ชงก.ม.จัดตั้งนิติบุคคลคนเดียว เข้าครม.หวังดึงSME 2.74 ล้านเข้าสู่ระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 18:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810151

 

“พาณิชย์” ชงกฎหมายการจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียวเข้าครม. อีกรอบ หวังดึง SMEs 2.74 ล้านรายเข้าสู่ระบบ ยันไม่ได้ปิดกั้นคนต่างชาติ เหตุทำธุรกิจในไทยภายใต้ก.ม.ต่างด้าว และบีโอไอได้อยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.59 น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงความคืบหน้าการผลักดันร่างพ.ร.บ.การจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียว พ.ศ. … ว่า กรมฯ ได้ส่งร่างกฎหมายเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว หลังจากที่ได้ถอนกลับมาปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เมื่อการประชุม ครม.วันที่ 17 ส.ค.59 โดยยืนยันที่จะให้มีกฎหมายฉบับนี้ เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ในระบบ 2.74 ล้านรายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น

“ได้เสนอร่างกฎหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาก่อนเสนอเข้า ครม. แล้ว โดยสาระสำคัญของกฎหมายนี้ คือ บุคคลเพียงคนเดียวสามารถจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ ซึ่งจะทำให้เอสเอ็มอี จัดตั้งบริษัทได้ง่ายขึ้น และมีตัวตน ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และความช่วยเหลือจากภาครัฐง่ายขึ้น”

สำหรับข้อกังวลว่ากฎหมายฉบับนี้จะกีดกันคนต่างชาติไม่ให้เข้ามาจดทะเบียนตั้งธุรกิจในไทยนั้น ยืนยันว่า ไทยไม่ได้กีดกันการทำธุรกิจของคนต่างชาติในไทย เพราะแม้กฎหมายฉบับนี้จะให้สิทธิ์คนไทย สามารถจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลคนเดียว แต่คนต่างชาติ หากต้องการเข้ามาทำธุรกิจในไทย สามารถขออนุญาตผ่านพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือใช้ช่องทางการเข้ามาลงทุนผ่านการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 3.89 จุด ดัชนียืน 1,530 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 17:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810187

 

หุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 13 ธ.ค.เพิ่มขึ้น 3.89 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,530.21 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,796.09 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 13 ธ.ค. 59 พบว่าหุ้นไทยปิดตลาดบวก 3.89 จุด เปลี่ยนแปลง 0.25% ดัชนีอยู่ที่ 1,530.21 จุด มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 49,796.09 ล้านบาท

สำหรับมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

 

ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 60 สต. เว้น อี 85 ขยับ 40 สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 17:13

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810141

 

รีบเติมกันซะ!! ตี 5 พรุ่งนี้ ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 60 สต. เว้น อี 85 ขยับ 40 สต.ต่อลิตร ส่งผลให้ดีเซล แตะลิตรละ 26.09 บาท…

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. บมจ.ปตท.-บมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์/ลิตร เว้น E85 ปรับขึ้น 40 สตางค์/ลิตร มีผลวันที่ 14 ธ.ค. 2559 เวลา 05.00 น.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ลิตรละ 34.46 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 27.35 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 27.08 บาท E20 ลิตรละ 24.84 บาท E85 ลิตรละ 19.89 บาท ดีเซล ลิตรละ 26.09 บาท (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด).

 

พาณิชย์ เร่งหาทางแก้ไข หลังไต้หวัน พบสารตกค้างในหน่อไม้ฝรั่งของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 17:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810091

 

กรมการค้าต่างประเทศ เผยไต้หวัน ตรวจพบสารตกค้างในหน่อไม้ฝรั่งสดจากไทย 7 ลอต เร่งให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไข

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.59 นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย.59 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ได้รายงานว่า กรมการอาหารและยาไต้หวัน แจ้งว่า ในช่วงเดือน มี.ค.-ก.ย.59 ได้ตรวจพบสารตกค้าง ได้แก่ Diuron, Chlorfenapyr, Fipronil, Lufenuron, Omethoate, Buprofezin และ Fipronil ในหน่อไม้ฝรั่งสดนำเข้าจากไทย 7 ลอต ซึ่งมีปริมาณสารตกค้างเกินค่ามาตรฐานกำหนดไว้ จึงเรียกร้องให้ผู้ส่งออกและหน่วยงานราชการของไทยชี้แจงสาเหตุและเสนอแผนแก้ไขต่อไต้หวัน ภายในวันที่ 9 ม.ค.60

“กรมฯ ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าส่งออก ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสารตกค้างให้มากขึ้นแล้ว พร้อมกันนี้ ได้มีคำแนะนำไปยังเกษตรกร ควรใส่ใจต่อการใช้สารเหล่านี้ในผลิตผลทางการเกษตรให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สินค้าไทยผลิตได้มาตรฐานตามที่กฎหมายของประเทศคู่ค้ากำหนด ซึ่งจะเป็นการป้องกันการถูกเพิ่มระดับการตรวจสอบที่มีความเข้มงวดมากขึ้น รวมทั้งการถูกปฏิเสธการนำเข้า ซึ่งล้วนเป็นมาตรการที่สามารถทำลายภาพลักษณ์ของสินค้าส่งออกของไทยโดยรวม”

 

ครม.ไฟเขียว ยกเว้นค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์ 29 ธ.ค.-4 ม.ค. 60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 17:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810111

 

ครม. เห็นชอบยกเว้นค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์ สาย 7 และ 9 ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 59-4 ม.ค. 60 เพื่ออำนวยสะดวกคนออก ตจว.ช่วงปีใหม่ ลดปัญหาจราจรติดขัดหน้าด่าน ส่วนทางพิเศษบูรพาวิถี จะมีการพิจารณาเช่นกัน…

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม. ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี และหมายเลข 9 วงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก บางปะอิน-บางพลี ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 29 ธ.ค. 59 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค. 60 รวมเป็นเวลา 7 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ และลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่าน ซึ่งดำเนินการมาเป็นประจำทุกปีในการยกเว้นค่าผ่านทางให้ประชาชน

สำหรับ ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะมีการพิจารณาเรื่องยกเว้นเก็บค่าผ่านทางเช่นกัน.

 

ไฟเขียวช็อปช่วยชาติ ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1.5 หมื่น เริ่ม 14-31 ธ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 14:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/809961

 

คนเสียภาษีเตรียมเฮ! ครม.ฉลุยช็อปช่วยชาติ ตั้งแต่ 14-31 ธ.ค.นี้ ยกเว้นภาษีให้ผู้ซื้อสินค้าและค่าบริการ ตามจำนวนจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท คาดจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อช่วงปลายปี และช่วยบรรเทาภาระภาษีให้กับประชาชนได้ ขณะที่ “กอบกาญจน์” ปลื้ม หวังกระตุ้นท่องเที่ยวไทย-การใช้จ่ายให้สูงขึ้น ช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 59 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติมาตรการช็อปช่วยชาติ ตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอให้มาตรการยกเว้นภาษีให้สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าและค่าบริการ ในช่วงวันที่ 14-31 ธ.ค. 59 ตามจำนวนจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท โดยสามารถนำใบกำกับภาษีจากผู้ประกอบการมาหักภาษีเงินได้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อปลายปี ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ และช่วยบรรเทาภาระภาษีให้กับประชาชน อีกทั้งเป็นการกระตุ้นกำลังซื้อ

สำหรับในปีนี้ได้เพิ่มจำนวนวันภายใต้มาตรการดังกล่าวเป็น 18 วันจากปีที่แล้ว 7 วัน สิ่งที่ซื้อและสามารถได้รับสิทธิ จะไม่รวมค่า สุรา เบียร์ ไวน์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ น้ำมัน ก๊าซ และไม่รวมค่าบริการที่จ่ายให้ผู้ประกอบการเป็นค่านำเที่ยว มัคคุเทศก์ ค่าที่พัก โรงแรม เนื่องจากได้มีการยกเว้นไปแล้ว สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ขณะที่ในระยะยาว เป็นการจูงใจผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษี ซึ่งเป็นการขยายฐานภาษีที่จะช่วยเพิ่มการจัดเก็บภาษีให้กับรัฐบาลต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้ว มีคนใช้ประมาณ 1 ล้านคน เม็ดเงินลดภาษีประมาณ 1,200 ล้านบาท มียอดขายเกือบหมื่นล้านบาท เนื่องจากปีที่แล้วมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนปีนี้คาดว่าจะมีคนใช้ 2 ล้านคน เม็ดเงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ช่วยประชาชนในช่วงปลายปีให้เกิดความคึกคัก ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้านหนึ่ง

ด้าน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ครม.ได้ผ่านความเห็นชอบมาตรการช็อปช่วยชาติเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมาตรการนี้จะส่งเสริมให้บรรยากาศในการจับจ่ายซื้อของสินค้าต่างๆมากขึ้น และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการซื้อของขวัญ ที่พบว่านักท่องเที่ยวมีสัดส่วนการซื้อของขวัญมากถึงร้อยละ 25-30 ซึ่งถือเป็นการทำให้เกิดบรรยากาศในกระตุ้นการซื้อมากขึ้น สำหรับการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และเทศกาลปีใหม่นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯยังคงจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพราะยังถือเป็นมาตรการที่ดีควรยังคงมีเหมือนเดิม ขณะเดียวกันพบว่า การท่องเที่ยวโครงการตามรอยพระบาท เช่น ดอยอ่างขาง ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก มีความครึกครื้น ด้วยสภาพอากาศภาคเหนือหนาวเย็น ส่งเสริมให้ประชาชนท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันมีนักท่องเที่ยวข้ามภาค เช่น ภาคใต้เดินทางมาท่องเที่ยวภาคเหนือ นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ยังเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเตรียมส่งร่างไปยังสำนักงานกฤษฎีกาดำเนินการ ก่อนส่งไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ต่อไป

 

สมาคมธนาคารไทย เห็นชอบช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวขาดสภาพคล่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 12:28

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/809776

 

สมาคมธนาคารไทย เห็นชอบให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ขาดสภาพคล่อง จากผลกระทบปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ…

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมสมาคมธนาคารไทยเห็นชอบร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ขาดสภาพคล่องอันเป็นผลกระทบจากมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาล โดยสมาคมฯ มีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยให้สามารถขับเคลื่อนได้ภายใต้ผลกระทบดังกล่าว

สำหรับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพสูงในการแข่งขันในตลาดโลกและภูมิภาค โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน ซึ่งกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวไทยมีศักยภาพในการแข่งขันมากเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศอื่น ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในธุรกิจกลุ่มนี้ โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินที่ยืดหยุ่นและเหมาะกับรูปแบบการทำธุรกิจที่มีข้อจำกัดหลากหลายและมีรายได้แปรผันตามฤดูกาลท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจที่ไม่มีหลักประกันเนื่องจากสถานประกอบการเป็นที่เช่า หรือธุรกิจที่มีการเดินบัญชีน้อยเนื่องจากเป็นธุรกรรมเงินสด หรือเลือกผ่อนชำระน้อยช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว

ทั้งนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง  สามารถติดต่อเพื่อขอรับการสนับสนุนดังกล่าวได้จากธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิกสมาคมธนาคารไทย.

 

ก.แรงงาน กำหนดโทษนายจ้างใช้แรงงานต่ำกว่า 18 ปี โทษหนักปรับ 4 แสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 11:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/809701

 

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนนายจ้างอย่าใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานอันตราย ฝ่าฝืนมีโทษหนักปรับขั้นต่ำ 4 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หากได้รับอันตราย โทษหนักปรับขั้นต่ำ 8 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 4 ปี…

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 59 นายอภิญญา สุจริตตานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของลูกจ้างเด็ก เช่น งานหลอม เป่า หล่อ หรือรีดโลหะ งานที่ต้องทำบนนั่งร้านที่สูงกว่าพื้นดินตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไป งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่งานในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น จึงขอให้นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการที่มีการจ้างแรงงานเด็กเข้าทำงานให้ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพราะหากฝ่าฝืนจะได้รับโทษหนัก ทั้งนี้ กสร.ได้ปรับปรุงแก้ไขโทษสำหรับความผิดดังกล่าว โดยอัตราโทษปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาท ต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ และหากการฝ่าฝืนของนายจ้างเป็นเหตุให้ลูกจ้างเด็กได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตาย นายจ้างจะได้รับโทษสูงขึ้นเป็นปรับตั้งแต่ 800,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน หรือจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

สำหรับอัตราโทษเกี่ยวกับการจ้างลูกจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานอันตรายสูงนั้น ก็เพื่อคุ้มครองเยาวชนให้มีสภาพการจ้างงานที่เหมาะสม ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและอนามัยในอนาคต.

 

ธ.ก.ส. โอนเงินผู้มีรายได้น้อย 3 วันแรก รวม 2.8 ล้านราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 11:14

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/809726

 

ธ.ก.ส. เผยยอดโอนเงินผู้มีรายได้น้อย 3 วันแรก รวม 2.8 ล้านราย วงเงิน 6.5 พันล้าน แจงผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินให้ติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ภายใน 27 ธ.ค. เพื่อทำการโอนเงินภายใน 30 ธ.ค. …

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า หลังจากกระทรวงการคลังได้ส่งข้อมูลผู้ที่ลงทะเบียนตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนผ่านระบบ ธ.ก.ส.ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งสิ้น 3,837,669 ราย โดย ธ.ก.ส.ได้โอนเงินเข้าให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส.แล้วจำนวน 2,829,287 ราย รวมเป็นเงิน 6,532,123,500 บาท

สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐกับ ธ.ก.ส.แล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่เหลืออีก 1,008,382 ราย เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับเงินสวัสดิการจากรัฐ ขอให้ติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส.สาขาที่สะดวกทั้ง 1,275 สาขาทั่วประเทศ ภายในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ และธนาคารจะโอนเงินสวัสดิการดังกล่าวให้ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2559

นอกจากนี้ผู้ที่ลงทะเบียนและถูกแจ้งว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์นั้น ให้ยื่นแก้ไขข้อมูลภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2559 ธนาคารจะแก้ไขข้อมูลแล้วเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจากกรมสรรพากรและกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง โดยในวันที่ 16 ธ.ค.2559 ธนาคารจะส่งข้อมูลใหม่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป หากไม่พบข้อบกพร่อง กระทรวงการคลังจะส่งรายชื่อกลับมายังธนาคาร เพื่อโอนเงินให้ภายใน 30 ธ.ค. 2559 ทั้งนี้ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ www.epayment.go.th  หรือเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th 


 

ดัชนีเชื่อมั่นทองเดือนสุดท้ายของปี ร่วงแรง ราคาบาทละ 18,500 – 21,000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ธ.ค. 2559 09:57

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/809637

 

ดัชนีเชื่อมั่นราคาทองคำเดือน ธ.ค. ร่วงแรง 29.84 จุด จากปัจจัยกดดันหลัก ทิศทางนโยบายการเงินเฟด ผู้ค้าคาดราคาทองในประเทศอยู่ในกรอบบาทละ 18,500 – 21,000 ชี้ไตรมาสแรกปีหน้ามีแนวโน้มปรับขึ้น…

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือน ธ.ค. 2559 ว่า อยู่ที่ระดับ 30.40 จุด ลดลงจากเดือนก่อน 29.84 จุด หรือลดลงกว่า 49.53% จากระดับ 60.24 จุด โดยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำทำสถิติปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากราคาทองคำเคลื่อนตัวเป็นทิศทางเชิงลบ ซึ่งปรับตัวลดลงต่ำกว่า 21,550 บาทต่อบาททองคำ มาอยู่ในระดับ 20,000 บาทต่อบาททองคำในช่วงสิ้นเดือน พ.ย.

ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่างมองว่าปัจจัยกดดันหลักต่อราคาทองคำ คือ ทิศทางนโยบายทางการเงินของ FED แต่ในขณะเดียวกันพบว่านักลงทุน 57.65% ของกลุ่มตัวอย่างคิดว่าจะซื้อทองคำในช่วงเดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ย.ถึง 8.71% ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการลดลงของราคาทองคำในตลาดในประเทศ

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในระยะสามเดือนปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบหลายเดือน แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของราคาทองในไตรมาสแรกของปี 2560 มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น โดยดัชนีเพิ่มขึ้นกว่า 7.75 จุด หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 15.19% จากระดับ 51.04 มาอยู่ที่ระดับ 58.79 จุด โดยมีปัจจัยหลักคือ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความต้องการซื้อทรัพย์สินที่ปลอดภัย และนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 9 ตัวอย่าง ส่วนใหญ่เชื่อว่าราคาทองคำในเดือน ธ.ค. 2559 จะเคลื่อนไหวลดลง จำนวน 4 ราย โดยรองลงมากลุ่มตัวอย่างคาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับราคาทองในเดือน พ.ย. 2559 จำนวน 3 ราย และสุดท้ายมีมุมมองคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะเพิ่มจำนวน 2 ราย

สำหรับราคาทองคำในตลาดโลก Gold Spot กรอบสูงสุดที่กลุ่มตัวอย่างคาดการณ์มีความถี่หนาแน่นบริเวณ 1,241-1,260 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ กรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดให้น้ำหนักเฉลี่ยอยู่บริเวณ 1,120 – 1,140 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศ (ความบริสุทธิ์ 96.5%) กลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักราคาสูงสุดในช่วง 20,501-21,000 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ กรอบการเคลื่อนไหวต่ำสุดกลุ่มตัวอย่างให้น้ำหนักระหว่าง 18,501-19,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ และสุดท้าย ด้านค่าเงินบาทไทย (บาทไทยต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) กลุ่มตัวอย่างให้กรอบสูงสุดอยู่ที่บริเวณ 35.51-36.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ กรอบต่ำสุดที่ 34.51-35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ.