เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู

เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู

28 ก.พ. 2568 15:18 น.

เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู

มีประเด็นออกมาให้ติดตามกันเรื่อยๆ สำหรับ บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกมาประกาศยุติบทบาทการทำงานร่วมกับค่าย Luster Entertainment ที่มี กานต์ วิภากร ภรรยา เสก โลโซ เป็นผู้บริหาร เนื่องจากสาเหตุทางด้านจิตใจและร่างกายตอนนี้ ที่ยังไม่พร้อมในการทำงาน แต่ยังเคารพรัก เสก โลโซ และทางค่ายอยู่เหมือนเดิม แต่มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้รู้สึกหวาดระแวง รู้สึกไม่ปลอดภัยมีคนมารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว และเลื่อยกุญแจบ้าน จนในเวลาต่อมา กานต์ วิภากร ได้ออกมาแฉกลับ พร้อมเปิดจำนวนเงินที่เคยให้ จนเป็นดราม่ายืดยาว

ก่อนที่ บิ๊ก จะไปออกงานอีเวนต์ของ ไฮโซชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ด้วยการจูบกันออกสื่อ จนกลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ถูกพูดถึงกันชั่วข้ามคืน

ล่าสุด บิ๊ก ทองภูมิ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยการประกาศขายรถยนต์คู่ใจ BMW e34 ด้วยราคาสุดช็อก เพียง 55,000 บาท เท่านั้น งานนี้ทำเอาแฟนๆ ต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ที่บิ๊กต้องออกมาขายรถในราคานี้ 

เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู
เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู

โดย บิ๊ก ได้โพสต์คลิปและเขียนข้อความในภาพว่า “ขายกินจ่ะ (ขายจริงนะ) BMW E34 เครื่อง 2jz แอร์เย็น เพลงเพราะ ตามสภาพ 55,000 ด่วน!!! ไม่มีตังค์กินข้าวแล้วจ่ะ อินบอกซ์มาด้วยค่ะ” และเขียนแคปชั่นว่า “รถข้าพเจ้า ขายเอาตังไปกินข้าว กินเยอะมากช่วงนี้ ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ มาด่วน!!! ใครรวยมาช่วยซื้อ เครื่อง2jz ติดแกส แอร์เย็น เพลงเพราะ”

หลายคนที่ติดตามได้ให้ความสนใจพร้อมกับเข้ามาถามกันจำนวนมากว่า ขายทำไม ซึ่งบิ๊กก็ตอบกลับว่า เอาเงินไว้กินข้าวและขายราคานี้จริง 

เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู
เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู
เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู
เกิดอะไรขึ้น? บิ๊ก ทองภูมิ ประกาศขายรถคู่ใจหาเงินซื้อข้าวกิน จิตใจแย่ เร่งฟื้นฟู

เปิดชีวิตหลังเวทีของ ลิซ่า เคยโดนซาแซงประชิดตัวถึงขั้นจะก้าวเท้าขึ้นรถด้วย

เปิดชีวิตหลังเวทีของ ลิซ่า เคยโดนซาแซงประชิดตัวถึงขั้นจะก้าวเท้าขึ้นรถด้วย

28 ก.พ. 2568 12:28 น.

เปิดชีวิตหลังเวทีของ ลิซ่า เคยโดนซาแซงประชิดตัวถึงขั้นจะก้าวเท้าขึ้นรถด้วย

เปิดใจแบบลึกซึ้งครั้งแรกของ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล กับเรื่องลับที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน ในรายการ WOODY FM เผยถึงเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา ทั้งความกดดันในการทำงาน ก้าวผ่านอุปสรรค การเผชิญหน้ากับซาแซงจนมีผลกระทบต่อจิตใจ พร้อมเล่าถึงอัลบั้มเดี่ยว Alter Ego การแสดงในซีรีส์ The White Lotus ที่เป็นการท้าทายความสามารถครั้งใหม่และเป้าหมายในอนาคต

Episode นี้ถือว่าพิเศษมาก ลิซ่า เป็นศิลปินและนักแสดงที่หลายคนรักชื่นชมและให้กำลังใจเยอะมาก

“เป็นครั้งแรกเลยที่ได้มานั่งสัมภาษณ์กันแบบตัวต่อตัว”

แล้วคุณโตขึ้นมาก ความคิด ประสบการณ์ชีวิต 1 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เป็นศิลปินเดี่ยวได้ลองทุกอย่างเลยเหรอ?

“ยุ่งมากๆ ค่ะ แทบจะไม่มีเวลาได้นอน คือเวลาได้นอนส่วนใหญ่จะเป็นบนเครื่อง (หัวเราะ) ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองสู้มาได้ยังไง แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่ใช้ 1 ปีได้คุ้มมากๆ ได้ลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ ได้แสดงเป็นครั้งแรก แล้วก็ได้เตรียมอัลบั้ม Alter Ego ด้วย”

เราจะได้คุยแบบลึกซึ้งกับลิซ่าที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เป็นเรื่องที่อยากจะแบ่งปันเพื่อเป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆ คน เกี่ยวกับการใช้ชีวิต การก้าวผ่านอุปสรรค เพื่อเป็นกำลังใจให้กับลิซ่า พี่วู้ดดี้มีรางวัลให้คือข้าวเหนียวมะม่วงที่อร่อยที่สุดยังคงชอบไหม?

“ต้องสั่งทุกครั้งค่ะ คือหนูเป็นคนที่ชอบขนมหวานอยู่แล้ว แล้วพอเรากินอาหารมื้อหนึ่ง มันจะต้องจบที่ขนมหวานตลอด แล้วต้องเป็นข้าวเหนียวมะม่วง ถึงจะทำให้รู้สึกว่า complete แล้วมื้อนี้”

นอกจากข้าวเหนียวมะม่วงชอบขนมอะไรอีก?

“ของหวานกินหมดเลยค่ะ ขนมไทยหนูไม่รู้จะเรียกว่าอะไรที่มันเป็นสีเขียวเหมือนใบบัว (ขนมฝักบัว) คุณตาชอบขนมอันนี้มาก แล้วทุกครั้งที่ก่อนจะไปบ้านคุณตา ก็จะไปตลาดแล้วก็จะซื้อขนมอันนี้ไปให้คุณตากิน แล้วหนูก็ชอบแอบกิน มันอร่อยแล้วก็หายาก”

เป็นคนที่ชอบทานมาก แต่ดูแลร่างกายได้ดีมาก ระบบเผาผลาญที่ดีหรือว่าคืออะไรที่สามารถทานได้เรื่อยๆ?

“จริงๆ ชอบทานเยอะ แต่ทานแบบเล็กๆ น้อยๆ เพราะหนูเป็นคนอิ่มเร็ว กินนิดๆ หน่อยๆ แต่กินตลอดเวลา”

ชีวิตคุณมีช่วงไหนที่รู้สึกว่ามันเหนื่อยสุด เพราะทำงานแทบทุกวัน เวลาเหนื่อยทางออกคืออะไร?

“นอน ช้อปปิ้ง อยู่กับแมว แต่แมวช่วยได้จริงๆ นะคะ ช่วยฮีลในแบบที่เราแทบจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเขาช่วยเราอยู่ ให้เรามีอารมณ์ดีขึ้น มันแปลกมากเลย เป็นความสัมพันธ์ที่แปลก (หัวเราะ) เขาไม่ได้ทำอะไรมากเลยค่ะ ไม่ได้มาอ้อนหรือมาแง้วๆ ใส่เรา แค่เขาอยู่ข้างๆ แค่อยู่ตรงนั้นน่ะ มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าโอเค I’m good”

เปิดชีวิตหลังเวทีของ ลิซ่า เคยโดนซาแซงประชิดตัวถึงขั้นจะก้าวเท้าขึ้นรถด้วย

แต่น้องก็ไม่ได้อยู่กับเราตลอดเพราะเดินทางเยอะ แล้วเจอกันบ่อยไหม?

“ก็ไม่ค่อยบ่อยค่ะ แต่ดูรูปให้แม่บ้านส่งรูปน้องมาให้ดู แค่เปิดดู แค่เห็นหน้าเขาว่ายังมีความสุข ยังกิน แล้วก็นอนดี แค่นั้นก็โอเคแล้ว”

แล้วเวลาที่พูดกับเขาบอกว่า?

“เรียกชื่อเค้าค่ะ ร้องเมี๊ยววว Mommy Mommy”

แล้วตัวไหนนะที่ไม่หันมาเลย?

“ไม่หันมาเลยน่าจะเป็น Lily เขาจะอยู่ของเขา จะเป็นเจ้าหญิง You call me, I know แต่ไม่หัน (หัวเราะ)”

ใน 1 ปีที่ผ่านมาของ ลิซ่า เจอเรื่องราวหลากหลายมาก เหมือนกับการขึ้นรถไฟเหาะ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ ขนาดไหนในตอนแรก?

“ตอนนั้นยอมรับเลยว่าเครียด เหมือนกับมองไม่เห็นอนาคตอันใกล้ แค่เดือนหน้าเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง จะออกมาในรูปแบบไหน มันเป็นอะไรที่ท้าทายเพราะเราไม่เคยเห็นรุ่นพี่คนไหนที่ทำแบบนี้เป็นตัวอย่าง หรืออาจจะมีแต่หนูไม่ทราบ ก็อาจจะไม่ได้พูดคุยกับเขา

เลยกลายเป็นแบบว่าเราไม่มีคนที่จะปรึกษา มีแค่ทีมของเรา ต้องเชื่อแค่ทีมเราแล้วก็ลุยแค่นั้น แต่มันเป็นอะไรที่ไม่มีการันตีว่าสิ่งที่กำลังทำมันจะโอเค มันจะเวิร์คใช่ไหมสรุปแล้ว ไม่รู้เลยค่ะว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ก็เลยกลัว และเครียด แล้วเป็นช่วงที่ได้ออดิชั่น The White Lotus พอดี มันเลยกลายเป็นว่าชีวิตเราแบบไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น”

แต่เปิดโอกาสให้ตัวเองมากขึ้น ถึงแม้จะเครียดแต่สิ่งที่สนุกมันคืออะไรตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรก?

“Rockstar ใช่ไหมคะ จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นพื้นที่ปลอดภัยเลยที่หนูจะบินไปทำเพลงที่ Los Angeles เพราะว่าปกติหนูจะทำเพลงที่เกาหลี แล้วก็จะทำกับแค่โปรดิวเซอร์ที่คุ้นเคย แล้วพอเราออกไปยืนอยู่ตรงนั้น เขาแทบจะไม่รู้จักเราเลยด้วยซ้ำ คือเขาไม่เคยทำงานกับเรา ทุกอย่างมันใหม่มาก ก็เลยค่อนข้างจะช้าใช้เวลานิดหนึ่งที่จะจูนกันติด แล้วก็ค่อยๆ หาทางว่าโอเคดนตรีนี้ที่ฉันอยากทำ ดนตรีนี้คือไม่เอา ใช้เวลามากๆ กว่าจะได้มาเป็นอัลบั้ม Alter Ego”

ช่วงที่ทำงานหนักแล้วมันโหลด แล้วก็มีฟีดแบคที่ต้องปรับปรุง?

“หนูทำงานหนักมาก เตรียมตัวกับทุกๆ โชว์แบบเต็มที่สุดๆ แต่ก็จะมีคอมเมนต์หรือ Reaction ที่ในเชิงลบ คือหนูโอเค คุณอาจจะไม่ชอบก็ได้ คือมันยากที่จะทำให้ทุกคนชอบ เพราะความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่เราทำเต็มที่แล้ว เราภูมิใจ มีบางคอมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกบั่นทอนจิตใจว่านี่เราทำไม่ดี ยังพิสูจน์ตัวเองไม่ได้เหรอ เขายังมองว่าเรายังบกพร่องตรงนี้ หนูเป็นคนที่รับทุกคอมเมนต์ และคิดตามว่ามันใช่อย่างที่เขาบอกหรือเปล่า”

ทำไมถึงยอมเปิดให้ตัวเองเข้าไปอ่าน ที่ผ่านมา 10 ปีในชีวิตก็คงเจอกับเรื่องนี้มาอยู่แล้ว แต่ทำไมครั้งนี้ถึงตัดสินใจเปิดให้มันมีพื้นที่ในสมองคุณ?

“เอาจริงๆ คืออยากรู้ฟีดแบคค่ะ เพราะว่ามันเป็นอะไรที่เราไม่เคยทำ แล้วมันเป็นการทำเดี่ยวครั้งแรก แล้วเราเป็นคนบริหารเอง ก็ต้องดูคอมเมนต์ ดู Reaction ดูทุกอย่างว่างานเราครั้งแรกเขาโอเคกันไหม เพื่อหนูจะได้เอาไปปรับปรุงสำหรับงานโชว์หน้า เลยเปิดเข้าไปดูแต่ไม่คิดว่ามันจะหนักขึ้นทุกๆ โชว์”

วันนี้สามารถที่จะอยู่กับมันได้ ง่ายขึ้นไหม ได้เรียนรู้อะไรจากการอ่านคอมเมนต์?

“จริงๆ ก็มีนอยด์บ้าง แต่หนูรู้สึกว่าเขาไม่รู้หรอกว่ามันหนัก มันเครียด กดดันหลายอย่าง”

ความมั่นใจอยู่ในระดับไหน เริ่มชินหรือยัง?

“เริ่มชินแล้วค่ะ เริ่มรู้สึกสบายใจในตัวเองอยู่บนเวทีคนเดียว แต่ว่าต้องพัฒนาการพูดอีกเยอะ มันเขินไมค์ (หัวเราะ) แล้วยิ่งช่วงนี้ทำงานต่างประเทศเยอะเราต้องพูดภาษาอังกฤษ คือมันไม่ใช่ภาษาแรกของเรา แล้วหนูไปโตที่เกาหลี ยิ่งไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเลย”

อยากรู้ว่าการถ่ายภาพกับศิลปินเป็นยังไง ถ้าอยู่ในที่สาธารณะแล้วคุณไม่แต่งหน้ามั่นใจเบอร์ไหน?

“ก็ไม่ค่อยมั่นใจค่ะ คือโอเคกับหน้าสดแต่ก็ไม่ได้แบบว่าโอเคถ่ายเซลฟี่กันอันนี้ คุณอัพโหลดได้เลยนะ ถ้ามาขอถ่ายรูปดีๆ หนูโอเคมากเลยนะคะ แต่ถ้าเกิดว่าวันนั้นหนูไม่ไหวจริงๆ ก็จะบอกตรงๆ เลยว่าขอโทษนะคะวันนี้ไม่ได้แต่งหน้ามาเลย หรือขอโทษนะคะขอเติมลิปสติกหน่อย คือจริงๆ ทุกคนอยากดูดีไม่มีใครที่อยากโดนถ่ายรูปไปแบบหน้าเหวออยู่ (หัวเราะ) คือหนูแต่งหน้าเยอะมากๆ พอเวลาได้พักก็อยากพักจริงๆ ก็กลายเป็นว่าไม่แต่งหน้าไปเลย”

มีเรื่องอะไรในรอบ 10 ปีที่สามารถเล่าได้ เกี่ยวกับตัวลิซ่าเองที่ทำให้รู้สึกวิตกกังวลที่สุด?

“หนูไม่เคยเล่าที่ไหนเลย ปีที่แล้วน่าจะใช่ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เผชิญกับตัวเอง คือได้ยินเรื่องนี้จากเพื่อนคนอื่นๆ ที่เป็นไอดอลมาเยอะแต่ส่วนมากจะเป็นเพื่อนผู้ชายที่เล่าให้ฟัง เพิ่งจะเคยเจอกับตัวเอง เพิ่งจะมีซาแซงเป็นครั้งแรกปีที่แล้วค่ะ ซึ่งหนูอยู่เกาหลีคนเดียวคือที่บ้านกำแพงไม่ได้สูงอะไรมาก เป็นบ้านที่อยู่คนเดียวก็จะมีแมวๆ คอยอยู่เป็นเพื่อน

มีครั้งหนึ่งปกติแล้วเวลาหนูมาที่เกาหลีก็จะมีแฟนๆ มารอรับที่สนามบิน อันนั้นเป็นเรื่องปกติแล้วหนูดีใจมากที่พวกเขามารอรับ เราก็คิดถึงเขา แต่พอหนูถึงบ้านก็เห็นมีคนรออยู่ ก็บอกว่าถ้าจะมาหาแบบนี้หนูไม่สะดวกใจนะคะ แต่ว่าถ้าจะมาก็ไปที่เจอกันแบบปกติดีไหม มาถึงบ้านไม่สะดวกจริงๆ แล้วมาตอนกลางคืนด้วย

คือเราดู CCTV แล้วไม่กล้าออกจากบ้าน ก็เลยกลายเป็นว่าเริ่มกังวลแล้ว มีครั้งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกกลัวสุดๆ ก็คือเดินออกจากบ้านเพื่อที่จะนั่งแท็กซี่ไปซ้อมเต้น เหมือนวันนั้นผู้จัดการมาไม่ได้ ก็เลยไปเอง เขาพยายามจะขึ้นแท็กซี่มาด้วย คือเอาขาสอดเข้าไปตรงประตู เป็นอะไรที่เราไม่เคยเจอมาก่อนไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง แล้วเราก็กลัวที่เขาประชั้นชิดตัวเกินไปค่ะ ไม่กล้าอยู่คนเดียว รู้สึกไม่ปลอดภัย คือเป็นช่วงหนึ่งเลยที่ต้องให้พี่ผู้จัดการที่เป็นผู้หญิงมาอยู่เป็นเพื่อน”

ได้บอกแม่เรื่องนี้ไหม ว่ายังไงบ้าง?

“บอกค่ะ เราทำอะไรไม่ได้ก็เลยขอให้ผู้จัดการที่เป็นผู้หญิงอยู่ด้วย และไม่ใช่แค่ที่บ้านในเกาหลีเท่านั้นมันรวมถึงบ้านใน LA ด้วย”

หลังจากนี้จะจัดการยังไงเตรียมรับมือยังไงได้บ้าง ได้คุยกับทีมงานหรือใครไหม?

“ก็พยายามจะไม่อยู่คนเดียวค่ะ แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนมานอนด้วยกับหนูทุกคืนขนาดนั้น ก็ต้องมีบางคืนที่พี่เขาต้องกลับบ้าน ยังหาทางเบาลงไม่ได้ หนูก็ยังเครียดอยู่เหมือนกันว่าควรจะทำยังไงดี เริ่มเป็นห่วงตัวเอง กังวลมากขึ้น

เพราะฉะนั้นเวลามีใครมาทัก มาแอบถ่าย เลยทำให้รู้สึกเขาจะทำอะไรเราหรือเปล่า คือหนูรู้ว่าแฟนๆ หนูน่ารักมากๆ เขาจะให้พื้นที่เราแล้วเขาจะคอยถามไถ่เป็นเรื่องปกติ แต่พอมีเรื่องนี้เกิดขึ้นเลยทำให้เราระแวง แต่เราก็จะรู้จำหน้าแฟนๆ ของเราได้ พี่คนนี้ พี่คนนั้น แต่ถ้าเป็นใครไม่รู้จากไหนอยู่ดีๆ มาเราจะมีการ์ดขึ้นมาเลย เคยโดนประชั้นชิดเกินไปจนรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย”

เปิดชีวิตหลังเวทีของ ลิซ่า เคยโดนซาแซงประชิดตัวถึงขั้นจะก้าวเท้าขึ้นรถด้วย

บทบาทการเป็นนักแสดงหลายคนอาจไม่รู้ว่า Audition?

“ใช่ค่ะ ทุกอย่างไม่ได้มาง่ายๆ แล้วมันเป็นฮอลลีวูดที่แบบไม่ใช่ใครจะเล่นง่ายๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงมันทั้งดีใจ มันทั้งไม่น่าเชื่อว่าเราจะผ่าน เพราะเราไม่ได้มีประสบการณ์ในด้านการแสดงมาเลย ทั้งชีวิตนี้หนูเต้น ร้องเพลง ขึ้นเวทีอย่างเดียว แต่พอต้องมาอยู่ในบทบาทหนึ่งที่ไม่เคยลองมาก่อนเป็นอะไรที่มันท้าทาย มันยาก อย่างน้อยเราได้ลอง แล้วเราสนุก จากลิซ่าที่เป็นนักร้องจะต้องมาเป็นมุกเด็กชาวเกาะ (หัวเราะ) เป็นคนพื้นที่ สนุกมากค่ะ”

ภาพในอนาคต?

“หนูไม่ค่อยแพลนล่วงหน้าค่ะ ตอนนี้ Schedule ปี 2025 เต็มหมดแล้ว เอาอันนี้ให้มันรอดก่อน (หัวเราะ) หนูเป็นคนที่ไม่ได้คิดว่าอีก 3-5 ปีเราจะเป็นยังไง เพราะมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ค่อยอยากวาดฝันว่าฉันจะต้องทำอย่างนี้ๆ เอาปีนี้ให้รอดก่อน”

มีอะไรอยากจะบอกแฟนๆ ทั่วโลก?

“คือเรื่องที่เราพูดกันวันนี้มันมาจากใจ แล้วหนูไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน ขอบคุณที่ทุกคนรับฟังนะคะ แล้วก็คอยเป็นกำลังใจให้ลิซ่ามาตลอด ฝาก Alter Ego ด้วยนะคะ เป็นอัลบั้มที่ลิซ่าตั้งใจทำจริงๆ หวังว่าทุกคนจะชอบ แล้วก็ The White Lotus เป็นการแสดงครั้งแรกของลิซ่าหวังว่าทุกคนจะชอบน้องมุกนะคะ”

เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก

เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก

28 ก.พ. 2568 11:36 น.

เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก

หลังจากที่ แจ๊ค ธนพล กับ เอม รมิดา ได้เปิดตัวคบกันเมื่อช่วงวันเกิดของฝ่ายหญิง พร้อมกับเซอร์ไพรส์แฟนคลับด้วยการประกาศแต่งงานฟ้าแล่บในวันที่ 28 ก.พ. เพราะเป็นวันเดียวที่เป็นฤกษ์ดีของทั้งคู่

และในวันนี้ 28 ก.พ. แจ๊ค ได้ควง เอม เข้าประตูวิวาห์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางความสุขของทุกคนในครอบครัว รวมถึงญาติและคนสนิทที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน

เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก
เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก

หลายคนที่ได้เห็นภาพดังกล่าว ก็ได้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่กันจำนวนมาก

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะคะ

เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก
เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก
เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก
เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก
เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก
เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก
เปิดภาพงานแต่ง แจ๊ค ธนพล ควง เอม รมิดา เข้าวิวาห์ เจ้าสาวสวยออร่ามาก

“เต้ง-พิชัย” นำทีมเล่นใหญ่! ยกค่ายฉลองครบ 20 ปี “สไปร์ซซี่ ดิสก์”

"เต้ง-พิชัย" นำทีมเล่นใหญ่! ยกค่ายฉลองครบ 20 ปี "สไปร์ซซี่ ดิสก์"

28 ก.พ. 2568 08:09 น.

“เต้ง-พิชัย” นำทีมเล่นใหญ่! ยกค่ายฉลองครบ 20 ปี “สไปร์ซซี่ ดิสก์”

เล่นใหญ่ทำถึง! ค่ายเพลง SPICY DISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) แถลงข่าว “Celebra ting 20 Years with SPICYDISC” ฉลองครบรอบ 20 ปีกับความสนุกแบบจัดเต็มตลอดปี 2025 เฉลิมฉลองในคอนเซปต์ Back to School ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ งานนี้เปิดตัวศิลปินยกค่ายตั้งแต่รุ่นใหญ่ไปจนถึงรุ่นใหม่นำโดยบอสใหญ่ “เต้ง-พิชัย จิราธิวัฒน์” พร้อมศิลปินทั้งค่าย 48 ชีวิต อาทิ ว่าน-ธนกฤต, The Parkinson, No One Else, WIN Sqweez Animal, MVL, ฟาง-ธนันต์ธรญ์, ละอองฟอง, บอย ตรัย, ก้อ-ณฐพล, Better Weather, NAP A LEAN, The Rube, Funky Wah Wah, SHERRY, Purplecat ฯลฯ ขึ้นมาบนอัฒจันทร์กันพร้อมเพรียง บอสเต้งเล่าถึงความสนุกจากสไปร์ซซี่ ดิสก์ ที่กำลังจะเกิดขึ้นแบบนอนสต็อป ทั้งการเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ของการกลับมาของ Godfather of Disco อย่าง GROOVE RIDERS พร้อมคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 17 ปี กับ “GROOVE RIDERS RETURN OF THE GROOVE CONCERT” ในวันเสาร์ที่ 12 ก.ค.68 ก่อนถึงไฮไลต์ปิดงานตัดเค้กฉลองยกค่าย

"เต้ง-พิชัย" นำทีมเล่นใหญ่! ยกค่ายฉลองครบ 20 ปี "สไปร์ซซี่ ดิสก์"

โดย เต้ง-พิชัย จิราธิวัฒน์ เผยว่า “จุดมุ่งหมายตอนแรกที่เปิดค่ายมาคือเราต้องการทำอะไรใหม่ๆให้วงการเพลงเป็นตัวเลือกให้ผู้ฟัง เปิดพื้นที่ให้ศิลปินเต็มที่ทั้งการทำเพลงและแสดงออก รู้สึกภูมิใจที่มีวันนี้ได้เพราะมีน้องๆเก่งๆและขอบคุณทุกๆท่านที่ให้การสนับสนุนกันมาตลอด รวมทั้งแฟนเพลงที่ติดตามศิลปินของเรามาจนถึงวันนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง 20 ปี ปีนี้ตั้งใจว่าจะทำอะไรพิเศษใหม่ๆให้ได้สนุกไปด้วยกัน อาทิ รายการ UNKLE T’s Cabin และยังมีโปรเจกต์พิเศษของ The Rube และ แบงค์ ศรราม ที่ตื่นตาตื่นใจแน่นอน นอกจากนี้เรายังเป็น Music Agency ผลิตเพลงและ MV Tailor Made ให้กับแบรนด์ต่างๆ รวมทั้งงานอีเวนต์และคอนเสิร์ตสนุกๆไม่ว่าจะเป็นงานประจำปี Melody of Life เทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ปีนี้จัดขึ้น 17-19 ต.ค., เทศกาลดนตรีริมทะเล SPICY ON THE BEACH3 ในวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. ณ หาดแหลมเจริญ จ.ระยอง ยังมีอีเวนต์อื่นๆ ทั้งงาน ตลาดโสด, Campus Tour, คอนเสิร์ตจากศิลปิน MVL และ วิน Sqweez Animal และที่ขาดไม่ได้ในปีนี้คือคอนเสิร์ตใหญ่ครบรอบ 20 ปี 20th SPICYDISC Concert และ SPICYDISC ORCHES TRA และ 20th Party ปาร์ตี้พิเศษของวงดนตรีอินดี้ที่หาชมได้ยาก”

"เต้ง-พิชัย" นำทีมเล่นใหญ่! ยกค่ายฉลองครบ 20 ปี "สไปร์ซซี่ ดิสก์"

การให้อิสระศิลปินในการทำเพลงมาตั้งแต่วันแรกมาถึงวันนี้มันพิสูจน์อะไรได้บ้าง?

“เราต้องการให้น้องๆคิดนอกกรอบซึ่งผมว่ามันไม่ใช่วงการเพลงอย่างเดียวทุกๆ วงการก็ต้องมีอะไรใหม่ๆขึ้นมา”

"เต้ง-พิชัย" นำทีมเล่นใหญ่! ยกค่ายฉลองครบ 20 ปี "สไปร์ซซี่ ดิสก์"

ตลอดการเดินทาง 20 ปีอะไรที่ทำให้สไปร์ซซี่ดิสก์เป็นค่ายที่แข็งแกร่ง?

“คงเป็นความต้องการทำผลงานเพลงที่ดีออกมาโดยที่น้องๆช่วยกันทำและพวกเราก็ช่วยกันคอมเมนต์ ผมว่าหัวใจหลักก็คือเพลงครับ”.

"เต้ง-พิชัย" นำทีมเล่นใหญ่! ยกค่ายฉลองครบ 20 ปี "สไปร์ซซี่ ดิสก์"
"เต้ง-พิชัย" นำทีมเล่นใหญ่! ยกค่ายฉลองครบ 20 ปี "สไปร์ซซี่ ดิสก์"

ตู่ จารุศิริ เจอแซะเป็นแค่ตัวประกอบ ฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ด ด่ามาด่ากลับไม่โกง

ตู่ จารุศิริ เจอแซะเป็นแค่ตัวประกอบ ฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ด ด่ามาด่ากลับไม่โกง

27 ก.พ. 2568 21:26 น.

ตู่ จารุศิริ เจอแซะเป็นแค่ตัวประกอบ ฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ด ด่ามาด่ากลับไม่โกง

โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมานาน สำหรับ ตู่ จารุศิริ ภูวนัย ลูกสาวของนักแสดงรุ่นใหญ่ นาท ภูวนัย มีผลงานการแสดงออกมาให้เห็นเรื่อยๆ ล่าสุดมีเรื่องทำให้ปรี๊ดแตก เจ้าตัวถึงกับออกมาโพสต์ฟาดเกรียนคีย์บอร์ดที่ใช้อวตารเข้ามาคอมเมนต์แซะว่า เป็นแค่ตัวประกอบ ไม่โดดเด่นอะไร ซึ่ง ตู่ เองก็ได้สวนกลับทันทีบอกว่า หมดยุคที่นักแสดงต้องมาทนกับอะไรแบบนี้แล้ว

“อยู่ๆ ก็มีอวตารมาพิมพ์ว่า เป็นแค่ตัวประกอบที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร! ใช่แล้ว ไม่โดดเด่นอะไรเลย แล้วใครบอกเมริงว่า กรุโดดเด่นคะ เรียกตัวเองว่าเป็นดารายังไม่เคยเลย เก่งจริง อย่าเอาไอจีอวตารมาพิมพ์จ้า เก่งจริง เปิดหน้า เปิดชื่อจ้า หมดยุคที่นักแสดงต้องมาทนแล้ว พิมพ์มากรุด่ากลับไม่โกงนะคะ อยู่ดีไม่ว่าดี ท่าจะว่างมากเนอะ”

ตู่ จารุศิริ เจอแซะเป็นแค่ตัวประกอบ ฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ด ด่ามาด่ากลับไม่โกง
ตู่ จารุศิริ เจอแซะเป็นแค่ตัวประกอบ ฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ด ด่ามาด่ากลับไม่โกง

จากนั้นก็ได้โพสต์เพิ่มเติมว่า “อวตารคะ ถ้าคุณมีตัวตน มีชื่อ มีสติ มีสมอง และคุณว่างมาก เชิญอ่านโพสต์ของวันก่อนนะคะ มีคนรักดิฉันและก็รู้จักดิฉันเหมือนกันนะเฟร้ยเห้ย

บางท่านรู้จักฉัน ตั้งแต่เล่นภาพยนตร์เรื่อง อนึ่งคิดถึงพอสังเขป 1 รู้จักฉันตั้งแต่เป็น กินรี เรื่อง พระสุธนมโนราห์ ว่างมากก็ไปเปิด พ.ศ. ดูนะว่าฉันเล่นตั้งแต่ปีพ.ศ. อะไรแล้วตอนเล่นแก้วหน้าม้าฉันเล่นเป็นสร้อยสุวรรณ ถ้าเกิดทันนะ!! ถ้าเกิดไม่ทัน ก็อยู่เฉยๆ สงบปากสงบคำ เล่นละครตอนอายุ 23 ปีนี้อายุ 49 แจ้งใจหรือยัง!!!”

หลายคนที่ติดตามได้เข้ามาคอมเมนต์กันจำนวนมาก โดยต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พี่ตู่มีผลงานออกมาเยอะมาก และติดตามกันมาตลอด เป็นนักแสดงที่เข้าถึงบทบาทมากด้วย

ตู่ จารุศิริ เจอแซะเป็นแค่ตัวประกอบ ฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ด ด่ามาด่ากลับไม่โกง
ตู่ จารุศิริ เจอแซะเป็นแค่ตัวประกอบ ฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ด ด่ามาด่ากลับไม่โกง
ตู่ จารุศิริ เจอแซะเป็นแค่ตัวประกอบ ฟาดกลับเกรียนคีย์บอร์ด ด่ามาด่ากลับไม่โกง

BABYMONSTER ประกาศคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยโชว์ 2 รอบที่อิมแพค เจอกัน 7–8 มิ.ย.นี้

BABYMONSTER ประกาศคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยโชว์ 2 รอบที่อิมแพค เจอกัน 7–8 มิ.ย.นี้

27 ก.พ. 2568 21:05 น.

BABYMONSTER ประกาศคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยโชว์ 2 รอบที่อิมแพค เจอกัน 7–8 มิ.ย.นี้

BABYMONSTER ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเกิร์ลกรุ๊ประดับโลกอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เดบิวต์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 ด้วยอีพีอัลบั้มแรก [BABYMONS7ER] ด้วยเมมเบอร์หลากหลายชาติ ทั้งเกาหลีใต้, ไทย และญี่ปุ่น และยังดึงดูดผู้ชมทั่วโลกด้วยความสามารถในการร้องเพลงที่ยอดเยี่ยม, ทักษะการแร็พที่ทรงพลัง, การแสดงที่ดุดัน และวิชวลตาแตก ทำให้พวกเธอได้รับตำแหน่ง “รุกกี้ปีศาจ” ไปครอง

ซิงเกิ้ลยอดนิยมอย่าง “SHEESH” ได้ทำลายสถิติยอดขายสัปดาห์แรก ทั้งยังอยู่ใน Spotify’s Daily Top Songs Global Chart ติดต่อกันกว่า 71 วัน ติดชาร์ต Billboard Global 200 เป็นเวลา 14 สัปดาห์ และ Billboard Global Excl. U.S. 18 สัปดาห์ ก่อนจะคัมแบ็กแบบตัวปังเจน 5 ด้วยอัลบั้มเต็มชุดแรก [DRIP] เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยไตเติ้ลแทร็ก “DRIP” เปิดตัวที่อันดับ 149 บน U.S. Billboard 200 และขึ้นถึงอันดับ 16 บนชาร์ต Billboard Global Excl. U.S. รวมไปถึงอันดับ 30 บน Billboard Global 200 ตอกย้ำภาพลักษณ์ “รุกกี้ K-pop ที่มีแววปังที่สุดในปี 2024” จาก Billboard

BABYMONSTER ประกาศคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยโชว์ 2 รอบที่อิมแพค เจอกัน 7–8 มิ.ย.นี้

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ BABYMONSTER ยังเห็นได้ชัดบน YouTube สาว ๆ ได้การขนานนามว่าเป็น “YouTube Queen รุ่นต่อไป” การันตีด้วยเพลง “SHEESH” ที่กวาดยอดวิว 24.41 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง และทะลุ 300 ล้านวิวอย่างรวดเร็ว เพลงฮิตล่าสุด “DRIP” ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันช่อง YouTube ของ BABYMONSTER มีผู้ติดตามมากกว่า 7.45 ล้านคน

แฟนชาวไทยห้ามพลาดเตรียมตัวมาเจอกันที่คอนเสิร์ต ‘2025 BABYMONSTER 1st WORLD TOUR <HELLO MONSTERS> IN BANGKOK’ 7 – 8 มิถุนายนนี้ ที่อิมแพ็ค อารีน่า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและแพคเกจวีไอพีได้ทางโซเชียลมีเดียของ Live Nation Tero

BABYMONSTER ประกาศคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยโชว์ 2 รอบที่อิมแพค เจอกัน 7–8 มิ.ย.นี้

ยูคยอม อ้อนแม่ๆ ใกล้มาหาแล้ว 15 มีนามาแน่ ทั้งเพลงใหม่และเพลงพิเศษในคอนเสิร์ต

ยูคยอม อ้อนแม่ๆ ใกล้มาหาแล้ว 15 มีนามาแน่ ทั้งเพลงใหม่และเพลงพิเศษในคอนเสิร์ต

27 ก.พ. 2568 20:53 น.

ยูคยอม อ้อนแม่ๆ ใกล้มาหาแล้ว 15 มีนามาแน่ ทั้งเพลงใหม่และเพลงพิเศษในคอนเสิร์ต

เส้นทางการเติบโตของศิลปินล้วนเป็นสิ่งที่แฟนคลับต่างคอยเอาใจช่วยและร่วมซัพพอร์ต ตลอดจนภาคภูมิใจกับความสำเร็จในแต่ละก้าวไปด้วยเสมอ เช่นเดียวกับเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา (21 กุมภาพันธ์ 2568) เพิ่งครบรอบ 1 ปีอัลบั้ม TRUST ME ผลงานอัลบั้มเต็มชุดแรกในฐานะ Male Solo Artist ของศิลปินหนุ่มหล่อเท่มากความสามารถ ALL-ROUNDER แห่งวงการ K-POP และ K-HIPHOP อย่าง คิมยูคยอม (KIM YUGYEOM) หรือ ยูคยอม GOT7 ซึ่งเหล่าไอก็อตเซเว่น (IGOT7 ชื่อแฟนคลับของวง GOT7 หรือที่แฟนๆ นิยมเรียกว่าอากาเซ่) ชาวไทยก็ได้ร่วมทำกิจกรรมและสร้างสรรค์คอนเทนต์ฉลองโอกาสนี้กันอย่างอบอุ่นแน่นไทม์ไลน์โซเชียลมีเดีย

ยูคยอม อ้อนแม่ๆ ใกล้มาหาแล้ว 15 มีนามาแน่ ทั้งเพลงใหม่และเพลงพิเศษในคอนเสิร์ต

ขณะเดียวกันอีกหนึ่งหน้าที่บนอีกเส้นทางที่หลายคนพอจะทราบกันดีว่าภายในปีนี้ ยูคยอม (YUGYEOM) #YUGYEOM ต้องอำลาวงการชั่วคราวเพื่อไปเข้ากรมรับใช้ชาติอีกรายแล้ว คอนเสิร์ต “2025 ยูคยอม ทัวร์ [ทรัสตี้] อังกอร์ อิน แบงคอก” (2025 YUGYEOM TOUR [TRUSTY] ENCORE IN BANGKOK) #2025TRUSTY_ENCORE_IN_BANGKOK จัดโดย โฟร์ วัน วัน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ (Four One One Entertainment หรือ 411ent) ของ กึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ แท็กทีมต้นสังกัด เอโอเอ็มจี (AOMG) และ วันเดอร์ (WONDER) ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 เวลา 18:00 น. ณ ไบเทค ไลฟ์ (BITEC Live) จึงเป็นโอกาสที่ทุกคนไม่ควรพลาดมาร่วมสร้างบันทึกความทรงจำดีๆ ให้กับ ยูคยอม กันเยอะๆ

ยูคยอม อ้อนแม่ๆ ใกล้มาหาแล้ว 15 มีนามาแน่ ทั้งเพลงใหม่และเพลงพิเศษในคอนเสิร์ต

ก่อนพบกันตามนัดหมาย เจ้าตัวอ้อนผ่านคลิปวิดีโอมาอีกรอบ “อากาเซ่ชาวไทย สวัสดีครับ ยูคยอมครับ อีกไม่นานพวกเราก็จะได้เจอกันอีกครั้งแล้วนะครับ ตั้งตารอกันอยู่หรือเปล่าครับ ตอนนี้ผมกำลังเตรียมการแสดงที่เท่กว่าของปีที่แล้วอีกนะครับ อยากให้อากาเซ่มางาน 2025 YUGYEOM TOUR [TRUSTY] ENCORE IN BANGKOK ซึ่งจะจัดขึ้นที่ BITEC LIVE มาสนุกกันให้เต็มที่และเต้นกันให้สุดเหวี่ยงไปเลยนะครับ จะเป็นค่ำคืนที่ไม่มีวันลืมอย่างแน่นอนครับ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะครับ เข้าใจใช่ไหมครับ แล้วเจอกันที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 15 มีนาคมนี้นะครับ รอเสิร์ฟทุกคนอยู่นะครับ” 

เวลาได้ฟังหนุ่มคนนี้พูดคำว่า “อากาเซ่” ทีไรมันช่างใจฟู และอดเอ็นดูในหางเสียงที่จริงใจของเขาไม่ไหวจริงจัง ส่งคลิปมาถึงอากาเซ่กี่ทีก็ทำเอาเห็นหน้าแล้วเผลอยิ้มตามทุกครั้ง อีกไม่กี่วันรอไปเจอรอยยิ้มตรงหน้าด้วยตัวเองได้เลย

ใครยังไม่มีที่ยืน/ที่นั่ง ยังพอมีบัตรคอนเสิร์ต #2025TRUSTY_ENCORE_IN_BANGKOK ให้จับจองกันทาง ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกเคาน์เตอร์และระบบออนไลน์ทางเว็บไซต์ thaiticketmajor บัตรราคา 2,900 / 3,900 / 4,900 / 5,900 (นั่งและยืน) / 6,900 และ 7,900 บาท (นั่งและยืน) บางราคาจำหน่ายหมดแล้ว  

ยูคยอม อ้อนแม่ๆ ใกล้มาหาแล้ว 15 มีนามาแน่ ทั้งเพลงใหม่และเพลงพิเศษในคอนเสิร์ต
ยูคยอม อ้อนแม่ๆ ใกล้มาหาแล้ว 15 มีนามาแน่ ทั้งเพลงใหม่และเพลงพิเศษในคอนเสิร์ต

อดีตนักร้อง สมิทธิ์ วงสมิธแอนด์เชน ป่วยหนักเป็นอัมพฤกษ์ คนส่งกำลังใจจำนวนมาก

อดีตนักร้อง สมิทธิ์ วงสมิธแอนด์เชน ป่วยหนักเป็นอัมพฤกษ์ คนส่งกำลังใจจำนวนมาก

27 ก.พ. 2568 20:05 น.

อดีตนักร้อง สมิทธิ์ วงสมิธแอนด์เชน ป่วยหนักเป็นอัมพฤกษ์ คนส่งกำลังใจจำนวนมาก

เคยเป็นอดีตศิลปินที่มีแฟนเพลงชื่นชมในผลงานเพลงอย่างมาก สำหรับวงคู่ดูโอ วงสมิธแอนด์เชน ที่มีสมาชิก 2 คน ประกอบไปด้วย สมิทธิ์ บัณฑิตย์ และ เชน เมืองครุธ

ล่าสุดได้มีการเผยภาพของ สมิทธิ์ บัณฑิตย์ ผ่านเฟซบุ๊ก Smith Bandithaya ที่ได้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้ายมา 10 กว่าปีแล้ว ซึ่งยังต้องไปพบแพทย์รักษาตัวอย่างต่อเนื่อง และใช้ชีวิตลำบาก พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า

“Smith ครับ รอน้องอจ.ศิริพงษ์ มารับไปพบแพทย์ ด้วยปวดหัวเข่า ทรมานมากครับ” 

หลายคนที่เห็นภาพดังกล่าวได้เข้ามาส่งกำลังใจให้จำนวนมาก ในขณะที่คุณพ่อของสมิทธิ์ ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์เผยอาการของลูกชาย บอกว่า “สมิทธิ์ ยังคงมีอาการจำใครไม่ได้ หลงๆ ลืมๆ อยู่ด้วยครับ” 

บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ขอส่งกำลังใจให้กับพี่สมิทธิ์นะคะ 

อดีตนักร้อง สมิทธิ์ วงสมิธแอนด์เชน ป่วยหนักเป็นอัมพฤกษ์ คนส่งกำลังใจจำนวนมาก
อดีตนักร้อง สมิทธิ์ วงสมิธแอนด์เชน ป่วยหนักเป็นอัมพฤกษ์ คนส่งกำลังใจจำนวนมาก
อดีตนักร้อง สมิทธิ์ วงสมิธแอนด์เชน ป่วยหนักเป็นอัมพฤกษ์ คนส่งกำลังใจจำนวนมาก
ภาพจากเพจ Smith&Shane
ภาพจากเพจ Smith&Shane
ภาพจากเพจ Smith&Shane
ภาพจากเพจ Smith&Shane
ภาพจากเพจ Smith&Shane
ภาพจากเพจ Smith&Shane

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

27 ก.พ. 2568 19:23 น.

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

เรียกว่าเป็นสาวสตรองอีกคนของวงการบันเทิง สำหรับนักแสดงสาว กบ พิมลรัตน์ พิศลยบุตร ที่ก่อนหน้านี้ต้องเจอมรสุมชีวิตมามากมาย ต้องอดทนกับหลายสิ่งหลายอย่าง แต่สุดท้ายกล้าที่จะก้าวออกมาจากความสัมพันธ์ที่บั่นทอนชีวิตและจิตใจ หันมารักและเคารพตัวเอง

ล่าสุด กบ พิมลรัตน์ มาร่วมรายการ “Sisterhood” ทางยูทูบแชนแนล MIRROR THAILAND ดำเนินรายการโดย คุณแนท ธนวลัย วัชรพล ผู้ก่อตั้ง MIRROR THAILAND โดยเริ่มแรกกบเล่าถึงการกลับมาในวงการและเป็นอินฟลูเอนเซอร์แบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะความชื่นชอบในการแต่งหน้ามาตั้งแต่เด็ก และแรงผลักดันจากเพื่อน เลยใช้ความชอบของตัวเองนำทางจนกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพในวันนี้

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

“มันเริ่มจากความชอบ แล้วก็ได้แรงผลักดันจากเพื่อนพี่ที่เป็นเมคอัพค่ะ เวลาเราคุยกัน เราจะแลกเปลี่ยนเรื่องความสวยความงามใหม่ๆ จนวันหนึ่งเค้าบอกพี่ว่า กบลองทําดูสิ พี่ก็แบบจะได้เหรอ ใครจะอยากดู เพราะว่าเรายังเหมือนกับคนยุคเก่าที่รู้สึกว่า การที่ต้องมาพรีเซนต์ตัวเองสวยดูเหมือนคนหลงตัวเอง เราไม่กล้าทําแบบนั้น แต่ว่าพอเพื่อนพี่บอกลองทําดู 

พอทําเทปนึงแล้วพี่เห็นฟีดแบ็ก ซึ่งตอนแรกๆ พี่ยังไม่กล้าใส่เต็มพี่ยังแต่งตามลิมิตของผู้หญิงไทยที่ยังอยู่ในกรอบค่ะ เหมือนกับเป็นเซฟโซนในการแต่งหน้า แต่พอฟีดแบ็กมันดี เราก็เริ่มรู้สึกเราเริ่มสนุก อยากจะใส่ในสิ่งที่เรารู้สึกมันเป็นอินเนอร์ของเรา เราก็ไม่อยากอยู่ในแพตเทิร์นเดิมๆ ที่อยู่ในกรอบ ก็เริ่มใส่สีเข้าไป ไม่ได้เก่งตั้งแต่แรก ชอบสี แต่ว่าไม่สามารถจัดสรรสีให้มันดูสมูทได้เวลาที่มันเป็นเมคอัพโดยรวม

ก็ปรึกษาเพื่อนพี่ที่เป็นเมคอัพอาร์ติสต์ เค้าก็จะสอนพี่ให้วิธีเบลน หรือการใช้สีเข้ามาให้ดูมีมิติมากขึ้น บางทีเราเป็นคนที่ชอบอะไรสนุก ชอบความแปลกใหม่แล้วก็ชอบมิกซ์สี ยิ่งอะไรที่ไม่ค่อยเข้ากันเนี่ย รู้สึกสนุก

แต่พอออกนอกกรอบแล้วสนุกนะ แรกๆไม่ได้แปลว่าทุกคนชอบที่พี่ทํานะ แต่พี่จะทํา พี่ก็จะทําในสิ่งที่มันเป็นอินเนอร์ของพี่ฟีดแบ็กไม่ค่อยดี แต่ถ้าเป็นอะไรที่เป็นแบบ natural look จะ feedback ดี แต่หลังๆ ไม่ใช่แล้วนะ เค้าบอกว่าชอบสีแบบนี้ค่ะ หนูทําเป็น reference พี่ เมื่อไหร่จะแต่งแบบสีๆ อีก หนูเคยเอามาแต่งตามพี่สวยมากเลยค่ะ อันนี้ก็เป็นฟีดแบ็กที่ดี ทําให้พี่รู้สึกว่า เออ สิ่งที่เราเคยทํา ณ วันนั้น คนเค้าไม่ชอบ อาจจะไม่เข้าใจค่ะ วันนี้เค้าเข้าใจมัน

พี่ชอบแต่งหน้าตั้งแต่เด็ก แต่ว่าเวลาแต่งในยุคนั้นมันก็ไม่ได้มีช่องทางอะไร มือถือไม่มี แต่บางทีก็เอากล้องมาสแนปถ่ายเก็บเป็น reference ของตัวเองค่ะ แต่จัดแสงไม่เป็นหรอกค่ะ เวลาถ่ายมามันก็จะดูไม่สวยเหมือนอย่างที่ตาเราเห็น คือแต่งมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

แล้วก็สมัยเข้าวงการใหม่ๆ บางทีก็ไม่ได้จ้างช่างแต่งหน้า ก็แต่งเองตามครูพักลักจําค่ะ แล้วคุณแม่ก็เป็นคนรักสวยรักงามค่ะ คุณแม่พี่โมเดิร์นเหมือนกันนะ ในยุคนั้นเค้ารู้จักผิวโกลว์อะ ซึ่งในเมคอัพตอนนั้นมันไม่มี เค้าก็ adapt ของเค้า เอาชิมเมอร์มาเบลนด์ทําให้หน้าเงาๆ  ทาปากแบบเบิร์นเจ่อๆ  ซึ่งพี่บอกพี่ไม่ค่อยเก็ตสิ่งที่แม่พี่ทําตอนนั้น พี่งงมาก แต่วันนี้พี่เก็ตแล้ว โอ้โห แม่เรานี่เหมือนกับเขาหัวสมัยใหม่อ่ะ”

จากนั้น กบ พิมลรัตน์ เล่าถึงชีวิตวัยเด็กที่มีพี่น้อง 6 คน และตนเป็นลูกคนเล็ก และมีพี่สาวที่เข้าวงการ เป็นคนที่จุดประกายให้รู้สึกว่าอยากจะอยู่ในวงการ แต่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ถึงจุดนี้ แค่ได้ไปเทสต์โฆษณาก็แฮปปี้แล้ว แต่สุดท้ายก็ได้เข้ามาเล่นภาพยนตร์ “สุริโยไท” และคนรู้จักภาพของเธอในลุคสาวเรียบร้อย 

กบบอกว่าความเรียบร้อยเป็นบุคลิกของตนอยู่แล้วที่ถูกสอนมาจากที่บ้าน ประกอบกับภาพยนตร์ที่เล่นเป็นหญิงไทย  เขาก็คงมองว่าเราเป็นคนเรียบร้อย แต่จริงๆ ตนมี 2 บุคลิก คือบุคลิกที่ออกสังคมเจอคนก็จะเป็นแบบนั้น แต่อินเนอร์อยากออกนอกกรอบ แต่ขอออกมาในลักษณะสร้างงานแสดง การแต่งหน้า แต่งตัว 

ที่ผ่านมาหลงทาง มาเจอตัวเองตอนอายุ 40 เจอตัวเองในที่นี้คือกล้าที่จะเป็นตัวเอง เริ่มจากแต่งหน้า แต่งตัวที่เราเคยไม่กล้า คิดว่าอาจจะเป็นการเลี้ยงดู การอยู่ในกรอบของคนไทยวัฒนธรรมที่เราถูกสั่งสอนมา แล้วก็อยู่ในครอบครัวที่หัวโบราณ แต่ในช่วงที่เข้าวงการ ถ้าสมมติยังอยู่กับบ้านคุณอาฝั่งคุณพ่ออาจจะไม่ได้เข้าวงการ เพราะอาจไม่ได้รับการสนับสนุน แต่โชคดีที่พอช่วงเริ่มโตได้มาอยู่กับคุณแม่ และคุณแม่เป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ก็สนับสนุน รวมไปถึงพี่สาวด้วย

ปัจจุบันกบยืนยันว่าพร้อมกลับมารับงานวงการบันเทิงแบบเต็มตัว สามารถแบ่งเวลาทั้งการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ รับงานละครด้วย ซึ่งในพาร์ตแต่งหน้ามาในช่วงชีวิตที่รู้สึกว่ามันดีลยากในช่วงชีวิตรัก และไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และฟีดแบ็กที่ได้กลับมาทำให้รู้สึกชื่นชม นับถือตัวเองมากขึ้น 

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

“ต้องขอบคุณแฟนคลับคอยคุยในเวลานั้น เค้าอาจจะไม่รู้ แต่พี่รู้ว่ามันมีอิมแพ็กกับพี่มากในเวลานั้น ที่เค้ามาพูดคุยกับพี่ถามเรื่องความสวยความงาม แม้แต่ชื่นชมหรือแลกเปลี่ยนกัน มันมีความหมายสําหรับพี่มาก มันทําให้พี่รู้สึกว่ามัน เรามีคุณค่าค่ะ เราอาจจะไม่มีคุณค่าสําหรับคนคนนี้ค่ะ แต่เรามีคุณค่าสําหรับคนอื่นที่เขาดูงานเราอยู่ หรือสิ่งที่เราทํามันออกไป”

และเมื่อให้เจ้าตัวพูดถึงการฮีลใจตัวเองกับเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมา เจ้าตัวก็บอกว่า “อย่างแรกเราต้องรู้ตัวก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่ดีกับเรา แล้วอะไรคือสิ่งไม่ดี อย่าสับสน เราโฟกัสที่ตัวเอง แล้วเราถามตัวเองว่า สิ่งเหล่านี้ใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็เดินออกมา อย่าไปเสียเวลากับมันนาน มันไม่มีประโยชน์ เราควรจะรู้คุณค่าตัวเอง เคารพตัวเอง ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่ เราควรจะปล่อยให้เร็วที่สุด”

ส่วนเรื่องการตัดสินใจหย่าร้าง กบเผยว่า “จริงๆ ถ้าเป็นแบบกิจจะลักษณะ คือ 5 เดือนนี้เองค่ะ แต่ว่าใจพี่ออกมาเป็นปีละ ทําใจไว้แล้ว เพราะว่าเรารู้ว่าในสถานการณ์มันน่าจะยากค่ะ มันเหมือนกับอะไรที่เราควบคุมไว้ไม่ได้ ถ้าใจคนเรามันเปลี่ยน เราก็ต้องปล่อย น่าจะดีกว่า ฝืนไปไม่มีประโยชน์ เราจะเหนื่อยแล้วเราจะเจ็บเอง

ตอนนั้นพี่พูดทุกอย่างจากสิ่งที่มันเกิดขึ้น ถามว่าเตรียมตัวยังไง ไม่ได้เตรียมตัวยังไง คือไม่ได้ยากสําหรับพี่ ถ้าพี่พูดความจริงนะไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แต่ถามว่า ณ วันที่ออกไปพูดแล้ว กลับมาบ้านรู้สึกแย่มั้ย แย่ แม้แต่บางทีนั่งดูย้อนดูรายการอะ ยังร้องไห้อยู่เลย เหมือนดูไปแล้วเหมือนร้องไห้กับเค้าอะ แล้วเป็นเรื่องของเราด้วย ยังร้องอยู่เลย อยากร้องก็ร้องก็ไม่ต้องไปทําตัวให้แข็งแรง ก็ปล่อยให้มันรู้สึกอย่างนั้นไป 

แต่ว่าเราก็จะไม่อยากพูดมันซ้ำๆ อีก ถ้าเป็นไปได้ เพราะว่ามันไม่เกิดประโยชน์ พี่รู้สึกว่า เมื่อออกมาแล้วเราก็ไม่ควรคิดเรื่องเก่า เราจะคิดได้ต่อเมื่อเราจะไม่ผิดซ้ำอีก บางทีมันก็ไม่ดีกับสุขภาพจิต บางทีในบางครั้งที่พี่พูด พี่ก็เก็บไปฝันร้ายก็มี มีที่ยังรู้สึกว่า อยู่ตรงนั้นอยู่ ตื่นมา อ้าว ไม่อยู่แล้ว

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

แต่วันนี้ไม่เป็นแล้ว เวลาเท่านั้นที่มันจะช่วยเรา ต่อให้เราพูดเราก็จะไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันละ แต่ถ้าสมมติมันยังอยู่ในห้วงเวลานั้น ก็ปล่อยมันไป ปล่อยไปตามความรู้สึก ไม่ต้องไปทําเป็นคนเก่ง เราไม่ใช่ฮีโร่ เราเป็นคนค่ะ”

กับมุมมองคำว่าหย่าร้าง ยิ่งเป็นผู้หญิงที่เคยผ่านการหย่ามาแล้ว มันจะมีอะไรบางอย่างที่สังคมจะตีตรา รู้สึกว่ามันไม่ดีมั้ย กบตอบว่า “ไม่นะ มันแค่เป็นสิ่งที่ทุกคนคิดกันขึ้นมาเอง แล้วมันก็คือชีวิตเรา ทําไมเราต้องไปอยู่ในแพตเทิร์นที่คนเค้าพูดว่า การหย่าร้างมันไม่ดี อดทนไป ไม่นะ ชีวิตเรามีชีวิตเดียว ไม่มีความจําเป็นที่ต้องอดทนค่ะ คือถ้ามันไม่เวิร์คก็ต้องปล่อย ปล่อยตัวเราให้เป็นอิสระ ปล่อยเขาไปด้วย 

เมื่อถามถึงความหมายของคําว่าอดทนมันต่างกันไหม ตั้งแต่ผ่านเรื่องมาในอดีตกับปัจจุบัน นักแสดงสาวบอกว่า “ต่างนะ ด้วยประสบการณ์วันที่เราไม่มีประสบการณ์ชีวิต ด้วยความที่เราเป็นคนอดทนเก่ง ก็จะอดทนได้ดี อดทนได้นาน แต่พี่ในวันนี้อาจจะไม่แล้ว ความอดทนของพี่มันจะมีเหตุและผลเท่านั้น มันจะไม่ใช้ใจล้วนๆ แล้ว

ถามว่าสำหรับคนที่อยู่ในสปอตไลต์อาจจะยากกว่าคนธรรมดาหรือเปล่า ถ้าสมัยก่อน พี่ว่าอาจจะใช่นะ ถ้าอยู่ใน Position พี่อาจจะต้องคิดเยอะ แต่พี่ว่าหมดยุคแล้ว เราต้องเอาตัวเราเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่สังคม ความสัมพันธ์เรามันไม่ใช่ก็ต้องปล่อย ไม่ต้องไปถืออะไรในสังคมที่เขาขีดแพตเทิร์นให้เรา เอาตัวเราเป็นหลัก พี่นึกถึงตัวพี่เอง ณ วันนั้นอย่างเดียวเลย แต่กลายเป็นว่ามันเป็น Empower สำหรับผู้หญิงหลายๆ คน คนที่เจอมาแล้ว คนที่ยังอยู่”

เมื่อถามถึงสิ่งที่เสียใจที่สุดในความสัมพันธ์ที่ผ่านมาคืออะไร กบตอบว่า “พี่ไม่เสียใจนะ เสียดายหรือเปล่าก็ไม่เสียดาย แต่ถ้าคิดเร็วได้กว่านี้ มันจะดีกว่านี้ จะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ ถ้าเราคิดได้เร็ว เคารพตัวเองได้เร็ว แล้วรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่ใช่ ยอมรับตัวเองได้เร็ว มันจะไม่เสียเวลานานขนาดนี้ เสียดายเวลาที่ตัดสินใจช้าที่รู้ตัวช้า

มันเป็นบทเรียนราคาแพงเลยในการดำเนินชีวิตเราครั้งต่อไป แล้วก็ในการมองคน สิ่งเหล่านี้มันจะทำให้วันข้างหน้าเราจะไม่พลาดเรื่องเดิมๆ แบบนี้อีก เราจะตัดสินใจได้เร็วขึ้น ถ้าเราเจอลักษณะแบบนี้ มันจะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด”

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

กับนิยามความสัมพันธ์ที่ดี นักแสดงสาวบอกว่า “ต้อง Respect กัน แล้วต้องยอมรับในสิ่งที่เราเป็น ไม่ใช่ให้เราเป็นในแบบที่เขาอยากให้เป็น พี่คิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่มันอยู่ด้วยกันยาวนาน เราต่างพ่อต่างแม่ เราไม่ได้ถูกสอนมาเหมือนกันทุกอย่าง แต่ถ้าเรามีใจที่จะปรับอ่ะ มันไปด้วยกันได้ แต่ต้องไม่ใช่คนใดคนนึงปรับ เมื่อคนใดคนนึงปรับ มันไม่แฟร์สำหรับความสัมพันธ์”

ปัจจุบันนิยามความรักของกบคืออะไร กบบอกว่า “ต้องเริ่มจากการรักตัวเองก่อน ในสิ่งผิดพลาดของพี่ที่ผ่านมา พี่คิดว่าเกิดจากการที่ไม่รักตัวเอง พอเราไม่รักตัวเอง เราไม่มั่นใจ เราคิดว่าเราพยายามที่จะทำให้เขาประทับใจในสิ่งที่เขาอยากให้เราเป็น นั่นคือการไม่เคารพตัวเองอย่างรุนแรง พี่คิดว่านิยามความรักครั้งต่อไปเมื่อเรารักตัวเอง คนที่เข้ามาเขาก็จะ Respect เรา”

ถามว่ามุมมองกับคำว่าครอบครัวเปลี่ยนไปไหม นักแสดงสาวบอกว่า “เราอาจจะเคยมีภาพครอบครัวที่มันเพอร์เฟกต์ต้องเป็นแบบนี้ๆ มันอาจจะไม่ใช่ Definition ที่ทุกคนวาดฝันเอาไว้ แต่สำหรับพี่ พี่วาดฝันมันไว้นะ พี่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น เราเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งเรา คู่รักของเรา ลูกเราเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีต่อกัน เป็นแรงผลักดัน เป็นพลังให้กันและกัน พี่ยังมั่นใจว่าพี่เห็นภาพนั้น”

นอกจากนี้ กบยังเล่าว่า เคยผ่านการไม่ยอมรับความเป็นจริง  พยายามทุกอย่าง อะไรที่แก้ไขได้ทำหมด ก็เลยเป็นเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าสุดทางแล้วที่จะทำดีให้ไปมากกว่านี้ ทำไม่ได้แล้ว ทำให้รู้สึกว่าตัดได้เลย

ส่วนจุดที่ทำให้หยุด เพราะเรารู้สึกว่า เขาไม่ได้ต้องการเราแล้ว ความรักมันฝืนกันไม่ได้ ถ้ารู้ว่าไม่รักแล้วจะไม่ฝืน ที่ผ่านมาที่ทำได้ เพราะรู้สึกว่ามันยังมีความรักอยู่ ถ้าไม่ต้องการแล้ว แล้วเราเป็นฝ่ายเดียวที่ต้องการก็จะปล่อย วันที่ปล่อยก็เจ็บ แต่ก็ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ ว่าเราทำถูกแล้ว

รักตัวเองไม่เจ็บสักวัน! กบ พิมลรัตน์ เผยแง่คิดในวันออกจากสัมพันธ์ที่บั่นทอน (คลิป)

เมื่อถามว่าคนที่ถูกลดทอนความมั่นใจ จะดึงให้เขากลับมามั่นใจอีกครั้งได้อย่างไร กบบอกว่า “ต้องถามตัวเองก่อนว่า เราเป็นแบบที่เขาพูดรึเปล่า ถ้าเราไม่เป็น เราอย่าไปรับมัน อย่าเป็นคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง อย่าเป็นคนที่หลงไปกับคำพูดของคนอื่น เราต้องดูกระจกและดูตัวเองว่า เราเป็นคนแบบไหน อย่าไปหลงกับคำพูดคน เราต้องเชื่อในตัวเอง”

ส่วนคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ Toxic เจ้าตัวฝากบอกว่า “เวลาบางทีมันอยู่ แล้วมันมีความรัก มันยากที่จะดีล แต่ว่าถ้ายังอยู่ ไม่รับ เดินหนี อย่าไปรับ แล้วก็ไม่สนใจ อย่าไปแคร์ อย่าเป็นเหมือนที่พี่เป็น อย่าไป Absorb ทุกอย่าง มันไม่ดีกับสุขภาพจิตเรา เราอย่าไปรับในสิ่งเหล่านั้น เดินออก ไม่ดีล ให้เค้าดีลกับตัวเค้าเอง ดีเมื่อไหร่ หาย ค่อยคุยกัน อย่าไปแคร์ เราไม่จำเป็นต้องฟัง เสียเวลา เรามีอะไรให้ทำดีๆ เยอะมากมาย ก็ปฏิเสธแบบสุภาพ ไม่จำเป็นต้องไปพูดให้เขารู้สึกไม่พอใจในตัวเรา ออกมาแบบสุภาพ ปฏิเสธแบบสุภาพได้”

ปิดท้ายกบฝาก Empower กับเหล่า Sister ถึงแรงบันดาลใจที่จะใช้ชีวิตต่อไปไว้ว่า “ก็จะเหมือนกับที่พี่พูดมาทั้งหมดนี้ อย่างแรกเลย เราต้องเคารพตัวเอง แล้วก็ต้องให้เกียรติตัวเอง เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีสิ่งเหล่านี้ เคารพตัวเอง ให้เกียรติตัวเอง รักตัวเองอ่ะ เราจะไม่เจ็บเลย เราจะไม่บาดเจ็บใดๆ ทั้งสิ้น จะไม่มีใครมาทำให้เราเสียใจได้”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

27 ก.พ. 2568 17:43 น.

เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

เคยเป็นอดีตบอยแบนด์ชื่อดังยุค 90 ที่มีชื่อเสียงและผลงานเพลงออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตาม สำหรับ เอ็กซ์ ไฮแจ็ค หรือ เอ็กซ์ จตุรงค์ โกลิมาศ แต่หลังจากนั้น เอ็กซ์ ก็ได้มาเป็นนักแสดง มีผลงานละครออกมาให้ได้เห็นเรื่อยๆ ซึ่งเรื่องฝีมือการแสดงนั้นก็เป็นที่ยอมรับ เพราะเล่นได้ถึงบทบาททุกเรื่อง

เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

ด้านชีวิตจริง เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ได้หันมาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งเล็กๆ เป็นของตัวเอง และมีเมนูเด็ดมาเสิร์ฟให้กับลูกค้า ในแต่ละวันมีลูกค้า เพื่อนๆ รวมถึงแฟนคลับมาอุดหนุนกันเรื่อยๆ ต้องบอกเลยว่า อาหารแต่ละเมนูที่พ่อครัวเอ็กซ์ทำนั้นน่าทานสุดๆ

ต้องบอกเลยว่า ไม่เลือกงานไม่ยากจนจริงๆ ซึ่งร้านของ เอ็กซ์ นั้นตั้งอยู่ที่ทุ่งมังกร 12 ย่านตลิ่งชัน นี่เองจ้า

เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
เปิดภาพล่าสุด เอ็กซ์ ไฮแจ็ค ผันตัวขายอาหารตามสั่งริมทาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย