มุมข้าราชการ 16/07/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 16 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/664279

 

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีเวลาในการรับฟังคำบรรยายของ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในงานการสัมมนา ผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ได้ตระหนักว่าปัญหาการศึกษาของชาติมิใช่จะแก้ได้แต่ด้วยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ฝ่ายเดียว หากต้องร่วมแรงร่วมใจกันทุกฝ่ายเพราะปัญหามากมายเหลือเกินทั้ง ปัญหาของโรงเรียน ปัญหาของครู และ ปัญหาของเด็ก แค่สามประการนี้ก็ทำแทบไม่ทันแล้ว การใช้นโยบาย ประชารัฐ เข้ามาจัดการทำให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ขึ้นมาบ้าง….

งานเดียวกันในภาคบ่ายมีการนิมนต์พระเดชพระคุณ พระมหาวุฒิชัย หรือที่สังคมนิยมเลื่อมใสในนาม ว. วชิรเมธี มาให้ข้อคิดในการดำรงชีวิตเป็นที่ชื่นชมศรัทธาจากบรรดาผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งหลาย วรรคทอง ของท่าน ว.วชิรเมธี คือ….. “ถ้าจะวิจารณ์ให้ วิจัยเสียก่อน” นั่นคือการคิดก่อนพูดและถ้าจะให้ความเห็นควรจะหาความรู้ก่อนให้ความเห็น….

ถึงเชียงใหม่ทั้งทีก็ต้อง ขอเวลานอก สำรวจสภาพทั่วไปเป้าหมายที่พอจะทำได้ในเวลาอันน้อยนิดคือเลือกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไปชมดูโดยเฉพาะเจาะจงตกลงกันได้ที่ อำเภอหางดง ด้วยเหตุผลว่าเป็นพื้นที่ที่ความเจริญกำลังขยายตัวมาทางด้านนี้เพราะอำเภออื่นๆรอบๆ ตัวเมืองเชียงใหม่เต็มแน่นหมดแล้ว….

มัคคุเทศก์จำเป็นสำหรับรายการนี้คือ ศักดิ์ชัย คุณานุวัฒน์ชัยเดช นายอำเภอหางดง เจ้าของพื้นที่ และ พันตำรวจเอก วาสุเทพ คงกล่อม ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหนองตอง อำเภอหางดง ผู้ดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ส่วนแยกจากตัวอำเภอ ซึ่งนำไปสัมผัสเส้นทางธรรมชาติ หมู่บ้านต้นแบบสำหรับการผลิตงานไม้อย่าง บ้านถวาย ตลอดจนกิจการทำมาค้าขายของชาวบ้านทำให้ 4 ชั่วโมงที่หางดงผ่านไปรวดเร็วเกินคาด….

มาเข้าเรื่องความเคลื่อนไหวในวงราชการอังคารที่ผ่านมา ครม.เห็นชอบให้แก้ไขข้อกฎหมายเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง ประธานศาลปกครองสูงสุด และวินัยตุลาการปกครอง โดยเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่..) พ.ศ. …. เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติมีสาระสำคัญกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง ประธานศาลปกครองสูงสุด สี่ปี นับแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว นอกนั้นเป็นข้อกำหนดทางวินัยที่ปรับปรุงใหม่….

ถัดมา ครม.ยังเห็นชอบกับ แผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559-2564) เพื่อเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการแก้ไขปัญหาสังคมที่เป็นวิกฤติคุณธรรมของคนในชาติ ให้เกิดความสมดุลทั้งทางวัตถุและจิตใจ ประเทศชาติและประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยใช้ 4 ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน ได้แก่ 1) วางระบบรากฐานการเสริมสร้างคุณธรรมในสังคมไทย 2) สร้างความเข้มแข็งในระบบการบริหารจัดการด้านการส่งเสริมคุณธรรมให้เป็นเอกภาพ 3) สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการส่งเสริมคุณธรรม และ 4) ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรมในประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก….

อีกเรื่องอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอบรรจุกลับ รองศาสตราจารย์บัณฑิต ทิพากร พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี (เดิมเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และได้ลาออกจากราชการด้วยเหตุทดแทนเพื่อเป็นพนักงานราชการตามกฎหมาย) มาเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา….

ทวี เสริมภักดีกุล ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมการปกครอง เรียกตัว ผู้สอบแข่งขันได้ ในตำแหน่งเจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการหรือ ปลัดอำเภอ วุฒิปริญญาตรี ลำดับที่ 109-208 ให้ไปรายงานตัวเพื่อแสดงความจำนงขอรับการบรรจุและแต่งตั้ง ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 โดยเริ่มรายงานตัวตั้งแต่เวลา 08.30-10.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 5 อาคารสถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เพื่อบรรจุและแต่งตั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2559.

“ซี.12”

 

ม.44 กับมหาวิทยาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 15 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/663476

 

ระบบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยของไทย กล่าวได้ว่าน่าจะยุ่งเหยิงที่สุดในโลก เพราะแต่ละแห่งมีความแตกต่างกันทั้งในรูปแบบและลักษณะการบริหาร มีการใช้กฎหมายคนละฉบับก่อให้เกิดปัญหามากมาย จนในที่สุด คสช.ต้องใช้อำนาจพิเศษเข้ามาจัดการเรื่องนี้

เป็น คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจะยกประเด็นที่สำคัญมาให้ดูกันชัดๆ เริ่มด้วยคำปรารภที่ว่า

ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า สถาบันอุดมศึกษาบางแห่งเปิดการสอนและจัดการศึกษาทั้งในและนอกสถานที่ตั้งโดยใช้หลักสูตรที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ผลิตบัณฑิตที่มีปัญหาด้านคุณภาพและไม่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ซึ่งสภาสถาบันอุดมศึกษาแห่งนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สภาสถาบันอุดมศึกษา บางแห่งอาศัยอำนาจและช่องว่างทางกฎหมายดำเนินการในลักษณะที่ส่อเจตนาแสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือเพื่อให้คงอยู่ในตำแหน่งต่อไป มีการกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม จนกระทั่งเกิดปัญหาร้องเรียนและฟ้องร้องทางคดีเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา

แม้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้พยายามใช้กลไกทางกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันให้สถาบันอุดมศึกษาดังกล่าวแก้ไข ทบทวน หรือดำเนินการใหม่ในเรื่องต่างๆ แล้วแต่ไม่อาจทำให้ปัญหาคลี่คลายได้โดยเร็ว การดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษาเหล่านี้จึงไม่สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล และส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของประเทศโดยตรง

ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลและธำรงไว้ซึ่งความเป็นสถาบันทางวิชาการชั้นสูงของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง จึงจำเป็นต้องแก้ไขสถานการณ์ความไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมของการดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพ และสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมโดยรวมต่อไป

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งที่มีสาระสำคัญเป็นประเด็นหลักอยู่สองประการคือ

หนึ่ง ในกรณีที่ปรากฏว่าการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษา กรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา หรืออธิการบดี ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีอำนาจยับยั้งการแต่งตั้งหรือการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าว

สอง ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษาจะดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษาในเวลาเดียวกันเกินสามแห่งไม่ได้ และไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน เบี้ยประชุม หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดนอกเหนือจากในฐานะนายกสภาสถาบันอุดมศึกษาหรือกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา จากสถาบันอุดมศึกษาแห่งนั้น เว้นแต่เป็นไปตามระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

นอกจากนั้น เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการให้อำนาจรัฐมนตรีดำเนินการเมื่อมีปัญหาโดยสามารถยับยั้งการรับนิสิตนักศึกษา ปิดหลักสูตร ยุติการจัดการศึกษาได้ด้วย ซึ่งจะได้นำมาถกแถลงกันในสัปดาห์หน้า.

“ซี.12”

 

เพื่อความโปร่งใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 14 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/662529

 

เรื่องราวของข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และแสดงความโปร่งใสในการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐเป็นเรื่องที่ควรแก่การรับทราบทั้งในสถานะข้าราชการและประชาชน

ทั้งนี้ นายวีระเชษฐ์ จรรยากูล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ของสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ แจ้งว่าข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผยเพื่อความโปร่งใสนั้น

นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้ลงนามในประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ข้อมูลข่าวสารตามเกณฑ์มาตรฐานความโปร่งใสและตัวชี้วัดความโปร่งใสของหน่วยงานของรัฐ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ลงวันที่ 27 มกราคม 2559 สรุปตามเอกสารได้ดังนี้

มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เป็น มาตราที่กำหนดว่าข้อมูลข่าวสารในมาตรานี้เป็นข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงาน ของรัฐต้องจัดแสดงไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร และในระบบสารสนเทศของหน่วยงานรวม 8 รายการ โดยในมาตรา 9 (8) เป็นเรื่องที่ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการจะกำหนดจนถึงวันที่ 26 มกราคม 2559

ข้อมูลข่าวสารนี้ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด 3 เรื่อง คือ ประกาศประกวดราคา สอบราคา รายงานสรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง รายเดือน และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

แต่เมื่อมีประกาศฉบับใหม่นี้แล้ว ข้อมูลข่าวสารเรื่องมาตรฐานความโปร่งใสและตัวชี้วัดความโปร่งใสจะเป็นเรื่องที่ 4 ที่ประชาชนจะสามารถเข้าดูได้เพิ่มเติม ซึ่งมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขรวม 6 ข้อ คือ

ข้อ 1 ในเรื่องการจัดหาพัสดุต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมาย ระเบียบ รายงานการขอซื้อขอจ้าง แผน และผลการจัดหาพัสดุ สรุปผล รายงานผล รวม 8 รายการ

ข้อ 2 ในเรื่องการให้บริการประชาชนที่ต้องเปิดเผยคือ หลักเกณฑ์และขั้นตอนการให้บริการ การประเมินผลความพึงพอใจ รวม 7 รายการ

ข้อ 3 ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารงานของหน่วยงาน ได้แก่ โครงสร้างอำนาจ หน้าที่ วิสัยทัศน์ พันธกิจ แผน และรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนประจำปี

ข้อ 4 ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของหน่วยงาน เช่น แผนงาน โครงการ งบประมาณประจำปี รายงานการใช้งบประมาณ รายงานผลการตรวจ สอบการใช้จ่ายเงิน

ข้อ 5 ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงาน เช่น หลักเกณฑ์การคัดเลือก การพิจารณาสรรหาในทุกครั้ง หลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงาน การพิจารณาให้คุณให้โทษ

ข้อ 6 ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ตัวชี้วัด รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ที่จัดทำโดยผู้ควบคุมหรือผู้ตรวจสอบภายใน เป็นต้น

การดำเนินการตั้งแต่ข้อ 1-ข้อ 6 ต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารและดัชนีสืบค้น และต้องให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่มีประกาศฉบับนี้

เรื่องนี้เป็นความพยายามของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการที่จะเน้นย้ำในเรื่องความโปร่งใสตามแนวนโยบายของรัฐบาล โดยประกาศฉบับนี้ ต้องการให้การบริหารงานของหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล เสริมสร้างความโปร่งใส และความรับผิดชอบที่มีต่อประชาชน ซึ่งทุกหน่วยงาน ของรัฐต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยประชาชนสามารถเข้าดูข้อมูลนี้ได้

ข่าวสารอันนี้ได้รับมานานพอสมควรแล้วเพิ่งมีโอกาสนำเสนอตอนนี้ คงไม่ล่าช้าจนเกิดความเสียหาย.

“ซี.12”

 

สลน.ปรับตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 13 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/661472

 

หน่วยงานกึ่งการเมืองกึ่งประจำในทำเนียบรัฐบาลหรือสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นคือ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือ สลน.

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าหน่วยงานนี้เป็นส่วนราชการประจำระดับกรมขนาดใหญ่เทียบเท่ากระทรวงซึ่งรับผิดชอบภารกิจที่ตอบสนองการทำงานของนายกรัฐมนตรี

ทุกคนที่ทำงานในหน่วยนี้เป็น ข้าราชการประจำ เว้นแต่ หัวหน้าหน่วย คือ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นข้าราชการการเมืองที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ต้องเป็น คนรู้ใจ คือถ้านายกรัฐมนตรีเป็นนักการเมืองก็ตั้งนักการเมืองเข้ามาเป็น พอนายกรัฐมนตรีเป็นทหาร ก็ตั้งทหารตามอัธยาศัย

เมื่อตอนที่อ้างว่ามีการปฏิรูประบบราชการสมัยก่อนมีการยุบกองต่างๆทิ้งไปแล้วจัดตั้งสำนักต่างๆขึ้นมารองรับ นัยว่าเป็นการขยายตำแหน่งให้ใหญ่โตขึ้นแต่ภารกิจการงานก็ยังคงเป็นงานเดิมๆ

มาจนกระทั่งเมื่อตอนปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาก็มีการปรับแก้กฎกระทรวงให้สำนักทั้งหลายกลับกลายไปเป็นกองตามเดิม

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าวคือ ยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2551 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556 โดยปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรีให้กลับไปใช้กองอีกดังนี้

การแบ่งส่วนราชการเดิมที่ใช้กันอยู่ประกอบด้วย 6 สำนัก 2 ศูนย์ 2 กลุ่ม คือ

1.สำนักบริหารกลาง 2.สำนักการต่างประเทศ 3.สำนักโฆษก 4.สำนักประสานงานการเมือง 5.สำนักพิธีการและเลขานุการ 6.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย 7.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 8.กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร 9.กลุ่มตรวจสอบภายใน 10.ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต

การแบ่งส่วนราชการใหม่ แบ่งเป็น 1 สำนักงาน 6 กอง 2 ศูนย์ 1 สำนัก 2 กลุ่ม ดังนี้

1.สำนักงานเลขาธิการ 2.กองการต่างประเทศ 3.กองงานนายกรัฐมนตรี 4.กองประสานงานการเมือง 5.กองประสานนโยบายและยุทธศาสตร์ 6.กองพิธีการ 7.กองสถานที่ ยานพาหนะ และรักษาความปลอดภัย 8.ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 9.สำนักโฆษก 10.กลุ่มตรวจสอบภายใน 11.กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร 12.ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต

การเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาดั่งนี้ต้องมีเหตุผลความจำเป็นเพียงแต่มิได้ถกแถลงออกมาว่าเป็นฉันใดก็ไม่อยากคาดเดา

เอาแต่เพียงว่าขอให้งานในหน้าที่และความรับผิดชอบเดินหน้าไปได้ตามเป้าหมายจะเป็นผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกองก็เป็นคนเดิมๆนั่นแหละ.

“ซี.12”

 

อบรมบูรณาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 11 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/659809

 

มีโครงการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนานักบริหารเพื่อการบูรณาการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ

เป็นรายการที่ สำนักงาน ก.พ. กับ กรมการปกครอง ได้ประชุมหารือร่วมกันเพื่อพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมสำหรับผู้บริหารราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนารูปแบบ แนวทางการทำงานอย่างเป็นบูรณาการระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

เพื่อให้การผลักดันนโยบาย/ยุทธศาสตร์ของส่วนกลางสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหาความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน และใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โดยมุ่งเน้นเป้าหมายผู้เข้ารับการฝึกอบรม ได้แก่ ผู้บริหารราชการส่วนกลาง ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง หรือตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ และกลุ่มเป้าหมาย ผู้บริหารในส่วนภูมิภาค กลุ่มนายอำเภอ ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทหลักในการนำนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่

สำนักงาน ก.พ.ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรการพัฒนานักบริหารเพื่อการบูรณาการส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แบ่งการฝึกอบรมเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วยการฝึกอบรมในชั้นเรียน การศึกษาดูงานในพื้นที่ และการสรุปผลการศึกษา พัฒนาข้อเสนอและการนำเสนอผลการศึกษาต่อกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ โดยเป็นการฝึกอบรมแบบไม่ต่อเนื่อง

กำหนดจัดดำเนินการฝึกอบรม ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2559 และกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 40 คน ซึ่งเป็นผู้บริหารหน่วยงานราชการส่วนกลาง ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง หรือประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญ และผู้บริหารในส่วนภูมิภาคดำรงตำแหน่งนายอำเภอ (ประเภทอำนวยการ ระดับสูง)

ในส่วนของ กรรมการปกครอง ได้คัด นายอำเภอ และเทียบเท่าเข้าร่วมหลักสูตรของสำนักงาน ก.พ. จำนวน 20 คน ดังนี้

1.นายศุภมิตร เลื่อนสุคันธ์ ผู้อำนวยการกองสนับสนุนการบริหารราชการอำเภอ และขับเคลื่อนนโยบายพิเศษ 2.นายเจษฎา จิตรัตน์ นายอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา 3.นายชูศักดิ์ ราชบุรี นายอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ 4.นายเจิดศักดิ์ นิลอุบล นายอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท 5.นายสมศักดิ์ จันทรสมบัติ นายอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

6.นายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว นายอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 7.นายพงษ์พันธ์ แสงสุวรรณ นายอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี 8.นายณรงค์ศักดิ์ หอม–มาลัย นายอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ 9.นายบุญเติมภู รองเลื่อน นายอำเภอธารโต จังหวัดยะลา 10.นายธรรมนูญ แก้วคำ นายอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

11.นายอลงกรณ์ แอคะรัจน์ นายอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง 12.นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร 13.นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 14.นายชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 15.นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล นายอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

16.นายกฤษฎา แก้วสองเมือง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี 17.นายวรณัฎฐ์ หนูรอต นายอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 18.นายสุวัฒน์ เข็มเพชร นายอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 19.นายชวนินทร์ วงศ์–สถิตจิรกาล นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ 20.นายอนันต์ นาคนิยม นายอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

สำหรับข้าราชการในส่วนกลางและหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาอบรมพร้อมกันจะติดตามควานหามาเสนออีกที.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 09/07/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 9 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/658141

 

เสาร์นี้ 9 กรกฎาคม 2559 มีภารกิจสำคัญในเครือข่าย ไทยรัฐ คือการสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ ที่โรงแรมเชียงใหม่พลาซา จังหวัดเชียงใหม่ มี พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาและแสดงปาฐกถาพิเศษ โดยประเด็นหลักของงานคือ ไทยรัฐวิทยา โรงเรียนประชารัฐ…

วิทยากรที่มาให้ความรู้ความคิดในเรื่องนี้มีมากหลายนับตั้งแต่ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ ว.วชิรเมธี ท่านมาบรรยายธรรมเรื่องการสร้างพลเมืองดี การุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มามอบนโยบายและแสดงผลการดำเนินงานของโรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศในรอบปีเป็นอาทิ…

บริเวณห้องประชุมที่ดำเนินการสัมมนามีการแสดงนิทรรศการผลงานและภาพแห่งความสำเร็จของ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ภาคเหนือ 21 โรงเรียน บนเวทีมีการมอบรางวัลโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนสื่อมวลชนศึกษาดีเด่นและกิจกรรมอันน่าตื่นตาตื่นใจหลากหลาย ขอเชิญชวนเพื่อนข้าราชการและครูบาอาจารย์ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียงไปเยี่ยมชมได้ตามสะดวก…

มาถึงการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงประจำสัปดาห์ที่มาจาก ครม.เมื่อวันอังคาร หลังจาก สมชาย พฤฒิกัลป์ ลาออกก่อนเกษียณจากตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีผลในวันที่ 1 สิงหาคม 2559 ก็มีการแต่งตั้งทดแทนเรียบร้อยแล้วคือ สมโภช ราชแพทยาคม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขึ้นเป็นรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี…

กระทรวงอุตสาหกรรมโยกย้ายสับเปลี่ยนอธิบดีกรมสำคัญให้ พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็น อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และขยับ มงคล พฤกษ์วัฒนา ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็น อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม…

กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ คือ ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านส่งเสริมสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 บุญชัย ธีระกาญจน์ สาธารณสุขนิเทศก์ (นายแพทย์เชี่ยวชาญ) สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง สาธารณสุขนิเทศก์ (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ) ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2559 …

ของกระทรวงการต่างประเทศเสนอแต่งตั้ง รัศม์ ชาลีจันทร์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ เป็น เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต สาธารณรัฐโมซัมบิก เนื่องจากมีการเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต สาธารณรัฐโมซัมบิก ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากประเทศผู้รับแล้ว…

กงสุลใหญ่ อีก 2 ราย ได้แก่ เอกพล พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการกองยุโรปกลาง กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ เป็น กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย โดยมีเขตกงสุลครอบคลุมรัฐมหาราษฏระ รัฐคุชราต รัฐมัธยประเทศ และรัฐกัว และ อรรณพ บุราณเศรษฐ นิติกรชำนาญการพิเศษ กองกฎหมาย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เป็น กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์…

ในแวดวงศาลปกครองก็ได้ ไกรรัช เงยวิจิตร ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง จากตำแหน่ง รองเลขาธิการขึ้นเป็นเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง คนใหม่ ย้อนหลังไปถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2559 รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง นายกสภาการพยาบาล ออกประกาศแต่งตั้ง ปิยนุช ประทีปทัศน์ เป็นกรรมการสภาการพยาบาล แทน ประกายแก้ว ก๋าคำ ที่พ้นจากการเป็นกรรมการสภาการพยาบาลเพราะขอลาออก ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ…

ส่วนกระทรวงพลังงานได้มีคำสั่งอนุญาตให้ อธิปัตย์ บำรุง ข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ลาออกไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ซึ่งเป็นองค์การมหาชน…

“ซี.12”

 

ม.44 ถึงคิวยุติธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 8 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/657066

 

แล้วกระทรวงยุติธรรมก็เจอกับการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้ามาจัดการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญใน 2 กรม

ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 34/2559 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง โดยระบุว่า

เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ นายณรงค์ รัตนานุกูล พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษ ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี

ข้อ 2 ให้ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย พ้นจากตำแหน่ง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ
ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ข้อ 3 ให้ นายพสิษฐ์ อัศววัฒนาพร พ้นจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม

ข้อ 4 ให้ นายวัลลภ นาคบัว พ้นจากตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม

มาพูดถึง ป.ป.ส.กันก่อน จำได้ว่าเมื่อตอนเข้ายึดอำนาจใหม่ๆมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขาธิการ ป.ป.ส.คนก่อน ก็ได้นายณรงค์ เข้ามาเป็นเลขาธิการคนใหม่แต่ทำงานไปไม่ถึงปีก็มีคำสั่ง คราวนี้ให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษ ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่เหลือเวลาราชการอีก 3 เดือนก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว

ส้มเลยหล่นใส่ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย รองเลขาธิการที่ได้ขึ้นเป็นเลขาธิการเต็มตัว แต่ก็คงต้องสนองนโยบายอย่างเต็มกำลังไม่ยังงั้นอาจเกิดรายการเก้าอี้หายซ้ำซาก

ส่วนสำนักงานกิจการยุติธรรม นั้นเมื่อ ผู้อำนวยการพสิษฐ์ ต้องลุกไปเลยเป็นโอกาสของ รองวัลลภ นาคบัว ที่จะได้แสดงฝีมือ

พูดถึงกระทรวงยุติธรรมแล้วใครล่ะจะโชคดีมีชัยมากไปกว่า นายปฏิคม วงษ์สุวรรณ อธิบดีราชทัณฑ์คนใหม่ที่มีอายุราชการเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 3 เดือนในวันนี้

แต่สามารถเลื่อนจากรองอธิบดีเป็นอธิบดีได้เมื่อวานซืน นี่น่าจะแสดงว่าถ้าไม่เก่งจริงก็ต้องมีเส้นใหญ่จริง.

“ซี.12”

 

ย้ายย่อยๆใน มท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 7 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/656011

 

ที่กระทรวงมหาดไทยในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมาเดือนสองเดือนนี้มีการโยกย้ายข้าราชการในตำแหน่งสำคัญระดับกลางออกมาเรื่อยๆ จึงขอรวบรวมมาแจ้งข่าวคราวความเป็นไปของตำแหน่งโน้นตำแหน่งนี้ให้ทราบตามสมควร

ตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานจังหวัด มีการย้าย นางสาววัชรี จิตต์วรจินดา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบุรี เป็น หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วให้ นางวันเพ็ญ มังศรี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็น หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเพชรบุรี

อีกรายการหนึ่งเป็นการโอน นายบัญชา เชาวรินทร์ นายอำเภอเมืองสระบุรี จากกรมการปกครองมาเป็นหัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี

ตำแหน่งอื่นๆมี นางโสรยา พานิชพงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการ สำนักนโยบายและแผน เป็น ผู้อำนวยการกองคลัง นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์และประมวลการข่าว ศูนย์ปฏิบัติการข่าวกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการข่าว กระทรวงมหาดไทย นายคณิต คงช่วย นิติกรชำนาญการพิเศษ กลุ่มงาน คดีและนิติกรรมสัญญา สำนักกฎหมาย เป็น ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงภายใน สำนักนโยบายและแผน

ในส่วนของตำแหน่ง ผู้อำนวยการกลุ่มงาน มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนทั้งในส่วนกลางและสำนักงานจังหวัดต่างๆ ในชั้นนี้ขอยกตัวอย่างเฉพาะในส่วนกลางคืิอ นายภูธนะ ชมภูมิ่ง เป็น ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิจัยและพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น นายสมพร ยิ้มเผือก เป็น ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาโครงสร้าง ระบบงานและระบบบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร นายอภิชาติ สาราบรรณ์ เป็น ผู้อำนวยการกลุ่มงานสนับสนุนสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด เป็น ผู้อำนวยการกลุ่มงานวางแผนอัตรากำลัง กองการเจ้าหน้าที่ นายบัณฑิต สมถวิล เป็น ผู้อำนวยการกลุ่มงานติดตามและประสานการข่าว ศูนย์ปฏิบัติการข่าวกระทรวงมหาดไทย นางเพชรี เขมวิรัตน์ เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการ สำนักนโยบายและแผน นางรชตภร โตดิลกเวชช์ เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักนโยบายและแผน นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ เป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ สำนักนโยบายและแผน

สำหรับผู้อำนวยการกลุ่มงานในสำนักงานจังหวัดต่างๆในส่วนภูมิภาคก็มีการโยกย้ายพร้อมกันในคราวนี้หลายสิบตำแหน่ง

ในส่วนของกรมการปกครองช่วงนี้กำลังอยู่ในระหว่างการคัดเลือก นายอำเภออำนวยการระดับต้น เพื่อเลื่อนขึ้นเป็น นายอำเภออำนวยการระดับสูง ซึ่งผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ทดสอบวิสัยทัศน์ไปแล้วเมื่อตอนปลายเดือนมิถุนายน

เข้าใจว่า อีกไม่นานนี้กระทรวงมหาดไทยก็จะมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายออกมา.

“ซี.12”

 

ศาสตราจารย์ใหม่ (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 6 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/655081

 

การเข้าสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาต่างๆของแต่ละมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคก็มีอีกหลายแห่ง

ชุดที่เพิ่งประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนสองเดือนนี้มีหลายมหาวิทยาลัยคือ

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มี รศ.สาคร พรประเสริฐ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ (จุลทรรศนศาสตร์คลินิก) สังกัดคณะเทคนิคการแพทย์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มี 1.รศ.เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ 2.รศ.บัญชา สมบูรณ์สุข รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะทรัพยากรธรรมชาติ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาส่งเสริมการเกษตร สังกัดคณะทรัพยากรธรรมชาติ 3.รศ.บุญเลิศ กู้เกียรติตระกูล รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะทันตแพทยศาสตร์ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาทันตกรรมบูรณะ สังกัดคณะทันตแพทยศาสตร์ 4.รศ.ดวงพร คันธโชติ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาจุลชีววิทยา สังกัดคณะวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มี รศ.ธาดา สุทธิธรรม รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ สังกัดคณะศิลปประยุกต์และการออกแบบ

ชุดต่อมาเป็นการแต่งตั้งเมื่อมีสถานะเป็น พนักงานมหาวิทยาลัย สังกัดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือ 1.รศ.หม่อมหลวงสุรสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาโบราณคดี สังกัดคณะวิจิตรศิลป์ 2.รศ.พงศ์เดช ไชยคุตร รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะวิจิตรศิลป์ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาภาพพิมพ์ สังกัดคณะวิจิตรศิลป์

ของ มหาวิทยาลัยมหิดล มี รศ.นาวาอากาศโท สมพล เพิ่มพงศ์โกศล พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา สังกัดคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มี รศ.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ พนักงานสถาบัน ตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม สังกัดคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ของ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า มี พันเอก ธไนนิธย์ โชตนภูติ อาจารย์หัวหน้าภาควิชา เป็น ศาสตราจารย์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

รายสุดท้ายของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มี รศ.พระศรีคัมภีรญาณ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) พนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่ง รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะพุทธศาสตร์ เป็น ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาพระพุทธศาสนา สังกัดคณะพุทธศาสตร์

ยินดีและชื่นชมในความก้าวหน้าของทุกท่าน.

“ซี.12”

 

ศาสตราจารย์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 5 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654239

 

ในยุคที่มหาวิทยาลัยของรัฐส่วนใหญ่ออกนอกระบบราชการทำให้สถานะของอาจารย์มหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงไปบ้าง คือถ้ายังอยู่ในระบบราชการยังเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา แต่ถ้าออกนอกระบบแล้วก็เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยบ้างพนักงานสถาบันบ้าง

อย่างไรก็ตาม สิทธิประโยชน์ทั้งหลายก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำไป

วันนี้มีตัวอย่างของการเข้าสู่ตำแหน่ง ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาต่างๆของแต่ละมหาวิทยาลัยก็มิได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงดังจะยกมาให้เห็นเช่น

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มีการแต่งตั้ง 1.รศ.มณีวรรณ ฉัตรอุทัย รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะบริหารธุรกิจ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังกัดคณะบริหารธุรกิจ 2.รศ.ผลิน ภู่จรูญ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะบริหารธุรกิจ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาบริหารธุรกิจ สังกัดคณะบริหารธุรกิจ 3.รศ.บุษยา วีรกุล รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นศาสตราจารย์ ในสาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังกัดคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ส่วนของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี 1. รศ.โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะอักษรศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาปรัชญา สังกัดคณะอักษรศาสตร์ 2.รศ.บุษกร บิณฑสันต์ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะศิลปกรรมศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาดุริยางคศิลป์ สังกัดคณะศิลปกรรมศาสตร์ 3.รศ.ประกิตติ์สิน สีหนนทน์ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาจุลชีววิทยา สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ 4.รศ.วิเชียร ริมพณิชยกิจ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาชีวเคมี สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ 5.รศ.ไชยันต์ ไชยพร รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะรัฐศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ สังกัดคณะรัฐศาสตร์ 6.รศ.สนอง เอกสิทธิ์ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาเคมี สังกัดคณะวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มี รศ.ชาวสวน กาญจโนมัย รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล สังกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยศิลปากร มี รศ.วีระ อินพันทัง รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาสถาปัตยกรรม สังกัดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยมหิดล มี 1.รศ.ธนวรรณ กุมมาลือ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาพยาธิวิทยาคลินิก สังกัดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 2.รศ.บรรยง ภักดีกิจเจริญ รองศาสตราจารย์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นศาสตราจารย์ในสาขาวิชาอายุรศาสตร์ สังกัดคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในส่วนกลางคือกรุงเทพมหานคร และยังมีศาสตราจารย์ใหม่ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคด้วย ซึ่งจะได้นำเสนอต่อไป.

“ซี.12”