“กงนน” เกทับ “กงยู” ตอนแอฟอยู่กับตนเองหน้าบานกว่า แต่งงานอีก 3 ปี อาจจะเร็วกว่านั้น (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2822771

31 ต.ค. 2567 07:15 น.

“กงนน” เกทับ “กงยู” ตอนแอฟอยู่กับตนเองหน้าบานกว่า แต่งงานอีก 3 ปี อาจจะเร็วกว่านั้น (คลิป)

เรียกว่าฟ้าลิขิตไว้แล้วจริงๆ หลังหนุ่ม นนกุล ชานน สันตินธรกุล เผยภาพลับโพสต์อวยพรวันเกิด แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ด้วยภาพเมื่อ 11 ปีก่อนที่เจ้าตัวถ่ายร่วมเฟรมกับสแตนดี้ของ “มณีจันทร์” ตัวละครที่ แอฟ แสดงในหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เลยถูกแซวหนักมาก ว่าหลงรักมาตั้งแต่วันนั้นหรึอเปล่า เจอ นนกุล มาร่วมงานเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ “ทักษะของนักแสดง Monologue : Round Table” จัดโดย สมาคมนักแสดง (ประเทศไทย) Thai On-Screen Actor Association ร่วมกับ Thailand Creative Content Agency, สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และกระทรวงวัฒนธรรม ที่ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ เพื่อแลกเปลี่ยน และให้ความรู้กับผู้สนใจในด้านการแสดง ช่วยเปิดมุมมองและประสบการณ์ด้านการแสดงให้กับนักแสดง นักศึกษา และบุคคลทั่วไป

ถามถึง รูปที่ลงอวยพรวันเกิดแอฟ?

“อ๋อ…เราเพิ่งค้นพบรูปนี้ได้ไม่นานมานี้ เพื่อนส่งมาให้ครับ เรื่องของเรื่องคือผมกับพี่แอฟไปงานแต่งงานเพื่อนคนหนึ่งของผม แล้วเพื่อนอีกคนที่เป็นเพื่อนร่วมห้องกับผมก็แซวขึ้นมาว่า รู้มั้ยเมื่อก่อนจำได้เลยไปเมืองจำลองเนี่ย เคยไปถ่ายรูปกับพี่เค้านะรู้เปล่า เราก็งงว่าไปถ่ายตอนไหน จนเพื่อนเอารูปให้ดู เราก็ตกใจว่า เฮ้ย! มีได้ไงเนี่ย ประเด็นคือในรูปนั้นไม่มีเพื่อนผมคนที่บอกด้วยนะ ผมก็เลยยิ่งงงว่ามันเก็บไว้ทำไม แต่ก็รู้สึกว่าตลกดี เลยขอให้เพื่อนส่งรูปนั้นมาให้หน่อย ส่วนพี่แอฟเค้าเห็นรูปนั้นตั้งแต่วันงานแต่งเพื่อนผมแล้ว ผมก็เลยบอกเค้าว่าเดี๋ยวถึงวันเกิดผมจะลงรูปนี้นะ พี่เค้าก็ขำ”

เพื่อนคือผู้มาก่อนกาล?

“(หัวเราะ) ปกติคนเราไม่น่าเก็บรูปคนอื่นไว้ ทั้งที่ไม่มีตัวเองอยู่ในรูปนั้น งงมากว่า 11 ปี เก็บมาได้ยังไง เพื่อนบอกว่าเก็บไว้ที่คลาวด์ แล้วคือตัวผมเองจำโมเมนต์นั้นไม่ได้ แต่เพื่อนผมดันจำได้ โมเมนต์ที่ไปถ่ายรูปวันนั้นคือผมไปดูหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วก็รู้สึกว่าตัวละครมณีจันทร์น่ารักดี”

แสดงว่าที่พี่เกรซ มหาดำรงค์กุล แซวว่า “หลงรักแม่มณีจันทร์ ตั้งแต่ครานั้นรึ” เป็นเรื่องจริงสิ?

“โอ๊ย…ตอนนั้นมันไกลเกินเอื้อมมากครับ เราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งจะได้มาเจอพี่เค้า”

พรหมลิขิตแหละ?

“ขอบคุณครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใช่ไหม”

แล้ววันเกิดแอฟที่ผ่านมามีอะไรพิเศษอีกไหม?

“ถ้ามากกว่าปีที่แล้วก็มีน้องปีใหม่มาด้วยครับ ปีนี้ก็ไปทำบุญกันตั้งแต่เช้า รู้สึกว่าเป็นโมเมนต์ที่ดีนะ คือผมไม่ใช่คนหวานไง ก็จะขนลุกเวลาตัวเองทำอะไรหวานๆ แต่ผมรู้สึกแฮปปี้มากเวลาที่ขับรถแล้วมีพี่แอฟกับน้องปีนั่งอยู่ในรถด้วย ทุกอย่างมันดูเรียบง่ายสำหรับผมดี ไม่ต้องฝืนตัวเองมากมาย ส่วนของขวัญอย่างอื่น ผมก็มีของเล็กๆน้อยๆ พวกเครื่องประดับให้พี่เค้า แต่ไม่ใช่งานแฮนด์เมดนะ เพราะผมไม่มีฝีมือเรื่องนั้นเลย แล้วก็ไม่ใช่แหวนด้วย”

ล่าสุดเพิ่งสัมภาษณ์ว่าอีก 3 ปีอยากแต่ง นึกว่าให้แหวนไว้เลย?

“ผมก็ยังคงคำเดิมครับ แต่อย่างที่เคยบอกว่าอาจจะเร็วกว่านั้น”

ดูมั่นใจในความรักครั้งนี้มาก?

“ผมก็จะพยายามเต็มที่ที่สุด ไม่ว่าความรักกี่ครั้งจะเกิดขึ้นในชีวิต”

ล่าสุดได้ข่าวว่าไปส่งแอฟไปดูกงยู?

“ไม่ๆๆ ผมไม่ได้พาพี่เค้าไป ผมอยู่กับน้องปีเพราะเค้ามีกิจกรรมวันนั้นพอดี”

หลายคนแซวว่า แม่แอฟ มี กงนน อยู่แล้ว ยังไปหา กงยู อีก?

“ผมโอเคเลย โอกาสแบบนี้มันนานๆเกิดขึ้นที ฉะนั้นให้เค้าไปเถอะ เราก็เข้าใจอารมณ์อยู่แล้วว่าปลื้มดารานักแสดงคนไหน”

หลังดูจบเค้ามาเล่าอะไรให้ฟังหรือเปล่า?

“ไม่มีครับ”

เค้าเคยบอกว่ากับคนนี้ขอไปดูเลย?

“เป็นพูดเชิงแซวๆ เล่นมากกว่า”

ตอนกลับมาเจอหน้าเค้าอิ่มเอมเลยมั้ย?

“เนี่ยๆ ขยี้อะ(ยิ้ม)”

แต่ตอนต่อแถวเข้างาน หน้าแม่แอฟยิ้มบานแฉ่งเลยนะ?

“อะๆชงมาขนาดนี้ เอาเป็นว่าอยู่กับผมบานกว่าครับ (หัวเราะ)”.

ชมความน่ารักของ คริสติน – เม 2 สาวคู่จิ้น ดาวคู่ใหม่ของวงการยูริ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822872

ชมความน่ารักของ คริสติน - เม 2 สาวคู่จิ้น ดาวคู่ใหม่ของวงการยูริ

30 ต.ค. 2567 21:11 น.

ชมความน่ารักของ คริสติน – เม 2 สาวคู่จิ้น ดาวคู่ใหม่ของวงการยูริ

เป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการบันเทิง สำหรับ คริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ กับ เม เมธกานต์ เอนกธนะสุวรรณ ซึ่งทั้งคู่ได้โคจรมาเจอกันครั้งแรกในซีรีส์แซฟฟิกแนวโรแมนติกแฟนตาซีเรื่อง Reverse 4 You ดาวบริวาร The Series จากค่ายกันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ในบทของ พี่โฟร์ กับ จัตวา และล่าสุดซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้สตรีมมิ่งทั่วโลกทาง Netflix เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดย เม กับ คริสติน ได้เล่าถึงการทำงาน และการร่วมงานกันเป็นครั้งแรก กับทาง บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ บอกว่า

เม “หนูเพิ่งเข้าวงการถ่ายแบบ ได้ 2 ปี หลังเรียนจบค่ะ แล้วก็ยังไม่ได้มีอะไรมาก ซีรีส์เรื่อง Reverse 4 You The Series เป็นเรื่องแรกค่ะ ก่อนหน้านี้มีผลงานภาพยนตร์เรื่อง Faces of Anne แล้วก็มี MV ต่างๆ ค่ะ”

คริสติน “คริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ ค่ะ เป็นลูกครึ่งไทย-จีน-เยอรมัน ในพาร์ทการทำงาน จริงๆ เข้าวงการมาตั้งแต่ช่วง 15-16 ตอนนั้นเริ่มประกวดมิสทีนไทยแลนด์ แล้วได้มีโอกาสไปทำงานที่ต่างประเทศค่ะ พอกลับมาเมืองไทย เหมือนโชคดี มีโอกาสโชคดีได้ไปออดิชั่น 2 โปรเจกต์ รวมถึง Reverse 4 You The Series ด้วย แล้วอีกเรื่องหนึ่งคือ Pattaya Heat ก็ดีใจมากๆ ที่เราได้รับโอกาสทั้ง 2 เรื่องเลย ซึ่งเป็นงานแสดง 2 เรื่อง ถ้าคนไปหาคงจะเห็นแหละ แต่ถ้าให้หนูนับ 1 ใหม่ หนูก็จะนับเป็น 2 เรื่อง เรากล้าพูดได้เต็มปากว่านี่แหละคือ นักแสดง

ส่วนงานถ่ายแบบ เริ่มตั้งแต่ประมาณปลาย 15 ย่างเข้า 16 ตอนนี้คริส 29 ก็ประมาณ 10 ปีอัพแล้วค่ะ”

Reverse 4 You The Series เป็นซีรีส์แซฟฟิก (ซีรีส์คู่หญิงหญิง) เรื่องแรก?

เม “ตอนไปแคสก็ได้เล่าเรื่องย่อให้ฟังค่ะ ว่าเรื่องนี้เป็นยังไง มันมาจากนิยายเนอะ ซึ่งนิยายเรื่องนี้มีความแฟนซี มีความโรแมนติก แล้วก็มีติ่งคอมเมดี้เล็กน้อย ด้วยความที่เป็นตัวเมนะคะ รู้สึกว่าน่าสนใจมากๆ ทั้งคาแรกเตอร์ด้วย และตัวสตอรี่ไลน์ของเรื่องด้วย มีปม น่าติดตามมาก เพราะว่าปกติเมเป็นคนชอบอ่านหรือว่า ชอบดูอะไรที่เกี่ยวกับมันมีปมอยู่แล้ว ก็รู้สึกดีใจมากๆ ค่ะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้”

คริสติน “วันที่เค้าติดต่อมาเราไม่ได้คิดนะว่ามันเป็นแซฟฟิก มันเป็นศัพท์ใหม่เนอะ คำว่าแซฟฟิก เพราะก่อนหน้านี้มันเป็น ยูริ เราไม่ได้คิดค่ะ ไม่ได้โฟกัสตรงนั้น แค่รู้สึกว่าอันนี้ก็เป็นผลงานแสดงอีกชิ้นหนึ่ง แล้วตัวบทเค้าน่าสนใจ เราได้มีการอ่านสคริปต์ที่เค้าส่งมา แล้วก็ไปออดิชั่น

เราก็รู้สึกว่า คาแรกเตอร์ที่ชื่อ โฟร์ เค้าเหมือนเราเลยเนอะ ดูภายนอกเป็นคนหยิ่ง เป็นมือตบตัวตึง หนูเลยคิดว่าน่าสนใจ ก็เลยไปแคสต์ แล้วพอมาทราบว่าคู่ของเราเป็นผู้หญิงนะ รู้สึกดีใจค่ะ แล้วพอตอนนี้มันค่อนข้างเป็นกระแสนิยมในบ้านเรา รวมถึงต่างประเทศด้วย ก็ยิ่งรู้สึกยินดีเข้าไปใหญ่เลย เพราะว่าเราก็ได้พรีเซนต์สิ่งนี้ออกไป ให้คนในทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เห็นว่า สิ่งนี้มันมีอยู่จริงนะคะ มันเป็นความรักที่มีอยู่จริง”

เม “แล้วมันไม่ใช่เรื่องแปลกนะคะ อย่างตอนนี้ที่เห็นว่าซีรีส์ GL กำลังมา หรือก่อนหน้านี้ที่มี BL จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโลกใบนี้ด้วยซ้ำ ถ้าสำหรับประเทศนี้เนอะ จริงๆ มันมีมานานแล้ว แต่ว่าอาจจะไม่ได้แพร่หลายในหลายๆ ประเทศหรือในหลายๆ สังคม เรื่องของความหลากหลายทางวัฒนธรรมด้วย ซึ่งก็ดีใจเนอะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการซัพพอร์ต สิ่งที่เราทำ อาจจะเป็นซอฟท์พาวเวอร์จากแฟนๆ ด้วย นอกจากแฟนๆ ในไทย ยังมีอินเตอร์เนชั่นแนลแฟนที่ตามดูซีรีส์ของพวกเราในหลายๆ ประเทศ ก็ดีใจค่ะที่มัน world wide เพราะอยู่ใน Netflix ทั่วโลก 192 ประเทศเลย”

ในวันที่แคสติ้ง เค้าบอกว่าคู่เราเคมีเข้ากันดีมาก?

คริสติน “คืออันนี้เหมือนเคยมีคนมาถามพวกหนูนั่นแหละ แต่พอเอาจริงๆ พวกหนูไม่ทราบ ซึ่งวันที่เราไปแคสหรือไปออดิชั่น เราไม่ได้เห็นเทปตัวเองหรอก ในวันที่เค้ายังไม่ได้ประกาศ แต่พอเค้าให้เราดู ในฐานะนักแสดง เราก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่า คู่เรา 2 คน คือคู่กันที่สุด หนูก็ไม่รู้จริงๆ แต่ว่าในสายตาคนอื่น รวมถึงผู้ใหญ่และท่านผู้ชม คนดูอย่างนี้ เค้าก็บอกว่า เคมีเรา 2 คนน่ารักมาก เข้ากันมาก หนูก็ดีใจมากๆ นะ แล้วก็ขอบคุณทุกคนมากๆ แต่ถ้าถามหนู 2 คนสามารถเห็นมันเองได้มั้ย หนูไม่เห็น”

เม “ในฐานะที่เราเป็นนักแสดง เราไม่สามารถบอกได้ว่า คู่เราเคมีดีมากค่ะ มันไม่ใช่เนอะ แต่ว่าได้รับฟีดแบ็กมาจากผู้ใหญ่ แล้วก็พี่ๆ ทุกคนที่ฟีดแบ็กซีรีส์ของเรานะคะ ก็ฟีดแบ็กตรงกันว่าเราเคมีได้ แต่ในความคิดหนู ตั้งแต่ตอนแคสวันแรกที่เจอเค้า หนูไม่ได้แคสกับเค้าคนเดียว หนูแคสกับเค้าคนแรก แล้วก็มีอีกประมาณ 2-3 คนค่ะ ในฐานะคนที่แคสกับหลายๆ คน ในความรู้สึกหนู หนูคอนเน็คกับเค้าสุด อันนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่เค้าบอกว่า เคมีดีรึเปล่า”

เขินมั้ย?

เม “เขินสิคะ เขินอยู่แล้วมั้ย”

คริสติน “ก็น่ารักดี ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ คือจริงๆ มันก็เป็นพาร์ทหนึ่งของการแสดง แต่ถ้าถามว่ามันมีความเขินมั้ย มันก็มีนะ ถามว่าที่ผ่านมาเราก็มีผลงานการแสดงก่อนหน้านี้ มีเลิฟซีน พี่เชื่อมั้ยเราประหลาดกับผู้ชาย ไม่แน่ใจ แต่เราไม่ได้รู้สึกเขิน แต่กับเค้า หนูเขิน หรืออาจจะเป็นเพราะเราเป็นฝ่ายทำรึเปล่า พี่ว่ามั้ย ใช่มั้ย หรือหนูคิดไปเอง คือหนูไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกัน เวลาเราแสดงปกติทั่วไป เราเป็นคู่ผู้หญิงผู้ชาย เค้าก็จะเริ่มก่อน มันไม่ค่อยมีหรอกอะไรที่เป็นผู้หญิงแล้วโผเข้าไปแบบนี้ แล้วอันนี้น่าจะเป็นครั้งแรกของหนูที่เก่งกล้าสามารถ เราจะพาเดธอไปให้ถึงจุดมุ่งหมายที่เฝ้าฝัน”

ถ้าขอพลังวิเศษได้ 1 อย่างอยากเห็นอะไร?

เม “ในเรื่องหนูจะได้ย้อนเวลาใช่มั้ยคะ แต่ถ้าตัวเมเอง เมอยากเห็นอนาคต แต่รู้สึกว่าไม่อยากย้อนอดีตแล้ว ถ้าเป็นหนู แต่ก่อนหนูจะเลือกย้อนอดีตไปแก้ไข แต่รู้สึกว่าพอโตขึ้นนิดนึงจะรู้สึกว่า ไม่ดีกว่า ถ้าตอนนั้นมันไม่ดี แล้วเราจะทำทำไม ตอนนั้นมันคือสิ่งที่ดีที่เราทำได้แล้ว ไม่ย้อนแล้วดีกว่าค่ะ ก็เลยเห็นอนาคตดีกว่าค่ะ”

คริสติน “หนูจะตอบเหมือนเดิมตลอดไป หนูอยากให้ทุกคนมีความสุขค่ะ ถ้าหนูได้พลังวิเศษ เพราะว่าหนูรู้สึกว่าตั้งแต่โควิดอ่ะ คนเราเจ็บปวด ต่อสู้อะไรกันมาเยอะมาก และหนูจะพูดเหมือนเดิมตลอดว่า ถ้าหนูมีพลังวิเศษ เราไม่ต้องไปกล่อมประสาทเค้าแล้วบอกว่า มีความสุขเถอะจ้า โลกนี้ไม่มีความทุกข์ ไม่ใช่ แต่แค่ถ้ามันสามารถทำให้ใครสักคนที่เค้ากำลังเจ็บปวดจนไม่อยากจะมีวันพรุ่งนี้ เราก็อยากทำให้เค้ามีความสุข ความสุขมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่มันดีกับจิตใจค่ะ มันมีแค่นี้แหละ ไม่งั้นก็ขอให้สุขภาพแข็งแรง แฮปปี้ มีความสุข”

เม “มันก็แค่นี้แหละ ชีวิตอ่ะ”

สนิทกันมากน้อยขนาดไหน?

เม “เรารู้จักกันครั้งแต่วันที่มาแคสเลยค่ะ ประมาณ 2 เนอะ”

คริสติน “สนิทกันก็ค่อนข้างประมาณมาก”

เม “ก็ประมาณมากค่ะ ก็มีประมาณนึง แต่ไม่รู้ว่าจะตอบถูก 100% รึเปล่า แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่เค้าไปโลดแล่นที่ฮ่องกงค่ะ”

เมกับคริสตินมีอะไรอยากบอกกันมั้ย?

(เม – คริสติน หันหน้ามามองกันแล้วพูดว่า) “ขอบคุณนะ”

คริสติน “เราผ่านอะไรกันมาเยอะมาก ถ้าไม่มีเค้าก็ไม่มีหนู”

เม “ถ้าไม่มีเค้าก็ไม่มีหนูเหมือนกัน ก็ไม่มีอะไรจะบอก นอกจากขอบคุณเลยจริงๆ จริงๆ เค้าก็รู้อยู่แล้ว”

คริสติน “ไม่เศร้านะ เป็นการขอบคุณที่มีเค้าอยู่ แล้วมันดีไง ก็มันมากกว่านั้นมันคือขอบคุณที่ทำให้เราเจอน้องเม มันแบบขอบคุณจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องเศร้า แต่ก็ร้องไห้บ่อยอยู่ เวลาพูดอะไรอย่างนี้ แต่มันก็น่ารัก”

ปกติเถียงกันบ่อยมั้ย?

คริสติน “หนูน่ะไม่ทราบ แต่แฟนๆ บอกว่า 2 คนนี้ชอบเถียงกัน”

เม “แฟนๆ บอกว่า เถียงกันอีกนะคะ ชอบ เราก็ ฮ่ะ เถียงกันบ่อยเหรอ โอเค”

แล้วใครเป็นคนแบบยอม?

เม “ไม่มีใครยอมใครอยู่แล้ว (หัวเราะ) ไม่ค่ะ ก็ผลัดกันแหละ”

คริสติน “ก็ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ เงียบดีกว่า”

ใครเป็นคนเงียบบ่อยสุด?

คริสติน “พี่โฟร์ใจร้าย คริสตินไม่ได้ใจร้าย”

เม “น่าจะหนูนี่แหละ ไม่รู้อ่ะ ไม่ได้สังเกตเหมือนกัน”

คุยกันบ่อยมั้ย?

เม “คุยกันทุกวันค่ะ”

อยากจะฝากบอกอะไรกับทุกคน?

เม “พวกเรานะคะ พี่คริสติน เม นะคะ ฝากซีรีส์ของเราด้วย เรื่อง Reverse 4 You ดาวบริวาร นะคะ”

คริสติน “สามารถดูย้อนหลังได้ที่ Netflix นะคะทุกคน เวิร์ลไวด์เลย”

เม “ใช่ค่ะ ฝากด้วยนะคะ แล้วก็ช่องทางส่วนตัวของพี่คริส”

คริส “อินสตาแกรม gulasatree ค่ะ แล้วก็ของน้องเมนะคะ”

เม “maetk แล้วก็ติดตามตารางงานของพวกเราได้ที่ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ค่ะ”

นุ๊ก สุทธิดา เผยสาเหตุยังไม่ผ่าตัดมะเร็ง เคาท์ดาวน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่อยากทำ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2822868

นุ๊ก สุทธิดา เผยสาเหตุยังไม่ผ่าตัดมะเร็ง เคาท์ดาวน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่อยากทำ

30 ต.ค. 2567 19:35 น.

นุ๊ก สุทธิดา เผยสาเหตุยังไม่ผ่าตัดมะเร็ง เคาท์ดาวน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่อยากทำ

หลังจากที่นักร้องนักแสดงสาว นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ตั้งใจจะไปรักษามะเร็งที่ รพ.มะเร็งสมัยใหม่แสตมฟอร์ดกว่างโจว ประเทศจีน ด้วยการฉีดแร่ แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดพบว่าก้อนมะเร็งใหญ่กว่าที่คิดไว้ และมี 3 ก้อน คุณหมอจึงเห็นว่าไม่ควรที่จะฉีดแร่ ทำให้เหลือการรักษาเพียง 2 ทาง คือผ่าตัด และฉีดเซลล์ต้นกำเนิด

ล่าสุด นุ๊ก สุทธิดา เปิดใจถึงเรื่องนี้ รวมถึงการได้รับแต่งตั้งเป็นทูตต่อต้านมะเร็งระดับสากล โดยสมาคมมะเร็งป๋ออ้าย ณ สำนักงานให้คำปรึกษาและบริการส่งต่อเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง อาคาร CW Tower ชั้น 27

ถามถึงการมาเป็นทูตกิตติมศักดิ์เพื่อต่อต้านมะเร็ง?
“รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีนะคะที่ได้ร่วมงานในครั้งนี้ เพราะว่า มันเป็นงานที่เราไม่ต้อง promote อะไร แค่ไปให้กำลังใจผู้ป่วยด้วยกัน พอเป็นผู้ป่วยกับผู้ป่วยคุยกัน มันจะมีพลังบางอย่างที่เราส่งมากัน ไม่ใช่แค่เราเป็นฝ่ายให้ ตัวเราเองก็เป็นฝ่ายได้รับเหมือนกัน เวลาที่เราได้ไปพูดคุยกับผู้ป่วยต่างๆ ค่ะ

กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญนะคะ แต่อย่างแรกที่อยากจะให้รู้สึกก็คือ ไม่ว่าทุกอย่างจะมีค่าอย่างไร อยู่ที่เรามองมัน ถ้าเราคิดกับมันยังไง มันก็จะมีค่ากับเราอย่างนั้น อย่างที่สองคือกำลังใจจากรอบข้าง เป็นกำลังใจรอง คือถ้าผู้ป่วยไม่ว่าเหตุการณ์อะไรถ้าเราให้กำลังใจตัวเราเองก่อน ไม่พยายามต่อสู้เพื่อตัวเอง ต่อให้มีคนรอบข้างเป็น 100 คนก็ช่วยอะไรเราไม่ได้

แต่เมื่อผู้ป่วยเริ่มต่อสู้แล้ว บางทีกำลังใจมาแล้ว แต่บางทีการต่อสู้มันเหมือนโดดเดี่ยว เหมือนเวลาผู้ป่วยเข้าไปรักษา เขาจะเห็นคุณหมอที่ไม่ได้ป่วย ญาติที่ไม่ได้ป่วยมาดูแลเขา แต่เวลาเราไปเยี่ยมเหมือนเค้ามีเพื่อนที่จับมือกันรักษาไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกันค่ะ“

กับโรงพยาบาลนี้มาเจอได้ยังไง?
”พี่โก้ (ธีรศักดิ์ พันธุจริยา) เขาก็แนะนำ ด้วยความที่ที่บ้านพี่โก้เองเค้าก็วุ่นวายเรื่องพวกนี้มาพอสมควร เค้าเป็นคนไปหามาว่านุ๊กลองมี second choice ไหม ตอนแรกแรกก็มาแค่ฟังกิจกรรม ยังไม่สนใจที่จะรักษา แต่พอได้คุยกับคุณหมอที่บินมาจากประเทศจีน ได้ฟังนวัตกรรมและแนวทางในการรักษา วิธีการที่เขามองมะเร็ง หรือการกินอาหาร โดยรวมมันค่อนข้างตรงจริตกับเรา เราเลยรู้สึกว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ดี และอยากให้เราทำการรักษา จากที่เมื่อก่อนรู้สึกว่ายังไม่พร้อม“

ก่อนจะเจอโรงพยาบาลนี้ แนวทางการรักษาของเราเป็นยังไงบ้าง?
” แนวทางการรักษาก็คือผ่าตัดเอามะเร็งไทรอยด์ออกเรียบร้อยแล้ว และจะมีมะเร็งที่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองประมาณ 10 กว่าจุด ซึ่งเอาออกไปได้เกือบหมด หลังจากนั้นก็เป็นการกลืนแร่ เหมือนกับให้คีโมค่ะ การกลืนแร่คุณหมอก็หวังว่าอาจจะทำให้มะเร็งหมดไป แต่ปรากฏว่ามันก็ยังไม่หมดไป หลังจากนั้นก็อยู่ในขั้นตอนการตรวจเลือดทุก 3 เดือน อัลตราซาวนด์ทุก 6 เดือน ว่าที่เหลือมันโตขึ้นไหม มันโตขึ้นแค่ไหนในทุก 6 เดือน

แต่คุณหมอบอกว่าถ้าเราไม่สบายใจ คิดว่ามันใหญ่ขึ้น เราอยากจะผ่าก็ผ่าได้ ซึ่งตอนนั้นเรารู้สึกว่ายังไม่อยากผ่า ตอนนี้ก็ยังไม่อยากผ่า แต่ด้วยความที่มันมีทางเลือกแค่นี้ พอเรามาที่นี่ได้คุยมากขึ้น ทางโรงพยาบาลก็มีทางเลือกให้ 2-3 ทางเลือก แต่พอไปคุยจริงๆ แล้ว ได้ทำการตรวจอย่างละเอียดแล้ว เค้าก็ให้อยู่ 2 ช้อยส์ ก็คือผ่าตัดไปเลย ซึ่งเรายังไม่อยากเลือกทางนั้น กับอีกอันนึงคือการฉีดเซลล์ต้นกำเนิด อีกอย่างมันช่วยทำให้เซลล์โดยรวมของเราแข็งแรงและไม่กลายไม่ขยายใหญ่ขึ้น มันเป็นการชะลอ”

จริงๆ ตั้งใจจะไปฉีดแร่?
“ใช่ค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะไปฉีดแร่ได้ เลยคิดว่าสบายสบายๆ ไม่ต้องผ่าตัด แต่ทีนี้พอคุณหมอไปตรวจแล้วปรากฏว่าก้อนมันใหญ่กว่าที่คิดไว้ สองมันไม่ได้มีก้อนเดียว มันมี 3 ก้อน คุณหมอก็บอกว่ามันไม่ควรที่จะฉีดแร่

คือต้องบอกก่อนว่าวัฒนธรรมไทยกับจีนไม่เหมือนกัน ของไทยจะประเภทแบบไม่เป็นไรนะ คุณหมอจะพูดอ้อมๆ ไม่ค่อยให้รายละเอียดชัดเจนมาก เราจะไม่ค่อยรู้ detail อะไรเยอะ ส่วนมากคุณหมอจะให้กำลังใจ แต่ที่จีนไปถึงวันแรกจะให้เวลากับเราเยอะมาก คุยละเอียด บอกว่าคุณรู้ไหมจากประวัติมีจุดเล็กๆ ที่ปอดด้วยนะ แล้วบอกว่าเวลาเป็นตรงนี้จะลามไปที่ปอดง่ายนะ

ซึ่งมันดีนะคะ เราจะได้ดูแลตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้ก็คิดว่าโอเค เรียกว่าดีคนละแบบดีกว่า แต่ถามว่าวูบไหมมันก็วูบเหมือนกัน รอลุ้นพรุ่งนี้ว่าผลตรวจปอดจะเป็นยังไง

ก็อยากจะบอกทุกคนตรงนี้ว่าไม่ว่าจะป่วยหนักแค่ไหนมันเป็นปกตินะคะ คนเห็นนุ๊กแล้วคิดว่าเฮ้ย ทำไมนุ๊กดูไม่กลัว กลัวกันหมดทุกคนค่ะ และไม่แปลกที่จะกลัวด้วยค่ะ ให้มองว่าเป็นเรื่องปกติที่มีสิทธิ์ที่จะกลัวได้ แต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะดีไซน์ชีวิตที่เหลืออยู่ วิธีการรักษาของเราไปในรูปแบบที่เราต้องการค่ะ“

ตอนที่รู้เรื่องจุดที่ปอดเป็นยังไง?
”อันนี้ตอนแรกก็วูบไปวันนึง พอตรวจพบคุณหมอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แสดงว่าไม่ได้มีอะไร“

หลังจากนี้จะวางแผนการรักษายังไง?
”ด้วยความที่ตอนนี้ถ่ายละครด้วย และกำลังจะทำธุรกิจ เรายังไม่ว่างที่จะถึงขั้นผ่าตัดคอ แล้วก็ใจด้วยแหละที่ยังไม่เตรียมใจนอนเตียงผ่าตัดอีกครั้ง แต่ถามว่าอยากจะเคลียร์ให้มันหายออกไปไหม แน่นอนมันก็มีความอยากค่ะ ไม่อยากอยู่ร่วมกับมะเร็งไปนานๆ หรอกค่ะ แต่เรายังไม่พร้อม อาจจะเป็นในเรื่องทางเลือกที่คุณหมอให้ฉีดเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งก็มีบางประเทศที่อนุญาตให้ฉีดตามกฎหมาย

คือด้วยความที่เซลล์ต้นกำเนิดช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน หลักๆ ก็จะเป็นเรื่องของภูมิคุ้มกันที่จะทำให้เราไม่สรวนในแต่ละวันค่ะ มันทำให้เซลล์ของเราสมบูรณ์ไปด้วย พอเซลล์สมบูรณ์แข็งแรง มันก็ทำให้โอกาสการกลายพันธุ์น้อยลงค่ะ สำหรับคนที่ป่วย คุณหมอบอกว่าฉีดปีละครั้งก็ได้ แต่ถ้าคนที่ปกติหมายถึงว่าเซลล์เค้าอาจจะสมบูรณ์ ร่างกายแข็งแรงกว่า มันก็อาจจะ 2 ปีครั้ง บางคนคิดว่าฉีดแล้วโอเคแล้วก็ไม่ฉีดอีกก็ได้“

มีโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงไหม?
”คุณหมอบอกว่าเหมือนกับว่าเราไปฉีดปุ๊บสามารถนั่งพักชั่วโมงนึงและเดินเล่นได้เลย โดยปกติทั่วไปค่ะ แต่ยังไม่ได้ฉีดค่ะ เพราะการฉีดตรงนี้มันต้องจองคิวอย่างน้อยสองวัน แต่ตอนนั้นเราไปแค่สามวัน ต้องวางแผนการรักษา มันสรวน มันผิดพลาด เพราะตอนแรกไปวางแผนอีกแบบนึง“

รักษาตัวมานานกี่ปีแล้ว?
”ตั้งแต่ช่วงโควิดค่ะ ก็เกือบ 4 ปีแล้ว“

ตอนนี้อยู่ในระยะไหน?
”อันนี้เป็นสิ่งเดียวที่ไม่ได้ถามหมอเลย เพราะว่าหมอไทยเนี่ย ตอนแรกถามคุณหมอว่าอยู่สเตทไหน คุณหมอบอกว่ามะเร็งไทรอยด์มันไม่เหมือนมะเร็งอื่นๆ ไม่ได้นับที่ขนาด แต่นับที่อายุ ต่อให้มีไซส์ที่เล็กแต่อายุเยอะก็ถือว่าเป็นสเตทลึก

เราก็เลยรู้สึกว่า คำว่าแก่กับมะเร็ง คำว่าแก่เจ็บกว่า เลยไม่รู้ดีกว่า งั้นหมอไม่ต้องบอกนะคะเจ็บ แต่เขาก็พูดว่าลามไปเยอะค่ะ อย่างที่บอกว่านุ๊กเป็นมาหลายปี มันมีก้อนที่คอแต่เราไม่ได้ใส่ใจ เราละเลยตัวเองมากๆ ตอนต่อประกันเค้าก็ปฏิเสธ บอกว่าผลเลือดประหลาด แต่เราก็หาไม่เจอว่ามันเป็นอะไร“

แฟนๆ ก็ตกใจกับข่าว?
”สามีกลับมาก็ถามเลย จากปกติไม่เคยถาม ก่อนบินเขายังหันมาถามว่าไปรักษาตัวเหรอ ยังมีมะเร็งที่ตัวอีกเหรอ เขาไม่เคยรู้หลังจากผ่านมา 3-4 ปี แล้วนี่ก็ไม่ได้พูดด้วย พอบินกลับมาเค้าคงรู้สึกผิด เค้าไม่เคยรู้มาก่อน เค้าเลยถามตั้งแต่วันแรกที่กลับมาว่า รักษาเป็นยังไงบ้าง

ก็เลยบอกเขาว่ายังไม่อยากพูดเรื่องมะเร็งตอนนี้คุยเรื่องอื่นได้ไหม เพราะไปอยู่โรงพยาบาล 3-4 วัน ได้ยินคำว่ามะเร็ง เยี่ยมผู้ป่วย เราก็รู้สึกเนอะ ต่อให้เราโอเค แต่พอเห็นเพื่อนร่วมทางของเราไม่ค่อยโอเค เราก็รู้สึก เราก็เลยบอกว่าอย่าพึ่งพูด ขอพักแป๊บนึง แล้วก็ทำงาน ไม่ค่อยอยากเล่าให้ใครฟัง เพราะยังรู้สึกตัวเองสรวนอยู่ ไม่อยากให้ใครเห็นสภาพตัวเองที่มันสรวนน่ะค่ะ

เพราะจริงๆ ก็เป็นตัวอย่าง เหมือนคุณพ่อนุ๊กต้องขอบอกว่าคุณพ่อก็เป็น เพิ่งตรวจเจอปีนี้ แล้วก็รักษา เขาไม่ยอมบอกนุ๊ก ว่าเค้าสเตทไหม ซึ่งก็โอเคเพราะว่าเป็นสิทธิ์ของเขา แต่ตอนที่ให้คีโม เค้าป่วยน้อยมาก แข็งแรงมาก น้ำหนักลดไม่กี่ กก. ถ้าเทียบกับคนแก่อายุเท่าเขา ทุกคนจะล้มเดินไม่ได้ เค้าเดินได้ปกติ แต่อาจจะมีอาการระบบย่อย การทานอาหาร ระบบขับถ่าย ทานข้าวบางทีทานไม่ลงเพราะคีโมมันทำให้ทานข้าวไม่ลง แต่นุ๊กเชื่อว่าส่วนหนึ่งเค้าเห็นว่าไอ้นุ๊กยังรอดเลย ยังใช้ชีวิตปกติ เค้าเลยเหมือนใจสู้ โชคดีที่ลูกชิงเป็นก่อน เลยรู้สึกว่าเวลาเราสรวน เราไม่อยากให้ใครเห็น“

ให้กำลังใจคุณพ่อยังไง?
”ไม่ได้ให้กำลังใจขนาดนั้น จะเน้นพาไปทานข้าว เค้าก็เหมือนลูกคะยั้นคะยอ ไม่อยากกินก็ต้องกินเป็นมารยาทเล็กๆ น้อยๆ ถามว่าเค้าเครียดไหม แรกๆเค้ากลัวนะนุ๊กว่า แต่พอเริ่มกระบวนการรักษา เริ่มทำใจได้ เค้าก็ปกติ

คือนุ๊กกับเขาค่อนข้างคล้ายกันเลยคือปกติ เราไม่คุยเรื่องมะเร็งเป็นปัจจัยหลัก อยู่แบบลืมๆ ค่ะ อยู่แบบเหมือนไม่มีมันอยู่ด้วยซ้ำ แต่กระบวนการรักษาก็รักษาไปค่ะ คุณพ่อเป็นมะเร็งลำไส้ค่ะ เค้าโชคดีมากที่ลูกสาวเป็นมะเร็งก่อน เค้าเลยรู้สึกว่ามีตัวอย่าง คือนุ๊กไม่เคยเครียดให้เค้าเห็น แม้แต่ที่บ้านก็ไม่เคย เราก็ใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด อย่าไปคิดอะไรมาก“

เรื่องการผ่าตัดจะเกิดขึ้นเมื่อไร?
” ผ่าตัดนี่น่าจะอยู่ที่ใจเราก่อนค่ะ คือนุ๊กคุยกับแหม่ม วิชุดา ว่าอยากเป็นแหม่ม บินไปเกาหลีแล้ววางยาสลบขึ้นเตียงผ่าตัดทำได้ในเวลา 5 นาที แหม่มตัดสินใจเลย นุ๊กเคยอยู่กับเขาในตอนนั้น เก่งมากอ่ะ นุ๊กรู้สึกว่าการดมยามันเรื่องใหญ่ นุ๊กมีความเชื่อว่าเราตายไปครึ่งหนึ่งแล้วเวลาอยู่ในห้องผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นคลอดลูก เท่ากับเราตายไปครึ่งนึงแล้ว เราเลยรู้สึกว่ายังไม่พร้อม อีกอย่างก็มีธุรกิจที่เพิ่งจะเริ่มทำ ตอนนี้เลยคิดว่าอยากจะไปฉีดสเต็มเซลล์ก่อน ถ้าคุณพ่อไปได้ก็อยากจะชวนคุณพ่อไปด้วย

คือด้วยความที่เรายังห่วงลูก ห่วงเรื่องงาน และการผ่าตัดกว่าจะพักฟื้นเอฟเฟกต์มันก็เยอะ มันเหมือนมีอาการออฟฟิศซินโดรมมาร่วมด้วย เพราะพังผืดมันก็จะเกาะ กว่าจะยืดคอก็มึนหัวอีก มันเป็นช่วงที่ทำงานยากมาก แต่คิดว่าพอจบละคร 2 เรื่อง และลุยธุรกิจส่วนตัวแล้ว น่าจะไปอยู่ในช่วงของการดูแลตัวเองค่ะ”

เคยคิดไหมว่าชีวิตนี้จะไม่มีมะเร็งแล้ว?
“อู๊ย ตั้งแต่ที่ตอนเป็นครั้งแรก เอาแค่ตอนอัลตราซาวด์แล้วเห็นหน้าหมอก็อะไรเนี่ย นุ๊ก สุทธิดา ใช้ชีวิตเป็นนักร้อง เป็นนู่นเป็นนี่ วันนี้เป็นมะเร็งเหรอ มันคือฉันใช่ไหม มันเหมือนเราถูกรางวัลที่หนึ่งค่ะ แต่เป็นรางวัลที่หนึ่งที่ไม่อยากได้ ก่อนที่จะเริ่มกลัว แต่ขนลุกเหงื่อแตกนะคะตอนที่รู้“

เพื่อนๆ และคนในครอบครัวให้กำลังใจยังไงบ้าง?
”ขอบคุณพี่อั๋น ภูวนาท ไลน์มาคนแรก รู้สึกได้ว่าให้กำลังใจ แต่หลายคนเชื่อว่าเขาไม่พูด ก็เป็นอีกแนวหนึ่ง เขาเห็นว่านุ๊กไม่เคยพูดออกไป เค้าก็จะไม่พูดหรือถามกลับมา ส่วนลูกๆ นุ๊กว่าลึกๆ เขาก็กลัวแหละค่ะ แต่เด็กผู้ชายจะมีความแบบแม่ไม่เป็นอะไรหรอก แม่ตายยาก ลึกๆ ก็รู้ว่ากลัวนะ ก็ดูเศร้าๆ ไป แต่หลังจากที่เขาเห็นเราใช้ชีวิต แม่ก็ดูปกติ คงไม่เป็นไรหรอก น่าจะไม่ได้เครียดอะไร เขาก็ไม่ได้เครียดตามเรา เราก็ไม่อยากให้เครียด

อย่างลูกคนโต 2 คน จะบอกว่าแม่ตายยาก แม่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ แต่คนเล็ก เราก็กลัวว่าด้วยสภาพมะเร็ง เราคงอยู่จนเขาเรียนจบมั้ง แต่ก็ก็คงน้อยไป ถ้าเขาเข้าช่วงวัยรุ่น เราจะได้อยู่ไหม เรากลัวสภาพจิตใจเขามากกว่า เราก็เอาหนังสือมาให้เค้าอ่าน มีอยู่วันนึงเค้าบอกว่าเค้าอ่านจบแล้วนะ ตอนจบแม่เค้าตายนี่ ทำไมยูเอาหนังสือนี้ให้ไออ่าน เราก็ก็จะบอกเขาว่าเพราะไอกลัวว่าถ้าไอตาย ยูจะอยู่ไม่ได้ เค้าก็อ๋อเหรอ แต่ยูต้องอยู่ให้ได้นะ จะคุยกันเล่นๆ แบบนี้ค่ะ“

ลูกคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องพยายามหาหนทางต่างๆ เพื่อให้มีชีวิตต่อ?
”ใช่ค่ะ ถ้าอย่างอื่นเฉยๆ ค่ะ รู้สึกว่าใช้ชีวิตมาถึงจุดหนึ่งแล้ว หลังหลังเริ่มแต่งตัวหรือทำอะไรที่อยากจะทำจริงๆ มากขึ้น เมื่อก่อนเราต้องอิงกับละคร ไว้ผมยาวเพื่อเล่นเป็นแม่ เดี๋ยวนี้ตัดผมผมสั้นใส่วิก โค้งสุดท้ายเราต้องเริ่มเคาท์ดาวน์ตัวเอง เราต้องใช้ชีวิตแบบที่เป็นเรา ไม่ใช่แม่ของลูก ไม่ใช่คนในละครมากจนเกินไปค่ะ”

อะไรที่ทำให้เราต้องเริ่มเคาท์ดาวน์ตัวเอง?
”จริงๆ นุ๊กว่าทุกคนมีความรู้สึกว่าทุกคนต้องตาย แต่เชื่อไหมมันไม่มีใครฟีลคำพูดนี้ได้เท่าคนที่เห็นความตายตรงปลายจมูก เราผ่านการรอฟังผลแล้วเหงื่อแตกทุกรูขุมขน ใจฟังแล้วมันแวบ มันผ่านมาแล้ว เลยทำให้เรารู้ว่าจริงๆ ไม่ใช่แค่เราคนเดียว ชีวิตทุกคนเกิดมามันก็เคาท์ดาวน์ทันที ว่าเราจะไปเมื่อไหร่ มันถึงมีเรื่องของศาสนาเข้ามายึดเหนี่ยวจิตใจ ทำในสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

คนโฟกัสหน้าท้อง นัท มีเรีย สงสัยกำลังจะมีข่าวดี ร่วมแสดงยินดีกันจำนวนมาก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822837

คนโฟกัสหน้าท้อง นัท มีเรีย สงสัยกำลังจะมีข่าวดี ร่วมแสดงยินดีกันจำนวนมาก

30 ต.ค. 2567 18:39 น.

คนโฟกัสหน้าท้อง นัท มีเรีย สงสัยกำลังจะมีข่าวดี ร่วมแสดงยินดีกันจำนวนมาก

เป็นอีกหนึ่งนักร้องตัวท็อปของวงการเพลง สำหรับ นัท มีเรีย และไม่นานมานี้ได้จับไมค์ขึ้นคอนเสิร์ต Dance Arena Grammy RS Concerts ที่เป็นการรวมศิลปินสุดฮอตยุค 90 ขึ้นเวทีมาดวลกัน จากทั้งฝั่ง RS และฝั่ง Grammy ชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ

โดยใน TikTok @khunsiriluck ได้โพสต์คลิปของ นัท มีเรีย ขณะโชว์อยู่บนคอนเสิร์ต แต่หลายคนที่เห็นคลิปต่างพากันโฟกัสที่หน้าท้องของ นัท มีเรีย และพากันสงสัยว่า กำลังตั้งครรภ์หรือเปล่า พร้อมร่วมแสดงความยินดีกันจำนวนมาก อาทิ

– ดูจากรองเท้าแล้ว น่าจะได้แสดงความยินดีนะคะ ยินดีด้วยค่ะ

– เราไม่ได้คิดคนเดียว พี่นัทมีน้องหรือเปล่าน๊า……

– ใช่เลยค่ะ…พี่นัทท้องแน่ๆ

– มีน้องเหรอคะ ถ้าจริงก็ยินดีด้วยค่ะ

– เราก็นึกว่าเราคิดอยู่คนเดียวพี่นัทมีน้อง

– เหมือนมีน้องเลยค่ะ

– เหมือนมีน้องเลย รอลุ้นนะคะ

– มีน้องแน่ๆ เลย ยินดีด้วยนะคะ

ขอบคุณภาพจาก TikTok @khunsiriluck

อวี๋ปิน-จี้หลี่-หลิวไห่ควาน บินลัดฟ้าจากแดนมังกรจัดแฟนมีตติ้งเซอร์ไพรส์แฟนๆ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822857

อวี๋ปิน-จี้หลี่-หลิวไห่ควาน บินลัดฟ้าจากแดนมังกรจัดแฟนมีตติ้งเซอร์ไพรส์แฟนๆ

30 ต.ค. 2567 18:25 น.

อวี๋ปิน-จี้หลี่-หลิวไห่ควาน บินลัดฟ้าจากแดนมังกรจัดแฟนมีตติ้งเซอร์ไพรส์แฟนๆ

ท่ามกลางกระแสที่เปลี่ยนผ่านของกาลเวลาที่นำพาซึ่งความโรแมนติกและเต็มไปด้วยความสุข งานแฟนมีตติ้งที่มาในสไตล์ย้อนยุคของศิลปินสุดฮอตจากแดนมังกรที่แฟนคลับต่างตั้งตารอคอยกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

เวลาราวกับหมุนกลับพาคุณย้อนกลับไปสู่ยุคที่รุ่งเรืองที่สุด ที่นี่คุณจะได้พบกับศิลปินทั้ง 3 คน ประกอบด้วย อวี๋ปิน จี้หลี่ และ หลิวไห่ควาน ที่มาในชุดย้อนยุคที่แฟนๆ ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

โดยงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ทางศิลปินจะมาเล่าเรื่องราวการถ่ายทำละครย้อนยุคที่น่าตื่นเต้นและช่วงเวลาที่น่าจดจำ ให้แฟนคลับได้เข้าใจถึงการสร้างตัวละครและความทุ่มเทเบื้องหลังของพวกเขา นอกจากนี้แฟนคลับผู้โชคดีจะมีโอกาสได้ร่วมเล่นกิจกรรมกับทางศิลปินอย่างใกล้ชิดบนเวที!

อีกทั้งทางศิลปินได้มีการจัดแสดงชุดพิเศษเพื่อมอบความบันเทิงทั้งภาพและเสียงให้กับแฟนๆ อย่างเต็มที่ และในงานนี้แฟนๆ สามารถซื้อบัตรถ่ายรูป เพื่อถ่ายรูปคู่กับศิลปินคนโปรดได้อีกด้วย จองบัตรได้ที่เว็บไซต์ offgrid.com

พีค ภัทรศยา วอนทัวร์อย่าลง เล่าสาเหตุเลิก เต๋อ ฉันทวิชช์ ทั้งที่มีแพลนวิวาห์

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822825

พีค ภัทรศยา วอนทัวร์อย่าลง เล่าสาเหตุเลิก เต๋อ ฉันทวิชช์ ทั้งที่มีแพลนวิวาห์

30 ต.ค. 2567 16:28 น.

พีค ภัทรศยา วอนทัวร์อย่าลง เล่าสาเหตุเลิก เต๋อ ฉันทวิชช์ ทั้งที่มีแพลนวิวาห์

ทำเอาหลายคนถึงกับตั้งใจฟังแบบสุดๆ เมื่อ แจ็ค แฟนฉัน เตรียมคำถามมาจากบ้านเพื่อมาถาม พีค ภัทรศยา ในรายการ ซิงมั้ยซิส ที่ช่องยูทูบของสาวพีค กับตอนที่มีชื่อว่า “แรงมากซิส!! 3 คำถามที่แจ็คเตรียมมา ได้ฟังแล้วต้องซู้ดปาก” ซึ่งแจ็คถามพีคว่า ยังกล้าเจออาเต๋อไหม, เลิกกันเพราะอะไร, และเสียใจไหม ซึ่งพีคตอบว่า

– ยังกล้าเจอหน้าเต๋อ เจอ จริงๆ ผ่านมาทุกวันนี้ตนอยากขอบคุณเต๋อ ที่ทำให้ตนมีชีวิตเติบโตมาถึงวันนี้ เต๋อเป็นคนที่ดี 

– แต่ไม่กล้าเชิญเต๋อมาออกรายการนะ เกรงใจ 

– ทัวร์อย่าลงนะ ที่เลิกกับเต๋อเพราะตอนเด็กๆ อยากแต่งงานเร็วมีลูก ก็พูดกับเต๋อว่าอยากมีลูกประมาณอายุ 27 ตอนนั้นอายุ 26 ภาพในหัวก็คิดไปแล้ว ตั้งแต่คบกันมา พีคเลิกกันตอน 8 ปี 0 เดือน 0 วัน พอดีเลย

– ปีนั้นเป็นปีที่ทำขนม มีเวลาอยู่ด้วยกันเยอะ กินข้าวด้วยกัน ปีสุดท้ายอยู่ด้วยกันเยอะ อยู่ดีๆ ก็คิดได้เองว่า ถ้าแต่งงานตอนนี้ แล้วยังไม่พร้อม ใจมันยังไม่ค่อยหยุด แต่งงานไปก็คิดว่าต้องเลิกแน่ เพราะยังไม่ชัวร์ บวกกับว่าตอนนั้นแพชชั่นยังไม่ค่อยมี รู้สึกว่าแพชชั่นสำคัญ เลยคิดว่าแต่งงานไปแล้ว เลิกแน่ รู้สึกว่าแบบนี้แต่งไม่ได้ก็เลยเลิก

– ตอนที่เลิกรู้สึกเสียใจ เพราะคบกันมา 8 ปี

– ตลอด 8 ปีที่คบกัน มีเต๋อตลอด ไม่เคยใช้ชีวิตคนเดียว ขับรถยังไม่เป็น ตอนที่เลิกก็รู้สึกโหวงๆ

– ตอนนั้นตนต้องฟังธรรมะ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตมันใหญ่มาก เต๋อเสียใจ ตนก็รู้สึกเสียใจที่ทำให้เขาเสียใจ เลยตั้งใจว่า ต่อไปจะไม่ทำให้ใครเสียใจอีก

– เลิกกันไป ก็ยังคุยกันต่อ 2-3 ปี จนต่างฝ่ายต่างไปเจอคนที่ใช่ 

คอนเฟิร์มแล้ว! ลิซ่า ร่วมเคานต์ดาวน์ที่ไอคอนสยาม สร้างความสุขต้อนรับปีใหม่

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822826

คอนเฟิร์มแล้ว! ลิซ่า ร่วมเคานต์ดาวน์ที่ไอคอนสยาม สร้างความสุขต้อนรับปีใหม่

30 ต.ค. 2567 16:16 น.

คอนเฟิร์มแล้ว! ลิซ่า ร่วมเคานต์ดาวน์ที่ไอคอนสยาม สร้างความสุขต้อนรับปีใหม่

ยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับงานเคานต์ดาวน์ในปีนี้ ที่จะมีศิลปินสาวระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล มาร่วมงานเคานต์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ 2025 ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ กับงาน Amazing Thailand Countdown 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ ไอคอนสยาม

ถือเป็นครั้งแรกในไทยและในโลกที่ ลิซ่า จะมาร่วมแสดงในงานเคานต์ดาวน์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในฐานะศิลปินเฮดไลเนอร์ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกของ ลิซ่า ที่จะได้มีคอนเสิร์ตในประเทศไทย หลังจากที่เธอได้ออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว เปิดค่ายเป็นของตัวเอง ภายใต้ชื่อ “LLOUD” 

และปล่อยเพลง Rockstar ที่ได้ยกกองมาถ่าย MV ที่ประเทศไทย รวมไปถึงการได้ปล่อยผลงานอื่น ๆ ตามมาอย่างเพลง New Women ร่วมกับ Rosalia และเพลง Moonlit Floor ก่อนจะได้ขึ้นแสดงในแฟชั่นโชว์ระดับโลกอย่าง Victoria’s Secret Fashion Show 2024 อีกด้วย

เรียกว่าเป็นข่าวดีของแฟนคลับชาวไทย ที่จะเจอกับ ลิซ่า ได้มาโชว์คอนเสิร์ตในฐานะศิลปินเดี่ยวครั้งแรก ในวันต้อนรับปีใหม่ นับวันรอเตรียมจับจองพื้นที่กันได้เลย ในวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ณ ไอคอนสยาม จ้า

LOVEiS เนรมิตชายหาดหัวหินให้เป็นงานเทศกาลดนตรีสุดหรู LAYZY MUSIC FESTIVAL

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822703

LOVEiS เนรมิตชายหาดหัวหินให้เป็นงานเทศกาลดนตรีสุดหรู LAYZY MUSIC FESTIVAL

30 ต.ค. 2567 15:44 น.

LOVEiS เนรมิตชายหาดหัวหินให้เป็นงานเทศกาลดนตรีสุดหรู LAYZY MUSIC FESTIVAL

เตรียมพบกับประสบการณ์ใหม่พิเศษที่จะพาคุณหลีกหนีความวุ่นวาย และปล่อยกายใจให้ตัวเองได้ผ่อนคลายดื่มด่ำกับบรรยากาศแสนสบายไร้ขีดจำกัด กับเทศกาลดนตรีสุดหรู LAYZY MUSIC FESTIVAL บนชายหาดหัวหิน ณ SEA SAND SUN HUAHIN RESORT สถานที่ริมทะเลอันเงียบสงบ ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมี่ยมให้กับคุณ ในเทศกาลดนตรีครั้งใหม่ที่จะทำให้คุณแค่ขยับตัวนิดหน่อย แต่สนุกม๊ากมาก!!

ภายในงานจะได้พบกับประสบการณ์ความบันเทิงที่จะสร้างความเพลิดเพลิน ด้วยศิลปินระดับแถวหน้าของเมืองไทย และพร้อมจะทำให้คุณโยกเบา ๆ ไปกับพวกเขา NONT TANONT / JEFF SATUR / PHUM VIPHURIT / JAMES ALYN / MEAN / LIPTA / URBOYTJ / SEASON FIVE และ 4EVE กับประสบการณ์ความสนุกสุดชิลล์

นอกจากนั้นยังมี Activities สุดจึ้งที่คัดสรรมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ถักผมสุดชิค นวดสปานอนเพลินริมหาด เพ้นท์หน้าสุดครีเอท และกิจกรรมทางน้ำแบบสนุกสุดมันส์อย่าง sup board และ skim board และยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

รวมไปถึงเราได้รวบรวมร้านอาหารดังระดับตำนานร้านอร่อย ร้านเด็ด ยกมาไว้ที่งานนี้พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้เติมพลังตลอดทั้งวัน ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีจุดแลนด์มาร์คสุดเก๋ พร้อมมีมุมถ่ายรูปสุดชิค ที่จะทำให้คุณได้ถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งงาน

พร้อมสนุกไปกับโซนปาร์ตี้ Beach Club ที่รวมดีเจชั้นนำของเมืองไทยมาเอ็นเตอร์เทนตลอดทั้งงานให้ทุกคนได้โยกโชว์ลีลาแดนซ์กันอย่างสนุกสนาน รวมไปถึงลานจอดรถที่กว้างขวางกว่า 2,000 คัน ห้องน้ำกว่า 100 ห้อง แถมยังมีบริการผู้ดูแลคิวเข้าห้องน้ำเพื่อความสะดวกสบายของผู้ชม พร้อมเสิร์ฟความสบายให้ถึงที่ เอาใจชาว LAYZY ทุกคน

มาร่วมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษที่ Layzy Music Festival กัน Let’s Lay Down & See! วันที่ 25 มกราคม 2568 สถานที่ SEA SAND SUN HUAHIN RESORT บัตรราคา EARZY 999.-, REGULAYZY 1,299.-, LAYZY AT DOOR 1,499.-, LAYZYOVER Package 5,999.- (รวมบัตรเข้าร่วมงาน ที่พัก 1 คืน อาหาร และกิจกรรมพิเศษ)

จำหน่ายบัตรทาง I HAVE TICKET เริ่มจำหน่ายบัตร 2 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00 น. อย่าพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสประสบการณ์สุดหรู ที่ Layzy Music Festival เทศกาลดนตรีที่พร้อมจะเติมเต็มความสุขให้คุณแบบเต็มอิ่ม

หนุ่ม ศรราม เปิดข้อเรียกร้องของ กุ้งพลอย ที่ไม่อยู่ในข้อตกลงหลังใบหย่า

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822754

หนุ่ม ศรราม เปิดข้อเรียกร้องของ กุ้งพลอย ที่ไม่อยู่ในข้อตกลงหลังใบหย่า

30 ต.ค. 2567 15:27 น.

หนุ่ม ศรราม เปิดข้อเรียกร้องของ กุ้งพลอย ที่ไม่อยู่ในข้อตกลงหลังใบหย่า

เป็นเรื่องที่ไม่จบลงง่ายๆ หลังจากที่ หนุ่ม ศรราม ถูกอดีตภรรยา กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ ฟ้องข้อหากีดกันไม่ให้พบลูก หลังจากที่ทั้งคู่แยกกันอยู่มาหลายปีแล้ว โดยศรรามได้เปิดใจกับอีจันถึงเรื่องนี้ พร้อมข้อเรียกร้องที่อดีตภรรยาเรียกร้องมา

– ตนไปขึ้นศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพราะถูกฝ่ายโจทก์คือ ติ๊ก หรือ กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ อดีตภรรยา ฟ้องข้อหากีดกันไม่ให้พบลูก

– ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะฟ้อง เพราะตนไม่ได้ทำอะไรผิด พอเห็นหมายศาลมาที่บ้านรู้เลยว่าต้องต่อสู้ เพราะสิ่งที่ถูกกล่าวหา มันไม่เป็นความจริง

– ถ้าติ๊กฟ้องตนในข้อหาที่ตนกีดกันไม่ให้พบลูก ติ๊กก็ต้องขอให้ตนให้เวลาเอาวีจิมาพบ แต่สิ่งที่อีกฝ่ายขอ กลับขอในส่วนของอำนาจปกครอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของตน แต่ละคนทำหน้าที่ของแต่ละคน เราได้ทำบันทึกหลังใบหย่าไว้แล้ว ว่าหน้าที่ของการดูแลวีจิอยู่ในอำนาจการปกครองของตนแต่เพียงผู้เดียว

– ค่าใช้จ่ายเลี้ยงดู การศึกษา เจ็บไข้ได้ป่วย ทุกอย่างที่อยู่ในชีวิตวีจิ อยู่ในหน้าที่ของตนคนเดียว ติ๊กมีหน้าที่แค่มาพบลูก โดยที่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว

– เมื่อแต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเอง แต่อีกฝ่ายยังฟ้องว่าตนกีดกันไม่ให้พบลูก ซึ่งตนไม่ได้ทำ แต่กลับมาขอศาลในข้อที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกีดกัน

– ติ๊กขอให้วีจิไปอยู่กับเขาทุกเย็นวันศุกร์ และวันจันทร์จะไปส่งที่โรงเรียน

– ทุกปิดเทอมหรือทุกปิดวันหยุดเทศกาลต่างๆ ให้ไปอยู่กับเขา

– เมื่อวีจิไม่สบายเขาต้องเป็นคนดูแล ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้อยู่ในอำนาจการปกครองของตน ซึ่งตนไม่ให้แล้วตนก็พร้อมที่จะต่อสู้ด้วย

– ศรราม ยืนยันว่าไม่เคยกีดกันที่จะให้พบลูก หรือจะโทรมา หรือวิดีโอคอลหาลูก ติ๊กกลับไม่ใช้เวลาที่จะมาพบลูก แต่กลับเอาเวลาเหล่านั้นไปทำคลิปวิดีโอ คอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล สถานที่ต่างๆ เพื่อทำให้สังคมเข้าใจตนผิดว่าไปทำลายจิตใจเขา ไปกีดกันไม่ให้เขาพบลูก

– เมื่อไม่ถูกใจ ไม่พอใจ ก็จะต่อว่าด้วยการไลฟ์สดทำให้เกิดเป็นประเด็นอย่างที่ผ่านมาทุกๆ ครั้ง

– กระทั่งต้นปีที่ผ่านมา มันหนักข้อมากขึ้น เพราะแม่ตนเสีย ก็มาบอกว่าแม่ไปสัญญาว่าจะให้อีกฝ่ายกลับมาทำภารกิจอะไรเพื่อดูแลตน กลับมาเป็นครอบครัวอีกครั้ง ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย

– ไปโรงเรียนของวีจิในเวลาที่วีจิเรียนหนังสือ ซึ่งไม่ได้อยู่ในหน้าที่ของเขา ไปโรงเรียนสอนพิเศษวีจิ ไปโรงเรียนสอนว่ายน้ำ ลงไปว่ายน้ำกับวีจิทั้งๆ ที่วีจิเรียนคนเดียวกับคุณครูได้แล้ว ไม่ต้องมีคลาสว่ายกับผู้ปกครองแล้ว

– ทำให้วีจิเสียสมาธิ เกิดความสับสน และที่สำคัญคือเวลาไปไม่ได้ไปเพื่อจะไปหาลูก แต่กลับไปกับที่ปรึกษาทางกฎหมาย ไปกับทนายความ ไปกับคนอื่น ไปถ่ายรูป ไปถ่ายวิดีโอ สร้างความลำบากใจให้กับเจ้าของสถานที่ ตนคิดว่ามันไม่สมควร ต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ถูกกำหนดอยู่แล้วก็ทำตามหน้าที่ นี่คือสิ่งที่ตนให้การกับทางเจ้าหน้าที่

– ถ้าเขาติดต่อลูกไม่ได้ จะเป็นกรณีเดียวคือวีจิเรียนพิเศษ ตนจะขอเขยิบไปเป็นวันจันทร์แทน หรือบางทีเขาขอเล่น เขาโตแล้ว ขอขี่มอเตอร์ไซค์ในหมู่บ้านก่อน ถ้าโทรมาตอนนี้ยังไม่ได้ เดี๋ยวโทรกลับไปได้ไหม จะเป็นประมาณนี้

– ติ๊กไม่ได้ติดต่อมา มีแต่ทำคอนเทนต์ออกมาโจมตี ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แรกๆ มีเชิญไปออกรายการ แต่ตนรู้สึกว่าต้องออกไปตอบคำถามเรื่องนี้ตลอดเวลา แล้วยังฟ้องตนอีก 

– ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ได้เรียนศาลด้วยความเคารพ ด้วยข้อมูลที่แท้จริง ตนดูแลวีจิ อำนาจการปกครอง หน้าที่ของแต่ละคนเป็นอย่างไร ตนไม่ได้บกพร่อง

– ตนดูแลวีจิแบบครอบครัวธรรมดา ไม่ต้องการให้มีดราม่าหรือเรื่องวุ่นวาย ใช้ชีวิตตามปกติพ่อลูก ที่อีกฝ่ายโพสต์จะไล่แม่ด้วยการเล่นเว็บพนันออนไลน์ แล้วพี่เลี้ยงดันเล่นการพนันออนไลน์ ตนยืนยันว่า พี่เลี้ยงทำงานมาด้วย 4 ปี อยู่ในความดูแล อยู่ในสายตาตนตลอด เขาไม่ได้มีอะไรที่บกพร่อง 

– พี่เลี้ยงวีจิไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ตน บางทีไปถ่ายงานต่างจังหวัด ไปเตะฟุตบอลการกุศล ไปเล่นคอนเสิร์ต วางของทิ้งไว้ วางเงินทองทิ้งไว้ วางบัตร ATM ทิ้งไว้ ก็ไม่หาย วางอยู่ที่เดิม ทรัพย์สินทุกอย่างอยู่คงเดิม

– หลังจากนี้เวลาที่ตนโพสต์รูปวีจิในโซเชียลแล้วมีคนคอมเมนต์ไม่ดี จะให้ที่ปรึกษาทางกฎหมายดำเนินคดี 

– ตนแค่อยากจะออกมาชี้แจง ถ้าอยากเจอลูกก็มาหาลูก หยุดทำคอนเทนต์ สิ่งต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นมันอยู่ในข้อตกลงในบันทึกหลังใบหย่า ตนไม่ได้มีหน้าที่ไปดูแลความรู้สึกของอีกฝ่าย

– ย้ำหน้าที่อย่างเดียวในชีวิตตนคือดูแลชีวิตของวีจิ สนับสนุนเรื่องของการดำเนินชีวิต วิธีคิด การศึกษา ให้วีจิดีที่สุดเท่าที่กำลังของตนจะทำได้

– ทนายความของศรราม บอกว่าศาลแนะนำให้คุยกัน แต่คุยกันในศาลไม่จบ นัดคุยกันอีกรอบในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ในการคุยกันจะมีเจ้าหน้าที่คดีเกี่ยวกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ตามกฎหมาย ต้องมีเจ้าหน้าที่ของพัฒนาสังคม เข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อทำรายงานไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อพิจารณาความเห็นว่าเด็กอยู่กับใครแล้วไม่มีปัญหา โดยเขาสอบทั้งสองฝ่าย 

เปิดภาพ โอปอล สุชาตา เข้ากองเก็บตัวที่เม็กซิโก พร้อม Road to Universe

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2822807

เปิดภาพ โอปอล สุชาตา เข้ากองเก็บตัวที่เม็กซิโก พร้อม Road to Universe

30 ต.ค. 2567 15:25 น.

เปิดภาพ โอปอล สุชาตา เข้ากองเก็บตัวที่เม็กซิโก พร้อม Road to Universe

เข้ากองเก็บตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับตัวแทนประเทศไทย ในฐานะ Miss Universe Thailand 2024 โอปอล สุชาตา ช่วงศรี ที่เดินทางไปประกวด Miss Universe 2024 ครั้งที่ 73 ณ ประเทศเม็กซิโก ซึ่งวันเข้าเก็บตัวอย่างเป็นทางการตรงกับเวลาไทยคือวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ช่วง 8 โมงเช้า

โดยชุดเข้ากองของ โอปอล เธอได้เลือกสวมเดรสผ้าไทยจากแบรนด์ Sirivannavari ซึ่งเป็น 1 ในชุดจากรันเวย์แฟชั่นโชว์ Silk Festival 2023, Silk Success Sustainability โครงการที่ผลักดันดีไซเนอร์รุ่นใหม่ของกรมพัฒนาชุมชน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ผ้าไทยใส่สนุก แมทช์เข้าชุดกับเครื่องประดับจาก punpundesign และรองเท้าจาก flynowbangkok

สำหรับการประกวดในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 128 ประเทศทั่วโลก และจะทำการเก็บตัว ณ InterContinental Presidente Mexico City เมือง Polanco โดยรูมเมทของไทยในปีนี้ได้แก่ ประเทศลาว

โดยการประกวดแต่ละรอบตามเวลาประเทศไทยจะมีขึ้นได้แก่ รอบ Preliminary จะมีขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 และ Final Competition วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 เวลา 7 โมงเช้า