เปิดภาพอังกอร์โชว์ของพี่ ‘TAEYANG’ ก่อนชวนยอรอบุนมาเจอกันเสาร์นี้

เปิดภาพอังกอร์โชว์ของพี่ ‘TAEYANG’ ก่อนชวนยอรอบุนมาเจอกันเสาร์นี้

4 ก.พ. 2568 19:44 น.

เปิดภาพอังกอร์โชว์ของพี่ ‘TAEYANG’ ก่อนชวนยอรอบุนมาเจอกันเสาร์นี้

นับถอยหลังเพียงไม่กี่วัน แฟน ๆ ชาวไทยก็จะได้พบกับศิลปินเคป๊อปขวัญใจไอดอล “TAEYANG” (แทยัง) กับคอนเสิร์ตเดี่ยว “TAEYANG 2025 TOUR [THE LIGHT YEAR] IN BANGKOK” (แทยัง 2025 ทัวร์ เดอะ ไลท์ เยียร์ อิน แบงค็อก) กันแล้ว งานนี้ขอเปิดภาพเรียกน้ำย่อยจากอังกอร์คอนเสิร์ตเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อุ่นเครื่องก่อนมาเจอกันวันเสาร์นี้ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

เปิดภาพอังกอร์โชว์ของพี่ ‘TAEYANG’ ก่อนชวนยอรอบุนมาเจอกันเสาร์นี้

นอกจากพี่แทยังจะขนความปังมาทั้งไลน์ร้องสุดซึ้ง และไลน์เต้นสุดเร้าใจแล้ว ในคลิป Q&A ล่าสุดที่แทยังส่งให้แฟน ๆ ชาวไทยนั้น ยังมีการบอกใบ้ว่าเขาจะร้องเพลงไทยสักเพลงพร้อมบอกให้แฟน ๆ ชาวไทยช่วยกันเลือก งานนี้ก็มาลุ้นกันว่าเราจะได้ฟังเพลงไหนให้หูเคลือบทองระหว่างเพลิดเพลินกับคอนเสิร์ตหรือเปล่า!

เปิดภาพอังกอร์โชว์ของพี่ ‘TAEYANG’ ก่อนชวนยอรอบุนมาเจอกันเสาร์นี้

TAEYANG เมนโวคอลประจำ “BIGBANG” (บิ๊กแบง) ศิลปินเกาหลีเจ้าของฉายา “King of K-Pop” ผู้จุดกระแสให้เพลง K-Pop ได้รับความนิยมระดับโลก ได้รับรางวัลด้านผลงานเพลงกว่า 100 รางวัล และเป็นหนึ่งในศิลปินที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาล เขากลับมาพร้อมผลงานเพลงใหม่ในรอบ 6 ปี ด้วยซิงเกิ้ล “VIBE” (ไวบ์) ที่ได้ Jimin (จีมิน) จาก BTS (บีทีเอส) มาร่วมร้องด้วย

เปิดภาพอังกอร์โชว์ของพี่ ‘TAEYANG’ ก่อนชวนยอรอบุนมาเจอกันเสาร์นี้

โดยเพลงนี้เป็นผลงานเพลงแรกของ TAEYANG ที่ติดชาร์ต Billboard Hot 100 ในอันดับ 76 และ Billboard Global Chart อันดับ 9 ความสามารถของ TAEYANG ไม่เพียงแต่เป็นที่ยอมรับในหมู่แฟนเพลง แต่นักวิจารณ์เพลงหลาย ๆ สำนักต่างยกย่องให้เขาเป็นศิลปิน All Rounder (คนที่มีความสามารถรอบด้าน) โดย The New York Times เคยกล่าวว่า TAEYANG เป็นสมาชิกที่โดดเด่นที่สุดของ BIGBANG “TAEYANG กินเวทีด้วยการแสดงแบบทุ่มสุดพลังของเขา” เช่นเดียวกับที่ The Straits Times ยกย่องให้ TAEYANG เป็น ‘Dancing King ของวงการ K-POP’

แฟน ๆ ห้ามพลาดกับคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 7 ปีของ TAEYANG “TAEYANG 2025 TOUR [THE LIGHT YEAR] IN BANGKOK” บัตรราคาเริ่มต้น 2,800 บาท ซื้อบัตรด่วนทางเว็บไซต์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

4 ก.พ. 2568 18:47 น.

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

นักแสดงสาวสวยที่มาแรงในตอนนี้ ลีน่า ลลินา วันนี้จะมาเปิดใจเรื่องราวชีวิตตลอด 10 ปี ที่อยู่ในวงการบันเทิง จากเด็กสาวเมืองเชียงใหม่ เข้ามาแคสต์งานในกรุงเทพฯ เคยท้อ อยากยอมแพ้ จนวันนี้กลายมาเป็นนักแสดงสาวสวยมากความสามารถที่กำลังมาแรงสุดๆ พร้อมเล่าความฝันเจ้าที่ที่บ้านสั่งให้ไล่แม่บ้านออก รวมถึงเรื่องหัวใจที่เธอยอมรับแบบตรงๆ ว่า เคยมีผู้หญิงมาจีบ ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ Show” ทางช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ เอส กันตพงศ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

จุดเริ่มต้นของการเข้าวงการบันเทิงคืออะไร?

ลีน่า : ย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ตอนหนูอยู่ประมาณ ม.2 เกรด 8 เดินอยู่ที่โรงเรียนที่เชียงใหม่ หนูเป็นเด็กเชียงใหม่ เกิดและโตที่เชียงใหม่ แล้วก็มีแมวมองไปเจอเราที่เชียงใหม่ เขาก็เดินเข้ามาถามว่าสนใจไปแคสงานการแสดง งานละครไหม 

เป็นแมวมองชื่อดังไหม?

ลีน่า : ไม่แน่ใจ ตอนนั้นหนูไม่รู้จักเขา

ตอนนั้นกลัวไหมว่าจะมาหลอกหรือเปล่า?

ลีน่า : ไม่กลัวนะคะ รู้สึกว่าน่าสนใจดี หนูเป็นเด็กที่ว่าถ้าโอกาสไหนเข้ามาหนูไม่ค่อยปฏิเสธ ก็คิดว่าน่าสนใจ น่าลองจังเลย

แล้วมีความคิดที่อยากจะเข้าวงการอยู่แล้วไหม?

ลีน่า : ไม่เคยเลยค่ะ ไม่เคยมีความคิดว่าตัวเองอยากเป็นดารา คิดว่าตัวเองไม่สวยด้วยซ้ำ แต่จำได้ว่าเวลาไปเดินตลาด แม่ค้าชอบบอกว่าไปประกวดนางงามสิ หน้าได้ แต่หนูไม่เคยคิดว่าตัวเองสวยจะเป็นดาราได้

น้องบอกไม่มีความคิดอยากจะเข้าวงการ แบบนี้ตัดสินใจนานไหมกว่าจะมาแคสต์งาน?

ลีน่า  : หนูก็ลองดู เพราะว่าโอกาสเข้ามาแล้ว ก็บินมากรุงเทพกับคุณแม่ แล้วก็ได้มาแคสต์จริงๆ รู้สึกว่าท้าทายดี แล้วปรากฏว่าแคสต์ได้ด้วย ก็เลยเฮ้ย…หรือว่าเราจะมาทางนี้เลยดีไหม

งานชิ้นแรกที่แคสต์คืออะไร?

ลีน่า : เป็นงานละคร และเป็นละครที่หนูเคยดูตั้งแต่เด็กๆ ด้วย แล้วเล่นเป็นบทนางเอก

พอแคสต์แล้วได้เลยเป็นยังไงบ้าง?

ลีน่า : ก็ตื่นเต้นนะคะ เราไม่คิดว่าจะทำมันได้ เราแค่รู้สึกว่ามีโอกาสเข้ามาก็ลองดู

ตอนนั้นเห็นว่าแคสต์ได้ทั้ง 2 ที่ 2 ช่อง?

ลีน่า : ใช่ค่ะ แต่ก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้ว ว่าเราจะต้องอยู่ที่นี่อะไรทำนองนั้น ก็เลยเลือกที่นั่น

พอได้งานแล้วจากเชียงใหม่มากรุงเทพ ทำยังไงย้ายบ้านเลยไหม?

ลีน่า : คือครอบครัวหนูมี 4 คน แล้วก่อนที่จะมีแมวมองมาจะย้ายไปต่างประเทศทั้งครอบครัวแล้ว เพราะเหมือนพี่สาวต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็เลยมีแพลนว่าจะย้ายไปทั้งครอบครัวเลย ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่นเลย แต่ว่ามีโอกาสนี้เข้ามาก็เลยย้ายมากับคุณแม่ 2 คนที่กรุงเทพฯ ส่วนพี่สาวก็ไปเรียนต่อที่แคนาดา ก็เหมือนแยกทางกันประมาณนึง

พอเราเลือกวงการบันเทิงย้ายมาเลยไหม?

ลีน่า : ย้ายมาเลยค่ะ พอเราเซ็นสัญญาปุ๊บ เราก็ย้ายมาเลย แล้วก็มาหาโรงเรียนที่นี่

การปรับตัวเป็นยังไงบ้าง?

ลีน่า : หนูรู้สึกว่าพอเรามาตั้งแต่ยังเด็ก การปรับตัวมันไม่ยากมาก เพราะว่าเรายังพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา อาจจะมีแค่ว่า จากเมืองเล็กๆ ที่เราไม่ต้องระแวงอะไร แล้วเรารู้ทุกซอกทุกมุมของจังหวัดเชียงใหม่ พอมากรุงเทพฯ มันเหมือนเป็นที่แปลกใหม่สำหรับเรา เราไม่ได้รู้ถนนนี้ สถานที่นี้ หรือความอันตรายของเมืองใหญ่ คุณแม่ก็ค่อนข้างเป็นห่วง จะอยู่อยู่กับเราตลอดเวลา

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

แล้วเรื่องเพื่อนพอย้ายมาแล้วคิดถึงไหม?

ลีน่า : มีค่ะ ตอนหนูย้ายมาแล้ว หนูก็มีบินกลับเชียงใหม่บ่อยๆ ไปเจอเพื่อน เจอคุณพ่อ เจอครอบครัวปกติอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้รู้สึกว่ายากที่เราตัดสินใจมา

เป็นยังไงบ้างทีนี้ทั้งเรียนและทำงานไปด้วย?

ลีน่า : ตอนนั้นมากรุงเทพฯ ก็คือขึ้น ม.3 แล้วเป็นช่วงที่เรามูฟไปไฮสคูล แล้วตอนนั้นถ่ายละคร 2 เรื่อง คือ 7 วันการละคร ก็เลยรู้สึกว่า เอ๊ะ… หรือว่าเราจะเปลี่ยนเป้าหมาย แบบโฟกัสที่การเข้ามหาวิทยาลัยเลย หมายความว่าออกจากโรงเรียนแล้วมาสอบเทียบ และหลังจากนั้นก็ติวเพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเลยดีกว่าไหม ก็เลยเป็นการตัดสินใจ เรียนจบ ม.3 ก็ออกจากโรงเรียน แล้วก็มาสอบเทียบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ตอนนั้นมีเป้าหมายว่าต้องเข้าจุฬาฯ ให้ได้ ตอนนั้นบอกแม่เลยถ้าหนูสอบไม่ติดจุฬาฯ หนูจะไม่เรียนหนังสือเลย

สรุปได้เข้าจุฬาสำเร็จไหม?

ลีน่า : ได้เข้าค่ะ เรียนจบแล้วค่ะ แต่เราก็เสียดายที่ไม่ได้มีชีวิตในไฮสคูลนะคะ แต่เหมือนชีวิตเรามาทางนี้แล้ว ก็เต็มที่กับมัน

มันยากไหมกับการที่เราถ่ายละคร 2 เรื่อง แล้วเตรียมตัวสอบเทียบเข้านิเทศ จุฬาฯ?

ลีน่า : หนูรู้สึกว่ามีพี่ดาราที่เป็นนางเอกดังเขาทำได้ เรารู้สึกว่าขนาดเราไม่ได้ดังเท่าเขา เราก็ต้องทำได้สิ หนูว่ามันไม่มีอะไรที่ยากเกิน ถ้าเรามีความพยายามมากเพียงพอ เลยรู้สึกว่ายังไงเราก็ต้องทำให้ได้ คิดแค่นั้นเลย

ตอนที่เข้าเรียนปี 1 อายุเท่าไหร่?

ลีน่า : อายุ 18 ตามเกณฑ์เลย คือหนูมีความฝันว่าอยากเป็นดรัมเมเยอร์ของจุฬา แล้วพี่ภัทร ฉัตรบริรักษ์ หนูเคยเล่นละครกับเขา เขาบอกว่าลีน่าสอบเข้าจุฬาฯ ให้ได้นะ แล้วเป็นจุฬาคฑากรให้ได้ พอเข้าปี 1 ก็สมัครเลยแล้วกัน แล้วก็ได้ตามที่หวังไว้

ทำหลายอย่างแบบนี้แบ่งเวลายังไง?

ลีน่า : คือเราต้องจัดการเวลาเก่งมากเลย เพราะว่าเราเรียน 8 โมง-4 โมง แล้วเราต้องซ้อม 5 โมงเย็นเป๊ะ จนถึงประมาณเที่ยงคืนทุกวัน เป็นเวลา 4 เดือน เพราะเราทำกันเป็นหมู่คณะ 8 คน แล้วทุกอย่างต้องพร้อมเพรียงกันมากๆ เพราะฉะนั้นเราต้องใช้เวลาทำให้ทุกอย่างมันพร้อมกัน

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

ทราบมาว่าซ้อมหนักจนน้องท้อ?

ลีน่า : ใช่ค่ะ คือหนูไม่เคยซ้อมอะไรหนักขนาดนี้ งานละครก็ไม่หนักเท่านี้ แต่ว่ามันเป็นการฝึกอีกมุมนึงในชีวิตเรา

ได้อะไรจากการที่ซ้อมหนักจนท้อ แล้วนำไปปรับใช้ในชีวิตตัวเอง?

ลีน่า : เราได้เพื่อนที่เป็นมิตรภาพที่ดีมากๆ ที่ทุกวันนี้ก็ยังคบกัน รักกันมากๆ เพราะว่าพวกเราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก ก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การควงคฑาเฉยๆ แต่มันเป็นความรู้สึกทางใจ และความสัมพันธ์ที่เราได้จากคนรอบข้างในกลุ่มเพื่อนเราด้วย

ตอนนี้เท่ากับเราอยู่ในวงการบันเทิงมากี่ปีแล้ว?

ลีน่า : 10 ปีค่ะ เพราะตอนนี้หนูอายุ 25 

ตลอดเวลา 10 ปี มีบทบาทอะไรที่ผู้ใหญ่เสนอมาเราก็ไม่เคยปฏิเสธเลย?

ลีน่า : ใช่ค่ะ อย่างที่บอกหนูรู้สึกว่าไม่ว่าโอกาสไหนที่เข้ามามันมีผลกับชีวิตเราเสมอ ไม่ว่าโอกาสจะเล็กจะใหญ่ มันก็ทำให้เราได้พัฒนาอะไรสักอย่างในตัวเอง ก็เลยไม่เคยปฏิเสธสักบท

แล้วในเรื่องของความรู้สึก มีในแง่บวก หรือแง่ลบอะไรไหมในวงการบันเทิง?

ลีน่า : อาจจะมีบ้างที่เรารู้สึกว่า หรือตรงนี้อาจจะไม่ใช่ที่ของเรา หรือว่าเราจะไม่เหมาะกับวงการบันเทิง

อะไรที่ทำให้คิดแบบนั้น?

ลีน่า : อาจจะด้วยระยะเวลาด้วย

ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตอนที่เราทำงานในวงการมากี่ปี?

ลีน่า  : ก็หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยหรือช่วงมหาวิทยาลัยหนูรู้สึกว่าทำไปเรื่อยๆ เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่เราต้องโฟกัสจุดใดจุดนึง แต่พอเรียนจบก็มานั่งคิดทบทวนกับตัวเอง หรือว่าเราจะไปเวย์อื่นดี เพราะว่าตอนที่เรียนก็มีอะไรหลายอย่างเข้ามาในหัว แล้วรู้สึกว่าเราสนใจ เช่น การทำธุรกิจ หรือการไปเรียนต่อต่างประเทศ

แล้วเราผ่านโมเมนต์นั้นมายังไง?

ลีน่า : หนูรู้สึกว่าทุกคนน่าจะมีเวลาเป็นของตัวเอง หนูคิดไว้เสมอว่ามันยังถึงเวลาของเรา ก็มีความเชื่อเสมอว่าสักวันต้องเป็นวันของเราสิ แต่มันก็มีท้ออยู่เรื่อยๆ หรือว่าเราไม่เหมาะกับตรงนี้ หรือว่าหน้าเราไม่ขึ้นกล้อง

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

ทุกวันนี้ความท้อนั้นยังอยู่หรือเปล่า?

ลีน่า : ก็ไม่แล้วค่ะ ก็อาจจะด้วยงานที่เข้ามาเรื่อยๆ ก็คิดว่าลองฮึบสู้อีกรอบหนึ่ง อาจถึงเวลาของเราแล้วหรือเปล่า

คุณแม่ให้กำลังใจยังไงบ้าง?

ลีน่า : คุณแม่ให้เราตัดสินใจเอง ถ้าอยากอยู่ก็อยู่ แต่ถ้าอยากทำอย่างอื่นก็ลองหาวิธีดู เขาไม่ได้บังคับว่าจะต้องอยู่นะ หรือจะต้องไปนะ เขาให้อิสระในความคิดเรา

การเป็นดาว TikTok เพื่อไปสานต่อวงการนี้หรือเปล่า?

ลีน่า : จริงๆ การเล่น TikTok ของหนูไม่ได้มีโกลอะไรเลย แค่ตอนนั้นเป็นช่วงโควิด ปี 2020 รู้สึกเบื่อๆ ลองเต้น TikTok แล้วหนูเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เล่น แล้วมันมีคลิปนึงที่คนดูเกือบ 10 ล้าน กลายเป็นทุกคนเรียกหนูว่า ดาว TikTok ตั้งแต่ตอนนั้นเลย ซึ่งหนูก็เต้นแบบสไตล์หนู ไม่ใช่นักเต้นอะไรขนาดนั้น

ตอนนี้ TikTok มีคนติดตามเท่าไหร่?

ลีน่า : 1.7 ล้าน

เป็นเพราะ TikTok หรือเปล่าที่ทำให้มีงานต่างๆ ติดต่อเข้ามา?

ลีนา : ใช่ค่ะ อย่างช่วงโควิด เป็นช่วงที่หลายคนพบเจอปัญหา แต่หนูสวนทาง เพราะงานรีวิวเข้ามาเยอะมาก ช่วงนั้นก็เลยได้ทำงานอยู่ที่บ้าน

พอกลับมาถ่ายละครยังเล่น TikTok อยู่ไหม?

ลีน่า : ยังเล่นอยู่เรื่อยๆ ค่ะ มันเป็นที่ที่เรารู้สึกว่าแสดงความเป็นตัวเองออกมาได้ ในละครเราก็ต้องเป็นตัวละคร แต่อันนี้มันเป็นการโชว์ไลฟ์สไตล์ของเรา โชว์ความเป็นตัวตนของเรา

ตอนนี้เทรนด์ของ TikTok  ปี 2025 ไปในทางไหน?

ลีน่า : ก็จะเป็นเพลง แล้วแต่ช่วงว่าเพลงไหนมาก็เต้นเพลงนั้น

ตอนนี้ละครก็เยอะ โฆษณาก็เยอะ รีวิวก็เยอะ แล้วเป็นดาว TikTok ด้วย แพลนในวงการวางไว้ยังไงบ้าง?

ลีน่า : หนูว่าวงการบันเทิงเป็นอะไรที่เราแพลนค่อนข้างยาก ด้วยปัจจัยภายนอกมันมีผลกับเราเยอะมาก เราก็ดูทิศทางก่อนว่าปีนี้และปีหน้าเป็นยังไง หนูว่าทำหน้าที่ ณ วันนี้ให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งปีนี้ก็มีละครออนแอร์อยู่ เรื่อง “แม่เลี้ยง” ปลายปีจะมีซีรีส์ยูริ 

น้องอยู่วงการบันเทิงมานานแล้ว มีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับวงการบันเทิงบ้าง?

ลีน่า : หนูรู้สึกว่ามันเป็นวงการที่น่าสนใจนะคะ เราได้เจอคนเยอะมาก หนูเข้ามาตั้งแต่เด็ก เจอคนเยอะและเจอหลายแบบมากๆ มันทำให้เราได้เรียนรู้คนตั้งแต่วัยเด็กเลย อันนี้คือข้อดีที่หนูสัมผัสได้ ส่วนในการเป็นนักแสดง หนูรู้สึกว่าเราต้องทำการบ้านยังไง ให้เราเป็นมนุษย์อีกคนนึงได้ อันนี้เป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ เวลาที่เราได้เข้าซีนแล้วตัวละครอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งโมเมนต์นี้มันไม่ได้เกิดขึ้นทุกซีนด้วย มันอาจจะมาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่พอมันเกิดขึ้นทำให้เรารู้สึกว่าแบบเฮ้ย… กลับบ้านแล้วมีความสุข แล้ววันนั้นก็จะกลายเป็นวันที่ดีมากๆ เลย แต่วันที่ผิดหวังในตัวเองมันก็เกิดขึ้นบ่อยมากด้วยในช่วงแรกๆ 

ไอดอลในการแสดงคือใคร?

ลีน่า : หนูเคยร่วมงานกับพี่ณิชา รู้สึกว่าพี่เขาเป็นนักแสดงที่เก่งมาก แล้วเราสนิทกัน เวลาหนูมีเรื่องที่จะปรึกษาในเรื่องของการแสดง ก็จะยกหูหาเขาเลย ก็เลยเห็นพี่เขาเป็นไอดอล แล้วเขามีแพชชันกับสิ่งนี้มากๆ มันทำให้เรามีแพชชันไปด้วย

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

ตอนนี้อายุ 25 เราเป็นลูกครึ่ง มีความเชื่อเรื่องเบญจเพสไหม?

ลีน่า : มีค่ะ เพราะกลุ่มเพื่อนก็คุยกัน ปีนี้พวกเรา 25 แล้วนะ ระวังตัวด้วย แต่หนูรู้สึกว่าน่าจะเป็นเบญจเพสที่ดีสำหรับหนู

หมอดูทักว่าปีนี้ดวงพุ่งมาก?

ลีน่า : ใช่ค่ะ ทักตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่าปีนี้เราจะดวงดีมาก ดวงการงานจะดีมากๆ 

แล้วเรื่องดวงความรักล่ะ?

ลีน่า : อันนี้หมอดูไม่ได้พูดถึง หนูก็เลยบอกว่างั้นหนูเอางานก่อนก็ได้ค่ะ พอหมอดูไม่พูดเลย เราก็ไม่ถามแล้วกัน

รู้สึกว่าเหมือนมีเจ้าที่เจ้าทางเข้าฝัน?

ลีน่า : ใช่ค่ะ ตอนนั้นย้อนไปประมาณหนู ป.3 เด็กมาก ฝันว่ามีเจ้าที่ที่บ้านเป็นคุณยายคนแก่ เขาใส่ชุดไทย มาบอกกับหนูในฝัน เขาชี้ไปที่แม่บ้าน ตอนนั้นหนูมีแม่บ้านคนนึงที่หนูรักมาก แล้วเขาก็ดูแลหนูดีมาก แล้วเหมือนเจ้าที่คนนั้นชี้ไปที่แม่บ้านแล้วบอกว่าให้เอาผู้หญิงคนนี้ออกไป เขาพูดประมาณ 3 ครั้ง ดุมาก เหมือนตั้งใจมาบอกอะไรเราสักอย่าง หลังจากนั้นเราก็ตื่นขึ้นมาร้องไห้ เพราะหนูเป็นคนไม่มีเซ้นส์และไม่เคยเกิดเรื่องราวแบบนี้ในชีวิต ก็เลยไปบอกคุณแม่ว่าฝันแบบนี้

คุณแม่เหมือนเป็นคนมีเซ้นส์ แล้วเขาเหมือนรู้ประมาณนึงว่าจะมีอะไรสักอย่าง เหมือนบ้านหลังนี้มีเจ้าที่คอยปกปักรักษาอยู่ แต่คุณแม่ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก เพราะเขาก็ดูแลบ้าน แต่หลังจากนั้นประมาณ 3 อาทิตย์ แม่บ้านคนนั้นมาบอกกับคุณแม่ว่าตั้งท้อง แล้วเขาไปเอาเด็กออก คุณแม่ก็เลยแบบเหมือนคุ้นๆ เหมือนมันไปลิงก์กับฝันที่เราฝัน เหมือนเขาไปทำอะไรไม่ดีมา แล้วเจ้าที่มาเตือน ว่าให้เอาแม่บ้านคนนี้ออกไป เพราะเขาไปทำอะไรไม่ดีมา

มีสถานที่ไหนที่คุณแม่ไปแล้วเกิดเหตุการณ์ขึ้นไหม?

ลีน่า : เคยมีครั้งนึงไปถ่ายละครด้วยกัน เหมือนที่ถ่ายละครเขาจะมีตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระ ก็เลยพากันขึ้นไปไหว้ จะได้รู้สึกดี แต่ว่าไปสักแป๊บ คุณแม่ก็เหมือนเกิดอาการสั่น แล้วก็น้ำตาไหลไม่หยุดเลย หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน ก็เลยลงไปตามทีมงานกองถ่าย บอกพี่มาช่วยหน่อย หนูไม่รู้จะหยุดได้ยังไง เขาก็ค่อยๆ ให้คุณแม่หายใจ ให้มีสติ ณ ปัจจุบัน ก็เลยดีขึ้น

ลีน่า ลลินา เปิดเส้นทางวงการ 10 ปี รับเคยมีผู้หญิงจีบ ไม่ปิดกั้นเรื่องเพศ

สวยแบบนี้สถานะเป็นยังไง?

ลีน่า : โสดสนิทเลยค่ะ

หรือเราไม่พร้อมเปิดใจหรือยังไง?

ลีน่า : ก็มีบ้าง

หรือว่าอาจจะยังไม่เจอคนที่ใช่?

ลีน่า : อาจจะด้วย เรารู้สึกว่าพอเราทำงานเยอะ เวลามันไปทุ่มกับการงานเยอะ ก็เลยรู้สึกว่าการที่เราจะต้องมานั่งศึกษาใครสักคน ณ เวลานี้ อาจจะไม่ใช่เงลาที่ถูกต้อง ก็เลยรู้สึกว่างั้นพักไว้ก่อน

มีคนเข้ามาจีบบ้าง  มีสุภาพสตรีด้วยที่เข้ามาจีบ?

ลีน่า : ใช่ค่ะ เคยมีผู้หญิงมาจีบหนู แต่ ณ เวลานั้นหนูมีแฟนแล้ว ซึ่งคนนี้เป็นผู้หญิงที่สวยมาก เซ็กซี่ เลย มาจีบ เขาอยากคุยด้วย ชอบเรา อยากศึกษาเรา หนูไม่เคยคิดว่าจะมีผู้หญิงมาจีบหนู ตอนนั้นก็ตกใจนะ มันแอบเขิน หรือว่าเรามีอะไรดึงดูดผู้หญิงด้วยกันเหรอ ก็แอบสงสัยแล้วก็เขิน แต่ด้วยความที่ตอนนั้นเรามีแฟนแล้ว ก็เลยไม่ได้คุยกัน

แล้วถ้าสมมติตอนนั้นไม่มีแฟน?

ลีน่า  : ก็อาจจะลองคุยนะคะ เพราะความจริงเขาก็ตรงสเปกอยู่ คือหนูชอบมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่

เป็นคนในวงการบันเทิงเหมือนกันไหม?

ลีน่า : ไม่ใช่ค่ะ เป็นคนนอกวงการ

แบบนี้ปิดกั้นเรื่องเพศไหม?

ลีน่า : ไม่ปิดกั้นค่ะ จากเหตุการณ์ครั้งนั้น มันทำให้เรารู้เลยว่าเราก็อยากคุยกับเพศเดียวกันเหมือนกัน เพราะเราก็มองเขาสวย มีเสน่ห์มากๆ ก็เลยรู้สึกว่า ถ้า ณ เวลานั้นเราไม่มีแฟน เราก็คงคุยกับเขาแหละ 

ทำไมถึงชอบผู้หญิงสวย?

ลีน่า : ก็ชอบมองผู้หญิงสวยอ่ะ ไม่รู้เหมือนกันบอกไม่ถูก แต่หนูชอบมอง

ระหว่างผู้หญิงสวยกับผู้ชายหล่อชอบมองอะไรมากกว่ากัน?

ลีน่า : ผู้หญิงสวยค่ะ

สมมติมีผู้ชายเข้ามา สเปกที่ชอบเป็นแบบไหน?

ลีน่า : หนูไม่ค่อยดูรูปลักษณ์ภายนอก หนูค่อนข้างดูบุคลิกเป็นหลัก เวลาเราเจอกันเฟิร์สอิมเพรสชั่นครั้งแรกสำคัญกับหนูมาก แต่ถ้าทัก DM มาจีบ หนูจะไม่เลย เพราะหนูจะตัดสินในครั้งแรกว่าจะสปาร์กหรือเปล่า

แล้วผู้หญิง นอกจากความสวย ความเซ็กซี่?

ลีน่า : ก็อาจจะต้องเข้าใจเรา หนูรู้สึกว่าความรักคือการเสียสละ ไม่ว่าจะเพศหญิงหรือเพศชาย มันคือการเสียสละจริงๆ เวลาที่คบกันเป็นแฟน เสียสละความเป็นส่วนตัว หรือว่าความคิดบางอย่างที่เราอาจจะยึดติดกับมันมาก เราอาจจะลองเปลี่ยนเพื่อเขาบ้างสักนิดนึง

ช่วงนี้อยากจะให้น้ำหนักไปเรื่องความรักหรืองานมากกว่า?

ลีน่า : งานแน่นอนเลยค่ะ ถามว่าใช้เวลานานไหม คือไม่แน่ใจ อาจจะเพราะคนที่เข้ามาเรายังไม่เจอคนที่ถูกใจด้วย ก็เลยอาจจะยังไม่ได้สานสัมพันธ์กับใคร

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แจง เมียแจ๊ส ชวนชื่น ไปทำบุญที่ จ.เชียงใหม่ จุดธูปให้เลข 3 ตัวแบบชัดๆ

แจง เมียแจ๊ส ชวนชื่น ไปทำบุญที่ จ.เชียงใหม่ จุดธูปให้เลข 3 ตัวแบบชัดๆ

4 ก.พ. 2568 17:58 น.

แจง เมียแจ๊ส ชวนชื่น ไปทำบุญที่ จ.เชียงใหม่ จุดธูปให้เลข 3 ตัวแบบชัดๆ

สายบุญสายมูอีกคนสำหรับ แจง ปุณณาสา ภรรยาสุดรักของของนักแสดงตลกหนุ่ม แจ๊ส ชวนชื่น ถ้ามีโอกาสมีวันว่างเมื่อไรก็จะเดินทางไปทำบุญอยู่เสมอ

แจง เมียแจ๊ส ชวนชื่น ไปทำบุญที่ จ.เชียงใหม่ จุดธูปให้เลข 3 ตัวแบบชัดๆ

อย่างล่าสุด แจง ปุณณาสา เดินทางไปทำบุญที่วัดห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งโพสต์ภาพบรรยากาศตอนไปทำบุญให้แฟนๆ ได้ชมกัน และเขียนแคปชั่นสั้นๆ ว่า “สวยเหลือเกิน”

แต่งานนี้นอกจากแฟนๆ จะอิ่มบุญอิ่มใจพร้อมทั้งอนุโมทนาสาธุไปด้วยแล้ว พอเปิดดูไปถึงภาพเกือบท้ายๆ ก็เห็นภาพเลขธูปมงคลที่เจ้าตัวจุดไว้ ซึ่งเห็น 3 ตัวแบบชัดเจน ก็คือเลข 5 7 2 นั่นเอง แต่จะเป็นเลขที่ออกหรือเปล่า รอลุ้นกันในการประกาศสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ก.พ. 2568 นะจ๊ะ

แจง เมียแจ๊ส ชวนชื่น ไปทำบุญที่ จ.เชียงใหม่ จุดธูปให้เลข 3 ตัวแบบชัดๆ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน

ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน

4 ก.พ. 2568 17:44 น.

ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน

หลังจากที่ มดดำ คชาภา ได้ออกมาพูดถึงกรณีที่ดาราสาวคนหนึ่งยืมของ 62 ล้านบาทกับเพื่อนสนิทของมดดำ ซึ่งมีทั้งสร้อยโลตัสมูลค่า 20 กว่าล้าน รวมถึงของแบรนด์เนมอื่นๆ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่คืน ซึ่งเพื่อนสนิทมดดำคนนี้รวยมาก ส่วนดาราที่ยืมของก็เป็นคนที่มดดำสนิทเช่นกัน ทำเอาเจ้าตัวลำบากใจ

และ มดดำ ได้พูดผ่านรายการ ข่าวใส่ไข่ ทางช่องไทยรัฐทีวี บอกว่า สิ่งของที่เพื่อนถูกยืมไปนั้นมี สร้อย Lotus Arts de Vivre ราคา 22 ล้าน นาฬิกาเรือนละ 10 กว่าล้าน กระเป๋าแอร์เมสที่เป็นคอนโดๆ ก็ใบละ 10 ล้าน แล้วก็สร้อยงู Bvlgari รวมเบ็ดเสร็จกว่า 62 ล้าน นอกจากนี้ มดดำ ยังบอกว่า เพื่อนสาวคนนี้ โสด สวยและรวยมาก และยังเป็นผู้จัดงาน Rolling Loud อีกด้วย

ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน

หลังจากที่ มดดำ ได้ออกมาพูดถึงเพื่อนสาวที่ถูกดารายืมของ ทำให้หลายคนพุ่งเป้าไปที่ เมย์ ดร.วาสนา อินทะแสง หรือ มาดามเมนี่ CEO สาวสวยสุดแกร่ง นักปั้นมือทองแห่งวงการธุรกิจความงามและอาหารเสริม

เธอเป็น CEO สาวมากฝีมือแห่ง REVOMED Group และ Group CEO ของ BENOVA Global ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ดังมากมาย ทั้งยังเป็นนักปั้นมือทองที่ผลักดันเหล่าเซเลบ ดารา และคนดัง ให้มีธุรกิจเป็นของตัวเองจนสร้างยอดขายถล่มทลายมาแล้วนับไม่ถ้วน

มาดามเมนี่ เคยโด่งดังในโลกออนไลน์กับการโพสต์ภาพคู่กับกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู หลายใบราวกับอยู่ในช้อปจนสร้างความฮือฮามาแล้ว จากภาพเบื้องหน้าที่หลายคนต่างมองเห็นความสำเร็จของเธอ แต่เบื้องหลังของ มาดามเมนี่ นั้นไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เธอเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับ Hello Thailand เมื่อปี 2565 ไว้ว่า

ชีวิตของเธอเริ่มต้นจากศูนย์ ด้วยพื้นเพเป็นลูกชาวนา มีฐานะยากจน เรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพราะทางบ้านไม่มีเงินส่งเรียนต่อ สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เริ่มต้นจากการเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารตามสั่ง จนได้โอกาสไปทำงานที่ร้านอาหารย่านหลังสวน ก่อนยกจานไปเสิร์ฟ ถ้าเห็นขอบจานเลอะ ก็จะเปลี่ยนจานทันที เวลาล้างจาน ก็ล้างเต็มที่ เวลาเสิร์ฟก็เสิร์ฟเต็มที่

ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน

ภายหลังทำงานเก็บเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ งานแรกหลังเรียนจบคือ เป็นเซลล์ขายประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมโครงการหมู่บ้านต่างๆ แม้ไม่มีความรู้ แต่มีทักษะในการขาย แต่ก็ทำให้ยอดขายโดดเด่น

ต่อมาเหมือนฟ้าเปิด ได้มีบริษัทยา Pacific Health Care เรียกไปสัมภาษณ์งาน เป็นคนแรกที่จบราชภัฏฯ และไม่ได้เรียนเภสัชฯ แต่บริษัทอยากให้ไปบุกเบิกตลาดยาในอีสาน ซึ่งทำให้พลิกชีวิต ทำยอดขายอันดับหนึ่ง

กระทั่งได้ลาออกมาตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง ให้บริการด้านผลิตสินค้าความงามและอาหารเสริมครบวงจร แม้จะมีเงินติดตัวไม่ถึงหนึ่งล้าน แต่ก็ไม่คิดหันหลังกลับ ในช่วง 3 ปีแรก มาดามเมนี่ต้องเผชิญกับภาวะหนี้สิน 30 ล้านบาท จากการสร้างโรงงาน โดยในระหว่างนั้นก็ปั้นธุรกิจไปพร้อมๆ กัน จนสุดท้ายงบประมาณในการสร้างโรงงานก็ทะยานไปถึงกว่าร้อยล้านบาท และภายหลังปิดจบโรงงานแห่งแรกด้วยเงินสด ก็เริ่มเดินหน้าสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ในทันที แต่สิ่งเดียวที่ไม่เคยทิ้งคือเรื่องการศึกษา จบปริญญาโท 2 ใบ และจบการศึกษาระดับปริญญาเอก

ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน

มาดามเมนี่ ได้รับการขนานนามว่า นักปั้นมือทอง เนื่องจากเธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเซเลบ ดารา และไฮโซเมืองไทยมากมาย ที่ริเริ่มสร้างแบรนด์และออกผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง ตัวอย่างบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เธอปั้นแบรนด์ให้ เช่น สงกรานต์ เตชะณรงค์, มายด์ ณภศศิ และ ดิว อริสรา

นอกจากนี้ มาดามเมนี่ ยังเป็นอีกหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลในวงการบันเทิง เธอรู้จักกับเหล่าคนดังมากมายทั้งในไทยและต่างประเทศ และเธอยังเป็นผู้จัดงานเทศกาลดนตรี Rolling Loud อีกด้วย

ภาพจากอินสตาแกรม maynie_minimay

ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน
ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน
ทำความรู้จัก มาดามเมนี่ นักธุรกิจสาวสวยเพื่อน มดดำ ที่ถูกโยงดารายืมของ 62 ล้าน

แน็ก ชาลี เปิดแชตให้ขายรถที่พี่สาวเอามาคืน ฟาดกลับไหนบอกไม่เคยให้อะไร

แน็ก ชาลี เปิดแชตให้ขายรถที่พี่สาวเอามาคืน ฟาดกลับไหนบอกไม่เคยให้อะไร

4 ก.พ. 2568 17:04 น.

แน็ก ชาลี เปิดแชตให้ขายรถที่พี่สาวเอามาคืน ฟาดกลับไหนบอกไม่เคยให้อะไร

ก่อนหน้านี้เป็นดราม่าร้อนแรง สำหรับกรณีที่พี่สาวทั้ง 4 คนแยกออกมาทำงานเอง และมีปัญหากับน้องชายอย่างพระเอกหนุ่ม แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ จนทำให้ตัดพี่ตัดน้อง กลายเป็นประเด็นที่ชาวโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

แน็ก ชาลี เปิดแชตให้ขายรถที่พี่สาวเอามาคืน ฟาดกลับไหนบอกไม่เคยให้อะไร
แน็ก ชาลี เปิดแชตให้ขายรถที่พี่สาวเอามาคืน ฟาดกลับไหนบอกไม่เคยให้อะไร

ล่าสุด แน็ก ชาลี ได้เปิดทวิตเตอร์ (X) @NackCharlieNo1x และโพสต์ภาพแชตไลน์ ซึ่งเป็นแชตที่ ป้าตูน หนึ่งในพี่สาวนำรถมาคืนให้ แต่แน็กบอกให้เอารถไปขายเพื่อเอาเงินไปเลี้ยงหมาแมว และเขียนข้อความว่า “อ่าว สรุปไม่เคยให้อะไรเลยหรอ ไม่เคยขอคืนนะของทุกชิ้นละไม่เคยทวงด้วย เป็นคนให้คือให้ นี่จะมีอะไรเอามาคืนอีกไหมนิ ไอพวกที่ด่าผมอะ พวกคุณก็จะด่าอยู่ดีใช่ไหม? อื้ม ขอให้มีความสุขในทุกๆ วันนะ”

แน็ก ชาลี เปิดแชตให้ขายรถที่พี่สาวเอามาคืน ฟาดกลับไหนบอกไม่เคยให้อะไร

หลังจากนั้น แน็ก ชาลี ก็โพสต์ภาพข้อความที่เขียนว่า “อยากได้น้องเป็นคนธรรมดา ได้ไม่ต้องห่วงนะ คำตอบหลายๆ เรื่องอยู่ในแชทกลุ่มที่พี่สาวผมพิมพ์กันยาวมากมาย มีคำตอบทุกเรื่องที่หลายคนสงสัย อ่านแล้วขำ แต่ดีตัวผมแทบไม่ต้องตอบเอง ขอให้ทนายผมเคาะป๊อกๆ ให้ก่อนว่าลงแถลงหรือโพสต์อะไรได้แค่ไหน เนื่องจากพี่สาวผมได้ส่งแชทกลุ่มส่วนตัวทั้งหมดให้คนนอกที่ไม่ใช่ผมดูววว อิอิ แถมตอบให้หลายๆ เรื่องด้วย

ฟังดีๆ นะ ตอนนี้ใครไม่อยากมีปัญหากับผม ผมก็ปล่อยผ่าน ไม่มีปัญหาด้วย ส่วนใหญ่มายุอะไรผม ผมไม่ใช่เจ้าตัวที่อยากมีปัญหากับผม ผมก็จะปล่อยผ่าน ไม่บ้าจี้ไปด้วย เนื่องจากผมไม่เป็นฝั่งพวกคุณมายุผมหรือฝั่งผมเอง อยากรู้เลยมาแกล้งยุ เพราะไม่มีใครใช้หน้าจริงๆ เลยในที่นี้มาด่าผม 555 ส่วนใครอยากมีปัญหากับผม มา ผมเบื่อแล้ว ขี้เกียจทำงานด้วยช่วงนี้”

พร้อมทั้งเขียนข้อความ “ปีนี้ผมบอกแล้วนะ ว่าผมไม่สนใจ หรือมานั่งเกรงใจใคร ยิ่งใครลามปามไปถึงน้องๆ หรือคนใกล้ตัวผมที่พวกเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ใครพิมพ์หรือโพสต์อะไรโง่ๆ ไว้ ก็โง่ดี ผมเตือนทั้งสองฝั่ง พิมพ์อะไรกันก็พิมพ์ฉลาดๆ ด้วย เพราะสุดท้ายไม่มีใครมาช่วยเหลือคุณวันที่ต้องมานั่งเสียเงินมากมายแน่นอน”

แน็ก ชาลี เปิดแชตให้ขายรถที่พี่สาวเอามาคืน ฟาดกลับไหนบอกไม่เคยให้อะไร

หลังจากนั้น แน็ก ชาลี ก็โพสต์ถึงแฟนๆ เพื่อขอข้อมูลที่เก็บไว้เพื่อเตรียมรวบรวมหลักฐาน โดยบอกว่า “ใครที่เคยเก็บข้อมูลไว้ให้ผม เรามารื้อๆ กันครับ เดี๋ยวผมจะเปิดช่องทางไว้ให้ส่งมาสมทบกับไอพวกที่มันโดนแน่ๆ อยู่แล้ว ของทุกแพลตฟอร์ม เลยนะครับ ทั้งเฟซบุ๊ก ติ๊กต๊อก และก็ในนี้ เฮ่ ดีใจยัง กูไม่ฟ้องแม่แล้วนะ กูฟ้องทนายมาสักพักละ ชิเม โจด๊ายย 555555 ขอให้เป็นวันที่ดีครับ”

แน็ก ชาลี เปิดแชตให้ขายรถที่พี่สาวเอามาคืน ฟาดกลับไหนบอกไม่เคยให้อะไร

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

มิ้นท์ I Roam Alone อัปเดตชีวิต ถ้าเลิกเป็นนักเดินทาง อยากออกไปสำรวจโลก

มิ้นท์ I Roam Alone อัปเดตชีวิต ถ้าเลิกเป็นนักเดินทาง อยากออกไปสำรวจโลก

4 ก.พ. 2568 16:48 น.

มิ้นท์ I Roam Alone อัปเดตชีวิต ถ้าเลิกเป็นนักเดินทาง อยากออกไปสำรวจโลก

หลังจากที่ มิ้นท์ I Roam Alone หรือ มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล เจ้าของช่องยูทูบเกี่ยวกับการท่องเที่ยวชื่อดังและเจ้าของเพจ I Roam Alone ได้ออกมาประกาศเลิกทำคลิปยูทูบ ปิดฉากการเดินทางตลอดระยะเวลา 12 ปี แล้วไปเดินทางรอบโลกโดยไม่ใช้เครื่องบิน ซึ่งในตอนนี้ มิ้นท์ ได้กลับมาพักผ่อนอยู่บ้านแล้ว

ล่าสุด มิ้นท์ ได้ออกมาเปิดใจผ่านทางยูทูบ บอกว่า ตอนนี้ได้กลับมาอยู่บ้าน 3 เดือนแล้ว กำลังคิดว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ พร้อมตอบคำถามถึงเรื่องการปิดเพจ มิ้นท์ I Roam Alone เลยหรือเปล่า และถ้าปิดจริงจะไปทำอะไรต่อ ซึ่ง มิ้นท์ ได้บอกว่า

– กลับมาอยู่บ้าน 3 เดือนแล้ว คิดว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ คือฝั่งหนึ่งบอกว่าถ้าไม่ไปต่อ มันคือความล้มเหลวหรือเปล่า แต่อีกฝั่งหนึ่งก็บอกว่าแล้วถ้าไปต่อแล้วไม่เอ็นจอย จะไปทำไม มันเป็นความล้มเหลวหรือเปล่า

– ในเมื่อสภาพจิตใจเราก็ไม่พร้อม สภาพร่างกายเราก็ไม่พร้อม เลยตัดสินใจว่างั้นถอยดีกว่า ถอยกลับมาตั้งหลักก่อน

มิ้นท์ I Roam Alone อัปเดตชีวิต ถ้าเลิกเป็นนักเดินทาง อยากออกไปสำรวจโลก

– มิ้นท์คิดว่าการรู้ว่าจังหวะไหนควรจะถอย จังหวะไหนควรจะไปต่อ มันเป็นสิ่งสำคัญมากเลย เพราะว่าโลกมันก็ยังอยู่เหมือนเดิมอ่ะ แต่เรามันจะไม่อยู่เอาอ่ะสิ ถ้าเราไปต่อ

– 3 เดือนที่ผ่านมา ก็ไปเจอกับกูรูชาวอินเดียท่านหนึ่ง ชื่อว่า สัธกูรู แล้วก็ได้ฝึกนู่นฝึกนี่เข้าคลาสต่างๆ แล้วก็ฝึกอย่างมุ่งมั่นมากๆ เลย ตอนฝึกเราก็ไม่ได้คิดหรอกว่ามันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไร ก็คิดว่าลองดูมันเป็นเส้นทางใหม่อ่ะ แต่พอฝึกไปฝึกมากลายเป็นว่า ข้างในเรารู้สึกสงบ สว่าง มันเหมือนมันนิ่งแต่มันมีพลัง เป็นความรู้สึกแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิตนี้

– เป็นความรู้สึกที่เรามองว่านี่แหละคือสิ่งที่เราตามหา นี่มันคือสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อน คือไม่ได้บอกว่ามันดีมากอะไรนะ แต่บอกว่ามันดีขึ้น

– เพิ่งเข้าใจที่เขาบอกว่า ถ้าข้างในเรามันมืด มันเศร้า มันอึน ต่อให้เราเดินทางรอบโลกเป็น 100 รอบ เราก็หนีมันไม่พ้น เราทำอะไรไม่ได้ เราจะเปลี่ยนคน เปลี่ยนสภาพแวดล้อม เปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่าง สุดท้ายแล้วถ้าเราไม่เริ่มจากตัวเรา มันก็ไม่ได้ เพราะว่าโลกข้างนอกมันก็สะท้อนโลกข้างใน

– เมื่อถามว่า ปิดเพจ I Roam Alone จะไปทำอะไรต่อ มิ้นท์ บอกว่า อยากออกไปสำรวจความเป็นไปได้ในโลกใบนี้ว่า นอกจากเราเป็นนักเดินทาง เราเป็นอะไรได้อีกบ้าง ลิมิตในชีวิตอยู่ที่ไหนกันแน่

– ช่วงวันเกิดที่ผ่านมา ขอให้ความฝันเป็นจริง ขอให้สิ่งที่ไม่เคยคิดเคยฝันเกิดขึ้นในตัวเรา ก็จะเป็นปีที่มุ่งไปทางนั้น ปีนี้เลยอยากจะเรียกว่า Gap Year หยุดเป็นนักเดินทางแล้วไปทำอย่างอื่น

มิ้นท์ I Roam Alone อัปเดตชีวิต ถ้าเลิกเป็นนักเดินทาง อยากออกไปสำรวจโลก

– ซึ่ง “Gap Year” มันคือการหยุดอะไรบางอย่างที่เราทำมาเนิ่นนาน แล้วก็ไปสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ๆ ซึ่งตนเองก็ Gap Year มา 2 รอบแล้ว คือก่อนเรียนปริญญาโทและก่อนที่จะมาทำ I Roam Alone Gap Year ครั้งที่ 2 เป็น Gap Year ที่ทรงพลังมากนะ เพราะว่าหลังจาก Gap Year เสร็จปุ๊บ ก็ออกมาเป็น I Roam Alone เลย

– ครั้งนี้ก็เลยตื่นเต้นเหมือนกันว่า Gap Year ครั้งที่ 3 หลังจากผ่านมา 36 ปี 37 ปี มันจะเป็นยังไงบ้างนะ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่เอาเป็นว่าเต็มที่ให้มากที่สุดละกัน

– ก็จะคอยอัปเดตให้ดูเป็นช่วงๆ บนช่อง I Roam Alone กับ Gap Year ของมิ้นท์นะคะว่า “เลิกเป็นนักเดินทางแล้วไปเป็นอะไรดี? รอติดตามแล้วกันไปแล้วค่ะ

ชมคลิป

มิ้นท์ I Roam Alone อัปเดตชีวิต ถ้าเลิกเป็นนักเดินทาง อยากออกไปสำรวจโลก
มิ้นท์ I Roam Alone อัปเดตชีวิต ถ้าเลิกเป็นนักเดินทาง อยากออกไปสำรวจโลก

สื่อไต้หวันเผยไทม์ไลน์ ต้าเอส เข้า รพ. หลายรอบ ก่อนทรุดจนเสียชีวิต

สื่อไต้หวันเผยไทม์ไลน์ ต้าเอส เข้า รพ. หลายรอบ ก่อนทรุดจนเสียชีวิต

4 ก.พ. 2568 16:05 น.

สื่อไต้หวันเผยไทม์ไลน์ ต้าเอส เข้า รพ. หลายรอบ ก่อนทรุดจนเสียชีวิต

เรียกว่าเป็นประเด็นช็อกวงการบันเทิงไต้หวัน กับกรณีการจากไปกะทันหันของ สวีซีหยวน หรือ ต้าเอส นางเอกชื่อดังที่แฟนๆ หลงรักเธอจากบท “ซานไช่” ในซีรีส์ “รักใสใส หัวใจ 4 ดวง” ที่เสียชีวิตหลังเกิดอาการปอดอักเสบจากโรคไข้หวัดใหญ่ จนทำให้เกิดประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

ล่าสุดเพจ ข่าวสารบันเทิงจีน ได้โพสต์เล่าถึงเรื่องที่ ETtoday ซึ่งเป็นสื่อบันเทิงชื่อดังในไต้หวัน เผยถึงไทม์ไลน์อาการป่วยของ ต้าเอส ก่อนเสียชีวิตไว้ดังนี้

สื่อไต้หวันเผยไทม์ไลน์ ต้าเอส เข้า รพ. หลายรอบ ก่อนทรุดจนเสียชีวิต

“ETtoday สื่อบันเทิงชื่อดังของไต้หวัน เปิดไทม์ไลน์เส้นทางการรักษาของต้าเอสก่อนเสียชีวิต

นักแสดงหญิงวัย 48 ปี  สวีซีหยวน (ต้าs) ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัวช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่โชคร้ายที่เธอเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่และปอดบวม มีรายงานว่าเธอมีอาการเป็นหวัดและหอบหืดในวันเดินทางไปแล้ว แต่เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศในการท่องเที่ยว เธอจึงยังคงไปเที่ยวญี่ปุ่น เธอถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินในวันที่สาม (หลังตรุษจีน) และเสียชีวิตที่โตเกียวในช่วงเช้าของวันที่ห้า (หลังตรุษจีน)

จากแหล่งข่าววงในเผยว่า ต้าเอสและครอบครัวของเธอได้ออกทริปกับครอบครัวที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา เธอเริ่มรู้สึกไม่สบายตั้งแต่ก่อนออกเดินทางแล้ว แต่เธอยังคงเดินทางต่อไป แม้จะป่วยก็ตาม โดยกลุ่มของเธอได้ไปที่ฮาโกเนะเพื่อแช่ตัวในน้ำพุร้อนก่อน แต่สุขภาพของต้าเอสก็ไม่ดีขึ้น

ในตอนเย็นของวันที่ 31 มกราคม อาการของเธอก็แย่ลงและเธอถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินด้วยรถพยาบาล และถูกส่งตัวต่อไปรักษาที่โตเกียวเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่อาการของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น พวกเขาจึงไปโรงพยาบาลอีกครั้งในเช้าวันที่ 2 กุมภาพันธ์ แต่การรักษาก็ยังไม่ได้ผล และเธอก็เสียชีวิตในที่สุด

นอกจากนี้ บุคคลที่อ้างว่าเป็นไกด์นำเที่ยวให้กับครอบครัวของ ต้าเอส ในการเดินทางไปญี่ปุ่นยังได้เปิดเผยไทม์ไลน์ทั้งหมดของการรักษาใน Xiaohongshu โดยชี้ให้เห็นว่า ต้าเอส เริ่มไอและมีอาการหอบหืดในวันแรกที่มาถึงญี่ปุ่น เธออยู่แต่ในห้องของเธอและไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เนื่องจากโรงพยาบาลขนาดเล็กในฮาโกเนะไม่สามารถยืนยันอาการของเธอได้

เธอจึงถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ได้รับการยืนยันว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ชนิด A แพทย์ยังสั่งยาให้ด้วย จากนั้นก็ส่งตัวต่อไปที่โตเกียว แต่เธอก็ไม่ได้รับการรักษาเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลในทันที ก่อนที่อาการจะทรุดหนักในคืนนั้น และถูกส่งตัวมารักษาฉุกเฉินกลางดึกอีกรอบ และเสียชีวิตในช่วงเช้าของวันที่ 2 ก.พ. เวลา 7.00 น.

RIP ต้าเอส”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ออม กรณ์นภัส เคลียร์ดราม่ามองแรงทีมงาน วอนอย่าตัดสินกันแค่คลิป 5 วินาที

ออม กรณ์นภัส เคลียร์ดราม่ามองแรงทีมงาน วอนอย่าตัดสินกันแค่คลิป 5 วินาที

4 ก.พ. 2568 14:36 น.

ออม กรณ์นภัส เคลียร์ดราม่ามองแรงทีมงาน วอนอย่าตัดสินกันแค่คลิป 5 วินาที

เกิดดราม่าอีกครั้ง สำหรับคู่ของ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง และ ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ 2 สาวสุดฮอต กับการออกงานอีเวนต์ก่อนหน้านี้ที่มีช็อตที่ทีมงานบอกให้หลิงหลิงขยับเพื่อให้ผู้บริหารถ่ายภาพ ซึ่งทำให้หลิงหลิงเซไปโดนออมที่ยืนอยู่ข้างๆ และมีคนสังเกตว่าออมมีสายตาที่แข็งและดุใส่ทีมงานคนนั้นจนเกิดเป็นดราม่า

งานนี้เสียงแตก หลายคนไปต่อว่าทีมงาน ไม่ให้เกียรติหลิงหลิง และคนที่มองว่าทีมงานก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง จนถึงขั้นที่ออมต้องมองแรงขนาดนั้น

ล่าสุดได้เจอทั้งคู่ในงาน Pantene Miracle Bond Repair X LingOrm ณ Central World หลิงหลิง-ออม ได้พูดถึงดราม่าดังกล่าวเอาไว้ว่า 

– มันไม่มีอะไรเลย พอหลิงขยับมา ออมก็มองว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็กลับมายืน สักพักก็มองอีกว่าอยู่ถูกจุดไหม แค่นั้นเลย

– พอออมเห็นคลิปยังตกใจว่าตาดุมากๆ วันนี้ได้ออกมาชี้แจงทุกคนว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้ ออมเป็นคนใจดี มันไม่ใช่การมองแรง ตอนนั้นคืองง ไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ 

ออม กรณ์นภัส เคลียร์ดราม่ามองแรงทีมงาน วอนอย่าตัดสินกันแค่คลิป 5 วินาที

– ตอนที่เห็นสายตาตัวเองในคลิป น่ากลัวมากๆ แต่ไม่มีใครผลักใคร ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้รู้สึกว่าโดนผลัก ไม่ได้เซ แต่คอมเมนต์แรงมาก อ่านแล้วก็นั่งนอยด์

– ออมนอยด์ ทำไมคนมองออมแบบนั้น ทำไมถึงตัดสินคนๆ นึงจากคลิปแค่ไม่ถึง 5 วินาที อยากบอกว่าอย่าเพิ่งตัดสินใคร ถ้ายังไม่ได้รู้จักเขาจริงๆ และสิ่งที่พิมพ์ลงโซเชียล คุณพิมพ์แล้วคุณลืม แต่คนที่อ่านมันอยู่ข้างในตลอด

– คอมเมนต์ที่ทำให้ไม่สบายใจ มันมีหลายคอมเมนต์ ออมอ่านแค่ 3 อัน ไม่อ่านอีกเลย แต่ออมแข็งแกร่ง มีเพื่อน มีพ่อแม่ มีพี่ๆ ทีมงานที่รู้อยู่แล้วว่าออมเป็นคนอย่างไร คนที่ทำงานกับออมรู้อยู่แล้ว 

– จากเหตุการณ์นี้ให้ประสบการณ์ว่าให้ทำตาซอฟต์ๆ

– ออมเล่าก่อนเกิดเหตุการณ์มองแรง ต้องสะบัดกระโปรง แล้วสะบัดไม่ขึ้นเลยนอยด์ แล้ววินาทีต่อจากเหตุการณ์มองแรง ก็หันไปโบกมือให้แฟนคลับ

– ไม่รู้เจตนาคนที่ตัดคลิปว่าต้องการอะไร

ออม กรณ์นภัส เคลียร์ดราม่ามองแรงทีมงาน วอนอย่าตัดสินกันแค่คลิป 5 วินาที

– รักบ้านเรารักกันดีกับทุกคน สต๊าฟก็ปกติมากๆ เขาไม่ได้ดันอะไรเลย 

– ต่อไปจะระวังตัวไว้ แต่ไม่ใช่ระแวง แค่ป้องกันการเข้าใจผิด

– หลิงหลิงเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นว่า กำลังจะถ่ายภาพคู่กับผู้บริหารของงาน หลิงอาจจะขยับตัวแรงไปหน่อย เลยชนออมโดยไม่ได้ตั้งใจ 

– ทีมงานก็ทำหน้าที่ของทีมงาน ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี 

– ออมเป็นเด็กน่ารักสำหรับหลิง น้องอาจจะมีความกังลเรื่องการแสดงนิดหน่อย และตอนนั้นน้องน่าจะกำลังตกใจ 

ออม กรณ์นภัส เคลียร์ดราม่ามองแรงทีมงาน วอนอย่าตัดสินกันแค่คลิป 5 วินาที

ดีต่อใจ! ญาญ่า คอยดูแลคุณพ่อ ณเดชน์ ทำเอา แม่แก้ว ยิ้มอิ่มใจสุดๆ

ดีต่อใจ! ญาญ่า คอยดูแลคุณพ่อ ณเดชน์ ทำเอา แม่แก้ว ยิ้มอิ่มใจสุดๆ

4 ก.พ. 2568 14:33 น.

ดีต่อใจ! ญาญ่า คอยดูแลคุณพ่อ ณเดชน์ ทำเอา แม่แก้ว ยิ้มอิ่มใจสุดๆ

เรียกว่าเป็นทริปทะเลที่อิ่มอกอิ่มใจสุดๆ เมื่อพระเอกหนุ่มฮอต ณเดชน์ คูกิมิยะ พาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวทะเล และมีหวานใจอย่างนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ไปร่วมทริปนี้ด้วย

งานนี้นอกจากจะแฮปปี้กับบรรยากาศทะเลที่นี่แล้ว ยังมีโมเมนต์สุดอบอุ่น เมื่อ ญาญ่า คอยดูแล คุณพ่อโยชิโอ คุณพ่อของณเดชน์ เป็นอย่างดีมากๆ ทำเอาคุณแม่แก้วยิ้มแก้มปริ ประทับใจจนต้องหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้ ก่อนจะโพสต์ภาพลงอินสตาแกรม @keaw_jung และเขียนแคปชั่นว่า “นั่งยิ้ม…อิ่มตามภาพเลย ค่าาาา”

เรียกว่าญาญ่าครองใจในฐานะลูกสะใภ้ดีเด่นไปเลย ทำเอาแฟนๆ เห็นแล้วยิ้มตามไปด้วย พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ ลูกชายลูกสะใภ้ทั้งน่ารักและแสนดี แม่แก้วกับคุณป๊ามีบุญมากๆ ค่ะ, ลูกสาวแม่แก้วดูอ่อนโยนมากนะคะ, ลูกสะใภ้น่ารักจังเลยคะแม่แก้ว, ญาญ่าน่ารักอ่อนโยนมากค่ะ ขอให้คุณพ่อโยชิโอสุขภาพแข็งแรงๆ สดชื่นๆ นะคะ, ยิ้มตามเหมือนกันค่ะ ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เซอร์ไพรส์ สมปอง เปิดตัวแฟนแต่งงานสิ้นปี แพรรี่ ไพรวัลย์ รอรับขวัญหลาน 1 แสน

เซอร์ไพรส์ สมปอง เปิดตัวแฟนแต่งงานสิ้นปี แพรรี่ ไพรวัลย์ รอรับขวัญหลาน 1 แสน

4 ก.พ. 2568 13:32 น.

เซอร์ไพรส์ สมปอง เปิดตัวแฟนแต่งงานสิ้นปี แพรรี่ ไพรวัลย์ รอรับขวัญหลาน 1 แสน

ทำเอาหลายคนต่างเซอร์ไพรส์มาก เมื่อ สมปอง นครไธสง หรืออดีตพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ได้ออกมาเปิดตัวแฟนสาวนามว่า ส้ม หลังคบหาดูใจกันมานานเกือบ 3 ปี

โดย แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร โพสต์เฟซบุ๊กร่วมแสดงความยินดีกับ สมปอง ที่กำลังจะแต่งงาน พร้อมประกาศเลยว่า ถ้ามีลูก จะขับรถหอบเงินไปรับขวัญหลานทันที 100,000 บาท

“ดีใจกับพี่ชายด้วยนะคะที่มีคนของใจคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ แล้ว และอย่างที่ได้รับปากไปในไลฟ์สดเมื่อกี้ว่า ถ้าพี่ปองมี “สมปองจูเนียร์” เมื่อไหร่ ดิฉันจะขับรถหอบเงินไปรับขวัญหลานทันที 100,000 บาทค่ะ”

เซอร์ไพรส์ สมปอง เปิดตัวแฟนแต่งงานสิ้นปี แพรรี่ ไพรวัลย์ รอรับขวัญหลาน 1 แสน

นอกจากนี้ แพรรี่ กับ สมปอง ยังได้ไลฟ์ TikTok ด้วยกัน ซึ่งทาง สมปอง ก็ได้เล่าเรื่องความรักกับเจ้าสาว บอกว่า

– สมปอง ประกาศเตรียมแต่งงานกับว่าที่เจ้าสาว และได้ปักวันจัดงานแต่งงาน เป็นช่วงปลายเดือนธันวา 68 พร้อมสถานที่จัดงานเป็นจังหวัดเชียงราย

– เตรียมมี สมปองน้อย หลังแต่งงาน ด้วยการที่สมปองเองก็ชอบเด็ก หลงเด็กๆ รุ่นหลานเหลน เผยว่า “อยากมีลูก ถ้ามีได้ก็อยากมี”

– เรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นต้องย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่ได้รู้จักกับว่าที่เจ้าสาว บวกกับสถานการณ์ ณ ตอนนั้นของสมปองเองที่มีอาการป่วยของโรคซึมเศร้า เธอก็ได้เข้ามาเป็นกำลังใจ คอยดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอด

– มีการเล่าโมเมนต์กับว่าที่เจ้าสาวว่า ถึงจะไม่ค่อยหวานกันมาก แต่ก็มีโมเมนต์กันบ้าง อย่างการเปิดประตูรถให้ มีการแสดงความรักแก่กัน ต้องบอกรักกันทุกวัน มีความคิดที่อยากให้เธอสบายมากกว่านี้ ไม่ต้องลำบาก

เซอร์ไพรส์ สมปอง เปิดตัวแฟนแต่งงานสิ้นปี แพรรี่ ไพรวัลย์ รอรับขวัญหลาน 1 แสน
เซอร์ไพรส์ สมปอง เปิดตัวแฟนแต่งงานสิ้นปี แพรรี่ ไพรวัลย์ รอรับขวัญหลาน 1 แสน