นบส.83

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/577209

โดย ซี.12 15 ก.พ. 2559 05:01

 

การฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง : ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม (นบส. 1) ของสำนักงาน ก.พ. นั้นเป็นหลักสูตรที่จำเป็นและเกี่ยวพันกับความก้าวหน้าของข้าราชการที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งบริหาร

ไม่เหมือนกับหลักสูตรหาพวกพาเพื่อนหรือแม้กระทั่งหาคู่ของหลายองค์กรที่เปิดกันเกลื่อน

วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร นบส.1 รุ่นที่ 83 และจะดำเนินไปเป็นเวลา 3 เดือนเต็ม

ส่วนใหญ่ของผู้ได้รับการคัดเลือกมาเข้าหลักสูตรเป็นผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง และหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดของกรมต่างๆในทุกกระทรวง

เนื่องจากมีจำนวนมากมายเป็นร้อยคนจึงจำเป็นต้องใช้เวลาหลายวันหน่อยในการบอกกล่าว อย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อนเพราะทุกคนที่ได้เข้าหลักสูตรต่างมีความภาคภูมิใจในวิถีแห่งความก้าวหน้าครานี้

จาก สำนักนายกรัฐมนตรี มี นางอุบลรัตน์ คงกระพันธ์ ผอ.สำนักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ นายฤทธี ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการระดับต้นรักษาราชการแทน ผอ.สำนัก 11 สำนักข่าวกรองแห่งชาติ นายสมชัย รอดเรือง ผอ.สำนักจัดทำงบประมาณด้านความมั่นคง 2 สำนักงบประมาณ นางพิมพร โอวาสิทธิ์ ผอ.สำนักอำนวยการ สำนักงบประมาณ นายอนุชา ภาระนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาระบบบริหาร สำนักงบประมาณ นางศศิพร ปาณิกบุตร ผอ.กองประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กปร. นางนิพัทธา บรรจงลิขิตสาร ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาระบบงานบุคคล สำนักงาน ก.พ. นายสุวัฒน์ เอื้อเฟื้อ ผอ.สำนักพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน สำนักงาน ก.พ. นางชุลีพร บุณยมาลิก ผอ.สำนักวางแผนการเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นางเยาวลักษณ์ ตั้งบุญญะศิริ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ.ร. นายฉัตรชัย บางชวด ผอ.สำนักยุทธศาสตร์ความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้และชนต่างวัฒนธรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ นางอุดมพร เอกเอี่ยม ผอ.สำนักบริหารกลาง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายสุรพล สันตยานนท์ ผอ.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นางเอมปรีดิ์ วัชรางกูร ผอ.สำนักบริหารกลาง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

จาก กระทรวงการคลัง มี นายถนัด หอมจันทร์ ธนารักษ์พื้นที่กระบี่ กรมธนารักษ์ นางสาวนิภา ลำเจียกเทศ ผอ.กองการเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง นางอัญชลี ศรีอำไพ ผอ.สำนักการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง นายเกรียงไกร ลิมปอารยะกุล สรรพากรพื้นที่สุพรรณบุรี กรมสรรพากร นายเจริญ เสือนิล สรรพากรพื้นที่ชุมพร กรมสรรพากร นางสาววีณา ลิ่มสวัสดิ์ สรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 23 กรมสรรพากร นางวชิรญา เพิ่มภูศรี ผอ.สำนักกำกับและประเมินผลรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ นางสาวพิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ผอ.สำนักจัดการหนี้ 2 สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

จาก กระทรวงการต่างประเทศ มี นายสุภาค โปร่งธุระ ผอ.กองประชาสัมพันธ์การทูตสาธารณะ กรมสารนิเทศ นางจิราพร สุดานิช เลขานุการกรมสารนิเทศ จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มี นายกระจ่าง ขอนดอก ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายชาญณรงค์ สุหงษา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก นางสาวดารณี ลิขิตวรศักดิ์ ผอ.สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา

วันแรกหมดลงเพียง 4 กระทรวงเท่านั้น.

“ซี.12”

มุมข้าราชกร 13/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/576395

โดย ซี.12 13 ก.พ. 2559 05:01

 

คาดไม่ถึงว่าการหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ที่มีมายาวนานแล้วนั้นแต่ละครั้ง เจ้าภาพ จะต้องใช้งบประมาณจ้าง บริษัทเอกชน มาเป็นคนจัดการด้วยเงินเป็นล้านๆ คือ 1 ล้านบ้าง 2 ล้านบ้างแล้วแต่ใครจะ หน้าใหญ่ จัดให้หรูดูดีเพราะมี นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานการประชุมและถือโอกาสตรวจเยี่ยมกระทรวงนั้นๆด้วย…

คิดๆดูแล้วเสียดาย เงินของแผ่นดิน เป็นกำลังเลยเป็นที่มาของการตั้งคำถามว่าทำไมต้องใช้งบประมาณขนาดนั้น ทำไมจะต้องจ้าง บริษัทเอกชน มาจัดการจะอับอายอะไรกันนักหนาถ้าหากจะจัดการประชุมแบบธรรมดาใช้ ข้าราชการ ใช้ พนักงานราชการ ใช้ ลูกจ้าง นักการภารโรง ในสังกัดมาบริการกันเอง อาหารเครื่องดื่ม ก็เอา แต่พอทำเนาแบบธรรมดา ไม่ต้องไปจ้างเหมามาในราคาแพงๆจะได้หรือไม่หรือว่า คนของราชการ เดี๋ยวนี้ทำอะไรไม่เป็นกันแล้วต้องจ้างเหมากันตะพึดตะพือ…

สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นช่องทางของการ หาประโยชน์ ของ ผู้รับผิดชอบ หรือได้รับมอบหมายให้ดำเนินการซึ่งน่าจะขจัดออกไปได้ถ้า ผู้นำสูงสุด แสดงความไม่พึงใจและให้นโยบายไปว่าทีหลังอย่าทำอย่างนี้ มาแข่งขันกันว่าใครจัดการประชุมได้ดูดีในราคาประหยัดกว่ากัน ว่าแต่ว่าเดือนหน้าถึงคิวใคร กระทรวงไหน เป็นเจ้าภาพโปรดระวังทุกสายตาที่จับจ้องมองดูอยู่ไม่รู้ว่าเตรียมงบไว้กี่ล้านวาน เจ้ากระทรวง สอดส่องด้วยเพราะเดี๋ยวนี้การทำมาหากินของ บริษัทรับจัดงาน ที่เรียกว่า อีเวนต์ นั้นก็มุ่งหากินกับราชการนี้แหละเพราะเงินดีไม่มีเบี้ยวเพียงแต่อาจจะต้องเสียส่วนแบ่งไปบ้างก็ยังกำไร…

ยังไม่ได้เขียนถึงรายการย้ายแบบไม่ปกติกรณี ว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2559 ว่าเกิดขึ้นด้วยสาเหตุอันใด…

แต่ที่เป็นการเลื่อนตำแหน่งตามเส้นทางคือการที่ วีระ อุไรรัตน์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ขยับมาเป็น รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาของความก้าวหน้าในการทำงานในราชการพลเรือนซึ่งก็ดีแล้วที่ไม่มี ข้าราชการประเภทอื่น ข้ามห้วยมาตัดหน้า…

ส่วนอธิบดีใหม่อีก 2 รายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคือ ทศพร นุชอนงค์ เป็น อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ธัญญา เนติธรรมกุล เป็น อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยขึ้นจากรองอธิบดีในกรมนั้นๆอยู่แล้ว…

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช.ชุดใหม่ 7 คน ได้ผลออกมาแล้วได้แก่ สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ จรัล ตฤณวุฒิพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุข ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย พินิจ หิรัญโชติ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือก ชุมศรี พจนปรีชา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการคลัง สมใจ โตศุกลวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย จิตติ มงคลชัยอรัญญา ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์ ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของ สสส. กำลังอยู่ในช่วงของการรับสมัครและคัดเลือก เชื่อเถอะว่าคนดีคนเก่งในวงการนี้มีมากมายโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งบริการของคนเก่าที่ถูกปลด…

หนังสือดีจาก สำนักพิมพ์จุฬา ในเรื่อง ความรู้ อำนาจ และสุขภาพ จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ โดย พัชรินทร์ สิรสุนทร ให้ความรู้ทางด้านสังคม วิทยาการแพทย์ในประเทศไทยได้ดียิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาวะไร้พรมแดน ส่วน สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์ เสนอ ระเบียงเศรษฐกิจอาเซียน-การคมนาคมขนส่งและอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ โดย ดร.โสดากิติ์ วงศ์โกมลเชษฐ์ มีข้อมูลดีเยี่ยม…
“ซี.12”

อำเภอคุณธรรม (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575889

โดย ซี.12 12 ก.พ. 2559 05:01

 

คณะกรรมการขับเคลื่อนคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบโครงการ “อำเภอคุณธรรม” ดังที่ได้แจ้งให้ทราบแล้วเมื่อวานนี้นั้น

มีองค์ประกอบและหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ เป็น ประธานกรรมการ

ส่วนกรรมการได้แก่ 2.นายพีรพล ไตรทศาวิทย์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย 3.นายปราโมทย์ โชติมงคล อดีตประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน 4.นายประกิจ ประจนปัจจนึก อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ 5.นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

6.นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อดีตอธิบดีที่ดิน 7.นายชลิต ดำรงศักดิ์ อดีตอธิบดีกรมชลประทาน 8.นายชวน ศิรินันท์พร อดีตอธิบดีกรมการปกครอง 9.นายวัลลภ พริ้งพงษ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 10.นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงษ์ อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

11.นายศานิตย์ นาคสุขศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว 12.นายดำรงค์ ชินหิรัญ อดีตที่ปรึกษาสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 13.
นายธงชัย ณ นคร บรรณาธิการข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ 14.พญ.ประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข 15.นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

16.นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต 17.ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง 18.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง 19.นายนรภัทร ปลอดทอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 20.นายอดิศักดิ์ ตันยากุล อดีตรองเลขาธิการ สมช. กรรมการและเลขาธิการ 21.นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องถิ่น กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการ

หน้าที่ของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ชุดนี้คือ

1.พิจารณากลั่นกรองอำเภอคุณธรรมที่จังหวัดเสนอมาเข้าร่วมโครงการ

2.ติดตามการดำเนินการและให้คำแนะนำเพื่อให้มีการขับเคลื่อนการทำงานตามรอยพระยุคลบาท

3.ปฏิบัติภารกิจอื่นในการขับเคลื่อนคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท

ขณะนี้ มูลนิธิพัฒนาข้าราชการ กำลังรวบรวมรายชื่ออำเภอที่จังหวัดต่างๆ ส่งมาให้เมื่อได้ครบแล้วจะได้นำเข้าไปหารือในคณะกรรมการขับเคลื่อนคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท

จากนั้นจะได้นำไปปรึกษาหารือกับอธิบดีกรมการปกครองเพื่อจัดเตรียมการสัมมนาให้ความรู้ ความเข้าใจแก่นายอำเภอที่เข้าร่วมในโครงการนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการอำเภอคุณธรรมในชุดนำร่อง 89 อำเภอใน 26 จังหวัดดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว

ควรมีการขยายผลไปยังจังหวัดต่างๆที่เหลือให้ครบถ้วนทั้ง 76 จังหวัดด้วย.

“ซี.12”

อำเภอคุณธรรม (1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/575394

โดย ซี.12 11 ก.พ. 2559 05:01

 

การบริหารราชการแผ่นดินด้วยคุณธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญยิ่งในการทำงานของข้าราชการ

การขับเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงต้องสนับสนุนกันเต็มกำลัง อย่างเช่นวันนี้มีใบบอกจาก นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ แจ้งมาว่า

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2556-2558) สมาคมความมั่นคงแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับจังหวัดต่างๆ 26 จังหวัด จัดโครงการอบรมสัมมนาในหัวข้อ “คุณธรรมตามรอยพระยุคลบาทชาติเข้มแข็งมั่นคง” ให้กับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่นและภาคเอกชน โดยมีผู้เข้าอบรมสัมมนาจังหวัดละ 300-500 คน

ขณะเดียวกัน มูลนิธิพัฒนาข้าราชการ ก็ได้จัดโครงการอบรม “คุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท” ให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ในส่วนกลางไปแล้ว 67 กรมจาก 11 กระทรวง โดยมี ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นวิทยากรพิเศษให้กับทั้ง 2 โครงการ

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญในการปลุกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่รัฐ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นหลักของบ้านเมือง เป็นศูนย์รวมความรักความสามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ ให้สำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อชาติบ้านเมืองและประชาชนชาวไทย และให้ตระหนักถึงคุณค่า และความสำคัญของคุณธรรม คติธรรม และปรัชญาในการดำเนินชีวิตที่พระราชทานไว้ในพระบรมราโชวาท พระราชดำรัสและพระราชดำริในวโรกาสต่างๆ ซึ่งจะต้องน้อมนำมาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต ปฏิบัติภารกิจตามรอยพระยุคลบาท เพื่อนำพาชาติบ้านเมืองไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและความร่มเย็นเป็นสุขอย่างแท้จริง

ในปี 2559 นี้ เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 89 พรรษา และทรงครองราชย์ 70 ปี นับเป็นปีมหามงคลเป็นวโรกาสที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง มูลนิธิพัฒนาข้าราชการ ร่วมกับ กรมการปกครอง พิจารณาเห็นสมควรที่จะดำเนินการขับเคลื่อน “คุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท” ให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้จัด โครงการอำเภอคุณธรรม ขึ้น

ในการนี้มูลนิธิพัฒนาข้าราชการได้จัดตั้ง “คณะกรรมการขับเคลื่อนคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท” เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบโครงการ “อำเภอคุณธรรม” และได้ขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด 26 จังหวัด ที่ได้ร่วมมือกับสมาคมความมั่นคงปลอดภัยแห่งประเทศไทย จัดอบรมสัมมนาโครงการ “คุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท ชาติเข้มแข็งมั่นคง” ให้คัดเลือกอำเภอจำนวน 89 อำเภอ ส่งมาให้มูลนิธิพัฒนาข้าราชการ พิจารณานำเข้าร่วมโครงการ “อำเภอคุณธรรม” ต่อไป

คุณสมบัติในเบื้องต้นของอำเภอที่จะเข้าร่วมในโครงการ “อำเภอคุณธรรม” คือ ตัวนายอำเภอ เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม มีความรู้ความสามารถ มีภาวะผู้นำ ได้รับการยอมรับนับถือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆในพื้นที่เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน และ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในอำเภอ ร่วมมือร่วมใจกันทำงานด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ

เรียกว่าต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนตัวนายอำเภอจะโชว์เดี่ยวเก่งคนเดียวไม่ได้ ต้องจูงใจให้ลูกน้องในอำเภอร่วมแรงร่วมใจกันทำงานให้แผ่นดินด้วยคุณธรรมอย่างจริงจังด้วย.

“ซี.12”

พัฒนาการจังหวัดเลื่อนชั้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574815

โดย ซี.12 10 ก.พ. 2559 05:01

 

รายการติดค้างอีกเรื่องหนึ่งคือการโยกย้ายเลื่อนชั้นข้าราชการในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชนจากตำแหน่งพัฒนาการจังหวัดอำนวยการระดับต้นเป็นพัฒนาการจังหวัดอำนวยการระดับสูงจำนวน 15 รายด้วยกัน

กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งในเรื่องดังกล่าวออกมาตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2559 โดยให้เดินทางไปรายงานตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ในวันที่ 18 มกราคม 2559 เกือบเดือนแล้วดังนี้

1.นายดำรงชัย พุ่มสงวน พัฒนาการจังหวัดระยอง เป็น พัฒนาการจังหวัดชลบุรี 2.นางศิริ กำปั่นทอง พุ่มสงวน พัฒนาการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็น พัฒนาการจังหวัดนครปฐม 3.นายวินัย พันธุ์อยู่ พัฒนาการจังหวัดจันทบุรี เป็น พัฒนาการจังหวัดสงขลา 4.นายไกรวุฒิ ช่วยสถิตย์ พัฒนาการจังหวัดพัทลุง เป็น พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส 5.นางยุพา ศรีแก้วหล่อ พัฒนาการจังหวัดกำแพงเพชร เป็น พัฒนาการจังหวัดชลบุรี

6.นายอรชุน ธิวรรณลักษณ์ พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี 7.นางณัฏฐิยาภรณ์ ศรีสุบรรณ์ พัฒนาการจังหวัดพะเยา เป็น พัฒนาการจังหวัดพิษณุโลก 8.นางสุนีย์ บุตรเนียร พัฒนาการจังหวัดนครนายก เป็น พัฒนาการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 9.นางสาวศันสนีย์ ทาสม พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ เป็น พัฒนาการจังหวัดแม่ฮ่องสอน 10.ว่าที่พันตรีสุเนตร ทองดี พัฒนาการจังหวัดสิงห์บุรี เป็น พัฒนาการจังหวัดยะลา

11.นายชัยยา ขำสะอาด พัฒนาการจังหวัดราชบุรี เป็น พัฒนาการจังหวัดกาญจนบุรี 12.นายประพันธ์ พรหมสมบูรณ์ พัฒนาการจังหวัดพังงา เป็น พัฒนาการจังหวัดปัตตานี 13.นายโชคชัย แก้วป้อง ผู้อำนวยการกองแผนงาน กรมการพัฒนาชุมชน เป็น พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ 14.นางสุพัตรา แสงทอง พัฒนาการจังหวัดลำพูน เป็น พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ 15.นางสาวศรีวรรณา จันทร์จิตเพ็ชร พัฒนาการจังหวัดบึงกาฬ เป็น พัฒนาการจังหวัดสกลนคร

ในจำนวนนี้มีผู้เข้าสู่ตำแหน่ง พัฒนาการจังหวัด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวมอยู่ด้วยทั้ง 3 จังหวัดคือ นายไกรวุฒิ ช่วยสถิตย์ พัฒนาการจังหวัดนราธิวาส ว่าที่พันตรีสุเนตร ทองดี พัฒนาการจังหวัดยะลา และ นายประพันธ์ พรหมสมบูรณ์ พัฒนาการจังหวัดปัตตานี ติดตามด้วย นายวินัย พันธุ์อยู่ พัฒนาการจังหวัดสงขลา

นับเป็นภารกิจที่หนักหน่วงและท้าทายเป็นอันมาก

ในส่วนของจังหวัดอื่นๆก็มีภารกิจที่หลากหลายแตกต่างกันไปตามลักษณะของพื้นที่ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ต้องเสี่ยงกับภัยอันตรายจากการก่อความไม่สงบ

นอกจากนั้นในกรมการพัฒนาชุมชนเองก็กำลังดำเนินการคัดเลือกข้าราชการในสังกัดเข้าสู่ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญอีกจำนวนหนึ่ง มีผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก 6 ราย เป็นพัฒนาการจังหวัด 2 ราย คือ นางสาวพจนา สุจำนงค์ พัฒนาการจังหวัดหนองบัวลำภู กับ นายไพบูลย์ บูรณสันติ พัฒนาการจังหวัดตรัง

อีก 4 รายเป็น ข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษในกรมคือ นายชัยโรจน์ ธนสันติ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สถาบันการพัฒนาชุมชน นายพัลลภ ตันจริยภรณ์ นักวิเทศสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ กองแผนงาน นางพีรดา จริยะกุลญาดา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการพิเศษสำนักพัฒนาทุนและองค์กรการเงินชุมชน นายรักษ์พล วงษ์ม่วง นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สถาบันการพัฒนาชุมชน

รายการนี้อาจจะทราบผลแล้วหรือไม่ก็ใกล้ทราบเต็มทีแล้ว.

“ซี.12”

งบตำบล 5 ล้าน (2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574291

โดย ซี.12 9 ก.พ. 2559 05:01

 

วันนี้เป็นตัวอย่างโครงการที่ใช้งบตำบล 5 ล้านซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่แก้ปัญหาให้ประชาชน

บันทึกของคนมหาดไทยที่มีบทบาทในการผลักดันเรื่องนี้ระบุว่าหลังจากที่ได้ขับเคลื่อนมาตรการไปกว่า 3 เดือน เริ่มเห็นรูปธรรมความสำเร็จ ของโครงการมากขึ้น เช่น ที่ จังหวัดลพบุรี ได้เปิดตัวโครงการฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพตำบลโคกตูม “การฝึกอบรมและสาธิตการเพาะเห็ดฟางตะกร้า” ใช้งบประมาณ 90,000 บาท โดยมีเป้าหมายในการให้ความรู้กับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อให้ชุมชนสามารถผลิตอาหารเองได้ ช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน โดยการนำฟางข้าว วัสดุเหลือใช้จากการทำนาปีมาใช้ประโยชน์ แทนการเผาซึ่งสร้างมลพิษในอากาศ ส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับการพัฒนา มีความรู้ในการประกอบอาชีพเพิ่มเติมและยังสามารถนำไปประกอบอาชีพเป็นรายได้เสริมได้ เพื่อนำไปใช้จ่ายในส่วนอื่นๆที่มีความจำเป็นได้ในช่วงฤดูแล้ง โดยมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่ กลุ่มสตรี กลุ่มเกษตรกร และประชาชนในตำบลโคกตูมประมาณ 300 คน

ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่บ้านแก้ง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ได้ร่วมกันดำเนินการก่อสร้างฝายกั้นน้ำบริเวณลำห้วยศรีคุณ ที่รองรับน้ำมาจากเทือกเขาภูพาน ซึ่งเดิมมีปัญหาในช่วงหน้าแล้ง ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ โดยนำงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจำนวน 200,000 บาท มาซื้อวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง โดยใช้แรงงานคนในชุมชนท้องถิ่นแบบไม่มีการว่าจ้างผู้รับเหมาเพื่อตัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และใช้งบประมาณไม่คุ้มค่าตรงตามวัตถุประสงค์ โดยคาดว่าจะสามารถรับมือภัยแล้งได้ มีน้ำในการทำการเกษตรไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ ในการปลูกพืชการเกษตรฤดูแล้ง อาทิ แตงโม ถั่วลิสง ข้าวโพด ถั่วฝักยาว ให้ชาวบ้านมีอาชีพ มีรายได้ตลอดทั้งปี

เช่นเดียวกับที่ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้เปิดตัวโครงการตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อำเภอท่ามะกาได้รับการอนุมัติโครงการจำนวนทั้งสิ้น 262 โครงการ เป็นเงินจำนวน 84,289,900 บาท จำแนกเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ และโครงการประเภทส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย เช่น โครงการส่งเสริมอาชีพ ทั้งการเพาะเห็ด การทำขนมอบและขนมต่างๆ รวมทั้งการปลูกพืชเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ และโครงการที่เกี่ยวกับการซ่อมแซม หรือบูรณะทรัพย์สินที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น การขยายประปา ปรับปรุงระบบระบายน้ำ ปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนริมน้ำ เป็นต้น

ความสำเร็จของการดำเนินมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบลอีกกว่า 100,000 โครงการจะเกิดขึ้นได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของภาคราชการเพียงอย่างเดียว

หัวใจสำคัญของนโยบายซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดคือ การกระตุ้นให้เกิดการร่วมคิดร่วมทำของประชาชนทุกกลุ่มในพื้นที่ในฐานะเจ้าของโครงการ และงบประมาณที่จะช่วยผลักดันโครงการไปสู่ความสำเร็จ และสามารถมั่นใจได้ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลงไปนั้นเป็นไปตามความต้องการของประชาชนโดยแท้จริง

ในห้วงระยะเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนในท้องถิ่นต้องร่วมกันหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์ อันจะส่งผลให้เกิดดอกผลแห่งความร่วมแรงร่วมใจ ซึ่งก็คือการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

และเห็นจะต้องทำบันทึกต่อท้ายว่าหากจับได้ไล่ทันว่าที่แห่งไหนมีการทุจริตคิดมิชอบต้องเอาให้ตาย.

“ซี.12”

งบตำบล 5 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573906

โดย ซี.12 8 ก.พ. 2559 05:01

 

ทั้งน้อยใหญ่ในกระทรวงมหาดไทยกำลังทุ่มเทอยู่กับการผลักดันมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล (ตำบลละ 5 ล้าน) อันเป็นงานชิ้นสำคัญที่รัฐบาลภูมิใจ

มีบันทึกจากคนทำงานในมหาดไทยให้ช่วยเผยแพร่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการนี้ซึ่งไม่มีอะไรขัดข้องอยู่แล้ว

งานนี้มีเป้าหมายในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนผู้มีรายได้น้อยอ่อนแอลง โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้ตำบลละ 5 ล้านบาท จำนวน 7,255 ตำบล รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 36,275 ล้านบาท ให้ประชาชนในพื้นที่เสนอความต้องการผ่านการจัดทำโครงการที่จะก่อให้เกิดการจ้างงาน การบริโภค การลงทุนในพื้นที่ และผลักดันให้เกิดการพัฒนาในท้องถิ่นและภูมิภาคอย่างทั่วถึง

กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก และดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2559 ซึ่งแต่ละอำเภอได้รวบรวมโครงการจากความต้องการของพื้นที่ โดยใช้หมู่บ้านและตำบลเป็นกลไกในการนำเสนอโครงการ เสนอไปยังคณะกรรมการในระดับจังหวัดที่ช่วยกลั่นกรองตรวจสอบโครงการ และมีอำนาจอนุมัติโครงการให้เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่กำหนด ก่อนส่งไปยังสำนักงบประมาณพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพื่อให้พื้นที่ดำเนินโครงการต่อไป

ในขณะที่การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นภารกิจสำคัญที่กรมบัญชีกลางรับไปดำเนินการโดยในปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณแล้วกว่า 111,348 โครงการ งบประมาณ 33,361 ล้านบาทเศษ หรือร้อยละ 91.96 ของงบประมาณทั้งหมด และคาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จทันตามห้วงระยะเวลาที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องธรรมดาที่การดำเนินมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลมักจะมาพร้อมๆกับข้อวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของการบริหารโครงการไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมในการดำเนินการ ตลอดจนความล่าช้าของการดำเนินโครงการ

เรื่องนี้จำเป็นต้องทำความเข้าใจว่า การบริหารโครงการในแต่ละขั้นตอนนั้นจะมีกรอบระยะเวลาไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ซึ่งกฎเกณฑ์ต่างๆเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะเป็นเครื่องมือในการกำกับให้งบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ถูกใช้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า กฎเกณฑ์ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างหรือทำให้ความล่าช้าเป็นเรื่องปกติ

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายของนโยบาย เช่น การเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้วยความทุ่มเทเต็มความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกฝ่าย ให้มีการมีกำกับดูแลการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิดมิให้เกิดช่องว่างไปสู่การทุจริต การจัดหน่วยเคลื่อนที่ลงพื้นที่เพื่อให้คำแนะนำและติดตามความก้าวหน้าของโครงการ เป็นต้น

นอกจากนี้ ควรมีการประสานความร่วมมือเพื่อสร้างกลไกการขับเคลื่อนมาตรการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงาน ป.ป.ช. สตง. ตลอดจนองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่

แล้ววันพรุ่งนี้จะมีตัวอย่างดีๆมาให้ดูกัน.

“ซี.12”

มุมข้าราชการ 16/02/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573109

โดย ซี.12 6 ก.พ. 2559 05:01

 

เรื่องอื้อฉาวในวงราชการตอนนี้ไม่มีเรื่องไหนเกิน หมอฟันหญิง นางหนึ่งรับทุนรัฐบาลไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วเบี้ยวความรับผิดชอบไม่ยอมกลับมาทำงานใช้ทุนหรือชดใช้เป็นตัวเงินทำให้ ผู้ค้ำประกัน ที่เป็นหมอฟันด้วยกันต้องรับภาระชดใช้แทนตามกฎหมายซึ่งผู้คนในสังคมไทยทั้งในและนอกประเทศที่รับทราบเรื่องราวผ่านสื่อต่างๆพากันประณามหยามเหยียดการกระทำดังกล่าวกันอย่างรุนแรง…..

ปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องตั้งคำถามตามมาในหลายประเด็นว่านี่ถ้าไม่มีการเปิดโปงออกมาทุกอย่างคงเงียบหายไปปล่อยให้คนผิดลอยนวลเหมือนกับหลายๆกรณีที่ปรากฏในสังคมไทย อย่างเช่นเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วทำไม มหาวิทยาลัยมหิดล ยังยอมอนุมัติให้หมอฟันนางนั้น ลาออกจากราชการ แทนที่จะทำเรื่อง ไล่ออกจากราชการ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในสมัยไหนใครเป็น อธิการบดี ได้โปรดแถลงให้ชัดเจน….

สำหรับ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สถานศึกษาอันมีเกียรติในสหรัฐอเมริกาที่ หมอฟันนางนั้น ไปเรียนหรือทำงานด้วยทั้งที่รับทราบเรื่องราวแล้วกลับมีพฤติกรรมนิ่งเฉยแบบทองไม่รู้ร้อนกับความบกพร่องทางจริยธรรมที่เกิดขึ้นกับบุคลากรของตัวเองนั้น ก็คงไปทำอะไรไม่ได้มากต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของ ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ด ที่เป็นคนดังในสังคมไทยจัดการผดุงศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัยกันเอง เพราะเท่าที่ทราบล้วนแต่เป็นคนที่มีบทบาทสูงในสังคมไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ดร.อัมมาร สยามวาลา ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร เป็นอาทิ…..

ศิษย์เก่าฮาร์วาร์ด ที่แสดงบทบาทประท้วงความอืดอาดของมหาวิทยาลัยในกรณีนี้ได้อย่างน่ายกย่องคือ เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ซีอีโอ) ปตท.ที่ประกาศว่าในช่วงนี้ขอลบความเกี่ยวข้องทางการศึกษากับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดออกจากประวัติที่เผยแพร่ต่อสังคมออกไปชั่วคราวจนกว่าจะมีการจัดการกับวิกฤติที่เกี่ยวกับชื่อเสียงภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย…..

อีกปัญหาในสังคมไทยที่เกิดเหตุขึ้น บ่อยครั้งคือการที่ คนบริสุทธิ์ ถูกจับกุมคุมขังยัดข้อหาโดยตำรวจเมื่อมีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นและมียานพาหนะเข้ามาเกี่ยวข้องพอตรวจสอบว่าทะเบียนรถยนต์หรือจักรยานยนต์คันนั้นมีชื่อใครเป็นเจ้าของก็เอาตัวมาเป็น ผู้ต้องหา แบบ จับแพะ ทันที โดยไม่คำนึงเหตุผลที่ว่าบางกรณี ยานพาหนะเหล่านั้นได้เปลี่ยนมือไปแล้วหลายทอดด้วยการขายแบบ โอนลอย แล้วไม่มีการจดทะเบียนใหม่ให้ถูกต้อง ตั้งคำถามถึง สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ว่าเลิกเสียได้ไหมกับวิธีการแบบนี้ถ้าจะว่ากฎหมายเปิดช่องให้ทำได้ก็ควรจะเสนอแก้ไขเสียเพื่อไม่ให้ สุจริตชนต้องเดือดร้อน…..

หลังจาก ขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ รองเลขาธิการ ศอ.บต.โอนย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ จำนัล เหมือนดำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มาเป็นรองเลขาธิการในตำแหน่งที่ว่างนับเป็นการเลือกตัวคนทำงานที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งด้วยประสบการณ์ นายอำเภอแหวนเพชร ในอดีตสมัยที่เป็นนายอำเภอสุไหงปาดี นราธิวาส รับประกันคุณภาพได้…..

กระทรวงการต่างประเทศได้ อธิบดีใหม่ อีก 2 ราย คือ สิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็น อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก และ ทรงพล สุขจันทร์ กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก สหรัฐอเมริกา เป็น อธิบดีกรมยุโรป ล้วนแล้วแต่เป็นคนหนุ่มไฟแรงอนาคตไกล…..

อังคารก่อนโน้นคณะรัฐมนตรีมีมติย้ายฟ้าผ่าให้ วิทยา สุริยะวงค์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ไปดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ยังไม่ได้ตั้งอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่นัยว่ารอกระบวนการอีกเล็กน้อยระหว่างนี้มีการพูดคุยกันให้แซดว่าคนที่จะมานั่งเก้าอี้ตัวนี้จะมี นามสกุล เดียวกับ ผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง ในรัฐบาลใช่หรือไม่….
“ซี.12”

สหกรณ์ ทีโอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572571

โดย ซี.12 5 ก.พ. 2559 05:01

 

วันศุกร์ที่แล้วเขียนถึงสหกรณ์ใหญ่ในวงราชการคือ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมการปกครอง จำกัด มาวันศุกร์นี้มีอีกสหกรณ์ที่ควรกล่าวขวัญถึงเป็นสหกรณ์ในแวดวงรัฐวิสาหกิจ

นั่นคือ สหกรณ์ออมทรัพย์บริษัททีโอที จำกัด หรือสหกรณ์ทีโอที ซึ่งแต่เดิมชื่อ สหกรณ์ออมทรัพย์องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อตามการแปรสภาพจากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จำกัด มาเป็นบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน)

ปีนี้เป็นปีที่ 34 ของการเปิดดำเนินกิจการของ สหกรณ์ทีโอที ด้วยสมาชิกถึง 17,408 คน ปัจจุบันมีสินทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 จำนวน 25,183,527,000 บาท โดยมีทุนเรือนหุ้นจำนวน 8,546,737,000 บาท เงินฝาก 11,679,059,000 บาท ทุนสำรอง 738,979,000 บาท

การลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นการให้กู้ยืมแก่สมาชิกเท่านั้น และยังนำเงินส่วนหนึ่งไปฝากกับชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และลงทุนในตราสารหนี้ตามประกาศของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ เรื่องข้อกำหนดการฝากหรือลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์ พ.ศ.2558

สำหรับปีนี้ สหกรณ์ทีโอที มีผลกำไรประมาณ 775 ล้านบาทเศษ ซึ่งก็จะมีผลทำให้การจ่ายเงินเฉลี่ยคืนและเงินปันผลใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา การดูแลสมาชิกมีการจัดสวัสดิการ ให้ตั้งแต่เกิดจนตาย กล่าวคือ มีเงินของขวัญวันเกิด เงินสงเคราะห์ การเสียชีวิต ทุนการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เบี้ยยังชีพรายปี การป้องกันความเสี่ยง นอกจากการกู้เงิน ที่จะต้องมีบุคคลค้ำประกันแล้วผู้กู้ยังต้องมีการทำประกันชีวิต และการประกันภัยคุ้มครองผู้ค้ำประกัน และยังมีกองทุนช่วยเหลือสมาชิกผู้ค้ำประกันเงินกู้สามัญ

ด้านการเอื้ออาทรต่อสังคมในแต่ละปีจะมีกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ เช่น สร้างอาคารห้องน้ำให้โรงเรียน ส่งเสริมอาชีพ ปลูกป่าชายเลน เป็นต้น และที่ผ่านมาก็ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ “กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมมีน้ำใจ” จากชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปัจจุบันการดำเนินงานของสหกรณ์ถูกวัดมาตรฐานสหกรณ์ในระดับดีมาก และในปี 2557 ก็มีทุนเรือนหุ้นติดอันดับ 10 ทุนดำเนินงานติดอันดับ 9 และมีกำไรติดอันดับ 10 ของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งประเทศ และยังมีค่าใช้จ่ายน้อยสุดในบรรดาสหกรณ์ฯขนาดเดียวกัน

มีการกล่าวกันว่า การดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์อยู่กึ่งกลางระหว่างทุนนิยมกับสังคม นิยมที่เน้นกำไรเพียงพอที่จะรองรับค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน และปันผลตามสมควรแต่กลับมุ่งเสริมสร้างฐานะเศรษฐกิจและสังคม

หากขบวนการสหกรณ์ในไทยมีความเข้มแข็งปราศจากข้อเคลือบแคลงในเรื่องการทุจริตของสหกรณ์บางแห่งก็จะเป็นพื้นฐานอันดีต่อการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง.

“ซี.12”

ภาพลักษณ์คอร์รัปชัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572031

โดย ซี.12 4 ก.พ. 2559 05:01

 

การทุจริตคอร์รัปชันเป็นมะเร็งร้ายที่เกาะกินสังคมไทยมายาวนานนับเป็นปัญหาที่แก้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นโดยหมดจดได้ยาก

ดร.จุรี วิจิตรวาทการ เป็นนักวิชาการคนหนึ่งซึ่งศึกษาเรื่องนี้มาอย่างถ้วนถี่และมีบทบาทในการเสนอหนทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลดลงมาโดยตลอด

ในดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี พ.ศ.2558 (Corruption Perceptions Index 2015) ปรากฏว่า “ผลคะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชันโลกประจำปี พ.ศ.2558 ประเทศไทยได้ที่ 76 จาก 168 ประเทศ”

ดร.จุรี วิจิตรวาทการ เลขาธิการมูลนิธิองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand) เปิดเผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี 2558 ว่าประเทศไทยได้คะแนน 38 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 ในกลุ่มประเทศอาเซียน

ในการจัดอันดับประจำปี 2558 นี้ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ได้จัดอันดับประเทศทั้งหมด 168 ประเทศทั่วโลก ปรากฏว่าประเทศเดนมาร์กได้คะแนนสูงสุด 91 คะแนน สามารถรักษาแชมป์เป็นอันดับหนึ่งได้สองปีซ้อน ขณะที่ประเทศที่ได้คะแนนลดลงจากเดิมอย่างมากกว่าปีที่แล้ว ได้แก่ บราซิล กัวเตมาลา และเลโซโท

เมื่อเปรียบเทียบอันดับเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศไทยมีคะแนนเป็นอันดับที่สาม รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย ส่วนประเทศบรูไนไม่ได้อยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้

ดร.จุรีระบุว่า การจัดอันดับคอร์รัปชันเป็นวิธีการกระตุ้นให้ผู้คนทั่วโลกหันมาสนใจปัญหาทุจริตคอร์รัปชันว่า เป็นปัญหาร่วมกันของคนทั้งโลก ไม่ใช่เป็นปัญหาของประเทศกำลังพัฒนา หรือเป็นปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น

โดยประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมานั้น จะเห็นได้ว่าความตื่นตัวต่อการแก้ไขปัญหาเป็นอย่างมาก ทุกภาคส่วนได้ริเริ่ม ผลักดัน และพยายามแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะด้านการปลุกจิตสำนึกและการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนให้ใช้หลักสูตร “โตไปไม่โกง” ในโรงเรียนทั่วประเทศ การสร้าง “สำนึกไทย ไม่โกง” แก่ประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ การออกพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยให้การดำเนินงานของภาคธุรกิจเอกชนเมื่อต้องขออนุมัติ หรือใบอนุญาตจากภาครัฐมีความรวดเร็ว และเที่ยงธรรม

รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ หรือแม้แต่ในรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันอยู่ก็มีกลไกพิเศษหลายอย่างที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันโดยเฉพาะ

สิ่งสำคัญที่จะให้การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้ผลอย่างยั่งยืนนั้น คนในสังคมต้องมีค่านิยมที่ถูกต้อง ซึ่งควรปลูกฝังและสร้างการรับรู้ค่านิยมที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก ผู้ใหญ่ควรเป็นตัวอย่างที่ดี

สื่อก็ต้องช่วยกระตุ้นและตอกย้ำให้คนในสังคมรับรู้ซึมซับอย่างสม่ำเสมอ

เพราะฉะนั้นการทำหน้าที่ของสื่อในการเปิดโปงการทุจริตคอร์รัปชันไม่ว่าในระดับใดควรได้รับความเข้าใจและได้รับการคุ้มครอง

ไม่ใช่มองว่าเป็นความพยายามจะโค่นล้มกลุ่มอำนาจที่มีโอกาสในการกระทำความผิดในเรื่องนี้.

“ซี.12”