ครีม เปรมสินี คืนดี หนิง ปณิตา หลังไม่คุยกันเกือบ 5 ปี น้ำตาแตกเล่านาทีปลดล็อก

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2834468

ครีม เปรมสินี คืนดี หนิง ปณิตา หลังไม่คุยกันเกือบ 5 ปี น้ำตาแตกเล่านาทีปลดล็อก

5 ม.ค. 2568 10:54 น.

ครีม เปรมสินี คืนดี หนิง ปณิตา หลังไม่คุยกันเกือบ 5 ปี น้ำตาแตกเล่านาทีปลดล็อก

ครีม เปรมสินี ขอเปิดใจครั้งแรกหลังกลับมาคืนดีกับเพื่อนสาวรุ่นพี่อย่าง หนิง ปณิตา ในรอบ 5 ปี พร้อมเปิดสถานะหัวใจตอนนี้โสดจริงหรือว่าเข็ดกับความรักแล้ว ในรายการ “คุยแซ่บ Show” ทางช่อง One31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกร

มีประเด็นดราม่ากันจำไม่ได่ว่าตีกันเรื่องอะไร วันนี้คืนดีกันแล้ว ขอย้อนไทม์ไลน์นิดนึงว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร?

หนิง : ปัญหาไม่เคยถูกพูดถึงในหน้าสื่อว่าเรามีปัญหาอะไร แต่มันเป็นข่าวออกมาที่ถูกบอกว่าเราสองคนมีปัญหา แต่เราขอไม่พูดถึงต้นตอของปัญหาคืออะไร แต่ต้องบอกว่าปัญหา ณ วันนั้นหนิงผิด

ครีม : จริงๆ พี่หนิงไม่ได้อะไรหรอก แต่นางเล่นใหญ่ไง เนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรหรอก พอนางเล่นใหญ่ เราก็เลยรู้สึกว่าเรายังไม่อยากที่จะพูดตอนนั้น เพราะถ้ายิ่งพูดก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เราก็เลยปล่อยระยะเวลาให้ผ่านพ้นสัก 4-5 ปีแล้วค่อยกลับมาคุยกัน

เท่าที่ฟังเหมือนเรื่องมันนิดเดียว?

หนิง : เรื่องไม่มีอะไรเลย

ครีม : ก็งอนแหละ เรารู้จักกันมานานก่อนพี่หนิงแต่งงานอีก จริงๆ มันก็มีเรื่องราวในชีวิตเรามากมาย ความรู้สึกเรานะ เขาก็เหมือนพี่เราคนนึง ซึ่งเขาก็คิดว่าเราเป็นน้อง ซึ่งเป็นน้องฉันสามารถที่จะพูดอะไรกับเธอก็ได้ ฉันรู้สึกอย่างนี้ ฉันแสดงออกกับเธออย่างนี้ แต่บางทีก็รู้สึกว่ามันทำร้ายจิตใจเรานิดๆ หน่อยๆ แต่จริงๆ ในใจเขา เขาคิดว่าสนิทกับเรามาก อาจจะคิดแค่ว่าเขาพูดได้ เขาเตือนได้แค่นั้นเอง

แล้วทำไมถึงต้องปล่อยให้เวลาเนิ่นนาน 4-5 ปี แอบติดตามผลงานซึ่งกันและกันบ้างมั้ย?

หนิง : ตลอดเวลา 4-5 ปี พอระลึกได้ว่าเล่นใหญ่ไป หนิงพยายามโทรและไลน์หานาง

โทรไปแล้วเป็นยังไง?

ครีม : ตอนนั้นเหรอ เชิดใส่ (หัวเราะ) ตอนนั้นความรู้สึกเรานะ มันยังไม่ถึงเวลา มองว่าเพื่อนกันมันเหมือนแฟน มีโกรธกันได้ ทะเลาะกันได้ แต่บางทีเราแค่รู้สึกว่าเวลาอาจจะช่วยทำให้อะไรดีขึ้น เราก็รู้สึกว่ายังไม่รับแล้วกัน บางทีก็ลืมด้วยอะไรด้วย เปลี่ยนเบอร์ด้วย สุดท้ายก็ไม่ได้คุยกัน แล้วก็มาถึงวันที่ต้องเจอกันเลยทำให้ได้คุยกัน เพราะ 4-5 ปีที่ผ่านมาไม่ได้เจอกันเลย เหมือนตอนเราแต่งงาน เราก็ไปใช้ชีวิตของเรา ไม่ทำงานในวงการ แต่พี่หนิงยังทำ ความที่จะมาเจอกันมันยากค่ะ 

ได้ติดตามเรื่องราวของกันและกันมั้ย?

หนิง : แอบตามตลอดผ่านคุณเมย์ พิชญ์นาฏ คือพุฒจะถามพี่ว่าได้ตามเรื่องที่น้องเลิกกับสามีมั้ย แต่ไม่กล้าถามพี่ใช่มั้ย (หัวเราะ)

ตอนนั้นที่พี่ครีมเลิกกับอดีตสามี ตัวพี่หนิงเองรู้เรื่องมั้ย ทักไปให้กำลังใจหรือพูดคุยมั้ย?

หนิง : รู้เรื่อง แอบตกใจ ติดตามเรื่องเขาผ่านทางเจ้าเมย์ ช่วงหลังที่พี่อาจจะโทรถี่หน่อย หรือไลน์ถี่หน่อย คือแอบเป็นห่วงเรื่องนี้ แต่เวลาที่ไลน์จะไม่กล้าเขียนเรื่องเข้าไป เดี๋ยวมันกลายเป็นว่าเรายังไม่ได้เคลียร์เรื่องเก่าเรา แล้วเราไปเขียนเรื่องใหม่ เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเราอยากจะไปยุ่งเรื่องน้องหรือเปล่า แต่เป็นห่วงตลอด จริงๆ ต้องบอกว่าเป็นห่วงตั้งแต่ก่อนแต่ง

ครีม : เมย์มาถามค่ะ ตอนที่เลิกกับสามีเก่า เมย์ก็ถามว่าพี่หนิงถามว่าโอเคหรือเปล่า เราบอกเราโอเคไม่ต้องเป็นห่วง แต่เรื่องเขาเราก็รู้นะ เพราะว่าเขาก็เป็นข่าวตลอดเวลา แต่มันเหมือนมันยังไม่ได้มีจุดที่คลิก ไม่รู้เราจะเข้าไปยังไง

แล้วจุดไหนที่ทำให้เราทั้งสองคนต้องกลับมาคุย กลับมาคืนดี กลับมาเจอหน้ากันแล้ว?

ครีม : งานแต่ง เมย์ พิชญ์นาฏ คือเมย์แต่งงานเมื่อปี 2566 แล้วเขาก็พูดตั้งแต่แรกเลยว่างานนี้เพื่อนเจ้าสาวมีใครบ้าง พอเรารู้ปุ๊บ ฉันก็เตรียมใจเลยว่างานนี้ฉันต้องเจอคุณหนิง ปณิตา แน่นอน เลี่ยงไม่ได้แล้ว ก็คือต้องเจอ เราก็โอเค ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าเวลามันผ่านไป เราไม่ได้สนใจ เราลืมไปแล้ว ก็ตั้งตารอเลยว่าวันนั้นต้องเจอนางแน่ๆ 

เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมประโยคที่จะพูดคุยอย่างไร?

ครีม : เจอกันก็ต้องเข้าไปสวัสดีอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา เราเป็นเด็ก เนื้อเรื่องกลับตาลปัตรและช็อกมาก ปีนั้นนางเข้าโรงพยาบาล เราก็เอ้า ไม่มาแล้วเหรอ จริงๆ อยากเจอมากนะ ทำไมไม่มา รออยู่

ฝั่งพี่หนิงพอรู้ว่าพี่เมย์จะแต่งงานแล้วต้องเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย?

หนิง : จริงๆ ก่อนที่เมย์จะแต่งงานได้คุยกันแล้วนะ อย่างที่บอกว่าหนิงพยายามไลน์ไปหาน้อง พยายามโทรไปหา แล้วมีอยู่วันหนึ่งนางก็รับ เวลาโทรไปหานางจะโทรแค่ 2 ครั้ง ถ้านางไม่รับคือเราจะรู้นิสัยน้อง ถ้าน้องไม่พร้อมน้องก็จะไม่รับ ทิ้งระยะเวลาไปอีกสักพักมันจะมีโมเมนต์นึกถึง แล้วก็ชอบแอบส่องไอจีนาง รูปเวลานางโพสต์ หรือข้อความเวลานางเขียน ด้วยความที่เราอยู่กับนางมานาน เราจะรู้ว่าอันนี้มันไม่ปกติ แต่ต่อให้คนอื่นดูเป็นปกติ เราก็จะรู้ว่ามันไม่ปกติ เราก็จะทักไป จนวันนึงนางรับโทรศัพท์ 

ครีม : พอถึงจุดเรารู้สึกว่าเราไม่ได้คิดอะไรแล้ว เราพร้อมแล้ว เราก็รับแต่รับแบบงงๆ นะ ประโยคแรกเลย “รับโทรศัพท์กูได้แล้วเหรอ” เชื่อมั้ยประโยคแค่นี้จากที่ไม่ได้คุยกันนาน มันขำอ่ะ แล้วเราก็ปลดล็อก มันรู้สึกว่าเหมือนเดิม ไม่ว่าเราจะเป็นยังไงก็ตาม แต่สุดท้ายก็คือคำพูดแค่นี้ มันไม่ต้องพูดเลย 

หนิง : เชื่อมั้ยว่าก็ยังขอโทษเขาอยู่ จนวันนี้ล่าสุดก็ยังเขียนขอโทษเขาอยู่ 

ครีม : แต่อันนี้เราก็ชื่นชมในพี่หนิง ด้วยความที่เขาเป็นพี่เรารู้สึกว่าบางทีจริงๆ เขาอาจจะไม่ต้องพูดก็ได้ ณ วันนั้นถ้าเขาไม่พูด เราไม่ได้คิดอะไรแล้ว พอเขาขอโทษเรารู้สึกจริงๆ ว่าสิ่งที่เขาพูด เขารู้สีกจริงๆ พูดกับเขาบอกว่าพี่หนิงที่ผ่านมาไม่ต้องพูดแล้ว เราข้ามหมดแล้ว เราแค่รู้สึกว่า ณ วันนี้เราโตแล้ว

คือ ณ วันนี้มองว่าอาจจะเด็กด้วย พอวันนี้เราผ่านอะไรมา มันไม่ใช่เรื่องอะไรขนาดนั้นที่เราจะข้ามไม่ได้ แล้วเราจะกลับมาคุยกับพี่เราไม่ได้ เราก็เลยบอกเขาไม่ต้องพูดแล้ว วันนี้หนูขอให้พี่มีความสุข แล้วเรารู้สึกว่าเขาเจอปัญหาในชีวิตเยอะมาก ช่วงนั้นเขาก็หนักจริงๆ เพราะมันมีข่าวตลอดเวลา เราแค่รู้สึกว่าเราไม่อยากจะเอาปัญหานี้ทำให้เขาปวดหัวอีก เราแค่มองว่าวันที่เขาคุยกับเรา เราถึงบอกว่าพี่ไม่ต้องพูดแล้ว หนูอยากให้พี่มีความสุข เราพูดแค่นี้ 

ในวันงานแต่งพี่เมย์ ครีมเขาวิ่งหาพี่หนิงในงานด้วย ก่อนจะรู้ว่าพี่ป่วย พี่รู้มั้ย?

ครีม : ก็ถามทุกคนเลยว่าพี่หนิงไม่มาเหรอ เพราะตอนนั้นนางนั่งรถเข็นด้วย คิดว่าถ้านางนั่งรถเข็นมาฉันจะต้องเดินไปรับนางแล้ว แต่ทุกคนก็บอกว่านางไม่มา แล้วก็เจอน้องสาวพี่หนิงเขาก็บอกว่าพี่หนิงไม่มา

หนิง : ถ้าจำไม่ผิดหลังจากฟื้นแล้วก็โทรหาครีมเหมือนกัน เพราะว่าเมย์ก็จะโทรว่าพี่หนิงโอเคมั้ย ช่วงที่มีงานเมย์อาจจะไม่ได้โทรเพราะว่าอาจจะวุ่นๆ กับงาน เมย์รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหนิงในวันแต่งงานเขาแล้วไปไม่ได้ เมย์ก็ตกใจแล้วโทรมาก็คุยกันเยอะ แล้วก็พูดถึงครีมว่าพี่หนิงรู้มั้ยว่าครีมตามหาพี่หนิงในงานนะ พอเราฟื้นแล้วเราก็โทรไปหาน้อง 

ครีม : นิสัยเราสองคนเหมือนกัน ถ้าเราไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ เราจะทำไม่ได้ เราเป็นคนถ้าไม่โอเคจริงๆ เราก็จะไม่ยุ่งเลย แต่ ณ วันนี้เราข้ามไปแล้วจริงๆ แล้วเราก็เชื่อว่าเขาก็ข้ามแล้วจริงๆ

แล้วพี่หนิงอะไรเป็นตัวปลดล็อกทำให้เราตัดสินใจขอโทษน้อง กลับมาคุยกับน้อง?

หนิง : จริงๆ มันรู้สึกผิดตั้งแต่วันแรกที่ทำลงไปแล้วนะ มันเป็นอารมณ์น้อยใจ แล้วพอทำลงไปเสร็จแล้วมานั่งถามตัวเองว่าทำไปทำไม เราควรจะเชื่อใจน้องเราเยอะๆ มากกว่านี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน มันรู้จักกันในวันที่เรามีปัญหาทั้งคู่ แล้วเราไม่ได้เริ่มรู้จักกันในมุมโลกสวยงาม เรารู้จักกันในวันที่เรามีปัญหาแล้วเราแย่ทั้งคู่ แล้วเราก็ไปอยู่ในสถานการณ์ไปช่วยกันแก้ปัญหา

พอวันที่เด็กคนหนึ่งที่มันรับรู้ปัญหาของเราแล้วเรารับรู้ปัญหาของมัน ทำไมเราถึงไม่เชื่อใจมัน  ทำไมเราถึงไปฟังคนอื่น แค่ว่าคนอื่นเอาใจเรามากกว่าแค่นั้นเหรอ ในมุมเป็นพี่เรารู้สึกเราอยากจะขอโทษเขาตลอดเวลา เพราะเรารู้เลยว่าเขาก็ต้องเสียใจมากที่ทำไมมึงไม่เชื่อกูวะ มึงไปฟังคนอื่นทำไม

ครีม : เล่นใหญ่ไง บอกแล้ววันนั้นเล่นใหญ่ (หัวเราะ) 

หลังจากที่คุยกันวันนั้นมีได้เจอกันมั้ย?

ครีม : ได้เจอบ้านเมย์ครั้งนึง แต่เจอแบบแวบๆ ไม่ได้เจอเยอะ แล้วมาเจอจังๆ อีกทีคืองานแต่งคุณวุ้นเส้นก็คืออีกปีนึงเลยนะ

หนิง : วันนั้นที่บ้านเมย์คือหนิงเชื่อว่าเขาก็ตั้งใจจะมาเพราะเขาก็ยุ่ง แล้วเขามาแวบเดียว เขาก็ต้องรีบไปต่ออีกงานนึง ตัวหนิงเองวันนั้นแทบไม่ได้คุยกับเขาเลยเพราะหนิงติดสายเรื่องงาน นั่งเคลียร์ปัญหาวุ่นวายมาก อยู่ๆ เขาเดินเข้ามาทักเรา มันไม่มีฟีลเคอะเขินเลยนะเพราะว่ามันติด

ครีม : เราข้ามแล้วจริงๆ ไง นางนั่งอยู่กับแก๊งใหญ่เลย เราเลยรู้สึกว่าต้องเดินไปสวัสดีหน่อย มีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้นจะไม่ไปสวัสดีได้ยังไง

วันนั้นคุยอะไรกันบ้าง?

ครีม : คุยกันว่าอิจฉาคุณวุ้นเส้นมากที่ได้สามีหล่อก็แซวกันแหละ แล้วก็คุยกันว่าพี่ว่าเราจะมีวันนี้เหมือนเขาบ้างมั้ย 

หนิง : แล้วครีมก็บอกว่าพี่หนิงเชื่อหนู 

ครีม : รักนิรันดร์ไม่มีอยู่จริง (หัวเราะ) ประสบการณ์เราสองคนมันสอนให้เราต้องคิดเยอะนิดนึง รักแท้ก็มีอย่างพุฒกับจุ๋ยไง แต่เราอาจจะโชคไม่ดีเรื่องนี้ไง แค่พอเห็นคนอื่นมีความสุข เราก็คุยกันสองคนว่าพี่ว่าเราจะมีวันนี้เหมือนเขาอีกมั้ย 

ณ ตอนนี้ที่นั่งคุยในรายการ เราคิดว่าจะมีโมเมนต์เหล่านั้นเกิดขึ้นกับเราอีกมั้ย?

ครีม : พูดจริงๆ เราไม่ได้อยากแต่งงานใหม่ คือถ้าเราไม่ได้รู้สึกว่าเราเจอคนที่เราอยากจะแต่งจริงๆ เพราะวันนี้เราก็ผ่านอะไรมาเยอะ ถ้าถามว่ามีคนคุยมีเพื่อน ถ้ามันเข้าใจกัน เราคิดว่าเราโอเค เพราะเราก็มานั่งคิดแล้วว่าจริงๆ การแต่งงานมันไม่ใช่คำตอบสุดท้าย พอแต่งงานชีวิตจริงมันหลังจากนั้น แต่งงานมันก็คือแค่จบไป ถ้าเราหาคนที่เข้าใจเราและรักเราจริงๆ ได้จะโอเคตรงนั้น

มีอะไรอยากจะบอกซึ่งกันและกันมั้ย?

หนิง : ถ้าในส่วนตัวหนิงยังอยากพูดเหมือนเดิมว่า เหตุการณ์ในวันนั้นจะไม่เกิดขึ้นถ้าเรามีสติมากขึ้นและเชื่อใจกันมากๆ เพื่อนกันมันต้องเชื่อใจกัน ห่วงทุกเรื่องเหมือนเดิมทุกประการ เอาเป็นว่าหนิงห่วงเขา แล้วเขาก็รู้ว่าหนิงห่วงเขาเรื่องอะไร เขาเป็นคนดีมากๆ คนหนึ่งดูเหมือนจะแข็งๆ แต่ข้างในเราไม่ต่างกัน เราเป็นคนอ่อนแอมาก เราก็อยากจะให้ประสบการณ์ในชีวิตอะไรที่มันเกิดขึ้นแค่ทำให้มันดีขึ้น ชีวิตหลังจากนี้มันจะมีความสุข ไม่ต้องเพื่อนเยอะ ไม่ต้องคบคนเยอะ เอาแค่คนที่เข้าใจกัน วันที่เลวสุดก็ยังก็ยังเข้าใจ แล้วก็รัก 

มีอะไรจะบอกพี่สาวคนนี้?

ครีม : ก็เป็นห่วงเขาแหละ แค่อยากจะบอกว่าพี่เลิกคิดโทษตัวเองได้แล้ว ครีมพูดกับเขาตลอดเวลาว่าหนูอยากให้พี่มีความสุข ครีมเชื่อว่าเขาทุกข์มาเยอะ เจอปัญหามาเยอะแล้ว เรื่องเขาหนักกว่าเรื่องเรามาก เขาอยู่ตรงนี้ได้ผ่านมาได้ขนาดนี้คือเขาเข้มแข็งมาก คืออยากจะบอกว่าอะไรที่พี่มีความสุขพี่ทำเลยพี่ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว ความรู้สึกเราก็เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาหันมาเราก็ยังเป็นน้องสาวของเขาเหมือนเดิม

มีเป็นห่วงอะไรเพิ่มเติมพี่สาวคนนี้มั้ย?

ครีม : เขารู้ว่าเขาต้องจัดการตัวเองอะไรยังไง แค่เป็นห่วงจิตใจเขา เราสองคนมันเหมือนกัน ข้างนอกแข็ง แต่ข้างในเราเซนซิทีฟมาก เราอยากให้เขามีกำลังใจที่ดี เจอเรื่องดีๆ แล้วต่อจากนี้ขอให้เขามีความสุข

บทเรียนความรักในอดีต สอนอะไรให้เป็นครีม เปรมสินี ในวันนี้?

ครีม : ก็สอนเยอะนะ เมื่อก่อนมองว่าตอนที่เราจะแต่งงาน เรา 30 กว่า เราใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ทุกคนเตือนหมด พี่สาวก็เตือน (หนิง ปณิตา) 

หนิง : พูดกับครีมว่าห้ามแต่ง 

ครีม : ฉันก็พูดกับเขาตอนเขาแต่งงานว่าจะดีเหรอ ห้ามกันไปมาแล้วเขาเชื่อเรามั้ย เขาก็ไม่เชื่อไง สุดท้ายถ้าพี่เรารักเราก็ซัพพอร์ต อย่างอันนี้เราก็เชื่อว่าเขาก็รู้ว่าเราโอเคเราแฮปปี้ก็ซัพพอร์ตเราแหละ ทุกคนเตือนมั้ย ทุกคนก็เตือน แต่ว่า ณ เวลานั้นมันด้วยวัย ความคิดที่เราไม่เคยมีประสบการณ์ เราก็รู้สึกว่าเราใช้ใจตัดสินอย่างเดียว ก็ฉันชอบ ฉันจะแต่ง ฉันรัก สุดท้ายมันแต่งไปแล้วเรามาเรียนรู้ว่าความรักอย่างเดียวมันไม่พอ มันต้องมีเหตุปัจจัยอย่างอื่นด้วยที่มันจะทำให้เราอยู่ด้วยกันได้มั้ย

ตอนนั้นก่อนแต่งงานคบกันกี่ปี?

ครีม : คบตั้ง 5-6 ปี แล้วก็แต่งงานได้ประมาณ 2 ปีกว่าเองแล้วก็เลิก สุดท้ายครีมมองว่าคนเราไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ถ้ายังรักกันไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร แล้วเราพร้อมจะจับมือแล้วแก้ปัญหาด้วยกัน ครีมเชื่อว่าปัญหานั้นจะผ่านได้ แต่ถ้า ณ วันนึงที่เรารู้สึกว่าเราเจอปัญหาแล้วคู่ของเราไม่ร่วมแก้ปัญหา แล้วเขาปล่อยมือเราไว้กลางทาง มันก็ไม่เวิร์กแล้วสำหรับชีวิตคู่ เพราะฉะนั้นเรารู้สึกว่าถ้ามันไม่ร่วมกันแล้วฝ่าฟันไปด้วยกัน มันก็คงอยู่ด้วยกันไม่ได้ เราก็รู้สึกว่ายุติความสัมพันธ์ดีกว่า

ตอนที่เขายุติความสัมพันธ์พี่หนิงว่ายังไงบ้าง?

ครีม : ตอนนั้นไม่ได้คุยกันไง

หนิง : ไม่ได้คุยกันแต่รับรู้เรื่องราวมาตลอด แล้วหนิงเองรู้สึกสบายใจ ตัวเรามีประสบการณ์อะไรหลายๆ อย่าง แล้วพอรู้ว่าน้องได้ยุติความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเรารู้สึกว่าสบายใจ น้องเราจะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์ จริงๆ หนิงเห็นปัญหานี้ตั้งแต่ก่อนเขาจะแต่งงาน 

พี่หนิงเห็นอะไร พี่หนิงเตือนอะไร?

หนิง : หนิงจะเตือนน้องเสมอว่าเวลาที่เราจะคบกับใครสักคนนึงจนเราจะเลือกว่าเขาคือคู่ชีวิตเรา ขอให้ดูให้นานๆ เขาก็จะเถียงหนิงว่าก็ดูมา 5-6 ปีแล้วพี่ หนิงก็บอกว่า 5-6 ปีมันดูด้วยอารมณ์หรือเปล่า คือเราพลาดมาก่อน เราเอาประสบการณ์สอนเขาว่าดูให้นานๆ คิดจะใช้คู่ชีวิตกับใครมันต้องดูไปจนถึงคนรอบข้างเขาเป็นยังไง ครอบครัวเขาเป็นยังไง เขาเข้ากับเราได้หรือเปล่า 

วันที่พี่หนิงพูดเชื่อว่ายังไม่เข้าใจ?

ครีม :  ไม่เข้าใจ วันนี้เข้าใจแล้ว เข้าใจดีเลยค่ะ เข้าใจดีมาก (ยิ้ม)

ตอนนี้โสดมากี่ปี?

ครีม : 4 ปีค่ะ

เข็ดกับความรักมั้ย?

ครีม : ไม่เข็ด เพราะว่าเราไม่เอาใครตัดสินกันอยู่แล้ว ผู้ชายไม่เหมือนกันอยู่แล้ว 

ช่วงเวลาที่ 4 ปีมีใครมาจีบบ้างมั้ย?

ครีม : มันก็ต้องมีบ้าง เราก็ไม่ได้หน้าขี้ริ้วขี้เหร่ 

แล้วตอนนี้คุยอยู่มั้ย?

ครีม : ไม่คุย ไม่คบ ยังไม่มีแฟนนะคะ 

ที่เข้ามาจีบระดับพระเอกใช่มั้ย?

ครีม : ไม่ตอบอันนี้ แต่เราเป็นเพื่อนกันแล้ว ขอเล่าก่อนเดี๋ยวจะเข้าใจผิด คือมีคนมาทำความรู้จักเราแหละ แต่พอสุดท้ายมันก็มีหลายคนนะใน 4 ปีนี้ แต่ที่เรายังไม่เลือกใครสักคนนึง เราแค่รู้สึกว่ามันยังไม่มีใครที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรารักมากพอ หรือที่เราจะตัดสินใจหรือบอกว่าเขาคือแฟน แต่พอหลังๆ คุยกันเราก็เริ่มรู้สึก

พอเรามีประสบการณ์เราก็คิดเยอะขึ้น บางทีมันไม่ใช่เราหรอก มันก็คือเขาด้วย เขาอาจจะต้องการแบบนี้ แต่ว่าถ้ามันไม่เข้ากัน มุมมองในอนาคตเรารู้สึกว่างั้นเราก็ยุติแล้วก็เป็นเพื่อนกันดีกว่า ซึ่ง ณ วันนี้ที่ยังโอเคและยังรู้สึกกับคนบางคนที่เคยมาคุยกับเรา ถ้าวันนึงเราไปต่อไม่ได้ ณ วันนี้เรายังมีความเป็นเพื่อน 

สถานะตอนนี้ก็คือ?

ครีม : โสดค่ะ ก็มีคุยบ้าง ก็จะมีทักมาบ้าง 

สเปก ณ เวลานี้เป็นยังไง?

ครีม : แซ่บ (หัวเราะ) เราไม่ได้รู้สึกว่าอายุมันจะมีผลเพราะว่ากับคนบางคนอายุเยอะแล้วคิดไม่ได้ก็มี แรงไปมั้ย เด็กสมัยนี้รู้สึกว่าความคิดความอ่านเขาดี บางทีเราคุยกับคนอายุน้อยกว่าเรารู้สึกว่าบางทีเขาก็ให้แง่คิดเรา เขาก็มีมุมมองมีพลังดีๆ มากกว่าเราด้วยซ้ำ 

สเปกหนุ่มคนต่อไปที่จะเข้ามาในชีวิตจริงๆ แล้วเราโอเคคนนี้ผ่าน แล้วประกาศเป็นแฟนต่อหน้าเพื่อนๆ ทุกคนได้ คนๆ นั้นต้องเป็นแบบไหน?

ครีม : เราแค่รู้สึกว่าเราต้องการความสบายใจ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ไม่ต้องมานั่งเครียด ไม่ต้องมานั่งคิดแทนเขา เรารู้สึกว่ามันต้องเป็นคู่ที่ซัพพอร์ตกัน พากันไปในทางที่ดี อายุขนาดนี้เราไม่ต้องการเล่นเกม เราเหนื่อย เรารู้สึกว่าเราต้องการความสงบ ต้องการความจริงใจ และความรักจริงๆ แค่นั้นแหละ เมื่อก่อนเราคาดหวังเยอะ พอเราไม่ได้เราก็ผิดหวัง ณ วันนี้ถึงบอกว่ามันคือความรู้สึก ถ้าคุณใช่สำหรับเราก็คือจบ

กลับมาเล่นละครด้วยบทแม่?

ครีม : มันก็ตามวัยแหละ แต่แม่สมัยนี้วัยรุ่นไง เราก็ไม่ได้เป็นแม่แก่ แล้วเราก็ดูหน้าตาลูกเป็นหลัก ถ้าลูกหล่อปุ๊บเราก็รับเลย กลับมารับละครแล้ว ปีที่แล้วเล่น 3 เรื่อง

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

“3 แซ่บ” ครบรอบ 12 ปี! ซุปตาร์แน่นเวที!

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2834383

“3 แซ่บ” ครบรอบ 12 ปี! ซุปตาร์แน่นเวที!

5 ม.ค. 2568 06:30 น.

“3 แซ่บ” ครบรอบ 12 ปี! ซุปตาร์แน่นเวที!

สวัสดีปีใหม่ 2568! ความแซ่บ ความสนุก ในรายการ “3 แซ่บ” ยังไม่จบง่ายๆจ้า!! “พ่อหนุ่ม แม่ชม” ยังชวนทีมเสริมทัพ “สายฟ้า พายุ แอบิเกล อาเล็ก เป็กกี้ แจ็ค แฟนฉัน” และแขกรับเชิญสุดฮอตแห่งยุค 6 หนุ่ม “PROXIE” และ 7 สาว “4EVE” ยังอยู่ร่วมส่งความสุขให้คุณผู้ชมด้วยกัน มาเล่นเกมหนุกหนานกันต่อ 

แบ่งเป็น 3 ทีม “PROXIE vs 4EVE vs พิธีกร” กับ 3 เกม มันส์ ม่วนๆ ใบ้คำสัตว์โลกน่ารัก, สติ๊กกาโด้ และ เรียงแก้วหรรษา แต่ละทีมสู้สุดใจไม่มีใครยอมใคร โดยเฉพาะตัวแม่การเล่นเกมแห่ง 3 แซ่บ คนที่คุณก็รู้ว่าใคร “แม่ชม!!” “จะบอกว่าทำรายการมา 12 ปี ไม่เคยแพ้” พ่อหนุ่ม เสริม “มีไอ้แจ็คเนี่ย แพ้เลย!” ตัวนำโชค?? แจ็ค เอ๊ย!!! ก็รอดตัวไป เพราะคะแนนรวมนั้น 7 หนุ่ม PROXIE คือผู้แพ้ตัวจริง ก็ดีใจอยู่ไม่น้อย เพราะได้เห็นการลงโทษ หนุ่มๆต้องเต้น เอวหวานเหลือเกิน มองเพลินสุดๆ เจ้าแม่ดึ๋งๆ น้องเกล ก็ช่วยหนุ่มๆ ด้วย แหมเจ๊!! เป็นงานเกิ๊น

ปิดท้ายด้วยภาพบรรยากาศปาร์ตี้แบบเอกซ์คลูซีฟของรายการ “3 แซ่บ” ม่วนจอย นำโดย “เอ็กซ์โทรเวิร์ต แอบิเกล” และ “อินโทรเวิร์ต  เลอา” นักร้องสุดฮา “เป็กกี้ ศรีธัญา” เข่าทรุดเลยทีเดียว!! เหล่าซุปตาร์  “ณเดชน์, ญาญ่า, มาริโอ้, หมอช้าง, มดดำ ฯลฯ” ตบเท้าเข้าอวยพรรายการ “3 แซ่บ” ครบรอบ 12 ปี ชื่นใจ ขอบคุณแฟนๆรายการและผู้สนับสนุนทุกท่าน ขอให้มีความสุขด้วยกันตลอดปีตลอดไป…ติดตามเรื่องราวกันต่อใน “3 แซ่บ” วันอาทิตย์นี้ บ่ายโมง 15 ช่อง 3 HD และชมย้อนหลังได้ที่ www.youtube.com/polyplusentertainment

“ลิซ่า” นำทัพศิลปินระเบิดความสุขสะกดชาวโลก งาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคาต์ดาวน์ 2025” @ไอคอนสยาม

https://www.thairath.co.th/entertain/music/2834382

“ลิซ่า” นำทัพศิลปินระเบิดความสุขสะกดชาวโลก งาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคาต์ดาวน์ 2025” @ไอคอนสยาม

5 ม.ค. 2568 06:01 น.

“ลิซ่า” นำทัพศิลปินระเบิดความสุขสะกดชาวโลก งาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคาต์ดาวน์ 2025” @ไอคอนสยาม

ทำถึง ทำเกิน ไอคอนสยาม จัดมหาปรากฏการณ์บันเทิงฉลองความยิ่งใหญ่ของไทยและโลก “Amazing Thailand Countdown 2025” นำทีมโดย ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล หนึ่งในศิลปินไอคอนิกระดับโลกที่มาพร้อมโชว์เดี่ยวสุดเอกซ์คลูซีฟ และกองทัพศิลปินไทย-อินเตอร์ฯ กว่า 60 ชีวิต ร่วมงานฉลอง 3 วัน 3 คืน ที่ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

ประเดิมวันแรก สองหนุ่ม ซี–พฤกษ์ และ นุนิว–ชวรินทร์ ศิลปิน Namo, Super Band–Turbo TRACKTONES, ต้า–นันคุณ, Sammy Niche และ แพรว– รัตนาพร เซอร์ไพรส์จาก มิลลิ ตัวลูกสุดปัง ฟีเจอริงกับตัวมัมตัวแม่ ฮาย–อาภาพร ศิลปิน 22Bullets–World Class EDM Artist สัญชาติไทย Top 100 DJs ส่งต่อความสุขคืนวันที่ 2 ประเดิมเวทีด้วย สาวเท่ D–NA และ Wizzle, ไอดอลกรุ๊ป T–Pop วง BUS Because of You, I Shine, Proxie, Gen1es & CHUANG ASIA S2 Trainees ไฮไลต์ศิลปินจีนชื่อดังระดับโลก Wei Zhe Ming (เว่ยเจ๋อหมิง) มอบโมเมนต์สุดพิเศษกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด

คืนวันที่ 31 ธ.ค. พบนักแสดงจาก Pit Babe the Series จากนั้นเป็นพิธีเปิดงานอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคาต์ดาวน์ 2025 ต่อด้วยศิลปินฮอต นนท์–ธนนท์, บิวกิ้น–พุฒิพงศ์, พีพี–กฤษฏ์, 4EVE, เจฟ ซาเตอร์ และไฮไลต์ ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล ท่ามกลางแฟนคลับที่แห่มาให้กำลังใจล้นหลาม ก่อนร่วมนับถอยหลังเพื่อก้าวสู่ศักราชใหม่ไปพร้อมๆกับมหาปรากฏ การณ์พลุเฉลิมฉลองระดับโลก Cele brating the Everlasting Legacy of Siam ข้ามปีไปกับการแสดงจาก เป๊ก–ผลิตโชค มอบความสุข ความประทับใจให้กับแฟนๆแบบจัดเต็ม

ดีแลน หวัง ยึดกรุงเทพฯ ระเบิดความมันส์กับรอบปฐมทัศน์ ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2834430

ดีแลน หวัง ยึดกรุงเทพฯ ระเบิดความมันส์กับรอบปฐมทัศน์ ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง

4 ม.ค. 2568 19:49 น.

ดีแลน หวัง ยึดกรุงเทพฯ ระเบิดความมันส์กับรอบปฐมทัศน์ ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง

รอบปฐมทัศน์ระดับโลกของ Guardians of the Dafeng “ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง” กลายเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำ เนื่องจากตรงกับช่วงคอนเสิร์ต 2024-2025 Dylan Wang D.PARTY CONCERT IN BANGKOK ของ ดีแลน หวัง หรือ หวังเฮ่อตี้ ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย

หลังจากจบการแสดงสุดมันส์ และได้เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยความตื่นเต้นดีใจ เขากล่าวว่า “มันเหมือนโชคชะตา ที่ผมได้ดูซีรีส์ตอนแรกร่วมกับทุกคนจริงๆ” หวังเฮ่อตี้ ได้เดินลงจากเวที หลังจบการแสดงคอนเสิร์ต พร้อมชวนเหล่าบรรดาแฟนคลับกว่า 10,000 คน ร่วมอยู่ชมละครตอนแรกของ ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง ร่วมกันกับเขา นี่คือมิติใหม่ในการสร้างประวัติศาสตร์ซีรีส์จีนเรื่องแรก ที่ให้แฟนคลับร่วมชมผลงานการแสดงของศิลปิน ในงานปาร์ตี้คอนเสริ์ตที่จัดในต่างประเทศอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้

ตั้งแต่ช่วงต้น บรรยากาศในฮอลล์สร้างความคึกคัก แฟนๆ ตื่นเต้นร่วมชมกัน ตลอดทั้งตอน มีฉากที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะจนท้องแข็ง เมื่อตัวละครของ หวังเฮ่อตี้ ได้รับบทเป็น สวี่ชีอัน รับภารกิจไขคดีเงินภาษีที่หายไป และประกาศอย่างมั่นใจว่าความรู้ของเขามาจากตำราโบราณที่เรียกว่า “วิชาเคมีระดับมัธยมปลาย” บทพูดนั้นลงตัวพอดี ร่วมถึงท่าทางการแสดงของเขา ทำให้เกิดเสียงหัวเราะดังลั่นไปทั้งฮอลล์ อิมแพ็ค อารีน่า

เมื่อความสนุกจบลงพร้อมกับซีรีส์ตอนแรก หวังเฮ่อตี้ ได้หันไปหาผู้ชมพร้อมรอยยิ้มและถามว่า “ชมแล้วเป็นอย่างไงกันบ้างครับ” คำตอบนั้นดังสนั่น มีเสียงตะโกนจากแฟนคลับกว่า 10,000 คน ดังลั่นว่า “สุดยอดมาก!” แฟนๆ ต่างก็ชื่นชมเป็นอย่างมาก โดยหลายคนบอกว่า การแสดงที่สดใส ร่าเริง ขบขัน การดำเนินเรื่องราวได้กระชับ รวดเร็ว และบทบาทของเหล่าบรรดานักแสดงของละครเรื่องนี้ก็สร้างสีสันได้ดี ..ทำให้ทุกคนที่อยู่ในงานอยากดูรวดเดียวกันทั้งเรื่องเลยทันที

นอกจากนี้ แฟนๆ ยังสามัคคีตีฆ้องร้องเพลง สร้างเสียงซิมโฟนีที่มีชีวิตชีวาด้วยเสียงก้องกังวานและเสียงเชียร์ตลอดทั้งงาน ดีแลน ถึงกับทึ่งในความกระตือรือร้นของเหล่าแฟนคลับของเขา และเรียกมันว่า “เป็นการสนับสนุนที่ไม่เหมือนใคร มันสุดยอดมากที่สุดที่ผมเคยได้รับ!”

การฉายรอบปฐมทัศน์ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองซีรีส์เท่านั้น แต่ยังเป็นมาสเตอร์คลาสในการมีส่วนร่วมของแฟนๆ ดีแลน แบ่งปันความหวังของเขากับซีรีส์เรื่องนี้โดยกล่าวว่า “เรื่องราวของ สวี่ชีอัน เต็มไปด้วยความลึกลับอันชาญฉลาด ช่วงเวลาที่สนุกสนาน และความมุ่งมั่นต่อความยุติธรรมที่ไม่สั่นคลอน เป็นการเดินทางของการเติบโตและความสนิทสนมกันในตัวละครที่ผมหวังว่าจะโดนใจผู้ชมทั่วโลก”

ด้วยการเปิดตัวรอบปฐมทัศน์เช่นนี้ Guardians of the Dafeng “ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง”
ไม่เพียงแต่สร้างกระแสเท่านั้น แต่ยังสร้างประวัติศาสตร์อีกด้วย

“ดีแลน หวัง” มันส์ถึงใจ สร้างมิติใหม่เซอร์ไพรส์แฟนทั้งฮอลล์อิมแพ็คฯ

https://www.thairath.co.th/entertain/music/2834428

“ดีแลน หวัง” มันส์ถึงใจ สร้างมิติใหม่เซอร์ไพรส์แฟนทั้งฮอลล์อิมแพ็คฯ

4 ม.ค. 2568 19:25 น.

“ดีแลน หวัง” มันส์ถึงใจ สร้างมิติใหม่เซอร์ไพรส์แฟนทั้งฮอลล์อิมแพ็คฯ

“ดีแลน หวัง” มันส์ถึงใจ สร้างมิติใหม่เซอร์ไพรส์แฟนทั้งฮอลล์อิมแพ็คฯ ชวนผองเพื่อนมาร่วมโชว์บนเวที งาน “2024-2025 Dylan Wang D.PARTY CONCERT IN BANGKOK” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี ทำถึง! ทำจึ้ง! จัดเต็ม! ทั้งโปรดักชันระดับเวิลด์คลาส แสง สี อลังการทุกเพลง รวมถึงจอ LED ขนาดยักษ์ และจอ LED วางเรียงเป็นตัวยูตามรูปแบบเวทีที่ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนก็เห็นชัดแบบฟูลเอชดี กวาดเสียงชมจนถูกยกให้เป็นคอนเสิร์ตส่งท้ายปีที่ดี และยิ่งใหญ่ที่สุด โดยผู้จัด “ไอมี่ไทยแลนด์” (iMe Thailand) เสิร์ฟเป็นของขวัญให้ผู้ชม

เปิดเวทีมาทุกคนในฮอลล์ก็ได้สัมผัสกับความร้อนระอุตั้งแต่วินาทีแรก บัตรยืนได้มันส์ตั้งแต่เริ่ม ส่วนบัตรนั่งก็แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้! ไม่ใช่แค่ความฮอตของหนุ่ม “ดีแลน” ที่ปรากฏตัวด้วยลุคหล่อเท่สะท้านเวที แต่ยังได้เพื่อนพ้องสมาชิกทีม ‘SEEWE’ อย่าง “VPS” และ “WATCHME” แท็กทีมมาสาดความมันส์แร็ปไฟลุกเวที ทำเอา “ชงตี้ฮั่ว” (ชื่อแฟนคลับของ ดีแลน หวัง) ถึงกับกรี๊ดถล่มทลายกับทั้งเพลง ‘烧’, ‘no fly zone’, ‘爬坡上坎’ ต่อเนื่องแบบไม่พักแถมยังได้แร็ปเปอร์หนุ่ม ‘BRIDGE’ เพื่อนในก๊วนมาทวีความเดือดเพิ่มอีกในเพลง ‘老大’ จากนั้นหนุ่มดีแลนได้ทักทายแฟนๆ ในฮอลล์ และบอกว่าเขามีความสุขมากที่ได้ร้องเพลงกับทุกคน และได้ปลุกเอนเนอร์จี้ทุกคนในวันนี้

หลังจากนั้นคอนทีนิวฟีลลิ่งสุดจอยไปด้วยกันในเพลง ‘小霸王’ ก่อนจะส่งต่อเวทีให้อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ของค่ำคืนนี้ แร็ปเปอร์ชื่อดัง “24KGOLDN” กระโดดขึ้นมาพร้อมเพลง ‘Mood’ ตามด้วย “TRIP TO LA” ที่พาดีแลนกลับขึ้นสเตจร่วมแจมเพลงนี้ด้วยกัน

มาถึงช่วงคืนกำไรความฟินให้แฟนๆ ดีแลนเล่นเกม ‘เป่ายิงฉุบ’ กับลัคกี้แฟนด้านล่าง 3 คน ผลออกมาแพ้รวดทำให้เจอบทลงโทษ ‘ถ่ายภาพน่ารัก 5 ท่า’, ‘ถ่ายภาพทำมือรูปหัวใจ 5 ท่า’ และ ‘ถ่ายภาพด้วยท่าทางตลกๆ’ โดนใจแฟนคลับได้เก็บภาพกันรัวๆ ส่วนพาร์ทต่อมาเอนจอยต่อกับเพลงสนุกๆ อย่างเพลง ‘如果哪天我不帅了’, ‘湖边迪斯科’, ‘避风塘’ แถมยังได้หนุ่มมาดคูล ‘LSGCsikoriot’ มาร่วมแจม

แถมยังเห็นทักษะการเล่นบาสกีฬาโปรดของดีแลนแอนด์เดอะแก๊งโบร๊วบนเวทีทำชาเลนจ์โยนลูกบาสลงถังเพื่อแจกรางวัลพิเศษให้แฟนคลับผู้โชคดี สเปเชียลโมเมนต์ยังไม่หมดแค่นั้น หนุ่มดีแลนยังแจกความคุ้มให้เอฟซีแบบดับเบิลด้วยการเดินลงมาหาด้านล่างแบบใกล้ชิดพร้อมแจกของขวัญให้กับมือ

เสียงกรี๊ดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อหนุ่มดีแลนขึ้นโชว์ทักษะเต้น Solo Dance สุดกร้าวใจ ส่วนแก๊งโบร๊ว! ‘WATCHME’ กับ ‘VPS’ ก็ตามขึ้นเวทีมาเสริมทัพในเพลง 安全感, ‘Dream car’ ท่ามกลางแสงสว่างของแสงแฟลชจากมือถือของคนในฮอลล์ตามคำขอจาก 3 หนุ่ม ปรับโหมดกลับมาเวทีเดือดอีก! เมื่อได้ชาวแก๊ง ‘L4WUDU’ มาเป็นกำลังเสริมเพิ่มความมันส์โดดยับ 2 เพลง ‘命’ และ ‘With My Gang’ ที่เหมือนเป็นการเรียกน้ำย่อยให้แฟนๆ ได้ไปเต้นจนฮอลล์สะเทือน กับ DJ ที่ออกมาเปิดแผ่นมันส์เว่อร์

แต่ดีแลนไม่ปล่อยให้ทุกคนอารมณ์ค้าง ขนเพลงมาโชว์ทั้งพาร์ทเดี่ยว และพาร์ทรวมเพื่อนพ้องน้องพี่มามอบความสนุกต่อส่งท้ายคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเป็น ‘极乐迪斯科’, ‘MISS ME’, ‘海边探戈’ และอังกอร์กับ ‘烧’ ที่ถูกเลือกเป็นเพลงเปิดและปิดคอนเสิร์ตครั้งนี้ แต่..!! เซอร์ไพรส์ยังไม่จบ “ดีแลน หวัง” ให้ทุกคนกลับบ้านง่ายๆ ไม่ได้ สร้างมิติใหม่ชวนแฟนคลับในฮอลล์ดูซีรีส์เรื่องใหม่ของเขา “ผู้พิทักษ์รัตติกาลแห่งต้าเฟิ่ง” ที่ออนแอร์วันแรก (28 ธ.ค.67) ด้วยกันกลางคอนเสิร์ตไปเลย!! เรียกว่าตลอดกว่า 3 ชั่วโมง แฟนๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกับโปรดักชันสุดอลังการ โกยความสนุก ความประทับใจ และโมเมนต์พิเศษไปแบบเต็มอิ่มเลยทีเดียว!

ในปีหน้าผู้จัด ไอมี่ไทยแลนด์ ยังเตรียมเสิร์ฟความสนุกแบบจัดเต็มรอให้แฟนๆ ชาวไทยได้มาร่วมเสพความสุขไปด้วยกันอีกมากมาย…รอติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook @imethailand, IG และ Twitter @ime_th

ทอย ปฐมพงศ์ บวชทดแทนคุณพ่อแม่ ได้ฉายาทางธรรม “ปฐมวํโส” (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2834426

ทอย ปฐมพงศ์ บวชทดแทนคุณพ่อแม่ ได้ฉายาทางธรรม “ปฐมวํโส” (คลิป)

4 ม.ค. 2568 19:17 น.

ทอย ปฐมพงศ์ บวชทดแทนคุณพ่อแม่ ได้ฉายาทางธรรม “ปฐมวํโส” (คลิป)

เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์แล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่ม ทอย ปฐมพงศ์ เรือนใจดี ที่ล่าสุดเข้าพิธีอุปสมบทเมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยเจ้าตัวตั้งใจบวชเพื่อทดแทนคุณพ่อแม่

โดยในเวลา 09.00 น. ได้มีพิธีปลงผม โดยมี คุณพ่อณัฐพงศ์ เรือนใจดี และ คุณแม่ปิยะวรรณ จงปัญญางาม เริ่มขลิบผม ตามด้วยญาติผู้ใหญ่และเพื่อนๆ มีคนในวงการบันเทิงมาร่วมงาน อาทิ ดวงดาว จารุจินดา, มดดำ คชาภา, นุ้ย สุจิรา, ปอนด์ ชยพล, พลพล พลกองเส็ง, เบสท์ รักษ์วนีย์, ฝน ธนสุนทร, กานต์ ทศน ฯลฯ

จากนั้นในเวลา 11.30 น. พระคุณเจ้ามาทำการโกนผมนาค ก่อนจะร่วมรับประทานอาการร่วมกัน และในเวลาประมาณ 12.30 น. เตรียมเข้าโบสถ์ ตั้งขบวนเดิน นาคเวียนประทักษิณอุโบสถ 3 รอบ และในช่วงบ่ายมีพิธีอุปสมบท โดยมีพระพรหมวชิรรังษี (จิรพล อธิจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ เดินทางมาที่อุโบสถเพื่อประกอบพิธีอุปสมบท และมีพระครูปริตรโกศล เป็นพระอาจารย์ พระมหาวรุธ ธมฺมคุตฺโต เป็นพระพี่เลี้ยง ให้การกำกับดูแล

หลังเสร็จสิ้นพิธีอุปสมบท พระทอย ได้รับฉายาทางธรรมว่า “ปฐมวํโส” แปลว่า ผู้เกิดในวงศ์ตระกูลอันดับหนึ่ง บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เจนนี่ ตอบปม แม่เกตุ หลังโพสต์ดูน่าห่วง ไลฟ์สดร้องไห้ บอกไม่สะดวกลงดีเทล

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2834420

เจนนี่ ตอบปม แม่เกตุ หลังโพสต์ดูน่าห่วง ไลฟ์สดร้องไห้ บอกไม่สะดวกลงดีเทล

4 ม.ค. 2568 18:09 น.

เจนนี่ ตอบปม แม่เกตุ หลังโพสต์ดูน่าห่วง ไลฟ์สดร้องไห้ บอกไม่สะดวกลงดีเทล

หลังจากที่ แม่เกตุ คุณแม่ของนักร้องลูกทุ่งแดนใต้ เจนนี่ รัชนก สุวรรณเกตุ หรือ เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น โพสต์ข้อความที่ดูน่าเป็นห่วง โดยบอกว่า “ถ้าติดต่อไม่ได้แสดงว่าไม่มีชีวิตอยู่” แต่หลังจากนั้นโพสต์ดังกล่าวหายไปแล้ว เหลือเพียงโพสต์ล่าสุดที่เขียนว่า “อย่าเป็นคน..ใจบอด ที่มองไม่เห็น..ข้อดี..ของคนอื่น สู้กันต่อ” และใส่อีโมจิชูสองนิ้วสู้ๆ และอีโมจิหัวใจ

งานนี้หลายคนก็เข้ามาถามเรื่องนี้กับ เจนนี่ ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งในไลฟ์ล่าสุดของ เจนนี่ ก็ได้ตอบถึงเรื่องดังกล่าวว่า “เจนนี่เข้าใจคนมาถามเยอะๆ เจนนี่เป็นลูก คนก็อยากรู้ แต่ไม่สะดวกนึกออกไหม เราไม่สะดวกลงดีเทลทั้งหมด เจนนี่ก็คิดว่าเจนนี่ไม่ได้รู้ไปซะหมดเหมือนที่แม่เกตุเป็น เจนนี่ก็ขอให้แม่ผ่านเรื่องราวแย่ๆ ไปได้แบบเร็ววัน เจนนี่คิดได้แค่นั้น แต่จะผ่านได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับแม่แล้ว 

เราเป็นลูก เราทำได้แค่นี้ เกิดมาไม่สร้างปัญหาให้ครอบครัว ดูแลครอบครัวได้ก็ถือว่าดีแล้ว เจนนี่ก็รู้สึกว่าเราทำได้ดีสุดๆ แล้ว แม่เกตุโอเคแล้ว แกก็ไลฟ์อยู่ ทุกคนก็ติดตาม ให้มานั่งพูดเรื่องในบ้าน พูดทั้งปีไม่หมด แต่ละบ้านไม่เหมือนกันหรอก” (ชมคลิป)

ในขณะที่ แม่เกตุ ก็ไลฟ์สดเช่นกัน และมีช่วงหนึ่งที่ร้องไห้ก่อนจะบอกว่า “แม่เกตุไม่ได้แสดง แม่เกตุเจอร้อยเรื่องในปี 67 แต่แม่เกตุก็อดทนลุกขึ้นมาอาบน้ำกินข้าว แต่เวลาอยู่คนเดียวแม่เกตุก็อยากจะบอกว่า แม่เกตุไม่อยากอยู่แล้ว แม่เกตุอยู่คนเดียวแล้วมันก็เครียด” (ชมคลิป)

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เปิดโพสต์แรก พลอย อัยดา พาลูกไหว้พระรับเทศกาลปีใหม่ บรรยากาศอบอุ่น

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2834415

เปิดโพสต์แรก พลอย อัยดา พาลูกไหว้พระรับเทศกาลปีใหม่ บรรยากาศอบอุ่น

4 ม.ค. 2568 17:00 น.

เปิดโพสต์แรก พลอย อัยดา พาลูกไหว้พระรับเทศกาลปีใหม่ บรรยากาศอบอุ่น

เก็บตัวเงียบไม่มีความเคลื่อนไหวมาพักใหญ่ สำหรับ พลอย อัยดา กันตถาวร ภรรยาของพิธีกรหนุ่ม กันต์ กันตถาวร ซึ่งหลังจากที่เกิดกระแสข่าวร้อนในช่วงเดือน ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา และสามีเข้าเรือนจำมาจนถึงเวลานี้ เจ้าตัวก็หายหน้าหายตาไปจากโซเชียลนานนับเดือน

และล่าสุด พลอย อัยดา กลับมาเคลื่อนไหวโซเชียลอีกครั้งด้วยการโพสต์ภาพลงใน TikTok ซึ่งเป็นภาพ น้องพร้อม และ น้องพราว ลูกชายและลูกสาว ในชุดสีแดง โดยเจ้าตัวพาลูกๆ ไปไหว้พระรับเทศกาลปีใหม่ พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “Happy new year สวัสดีปีใหม่ค้าบบบ”

โดยมีแฟนๆ ที่เข้ามาคอมเมนต์อวยพรปีใหม่และชื่นชมความน่ารักของเด็กๆ มากมาย อาทิ ได้เห็นพร้อมพราวแล้ววว ไม้ได้เห็นนานเลยค่ะ, สวัสดีปีใหม่ค้า น้องพร้อมน้องพราว คิดถึงจังเลย, คิดถึงจังเลยย ลงรูปน้องเยอะๆ นะคะ,

เด็กๆ ชอบสีแดงเหมือนพ่อเลย, เด็กๆ น่ารักมาก มีความสุขกันนะคะลูก คิดถึงน้องพลอยนะคะ, ขอให้เด็กๆ มีสุขภาพแข็งแรง น่ารักสดใสนะคะ, วัดนี้คุ้นมากค่ะ มาทำบุญที่วัดปริวาสแน่เลยครับ แต่ถ้าผิดขออภัยค่ะ (ไม่น่าผิดนะ) สวัสดีปีใหม่ครับน้องพร้อมน้องพราว ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ปาล์มมี่ หยุดงานไม่มีกำหนด หลังคนในครอบครัวป่วย ต้องดูแลแบบปลอดเชื้อ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2834316

ปาล์มมี่ หยุดงานไม่มีกำหนด หลังคนในครอบครัวป่วย ต้องดูแลแบบปลอดเชื้อ

4 ม.ค. 2568 15:50 น.

ปาล์มมี่ หยุดงานไม่มีกำหนด หลังคนในครอบครัวป่วย ต้องดูแลแบบปลอดเชื้อ

ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วง เมื่อ genie records ต้นสังกัดของนักร้องสาว ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ ได้โพสต์จดหมายชี้แจงเรื่องการหยุดพักงานไม่มีกำหนด เนื่องจากคนสำคัญในครอบครัวป่วยกะทันหัน และต้องดูแลอย่างใกล้ชิดแบบปลอดเชื้อ

โดยในจดหมายจาก genie records มีเนื้อหาดังนี้

“ทางต้นสังกัด genie records ขอแจ้งให้ทราบว่า เนื่องด้วยมีคนสำคัญในครอบครัวของ ปาล์มมี่-อีฟ ปานเจริญ ป่วยกะทันหัน โดยทางปาล์มมี่ไม่สามารถออกไปปฏิบัติงานข้างนอกได้อย่างปกติ เพราะต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดแบบปลอดเชื้อ จึงเรียนแจ้งให้ทราบว่า ปาล์มมี่จะขอหยุดงานอย่างไม่มีกำหนด

ทางต้นสังกัดและศิลปินต้องขออภัยแฟนเพลงทุกท่าน, ผู้จัดงาน และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านมา ณ ที่นี้

ประกาศ ณ วันที่
3 มกราคม 2568”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แน็ก ชาลี ประกาศพร้อมเสียเวลา เกลียดนกสองหัว ลั่นปีนี้จะเป็นคนเหี้xแล้ว (คลิป)

แน็ก ชาลี ประกาศพร้อมเสียเวลา เกลียดนกสองหัว ลั่นปีนี้จะเป็นคนเหี้xแล้ว (คลิป)

4 ม.ค. 2568 14:31 น.

แน็ก ชาลี ประกาศพร้อมเสียเวลา เกลียดนกสองหัว ลั่นปีนี้จะเป็นคนเหี้xแล้ว (คลิป)

หลังจากที่พระเอกหนุ่ม แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ โพสต์ชี้แจงถึงเรื่องที่ไม่ได้ทำงานกับ ปู ศศิธร อดีตผู้จัดการส่วนตัว โดยระบุสาเหตุที่ทำให้มีปัญหาคือเรื่องเงิน ซึ่งอีกฝ่ายนำเงินมาคืนในส่วนที่มีหลักฐานชัดเจนแล้ว พร้อมทั้งเตือนอย่าพิมพ์ด่าใคร เพราะอาจถูกฟ้องได้ และเขียนแคปชั่น “ผมก็คนเหี้xคนนึงครับ ขอโทษครับแม่”

หลังจากนั้น มดดำ คชาภา พิธีกรชื่อดัง ก็ได้ออกมาพูดถึงสาเหตุที่ แน็ก-ปู แยกย้ายไม่ทำงานร่วมกันต่อ ว่าเป็นเพราะพอมีรายได้เยอะ เสียภาษีเยอะ และต้องแบ่งเปอร์เซ็นต์เยอะ ทำให้รู้สึกเสียดาย จึงจะขอให้เป็นเงินเดือน ทำให้จบกันไม่สวย

ในขณะที่ ปู ศศิธร ก็โพสต์ชี้แจงอย่างละเอียดถึงสาเหตุที่ยุติบทบาทผู้จัดการ เป็นเพราะพอบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น มีการให้ลด % จากเดิมที่คุยกันไว้ เมื่อข้อเสนอเปลี่ยนไปจึงขอแยกย้าย เรื่องที่ไม่ให้เปลี่ยนเบอร์เป็นเพราะยังเคลียร์งานไม่เสร็จ ต้องประสานงานที่ค้างไว้ให้เสร็จก่อน ส่วนปัญหาเรื่องเงินที่อีกฝ่ายพูดถึงคือเรื่องภาษี ซึ่งได้มีการเรียกประชุมพร้อมบัญชีบริษัท และมีการคำนวณภาษีจากนักบัญชี ซึ่งก็ร่วมจ่ายเงินภาษีที่เกิดขึ้นให้ หลังจากที่คุยตกลงกัน 2 วัน ตอนนั้นก็ไม่มีข้อโต้แย้งอะไร

ล่าสุด แน็ก ชาลี ไลฟ์สด TikTok ซึ่งในช่วงหนึ่งของไลฟ์ แน็ก ชาลี พูดว่า เพื่อนๆ ใช้ชีวิตให้มีความสุข แล้วก็ดูแลตัวเอง ไม่ต้องแคร์อะไรผมทั้งสิ้น ผมไม่ใช่แน็กแบบเดิมแล้ว อย่างที่ผมบอกนะครับ ผมจะเป็นคนเหี้xแล้วนะครับ 

ไม่ต้องเป็นห่วง มีความสุขดี ผมรำคาญหลายๆ อย่าง แล้วผมโคตรเกลียดนกสองหัวเลย พวกนกสองหัวมันกระจอกมาก ผมรู้สึกว่าคนพวกนี้มันไม่มีศักดิ์ศรี มันไม่อายหรือไงที่แบบว่า ที่มันใช้ชีวิตไปอยู่กับคนที่มันด่าฉิบหาxวายวอดทุกๆ วัน มันกระจอกมากจริงๆ เกลียดผมเลย พวกกระจอก

ก่อนที่ผมจะเป็นนิสัยชั่วร้ายเต็มตัว น้องๆ ที่ทำงานกับผม กระจายออกไปจากผมซะ ผมไม่อยากให้ใครต้องมาดูไม่ดีไปด้วย หลายอย่างที่ผมยังอดทน มันเพื่อคนอื่นอย่างเดียวเลย แต่ปัญหาคือพอเวลาผ่านไปนาน มันน่ารำคาญ พอผ่านไปนานแล้วมาพูดแก้ไข มันก็เหมือนคนพูดไม่จริง

ผมบอกเลยนะว่า ผมพร้อมที่จะเสียเวลา เดี๋ยวเราต้องมีการตีกันไปตีกันมา ฟ้องกันไปฟ้องกันมา ผมให้เวลาพวกเขาเตรียม รวมหัวกันคิดโน่นคิดนี่ มีเวลาให้พวกคุณได้ทำอะไรกันตามสบาย ไม่มีใครชอบหรอกครับเวลามีปัญหา เพราะต้องมานั่งเถียงกันไปเถียงกันมา ผมนั่งดูวันนี้ ผมยังตลกเลย ที่มีคนพูดว่า ให้จ้างไปทำงาน ไม่ใช่จ้างมาเป็นเจ้านาย ผมตลกคนคนนั้นมากเลย

ตั้งแต่วันนี้ผมก็จะไม่ได้พูดอะไรที่มันสวยหรูมากมาย ผมก็จะเป็นคนพูดตรงๆ ขึ้น ก็รับกันให้ได้แล้วกันพวกที่บอกให้ผมพูดตรงๆ ไม่พูดก็โดนพูดก็โดน ผมเบื่อมาก

นอกจากนี้ แน็ก ชาลี ตอบคำถามแฟนๆ ถึงเรื่องที่ มดดำ คชาภา พูดถึงเรื่องปัญหาของตนกับอดีตผู้จัดการ โดยบอกว่า ผมยังไม่ได้คุยอะไรกับพี่มดเลย ก็เห็นที่คนแชร์อยู่ เขาน่าจะไปคุยกับฝั่งโน้นมากกว่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่ว่าตัวผมยังไม่ได้คุยอะไรทั้งสิ้น ผมก็แก้ไปตามที่มันเป็น

ก่อนจะบอกว่า ผมบอกเลยว่าใครที่ติดตามผม เลิกติดตามผมได้นะครับ ผมก็จะไปทำสิ่งที่ผมอยากทำหลายๆ อย่าง วันนี้ผมจะไปลุยด้านดนตรีแล้ว ไม่ต้องมาแคร์อะไรหลายๆ อย่างที่มันหมดเวลาของมันแล้ว ก็ดีใจ มันอึดอึด ฝืนทำหลายๆ อย่างทั้งที่ไม่ได้อยากทำ ไม่อยากโกหกคน แต่มันก็ต้องมีคนให้อยากทำ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม