“บ้านโชคดี” กลับมาหลอนอีกครั้งใน ซีซัน 3 โน๊ต สิพลดนัย รับประกันความสนุก

https://www.thairath.co.th/entertain/series/2824125

"บ้านโชคดี" กลับมาหลอนอีกครั้งใน ซีซัน 3 โน๊ต สิพลดนัย รับประกันความสนุก

7 พ.ย. 2567 14:26 น.

“บ้านโชคดี” กลับมาหลอนอีกครั้งใน ซีซัน 3 โน๊ต สิพลดนัย รับประกันความสนุก

กลับมาอีกครั้งกับ “บ้านโชคดี เดอะซีรีส์” ซีรีส์ชวนหลอนที่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้เช่าบ้านไม้เก่าหลังหนึ่ง ซึ่งชั้นสองมีเสาตกน้ำมันตั้งกลางบ้าน ผลิตโดย บริษัท ทวินเฟลม จำกัด ได้รับกระแสตอบรับที่ดีในซีซั่น 1 และ 2 ล่าสุด “บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ Season 3” เตรียมพร้อมสร้างความหลอนสุดสะพรึงอีกครั้ง เริ่ม 9 พ.ย. นี้ ทางช่องไทยรัฐทีวี 32

และจะออกอากาศ ตอน “เงาบาป” เป็นตอนแรก นำแสดงโดย โน๊ต สิพลดนัย สาระคำ ซึ่งใน บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซัน 3 นี้ โน๊ต ขอเปลี่ยนบทบาทจากตำรวจ มาเป็นนักโทษประหารที่เพิ่งฟื้นจากความตาย เพื่อมาหาความจริงในบ้านโชคดี โดย โน๊ต ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ ถึงการได้กลับมาเล่น บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ อีกครั้ง บอกว่า  

“บ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ตอนนี้เราเดินทางมาถึงซีซัน 3 แล้วนะครับ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านเช่าหลังหนึ่งที่มีเสาตกน้ำมันอยู่ในบ้าน และก็จะมีผีประจำบ้าน และในความสนุกก็จะมีผู้เช่าแวะเวียนเข้ามา ซึ่งเรื่องมันจะจบในตัวมันเอง

ในแต่ละตอนก็จะมีเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ นานา เช่น ตอนหนึ่งเป็นเรื่องของโจรที่ไปปล้นทองมา และก็เข้ามาในบ้านแล้วโดนผีหลอก คือบ้านหลังนี้ชื่อว่าบ้านโชคดี เพราะมันจะโชคดีสำหรับคนดี แต่ถ้าคุณเป็นคนไม่ดีบ้านหลังนี้จะร้ายกาจกับคุณที่สุดครับ”

ในซีซันนี้รับบทเป็นอะไร?

“คือซีซัน 1-2 เป็นตำรวจ แต่มาในซีซันนี้ล้างบทใหม่เลย ผมเล่นเรื่อง เงาบาป รับบทเป็นนักโทษประหารที่บังเอิญฟื้นจากความตาย แล้วก็ต้องไปสืบให้ได้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวเพราะตายกันหมดเลย ต้องกลับมาแก้แค้นตามล่าหาความจริง”

การทำงานในซีซันนี้แตกต่างจาก 2 ซีซันที่ผ่านมายังไงบ้าง?

“คือ 2 ซีซันไปได้สบายๆ แต่ซีซันนี้แค่ซีนเดียวใช้เวลาไป 4-5 ชั่วโมง กว่าจะผ่านแต่ละซีนละเอียดยิบ ผมรู้สึกว่าเหมือนเป็นการถ่ายหนังเลย คือมาตรฐานการถ่ายทำสูงขึ้นแน่นอนครับ ถ้าพูดถึงเรื่องความมันส์ ความเนี้ยบ ความดิบ ความเถื่อน ต้องมากขึ้น เพราะว่าบ้านโชคดีแฟนคลับเยอะ เราต้องเพิ่มความหลอนขึ้นไปอีก”

2 ซีซันที่ผ่านมา เรตติ้งดีมาก?

“ใช่ครับ ผมไปร้านก๋วยเตี๋ยวคนจำผมได้ และเข้ามาทัก ผมประทับใจมากเลย ว่านี่ใช่ที่เล่นบ้านโชคดีใช่ไหม ผมว่าระดับความมันของบ้านโชคดีซีซัน 1 ว่าน่ากลัวแล้ว แต่ในซีซัน 2 เป็นความน่ากลัวระดับชุบแป้งทอด มาในซีซัน 3 เป็นความน่ากลัวระดับชุบแป้งทอด ชุบไข่แล้วเอามาชุบแป้งทอดอีกทีหนึ่ง ถ้าเทียบกับความดิบ ความเถื่อน ความมันส์ รับรองไม่ผิดหวังครับ”

ตอนที่ทางทีมงานติดต่อมาว่า ให้โน๊ตเล่นต่อในซีซัน 3 รู้สึกยังไงบ้าง?

“ตื่นเต้น เพราะว่าได้เปลี่ยนบทบาทจากตำรวจมาเป็นนักโทษประหาร นักฆ่า อยากเล่นอะไรแบบนี้เพราะว่าได้เล่นแอ็กชันด้วย เรื่องของดราม่าด้วย รู้สึกสนุกครับ”

พอได้มาสวมบทบาทของนักโทษประหาร เป็นยังไงบ้าง?

“มันมีซีนที่ต้องเข้าห้องประหารจริงๆ ครับ แล้วก็ต้องฉีดยาประหารชีวิต ซึ่งผมก็อยากเข้าไปสัมผัสบรรยากาศเหมือนกันว่าในนั้นมันเป็นยังไง ได้ใส่ชุดนักโทษ ได้ตัดผมเกรียน”

การทำงานกับทีมงาน และพี่รงค์ (รงค์ หิน เหล็ก ไฟ หรือ ณรงค์ ศิริสารสุนทร) เป็นยังไงบ้าง?

“การทำงานกับทีมงานนี้เราค่อนข้างคุ้นเคยกับทีมงานนี้ ผมอยู่กับทางทวินเฟลม กับไทยรัฐ ตั้งแต่เข้าวงการแรกๆ ทีมงานทุกคนคือเพื่อนครับ”

การทำงานระหว่าง บ้านโชคดี กับ ไผ่แดง เรื่องไหนยากกว่ากัน?

“ไผ่แดงครับ ถ้าพูดถึงไผ่แดงโลเคชั่นโหดมาก การถ่ายทำก็โหดมาก เพราะว่าต้องตากแดดตากลม พอมาเล่นเรื่องนี้สบายหน่อยครับ”

ตอนนี้ให้คำนิยามตัวเองว่าอะไร?

“ตอนนี้ยังอยากเรียกตัวเองว่านักแสดงอาชีพ แต่อยากพิสูจน์ที่ผลงานครับ อยากให้ผลงานออกมาและคนเห็น ให้เกิดการยอมรับครับ ผมตั้งใจมากๆ ตั้งใจในทุกๆเรื่อง เพราะว่าตั้งแต่ได้วิธีการทำงานใหม่มา รู้สึกว่ามุมมองการแสดงเปลี่ยนไปครับ การเตรียมตัวก่อนการถ่ายทำเป็นอะไรที่สนุกมาก แล้วการถ่ายทำเป็นอะไรที่สนุกกว่า อยากให้ติดตามครับ”

ได้มีการไปเรียนแอคติ้งเพิ่มไหม?

“จะมีการเรียนแอคติ้งเรื่อยๆ ครับ ที่นี่เวิร์คช็อปบ่อยมาก จะเวิร์คช็อปทุกๆ ซีน คือต้องให้มั่นใจก่อนออกกอง เป็นงานที่ละเอียดมากครับ”

ขอย้อนไปนิดนึง โน๊ต เริ่มเข้าวงการบันเทิงยังไง?

“ทั่วไปเลยครับคือโมเดลลิ่ง โมเดลลิ่งไปแคสที่ที่หนึ่ง แล้วก็ไม่รู้คือตอนนั้นเราเด็กมาก อายุน่าจะประมาณสัก 20-21 ครับ ไปแคส ซึ่งเราไม่รู้ว่าเรื่องนั้นคือเรื่อง ไผ่แดง จากนั้นก็ได้ร่วมงานกับที่นี่มายาวมาก มาตอนนี้มีผลงานออกมาประมาณ 5-6 เรื่องครับ กับทางทวินเฟลม มี 5 เรื่องครับ แล้วก็ยังมีส่วนที่ถ่ายทำไว้ รอออนแอร์อีก 2 เรื่องครับ”

เป็นยังไงบ้างการทำงานในวงการบันเทิง?

“สนุกครับ พื้นฐานของผมเป็นคนขี้อายมาก มันก็เหมือนกับการเอาชนะอะไรบางอย่างในตัวเราเอง เหมือนกับการได้ปลดล็อกอะไรบางอย่าง ข้ามกำแพงความกลัว พอได้ทำแล้ว เราหลงรักในอาชีพนี้มาก”

พื้นฐานเราเป็นคนขี้อายอะไรที่ทำให้เรากล้าเข้าไปที่โมเดลลิ่ง และไปแคสงาน?

“ตอนแรกเราแคสไปเรื่อยๆ คือเป็นคนชอบดูหนัง ละคร แล้วชอบวาดภาพตัวเองจะเป็นยังไงถ้าอยู่ในเหตุการณ์นั้น เหมือนที่คนชอบงานเบื้องหลังงานเบื้องหน้าครับ บังเอิญว่าผมเรียนนิติศาสตร์ แต่ชอบในด้านนี้ ก็เลยสนใจ และมีโอกาสได้มาแคสโฆษณา ละคร ก็แคสมาเรื่อยๆ

ซึ่งผมแคสมาเป็น 100 งานกว่าจะได้เรื่องแรก ซึ่งรวมโฆษณาด้วย ไปแคสทุกวัน แคสเรื่อยๆ คือห้องแคสห้องนั้นเราคิดว่าห้องเรียน เราไปฝึกไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับอะไรพวกนี้ กว่าจะได้ก็ใช้เวลาเป็นปีสองปี ก็เริ่มนิ่งขึ้น ซึ่งการไปแคสแต่ละครั้งก็จะมีโมเดลลิ่งแนะนำไปให้ไปแคสตรงนี้นะ”

แต่ตอนที่ไปแคสก็ต้องใช้เงินเยอะ?

“ใช่ครับ แต่อาจจะเป็นข้อดีของผมก็ได้ที่ผมไม่ค่อยมีอารมณ์ด้านลบเท่าไหร่ เรามีหวังมันต้องได้อย่างน้อยเราก็มีการแสดงติดตัวเราไป จะมีเวลาที่เราจะลุยกับมันสัก 2-3 ปี ก็โอเคและโชคดีที่ผู้ใหญ่ให้โอกาส ก็เลยมีโอกาสได้เล่นโชคดีมากๆ ครับ”

เคยมีโอกาสมานั่งคิดย้อนกลับไปไหมว่า ถ้าวันนั้นเราไม่เริ่มต้นก็คงไม่ได้มีวันนี้?

“คิดเสมอครับ คิดขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมทำงานประจำ และขอบคุณที่บ้านที่เข้าใจว่าลูกจะมาทางนี้ ก็เลยซัพพอร์ตเต็มที่ ขอบคุณมากๆครับ”

แต่ว่าเราเรียนทางนิติศาสตร์มา ที่บ้านเคยบอกไหมว่าให้เราไปเป็นทนายความหรือผู้พิพากษาดีกว่าไหม?

“คือผมเป็นคนชอบงานเบื้องหลัง ชอบทีมงาน แต่ที่บ้านให้เรียนเพราะที่บ้านเรียนนิติศาสตร์กันหมดเลย มีพี่สาว มีน้องชาย มีแม่ ที่เรียนนิติศาสตร์ และทุกวันนี้นี้ผมยังเรียน ป.โท นิติศาสตร์อยู่ ตอนนี้เหลือเปิดเล่มวิทยานิพนธ์ครับ แต่ขอที่บ้านว่าขอถ่ายละครก่อนนะ เพราะว่าผมเป็นคนที่ไม่ชอบเรียนหนังสือ ผลัดไปเรื่อย (หัวเราะ) แต่มาตอนนี้ทางที่บ้านโอเคแล้วครับ”

ส่วนตัวเราเป็นคนกลัวผีไหม?

“ส่วนตัว 50 50 ครับ เพราะยังไม่เคยเจอ แต่ก็รอดมาได้ทุกวันนี้ไม่เคยเจอก็ดีแล้ว ดีกว่าที่เป็นเรื่องเล่าที่มีสตอรี่ไป ส่วนตัวที่ถ่ายที่โลเคชั่นนี้ยังไม่เคยเจอ แต่ส่วนมากจะได้ยินว่ามีทีมงานเจอ เป็นบ้านโชคดีที่มีเสาตกมัน ซึ่งข้างบนบ้านหลังนี้มีเสาตกน้ำมันจริงๆ แต่พอผมขึ้นไปดูข้างบนแล้วไม่มีครับ น่าจะย้ายออกไป ยังไม่เอาเข้ามา

ได้ข่าวว่าทีมงานกระโดดออกจากหน้าต่างกันเลย ตอนถ่ายบ้านโชคดีซีซั่น 1 ครับ ตอนที่เค้าเซ็ตบ้านหลังนี้แรกๆ ซึ่งซีซั่น 1 ก็ถ่ายที่บ้านหลังนี้ครับ แต่มาซีซั่นนี้เค้าเปลี่ยนสีทาบ้านใหม่หมด

สำหรับผมจะมีประสบการณ์การถ่ายทำที่เรียกว่าหลอนเลยก็คือ ไปถ่ายในห้องชันสูตรจริงๆ ที่เป็นห้องเก็บศพจริงๆ ก็จะมีศพที่ทีมงานเมคอัพขึ้นมา แล้วก็จะมีศพจริงๆ ที่เค้าอยู่ที่นั่นเลย คืนนั้นก็ถ่ายที่นั่นกันทั้งคืน รู้สึกว่าบรรยากาศใช้ได้เลย หลอนใช้ได้เลย ซึ่งผมก็ไม่กลัว แต่ก็ไม่ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว (หัวเราะ)”

ในเรื่องแรกเราเล่นเป็นตำรวจ ฟีดแบ็กดีมาก เราคาดหวังอะไรจากซีซัน 3?

“ตอน เงาบาป เป็นตอนแรกของการถ่ายทำเลย ซึ่งวันนี้เป็นซีนแรกๆ เลย วันแรกที่อ่านบทรู้สึกว่าบทมันมาก มันไม่ใช่แค่เรื่องผี แต่มันมีหลายสิ่งในเรื่องเดียวกัน ทั้งดราม่า แอ็คชั่น การแก้แค้นระหว่างแก๊ง ซึ่งมันมีอะไรเยอะกว่านั้นอีก มันไม่ใช่แค่เอาใจคอผี แต่มันมีครบทุกรสครับ ผมบอกได้เลยว่า อารมณ์เหมือนดู John Wick คอแอ็คชั่นต้องไม่พลาด รับประกันได้ว่ามันเดือดมากจริงๆ”

อะไรที่ทำให้เรารู้สึกใจฟูหลังจากที่ได้อ่านคอมเมนต์จากแฟนละคร?

“ผมไล่อ่านทุกคอมเมนต์เลยครับ ขอบคุณทุกคำชม ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณมากๆ ครับ อะไรที่เป็นแรงผลักดันอ่านแล้วใจฟูมากๆ เลย ขอฝากบ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซัน 3 โดยเฉพาะตอน เงาบาป จะออนแอร์เป็นตอนแรก ในคืนวันเสาร์ที่ 9 พ.ย. นี้ ทางไทยรัฐทีวี รับประกันความสนุกครับ

คนที่เป็นแฟนคลับบ้านโชคดี ซีซั่น 1-2 เตรียมตัวได้เลย สำหรับแฟนละครคนใหม่ๆ ที่จะเข้ามาดูรับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ อยากให้มาลองดูก่อน เป็นหนังผีที่มากกว่าผีครับ ทั้งดิบเถื่อน เฮอร์เลอร์ ทริลเลอร์

ตอนเงาบาปที่ผมเล่น เป็นตอนที่เถื่อนมากดิบมาก เป็นโลกของนักฆ่า ที่กลับมาแก้แค้น นักฆ่าที่ฟื้นความตายแล้วกลับมาแก้แค้น และมีผีเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ทำไมเค้าฟื้นจากความตาย และกลับมาแก้แค้นต้องติดตามครับ”

ฝากผลงาน?

“โน๊ต สิพลดนัย ครับ ขอฝากผลงานทางไทยรัฐทีวี เรื่องบ้านโชคดี เดอะซีรีส์ ซีซัน 3 ตอน เงาบาป ครับ ฝากติดตามด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”.

โซเชียลเดือดสนั่น หลังนายพลดอลลาร์ แฉ ร.พ. ปฏิเสธการรักษา คุณหญิงแมงมุม

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2824270

โซเชียลเดือดสนั่น หลังนายพลดอลลาร์ แฉ ร.พ. ปฏิเสธการรักษา คุณหญิงแมงมุม

7 พ.ย. 2567 14:25 น.

โซเชียลเดือดสนั่น หลังนายพลดอลลาร์ แฉ ร.พ. ปฏิเสธการรักษา คุณหญิงแมงมุม

จากกรณีที่ นายพลดอลล่าร์ สามีของ คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ออกมาถามหาจรรยาบรรณแพทย์ โดยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาที่รักษาตัวอยู่ แต่ทางโรงพยาบาลกลับไม่รับ พร้อมทั้งเผยเหตุผลว่าห้อง ICU เต็ม

ซึ่งระบุว่า “ภรรยานอนอาการหนัก ไสูง หนาวสั่น ความดันต่ำมาก 80/40 หัวใจเต้นเร็ว พามารักษาที่ห้องฉุกเฉิน แต่โรงพยาบาลไม่รับ อ้างห้อง ICU เต็ม จะการเมืองกันไปถึงไหน จะเล่นอะไรไม่ควรกระทบกับชีวิตของคนไข้ โดยเฉพาะคนที่อยู่โรงพยาบาลแห่งนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี โดยไม่ได้ออกไปไหน จรรยาบรรณแพทย์ไปอยู่ที่ไหนหมด ? หรือเวลาเอาเงินเอาได้ เวลาไม่ชอบไม่ว่าจะด้วยเหตุผมอะไร ก็ถีบหัวทิ้ง จะตายช่างมัน?”

หลังจากที่โพสต์ของ นายพลดอลลาร์ ถูกเผยเเพร่ออกไป ในโลกโซเชียลมีหลายคนเข้ามาเเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น “แย่จริงคะ ตอนรักษาคุณพ่อก็เคยเจอ หมอห่วยๆตรรกะแย่ๆ ทำให้ต้องย้ายรพ. แล้วสภาพผู้ป่วยที่อ่อนแอ หลังผ่าตัด 13 ชั่วโมง รวมถึงจิตใจคนใกล้ชิตที่บอบบางต้องลุ้นทุกวินาที มันสุดจะทรมาน ขอให้ผ่านพ้นเรื่องแย่ๆคนหวยๆไปได้ไวๆนะคะ กรรมติดจรวด ,

ฝากถึง รพ.นั้นด้วยนะคะ อย่าเห็นแก่เงินจนลืมจรรยาบรรณที่ต้องมี ควรเห็นคุณค่าของทุกชีวิตให้เท่าเทียมกันอย่าเลือกปฎิบัติไม่ว่าจะกับใครก็แล้วแต่ และ ยิ่งเคสที่มีการรักษาอย่างต่อเนื่อง และ เป็นผู้ป่วยในอยู่แล้ว ยิ่งควรต้องได้รับการรักษาอย่างทันถ่วงที เพราะชีวิตนั้นอยู่ในมือของคุณแล้ว อย่าเอาชีวิตคนมาเล่นแบบนี้ และไม่ควรเล่นด้วยซ้ำ จรรยาบรรณนะคะจรรยาบรรณท่องไว้คะ ,

ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงคุ้มครองคุณหญิงแมงมุมขอให้ปาฏิหาริย์มเกิดขึ้นอีกครั้งขอให้เจอทีมแพทย์ที่ดี กลับมามีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เติมรอยยิ้มและความสุข นะค่ะด้วยความเคารพ ส่งกำลังใจนะคะ” เป็นต้น อย่างไรก็ตามทางบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอให้คุณหญิงเเมงมุมอาการดีขึ้นนะคะ.

สวยเฟรมแตก ไทยแลนด์-เปรู-ฟิลิปปินส์ ตัวเต็งชิงมง Miss Universe 2024

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2824275

สวยเฟรมแตก ไทยแลนด์-เปรู-ฟิลิปปินส์ ตัวเต็งชิงมง Miss Universe 2024

7 พ.ย. 2567 14:23 น.

สวยเฟรมแตก ไทยแลนด์-เปรู-ฟิลิปปินส์ ตัวเต็งชิงมง Miss Universe 2024

เจอแบบนี้พี่กะเทยกรี๊ดดดดสลบ เมื่อเฟซบุ๊กของThai Sasher ได้โพสต์รูปความสวย 3 สาวตัวเต็งของเวที Miss Universe 2024 ที่มายืนเสิร์ฟความสวยในเฟรมเดียวกัน ทั้ง โอปอล สุชาตา ไทยแลนด์, Tatiana Calmell เปรู และ Chelsea Manalo ฟิลิปปินส์ บอกเลยว่าสวยปังปุริเย่มากเว่อร์ โดยเฉพาะ โอปอล สุชาตา ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย บอกเลยว่าสวยฉ่ำกระแทกตาแตก สวยแบบทะลุเลนส์ออกมาเลยทีเดียว 

มาร่วมเชียร์ให้ โอปอล คว้ามง 3 กลับมาฝากแฟนๆ ชาวไทยกันได้ ซึ่งในรอบ Preliminary Competition & National Costume (รอบพรีลิมฯ และรอบชุดประจำชาติ) ในวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป และรอบ Final Competition (รอบตัดสิน) วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป 

ภาพจาก FB : Thai Sasher
ภาพจาก FB : Thai Sasher
ภาพจาก FB : Thai Sasher
ภาพจาก FB : Thai Sasher
ภาพจาก FB : Thai Sasher
ภาพจาก FB : Thai Sasher

น้องออน ว่าที่เจ้าสาว หมอสอง ตอบแล้ว หลังถูกทักเรื่องท้อง ช่วงบินลัดฟ้าถ่ายพรีเวดดิ้ง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2824242

น้องออน ว่าที่เจ้าสาว หมอสอง ตอบแล้ว หลังถูกทักเรื่องท้อง ช่วงบินลัดฟ้าถ่ายพรีเวดดิ้ง

7 พ.ย. 2567 12:12 น.

น้องออน ว่าที่เจ้าสาว หมอสอง ตอบแล้ว หลังถูกทักเรื่องท้อง ช่วงบินลัดฟ้าถ่ายพรีเวดดิ้ง

ก่อนหน้านี้ หมอสอง นพรัตน์ ได้เปิดตัว น้องออน สมฤทัย เจ้าของธุรกิจขายของแบรนด์เนม และพ่วงตำแหน่งดาวติ๊กต่อกคนดัง พร้อมกับทำเซอร์ไพรส์ขอแฟนสาวคนสวยแต่งงาน ท่ามกลางบรรยากาศหิมะสุดโรแมนติก ราวกับในนิยาย ที่ประเทศนิวซีแลนด์

ล่าสุดว่าที่บ่าวสาว หมอสอง และน้องออน ก็บินลัดฟ้าไปถ่ายพรีเวดดิ้งกันไกลถึงอเมริกา พร้อมระบุว่า “ทีมงานช่างภาพ Professional มากๆครับอดใจไม่ไหวที่จะรอชมภาพ Pre wedding สวยๆที่ Cayon กลางทะเลทราย ที่รัฐ Utahและ Arizona USA #หมอสอง #prewedding #หมอสองน้องออน”

งานนี้ภาพที่ถูกโพสต์ออกไป หลายคนต่างโฟกัสไปที่ น้องออน โดยเฉพาะท้องน้อยๆ ที่นูนเด่นอย่างเห็นได้ชัดเจน เลยอดสงสัยไม่ได้ว่าจะมีข่าวดีหรือเปล่า และไม่ปล่อยให้คนรอนาน สาวออน ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า “ป่าวค่ะ หนูแอ่น5555555 นั่นพุง เศร้าอ่ะ’ และ ‘Hi girls!!! I’m not pregnant that’s my belly!!”

จ๊ะจ๋า หลานสาวคุณยายบรรเจิดศรี เปิดภาพความผูกพันย่าหลาน เผยที่มารอยสักที่แขน

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2824231

จ๊ะจ๋า หลานสาวคุณยายบรรเจิดศรี เปิดภาพความผูกพันย่าหลาน เผยที่มารอยสักที่แขน

7 พ.ย. 2567 12:02 น.

จ๊ะจ๋า หลานสาวคุณยายบรรเจิดศรี เปิดภาพความผูกพันย่าหลาน เผยที่มารอยสักที่แขน

เรียกว่าเป็นความสูญเสียที่ยากจะทำใจจริงๆ สำหรับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ คุณยายบรรเจิดศรี ยมาภัย นักแสดงอาวุโสชื่อดัง หลังเสียชีวิตอย่างสงบในวัย 100 ปี เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

ซึ่งในชีวิตส่วนตัว คุณยายบรรเจิดศรี สมรสกับคนนอกวงการ มีทายาท 2 คน คือ ศัลยา สุขะนิวัตติ์ นักเขียนบทละครชื่อดัง และ ดอน พฤกษ์พยุง นักแสดงหนุ่ม อีกทั้งยังเป็นคุณย่าของ จ๊ะจ๋า แดนดาว ยมาภัย หรือ แดนดาว พฤกษ์พยุง นักแสดงสาว 

ล่าสุด จ๊ะจ๋า แดนดาว ได้โพสต์ภาพคู่กับคุณย่าเมื่อครั้งตนเองยังเด็ก และภาพคู่คุณย่าตอนใส่ชุดครุยรับปริญญา พร้อมทั้งเขียนข้อความถึงคุณย่าว่า “You are in my heart and you will always be in there forever หลับพักผ่อนให้สบายนะคะคุณย่า ไว้เราเจอกันใหม่นะ แค่นี้ก็คิดถึงแล้ว”

อีกทั้งในไอจีสตอรี่ของ จ๊ะจ๋า ก็ได้โพสต์ภาพเล่าที่มาของรอยสักที่แขนด้านขวา ซึ่งเป็นภาพวาดจากฝีมือคุณย่าที่วาดเล่นในไอแพดของเธอ พร้อมทั้งเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “STAY WITH ME FOREVER” และโพสต์คลิปตอนไปอวดรอยสักให้คุณย่าที่นอนอยู่บนเตียงดูด้วยความภูมิใจด้วย

บอสณวัฒน์ โพสต์ถึง กามิน แค่คำเดียวสั้นๆ แต่คนแห่คอมเมนต์เพียบ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2824224

บอสณวัฒน์ โพสต์ถึง กามิน แค่คำเดียวสั้นๆ แต่คนแห่คอมเมนต์เพียบ

7 พ.ย. 2567 11:54 น.

บอสณวัฒน์ โพสต์ถึง กามิน แค่คำเดียวสั้นๆ แต่คนแห่คอมเมนต์เพียบ

หลังจากที่ กามิน เน็ตไอดอลสาวเกาหลี ได้เดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อตั้งโต๊ะแถลงข่าวพิสูจน์ความจริง ขอเคลียร์ข่าวลือต่างๆ ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ว่า ไม่เป็นความจริง และไม่เคยพูดว่า คนไทยหลอกง่าย ซึ่งในระหว่างที่เจ้าตัวแถลงข่าว มีบางช่วงที่กามินถึงกับร้องไห้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อีกทั้งยังได้เคลียร์ความสัมพันธ์กับ แน็ก ชาลี และเรื่องเงินค่าตัวด้วย

ซึ่งประเด็นนี้ ด้าน ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กของตัวเอง เขียนสั้นๆ ว่า “รำคาญ กามิน” ทำเอาคนที่ติดตามแห่คอมเมนต์กว่า 4 พันข้อความ

นอกจากนี้ยังได้โพสต์เพิ่มเติมว่า “ตำรวจ ตม. กามินมาเที่ยวนี้ถ้าไม่มีเวิร์คเพอร์มิทแล้วออกงานจับได้มั้ย? เป็นนักท่องเที่ยวห้ามทำงานนะ” พร้อมกับถามหาชื่อและนามสกุลจริงของ กามิน อีกด้วย

นายพลดอลล่าร์ เปิดโปง แฉรพ. ชุดใหญ่ คุณหญิงแมงมุม อาการวิกฤต แต่ปฏิเสธการรักษา

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2824219

นายพลดอลล่าร์ เปิดโปง แฉรพ. ชุดใหญ่ คุณหญิงแมงมุม อาการวิกฤต แต่ปฏิเสธการรักษา

7 พ.ย. 2567 11:34 น.

นายพลดอลล่าร์ เปิดโปง แฉรพ. ชุดใหญ่ คุณหญิงแมงมุม อาการวิกฤต แต่ปฏิเสธการรักษา

ถึงขั้นเดือดแทนภรรยา สำหรับ นายพลดอลล่าร์ สามีของ คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ที่งานนี้ออกมาถามหาจรรยาบรรณแพทย์ โดยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาที่รักษาตัวอยู่ ข้อความดังกล่าวถูกโพสต์ผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว

ระบุว่า “ภรรยานอนอาการหนัก ไสูง หนาวสั่น ความดันต่ำมาก 80/40 หัวใจเต้นเร็ว พามารักษาที่ห้องฉุกเฉิน แต่โรงพยาบาลไม่รับ อ้างห้อง ICU เต็ม จะการเมืองกันไปถึงไหน จะเล่นอะไรไม่ควรกระทบกับชีวิตของคนไข้ โดยเฉพาะคนที่อยู่โรงพยาบาลแห่งนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี โดยไม่ได้ออกไปไหน จรรยาบรรณแพทย์ไปอยู่ที่ไหนหมด ? หรือเวลาเอาเงินเอาได้ เวลาไม่ชอบไม่ว่าจะด้วยเหตุผมอะไร ก็ถีบหัวทิ้ง จะตายช่างมัน?”

พร้อมกับเขียนแคปชั่นใต้โพสต์ดังกล่าวว่า “เราคนตัวเล็ก 2 ชีวิต ที่ดิ้นรนมา 7 ปี เพียงเพื่ออยากจะดำรงชีวิตปกติเหมือนกับมนุษย์ทั่วไปให้พอมีรอยยิ้มได้บ้างในเเต่ละวันที่ยังหายใจกันอยู่ เเต่มาพบกับการกระทำของสถานพยาบาลที่มองคนไข้เป็นเพียงลูกค้า 

ครั้งนี้เเมงมุมอยู่ในวิกฤติการณ์เป็นครั้งที่สองที่โรงพยาบาลนี้ปฏิเสธการรักษา จะอ้างว่าห้องเต็มเพื่อเลี่ยงการกระทำที่ผิดกฏหมาย อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่า หมอเเละพยาบาลที่นี่เกือบทุกคนมีจรรยาบรรณของเเพทย์ที่ต้องการรักษาคนป่วยเจ็บอย่างเเท้จริง เเต่ผู้บริหารขององค์กรเเห่งนี้ต่างหากที่ขาดหัวใจของความเป็นคน 

วันนี้ป่วยหนักเป็นครั้งที่ 2 เเละมาขอความช่วยเหลือจากห้องฉุกเฉิน เเต่เมื่อจะต้องย้ายไปห้อง ICU ก็ได้รับการปฏิเสธโดยอ้างว่าห้องเต็ม ให้ไปหาโรงพยาบาบอื่นอยู่เเทน ใจดำไปหน่อยไหม

เราถามตรงๆถึงเหตุผลว่ามีประเด็นอะไรหรือไม่ที่ตั้งเเง่กับเรา เราไปทำอะไรให้เกลียดชังหรือ? เราทำผิดกฏระเบียบอะไรหรือเปล่าในช่วง 2.5 ปีที่เราอาศัยอยู่ที่นี่? จนท. ที่เราเชิญมาคุยก็ไม่บอก ให้คำตอบว่าห้องเต็มอย่างเดียว เหมือนเช่นเหตุการณ์ครั้งเเรกในปลายปีที่เเล้ว เเต่คงหลอกคนอย่างผมยาก เพราะตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีที่ผมอยู่กับเเมงมุมในโรงพยาบาลเเห่งนี้ โดยไม่เคยออกไปไหน ผมไม่เคยห่างจากเขาเลยเเม้เเต่วินาทีเดียว ไม่ว่าจะอยู่ห้องธรรมดา, ER, ICU, CCU

ผมอยู่เเละนอนข้างเตียงเขาในทุกที่ตลอดเวลา 90% ของ 3 ปีนั้น เพราะฉะนั้นหลอกผมไม่ได้ ผมรู้จักทุกซอกทุกมุม เเละระบบการทำงานของที่นี่เป็นอย่างดี ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่เคยเลยที่จะคิดถึงเงินจำนวนมากที่ได้จ่ายให้กับสถานพยาบาลอัมหิตเเห่งนี้ คิดมาเท่าไหร่ ก็จ่ายไปเท่านั้นด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว ทั้งๆที่ไม่ใช่เศรษฐีที่ไหน ทุกวันนี้จะเเก้ผ้าอยู่เเล้วเเต่ไม่เคยเสียดายเงินเพราะคิดว่าจะเป็นที่ๆจะให้การรักษาที่ดีที่สุดกับภรรยาของเรา กลับกลายเป็นคิดผิด กว่าจะรู้ว่าเขาไม่มีน้ำใจก็เกือบจะสายไปแล้ว ครั้งเเรกเมื่อปลายปีที่เเล้วโชคดีที่มีโรงพยาบาลของรัฐที่เขารับไปรักษาเเละทำให้รอดชีวิตมาได้

I will not allow these heartless people to treat my wife like this. And I will not go down without a good fight. She could have died because of this abominable politics within this god-forsaken hospital. ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับใครอีก #shameonyou #heartless #hospitalmanagementistoblame”

กบ พิมลรัตน์ ย้อนเล่าปิดฉากรัก 9 ปี เจอคำพูดสุดเจ็บ ไม่มีความสุขที่อยู่กับเรา

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2824204

กบ พิมลรัตน์ ย้อนเล่าปิดฉากรัก 9 ปี เจอคำพูดสุดเจ็บ ไม่มีความสุขที่อยู่กับเรา

7 พ.ย. 2567 10:38 น.

กบ พิมลรัตน์ ย้อนเล่าปิดฉากรัก 9 ปี เจอคำพูดสุดเจ็บ ไม่มีความสุขที่อยู่กับเรา

ตำนานนางเอกหน้าไทยที่ในช่วงเวลาหนึ่งเคยขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงหญิงที่ใส่ชุดไทยได้สวย สง่า และงดงาม อย่างถึงที่สุด สำหรับ กบ พิมลรัตน์ นางเอกสาวมากความสามารถ เจ้าของหลากหลายผลงานขึ้นหิ้ง และยังคงเป็นที่พูดถึงของแฟนๆ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ สุริโยไท, ปลายเทียน, สายโลหิต, ลอดลายมังกร ฯลฯ

เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายนนี้ เวลา 11.00 น. ทางช่องวัน 31 กบ พิมลรัตน์ ได้มาเปิดเรื่องราวในชีวิตพร้อมและเผยความรักแบบทุกซอกทุกมุมในใจ กับชีวิตวัยเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวดตามวิถีกุลสตรีไทย และแผ่นหลังขยี้ใจรักแรกของ กบ พิมลรัตน์ มาในรูปแบบหนุ่มเซอร์โดนใจและเล่นกับใจแรงมาก!! แต่ก็มีเหตุให้ต้องยุติความสัมพันธ์ความจริงที่ต้องรับรู้

คุณแม่สอนว่าผู้หญิงต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง #แต่เราไม่รู้ว่าถ้าไม่ยืนมันจะเป็นอย่างไร เพราะเขาบอกว่าขอเป็นคนดูแลเราเอง… กับบทเรียนครั้งใหญ่เรื่องความรัก แม้จะปิดฉากรัก 9 ปี แต่ทำไมพอนึกย้อนไปว่ามีข้อดีอะไรของเราที่เขาชื่นชมบ้างมันกลับว่างเปล่า… เขาบอกว่าตอนคบกันเขาไม่มีความสุขเลยที่อยู่กับเรา หมดความอดทนก็ควรพอกันที… จากวันที่อ่อนแอจนมาถึงวันที่ต้องปาดน้ำตาสู้!!

ชีวิตของกบก็ดูใกล้เคียงกับสิ่งเหล่านี้ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างกุลสตรีไทยมาก คุณอาค่อนข้างเข้มงวดมาก?
กบ พิมลรัตน์ : มากค่ะ คลานเข่าสมมติว่าคุณย่านั่งตรงนี้ เราเป็นเด็ก เราก็ต้องคลานเข่ามาหาคุณย่า ถ้าเดินเสียงดังก็โดนเอาไม้เคาะตาตุ่ม แล้วก็ต้องลงโทษแบบหักนิ้วเรา ไม่ได้ทานขนมแบบที่เพื่อนๆ เราทานกัน ของเล่นก็ไม่ค่อยได้เล่นค่ะ

จนคุณแม่กลับมาแล้วคุณแม่พาหนี?
กบ พิมลรัตน์ : คุณแม่พาหนีใช่ค่ะ

แล้ววันหนึ่งความรักก็มาซึ่งเป็นรักแรกที่แบบแรง?
กบ พิมลรัตน์ : แตะเบรกไม่เป็น คุณแม่ก็ฉีดวัคซีนมาบ้าง

ห้ามมีแฟนหรือห้ามคนนี้?
กบ พิมลรัตน์ : ทั้งสองอย่าง เขาก็จะเป็นหนุ่มเซอร์ๆ พูดจาขวานผ่าซากโดนใจมากค่ะ

ปิ๊งแม้กระทั่งแผ่นหลังของเขา?
กบ พิมลรัตน์ : ใจเต้น มีฉากเลิฟซีนก็ดีนะใกล้กันนิดนึง

จนที่สุดแล้วก็ต้องยุติความสัมพันธ์?
กบ พิมลรัตน์ : มันค่อนข้างบาดใจกับความจริงที่เรารับรู้ อาการตอนนั้นหนักมากค่ะ เป็นปม

ซึ่งความรักครั้งนี้ก็ต้องยอมรับความจริงจังถึงขั้นใช้ชีวิตด้วย?
กบ พิมลรัตน์ : ความรักแบบรุ่นใหญ่ 3 ปีนั้นที่เขาจีบไม่เคยออกไปทานข้าวเลยนะคะ หนูขอเก็บพี่ไว้เป็นผู้ใหญ่ที่เคารพได้ไหม ถ้าจะทานข้าวก็คือต้องคุยเรื่องงาน คุยกันไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกชอบ ระหว่างที่จะแต่งงานเรามีงานเก่าอยู่แล้ว เขาก็บอกว่าไม่ทำได้ไหม เหนื่อยมาเยอะแล้ว หยุดทำงานเถอะ ให้พี่เป็นคนดูแล เราก็ไม่รู้นะคะ ว่าการที่เราถูกลิดรอนเรื่องเงินทองมันจะออกมาเป็นรูปแบบไหน แต่คุณแม่เราเคยสอนเราอย่างหนึ่งว่าให้เป็นผู้หญิงที่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่เราไม่รู้ว่าถ้าไม่ยืนมันจะเป็นอย่างไร

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าสองคนก็มีความต่างกันค่อนข้างเยอะ?
กบ พิมลรัตน์ : ใช่ค่ะ เดินทางด้วยกันเครื่องถึงแล้วพี่เขาจะต้องปุ๊บปั๊บ ปุ๊บปั๊บพอเขาให้ยืนขึ้น ยืนขึ้นแล้ววิ่งไปที่ Gate เลย เขาเร็วทุกอย่างค่ะ ความเร็วในการทาน เราก็พยายามจะเร็วให้เขา แต่มันเหมือนจุกอยู่ที่อกค่ะ เขาจะอึดอัดที่เราเป็นแบบนี้

อะไรเป็นข้อดีที่สุดของกบที่เขาชื่นชม?
กบ พิมลรัตน์ : นั่นสิคะ…
กบ พิมลรัตน์ : ที่ผ่านมาตอนคบกัน เขาชอบบอกว่าเขาไม่มีความสุขที่อยู่กับเรา เขาพูดตลอดเลยค่ะ เวลาเขาเจอหน้าใคร เขาก็บอกว่าเขาเครียดมากอยู่กับเรา เขาไม่ทนแล้ว เขาอึดอัด ก็รู้สึกว่าพอกันที พี่เอาทุกอย่างจากหนูไปหมดแล้ว สิ่งที่หนูรักทุกอย่าง หนูให้พี่ไปหมดแล้ว พี่จะเอาอะไรจากหนูอีก คราวนี้หนูไม่ยอม

“ฐิสา” ชิลมากสำหรับความรัก! มีเข้ามาก็คุยกัน ถ้าไม่ใช่ก็เฟด

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2824023

“ฐิสา” ชิลมากสำหรับความรัก! มีเข้ามาก็คุยกัน ถ้าไม่ใช่ก็เฟด

7 พ.ย. 2567 07:05 น.

“ฐิสา” ชิลมากสำหรับความรัก! มีเข้ามาก็คุยกัน ถ้าไม่ใช่ก็เฟด

โดดเข้าสู่วงการ “ติ๊กต่อก” เป็นที่เรียบร้อย สำหรับ ฐิสา–วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร นางเอกสาวจากละคร “เล่ห์ร้ายเกมลวง” ทางช่อง 7HD ปลดล็อกฉายา “แม่ชี” หลังลุกขึ้นทำอะไรใหม่ๆ โชว์สกิลเต้นแถมไลฟ์พูดคุยกับแฟนๆยาวนับชั่วโมง เจอ ฐิสา มาโปรโมตละคร เล่ห์ร้ายเกมลวง ในงาน “EXCLUSIVE PRESS INTERVIEW” ณ อาคาร 7 ช่อง 7HD เริ่มจาก

บทของฐิสาเป็นยังไงบ้าง?

“รับบทเป็นพัชณิน เป็นนักแสดง คือในเรื่องทุกคนแต่งตัวสวยหล่อและแต่งตัวกันเก่งเพราะเป็นนักแสดง อีกคาแรกเตอร์จะเป็นคนตรงๆ ไม่ทำใครก่อน ถ้าใครทำร้ายเราก็จะไม่ยอม ทำมาก็สู้กลับ และเป็นการกลับมาร่วมงานกับ เปรี้ยว-ทัศนียา อีกครั้ง เรื่องนี้จะตบกันทั้งเรื่อง แต่ว่าพอเราเคยทำงานด้วยกันแล้วจะรู้ว่าน้องเค้ามีพลังงานเยอะ เขาจะมาขนาดไหนเราจะรู้สึกว่ารับมือไหว เพราะเราได้เล่นกับคนที่เราสนิท ทำให้เราทำงานได้อย่างสบายใจ เต็มที่ได้เลย”

ทาง เติ้ล–ตะวัน ผู้จัดละครชี้เป้าว่า เรื่องนี้ฐิกับเปรี้ยว แซ่บกินกันไม่ลงเลย?

“ฐิไม่แน่ใจนิยามของคำว่าแซ่บไปทางเวย์ไหน เอาเป็นว่าไม่มีใครยอมใครแล้วกัน สู้กันคนละแบบ ส่วนเสื้อผ้า หน้าผม คนละแบบกันอยู่แล้วทุกคนสวยหล่อกันหมด วันๆนึงเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเยอะมากราว 10 กว่าชุด เพราะละครไม่ได้ถ่ายแบบเรียงด้วย ถ่ายข้ามตอน ข้ามซีน ก็ต้องเปลี่ยนชุด แค่เปลี่ยนชุดเปลี่ยนผมก็เหนื่อยแล้วค่ะ”

ตอนนี้ฐิสากลายเป็นเจ้าหญิงติ๊กต่อกเกอร์ไปแล้ว?

“จริง อาจจะเป็นช่วงเราว่างจากการถ่ายละครด้วยค่ะ พอละครปิดกล้องยังไม่มีเรื่องใหม่ จริงๆฐิสาไม่เล่นติ๊กต่อกเลยนะ เพื่อนๆมาชวนลองเล่นสิ สนุกดี อยากให้เราได้เปิดโลกบ้าง ก็เลยก้าวเข้าสู่วงการติ๊อกต่อค่ะ”

เข้าวงการแบบเต็มตัวมั้ย?

“เอาจริงๆก็ยังไม่ได้เต็มตัวขนาดนั้น ไม่ถึงขั้นพี่พิงกี้ หรือน้องพิม อันนั้นเค้าจริงจัง แต่ว่าอย่างฐิสาอาจจะไลฟ์คุยกับแฟน ช่วงแรกๆฟิตอยู่น่าจะประมาณ 5-6 ชม. แต่ตอนนี้ไม่ไหว พอเล่นติ๊กต่อกเหมือนได้เปิดโลกมากขึ้น เราได้เจอเพื่อนใหม่มากขึ้น ได้ใกล้ชิดกับแฟนคลับมากขึ้นด้วยค่ะ”

จะมีการเต้นคัฟเวอร์?

“อันนั้นไม่น่าจะใช่ฐิแล้วล่ะ ยังเป็นไปไม่ได้ ถ้ามีเพื่อนก็จอยๆกันไป”

อัปเดตความรักตอนนี้หัวใจเราพร้อมขนาดไหน?

“ไม่รู้เลย ฐิรู้สึกสบายใจกับตัวเอง”

รอบนี้โสดนาน?

“จริงๆมีคุยบ้าง พอคุยบ้างไม่ใช่ก็เฟดกันไป สำหรับตัวฐิ เวลาการพูดเรื่องสถานะแต่ละทีมันค่อนข้างยากอยู่เหมือนกัน ถ้าเราอยู่ ณ ตรงนี้เลยรู้สึกว่าถ้าเราสบายใจที่จะอยู่ยังไงก็ ณ ปัจจุบันมุมมองความรักของเราเปลี่ยนไปเยอะมาก รู้สึกว่าสบายใจ ณ จุดไหนก็อยู่แบบนั้นดีกว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราอาจจะคาดหวังเรื่องความรักค่อนข้างเยอะ พอเราโตแล้วเฉยๆ อยู่กับปัจจุบันมาก กลายเป็นว่าเรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำกลับแฮปปี้กว่า ณ วันนี้หากมีใครเข้ามาคุยกับเรา มันจะต้องมีสเต็ป 1-2-3-4 นะ รู้สึกว่าถ้าเราได้คุยกับใครเราสบายใจก็คุยกันไปเรื่อยๆได้”

มีคนเข้ามาหรือเขาคิดว่าเรามีแฟนอยู่แล้วเลยไม่กล้าเข้ามาจีบ?

“ใช่ค่ะ ทุกคนคิดว่ามีแฟนอยู่แล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าเวลาไปไหนจะไปกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มเดิมๆ ไม่ค่อยได้เจอใครใหม่ๆ ยกเว้นเป็นเพื่อนของเพื่อน เราสบายใจไปกับเพื่อนกลุ่มแค่นี้ เราสบายใจที่จะเป็นตัวเอง”

โสดแล้วเหงามั้ย?

“เมื่อก่อนก็มีบ้าง มีช่วงที่เหงา เวลาเห็นเพื่อนลงรูปคู่กับแฟน มันมีแน่นอน แต่ตอนนี้เฉยๆมากเลย”

เราจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ยังไง ให้โสดแต่สุขได้?

“มันอาจจะผ่านจุดที่…พูดตรงๆเราเคยผ่านจุดที่เสียใจ ผ่านความรู้สึกเราไม่สบายใจ เราต้องทุกข์กับเรื่องแบบนี้มากจนรู้สึกวันนี้เราสบายของเราแบบนี้ ฐิแฮปปี้กว่า มีก็คุยไม่มีก็ปล่อยไปเรื่อยๆ”

เรื่องความรักแม่ว่ายังไงบ้างไฟเขียวแล้วหรือยัง?

“บ้างค่ะ ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์หรอกค่ะ ยังไงเขาก็ทั้งหวงและห่วงอยู่ ด้วยความที่เราเป็นลูกสาว เขาจะมีความคาดหวังค่อนข้างเยอะ ณ ปัจจุบันค่อนข้างปล่อยมากกว่าเมื่อก่อน คือเมื่อก่อนไปไหนจะแพ็กคู่ตลอด ณ ตอนนี้ก็คือต้องผ่านจุดการพูดคุยกันมาบ้างแล้ว ตอนนี้เราโตขึ้นได้อิสระมากขึ้น คือถ้ามุมของฐิ ไม่ใช่เราจะหนีไปใช้ชีวิตของเราเลย หรือเราดื้ออะไรเลย เราแค่อยากให้เค้าได้ใช้เวลาของเค้าเองด้วย เราดูแลตัวเองได้ เขาดูแลเรามาตลอด อยากให้เขาได้พักได้ไปใช้ชีวิตของเขาบ้าง โดยที่ไม่ต้องห่วงเรา ไม่อยากติดว่าห่วงเรามากขนาดนั้น ส่วนเรื่องการใช้ชีวิต คือทุกคนก็จะต้องมีประสบการณ์เจอ”

ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์ความรักไม่ดีหรือเปล่ายิ่งทำให้แม่เป็นห่วง?

“ใช่ค่ะ เป็นเพราะส่วนนั้นด้วยค่ะ ส่วนมากความคาดหวังของพ่อแม่อยากให้เจอคนดีๆ ที่ผ่านมาที่เจอไม่ได้คิดว่าเจอไม่ดีนะคะ เพียงอาจจะแค่ ไปต่อด้วยกันไม่ได้เท่านั้นเอง ไม่เคยโทษว่าใคร เวลามีความรักเราก็เต็มที่ทุกครั้ง พอไม่สมหวังก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตไปค่ะ”

ทนายกามิน ฟ้องแล้ว 5 ราย ทั้งบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล แต่ไม่มีชื่อ แน็ก ชาลี

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2824144

ทนายกามิน ฟ้องแล้ว 5 ราย ทั้งบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล แต่ไม่มีชื่อ แน็ก ชาลี

6 พ.ย. 2567 21:33 น.

ทนายกามิน ฟ้องแล้ว 5 ราย ทั้งบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล แต่ไม่มีชื่อ แน็ก ชาลี

หลังจากที่ กามิน พร้อมด้วยทนายความตั้งโต๊ะแถลงข่าวขอเคลียร์ข่าวลือต่างๆ ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ว่าไม่เป็นความจริง และไม่เคยพูดว่า คนไทยหลอกง่าย ซึ่งในระหว่างที่เจ้าตัวแถลงข่าว มีบางช่วงที่กามินถึงกับร้องไห้เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

และก่อนที่จะจบการแถลงข่าว ทนายความของกามิน ก็ได้เปิดเผยว่าฟ้องแล้ว 5 คน มีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แล้วก็จะตามมาอีกหลายคน แต่ยังไม่มีชื่อของ แน็ก ชาลี ว่า

– ทนายพรชัย เผยว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ควรเดินมาถึงวันนี้ ถ้ากามินเดินทางออกจากประเทศไทยไปเกาหลีแล้วทุกอย่างควรจะต้องจบลง ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ด้านใด ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด เพราะเป็นเรื่องระหว่างคนสองคนเท่านั้น

– แต่มีบุคคลอื่นที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเรื่องราวต่างๆ กล่าวหาใส่ร้าย ใช้คำพูดหยาบคายดูหมิ่นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย มีบางกลุ่มที่ใช้สถานะทางสังคมที่เหนือกว่าสร้างความเกลียดชังทางสังคมให้คนส่วนใหญ่ ทั้งๆ ที่มันเป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้นเองทำให้ชื่อเสียงการทำงานทุกสิ่งทุกอย่างลงสลายหมดเพราะคำพูดของบุคคลบางคนเท่านั้น

– ในฐานะทนายความของกามินอยากจะบอกให้ทราบว่า คนทุกคนที่สร้างวาทกรรมแปลกๆ ออกมาตั้งแต่ต้นทุกคนจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกันทางกฎหมายทุกคน

– ทางด้านทนายณพกฤต เผยว่ามีข่าวว่ากามินเข้ามาฟ้องคนไทยด้วยกัน อยากจะเรียนสื่อมวลชนให้ทราบว่า ทุกคนแม้เป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ ที่เข้ามาในเมืองไทยจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยทุกคน ไม่มีใครที่จะสามารถมาทำให้เกิดความเสียหายชื่อเสียงเกียรติยศกับคนที่เข้ามาอยู่ภายใต้เมืองไทยและกฎหมายไทยได้

– ฉะนั้นจึงทำให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่ลักษณะการเข้ามาฟ้องคนไทย แต่กามินเข้ามารักษาสิทธิของตนที่ถูกผู้กระทำความผิดทำให้ได้รับความเสียหายและได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาในวันนี้เพื่อพิสูจน์ความจริง ให้ทุกคนรับฟังว่าไม่ใช่ฟังความข้างเดียว

– วันนี้กามินได้แถลงความจริงให้ทุกคนได้ทราบว่าถ้าฝั่งกามินรู้สึกยังไง ความจริงเป็นอย่างไรและทุกคนที่พูดแยกแยะให้ถูกผิดชอบชั่วดีไม่ใช่พูดเอามันปากอย่างเดียว ถ้าพูดมันปากก็จะได้รับสิทธิตามกฎหมาย ตามขั้นตอนต่อไป การเข้ามาในวันนี้กามินเขาเข้ามาพิสูจน์ความจริงของเขาโดยถูกตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง

– ทนายพรชัยบอกว่า ตอนนี้มีคนที่จะได้รับการดำเนินตามกฎหมายแล้ว ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดในที่นี้ได้ แต่มีการดำเนินการทางกฎหมายแล้ว ในเบื้องต้นตอนนี้มี 5 คน มีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แล้วก็จะตามมาอีกหลายคน

– ส่วนคู่กรณีตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินกฎหมาย แต่อยู่ในส่วนของการพิจารณาถ้าอะไรที่มีการก้าวล่วงกัน ก็ต้องอยู่ในส่วนของการพิจารณา