ยว โดยแมทช์กับเสื้อด้านในและเสื้อคลุมลายตาราง ช่วยขับผิวให้ขาวผ่องโอโม่มาก หรืออีกไอเดียสำหรับกระโปรงยีนส์คู่กับเสื้อแขนยาวสีสดใส พร้อมรองเท้าสีขาว ก็น่ารักแบบเท่ๆ อย่างลงตัว

ลุคที่ 2 เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมแขนกุด อากาศเย็นทั้งที สาวๆ ที่อยากใส่แขนยาว ก็สามารถคว้าเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ แล้วสวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมแขนกุดได้ลุคสาวเกาเลย และสามารถนำเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่มาใส่คลุมทับเสื้อตัวใน ใส่คู่กับกางเกงผ้าลินิน สะพายถุงผ้า เฟี้ยวอินเทรนด์ อยากใส่ต้องได้ใส่ จัดมาเลยเสื้อกั๊กไหมพรมสีจี๊ด คู่กับกางเกงสีแนวเอิร์ธโทน หรือเป็นเสื้อไหมพรมเอวลอย ให้เปรี้ยวต้องปลดกระดุมเล็กน้อย ใส่คู่กับกางเกงเอวสูงหรือมินิสเกิร์ต

ลุคที่ 3 เสื้อยืดคลุมทับด้วยเบลเซอร์ลายตารางตัวใหญ่สีเอิร์ธโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์ หรือกระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ต หนาวๆ สาวออฟฟิศยุคใหม่อย่างเราต้องมาคู่กับเสื้อยืดคลุมทับด้วยเบลเซอร์ลายตารางตัวใหญ่สีเอิร์ธโทน ใส่คู่กับกางเกงยีนส์หรือกระโปรงยีนส์มินิสเกิร์ต โชว์เข็มขัดหน่อย พร้อมใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่โปรดไปด้วย หรือหยิบเสื้อคลุมคาดิแกน สีสันสดใสมาใส่ทับ ให้อารมณ์สาวหวาน หรืออาจจะ ใส่เสื้อคลุมสีชมพูตัวใหญ่เนื้อผ้าบางๆ ทับด้านนอก ลุคนี้ก็ดูมุ้งมิ้งไปอีกแบบ จะจับคู่เดรสลายดอกสีเข้มกับเสื้อคลุมผ้าเนื้อบางตัวจิ๋ว ก็ช่วยพรางหุ่นให้ดูเพรียวได้อย่างดีเยี่ยม

ลุคที่ 4 การจับคู่สีแบบคัลเลอร์บล็อก โดยเลือกแมตช์กับไอเทมที่มีสีตัดกัน สาวๆ ยังสามารถเพิ่มความสนุกให้กับการแต่งตัวได้มากยิ่งขึ้นด้วยการจับคู่สีแบบคัลเลอร์บล็อก โดยเลือกแมตช์กับไอเทมที่มีสีตัดกัน หากท่านใดที่ชื่นชอบลุคที่ดูมินิมัลก็สามารถเลือกสีโทนอ่อนที่ดูสบายตา หรือสร้างลุคที่ดูเท่ยิ่งขึ้นด้วยไอเทมที่มาพร้อมกับเฉดสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

หากใครที่ยังมองหาเสื้อผ้าและไอเท็มเด็ดๆ เอาไว้มิกซ์แอนด์แมตช์กันอยู่ละก็ สามารถมาช้อปพร้อมกันได้ที่งาน ZAAP HARD SALE #4 ลดทะลุโลก ขนมาทั้งร้านเด็ดออนไลน์ไปถึงย่านรังสิต เสิร์ฟโปรโมชั่นแบบจุกๆ ลดสูงสุดถึง 90% ทั้งเสื้อผ้า ของแต่งบ้าน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้สำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง มีทุกอย่างครบจบที่เดียว โดยงานจะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 28-29 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ที่ Zpell @Alive Park Hall ชั้น G ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ติดตามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊กเพจ ZAAP HARD SALE หรือคลิก www.facebook.com/zaaphardsale

How to ดูแลผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637799

วันที่ 12 พ.ย. 2563 เวลา 09:11 น.How to ดูแลผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวพญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม และ ธัญ (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ร่วมแนะวิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปี

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว สภาพอากาศที่หนาวเย็นนั้นทำร้ายผิวและเส้นผมมากกว่าที่ทุกคนคิด แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้มีอากาศหนาวจัดก็ตาม แต่อากาศที่เย็นตัวลงมาพร้อมกับระดับความชื้นในอากาศที่ต่ำ หรือเรียกกันว่า “อากาศแห้ง” ย่อมทำให้ผิวและเส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นไปอย่างง่ายดาย ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย เส้นผมและหนังศีรษะแห้ง ผมชี้ฟูจากไฟฟ้าสถิต และขาดความเงางาม

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ จัดกิจกรรมแนะนำ ‘วิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้มีสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปี’ กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม อาทิ Aromatherapy Shampoo, Aromatherapy Hair Conditioner, Hair Mask, Advance Protective Hair Serum, Body Butter และ Bath & Massage Oil โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมกิจกรรม อาทิ หฤทัย ไชยยันต์ ณ อยุธยา, มธุนาฏ ซอโซตถิกุล และณชา จึงกานต์กุล ที่ KBank Private Banking ชั้น 42 อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์

พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะนำวิธีดูแลสภาพผิวและเส้นผมให้สวยสุขภาพดีท้าลมหนาวช่วงปลายปีว่า อากาศเย็นในช่วงหน้าหนาวมาพร้อมกับความชื้นในอากาศที่ลดลง ซึ่งอากาศที่แห้งนั้นทำให้หลายคนมักพบกับปัญหาผิวและเส้นผม อาทิ ผิวและผมแห้ง แตกลาย อาการคันบริเวณผิวและหนังศีรษะ รวมถึงอาการระคายเคืองต่างๆ

โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคผื่นแพ้ต่อมไขมัน หรือโรคเซ็บเดิร์ม (Seborrheic dermatitis) ก็มีโอกาสที่อาการกำเริบได้ในช่วงที่มีอากาศแห้ง บริเวณที่พบบ่อย คือ ใบหน้า บริเวณหัวคิ้ว ข้างจมูก หลังใบหู หรือหนังศีรษะ ในบางรายที่มีอาการรุนแรงจะพบที่บริเวณหน้าอกหรือแผ่นหลังด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังช่วงหน้าหนาว คือ ฝุ่นละออง PM 2.5 หรือ Particulate Matters 2.5 เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นมากขึ้นในช่วงหน้าหนาว นอกจากจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ และสุขภาพผิวโดยตรงแล้ว ฝุ่นละออง PM 2.5 จะไปทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) กับชั้นฟิล์มไขมันเคลือบผิว (Sebum) ที่ทำหน้าที่เสมือนเกราะปกป้องผิว ทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ อุดตัน นำมาซึ่งปัญหาผิว อาทิ สิว ริ้วรอย ความหมองคล้ำ อักทั้งยังเป็นตัวการร้ายที่ทำให้เส้นผมเราหลุดร่วงได้ง่าย มลภาวะฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถเกาะติดเส้นผมได้ง่าย ก่อให้เกิดปัญหาผมแห้ง ขาดความเงางาม หากปล่อยไว้นานฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าเส้นผมและทำลายโครงสร้างโปรตีนของเส้นผม ทำให้ผมแห้ง หลุดร่วงมากยิ่งขึ้น

การดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะในช่วงฤดูหนาวนี้ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะสูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของสารจำพวกซัลเฟต (SLS) เพราะอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองได้โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และควรเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทฟื้นบำรุงสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างแฮร์คอนดิชั่นเนอร์ แฮร์มาส์ก และแฮร์เซรั่ม ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้เส้นผมแห้งจนเกินไป เพราะจะทำให้เกิดไฟฟ้าสถิตซึ่งเป็นสาเหตุของผมชี้ฟู

ส่วนการการดูแลสุขภาพผิวช่วงหน้าหนาว แนะนำว่าไม่ควรอาบน้ำที่ร้อนจัดจนเกินไป เพราะน้ำร้อนจะดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวไปปริมาณมาก และไม่ควรสครับผิวในขณะที่ผิวแห้ง ไม่ควรขัดผิวแรงๆ เพราะจะทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง และยังทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายด้วย ดังนั้นควรทาครีมบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ เพื่อเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว รวมถึงรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร

4 มิติการเปลี่ยนแปลง ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637518

วันที่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 06:50 น.4 มิติการเปลี่ยนแปลง ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจังโดย ภก.ดร.จันทรชัย ถวิลพิพัฒน์กุล สถาบันอินทรานส์ Hipot – การปฏิรูปศักยภาพมนุษย์อย่างบูรณาการศาสตร์ชีวิตองค์รวมเพื่อความมั่นคงยั่งยืน

ถึงเวลายกเครื่ององค์กรอย่างจริงจังหรือยัง?

เราตระหนักดีว่าโลกไม่เคยหยุดนิ่งและเราก็พยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด แต่ท่านสงสัยไหมว่าทำไม ไม่ว่าเราจะพยายามอย่างไร ทั้งเวลาและการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมหาศาล แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ถ้าเช่นนั้น ท่านคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องก้าวข้ามกระบวนการพัฒนาแบบเดิมๆ หรือยัง แล้วแนวคิดดังกล่าวคืออะไร มีกระบวนการอย่างไร

เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหมือนเดิม ทั้งอ่อนไหว ซับซ้อน คุลมเครือ ไม่แน่นอน อีกทั้งเทคโนโลยี หุ่นยนต์ เอไอ ก็พัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่เคยหยุดนิ่ง ลูกค้ามีความคาดหวังสูง ต้องการสินค้าและบริการที่แตกต่างและคุ้มค่า การแข่งขันเพิ่มความรุนแรง การดำเนินธุรกิจทั้งภาครัฐและเอกชนมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นและเสี่ยงสูง หลายแห่งต้องล่มสลาย ไปต่อไม่ไหว องค์กรที่เหลืออยู่ก็คิดหนัก ต่างเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

แต่การปรับตัวในปัจจุบันที่ไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนนั้นเป็นเพราะ

1. องค์กรส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับแนวคิดเดิมๆ รูปแบบเก่าๆ ยังคงเน้นแต่การปรับแต่งพฤติกรรมอย่างฉาบฉวย เพราะมันง่าย เห็นผลเร็ว แต่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง ขาดความมุ่งมั่น ซักพักก็กลับไปเหมือนเดิม

2. มุมมองต่อการแก้ปัญหาก็ยังเน้นแต่ผลลัพธ์สุดท้าย แต่ขาดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง ยังยึดอยู่กับการหาคำตอบเดียวที่ดีที่สุด แต่ขาดความคิดสร้างสรรค์ที่แตกต่างที่แปลกใหม่ และก็ยังขาดทักษะของการนำความรู้ไปใช้จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

3. ทีมงานขาดความเป็นเอกภาพ ขาดความเข้มแข็ง ไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม

4. องค์กรขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไม่สามารถเหนี่ยวนำสร้างการมีส่วนร่วมให้ทีมงานเดินไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว องค์กรจึงไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนรวมก็เสียหาย

ทั้งหมดนี้คือสาเหตุหลักที่การพัฒนาไม่อาจนำไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง มันจึงเกิดคำถามว่า “เราจะยังคงพัฒนาคนและองค์กรด้วยแนวคิดและกระบวนการแบบเดิมๆ อยู่อีกหรือ ถึงเวลาหรือยังที่เราจะมาพลิกตำราเพื่อสร้างองค์กรให้มั่นคงยั่งยืนได้อย่างแท้จริง” ถ้าเช่นนั้น เราต้องปรับอะไร ปรับอย่างไรจึงจะยั่งยืน แล้วอะไรคือคำตอบ

จากการศึกษาวิจัยเชิงลึกด้านการพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืนมากว่า 20 ปี เราพบว่าทางออกของความท้าทายดังกล่าวคือ เราต้องปรับยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างถอนรากถอนโคนด้วย กระบวนการพัฒนาเชิงองค์รวม (Holistic Development Approach) ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิตอย่างเชื่อมโยงให้เป็นหนึ่งเดียวอันประกอบไปด้วยจิตใจ ปัญญา อารมณ์ และภาวะผู้นำ กล่าวคือ

1. มิติด้านจิตใจเมื่อพูดถึงจิตใจ

นั่นคือเรากำลังพูดถึงกรอบความคิด (Mindset) อันเป็นฐานรากชีวิต ปัญหาหลักในประเด็นนี้คือ บุคคลมักติดกรอบเดิมๆ ส่งผลให้บุคคลไม่เปลี่ยน มีทัศนติติดลบ ขาดแรงบันดาลใจ ไม่สามารถนำตนเองได้ ดังนั้น การปรับเปลี่ยนใดๆ จึงต้องเริ่มที่การปรับที่กรอบความคิดนี้ เพื่อปรับทัศนคติ ค่านิยม และความเชื่อ รวมทั้งแรงขับเคลื่อนภายใน ความมุ่งมั่น เพื่อระเบิดศักยภาพภายในที่แท้จริงออกมาได้อย่างเต็มที่ด้วยตนเอง อีกทั้งการปรับการมองภาพเป้าหมายเดียวกัน เพื่อสร้างทีมงานให้มีความสอดคล้องไปในแนวเดียวกัน

ดังนั้น การพัฒนาเพื่อความยั่งยืนในอนาคต เราจึงต้องเริ่มด้วยการเปลี่ยนตนเอง แต่ต้องปรับออกจากแนวคิดการพัฒนาแบบเดิมๆ ที่เน้นแค่การปรับแต่งพฤติกรรมอย่างผิวเผิน มาเป็นแนวคิดใหม่ของการปรับที่ฐานรากชีวิต นั่นคือ กรอบความคิดตนเอง เพื่อระเบิดศักยภาพจากภายใน สร้างแรงขับเคลื่อนภายในอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างการนำตนเอง เพื่อเล่นเชิงรุกเป็นทีมให้สอดคล้องกันอย่างเป็นเอกภาพ

2. มิติด้านปัญญาเมื่อพูดถึงปัญญา

ความท้าทายในประเด็นนี้คือ เมื่อมีปัญหาเข้ามา เราแก้ปัญหาไม่ตก เพราะองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ที่มีอยู่นั้น ไม่พอที่จะรับมือกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงมักข้ามขั้นตอนและหาทางลัดเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบสุดท้าย นั่นเป็นเพราะเราขาดมุมมองเชิงระบบ จึงไม่สามารถจับประเด็นสำคัญได้ และก็ไม่สามารถเชื่อมโยงประเด็นเหล่านั้นเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ จึงไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง จึงไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงซ้อนได้ อีกทั้งขาดการมองภาพเชิงองค์รวม จึงไม่อาจสร้างสรรค์นวัตกรรมที่แตกต่างและทางเลือกที่หลากหลาย ทั้งหมดนี้ทำให้กระบวนการแก้ปัญหาคับแคบ ตีบตัน แก้ปัญหาไม่ตก ไม่มีอะไรใหม่ องค์กรจึงไม่ยั่งยืน

ดังนั้น ในโลกปัจจุบันแห่งความไม่แน่นอน ซับซ้อน คุลมเครือ องค์กรจะอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน เราต้องแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมที่แตกต่าง และมันจะเป็นจริงได้ เราจำเป็นต้องก้าวข้ามจากการพัฒนาด้วยมุมมองเชิงเดี่ยวแบบเดิมๆ มาเป็นการพัฒนาด้วยแนวคิดใหม่ นั่นคือ แนวคิดเชิงระบบ และการมองภาพเชิงองค์รวม เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแก้ปัญหาเชิงซ้อน ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ

3. มิติด้านอารมณ์เมื่อพูดถึงอารมณ์

ความท้าทายในประเด็นนี้ เมื่อพิจารณาในระดับบุคคลคือ บุคลากรขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ขาดความเชื่อมั่น หวั่นไหว ขาดความอดทน ขาดความมุ่งมั่น ไม่ยืนหยัด ขาดภูมิต้านทาน จึงไม่สามารถปรับฟื้นคืนสภาพตนเองให้กลับมาขับศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ก็เพราะตนไม่เห็นคุณค่าตนเอง ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง

เมื่อพิจารณาในระดับองค์กร เราพบว่าความท้าทายคือ ทีมงานขาดศรัทธา จึงไม่เข้าใจกัน ไม่ไว้ใจกัน การสื่อสารจึงไม่เปิดใจกว้างรับฟัง เอาความคิดตนเองเป็นใหญ่ ไม่เห็นคุณค่าในความแตกต่าง แต่มักเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง การทำงานจึงไม่เป็นทีม ต่างคนต่างไป คนละทิศคนละทาง จึงไม่สามารถระเบิดศักยภาพออกมาเสริมกันได้อย่างมีพลังร่วม

ประเด็นทั้งการขาดความมั่นคงทางอารมณ์และขาดศรัทธา ทำให้ศักยภาพตนเองและทีมงานลดลงบุคลากรขาดการมีส่วนร่วม ทีมงานจึงขาดความเข้มแข็งและไม่สอดคล้องไปในแนวเดียวกัน ไม่เป็นหนึ่งเดียวองค์กรจึงไม่บรรลุเป้าหมาย ส่วนรวมก็ถดถอย ไม่ยั่งยืน

ประเด็นด้านอารมณ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง ดังนั้น แนวคิดใหม่ของการสร้างทีมงานให้เข้มแข็ง จึงต้องให้ความสำคัญต่อความหมายของตัวตน โดยการเห็นคุณค่าทั้งต่อตนเองและเห็นคุณค่าในความแตกต่าง

4. มิติด้านภาวะผู้นำเมื่อพูดถึงภาวะผู้นำ

ความท้าทายในประเด็นนี้คือ องค์กรขาดผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง จึงไม่สามารถสร้างทีมงานให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เพราะผู้นำมักเน้นแต่ในด้านการพัฒนาความสามารถด้านเทคนิค ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของประสิทธิภาพของผลสัมฤทธิ์อย่างตกขอบซึ่งว่าไปแล้วมันสำคัญ แต่ไม่พอ เพราะละเลยความสำคัญต่อคุณค่าของความเป็นมนุษย์

ดังนั้น การพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคตจึงต้องปรับกรอบแนวคิดใหม่ จากการให้น้ำหนักแต่เฉพาะความสามารถด้านการบริหารจัดการ มาเป็นการให้ความสำคัญต่อความเป็นมนุษย์ที่ต้องการคุณค่าและความหมายด้วย ด้วยเหตุนี้ การสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนจึงต้องตั้งอยู่บนความสมดุลของทั้งความสามารถด้านการจัดการและการเห็นคนเป็นมนุษย์ จึงจะสามารถนำองค์กรสู่การเปลี่ยนแปลงให้ไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างยั่งยืน

เพราะโลกเปลี่ยนอย่างเป็นพลวัต องค์กรไม่อาจอยู่นิ่งได้ แต่ต้องปรับตาม แต่มิใช่แค่ให้ทัน แต่ต้องก้าวข้ามและล้ำหน้าด้วยแนวคิดเชิงรุก แต่นั่นจะเป็นจริงไม่ได้เลย หากเรายังยึดติดอยู่กับกรอบแนวคิดการพัฒนาแบบเดิมๆ ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่เราต้องพลิกตำรามาเป็นการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม (Holistic Development Approach) ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต เพื่อความมั่นคงยั่งยืน

How To เลือกชุดชั้นในให้เป๊ะปังง่ายๆ เตรียมช้อปออนไลน์ด้วยปลายนิ้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637428

วันที่ 07 พ.ย. 2563 เวลา 11:11 น.How To เลือกชุดชั้นในให้เป๊ะปังง่ายๆ  เตรียมช้อปออนไลน์ด้วยปลายนิ้วเลือกซื้อชุดชั้นในผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไรให้ไม่ให้พลาด!! วาโก้ (Wacoal) เผยทริคเอาใจสาวๆ เตรียมพร้อมช้อปง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว

ต้องยอมรับเลยว่าการช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่องทางอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มที่รวมเอาสารพัดสิ่งมาไว้ให้เลือกสรร หนึ่งในนั้นคือ ชุดชั้นใน เพื่อนคู่ใจของสาวๆ ทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่ เชื่อว่าหลายคนยังมีข้อกังวลใจในการจะซื้อชุดชั้นในผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไรให้ไม่พลาด คุณสุปราณี อุ่ยยะเสถียร ผู้จัดการแผนกการตลาดและการขายดิจิทัล บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) เผยว่า การเลือกซื้อชุดชั้นใน เป็นเรื่องที่ต้องพิถีพิถัน และจะต้องมีความละเอียดรอบคอบในการเลือกซื้อ เพราะชุดชั้นในจะมีไซส์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละสรีระของผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการช้อปปิ้งชุดชั้นในผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ผู้หญิงอย่างเราไม่ได้มีโอกาสทดลองของจริง ดังนั้นการวัดขนาดที่แม่นยำและถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ ทุกคนควรมีความรู้ติดตัวเอาไว้ อาทิ

วัดขนาดรอบอกและรอบใต้อกอยู่เสมอ

เพราะอายุ ฮอร์โมน รวมไปถึงการเพิ่มหรือลดของน้ำหนักมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสรีระ อย่ายึดติดกับคัพเดิมที่เคยใส่มาก่อน เพราะหากเราใส่ชุดชั้นในไม่พอดีตัว ไม่ว่าจะแน่นหรือหลวมเกินไป จะมีผลต่อรูปทรงและความหย่อนคล้อยของหน้าอกของเราได้ ยิ่งการซื้อชุดชั้นในออนไลน์ การวัดไซส์ต้องให้ชัวร์ โดยให้วัดเป็นหน่วยเซนติเมตร เพราะให้ความละเอียดได้ดีกว่าหน่วยการวัดแบบนิ้ว และที่สำคัญทุกครั้งที่วัดหาขนาดของชุดชั้นใน ควรถอดชุดชั้นในก่อนเพื่อให้ได้ขนาดแน่นอนที่ละเอียดมากขึ้น

พิจารณารูปทรงของหน้าอก

เพื่อให้ชุดชั้นในตัวเก่งสร้างความมั่นใจให้สาวๆ ได้มากยิ่งขึ้น อย่างสาวอกไก่ หรือ อกทรงเชอร์รี่ ที่ทรงหน้าอกค่อนข้างเล็กและแบนราบ ฐานเต้าไม่ชัด ความพุ่งชันของหน้าอกมีน้อย ควรเลือกบราแบบยกทรงเสริมฟองน้ำ จะช่วยให้ดูมีหน้าอกมากขึ้น แต่หากเป็นสาวอกเล็กและห่าง ไม่ค่อยมีไขมันที่หน้าอก ก็ควรเลือกบราแบบมีโครงและมีตะขอหน้า เพื่อพยุงหน้าอกให้สูงขึ้น บางคนหน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน โดยที่เต้าข้างใดข้างหนึ่งมันใหญ่กว่าอีกข้างอย่างชัดเจน ควรเลือกชุดชั้นในที่สามารถปรับเปลี่ยนแผ่นฟองน้ำหรือซิลิโคนที่เสริมได้ เพื่อที่จะได้สามารถจัดขนาดและรูปทรงของหน้าอกให้สมมาตรได้ บางคนเป็นสาวหน้าอกใหญ่และมีความหย่อนคล้อย ควรเลือกใส่บราที่มีโครง เพื่อประคองทรงเต้าไม่ให้หย่อน โดยโครงจะต้องกว้างเพื่อรับกับฐานทรงด้วย และควรจะเลือกรูปแบบที่เก็บเนื้อด้านข้างได้หมด เป็นต้น

นอกเหนือจากเรื่องไซส์หรือคัพหน้าอกแล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอีกเรื่องสำคัญ คือ การเลือกใช้ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ในแต่ละวันของสาวๆ อีกด้วย เพราะวาโก้อยากให้สาวๆ สวยให้สุด ใครก็หยุดไม่ได้ โค้งสุดท้ายปลายปี ทางวาโก้จึงเตรียมสินค้าชิ้นเลิศหลากสไตล์ แมทช์ได้กับทุกรูปแบบการใช้งาน มาให้สาวๆ ได้ช้อปกันให้จุใจในราคาสุดพิเศษกับมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ สุดยิ่งใหญ่ที่ใครๆ ก็ต่างรอคอยอย่าง Shopee 11.11 Big Sale ที่ครั้งนี้ วาโก้จัดเต็มกับชุดชั้นในรุ่นไฮไลท์ที่ให้สาวๆ ได้เลือกเป็นเจ้าของได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น Wacoal Wireless Bra ไร้โครงเหล็ก สำหรับสาวๆ ที่ต้องการความคล่องตัว สามารถปรับอกให้เป๊ะ! กระชับสวย จะชุดรัดรูปหรือชุดทำงานที่ต้องการความคล่องตัว เอาอยู่ทุกชุด!!! หรือจะเก็บกระชับอัพความมั่นใจให้กับสาวคัพใหญ่ กับชุดชั้นใน Wacoal Curve Diva บราที่รู้ใจและเข้าใจสาวคัพใหญ่และสาวไซส์ใหญ่ดีที่สุด Wacoal Travel Bra Spacer ชุดชั้นในที่พร้อมจะเดินทางไปทุกที่ ไม่มีโครง ม้วนได้ ไม่เสียทรง  ส่วนสาวๆ ที่สวยเริ่ดกว่าใคร มั่นใจกับทุกไลฟ์สไตล์ ต้องบราสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Wacoal Mood New Travel Bra x Shogi บราม้วนได้คอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ วาโก้ ได้จับมือกับ ช้อปปี้ มอบความเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้า 

นอกจากชุดชั้นในที่จะช่วยเสริมความมั่นให้กับสาวๆ ในทุกๆ ไลฟ์สไตล์แล้ว วาโก้ยังมีสินค้าอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กางเกงในอนามัยสำหรับกลางคืน Wacoal Hygieni Night Panty ที่ช่วยป้องกันการซึมเปื้อนได้ดี และไม่มีกลิ่นอับ มาพร้อมความกระชับเรียบเนียน ให้สาวๆ หลับสบาย มั่นใจได้ในทุกการเคลื่อนไหว ให้สาวๆ ได้ช้อปออนไลน์กันแบบเพลินๆ ตลอดทั้งแคมเปญอีกด้วย 

เมื่อได้เทคนิคการวัดชุดชั้นในอันแสนโปร กับสไตล์ชุดชั้นในทรงสวยที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวันของสาวๆ กันแล้ว ก็เตรียมตัวไปช้อปออนไลน์ได้ที่ ได้ที่ https://shopee.co.th/wacoal กันได้เลย

11.11 วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637200

วันที่ 05 พ.ย. 2563 เวลา 11:11 น.11.11 วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ส่องไอเท็มเด็ด “11.11” วันช้อปคนโสด แต่คนไม่โสดก็ซื้อได้ กับมหกรรมช้อปแห่งปี Central Retail 11.11 Double Mega Sale

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปี 2020 นี้ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊ปเดียวก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว เชื่อเลยว่าขาช้อปตัวจริงนั้นจะต้องตั้งตารอวันที่ 11 เดือน 11 อย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็น “วันคนโสด” Singles’ Day แล้ว ก็ยังเป็นวันที่แบรนด์เอาสินค้ามาลดราคากันกระหน่ำ เรียกได้ว่าให้ทุกคนได้เซอร์ไพรส์แบบจัดเต็มอย่างแน่นอน วันที่ 11 เดือน 11 ทั้งที เลยอยากชวนทั้งคนโสดและคนมีคู่มาช้อปปิ้งให้จิตใจหายว้าเหว่ กลับมาสดใสอีกครั้ง กับแคมเปญ “Central Retail 11.11 Double Mega Sale” (เซ็นทรัล รีเทล 11.11 ดับเบิ้ล เมกา เซล) ที่จัดระหว่างวันนี้-12 พฤศจิกายน 2563 มาส่องดูกันว่าสินค้าแบรนด์ใดที่น่าจับตามองและจะต้องซื้อให้ได้ในช่วง 11.11 นี้

เติมอากาศสดชื่นให้บ้านน่าอยู่ขึ้น

ช่วงนี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เรามองไม่เห็น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีค่ามลภาวะทางอากาศสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก สร้างผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจของผู้คนจำนวนมาก ประเด็นนี้เราจะมองข้ามไม่ได้เลยเพราะอาจจะส่งผลเสียกับสุขภาพของเราในระยะยาว เพราะฉะนั้นจะโสดไม่โสดก็มาเตรียมรับมือกับฝุ่นควันที่มองไม่เห็น ด้วยเครื่องฟอกอากาศที่จะมาช่วยเปลี่ยนทุกอากาศเสียในบ้านให้สดชื่นขึ้น ให้คุณใช้ช่วงเวลาคุณภาพกับคนที่คุณรักที่บ้านอย่างเต็มที่ ยิ่งตอนนี้มีการจัดโปรโมชั่นกับแคมเปญ “Central Retail 11.11 Double Mega Sale” ด้วยส่วนลดหน้าร้านสูงสุดถึง 90% เครื่องฟอกอากาศ SHARP สีชมพูสุดเก๋รุ่น FP-J30TA-P ลดเหลือ 2,990 บาท ทั้งหน้าร้านและหน้าเว็บ รวมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ อีกมากมาย ช้อปสินค้าคุณภาพทนทาน คุ้มค่าต่อการใช้งาน รับประกันของแท้ 100% ในราคาโดนใจ ได้ที่ Power Buy

ดูแลร่างกายให้ฟิตตลอดเวลา เผื่อนัดเดตรอบหน้า 

เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง หลายคนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองให้ดูดีจากภายในสู่ภายนอกเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจจะได้ไม่พลาดทุกโอกาสสำคัญในชีวิต เพราะเราไม่รู้ว่าเดตครั้งหน้าจะมาเมื่อไหร่ ไม่แน่ว่าแค่ไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้บ้านหรือไปเข้ายิม อาจจะได้พบกับคนที่ใช่แบบไม่รู้ตัวก็ได้ มาเตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ให้ร่างกายฟิตอยู่เสมอกับอุปกรณ์กีฬาและชุดออกกำลังกายคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดอย่างรองเท้าวิ่งผู้ชาย Nike Air Zoom Tempo NEXT% และสินค้าอีกหลากหลายจากแบรนด์ดังยอดนิยม เช่น Adidas, Skechers, New Balance และ Crocs ที่ Supersports ยกขบวนมาลดราคา หน้าร้านสูงสุด 60% พบกับสินค้าราคาเดียว 511 บาท 1,111 บาท 1,511 บาท และ 2,111 บาท ออนไลน์ลด on-top 35% สินค้าราคาเดียว 911 และ 1,111 บาท

จะโสดหรือมีคู่ มาใช้เวลาว่าง สร้างสรรค์งานคราฟต์เก๋ๆ

ชวนคนโสดหรือคนมีคู่มาใช้วันว่างให้เป็นประโยชน์ กับกิจกรรมสุดครีเอทีฟที่จะมาเปลี่ยนวันที่จำเจให้กลับมามีสีสันอีกครั้ง ด้วยการทำงานคราฟต์หรืองานแฮนด์เมด DIY ชิ้นเดียวในโลกแบบไม่ซ้ำใคร แถมยังเป็นของขวัญให้กับคนที่เรารักได้ อาทิ สมุดโน้ตลายน่ารัก ๆ หรือการจัดสวนในขวด เพียงแค่มาช้อปที่ B2S ทุกสาขา คุณสามารถหาซื้ออุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมเครื่องเขียนต่าง ๆ ได้อย่างครบครัน ตามที่จะนำไปประดิษฐ์และรังสรรค์งานอาร์ตสุดเก๋แนวใหม่แบบที่ต้องการอย่าง ดินสอสีไม้แท่งยาว Master Art S-Series 72 สี ในราคาเพียง 229 บาท และ ชุดอุปกรณ์ศิลปะ Ultimate Art Studio (215 ชิ้น) ราคา 299 บาท พิเศษสุดกับช่วงนี้ โปรโมชั่นลดสูงสุด 70% ทุกรายการสินค้า ให้มาช้อปแบบจุใจทั้งหน้าร้านและออนไลน์

ตามเทรนด์แฟชั่นใหม่ๆ ให้สดใสข้ามปี

ใกล้จะปลายปี ถึงเวลาบอกลาเสื้อผ้าและเครื่องสำอางของปีนี้ที่อาจจะไม่อินเทรนด์แล้ว พร้อมมาทำให้ตัวเองดูดีขึ้นอีก ด้วยการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นใหม่ ๆ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและโรบินสัน มีไอเท็มให้คุณได้เลือกช้อปแบบครบ โดนใจทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่กำลังฮอตฮิตติดเทรนด์จากแบรนด์ G2OOO, GUESS และ MARK & SPENCER เครื่องสำอางจากแบรนด์ดังต่าง ๆ อย่าง LA MER The Treatment Lotion 150 ลดพิเศษเหลือเพียง 5,130 บาท รวมไปถึงยี่ห้ออื่น ๆ อาทิ Three, MAC, Clarins และ Shiseido ที่ยกทัพมาลดแบบเกินคุ้ม หน้าร้านลดกว่า 70% และออนไลน์ลดให้มากกว่า 90% พิเศษสุด! ช้อปรับความคุ้มแบบดับเบิ้ล ซื้อสินค้าหน้าร้าน รับคูปองช้อปต่อหน้าเว็บ สูงสุด 5,500 บาท พร้อมบริการส่งสินค้าฟรีโดยไม่มียอดสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำและรับของรางวัลพิเศษทุกการสั่งซื้อ

ลดเยอะขนาดนี้แล้ว จะโสดหรือไม่โสดก็อดใจไม่ไหวแน่ ๆ ต้องออกมาช้อปให้หายเหงาที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล และกลุ่มเซ็นทรัล หรือช้อปออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 12 พฤศจิกายน 2563 นี้ ติดตามรายละเอียดแคมเปญ Central Retail 11.11 Double Mega Sale เพิ่มเติมได้ที่ www.centralretail.com/1111doublemegasale

ช้อปผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตรวจดวงชะตากับนักโหราศาสตร์ ในงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637115

วันที่ 04 พ.ย. 2563 เวลา 10:30 น.ช้อปผลิตภัณฑ์คุณภาพ ตรวจดวงชะตากับนักโหราศาสตร์ ในงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย”มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนคนไทยร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์คุณภาพ พร้อมตรวจดวงชะตากับนักโหราศาสตร์ชั้นนำในงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย” 10-16 พ.ย.นี้ ที่สยามพารากอน

ผ้าไหมพิมพ์ลายดอกไม้สีสันสวยงาม จานกระเบื้องลวดลายวิจิตร และเครื่องหนังฝีมือตัดเย็บอันประณีต ผลิตภัณฑ์หัตถกรรมคุณภาพดีต่างๆ เหล่านี้ ล้วนสร้างสรรค์ด้วยฝีมืออันพิถีพิถันจากเหล่าทหารผ่านศึกผู้ทุพพลภาพจากการเสียสละทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย ภายใต้การดูแลของมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิที่เกิดขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเห็นความสำคัญ และ ไม่ทรงละทิ้งเหล่าทหารผ่านศึกและครอบครัว โดยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธรฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2518 และต่อมาทรงมีพระราชดำริให้มีการฝึกอาชีพให้กับสมาชิกผู้ทุพพลภาพ ซึ่งมีทั้งงานเครื่องหนัง งานตัดเย็บ งานไม้ งานพู่กันระบายสี ฯลฯ ออกมาเป็นสินค้าจำหน่าย เพื่อให้สมาชิกสามารถช่วยตนเอง มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน

ในโอกาสครบรอบ 45 ปี ของการดำเนินงานในปีนี้ มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ประจำปี 2563” ขึ้นระหว่างวันที่ 10-16 พฤศจิกายน 2563 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมจากแผนกต่างๆ ของมูลนิธิสายไทยฯ กว่า 2,000 ชิ้น เพื่อหารายได้เข้ามูลนิธิสายใจไทยฯ โดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงาน วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2653 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

วนิดา ดุละลัมพะ ผู้อำนวยการสายพัฒนาอาชีพ มูลนิธิสายใจไทยฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า “งานสานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย เป็นงานที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่กิจการของ มูลนิธิฯ ที่ยังคงช่วยเหลือเหล่าสมาชิกด้วยการฝึกอาชีพ และนำผลิตภัณฑ์ออกจัดจำหน่ายมาโดยตลอด ซึ่งล้วนเป็นฝีมือทหาร ตำรวจ ฯลฯ รวมถึงสมาชิกในครอบครัว ปัจจุบันมูลนิธิสายใจไทยฯ มีสมาชิกที่อยู่ในความดูแลในสายพัฒนาอาชีพประมาณ 200 คนและ กว่า 4,000 ครอบครัวจากทั่วประเทศ โดยดำเนินการตามพระราชดำริอย่างมุ่งมั่นด้วยการสร้างอาชีพให้สมาชิกสามารถช่วยเหลือตนเองและมีรายได้เลี้ยงครอบครัวต่อไปอย่างยั่งยืน”

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ The SaiJaiThai Foundation under The Royal Patronage สำนักงาน สวนจิตรลดา สวนจิตรลดา กทม.10300 โทร. 02-281-6403 , 02-282-6466 สำนักงาน บางนา 265 ถนนสรรพาวุธ เขตบางนา กทม. 10260 โทร. 02-183-5115 โทรสาร. 02-183-5129 สำนักงาน ศรีอยุธยา 306/1 ถนนศรีอยุธยา เขตพญาไท กทม.1040 โทร. 02-644-4850-1 โทรสาร. 02-644-4852

ไฮไลท์ของผลิตภัณฑ์ในปีนี้ ของแผนกงานพู่กันระบายสี ได้แก่ ภาพวาดพระที่นั่งวิมานเมฆ พร้อมด้วยลวดลายทองคำแท้บนขอบจาน, ภาพวาดเสือโคร่ง สัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์, ชุดอาหาร 20 ชิ้น ฯลฯ ของแผนกเครื่องหนังก็มีกระเป๋าทรงแปลกใหม่ หลากหลายลวดลายและขนาดให้เลือกมากมาย จากแผนกผลิตภัณฑ์ผ้า มีผ้าไหมพิมพ์ลายสีสันสดใส ทันสมัย แต่ไม่ทิ้งลวดลายดอกไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของสายใจไทย ออกใหม่เพิ่มอีก 6 ลาย มีกระเป๋าผ้า และผ้าเช็ดมือรูปปีนักษัตรฉลู เป็นต้น

นอกจากสินค้าหัตถกรรมคุณภาพดีที่นำมาจำหน่ายแล้ว ปัจจุบันมูลนิธิสายใจไทยฯ ได้มีการเปิดร้านจำหน่ายต้นไม้ ภายใต้ชื่อ “สวนสายใจไทย” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามมูลนิธิฯ ถ.สรรพาวุธ ครั้งนี้จึงได้นำต้นไม้นานาพันธุ์ ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ และพันธุ์ไม้ฟอกอากาศ อาทิ เฟิร์นเท้ากระต่าย ไทรใบสัก ยางอินเดีย เฟิร์นข้าหลวง ลิ้นมังกร ฯลฯ ซึ่งงานสวนได้เพาะพันธุ์ขึ้นมา อีกทั้งได้รับบริจาคจากคณะกรรมการ สมาชิก ฯลฯ และได้รับการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ มาจำหน่ายในราคาพิเศษภายในงาน นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยคุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ ประธานมูลนิธิฯ เชิญนักโหราศาสตร์มากประสบการณ์ในศาสตร์ต่างๆ มาร่วมตรวจดวงชะตา ชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตด้วยหลักโหราศาสตร์ตลอดระยะเวลาการจัดงานด้วย

ด้านหนึ่งในสมาชิกมูลนิธิสายใจไทยฯ ร.ท.กฤษณพล ปาปี อดีตนายทหารรับราชการกองพันทหารราบศูนย์การทหารค่ายธนะรัชต์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ทำงานที่มูลนิธิฯ มาประมาณ 7 ปีแล้ว โดยตนเองชื่นชอบศิลปะเป็นพื้นฐาน จึงเลือกอยู่แผนกพู่กันระบายสี ส่วนใหญ่จะวาดลวดลายลงบนพื้นผิวที่เรียบ อาทิ ไม้ จานกระเบื้อง หรืออื่นๆ และจากการได้ใช้มือสร้างสรรค์งานด้านศิลปะ ทำให้มือขวาที่เคยชาจากการถูกยิงตอนไปรบ เมื่อปี 2525 มีอาการดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติ จึงนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ในหลวงรัชกาล ที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งมูลนิธิสายใจไทยฯ ขึ้นเพราะไม่เพียงให้เขาได้ค้นพบพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ แต่ยังเป็นการฝึกอาชีพและทำให้เขามีรายได้จากการทำงานที่มูลนิธิสายใจไทยฯ ด้วย

ปัจจุบันงานหัตถกรรมของมูลนิธิสายใจไทยฯ ยังคงเดินหน้าต่อยอดผลงานต่างๆ ให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้า โดยได้รับการสนับสนุนจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ช่วยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิสายใจไทยฯ อันเป็นการให้กำลังใจแก่สมาชิกผู้ทุพพลภาพ ทั้งยังเป็นการสนับสนุนการใช้สินค้าไทย ช่วยเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักสู่สากล และเป็นการทำกุศลอีกทางหนึ่งด้วย

มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญชวนร่วมงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์ สายใจไทย ประจำปี 2563 ” ซึ่งจะขึ้นจัดระหว่าง วันที่ 10-16 พฤศจิกายน 2563 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โทรศัพท์ 02-183-5115 เฟสบุ๊ค : Saijaithai Market ร้านสายใจไทย หรือ Line : @saijaithai

ยูนิโคล่เผยแคมเปญใหม่ What Will You Wear for Tomorrow? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/637113

วันที่ 03 พ.ย. 2563 เวลา 13:18 น.ยูนิโคล่เผยแคมเปญใหม่ What Will You Wear for Tomorrow?ญาญ่า ร่วมแคมเปญใหม่ระดับโกลบอลของยูนิโคล่ ‘What Will You Wear for Tomorrow?’ ตั้งคำถามถึงอนาคตว่าเสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัวแคมเปญระดับโกลบอล ‘What Will You Wear for Tomorrow?’ เพื่อจุดประกายผู้คนให้ร่วมค้นหาคอนเซ็ปต์ของเสื้อผ้าแห่งอนาคตที่อยู่เหนือกาลเวลา โดยมีคนดังจากหลายวงการและเชื้อชาติทั่วโลกเข้าร่วมในแคมเปญนี้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนโลกให้เข้าสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงนักแสดงหญิงแถวหน้าของไทยอย่าง ญาญ่า-อรัสยา เสปอร์บันด์ ที่มีไลฟ์สไตล์โดดเด่นและสามารถสะท้อนชีวิตวิถีใหม่ผ่านเสื้อผ้าของยูนิโคล่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดจะทยอยนำเสนอผ่านมัลติมีเดียหลากหลายรูปแบบต่อไป

‘What Will You Wear for Tomorrow?’ เป็นแคมเปญระดับโกลบอลล่าสุดของยูนิโคล่ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นผู้คนให้ได้ลองทบทวนตัวเองและการตัดสินใจในชีวิต ซึ่งล้วนมีพลังในการเปลี่ยนแปลงโลก เพราะชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และต้องปรับเปลี่ยนเมื่อเจอความท้าทายต่างๆ ยูนิโคล่จึงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าเสื้อผ้าของเราเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่สำหรับวันนี้ แต่สำหรับทุกวันในอนาคตด้วยเช่นกัน โดยยูนิโคล่ยังยึดมั่นในปรัชญาไลฟ์แวร์ (LifeWear) ในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่เรียบง่าย มีคุณภาพสูงและประณีต ที่ช่วยให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้นตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจหยิบขึ้นมาสวมใส่

ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ พรีเซนเตอร์ของ ยูนิโคล่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในเช้าแต่ละวัน เรามักจะถามตัวเองว่าวันนี้จะใส่ชุดอะไรดีนะ แต่จะเป็นอย่างไร ถ้าเราลองมองไปข้างหน้าและถามตัวเองว่า เสื้อผ้าที่เราจะสวมใส่ในวันพรุ่งนี้ที่จะช่วยทำให้อนาคตดียิ่งขึ้นควรเป็นเช่นไร คำถามนี้จะช่วยทำให้เราคิดไตร่ตรองได้ถี่ถ้วนขึ้นก่อนจะตัดสินใจทำอะไร ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่การเลือกซื้อเสื้อผ้า แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจอื่นๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกที่เราอยู่ได้เช่นกัน ญาญ่าดีใจมากค่ะที่ได้เข้าร่วมแคมเปญระดับโกลบอลของยูนิโคล่ ซึ่งจะช่วยจุดประกายผู้คนให้ได้ลองค้นหาความหมายว่าเสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้ของแต่ละคนคืออะไรค่ะ” 

นอกจากญาญ่าแล้ว คนดังที่มาร่วมแคมเปญ ‘What Will You Wear for Tomorrow?’ ยังมาจากหลากหลายวงการ เชื้อชาติ และประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อาลีโอนา โดเลสกายา (Aliona Doletskaya) นักข่าวชาวรัสเซีย และแคนดิซ บราธเวท (Candice Brathwaite) นักเขียนจากอังกฤษ รวมถึงคนดังจากฝั่งเอเชียอย่าง เปีย วูร์ซบาค (Pia Wurtzbach) นักแสดงสาวชาวฟิลิปปินส์ผู้ครองมงกุฎ Miss Universe 2015 รอยสตัน ตัน (Royston Tan) ผู้กำกับภาพยนตร์จากสิงคโปร์ และจาง จุน (Zhang Jun) ศิลปินงิ้วคุน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงอันเก่าแก่ของจีน โดยคนดังทั้งหมดนี้ได้มาร่วมสะท้อนมุมมองและไลฟ์สไตล์ของตัวเองที่สามารถช่วยขับเคลื่อนโลกให้เข้าสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงความเชื่อมโยงที่แต่ละคนมีต่อไลฟ์แวร์ ผ่านภาพถ่ายและวิดีโอซึ่งจะทยอยเผยแพร่ตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนพฤศจิกายนนี้

รับชมคลิปวิดีโอที่ญาญ่ามาบอกเล่าถึงมุมมองที่มีต่อ “เสื้อผ้าของอนาคต” ได้ที่ https://youtu.be/UqroILHc6Mc และร่วมค้นหาความหมายของ ‘What Will You Wear for Tomorrow?’ ได้จากเว็บไซต์ยูนิโคล่ www.uniqlo.com หรือทางอินสตาแกรม @UniqloThailand รวมถึงแฮชแท็ก #WhatWillYouWearForTomorrow