นิวเคลียร์ เผยโฉมหน้าใหม่หลังทำครบ 3 เดือน คนชมสวยสดใสเกาหลีมาก

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2827214

นิวเคลียร์ เผยโฉมหน้าใหม่หลังทำครบ 3 เดือน คนชมสวยสดใสเกาหลีมาก

23 พ.ย. 2567 18:38 น.

นิวเคลียร์ เผยโฉมหน้าใหม่หลังทำครบ 3 เดือน คนชมสวยสดใสเกาหลีมาก

เรียกว่าเป็นคุณแม่คนสวยที่ดูแลตัวเองอย่างดีมาตลอด สำหรับนักร้องนักแสดงสาว นิวเคลียร์ หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ และล่าสุดทำแฟนๆ ฮือฮา เมื่อเจ้าตัวไปทำหน้าด้วยการยกคิ้ว ดึงหน้า ให้ดูเด็กลงกว่าเดิมไปอีก

โดยหลังจากที่ นิวเคลียร์ ไปยกคิ้วกับดึงหน้าครบ 3 เดือน เจ้าตัวก็อัปเดตความสวยให้แฟนๆ ได้ชมผ่านทางอินสตาแกรม @newclear_hansa ด้วยการโพสต์ภาพพร้อมทั้งเขียนข้อความบอกว่าประทับใจสุดๆ จากที่เคยมีปัญหาหางตาตก หน้าหย่อนคล้อยตามวัย แต่ตอนนี้บอกเลยว่าหน้าเด็กลงเป็นสิบปี คนรอบตัวทักตลอดว่าไปทำอะไรมา หน้าเป๊ะสุด ชอบมากจริงๆ

ส่องคอมเมนต์ทำเอาแฟนๆ แห่คอมเมนต์ อาทิ ละมุนมาก, คือมันเป็นเวอร์ชั่นที่ดีมากจริงๆ สดใสน่ารักอ่ะ, หน้าเด็กขึ้นไปอีกเลยค่ะ, สวยฉ่ำเกาหลีเกาใจสุดๆ ค่ะ, ในรูปสวย ตัวจริงแบบ ละสายตาไม่ได้เลย Fc ตลอดไปจ๊ะ, สาวเกาหลี ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แมท ภีรนีย์ เตรียมพร้อมมีเบบี๋ คุณยายสุดเห่อ รีบเสนอชื่อหลานเข้าประกวด

แมท ภีรนีย์ เตรียมพร้อมมีเบบี๋ คุณยายสุดเห่อ รีบเสนอชื่อหลานเข้าประกวด

23 พ.ย. 2567 18:16 น.

แมท ภีรนีย์ เตรียมพร้อมมีเบบี๋ คุณยายสุดเห่อ รีบเสนอชื่อหลานเข้าประกวด

หลังจากที่ แมท ภีรนีย์ เข้าพิธีหมั้นกับ เฟม ภีมเดช ศิวพรพิทักษ์ ไปแล้วเมื่อไม่กี่เดือนก่อน และจะมีงานฉลองสมรสในเดือนมกราคมปีหน้า และดูเหมือนเจ้าตัวจะเตรียมพร้อมมีทายาททันทีหลังจากที่ฉลองมงคลสมรสเสร็จ โดยสาวแมทได้ไปปรึกษาคุณหมอเพื่ออัปเดตความพร้อมของร่างกาย ซึ่งแมทก็ได้เล่าให้ฟังว่า 

เมื่อ 2 ปีที่เเล้ว แมทได้มีโอกาสเข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนการเก็บไข่ ซึ่งผลการตรวจฮอร์โมน AMH ของแมทค่อนข้างต่ำ เป็นตัวบ่งบอกว่าเรามีไข่มากน้อยเเค่ไหน เเละบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานของรังไข่ และค่าฮอร์โมนตัวนี้จะลดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย

แมทจึงตัดสินใจฝากไข่กับคุณหมอไว้ตั้งเเต่ตอนนั้น หลังจากนั้นก็ได้กลับไปดูเเลสุขภาพของตัวเอง บำรุงร่างกาย ออกกำลังกาย ดูเเลตัวเองทั้งทางร่างกายเเละจิตใจให้ดียิ่งขึ้น จนเมื่อเดือนที่ผ่านมาแมทได้กลับมาตรวจสุขภาพกับคุณหมออีกครั้ง

ครั้งนี้แมทได้ตรวจค่า AMH และตรวจสุขภาพอื่นๆ เพื่อวางแผนการมีน้องในอนาคต พบว่า ค่า AMH ของแมททำงานได้ดีขึ้นจากครั้งก่อน ต้องขอขอบคุณคุณหมอที่ช่วยดูเเลเเละให้คำเเนะนำแมทมาโดยตลอด จนถึงการให้คำเเนะนำต่างๆ ในครั้งนี้ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

งานนี้คุณแม่ของสาวแมท ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์รีบเสนอชื่อหลานทันที โดยคุณแม่ได้คอมเมนต์ว่า “ฝากชื่อไว้ก่อน ด.ญ.ภมรทิพย์ หรือ ด.ช. ภมร อุ๊บ!!” งานนี้ลูกสาวคนสวยก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ตอบว่า “เห้อออออออออ” 

และคุณแม่ยังได้อวยพรลูกสาวต่ออีกว่า “ขอให้ลูกสมหวังค่ะ #มีคำตอบให้ล่ะที่ถามครั้งนู้น.. #เอาเป็นว่าถ้าให้เลี้ยงก็ช่วยเลี้ยงให้ค่ะ”

ไม่รู้จะโกหกทำไม! เบลล่า ยืนยันเหตุการณ์เจอ วิล ครั้งแรกคือเรื่องจริง (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2827204

ไม่รู้จะโกหกทำไม! เบลล่า ยืนยันเหตุการณ์เจอ วิล ครั้งแรกคือเรื่องจริง (คลิป)

23 พ.ย. 2567 17:29 น.

ไม่รู้จะโกหกทำไม! เบลล่า ยืนยันเหตุการณ์เจอ วิล ครั้งแรกคือเรื่องจริง (คลิป)

หลังจากนางเอกสาว เบลล่า ราณี แคมเปน เล่าถึงเหตุการณ์ขึ้นเครื่องบินกลับคนเดียว จนทำให้ได้เจอหวานใจอย่างนักธุรกิจหนุ่ม วิล ชวิณ เจียรวนนท์ เป็นครั้งแรก ในรายการ “3 แซ่บ” ทางช่อง 3 ซึ่งมีแฟนๆ หลายคนที่เชื่อ แต่ก็มีชาวเน็ตหลายรายที่ไม่เชื่อและวิพากษ์วิจารณ์ ตั้งคำถามมากมาย ล่าสุด เบลล่า มาร่วมงาน “Karmart 15th Anniversary” ณ ลานริเวอร์พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เลยถามถึงเรื่องดังกล่าว รวมถึงเรื่องที่พระเอกคู่จิ้น โป๊ป ธนวรรธน์ ถูกวิจารณ์หลังไปถ่ายปฏิทินช่อง 3 ร่วมกับ หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส

ล่าสุดที่เราไปออกรายการ 3 แซ่บ แล้วย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ได้เจอ วิล ชวิณ มีคนบางกลุ่มที่ไม่เชื่อ?
“อ้าวเหรอคะ ค่ะ เรื่องมันก็เกิดขึ้นจริงค่ะ มันบังเอิญจริงๆ เบลก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะออกมาเล่าอะไรสักเท่าไหร่อยู่แล้วค่ะ แต่ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ ไม่รู้จะโกหกทำไม”

เราบินคนเดียวได้จริงๆ ใช่ไหม เป็นนางเอกระดับซุป’ตาร์ขนาดนี้?
“ได้ ได้ค่ะ อย่างที่บอกว่าอันนั้นเป็นครั้งแรกค่ะ ซึ่งก็เหมือนเป็นการปลดล็อก หลังจากนั้นก็มีการเดินทางคนเดียวค่ะ”

แล้วอย่างการแลกคอนแท็กกัน หลายคนสงสัยว่าเราจะให้จริงๆ เหรอ ถ้ามีคนมาขอไลน์?
“เอาจริงๆ เบลก็มีเพื่อนต่างประเทศที่เราเพิ่งรู้จักกัน และก็มีแลกคอนแท็กกัน สมัยนี้มันค่อนข้างเป็นเรื่องปกติค่ะ เบลว่าเรามีเพื่อนได้หลายๆ วงการ รู้จักเพื่อนได้หลายๆ รูปแบบ”

ยืนยันว่าสิ่งที่เราพูดคือจริงที่สุด?
“แน่นอนค่ะ”

เราไปขอพรจากพระแม่ลักษมีจริงๆ เหรอ?
“ปีที่แล้วเหมือนมีสัมภาษณ์ไง แล้วเบลก็ได้พูดไปว่า ก็ต่อคิวอยู่เหมือนกัน ยังไม่ได้คิวนะคะ มันก็เป็นเหมือนการพูดกันเล่นๆ แต่เบลก็เคยไปไหว้ (ยิ้ม) บางทีเพื่อนๆ หรือในแก๊งชวนไป เบลก็ไป แต่ก็ไม่เคยขออะไรแบบนั้นค่ะ เพราะส่วนตัวเบลนะ ถ้าจะขออะไรมักจะไม่ได้ ก็เลยจะขอโดยรวมซะมากกว่า เอาจริงๆ นะ ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวอะไรหรือเปล่า แต่เสร็จปุ๊บเราก็ไปขอบคุณ (หัวเราะ) ขอบคุณค่ะ ไม่ทราบว่า… แต่ก็ขอบคุณนะคะ”

ตรงปกตามที่ขอเลยใช่ไหม?
“คือมันไม่ได้มีปกไงคะตอนแรก ไม่ได้ขอสเปกด้วย แต่ขอแบบให้คนเมตตา เอ็นดูในแบบทุกๆ เรื่อง”

เลยเป็นที่มาของคำว่าเกินปก?
“เหรอคะ (หัวเราะ) สันปก ล้อเล่น (หัวเราะ)”

ถามเรื่องดราม่าถ่ายปฏิทินช่อง 3?
“เรื่องนี้เบลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงสักเท่าไหร่ และเบลก็ไม่ได้มีโอกาสได้ติดตามอะไรขนาดนั้น แต่เบลเชื่อว่าทุกฝ่ายพยายามทำในส่วนของตัวเองดีที่สุด ทั้งเรื่องของสังกัด ทั้งแฟนคลับ หรือคนที่รักศิลปินหรือตัวศิลปินเอง เบลถือว่าเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ฝ่ายแล้วกัน แล้วเบลเชื่อว่าหลังจากนี้คงมีอะไรที่เป็นความชัดเจน หรือมีมาตรการที่มันชัดเจนมากยิ่งขึ้น”

สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เรายังไงบ้าง ในเรื่องการดูแลศิลปิน หรือการปกป้องศิลปิน?
“เอาจริงๆ เบลก็คิดว่าในที่สุดแล้วตัวเราจะรู้ตัวดีมากที่สุดว่าเรื่องมันมีอะไรเกิดขึ้น”

ที่ผ่านมาช่องดูแลเรายังไงบ้าง?
“ช่องก็ดูแลเบลดีมาตลอดค่ะ”

แต่ฟีดแบ็กมองว่าเวลาเบลเจอกระแสดราม่า ช่องไม่ได้ออกมาเทกแอ๊กชั่นมากเท่าไหร่?
“มันอาจจะเป็นเพราะว่าการจัดการของเรา หรืออะไรที่ออกมาแล้วมันมีความชัดเจนอยู่แล้ว อาจจะไม่มีอะไรที่มันลุกลามไป”

มีการถามหลังบ้านไหม?
“ถามตลอดค่ะ”

แสดงว่าเขาก็ไว้ใจประสบการณ์ของเรา?
“อาจจะเป็นเพราะตัวเราเองที่ไม่ได้เรียกร้อง”

เบลเอาอยู่?
“อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ (ยิ้ม)”

โป๊ปโดนขุดอดีตมาเยอะเหมือนกัน เราเป็นห่วงพี่หมื่นเรายังไงบ้าง?
“อันนี้เบลไม่ได้มีโอกาสติดตามดูจริงๆ เพราะช่วงนี้เบลต้องถ่ายละครทุกวัน แต่ก็เป็นกำลังใจให้”

โป๊ปก็โดนโจมตีหนักมากจริงๆ เราในฐานะที่เราเคยทำงานใกล้ชิดกันมาก่อน?
“ก็เห็นอกเห็นใจทุกคนแหละ ไม่ว่าจะเป็นพี่โป๊ปหรือเป็นใครก็ตามที่โดนอะไรพวกนี้ ในส่วนของเรื่องดราม่าคงไม่มีใครอยากไปอยู่ในดราม่าอะไรทั้งนั้นอยู่แล้ว”

ความเป็นสุภาพบุรุษของโป๊ป เบลน่าจะเคยสัมผัส?
“ในฐานะที่เราทำงานร่วมกัน เป็นนักแสดงเหมือนกัน เขาเรียกว่าเราทำหน้าที่ในส่วนทั้งสองฝ่ายได้อย่างดี”

เวลาทำงานเขาให้เกียรติเราไหมในเรื่องของการแตะเนื้อต้องตัว?
“ให้เกียรติค่ะ ถ้าเป็นฉากที่อาจจะต้องมีอะไร ก็จะขออนุญาต หรือขอโทษอยู่ตลอด”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เชน ธนา เปิดโกดังพิสูจน์ ไล่ไทม์ไลน์สั่งซื้อสินค้า แต่มีปัญหาจนเป็นคดีความ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2827205

เชน ธนา เปิดโกดังพิสูจน์ ไล่ไทม์ไลน์สั่งซื้อสินค้า แต่มีปัญหาจนเป็นคดีความ (คลิป)

23 พ.ย. 2567 16:22 น.

เชน ธนา เปิดโกดังพิสูจน์ ไล่ไทม์ไลน์สั่งซื้อสินค้า แต่มีปัญหาจนเป็นคดีความ (คลิป)

จากกรณีที่นักร้องและนักธุรกิจหนุ่ม เชน ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด ตกเป็นข่าวร้อนเรื่องคดีฉ้อโกงบริษัทคู่กรณี 79 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงเรื่องนี้ว่าที่มาของคดีความแท้จริงบริษัทคู่กรณีส่งสินค้าล่าช้าจนได้รับผลกระทบ และสินค้าไม่ตรงสรรพคุณ จนเป็นที่มาของข้อพิพาท นำไปสู่การฟ้องร้องคดี

ล่าสุดวันที่ 23 พ.ย. 2567 เวลา 10.00 น. เชน ธนาตรัยฉัตร พร้อมทั้งทนายความ 2 ท่าน นัดสื่อมวลชนฟังการชี้แจงประเด็นข้อพิพาทระหว่าง บริษัท อมาโด้กรุ๊ป จํากัด และ บริษัทคู่กรณี และร่วมตรวจนับสินค้าที่มีข้อพิพาท จํานวน 4,904,202 ซอง ณ คลังสินค้า บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จํากัด

โดย เชน ธนาตรัยฉัตร กล่าวว่า วันนี้ขอเน้นในเรื่องฐานะของบริษัทเป็นหลัก หลังมีข้อมูลต่างๆ บนสื่อ บริษัทได้รับความเสียหายและมีผลกระทบพอสมควร รวมถึงความมั่นใจในส่วนคู่ค้า ประเด็นแรกชี้แจงข้อพิพาทระหว่างบริษัทอมาโด้กับบริษัทคู่กรณี สิ่งสำคัญในเรื่องนี้คือใบสั่งซื้อสินค้า ถ้าฟังจากข้อมูลสื่อมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าใจผิดว่าผมนำสินค้ามาเยอะๆ และไปลดแลกแจกแถม จำหน่ายหมดแล้ว นำเงินไปใช้บริษัทแล้ว

วันนี้จะพูดถึงใบสั่งซื้อครั้งที่ 1 จริงๆ มีข้อมูลที่ไม่ปรากฏในสื่อคือ 3 ล้านซอง ซึ่งเป็นการสั่งครั้งแรก และชำระเงินหมดแล้วกว่า 60 ล้านบาท และยาวมาถึงการสั่งซื้อครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นข้อพิพาท คือจำนวน 4.5 ล้านซอง ซึ่งมีประเด็นว่ามีการนำเข้ามาจำหน่ายแต่ไม่จ่ายเงินหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริง 4.5 ล้านซอง ผมชำระเงินแล้วกว่า 6 ล้านบาท

ซี่งในความเข้าใจในฐานะบริษัท สินค้าที่มีการจำหน่ายใน PO ที่ 2 ด้วยจำนวนในคลังสินค้า เรามีการชำระค่าสินค้าไปแล้วในส่วนที่ขายออกไป เพราะฉะนั้นเป็นที่มาว่าทำไมถึงมีตัวเลข 4.9 ล้านซองโผล่ขึ้นมา  นั่นหมายถึงว่าสินค้าในมือตนมีมากกว่า PO ที่ 2 ด้วยซ้ำ ในเชิงการซื้อขาย ตนไม่ได้มีเจตนาขายของและไม่จ่ายเงิน ตัวที่ขายไปแล้วในเชิงบริษัทที่มีการยื่นภาษีซื้อขาย ใบสั่งซื้อตามกฎหมาย เราชำระเงินที่จำหน่ายของไปแล้ว

ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมสั่งซื้อเยอะ ทำไมต้องสั่งครั้งที่ 2 ทั้งที่ครั้งที่ 1 ยังไม่ได้ขายหรือโฆษณา คือเหตุการณ์สั่งซื้อครั้งที่ 2 แท้จริงแล้วการสั่งซื้อครั้งแรกของตนเริ่มเมื่อ 13 พ.ย. 2563 ณ วันนั้นที่ตัดสินใจซื้อ 7.5 แสนซอง โดยมีสาระสำคัญว่าข้อมูลคร่าวๆ ที่ยังไม่ได้ทำเป็นสัญญาจริงๆ จังๆ เพราะเป็นรุ่นพี่ในคลาสเรียน สมมติเราเป็นศิลปิน รุ่นพี่ก็คือรุ่นพี่ ในแง่ธุรกิจ บริษัทคู่กรณีก็มีอายุยาวนานมากว่า 30 ปี มีชื่อเสียงมายาวนาน ความเข้าใจคือต้นปีสินค้าต้องเข้าแล้ว

แต่ในระหว่างนั้นมีการแจ้งปรับแผนการส่ง 4 ครั้ง ซึ่งมีผลกระทบกับบริษัทเพราะตนมีการจองสื่อโฆษณาไว้ ทั้งตึกโฆษณาที่พระราม 9 สื่อทีวีที่พี่ๆ ทราบดีว่าปี 64 ผมมีการเหมาสัมปทาน หรือซื้อสื่อชนิดการขายของผ่านทีวีที่เป็นมูลค่าที่สูง เราเลยเริ่มกังวลในผลกระทบกับอมาโด้กรุ๊ป ว่ามีปัญหาแน่นอน จะโฆษณาก็ต้องมีสินค้าพร้อมส่งลูกค้า แล้วกรณีสินค้าจะเข้าถ้าไม่ใช่ใน 90 วัน จาก พ.ย. 63 ถึง ก.พ. 64 เลยทำให้ตัดสินใจเพิ่มจำนวนอีก 3,000,000 ซอง โดยสั่งในจำนวนมากขึ้นเพื่อลดต้นทุน

โดยมีการส่งมอบสินค้าครั้งที่ 1 ในวันที่ 1 มี.ค. 2564 เป็นจำนวน 85,000 ซอง ทำให้เกิดความเสียหายเพราะเรามีการจองป้ายโฆษณาสินค้าตัวนี้ เราเซ็นสัญญาเพื่อสินค้าตัวนี้ 15 ก.พ. 2564-14 ก.พ. 2565 ฉะนั้นต้นทุนผมเดินมาตั้งแต่ 14 ก.พ. แล้ว แต่มันยังขึ้นไม่ได้ เพราะธุรกิจเรามีกรรมการ ผู้ถือหุ้น มี audit เราต้องขอโฆษณาเรื่องอาหารก่อนจำหน่ายเสมอ ไม่งั้นมีปัญหาเรื่องกฎหมาย

จนมาถึง 1 มี.ค. ผมได้รับสินค้า 8.5 หมื่นซองเท่านั้น อยู่ประมาณ 5,600 กว่ากล่อง โดยวันที่ 3 มี.ค. ผมเริ่มไลฟ์ผ่านแอปฯ เฟซบุ๊กสองช่องทาง วันนี้ขอยืนยันว่าบริษัทอมาโด้กรุ๊ป เราผ่านมรสุมข้อครหาเรื่องธุรกิจการตลาดแบบตรงหรือไม่ หรือตัวแทนหรือไม่ เราผ่านปี 61 มาแล้ว บริษัทเราเองมีตัวแทนเพียง 10 ท่าน ที่ไม่ได้มีทีม เป็นเพียงคนซื้อของขาดไปและนำไปขายผ่านแอปฯ ไม่มีโครงสร้างเครือข่ายหรือข้อครหาที่อาจมีการตั้งคำถามมา เป็นเพียงผู้จำหน่าย 10 คนที่นำไปขายต่อเลยถึงลูกค้าปลีก

สองช่องทางนี้ ปลีกก็มีการจองและโอนเงินมาบ้าง ช่องทางจำหน่ายก็มีการจองซื้อขายกันปกติอยู่แล้ว สั่งกันมา ณ วันนั้นตัวเลขที่จองกันมาตัวเลขร่วมแสนกว่าซองหรือเกือบ 2 แสนซอง ตัวเลขคร่าวๆ แต่ในเชิงระบบสุดท้ายมีการเรียกคืนสินค้า เลยทำให้มีการยกเลิกบิล แต่ตัวเลข ณ วันนั้นประมาณหมื่นกว่ากล่องนั่นแหละ ทำให้มียอดจองที่สูงกว่าสินค้าที่พร้อมจำหน่าย แปลว่าผมก็ต้องเดือดร้อนในแง่ฐานะผู้บริหารว่าผมไม่สามารถจัดเตรียมสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการได้ ณ วันนั้น เลยเป็นที่มาว่าผมจึงสั่งซื้อสินค้าครั้งที่สองในระยะเวลาร่วม 1 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดบิลแรก

ไม่ใช่คำถามที่บอกว่าขายหลอกลวงขายPO หนึ่งจนตายใจ แล้วไปหลอกเปิด PO สอง บนนี้จะเห็นเลยว่าจากหลักฐานที่เป็นของบริษัทเอง ภายในระยะเวลาแค่เพียงอาทิตย์เดียว จากที่สินค้าไม่พอ จากพฤติการณ์ที่มีการปรับแผนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง ผมคำนวณโดยระบบบริหารการจัดการคลังสินค้าของเรา มันไม่พอ 

และจากจำนวนที่มีการจองเข้ามา และสถิติที่เราขายผ่านทีวี มีความเป็นไปได้ที่ผมจะขายได้สูงถึงเดือนละ 3 หมื่นกล่องเป็นขั้นต่ำ หรือประมาณ 4.5 แสนซอง ตัวเลขเลยเป็นที่มาว่าบริษัทเราคำนวณแล้วว่า 3 ล้านซองน่าจะอยู่ได้ถึงกลางปีเท่านั้น จึงมีเหตุว่าด้วยพฤติการณ์ส่งช้าส่งเลื่อนมีการปรับแผน ล็อตสองผมน่าจะได้ช่วงไตรมาสที่สาม หรือไตรมาสที่สี่เลย เพื่อเพียงพอกับสื่อตัวตึกเมื่อกี้ ที่เราลงทุนการตลาดสำหรับงบการตลาดสินค้าตัวนี้ไปแล้ว ยาวถึง 14 ก.พ. 65

นอกจากนี้ เชน เผยว่า ทางบริษัทเกิดความเดือดร้อน เพราะการส่งของที่ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ จึงต้องขายสินค้าในราคาถูกลงเพราะของใกล้หมดอายุ โดยบอกว่า “หลักฐานที่ผมยื่นไปในสำนวน ผมเกิดความเดือดร้อน เพราะผู้บริโภคมียอดจองเกิน ผมเลยแพลนเลยจากแผนส่งของเขาที่ขยับมา จะเห็นว่าแผนส่งในล็อตแรกยาวนานไปถึงมิ.ย.ด้วยซ้ำ ฉะนั้นผมมีปัญหาในการบริหารแล้ว นี่คือเจตนาที่จะชี้ว่าผมไม่ได้มีเจตนาล่อลวงหรือทุจริต หรือฉ้อโกง เพราะเราพยายามบอกว่าเราแก้ปัญหาให้ลูกค้าของเราที่มีความไว้ใจต่อบริษัท เขามีบอกเร่งให้นะครับ ซอรี่ มีอีกข้อมูลบอกว่าผมเร่งเรียกของเข้าใหญ่เลยแบบผิดปกติ ผมก็ชี้แจงในสำนวน ข้อมูลแรกมาจากพนักงานบริษัทคู่กรณี ส่งอีเมล์มาถามว่าในล็อตที่สองจะรับสินค้าเข้าเมื่อไหร่

ซึ่งเห็นเลยว่าที่แจ้งมาคือ ก.พ. ปีถัดไป แท้จริงแล้วเราเปิดสัญญาซื้อขายฉบับที่สองคือวันที่ 9 มี.ค. 64 โดยพฤติการณ์ต้องส่งของภายใน 90-150 วัน หรือไม่ อันนี้แล้วแต่ตกลงในแต่ละรอบ เราก็อะลุ่มอล่วยคุยกันในฐานะคู่ค้า จริงๆ แล้วต้องส่ง 1 มิ.ย. 64 หรือไม่ หรือจะเลทกว่านั้นอีก 90 วัน ก็อยู่ประมาณเดือน 8 แต่ทำไมถึงล่วงเลยมาตั้งแต่ 9 มี.ค. 64 แล้วเริ่มส่งของมาถึงปีนี้ได้

นี่เป็นการชี้ว่าผมมีข้อพิพาทจริงเรื่องตัวสรรพคุณสินค้า แล้วตัวเราเอง บริษัทของผม ก็มีการโต้ตอบกลับไปผ่านอิเล็กทรอนิกส์ อีเมล์ ว่าสามารถเลื่อนการผลิตได้ไกลที่สุดประมาณเดือนไหน ไม่ใช่เจตนาเอาของมาเลย จะลดแลกแจกแถม วันที่ผมมีการขายในราคาต่ำ เพราะสินค้าใกล้หมดอายุ เพราะล่วงเลยมา 18 เดือน แต่การประกอบธุรกิจผมมั่นใจว่าผมก็มีการสอบถามข้อมูลตลอด เพราะ ณ วันนั้นเรามีผู้ถือหุ้น มีกรรมการบริหาร มีสำนักงานตรวจสอบบัญชีต่างๆ ผมต้อง Declare หมด วิธีการบริหารของผมเหมือนกันในปีนั้นๆ

จนยาวมาถึง ข้อที่ 3 อันนี้ขอไม่ลงลึก เพราะมันเลยเรื่องจุดพรรณนามาส่วนนึงแล้ว มันเป็นเรื่องสัญญาซื้อขาย แต่เหตุของสินค้าไม่ตรงกับสรรพคุณที่เสนอขาย หนึ่งผมไม่สามารถพรรณนาได้ตามสรรพคุณที่มาเสนอขาย พูดได้แค่เป็นสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น โทร.มาเลยครับ นี่คือสิ่งที่ผมเจอจริงๆ ผมก็มีฟีดแบ็กไปตลอดว่าช่วยทำให้เป็นเหมือนพรีเซนเทชันที่เรามั่นใจจากบริษัทที่มีความยาวนานมา และตัดสินใจซื้อ ยอมรับว่าต้นทุนก็สุงกว่าแบรนด์ที่เข้ามาเป็นแคนดิเดตในยุคนั้นด้วย

มีประเด็นเรื่องนี้ที่ผมติดใจมากๆ คือ ณ วันที่มีข้อมูลเชิงอิเล็กทรอนิกส์บางอันยืนยันว่าเป็น 3 เลเยอร์ ซึ่งผมไม่ได้เพิ่มข้อมูลนี้เข้าไปในสารบบนะครับ ผมเชื่อมั่นว่าข้อมูลที่ผมมี เป็นทางนั้นแจ้งมาเป็นคนแรกว่า 3 เลเยอร์ แต่ท้ายที่สุดเราไม่สามารถพูดคำว่า 3 เลเยอร์ได้ คล้ายๆ เรากินยาแก้ปวด เม็ดยา 3 ชั้นหรือร่ม 3 อัน แต่วันนึงเราได้รับข้อเท็จจริงว่ามันคือ 2 ชั้น แต่ความเสียหายมันเกิดอะไรแล้ว อะไรที่เคยเป็นสถิติว่า 90 เปอร์เซ็นต์จาก 3 ชั้น เมื่อเหลือ 2 ชั้นก็ต้องเหลือ 60 เปอร์เซ็นต์ หายไปหนึ่งในสาม และไม่สามารถพรรณนาได้ ก็เลยเกิดประเด็นข้อพิพาทเรื่องสินค้าไม่ตรงกับสรรพคุณ

ทีนี้มีข้อรุนแรงที่เกิดความเสียหายและต้องเลื่อนการจำหน่าย เพราะฉลากอาหารที่ผมเอง ขอกราบอภัยส่วนตัว วันนั้นในฐานะส่วนตัวผมมีความกดดันและผมได้รับบทเรียนจากสังคมแล้ว คือวันนั้นผมแค่คิดว่าในเมื่อบริษัทสองบริษัทตกลงกันไม่ได้ เลยไปขออำนาจศาลช่วยพิเคราะห์พิจารณา แต่พอมีเรื่องของการเอาข้อมูลที่อยู่ในชั้นศาล มีเรื่องอาญาเข้ามาแล้วไปออกสื่อ ผมเองก็จะมีภาพรวมที่ต้องดูแลอีกส่วนนึง ผมเองก็อาจมีวุฒิภาวะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งวันนี้ผมมีบทเรียนแล้ว ผมพยายามเร่งแก้ไขปัญหาอย่างสุดความสามารถ

นอกจากนี้ เชน ยังชี้แจงถึงเรื่องการทำฉลากอาหารหรือกล่องว่า “มีประเด็นที่ผมทำไม่ได้นอกจากขอโฆษณาอนุญาตอาหาร คือเรื่องฉลากอาหารหรือกล่อง ที่มีคำถามว่าสรุปใครผลิต ในธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ถ้าผมยืนกรานตั้งแต่แรกเลยว่าอมาโด้จะไม่ยุ่งกับกล่องเลยนะ โรงงานหรือผู้นำเข้าเป็นผู้ผลิตนะ เป็นผู้ขอฉลากอาหารนะ ผมก็มีสิทธิ์พึงทำได้ เพราะบางโรงงานก็เป็นคนทำกล่องให้ ขอหลักฐานโภชนาการให้ เพียงแต่ว่ามีเรื่องของการลงทุนทางลิขสิทธิ์ที่เราก็ลงการตลาดไปให้เหมือนกัน 

เราก็เลยบอกว่างั้นกล่องเราขอผลิต แต่สาระสำคัญมีข้อมูลที่ทำให้เกิดความเสียหาย คือกล่องผิดฉลากอาหาร ฉะนั้นมีข้อนึงว่าถ้าผู้จำหน่าย ยังขายกล่องที่ผิดฉลากอาหาร จะต้องโทษจำคุกหรือปรับไม่เกิน 1 แสน และต้องจัดการภายใน 30 วัน ผมจึงเรียกสินค้าทั่วประเทศจริงๆ คือตัวแทนจำหน่ายผมทั่วประเทศมีแค่ 10 คน บางคนอยู่ขอนแก่น บางคนอยู่เชียงใหม่ผมเลยใช้คำว่าทั่วประเทศนะครับ เลยเรียกหมื่นกว่ากล่องนั้นคืนมา แล้วมีการแก้ไขเรื่องกล่อง เลยทำให้การขายล่าช้า

ทีนี้เลยเป็นเรื่องระบบการตรวจสอบภายในบริษัท เมื่อมีความผิดในเรื่องความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย เราเลยมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และปฏิบัติตามเรื่อง ฆอ. มีการขอโฆษณาอนุญาตอาหารแบบมีนัยยะและมีสถิติที่ผิดปกติในช่วงมีประเด็นพิพาทตั้งแต่ผมตัดสินใจซื้อสินค้าล็อตที่ 2 ไม่ใช่ว่ามีการล่อลวงไม่ทำอะไรเลย แล้วเอาของมาอีก 4.5 ล้าน เรามี audit ภายในว่าก่อนจำหน่ายเราต้องขอโฆษณาอนุญาตอาหาร/2563 ในปีนั้นให้ได้ก่อน พอขอมามีสาระสำคัญหลายอันที่ไม่ผ่าน เราเลยชี้แจงไปทางคู่กรณีว่าทำให้ผ่านตามพรีเซนเทชั่นที่คุณเสนอได้ไหม เพราะเราตัดสินใจซื้อจากอันนี้ ซึ่งข้อมูลที่เขายืนยันว่าจะเร่งส่งผลวิจัย และหลักฐานทำให้พูดได้ว่า 3 ชั้น หรือพรรณนาต่างๆ เราก็รอเวลา จนจับมือกันไปยื่นช่วง ก.พ. 64 ที่เราเริ่มมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการที่เรามีการซื้อป้ายโฆษณาและสื่อทีวีแล้ว

การส่งโฆษณาอนุญาตอาหารครั้งที่สอง ล้มเหลว พูดอะไรไม่ได้อยู่ดี จนมาเดตไลน์ 29 มี.ค. มีข้อสรุปจากสำนักงาน อย. ว่ากล่องคุณผิดนะ ขายไม่ได้นะ สอดคล้องกับกองเซ็นเซอร์หลายๆ ช่อง ไม่อนุญาตให้เอากล่องไปวางในสื่อที่ผมซื้อเอาไว้แล้ว นั่นหมายถึงว่าหนักกว่าขาไมค์อันนี้อีก กลายเป็นว่าผมขายขาไมค์โดยไม่ให้เห็นขาไมค์ แล้วซื้อสื่อไปแล้วเพื่อตัวนี้ ฉะนั้นในแง่ฐานะบริษัท ผมก็เกิดความเสียหาย

แต่ด้วยมิตรภาพคู่ค้า ก็มีการพูดคุยร่วมกันเชื่อว่าเราจะแก้ไขปัญหาได้ในเรื่องพรรณนา เราเลยตั้งใจแก้ไขปัญหาก่อน โดยต้นทุนที่เกิดความเสียหายไปแล้ว ผมเลยไฟนอลในช่วงต้น เม.ย. ปี 64 ว่า งั้นบริษัทขอโฆษณาอนุญาตอาหารที่สามารถนำไปทำมาหากินก่อนได้ไหม เพราะสินค้าเริ่มเกิดการไหลของอายุแล้ว มันมีอายุผลิตภัณฑ์ จน เม.ย. เราพูดคุยกัน ไปมีการเข้าไปพบเจ้าหน้าที่กองอาหารเรื่อยๆ ก็มีความล้มเหลวในเรื่องของ 3 ชั้น มีความล้มเหลวเรื่องข้อมูลพรรณนา จนคู่กรณีเป็นผู้ไปยื่นให้เอง ส.ค. 64 แต่ผลลัพธ์ก็ล้มเหลวครับ พูดอะไรไม่ได้ตามสไลด์ จนครั้งสุดท้ายยาวนานมาถึงไตรมาสที่สองของปี 65 เลย ซึ่งไตรมาสที่ 2 เริ่มเข้าสู่พีโอที่สองแล้ว

ท้ายที่สุดเราจึงเกิดข้อพิพาทกันว่า เราคุยกันมาตลอด 18 เดือน โดยแอปฯ ไลน์ แต่ด้วยมิตรภาพที่วันนี้เขาอาจบอกว่าเขาไม่ได้สนิทกับผม แต่ผมมองว่าเขาเป็นรุ่นพี่ เราก็มีการช่วยกันแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ปี 65 บริษัทผมมีปัญหาภายใน จากเรื่องความเสียหายจากวิกฤตโควิด หรือการซื้อสื่อโฆษณาที่มีในมือค่อนข้างเยอะ ทำให้ผมหมดความสามารถในการคุยหรือการเจรจากับเขา ในแง่ฐานะบริษัทจึงมีซีเอฟโอท่านใหม่เข้ามาดูปัญหาภายในบริษัทผมว่ามันผิดที่ตรงไหน ผมบริหารผิดพลาดหรือว่ามีการตัดสินใจอะไรตรงไหนบ้าง ซึ่งท้ายที่สุดมีนโยบายว่าเราไม่สามารถเอากำไรหรือรายได้จากสินค้าอื่นในคู่ค้าอื่น มาชำระในพีโอที่สองได้ จึงเกิดการเจรจาเกิดขึ้น

จากนั้นทนายคนแรกกล่าวเสริมถึงเรื่องการเจรจากับบริษัทคู่กรณีว่า “หลังจากคุณเชน หรืออมาโด้ได้เข้าไปเจรจา สุดท้ายผลไม่สามารถคุยกันได้ หลังเจรจาเมื่อ 8 ส.ค. ทางฝั่งคู่กรณีมีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้มาที่บริษัท ฉะนั้นบริษัทก็ต้องมีหนังสือตอบกลับไปเพื่อให้คู่กรณีดำเนินการตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ แต่พอถึงกำหนดภายในเวลา คู่กรณีก็ไม่สามารถดำเนินการตามที่ตกลงสัญญาได้

ทางเราเองก็เลยมีหนังสือโนติสครั้งที่สอง วันที่ 24 ส.ค. ครั้งนึง แต่สุดท้ายในเวลาที่กำหนด ก็ไม่สามารถตกลงกันได้เหมือนเดิม บริษัทอมาโด้เลยต้องใช้สิทธิทางศาล เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ศาลตัดสินว่าผิดสัญญาหรือไม่อย่างไร ระหว่างนี้ก็ได้อยู่ระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ ซึ่งทุกอย่างก็รอพร้อมส่งมอบคืน หรือถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้บริษัทอมาโด้ชำระเงิน ทางอมาโด้ก็อาจน้อมรับคำตัดสินของศาล”

ส่วนทนายคนที่ 2 กล่าวเสริมว่า “หากดูตามความสัมพันธ์ ข้อตกลง ข้อมูลต่างๆ ที่ทางคุณเชนได้ชี้แจงไปแล้วเบื้องต้น ไม่ว่าตอบกลับหนังสือ ทวงถาม หรือเสนอคืนสินค้า หรือดำเนินการให้คู่กรณีมีการปรับปรุงแก้ไข และมีเอกสารอื่นที่เปิดเผยไม่ได้ เรื่องนี้เป็นการผิดสัญญาซื้อขายทางแพ่ง โอเคคุณเชนมีการยอมรับว่ามีการสั่งซื้อสินค้าจริง มีการรับสินค้าจริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็มีข้อโต้แย้งว่าสินค้าที่มีการจัดส่งดังกล่าวถูกต้องตามคำพรรณนาหรือสรรพคุณหรือไม่อย่างไร แต่ไม่ว่าข้อโต้แย้งนี้ต่อให้มีหรือไม่มี หรือมีข้อโต้แย้ง แต่รับฟังไม่ได้ ก็เป็นเรื่องสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่เรื่องฉ้อโกงครับ”

จากนั้น เชน ธนาตรัยฉัตร กล่าวขอบคุณบริษัทคู่ค้า เจ้าหนี้ทางการค้า ที่เข้าใจสถานการณ์บริษัท ยังเชื่อมั่นในตน โดยบอกว่า “วันนี้ผมยอมรับว่าในฐานะกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยังไม่ใช่ในฐานะส่วนตัว บริษัทได้รับผลกระทบชัดเจน เพราะมีการไถ่ถามถึงคู่ค้า ก็มีตามข่าว มีเรื่องการติดชำระหนี้หรือไม่ วันนี้แนวทางการดำเนินการของบริษัท ผมเข้าใจว่าในเรื่องของสื่อหรือคำถามจากสังคม มันมีเรื่องของฐานะส่วนตัวส่วนนึง

วันนี้ผมจะพยายามตอบเท่าที่ตอบได้ โดยไม่ล่วงละเมิดข้อมูลบางข้อมูล บริษัทก็ขอขอบคุณจากหัวใจ ผมมาในฐานะบริษัท เพราะผมต้องปกป้องพนักงาน ผมขอบคุณคู่ค้าและขอบคุณเจ้าหนี้ทางการค้าทุกท่านที่เข้าใจสถานการณ์ของบริษัท เพราะวันนี้มีความต่างสองอัน คือพยายามชี้นำหรือไม่ว่าเป็นเจ้าหนี้หรือผู้เสียหาย ในมุมผม ผมยืนยันว่าเกือบทั้งหมดเป็นเจ้าหนี้ที่ยังอยู่ในดีลชำระและบางหนี้ยังไม่ถึงดีลชำระ บริษัทมีเครดิตพึงจะได้จากการทำธุรกิจมานานร่วม 10 ปี

วันนี้เมื่อเกิดการตระหนกจากข่าวว่าเข้าข่ายเป็นผู้เสียหายหรือไม่ ในหนี้ที่ยังไม่ถึงดีลชำระ หรือหนี้ที่ถูกจัดสรรแล้ว ผมเข้าใจว่ามีความกังวล วันนี้ผมจะรักษาสถานภาพบริษัทให้เต็มที่ วันนี้ผมยังบริหารอยู่ เรื่องเจ้าหนี้เราติดต่อไกล่เกลี่ยมาสักพัก วันนี้อาจมีคำถามว่าผู้เสียหายออกมา ผมก็แก้ไขปัญหามาเป็นระยะเวลาช่วงนึงแล้ว มีจริงอาจผิดใจกัน พูดคุยกันแก้ปัญหาอย่างสุจริต

แต่เคสบริษัทที่เป็นคู่กรณี ผมเองก็มีความเสียหาย เข้าใจว่าสังคมมีคำถามเยอะมาก แต่วันนี้ผมมาในฐานะบริษัทที่ได้รับความเสียหาย ท้ายที่สุดเราแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง วันนี้อยากฝากถึงคู่ค้าและทุกๆ คนว่าขอบคุณที่ยังเชื่อมั่นในตัวผม แม้วันข้างหน้าผมไม่แน่ใจว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้น คุมได้หรือไม่ได้ แต่ตัวผมเองจะทำให้ดีที่สุดในโอกาสที่ผมยังได้บริหารอยู่ตรงนี้ อยากให้มั่นใจว่าวันนี้เป็นเรื่องของบริษัทสองบริษัทที่หาข้อตกลงไม่ได้ แล้วเราเลยฝากอำนาจศาลให้ช่วยพิจารณา ไม่ใช่บริษัทกับสังคม”

ด้านทนายความกล่าวเสริมถึงเรื่องการฟ้องว่า “คุณเชนเป็นคนฟ้องคู่กรณีว่าคู่กรณีผิดสัญญา เพราะส่งมอบสินค้าไม่ตรงกับที่พรรณนาไว้ สอดคล้องกับที่คุณเชนได้ชี้แจงมาตลอดว่ามีการตกลงตามนี้ แต่สุดท้ายไม่เป็นไปตามที่พรรรณนา ศาลเองตัดสินว่าให้ฝ่ายคู่กรณีชนะคดี แต่ในประเด็นที่ศาลตัดสินคือประเด็นผิดสัญญาหรือไม่อย่างไร ตอนนี้อยู่ในระหว่างพิจารณาคดีอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้คู่กรณีชนะคดี คุณเชนก็น้อมรับคำตัดสินของศาล แต่ถ้าศาลพิพากษาให้คุณเชนชนะคดี คู่กรณีก็อาจมารับมอบสินค้าคืนหรือชำระเงินค่าเสียหาย”

พริม พริมา นางเอกช่อง 3 อุ้มท้องแก่ถ่ายภาพ บอกเลยว่าที่คุณแม่สวยฉ่ำมาก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2827190

พริม พริมา นางเอกช่อง 3 อุ้มท้องแก่ถ่ายภาพ บอกเลยว่าที่คุณแม่สวยฉ่ำมาก

23 พ.ย. 2567 14:47 น.

พริม พริมา นางเอกช่อง 3 อุ้มท้องแก่ถ่ายภาพ บอกเลยว่าที่คุณแม่สวยฉ่ำมาก

หลังจากที่นางเอกสาวคนสวย พริม พริมา ได้ประกาศข่าวดีว่ากำลังตั้งท้องลูกคนแรก และเบบี๋ในท้องคือลูกสาว งานนี้ครอบครัว เพื่อนๆ และแฟนคลับต่างก็ร่วมยินดีกับว่าที่คุณแม่อย่างล้นหลาม 

ล่าสุดว่าที่คุณแม่คนสวย ได้อุ้มท้องแก่ถ่ายรูปก่อนคลอด ซึ่งบอกเลยว่าสาวพริมนั้นสวยฉ่ำมากๆ เลยทีเดียว เรียกว่าตอนนี้ได้แต่นับถอยหลังรอวันเจอหน้าลูกสาวตัวน้อยอย่างใจจดใจจ่อ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขออวยพรให้คลอดง่ายๆ แข็งแรง ปลอดภัยทั้งแม่และลูกนะคะ 

ชาวเน็ตตกใจ หลังเห็นคลิป ปุ้มปุ้ย-กวินท์ ทำหน้าเครียด นึกว่าประกาศเลิกกัน (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2827168

ชาวเน็ตตกใจ หลังเห็นคลิป ปุ้มปุ้ย-กวินท์ ทำหน้าเครียด นึกว่าประกาศเลิกกัน (คลิป)

23 พ.ย. 2567 13:09 น.

ชาวเน็ตตกใจ หลังเห็นคลิป ปุ้มปุ้ย-กวินท์ ทำหน้าเครียด นึกว่าประกาศเลิกกัน (คลิป)

ทำเอาชาวเน็ตตกใจไม่น้อย เมื่อได้เห็นคลิปของ ปุ้มปุ้ย พรรณทิพา และ กวินท์ ดูวาล ที่ในคลิปดังกล่าวทั้งคู่มีสีหน้าที่เศร้ามากๆ พร้อมกับการพูดเปิดหัวคลิปเอาไว้ว่า “เอาละค่ะทุกคน แล้ววันนี้ก็มาถึง ไม่คิดว่าวันนี้จะเกิดขึ้นเพราะว่าตอนที่ปุ้ยตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้…” (คลิกเพื่อชมคลิป

และเมื่อถึงฟังถึงท่อนนี้ ทุกคนก็ถึงกับต้องรีบคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นถึงทันทีว่า “และดูกวินทำหน้าเศร้า กูก็คิดว่าประกาศแยกทางกัน, ตกใจหมดเลยนึกว่ามาประกาศเลิกกันใจหายเบย, 

ยังไม่ได้อ่านแคปชั่น ยังไม่ได้เปิดเสียงคลิป เห็นแค่หน้ากวิน ฉันเตรียมน้ำตาคลอแล้ว เกิดไรขึ้นหนอ ดราม่าแน่ๆ กวินหน้าเศร้าจัดๆ พอเปิดฟังเลื่อนอ่านแคปชั่น อ่อขายบ้าน ปั้ดโถถถถถ555555555 ขอให้บ้านมีเจ้าของใหม่เร็วๆค่า, ตกใจหมดพึ่งเห็นข่าวครูเต้ย…แล้วคือกวินก็ทำหน้าเศร้าจนคิดเป็นอื่น”

งานนี้หลังจากที่ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์คิดว่าทั้งคู่เลิกกัน เจ้าตัวก็ได้มาคอมเมนต์ตอบขำๆ ว่า “ถ้าประกาศเลิก น่าจะทำหน้าดีใจนะคะ, ถ้าเลิกกัน รอประกาศงานอีเว้นค่า ได้ตังด้วย 555555”

ปุ้ย รสริน เผยอีกมุมของ กรรชัย ถ่อมตนและน่ารักมากตอนติดต่อทำรายการแทน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2827153

ปุ้ย รสริน เผยอีกมุมของ กรรชัย ถ่อมตนและน่ารักมากตอนติดต่อทำรายการแทน

23 พ.ย. 2567 12:25 น.

ปุ้ย รสริน เผยอีกมุมของ กรรชัย ถ่อมตนและน่ารักมากตอนติดต่อทำรายการแทน

หลังจากที่ หนุ่ม กรรชัย ขอพักสมอง 3 ว้นไปพักผ่อนกับแก๊งเพื่อน และให้ ปุ้ย รสริน ประกอบธัญ มาจัดรายการแทน ซึ่งได้สร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ ไม่น้อย เพราะปุ้ยสามารถจัดรายการได้ดีจนชาวเน็ตให้สอบผ่าน 

ล่าสุด ปุ้ย รสริน ได้ไลฟ์เปิดใจในติ๊กต๊อกถึงการไปนั่งทำหน้าที่พิธีกรรายการโหนกระแสแทน หนุ่ม กรรชัย ให้ฟังว่า 

“มีสำนักข่าวติดต่อมาอยากจะสัมภาษณ์ปุ้ยว่าทำยังไงถึงได้ไปจัดรายการโหนกระแส ที่เป็นรายการอันดับ 1 ของประเทศ

ปุ้ยก็อยากจะบอกว่าเป็นเพราะพี่หนุ่มค่ะ พี่หนุ่มเคยจัดรายการข่าวใส่ไข่กับปุ้ย 1 ครั้ง ตอนนั้นเป็นประเด็นเรื่องของหมูป่าติดถ้ำ

ปุ้ยไปเสิร์ฟข้อมูลที่เป็นทางการหน่อย ได้นั่งกับพี่หนุ่มครั้งเดียวแล้วก็ไม่เคยติดต่อกันเลย ไม่มีคอนแทคใดๆ ทั้งสิ้น พี่หนุ่มก็รู้ว่าปุ้ยคือผู้ประกาศ ปุ้ยก็รู้ว่าพี่หนุ่มคือใคร

จนปุ้ยออกจากช่อง 7 ปุ้ยก็มาจัดรายการของปุ้ยเองในติ๊กต๊อก ปุ้ยจัดในติ๊กต๊อก ปุ้ยก็เป็นตัวของตัวเองมาก จนพี่หนุ่มมาเห็นความเป็นตัวตนของปุ้ย มาเห็นปุ้ยจากสัมภาษณ์แขกรับเชิญ

พี่หนุ่มคงมองเห็นว่าปุ้ยทำได้ แกเลยโทรเข้ามาถาม แกพูดว่ามาจัดโหนกระแสแทนพี่มั้ย มาทำแทนพี่ 3 วัน

พี่หนุ่มน่ารักมาก เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ รายการเขาคือรายการอันดับ 1 มาพูดด้วยท่าทีว่าเขายิ่งใหญ่นะ แกถ่อมตัวมากๆ คำพูดคำจาแกให้เกียรติปุ้ยมาก ปุ้ยประทับใจมากๆ

พี่หนุ่มเป็นสุภาพบุรุษมาก พี่หนุ่มไม่ได้เอาหัวโขนที่แกสวมมาคุยกับน้อง อยากให้ทุกคนได้ยินน้ำเสียงที่พี่หนุ่มโทรมาชวน

ปุ้ยตอบรับแบบไม่ลังเลเลย ต่อให้มีงานก็จะแคนเซิลทุกงาน ปุ้ยพูดไปเลยว่าจัดค่ะ ถามย้ำกับพี่หนุ่มนะ เป็นปุ้ยเหรอคะพี่หนุ่ม มันเหมือนฝันจริงๆ พี่หนุ่มจะให้เกียรติกับปุ้ยขนาดนี้เลยเหรอ พี่ให้โอกาสปุ้ย ปุ้ยตื่นเต้นและดีใจมาก


จะมีการจัดอีกมั้ย ต้องถามพี่หนุ่มนะคะว่าจะยังไง ยังจะให้โอกาสปุ้ยมั้ย ถ้าพี่หนุ่มให้โอกาสปุ้ยก็จะไปทำค่ะ ทุกคนต้องไปบอกพี่หน่วงว่าอยากได้น้องหนืดมาทำอีก ถ้าพี่หน่วงไม่ว่างก็ให้น้องหนืดมาทำแทนได้นะคะ

ตอนนี้ปุ้ยไม่ได้อ่านข่าวแล้วนะคะ ปุ้ยออกมาทำบริษัทของตัวเอง มีจัดรายการข่าวในติ๊กต๊อกของตัวเอง คนก็ถามกันมาเยอะว่าทำไมถึงมาจัดรายการโหนกระแสได้ ทั้งๆ ที่ผู้ประกาศหลายคนก็หมายมั่นปั้นมือจะไปอยู่ตรงนั้น ทำไมปุ้ยถึงได้ไป ก็ต้องขอบคุณติ๊กต๊อก ที่ทำให้พี่หนุ่มเห็นปุ้ย”

หลิง-ออม ตอบดราม่า โป๊ป ร่วมถ่ายปฏิทินช่อง 3 วอนแฟนๆ อย่าใช้คำพูดทำร้ายใคร

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2827149

หลิง-ออม ตอบดราม่า โป๊ป ร่วมถ่ายปฏิทินช่อง 3 วอนแฟนๆ อย่าใช้คำพูดทำร้ายใคร

23 พ.ย. 2567 10:58 น.

หลิง-ออม ตอบดราม่า โป๊ป ร่วมถ่ายปฏิทินช่อง 3 วอนแฟนๆ อย่าใช้คำพูดทำร้ายใคร

เรียกว่าเป็นดราม่าร้อนในทวิตเตอร์ (X) สำหรับการถ่ายปฏิทินช่อง 3 ของคู่จิ้นดังอย่าง หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ ที่มีพระเอกหนุ่ม โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ มาร่วมถ่ายด้วย แต่กลับมีกระแสว่าไม่มีการเซฟนักแสดงหญิงที่มาถ่าย และโจมตีไปที่ โป๊ป และขุดประเด็นข่าวเก่ามาพูดถึง

ล่าสุด หลิง-ออม มาร่วมงาน “Karmart 15th Anniversary” ณ ลานริเวอร์พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม จึงสอบถามถึงเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องคลิปที่เดินสายไปงานแฟนมีตในเอเชีย ทำสนามบินแตก มีแฟนๆ มารอมากมาย แต่มีคลิปที่เหมือนมีแฟนคลับบางคนพยายามจู่โจมด้วย

ถามถึงดราม่าปฏิทินช่อง 3?

หลิงหลิง “จริงๆ มันก็ตามบรีฟ (หัวเราะ) ต้องตอบว่ายังไง”

ออม “ตอนนั้นก็ไม่มีใครเป็นอะไร ใช่ไหม”

หลิงหลิง “คือไม่ได้รู้สึกไม่สบายใจ ในการทำงานคือหลิงไว้ใจคนรอบข้างอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ นักแสดง หรือว่าพี่ๆ ทีมงาน เขาก็คงเซฟเราอยู่รอบข้างตลอด แล้วส่วนตัวหลิงเองก็โอเค ไม่ได้รู้สึกว่าอึดอัดค่ะ เราไม่ได้รู้สึกว่าเราถูกไม่ให้เกียรติหรือว่าอะไร ด้วยเราทำงานในวงการ อาจจะมีเวลาถ่ายรูป หรือว่าเวลาทำงาน มันก็จะมีโอกาสที่จะใกล้ชิดกันนิดหนึ่งค่ะ”

ถ้ายืนคือเซตไว้อยู่แล้ว?
หลิงหลิง “ใช่ค่ะ อาจจะด้วยเลนส์มันแคบ แล้วคนเยอะด้วย ก็ทำตามความเหมาะสมที่พี่ๆ ทีมงานให้ทำค่ะ”

มีกระแสตีกลับไปที่ โป๊ป ธนวรรธน์ จนช่อง 3 ต้องมาร่อนหนังสือ?
หลิงหลิง “จริงเหรอ ตัวหลิงเอง จริงๆ หลิงไม่ได้ติดตามดราม่ามาก ขอโทษนะคะ ก็วอนทุกคนนะคะ อย่าใช้คำพูดที่รุนแรงเกิน ทำให้จิตใจอีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี คือเข้าใจแฟนๆ ด้วย ว่าเขาเป็นห่วงเรา รักเรา แต่เราก็ต้องเห็นใจคนอื่นด้วย ไม่เอาคำพูดตัวเองไปทำร้ายใครค่ะ”

พอมีดราม่าเยอะ กลัวคนไม่กล้าเข้าใกล้หรือร่วมงานกับเราไหม?
ออม “ไม่เลยค่ะ คือส่วนตัวหนูกับพี่หลิง ก็ทำงานกับทุกคนได้ปกติเลย แล้วก็รักกันดีด้วยทั้งนักแสดงและทีมงาน ก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ถ้าเกิดว่ามีแฟนๆ เข้าใจผิด ก็ให้เป็นหน้าที่ของคนที่ต้องออกมาชี้แจงแล้วกัน”

หลิงหลิง “จริงๆ วันนั้นพี่โป๊ปเขาก็มีการถ่ายอะไรสักอย่าง พี่เขาก็พยายามช่วยเราด้วย หลิงมองว่าพี่โป๊ปเป็นผู้ชายที่นิสัยดีค่ะ ถ้าหลิงรู้สึกอึดอัดหรือว่ารู้สึกไม่ดี หลิงจะไปแอบกระซิบทีมงานเอง”

แฟนๆ ไปรอเราเจอเรา ในงานเซ็นปฏิทินช่อง 3 กันข้ามคืนเลย?
ออม “รู้สึกแบบเขาทำกันได้ยังไง ข้ามคืนเลยนะ บางครั้งเรารอร้านอาหารแค่ชั่วโมงเดียวก็ไม่ไหวแล้ว แต่นี่เราบอกแฟนๆ ตลอด ว่าคุณรอข้ามคืน คุณผ่านตอนเช้า ตอนเที่ยง ตอนบ่าย อู้หู ต้องขอบคุณจริงๆ ค่ะ ที่อุตส่าห์มารอกัน”

หลิงหลิง “จริงๆ แทบจะทุกงานเลย เช่นสนามบิน หรือที่ช่อง รู้สึกขอบคุณและให้คุณค่ากับแฟนๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตามารอเรา เพื่อที่จะมาเจอเรา แต่ว่าก็อยากให้แฟนๆ ดูแลสุขภาพตัวเอง คือไม่อยากให้รอข้ามคืน เพราะไม่รู้จะอันตรายหรือเปล่าข้างถนน จริงๆ คิวเขาเริ่มแจกบ่าย 3 โมง มาใกล้ๆ ก็ได้”

ออม “ใช่ มาตอนเช้าก็ได้ ถ้ามาใกล้ๆ ทุกคนจะได้ไม่ต้องมีใครรอนาน”

เดินสายทัวร์แฟนมีตเกือบทั่วโลกแล้ว?
หลิงหลิง “ยังไม่ทั่วโลกค่ะ ช่วงนี้ไปแถวเอเชียก่อนค่ะ ก็ดีใจที่เราได้ไปหาเขา เป็นไงบ้างน้องออม”

ออม “ถามว่าเหนื่อยไหม พอเจอหน้าแฟนๆ ก็หายเหนื่อยค่ะ เห็นเขาอุตส่าห์มารอเรา ตากฝน ตากร้อน มันหายเหนื่อย แล้วยิ่งทำให้เรามีกำลังใจในการโชว์ให้เขาดู ก็รัก ดีใจที่ได้เจอแฟนคลับค่ะ”

ชินกับคำว่าสนามบินแตกหรือยัง?
ออม “ชินแล้ว คือออมว่าทุกคนเขาตื่นเต้นมากกว่า ก็เลยอยากเข้ามาหา แต่ว่าถ้าทุกคนเว้นระยะก็ดี เราจะได้อยู่ด้วยกันได้นานขึ้น จะได้โบกมือบ๊ายบาย ถ้าทุกคนมีระยะให้เรา เราจะได้เข้าไปหาได้”

หลิงหลิง “จริงๆ หลิงเข้าใจมากๆ เลย คือโอกาสมันน้อยมาก ที่เราจะบินไปหาเขาถึงประเทศนั้น เขาก็คงอยากเจอเรามากๆ คือเราเองก็อยากเจอเขา อยากใช้เวลากับเขา ก็วอนให้แฟนๆ แบบ คืออยากให้ดูแลความปลอดภัยด้วย ด้วยแฟนๆ ไม่ปลอดภัยค่ะ”

ออม “ถ้าสมมติอัดๆ เข้ามา ไม่ใช่แค่เรานะที่ล้ม คือแฟนๆ ก็ล้มด้วย แล้วพวกเราก็ช่วยไม่ได้ คราวที่แล้วที่เราไปประเทศไหนกันสักที่หนึ่ง ก็มีแฟนๆ ล้ม แล้วพี่หลิงก็พยายามช่วย แต่เราก็ช่วยไม่ได้ ไม่อยากให้ทุกคนเจ็บเลย”

หลิงหลิง “ไม่อยากให้แฟนๆ เจ็บ”

แม่ก้อยก็ถูกการ์ดเบียดออกมาด้วย?
ออม “ก็มีการ์ดนะคะ ส่วนมากทางออแกไนซ์ก็คงคุยกับสนามบิน ว่าให้จัดระเบียบพี่ๆ แฟนคลับ ให้อยู่กันเป็นแถว จะได้อยู่กันนานขึ้นด้วย คุณก้อย (แม่) โดนกันออกจากแถว (หัวเราะ) แต่ว่าไม่เป็นไรค่ะ เราเจอกันครั้งแรก พี่ทีมงานเขาอาจะไม่รู้ว่านี่คือคุณแม่หนู”

มีคลิปที่ดูเหมือนแฟนคลับพยายามจู่โจมเรา?
หลิงหลิง “คือเขาพยายามจะเอาของมาให้เรา เป็นตุ๊กตาที่เขาตั้งใจมาให้เรา แต่เราก็ไม่รู้จะรับยังไง รับไม่ทัน ใช่คลิปตุ๊กตาไหมคะ หนูก็ไม่ค่อยอัปเดตอีก ใช่ๆ มันคือตุ๊กตา”

ออม “เขาให้ไม่ถึง เขาเลยเหวี่ยงมา”

เปิ้ล นาคร พร้อมลูกชาย น้องออก้า ภูมิใจได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2827152

เปิ้ล นาคร พร้อมลูกชาย น้องออก้า ภูมิใจได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ

23 พ.ย. 2567 08:00 น.

เปิ้ล นาคร พร้อมลูกชาย น้องออก้า ภูมิใจได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ

มูลนิธิพรโชคฤดีเพื่อการศึกษา ร่วมกับ ชมรมพัฒนาธุรกิจและทรัพยากรมนุษย์ และ ชมรมเสริมสร้างนักพัฒนาและนักบริหารไทยสู่สากล จัดงานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “คนแห่งแผ่นดิน”ครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๖๗ และรางวัล Best CEO & Top Biz Awards 2024

โดย เปิ้ล นาคร ศิลาชัย รับรางวัล ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น ส่วนลูกชาย ออก้า ด.ช. นครา ศิลาชัย รับรางวัล สาขาเยาวชนทำคุณประโยชน์ต่อสังคมดีเด่น เปิ้ล นาคร ได้เผยว่า

“รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่นแห่งปี จากงาน คนแห่งแผ่นดิน เป็นครั้งที่3 แล้วสำหรับรางวัลนี้ พี่เปิ้ลขอมอบส่งต่อให้กับเพื่อนพี่น้องทีมจิตอาสา ทีมกู้ภัย ทีมมูลนิธิทุกทีมทีมทหาร และทีมผู้ดูแลประชาชนจากหน่วยงานรัฐและเอกชน ทุกคนที่เสียสละเพื่อช่วยผู้เดือดร้อนผู้ประสพภัยในทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทุกคนเหนื่อยและทุ่มเทว่าเรามามากมายจริงๆ ทุกคนทำด้วยวิญญาณแห่งความเสียสละโดยแท้จริง ขอมอบรางวัลนี้และทุกรางวัลให้กับทุกๆคนทำดีกันต่อไปครับ”

ภูมิ เผยเหตุไม่เรียก “นางเอกรุ่นพี่” ว่า “พี่” แค่ทลายกำแพงไม่มีเจตนาปีนเกลียว แย้มหัวใจยังว่าง

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2827023

ภูมิ เผยเหตุไม่เรียก “นางเอกรุ่นพี่” ว่า “พี่” แค่ทลายกำแพงไม่มีเจตนาปีนเกลียว แย้มหัวใจยังว่าง

23 พ.ย. 2567 08:00 น.

ภูมิ เผยเหตุไม่เรียก “นางเอกรุ่นพี่” ว่า “พี่” แค่ทลายกำแพงไม่มีเจตนาปีนเกลียว แย้มหัวใจยังว่าง

สาดหล่อไฟลุกทะลุจอ สำหรับ ภูมิ–เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ พระเอกสายบู๊จากละคร “ภูเขาเงาพยัคฆ์” ทางช่อง 7HD ประกบคู่ พระพาย-รมิดา เคมีเคใจลงตัว กับเรื่องราวกำลังเดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย “คนดังนั่งคุย” วีกนี้เลยชวนหนุ่ม ภูมิ มาเปลือยใจ ที่เจ้าตัวยอมเล่าความลับมีปัญหาสุขภาพเป็น “หมอนรองกระดูกเสื่อม” ที่ไม่ค่อยบอกใครๆ มาก่อน ยิ่งเป็นความรักโสด แต่ไม่เหงา

บู๊เรื่องนี้ถูกอกถูกใจขนาดไหน

“ยอมรับตรงๆ บู๊เรื่องนี้หินมาก มิติเยอะ อารมณ์ค่อนข้างยาก หนักสุดคือบู๊แต่เล่นจริงๆหนักดราม่าด้วย เพราะฉะนั้นหนักเป็นทวีคูณ”

เป็นแนวบู๊เราถนัดอยู่แล้วไม่น่ายากมั้ง

“ก็ต้องฝึกซ้อมเอาท่าที่เราถนัดเพราะเรื่องนี้เน้นบู๊เรียลๆ ตีกันบ้านๆ แบบ 50 ปีก่อน ยอมรับมีเหนื่อยบ้างเพราะเราสู้กันตั้งแต่เช้าจดเย็นเหมือนกัน”

กังวลมั้ยเพราะเป็นบู๊สไตล์พี่เวอร์ (โอริเวอร์ บีเวอร์) บู๊จริงเจ็บจริง

“จริงๆ แอบเสียวๆ เหมือนกันแต่ภูมิมีเตี๊ยมกับทีมสตันต์อยู่แล้วเพราะมีปัญหาร่างกายตรงไหนบ้าง อะไรที่ตรงไหนที่ภูมิรับได้ หรือรับไม่ได้ก็มีบอกเขา ภูมิเป็นหมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกสันหลังข้อล่าง เป็นตั้งแต่อายุ 15-16 แล้วมั้งครับ”

เกิดอะไรขึ้นถึงเป็นหมอนรองกระดูกเสื่อม

“คือตอนนั้น สูงเร็ว บวกกับยกของผิดท่าก็เลยเจ็บมาตลอด ตั้งแต่ ม.3 ถ้าภูมิจำไม่ผิดนะ”

พอเรามีปัญหาสุขภาพส่งผลกับการเล่นบู๊ขนาดไหน

“ให้พูดกันตามตรงว่าส่งผลต่อชีวิตประจำวันอยู่แล้วเพียงแต่เราออกกำลังกายให้มันอยู่ในท่วงท่าที่เราสามารถรับได้ อยู่กับมันให้ได้ ใช้ชีวิตให้เป็นปกติ แต่ตอนแอ็กชันเราจะต้องระมัดระวัง อย่ากระแทกเยอะ ไม่ให้หลังไปกระแทก ส่วนไหนป้องกันได้ก็ป้องกัน”

เวลาเล่นบู๊ๆไปมีลืมตัวบ้างมั้ย

“มีครับ กลับบ้านปวดไปเหมือนกัน เราพยายามเซฟให้มากที่สุด เวลาบู๊ๆ มันก็มันเนอะ อะดรีนาลินมันหลั่งไปบ้างก็ลืมตัว มาหนักอีกทีตอนกลับบ้าน ตอนเล่นเราเต็มที่เพราะอยากให้ภาพออกมาสวยเต็มที่ไปเลย ป๋าบุ๋ม ผกก.จะคอยถามตลอดว่าถนัดมั้ยภูมิ ถ้าไม่ถนัดบอกจะได้เปลี่ยน”

หลายๆคนไม่รู้เรามีปัญหาเรื่องนี้เลย

“ใช่ครับ คนไม่ค่อยรู้เพราะภูมิจะไม่ได้มาบอกว่าภูมิเจ็บนะ ไม่อยากไปป่าวประกาศอะไรเพราะเราก็อยากทำงานเต็มที่แต่ในส่วนที่ทำงานบู๊กับทีมสตันต์ก็จะบอกเค้าไว้ แต่ก็ไม่ได้เป็นจุดบอดที่ทำให้เราทำงานยาก ถามภูมิ จริงๆเป็นส่วนดีที่ทำให้ทุกคนระวังตัวบาดเจ็บ”

กับการร่วมงานกับพระพาย ก่อนร่วมงานกันเราจินตนาการในหัวยังไงบ้าง

“สบายใจครับ เขาดูเป็นผู้หญิงสวย น่ารัก ดูไฮโซ ดูมีความบอบบาง ตัวก็เล็กแล้วมาเล่นบู๊เหรอ? เขาจะไหวหรือเปล่า โอเคตามบทเน้นฉลาด ไหวพริบดี พอมาร่วมงานกันจริงๆ เป็นเหมือนภาพที่เราเห็นเลย และเป็นคนที่คุยด้วยง่าย ได้อินสไปร์หลายๆอย่างจากเค้า แลกเปลี่ยนหลายอย่างจากเขาเหมือนกัน จะเป็นมุมชีวิต ตัวเขาเองมีเรื่องทำธุรกิจด้วย เราก็มีการพูดคุย มันเป็นส่วนหนึ่งในการละลายพฤติกรรมได้ด้วยเหมือนกัน นั่งรอเข้าฉากนานๆ ก็ลองคุย”

มีความเกร็งกันมั้ยช่วงแรกๆ

“ส่วนตัวภูมิไม่ได้เกร็งนะ มีการละลายพฤติกรรมกันก่อน แล้วภูมิไม่ได้เรียกเขาว่าพี่นะ พอไปใช้คำนี้มีเส้นบางๆ อย่างมันนี่ก็โตกว่า ภูมิจะถามก่อนเลยว่าไม่เรียกพี่ได้มั้ย เขาบอกว่าได้ ก็เรียกบ้างไม่ได้เรียกบ้าง แต่เวลาทำงานก็จะไม่เรียก ที่ต้องถามเพราะบางคนไม่โอเคบางคนไม่รู้สึกชอบ ทำไมปีนเกลียวล่ะ ก็มี ภูมิถามตรงๆ ได้มั้ยจับรีแอ็กว่า…ได้แบบเต็มใจหรืออึกอัก ซึ่งนางเอกที่ร่วมงานมาทุกคนชอบนะ ไม่อยากให้เรียกพี่ อย่างชิงชิงเรียกพี่ไม่ได้นะ เขาก็จะไม่ยอมเลย”

เวลาเล่นฉากมุ้งมิ้งกับพระพายมีแอบเกรงใจมั้ยเพราะเขาก็มีแฟน แฟนอาจจะหวงก็ได้

“ยอมรับจริงๆ ภูมิไม่ค่อยรู้ว่าคนที่ภูมิเล่นด้วยใครมีแฟนหรือไม่มีแฟน ภูมิไม่รู้เลยไม่เสพเรื่องพวกนี้และไม่ได้อยากรู้ด้วย เป็นเรื่องของเขา ใครจะมีแฟนไม่มีแฟนหรือเลิกกันก็เป็นเรื่องของเรา จะรู้เป็นคนท้ายๆ พระพายมีแฟนพอรู้มาบ้างแต่ก็ไม่เกร็ง เพราะเป็นเรื่องของงาน เค้าเป็นคนทำงานเต็มที่นะไม่ได้มีตะขิดตะขวงตรงไหนเลย เขาก็มืออาชีพเหมือนกัน เล่นจริงจูบจริงครับ”

ลุคเราดูเป็นแนวสนุกสนานเฮฮา แต่บางมุมเหมือนมีโลกส่วนตัว ถึงขั้นเป็นมนุษย์อินโทรเวิร์ตหรือเปล่า

“พอสมควรครับ (หัวเราะ) ไม่ค่อยอยากใช้คำว่าอินโทรเวิร์ต รู้สึกเราแบ่งแยกเกินไปหรือเปล่า เราไม่ได้พูดเองคนรอบตัวเริ่มพูดกันเยอะว่าเราเป็นอินโทรเวิร์ต แต่ภูมิยืนยันยังชอบเจอเพื่อน ชอบมาทำงาน แต่ขึ้นรถกลับบ้านอยากอยู่คนเดียวแล้ว พ่อขับรถให้ก็ไม่ได้อะไรกับใคร พอกลับบ้านก็อยู่แต่ในห้องตัวเองไม่ได้คุยกับใครเลย ตื่นเช้ามากินกาแฟ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย ภูมิสามารถใช้ชีวิตวนลูปแบบนี้ได้อย่างมีความสุข แทบไม่ได้ไปเที่ยวเลย”

เราเป็นประเภทดองแชตเพื่อนด้วยหรือเปล่า

“ผมชอบโทร.คุยไม่ค่อยชอบพิมพ์แชตเท่าไหร่ บางทีคนแชตมาไม่อยากตอบ รู้สึกว่าการพิมพ์ความรู้สึกมันจะด้าน”

คนที่ชอบโทร. คุยมากกว่าพิมพ์จะเป็นคนยุค 80–90มากกว่านะ

“ภูมิว่าแปลก เมื่อก่อนมีเพจเจอร์ส่งข้อความ ไฮโซแล้ว แล้วมีโทร.ได้สะดวกพอมาสมัยนี้กลับมาพิมพ์กันอีกแล้ว ภูมิพิมพ์ในเรื่องที่ไม่สำคัญมาก พิมพ์ทิ้งไว้ มีอะไรจะอยากโทร.คุยกันมากกว่า ยกหูคุยเลยเป็นที่รู้จัก”

ความรักล่ะยังไงมีสุ่มๆ คบมั้ย

“ไม่มีครับ ผมไม่ได้ปิดตัวเองนะ ถ้ามีก็อยากจะเปิดแหละ ตัวภูมิเอง ณ ตอนนี้ค่อนข้างเอนจอยกับการใช้ชีวิตคนเดียว ถ้าเกิดมีคนอื่นเข้ามาทำให้ดีกว่าก็ดี เพียงแต่ตอนนี้ภูมิเอนจอยกับชีวิตคนเดียวได้ รู้สึกสบายตัว ทำอะไรคล่องตัวไปหมด”

มีเข้าตาหรือว่าเรากำแพงกั้นยังไว้ก่อน

“น่าจะไม่มีกำแพงนะ เพียงแต่ชั่วโมงนี้ภูมิทำงานจะไม่มองเลย อะไรที่ส่งผลกระทบกับงานจะตัดทิ้งไป สมมติมีแฟนโทร.ตามไม่รับสายก็เป็นปัญหา ช่วงนี้เราว่างๆ ถามว่ามีมองคนสวยๆมั้ย? ก็มี มองสวย น่ารัก ถามว่าอยากได้เป็นแฟนมั้ยก็เปล่า เราไม่ได้อยากได้เป็นแฟน”

แอบเหงามั้ย

“ไม่เหงานะ แปลกมั้ย? ภูมิมีพ่อแม่ มีเพื่อน มีน้อง ก็คุยกันได้ไม่ต้องมายึดติดจะต้องเป็นแฟนเท่านั้น”

โสดมานานขนาดไหน

“นานมาก…ก (ทำท่านึก) จำไม่ได้แล้ว หลายปีมากแล้ว ก่อนเข้าวงการก็ไม่มีแฟน อาจจะเป็นเพราะเราเป็นอินโทรเวิร์ต มีความสุขกับตัวเองแค่เราไม่รู้ตัวเฉยๆ”

พอโสดนานๆ ไม่ยอมมีแฟน ที่บ้านมีสงสัย ตั้งคำถามกับเรามั้ย

“ภูมิคุยกับที่บ้านตลอดเลยว่า ไม่ว่าเรื่องอะไรเพราะว่าเรามองเป็นเซฟโซนที่สุดของเราแล้ว ไม่น่ามีคุยกับใครแล้วปลอดภัยไปกว่านี้เพราะแม่หรือญาติๆทุกคนให้ใจเราจริงๆ เขาก็เข้าใจเราเป็นคนแบบนี้ ช่วงป่วยโควิดแฮปปี้นะ พูดไม่ได้ด้วยนะไอตลอด นั่งอยู่แค่ในห้องไม่เจอใคร เราก็ดูหนัง ฟังเพลง อยู่ได้ มีความสุข มันอาจจะแล้วแต่คน เราไม่ต้องตามเทรนด์ต้องมีแฟน แต่ไม่ได้แอนตี้มีแฟน มองเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำถ้าใครจะมีแฟน มีเพื่อนให้คุยให้ปรึกษาได้ มันดีเพียงแต่ไม่มีก็ไม่ผิด”

สเปกมีเปลี่ยนแปลงจากวัยรุ่นขนาดไหน

“เคยมีคนบอกว่าเด็กสเปกแบบนี้โตมาก็ดรอปเอง มันไม่เพอร์เฟกต์ขนาดนั้นแต่ยิ่งอยู่มาจะมีสักคนมาวุ่นวายก็หาดีๆไปเลย หลักๆ นิสัยมากๆเลย”

แบบนี้เจอคุยถูกใจแต่งงานเลยมั้ย

“ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอกเพราะว่าจริงๆยืนยันคำเดิมว่าเราเอนจอยกับชีวิตคนเดียวมาก เจอแบบนั้นสักวันคงอีกสักพัก ยังอยากทำงาน ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากทำ”.

เรื่อง: วรรณีห่อวโนทยาน