แบม ไพลิน อุ้มลูกกลับบ้าน ขอคืนชีวิตให้พ่อของลูก ยุติความสัมพันธ์สามีภรรยา

แบม ไพลิน อุ้มลูกกลับบ้าน ขอคืนชีวิตให้พ่อของลูก ยุติความสัมพันธ์สามีภรรยา

8 ก.พ. 2568 17:35 น.

แบม ไพลิน อุ้มลูกกลับบ้าน ขอคืนชีวิตให้พ่อของลูก ยุติความสัมพันธ์สามีภรรยา

ก่อนหน้านี้นักร้องสาว แบม ไพลิน วงษา ออกมาประกาศสละตำแหน่งพร้อมคืนมงกุฎ มิสแกรนด์ระนอง 2024 พร้อมเปิดเผยว่า ตั้งท้องลูกคนแรกกับแฟนหนุ่ม แต่จากนั้นก็เจอดราม่าเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาว จนทำให้ แบม ต้องออกมาไลฟ์ชี้แจงว่า ไม่ได้แย่งใครมา และไม่ได้เป็นน้อยใคร หากใครที่พูดโดยไม่กลั่นกรองก็จะใช้กฎหมายจัดการ และรู้ว่าสามีมีผู้หญิงคนนั้นและลูก 2 คน จากนั้นทั้งแบมและสามีก็เดินหน้าใช้ชีวิตร่วมกัน จนคลอดลูกออกมา

แบม ไพลิน อุ้มลูกกลับบ้าน ขอคืนชีวิตให้พ่อของลูก ยุติความสัมพันธ์สามีภรรยา

จนกระทั่งก่อนหน้านี้ทำเอาหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะ แบม ได้โพสต์ข้อความตัดพ้อว่า “เอลินลูกรัก แม่ขอโทษนะ รักษาครอบครัวไว้ได้เท่านี้จริงๆ (อีโมจิหัวใจสีขาว) โอบกอดกันนะคนเก่ง” ก่อนจะโพสต์รูปคู่กับลูกน้อยพร้อมแคปชั่นว่า “มีแค่เรา…ครอบครัวก็สมบูรณ์ได้” หลายคนที่ติดตามต่างเข้ามาให้กำลังใจเธอกันจำนวนมาก 

และล่าสุด แบม ได้โพสต์ภาพกอดลูกน้อยอยู่บนเครื่องบิน พร้อมเคลียร์ชัดความสัมพันธ์ระหว่างสามี โดยบอกว่า ตอนนี้เราต่างคืนชีวิตให้กันและกันแล้ว และรู้เรื่องที่เกิดขึ้นดีทั้งหมด ที่ทำให้มาถึงทางสุดท้ายแบบนี้ เอาเป็นว่า เปิดโอกาสให้กลับมารักกันอีกครั้ง จากนี้เธอขอเดินหน้าต่อ เลี้ยงลูกสาวอย่างมีความสุข 

“ขอใช้พื้นที่ส่วนตัวตรงนี้นะคะ การรักตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญ และมากกว่านั้นคือดวงใจดวงนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด 19 วัน ทบทวนทุกอย่างในชีวิตได้อย่างดี ว่าการกลับมาหลุมหลบภัยตัวเองย่อมดีที่สุด ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าสิ่งที่ผ่านมา

หลายคนไม่ต้องถามแล้วนะว่าแบมกับพ่อน้องเป็นยังไง เราต่างคืนชีวิตให้กันและกันตั้งแต่วันนี้ และแบมรู้เรื่องที่เกิดขึ้นดีทั้งหมดทำให้มาถึงทางสุดท้ายแบบนี้ เอาเป็นว่าเปิดโอกาสให้รักกันอีกครั้งนะคะ 

ถ้าหากเจอเค้าที่ไหนกับใครทุกคนจะได้ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ จากนี้คงดำเนินชีวิตตัวเองในการทำงาน เลี้ยงเอลินต่ออย่างมีความสุข ข้างหน้าจะเจออะไรอีกคงไม่กลัวแล้ว “กลับบ้านเรากันลูกรัก” “

คนที่ติดตามได้เข้ามาส่งกำลังใจให้ แบม ไพลิน กันจำนวนมาก พร้อมกับบอกให้สู้เพื่อเจ้าตัวเล็ก 

แบม ไพลิน อุ้มลูกกลับบ้าน ขอคืนชีวิตให้พ่อของลูก ยุติความสัมพันธ์สามีภรรยา
แบม ไพลิน อุ้มลูกกลับบ้าน ขอคืนชีวิตให้พ่อของลูก ยุติความสัมพันธ์สามีภรรยา

แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่

แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่

8 ก.พ. 2568 16:26 น.

แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่

เป็นคู่แม่ลูกที่สนิทกันมาก สำหรับ แม่แอฟ ทักษอร กับ น้องปีใหม่ มาวันนี้น้องปีใหม่เริ่มโตเป็นสาวแล้ว สามารถทำหน้าที่เป็นคู่หูให้กับแม่แอฟได้เป็นอย่างดี ล่าสุด แม่แอฟและน้องปีใหม่มานั่งคุยในรายการป๋าเต็ดทอล์ก เผยให้เห็นทัศนคติที่ดีของน้องปีใหม่ ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีโดยแม่แอฟ

โดยในบางช่วงบางตอนของรายการ แม่แอฟได้ถามน้องปีใหม่ว่า “หนูเชื่อในอะไรมากที่สุด” ด้านน้องปีใหม่บอกว่า “หนูเชื่อในแม่” ป๋าเต็ดบอกว่า จริงๆ คำตอบนี้ไม่มีถูกหรือมีผิด จากนั้นน้องปีใหม่ก็ได้ตอบเพิ่มว่า

แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่

“หนูเชื่อในแม่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณแม่ไม่อยู่ แต่สิ่งที่คุณแม่สอนมาตลอดชีวิตหนู มันจะอยู่กับหนูตลอดไปค่ะ เพราะว่าถ้าหนูเชื่อในคุณแม่ มันน่าจะทำให้คุณแม่ภูมิใจ ว่าหนูรักคุณแม่จริง หนูเชื่อในเค้า หนูเชื่อว่าแม่อาจไม่ได้ถูกตลอด แต่ว่ามันจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าที่หนูคิด คุณแม่พูดอะไรกับหนู หนูจะจำไปตลอดชีวิต”

ซึ่งในระหว่างที่น้องปีใหม่พูดถึงแม่แอฟ ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับน้ำตาซึม พร้อมกับพูดขอบคุณลูกสาว ด้านลุงเต็ดของน้องปีใหม่เอง ก็น้ำตาซึมเช่นกัน พร้อมกับชื่นชมในสาวน้อย พูดได้ดีมากจริงๆ

แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่
แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่
แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่
แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่
แอฟ ทักษอร กลั้นน้ำตาไม่อยู่ หลังได้ยินคำตอบ น้องปีใหม่ หนูเชื่อในตัวแม่

บอล เชิญยิ้ม ปลื้มใจ ลูกชายเข้ารับปริญญาตรี พร้อมเผยสิ่งที่กลัวที่สุด

บอล เชิญยิ้ม ปลื้มใจ ลูกชายเข้ารับปริญญาตรี พร้อมเผยสิ่งที่กลัวที่สุด

8 ก.พ. 2568 15:18 น.

บอล เชิญยิ้ม ปลื้มใจ ลูกชายเข้ารับปริญญาตรี พร้อมเผยสิ่งที่กลัวที่สุด

การได้เห็นลูกประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดสำหรับคนเป็นพ่อและแม่ รวมไปถึงคนเป็นพ่ออย่าง บอล เชิญยิ้ม ที่มีความสุขมากๆ หลังจากที่ เบลล์ ไชยา ลูกชายคนโตได้สวมชุดครุยในวันรับปริญญา หลังสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ทั้งนี้ลูกชายจะเข้ารับปริญญาบัตรในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568

ด้าน พ่อบอล ก็ได้โพสต์คลิปกับ เบลล์ ซึ่งในคลิป บอล ได้พูดว่า เป็นวันที่สิ้นสุดการรอคอยของคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ วันนี้เห็นลูกรับปริญญา มันคือสิ่งที่เราตั้งความหวัง เรายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีการศึกษา ต่อจากนี้มันคือชีวิต มันคือเส้นทางที่เขาจะต้องเดินจากนี้ไป ก็ขอให้ลูกประสบความสำเร็จในทุกเรื่องราว

บอล เชิญยิ้ม ปลื้มใจ ลูกชายเข้ารับปริญญาตรี พร้อมเผยสิ่งที่กลัวที่สุด

พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า “สิ่งที่รอคอย ขอบคุณเน้อ ที่ทำให้พ่อได้เห็น ได้ภูมิใจ ได้เห็น เบลล์ ใส่ชุดนี้ จากนี้คือการดำเนินชีวิต พ่อให้ความรู้ไปแล้ว ขอให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต มีแต่ความเจริญ ทำอะไรก็ได้ไม่ให้คนอื่นเขาเดือดร้อน โชคดีนะลูก ดูอยู่ห่างห่างอย่างห่วงห่วง รักเน้อ..”

จากนั้นก็ได้โพสต์ภาพพร้อมหน้า โดยมีลูกสาว น้องไบรท์ ร่วมเฟรมด้วย และเขียนว่า

“ฟังพ่อนะลูก พ่ออยู่กับลูกจนถึงวันสุดท้ายของพ่อได้ แต่พ่อจะอยู่กับลูกจนถึงวันสุดท้ายของลูกไม่ได้ สิ่งที่พ่อบ่น สิ่งที่พ่อสอนทุกๆ อย่าง พ่อแค่อยากให้ลูกเข้มแข็งและอยู่ได้ในวันที่ไม่มีพ่อ… เพราะสิ่งที่คนเป็นพ่อกลัวที่สุดคือ “ต้องจากโลกนี้ไปโดยที่ลูกยังดูแลตัวเองไม่ได้”

พ่อคนนี้รักหนูที่สุดนะลูก พ่ออาจจะงี่เง่า อาจจะจู้จี้ อาจจะขี้บ่น แต่พ่อบ่นเพราะรักเพราะห่วง ลูกทั้ง 2 รู้มั้ยว่าลูกสองคนจะมาถึงวันนี้ พ่อต้องแลกกับอะไรมาบ้าง พ่อต้องเจอกับอะไรมากมาย เพื่อให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต เหมือนที่หลายคนเขาตั้งความหวัง ไม่ต้องเป็นคนดีมากมาย แค่ไม่ต้องทำให้ใครเขาเดือดร้อน อย่าไปอิจฉาใคร ดูแลตัวเองได้ แค่นี้ที่พ่อขอ”

บอล เชิญยิ้ม ปลื้มใจ ลูกชายเข้ารับปริญญาตรี พร้อมเผยสิ่งที่กลัวที่สุด
บอล เชิญยิ้ม ปลื้มใจ ลูกชายเข้ารับปริญญาตรี พร้อมเผยสิ่งที่กลัวที่สุด
บอล เชิญยิ้ม ปลื้มใจ ลูกชายเข้ารับปริญญาตรี พร้อมเผยสิ่งที่กลัวที่สุด
บอล เชิญยิ้ม ปลื้มใจ ลูกชายเข้ารับปริญญาตรี พร้อมเผยสิ่งที่กลัวที่สุด

เปิดคำพูด แจ็ค แฟนฉัน หลังคนอยากให้ช่วยเป็นกาวใจให้ แน็ก ชาลี กับครอบครัว

เปิดคำพูด แจ็ค แฟนฉัน หลังคนอยากให้ช่วยเป็นกาวใจให้ แน็ก ชาลี กับครอบครัว

8 ก.พ. 2568 13:11 น.

เปิดคำพูด แจ็ค แฟนฉัน หลังคนอยากให้ช่วยเป็นกาวใจให้ แน็ก ชาลี กับครอบครัว

ยังคงมีดราม่าออกมาให้ได้เห็นเรื่อยๆ สำหรับเรื่องราวในครอบครัวของ แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ กับพี่สาวทั้ง 4 คน ที่มีปมความขัดแย้งกัน นอกจากนี้ชาวเน็ตบางส่วนยังได้บอกอีกว่า อยากให้ แจ็ค แฟนฉัน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ช่วยไปเป็นกาวใจให้กับ แน็ก ชาลี อีกด้วย

ซึ่งเรื่องนี้ แจ็ค แฟนฉัน ก็ได้ออกมาพูดแล้ว บอกว่า ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขอให้กำลังใจกับทุกฝ่ายดีกว่า และจะติดตามข่าวสารอยู่ห่างๆ

“ผมไม่กล้าไปยุ่งเลยอ่ะครับ เพราะว่าอย่างที่บอกนะครับ ยุ่งไปผมก็เจ็บตัว มันเป็นเรื่องคนในครอบครัวอ่ะครับ เราไปยุ่งแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะดีกันเมื่อไหร่อ่ะครับ และไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เราก็แค่เป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย ขอให้ออกมาดีๆ ขอให้ลงตัวให้ดี”

เปิดคำพูด แจ็ค แฟนฉัน หลังคนอยากให้ช่วยเป็นกาวใจให้ แน็ก ชาลี กับครอบครัว

เมื่อถามว่า ได้มีการทักหาบ้างไหม แจ็ค บอกว่า “ไม่ยุ่งเลยครับ ไม่กล้ายุ่ง ผมไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็นยังไง ผมเลี้ยงลูกดีกว่า เป็นห่วงทั้งหมดเลยนะครับ ถ้าผมทำรายการได้ผมจะให้มาดีกันเลยครับ (หัวเราะ) แบบพอเถอะๆ อย่าทะเลาะกันเลย ฝุ่นมันเยอะ

ผมว่าจริงๆ แล้วทุกปัญหาในครอบครัวมันมีหมด แต่พวกคุณจะแก้กันยังไงก็อยู่ที่พวกคุณดีกว่า เพราะถ้าผมไปยุ่งเองเดี๋ยวผมซวย”

เมื่อถามว่า ชาวเน็ตบางส่วนอยากให้คนสนิทไปเป็นกาวใจ ด้าน แจ็ค บอกว่า “ชาวเน็ตใช่ไหม พออีกฝั่งบอกให้ยุ่ง อีกฝั่งบอกว่าไปเxือกอะไร ชาวเน็ตกับชาวเน็ตตีกันแล้ว อีกฝั่งบอกเxือกไรแจ็ค อีกฝั่งก็ไม่เป็นไรเxือกต่อสิ เลยไม่ขอยุ่งกับใครดีกว่า”

เปิดคำพูด แจ็ค แฟนฉัน หลังคนอยากให้ช่วยเป็นกาวใจให้ แน็ก ชาลี กับครอบครัว

น้ำ รพีภัทร ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี มีรถสปอร์ตเปิดประทุน ตอนเด็กอยากขับให้ลมตีหน้า

น้ำ รพีภัทร ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี มีรถสปอร์ตเปิดประทุน ตอนเด็กอยากขับให้ลมตีหน้า

8 ก.พ. 2568 12:29 น.

น้ำ รพีภัทร ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี มีรถสปอร์ตเปิดประทุน ตอนเด็กอยากขับให้ลมตีหน้า

เป็นพระเอกติดดิน ที่แฟนๆ หลายคนติดตามและชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบลูกทุ่ง สำหรับ น้ำ รพีภัทร ที่ตอนนี้หันไปทำฟาร์มไก่ชน และเลี้ยงควายประกวดตัวละหลายล้าน ใช้ชีวิตแบบบ้านๆ แต่มีความสุขมาก

ล่าสุด น้ำ ได้โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรม รีวิวรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดง ที่เจ้าตัวบอกว่า เป็นความฝันตั้งแต่เด็กที่อยากขับรถสปอร์ตเปิดประทุน ให้ลมตีหน้าเล่นๆ และเขียนแคปชั่นว่า “ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี”

น้ำ รพีภัทร ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี มีรถสปอร์ตเปิดประทุน ตอนเด็กอยากขับให้ลมตีหน้า

สุดท้ายเฉลยแล้วว่า รถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงที่ น้ำ รพีภัทร พูดถึงก็คือ รถอีแต๋น ที่ไว้ใช้งานในเกษตรนั่นเอง เสียงดังใช้ได้ แถมยังเปิดทุกช่องทางให้ลมตีหน้าอีกด้วย

ด้านเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงรวมถึงแฟนๆ ที่ติดตามได้เข้ามาคอมเมนต์กันจำนวนมาก อาทิ อีแต๋น รุ่นสปอร์ตคลาสสิก, รุ่นนี้นั่งได้หลายคน เครื่องดังแถมตูดสั่น, รุ่นนี้แรงแต่ท่อ ล้อไม่ค่อยวิ่งนะคะ, โอ้ยยยยยยย กะเริ่ดอยู่นะคันนี้ นั่งได้หลายคน, รุ่นดีแอร์ธรรมชาติเลยครับ เย็นที่สุดแล้ว, พี่น้ำอย่างหล่อเลยค่ะ, เดี๋ยวเค้าสอบที่มาเส้นทางการเงินนะคะ เป็นต้น

น้ำ รพีภัทร ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี มีรถสปอร์ตเปิดประทุน ตอนเด็กอยากขับให้ลมตีหน้า
น้ำ รพีภัทร ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี มีรถสปอร์ตเปิดประทุน ตอนเด็กอยากขับให้ลมตีหน้า
น้ำ รพีภัทร ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี มีรถสปอร์ตเปิดประทุน ตอนเด็กอยากขับให้ลมตีหน้า
น้ำ รพีภัทร ฝันเป็นจริงในวัย 40 ปี มีรถสปอร์ตเปิดประทุน ตอนเด็กอยากขับให้ลมตีหน้า

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2840200

8 ก.พ. 2568 11:33 น.

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

  • ทำความรู้จัก ช่างเดี่ยว ธีรพงษ์ แชมป์ The Voice Thailand 2024
  • เปิดชีวิตวัยเด็กของ ช่างเดี่ยว จากเด็กตามชนบท มีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถมากฝีมือ สู่การเป็นแชมป์ร้องเพลงรายการดัง 
  • ขอพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะถูกสบประมาทว่าไปได้ไม่ไกล

จากคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด มีอู่ซ่อมรถเล็กๆ เป็นของตัวเอง มาตอนนี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว สำหรับ ช่างเดี่ยว ธีรพงษ์ วรรณลักษณ์ แชมป์จากรายการ The Voice Thailand 2024 ที่เอาใจคนทั้งประเทศด้วยน้ำเสียงการร้องเพลงที่ฟังแล้วจับใจ ถึงขั้นทำเอาคนฟังน้ำตาคลอเลยทีเดียว 

ล่าสุด ช่างเดี่ยว ได้มานั่งเปิดใจพูดคุย เปิดตัวตน การใช้ชีวิต และมุมของตัวเอง จากธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนชีวิตเหมือนคนอื่น จนชนะการประกวดระดับประเทศ ผ่านทางรายการ THE STORY OF… ทางช่องยูทูบ THAIRATH Online Originals

เติบโตที่ จ.ร้อยเอ็ด
ใช้ชีวิตตามท้องไร่ท้องนา

“เป็นคนตำบลกำแพง อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็กเลย มีพี่น้อง 3 คนครับ เป็นฝาแฝด 2 คน เป็นผู้หญิง ผมเป็นลูกชายคนโตครับ ตอนนี้ผมอายุ ถ้าในบัตรประชาชน ผม 38 ครับ แต่ว่าถ้าอายุจริงก็ 39 เพราะในสมัยนั้นเดินทางลำบาก เลยทำให้ได้ไปแจ้งเกิดช้าไป 1 วัน แต่ก็ได้เรียนพร้อมกับเพื่อนๆ 

ถามว่าใช้ชีวิตแบบไหน ช่างเดี่ยวบอกว่า ใช้ชีวิตปกติเลย อันไหนที่จำเป็นเราต้องก็ซื้อ อันไหนที่ไม่จำก็ไม่ต้องซื้อ ประมาณพอเพียง อยู่ตามท้องไร้ท้องนาปกติทั่วไป ก็ใช้ชีวิตตอนเป็นเด็กจะเป็นเด็กตามชนบทครับ เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย แล้วก็ทำงานช่วยพ่อแม่ที่บ้านครับ แต่ก็ชอบร้องเพลง ชอบทำงานช่วยพ่อแม่ครับ พ่อแม่ก็จะซ่อมรถทำนาครับ

ชีวิตในครอบครัวก็ดีครับ ก็มีความสุขดี คือพ่อกับแม่ก็อยากให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันครับ พ่อก็เลยหาอาชีพให้ลูกๆ อยู่ด้วยกัน ไม่อยากให้ไปทำงานต่างจังหวัดครับ ส่วนตัวผมเป็นคนชอบทำงานแล้วก็ ถ้ามีอะไรบ้างที่ในหมู่บ้าน ที่พอเราหยิบยื่นช่วยได้ก็ช่วยครับ สิ่งไหนที่มันหนักเกินไปก็พักไว้ประมาณนั้นครับ”

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

เริ่มเรียนซ่อมรถมาตั้งแต่เด็ก
โดยมีพ่อเป็นไอดอล 

“เริ่มตั้งแต่อยู่บ้านเลย พอดีพ่อมาปั่นสามล้อที่ปากน้ำ พ่อกลับไปก็อาจจะมีวิชา อาจจะฝึกครับ ผมก็เห็นพ่อทำงานตั้งแต่ซ่อมรถจักรยานครับ พ่อก็พาไปซื้อรถจักรยานมาคันละ 20 บาท เราก็มาทำขายคันละ 200 หรือว่าซื้อมา 50 บาท มาทำขายคันละ 200 ก็ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ ก็มาซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ก่อน เพราะยุคนั้นในแถวหมู่บ้านน่าจะมีสัก 2-3 คันได้ ก็มาเป็นเครื่องยนต์การเกษตร แล้วผมก็ได้มีโอกาสไปเรียน ปวส. เพื่อที่จะต่อยอดในการทำงานของพ่อ ก็เลยมาซ่อมรถยนต์เพิ่มขึ้นมาครับ 

สิ่งที่ทำให้ผมอยากเป็นช่างซ่อมรถก็คือ เป็นอาชีพพ่อด้วยครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือผมมองว่าแต่ละอาชีพก็จะมีสิ่งดีๆ ในแต่ละอาชีพครับ แต่ผมมองว่าการที่เป็นช่างซ่อมรถก็คือ เราทำงานอยู่ที่บ้าน แล้วลูกค้าเอางานมาให้เราทำ และครอบครัวก็อยู่ในนั้น เราไม่ต้องไปหาเงินหาทองที่อื่นครับ ในความคิดของผมครับ แล้วก็อาชีพช่างก็คือพ่อทำมาตั้งแต่ผมยังเด็กครับ คือความทรงจำที่ผมงัดยางจักรยานออกได้ในตอนที่ยังเด็ก ก็คือเก็บเป็นความทรงจำตัวเองมา เพื่อที่เราจะต่อยอด ต้องเป็นช่างเพื่อให้งานออกมาดีให้ได้ครับ” 

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

ไม่เคยขึ้นเวทีประกวด
ฝึกเล่นกีตาร์ ฝึกร้องเพลงเอง

“ไม่เคยขึ้นเวทีประกวดเลยครับ ถ้ามีก็ตามเวทีหมอลำก็เคยขึ้นครับ แล้วก็มีเหมือนชาร์โดว์แต่ก่อนครับ มีคีย์บอร์ดตัวเดียว แล้วก็ขึ้นไปร้องเพลง ส่วนการเล่นกีตาร์ก็มีเองครับ ช่วงนั้นจะมีเพลงของ พี่เสือ ธนพล พี่เสก ยุค 90 ครับ ก็หยิบขึ้นมาร้อง ของอาจารย์พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ คือมาฝึกเองแล้วเปิดหนังสือคอร์ดดูครับ ไม่เคยเรียนร้องเพลงเลย แล้วก็ไม่เคยเรียนกีตาร์ครับ 

และไม่เคยเรียนร้องเพลงเลย แต่มีแม่ แม่ชอบร้องเพลง แม่ร้องเพลงได้เพราะมาก ก็ฝึกจากแม่ ผมเห็นแม่ร้องเพลง ก็ไม่ได้นั่งสอนกัน คือไม่ได้มีใครมาคอยสอนผมครับ ก็พยายามฝึกเอา

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

น้องเมียเชียร์ให้มาประกวด The Voice 2024
ตั้งกล้องถ่ายคลิปส่งออดิชั่นเอง

ช่างเดี่ยวบอกว่า จุดเริ่มต้นที่มาประกวด The Voice 2024 คือน้องเมีย “น้องสะใภ้ครับอยากให้มา ผมก็บอกว่า ตอนแรกคือไม่กล้ามาอยู่แล้วครับ ไม่กล้ามาประกวดครับ ผมมองว่า คนเป็นแสนเป็นล้านครับ ผมไม่ใช่ 1 ในนั้นแน่นอนครับ ตั้งแต่เริ่มจะส่งออดิชั่น เพราะว่าผมส่งคลิป น้องเขาอยู่ระยอง

เขาอยากให้ผมส่ง ผมบอกว่า ส่งไปทำไม ส่งไปแล้วก็ไม่ได้หรอก คนตั้งเป็นแสนเป็นล้านคน คนในประเทศเราตั้งเยอะตั้งแยะ แล้ว 4 ภาคไม่ใช่น้อยๆ คนครับ ผมก็เลยคิดว่าน่าจะไม่ผ่านเลย ออดิชั่นครับ เขาก็พยายามบังคับให้อัดคลิปมาเถอะ มีประโยคหนึ่งที่น้องเขาพูดกับผม ส่งไปเถอะไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้เสียหายอะไร เราก็แค่ส่งไป ก็ไม่เป็นไรหนิ เราไม่ได้ก็ไม่ได้เกิดปัญหาอะไร ความฝันลองๆ ดูสักครั้งหนึ่ง ก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวอัดคลิปให้เลย”

“ความรู้สึกที่ผ่านออดิชั่นรอบแรก รู้สึกงงครับ งงว่าเป็นผมได้ไง ผมก็ไม่รู้ เพราะผมส่งไม่เป็นอยู่แล้ว น้องโทรไปบอกว่า ผ่านออดิชั่นนะ ในความคิดผมยังเป็น ออดิชั่นอะไร ออดิชั่นเเดอะวอยซ์ไง ผมยังคิดอยู่เลยแล้วจะไปยังไง จะไปร้องยังไง ต่อไปยังไง ก็ถ้าก่อนหน้านั้น ถ้ามีทีมงานโทรไป อาจจะเป็นคอลเซ็นเตอร์ก็ได้ อาจจะโดนผมว่าก็ได้ แต่โชคดีคือน้องโทรมาบอกก่อน ก็ตื่นเต้น พี่ทีมงานโทรไป ผมก็ตื่นเต้นครับ

พอผ่านรอบไฟนอลออดิชั่น เพราะว่าออดิชั่นแล้วต้องมีไฟนอลออดิชั่นอีกครับ แล้วก็มีรอบบลายธ์ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรครับ คือผมมองว่าในทุกรอบของผมไม่ผ่านแน่นอนครับ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ”

“ถามว่าตอนนั้นคิดอะไรในใจ ผมก็คิดว่าผมยังพัฒนาตัวเองยังไม่ดีพอครับ ผมก็จะพยายามปรับปรุงแก้ไข แล้วก็พัฒนาฝีมือตัวเองในการร้องเพลง ในการเล่นกีตาร์ด้วย”

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะชนะ 
จะพัฒนาปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ

“ตอนที่แข่งขันรับรู้ฟีดแบ็กจากผู้ชมบ้างครับ แต่ว่าส่วนมากก็จะดู ถ้าเป็นรอบแรกๆ ก็จะดูบ้างครับ แต่รอบหลังๆ มาไม่มีเวลาดู ส่วนมากก็จะดูในเฟซบุ๊กตัวเอง ชาวบ้านเค้าจะเข้ามาคอมเม้นต์ว่า เพราะนะ ก็ให้กำลังใจครับ ขอขอบคุณทุกกำลังใจด้วย แต่ว่าก็ทุกคำติชมผมก็ยอมรับเพื่อจะปรับปรุงและพัฒนาตัวเองด้วยครับ ก็มีหลายคนส่งเข้ามาว่าต้องร้องอย่างนี้นะ ผมก็ขอบคุณครับเดี๋ยวผมจะปรับปรุงตัวเองนะ ผมจะพัฒนาตัวเองนะ

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะชนะเลยครับ เพราะว่าในรอบไฟนอลที่ยืนคู่กับพี่เอกครับ ผมก็ยังแสดงความยินดีกับพี่เอกด้วย แบบพี่เอกยินดีด้วยนะ ยินดีกับแชมป์ The Voice พี่เอกบอก ยัง ยัง ยัง อะไรประมาณนี้ครับ พี่เอกเขาน่ารักครับ ก็คือทุกคนเขาเป็นกันเองหมดครับ ผู้เข้าแข่งขันน่ารักทุกคนครับ

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)
เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

เบื้องหลังที่อยู่การแข่งขัน สนุกสนานกันทุกคนครับ แต่พอประกาศเป็นเราขึ้นมา เป็นลมมั้ย? เกือบช็อกครับ คือไม่คิด เพราะว่าในก่อนขึ้นคุยกันกับโค้ชแม่คิ้มอยู่แล้ว โค้ชพี่จ๋ายอยู่ พี่จ๋ายบอกว่า ผมน่าจะร้องไห้นะ พี่จ๋ายก็เลยบอกว่า ไม่ต้องหันไปดูครอบครัว ไม่ต้องหันไปดูรูปข้างหลัง เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะร้องไม่จบ จะร้องไห้ เพราะบทเพลงมันสื่อจากใจ ด้วยความที่เราสู้ฟันฝ่าในชีวิตจริง 

และโค้ชแม่คิ้มบอก เราไม่ได้แชมป์แน่นอน พี่เอกได้แชมป์แน่นอน ก็คือไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นแชมป์ครับ พอได้แชมป์มาผมก็งงจนวินาทีสุดท้ายเลยครับ”

เพลงที่สื่อออกมา 
ร้องมาจากใจของเด็กบ้านๆ 

เมื่อถามว่า ในรอบไฟนอล เพลงที่ช่างเดี่ยวร้อง ทำคนในห้องส่งน้ำตาซึมหมด เจ้าตัวบอกว่า “ขอบคุณมากเลยครับ เพราะว่าคือเพลงที่ผม ณ ตอนที่ผมก้าวเข้ามาในครอบครัว The Voice ผมคิดแค่ว่า ผมอยากจะร้องเพลงให้ทุกได้ฟัง ออกทีวีสักครั้งนึง ก็ร้องเพลงให้ทุกคนได้ฟัง แค่สื่อความหมายจากใจของคนบ้านๆ คนนึง เด็กบ้านๆ คนนึงครับสื่อออกไปถึงผู้ฟัง ก็เหมือนส่งจดหมาย ถ้าส่งไปปุ๊บ คนรับได้อ่าน ผมก็พอใจแล้วครับ แค่นี้จริงๆ ครับ”

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

ยังเป็นช่างเดี่ยวคนเดิม
ขอเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ

“ตอนนี้ผมยังไม่คิดว่าตัวเองอยู่จุดไหนครับ เพราะว่าผมก็มองว่าผมยังเป็นคนเดิมอยู่ ยังเป็นช่างเดี่ยวคนเดิมครับ แล้วก็จะคอยพัฒนาปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ ในทางที่ดี เรื่องงานร้องเพลง เรื่องดนตรีครับ ส่วนเรื่องอู่ก็ในต่อๆ ไป ยังทำเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ขอพักไว้ก่อน ส่วนงานร้องเพลงยังรออะไรอีกหลายอย่าง เพราะว่าผมยังต้องพัฒนาตัวเองอีกเยอะ”

เปรียบชีวิตตัวเองเป็นเพลงจังหวะไหน? “ก็จะประมาณ ก็กลางๆ ครับ การเล่นดนตรีของผม อาจจะเป็นเพลงที่สื่อความหมายจากบทเพลงนั้นๆ เพราะว่าผมชอบเอาตัวเองไปผูกกับเพลงครับ เวลาเล่นเพลงไหนผมชอบเอาตัวเองไปผูกกับเพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงเร็ว เพลงช้าครับ”

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

ถ้าไม่กล้าออกจากเซฟโซน 
ก็จะไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ภายนอก

“ผมมองว่า ถ้าเราไม่กล้าที่จะก้าวออกมาตรงจุดที่เราเซฟโซน ก็คือเราไม่กล้าที่จะก้าวออก เราก็จะไม่รู้ว่า อะไรบ้างอยู่โลกภายนอก ส่วนที่คนสบประมาทว่าไปได้ไม่ไกล ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าผมมองว่าผมก็จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ในทางที่ดีครับ ผมมองว่าชีวิตเราไม่ได้เดินตามโชคชะตา เพราะว่าถ้าเราไม่กล้าที่จะทำอะไรเลยสักอย่าง มัวแต่นั่งอยู่กับที่ มันก็จะทำให้เราไม่ได้เป้าหมายหรือความสำเร็จอะไรสักอย่าง

ตอนนี้ยังไม่มองตัวเองในอนาคตอะไรเลยครับ เพราะว่าก็ยังใหม่ๆ อยู่ครับ ก็แค่อยากให้ทุกคนรักผมในสิ่งที่ผมเป็น แค่นี้แหละครับ ก็เป็นช่างเดี่ยวคนเดิมครับ”

“ส่วนรางวัลที่ได้ ก็ใช้จ่ายในครอบครัวครับ อย่างผมก็มีหนี้ เอาไปใช้หนี้นิดหน่อย และก็จะเอาไปต่อยอดในการเล่นดนตรีของผมด้วย การร้องเพลงด้วย แต่ไม่ถึงกับต้องไปเรียน แต่ว่าอะไรหลายๆ อย่างที่อาจทำให้เราดีขึ้นในอนาคตครับ เรื่องดนตรีอาจจะต้องใช้ตรงนั้นด้วยครับ”

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

อยากให้ทุกคนรักในสิ่งที่เป็น
ขอบคุณจากใจช่างเดี่ยวคนนี้คนเดิม

“ก็ขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องนะครับ ขอขอบคุณหลายๆ ที่เป็นแรงเชียร์แรงใจ เป็นแรงโหวตให้ผมด้วย ในช่วงที่ผมอยู่ในครอบครัว The Voice อยากให้ทุกคนกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองรักครับ ทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจอยากทำอะไรอยากสร้างอะไร ขอให้ทุกคนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีครับ แล้วก็ขอขอบคุณทุกคำติชมทุกอย่าง ผมก็จะพยายามปรับปรุง พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ นะครับ ก็ขอขอบคุณจากใจของช่างเดี่ยวคนนี้คนเดิมครับ ขอบคุณมากครับ”

เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)
เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)
เปิดชีวิต ช่างเดี่ยว The Voice Thailand 2024 คนธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนจนเอาชนะใจคนฟัง (คลิป)

แฟนนางงามเฮ ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพ Miss Universe 2025 เตรียมประกวดปลายปีนี้

แฟนนางงามเฮ ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพ Miss Universe 2025 เตรียมประกวดปลายปีนี้

8 ก.พ. 2568 11:25 น.

แฟนนางงามเฮ ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพ Miss Universe 2025 เตรียมประกวดปลายปีนี้

นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับแฟนนางงามไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เวทีประกวด Miss Universe ได้มีการประกาศ 7 ประเทศแคนดิเดต ที่จะเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 ครั้งที่ 74 ซึ่งได้แก่ คอสตาริกา, โดมินิกันรีพับลิก, สเปน, แอฟริกาใต้, ไทย, ไนจีเรีย และฟิลิปปินส์

แฟนนางงามเฮ ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพ Miss Universe 2025 เตรียมประกวดปลายปีนี้

ล่าสุดทาง Miss Universe ได้ออกมาประกาศแล้วว่า ประเทศที่จะได้เป็นเจ้าภาพในปี 2025 นั้นก็คือ ประเทศไทย โดยทางเพจ Miss Universe ได้โพสต์คลิปเปิดตัวประเทศเจ้าภาพ พร้อมปักหมุดประเทศไทย และเขียนแคปชั่นว่า

“THE MOMENT WE’VE ALL BEEN WAITING FOR… Unveiling the ultimate destination for the 74th Miss Universe competition… Where kindness meets tradition and warm smiles welcome the world.” (ช่วงเวลาที่เราทุกคนรอคอย…เปิดตัวจุดหมายปลายทางของการประกวดมิสยูนิเวิร์สครั้งที่ 74…ที่ซึ่งความมีน้ำใจผสานกับประเพณี และรอยยิ้มอันอบอุ่นต้อนรับทั่วโลก)

น่ารักตะโกน! “แอบิเกล” 2 ขวบ แขกรับเชิญ “3แซ่บ” เล่าเอง งอนแม่ ไปแอบในห้องน้ำ!

น่ารักตะโกน! "แอบิเกล" 2 ขวบ แขกรับเชิญ “3แซ่บ” เล่าเอง งอนแม่ ไปแอบในห้องน้ำ!

8 ก.พ. 2568 07:30 น.

น่ารักตะโกน! “แอบิเกล” 2 ขวบ แขกรับเชิญ “3แซ่บ” เล่าเอง งอนแม่ ไปแอบในห้องน้ำ!

“3 แซ่บ” ที่แรก! กับ แขกรับเชิญซุปตาร์ 2 ขวบ ที่น่ารักที่สุดในจักรวาล “แอบิเกล รังสีสิงห์พิพัฒน์” ลูกสาว “แม่ชม & พ่อน็อต” ท่ามกลางกำลังใจจาก ยายหนิง เอฟซี พี่ๆ เพื่อนๆ และป้าเจี๊ยบ ช่วยกันชูป้ายไฟ ส่งเสียงกรี๊ดเชียร์ดาราสาวสนั่นติดขอบเวที

ลุงหนุ่ม ยังทนความน่ารักไม่ไหว ทำเสียงสองไปกะเค้าด้วย น้องเกล วันนี้หนูมาทำอะไรลูก? “พิธีกร” ไม่ใช่! “แขกรับเชิญ” รู้งานยืนหนึ่ง!! ยาวไปๆเลยลุงหนุ่ม…ถาม แม่ชม แฟนๆ รักน้องเกลมาก 2 ขวบ ถือว่าพูดเก่งมากนะ? “พูดเร็วค่ะ มีพี่อยู่บ้านเค้าก็จะไว เค้าอยากทำให้ทันพี่ ก็ไวมาก บางครั้งเสพคอนเทนต์เดียวกับพี่ ก็จะไปไว”

ดาราสาว มาแล้วค่า!
ดาราสาว มาแล้วค่า!

คนชม “ชม” เยอะมากว่าเลี้ยงลูกติดดิน? “คือชมตั้งแต่ตอนพี่สายพี่พาแล้ว ไม่ได้มีความคิดว่าจะเลี้ยงลูกติดดิน คือเลี้ยงตามสภาพอ่ะ สถานการณ์เป็นยังไงเราก็พาไปอย่างงั้นก่อน มันด้นๆไปแต่ละวัน ไม่มีกฏเกณฑ์”

จากนั้นน้องเกลก็รัวลูกคอโชว์บทเพลง “จับปูดำ, คุณแม่ซักผ้า, เพลงชาติไทย” และได้ใจสุดๆกับว้ากกก “ทรงอย่างแบด” ลั่นสตูดิโอ! เมื่อเล่นเกมส์ทายชื่อเพื่อนเกล ก็จำได้หมดทุกคน พี่ลิซ่า พี่ญาญ่า ฯลฯ แต่ที่ทำเอาเสียอาการก็พี่ยุงกัดหน้าเนี่ยแหละ!! หน้าแดงเป็นลูกตำลึงเลยนะเจ๊!!

อีกหนึ่งคนสำคัญผู้อยู่เบื้องหลัง แต่ไม่เคยให้สัมภาษณ์ที่ไหนมาก่อน “ป้าเจี๊ยบ” เวลาไปออกงาน ต้องบอกเค้ายังไง? “ก็รู้ว่าวันนี้ไปงานอะไร แล้วก็บรีฟงาน” “เค้าโหดกว่าชมนะ”

ดาราสาวสัมภาษณ์ผู้จัดการ
ดาราสาวสัมภาษณ์ผู้จัดการ

น้องเกลจะไปโรงเรียนแล้ว อยากไปไหมลูก? “อยาก” น้องเกลลูกแม่ดุไหมลูก? “(ส่ายหน้า)” เค้าชอบงอน งอนยังไง? “อยู่ในห้องน้ำ เกลนั่งท่าแบบนี้ (ทำให้ดู) เกลปิดชักโครกเอง” เด็กสองขวบสารภาพเอง!

ติดตามเรื่องราวกันต่อใน “3 แซ่บ” วันอาทิตย์นี้ บ่ายโมง 15 ช่อง 3 HD และชมย้อนหลังได้ที่ www.youtube.com/polyplusentertainment

เกลมั่นคง! เขินหนุ่มตี๋!
เกลมั่นคง! เขินหนุ่มตี๋!
เธอเป๊ะ…ฉันเป๊ะ
เธอเป๊ะ…ฉันเป๊ะ

เวอร์ชันใหม่ “โดม จารุวัฒน์” ถึงเวลาปล่อยของ คัมแบ็กทำเพลงในรอบ 8 ปี

เวอร์ชันใหม่ "โดม จารุวัฒน์" ถึงเวลาปล่อยของ คัมแบ็กทำเพลงในรอบ 8 ปี

8 ก.พ. 2568 07:01 น.

เวอร์ชันใหม่ “โดม จารุวัฒน์” ถึงเวลาปล่อยของ คัมแบ็กทำเพลงในรอบ 8 ปี

แจ้งเกิดเป็นแชมป์เวทีเดอะสตาร์ 8 ด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังเป็นที่จดจำ ก่อนที่ศิลปินหนุ่มมากความสามารถ “โดม-จารุวัฒน์ เชี่ยวอร่าม” จะผันตัวมาเป็นผู้บริหารค่ายเพลง LIT Entertainment อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินที่ปั้นมากับมือ อาทิ วง PiXXiE, bamm, Proothunwa, DIDIxDADA, SNS (SugarNSpice) ผลักดันสู่วง T-POP แถวหน้า เก็บเกี่ยวประสบการณ์จนวันนี้ถึงเวลาที่ “โดม” ขอคัมแบ็กกลับมาร้องเพลงเต็มตัวอีกครั้งในรอบ 8 ปี ให้แฟนๆหายคิดถึง เลยชวน “โดม” มาพูดคุย…

เล่าการคัมแบ็กกลับมาเป็นศิลปินตอนนี้ให้ฟังหน่อย?

“ปลายปีที่แล้วช่วง ส.ค.ปีที่แล้ว ได้เริ่มปล่อยเพลงแรก “เธอไม่ชอบฝน” จริงๆมันนำร่องมาจากโปรเจกต์พิเศษของค่ายมาก่อนแล้วพอฟีดแบ็กมันดีเราก็รู้สึกว่าจริงๆแล้วคนก็คิดถึงการร้องเพลงของเราเหมือนกันก็เลยโอเคมีเพลงที่เคยเขียนเอาไว้เลยเอามาทำเลยก็เลยรู้สึกว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่มันเหมาะมากเพราะตัวผมเองก็ทำงานในลักษณะเบื้องหลังมาสักระยะหนึ่ง เราก็มีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นก็อยากจะลองเอามาปรับใช้กับการทำงานตัวเองบ้าง ได้จับเทรนด์บางอย่างของเด็กๆหรือว่าของคนในยุคนี้ว่าเค้ามีพฤติกรรมยังไงบ้างมาปรับกับการทำงานของเรา ซึ่งก็ต้องขอบคุณทุกคนที่จริงทุกๆครั้งที่ปล่อยเพลงหรือว่าลงคลิปร้องเพลงอะไร คนก็จะพิมพ์ในคอมเมนต์เยอะมากว่ายังคิดถึงมาก ตอนนี้ปล่อยซิงเกิลที่ 2 ชื่อเพลง “ผู้ฟังที่ดี” เราอยากต่อยอดจากเพลงแรกด้วยซาวด์ดนตรีหรือด้วยวิธีการพูดจามันมีความใกล้ๆกัน เพลงนี้โดมแต่งเอง ทุกคนน่าจะเคยมีประสบการณ์ร่วมของการเป็นผู้ฟังที่ดีกันหมด ไม่ใช่แค่ในมุมเรื่องความรักอย่างเดียว บางทีอาจจะมีเรื่องหนักอกหนักใจ ก็มาเลือกเล่าให้ฟัง อาจจะไม่ได้ต้องการคำแนะนำอะไร มากไปกว่ามีคนมานั่งฟังเค้าระบาย เลยรู้สึกเป็นมุมที่ก็น่าสนใจ มันคือยุคใหม่ของโดมจารุวัฒน์ไปเลยเป็นเวอร์ชันใหม่ แล้วก็คงจะได้ทำอัลบั้มในปีนี้”

เวอร์ชันใหม่ "โดม จารุวัฒน์" ถึงเวลาปล่อยของ คัมแบ็กทำเพลงในรอบ 8 ปี

ทำไมถึงไม่เลือกทำเพลงกับค่ายตัวเอง?

“เหมือนค่าย LIT มี DNA ที่ชัดเจนมากในเรื่องการทำศิลปินที่เป็น T-POP เลยรู้สึกว่าเลือกทางที่ตัวเองอยากทำแล้วก็เดินในเส้นของศิลปินอิสระเลย”

การทำเพลงเล่าเรื่องราวในวันนี้ที่ “โดม” โตขึ้นยังไงบ้าง?

“จริงๆ ในแง่การโตขึ้นก็คงโตขึ้นในการที่เราได้มีโอกาสทำงานด้วยตัวเองมากขึ้น จากเมื่อก่อนเราปฏิบัติตัวเองเป็นนักร้องเป็นศิลปินคือมีโจทย์มาปุ๊บเราก็รับหน้าที่ถ่ายทอด เห็นขั้นตอนการทำงานต่างๆ จนมันผ่านระยะเวลาไปก็มีโอกาสเข้ามาหลากหลายเรื่อยๆทั้ง ละคร ซิตคอม ละครเวที แล้วก็รายการ 4 โพดำ ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่มันหล่อหลอมเราไปเรื่อยๆ ตอนทำ 4 โพดำเป็นเหมือนโรงเรียนคือฝึกให้เราได้ทำงานเบื้องหลังเต็มที่เลยได้วิชา ซึ่งตอนนี้เหมือนเราได้เติมตั้งแต่ตอนต้นเลยทั้งวิธีการคิดงานไปจนถึงการทำจริงๆแต่ละขั้นตอนเป็นยังไง เราจะให้โจทย์ศิลปินของเรายังไงบ้างไปจนถึงการออกผลงานออกมา ก็เป็นสิ่งที่เราได้รู้วิธีการทั้งหมดจริงๆ เรียกว่ามันครบจิ๊กซอว์ต่อกันครบพอดีในช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่เราได้ทำงานด้วยตัวเองเต็มๆแล้วก็ยังคงมีแรงอยู่ที่จะได้ทำสิ่งนี้ ถ้าเกิดเลยไปกว่านี้เราอาจจะไม่ได้บู๊เท่านี้อีกแล้วก็เลยรู้สึกเป็นช่วงเวลาที่อยากทำให้เต็มที่ที่สุด”

เวอร์ชันใหม่ "โดม จารุวัฒน์" ถึงเวลาปล่อยของ คัมแบ็กทำเพลงในรอบ 8 ปี

เพลงของโดมต้องแบบแอบรัก อกหักหรือว่าสมหวัง?

“ส่วนใหญ่จะโดนเพลงเศร้าเกือบทั้งหมด เป็นคนที่มี 2 โหมดคือ ไม่เป็นเพลงเศร้าไปเลยก็เป็นเพลงรักแบบงานแต่งไปเลย”

หลังจากนี้แฟนๆที่คิดถึงเพลงของโดมก็จะได้ฟังเรื่อยๆ?

“ใช่ก็จะได้ฟังเรื่อยๆทำเป็นอัลบั้ม หลังจากช่วงที่เราหายไปแล้วพอกลับมาเริ่มทำเรารู้สึกแฮปปี้กับการทำสิ่งนี้แล้วมันแฮปปี้กว่าเดิมด้วยเพราะว่าเราได้มีโอกาสลงไปอยู่ในทุกขั้นตอน”

น้องๆ ศิลปินในค่ายแซวมั้ย?

“แซว ทุกคนคือแซวด้วยแล้วก็บอกว่าเมื่อไหร่ๆ จะปล่อยเพลงเมื่อไหร่ คือมันมีช่วงนึงที่ผมก็ไปอยู่กับน้องๆบ่อยๆ สมมติไปที่งานที่มีเวทีเราจะถูกผลักไปร้องเพลง น้องๆก็จะแฮปปี้ถ่ายวิดีโอ ถ่ายคลิปลง ก็เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเหมือนกันที่ทำให้เรารู้สึกว่าเออเราก็อยากทำสิ่งนี้”

เวอร์ชันใหม่ "โดม จารุวัฒน์" ถึงเวลาปล่อยของ คัมแบ็กทำเพลงในรอบ 8 ปี

ในฐานะผู้บริหาร โดม เป็นบอสที่ไม่ดุหรือดุ?

“ก็จะมีหัวโขนที่ไม่ดุ จริงๆในค่ายก็จะมีผู้บริหารด้วยกันอีกคนหนึ่งก็คือพี่มุก-นิตา จะเป็นคนดุกว่า จะเป็นคุณแม่ที่ดุ โดมก็จะเป็นพี่ชายใจดี ผมก็คงเป็นแนวแชร์ประสบการณ์การทำงานตัวเอง ไม่ได้เชิงดุ แต่ว่าถ้ามีบางครั้งที่มันก็ต้องจำเป็นต้องพูดจริงๆจังๆ”

แล้วจริงๆ น้องๆวงอะไรดื้อสุด?

“เท่ากันหมด (หัวเราะ) ดื้อแบบพร้อมเพรียงกัน ผมว่าถ้าย้อนกลับไปมองตัวเองตอนเป็นศิลปินก็คงดื้อประมาณนี้แหละ คือคงดื้อในความคิดความอ่าน ความเป็นศิลปินของเค้า มีเหตุผลของเค้าแต่ว่าพอเราก้าวมาทำงานเบื้องหลังก็เป็นอีกมุมนึงเลย ผมก็เออผมไม่เคยคิดแบบนี้มาก่อน จากเคยเป็นศิลปินมันพลิกมาเป็นเบื้องหลัง จริงๆมันก็ต้องคิดอีกแบบ มันต้องคิดในแง่ธุรกิจด้วย ต้องคิดในแง่ทำยังไงให้มันไปรอด ไม่ใช่เอาให้ทุกอย่างสมใจอย่างเดียวแต่ว่าต้องไปในแง่ของความขายความเป็นไปได้จริงๆในตลาดหรือสถิติด้วย”

ในด้านการบริหารค่ายหลายคนชื่นชมในการปั้นศิลปินจนประสบความสำเร็จ?

“จริงๆมันหลายปัจจัยมากเลย เราโชคดีหลายอย่าง ถ้าถามผม เราโชคดีในแง่ของช่วงเวลาที่เรามาตอนนั้นและได้มีโอกาสลองผิดลองถูกกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็โชคดีที่มีทีมงานที่ดี ทีมของเราเป็นทีมเล็กๆ start up มากๆ เริ่มต้นจากพนักงาน 5 คนแล้วก็ค่อยๆเติบโตขึ้น มีทีมซัพพอร์ต มีพี่จิ๊บ-เทพอาจ CEO เลิฟอิส ที่ซัพพอร์ตพวกเรา”

เคยเจอคำสบประมาทในวันแรกๆมั้ย เช่นว่า โดมมาเป็นผู้บริหารจะไหวเหรอ?

“เจอตั้งแต่วันแรกที่ปล่อย PiXXiE ตอนนั้นคนยังไม่รู้เลยว่าเราไปทำสิ่งนี้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมต้องเดินสายกับน้องๆพาน้องๆไปฝากฝัง ก็จะได้เจอคำถามอย่างนี้แหละ แต่สุดท้ายแล้วมันก็ดีนะที่เค้ามาร์กด้วยความสงสัย เกิดคำถามว่าแล้วมันจะเวิร์กเหรอ แล้วพอมันขยับไปทีละปีๆ มันก็เป็นมาร์กที่ทุกคนค่อยๆรับรู้”

เราเคยภาพฝันการบริหารค่ายเพลง ภาพนี้มั้ย?

“มันแทบไม่มีภาพนี้อยู่เลยครับ เอา จริงๆเพราะเรารู้สึกว่าก็คงเป็นศิลปินต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็ถ้ามีงานอะไรให้ทำเบื้องหลังหรือว่างานอื่นๆ นอกเหนือจากการร้องเพลงผมก็จะยินดีทำ จะรู้สึกว่ามันคือโอกาส คิดเอาไว้ว่าคงอยากทำอะไรแบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนงานเบื้องหลังก็แค่แอบคิดว่าคงได้ไปเขียนเพลง ได้ไปทำเพลงอะไรนิดหน่อย แต่ว่าไม่เคยมีภาพว่าตัวเองจะมาได้บริหารค่ายเพลง อันนี้ถือเป็นสิ่งใหม่มากๆในชีวิต”

ก็เหมือนมาไกลกว่าที่คิดไกลเกินฝัน?

“ใช่ ไกลกว่ามากๆแล้วก็เหนื่อยมาก”

มีหลักในการคัดเลือกศิลปินยังไง?

“ตั้งแต่เริ่มต้นเลยผมว่าเก่งก็ส่วนนึง ความสามารถดี คาริสม่าโอเคก็ส่วนนึง แต่ว่าผมว่าผมให้น้ำหนักกับเรื่องการอยากร่วมงานด้วยเป็นลำดับต้นๆเหมือนกันเพราะมันแปลว่าแม้แต่ตัวเราเองยังรู้สึกชื่นชอบเค้า คนทำงานด้วยกันยังชื่นชอบเลย ทำไมคนดูทำไมเค้าจะไม่รักอะไรอย่างนี้ ผมว่าปัจจัยมันหลากหลายมากในการเลือกคนหนึ่งคนเข้ามา มันคือการมาดูคาแรกเตอร์กันว่าเราสนใจเค้ามั้ย หนึ่งคือความสามารถเป็นยังไงบ้างไปในทิศทางเดียวกับที่เราอยากได้มั้ย แล้วก็อยากร่วมงานด้วยมั้ย”

เวลาเห็นการเติบโตของน้องๆเราก็ชื่นใจหายเหนื่อยมั้ย?

“ชื่นใจครับ ชื่นใจมากแล้วน้องๆก็โตขึ้นทุกวัน เราก็จะเหมือนเราก็ได้เห็นเขาตั้งแต่ Day 1 เด็กๆเลย อย่าง PiXXiE ก็ตั้งแต่อายุ 17-18”

เวอร์ชันใหม่ "โดม จารุวัฒน์" ถึงเวลาปล่อยของ คัมแบ็กทำเพลงในรอบ 8 ปี

ตัวเราล่ะ เพื่อนๆรอบตัวบอกว่าการเติบโตของเราเป็นยังไง?

“พอตัวผมเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้มาทำสิ่งนี้ เพื่อนๆเองก็ไม่ได้มีใครคิดเหมือนกัน ทุกคนก็จะรู้แค่ว่าโอเคเราชอบทำงานหลากหลายทำได้หมด แต่ว่าก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปทำงานเป็นคนบริหารค่ายเพลงได้ยังไง”

พี่แก้ม-วิชญาณี ตั้ม-วราวุธ กัน-ณภัทร แก๊ง 4 โพดำเค้าว่าไงบ้าง?

“เค้าก็ทึ่งนะ ในความรู้สึกของเค้าที่เวลาเจอกัน เค้าก็จะรู้สึกว่าแบบโอ้ อันนี้โดมก็ทำเหรอ กับพี่ๆเราก็ยังเหนียวแน่นกันอยู่ ได้มีโอกาสไปทำงานให้แต่ละคนด้วย ผมก็ไปทำเพลงให้ตั้ม มาทำเพลงให้พี่แก้มแล้วก็เดี๋ยวนัดกับพี่กันละ คิดถึงกันอยู่เสมอก็ยังนัดเจอกันคุยกันเผื่อว่าถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะกลับมาร่วมงานกัน”

เรื่อง: สุภลัคน์ วุฒิกรีธาชัย

อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ “เที่ยวฟิน กินฉ่ำ”

อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"

7 ก.พ. 2568 18:11 น.

อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ “เที่ยวฟิน กินฉ่ำ”

“เที่ยวฟิน กินฉ่ำ” รายการวาไรตี้ที่ตอบโจทย์เรื่องกินและเที่ยวแบบเรียลๆ ไร้กรอบ ไร้ขอบเขต ไปเรื่อยๆ แบบไม่มีสคริปต์ โดยนักรีวิวสายกิน “อปป้า มาวิน” กินอะไรก็ดูน่าอร่อย จนใครๆ ก็ตามไปกินทุกที่ เจ้าของวลี “สามทุ่ม สี่ทุ่ม ห้าทุ่ม.. ลุย!” เดินทางไปกับ “เชฟบุช เบบี๋ของทุกคน” พาเดินสายกินกันฉ่ำๆ กับร้านเด็ด ร้านดัง ร้านลับทั่วไทย อะไรเด็ด อะไรอร่อย ว่ากันไปแบบเรียลๆ พร้อมพาไปเปิดประสบการณ์สถานที่ท่องเที่ยว Unseen ของไทย ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลุยแบบผจญภัย หรือสายชิลแบบสโลว์ไลฟ์ ก็ห้ามพลาด

การเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะพาเที่ยว พากินแล้ว ยังพาทำเมนูเด็ดๆ ด้วยวัตถุดิบหลักของท้องถิ่นนั้นๆ ที่เชฟบุชคิดค้นเมนูเฉพาะสำหรับอปป้า มาวิน ได้ลองชิม และเป็นสูตรที่คุณผู้ชมสามารถนำไปทำทานกันต่อได้ ในบรรยากาศการทำอาหารแบบมันส์ๆ นี่คือการรวมตัวระหว่างคนทำและคนทาน ที่ไม่รู้ว่าใครจะตามใจใคร

อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"

โดยอปป้า มาวิน และเชฟบุช ได้เล่าเบื้องหลังของการทำงานที่สนุกสนานนี้ให้ฟัง บอกว่า

เชฟบุช “โอเค ก็ต้องฝากรายการเราด้วยนะครับ เพราะว่ารายการเราอ่ะ สนุกจริงนะพี่วิน!”

อปป้า มาวิน “สนุกมาก ทุกวันนี้แค่นึกว่ารายการจะออกกองอ่ะ ยังตื่นเต้นเลย ก่อนจะออกกองทุกครั้ง ผมจะนอนไม่ค่อยหลับ เพราะว่าไม่รู้พรุ่งนี้จะไปเจออะไรกันบ้างครับ จะไปตีกับน้องยังไง แล้วร้านที่ไปอ่ะ จะได้กินอะไรแปลกๆ มั้ย พวกผมพูดเลยว่าแต่ละจังหวัดที่ไปเนี่ย อาหารมันไม่ซ้ำ อย่างอ่างทองอะ ผมยังบอกกับคุณตู่เลยว่า มีแพลนอยากจะทำทริปไปเองอีกครั้ง เพราะว่าอาหารดีเลิศมาก!”

เชฟบุช “ต้องขอบคุณทีมงานของเราที่ไปช่วย ต้องขอบคุณพี่ด้วย 9 ร้านเด็ดนะครับ มาให้รายการของเรา เพราะร้านที่ไปเนี่ย บอกเลยไม่ซ้ำ”

มาวิน “ใช่ ร้านไม่ซ้ำจริงๆ บางทีเป็นร้านเล็ก เป็นร้านเพิงด้วยซ้ำ แล้วเราชอบมาก เพราะร้านที่ไปเนี่ย คนที่บอกมาคือคนพื้นถิ่นนั้น แต่ว่าร้านนี้เด็ดจริง เราจะไม่เอาร้านที่แบบว่าร้านรับนักท่องเที่ยว เพราะว่าร้านแบบนั้นอ่ะ ผมรู้สึกว่าเขามีเวย์ของเขาแล้ว แต่เราอยากได้ร้านที่ไปแล้วแบบ คุณลุงคุณป้ายืนผัดอยู่ แล้วพอเราไป เค้าตกใจ ‘เฮ้ย! มาจริงเหรอ’ แล้วแบบเค้าจะเป็นยังไงต่อ ผมบอกว่าตั้งรับให้ทันละกัน เพราะว่าร้านที่ไปเนี่ยมันจะมีกิมมิค”

อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"

เชฟบุช “เทปแรกขอสปอยล์หน่อย คือเทปแรกๆ เนี่ย เราจะไปทางภาคกลางใช่มั้ย ใช่ครับ แต่เทปหลังๆ เนี่ย เราจะไปไกลขึ้นๆ”

มาวิน “ขึ้นเหนือลงใต้ ไปให้สุดครับผม สนุกแน่นอน”

เชฟบุช “นอกจากช่วงพาไปตะลุยกินแล้ว มันจะมีช่วงทำกับข้าวนะครับ ที่ผมเนี่ยจะไปคัดสรรหาวัตถุดิบท้องถิ่น มาทำเมนูกัน แล้วจะได้เห็นเรา 2 คนแอบไฟท์ แอบตีกันด้วย ใช่มั้ย”

มาวิน “ตีจริงนะ เอาจริงนะ ทีมงานรู้พลังนะว่าเวลาตีกันหนัก เค้าขำเลย ผมเอาจริง กระทะผมใส่ไปอะไรควักออกจากกระทะทำเลย เอานี่ ก็จะกินน่ะแบบนี้เลย”

เมื่อถามว่า มีอาหารที่ลองแล้วกินไม่ได้มั้ย อปป้า มาวิน บอกว่า “ไม่มี ไม่มี เพราะว่าเราสืบเสาะมาแล้ว เราประชุมกันเลย อย่างผมบอกเลยว่าอาหารที่ผมกินเนี่ย ผมกินไม่ติดหวาน อันนี้พูดตรงๆ เพราะฉะนั้นทีมงานจะรู้เลยว่าสเปคผมเป็นแบบนี้แบบนี้แบบนี้ ส่วนบุชแบบไหนเราก็จะคุยกันแล้ว เพราะฉะนั้นร้านที่เลือกมามันทำให้เราได้ลิ้มรสอาหารในสไตล์ที่เราชอบ และก็มาทำให้ผมได้เปิดประสาท เปิดปุ๊บต่อมรับรสเพิ่มเหมือนกัน บางเมนูอาหารของคนพื้นเมืองที่นั่นเราไม่เคยกิน ก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมและปรับรสชาติลิ้นเราด้วย”

อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"

เชฟบุช “สนุกมาก แต่ละจังหวัดเนี่ย เค้าก็จะมีวิธีการกินของเค้าเนอะ คือบางทีอาจจะไม่ได้ถูกปากเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราอ่ะ ทำความเข้าใจ แล้วเราก็แบบ ‘อุ๊ย! ชอบ! ชอบในที่เค้าเป็นอย่างงั้นน่ะ'”

มาวิน “ถ้าถามถึงเมนูที่ยังติดใจ ต้องบอกว่าที่นครนายกนะฮะ เทปแรก อาหารของไทยเป็นยังไง เดี๋ยวไปดูเพราะเชฟบุชชอบมาก”

เชฟบุช “อร่อยจริงๆ ยังจำได้อยู่เลย”

มาวิน “รสแคปหมูเคี้ยวที่ดังแค่บๆ ถ้าโดนเหงือกนี่บาดได้นะฮะ”

เชฟบุช “โอ๊ย โดนบาด ซอสชมพู นั่นน่ะ ซอสเต้าเจี้ยว”

มาวิน “โอ้ย อร่อย! เป็นอาหารถิ่นที่มีประวัติเลยว่ามีมาตั้ง 56 ปีก่อน เรามีสอดแทรกเรื่องราวเหล่านี้เข้าไปด้วย”

มาวิน “ฝากติดตามรายการ เที่ยวฟิน กินฉ่ำ เทปแรกวันเสาร์นี้นะครับ เวลา 15.30 น. เปิดไทยรัฐทีวี 32 บอกเลยว่าเด็ดแน่นอนครับ”

บอกเลยทั้งหมดนี้จะทำให้คุณตกหลุมรักเมืองไทยและอาหารไทยมากกว่าเดิม กับรายการ “เที่ยวฟิน กินฉ่ำ” รายการวาไรตี้ของ 2 นักรีวิวแบบไร้กรอบ ที่ตอบโจทย์เรื่องกินและเที่ยวทั่วไทย สองหนุ่มนักรีวิวจะมากระตุ้นความหิวให้กับคุณก่อนมื้อเย็น ทุกวันเสาร์ 15.15 – 16.00 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เริ่มเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 จ้า

อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"
อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"
อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"
อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"
อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"
อปป้ามาวิน-เชฟบุช พร้อมพาตะลุยร้านเด็ดกินแบบเรียลๆ ในรายการ "เที่ยวฟิน กินฉ่ำ"