เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

15 มี.ค. 2568 16:10 น.

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เอ พศิน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์กับนางเอกชื่อดัง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ หลังมีข่าวออกมาว่าทั้งคู่สนิทสนมกันมาก จนทำเอาหลายคนคิดไปไกล ขณะที่ฝ่ายชายก็ได้ออกมายอมรับว่ามีความรู้สึกพิเศษกับเจนี่จริง เรียกว่าคิดเกินเพื่อน แต่ทาง เจนี่ ได้โต้กลับบอกพูดอะไรต้องให้เกียรติด้วย และที่ผ่านมาเป็นการคุยตามมารยาทมากกว่า

ล่าสุด เอ พศิน ก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ โดยบอกว่า 

– ความรักตอนนี้เหลือแค่ลูกช่าย น้องเลโก้ คนเดียวแล้ว ตอนนี้ก็สัญญากับลูกชายไว้ว่า จะอยู่จนกว่าเขาจะมีแฟน เขาเป็นคนบอกเองว่าปะป๊าพอแล้วอยู่กับหนูดีกว่า เขาก็เป็นคนสกรีนให้เราด้วยทุกครั้งที่เจอความรัก แล้วมันก็ไม่โอเค

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

– ผมขอสรุปว่าถ้าผมจะคบใคร ผมจะไม่คบเพราะมารยาท แต่ผมจะคุยเพราะว่ามันคือความจริงใจ ที่เราจะช่วยหรือทำอะไรให้ มันคือการให้เกียรติกันมากๆ เรากลับมามองว่าเรามีลูกนะ สิ่งที่ผ่านมามันไป ไม่ใช่มันยังไม่เกิดขึ้น แต่มันจบไปแล้ว

– ผมเห็นที่เขาสัมภาษณ์ เขาฉลาดเขามีวุฒิภาวะ เขามีสติมีสมาธิมีปัญญา ผมว่าคนที่รักตัวเองคือคนที่ฉลาด และคนที่เพลย์เซฟคือคนที่จะไม่ผิดพลาดในชีวิต เพราะฉะนั้นนั่นคือความจริงใจกับตัวเองของเขา มันไม่ผิด แต่มันคือคำตอบที่ถูกที่สุดสำหรับเขา

– ความสัมพันธ์ตอนนี้ คือไม่รู้จักกันแล้วดีกว่า ถือว่าเป็นวาระที่ไม่ต้องพูดถึง และไม่ระลึกถึงดีที่สุดครับ ถึงขั้นนั้น ก็ขอให้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราโชคดีและมีความสุขกับชีวิตของตัวเอง

เอ พศิน ลั่นไม่เคยคบใครตามมารยาท ให้ความสัมพันธ์ เจนี่ เป็นคนไม่รู้จักกันดีแล้ว

เทศน์ ไมรอน เผยเหตุผลไม่ต่อสัญญาช่อง 3 ยอมรับคิดหนักแต่เชื่อตัดสินใจถูกต้อง

เทศน์ ไมรอน เผยเหตุผลไม่ต่อสัญญาช่อง 3 ยอมรับคิดหนักแต่เชื่อตัดสินใจถูกต้อง

15 มี.ค. 2568 12:37 น.

เทศน์ ไมรอน เผยเหตุผลไม่ต่อสัญญาช่อง 3 ยอมรับคิดหนักแต่เชื่อตัดสินใจถูกต้อง

ทำเอาหลายคนฮือฮาอย่างมาก หลังจากที่รู้ว่าพระเอกหนุ่มดาวรุ่ง เทศน์ ไมรอน ที่เพิ่งแจ้งเกิดจากละครเรื่อง ใจพิสุทธิ์ หนึ่งในซีรีส์ชุด ดวงใจเทวพรหม ทางช่อง 3 ได้โบกมือลาไม่ต่อสัญญาช่อง 3 และผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ พร้อมกับโดดร่วมงานกับ บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ในละครเวทีเรื่อง อันธพาล 2499 THE MUSICAL

ล่าสุด เทศน์ ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรก โดยบอกว่า เชื่อการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

– ตอนนี้เป็นนักแสดงอิสระแล้ว สาเหตุจริงๆ คือเรามีความฝัน แล้วก็อยากจะลองทำงานในหลายๆ รูปแบบ ซึ่งรู้สึกว่าการที่เราได้เป็นนักแสดงอิสระมันก็จะทำให้ได้เจองานในหลายๆ รูปแบบมากขึ้น มันก็ตรงกับความฝันของเรา นั่นคือสาเหตุหลักที่ตัดสินใจ

– เผยตัดสินใจนานมากๆ ยอมรับว่าคิดหนัก แต่พอคิดไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องสำหรับเราในตอนนี้

– ก่อนออกมาก็พูดคุยกับผู้ใหญ่ที่ช่องแล้ว แล้วก็รู้สึกว่าจริงๆ อย่างแรกผมอยากจะขอบคุณทางช่อง 3 มากๆ และก็ทางผู้ใหญ่ช่อง 3 มากๆ เพราะว่าถ้าไม่มีเขาผมก็คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้

เทศน์ ไมรอน เผยเหตุผลไม่ต่อสัญญาช่อง 3 ยอมรับคิดหนักแต่เชื่อตัดสินใจถูกต้อง

– มั่นใจว่าทางผู้ใหญ่เขาเข้าใจการตัดสินใจของเรา ซึ่งเราก็เข้าใจการตัดสินใจของผู้ใหญ่ด้วย

– เผยไม่ได้ปรึกษาใคร มันคือการตัดสินใจของเรา กับเพื่อนก็ไม่ได้ปรึกษา แค่เป็นการคุยและบอกให้ทราบ ซึ่งทุกคนก็ตกใจ แต่เราอยากให้ทุกคนรู้ว่าเราก็ยังไม่ได้หายไปไหน ยังทำงานในวงการนี้เหมือนเดิม

– ถามว่าเล่นละครเวทีเสร็จจะเซ็นสัญญากับพี่บอย ถกลเกียรติ เลยไหม ตอบตามตรงว่า ยังไม่ได้คุยถึงตรงนั้น และเราก็ยังไม่ได้คิดเรื่องอนาคตไกลถึงขนาดนั้น ก็อยากฝากอนาคตไว้กับพี่ๆ ทุกคนด้วย ใครมีงานอะไรก็ติดต่อเราได้เลยนะครับ

– ซึ่งหลังจบจากละครเวที จะเป็นนักแสดงอิสระต่อหรือมีสังกัด เราไม่มั่นใจจริงๆ แต่ที่รู้ๆ ตอนนี้เราดีใจกับการตัดสินใจของเรา

– ไม่ได้กังวลกับการเป็นนักแสดงอิสระ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น เรายังใหม่และอายุน้อยอยู่ แต่เราก็ยังอยากมีความเสี่ยง

– ส่วนละครเวทีเรื่อง อันธพาล 2499 THE MUSICAL เทศน์ เผยว่าเป็นคนเข้าไปแคสต์เอง ไปแคสต์แบบปกติเลยครับ ก็เข้าไปแคสต์ร้องเพลง แล้วก็ไปแคสต์การแสดง ซึ่งสุดท้ายเขาก็เลือกเรา เราก็แฮปปี้มากๆ เราก็ไม่คิดว่ามีโอกาสได้ทำ

เทศน์ ไมรอน เผยเหตุผลไม่ต่อสัญญาช่อง 3 ยอมรับคิดหนักแต่เชื่อตัดสินใจถูกต้อง
เทศน์ ไมรอน เผยเหตุผลไม่ต่อสัญญาช่อง 3 ยอมรับคิดหนักแต่เชื่อตัดสินใจถูกต้อง

ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต

ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต

15 มี.ค. 2568 11:59 น.

ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต

โด่งดังจากซีรีส์เรื่อง เติมคำว่ารักลงในช่องว่าง สำหรับ 2 นักแสดงสาว โยโกะ อาภัสรา กับ ฝ้าย พีรญา และด้วยเคมีที่ลงตัว ทำให้แฟนๆ ชื่นชอบทั้งคู่อย่างมาก ในโลกของซีรีส์แนว Girls’ Love (GL) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

ล่าสุด โยโกะ อาภัสรา ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวกับสื่อมวลชน หลังเจอเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างหนัก ทำให้ต้องหยุดรับงานนานกว่า 2 เดือน เพราะเธอถูกคุกคามจากผู้ไม่ประสงค์ดี ผ่านช่องทางโซเชียล จนลุกลามตามเฝ้าถึงที่ทำงานและที่พักส่วนตัว พร้อมทั้งยังรวมกลุ่มข่มขู่ทำร้ายร่างกาย อุกอาจถึงขั้นเอาชีวิต สร้างความเดือดร้อนทั้งร่างกายและจิตใจ และวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำเอาเธอถึงกับปล่อยโฮออกมาด้วยความอัดอั้นใจ

ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต

และ โยโกะ ยังได้ขอพูดถึง ฝ้าย พีรญา คู่จิ้นสาวเป็นครั้งสุดท้ายอีกด้วยว่า เธอยอมรับว่า เคยชอบฝ้ายจริงๆ แต่ตอนนี้มันจบลงแล้ว เพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ และเธอได้ถอยออกมา จบกันด้วยดี แยกย้ายกันไปเติบโต ส่วนฝ้ายเองก็ได้ยุติสัญญากับทางค่ายเรียบร้อยแล้ว

สำหรับ โยโกะ อาภัสรา เลิศประเสริฐ ปัจจุบันอายุ 23 ปี ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เป็นอดีตสมาชิกวงเกิร์ลกรุป “เดอะกลาสเกิร์ล” ภายใต้สังกัด KNW Entertainment แต่ปัจจุบัน โยโกะ เป็นนักแสดงในสังกัด Ninestar Studios

โยโกะ เป็นน้องสาวของ เนโกะ เนรัญชรา เลิศประเสริฐ นักแสดงและอดีตศิลปินสังกัดกามิกาเซ่ เธอเข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบจากการที่คุณแม่มักพาไปที่กองถ่ายละครที่พี่สาวของเธอแสดง และทีมงานก็ได้ชักชวนให้มาแสดงละครเรื่อง พยัคฆ์ร้ายหกแผ่นดิน ในปี 2546 หลังจากนั้นโยโกะก็แคสงานมาเรื่อยๆ จนมีผลงานโฆษณาและแสดงภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ตามมา

ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต

แต่เธอมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาจากซีรีส์เรื่อง เติมคำว่ารักลงในช่องว่าง (BLANK The Series) ในปี 2567 คู่กับ ฝ้าย พีรญา หรือ ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2016 เป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายแซฟฟิก

จากซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ โยโกะกับฝ้าย รู้จักและสนิทสนมกันอย่างมาก และด้วยเคมีที่เข้ากันดีทำให้มีแฟนๆ ชื่นชอบและมีชื่อเสียงดังไกลทั่วเอเชียเลยทีเดียว จนกระทั่งมีดราม่าหนัก ทำให้ โยโกะ ได้ตัดสินใจออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว

ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต
ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต
ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต
ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต
ทำความรู้จัก โยโกะ อาภัสรา อดีตคู่จิ้น ฝ้าย พีรญา ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโต

“หยุด – กรู๊ฟไรเดอร์” เพลงผีบอก “พี่หนุ่ม” อย่างจอย จองตั๋วแถวหน้า ใน “3 แซ่บ”

"หยุด - กรู๊ฟไรเดอร์" เพลงผีบอก “พี่หนุ่ม” อย่างจอย จองตั๋วแถวหน้า ใน "3 แซ่บ"

15 มี.ค. 2568 07:15 น.

“หยุด – กรู๊ฟไรเดอร์” เพลงผีบอก “พี่หนุ่ม” อย่างจอย จองตั๋วแถวหน้า ใน “3 แซ่บ”

เพลง “หยุด Groove Riders” เป็นเหตุ! พ่อหนุ่ม โยกจนไม่ยอมกลับบ้าน! เสร็จการบันทึกเทปรายการ “3 แซ่บ” แล้วยังเปลี่ยนชุดมาฟังต่อ!! “บุรินทร์ กั้ง ก้อ มาตร Groove Riders” กลับดึกงานนี้ เคลียร์กับคนที่บ้านให้พ่อด้วยนะ!! เด็กเอ็นฯ 

คนสวย “ปิงปอง ในร่าง แอฟ ทักษอร” ชีเสิร์ฟไม่หยุด!! ม่วนจอยมาก! นับเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ในรอบ 17 ปี ของวงในตำนานอย่าง Groove Riders ที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ ศิลปินหนุ่มรุ่นเก๋ามาเล่าการเดินทางของวงกับเพลงอมตะอย่าง “หยุด” ที่กลายเป็นเพลงชาติประจำงานแต่งทุกเวทีเนี่ย เหลือจะเชื่อ มาได้หยั่งกะผีบอก!!

เท่มากค้าบพี่!
เท่มากค้าบพี่!

ก้อ : “ผมเองรู้สึกว่าผมไม่ได้แต่ง มันเป็นเพลงที่ลอยเข้ามาในหัวเองระหว่างกินข้าวอยู่ ตอนนั้นเครียดมาก เพลงต้องเสร็จ กำลังจะไปบอกพี่สุกี้ว่ายอมแพ้แล้ว แต่งไม่ได้ คิดแบบนั้นแล้วระหว่างกินข้าวอยู่ ทำนองเพลงหยุดมันก็ลอยขึ้นมาในหัว มันเหมือนมีใครบางคนยัดเพลงนี้เข้ามาในสมองเราอะ ต้องขอบคุณพี่บอย โกสิยพงศ์ เป็นคนใส่เนื้อร้องเข้ามา”

บุรินทร์ : “ที่แปลกเรามีเพลงอัลบั้มเดียว แต่เราทัวร์ได้ 7 ปี”

หนุ่ม : “เหมือนแบล็กพิ้งค์!” เนี่ยแหละๆวงในตำนาน ตัวแทนประเทศไทย ฮอตจนโดนซาแซงตามบุกบ้านมาตั้งแต่ยุคแรก

หยุด…โยกกกไม่ได้จริงๆ  
หยุด…โยกกกไม่ได้จริงๆ  

บุรินทร์ : “เราก็ไม่รู้เค้ารู้บ้านเราได้ยังไง เค้าโทร.เข้ามากดออด บอกว่าอยู่บ้านไหม แม่บ้านผมก็เดินไปบอกว่าไม่หยุด เค้าบอกไม่อยู่ได้ไง เห็นรถจอดอยู่ คือต้องปีนขึ้นไปดูละ เค้ามีเบอร์ผมจากไหนไม่รู้ เค้าโดนทำร้ายมา ช่วยมาดูแลเค้าหน่อย ตอนประมาณตีสอง”

หยุด…ให้พี่ร้องบ้างได้มั้ยยยแอฟ?
หยุด…ให้พี่ร้องบ้างได้มั้ยยยแอฟ?
แอฟ & นนกุล 
แอฟ & นนกุล 

ติดตามเรื่องราวกันต่อใน “3 แซ่บ” วันอาทิตย์นี้ บ่ายโมง 15 ช่อง 3 HD และชมย้อนหลังได้ที่ www.youtube.com/polyplusentertainment

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

14 มี.ค. 2568 20:23 น.

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

หายหน้าไม่รับงานอีเวนต์มา 2 เดือนกว่า สำหรับนักแสดงสาว โยโกะ อาภัสรา เลิศประเสริฐ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากซีรีส์แนว Girls’ Love (GL) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เรื่อง “เติมคำว่ารักในช่องว่าง” ที่เล่นคู่กับ ฝ้าย พีรญา มะลิซ้อน หรือ ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2016 ซึ่งในช่วงที่ โยโกะ ได้หายหน้าไป ทำเอาแฟนๆ ต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

ล่าสุด โยโกะ ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว เล่าปมเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งหมด ถึงขั้นปล่อยโฮ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า โยโกะ ต้องเก็บตัวเงียบ หลังถูกคุกคามจากผู้ไม่ประสงค์ดี ผ่านช่องทางโซเชียล จนลุกลามตามเฝ้าถึงที่ทำงานและที่พักส่วนตัว พร้อมทั้งยังรวมกลุ่มข่มขู่ทำร้ายร่างกาย อุกอาจถึงขั้นเอาชีวิต สร้างความเดือดร้อนทั้งร่างกายและจิตใจ และวิตกกังวลเป็นอย่างมาก โดย โยโกะ ได้เผยว่า

– เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ช่วงเวลาที่หายไป 2 เดือน เพราะตนยังไม่พร้อมออกมาพูด เพราะมันเป็นเรื่องที่หนักมากๆ และหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ต้องออกมาพูด

– ก่อนหน้านี้เป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง จึงไม่เคยระบายอะไรให้ใครได้รู้ เพราะไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วง แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงของทุกคน มีบ้างปัดผ่านแล้วเห็นบางคอมเมนต์ว่าโยดูสบายดี ดูไม่เป็นอะไร ดูร่าเริงปกติดี เพียงเพราะหนูไม่ได้ออกมาร้องไห้ต่อหน้าทุกคน

– คิดว่าโยจะสบายดีไหมกับการโดนขู่ฆ่า ขู่ทำร้าย ถึงโยจะไม่ได้เปิดอ่าน แต่ก็มีเพื่อนที่หนูแทบจะไม่ได้คุยกันเลย ทักมาถามว่าโอเคไหม มีคนส่งคำขู่ฆ่าโยไปที่เพื่อนของหนู สิ่งเหล่านี้มันมากเกินกว่าที่โยจะรับไหว

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

– ขอพูดถึง พี่ฝ้าย เป็นครั้งสุดท้าย ครั้งล่าสุดที่เจอพี่ฝ้ายแทบไม่ได้คุยอะไรกัน แต่พี่ฝ้ายได้พูดกับหนูมาว่า เราจบกันด้วยดี ด้วยการแยกย้ายกันไปเติบโต ไม่อยากให้พาดพิงอะไรกันอีก ซึ่งโยก็คิดแบบนั้นเช่นกัน วอนอย่าเอาคำพูดของหนูไปเติมแต่ง คิดกันไปเองแล้วเอาไปโจมตีพี่ฝ้ายหรือใครอีกเลย

– โยยอมรับว่า เคยชอบพี่ฝ้ายจริงๆ เรื่องนี้มันเคยเกิดขึ้นจริง แต่พอวันที่มันจบลงแล้วหนูก็ถอยออกมา ตอนที่ชอบพี่ฝ้าย โยพยายามจะเลี่ยงคำว่าพี่น้องเพราะในตอนนั้นโยไม่อยากเป็น ณ ตอนนั้น

– ตอนที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ โยก็ได้ถอยออกมา ทุกคนก็รู้เพราะหนูบอกว่าเป็นพี่น้องกัน ตอนที่คิดกับพี่ฝ้าย โยไม่เคยพูดว่าเป็นพี่น้อง แต่พอเป็นไปไม่ได้ หนูได้เปลี่ยนความรู้สึกรักมาเป็นพี่น้องร่วมวงการ พี่ฝ้ายยังเป็นคนที่โยรักมากๆ และเคารพมากๆ

– พี่ฝ้ายเคยพูดไว้ว่าพี่ฝ้ายไม่เคยทิ้งใครก่อน ใช่ค่ะ พี่ฝ้ายไม่เคยทิ้งใครก่อนเลย และโยก็ไม่เคยทิ้งใครก่อนเหมือนกัน โยไม่สามารถบังคับให้ใครอยู่ต่อกับโยได้ และไม่มีใครบังคับให้โยไปได้เหมือนกัน ทุกคนเคารพการตัดสินใจของกันและกัน โยเคารพการตัดสินใจของทุกคน เข้าใจความรู้สึกของทุกคน ทุกคนคงเจ็บปวดที่สนับสนุนพวกเรามามาก โยขอบคุณและโยรับรู้ได้จริงๆ มันถึงเป็นเรื่องที่ยากมากในวันนี้

– ไม่มีใครแยกคู่กันได้ถ้าเขาอยากจะอยู่กัน วันนี้ในเมื่อพี่ฝ้ายยุติสัญญากับทางค่าย ทุกคนจะให้ตนทำอย่างไรต่อ มีคนบอกให้หนูออกไปอยู่กับพี่ฝ้าย โยถามหน่อยให้โยออกไปอยู่ในฐานะอะไร

– มีคนบอกว่าให้โยออกไปอยู่ข้างนอกเพราะมีความสามารถ ขอถามว่า ให้โยไปไหน จริงอยู่ที่มาถึงทุกวันนี้ได้มีองค์ประกอบหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือความสามารถที่โยพยายามจะพัฒนาให้ทุกคนได้เห็น แต่ความสามารถนั้นถ้าไม่มีผู้ใหญ่ให้โอกาสเราจะมีโอกาสได้รู้จักกันเหมือนทุกวันนี้ ทุกคนมีเรื่องผิดพลาดกันได้ แต่จะมีสักกี่คนที่จะมีโอกาสได้แก้ตัวให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น

– วันนี้พี่ฝ้ายไปได้ดีแล้ว รู้สึกภูมิใจในตัวเขามาก ตลอดเวลาที่ร่วมงานกันไม่มีสักครั้งที่เราคิดร้ายต่อกันเลย วันนี้แค่ต่างแยกทางไปเติบโตในทางตัวเอง เป็นเรื่องที่น่ายินดีแล้ว ขอร้องอย่าโจมตีใครเด็ดขาด เราแยกจากกันโดยสมบูรณ์ เติบโตคนละทางในทางที่ดี

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

– ส่วนร้านของพี่ฝ้ายเป็นของพี่เขาคนเดียว โยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ความสำเร็จนี้เป็นของเขาคนเดียวโดยที่โยไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรเลย เขาคือคนที่ทำให้มันประสบความสำเร็จ ไม่ต้องมาให้เครดิตอะไรโย

– ถ้าโยรู้ว่าใครได้รับผลกระทบจากคำพูดโย โยคงแตกสลายค่ะ มันไม่มีใครผิด ทุกคนแค่เติบโต และไม่เคยคุยเรื่องการแยกคู่กับพี่ฝ้ายเหมือนที่หลายคนเข้าใจ โยรู้พร้อมทุกคน

– ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย โยโกะ บอกว่า มีคนบางกลุ่มพูดว่าสะใจมาก ดีใจมากที่อีเวนต์ค่ายล่ม ทุกคนลืมอ่านต่อหรือเปล่าที่โยลงเพราะโยโดนขู่ทำร้าย ถูกขู่ฆ่า ไม่ได้ขอในฐานะศิลปินแต่จะขอในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งได้ไหม มันไม่สนุกหรอกที่ต้องนอนฝันร้ายทุกคืน กินข้าวแล้วก็ต้องอ้วกออกมา นอนแล้วก็ตื่นหลายรอบ ลงจากที่พักก็เจอคนตาม ครอบครัวโดนขู่ คนรอบข้างที่สนิทและไม่สนิทโดนกันหมดเพราะโย โยจะทำอะไรได้บ้าง

– โยโกะ บอกต่ออีกว่า ตนเองไม่เคยทำผิดกฎค่ายเลยสักข้อ เป็นเด็กดีมาตลอด ถ้าตนถูกบังคับให้อยู่ตนจะยังเป็นเด็กดีแบบนี้ไหม ขอสัญญาถ้าวันไหนที่ตนไม่โอเค ถูกทำร้ายจนเกินไปตนจะออกมากรี๊ดตรงนี้เลย

– โยไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้น โยเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องทำมาหากิน ต้องไปต่อ ในเมื่อแพลนนี้มันพลาด ยังไงเราก็ต้องไปต่อให้ได้ แล้วจะให้ทำยังไงคะ โยมีบริษัทของโยเอง โยมีพนักงานที่ต้องดูแล มีครอบครัว มีพ่อ มีแม่ มีพี่สาว ถ้าโยคนนี้เป็นอะไรขึ้นมา คนอื่นจะไปต่อยังไง

– ไม่มีใครสามารถเอาโทรศัพท์โยไปได้ มันคือสิทธิขั้นพื้นฐาน พื้นฐานการศึกษาของโยและครอบครัวสามารถพิจารณาได้ว่าอะไรที่ควรจะยอม อะไรที่ควรจะไม่ยอม โยอยู่มาหลายค่ายมาก โยอ่านสัญญามาไม่รู้ต่อกี่สัญญา ถ้ามันไม่แฟร์จริงจะเซ็นทำไม

– ทุกคนทำงานเพื่ออยู่ เพื่อใช้ชีวิต เรามีแพชชั่นได้แต่ชีวิตเราก็ดำเนินด้วยเงินเหมือนกัน จะให้โยออกมาพูดว่าอยู่เพื่อความรัก ความฝันทุกอย่าง ตามใจโย เรื่องจริงชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น โยมีภาระที่ต้องแบก ส่งตัวเองเรียน ดูแลชีวิต ค่าใช้จ่ายของตัวเอง ทุกคนมีภาระ

– อาจจะดูว่าลุคโยเป็นผู้หญิงอ่อนโยน ดูน่ารัก ตรงนี้โยขอเรียกว่ากาลเทศะ จริงๆ แล้วโยสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คนอื่นคิด เวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็จะน่ารักอ่อนน้อม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ต้องสู้เพื่อตัวเองโยก็ทำเหมือนกัน

– ตอนนี้โยได้เลือกอนาคตของตัวเองแล้ว หวังว่าแฟนๆ จะเคารพการตัดสินใจของตน การบอยคอตค่ายเท่ากับการบอยคอตตน หนูทำงานหนูได้เงิน ในฐานะศิลปินเดี่ยว โยจะพัฒนาปรับในเรื่องที่ยังไม่ดี ทั้งในเรื่องความสามารถและอารมณ์ ขอให้ทุกคนโฟกัสที่ผลงานของโย

– ถ้าวันนี้ไม่มีทุกคนอยู่เคียงข้าง ตนก็ไม่รู้ว่าตนจะกล้าออกมาพูดตรงนี้ไหม แค่เดินออกจากบ้านยังกลัวเลย โยเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องสู้เพื่อชีวิตเหมือนกัน

– ทางด้านค่าย NineStar Studios ค่ายต้นสังกัดของ โยโกะ ได้ออกมาเผยว่า บริษัทและโยโกะโดนข่มขู่จากผู้ไม่หวังดีในหลายทิศทาง ไม่ว่าจะส่งข้อความหาคนรอบตัว ข่มขู่โดยตรงผ่านโซเชียล ขู่ผู้บริหารและพนักงานบริษัท โดนส่งพวงหรีดไปที่บริษัท มีการจ้างรถเครื่องเสียงมาก่อกวนหน้าบริษัท ทางบริษัทได้เก็บรวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย

– เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหนักในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา การคุกคามในโซเชียลมีเดียนำไปสู่การยกเลิกงานต่างๆ ของศิลปิน ซึ่งถือเป็นการทำร้ายศิลปิน โดยที่ศิลปินไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ที่กระทบตัวศิลปินหนักๆ เลยคือ ส่งอีเมลไปบอกแบรนด์ต่างๆ ว่าการจะจ้างศิลปินคนนี้คิดดีแล้วใช่ไหม ทำให้หลายงานได้ยกเลิกไปจริงๆ และมีอีกหลายงานที่กำลังมีปัญหาแบบนี้อยู่

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

– เมื่อถามว่าต้นเหตุมาจากอะไร ทางค่ายเผยว่า ยังไม่รู้ แต่น่าจะเริ่มต้นจากที่มีข่าวออกมาว่าค่ายจะจับ ฝ้าย พีรญา แยกคู่กับโยโกะ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟมากกับวงการเกิร์ลเลิฟ

– และความเสียหายของบริษัททั้งหมดในช่วง 2-3 เดือนนี้คร่าวๆ ก็ 8 หลักที่ไม่ใช่ 8 หลักต้นๆ

– ส่วนที่ถูกมองว่า ทางค่ายเอาเข้าไปคุมโซเชียลของศิลปิน ทำคนเข้าใจผิดไปได้ขนาดว่า ศิลปินถูกกักขัง ถูกบังคับ ถูกควบคุม ถูกค่ายแย่งโทรศัพท์ของศิลปินไปตอบข้อความเอง สิ่งที่ค่ายดูแลศิลปินในส่วนของโซเชียล คือการที่ศิลปินส่งรูปพร้อมลงแคปชั่นมาให้ดู เพื่อช่วยดู ว่าสิ่งที่จะออกไปจะไม่ขัดกับภาพลักษณ์ของสินค้าที่ศิลปินรับหรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วทุกอย่างศิลปินคิดหมด ค่ายไม่ได้ไปแก้ไข ไม่ได้ห้าม และขอเปลี่ยนข้อความเลย

– ส่วนเรื่องประเด็นการจับแยกคู่ระหว่าง โยโกะ กับ ฝ้าย ไม่จริง ค่ายไม่มีความคิดจะจับศิลปินแยกออกจากการเป็นคู่ การเป็นคู่มีผลดีกว่ามาก ค่ายจะทุบหม้อข้าวตัวเองทำไม

– เรื่องการจับคู่จิ้นใหม่ให้โยโกะ ก็ไม่มีแน่นอน เพราะจากนี้โยโกะจะเป็นศิลปินเดี่ยว

– เรื่องการชอบกันของทั้งฝ้ายและโยโกะเขาเป็นมืออาชีพพอ การชอบกันไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิด เป็นเรื่องที่นานมากแล้ว น้องยังทำงานด้วยกันมาตลอด ถามว่าค่ายรับรู้ไหม ค่ายก็รับรู้ความรู้สึกของทั้งสองคน

– ส่วนเรื่องสัญญาศิลปินทั้งของฝ้ายและโยโกะ ไม่ใช่สัญญาทาส ไม่มีค่าฉีกสัญญา 50 ล้าน แม้แต่บาทเดียวก็ไม่มี

สรุปดราม่า โยโกะ อาภัสรา ถูกคุกคามขู่ทำร้าย ทำใจจบ ฝ้าย พีรญา ด้วยดี

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2847023

14 มี.ค. 2568 19:30 น.

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

เป็นอีกหนึ่งกลุ่มนักแสดงวัยรุ่นที่กำลังมาแรง สำหรับ 12 นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์ “PIT BABE” (พิษเบ๊บ) ผลิตโดย CHANGE 2561 ที่มีกระแสความนิยมมีทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ นำแสดงโดย พูห์ กฤติน กิจจารุวรรณกุล, พาเวล นเรศ พร้อมเผ่าพันธ์ รวมไปถึง นัท ศุภณัฐ เลาหะพานิช, สายลับ เหมวิช ขวัญอำไพพันธุ์, ภณ ธนภณ เอี่ยมกำชัย, ไมเคิล เกียรติศักดิ์ วัตนวิทย์, ท็อปเทน ศุภกรณ์ เสาร์ขอ, ปิง โอบนิธิ ลีลาเวชบุตร, กาฟิวส์ พันธุ์ธัช กันคำ, ลี อัสรี วัฒนายากุล, ป๊อป ภัทรพล วัลลภศิริ, เบนซ์ อัทธ์ธนิน ธนินภาณุวิวัฒน์

ไทยรัฐบันเทิงชวนทั้ง 12 หนุ่มมาเปิดเผยเรื่องราวของพวกเขาผ่านทางภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ที่สะท้อนตัวตน เรื่องราวในชีวิตที่เกิดขึ้น ในรายการ “The Background Around Fandom” และทันทีที่ได้พูดคุยกับพวกเขาบอกเลยว่าโดนตกเข้าเต็มๆ เพราะความน่ารัก สดใส เฮฮาตามประสาหนุ่มๆ เมื่อรวมตัวกันก็เป็นมวลความสุขก้อนใหญ่ที่แผ่ออกมาให้คนรอบข้างได้ยิ้มอย่างมีความสุขตามไปด้วย

ทันทีที่บอกให้ทุกคนเปิดโทรศัพท์มือถือ 12 หนุ่มต่างก็ก้มหน้าก้มตาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาดูและแซวกันเองยกใหญ่ แต่งานนี้ทีมงานบอกให้ภณเปิดหน้าจอโทรศัพท์ให้ดูก่อนเป็นคนแรก ทำเอาหนุ่มภณบอกว่าแจ็กพอตที่ตัวเองซะแล้ว งานนี้สายลับรีบแหย่ว่าอย่าร้องไห้

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

อาม่าที่รักของภณ

ภณ ธนภณ เปิดโทรศัพท์ให้เห็นหน้าจอเป็นรูปครอบครัว และมีรูปอาม่าที่แปะอยู่ด้านบนและบอกว่า “นี่ครับ ก็จะเป็นรูปครอบครัวครับ และก็จะมีอาม่าครับ อาม่าอยู่ตรงนี้ครับ อาม่าก็คือยายครับ” พอถามว่าทำไมรูปอาม่าอยู่ตรงนั้น ภณเลยเล่าว่า “เพราะว่าอาม่าเพิ่งเสียครับ ที่จริงจะเป็นแค่รูปครอบครัวครับ แล้วก็พออาม่าเสียก็เติมอาม่าเข้าไปด้วยครับ อยู่บนสวรรค์อะไรงี้ครับ”

จากนั้นภณเล่าถึงการเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงเพื่อครอบครัวไว้ว่า “ด้วยความที่ภณเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง อยากทำเพื่อครอบครัวครับ เคยสัญญากับอาม่าไว้ว่าจะประสบความสำเร็จ แล้วจะพาแกมาอยู่ด้วย ก็ได้ทำในระดับนึงครับ ก็อยากทำให้เขาภูมิใจต่อไป” 

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

ถามว่ารู้สึกยังไงบ้างที่อาม่าก็ได้เห็นเราสำเร็จในระดับนึงก่อนที่เขาจะจากไป ภณตอบว่า “ก็ดีใจครับที่…ที่ได้เห็นความสำเร็จของภณอีกก้าวนึง แล้วก็ที่ภณเคยบอกอาม่าเอาไว้ ภณรู้สึกว่าได้บอกอาม่าไปหมดแล้ว แล้วก็ได้ดูแลท่านเต็มที่แล้วครับ ไม่เสียใจแล้วครับ ผมว่าผมทำเต็มที่ที่สุดแล้วครับ รูปนี้เป็นกำลังใจให้ผมสู้ต่อไปในชีวิตครับ ผมว่าอาม่าที่มองดูจากข้างบน ผมว่าน่าจะภูมิใจครับ”

สายลับกับ Background สายมู

ด้าน สายลับ เหมวิช ก็เปิดภาพหน้าจอโทรศัพท์เป็นภาพของท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งเจ้าตัวเผยถึงเหตุผลที่เลือกรูปนี้ไว้ว่า “คือผมบูชาอยู่แล้วจากร้านๆ หนึ่ง ส่วนเรื่องความเชื่อ ต้องบอกก่อนว่าตอนแรกผมไม่ค่อยรู้เรื่อง คือรู้ว่าเป็นยักษ์ปกป้องอะไรงี้ครับ 

แต่ว่าพอผมเปลี่ยนชื่อ พระอาจารย์ที่เขาเปลี่ยนชื่อให้ผม เขาบอกว่าให้ไปหาท้าวเวสสุวรรณมาบูชานะ อะไรแบบนี้ครับ จากนั้นก็ตามหา ลองศึกษา พระอาจารย์บอกว่าไม่ต้องตามหาด้วย ถึงเวลาเดี๋ยวท่านมาเอง หลังจากนั้นก็ไหว้มาเรื่อยๆ ขอมาเรื่อยๆ จนได้บูชาจากร้านนี้มา”

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

พอถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่รู้สึกได้หลังบูชาท้าวเวสสุวรรณ สายลับบอกว่า “ก็อาจจะเพราะด้วยชื่อหรือเปล่าไม่แน่ใจ จริงๆ ท้าวเวสสุวรรณนอกจากที่ทุกคนรู้ว่าเขาป้องกันผี จริงๆ เขาช่วยในเรื่องเงินทอง เรื่องงานอะไรด้วย ซึ่งพอเปลี่ยนชื่อปุ๊บ พระอาจารย์บอกให้บูชาไหว้ปุ๊บ ป๋าเอส (วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย) กับแม่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) ก็คือออกหมายเรียกเลยครับ ออกหมายเรียกจากเชียงใหม่ ตามกลับมากรุงเทพฯ ครับผม ก็กลับมาทำงานในวงการครับ”

พาเวลและ Background สายการค้า

และเมื่อมาส่องหน้าจอมือถือของ พาเวล นเรศ ต้องบอกว่าเป็นหนุ่มหล่อคนขยันของแท้ เพราะเป็น Background ที่เห็นเจ้าตัวนอนบนถุงไปรษณีย์ออเดอร์แบรนด์เสื้อผ้าของเจ้าตัวที่ทำมานานแล้ว 

“ก็คือรูปผมนอนบนถุงไปรษณีย์ของแบรนด์ผมครับ อันนี้เป็นรูปออเดอร์ เป็นออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง อันนี้กำลังแพ็ก กำลังส่ง มันเหมือนเป็น remind ตัวเองแล้วกันว่าเราแบบ… อันนี้เหมือนเป็นลูกรักของผม เป็นแบรนด์ของผมที่ทำมาตั้งแต่ก่อนโควิดแล้ว  ขายเสื้อผ้าครับ”

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

เมื่อถามต่อถึงช่วงก่อนที่จะเข้ามาอยู่  PIT BABE นอกจากทำเสื้อผ้า ทำอะไรมาบ้าง เจ้าตัวบอกว่า “เรียนอย่างเดียวเลย ผมโตที่นิวซีแลนด์ เรียนที่นิวซีแลนด์แล้วก็ทำงานร้านอาหารไทยตอนเลิกเรียน เป็นเด็กเสิร์ฟกับล้างจาน 

ตอนที่กลับมาไทย ผมมาเรียนที่ ม.รังสิต แล้วหลังจากนั้นอาจารย์ก็แนะนำให้เริ่มแคสต์ในโมเดลลิ่ง แล้วก็มีงานนึงที่เป็นซีรีส์ เขาให้มาออดิชัน แล้วก็ได้ ทำให้มีคนรู้จักผม ตอนนั้นก็ก่อนโควิดครับ แล้วก็หยุดไป ก็เล่นละครนิดหน่อย แล้วมาเจอพี่ฉอด ก็ได้เล่น PIT BABE ครับ”

พูห์ หนุ่มมินิมอล และหน้าจอของเขา

มาถึงคิวที่ พูห์ กฤติน จะต้องเปิดหน้าจอมือถือของตัวเองบ้าง เจ้าตัวก็รีบออกตัวว่าอย่าคาดหวัง จะไม่ผิดหวัง และบอกว่า “คือทุกคนมาตึงเกิน ผมเนี่ยต้องเรียกเสียงเฮฮาสักนิดสักหน่อย วอลล์เปเปอร์ผมนี่คือแบบหายากมาก”

แต่พอเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้ดูก็เรียกเสียงฮาจากเพื่อนๆ เพราะเป็นวอลล์เปเปอร์พื้นฐานจากโทรศัพท์ไอโฟนนั่นเอง พอถามว่ามีที่มายังไง เจ้าตัวตอบว่า “ไม่มีที่มาเลยครับ ได้มาก็ใช้เลย” ก่อนจะอธิบายเพิ่มเติมว่า “ส่วนใหญ่ผมจะไม่ค่อยชอบเอารูปตัวเองขึ้นหรือรูปอะไรอย่างนี้ขึ้นครับ คือฟีลแบบมินิมอลๆ ผมเป็นสไตล์มินิมอลอยู่แล้ว”

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

พอถามว่าชีวิตจริงเป็นคนมินิมอลหรือเปล่า เจ้าตัวก็บอกว่า “ก็มินิมอลแหละ เหมือนแบบสไตล์การแต่งตัวผม ผมแต่งแบบเรียบๆ เกาหลีมินิมอลปกติ แต่ก็ไม่ได้เรียบมาก” งานนี้ทำเอาเพื่อนๆ แซวว่าเอาไง พูห์บอกว่าก็เรียบบ้างแต่ไม่เรียบมาก

ส่วนชีวิตก่อนเข้าวงการ เจ้าตัวบอกว่าตอนเด็กเป็นเด็กเนิร์ด แต่วงการบันเทิงเริ่มต้นจากตอน ม.5 ที่อาจารย์พาไปแคสต์งานของช่องวัน ซึ่งเจ้าตัวตื่นเต้นมาก หลังจากนั้นก็ลองไปแคสต์งานต่างๆ แต่ที่เข้ามา PIT BABE ตอนนั้นมาแคสต์กับรุ่นพี่ที่มาด้วยกันและได้เข้ามา ถือเป็นโอกาสที่ใหญ่มากๆ ช่วงแรกปรับตัวเยอะ โดนพี่เอสพี่ฉอดอบรมฉ่ำ ต้องขอบคุณทั้งคู่รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ทำให้มีวันนี้

ความชอบดาวเสาร์ของลี

ด้าน ลี อัสรี เปิดหน้าจอมือถือเป็นรูปดาวเสาร์ให้ดู พอถามว่ามีความเชื่ออะไรเกี่ยวกับดาวเสาร์ เจ้าตัวบอกว่า “ไม่มีความเชื่อ แต่ว่าชอบระบบสุริยะตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว ผมเป็นคนชอบวิชาชีวะ” ทำเอาเพื่อนๆ แซวว่า ชีวะอะไรเกี่ยวกับระบบสุริยะ คนละเรื่องเลย 

ทำเอาลีเขินก่อนจะรีบบอกว่า “ชอบวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ คือผมเรียนสายวิทย์ตอน ม.ปลาย พอเรียนวิชาดาราศาสตร์แล้วเรารู้สึกว่าอุ๊ย มันกว้างขวางมากเลยอะ พอมาซื้อมือถือใหม่ก็รู้สึกว่าอุ๊ย รูปดาวมันน่าสนใจมากเลย มันสวยอะ ดาวเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า ระยะทางไกลแค่ไหนยังไงก็ช่างมัน มันไม่เกี่ยว ขอแค่มันสวยงามก็พอ” งานนี้เลยเจอเพื่อนๆ แซวหนักกว่าเดิม

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

และเมื่อถามว่ากว่าจะมาถึงทุกวันนี้ผ่านอะไรมาบ้าง ลีบอกว่า เป็นนักกีฬามาก่อนในช่วง ม.ต้น เป็นนักกีฬาเพาะกาย พอช่วง ม.ปลาย ก็มาเป็น To be Number One Idol พอเรียนมหาวิทยาลัยก็เรียนอย่างเดียว พอเรียนเสร็จแล้วมาเจอโปรเจกต์ PIT BABE ก็มาสมัครและได้รับคัดเลือก พอมาอยู่ที่นี่ก็รู้สึกตื่นเต้น ไม่เคยทำงานเป็นกลุ่ม จะปรับตัวยังไง เป็นความท้าทายว่าเราจะเข้าหาเพื่อนๆ ยังไง พออยู่มาสักพักก็เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

ภาพ NASA ที่เชื่อมโยงถึงท็อปเทน

มาถึง ท็อปเทน ศุภกรณ์ หนุ่มคนนี้ก็เปิดภาพถ่ายดวงดาวของ NAZA ซึ่งถ่ายตรงกับวันที่เขาเกิดพอดี และอธิบายว่า “คือมันเป็นภาพถ่ายของนาซ่าครับ เป็นวันเกิดท็อปครับ วันที่ 24 ก.ค. ปี 2000 ครับ 

ถามว่ามันเกี่ยวข้องวันเกิดยังไง มันเป็นภาพถ่ายที่นาซ่าถ่ายในวันนั้น ท็อปเห็นมันมีช่วงนึงเขาฮิตน่ะครับ ท็อปก็เลยไปลองเสิร์ชดู มันก็ตรงกับวันเกิดท็อปพอดี อันนี้จะเป็นโลก อันนี้น่าจะเป็นดวงจันทร์ ซึ่งมัน remind ถึงเรา ก็เลยเลือกรูปนี้”

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

ส่วน Background ชีวิตก่อนจะมาเป็นหนึ่งใน 12 PITBABE เจ้าตัวบอกว่าเรียนที่ ม.กรุงเทพ เคยไปแคสต์งานมาบ้าง 2-3 ครั้ง ก่อนจะมาอยู่ที่ Change 2561 ก็รู้สึกดีใจที่ได้รับคัดเลือกเพราะตอนนั้นคนมาสมัครเยอะมาก พอซีรีส์ประสบความสำเร็จก็รู้สึกตื้นตัน เหมือนเป็นความสำเร็จของเราอีกแบบ จากเด็กไม่เคยเล่นละคร พอมีละครเรื่องแรกและประสบความสำเร็จก็รู้สึกดี มันเติมเต็มมาก

น้องแมวที่จากไปของไมเคิล

จากนั้นถึงคิวของ ไมเคิล เกียรติศักดิ์ เปิดหน้าจอมือถือ ซึ่งเป็นภาพของ น้องเทียร์ น้องแมวสุดน่ารักสายพันธุ์ Exotic Shorthair ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า “อันนี้เป็นแมวพันธุ์ Exotic Shorthair ครับ ชื่อว่าน้องเทียร์ครับ เทียร์ที่แปลว่าน้ำตาครับผม ถามว่าทำไมถึงเป็นน้ำตา ก็คือน้องคนนี้เขาๆ เขาขี้แง ด้วยสายพันธุ์ด้วยครับ ก็เป็นพันธุ์หน้าแบน ก็ร้องไห้บ่อย ขี้แง เราก็เลยตั้งชื่อว่าน้องเทียร์ครับ”

ส่วนเหตุผลที่ตั้งหน้าจอเป็นรูปน้องแมว ไมเคิลบอกว่า “จริงๆ เหตุผลที่ตั้งไม่มีอะไร คือว่าเป็นคนไม่ค่อยถ่ายรูป แล้วไม่ค่อยมีรูปอะไรสวยๆ แล้วในจังหวะนั้น คือปัจจุบันเนี่ยน้องไม่อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าไม่ได้ตั้งแบบระลึกถึงอะไร แต่ว่าเราตั้งตั้งแต่วันที่เลี้ยง ตั้งแต่วันที่ยังมีอยู่แล้วไม่เคยเปลี่ยนแค่นั้นเอง ผมรู้สึกว่าเวลาที่มองหน้าสัตว์เลี้ยง ยิ่งเป็นน้องแมวหน้าแบน มันทำให้เรารู้สึกว่าแบบผ่อนคลายได้อะไรเงี้ย”

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

ถามว่าแต่น้องจากไปแล้ว พอดูรูปจะไม่เศร้าเหรอ เขาบอกว่า “ไม่ครับ ผมไม่ค่อยยึดติดครับ คนเราก็เกิดแก่เจ็บตาย เป็นคนไม่ค่อยเศร้า เราใช้ชีวิตวันต่อวัน อยู่กับปัจจุบัน ไม่ค่อยคิดถึงอดีต พยายามมีความสุขแบบง่ายๆ ตอนน้องตายก็ไม่ร้องไห้ แต่แค่รู้สึกว่าไม่น่าตาย น่าจะอยู่นานๆ น้องน่ารักครับ”

จากนั้นไมเคิลเล่าถึงแบ็กกราวนด์ในชีวิตตัวเองกว่าจะมาถึงวันนี้ เคยเป็นพิธีกรรายการท่องเที่ยว งานแสดงมีบ้างแต่ไม่เยอะ เวลาว่างก็จะเทรดหุ้น เพราะเรียนจบด้านการเงินการลงทุนมา ชอบมองกราฟตั้งแต่เรียน ทุกวันนี้ก็ยังคงรันอยู่ พอได้มาเล่น PIT BABE ก็ดีใจที่ได้งานตามที่หวัง พอรันมา 1 ปีกว่าก็เกินที่หวังแล้ว ทุกวันนี้ก็แฮปปี้

ดอกกุหลาบสีขาวทัชใจนัท

เมื่อ นัท ศุภณัฐ เปิดหน้าจอโทรศัพท์ให้ดูก็ทำเอาเพื่อนๆ แซวสนั่น เพราะเป็นภาพนัทกับช่อกุหลาบสีขาว พอถามว่าใครให้มา นัทบอกแบบเขินๆ ว่า “คือเป็นดอกไม้ที่เอ่อ…แฟนคลับให้ แต่ว่าเราก็หวังว่าสักวันนึงจะมีคนมาให้เราที่เรียกเป็นแฟนครับ อะไรอย่างนี้” ทำเอาเพื่อนๆ ร้องอ๋อ ก่อนจะแซวว่าบอกใครหรือเปล่า นัทรีบบอก “ก็ภาพรวม ใครสนใจก็ติดต่อมาได้” 

ก่อนจะบอกว่าเป็นคนชอบดอกกุหลาบสีขาว พร้อมทั้งเผยความรู้สึกว่า “ก็ดีใจ ประทับใจ นอกจากเขารู้ใจแล้วก็ให้เราในโอกาสพิเศษด้วย ก็เป็นแฟนคลับชาวต่างชาติ เหมือนเขาตามเรามานานแล้ว เราเคยพูดเล่นๆ ไว้ว่าเราอยากได้ดอกกุหลาบ 99 ดอกอะไรอย่างนี้ ก็ได้ 99 ดอก เกินด้วยมั้ง ก็ขอบคุณแฟนๆ สำหรับความรู้สึกดีๆ ที่มอบให้ ก็ขอตอบแทนกับความรักที่เขามีให้ด้วยผลงานและความสุข” 

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

พอแซวว่าแสดงว่าชอบคนใส่ใจรายละเอียดรึเปล่า นัทก็บอกว่า “ก็ใส่ใจบ้างไม่ใส่ใจบ้าง ก็พูดให้ดูน่าค้นหา ถ้าอยากรู้ก็ต้องลองมาค้นหาดูว่าจริงหรือเปล่า ทักไดเรกต์มาได้ ถ้าไม่ตอบก็ฟอลโลว์มาก่อน หรือกดไลค์หลายๆ รูปแล้วก็จะติด”

ส่วนเส้นทางวงการบันเทิงของนัท เจ้าตัวเล่าว่า ก็ทำหลายอย่าง คือเล่นเกม เป็นนักกีฬา E-Sport แข่งเกมมาก่อน ตอนนั้นแข่งเกม Ragnarok เคยได้แชมป์ในปี 2017 จริงๆ ก็อยู่วงการมาเรื่อยๆ เล่นซีรีส์บ้าง ส่วนการมาอยู่โปรเจกต์ PIT BABE ก็เข้ามาแคสต์ตามปกติเหมือนเพื่อนๆ ทุกคน

ปิง อดีตนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทย

เราถามถึงหน้าจอโทรศัพท์ของ ปิง โอบนิธิ เจ้าตัวก็หยิบมาให้ชมทันที เป็นรูปรถแข่งฟอร์มูล่าวัน ซึ่งเจ้าตัวเผยเหตุผลที่เลือกรูปนี้ว่า “จริงๆ ก็ชอบครับ ชอบดูการแข่งขันรถแข่ง ความเร็ว แล้วมันก็มีเรื่องแบบการแข่งขัน เรื่อง Mentality เวลานักกีฬาบางคนก็แบบฝึกซ้อมยังไงให้ทำผลงานออกมาได้ดีใน เจอความกดดันอะไรแบบนี้ครับ ผมก็ชอบดู”

อีกทั้งบอกว่าที่เป็นคนชอบการแข่งขัน เพราะในอดีตเคยเป็นนักแบดมินตันทีมชาติไทย และอยู่กับการแข่งขันมาตั้งแต่เด็ก “ก็เป็นคนที่ชอบการแข่งขัน อยู่กับการแข่งขันมาตั้งแต่เด็ก ผมเคยเป็นนักกีฬาแบดมินตันตัวแทนประเทศไทย และก็ฝึกซ้อมเพื่อความเป็นเลิศ เพราะฉะนั้นผมก็จะอยู่กับการแข่งขันตลอดเวลาครับเคยเป็นอดีตนักกีฬาแบดมินตันเยาวชนทีมชาติไทยปี 2009-2010 

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

เคยไปแข่งที่ประเทศบรูไนครับ มาเลเซีย ญี่ปุ่นครับ สิงคโปร์ครับ ก็ไม่ถึงขั้นได้ชนะเลิศครับ ก็เป็นประสบการณ์ รอบ 16 คนสุดท้าย 8 คนสุดท้ายครับ และก็เคยเป็นโค้ชด้วยครับ ก็หลังจากเลิกเล่นแบดมินตัน น้องชายผมเป็นทีมชาติไทย ผมก็เลยมาเป็นโค้ชครับผม”

ส่วนที่มาของการมาอยู่ในโปรเจกต์ซีรีส์ PIT BABE เจ้าตัวบอกว่า ตอนนั้นทำ TikTok สอนแบดมินตัน และมีพี่ๆ แคสติ้งจาก Change 2561 ติดตามจากการดูคลิป และเขาเชิญมาแคสติ้ง พอมาอยู่กับเพื่อนๆ น้องๆ ก็ต้องปรับตัว มีผิดใจกันบ้าง แต่ใช้เวลาในการทำให้กลับมาดีกันเหมือนเดิม

น้องหมา 4 ตัว กับการเดินทางของเบนซ์

ถึงคิวของ เบนซ์ อัทธ์ธนิน มาเปิดหน้าจอมือถือบ้าง ซึ่งเป็นภาพน้องหมา 4 ตัว บรูโน่, บราโว่, บรู๊คลิน, บีกิน ที่เลี้ยงมานาน “ของผมเป็นรูปน้องหมา 4 ตัวครับผม บรูโน่ บราโว่ บรู๊คลิน บีกินครับ แล้วก็มีเบนซ์ครับ เป็นครอบครัวตัวบีครับ”

จากนั้นเบนซ์อธิบายถึงภาพนี้เพิ่มเติมว่า “อันนี้พากลับไปเที่ยวลำพูนครับ เพราะว่าเหมือนว่าทุกตัวมีสตอรี่ของมัน คืออย่างบรูโน่ บราโว่ โกลเด้น 2 ตัวเนี้ยผมซื้อบ้านหลังแรก ก็มีเขาอยู่ในความสำเร็จของเรา เราก็อยากมีน้องทั้ง 2 คนอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยก็เลยซื้อมา 

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

บรู๊คลินก็เป็นอีกตัวนึงเหมือนเราชื่นชอบไซบีเรียนอยู่แล้วก็เลยซื้อมา ส่วนบีกินเหมือนตอนนั้นตั้งชื่อบีกินเพราะว่าเหมือนเราเจอปัญหาที่หนักมาก เหมือน Begin Again ตัวเองอีกครั้งนึง เลยซื้อตัวนี้มาเพื่อเตือนชีวิตตัวเองอยู่เสมอ เราอยากพาน้องๆ กลับไปเพื่อว่าเฮ้ย จุดเริ่มต้นเรามาจากไม่มีอะไรเลยนะ แต่ว่าวันนึงเรามีสิ่งของ มีมูลค่า มีบ้านหลังนึง อยากพาน้องๆ กลับไปจุดเริ่มต้นที่เราเดินมาตั้งแต่แรก”

ส่วนจุดเริ่มต้นวงการบันเทิงที่ทำให้เบนซ์มาถึงทุกวันนี้ได้ เบนซ์เล่าว่า เคยมีความฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติ ก็ไปเตะบอล แต่ตอนมาอยู่กรุงเทพฯ มีพี่ที่รู้จักบอกให้ลองไปแคสติ้งดู ตอนนั้นอายุ 15 ปี ตอนนั้นผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย และพออยู่มาสักพักก็ได้เล่นซีรีส์ตอนอายุ 20 ปี ทำงานสักพักทาง Change 2561 ก็ติดต่อให้มาลองแคสต์ PIT BABE เราก็อยากร่วมงานกับพี่ฉอดอยู่แล้ว ก็อยากมีผลงานอีกครั้ง มันเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ท้าทายดี

Background นำโชคให้แฟนคลับกาฟิวส์

ด้าน กาฟิวส์ พันธุ์ธัช โชว์ภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้ดู ซึ่งเป็นภาพชื่อของตัวเอง “กาฟิวส์” พร้อมทั้งอธิบายว่า “อันนี้คือเป็นเหมือนเอ่อ…วอลล์เปเปอร์ที่แฟนคลับทำให้ครับผม แล้วผมก็แบบว่าลองมาใช้ดู แล้วก็แคปลงใน X ว่าผมใช้แล้วนะ เขาก็เอาเวลาที่ผมแคปไปซื้อหวย แล้วเขาถูก” ถึงตรงนี้เพื่อนๆ ถึงกับร้องเฮ้ย พอถามว่าเป็นเลขอะไรที่ถูกในตอนนั้น กาฟิวส์บอกว่า “เหมือนเป็น 17 อะไรสักอย่างครับ” 

เมื่อถามว่าเลือกเพราะสื่อถึงความเป็นตัวเองใช่ไหม เจ้าตัวบอกว่า “ไม่ครับ คือเวลาดูแล้วมันนึกถึง ผมเลยเลือกวอลล์เปเปอร์นี้ครับ นึกถึงเรื่องที่แบบว่า… คือมันเป็นเหมือนความสนุก ความดีใจของเราที่แบบว่า… แค่เราแคปลงแล้วมีคนถูกหวย มันก็แบบ…มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ เป็นความประทับใจครับ”

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

ส่วนที่มาของการมาอยู่ในวงการบันเทิง กาฟิวส์เล่าว่า เป็นนักกีฬาว่ายน้ำมาก่อน และมีโอกาสมาเล่นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งก็รู้สึกชอบการแสดงเลยเข้ากรุงเทพฯ มา เริ่มแคสต์งานโฆษณา มีคนที่เคยดูแลพาเข้ามาที่ Change 2561 และมีโปรเจกต์ PIT BABE พอดีเลยได้ลองแคสต์ พอได้รับเลือกก็รู้สึกดีใจ

Scan Me! เปิด QR พร้อมเพย์ของป๊อป

ปิดท้ายที่ ป๊อป ภัทรพล ที่โชว์หน้าจอมือถือให้ดู ซึ่งเป็นภาพ QR Code พร้อมเพย์ของตัวเอง พร้อมทั้งเล่าถึงที่มาว่า “คือผมต้องเกริ่นก่อนว่าในกลุ่ม PIT BABE ผมเป็นเลขานุการของกลุ่ม คือเรียกว่าเวลาเราไปจับจ่ายใช้สอย คือผมจะเป็นคนที่ออกไปก่อน แล้วเราค่อยมาแบ่งกันอีกทีนึงว่าคนไหนเท่าไหร่ยังไง ก็เป็นแบบนี้ตลอด ก็เลยเป็นความเคยชินแหละครับที่แบบ สมมติไปกินข้าว อ่ะ สแกนๆๆ แล้วก็เคลียร์บิลเลย เป็นบัญชีของกลุ่มครับ”

จากนั้นป๊อปเล่าถึงวิธีการทวงเงินจากเพื่อนๆ ในกลุ่มหลังไปกินข้าวว่า “ก็จะมีในแอปที่เราคุยกันจะมีเรียกว่าขุนทอง ขุนทองเป็น AI ละกัน เรียกว่าเป็น AI ที่เอาไว้เก็บตังค์โดยเฉพาะ และมันจะแจกแจงให้เลย แล้วข้อดีคือมันทวงตังค์เก่งมาก ทวงทุกวัน ทวงจนกว่าจะจ่าย บิลจะอยู่ได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ ซึ่งปกติมากเลยครับที่มันจะหมดอายุ”

เปิดหน้าจอมือถือ 12 หนุ่ม PIT BABE พร้อมที่มาของแต่ละภาพที่เชื่อมโยงชีวิต (คลิป)

ถึงตรงนี้นัทถามว่าเป็นเพราะใคร ป๊อปบอกว่า “ศุภณัฐเลยครับ” ทำเอานัทเขินเลย พอถามว่าใครต้องเตือนบ่อยสุด ป๊อปบอก “ก็เนี่ยแหละครับ ศุภณัฐ” พอถามนัทว่ามีอะไรจะแก้ตัวมั้ย นัทตอบ “ก็ต้องมีกันบ้าง” ก่อนจะหัวเราะเขินๆ

ส่วนเส้นทางวงการบันเทิงของป๊อป ป๊อปบอกว่าที่ผ่านมาเรียนมาตลอด ตอนเด็กๆ เป็นนักกีฬาฟุตบอล เล่นตั้งแต่เรียนอนุบาล 1 จนถึง ม.6 พอหยุดเล่นไปก็เรียนอย่างเดียว จนเริ่มแคสต์ซีรีส์เรื่องหนึ่ง และมาเจอกับ Change 2561เลยมาแคสต์ดูและได้รับเลือก

ก่อนจะจบการพูดคุย หนุ่มๆ PIT BABE ก็ฝากผลงานของเขาไว้ว่า “ก็ขอฝากพวกเรา PIT BABE ทั้ง 12 คน ติดตามกันได้ที่ PIT BABE The Series อันนี้ทุกแพลตฟอร์ม เสิร์ชแล้วจะเข้าไปเจอพวกเราเลยครับ สามารถเข้าไปติดตามไอจีแยกของพวกเราได้ทุกคนครับ ถ้าเกิดสำหรับผลงานของ Change 2561 ก็คือ Change 2561 Original ทุกแพลตฟอร์มครับผม ขอบคุณครับ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เผยสภาพจิตใจ คิมซูฮยอน เครียดรุนแรงหลังเจอดราม่า ต้นสังกัดยอมรับเคยคบ คิมแซรน จริง

เผยสภาพจิตใจ คิมซูฮยอน เครียดรุนแรงหลังเจอดราม่า ต้นสังกัดยอมรับเคยคบ คิมแซรน จริง

14 มี.ค. 2568 19:04 น.

เผยสภาพจิตใจ คิมซูฮยอน เครียดรุนแรงหลังเจอดราม่า ต้นสังกัดยอมรับเคยคบ คิมแซรน จริง

Gold Medalist (โกลด์ เมดัลลิสต์) ต้นสังกัดพระเอกเกาหลีตัวท็อป คิมซูฮยอน ร่อนแถลงการณ์ หลังเกิดข้อพิพาทในสังคมประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง คิมซูฮยอน และอดีตนักแสดงสาวเกาหลีใต้ผู้ล่วงลับ คิมแซรน ที่มีข่าวลือว่าทั้งคู่เคยคบหาดูใจกันมาตั้งแต่คิมแซรนอายุ 15 ปี และเลิกราตอนที่ฝ่ายหญิงอายุ 21 ปี ก่อนที่คิมแซรนจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในวัย 24 ปี เมื่อ 16 ก.พ. 2565 ซึ่งตรงกับวันเกิดของคิมซูฮยอนพอดี

โดยในแถลงการณ์ของ Gold Medalist ได้กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพจิตของ คิมซูฮยอน มีภาวะเครียดรุนแรง ทำให้ต้องออกแถลงการณ์เร็วกว่ากำหนด และยังระบุอีกว่า มีบุคคลลึกลับสะกดรอยตาม คิมซูฮยอนทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเมื่อ 12 มีนาคม มีคนถือกล้องเฝ้าหน้าบริษัทและที่จอดรถ ส่วน 13 มีนาคม มีบุคคลไม่ประสงค์ดีวนเวียนอยู่รอบๆ ตึก

เหตุการณ์นี้ทำให้คิมซูฮยอนวิตกกังวลขั้นรุนแรง ต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังมีข่าวลือโยงว่า เขาเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคิมแซรน ทำให้เจ้าตัวสับสนและทุกข์ใจอย่างหนัก

เผยสภาพจิตใจ คิมซูฮยอน เครียดรุนแรงหลังเจอดราม่า ต้นสังกัดยอมรับเคยคบ คิมแซรน จริง

จากข้อกล่าวหาของอีกฝ่าย ทางต้นสังกัดได้ชี้แจงในประเด็นต่างๆ ดังนี้

– ยอมรับว่า คิมแซรน กับ คิมซูฮยอน เคยคบกันจริง แต่เคยคบกันช่วงปี 2019-2020 ซึ่งคิมแซรนบรรลุนิติภาวะแล้ว

– ทางต้นสังกัดอ้างอิงจากเสื้อตัวที่คิมแซรนใส่ในภาพที่ถูกปล่อยออกมาว่า เสื้อตัวดังกล่าวเป็นสินค้าลิมิเต็ด ปล่อยออกมาปี 2019 ดังนั้นภาพนั้นต้องถ่ายตอนปี 2019

– ส่วนเรื่องของจดหมายและภาพถ่ายที่ได้มีการปล่อยออกมา ขณะที่คิมซูฮยอนเข้ารับเกณฑ์ทหารเป็นเพียงจดหมายที่เขียนถึงคิมแซรนในฐานะเพื่อน ไม่ใช่จดหมายรัก

เผยสภาพจิตใจ คิมซูฮยอน เครียดรุนแรงหลังเจอดราม่า ต้นสังกัดยอมรับเคยคบ คิมแซรน จริง

– ข้อกล่าวหาว่า คิมซูฮยอนเพิกเฉยต่อปัญหาทางการเงินของคิมแซรนนั้น ไม่เป็นความจริง เรื่องหนี้สินเป็นปัญหาระหว่างคิมแซรนกับทาง Gold Medalist (ซึ่งคิมซูฮยอนเป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้น) เท่านั้น

– ส่วนการส่งเอกสารเรื่องหนี้สินไปให้เธอนั้น เนื่องจากมีการประเมินออกมาแล้วว่า คิมแซรนไม่สามารถชำระหนี้สิน 700 ล้านวอน รวมค่าปรับเป็นเงิน 1.1 พันล้านวอนได้

– ทางค่าย Gold Medalist เป็นผู้ห้ามปรามเขาไม่ให้ตอบข้อความกลับไปเอง ตอนที่คิมซูฮยอนได้รับข้อความจากคิมแซรนในเรื่องขอให้ผ่อนปรนหนี้

– ข้อมูลที่ทาง Garo Sero Institute ออกมาเปิดเผยนั้นไม่เป็นความจริง อย่างรูปภาพมีการถูกเอามาบิดเบือน และข้อเท็จจริงเพื่อเรียกร้องความสนใจ และทางค่ายจะไม่ทนกับการเอาเรื่องเหล่านี้มาสร้างความเสื่อมเสียให้กับคิมซูฮยอน เพราะเป็นเรื่องไม่สมควรที่จะเอาเรื่องชีวิตส่วนตัวของคนดังมาแฉโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ให้ความยินยอม และทางค่ายจะดำเนินคดีกับ Garo Sero Institute จนถึงที่สุด

– ขณะที่ล่าสุด แม่ของคิมแซรนได้ออกมาตอบโต้กลับถึงแถลงการณ์ดังกล่าว

ส่วนการแถลงการณ์ครั้งใหญ่ที่ทางค่ายบอกว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้านั้น ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม

เผยสภาพจิตใจ คิมซูฮยอน เครียดรุนแรงหลังเจอดราม่า ต้นสังกัดยอมรับเคยคบ คิมแซรน จริง
เผยสภาพจิตใจ คิมซูฮยอน เครียดรุนแรงหลังเจอดราม่า ต้นสังกัดยอมรับเคยคบ คิมแซรน จริง

สรุปให้คำพูด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เผยความรู้สึกถึง หนุ่ม กะลา และขอโทษ จูน เพ็ญชุลี

สรุปให้คำพูด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เผยความรู้สึกถึง หนุ่ม กะลา และขอโทษ จูน เพ็ญชุลี

14 มี.ค. 2568 18:44 น.

สรุปให้คำพูด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เผยความรู้สึกถึง หนุ่ม กะลา และขอโทษ จูน เพ็ญชุลี

หลังจากที่ จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง ได้มาออกรายการ โหนกระแส โดยในรายการ โอ๋ ได้เปิดใจถึงเรื่องราวของ ตั้ม อดีตสามี อีกทั้งยังพูดถึงความสัมพันธ์กับ หนุ่ม กะลา รวมถึงได้ยกมือไหว้ขอโทษ จูน เพ็ญชุลี และยืนยันว่า จะจ่ายเงิน 4 ล้านให้ เดี๋ยวจะติดต่อไปคุย ส่วนเรื่องการฟ้องร้องไม่ได้สู้ต่อแล้ว

– จ๊ะโอ๋ ยืนยันว่าไม่ได้ทำคุณไสยใส่ หนุ่ม กะลา แต่เป็นรูปกระดาษ A4 วางไว้ในห้องพระปกติเลย ซึ่ง หนุ่ม กะลา รับรู้

– เมื่อถามว่า ถ้าไม่ได้คบกับ หนุ่ม กะลา จะเลิกกับอดีตสามีไหม จ๊ะโอ๋บอกว่า “เลิกค่ะ” และเลิกเพราะรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ และเราก็ต้องหาคนใหม่ ถ้าอยู่ไปเขาซัพพอร์ตอะไรไม่ได้เลย ก็ต้องเลิกและหาคนใหม่ ซึ่ง ตั้ม รับรู้

– เมื่อถามว่าที่ออกมาพูด คนดูจะเชื่อไหม จ๊ะโอ๋ บอกว่า เขาไม่เชื่อหนูหรอกค่ะ หนูไม่ดีมาก่อน คำพูดหนูไม่มีน้ำหนัก หนูรู้ว่าอดีตของหนูเป็นยังไงกับสิ่งที่เคยทำมากับสังคม กับการที่สังคมตัดสินเราไปแล้ว อันนั้นหนูยอมรับผิด หนูไม่ดี การที่หนูมาพูดวันนี้ ยังไงคำพูดหนูไม่ 100% อยู่แล้ว มันอาจจะเหลือแค่สัก 20% ด้วยซ้ำกับการที่หนูมาพูดวันนี้ หนูเข้าใจทุกคนมากๆ ว่าคำพูดของหนูมันไม่มีน้ำหนัก หนูต้องแบกรับเรื่องนี้มากับการที่คนมองว่า หลอกตั้มไหม หลอกพี่หนุ่มไหม หนูบอกเลยว่าหนูแบกรับเรื่องนี้มาประมาณเกือบปีแล้ว กับการที่เขามาขู่เรา หนูเป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวเป็นหลัก เพราะมองว่าไม่เป็นไร คุยกันได้ เพราะทุกครั้งเราคุยกันได้มาตลอด ซึ่งเขาจะพูดตลอดว่า ไม่ได้อยากอะไรเลยนอกจากตัวโอ๋เท่านั้น และไม่มีใครรักโอ๋นอกจากเขา

สรุปให้คำพูด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เผยความรู้สึกถึง หนุ่ม กะลา และขอโทษ จูน เพ็ญชุลี

– เมื่อถามว่าบอก หนุ่ม กะลา ว่ายังไง กับเรื่องแบบนี้ จ๊ะโอ๋บอกว่า ก็บอกมาตลอดว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งเขาก็รับรู้ แต่สิ่งที่พี่หนุ่มเพิ่งรู้พร้อมกันทั่วประเทศคือภาพกล้องวงจรปิดที่อดีตสามีมาจุ๊บ ซึ่งพี่หนุ่มเขาเสียใจ ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่น่าทำแบบนี้เลย และเราก็ไม่ชัดเจนที่ไม่บอกพี่หนุ่มว่า หนูโดนขู่คุกคามมาตลอด

– พอเล่าให้พี่หนุ่มฟัง เขาก็เลยทักไปหาฝั่งตั้มบอกว่า หยุดทำซะนะ ถ้าคุณทำแบบนี้ถือว่าคุณมีปัญหากับผม หลังจากนั้นตั้มก็ไม่ได้เข้ามาอีกเลย เพราะปกติจะเข้ามาอาบน้ำบ้าง มาหาลูกบ้าง มาขอเงินบ้าง และขอโทษตัวหนูเองด้วยที่ทำให้พี่ตั้มรู้สึกว่าหนูยังรักเขาอยู่

– เมื่อถามว่า ทำไมที่ผ่านมาถึงพยายามพูดว่า หนูผิดเองๆ มีชนักติดหลัง คืออะไร จ๊ะโอ๋ บอกว่า ข่าวที่เคยเกิดขึ้นที่มีคดีความตอนนั้น ตอนที่มาออกรายการ หนูไม่เคยสบายใจสักครั้งเดียว กับการที่ต้องออกมานอกบ้าน ออกมาเจอคน มาไลฟ์ขายของและทำเหมือนว่าฉันไม่แคร์ ไม่มีความรู้สึก จริงๆ ไม่ใช่เลย รู้สึกผิดมาตลอด มันเป็นตราบาปของชีวิตมากที่เราทำเรื่องนั้นไป แล้วพอหลายๆ เรื่อง พอมันเกิดขึ้นมาแล้วทุกคนต้องเดือดร้อน โอ๋ขอรับความผิดนี้ไว้เองทั้งหมดเลยค่ะ

สรุปให้คำพูด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เผยความรู้สึกถึง หนุ่ม กะลา และขอโทษ จูน เพ็ญชุลี

– เรื่องพี่หนุ่ม หนูผิดค่ะ เรื่องพี่ตั้มหนูก็ผิดค่ะ ซึ่งตั้งใจไว้แล้วว่าหลังจากจบรายการ หนูจะติดต่อหาพี่ตั้มเพื่อคุยกันเรื่องสินสมรส เพราะเรื่องนี้มันส่งผลกระทบต่อลูกล้วนๆ เลยค่ะ

– หนูไม่รู้หรอกนะคะว่า ถ้าพี่ตั้มดูรายการนี้อยู่ จะรู้สึกแค้นหรืออะไร แต่หนูยอมแพ้ค่ะ ถ้าเขาอยากทำอะไรต่อแล้วแต่เขา แต่หนูยอมแพ้ ไม่อยากคิดสู้อะไรแล้ว หนูสงสารลูกอ่ะพี่

– เมื่อถามถึงสถานภาพกับ หนุ่ม กะลา จะยังไงต่อ จ๊ะโอ๋บอกว่า หนูไม่รู้นะคะว่าหลังจากนี้พี่เขาจะยังไงกับหนูต่อ เพราะว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ก็เป็นเรื่องที่กระทบกับจิตใจพี่เขามากๆ หนูผิด หนูทำร้ายความรู้สึกเขา ทำให้เขาต้องเสียใจ ไม่รู้หลังจากนี้จะเป็นยังไง

– ในส่วนคดีความกับ คุณจูน ไม่ได้ยื่นฎีกาต่อแล้ว หนูก็อยากจบเรื่องนี้ค่ะ หนูก็จะเคลียร์ทุกอย่างค่ะ

– ที่คุณจูนโพสต์ข้อความฝากถามว่า 4 ล้านจะจ่ายกี่โมง จ๊ะโอ๋บอกว่า เดี๋ยวหนูคุยและก็เคลียร์เรื่องที่จะจ่าย ว่าจะเริ่มจ่ายยังไง เพราะตัวหนูเองไม่ยื่นฎีกาแล้ว ตอนนี้หนูปล่อยให้หมดขั้นตอนของศาลที่จะสั่งให้คุย หนูไม่ได้สู้ต่อแล้ว

– เรื่องรถปอร์เช่ ซึ่งทางตั้มบอกว่าเป็นรถที่หามากับ จ๊ะโอ๋ ด้าน จ๊ะโอ๋บอกว่า ไม่ๆ เป็นรถของพี่หนุ่ม กะลา เขาดาวน์ 70% หนู 30% ซึ่งเขายังพูดเองเลยว่า ไม่คิดไม่ฝันว่าพี่จะได้ขับรถอย่างนี้ ที่พี่ตั้มได้ขับ เพราะเขาเอาไปล้าง ยืนยันเป็นรถของพี่หนุ่ม กะลา

สรุปให้คำพูด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เผยความรู้สึกถึง หนุ่ม กะลา และขอโทษ จูน เพ็ญชุลี

– จากนั้น จ๊ะโอ๋ ก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษสังคม ขอโทษแม่ ขอโทษครอบครัวของตัวเอง ขอโทษครอบครัวพี่หนุ่มด้วยนะคะ แล้วก็ขอโทษพี่หนุ่มมากๆ ที่ทำเรื่องนี้โดยไม่เด็ดขาด เป็นความขี้ขลาดของตัวเองที่กลัวคนๆ หนึ่งจะมาทำร้าย โดยที่ไม่ได้มองความรู้สึกของคนที่คบกับเราอยู่ ว่าเขาจะต้องเจ็บปวดแค่ไหน ขอโทษนะคะ

– จากนี้ความสัมพันธ์กับ พี่หนุ่ม กะลา จะเป็นยังไง ตอบไม่ได้ เพราะไปทำร้ายความรู้สึกพี่เขา ณ ตอนนี้ ซึ่งพี่เขาก็โดนด่าว่ารวมหัวกับโอ๋เพื่อทำร้ายพี่ตั้ม แต่จริงๆ ไม่เกี่ยวกับพี่เขาเลย แต่เป็นความผิดของโอ๋คนเดียว

– มันเริ่มที่ตัวเรา และมันก็จะจบที่ตัวเรา เริ่มจากมือหนูเอง ยอมรับตรงๆ มันคือกงกำกงเกวียน

– เมื่อถามว่า ถ้าวันนี้เรื่องที่มันเกิดขึ้นมันเกิดปัญหามากเลย จะทำยังไง เขาขอไม่อยู่ด้วยแล้ว รับสภาพได้ไหม จ๊ะโอ๋ บอกว่า “รับได้ค่ะ จริงๆ แค่เขาคุยด้วยระหว่างที่เกิดเรื่อง หนูก็รู้สึกดีใจมากแล้ว เข้าใจความรู้สึกพี่เขาทุกอย่างเลย เข้าใจมากๆ เวลาเขาต้องเจอคนด่าว่า พี่เขาเสื่อมเสียทุกอย่างมามากเลยสำหรับผู้หญิงคนนี้ ถ้าจะไม่ได้เดินด้วยกันต่อ โอ๋ก็ยอมรับค่ะ เพราะโอ๋ก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงต่อ ยังไม่ได้คุยกันค่ะ”

– ถึงไม่มีหนุ่ม กะลา ก็จะไม่กลับไปหาตั้ม มันไม่มีโอกาสนั้นแล้ว และมันไม่มีโอกาสตั้งแต่วันที่เราแยกกัน ซึ่งหนูเคยพูดกับเขาแล้ว

สรุปให้คำพูด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เผยความรู้สึกถึง หนุ่ม กะลา และขอโทษ จูน เพ็ญชุลี
สรุปให้คำพูด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เผยความรู้สึกถึง หนุ่ม กะลา และขอโทษ จูน เพ็ญชุลี

โพสต์เดียวมีสะดุ้ง จูน เพ็ญชุลี ขอฝากหนึ่งคำถาม “4 ล้าน จะจ่ายกี่โมงคะ” คนคอมเมนต์สนั่น

โพสต์เดียวมีสะดุ้ง จูน เพ็ญชุลี ขอฝากหนึ่งคำถาม "4 ล้าน จะจ่ายกี่โมงคะ" คนคอมเมนต์สนั่น

14 มี.ค. 2568 16:17 น.

โพสต์เดียวมีสะดุ้ง จูน เพ็ญชุลี ขอฝากหนึ่งคำถาม “4 ล้าน จะจ่ายกี่โมงคะ” คนคอมเมนต์สนั่น

หลังจากที่ จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง ได้มาออกรายการ โหนกระแส เปิดใจเล่าอีกมุมของตัวเองกับ ตั้ม อดีตสามี เหมือนเป็นหนังคนละม้วน ในประเด็นที่โดนสามีออกมาแฉ และโยงเรื่องราวถึงนักร้องคนดัง หนุ่ม กะลา

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายขณะที่รายการ โหนกระแส กำลังออนแอร์ จูน เพ็ญชุลี อดีตภรรยาของ หนุ่ม กะลา นักร้องดัง ได้เคลื่อนไหวทันที โดยได้โพสต์ข้อความว่า “ฝาก 1 คำถามค่ะ 4 ล้าน จะจ่ายกี่โมงคะ ขอบคุณค่ะ”

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตต่างร้องอุ๊ยกันเป็นแถว พร้อมกับเข้ามาคอมเมนต์กันสนั่นเลยทีเดียว

โพสต์เดียวมีสะดุ้ง จูน เพ็ญชุลี ขอฝากหนึ่งคำถาม "4 ล้าน จะจ่ายกี่โมงคะ" คนคอมเมนต์สนั่น
โพสต์เดียวมีสะดุ้ง จูน เพ็ญชุลี ขอฝากหนึ่งคำถาม "4 ล้าน จะจ่ายกี่โมงคะ" คนคอมเมนต์สนั่น

จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เล่าอีกมุมถึง ตั้ม อดีตสามี รักร้าวเพราะเขาเลือกไก่ ไม่เลือกเรา

จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เล่าอีกมุมถึง ตั้ม อดีตสามี รักร้าวเพราะเขาเลือกไก่ ไม่เลือกเรา

14 มี.ค. 2568 15:50 น.

จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เล่าอีกมุมถึง ตั้ม อดีตสามี รักร้าวเพราะเขาเลือกไก่ ไม่เลือกเรา

กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังจากมีข่าวกอสซิป อดีตสามีที่ออกมาแฉ สาวอินฟลูเอนเซอร์หลอกให้หย่าแล้วแอบไปคบกับหนุ่มนักร้องดัง จากนั้นได้มีการปล่อยคลิปเสียงและคลิปจากกล้องวงจรปิดออกมาเป็นหลักฐานต่างๆ นานา และ ตั้ม อดีตสามีของ จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง ก็ได้มานั่งพูดทุกเรื่องในรายการโหนกระแส

ล่าสุด จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง ก็ได้มานั่งในรายการโหนกระแสเช่นกัน โดยได้เล่าเรื่องราวอีกมุมที่เกิดขึ้นกับตัวเอง พร้อมกับว่า จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็อยู่ที่คนฟังตัดสินใจ โดย จ๊ะโอ๋ เผยว่า

– จริงๆ ไม่อยากเอาเรื่องนี้มาพูดเพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกับครอบครัว วันนี้อาจจะพูดคนอาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ ตนเองเคยทำสิ่งที่ไม่ดีมาก่อน แต่ยอมรับทุกการตัดสินใจของคนที่จะด่าหรือว่า ที่ออกมาพูดวันนี้เพราะอยากพูดในมุมของตัวเองบ้าง

– จ๊ะโอ๋กับตั้ม ถ้าอยู่กินกันจริงๆ 6 ปี แต่ที่ตั้มบอกว่า 15 ปี คือการที่เขายังวนเวียนมาเจอลูก จะไม่มีทางเป็น 15 ปีได้ เพราะลูกเพิ่ง 12 คบกับตั้มมาตั้งแต่ปี 54 คบมาได้ 3 เดือน ไปจดทะเบียนสมรสกัน 8 พ.ย. 54

– จ๊ะโอ๋ เผยสาเหตุที่หย่า เพราะว่าตอนนั้นมีข่าวกับทางหนุ่ม กะลา แล้วโทรบอกตั้มว่า มีข่าวแบบนี้ เราควรหย่าให้เรื่องนี้มันเคลียร์ให้จบ ซึ่งเขาก็มาหย่า

– ยืนยันไม่ได้หย่าเพราะหนุ่ม กะลา แต่เพราะก่อนหน้านี้เราแยกกันอยู่กับตั้ม และมีปัญหากันอยู่แล้ว เพราะเขาเองก็มีอาชีพของเขา และหนูก็มีอาชีพธุรกิจของหนู เราก็ไม่อยากไปพัวพันกับอาชีพของเขา เพราะหนูรู้สึกว่าหนูท้องมีลูกแล้ว ไม่อยากไปพัวพันตรงนั้น หนูก็มีหน้าที่ขายของ และเขาทำหน้าที่ส่งของ

จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เล่าอีกมุมถึง ตั้ม อดีตสามี รักร้าวเพราะเขาเลือกไก่ ไม่เลือกเรา

– ที่ผ่านมาเราทะเลาะกันมาตลอดเรื่องตีไก่ จนใจเรารู้สึกว่าเขาน่าจะไม่ใช่แล้ว เพราะเราถามมาตลอดว่า ระหว่างไก่กับหนูเขาจะเลือกใคร ซึ่งเขาเลือกไก่ เลยรู้ว่าเขาน่าจะไม่ใช่แล้ว

– เราแยกห้องนอนกัน เขาจะไปไหนมาไหน อยู่กับไก่ที่ไหนก็เรื่องของเขา จนมาเป็นข่าวกับพี่นักร้อง เลยบอกว่า หย่ากันเลย เรื่องจะได้จบ เขาก็เลยหย่า

– จ๊ะโอ๋ บอกว่า ตั้มรู้เรื่องที่เป็นข่าวมาตลอด เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะไม่โทรหาเพจๆ หนึ่ง ตอนที่เป็นข่าวกับนักร้องครั้งแรก เพราะเพจเอาข่าวเขาไปเล่นกับประวัติของเขา ที่หนูรู้เพราะเห็นเพจเขาโพสต์ และตั้มโทรหาเพจนั้นบอกว่า ผมเลิกกับจ๊ะโอ๋แล้ว หย่ากันแล้ว คุณไม่ต้องเอาข่าวผมไปเล่นแล้วนะ มันคนละคนกัน

– ที่ตั้มบอกว่าไม่ได้เล่นโซเชียล แต่จริงๆ ตั้มเล่นโซเชียลมาตลอด เพราะเขาเลี้ยงไก่ ไลฟ์สดตลอด

– วันที่เขามาหย่าให้ ก็ไม่ได้มีข้อแม้อะไรกันเลย

– และที่ทำให้รู้สึกว่า เราไม่ควรไปพึ่งอดีตสามีอีกแล้ว ก็คือช่วงที่เขาขับรถออกไปส่งของให้เรา เขาพูดว่า พี่เองไม่ได้ใช้ชีวิต ไม่ได้ใช้เงินของตัวเองเลย ต้องมาขับรถส่งของให้เรา จนทำให้เราต้องหาคนมาส่งของให้แทน

– เราบอกตลอดว่า หนูไม่ได้รักเขาแล้ว บอกตั้งแต่ก่อนหย่า หลังหย่า จนปัจจุบัน พูดตลอด แต่เขาก็พูดว่า ไม่จริงหรอก แต่เขาบอกว่า “ไม่จริงหรอก พี่รู้ หนูรักพี่ พี่อยากจะกรีดหัวใจหนูออกมาจัง” หนูก็จะพูดว่า “ต่อให้พี่กรีดหัวใจหนูออกมา มันก็ไม่มีหัวใจนั้นหรอก เพราะหัวใจนี้มันไปอยู่ที่พี่หนุ่มแล้วค่ะ” หนูพูดมาตลอด ซึ่งพี่เขาเป็นคนที่ยอมรับความจริงไม่ได้ เริ่มมีการขู่ บอกสุดท้ายยังไงจ๊ะโอ๋ก็ต้องกลับมา

– จ๊ะโอ๋ เผยว่า อดีตสามีทำอยู่ 2 อาชีพ คือ เล่นไก่ชน กับอีกอาชีพสีเทา แต่ไม่ขอพูดถึง รู้สึกว่าหนูรับไม่ได้ เรามีลูกด้วย มันเสี่ยงมากๆ เพราะตอนนั้นมีตำรวจมาถึงบ้าน เลยถึงได้รู้ ตอนนั้นเราท้องมีลูกอยู่ ซึ่งตอนนั้นเขาเองก็กระโดดหนีออกไป

– แต่ที่ยังไม่หย่าตอนนั้นเพราะลูกยังไม่คลอด คิดว่าตัวเองทนได้ เลยไปยืมเงินแม่มาซื้อของไปขาย ตอนนั้นขายออนไลน์มันบูมมาก เลยบอกเขาว่า ให้เลิกทำสีเทาแล้วมาทำอันนี้ พยายามดึงเขาออกมา

จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เล่าอีกมุมถึง ตั้ม อดีตสามี รักร้าวเพราะเขาเลือกไก่ ไม่เลือกเรา

– ที่เขาบอกว่า เอาทองแม่เขามาลงทุนธุรกิจ จ๊ะโอ๋บอกว่า มันไม่จริงๆ ทองก้อนนั้นเราเอาไปขายด้วยกัน เพื่อที่จะเอามาโปะรถที่เขาขับอยู่ทุกวันนี้ จ๊ะโอ๋ยืนยันเรื่องที่พูดว่า อดีตสามีทำธุรกิจสีเทา ให้ไปเช็คที่สถานีตำรวจที่ลพบุรีได้เลย

– ทุกอย่างที่พูดมา เป็นต้นเหตุที่ทำให้เราแยกย้าย แต่ยังอยู่ด้วยกัน

– ที่ผ่านมาทะเลาะกันเรื่องเงิน เพราะเขาเสียไก่ และเราต้องเอาเงินมาหมุนทำธุรกิจ

– อดีตสามีไม่เคยถามเลยว่าเราเหนื่อยมั้ย ธุรกิจเป็นยังไงบ้าง ตลอด 8 ปีที่ทำธุรกิจมา มันไม่ได้ราบรื่นเลย มันมีวันที่ล้มบ้าง ซึ่งวันไหนที่ล้ม จะได้รับคำด่าจากเขาว่า “มึงมันโง่”

– ตอนที่มีประเด็นเป็นข่าวกับนักร้องดัง อดีตสามีรู้มาตลอด และไม่ได้ห้าม ตามที่มีคลิปออกมาว่า “พี่เข้าใจหนูทุกอย่างนะ ยังไงหนูก็ฝากบอกพี่เขาด้วยแล้วกันว่าหาแฟนใหม่ให้พี่ด้วย หาเมียใหม่ให้พี่ด้วย หาเมียใหม่ให้พี่คนนึง พี่ขอรวยๆ แล้วก็ชอบพี่ รักพี่” ซึ่งเป็นคลิปปี 66 แต่เขามาพูดในรายการว่าเขาพูดเล่น เราก็ไม่รู้ว่าพูดเล่นหรือพูดจริง ซึ่งหนูได้อธิบายความสัมพันธ์กับเขาจากใจหนูเลยว่า หนูไม่ได้รักเขาแล้ว ตัวเขาเองต่างหากที่รับเรื่องนี้ไม่ได้

– ยอมรับว่าเขารักเรามาก รักจนไม่คิดว่าความรักของเขาจะเป็นความเห็นแก่ตัว เพราะเขาบอกว่าจะทำลายทุกอย่าง พังทุกอย่างไม่ให้เหลืออะไรเลย ให้ลูกกลับไปเรียนโรงเรียนวัด และทำให้เรากลับมาจนเหมือนเดิม แล้วก็หลังๆ เริ่มไปพูดกับคนงาน ชี้หน้าด่าแม่โอ๋ว่า “เลี้ยงลูกยังไงให้ลูกเป็นกะหรี่” ซึ่งเขาพูดตลอดว่าเราทั้งคู่ไปจากกันไม่ได้ เราต้องตายไปด้วยกัน ตายไปด้วยกันทั้งบ้าน ซึ่งเขาเริ่มขู่หนักในช่วง 5-6 เดือนหลัง

– ที่อดีตสามีบอกว่า ไม่เคยเจอหนุ่ม กะลา เลย ไม่เป็นความจริง เขาเคยเจอกันแล้วที่บ้านของโอ๋

– หลังจากหย่ากันในช่วงปี 66 ช่วงนั้นเขายังรับส่งลูกเหมือนเดิม ไม่มีเคยมีปัญหาอะไรเลย จนมาเริ่มปลายปี 67 ช่วง 5-6 เดือนให้หลัง เขาเริ่มเป็นหนัก เริ่มมาขู่

– อย่างคลิปที่เห็นว่าจะจุ๊บกัน ถ้าเราไม่จุ๊บตอบ เขาจะยิงตัวเอง ตอนนั้นเขายิงที่หน้าท้อง แต่มีคนไปผลักทันเลยแฉลบ เย็บไปประมาณ 7-8 เข็ม และมีคนโทรเข้ามาที่เบอร์ลูก แต่โอ๋ไม่ไปดู สามารถไปเช็คประวัติที่โรงพยาบาลได้เลย

– อย่างช่วงหนึ่งที่ทะเลาะกันหนัก และรู้สึกว่าเขาจะทำจริงๆ คือเขาเอาปืนจ่อไปที่หัวลูกขณะที่ลูกหลับ เขาบอกว่าจะเริ่มยิงจากลูกก่อน แล้วก็โอ๋ ทุกคนในบ้าน และจะยิงตัวเองคนสุดท้าย ตอนแรกคิดว่าขู่ แต่มารู้สึกว่าเขาคิดจะทำจริงตอนที่เขาเดินถือปืนรอบบ้าน

– เมื่อถามว่า เคยเห็นตั้ม อดีตสามี มีความดีตรงไหนบ้างมั้ย จ๊ะโอ๋ บอกว่า ช่วงสมัยยังเด็ก ตอนที่บ้านเรายังจนอยู่ เราอยากกินอะไร เขาหามาให้ได้หมด อยากได้เสื้อผ้าเขาก็เอาเงินมาซื้อให้ ซึ่งเขาเป็นคนดี แต่เราเคยให้เขาเลือกแล้วว่า ระหว่างไก่กับเรา เขาเลือกอะไร แต่เขาไม่เลือก จนเรารู้สึกว่าคนนี้ไม่ใช่ ปรึกษาธุรกิจไม่ได้ วันที่เราล้มในเรื่องธุรกิจมีแต่คำด่า ไม่มีปลอบใจ เลยเริ่มรู้สึกว่า เขาไม่ใช่แล้ว และเขาอยากมีเงินเยอะๆ บางทีเคยเอาเงินที่จะไปลงทุนทำธุรกิจ เขาก็เอาไปตีไก่หมด

– ความดีคือ เขาเลี้ยงลูก เขาเป็นผัวที่ดี แต่ดีในมุมที่เลี้ยงลูกให้ รักเรามาก ซึ่งเรามองแบบนั้น แต่เราอยู่ด้วยแล้วมันไม่ใช่ เหมือนเดินกันคนละทาง แต่ถามว่าเขาดีมั้ย เขาดี แต่เป็นความผิดของหนูเองที่ไม่คิดจะอยู่กับเขาแล้ว การเลิกกันครั้งนี้หนูโทษตัวเอง ไม่โทษเขาเลย

จ๊ะโอ๋ งามพริ้ง เล่าอีกมุมถึง ตั้ม อดีตสามี รักร้าวเพราะเขาเลือกไก่ ไม่เลือกเรา