ชี้เศรษฐกิจฟื้นตัว “เทสโก้ โลตัส” ระเบิดศึกสินค้ารับเปิดเทอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 17:32

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917442


เทสโก้ โลตัส ขนทัพสินค้าแบ็กทูสกูลหมื่นรายการช่วยผู้ปกครองประหยัดค่าครองชีพ ชี้ปีนี้กำลังซื้อส่อแววคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา พร้อมสานต่อโครงการบริจาครองเท้านักเรียน…

น.ส.สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการบริษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ปีนี้เทสโก้ โลตัส จัดแคมเปญต้อนรับเปิดเทอมสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องการซื้อสินค้าประเภทชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน ฯลฯ มากเป็นประวัติการณ์ โดยขนทัพสินค้ามากกว่า 10,000 รายการ มาจัดรายการภายใต้ธีม สินค้าครบ เยอะ คุ้ม ถูกใจคุณ ซึ่งนับว่า เป็นการขานรับนโยบายภาครัฐ กระทรวงพาณิชย์อย่างต่อเนื่องสำหรับการให้ความช่วยเหลือลดค่าครองชีพช่วงเปิดเทอมแก่ประชาชนชาวไทยที่จะถึงในเดือน พ.ค.นี้

ทั้งนี้ เทสโก้ โลตัส มีความมุ่งเน้นที่จะช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครองในการลดค่าครองชีพและประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม โดยปีนี้ นำสินค้ากว่า 10,000 รายการ มาจัดโปรโมชั่นลดราคาโดยเฉพาะสินค้าหลักอย่างชุดนักเรียน ราคาเริ่มต้น 59 บาท รองเท้านักเรียนเริ่มต้นที่ 99 บาท ส่วนเครื่องเขียน กระเป๋านักเรียนเริ่มต้นที่ 27 บาท นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น ขนม นม และผงซักฟอก เป็นต้น ก็จัดโปรโมชั่นเสริมจากสินค้าหลัก เพื่อช่วยลดภาระประชาชนด้วย

น.ส.สลิลลา กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดสินค้าในช่วงใกล้เปิดเทอมมีแนวโน้มคึกคักจากปัจจัยบวกที่มาจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ปีนี้ตลาดมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้น ซึ่งเทสโก้ โลตัสได้วางกลยุทธ์ทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ อย่างไรก็ตามสำหรับสินค้าประเภทชุดนักเรียน รองเท้านักเรียน ผู้ปกครองนิยมซื้อในร้าน เพราะต้องการให้บุตรหลานได้ลองสวมใส่เพื่อความพอดี แต่สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ เช่น ขนม นมยูเอชที ลูกค้าบางส่วนสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์เนื่องจากสะดวกในการจัดส่งสินค้าถึงบ้าน ดังนั้น โปรโมชั่นต้อนรับเปิดเทอมของเทสโก้ โลตัส จึงครอบคลุมทั้งสองช่องทาง

ขณะเดียวกันนอกจากโปรโมชั่นสินค้าจำเป็นแล้ว ในทุกๆ ปีช่วงก่อนเปิดเทอม เทสโก้ โลตัส ดำเนินโครงการพาน้องไปโรงเรียน โดยปีนี้ เป็นปีที่ 5 เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าบริจาคเงิน 99 บาท หรือตามศรัทธา เพื่อซื้อรองเท้านักเรียนคู่ใหม่ให้น้องๆ ที่ด้อยโอกาสทั่วประเทศ โดยมอบผ่านทางโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโรงเรียนยากไร้ทั่วประเทศ สำหรับปีนี้ ตั้งเป้าบริจาคทั้งหมด 99,999 คู่ โดยในส่วนของเทสโก้ โลตัส เองจะสมทบทุนบริจาครองเท้า 23,000 คู่ พร้อมด้วยถุงเท้าและกระติกน้ำ ลูกค้าและประชาชนที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินได้ที่แคชเชียร์เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศ และผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://donation.tescolotus.com.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบ่าย ปรับลด 7.23 ดัชนีแตะ 1,567 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 17:23

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917497


หุ้นไทยปิดตลาดปรับลดลง 7.23 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,567.19 จุด มูลค่าการซื้อขาย 43,477.81 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 19 เม.ย. 60 พบว่า หุ้นไทยปรับตัวลดลง 7.23 จุด เปลี่ยนแปลง -0.46% ดัชนีอยู่ที่ 1,567.19 จุด มูลค่าการซื้อขาย 43,477.81 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,575.11 จุด ต่ำสุดอยู่ที่ 1,567.03 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 2. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 3. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

 

คริสปี้ ครีม เปิดตัวเซต แมงโก้ โดนัท รับซัมเมอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 16:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917432


คริสปี้ ครีม เปิดตัวเซต “คริสปี้ ครีม แมงโก้ โดนัท” อร่อยรับซัมเมอร์ ด้วยโดนัทที่ผสมผสานมะม่วงเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือน พ.ค.

คริสปี้ ครีม มอบความฟินให้ชุ่มฉ่ำรับซัมเมอร์ กับคอลเลกชั่น “คริสปี้ ครีม แมงโก้ โดนัท” ทั้ง แมงโก้ ครีม เค้ก โดนัทเคลือบครีมมะม่วงเนียนนุ่ม โรยด้วยบิสกิตครัมบ์กรุบกรอบ และอร่อยด้วยมะม่วงเต็มคำพร้อมตกแต่งลวดลายด้วยคัสตาร์ด แมงโก้ ครีม โอริง

โดนัทสูตรออริจินัลที่เพิ่มความมันจากครีมมะม่วงเข้มข้นและเนยครีมชีสพร้อมเนื้อมะม่วงสด และแมงโก้ แพสชัน โดนัทเคลือบด้วยเยลโล่ช็อกโกแลต ท็อปปิ้งด้วยพายชิพพร้อมลวดลายของคัสตาร์ด สอดไส้ด้วยครีมชีสมะม่วง

ลิ้มรสความอร่อยของ คริสปี้ ครีม แมงโก้ โดนัท กับรสชาติมะม่วงสุดฟิน ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 26 สาขา ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ http://www.krispykreme.co.th

 

บุญถาวร เปิดเว็บช็อปออนไลน์ ส่งฟรี 55 จังหวัดทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 16:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917420


บุญถาวร เอาใจลูกค้า เปิดช็อปผ่านออนไลน์ สั่งซื้อสินค้าได้ 24 ชั่วโมง พร้อมจัดส่งฟรีถึงบ้าน 55 จังหวัดทั่วประเทศ

บุญถาวร ศูนย์รวมสินค้าวัสดุตกแต่งและของแต่งบ้าน เอาใจลูกค้า เปิดเว็บ www.boonthavorn.com ให้สามารถซื้อสินค้ากว่า 100,000 รายการ อาทิ กระเบื้อง, ห้องน้ำ, ห้องครัว, เฟอร์นิเจอร์, ไฟฟ้าและแสงสว่าง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ประตูหน้าต่าง, เครื่องมือสำหรับทำสวน และ สินค้า D.I.Y. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดส่งฟรีถึงบ้าน 55 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีฟังก์ชั่นพิเศษ “Shopping List”  เป็นตัวช่วยให้สามารถเลือกสินค้า เพื่อตอบโจทย์แต่ละไลฟ์สไตล์ได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมช่วยประเมินราคาก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ

นอกจากนี้ บุญถาวร ยังได้จัดกิจกรรมฉลองเปิดตัวเว็บไซต์ ตลอดเดือนเมษายนต้อนรับวันครอบครัว ด้วยสินค้าราคาพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ อาทิ ราวจับกันลื่น, เก้าอี้นั่งอาบน้ำ, สุขภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น โดยช็อปง่ายๆ เพียงกรอก Code “BTVAPR100” เพื่อรับส่วนลด 100 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาทขึ้นไป และ “BTVAPR300” รับส่วนลด 300 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาทขึ้นไป.

 

นอนร้อนก่ายหน้าผาก! ค่าไฟงวดใหม่ขึ้น ขยับค่าเอฟทีอีก 12.52 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 15:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917345


ข่าวร้าย!! เตรียมควักเงินเพิ่มจ่ายค่าไฟ เรกูเลเตอร์ มีมติปรับขึ้นค่าเอฟทีงวด พ.ค.-ส.ค. 12.52 สต. ย้ำปีนี้อยู่ช่วงขาขึ้น จากราคาก๊าซ และต้นทุนอื่นๆ ขยับ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5079 บาท/หน่วย

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 60 นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกพ.มีมติให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 อีก 12.52 สตางค์/หน่วย ตามต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าเอฟทีในงวดใหม่อยู่ที่ -24.77 สตางค์/หน่วย จากเดิมที่อยู่ระดับ -37.29 สตางค์/หน่วย เมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานจะมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ 3.5079 บาท/หน่วย ซึ่งไม่นับรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ กกพ.ได้พิจารณาผลการคำนวนค่าเอฟทีสำหรับการเรียกเก็บในงวดใหม่ที่จะต้องจัดเก็บในอัตรา -19.46 สตางค์/หน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้า 17.83 สตางค์/หน่วย ซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ และมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าในปีนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นด้วย โดยสาเหตุหลักมาจากราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นตามรอบการปรับราคาตามสัญญาจากทั้งแหล่งในอ่าวไทยและเมียนมา และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ค่าเอฟทีมีความผันผวนมากเกินไป กกพ.จึงมีมติให้ปรับเพิ่มค่าเอฟทีสำหรับงวดใหม่ขึ้นเพียง 12.52 สตางค์/หน่วย โดยปรับลดค่าเชื้อเพลิงในช่วงที่แหล่งก๊าซยาดานา ในเมียนมา หยุดซ่อมบำรุงเมื่อวันที่ 25 มี.ค.-2 เม.ย.60 เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง 1.05 สตางค์/หน่วย และนำเงินค่าปรับและค่าชดเชยต่างๆ ที่ได้รับจากการบริหารสัญญาจัดหาเชื้อเพลิงและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าต่างๆ มาลดค่าเอฟทีลงได้อีก 4.26 สตางค์/หน่วย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าช่วงเดือนม.ค.-เม.ย. 60 อยู่ที่ 0.10 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เกิดขึ้นจริงเฉลี่ยเดือน ก.พ.60 ที่ 35.19 บาท/เหรียญสหรัฐ, ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 เท่ากับ 68,198 ล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 9.39% จากช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย. 60

ทั้งนี้ สัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก 65.14% รองลงมาเป็นรับซื้อไฟฟ้าจากลาว 10.70% ถ่านหินนำเข้า 8.58% และลิกไนต์ 8.55%

ขณะที่ แนวโน้มราคาเชื้อเพลิง คาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติรวมค่าผ่านท่อ อยู่ที่ 244.58 บาท/ล้านบีทียู เพิ่มขึ้นจากงวดที่ผ่านมา 9.35 บาท/ล้านบีทียู ราคาน้ำมันเตาอยู่ที่ 12.47 บาท/ลิตร ลดลง 3.39 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซล อยู่ที่ 20.77 บาท/ลิตร เพิ่มขึ้น 0.09 บาท/ลิตร ราคาถ่านหินนำเข้าเฉลี่ยของโรงไฟฟ้าเอกชน อยู่ที่ 2,554.79 บาท/ตัน ลดลง 8.02 บาท/ตัน และราคาลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อยู่ที่ 693 บาท/ตัน ไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับ ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามนโยบายของภาครัฐ ในส่วน Adder และ FiT ในเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 13,148.10 ล้านบาทในงวดที่แล้ว มาอยู่ที่ 13,536.41 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 388.32 ล้านบาท แต่เนื่องจากจำนวนหน่วยไฟฟ้าในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 สูงขึ้น

ดังนั้น เมื่อเทียบเป็นอัตราต่อหน่วยแล้วจะทำให้อัตราการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 60 อยู่ที่ 21.77 สตางค์/หน่วย ลดลงจากงวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 60 ที่อยู่ระดับ 22.97 สตางค์/หน่วย.

 

คลัง รอจบลงทะเบียนคนจนรอบ 2 ยังไม่สรุปเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 14:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917257


คลัง แจงยังไม่สรุปตัวเลขเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา รอชัดเจนหลังลงทะเบียนคนจนรอบ 2 ก่อนหารือมหาดไทย…

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึง การเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดตัวเลขที่แน่นอนว่าเป็นเท่าใด โดยกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สำนักงานเศษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้ดูแลเรื่องการให้สวัสดิการทั้งระบบ ซึ่งยังต้องรอสรุปตัวเลขที่ชัดเจนภายหลังจบการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 มาประกอบการพิจารณา

ขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลาง กำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาระบบไอทีเพื่อมารองรับการจ่ายสวัสดิการทั้งของรัฐและประชาชนในอนาคต หากเสร็จสมบูรณ์จะนำไปหารือกับกระทรวงมหาดไทยถึงความเหมาะสมในการใช้งานต่อไป.

 

แนะเปิดเว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว เช็กใบอนุญาตก่อนจ่ายเงินซื้อทัวร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 14:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917227


กรมการท่องเที่ยว แนะประชาชน ก่อนซื้อทัวร์ เปิดเว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว หรือโทร 0-2401-1111 ตรวจสอบใบอนุญาตผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวก่อนจ่ายเงินซื้อทัวร์

นางสาววรรณสิริ โมรากุล อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพแฝงตัวในรูปแบบต่างๆ เพื่อหลอกลวงให้จ่ายเงินเพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศแต่ไม่สามารถเดินทางได้จริง กรมการท่องเที่ยวจึงขอแนะนำประชาชนอีกครั้งว่าต้องมีการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนการเลือกซื้อทัวร์ว่าบริษัทนั้นมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวถูกต้องตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 หรือไม่

ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบเลขที่ วัน เดือน ปี ที่ออกใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตมีอายุ 2 ปี และควรตรวจสอบประวัติของบริษัทนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยวก่อนว่าบริษัทเหล่านั้นมีเรื่องร้องเรียน หรืออยู่ระหว่างการพักใช้ใบอนุญาตหรือไม่ ขณะที่การเลือกซื้อรายการนำเที่ยวจะต้องมีการระบุรายละเอียดชัดเจนว่าราคาดังกล่าวได้รับอะไรบ้าง

ส่วน กรณีเลือกซื้อผ่านทางเว็บไซต์ ควรเลือกซื้อจากเว็บไซต์ที่มีความเชื่อถือได้และต้องตรวจเลขที่ใบอนุญาตก่อนทุกครั้ง จากนั้นให้เก็บเอกสารชำระเงินไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนในกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง หรือไม่ตรงกับรายการนำเที่ยวที่ซื้อ ที่สำคัญควรซื้อรายการนำเที่ยวจากบริษัทนำเที่ยวที่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพราะหากเกิดความเสียหายจะสามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้และได้รับการประกันอุบัติเหตุขณะท่องเที่ยวอีกด้วย

สำหรับ การตรวจสอบและร้องเรียนผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวสามารถตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว www.tourism.go.th และผ่านทางสายด่วนกรมการท่องเที่ยว 0-2401-1111

นางสาววรรณสิริ กล่าวอีกว่า กรมการท่องเที่ยวได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการแสดงเลขที่ใบอนุญาตในเอกสารรายการนำเที่ยวและเอกสารที่ใช้ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและเลือกใช้บริษัทที่จดทะเบียนถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ทั่วประเทศมีผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว จำนวน 10,311 ราย แบ่งเป็น ประเภททั่วไป 3,281 ราย ประเภทนำเที่ยวจากต่างประเทศ 2,340 ราย ประเภทในประเทศ 1,107 ราย ประเภทเฉพาะพื้นที่ 3,583 ราย

โดยสถิติเรื่องร้องเรียน ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มี 1,059 เรื่อง โดยเรื่องร้องเรียน 3 อันดับแรก ได้แก่ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือได้โฆษณาชี้ชวนไว้ จำนวน 334 เรื่อง ชำระค่าบริการแล้วแต่ไม่สามารถเดินทางได้ 294 เรื่อง และประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาต 110 เรื่อง ซึ่งการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

แห่ใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงสงกรานต์ 13 วัน แตะ 2.26 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 14:17

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917192


ผู้โดยสารใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ 13 วันช่วงสงกรานต์ 2.26 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 8.63% เฉลี่ยวันละ 174,119 คน

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 60 นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 5-17 เม.ย. 2560 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) มีผู้โดยสารมาใช้บริการในช่วงดังกล่าวจำนวน 2,263,552 ล้านคน

เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้โดยสารในช่วงปี 2559 มีจำนวนเพิ่มขึ้น 8.63% หรือเฉลี่ยวันละ 174,119 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารเดินทางระหว่างประเทศ 1,843,600 คน เพิ่มขึ้น 5.51% และผู้โดยสารเดินทางภายในประเทศจำนวน 419,952 คน เพิ่มขึ้น 24.79%

ส่วนจำนวนเที่ยวบินมีทั้งสิ้น 12,183 เที่ยวบิน เฉลี่ยวันละ 937 เที่ยวบิน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเที่ยวบินในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วพบว่าเพิ่มขึ้น 1.18% แบ่งเป็นเที่ยวบิน ระหว่างประเทศจำนวน 9,116 เที่ยวบิน ลดลง 1.65% และเที่ยวบินภายในประเทศจำนวน 3,067 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 10.64%.

 

บสย.ปลื้มผลงานไตรมาส 1 ยอดค้ำเอสเอ็มอีพุ่ง 11,000 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 10:08

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917066


บสย.โชว์ผลดำเนินงานค้ำประกันสินเชื่อไตรมาส 1/2560 เป็นไปตามเป้าหมาย ชี้มาตรการรัฐดันยอดค้ำประกันสินเชื่อพุ่งกว่า 11,000 ล้านบาท หนุนเอสเอ็มอีใหม่เข้าถึงสินเชื่อกว่า 16,000 ราย…

นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานการค้ำประกันสินเชื่อในไตรมาส 1/2560 ระหว่าง 1 ม.ค.–31 มี.ค. นั้น ประสบผลสำเร็จตามภารกิจช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน โดยอนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อกว่า 11,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นจำนวนรายการที่ บสย.อนุมัติรวม 19,271 รายการ แบ่งเป็น รายการจากพอร์ตค้ำประกันสินเชื่อรายย่อย 15,193 รายการ พอร์ตค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทวีทุน 2,287 LG และที่พอร์ตค้ำประกันสินเชื่ออื่นๆ มีจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่เข้าถึงบริการค้ำประกันสินเชื่อ บสย.กว่า 16,000 ราย

ทั้งนี้ ผลดำเนินงานในไตรมาสแรกประสบความสำเร็จด้วยดี ซึ่งเป็นผลจากความมุ่งมั่นในการทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินงานตามแผนและนโยบายของรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ อีกทั้งรัฐบาลยังให้การสนับสนุนงบประมาณการค้ำประกันสินเชื่อหลายโครงการ อาทิ โครงการค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย โครงการค้ำประกันสินเชื่อทวีทุน โครงการค้ำประกันสินเชื่อสตาร์ทอัพ/ อินโนเวชั่น โครงการความร่วมมือระหว่าง บสย. กับธนาคารของรัฐ รวมถึงความร่วมมือระหว่าง บสย. กับ 19 สถาบันการเงินพันธมิตร ที่ได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือพร้อม ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยไตรมาสแรกของปี บสย. สามารถอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อรายย่อยผ่านธนาคารออมสิน และธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย รวมกว่า 14,000 ราย ก่อให้เกิดการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 ราย

นายนิธิศ กล่าวต่อว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในไตรมาส 2 มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก รวดเร็ว และตอบโจทย์แผนงานของรัฐบาลและกระทรวงการคลังเพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ โครงการสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทรานฟอร์เมชั่นโลน รวมทั้งความร่วมมือระหว่าง บสย. กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) วงเงิน 15,000 ล้านบาท โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่กลุ่มสตาร์ทอัพ/ อินโนเวชั่น โครงการค้ำประกันสินเชื่อกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ ร่วมกับ ธพว.

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ความรู้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในโครงการ Financial Literacy เสริมความรู้ทางด้านการเงินการบริหารจัดการต่างๆ และในระหว่างเดือน พ.ค.–มิ.ย.นี้ บสย. ยังมีการจัดงานมหกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งร่วมกับพันธมิตรทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน และสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อให้ความรู้ตลอดจนคำปรึกษาในการขอสินเชื่อและการค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ใน 6 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร ราชบุรี ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี ชัยภูมิ และสงขลา

กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวอีกว่า บสย.ยังมีกิจกรรมที่ร่วมกับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดการขอสินเชื่อ และการค้ำประกันสินเชื่อ ได้แก่ โครงการฝึกอบรมผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ตลาดสดและย่านการค้าต่างๆ โดย  บสย. ร่วมกับธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการการออมเงิน การทำบัญชี รายรับ รายจ่าย ฯลฯ ณ ตลาดที่ผู้กู้ค้าขาย เริ่มตั้งแต่เดือน พ.ค. รวมถึงกิจกรรมที่ บสย.ร่วมกับ ธพว. เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีทรานฟอร์เมชั่นโลนในภูมิภาคต่างๆ ตลอดเดือน พ.ค.–มิ.ย.

ขณะเดียวกัน บสย. อยู่ในระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อใหม่ โดยยังได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงินพันธมิตร จัดกิจกรรมเผยแพร่โครงการต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นและผลักดันให้เกิดการใช้โครงการค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ ร่วมกับสถาบันการเงินและหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมทั้งการพัฒนาระบบเทคโนโลยีตอบโจทย์ความต้องการในยุคดิจิทัล เพื่อความสะดวกและลดขั้นตอนการทำงาน อาทิ การออกใบอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อรายการผ่านระบบออนไลน์ ระหว่าง บสย.และธนาคารที่ร่วมโครงการ เพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลงสู่ Thailand 4.0

 

ทองเปิดตลาด ปรับลด 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,400

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2560 09:48

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/917052


ทองเปิดตลาด 19 เม.ย. ปรับลด 50 ทองคำแท่ง ขายออกบาทละ 20,900 รูปพรรณขายออกบาทละ 21,400…

วันที่ 19 เม.ย. สมาคมค้าทองคำ แจ้งปรับราคาทองคำประจำวันครั้งที่ 1 ลดลง 50 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 20,800 ขายออกบาทละ 20,900 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,420.52 บาท ขายออกบาทละ 21,400 บาท.