“อาฟเตอร์ยู” แจกหวานเปิดจองหุ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810546

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ “AU” เจ้าของธุรกิจขนมหวานและเบเกอรี่ครบวงจร ภายใต้แบรนด์ After Youและ Maygori ที่มี “ชิบูย่า ฮันนี่ โทสต์” อันโด่งดังเป็นตัวชูโรง ได้ประกาศเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ-IPO) 165 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 4.50 บาท โดยมีมูลค่าระดมทุนรวม 742.5 ล้านบาท เปิดให้จองซื้อวันที่ 14-16 ธ.ค.นี้ และคาดว่าจะเข้าซื้อขายในตลาดเอ็มเอไอ (MAI) 23 ธ.ค.

นางสาวกุลพัชร์ กนกวัฒนาวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ในฐานะผู้ก่อตั้งอาฟเตอร์ ยู กล่าวว่า จากความชื่นชอบในการทำขนมหวานนำมาสู่การพัฒนาธุรกิจร้านอาฟเตอร์ ยู เปิดสาขาแรกที่เจ อเวนิว ซอยทองหล่อ 13 และได้รับความนิยมรวดเร็วภายใน 2 เดือน จนขณะนี้เปิดบริการมา 9 ปีแล้ว

โดยปัจจุบัน “อาฟเตอร์ ยู” มีเมนูของหวานและเครื่องดื่มให้บริการกว่า 100 รายการ มีเมนูที่ได้รับความนิยมสูง เช่น กลุ่มฮันนี่ โทสต์ ช็อกโกแลตลาวา คากิโกริ

ขณะที่นายแม่ทัพ ต.สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ อาฟเตอร์ ยู กล่าวว่า บริษัทแบ่งธุรกิจเป็น 2 ส่วน คือ 1.ธุรกิจร้านขนมหวาน “อาฟเตอร์ ยู” และ “เมโกริ” ซึ่งเป็นร้านน้ำแข็งไส โดย ณ วันที่ 15 พ.ย. ร้านอาฟเตอร์ ยู มี 18 สาขา และเมโกริ 2 สาขา 2.ธุรกิจรับบริการจัดงานนอกสถานที่ เช่น งานสังสรรค์ งานแต่งงาน และรับจ้างผลิตสินค้าให้แก่สายการบินหรือร้านอาหารภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนขยายธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจขนมหวานและเบเกอรี่ครบวงจร โดยตั้งเป้าขยายสาขาร้านในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด เพิ่มเป็น 30 สาขาภายในปี 2561 รวมถึงขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าให้พันธมิตรธุรกิจเพิ่มขึ้น และมีแผนสร้างสำนักงานใหม่ สถานที่ฝึกอบรมพนักงาน ศูนย์กระจายสินค้า และติดตั้งเครื่องจักรเพิ่มช่วยลดต้นทุนการผลิต

สำหรับผลดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี มียอดขายและกำไรสุทธิเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ปี 2556 มีรายได้ 189 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5.6 ล้านบาท ปี 2557 มีรายได้ 311.6 ล้านบาท มีกำไร 45.8 ล้านบาท ปี 2558 มีรายได้ 415 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 57.5 ล้านบาท และงวด 9 เดือนแรกของปี 2559 มีรายได้ 441 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท.

 

ยอดจองบิ๊กไบค์ทะลัก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810537

 

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากล จำกัด หนึ่งในผู้นำธุรกิจสื่อยานยนต์ ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป เปิดเผยว่า งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 33 หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป 2016 ซึ่งเพิ่งจบสิ้นเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าประสบความสำเร็จ เพราะนอกจากทำยอดจองและยอดขายได้พอสมควร ช่วยดันเป้าได้ตามแผนแล้ว ยังได้รับการชื่นชมจากสังคมเรื่องรูปแบบการจัดงาน โดยเฉพาะพริตตี้นั้นได้รับการชื่นชมมาก โดยนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่างานนี้แสดงถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมชื่นชมการแต่งกายของพริตตี้ว่ามีความเรียบหรู สวยสง่า เหมาะกับสถานการณ์บ้านเมือง “กระทรวงวัฒนธรรมยังมีหนังสือขอบคุณและชื่นชมบริษัทที่เอาใจใส่กวดขันการแต่งกายของพริตตี้ในงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งผมขอส่งต่อคำชมให้ผู้ร่วมจัดงานที่ให้ความร่วมมือ”

นายขวัญชัยกล่าวต่อว่า ยอดจองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปีนี้มีตัวเลขน่าพอใจ โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์ สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดจองสูงถึง 7,942 คัน สูงกว่าเป้า 98.6% ขณะที่ยอดจองรถยนต์ 32,422คัน ลดลงจากปีก่อน 17.1% เนื่องจากบ้านเมืองอยู่ในบรรยากาศโศกเศร้า รวมทั้งรถใหม่หลายรุ่นได้เลื่อนการเปิดตัว แต่ตลาดรถหรูซึ่งมีรถรุ่นใหม่มาแนะนำมียอดจองเพิ่มขึ้น โดยรถเบนซ์ทำยอดขายได้ถึง 1,722 คัน ตามมาด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 979 คัน ส่วนปอร์เช่ขายได้ 70 คัน และโรลส์-รอยซ์ยังขายได้ 2 คัน ส่วนรถยนต์ทั่วไป 5 อันดับยอดจองสูงสุด ได้แก่ โตโยต้า 5,124 คัน, ฮอนด้า 4,902 คัน, อีซูซุ 3,620 คัน, มาสด้า 3,434 คัน และฟอร์ด 2,441 คัน ด้านราคาเฉลี่ยรถที่ขายได้ในงานปรับขึ้นเป็น 1,177,393 บาท เนื่องจากปีนี้ผู้บริโภคให้ความสนใจรถเก๋งหรูเพิ่มมากขึ้น ทำให้เงินหมุนเวียนภายในงานปีนี้อยู่ที่ 45,000 ล้านบาท ผู้เข้าชมงาน 1,191,718 คน ลดลง 19.3%.

 

จีนพรึ่บ!ฉลองปีใหม่ราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810531

 

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบสถานการณ์ทัวร์จีนหลังรัฐบาลมีนโยบายปราบปราบทัวร์ผิดกฎหมายหรือทัวร์ศูนย์เหรียญว่า ขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยผ่านกรุ๊ปทัวร์นั้น ลดลงเพียง 7% ซึ่งถือว่าดีขึ้นจากช่วงแรกที่รัฐบาลเริ่มปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนที่มากับกรุ๊ปทัวร์ลดลง 20-30% ขณะที่ตอนนี้โรงแรมย่านราชประสงค์และย่านนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ถูกจองเต็มถึงช่วงปีใหม่แล้ว อีกทั้งนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีรายได้สูงและพร้อมที่จะใช้จ่าย ส่วนตัวเลขที่ชัดเจนตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-28 พ.ย.2559 มีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยรวม 8.4 ล้านคน สูงกว่าตลอดปี 2558 ที่มีนักท่องเที่ยวจีน 7.98 ล้านคน ขณะที่ตลอดทั้งปีนี้ มีเป้าหมายที่ 9.1 ล้านคน

พล.อ.ธนะศักดิ์ รายงาน ครม.ว่า จากการหารือกับรัฐบาลจีนและองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวจีน (ซีเอ็นทีเอ) ได้แสดงความพึงพอใจกับการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายอย่างมาก เพราะนักท่องเที่ยวจีนไม่ถูกหลอกอีก ขณะที่ผู้ประกอบการทัวร์ของจีนระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบอะไร ยกเว้นผู้ประกอบการไทยที่เคยผูกพันกับเรื่องของทัวร์ผิดกฎหมายที่อาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่เชื่อว่าไม่เป็นไร เพราะต่อไปจะทำให้ได้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพที่มีการใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวเกินเป้าหมายแล้วโดยมีจำนวนกว่า 2.4 ล้านล้านบาท

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ขาดสภาพคล่องจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่ขาดสภาพคล่องสามารถขอรับการสนับสนุนได้จากธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นสมาชิกสมาคมธนาคารไทย.

 

หุ้นสหรัฐฯ ทำนิวไฮ ขณะเฟดประชุมนโยบายชี้ชะตาขึ้นดอกเบี้ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ธ.ค. 2559 06:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810562

 

ดัชนีหุ้นใหญ่ทั้ง 3 ของสหรัฐฯ ทำนิวไฮใหม่ในวันอังคาร ขณะที่ธนาคารกลางเริ่มการประชุมนโยบายการเงินครั้งสุดท้ายของปีเพื่อชี้ชะตาเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐาน…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 13 ธ.ค. ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 114.78 จุด หรือ 0.58% ปิดที่ 19911.21 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 14.76 จุด หรือ 0.65% ปิดที่ 2271.72 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 51.29 จุด หรือ 0.95% ปิดที่ 5463.83 จุด

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 8 พ.ย. ส่วนพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาในสภาคองเกรส ทำให้เกิดความคาดหวังว่าจะมีการออกนโยบายสนับสนุนการเติมโต ขณะที่นายบิล ลีนช์ ผู้อำนวยการด้านการลงทุนของบริษัท ฮินส์เดล แอสโซชิเอตส์ กล่าวว่า ดูเหมือนนักลงทุนจะไม่ยอมขายหุ้นเพื่อเอากำไรเลยแม้แต่น้อย

วันเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มการประชุมนโยบายการเงินซึ่งกินเวลา 2 วันแล้ว โดยคาดกันว่าพวกเขาจะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานในที่สุด

 

กรมศุลปรับเมล์เอ็นจีวีพันล้าน “เบสท์ริน” รับสภาพไขสือไม่รู้ผลิตจากจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810526

 

กรมศุลกากรปรับและเก็บภาษีเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ของเบสท์รินเพิ่มเกือบ 1 พันล้านบาท เหตุนำเข้าจากจีนไม่ใช่ผลิตจากมาเลเซีย ขณะที่เบสท์รินเสียงอ่อยยอมรับสั่งซื้อจากมาเลย์ ไม่รู้ว่าผลิตในจีน “ออมสิน” ยันเบสท์รินจ่ายภาษี-ค่าปรับเพิ่ม ไม่กระทบส่งมอบรถเมล์ 489 คันตามสัญญาเร่งบริการให้ทันปีใหม่

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวถึงกรณีกรมศุลกากรไม่อนุญาตให้นำรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (NGV) ของบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับสัมปทานจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งนำเข้าโดยบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ออกจากท่าเรือแหลมฉบังว่า ล่าสุด กรมศุลกากรได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานงาน ตรวจสอบข้อมูลที่มาเลเซียช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่าบริษัท ซุปเปอร์ซาร่านำเข้ารถโดยสารปรับอากาศยี่ห้อ SUNLONG รุ่น SLK6129 CNG YEAR 2016 จำนวน 489 คัน ซึ่งได้ทยอยส่งออกจากมาเลเซียมายังไทยจำนวน 5 เที่ยวเรือ เที่ยวละ 1 คัน, 99 คัน, 145 คัน, 146 คัน และ 98 คัน (อยู่ระหว่างเดินทางจากมาเลเซียมาไทย) รวมทั้งสิ้น 489 คันนั้น ผลิตจากจีนไม่ใช่มาเลเซียจึงเข้าข่ายต้องเสียภาษีนำเข้าอัตรา 40%

โดยกรมศุลกากรได้สรุปเหตุการณ์ของซุปเปอร์ซาร่าฯ ออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 (เที่ยวที่ 1-2 รวม 100 คัน) เป็นกลุ่มที่ผ่านพิธีการศุลกากรและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้มีการสำแดงเท็จ เพราะใช้ฟอร์มดี (Form D) ซึ่งแสดงแหล่งกำเนิดสินค้าว่าผลิตจากมาเลเซีย จึงต้องถูกเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 2 เท่าของอากรและยังถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) รวมเป็นเงิน 370 ล้านบาท ตามกฎหมายศุลกากร

ส่วนกลุ่มที่ 2 (เที่ยวที่ 3-5 จำนวน 389 คัน) ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า R & A COMMERCIAL VEHICLES SDN BHD ซึ่งเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถโดยสารปรับอากาศให้กับบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป นั้น ก่อนหน้าที่ R & A COMMERCIALฯ จะส่งรถดังกล่าวมายังไทย ได้นำเข้ารถโดยสารปรับอากาศชนิดเดียวกันจากจีน โดยบริษัทจีนคือ NORINCO NEW ENERGY CO., LTD. ระบุชื่อผู้ซื้อที่มาเลเซีย คือ R & A COMMERCIALฯ และพบสินค้านำเข้าเป็นรถยนต์สำเร็จรูป ซึ่งมีจำนวน ราคา และน้ำหนักตรงกันกับที่บริษัท R & A COMMERCIALฯ ส่งมายังไทย มีรายการหมายเลข Chassis เครื่องยนต์ ตรงกัน รวมทั้งแสดงราคาต่อหน่วยและน้ำหนักต่อหน่วยเท่ากัน ส่วน “รถโดยสารกลุ่มที่ 2 ยังไม่มีการสำแดงเพื่อเสียภาษี จึงยังไม่มีความผิด คาดว่าผู้นำเข้าคงไม่กล้าสำแดงเป็นฟอร์มดีเพื่อเลี่ยงภาษี อีก เพราะรถ 100 คันที่ถูกปรับเป็นเงินที่สูงมาก”

นายกุลิศกล่าวต่อว่า รถโดยสารกลุ่มที่ 2 นี้ หากนำเข้าจะเสียภาษี 40% บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีกคันละ 1.4 ล้านบาท เท่ากับรถ 389 คัน ต้องเสียภาษีเพิ่มอีกราว 500 ล้านบาท และเมื่อรวมกับค่าปรับของกลุ่มแรก 100 คันแล้ว ผู้นำเข้าต้องเสียภาษีเพิ่มให้กรมศุลกากรเกือบ 1,000 ล้านบาท ซึ่งนำเข้าคลังทั้งหมด ช่วงที่ผ่านมากรมศุลกากรได้ชี้แจงซุปเปอร์ซาร่าฯแล้ว ซึ่งบริษัทก็ยอมรับว่ามีความเข้าใจที่ผิดพลาดในข้อมูลการนำเข้าจากบริษัทผู้จำหน่ายในมาเลเซีย เมื่อรับทราบข้อเท็จจริงแล้ว ยินดีปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากรทุกประการ

ทั้งนี้ หากบริษัทประสงค์ที่จะชำระค่าภาษีหรือวางเงินประกัน และมีเอกสารพร้อม สามารถทำที่กรมศุลกากรหรือศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อทำการตรวจปล่อยได้ภายใน 1-2 วัน โดยเงินประกันน่าจะมียอดสูงถึง 230 ล้านบาท กรณีนำรถโดยสารกลุ่มที่ 2 ออก 100 คัน ส่วนรถกลุ่มที่ 1 คงยังไม่มีการนำออกมาเพราะต้องเสียเงินค่าปรับ

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่กรมศุลกากรแจ้งว่าบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานรถเมล์เอ็นจีวีจาก ขสมก. ยอมรับว่ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน นำเข้ามาจากจีน แต่อ้างว่าไม่รู้รายละเอียดเพราะทำสัญญาซื้อขายรถจากผู้ประกอบการในมาเลเซีย และยินยอมวางเงินประกันค่าภาษีรถ 100 คันแรกเป็นเงิน 718 ล้านบาท และรถส่วนที่เหลือก็มีการเสียภาษีนำเข้าปกติ จึงน่าจะไม่มีปัญหาหากกรมศุลกากรปล่อยรถและเบสท์รินฯสามารถส่งมอบรถให้กับ ขสมก.ได้ครบตามสัญญา แต่แผนและเป้าหมายที่วางไว้เดิม จะนำรถมาให้บริการเป็นของขวัญปีใหม่อาจต้องเลื่อนออกไป แต่หวังว่าจะให้บริการได้ทันปีใหม่นี้ได้ ทั้งนี้ ในเงื่อนไขสัญญา ขสมก.จะเอาผิดกับเบสท์รินได้ กรณีที่ครบกำหนดวันที่ 29 ธ.ค.แล้ว ไม่สามารถส่งมอบรถได้ การจะยกเลิกสัญญาก็มีขั้นตอน ตั้งแต่ทำหนังสือแจ้งเตือน ดำเนินการปรับและค่าเสียโอกาสของ ขสมก. คิดเป็นเงิน 17,000 บาทต่อคันต่อวัน แต่ถ้าส่งมอบรถได้ก็ไม่มีปัญหา ส่วนกำหนดเดิมวันที่ 21 ธ.ค.นี้ จะมีการนำรถเมล์ดังกล่าวออกมาแสดงให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ล่าสุดมีการแจ้งยกเลิกแล้ว

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.ขสมก. กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าเบสท์รินจะนำเงินวางประกันภาษีไปจ่ายให้กรมศุลกากรเพื่อนำรถ 100 คันแรกออกมา แต่ถึงขณะนี้เบสท์รินยังไม่ได้นำเงินประกันไปวาง เพราะเป็นเงินจำนวนมากคงต้องใช้เวลา โดย ขสมก.ยืนยันตามเดิมว่าบริษัทต้องส่งมอบรถได้ครบภายใน 29 ธ.ค.นี้ เชื่อว่าทางบริษัทจะสามารถส่งมอบรถได้ แต่อาจล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ 1 สัปดาห์ และจะพยายามเร่งรัดเพื่อให้นำรถเมล์นี้มาให้บริการได้ทันช่วงปีใหม่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทมีปัญหาฟ้องร้องทางแพ่งในศาลภาษีอากรนั้น เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นมาก่อนและคดียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งการประมูลจัดหารถเมล์เอ็นจีวี ไม่ได้มีข้อกำหนดห้ามบริษัทเข้าร่วมประมูล ถือว่าทุกอย่างผ่านมาตามขั้นตอน.

 

เชือดขายประกันผ่านมือถือ “ลุงตู่”สั่งออกกฎหมายช่วยลูกค้าสกัดบังคับขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810521

 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กระทรวงการคลังได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันชีวิต (ฉบับที่…) พ.ศ…และร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย (ฉบับที่…) พ.ศ…สรุปสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2535 และ พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535 ให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติธุรกิจเหมาะสมกับสภาวการณ์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน และมีบทบัญญัติที่จะช่วยคุ้มครองประชาชนจากการฉ้อฉลประกันภัย

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้ตั้งข้อสังเกตและนำเสนอให้กฎหมายที่แก้ไขครั้งใหม่นี้ครอบคลุมถึงการดูแลพฤติกรรมการขายประกันผ่านโทรศัพท์ และให้ดูแลการบังคับขายประกันผ่านธนาคาร เมื่อลูกค้ามีการกู้เงินด้วย ซึ่งขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณาตรวจแก้ไข โดยนำข้อเสนอของนายกฯ เพิ่มเติมเข้าไปได้ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ประกันชีวิต (ฉบับที่…) พ.ศ…เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อรองรับการใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในธุรกิจและแก้ไขคุณสมบัติของตัวแทนประกันชีวิตบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งจะขอรับใบอนุญาตเป็นนายหน้าให้เหมาะสมยิ่งขึ้น รวมทั้งกำหนดให้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้า ต้องร่วมรับผิดต่อการกระทำของบุคคลธรรมดาที่ได้รับใบอนุญาตเป็นนายหน้าที่ได้ก่อขึ้น ส่วนการร่าง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย (ฉบับที่…) พ.ศ…เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้รองรับการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และแก้ไขคุณสมบัติของบุคคลธรรมดาที่จะขอรับใบอนุญาตให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า กฎหมายประกันทั้ง 2 ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ขั้นตอนต่อจากนี้ จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบ เพื่อประกาศใช้ คาดว่าจะบังคับใช้ได้ในปีหน้า ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองจากการซื้อประกันภัยและประกันชีวิตผ่านตัวแทน นายหน้า และระบบออนไลน์ต่อไป กฎหมายใหม่จะมีบทลงโทษทางอาญา จำคุก 3 ปี และปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

 

แรงงานฝีมือเฮ!ค่าจ้างเพิ่ม 100 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810512

 

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ครม.เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ตามข้อเสนอของคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่องอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 6) โดยจะมีผลหลังลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน

สำหรับอัตราค่าจ้างงานแรงงานตามมาตรฐานฝีมือที่ได้มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใน 12 สาขาอาชีพ แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าจ้างแรงงานฝีมือในระดับที่ 1 และระดับที่ 2 ระหว่าง 75-100 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 1.ช่างเทคนิคเขียนแบบเครื่องกลระดับที่ 1 อัตราค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 460 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน 2.ช่างเชื่อมสำหรับอุตสาหกรรมจักรกลและโลหะการ ระดับที่ 1 ค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 500 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 600 บาทต่อวัน 3.ช่างเทคนิคระบบส่งกำลัง ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน 4.ช่างเทคนิคระบบไฮดรอลิก ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 460 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 550 บาทต่อวัน

5.ช่างเชื่อมระบบท่อในอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 400 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 485 บาทต่อวัน 6.ช่างเทคนิคเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 385 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 470 บาทต่อวัน 7.ช่างเทคนิคห้องเย็นขนาดเล็กระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 385 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 470 บาทต่อวัน 8.พนักงานประกอบเครื่องปรับอากาศ ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 370 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 455 บาทต่อวัน 9.ช่างเทคนิคเครื่องกัดอัตโนมัติ ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 450 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 540 บาทต่อวัน 10.ช่างเทคนิคเครื่องอีดีเอ็มระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 430 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 515 บาทต่อวัน 11.ช่างเทคนิคเครื่องไวร์คัทเอดีเอ็มระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 430 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 515 บาทต่อวัน 12.ช่างขัดเงาแม่พิมพ์ระดับที่ 1 ไม่น้อยกว่า 380 บาทต่อวัน ระดับที่ 2 ไม่น้อยกว่า 455 บาทต่อวัน

“การกำหนดอัตราค่าจ้างตามฝีมือแรงงาน เพื่อให้สอดคล้องกับทักษะ ฝีมือ ความรู้ ความสามารถ และการจ้างงานในตลาดแรงงาน แต่จะไม่มีผลบังคับใช้กับส่วนราชการในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์”.

 

โวลงทุนขนส่ง 9 แสน ล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810511

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนปฏิบัติการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง 2560 ระยะที่ 2 จำนวน 36 โครงการ มูลค่าลงทุนรวม 895,757.55 ล้านบาท โดยโครงการลงทุนประกอบด้วย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 10 เส้นทาง วงเงิน 408,616.28 ล้านบาท, รถไฟชานเมือง 2 เส้นทาง วงเงิน 26,639.07 ล้านบาท, โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน 6 เส้นทาง มูลค่าลงทุน 221,148.35 ล้านบาท, โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและทางพิเศษ 5 เส้นทาง มูลค่าลงทุน 167,222.65 ล้านบาท

นอกจากนั้น โครงการสิ่งอำนวยความสะดวกทางถนน 5 โครงการมูลค่าลงทุน 21,473 ล้านบาท, โครงการจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน มูลค่า 2,272.22 ล้านบาท, โครงการระบบบริหารจัดการตั๋วร่วม มูลค่า 1,355.34 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะสามารถดำเนินการใช้งานได้ในเดือน เม.ย.2560, โครงการลงทุนทางน้ำ 3 โครงการ มูลค่า 36,081.24 ล้านบาท และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูมิภาค ท่าอากาศยานอู่ตะเภามูลค่า 10,949.11 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าวจะช่วยตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น คาดว่าผลจากการดำเนินโครงการในปี 2559 จะส่งผลให้ปี 2560 มีการเบิกจ่ายการลงทุน 149,752 ล้านบาท คิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านล้านบาท และปี 2561 การเบิกจ่ายจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีนี้เท่าตัว.

 

ช็อปกระจายสไตล์ “ช็อปช่วยชาติ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810506

 

ลดภาษี 1.5 หมื่นคาด 18 วันเงินสะพัด 2 หมื่นล้าน

ไม่พลิกโผ! ครม.คลอดมาตรการช็อปช่วยชาติ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีให้คึกคัก ซื้อสินค้าบริการช่วง 14–31 ธ.ค.นี้นำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท ได้ลดภาษีตามฐานรายได้ คาดคนแห่ใช้สิทธิ์ 2 ล้านคน เม็ดเงินสะพัด 20,000 ล้านบาทเพิ่มสองเท่าจากปีที่ผ่านมา รัฐยอมเสียรายได้ 3,200 ล้านบาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมช่วงปลายปี 2559 หรือที่เรียกว่า “มาตรการช็อปช่วยชาติ” ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ซึ่งจะต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็ม ระบุชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการที่ออกให้จากผู้ประกอบการมาแสดงในการหักภาษีด้วย ระบุวงเงินเว้นภาษีตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยมาตรการดังกล่าวมีระยะเวลา 18 วัน ตั้งแต่วันที่ 14-31 ธ.ค.2559

ทั้งนี้ มาตรการช็อปช่วยชาติในครั้งนี้เป็นมาตรการเดียวกับที่เคยดำเนินการปีที่ผ่านมาแต่ระยะเวลาต่างกัน โดยปีที่ผ่านมากำหนดเวลาไว้ 7 วัน มีผู้ใช้สิทธิ์จากมาตรการนี้จำนวน 1 ล้านคน คิดเป็นเม็ดเงินที่ลดภาษีได้ 1,200 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าการซื้อสินค้า 10,000 ล้านบาท ส่วนมาตรการในปีนี้นั้นคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านคน โดยมูลค่าการซื้อขายสินค้าอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท และมีเม็ดเงินที่ลดภาษี 3,200 ล้านบาท

“ครม.ได้มีการกำหนดสินค้าและบริการที่ประชาชนสามารถซื้อแล้วนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ (ตามตาราง) โดยมาตรการนี้จะไม่รวมไปถึงสุรา เบียร์ ไวน์ ยาสูบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ น้ำมันหรือก๊าซที่เติมเป็นเชื้อเพลิงยานพาหนะ และไม่รวมไปถึงค่าบริการที่จ่ายให้กับผู้ประกอบการที่เป็นธุรกิจนำเที่ยว ซื้อทัวร์ ค่าใช้จ่ายมัคคุเทศก์ ที่พักโรงแรม เนื่องจากได้ยกเว้นภาษีเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไปให้แล้วก่อนหน้านี้ ในวงเงินไม่เกิน 15,000 บาท”

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้เสนอความเห็นว่า ช่วงปลายปีจะเป็นช่วงระยะเวลาสำหรับการใช้จ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าและรับบริการ โดยอาจซื้อสินค้าหรือสิ่งของเพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญให้แก่ผู้ที่เคารพนับถือ รวมถึงมีการใช้บริการต่างๆ เนื่องในโอกาสเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีนี้จะเป็นปัจจัยหนึ่งในการช่วยกระตุ้นให้มีการบริโภคเพิ่มมากขึ้น สำหรับการยกเว้นภาษีเงินได้ครั้งนี้จะทำให้เกิดการหมุนเวียน

ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น บรรเทาภาระภาษีของประชาชน และยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะช่วยขยายฐานภาษีและส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐในระยะยาวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่า รัฐจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีประมาณ 3,200 ล้านบาท แต่จะเพิ่มยอดขายสินค้าและการให้บริการแก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่งผลดีต่อการขยายตัวในระบบเศรษฐกิจโดยรวม คิดเป็นเงินที่จะหมุนเวียนในระบบประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวได้เพิ่มขึ้นประมาณ 0.2%

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับข้อสงสัยว่ารายการใดนำมาหักภาษีได้หรือไม่นั้น ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศัลยกรรม ค่าซื้อทองคำแท่งนั้น นำมาหักภาษีตามมาตรการช็อปช่วยชาติไม่ได้ เพราะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) อยู่แล้ว ขณะที่ทองคำหักได้เฉพาะค่ากำเหน็จ ขณะที่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ นำมาหักไม่ได้เช่นกัน เพราะเป็นการชำระของเดือนก่อนหน้ามาตรการ, ค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ ใช้หักภาษีไม่ได้ เพราะค่าขนส่งในประเทศได้รับการยกเว้นแวต ส่วนซื้อบัตรของขวัญของห้างสรรพสินค้า นำมาหักภาษีไม่ได้ เพราะบัตรของขวัญไม่เสียแวต เช่นเดียวกับซื้อประกันชีวิต ประกันรถยนต์ หักภาษีไม่ได้ เนื่องจากวันคุ้มครองอยู่นอกเหนือจากวันที่ 14-31 ธ.ค.2559 ส่วนค่าซ่อมรถยนต์นำมาหักภาษีได้หากเป็นการซ่อมและชำระค่าบริการแล้วเสร็จในช่วงวันที่ 14-31 ธ.ค.2559

ขณะที่ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรที่ถูกต้องนั้น อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้คือ มีคำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด, มีชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ, มีชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ, มีหมายเลขลำดับของใบกำกับภาษีและหมายเลขลำดับของเล่ม, มีชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ, มีตัวเลขแสดงจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการ, มีวันเดือนปีที่ออกใบกำกับภาษี และมีข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในการนำค่าใช้จ่ายช็อปช่วยชาติจำนวน 15,000 บาท มาหักภาษีนั้น ไม่ใช่ว่าเมื่อมีการซื้อสินค้าครบ 15,000 บาทจะได้คืนทั้งจำนวน แต่จะนำยอดการซื้อสินค้าไปหักลบรายได้ก่อนที่จะนำมาคำนวณภาษี ดังนั้นเมื่อคำนวณตามฐานรายได้แล้ว การได้รับคืนภาษีจากมาตรการนี้เป็นดังนี้ คือ ผู้ที่มีเงินได้สุทธิ 0-150,000 บาท กลุ่มนี้ได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว ดังนั้นมาตรการนี้จึงไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีภาษีที่จะได้รับคืน ขณะที่ประชาชนที่มีฐานเงินได้สุทธิอยู่ที่ 150,001-300,000 บาท ซึ่งเสียภาษีในอัตรา 5% ดังนั้น เมื่อหักวงเงิน 15,000 บาทที่ซื้อสินค้าเพื่อที่นำมาหักภาษีแล้ว จะได้รับการลดภาษีคิดเป็นเงิน 750 บาท ส่วนเงินได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท เสียภาษี 10% คิดเป็นตัวเงินภาษีที่ได้ลด 1,500 บาท, เงินได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท เสียภาษี 15% คิดเป็นตัวเงินภาษีที่ได้ลด 2,250 บาท, เงินได้สุทธิ 750,001-1,000,000 บาท เสียภาษี 20% คิดเป็นตัวเงินภาษีที่ได้ลด 3,000 บาท, เงินได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 บาท เสียภาษี 25% คิดเป็นตัวเงินภาษีที่ได้ลด 3,750 บาท, เงินได้สุทธิ 2,000,001-4,000,000 บาท เสียภาษี 30% คิดเป็นตัวเงินภาษีที่ได้ลด 4,500 บาท และรายได้มากกว่า 4 ล้านบาทขึ้นไปเสียภาษี 35% คิดเป็นตัวเงินภาษีที่จะได้ลด 5,250 บาท (ดูตารางประกอบ)

ทั้งนี้ การหักค่าลดหย่อนจากโครงการช็อปช่วยชาติ จะใช้ในการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2559 ที่ย่ืนภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.จนถึงวันที่ 31 พ.ย.2560 โดยในรอบการยื่นภาษีปี2559 นี้ ผู้มีเงินได้สามารถหักค่าลดหย่อนได้เพิ่มขึ้นจากมาตรการช็อปช่วยชาติ และมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว.

 

ครม.รับทราบอัตราค่าจ้างช่างฝีมือใหม่แล้ว เพิ่มสูงสุดถึงวันละ 600 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 20:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810282

 

ที่ประชุม ครม.รับทราบ เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เตรียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้บังคับต่อไป พบช่างอุตสาหกรรมจักรกลโลหะ จะได้ค่าจ้างเกือบ 600 บาทต่อวัน

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 59 นายกอบศักดิ์ ภู่ตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 17 พ.ย. 2559 ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลใช้บังคับต่อไป

ทั้งนี้ กำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือของคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งเป็นไตรภาคีใน 3 อุตสาหกรรม 12 สาขาอาชีพ คือ จักรกลและโลหะการ, เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น และสาขาแม่พิมพ์ โดยแบ่งเป็นระดับต่างๆ ดังนี้ ระดับที่ 1 ผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี สมัครเข้ารับการทดสอบ มีประสบการณ์การทำงานตามกำหนด จะได้รับค่าจ้าง 380-460 บาท ในสาขาเขียนแบบเครื่องกล สาขาช่างเชื่อมในอุตสาหกรรมจักรกลโลหะการ

ระดับที่ 2 ผู้เข้ารับการทดสอบต้องมีประสบการณ์การทำงานหรือประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ 2 ปีในบางสาขาอาชีพ เช่น ช่างอุตสาหกรรมจักรกลโลหะการจะได้ค่าจ้างเกือบ 600 บาทต่อวัน 2 เท่าตัวของค่าจ้างขั้นต่ำ เช่น ช่างเชื่อมระบบท่ออุตสาหกรรมปรับอากาศ อุตสาหกรรมความเย็น ช่างเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ ช่างห้องเย็นขนาดเล็ก พนักงานประกอบเครื่องปรับอากาศ ช่างเทคนิคระบบไฮดรอลิก ช่างขัดเงาแม่พิมพ์ เป็นต้น