มุมข้าราชการ 24/09/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 24 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/731798


ไม่ว่ายุคนี้หรือยุคไหนเสียงกู่ร้องเรียกหา คุณธรรม ในวงราชการมักจะมีขึ้นสม่ำเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการแต่งตั้งเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งของ ข้าราชการ โดยไม่จำกัดว่าเป็นข้าราชการประเภทไหน ทหาร ก็มีคุณธรรมของทหารนั่นคือการเชื่อฟังผู้บังคับ บัญชา ก่อนประกาศคำสั่งออกมามีโผโน้นโผนี้ติดตามแล้วน่าสนุก แต่พอประกาศออกมาแล้วทุกอย่างก็สงบราบคาบนับวันรอการทำงานตามวิถีทางของ นายใหม่…

ส่วน คุณธรรมของตำรวจ จะโมโหโกรธาไหมถ้าบอกว่าแทบไม่มีเลย แต่งตั้งโยกย้ายทุกครั้งเห็นมีแต่เส้นสายคนนี้เป็นเด็กของนายคนนั้นคนโน้นอยู่ในสายของนายคนนู้น ถ้านายมีพลังอำนาจก็จะได้เติบโตตามไปด้วย ถ้านายแป๊กลูกน้องก็จ๋อย เว้นแต่พวกใจถึงที่พร้อมถีบหัวนายเก่าไปสอพลอนายใหม่หรือไม่ก็เป็นพวกมีสตางค์นี่ว่ากันตรงๆ…

มองไปใน ราชการพลเรือน ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นมีการ เล่นพรรคเล่นพวก เล่นสิงห์ เล่นสี เรื่องเหล่านี้มีประจำปีไหนมีคนทนไม่ได้ออกมาเรียกร้องหา คุณธรรม หรือ ความเป็นธรรม ก็อื้อฉาวหน่อยอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ มหาดไทย ยามนี้…

ตอนนี้ก็มีข่าวคราวเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกด้านหนึ่ง โดย สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดกิจกรรม วันคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใสในภาครัฐ ประจำปี พ.ศ.2559 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม และการเป็นข้าราชการที่ดี โดยจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2559 เวลา 07.30-15.00 น. ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ สำนักงาน ก.พ. อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี…

งานเริ่มด้วยการเชิญ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เสริมสร้างเกียรติภูมิข้าราชการ : สำนึกข้าราชการไทย โปร่งใส…ไม่โกง”…

จากนั้นมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ส่วนราชการที่จัดทำและประเมินมาตรฐาน ความโปร่งใส โดยเลขาธิการ ก.พ. แล้วเปิดการเสวนา เรื่อง “ข้าราชการไทยหลากหลาย Gen. in Trend โปร่งใส…ไม่โกง” โดย ชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จักรกฤช ตั้งใจตรง วิศวกรเครื่องกลชำนาญการพิเศษ กรมการขนส่งทางบก ดวงพร พิเชียรโสภณ เจ้าพนักงานปกครองปฏิบัติการ (ปลัดอำเภอ) อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ภาคบ่ายเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ เรื่อง “จากแนวคิด ทฤษฎี สู่วิธีปฏิบัติ : จังหวัดคุณธรรม…บุรีรัมย์โมเดล” โดย เสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์…

งานนี้เน้นไปที่ตัวข้าราชการให้มีจิตสำนึกในวัตรปฏิบัติที่ถูกต้อง ให้มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ส่วนประเด็นความเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งอาจจะไม่ใช่ประเด็นหลักของงานนี้ แต่จะว่าไม่เกี่ยวไม่ข้องเสียเลยทีเดียวก็ไม่ถูกนัก ถ้าบังเอิญจับพลัดจับผลู สายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โผล่ไปขอระบายความในใจก็คงไม่โดนกีดกันกระมัง…

“ซี.12”

 

นิทานเจ้าเมืองภาค 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 23 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/730404


นิทานเจ้าเมืองนั้นเป็นเรื่องเล่าในอดีตที่มีมานมนานกาเล ตัวละครในนิทานมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือการใช้วิชามารในการเลือกคัดสรรคนไปลงในตำแหน่งสำคัญของบ้านเมือง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่ง เจ้าเมือง

ถึงแม้จะมีการวางระเบียบไว้รัดกุมอย่างไร แต่มีหรือที่ ศรีธนญชัย ในวงราชการจะไม่สามารถใช้วิชามารแหกด่านให้บรรดาน้องนุ่งได้เติบโตตามเป้าหมาย

เพราะนี่เป็นขบวนการเดียวที่พวกเกษียณแต่ตัวหัวใจไม่ยอมเกษียณ ด้วยหวังความภาคภูมิใจลมๆแล้งๆ เข้ามาชี้แนะบงการจนน้องๆในกระทรวงเคลิ้มฝันว่าต่อไปนี้ ศิษย์เก่าโรงเรียนแมวเหมียวสีดำ จะเป็นใหญ่ในละแวกคลองหลอดไปยาวนานนับสิบปีเพราะได้วางตัว แมวดำ ไว้ทุกตำแหน่งที่เป็นตัวเลือกทั้งหมดแล้ว

อันนี้ไม่สอดคล้องกับทฤษฎีอมตะของ เติ้งเสี่ยวผิง ที่ว่า แมวสีอะไรไม่สำคัญขอให้จับหนูได้เป็นพอ

โดยมีเสียงเล็ดลอดออกมาฟังได้ว่าช่างหัวเติ้งปะไร นั่นมันเมืองจีนนี่มันเมืองไทยว้อย……. เอ้า บูมบาลากา แมวดำ แมวดำ แมวดำ

แมวบางตัวที่ขึ้นมาจ่ออยู่มีประวัติโลดโผนโจนทะยานยากที่ใครจะเทียมทัน จบจากโรงเรียนนายอำเภอเป็นปลัดอำเภอรอคิวเป็นนายอำเภอพร้อมเพื่อนร่วมรุ่นอยู่ดีๆมีทางลัดเข้าไปอยู่กับคนหัวขี้เลื่อยไร้สติแต่บังเอิญมาเป็นใหญ่ในกระทรวง แมวตัวนี้เลยไม่ต้องเป็นนายอำเภอไม่ต้องเป็นปลัดจังหวัด แต่ได้เป็นรองเจ้าเมือง และเจ้าเมืองในเวลาอันรวดเร็วแถมปัจจุบันยังเข้ามาจ่อคิวอยู่แล้ว

แมวดำอีกตัวทำท่าเป็นเต็งหนึ่งแต่ไม่รู้ไปโดนกล่าวหาโดนสอบเรื่องอะไรเข้าเลยสงบปากสงบคำไม่ทำอะไรโฉ่งฉ่างเตะตาคนอื่น

รวมทั้งแมวเจ้าคิดเจ้าแค้นไปโกรธใครมาตั้งแต่ปีมะโว้ พอได้ทีก็เอาเรื่องส่วนตัวมาล้างแค้นจนกลายเป็นเรื่องอื้อฉาว

พฤติกรรมทำนองนี้มีกลิ่นหึ่งเหมือนขี้แมวโคนขนุนที่ปิดกลบอย่างไรก็ไม่มิด อย่าว่าแต่คนอื่นๆในกระทรวงเลย แม้แต่คนนอกอย่างนักเล่านิทานยังสูดดมได้กลิ่นทะแม่งๆตลอดเวลา

เหตุการณ์เหล่านี้แม้แต่รุ่นพี่ในหมู่แมวดำหลายคนที่เป็นผู้ใหญ่พอมีวุฒิภาวะเพียงพอมีหน้าที่สูงส่งในราชการแผ่นดินต่างไม่สบายใจในพฤติกรรมของน้องๆได้พยายามสื่อสารผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่าว่าพวกเราเคยเจ็บปวดรวดร้าวในการกระทำของกลุ่มอำนาจในกระทรวงในสองยุครัฐบาลที่ผ่านมาแล้ว

ทำไมมาถึงตอนนี้พวกเราจึงมีการกระทำเหมือนพวกเขาด้วย

เพราะถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรกับพฤติกรรมที่พวกเราเคยชิงชังรังเกียจ

นี่เป็นความจริงที่กำลังเกิดขึ้นอย่างน่าอนาถใจ และสักวันหนึ่งเมื่อวันนั้นมาถึงคงจะได้เห็นภาพฝูงแมวกัดกันเองด้วยความน่าสังเวชเพราะไม่เหลือใครให้ต่อกรด้วย.

“ซี.12”

 

นิทานเจ้าเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 22 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/729270


ทำไปทำมาชักจะเห็นด้วยเสียแล้วว่าควรจะต้องมีการทบทวนการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดชุดสุดท้าย 24 คน ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ไปเมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

ถึงแม้ว่า มท.1 เจ้ากระทรวงอย่าง พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา จะออกมาชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นไปตามระบบที่คณะกรรมการกลั่นกรอง 2 ชุดเสนอมาฟังแล้วเหมือนกับปัดสวะให้พ้นๆไปเท่านั้นเอง

เพราะใครๆเขาก็รู้ดีว่าระบบคณะกรรมการการกลั่นกรองการสอบวิสัยทัศน์นั้นเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้นเอง

ในความเป็นจริงแล้วมีการชี้ขาดกำหนดตัวกันไว้ล่วงหน้าแล้วว่าใครจะอยู่ใครจะไป เพียงแต่ทำได้ไม่แนบเนียนพอก็เลยทำให้เรื่องมันแดงขึ้น

เรื่องไม่เป็นเรื่องนี้ให้บังเอิญที่มีตัวละครที่เกี่ยวข้องเป็น หมูไม่กลัวน้ำร้อน อย่าง นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าฯอาวุโสลำดับหนึ่งของประเทศคือ 8 ปี 4 เดือน (รวมเวลาทวีคูณ)

เบื้องหน้าเบื้องหลังของการเกิดเรื่องราวฉาวโฉ่ขึ้นมาในครั้งนี้มีผู้เล่า นิทานเจ้าเมือง มาให้ฟังเป็นอุทาหรณ์ว่า

สมัยหนึ่งเกือบสิบปีมาแล้วในจังหวัดชายแดนภาคใต้มี เจ้าเมือง กับ รองเจ้าเมือง มารับตำแหน่งใหม่ทั้งคู่ในขณะที่ หัวหน้าพ่อบ้าน ของเมืองนั้นอยู่มาก่อนหน้าแล้ว 1 ปี

ตลอดระยะเวลา 1 ปีนั้นเกิดความขัดแย้งในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนคนเดินดินระหว่าง เจ้าเมือง กับ รองเจ้าเมือง อยู่เสมอ

ขุนนาง น้อยใหญ่คนอื่นๆในเมืองนั้นรวมทั้ง หัวหน้าพ่อบ้าน ก็ต้องฟัง เจ้าเมือง เป็นหลักแถมยังใกล้ชิดสนิทสนมกลมเกลียวจนน่าหมั่นไส้ ทำให้ รองเจ้าเมือง พลอยชิงชังไม่ชอบหน้า หัวหน้าพ่อบ้าน ไปด้วย

ปีเดียวเท่านั้นกิตติศัพท์แห่งความขัดแย้งก็รู้ไปถึงหูผู้ใหญ่ในเมืองหลวงทั้ง เจ้าเมือง และ รองเจ้าเมือง เลยโดนย้ายกระฉูดไปคนละทางแทบหาปลากุเราอร่อยๆกินไม่ได้อีกต่อไป

วันคืนผ่านไปไวเหมือนโกหกตัว เจ้าเมือง หมดเวลาราชการงานเมืองกลับไปเลี้ยงหลาน รองเจ้าเมือง ได้กลับไปกินปลากุเราที่เมืองเดิมในฐานะ เจ้าเมือง บ้าง แต่ หัวหน้าพ่อบ้าน คนเดิมแคล้วคลาดไปได้เพราะได้ขยับขยายขึ้นเป็น รองเจ้าเมือง อื่นที่อยู่ติดกันเสียก่อน 1 ปี

เวลาผ่านมาอีกถึงกาลปัจจุบัน หัวหน้าพ่อบ้าน ที่เลื่อนขึ้นเป็น รองเจ้าเมือง ได้บ่มเพาะประสบการณ์และอาวุโสจนกลายเป็น รองเจ้าเมืองอันดับหนึ่งของแผ่นดิน มีความมั่นใจเต็มร้อยที่จะทำหน้าที่ในช่วงสุดท้ายเพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชนในฐานะ เจ้าเมือง

แต่แล้วคราวนี้ต้องเจอดีเข้าให้จนได้เมื่อ รองเจ้าเมือง ที่เคยเขม่นตัวเองอยู่ในอดีต ก็ให้บังเอิญได้เข้ามาเป็นใหญ่เป็นโตเมืองหลวงแถมยังได้รับมอบหมายให้เป็นคนคัดตัวเจ้าเมืองเสียด้วย

จะด้วยนิสัยของคนเจ้าคิดเจ้าแค้นที่ถือภาษิตว่าบุญคุณต้องทดแทนแค้นต้องชำระหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ความซวยก็เลยตกอยู่กับ รองเจ้าเมืองอดีตพ่อบ้าน จนได้จึงต้องสอบตกไม่เป็นท่า

แล้วยึดเอาโควตาเจ้าเมืองนั้นไปให้น้องๆจาก โรงเรียนแมวเหมียวสีดำ ซะเลย

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการเอาเรื่องส่วนตัวมาพัวพันกับเรื่องงานนั้น ต่อให้คิดการใหญ่อย่างไรก็มีคนรู้ทันวันยังค่ำ แถมยังเป็นเหตุ ให้เจ้านายและเพื่อนๆพี่ๆน้องๆต้องเสียรังวัดไปด้วย.

“ซี.12”

 

รองร้องขอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 21 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/728249


การประกาศต่อสาธารณะของนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรังเรียกหาความเป็นธรรมในการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งล่าสุดเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ

รองสายัณห์ เลือกใช้วิธีการฟ้องร้องต่อศาลปกครองและการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา เป็นหนทางที่จะไขว่คว้าหาความเป็นธรรมดังกล่าว

มาดูข้อเท็จจริงในการแต่งตั้ง ปรากฏว่าเป็นไปตามคำร้องเรียนหลายประการ

ประเด็นที่หนึ่งการพิจารณาคัดเลือกคนขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในคราวนี้มีทั้งอาวุโสน้อยอาวุโสมากคละเคล้ากันไป และข้ออ้างเรื่องความเหมาะสมนั้นไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัด

ในบางจังหวัดรองผู้ว่าฯที่มีอายุการทำงานมานาน 3-4 ปี ไม่ได้รับการคัดเลือก แต่รองผู้ว่าฯอีกคนเพิ่งขึ้นมาปีเศษไม่ครบ 2 ปีด้วยซ้ำไปกลับได้รับเลือกให้ไปเป็นผู้ว่าฯอีกจังหวัดหนึ่ง

ชาวบ้านในจังหวัดนั้นที่ได้รู้เห็นการทำงานของทั้งสองรองต่างปากอ้าตาค้างเมื่อเห็นคำสั่งเพราะรองคนที่ได้มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือกว่าอย่างเดียวคือ สังกัดค่ายสิงห์ดำ

มาถึงประเด็นของ รองสายัณห์ ทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนานเฉพาะการครองตำแหน่งรองผู้ว่าฯในพื้นที่ก็ 3 ปีเศษ เมื่อนับเวลาทวีคูณตามกฎหมายก็ 7 ปีเศษ รวมกับเวลาที่มาเป็นรองที่ตรังอีก 1 ปีก็เป็นเวลากว่า 8 ปี

จึงไม่ผิดที่ร้องว่าเป็นรองผู้ว่าฯ 8 ปี เพราะอายุราชการที่ทวีคูณนั้นเป็นสิทธิที่ติดตัว เหมือนกับที่ข้าราชการฝ่ายอื่นเคยได้

ให้ลองพิจารณาถึงกรณีของ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ที่ได้รับการเยียวยาจนเติบโตพรวดพราดจาก พลตำรวจตรี ขึ้นเป็น พลตำรวจเอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนี้

นั่นก็เพราะเป็นผลจากการนับอายุราชการทวีคูณจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวจะไปหรือไม่ไปไม่รู้แต่มีชื่ออยู่ก็ได้สิทธิอันนั้นไป ในขณะที่ รองสายัณห์ มีตัวตนให้เห็นนั่งรถฝ่าดงระเบิดอยู่บ่อย

รองศรีวราห์ อ้างสิทธิก็ได้สิทธิอันนั้น แต่พอ รองสายัณห์ อ้างบ้างกลับโดนเมินเฉยมันก็ไม่ค่อยถูกต้องเป็นธรรมสักเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม คนที่น่าเห็นใจที่สุดในเหตุการณ์นี้กลับเป็น นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตกที่นั่งอยู่ในระหว่างเขาควายสามารถยืนยันได้ว่าถ้า ปลัดกฤษฎา มีอิสระในการจัดทำโผอย่างแท้จริงรับรองว่าจะไม่ออกมาแบบนี้

เพราะฉะนั้นหนทางที่จะระงับยับยั้งปัญหานี้มิให้บานปลายต่อไปควรจะยอมรับความจริงและจัดการเยียวยาให้ผู้ที่คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยทันที

ทางที่พอจะมองเห็นก็เช่นเปิดโอกาสให้ รองสายัณห์ ได้ใช้เวลาปีสุดท้ายไปทำหน้าที่ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งมีสถานะเท่าเทียมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด

หรือไม่คณะกรรมการคัดเลือกต้องมีความกล้าหาญพอที่จะออกมาแสดงหลักฐานว่า รองสายัณห์มีความผิดพลาดบกพร่องอย่างไรและด้อยกว่ารองผู้ว่าฯอีกยี่สิบกว่าคนที่ได้ขึ้นตรงไหนเป็นรายตัวไปเลย.

“ซี.12”

 

อำเภอคุณธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 20 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/727120


โครงการอำเภอคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท ได้มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว หลังจากที่กรมการปกครอง มูลนิธิพัฒนาข้าราชการ และจังหวัดต่างๆ ได้ร่วมกันคัดเลือกอำเภอตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ จำนวน 99 อำเภอ จาก 37 จังหวัด เข้าร่วมโครงการ และได้มีการสัมมนานายอำเภอไปแล้ว

นายขจัดภัย บุรุษพัฒน์ ประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ แจ้งว่า มูลนิธิพัฒนาข้าราชการได้จัดตั้งคณะกรรมการติดตามโครงการ อำเภอคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท โดยมีประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการเป็นประธาน กรรมการ ประกอบด้วย 1) นายประกิจ ประจนปัจจนึก อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ 2) นายจำรัส ศักดิ์จิรพาพงษ์ อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี 3) นายธำรง ชินหิรัญ อดีตที่ปรึกษาสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 4) นายอดิศักดิ์ ตันยากุล อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ 5) นางสาวรณิดา ประชุมรักษ์

คณะกรรมการติดตามโครงการอำเภอคุณธรรมฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเริ่มเดินทางเข้าไปเยี่ยมอำเภอที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศในกลางเดือนพฤษภาคม 2559 จนถึงเดือนสิงหาคม 2559 ได้ไปตรวจเยี่ยมมาแล้วจำนวน 52 อำเภอ 20 จังหวัด

จากการชี้แจงของนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการซักถามการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการพบเห็นข้อเท็จจริงต่างๆ ทำให้เห็นชัดว่าคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาท ได้มีการขับเคลื่อนกันอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในพื้นที่

ข้อเท็จจริงที่เห็นก็คือ หน้าที่และภารกิจหลายอย่างของนายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้สอดคล้องกับแนวทางขับเคลื่อนอำเภอคุณธรรมอยู่แล้ว เช่น โครงการ “อำเภอยิ้ม” โครงการหมู่บ้านรักษาศีลห้า โครงการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สาธารณะในวันสำคัญ นอกจากนี้ นายอำเภอหลายคนยังได้ดำเนินกิจกรรมที่เป็นการขับเคลื่อนคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาทไปแล้ว เช่น การนำคนดีมีจิตอาสามายกย่อง การให้ความช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนยากไร้ การปรับเปลี่ยนทัศนคติวิธีการทำงาน และการให้บริการประชาชนของเจ้าหน้าที่อำเภอให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมาหน่วยงานราชการหลายแห่งในพื้นที่ ได้ขับเคลื่อนคุณธรรมตามรอยพระยุคลบาทอยู่แล้วเช่นกัน เช่นโครงการ “โรงพยาบาลคุณธรรม” ของกระทรวงสาธารณสุข โครงการ “โรงเรียนคุณธรรม” โครงการ “ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของกระทรวงศึกษาธิการ โครงการ “หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ” ของกระทรวงมหาดไทย โครงการ “เกษตรทฤษฎีใหม่” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดี

ความสำเร็จของโครงการนี้อยู่ที่ความมุ่งมั่นตั้งใจของนายอำเภอ ที่จะทำงานเพื่อบ้านเมืองรับใช้เบื้องพระยุคลบาท เป็นแบบอย่างของการครองตน ครองคน และครองงาน เป็นข้าราชการที่ดีมีภาวะผู้นำ ประสานสัมพันธ์สร้างความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายในพื้นที่

ในการน้อมนำคุณธรรม คำพ่อสอน และแบบอย่างการทรงงานด้วยความอุทิศเสียสละของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต ปฏิบัติภารกิจตามรอยพระยุคลบาท ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมนำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประชาชน.

“ซี.12”

 

อธิบดีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 19 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/726188


บันทึกการแต่งตั้งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูงชุดใหม่ๆมีอธิบดีและรองปลัดกระทรวงตลอดจนรองหัวหน้าหน่วยงานเทียบเท่ากระทรวงอีกจำนวนมากพอสมควร

เริ่มที่ กระทรวงพลังงาน ให้ นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ รองปลัดกระทรวง เป็น อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สลับกับ นายธรรมยศ ศรีช่วย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็น รองปลัดกระทรวง และ นายสมนึก บำรุงสาลี ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น รองปลัดกระทรวง อีกคนแล้วให้ นางบุญบันดาล ยุวนะศิริ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ขึ้นเป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ไปเป็น อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล สลับกับ นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาเป็น อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ นายสากล ฐินะกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผู้ตรวจราชการกระทรวง 2 คน คือ นายเสริมยศ สมมั่น กับ นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ เป็น รองปลัดกระทรวง

ที่ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มีการแต่งตั้งรองหัวหน้าหน่วย 2 รายคือ นายธวัชชัย ฤทธากรณ์ ที่ปรึกษาด้านการดำเนินงานข่าวกรองในต่างประเทศ (นักการข่าวทรงคุณวุฒิ) กลุ่มงานที่ปรึกษา สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็น รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และ นายวิม ยาหิรัญ ที่ปรึกษาด้านข่าวกรองความมั่นคงและสถาบันหลัก (นักการข่าวทรงคุณวุฒิ) กลุ่มงานที่ปรึกษา สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็น รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

นอกจากนั้นยังมีการจ้างข้าราชการภายหลังครบเกษียณอายุราชการเป็นลูกจ้างชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอการจ้าง นายชลิต มานิตกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เป็นลูกจ้างชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ภายหลังครบเกษียณอายุราชการ เป็นเวลา 2 เดือน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม-15 ธันวาคม 2559 โดยให้ได้รับค่าจ้างเท่ากับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ (พ.ข.ต.) รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับตามตำแหน่งเอกอัครราชทูต ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ดำรงอยู่ก่อนการเกษียณอายุราชการ ส่วนค่าย้ายถิ่นที่อยู่และค่าพาหนะเดินทางกลับประเทศไทยให้เป็นไปตามสิทธิที่พึงได้รับจากการพ้นหน้าที่ราชการในต่างประเทศตามปกติ

หลายกระทรวงมีการแต่งตั้งวางตัวผู้บริหารกันค่อนข้างครบถ้วนแล้วยังเหลือของ กระทรวงการต่างประเทศ ที่มีตำแหน่ง เอกอัครราชทูต ว่างอยู่หลายเมืองและต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทั้งภายในภายนอกประเทศด้วย เช่น อธิบดีและรองปลัดกระทรวงออกไปเป็นเอกอัครราชทูต เป็นต้น

กระบวนการแต่งตั้งของกระทรวงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอกอัครราชทูต จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศที่จะไปประจำอยู่เสียก่อนจึงค่อยนำมาขออนุมัติจาก ครม. ผลการแต่งตั้งจึงออกมาค่อนข้างช้ากว่ากระทรวงอื่นๆ กว่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์อาจล่วงไปถึงเดือนธันวาคม

บางครั้งบางหนที่มีภารกิจสำคัญรออยู่หลัง เอกอัครราชทูต เกษียณแล้วและทูตใหม่ก็ยังไม่มีมาก็จำเป็นต้องจ้างทูตคนเก่าทำหน้าที่ต่อไปอย่างที่เห็น.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 17/09/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 17 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/724540


บทพิสูจน์ความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมในการแต่งตั้ง เลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยการเลื่อนรองเลขาธิการ ศุภณัฐ สิรันทวิเนติ ขึ้นมาเป็นเลขาธิการเต็มตัว นั่นหมายความว่าผู้รับผิดชอบเห็นความสำคัญของพลังสามประสานในการแก้ปัญหาของฝ่ายราชการอันประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ และ พลเรือน ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นและจุดด้อยอยู่ในตัวทำให้สามารถรองรับอุปสรรคปิดช่องว่างได้สมบูรณ์เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่…

ว่าที่เลขาธิการศุภณัฐ เป็นคนใต้โดยสายเลือดถือกำเนิดที่เมืองนคร จบปริญญาตรีรามคำแหง ปริญญาโทสงขลานครินทร์ รับราชการวนเวียนอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอดเป็นเวลากว่า 30 ปี ตั้งแต่ปลัดอำเภอ นายอำเภอจนถึงรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นไทยพุทธที่พูดจาภาษายาวีได้ในระดับดี มีประสบการณ์และสายสัมพันธ์ด้านการข่าวสูงเป็นการตัดสินใจที่ให้น้ำหนักในการทำความเข้าใจในกลุ่มขัดแย้งด้วยการเจรจาแบบสันติมากกว่าการใช้กำลัง ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกที่ควรตามหลัก เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา…

ที่ออกมาพร้อมกันคือการวางตัว ผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ที่ว่างอยู่หนึ่งตำแหน่งนั่นคือการเลื่อน วีรนันท์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีนี่ก็เป็นการแต่งตั้งที่คำนึงถึงสภาพปัญหาที่ต้องการคนทำงานที่มีประสบการณ์ในพื้นที่มารับผิดชอบมากกว่าการใช้ตำแหน่งว่างเพื่อประโยชน์ในการผลักดันคนใกล้ชิด กระบวนการนำเสนอใน 2 ตำแหน่งนี้ต้องให้เครดิตผู้รับผิดชอบอย่าง ภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต.ที่กำลังจะเกษียณและ กฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้รู้ทุกอย่างกระจ่างดั่งฝ่ามือในพื้นที่ชายแดนภาคใต้…

ส่วนรายการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด 30 ตำแหน่งรวมทั้งผู้ตรวจราชการกระทรวงโดยภาพรวมไม่ขี้เหร่นักนอกจากประเด็นเล็กๆน้อยๆที่ต้องออกปากทักตามประสาคนรักกันชอบกันอย่างเช่นยังใจไม่กว้างพอที่จะให้ ข้าราชการหญิง ขึ้นมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอีกสักคนก็เลยมีเพียง สายพิรุณ น้อยศิริ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้หญิงคนเดียว ในคำสั่งที่ได้ตำแหน่งเพียงผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย…

คำสั่งล่าสุดนี้มีผู้ว่าฯ 3 รายที่ได้ย้ายเมือง คือ สุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ย้ายจากนครนายกไปเป็น ผวจ.พระนครศรีอยุธยา โชคชัย เดชอมรธัญ ย้ายจากมหาสารคามไปเป็น ผวจ.ภูเก็ต และ สุวัฒน์ พรมสุวรรณ ย้ายจากน่านไปเป็น ผวจ.ลำปาง เป็นการวางตัวที่น่าจับตามองโดยเฉพาะรายแรก ผู้ว่าฯสุจินต์ ว่ากันว่าเป็น เด็กสร้าง ของ ค่ายสิงห์ดำ ถ้าเป็นจริงตามนี้ปีหน้าให้จับตามองว่าจะต้องเก็บของอีกครั้งไปนั่งเก้าอี้ รองปลัดกระทรวง หรือ อธิบดี ที่มีว่าง…

อีก 2 รายที่น่าติดตามความก้าวหน้าในอนาคตคือ สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กับ ประดิษฐ์ ยมานันท์ รองอธิบดีกรมการปกครองที่ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เมื่อมาถึงจุดนี้เปรียบเสมือนพยัคฆ์ติดปีก เส้นทางข้างหน้าอยู่ที่ฝีมือในการบริหารว่าจะสามารถโชว์ฟอร์มได้ในระดับใด…

ขอทักถามความเป็นธรรมให้ แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่ถูกคำสั่งพิเศษให้มาประจำกระทรวงเมื่อสอบสวนทวนความแล้วไม่มีความผิดอะไรในเรื่องราวที่ถูกกล่าวหา เมื่อไรจะคืนตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้เสียที จะเป็นที่ไหนก็ได้คนทำงานที่มีฝีมือไม่เกี่ยงสถานที่อยู่แล้ว…

บรรทัดสุดท้ายได้ยินเสียงกล่าวขวัญถึงการทำงานของผู้ว่าฯที่ไม่มีชื่อในคำสั่งย้ายคราวนี้เพราะเพิ่งไปอยู่ได้ไม่ทันจะครบขวบปีแต่ ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาก็กลายเป็นขวัญใจชาวพังงาด้วยเวลาอันรวดเร็วจากทัศนะและมุมมองในการพัฒนาเมืองที่ลุ่มลึกและยาวไกลด้วยสายตาของคนมีศิลปะในหัวใจ ประกอบกับมือรองอย่าง สกล จันทรักษ์ รอง ผวจ.พังงา มีพลังในการทำงานอย่างเหลือเฟือสามารถแบ่งเบาภารกิจไปได้มากมาย ทำให้ ผู้ว่าฯภัคพงศ์ มีเวลาที่จะสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่เพื่อให้เมืองพังงาโด่งดังในทุกด้าน…

“ซี.12”

 

นักธุรกิจใน วปอ. 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 16 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/723325


หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 59 ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ประจำปีการศึกษา 2559–2560 ก็มีบุคคลทั่วไปที่เป็นนักธุรกิจผ่านการคัดเลือกเข้ามาเรียนด้วย 23 ราย

ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารกิจการรุ่นใหม่ที่ก้าวขึ้นมาสู่สังคมระดับสูงจึงจำเป็นต้องขยายแวดวงสายสัมพันธ์ให้มากเข้าไว้ ประกอบด้วย

1.นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย 2.นายทรงเจริญ ปรมะเจริญโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท ที.ซี.แวลู่ จำกัด 3.นายนพดล สัจจพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสมาร์ทบิลเดอร์ จำกัด 4.นายพรชัย รัตนเมธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทคาซา รอคคา จำกัด 5.นายวิทวัส ตันติเวสส รองกรรมการผู้จัดการบริหารด้านการตลาดกลาง บริษัทซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

6.นายสุพร หลักมั่นคง ผู้อำนวยการบริหารสายงานฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัทกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 7.นายสุมิตร เพชราภิรัชต์ ประธานกรรมการ/กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด 8.นายอธิโชค วินทกร ประธานบริษัท บริษัทสมาร์ท อินเตอร์โพรดักส์ จำกัด 9.นายอนุมัติ อาหมัด สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 10.นายเจิมพล ภูมิตระกูล กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัทโรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน)

11.นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ กรรมการบริหาร บริษัทเพชรบุญมา จำกัด 12.นายเลิศชัย วงค์ชัยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอร์โรว์ ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) 13.นางจุฬาลักษณ์ ฟูรูโนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทสหไทยสากล กรุ๊ป จำกัด 14.นางจุไรภรณ์ วิจักขณวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทคิว แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด 15.นางณฐพร ชลายนนาวิน ผู้ประนีประนอมศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

16.นางผ่องพรรณ ไพพรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไพพรรณรัตน์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 17.นางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด 18.นางสาวราตรี ศรีสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัทอเมริเทค กรุ๊ป จำกัด 19.นางสาวศรีวิมล ฉัตรจุฑามาส ที่ปรึกษาบริษัท ที.ซี.เจ.เอเซีย จำกัด (มหาชน) 20.นางสาวสร้อยเพชร เรศานนท์ นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย

21.นางสาวสุปราณี ศิริอาภานนท์ ประธานบริษัทเอสพีพี เซรามิค จำกัด 22.นางสาวอลิสา เลิศเดชเดชา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ป.เคมีเทค จำกัด 23.พลตรีชัยวัฒน์ โฆสิตาภา ผู้ชำนาญการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

รายสุดท้ายนี่มาเหนือเมฆ คือยังรับราชการเป็นทหารแต่เข้ามาในโควตาภาคเอกชนเสียยังงั้น.

“ซี.12”

 

วปอ.ภาคเอกชนรุ่นที่ 59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 15 ก.ย. 2559 05:01

 

 

หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 59 ของวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ประจำปีการศึกษา 2559-2560 มีตัวแทนภาคเอกชนเข้ามาร่วมศึกษาอบรมอย่างเป็นทางการ 15 ราย

จาก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 5 ราย ได้แก่ 1.นายวิสาร ฉันท์เศรษฐ์ กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย/กรรมการ บริษัทไทยสมเด็จ เซอร์วิส จำกัด 2.นายสมบัติ ชินสุขเสริม ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน/กรรมการผู้จัดการบริษัทชินวัฒนา จำกัด 3.นายสมศักดิ์ ขจรเฉลิมศักดิ์ กรรมการสภาหอการค้าไทย/กรรมการผู้จัดการ บริษัท จ.เจริญมาร์เก็ตติ้ง จำกัด 4.นางนุชจินทร์ ศรีทองพนาบูลย์ ประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดพิษณุโลก/กรรมการผู้จัดการ บริษัทท็อปแลนด์ พลาซ่า จำกัด 5.นางสาวปริม จิตจรุงพร กรรมการบริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย/ประธานกรรมการบริหาร บริษัทแอ็ลไลด์ เม็ททัลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด

จาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 5 ราย ได้แก่ 1.นายชาญวุฒิ นิติกิจไพบูลย์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย/กรรมการผู้จัดการ บริษัทซียูอีแอล จำกัด 241.นายนิธิ ภัทรโชค รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย/กรรมการผู้จัดการ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) 242.นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี/กรรมการผู้จัดการ บริษัทอุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด 243.นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย/กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัลติเมท บรรจุภัณฑ์ จำกัด 244.นางเบญจมาศ สมบูรณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง/กรรมการผู้จัดการ บริษัทสยาม ควอลิตี้อินดัสทรี้ส์ จำกัด

จาก สมาคมธนาคารไทย 5 ราย ได้แก่ 245.นายประภาศ ทองสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) 246.นายอนุชา เหล่าขวัญสถิตย์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ 247.นางรัตนา รัตนะ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาบริหารบัตรและร้านค้าสมาชิก บมจ.ธนาคารกรุงไทย 248.นางวิภาภรณ์ ชัยรัตน์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มบริหารความเสี่ยง

จาก สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 1 รายคือ นายอดุลชัย รักดำ กรรมการผู้จัดการ บริษัทดีเจริญ ทัวร์ ทราเวิล เซ็นเตอร์ จำกัด

นอกจากนั้น ยังมีนักศึกษาชาวต่างประเทศ ที่เป็นนายทหารจากประเทศเพื่อนบ้าน มาร่วมศึกษาอบรมด้วยอีก 9 ราย ประกอบด้วย

1.Brig Gen Badrul Hisham bin Haji Bakar จาก สหพันธรัฐมาเลเซีย 2.Capt.Chris Smith, RAN จาก เครือรัฐออสเตรเลีย 3. Col.HuynH thein Nhon จาก สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 4.Col.Poh Boon Hock จาก สาธารณรัฐสิงคโปร์ 5. Col.Rifky Nawawi จาก สาธารณรัฐอินโดนีเซีย 6.Col.Roger Lewis จาก สหราชอาณาจักร 7.พล.อ.จ. SK Vidhate จาก สาธารณรัฐอินเดีย 8.Col.Sung Woo Young จาก สาธารณรัฐเกาหลี 9. Col.Yem BunReth จาก ราชอาณาจักรกัมพูชา

ยังมีบุคคลทั่วไปอีก 23 รายที่พอมีสถานะเส้นสายให้เข้าเรียนวปอ.ได้ ซึ่งจะขานชื่อให้ในวันพรุ่งนี้.

“ซี.12”

 

ท้องถิ่นระดับสูงรุ่นที่ 26

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 14 ก.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/721108

 

สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมมือทางวิชาการกับสำนักสิริพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ในการจัดหลักสูตรนักบริหารงานท้องถิ่นระดับสูงรุ่นที่ 26

มีผู้บริหารฝ่ายราชการประจำทั้ง ปลัด อบต. และ ปลัดเทศบาลตำบล มาศึกษาอบรมตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม จนถึงวันที่ 23 กันยายน 2559 เป็นระยะเวลาเดือนเศษ อีกไม่ถึง 10 วันก็จะจบกันแล้ว

มี นายจรินทร์ จักกะพาก อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้อนุมัติโครงการ นายรุ่งโรจน์ รุ่งรัศมี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น เป็นผู้อำนวยการหลักสูตร นายสมนึก ปิ่นถาวรรักษ์ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น/ผู้อำนวยการส่วนบริหารการฝึกอบรม นายกิตติพงษ์ ชูประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการโครงการ ส่วนผู้รับผิดชอบโครงการฝ่ายนิด้าคือ อาจารย์ใจชนก ภาคอัต

ตอนนี้มีการเลือกคณะกรรมการนักศึกษา เพื่อดำเนินกิจกรรมของรุ่น ดังนี้

1.นายพงศ์พัชฌ์ โชติธนภูดินันท์ ปลัด อบต.โชคชัย จ.นครราชสีมา ประธานรุ่น 2.ส.อ.ประจบ เพชรฤทธิ์ ปลัด อบต.นาหมอบุญ จ.นครศรีธรรมราช รองประธาน 3.นายนพดล ชุมคง ปลัด อบต.คำน้ำสร้าง จ.ยโสธร ที่ปรึกษา 4.นางนวนปราง ช้างชนะ ปลัด อบต.เกาะรัง จ.ลพบุรี เลขานุการ 5.นายเด็ด ศรีบุรินทร์ ปลัด อบต.พะแสง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ช่วยเลขานุการ 6.นางธนนันท์ อนันต์สินชัย ปลัด อบต.โนนแดง จ.ชัยภูมิ เหรัญญิก 7.นางสาวนันท์ณภัส มะยาระ ปลัด อบต.นาจักร จ.แพร่ ผู้ช่วยเหรัญญิก 8.พ.อ.อ.สมศักดิ์ ผิวบาง ปลัด อบต.บ้านปทุม จ.ปทุมธานี หัวหน้ากลุ่มสวัสดิการ 9.ว่าที่ ร.ท.เจษฎา ไชยทน ปลัด ทต.เวียง จ.เชียงราย หัวหน้ากลุ่มศึกษาดูงาน 10.น.ส.พรรณี ลิ้มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มศึกษาดูงาน 11.ว่าที่ ร.ท.ดร.อริชัย เกตุจันทร์ ปลัด อบต.ช่องแค จ.นครสวรรค์ หัวหน้ากลุ่มวิชาการ 12.นายประดิษฐ์ ศรีประไหม ปลัด ทต.นาคู จ.กาฬสินธุ์ ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มวิชาการ 13.นายภูษิต จิตสมพงษ์ ปลัด อบต.บางจาก จ.นครศรีธรรมราช หัวหน้ากลุ่มสังคมและบันเทิง 14.นางดวงฤดี ปะริเตสัง ปลัด อบต.บ้านกลึง จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มสังคมและบันเทิง 15.นายฐานะ มาศขุนทด ปลัด ทต.นาหนองทุ่ม จ.ชัยภูมิ หัวหน้ากลุ่มกีฬา 16.น.ส.ณัฐธิดา ดวงขวัญ ปลัด อบต.บางน้ำจืด จ.ชุมพร ผู้ช่วยหัวหน้ากลุ่มกีฬา 17.นายสุเทพ หนูรอด ปลัด อบต.นาเคียน จ.นครศรีธรรมราช หัวหน้ากลุ่มประชาสัมพันธ์ 18.นายอรรถพล สีหนาจ ปลัด อบต.ขั้นไดใหญ่ จ.ยโสธร กรรมการตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 19.นายเชน มีคุณ ปลัด อบต.สายห้วยแก้ว จ.ลพบุรี กรรมการตัวแทนภาคกลาง 20.นางพัชนิดา ไชยหงส์สา ปลัด อบต.นิคมพัฒนา จ.ระยอง กรรมการตัวแทนภาคตะวันออก 21.นายวริศ วานิชพิพัฒน์ ปลัด ทต.บ้านมุง จ.พิษณุโลก กรรมการตัวแทนภาคเหนือ 22.นายเจริญฤทธิ์ ศุทธางกูร ปลัด อบต.ศรีวิชัย จ.สุราษฎร์ธานี กรรมการตัวแทนภาคใต้

การศึกษาดูงานนั้นจัดเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น โดยได้จัดให้ไปศึกษาดูงานเรื่องการสร้างเครือข่าย รัฐ เอกชนและประชาสังคมของท้องถิ่น การพัฒนาชุมชนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การยกระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การบริหารจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และการค้าเศรษฐกิจชายแดน

ตรงนี้เป็นการวางหลักสูตรที่น่ายกย่องที่สุด.

“ซี.12”