มุมข้าราชการ 20/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 20 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/694905

 

เริ่มแล้วสำหรับเทศกาลการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับสูงในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานคือ ปลัดกระทรวง อธิบดี และตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นเช่น เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจน เอกอัครราชทูต โดยตำแหน่ง ปลัดกระทรวง ปีนี้มีเกษียณ 6 กระทรวง รวมทั้ง สำนักนายกรัฐมนตรี แต่ไม่รวมกระทรวงกลาโหม…

กระทรวงแรกที่เปิดฉากนำเข้า ครม.ก่อนใครอื่นคือ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ อภิชาต ชินวรรโณ เกษียณ ได้ตัวปลัดกระทรวงใหม่เป็น ปลัดกระทรวงหญิง คือ บุษยา มาทแล็ง เอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม นับเป็นการเปิดศักราชใหม่สำหรับวงการทูตและเปิดโอกาสให้ ข้าราชการสตรี ได้แสดงฝีมือทางด้านการบริหาร ประสบการณ์จากการเคยเป็นเบอร์สองที่ลอนดอน เป็นอธิบดีกรมยุโรป ออกไปเป็นเอกอัครราชทูตครั้งแรกที่เซเนกัลและดูแลประเทศในแอฟริกามากมายเช่น กินี กาบอง ไลบีเรีย โตโก มาลี เซียร์ราลีโอน และ ฟาโซ ก่อนย้ายไปเป็นทูตสเปน และเบลเยียมเป็นโพสต์ล่าสุดนั้นไม่ธรรมดาอยู่แล้ว…

ในระดับอธิบดีมี ครม.อนุมัติแล้วหลายกรมในหลายกระทรวงคือ สุทธิรัตน์ รัตนโชติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ได้กลับไปเป็นอธิบดีกรมบัญชีกลางที่เคยเติบโตมาจนถึงรองอธิบดีก่อนหน้านี้ ของมหาดไทยก็ได้รองปลัดกระทรวงคือ ประทีป กีรติเรขา ไปเป็นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ พร้อมกับต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย ได้แก่ฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กับ มณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง…

ที่กระทรวงหมอ-สาธารณสุข ได้อธิบดีใหม่มากมายหลายคนคือ วิศิษฎ์ ตั้งนภากร จากรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็น อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เจษฎา โชคดำรงสุข จากอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็น อธิบดีกรมควบคุมโรค นาวาอากาศตรีบุญเรือง ไตรเรืองวรรัตน์ จากอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็น อธิบดีกรมสุขภาพจิต ธีรพล โตพันธานนท์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น อธิบดีกรมการแพทย์ สุขุม กาญจนพิมาย จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็น อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สุเทพ วัชรปิยานันท์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวงเป็น เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา…

ย้อนกลับไปถึงเรื่องการแต่งตั้งของมหาดไทยในตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ปัจจุบัน ณ วันนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อายุน้อยสุดแต่อาวุโสสูงสุด ประทีป กีรติเรขา อายุมากสุด อาวุโสลำดับสอง ณัฐพงศ์ ศิริชนะ กับ ชยพล ธิติศักดิ์ อายุใกล้เคียงกัน อาวุโสลำดับสามเท่ากัน ในจำนวน 4 รองปลัดนี้มี รองประทีป คนเดียวที่เป็น สิงห์ทอง รามคำแหง เกษียณปี 61 ที่เหลือสามคนเป็น สิงห์ดำ จุฬาฯ พอ รองประทีป ไปเป็นอธิบดีกรมที่ดิน คนที่ได้เสียบเข้ามาเป็นรองปลัดคนที่สี่คือ ประยูร รัตนเสนีย์ ก็มีประวัติสวยสดงดงามน่าอิจฉากล่าวคือเป็นสิงห์ดำที่เป็นผู้ว่าฯพังงาปี 2557 ผู้ว่าฯอยุธยาปี 2558 และรองปลัดปี 2559 ขึ้นบันได 3 ขั้น สรุปตอนนี้มีสิงห์ดำครองเก้าอี้รองปลัดครบหมดแถมเป็นอธิบดีอีก 4 กรม พอถึงเวลาที่ กฤษฎา บุญราช เกษียณจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยในปีหน้าจะมีสิงห์ไหนแหกค่ายมฤตยูเข้ามาเป็นปลัดได้…

“ซี.12”

 

ที่ดิน–โยธา–ปภ.เกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 19 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/693797

 

รายการเกษียณอายุราชการของข้าราชการมหาดไทยในจังหวัดต่างๆยังมีของกรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อีก 3 กรม

ของ กรมที่ดิน นั้น ที่เกษียณไปพร้อมกับ นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดี มีตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ได้แก่

1.นายฉลาด ทำนุพรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกรม 2.นายธีรศักดิ์ ลิ้มประสิทธิศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกรม 3.นายนิมิตร ปัทมาคม ผู้ตรวจราชการกรม 4.นายวิรัช ภูมิพิทักษ์กุล ผู้ตรวจราชการกรม 5.นายวิโรจน์ เตชะจันตะ ผู้ตรวจราชการกรม 6.นายสมพร พรหมพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกรม 7.นายสุรพงษ์ ไชยนิตย์ ผู้ตรวจราชการกรม

เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดที่เกษียณมี 1.นายเกษม สินสุวรรณาภรณ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี 2.นางฐิติรัตน์ เพ็ชรพล เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร 3.นางณัทปภา ปาละสิงห์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ปราจีนบุรี 4.นางสาวประทุม เผือกน่วม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอ่างทอง 5.นางพัชรี คำภู เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดแพร่

6.นายไพบูลย์ นิรุกติศาสตร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี 7.นายไพรัต เศียรสมาน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ 8.นางวิไลวรรณ บุญนวล เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา 9.นายเสถียร พลจันทร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย 10.นายอรรถพร พันธุโกวิท เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกรุงเทพมหานคร

ส่วน กรมโยธาธิการและผังเมือง มีตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญที่เกษียณคือนางสาวศัณสณีย์ ศิลป์เบ็ญจพร ผู้เชี่ยวชาญด้านวางแผนวิศวกรรม (วิศวกรโยธา) สำนักวิศวกรมการผังเมืองส่วนตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ได้แก่

1.นางวนิดา วานิช ผู้ตรวจราชการกรม 2.นายโฆษิต ต้องวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนามาตรฐาน 3.นายเชวงศักดิ์ ฉ้วนตั้น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี 4.นางทิพวรรณ แสงทองฉาย โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐม 5.นายวิญญู หมั่นการ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระยอง

สำหรับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูงที่เกษียณคือ 1.นางสาวสุนันท์ อังเกิดโชค ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 (ปทุมธานี) 2.นายสุรชัย ธัชกวิน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 (สุพรรณบุรี) 3.นายโส เหมกุล ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 (สงขลา)

นอกจากนี้ ยังมี ผู้ตรวจราชการกรม ของกรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและ กรมการปกครอง ที่ยังไม่ได้แจ้งในคราว ที่แล้วคือ 1.นางคำแข ธรรมนิยาย ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน 2.นายเส่ง สิงห์โตทอง ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน 3.นางสาวอัจฉรา วงษ์เอก ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 4.นายรุ่งโรจน์ รุ่งรัศมี ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาท้องถิ่น 5.นายสุรพล สุวรรณานนท์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง 6.นายวิโรจน ศรีสวัสดิ์ ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง 7.นายนิพนธ์ อินทรสกุล ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศอ.บต.

ยังเหลือแต่ผู้ดำรงตำแหน่งนายอำเภอที่เกษียณในปีนี้ที่จะนำเสนอภายหลัง.

“ซี.12”

 

มือซ้าย–มือขวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 18 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/692656

 

เขียนถึงเรื่องราวคนมหาดไทยเกษียณอายุราชการในจังหวัดต่างๆคือผู้ว่าราชการจังหวัดและรองแล้ว

ขอบันทึกให้เข้าชุดกันไปเลยว่ามีอยู่อีก 2 ตำแหน่งที่เปรียบเสมือน มือซ้าย และ มือขวา ของ ผู้ว่าราชการจังหวัด คือ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด กับ ปลัดจังหวัด

ตำแหน่งแรกเปรียบเสมือนฝ่ายเสนาธิการ ดูแลงานเอกสารการนัดหมายประชุมแก้ปัญหา ตำแหน่งหลังควบคุมการปฏิบัติการในพื้นที่ดูแลตั้งแต่นายอำเภอลงไปถึง อส.

ทั้งสองตำแหน่งนี้อยู่ในประเภท อำนวยการระดับสูง ศักดิ์ศรีเท่ากับผู้อำนวยการสำนัก ผู้ตรวจราชการกรมในส่วนกลาง คือสามารถก้าวขึ้นสู่รองผู้ว่าฯได้เลย

ปีนี้มี หัวหน้าสำนักงานจังหวัด เกษียณอายุ 9 ราย คือ

1.นายชัชพลศิลป์ ประเสริฐศรี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครสวรรค์ 2.นายทวี สุทธิถนอม หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงราย 3.นายนาวีศักดิ์ จรรยาเจริญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดชัยภูมิ 4.นายบัญญัติ ศรีอุทัย หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเลย 5.นายวลัญจกร ไกรเลิศ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครนายก 6.นายสมทบ กุลชล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสระแก้ว 7.นายสมยศ วงศ์เจริญ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำปาง 8.นายสิญจน์ เวชไพจิตร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดราชบุรี 9.นายสุชีพ พันธุ์จันทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสงคราม

ส่วน ปลัดจังหวัด มีเกษียณ 14 ราย คือ

1.นายโกสินทร์ ศรีเพชรพงษ์ ปลัดจังหวัดพิจิตร 2.นายชัยภัค สุนทรหงส์ ปลัดจังหวัดนครปฐม 3.นายฐานิต พรหมทอง ปลัดจังหวัดระนอง 4.นายถวิล ศิริสวัสดิลก ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี 5.นายธำรง เขมะรัตน์ ปลัดจังหวัดตรัง 6.นายปรีชา โชติทวีวัฒน์ ปลัดจังหวัดน่าน 7.นายพินิจ บุญวรรณ ปลัดจังหวัดยโสธร 8.นายเรวัต อัมพวานนท์ ปลัดจังหวัดสิงห์บุรี 9.นายวิจักขณ์ ชินโคตรพงศ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร 10.นายวีระ เกิดศิริมงคล ปลัดจังหวัดสตูล 11.นายสฤษดิ์ ไสยโสภณ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู 12.นายสัมฤทธิ์ พุฒศรี ปลัดจังหวัดสกลนคร 13.นายสุรชัย วัฒนาอุดมชัย ปลัดจังหวัดขอนแก่น 14.นายอรรถสิทธิ์ สุขธรรมนิยม ปลัดจังหวัดนครสวรรค์

ยังมีพื้นที่เหลือขอบันทึกต่อไปถึงหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดที่ไปจากมหาดไทยและเกษียณในปีนี้คือ จาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตำแหน่ง ท้องถิ่นจังหวัด ประเภทอำนวยการระดับสูง 7 รายคือ 1.นายทรงวุฒิ จันทร์ผ่องศรี ท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี 2.นายพงษ์ศักดิ์ ชนะสิทธิ์ ท้องถิ่นจังหวัดสตูล 3.นายยุทธเดช พลอยสังวาลย์ ท้องถิ่นจังหวัดนครพนม 4.นายวีรวัฒน์ วุฒิสาร ท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร 5.นายสมปราชญ์ จงจิต ท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ 6.นายสมศักดิ์ กู้เกียรติกาญจน์ ท้องถิ่นจังหวัดฉะเชิงเทรา 7.นายสรวิชญ์ ไชยสวัสดิ์ ท้องถิ่นจังหวัดเลย

พัฒนาการจังหวัด จาก กรมการพัฒนาชุมชน มี 7 ราย คือ 1.นายกสิณ นวลโคกสูง พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา 2.นายดำรงชัย พุ่มสงวน พัฒนาการจังหวัดชลบุรี 3.นายประพันธ์ พรหมสมบูรณ์ พัฒนาการจังหวัดปัตตานี 4.นายปรีชา พรหมบุตร พัฒนาการจังหวัดบุรีรัมย์ 5.นางสาวศรีวรรณา จันทร์จิตรเพ็ชร พัฒนาการจังหวัดสกลนคร 6.นางสุพัตรา แสงทอง พัฒนาการจังหวัดสุรินทร์ 7.นายเสน่ห์ บุญสุข พัฒนาการจังหวัดสุพรรณบุรี 8.นายอรชุน ธิวรรณลักษณ์ พัฒนาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับรายการเกษียณของส่วนราชการอื่นในมหาดไทยยังมีอีกวัน.

“ซี.12”

 

รองเกษียณใน มท.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 17 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/691722

 

นอกจากข้าราชการประเภทบริหารระดับสูงในตำแหน่งอธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ว่าราชการจังหวัดของกระทรวงมหาดไทยที่เกษียณอายุ 27 รายแล้ว

ยังมีข้าราชการอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในตำแหน่งประเภท บริหารระดับต้น คือ รองอธิบดี และ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงคราวเกษียณไปด้วย 41 ราย เป็นรองอธิบดี 3 รองผู้ว่าฯ 38

3 รองอธิบดีได้แก่ 1.นายสุจิต จงประเสริฐ รองอธิบดีกรมที่ดินรักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ ตำแหน่งประเภทบริหาร 2.นายพิชัย อุทัยเชฏฐ์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 3.นางสาวศิระภา วาระเลิศ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

ส่วนรองผู้ว่าราชการจังหวัด 38 ราย คือ

1.นายกำธร ตุ้งสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม 2.นายขจรชัย วัฒนาประยูร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง 3.นายชัยภัทร หิรัณยเลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย 4.นายชัยรัตน์ ธาราสันติสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี 5.นางชูสม รัตนนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่

6.นายณรงค์ ไพศาลทักษิณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี 7.นายณรงค์ศักดิ์ พลศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ 8.นายเดชา ใจยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงทรา 9.นายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด 10.นายธนา บุษปวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี

11.นายธวัชชัย ธรรมรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร 12.นายธวัชชัย รักขนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ 13.นางนภา ศกุนตนาค รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ 14.นายนลิน ตั้งประสิทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร 15.นายนิพนธ์ สาธิตสมิตพงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ

16.นายนิพันธ์ ศิริธร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง 17.นายบรรเจิด อนุเวช รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท 18.นายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี 19.นายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 20.นายภูมิบุญญ์ แช่มช้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

21.นายมงคล สุกใส รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ 22.นายมนัธสะวัชร์ บุญสมวัฒนวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ 23.นายรุ่งชัย ใบกว้าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร 24.นายวินัย ตรงจิตพิทักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ 25.นายวิรัตน์ ทำนุราศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

26.นายวิษณุ สว่างทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย 27.นายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง 28.นายสมบูรณ์ โอฬารกิจเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู 29.นายสมหมาย วิเชียรฉันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา 30.นายสรธร สันทัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา

31.นายสาธิต ธรรมประดิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา 32.นายสุรพจน์ รัชชุศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 33.นายสุรพันธ์ ดิสสะมาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา 34.นายสุรินทร์ เพชรสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง 35.นายอโณทัย ธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 36.นายอนันตพล บุญชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 37.นายอาคม สุขพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 38.นายอุดร น้อยทับทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

ในจำนวนสามสิบกว่าคนของรองผู้ว่าฯที่เกษียณนี้มีอยู่หลายคนที่น่าเสียดายแทนที่ไม่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าฯสัก 1 ปี อย่างเช่น รองหญิง ทั้งสองคือ รองชูสม ของจังหวัดแพร่ กับ รองนภา ของจังหวัดชัยภูมิ อาจจะเป็นเพราะชายชาตรีทั้งหลายใจไม่กว้างพอ

รองที่ทำงานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้มายาวนานอย่าง รองอุดร ของจังหวัดยะลาก็ถูกละเลย พอตำแหน่งว่างก็มีคนจากที่อื่นมาเสียบแทน

อีกคนที่น่าเสียดายคือ นายจำนัล เหมือนดำ เป็นนายอำเภอ ปลัดจังหวัดและรองผู้ว่าฯในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีศักยภาพสูงในการทำงานเป็นที่ประจักษ์ แต่พอถึงเวลาเกษียณก็ได้แค่รองเลขาธิการ ศอ.บต.

“ซี.12”

 

ผู้ว่าฯเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 16 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690602

 

เขียนถึงงานหลักของผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลขวัญและกำลังใจของประชาชนในจังหวัดยามที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติร้ายแรงแล้ว

นึกขึ้นมาได้ว่าเพิ่งผ่านพ้นครึ่งแรกของเดือนสิงหาคมแล้ว แปลว่าข้าราชการที่ถึงกำหนดเกษียณอายุตอนสิ้นปีงบประมาณนี้ยังมีเวลาทำงานอีกเพียงเดือนครึ่งเท่านั้นเอง

เผลอๆในช่วงนี้ของบางปี หลายกระทรวงมีการนำเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อทดแทนคนเกษียณเข้า ครม.ไปแล้วด้วยซ้ำไป

เมื่อวานนี้เอ่ยถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่เกิดเหตุระเบิดกวนเมือง 7 จังหวัดว่าถึงแม้จะใกล้เกษียณก็ขอให้ดูแลประชาชนจนถึงวันสุดท้ายเพราะไม่มีใครรู้จักพื้นที่และผู้คนมากไปกว่าท่าน

วันนี้ก็เลยขอเขียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเกษียณอายุเสียเลย

ในกระทรวงมหาดไทยนั้นปีนี้มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ดำรงตำแหน่งประเภท บริหารระดับสูง เกษียณอายุทั้งสิ้น 27 ราย เป็น อธิบดี 1 ราย ผู้ตรวจราชการกระทรวง 5 ราย และ ผู้ว่าราชการจังหวัด 21 ราย

อธิบดี นั้นได้แก่ นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน ที่เคยเป็นรองปลัดกระทรวงและผู้ว่าฯมาแล้ว 2 จังหวัดคือนราธิวาสกับนครศรีธรรมราช

รายนี้กำลังจะถอดหัวโขนออกด้วยความสง่างาม ด้วยความสัตย์ซื่อยึดถือจริยธรรมในการดำรงชีวิตเป็นที่ประจักษ์

ผู้ตรวจราชการกระทรวง 5 รายได้แก่ 1.นายขวัญชาติ วงศ์ศุภรานันต์ 2.นายวันชัย สุทธิวรชัย 3.นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ 4.นายวินัย บัวประดิษฐ์ 5.นายสุวิทย์ สุบงกฎ

4 ใน 5 รายเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน โดยเฉพาะรายที่ 4 คือ ผู้ตรวจวินัย นั้นทำลายสถิติการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯมากจังหวัดที่สุด

มีเพียงรายแรก ผู้ตรวจขวัญชาติ ที่เคยเป็นรอง ผวจ.ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้แต่พลาดโอกาสการเป็นผู้ว่าฯไปขึ้นเป็นรองเลขาธิการศอ.บต.ก่อนมาเป็นผู้ตรวจฯ

สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด 21 รายที่เกษียณนั้นได้แก่

1.นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น 2.นายคณิต เอี่ยมระหงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท 3.นายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี 4.นางสาวจิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม 5.นายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก 6.นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 7.นายพิเชษฐ์ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ 8.นายพินิจ หาญพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ 9.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 10.นายยิ่งยศ ธนะจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ

11.นายวงศศิริ พรหมชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี 12.นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี 13.นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ 14.นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย 15.นายสมดี คชายั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร 16.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง 17.นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง 18.นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง 19.นายเสรี ศรีหะไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ 20.นายอัครเดช เจิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี 21.นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

แต่ละคนล้วนเป็นจอมยุทธชั้นสุดยอดด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น.

“ซี.12”

 

แปรวิกฤติเป็นโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 15 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/690238

 

ปฏิบัติการของกลุ่มพวกทำร้ายประเทศไทยด้วยการใช้ระเบิดก่อกวนความสงบสุขในพื้นที่ต่างๆ 7 จังหวัดจนมีผู้บาดเจ็บล้มตายนั้น เป็นการกระทำของพวกสิ้นคิด

ข่าวสารจากปากของผู้นำในวงการตำรวจที่มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ระบุเองว่า เกี่ยวพันกับผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน

นี่มันเป็นความชั่วร้ายเลวทรามทางการเมืองอย่างใหญ่หลวง

รัฐบาลและ คสช.ที่มีอำนาจพิเศษในมือจะต้องติดตามกระชากหน้ากากของแก๊งกลุ่มพวกนี้เพื่อเอาตัวมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

เพราะถ้าหากเป็นเรื่องการเมืองชัดเจนแบบนี้มันคงไม่หยุดเพียงแค่นี้

7 จังหวัดแรกนำร่องไปแล้วทางภาคใต้ ยังมีอีกหลายจังหวัดที่เข้าข่ายเป็นเป้าหมายใหญ่ อย่างเช่นภาคกลางและภาคตะวันออกทั้งภาค

นี่มิใช่การชี้โพรงให้กระรอก เพราะพื้นที่ที่เอ่ยถึงใครๆก็รู้ว่าลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญท่วมท้นขนาดไหนแล้วยังเป็นพื้นที่สำคัญทางด้านแหล่งท่องเที่ยว เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของชาติและบางส่วนก็เป็นเมืองชายแดนด้วย

ยิ่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วยแล้วจังหวัดที่เป็นเป้าหมายอันตรายยิ่งเห็นเด่นชัดกันไปใหญ่

เรื่องของตำรวจเรื่องของทหารในการสืบสวนหาข่าวในทางลับทางแจ้งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็ว่ากันไป

แต่ในฝ่ายราชการพลเรือนนั้นยังมีหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกนอกจากการร่วมตรวจสอบหาข่าวสารข้อมูลในการลากคนแก๊งวายร้ายเหล่านี้

ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 7 อันประกอบด้วย นายทวี นริสศิริกุล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.สุราษฎร์ธานี นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.นครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ. ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผวจ.พังงา นายพินิจ บุญเลิศ ผวจ.กระบี่ และ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผวจ.ตรัง นั้น

มีทั้งผู้ว่าฯที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ทำงานยังไม่ทันครบปี และผู้ว่าฯที่กำลังจะเกษียณอายุ รวมทั้งผู้ว่าฯที่อาวุโสพร้อมที่จะก้าวขึ้นรับตำแหน่งสำคัญกว่านี้

การปลุกปลอบขวัญกำลังใจของประชาชนในพื้นที่มิให้หวาดผวาจนไม่เป็นอันทำมาหากินและให้ทุกคนใช้ชีวิตต่อไปตามปกติเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ผู้ว่าฯทั้ง 7 จะต้องดำเนินการอย่างฉับพลันทันที

นี่เป็นโอกาสที่จะได้แสดงฝีไม้ลายมือให้เป็นที่ประจักษ์ คนที่จะเกษียณก็จะได้จากไปอย่างมีศักดิ์ศรีและสง่างาม

คนที่ยังเหลือเวลาราชการอยู่ก็จะได้โชว์ศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์ร้ายแรง เพิ่มแต้มต่อในการเป็นตัวเลือกในการทำงานใหญ่ต่อไป

ในทุกวิกฤติมีโอกาสรออยู่ทั้งนั้น.

“ซี.12”

 

มุมข้าราชการ 13/08/59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 13 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/688471

 

ชีวิตราชการ ก็เป็นเช่นนี้มีขึ้นมีลงไปตามเหตุการณ์ ความอดทนรับมือกับสถานการณ์เท่านั้นที่จะทำให้ฝ่าฟันไปได้ตลอดรอดฝั่ง จึงน่ายินดีกับข่าวคราวของ แมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ที่ถูกคำสั่ง คสช.ตาม ม.44 ย้ายจากตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ให้มาช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย บัดนี้ผลการสอบสวนข้อกล่าวหาฉกาจฉกรรจ์นั้นออกมาแล้วว่า ไม่พบความผิดใดๆ ก็เป็นหน้าที่ของทางกระทรวงมหาดไทยที่ต้องเยียวยาให้กลับคืนสู่เก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไปซึ่งอาจไม่ใช่ที่ สมุทรสาคร ก็ได้…

ส่วนที่ ปัตตานี หลังจาก วีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีถูกคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2559 มาจนถึงทุกวันนี้ โดยเจ้าตัวต้องเข้ามาช่วยราชการในส่วนกลาง ปรากฏว่าคนที่ถูกส่งไปรักษาราชการแทนและได้ขึ้นเป็นผู้ว่าฯเต็มตัวไปแล้วนั้นคือ สุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยนั้นมีหลายเสียงเป็นห่วงเรื่อง ปลาผิดน้ำ อาจทำให้ท่านผู้ว่าฯออกจะเกร็งๆไปบ้างไม่ค่อยออกไปไหน…

ในขณะที่สถานการณ์ก็ยังหนักหน่วงรุนแรงไม่ลดละเช่นนี้พอถึงการโยกย้ายประจำปีใครๆก็คงไม่แปลกใจ ถ้ามีชื่อ ผู้ว่าฯสุริยะ ในการโยกย้ายอีกรอบซึ่งอาจจะไปลงในพื้นที่ที่ถนัดอย่างศรีสะเกษ ยโสธร หรือที่อื่นใดในละแวกนั้น อีกประการหนึ่งจะเป็นเรื่องดีที่สามารถเปิดพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ นักรบ ในพื้นที่นั้นสามารถเติบโตขึ้นเป็นผู้ว่าฯได้อีกสักคนเพราะปีนี้ไม่มีผู้ว่าฯ 3-4 จังหวัดตรงนั้นเกษียณเลย…

รองผู้ว่าฯอาวุโส ที่น่าเอ่ยถึงว่าสามารถขึ้นได้ก็เช่น วีรนันท์ เพ็งจันทร์ รอง ผวจ.ปัตตานี เถกิงศักดิ์ ยกศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส กู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รอง ผวจ.ยะลา ไปจนถึง ศุภณัฐ สิรันทวิเนติ รองเลขาธิการ ศอ.บต.รวมทั้ง สายัณห์ อินทรภักดิ์ รอง ผวจ.ยะลา เมื่อปี 2555 ปัจจุบันเป็นรอง ผวจ.ตรัง…

รายการเติบโตตามสภาพของงานที่สำนักนายกรัฐมนตรีมีการโอน ภัทรภร ฐิติยาภรณ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำด้านยุทธศาสตร์และการวางแผน สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แต่งตั้ง ธนู มีแสงเงิน รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์…

การแต่งตั้งประเภท วิชาการระดับทรงคุณวุฒิ มี 2 กระทรวงคือ พนิต ธีรภาพวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กลุ่มกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เป็น ที่ปรึกษากฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และ ประวิ อ่ำพันธุ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ เป็น สาธารณสุข-นิเทศก์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข…

ไมตรี อินทุสุต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดพิมพ์หนังสือเล่มเล็ก คมความคิด พัฒนาสังคม สำหรับแจกจ่ายข้าราชการและเผยแพร่ทั่วไป โดยรวบรวมข้อคิด คำคม เกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการทำงานด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นตำนานในการสร้างคน สร้างองค์กร ส่วนเล่มใหญ่เป็นเรื่อง คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับงานพัฒนาสังคม ผลงานของกองวิชาการ สำนักงานปลัดกระทรวง พม. …

สำนักพิมพ์จุฬา นำเสนอ ทฤษฎีวรรณคดีวิจารณ์ตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ของ สุรเดช โชติอุดมพันธ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ น่าชอบใจที่มีการยกสำนวนนิยายไทย ฟ้าทะลายโจร เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบได้เหมาะเหม็งโดนใจ…

“ซี.12”

 

อนาคต ศอ.บต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 12 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687508

 

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือ ศอ.บต.เป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ทำให้การบริหารและการแก้ไข ปัญหาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว คล่องตัว ทันต่อสถานการณ์

การดำเนินงานของ ศอ.บต.มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรียกย่อว่า กพต. จำนวน 36 คน มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน มีรัฐมนตรี 17 คน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 11 คน ผู้แทนภาคประชาชน 5 คน เป็นกรรมการ มีเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นเลขานุการ ทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาแผนงาน/โครงการ/งบประมาณ รวมทั้งเร่งรัด กำกับ ติดตาม การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

พื้นที่ที่ดูแลรับผิดชอบคือจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูลและบางอำเภอของจังหวัดสงขลา

สำหรับผู้บริหารในส่วนที่เป็นข้าราชการประจำนั้นปัจจุบันมี นายภาณุ อุทัยรัตน์ เป็นเลขาธิการ มีรองเลขาธิการ 5 อัตรา แต่มีตัวคนดำรงตำแหน่งอยู่เพียง 3 อัตรา คือ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ นายจำนัล เหมือนดำ นายประสิทธ์ ชูเมือง

นอกจากนั้น ยังมีตัวแทนจากกระทรวงต่างๆ และกรมที่สำคัญเข้ามาร่วมเป็นผู้ช่วยเลขาธิการอีกเกือบ 20 ราย

ที่หยิบยกเอาเรื่องนี้มาเอ่ยถึงในวันนี้เพราะทราบว่าตัวเลขาธิการศอ.บต.คือ นายภาณุ อุทัยรัตน์ กำลังจะถึงเวลาเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2559 นี้

ตลอดระยะเวลาอันยาวนานในการรับราชการของ เลขาธิการภาณุ ตั้งแต่เป็นนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองปลัดกระทรวงมหาดไทย จนถึงเลขาธิการ ศอ.บต. ล้วนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาเกือบทั้งชีวิต เมื่อได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสำคัญนี้ก็สามารถปฏิบัติให้บรรลุภารกิจได้อย่างดีเยี่ยม

จนมีการตั้งคำถามในละแวกภาคใต้ตอนล่างดังขึ้นหนาหูว่าต่อไปไม่มีเลขาภาณุแล้วใครจะมาทำแทน ฟังแล้วน่าภาคภูมิใจเพราะถ้อยคำเหล่านี้มีคุณค่ายิ่งกว่าเหรียญตราใดๆ

เท่าที่ได้สดับรับฟังมาผู้คนในพื้นที่ต้องการคนที่รู้จริง เข้าใจและเข้าถึงมาสานต่องานนี้ จึงลองสอดส่ายสายตาและพลิกดูปูมหลังของข้าราชการที่เหมาะสมแล้วก็เห็นว่ามีตัวตนที่เข้าสเปกอยู่หลายคนพอสมควรทีเดียว

อย่างเช่น ถ้าจะยึดตามธรรมเนียมเก่าๆเอาคนอาวุโสระดับรองปลัดกระทรวงที่มีประสบการณ์ในพื้นที่มาเป็นก็มีอยู่คนหนึ่งคือ นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสมาก่อน

ถ้าจะเลือกเอาจากผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง โดดเด่นที่สุดเพราะเคยเป็นผู้ว่าฯยะลาและสตูลมาก่อนหน้านี้ และเป็นชาวอำเภอรือเสาะจังหวัดนราธิวาส ประสบการณ์ในพื้นที่เพียบ อีกคนก็คือ นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เคยทำงานใน ศอ.บต.มายาวนานและเคยเป็นรอง ผวจ.ปัตตานีมาก่อน อีกรายเคยเป็นนายอำเภอในพื้นที่และรองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส

และทำงานใน ศอ.บต.มานาน ปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการ ศอ.บต.คือ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ แต่มีข้อด้อยตรงที่ไม่เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

ที่สำคัญที่สุดที่จะต้องบอกกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.โดยตรงว่า งาน ศอ.บต. เป็นงานปฏิบัติการในสายพลเรือนโดยตรงโปรดอย่าเอาทหารเข้ามาคุมเลย.

“ซี.12”

 

นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 11 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/686506

 

มูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ จัดให้มีการประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ยกย่องและเชิดชูเกียรติบุคคลที่ได้อุทิศตนและสร้างผลงานดีเด่นไว้ในวงการสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์

มีการกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การดำเนินการสรรหาและคัดเลือกนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นไว้ดังต่อไปนี้

บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมี 3 ประเภทคือ 1.นักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ 1-3 คน มีคุณสมบัติสำเร็จการศึกษาอย่างน้อยระดับปริญญาตรีทางด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และได้ปฏิบัติงานประจำทางด้านสังคมสงเคราะห์ มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งมิใช่นักบวช

2.ผู้ปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ 1-3 คน มีคุณสมบัติปฏิบัติงานประจำทางด้านสังคมสงเคราะห์ มาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งไม่ใช่นักบวช

3.นักสังคมสงเคราะห์อาสาสมัคร 1-10 คน มีคุณสมบัติเป็นผู้ซึ่งอาสาช่วยปฏิบัติงานด้านการจัดสวัสดิการสังคมในองค์การสวัสดิการสังคมและมีผลการปฏิบัติงานในด้านนี้มาไม่น้อยกว่า 5 ปี

ส่วนวิธีการสรรหานั้นผู้มีคุณสมบัติของบุคคลแต่ละประเภทสามารถเสนอชื่อตนเองได้ กรรมการบริหารของมูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ มีสิทธิ์เสนอชื่อบุคคลผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าพิจารณาคัดเลือกเป็น

นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น และหน่วยงานราชการ องค์การสังคมสงเคราะห์เอกชน องค์กรสวัสดิการชุมชน องค์การสาธารณประโยชน์ ก็สามารถเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเป็นนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นประจำปี อีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ทางมูลนิธิจะได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากสถาบันสังคมสงเคราะห์ จำนวน 6 แห่ง คือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกิน 6 คนร่วมเป็นกรรมการคัดเลือกด้วย

เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกได้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการประกาศเกียรติคุณฯ ซึ่งมีคุณลักษณะครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ด้วย ให้นำเสนอคณะกรรมการบริหารของมูลนิธิฯ เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดเป็นขั้นสุดท้ายว่าสมควรจะประกาศเกียรติคุณ ผู้ใดเป็นนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่นประจำปี ในประเภทใด โดยพิจารณาข้อมูลที่คณะกรรมการดำเนินการเป็นสำคัญ

คุณลักษณะคร่าวๆของผู้เข้าสู่การคัดเลือกคือ 1.เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และมีมนุษยสัมพันธ์ 2.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเสียสละ และความสามารถในการพัฒนางานเชิงวิชาชีพ 3.ทัศนคติต่อวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ 4.การให้บริการทางสังคมสงเคราะห์ในอดีตและปัจจุบัน 5.ความรู้ทางวิชาการสังคมสงเคราะห์และการนำหลักการไปปฏิบัติ 6.ผลกระทบที่เกิดจากการปฏิบัติงานต่อผู้รับบริการและสังคม 7.เทคนิคและกลวิธีในการดำเนินงานเฉพาะตน 8.ประโยชน์ที่วงการสังคมสงเคราะห์ และสังคมจะได้รับในอนาคต 9.ผลงานที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อสังคมในอนาคต เป็นต้น

โปรดอดใจรอผลการคัดเลือกที่จะเสร็จสิ้นในไม่ช้านี้.

“ซี.12”

 

รองอธิบดีกรมป่าไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ซี.12 10 ส.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/685612

 

ตำแหน่งรองอธิบดีที่ข้าราชการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสนใจสมัครลงชิงชัยกันมากอีกแห่งหนึ่งคือรองอธิบดีกรมป่าไม้

มีทั้งคนของกรมป่าไม้เอง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงานปลัดกระทรวง ที่เป็นผู้อำนวยการสำนัก ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด รวมทั้งสิ้น 33 ราย ดังนี้

1.นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 กรมป่าไม้ 2.นายพฤกษ์ โสโน ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครศรีธรรมราช 3.นายสมชาย เปรมพาณิชย์นุกูล ผู้ อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 10 กรมป่าไม้ 4.นายจงรัก ทรงรัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 11 กรมป่าไม้ 5.นายสุรัติ กาญจนกุญชร ผู้อำนวยการสำนักแผนงานและสารสนเทศ กรมป่าไม้ 6.นายนรินทร์ สายซอ ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอำนาจเจริญ 7.นายสมศักดิ์ เร่งเพียร ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ 8.นายธรรมนูญ อัครพินท์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 12 กรมป่าไม้ 9.นายอนันต์ พรหมดนตรี ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก 10.นายชากรี รอดไฝ ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสงคราม

11.นายมิตรชัย อานันทนสกุล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 7 กรมป่าไม้ 12.นายประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานปลัดกระทรวง 13.นายอยู่ เสนาธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 2 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 14.นายไพศาล สถิตวิบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 4 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 15.นายไพบูลย์ รัตนะเจริญธรรม ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร 16.นายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 กรมป่าไม้ 17.นายจิระศักดิ์ ชูความดี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 5 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 18.นายขจรศักดิ์ ละอองเทพ ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร 19.นายวิทยา หงษ์เวียงจันทร์ ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 20.นายวิรุฬห์ ฤกษ์ธนะขจร ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12 อุบลราชธานี

21.นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 4 กรมป่าไม้ 22.นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 16 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 23.นายไพศาล ธนะเพิ่มพูล ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตราด 24.นายสุรชัย อจลบุญ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 13 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 25.นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 15 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 26.นางณภัทรา ศิริลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระบบการตรวจและประเมินผล สำนักตรวจและประเมินผล สำนักงานปลัดกระทรวง 27.นายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 กรมป่าไม้ 28.นายยรรยง กางการ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 8 กรมป่าไม้ 29.นายปรมินทร์ วงศ์สุวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 30.นางสาวมาลี ศรีรัตนธรรม ผู้อำนวยการสำนัก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 31.นายธนโรจน์ โพธิสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 1 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 32.นายณรงค์ มหรรณพ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 33.นางกรภัทร์ ดำรงไทย ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ตรวจสอบดูแล้วมีไม่น้อยที่ลงสมัครชิงชัยในกรมอุทยานด้วย โดยชุดนี้กำหนดสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 16 สิงหาคม 2559.

“ซี.12”