หุ้นไทยรีบาวด์ปิดบวก ขยับขึ้น 1.86 จุด ซื้อขาย 62,029.17 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 17:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878566


ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดแดนบวก ปรับขึ้น 1.86 จุด ปิดที่ 1,551.73 จุด มูลค่าซื้อขาย 62,029.17 ล้านบาท…

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดการซื้อขายในแดนบวก ปรับขึ้น 1.86 จุด หรือ 0.12% ปิดที่ 1,551.73 จุด มูลค่าซื้อขาย 62,029.17 ล้านบาท โดยตลอดทั้งวันดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวทั้งแดนลบและบวก แตะระดับสูงสุดที่ 1,551.73 จุด ต่ำสุดที่ 1,534.85 จุด

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท 1.กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) 4.บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และ 5.บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน).

 

เปิดแรงบันดาลใจ ผู้บริหารหญิงเก่ง เนื่องในวันสตรีสากล (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 17:47

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878545


ไทยรัฐ จับมือ เฟซบุ๊ก เปิดแรงบันดาลใจ ‘ปนัดดา เจณณวาสิน’ ผู้บริหารหญิงเก่ง เนื่องในวันสตรีสากล 8 มี.ค.

ไทยรัฐ ในฐานะพันธมิตรที่ได้รับเลือกจาก Facebook Thailand ให้เป็นตัวแทนผู้ดำเนินรายการ สัมภาษณ์พิเศษ วันสตรีสากล พร้อมกันทั่วโลก! ในโครงการ #SheMeansBusiness โดยประเทศไทย คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนผู้หญิงไทยที่มีบทบาทสำคัญและมีผลงานโดดเด่นทางธุรกิจและเศรษฐกิจ.

PTTGC ดึงเชฟชุมพล ผุด 10 สุดยอดเมนูท้องถิ่น ต่อยอดท่องเที่ยวระยอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 16:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878432


PTTGC จับมือ ททท.ระยอง ดึง ”เชฟชุมพล” พัฒนาสูตรอาหารท้องถิ่นจานใหม่ 10 เมนู ต่อยอดการท่องเที่ยว พร้อมจัดแข่งขันทำเมนูอาหาร ค้นหาเชฟชุมชน 10 คน…

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวว่า ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดระยอง เชิญเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย มาช่วยพัฒนาสูตรอาหารท้องถิ่นและรังสรรค์สูตรอาหารจานใหม่ จากวัตถุดิบท้องถิ่นในชุมชน จ.ระยองให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะนำวัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีอยู่แล้ว มาสร้างอัตลักษณ์อาหารระยอง เชื่อมโยงผลิตผลทางการเกษตร สร้างจุดแข็ง ต่อยอดการท่องเที่ยวให้กับ จ.ระยอง

สำหรับ จ.ระยอง เป็นศูนย์รวมภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งทั้ง 3 ส่วน ต่างเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการประสานให้ 3 ส่วนอยู่ร่วมกันอย่างอย่างยั่งยืนในอนาคตและยกระดับชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เป็นโจทย์ที่นำมาสู่การพัฒนาโครงการ “เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน” ซึ่งแม้ว่า จ.ระยอง มีศักยภาพโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว และมีทรัพยากรทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดเรื่องของอาหารเด่น จึงได้จับมือกับ เชฟชุมพล ผู้เชี่ยวชาญเมนูอาหารไทย มีความสามารถในการคิดค้นเมนูใหม่ๆ  จากวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างลงตัว น่าสนใจ และยังมีบุคลิกเฉพาะตัวที่เข้าถึงพี่น้องชาวระยองได้เป็นอย่างดีเยี่ยม มาช่วยต่อยอดพัฒนาเมนูอาหารชุมชนที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นใน จ.ระยองที่ดีอยู่แล้ว ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากลยิ่งขึ้น

ขณะที่ นายปรีชา สรรเสริฐ ประธานหมู่บ้านท่องเที่ยวทะเลน้อย จ.ระยอง กล่าวว่า “ผักกระชับ” ถือเป็นอีกหนึ่งในวัตถุดิบประจำท้องถิ่น จ.ระยอง มีการเพาะปลูกและนำมาปรุงอาหารตั้งแต่รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย แต่ปัจจุบันคนหนุ่มสาวอาจไม่รู้จัก ซึ่งผักชนิดนี้มีคุณค่ามากมาย นอกจากคุณค่าทางอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณและประโยชน์ในการต้านโรคต่างๆ อาทิ โรคริดสีดวง งูสวัด โรคไข้มาลาเรีย ราคาขายของผักกระชับอยู่ที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถหาซื้อได้ที่หมู่บ้านท่องเที่ยวทะเลน้อย เพื่อไปประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด

สำหรับโครงการ “เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน” จะมีการประกวดทำอาหารภายใต้แนวคิด “ค้นหา 10 ผู้ประกอบการร้านอาหาร / กลุ่มวิสาหกิจชุมชน / พ่อครัว หรือแม่ครัวประจำร้านอาหารใน จ.ระยอง มาร่วมสร้างสรรค์เมนูใหม่ ชูอัตลักษณ์วัตถุดิบท้องถิ่นประจำจังหวัดระยอง” โดยเมนูที่ส่งเข้าประกวดจะต้องมีส่วนผสมที่มาจากวัตถุดิบที่กำหนดอย่างน้อย 1 อย่าง จาก 19 วัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดระยอง ได้แก่ กะปิ หรือน้ำปลา ชะมวง ผักกูด หน่อกระทือ หอยแมลงภู่ ปลา ปู ปลากะพง ปลาหมึกแห้ง ปลาเค็มแดดเดียว กล้วยน้ำว้า (รสชาติ 3 น้ำ) พุทรา 3 รส ทุเรียน แขนงสับปะรด เส้นจันท์ เงาะ กระชับ ระกำ และมังคุด

ส่วนการแข่งขันมี 3 รอบ คือ 1.รอบคัดเลือก 20 คน 2.รอบคัดเลือก 10 คน เป็นการแข่งขันทำเมนูอาหารเพื่อให้คณะกรรมการได้ชิมจริงที่งานประติมากรรมทราย ณ แหลมแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง ในวันที่ 31 มีนาคม 2560 ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเชฟชุมชนจำนวน 10 คน จะได้รับการอบรมพัฒนาเชฟมืออาชีพกับเชฟชุมพล และเรียนรู้การปรุงอาหาร 10 เมนู และจะต้องนำเมนูนั้นไปขายจริงเป็นเวลา 2 เดือน และรอบสุดท้ายคือ รอบชิงชนะเลิศ จะคัดเลือกจากคะแนน vote และรีวิวของบุคคลทั่วไป และจากคณะกรรมการ โดยเมื่อจบโครงการแล้ว ลิขสิทธิ์อาหารจะมอบให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.facebook.com/rayongchef โดยส่งใบสมัครพร้อมผลงานมาที่ pttgcrayongchef@gmail.com หรือส่งไปรษณียบัตรมาที่ บริษัท ซิกเนเจอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เลขที่ 9/175 ซอยศรีนครินทร์ 46/1 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ 10250 กรุงเทพฯ ภายในวันที่ 14 มี.ค. 2560.

 

กสทช. เปิดประมูลเบอร์สวย 200 เลขหมาย ผ่านแอปฯ 18-19 มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 15:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878387


กสทช.โชว์ความพร้อมประมูลเลขหมายสวยผ่านแอปพลิเคชัน ก่อนเปิดประมูลจริง 18-19 มี.ค. รวม 200 เลขหมาย ราคา 6 ตัวเหมือน เริ่มต้น 5 แสนบาท และ 7 ตัวเหมือนเริ่มต้น 3 ล้านบาท คาดได้เงินส่งรัฐ ขั้นต่ำ 225 ล้าน…

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงาน กสทช. พร้อมสำหรับการจัดประมูลเลขหมายสวยจำนวน 200 เลขหมาย ในวันที่ 18-19 มี.ค. โดยการประมูลครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่มีการประมูลใน ห้องประมูลผ่านแอปพลิเคชัน (application) ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวก และเป็นระบบที่รักษาความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ประมูลที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนหากเป็นผู้ชนะการประมูล นอกจากนี้ยังป้องกันการสมยอมราคา โดยผู้ประมูลแต่ละรายจะไม่สามารถทราบราคาของผู้ประมูลรายอื่น

สำหรับเลขหมายสวยครั้งนี้จะแบ่งเป็น 6 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 5,000 บาท หลักประกันต่อเลขหมาย 5 หมื่นบาท และ 7 ตัวเหมือน ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท เคาะราคาขั้นต่ำครั้งละ 1 หมื่นบาท หลักประกันต่อเลขหมาย 3 แสนบาท ซึ่งหากมีผู้เข้าร่วมประมูลทั้งหมด 200 เลขหมาย จะมีเงินนำส่งเข้ารัฐบาล ขั้นต่ำ 225 ล้านบาท

เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า การประมูลผ่านแอปพลิเคชันนี้จะมีรูปแบบ คือ 1. ผู้ประมูลเริ่มกดเสนอราคาตามราคาขั้นต่ำที่กำหนด และเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ 2. เสนอราคาตามต้องการคือระบุราคาที่ต้องการเสนอได้ทันที เช่น จากราคา 5 แสนบาท เสนอเพิ่มเป็น 7 แสนบาทได้ทันที 3. การเสนอราคาด้วยการเพิ่มราคาอัตโนมัติจนถึงราคาที่ตั้งใจไว้ คือการตั้งราคาสูงสุดเอาไว้ในระบบ แล้วระบบจะเสนอราคาแต่ละลำดับให้อัตโนมัติจนถึงราคาสูงสุดที่ตั้งงบประมาณไว้หรือจนกว่าจะไม่มีผู้เสนอราคาอื่นเสนอราคาอีก เป็นการช่วยป้องกันกรณีที่อาจเสนอราคาไม่ทันผู้อื่นและเสนอราคาผิดพลาด

ทั้งนี้ การเสนอราคาทุกครั้งของผู้เข้าประมูลทุกคนจะมีการบันทึกไว้ตามเวลาที่เสนอราคา เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลสำหรับใช้ตรวจสอบหากเกิดเหตุขัดข้อง จึงเชื่อมั่นได้ว่าระบบประมูลมีความถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส และมีความน่าเชื่อถือสูง ขณะเดียวกันผู้ประมูลยังสามารถกำหนดเลขหมายที่สนใจประมูลล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน โดยระบบจะมีการเตือนให้ผู้ประมูลไม่พลาดการประมูลในเลขหมายที่ต้องการ หากผู้เข้าร่วมประมูลต้องการประมูลเลขหมายสวยเพิ่ม ก็สามารถวางเงินหลักประกันเพิ่มได้ตลอดเวลา และเมื่อการประมูลเลขหมายสวยจบลง ผู้เข้าประมูลสามารถตรวจสอบข้อมูลของตัวเองได้ตลอดเวลาว่า ชนะการประมูลเลขหมายใดบ้าง เป็นจำนวนเงินเท่าไร โดยผู้ชนะการประมูลจะได้รับหนังสือแสดงสิทธิว่าเป็นผู้ชนะการประมูลเลขหมายสวยจาก สำนักงาน กสทช.

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประมูลเลขหมายสวยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมประมูลได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 มี.ค. 2560 ทาง http://auction.nbtc.go.th

 

ขนส่งทางบกเข้มป้องกันอุบัติเหตุ รับมือเดินทางช่วงสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 14:53

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878282


กรมการขนส่งทางบกเตรียมมาตรการรองรับการเดินทางช่วงสงกรานต์ 2560 ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยจัดสัมมนาผู้ประกอบการรถโดยสาร เพื่อแก้ไขปัญหารถโดยสารสาธารณะในทุกๆ มิติ…

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 4 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการสัมมนา “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจมาตรการกำกับรถโดยสารสาธารณะให้ปลอดภัย” ในการนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้เกียรติแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ข้อคิดเห็นเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวทางและมาตรการความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะและความร่วมมือของผู้ประกอบการ”

นายอาคม กล่าวว่า เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถโดยสารสาธารณะก่อให้เกิดการบาดเจ็บการสูญเสียชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก และสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจประเทศ กระทรวงคมนาคมจึงมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดำเนินมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในระยะเร่งด่วนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกได้ขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะมาตรการสร้างความปลอดภัยในรถตู้โดยสารอย่างเร่งด่วน กำหนดให้รถตู้โดยสารหมวด 2 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ต้องติดตั้ง GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์บ่งชี้ตัวตนคนขับรถ (เครื่องรูดใบขับขี่แสดงตัวตน) ครบทุกคันภายใน 31 มี.ค.นี้ ส่วนรถโดยสารประเภทอื่นๆ ต้องติดตั้งระบบ GPS Tracking ตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อควบคุมกำกับ ดูแล ติดตามการเดินรถในลักษณะ Online แบบ Realtime ทั้งพิกัด ความเร็ว ชั่วโมงการขับรถ ตลอดจนพฤติกรรมพนักงานขับรถ และยังจัดชุดตรวจการ ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่บริเวณจุดตรวจระหว่างเส้นทางเดินรถ หรือจุด Check Point โดยให้ดำเนินนโยบายต่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบการเดินรถให้เป็นไปตามเงื่อนไขประกอบการ

นอกจากนี้ ได้จัดหน่วยเคลื่อนที่ออกตรวจจับความเร็วรถโดยสารสาธารณะด้วยกล้องเลเซอร์ในเส้นทางสายหลักเข้า–ออกกรุงเทพฯ และติดตามรถโดยสารสาธารณะทุกคันผ่านศูนย์บริหารจัดการเดิน รถด้วยระบบ GPS ตลอดช่วงเทศกาล เพื่อติดตามพฤติกรรมการขับรถ การใช้ความเร็วภายใต้กฎหมายกำหนด

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อว่า กรมการขนส่งทางบกมีมาตรการกำกับควบคุม บังคับใช้กฎหมายทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ต่อเนื่องถึงระยะกลาง เริ่มตั้งแต่กำหนดให้รถโดยสารประจำทางทุกประเภท ทุกคันจะต้องออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารหรือจุดจอดที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ตามนโยบายการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะทั้งในกรุงเทพฯและภูมิภาคทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการตรวจความพร้อมของรถโดยสารและคนขับรถตาม Checklist ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่าง กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจความพร้อมตาม Checklist ต่อเนื่องตลอดปีและเข้มข้นเป็นพิเศษช่วงการเดินทางเทศกาลสงกรานต์นี้ หากคนขับรถหรือรถโดยสารมีสภาพไม่พร้อมหรือเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สั่งห้ามใช้รถและเปลี่ยนตัวคนขับรถทันที โดยผู้ประกอบการจะต้องหารถและคนขับที่มีความพร้อมมาปฏิบัติหน้าที่แทน

ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบผู้ขับรถฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายหรือมีการกระทำผิดซ้ำซากจะดำเนินมาตรการลงโทษเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่เปรียบเทียบปรับจนถึงพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ผู้ประกอบการขนส่งที่ฝ่าฝืนไม่กำชับพนักงานขับรถปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง กรมการขนส่งทางบกลงโทษสูงสุดถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง.

 

คลังแจงขั้นตอน-เอกสาร ลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ 3 เม.ย.-15 พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 14:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878355


คลัง ย้ำลงทะเบียนคนจนรอบใหม่ 3 เม.ย.-15 พ.ค. แจงขั้นตอน เอกสารหลักฐานที่จำเป็นให้พร้อม และต้องมาลงทะเบียนด้วยตนเองเพื่อยืนยันตน…

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายพรชัย ฐีระเวช รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง รักษาการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3 เม.ย. ถึงวันที่ 15 พ.ค. 2560 โดยขั้นตอนการลงทะเบียน เริ่มจากผู้ลงทะเบียนในโครงการฯ สามารถขอแบบฟอร์มลงทะเบียนได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ทุกสาขา, ธนาคารออมสิน ทุกสาขา, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา, คลังจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ทุกเขต รวมทั้งสิ้น 3,669 หน่วยรับลงทะเบียน ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

หรือสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง www.mof.go.th, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง www.fpo.go.th, อีเพย์เมนท์ www.epayment.go.th และเว็บไซต์ของหน่วยรับลงทะเบียนทั้ง 5 หน่วยงานข้างต้น

หลังจากนั้นผู้ลงทะเบียนควรศึกษาแบบฟอร์มให้เข้าใจ และเตรียมเอกสารหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ในการกรอกแบบฟอร์มให้พร้อม เช่น บัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง เลขบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา มารดา และบุตร สมุดทะเบียนบ้าน ทะเบียนผู้พิการ ทะเบียนเกษตรกร เลขที่บัญชีเงินฝาก นอกจากนี้ ต้องสำรวจว่าตนมีรายได้ เงินฝาก และหนี้สินเท่าใด เป็นต้น หลังจากนั้นให้กรอกแบบฟอร์มให้ครบถ้วน ชัดเจน และถูกต้องตามความเป็นจริง และผู้ลงทะเบียนควรตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนลงนามรับรองความถูกต้อง และยินยอมให้เปิดเผยและตรวจสอบ

สำหรับผู้ลงทะเบียนต้องมาลงทะเบียนด้วยตัวเอง ด้วยการยื่นแบบฟอร์มที่กรอกครบถ้วนถูกต้องแล้วพร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชน และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อยืนยันตัวตนและข้อมูลที่กรอกให้ทางราชการ ในกรณีผู้พิการและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางได้ ต้องมีใบมอบอำนาจมาแสดงในวันลงทะเบียน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะกรอกข้อมูลของผู้มาลงทะเบียนเข้าระบบ หลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้ว ผู้ลงทะเบียนต้องรับเอกสารหลักฐาน (ส่วนท้ายของแบบฟอร์ม) กลับไป เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์.

 

เอกอัครราชทูตไทยประจำปากีสถานนำคณะเยี่ยมชมกิจการคิง เพาเวอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 8 มี.ค. 2560 11:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878110


กรุงเทพฯ – นายวิทยา สินทราพรรณทร (ที่ 4 จากซ้าย) รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ให้การต้อนรับ นายสุชาติ เลียงแสงทอง (ที่ 3 จากขวา) เอกอัครราชทูตไทย ประจำสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน พร้อมด้วย นายชอดรี อับดุล กาห์ฟูร ข่าน (ที่ 4 จากขวา) ผู้ว่าการการท่องเที่ยวปากีสถาน และคณะสื่อมวลชนปากีสถาน ในโอกาสเยี่ยมชมกิจการกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ หนึ่งในบริษัทสำคัญที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยการเยี่ยมชมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทยตามแนวทางการปฏิบัติงานแบบประชารัฐ ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

 

“อาชาบำบัด” สร้างรอยยิ้มให้น้อง ส่งต่อรอยยิ้มเพื่อเรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 8 มี.ค. 2560 11:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878056


นางภาวิณี ทิพย์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกรรมการและสื่อสารองค์กร บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ถ่ายภาพกับน้องๆ ก่อนเริ่มทำกิจกรรม

เพราะเด็กคือรากฐานสำคัญของสังคม บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) จึงจัดตั้ง โครงการรอยยิ้มเพื่อเรา ในปี 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักเรียนจากห้องเรียนการศึกษาพิเศษ โรงเรียนวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ สำหรับดูแลเด็กที่มีปัญหาจากความบกพร่องและข้อจำกัดด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ตามนโยบายการทำงานของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน

น้องๆ ทำความคุ้นเคยกับม้าก่อนเริ่มทำกิจกรรม

นางภาวิณี ทิพย์เพชร ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกรรมการและสื่อสารองค์กร บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นระยะเวลากว่า 8 ปี ที่เทเวศประกันภัยได้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาและฝึกฝนทักษะของเด็กพิเศษ เพื่อให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ โดยเริ่มตั้งแต่การปรับปรุงห้องเรียนให้เหมาะสม การจัดกิจกรรมเพื่อบำบัด อย่างอาชาบำบัดและวารีบำบัด รวมถึงจัดทัศนศึกษานอกสถานที่ ซึ่งถือว่าเราเดินมาถูกทาง เพราะมีเด็กหลายคนที่สามารถปรับตัวจนย้ายไปเรียนในชั้นเรียนปกติหรือชั้นที่สูงขึ้นได้

อาชาบำบัด หรือศาสตร์แห่งการขี่ม้าเพื่อพัฒนาเด็กที่มีความต้องการเป็นพิเศษ เป็นการบำบัดที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะการขี่ม้าจะช่วยให้เด็กมีการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดความกลัวให้กับเด็ก โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นด้วยการให้เด็กสร้างความคุ้นเคยกับครูฝึกและอุปกรณ์ ตามมาด้วยการอบอุ่นร่างกายที่ให้เด็กๆ เป็นผู้คิดท่าทาง และผลัดเปลี่ยนกันออกมาเป็นผู้นำ หลังจากนั้นก็ถึงเวลาลงสนามจริง ที่ครูฝึกจะให้น้องๆ จูงม้าเดินเล่นรอบสนามเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับม้า การทำกิจกรรมบนหลังม้า ไม่ว่าจะเป็นขี่ม้าเดิน ขี่ม้าวิ่งช้าๆ หรือทำท่าทางต่างๆ เช่น ให้กางแขน จับหมวก ฝึกการสื่อสาร เป็นเวลากว่า 20 นาที ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้อยู่ในความปลอดภัย 100% เพราะมีครูฝึกถึง 3 คนต่อการดูแลเด็ก 1 คน

จ.ส.อ.ประยุทธ ยังมงคล ครูฝึกชมรมกีฬาขี่ม้า กรมการสัตว์ทหารบก ค่ายทองฑีฆายุ จ.นครปฐม กล่าวว่า อาชาบำบัดจะช่วยพัฒนาเด็กๆ ในด้านร่างกายได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อเพื่อการทรงตัวอยู่บนม้า การฝึกพูดเพื่อสื่อสารกับม้าและครูฝึก ที่จะช่วยปรับบุคลิกภาพให้กับเด็กๆ นอกจากนี้ ยังมีการเล่นเกมให้เด็กนำผลไม้ไปซ่อนแล้วกลับมาหา ที่ช่วยฝึกเรื่องความจำ เมื่อทำเช่นนี้ซ้ำๆ ก็จะเห็นถึงพัฒนาการของเด็กที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี จนทำให้รู้สึกดีใจมากที่ได้มาช่วยงานตรงนี้

เมื่อถาม น้องพี – เด็กชาย กฤษณพงศ์ วงศ์เลิศ นักเรียนจากห้องเรียนการศึกษาพิเศษ ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมอาชาบำบัดตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน ว่าวันนี้สนุกหรือไม่ น้องพีก็ยิ้มรับพร้อมกับตอบว่าสนุกครับ เพราะได้ขี่ม้าและได้กอดม้าด้วย

นางยุพิน นามกรณ์ คุณแม่ของน้องพี กล่าวว่า น้องพีมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยทรงตัวไม่ดี ไม่กล้าขึ้นบนที่สูง และขาดความมั่นใจ แต่ปัจจุบันน้องพีกล้าแสดงออกมากขึ้น มีความมั่นใจในตัวเอง และสามารถเดินได้เหมือนเด็กปกติ นอกจากนี้ ทุกครั้งที่น้องพีกลับจากการทำกิจกรรม ก็จะไปเล่าให้คุณพ่อและเพื่อนๆ ฟังอยู่เสมอว่าตัวเองได้ไปขี่ม้า ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขามีความสุข และพยายามที่จะสื่อสารกับคนอื่นเพิ่มมากขึ้น

นางสายฝน แสวงวงค์ ครูห้องการศึกษาพิเศษ กล่าวว่า เมื่อเด็กมีความภูมิใจและมีความสุขกับกิจกรรมที่เขาได้มีส่วนร่วม พัฒนาการด้านอื่นๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย อย่าง การเดินและการทรงตัว มีอารมณ์ที่ดี มีความมั่นใจ รวมไปถึงรู้สึกอยากที่จะเข้าสังคม นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังได้นำกิจกรรมอาชาบำบัดมาต่อยอดพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง เช่น การวาดภาพ การปั้น การระบายสี หรือแม้กระทั่งนำคำศัพท์จากการขี่ม้ามาแต่งประโยค เพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตให้กับเด็ก

หากใครได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ บนหลังม้าแล้ว ก็คงจะต้องยิ้มตามไปด้วยอย่างแน่นอน เหมือนกับชื่อโครงการรอยยิ้มเพื่อเราของเทเวศประกันภัย เพราะนอกจากรอยยิ้มนั้นจะแสดงให้เห็นถึงความสุขที่เด็กๆ ได้รับแล้ว ยังเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น สามารถพึ่งพาตัวเองและใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนกับเด็กทั่วไป

 

เอสซีจีสยายปีกอาเซียน ซื้อกิจการปูนเวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 10:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/878027


เอสซีจี ซิเมนต์ฯ ในเครือเอสซีจีซื้อกิจการธุรกิจปูนซีเมนต์ครบวงจรในเวียดนามด้วยเงินก้อนโตกว่า 5 พันล้านบาท ช่วยเสริมแกร่งการทำธุรกิจปูนนอกประเทศ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด ในเครือเอสซีจีได้ซื้อหุ้นร้อยละ 100 มูลค่า 156 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5,460 ล้านบาท ใน Vietnam Construction Materials JSC (“VCM”) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจปูนซีเมนต์ครบวงจรในภาคกลางของประเทศเวียดนามจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม โดยธุรกรรมดังกล่าว มีมูลค่ากิจการ 440 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 15,400 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงหนี้สินสุทธิ และเงินลงทุนส่วนเพิ่มเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของกิจการ

สำหรับ VCM มีโรงงานตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการของตลาดปูนซีเมนต์ในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ โดยมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ 3.1 ล้านตันต่อปี และมีศักยภาพที่จะเพิ่มกำลังการผลิตจากการปรับปรุงประสิทธิภาพได้อีกในอนาคต ทั้งนี้ การเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจะทำให้เอสซีจีจะมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ในอาเซียน (นอกประเทศไทย) รวมเพิ่มขึ้นเป็น 10.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งปัจจุบันเอสซีจีมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศไทยรวม 23 ล้านตันต่อปี.

 

ทองคำเปิดตลาดลดลง 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,800

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 มี.ค. 2560 09:51

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/877965


ราคาทองวันที่ 8 มี.ค. เปิดตลาดราคาลดลง 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,200 ขายออกบาทละ 20,300 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,829.28 ขายออกบาทละ 20,800 บาท

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 60 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.29 น. ราคาลดลง 100 บาท จากเมื่อวาน ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,200 บาท ขายออกบาทละ 20,300 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,829.28 บาท ขายออกบาทละ 20,800 บาท.