ปตท. ยัน แผ่นดินไหวเมียนมาไม่กระทบโครงข่ายพลังงานทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 15:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701844

 

ปตท. ยันแผ่นดินไหวเมียนมา ระดับความสั่นสะเทือนขนาด 6.8 ไม่กระทบต่อโครงข่ายพลังงานทั่วประเทศ ชี้ ท่อส่งก๊าซ รับแรงสั่นสะเทือนได้ถึงระดับ 8 หากจุดศูนย์กลางห่างจากท่อ 25 กม.ขึ้นไป…

วันที่ 25 ส.ค.59 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ในฐานะโฆษก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สหภาพเมียนมา ระดับความสั่นสะเทือนขนาด 6.8 ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อโครงข่ายพลังงานทั่วประเทศ ทั้งในส่วนของระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตก สถานีก๊าซธรรมชาติหลักราชบุรี ซึ่งอยู่ใกล้ประเทศเมียนมา โดยขณะนี้การจัดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากสหภาพเมียนมายังเป็นไปตามปกติ นอกจากนี้ ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ คลังน้ำมัน และคลังก๊าซทั่วประเทศ รวมถึงโรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง สามารถจ่ายผลิตภัณฑ์ได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเช่นกัน

ทั้งนี้ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนได้ระดับ 6.7 หากจุดศูนย์กลางเกิดที่บริเวณท่อส่งก๊าซฯ และระดับ 8 หากจุดศูนย์กลางห่างจากท่อส่งก๊าซฯ 25 กิโลเมตรขึ้นไป สำหรับโรงแยกก๊าซธรรมชาติระยองและคลังปิโตรเลียมทั่วประเทศสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ด้วยระบบการป้องกันและการออกแบบเพื่อความปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากลทาง วิศวกรรม มีโครงสร้างพร้อมรับมือแผ่นดินไหวตามข้อกำหนด รวมถึงการฝึกซ้อมพนักงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องและทันท่วงที

“ปตท.ให้ความมั่นใจด้านความมั่นคงทางพลังงาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและออกแบบรองรับเหตุตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงข่ายพลังงานของประเทศสามารถดำเนินการได้ตามปกติ” นายอรรถพล กล่าว.

 

โปรกระหึ่มโลก! AIS เล่นใหญ่ จัดสมาร์ทโฟนรุ่นฮิตพร้อมโปรรายเดือน ราคาเดียว ไม่มีดอกเบี้ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 25 ส.ค. 2559 15:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701585

 

งานนี้พลาดไม่ได้! ปรากฏการณ์ใหม่ล่าสุดที่คนรักสมาร์ทโฟนต้องซี้ดปาก เมื่อความอยากได้มาบรรจบกับราคาที่เอื้อมถึง! กับสมาร์ทโฟนในฝัน ในรูปแบบระบบปฏิบัติการที่คุณชื่นชอบทั้งแอนดรอยด์และ iOS ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ใช้งานได้เต็มศักยภาพ รูปลักษณ์ทันสมัยถูกใจ ที่ใครๆ ก็ฝันอยากจะเป็นเจ้าของ และโอกาสสุดพิเศษกับโปรโมชั่นที่กล้าให้แบบไม่มีใครเหมือนจาก AIS อย่างไม่เคยมีมาก่อน!

ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากได้สมาร์ทโฟนดี รุ่นฮิตๆ เล่น 4G ได้ ฟังก์ชั่นครบ กล้องดีงาม แถมมาพร้อมค่าโทร เน็ตเยอะๆ บนเครือข่ายเจ๋งๆ อยู่ที่ไหนก็มีสัญญาณ แต่เงินในกระเป๋ามีจำกัด เลยจำต้องหักอกหักใจ ปล่อยให้ความอยากได้สมาร์ทโฟนนั้น เป็นแค่ความอยากได้ต่อไป


แต่เดี๋ยวก่อน! วันนี้ AIS จัดใหญ่ให้แล้ว! ไม่ต้องจ่ายเงินก้อน! ไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า! ผ่อนได้เดือนละไม่ถึงพัน! จ่ายราคาเดิมราคาเดียวเพราะไม่มีดอกเบี้ย! สะระตะค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับที่เป็นวงเงินที่จัดการได้ อย่าปล่อยให้ความอยากของคุณลอยนวล! เพราะโปรโมชั่นที่ดาหน้าเรียงแถวเข้ามา พร้อมๆ กับสมาร์ทโฟนรุ่นเจ๋งๆ ซึ่งถือว่าพิเศษสุดๆ ไม่เหมือนใครและไม่เคยมีมาก่อน ให้สิทธิพิเศษเหนือระดับกว่าทุกครั้ง

AIS Best Buy ให้คุณเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนรุ่นฮิตได้ง่ายๆ ที่ครอบคลุมและครบครันทั้งในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ไม่ว่าจะเป็น Samsung Galaxy S7, Samsung Galaxy A5, Samsung Galaxy J7, Samsung Galaxy J5 และระบบปฏิบัติการ iOS ทั้ง iPhone 5s, iPhone SE, iPhone 6 และ iPhone 6S แถมเด็ดสุดๆ คือ ผ่อน 0% สูงสุดนาน 24 เดือน ไม่ต้องจ่ายล่วงหน้า แถมใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งโทรและเน็ต เพราะโปรโมชั่นที่มาอย่างครบเครื่อง

โดยราคาเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนจาก AIS Best Buy ถูกระดับเป็น Talk of the Town คือเริ่มที่เพียง 500 บาทต่อเดือน ในขณะที่ฝั่ง iPhone เริ่มต้นที่ 899 บาท เท่านั้น คุณก็จะได้ทั้งเครื่องที่มาพร้อมแพ็กเกจรายเดือน คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!



และด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่สุดล้ำจาก AIS เครือข่ายที่แรงที่สุด ครอบคลุมมากที่สุด จะทำให้สมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ของคุณ ทำงานได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ทุกการใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด ฟินกันไปแบบเต็มๆ

จะรอช้าอยู่ทำไม คลิกเลือกสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ของคุณกันเลย! พร้อมเช็กโปรโมชั่นเด็ดโดนใจกับ AIS Best Buy ที่ http://www.ais.co.th/bestbuy/

 

คนคลิกเว็บหาซื้อที่อยู่ ยังฮอต!! ต้องการบ้านเดี่ยว มากสุด สวน ศก.ชะลอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 14:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701745

 

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ชี้แม้ภาวะตลาดอสังหาฯ ยังซบเซา แต่ช่วง 7 เดือนแรก มีผู้เข้าชมเว็บ โตกว่า 11% พบ 78% ต้องการซื้อบ้าน หรือคอนโดที่มีขนาด 2 ห้องนอนขึ้นไป ส่วนจังหวัดที่ค้นหามากสุด ชลบุรี รองลงมาเชียงใหม่ …

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นางกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ดอทคอม (DDproperty.com) ระบุ แม้ว่าภาวะตลาดอสังหาฯ ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ อุปทานที่มากเกินความต้องการ และผลตอบแทนจากการลงทุนที่มีแนวโน้มลดลง แต่จากข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ ในช่วง 7 เดือนแรก ของปี 2559 พบว่า มีผู้เข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้นกว่า 11% คิดเป็นยอดผู้เข้าชมกว่า 23 ล้านคน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์จำนวนกว่า 3.4 ล้านคนต่อเดือน หรือกว่า 23 ล้านคน โดยตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา มีความสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์สูงถึง 78% และต้องการเช่าเพียง 22%

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจซื้อกว่า 78% มีความต้องการค้นหาบ้านเดี่ยวสูงสุดคิดเป็น 27% รองลงมา เป็นคอนโดมิเนียม ที่ดิน และทาวน์เฮาส์ ตามลำดับ โดยมีผู้สนใจซื้อและค้นหาอสังหาริมทรัพย์ขนาด 2 ห้องนอน มากที่สุด คิดเป็น 41% ตามมาด้วยขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องนอน และ 4 ห้องนอนขึ้นไป ตามลำดับ โดยกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่มียอดการค้นหาสูงที่สุด หากแบ่งตามเขตที่มีการค้นหามากที่สุดได้แก่ เขตห้วยขวาง เขตวัฒนา เขตจตุจักร เขตบางนา และเขตลาดพร้าว ตามลำดับ

สำหรับการค้นหาอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัด พบว่า จังหวัดชลบุรี ใน อ.ศรีราชา (31%) อ.เมือง (26%) และ อ.บางละมุง (20%) มีการค้นหาสูงสุด รองลงมา คือ จังหวัดเชียงใหม่ ใน อ.เมือง (36%) อ.สันทราย (12%) อ.แม่ริม (11%) และ อ.สันกำแพง (6.5%)

ส่วนของผู้เข้าใช้งานที่สนใจเช่าจำนวน 22% นั้น มีการค้นหาคอนโดมิเนียมให้เช่าสูงสุดถึง 28% ตามมาด้วยบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ ตามลำดับ กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นจังหวัดที่มีความต้องการเช่าสูงสุด โดยมีเขตวัฒนา เขตห้วยขวาง และคลองเตย รั้งอันดับผู้นำในการค้นหาสูงสุดตามลำดับ ส่วนขนาดที่ผู้เช่าให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ ขนาด 2 ห้องนอน สูงถึง 45% ตามมาด้วยขนาด 1 และ 3 ห้องนอน

นางกมลภัทร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่หลายราย มุ่งพัฒนาโครงการเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค และจากข้อมูลพบว่า ตลาดบ้านเดี่ยว หรือคอนโดมิเนียมขนาด 2 ห้องนอนขึ้นไป จะเป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น

 

ซูเปอร์โพล ชี้ ปชช.ส่วนใหญ่ 54.9% กังวลมิจฉาชีพโจรกรรมเงินจากตู้ ATM

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 14:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701659

 

ซูเปอร์โพล เผย ปชช. ส่วนใหญ่ร้อยละ 58.1 คาดว่าฐานะทางการเงินในอีก 6 เดือน จะดีขึ้น ขณะที่ ร้อยละ 54.9 กังวลต่อมิจฉาชีพ ใช้เทคโนโลยีโจรกรรมเงินจากตู้เอทีเอ็ม ส่วนอีกร้อยละ 45.1 ยังเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยของเงินฝากในธนาคาร …

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ดร.นพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดผลสำรวจเรื่อง เสียงสะท้อนของผู้บริโภค ต่อฐานะทางการเงินและความปลอดภัยในบัญชีเงินฝากธนาคาร กรณีศึกษาคนกรุงเทพมหานครและคนต่างจังหวัด ทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,198 คน ระหว่างวันที่ 23–24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยถามถึงฐานะทางการเงินของตนเองและครอบครัวในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.1 คาดว่าจะดีขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 41.9 คาดว่าจะแย่ลง เมื่อถามถึงเงื่อนไขการทำธุรกิจต่างๆ เปรียบเทียบกับช่วงบ้านเมืองวุ่นวาย กับช่วงเวลานี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.8 ระบุช่วงนี้ดีกว่า ในขณะที่ร้อยละ 13.2 ระบุช่วงนี้แย่กว่า

เมื่อสอบถามถึงความกังวลต่อมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีโจรกรรมเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคาร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 54.9 กังวล แต่ร้อยละ 45.1 ไม่กังวล อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 48.1 ระบุกังวลแต่จะไม่ถอนเงินฝากจากธนาคารที่มีปัญหา ในขณะที่เพียงร้อยละ 6.8 กังวลและจะถอนเงินฝากจากธนาคารที่มีปัญหา แต่ร้อยละ 45.1 ยังคงยืนยันไม่รู้สึกกังวลอะไรเพราะยังเชื่อมั่นต่อความปลอดภัยของเงินฝากในธนาคาร.

 

ศุลกากร ประมูลรถหรู เงินเข้ารัฐ 424 ล้าน ‘มายบัค’ เคาะสูงสุด 14 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 14:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701710

 

อธิบดีกรมศุลกากร เผย ผลการขายทอดตลาดรถยนต์-รถจักรยานยนต์ของกลาง จำหน่ายได้ทั้งสิ้น 295 คัน ได้เงินเข้ารัฐ 424,530,000 บาท รถยนต์ยี่ห้อ MYBACH รุ่น 57 ปี 2005 สีดำ ถูกประมูลไปด้วยราคาสูงสุด 14,200,000 บาท…

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การขายทอดตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของกลางกรมศุลกากร เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากประชาชนเข้าร่วมประมูลเป็นจำนวนมาก ทั้งนักสะสมรถหายาก ประชาชนทั่วไป และบริษัทต่างๆ โดยกรมศุลกากร นำรถของกลางออกประมูลขายทอดตลาดทั้งสิ้น 338 คัน และสามารถจำหน่ายได้จำนวนทั้งสิ้น 295 คัน รวมรายได้เข้ารัฐทั้งสิ้น 424,530,000 บาท


สำหรับรถยนต์ที่มีผู้ประมูลไปด้วยราคาสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1. รถยนต์ยี่ห้อ MYBACH รุ่น 57 ปี 2005 สีดำ (รายการประมูลลำดับที่ 185) เปิดประมูลด้วยราคา 6,630,000 บาท สามารถจำหน่ายได้ในราคา 14,200,000 บาท 2. รถยนต์ยี่ห้อ BENTLEY รุ่น CONTINENTAL GT ปี 2012 สีดำ (ลำดับที่ 62) เปิดประมูลด้วยราคา 7,930,000 บาท สามารถจำหน่ายได้ในราคา 13,300,000 บาท 3. รถยนต์ยี่ห้อ BENTLEY รุ่น CONTINENTAL GT ปี 2012 สีส้ม (รายการประมูลลำดับที่ 63) เปิดประมูลด้วยราคา 7,930,000 บาท สามารถจำหน่ายได้ในราคา 11,200,000 บาท



ส่วนรถจักรยานยนต์ที่มีผู้ประมูลไปด้วยราคาสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ BMW ปี 2007 สีดำ (รายการประมูลลำดับที่ 197) เปิดประมูลด้วยราคา 578,000 บาท สามารถจำหน่ายได้ในราคา 2,100,000 บาท 2. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HARLEY DAVIDSON สีน้ำเงิน-ขาว (รายการประมูลลำดับที่ 192) เปิดประมูลด้วยราคา 318,000 บาท สามารถจำหน่ายได้ในราคา 1,700,000 บาท 3. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ BMW สีดำ (รายการประมูลลำดับที่ 61) เปิดประมูลด้วยราคา 578,000 บาท สามารถจำหน่ายได้ในราคา 1,550,000 บาท

อนึ่ง กรมศุลกากรจัดขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในรอบปีงบประมาณ 2559 ซึ่งในปีงบประมาณ 2558 ที่ผ่านมา กรมศุลกากรได้จัดการประมูลรถยนต์ของกลางไปทั้งสิ้น 2 ครั้ง สามารถจัดเก็บรายได้เข้ารัฐเป็นมูลค่ากว่า 1,007 ล้านบาท.

 

กรมการจัดหางาน เผย จ้างต่างด้าวทำงานในประเทศ ต้องวางหลักประกัน 5 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 10:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701384

 

กรมการจัดหางาน ออกพระราชกำหนดนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ เผย นายจ้างต้องวางหลักประกันไม่น้อยกว่า 5 ล้าน ระบุ มาตรการดังกล่าว ช่วยให้เกิดความเป็นธรรมแก่คนต่างด้าว จัดระเบียบผู้ประกอบการในไทย…

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.59 นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงพระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ พ.ศ.2559 มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2559 ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศอย่างเหมาะสม และป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำลูกจ้างซึ่งเป็นคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งเสริมสร้างการให้ความคุ้มครองผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ได้รับความเป็นธรรมตามแนวทาง กฎเกณฑ์ และมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในนานาประเทศ มีสาระสำคัญกำหนดให้มีการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศได้ 2 กรณี คือ 1. นายจ้างเป็นผู้นำคนต่างด้าวมาทำงานด้วยตนเอง ซึ่งจะต้องมีการวางเงินประกันกับทางราชการตามอัตราที่กำหนด

2. ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชกำหนดนี้เป็นผู้นำคนต่างด้าวมาทำงาน ซึ่งจะต้องมีการวางเงินประกันการประกอบธุรกิจเป็นเงินไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท โดยกระบวนการขั้นตอนการนำคนต่างด้าวมาทำงานต้องเป็นไปตามที่ทางราชการกำหนด

นายอารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้พระราชกำหนดการนำคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศฉบับนี้ กำหนดมาตรการให้ผู้ประกอบกิจการเรียกค่าตอบแทน ซึ่งเป็นค่าบริการและค่าใช้จ่ายจากนายจ้างเท่านั้น ซึ่งในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการกระทำผิดสัญญาในการนำเข้าคนต่างด้าวมาทำงานกับนายจ้างในประเทศ สามารถหักเงินจากหลักประกันที่ผู้ประกอบกิจการวางไว้กับอธิบดีกรมการจัดหางานคืนนายจ้างได้

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการและนายจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบคนต่างด้าวที่นำเข้ามาทำงานในประเทศร่วมกัน โดยมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจนด้วย ซึ่งมาตรการดังกล่าว จะช่วยให้เกิดความเป็นธรรมแก่คนต่างด้าว นายจ้าง รวมทั้งจัดระเบียบผู้ประกอบกิจการในประเทศไทยอีกด้วย อีกทั้งยังเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าแรงงานต่างด้าว สามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้อีกเป็นเวลา 60 วัน.

 

ไทยพาณิชย์ ย้ำมาตรฐานความปลอดภัย ATM วางโปรแกรมป้องกันรัดกุม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 10:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701414

 

ธนาคารไทยพาณิชย์ ย้ำมาตรฐานความปลอดภัยระบบเอทีเอ็ม วางโปรแกรมป้องกันการเข้าถึงระบบอย่างรัดกุม พร้อมติดตามตรวจสอบระบบตลอด 24 ชั่วโมง สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในการทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารฯ…

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.59 นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตามที่มีลูกค้าและสื่อมวลชนสอบถามเข้ามามากเกี่ยวกับระบบเอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์นั้น ธนาคารฯ ขอยืนยันว่า ธนาคารฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องระบบความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินของลูกค้า โดยอัพเกรดระบบและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดมาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเสมอมา

สำหรับตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ ได้ให้บริการแก่ลูกค้าภายใต้ระบบการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยธนาคารฯ ได้ติดตั้งระบบและกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของผู้เกี่ยวข้องไว้อย่างรัดกุม เพื่อป้องกันการเข้าถึงระบบจากโปรแกรมและอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งวางระบบติดตามตรวจสอบ (Monitoring) และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในการตรวจสอบตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของธนาคารฯ

อย่างไรก็ตาม ระบบเอทีเอ็มของธนาคารฯ เป็นระบบที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ธนาคารฯ ขอให้ลูกค้าเชื่อมั่นในความปลอดภัย ทั้งนี้ ธนาคารฯ ยังไม่พบความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบเอทีเอ็มของธนาคารฯ แต่อย่างใด.

 

ทองเปิดตลาดร่วง 150 รูปพรรณขายออกบาทละ 22,300

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 09:49

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701354

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 25 ส.ค. 59 ลดลง 150 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,700 ขายออกบาทละ 21,800 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,314.96 ขายออกบาทละ 22,300 บาท ส่วนภาวะตลาดทองคำนิวยอร์กปิดร่วง 16.4 ดอลลาร์ ปิดที่ระดับ 1,329.7 ดอลลาร์/ออนซ์ เหตุนักลงทุนชะลอเทรด ก่อนแถลงนโยบายการเงิน…

เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.34 น. ราคาลดลง 150 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,700.00 บาท ขายออกบาทละ 21,800.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,314.96 บาท ขายออกบาทละ 22,300.00 บาท

ส่วนสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (24 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่เมืองแจ็คสัน โฮล ในวันศุกร์นี้ ในหัวข้อ “เครื่องมือด้านนโยบายการเงินของเฟด” หลังจากที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมในปีที่แล้ว โดยนางเยลเลนจะกล่าวแสดงมุมมองเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอาจมีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ธ.ค. ร่วงลง 16.4 ดอลลาร์ หรือ 1.22% ปิดที่ระดับ 1,329.7 ดอลลาร์/ออนซ์.

 

หุ้นสหรัฐฯ ร่วง จากแรงฉุดกลุ่มบริษัทยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ส.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701234

 

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลงในวันพุธ หลังราคาหุ้นบริษัทในกลุ่มเภสัชกรรมลดลง เนื่องจากความขัดแย้งเรื่องการขึ้นราคาเข็มฉีดยาแก้แพ้เฉียบพลัน สำหรับผู้แพ้อาหาร ของบริษัท มายแลน รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ…

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 24 ส.ค. ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 65.82 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 18481.48 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 11.46 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 2175.44 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กลดลง 42.38 จุด หรือ 0.81% ปิดที่ 5217.70 จุด

เมื่อวันพุธราคาหุ้นของบริษัทมายแลนลดลง 5.8% หลังจากนางฮิลลารี คลินตัน และโฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาโจมตีการขึ้นราคาเข็มฉีดยาแก้แพ้เฉียบพลัน ‘EpiPen’ จาก 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงเวลาเพียง 5 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ยังทำให้หุ้นของบริษัทยาอื่นๆ เช่น แอมเจน, ไบโอเจน และเซลยีน ลดลงอย่างน้อย 2%

ขณะที่หุ้นบริษัทกลุ่มปิโตรเลียมก็ลดลงเช่นกัน ตามราคาน้ำมันที่ลดลงเนื่องการเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันของปริมาณน้ำมันในสต๊อกของสหรัฐฯ

 

ข้าราชการเตะถ่วงกินเงินใต้โต๊ะ องค์กรต้านคอร์รัปชันแฉกลโกง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ส.ค. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/701150

 

นักการเมืองแอบปรับกลยุทธ์ใหม่

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังแถลงการณ์จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 59 ว่า หลังจากที่ผ่านมาภาครัฐ เอกชน และประชาชนร่วมมือกันเข้มงวดการตรวจสอบและป้องปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ทำให้ผู้ที่อยู่ในขบวนการคอร์รัปชัน ทั้งในส่วนของข้าราชการ นักการเมือง หรือผู้ประกอบการบางรายต่างปรับกลยุทธ์ในการทุจริตที่มีความซับซ้อนอำพรางหรือแยบยลมากขึ้น ดังนั้นทางองค์กรฯ จะเร่งศึกษาหาวิธีการป้องกันคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้รู้ทันกลยุทธ์กลโกงงบประมาณของกลุ่มดังกล่าวมากขึ้น

“การรณรงค์และสร้างมาตรการในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวด ในช่วงที่ผ่านมา ได้ช่วยรัฐประหยัดงบประมาณในโครงการต่างๆ ได้มาก นอกจากนี้ เท่าที่ได้มีการรับฟังข้อมูลมาพบว่าการเรียกรับเงินใต้โต๊ะจากอดีตที่มีการจ่ายเงินเพื่อให้ได้งานโครงการรัฐสูง 25-30% แต่ล่าสุดตัวเลขการจ่ายเงินใต้โต๊ะลดเหลือ 10-15%”

นายประมนต์ กล่าวว่า แต่ที่วิกฤติหนักและแก้ไขได้ยากคือการคอร์รัปชันในระบบราชการ ซึ่งมีตั้งแต่ในระดับซี 3-4 ขึ้นไปจนถึงข้าราชการระดับสูง โดยมีการดึงงานให้ล่าช้า หากภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป จ่ายเงินก็จะทำให้การอนุมัติงานมีความรวดเร็วขึ้น โดยองค์กรฯ จะเร่งหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาต่อไป ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า มีทหารบางกลุ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการคอร์รัปชันในบางโครงการนั้น องค์กรฯ ยอมรับว่า ทุกกลุ่มในสังคมไทยยังมีการคอร์รัปชันอยู่ แต่ที่ภาคเอกชนคลายกังวลและมีความมั่นใจได้คือ ปัจจุบันผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรต่างๆให้ความสำคัญในการปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มงวด และมีความร่วมมือกันมากขึ้น

นอกจากนี้ องค์กรฯ เตรียมส่งบุคลากรเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสโครงการลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 60 (ต.ค.59-ก.ย.60) จำนวน 9 โครงการมูลค่าประมาณ 60,000-70,000 ล้านบาท เช่น โครงการรถไฟฟ้ารางคู่ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางจิระ-โคราช, โครงการจัดซื้อรถมอเตอร์ไซค์ของตำรวจ, โครงการทำระบายน้ำของกรมชลประทานและการทำงานของกรมที่ดิน เป็นต้น จากปัจจุบันที่ได้เข้าไปร่วมติดตามตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่จากปีงบประมาณ 59 (ต.ค.58-ก.ย.59) มากถึง 26 โครงการมูลค่าลงทุน 50,000-60,000 ล้านบาท เช่น โครงการจัดซื้อจัดจ้างของการบินไทย, การลงทุนท่อก๊าซ ของ บมจ. ปตท., โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก., การจัดซื้อจัดจ้างเครื่องเอกซเรย์ของกรมศุลกากร เป็นต้น.