เหล่าเทรนเนอร์เฮ! กสทช.ไม่มีอำนาจแบน ‘โปเกมอนโก’ คนไทยยังเล่นได้ปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 18:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687978

 

กสทช.ยันไม่มีอำนาจแบน ‘โปเกมอนโก’ ย้ำคนไทยยังเล่นได้ปกติ รอลุ้น! บริษัทผู้พัฒนาเกม ทบทวนงดปล่อยตัวมอนสเตอร์ ในพิกัดสถานที่ราชการ-วัด-สถานที่อันตราย-ที่ส่วนบุคคล ภายในจันทร์นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือขอความร่วมไปยังบริษัทไนแอนติก ผู้พัฒนาเกมโปเกมอน โก แล้ว ทั้งผ่านทางอีเมล และส่งหนังสืออย่างเป็นทางการ เพื่อให้บริษัทงดการปล่อยตัวโปเกมอนในพื้นที่สถานที่ราชการทุกแห่งของไทย วัดและศาสนสถาน สถานที่อันตราย อาทิ ริมทางรถไฟ รวมถึงพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งหากภายในวันจันทร์ที่ 14 ส.ค.นี้ บริษัทยังไม่มีการตอบรับหรือแจ้งความคืบหน้า ทางสำนักงาน กสทช.จะส่งหนังสือย้ำไปอีกรอบ

พร้อมย้ำว่า กสทช.ไม่มีอำนาจไปห้ามหรือแบนเกมโปเกมอน โก ได้ โดยคนไทยทุกคนยังเล่นได้ตามปกติ ซึ่งแนวทางของ กสทช. ได้ขอความร่วมมือจากโอเปอเรเตอร์ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม จาก กสทช. เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่เล่นเกมนี้ ขอให้ศึกษาคู่มือที่ค่ายมือถือทุกรายได้นำขึ้นเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์แล้ว เพื่อให้สามารถเล่นเกมได้อย่างสนุกและปลอดภัย.

 

หุ้นไทยปิดตลาดบวก 4.51 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,552.64 จุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 17:31

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687918

 

หุ้นไทยปิดบวก 4.51 เปลี่ยนแปลง +0.29% จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,552.64    จุด มูลค่าการซื้อขาย 76,995.35 ล้านบาท

การเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันที่ 11 ส.ค. 59 หุ้นไทยปิดบวก 4.51 เปลี่ยนแปลง +0.29% จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,552.64 จุด มูลค่าการซื้อขาย 76,995.35 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) 4. บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และ 5. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

 

เฮ! ของขวัญวันแม่ 12 สิงหา ดีเดย์ เพิ่มค่าทำฟันผู้ประกันตน 900 บ./ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 15:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687777

 

ดีเดย์ 12 สิงหา ของขวัญวันแม่ ให้ผู้ประกันตน รับสิทธิทำฟัน 900 บาท/ปี จากเดิม 600 นำร่องกทม. 12 เขตพื้นที่ และ 18 จังหวัด ไม่ต้องสำรองจ่าย พร้อมปรับพ.ร.บ.กองทุนทดแทนฯ จ่อขยายสิทธิลูกจ้างทุพพลภาพ-ตาย…

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายโกวิท สัจจวิเศษ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ตามที่ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีนโยบายให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการปฏิรูปองค์กรและพัฒนาสิทธิประโยชน์ ของกองทุนประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ประกันตน/ลูกจ้าง เพื่อปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ล่าสุดสำนักงานประกันสังคมได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายค่าบริการ กรณีทันตกรรมในระบบประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นการขูดหินปูน อุด ถอน และผ่าฟันคุด จาก 600 บาท/ราย/ปี เพิ่มเป็น 900 บาท/ราย/ปี

ทั้งนี้ ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 900 บาทต่อปี โดยจ่ายตามอัตราค่าบริการทางการแพทย์ตามที่ประกาศคณะกรรมการการแพทย์กำหนด บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. 2559 เพื่อเป็นของขวัญวันแม่ให้กับผู้ประกันตน

สำหรับการนำร่องการใช้สิทธิทันตกรรม โดยไม่ต้องสำรองจ่ายค่าบริการทันตกรรม มีจังหวัดนำร่องดังนี้ กรุงเทพมหานคร 12 เขตพื้นที่ และ 18 จังหวัด (ปทุมธานี อ่างทอง สมุทรปราการ สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม ชุมพร พังงา สตูล จันทบุรี บึงกาฬ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร ชัยภูมิ เชียงใหม่ แพร่ อุตรดิตถ์ อุทัยธานี) โดยมีการประกาศรับสมัครสถานพยาบาลตั้งแต่วันที่ 15-19 ส.ค. 2559 ลงนามบันทึกความร่วมมือในระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค. 2559 โดยสำนักงานประกันสังคมจะประชาสัมพันธ์สถานพยาบาลนำร่องให้ทราบและผู้ประกันตน สามารถใช้บริการสถานพยาบาลนำร่องได้ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 2559 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ยังระบุว่า ตามที่พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ.2537 ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน มีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสม และเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินการของลูกจ้าง เช่น อัตราค่าทดแทนระยะเวลาจ่าย ค่าทำศพ ค่าทดแทนกรณีลูกจ้างทุพพลภาพ เงื่อนไขการรักษาค่าฟื้นฟูในการทำงานฯลฯ สำนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.เงินทดแทน เพื่อประโยชน์แก่นายจ้าง ลูกจ้าง อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับพ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ต.ค 2558 จึงมีการปรับปรุงแก้ไขพ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. ….

ส่วนสาระสำคัญในการแก้ไขกฎหมาย ดังนี้ 1. เพิ่มอัตราค่าทดแทนกรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และตาย จากร้อยละ 60 ของค่าจ้าง เป็นร้อยละ 70 ของค่าจ้าง 2. เพิ่มค่าจัดการศพจากเดิมในอัตรา 100 เท่า ของค่าจ้างขั้นต่ำรายวันสูงสุด เป็นไม่น้อยกว่า 100 เท่าของค่าจ้างขั้นต่ำรายวันสูงสุดตามประกาศกระทรวงแรงงาน 3. เพิ่มระยะเวลาจ่ายค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพ จากเดิมจ่ายไม่เกิน 15 ปี เป็นไม่น้อยกว่า 15 ปี และกรณีตาย จากเดิม 8 ปี เพิ่มเป็น 10 ปี

4. เพิ่มบทบัญญัติลดการจ่ายเงินเพิ่มให้แก่นายจ้างในเขตท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรง หรือประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ 5. ลดอัตราเงินเพิ่มกรณีนายจ้างค้างชำระเงินสมทบ จากเดิมร้อยละ 3 เหลือร้อยละ 2 และกำหนดให้เงินเพิ่มต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่นายจ้างต้องจ่าย 6. ขยายความคุ้มครองตามกฎหมายไปถึงลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการทุกประเภท 7. แก้ไขให้สำนักงานประกันสังคมเป็นผู้กำหนดชนิดของโรคซึ่งเกิดจากการทำงานเพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วในการดำเนินงาน 8. เพิ่มบทกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการกองทุนเงินทดแทน และ 9. แก้ไขบทกำหนดโทษให้เหมาะสม

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2559 คณะรัฐมนตรีมีอนุมัติหลักการร่างพ.ร.บ.เงินทดแทน (ฉบับที่… ) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาโดยให้รับข้อสังเกตของ กระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป.
 

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เปิดให้บริการเร็วขึ้นในวันแม่ 12 ส.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 15:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687706

 

รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ขยายเวลาเปิดให้บริการในวันที่ 12 ส.ค. 59 เร็วกว่าเวลาปกติ 30 นาที จากเดิมเปิดเวลา 06.00 น. เป็นเวลา 05.30 น. เพื่อให้บริการผู้เข้าร่วมงานฮาล์ฟ มาราธอน

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.59 ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมวิ่งการกุศลเฉลิมพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหา ฮาล์ฟ มาราธอน กรุงเทพฯ 2016 ครั้งที่ 24 เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยบริษัทฯ จะขยายเวลาเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ในวันที่ 12 ส.ค.59 เร็วกว่าปกติ 30 นาที จากเดิมเปิดให้บริการในเวลา 06.00 น. เลื่อนเป็นเวลา 05.30 น. ทั้ง 18 สถานี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศลฯ ที่จะเดินทางมา ณ สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในส่วนของการเดิน-วิ่งการกุศล 1.8 กม. ซึ่งปล่อยตัวเวลา 06.15 น. ในสวนเบญจกิติ.

 

ร.ฟ.ท. หยิบทำเลทองสร้างรายได้ คาดปีนี้บริหารทรัพย์สินแตะ 3.4 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 15:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687701

 

ร.ฟ.ท.คาดรายได้บริหารทรัพย์สินที่นอกเหนือจากการเดินรถ ปีนี้แตะ 3.4 พันล้าน หลังจากตั้งเป้าไว้แค่ 2.6 พันล้านบาท รับนโยบายรัฐไฟเขียวหยิบที่ดินทำเลทองประเมินราคาใหม่ พร้อมทำเลทอง 12 สถานีศักยภาพสูงทั่วประเทศเป็นตัวชูโรง

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 59 ที่ผ่านมา นายปาณฑพ มาลากุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าการ กลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยภายหลังประชุมรับฟังความคิดเห็นของนักลงทุน โครงการจัดทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาพื้นที่ของ ร.ฟ.ท.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่ชัดเจนในการผลักดันรายได้นอกเหนือจากการเดินรถ (นอนคอร์) ของ ร.ฟ.ท.ให้เพิ่มขึ้น ทั้งส่วนของการเร่งให้ศึกษาที่ดินภายใต้การดูแลของ ร.ฟ.ท. ทั่วประเทศ หากพบว่าบริเวณใดมีศักยภาพเพียงพอ สำหรับพัฒนาเพื่อการพาณิชย์ก็ให้เร่งสรุปรูปแบบ และเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมไปถึงนโยบายที่สั่งการให้ ร.ฟ.ท.นำที่ดินทั้งหมดมาประเมินราคาใหม่ให้สอดคล้องกับปัจจุบัน ส่งผลให้ขณะนี้รายได้นอนคอร์กลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน มีมูลค่าอยู่ที่ 3 พันล้านบาท

นายปาณฑพ กล่าวอีกว่า เราคาดว่าตลอดทั้งปีนอนคอร์ จะมีมูลค่าอยู่ 3.4 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ว่าปีนี้จะมีรายได้นอนคอร์ด้านทรัพย์สินอยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท โดยยกตัวอย่างที่ดินที่มีการปรับราคาและเป็นรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คือ พื้นที่สถานีกลางบางซื่อ จากเดิมที่ดินมีมูลค่าอยู่ราว 6.5 หมื่น-1.6 แสนบาทต่อตารางวา แต่เมื่อประเมินราคาให้เป็นปัจจุบันแล้ว พบว่าที่ดินดังกล่าวมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5-3.8 แสนบาทต่อตารางวา ทำให้ ร.ฟ.ท.สามารถจัดเก็บรายได้จากผู้เช่าที่ดินบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าตัว

“การประเมินราคาที่ดินใหม่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายได้นอนคอร์ของ ร.ฟ.ท.เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้ แต่ระยะยาวสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการพัฒนาที่ดินในมือกว่า 100 แปลงให้เป็นรายได้เข้ามา ซึ่งรัฐบาลก็จริงจังในเรื่องนี้ โดย ร.ฟ.ท. ก็ตอบรับนโยบายเร่งจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อเข้ามาดูที่ดินแปลงใหญ่ๆ ของ ร.ฟ.ท. โดนเทียบเคียงจากผลการศึกษาเดิมเมื่อปี 2552 เดิมเคยนำที่ดิน 100 แปลงออกมาจัดสรรตามศักยภาพแล้ว แบ่งเป็น แปลงเอ 25 แปลง แปลงบี 25 แปลง และแปลงซี 50 แปลง ซึ่งช่วงที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ก็หยิบเอาที่ดินแปลงเอไปพัฒนาบ้างแล้วจำนวน 13 แปลง เช่น สถานีขอนแก่น และสถานีเชียงใหม่ ก็อยู่ระหว่างเปิดให้เอกชนประมูล”

สำหรับแผนงานหลังจากนี้ ร.ฟ.ท.จึงจะเร่งเอาที่ดินแปลงเอ 12 แปลงที่เหลือมาเปิดรับฟังความเห็นชอบภาคเอกชนเพื่อปรับแผนพัฒนาและวางโมเดลแต่ละสถานีให้ตอบโจทย์ความต้องการของเอกชน ซึ่งคาดว่าจะเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือนนับจากนี้ และในวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาก็ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนและประชาชนรอบแรกก็พบว่ามีการตอบรับดี เอกชนสนใจลงทุนเพียงแต่ต้องการให้ ร.ฟ.ท.เร่งสรุปรูปแบบการพัฒนาของแต่ละสถานีให้ชัดเจน ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ 12 แปลงที่จะเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม อาทิเช่น สถานีธนบุรี สถานีปากช่อง สถานีหนองคาย สถานีชุมพร เป็นต้น

 

มนุษย์เงินเดือน เชื่อหลังผ่านประชามติ ศก.ไทยยุค ‘บิ๊กตู่’ เฟื่องฟู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 12:52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687638

 

“ซูเปอร์โพล”เผยผลสำรวจมนุษย์เงินเดือนใน 15 จังหวัด พบหลังร่าง รธน.ผ่านประชามติ คนส่วนใหญ่เชื่อมั่นเศรษฐกิจยุค “บิ๊กตู่” จะดีขึ้น

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.59 นายนพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความเชื่อมั่นของมนุษย์เงินเดือนต่อเศรษฐกิจจะเฟื่องฟูยุครัฐบาลบิ๊กตู่” หลังลงประชามติผ่านของสาธารณชน โดยศึกษาตัวอย่าง มนุษย์เงินเดือนใน 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก นครราชสีมา มุกดาหาร ขอนแก่น อุดรธานี ปทุมธานี ลพบุรี นครปฐม ชลบุรี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส จำนวนทั้งสิ้น 2,148 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการช่วงวันที่ 8-10 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.4 เชื่อมั่นมากขึ้นต่อเศรษฐกิจจะเฟื่องฟูยุครัฐบาลบิ๊กตู่ ขณะที่ร้อยละ 27.1 ระบุเหมือนเดิม และร้อยละ 9.5 ระบุเชื่อมั่นลดลง

เมื่อถามถึงแผนการซื้อสินค้าคงทนของมนุษย์เงินเดือน พร้อมราคาที่คิดว่าจะมีกำลังซื้อในยุครัฐบาลบิ๊กตู่ เปรียบเทียบกับ ราคาที่เคยสำรวจพบในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ความสามารถซื้อสินค้าคงทนของมนุษย์เงินเดือนที่คิดว่าจะมี เพิ่มสูงขึ้นทุกตัว ตั้งแต่บ้านหลังใหม่ เพิ่มขึ้นจาก 9 แสนกว่าบาท มาอยู่ที่ 9.5 ล้านบาท ในการสำรวจหลังการลงประชามติผ่านร่างรัฐธรรมนูญ รองลงมาคือ ความสามารถซื้อรถยนต์คันใหม่ที่มนุษย์เงินเดือนคิดว่าจะมีเพิ่มขึ้นจาก 8 แสนกว่าบาท มาอยู่ที่ 1.3 ล้านบาท ตามด้วย ทีวี ตู้เย็น ซึ่งความสามารถซื้อของมนุษย์เงินเดือนที่คิดว่าจะมีเพิ่มขึ้นทุกตัว

นอกจากนี้ เมื่อถามถึงไลฟ์สไตล์ ความตั้งใจจะพบปะสังสรรค์ทานข้าวนอกบ้านของมุนษย์เงินเดือน พบว่า เกินครึ่ง หรือร้อยละ 53.4 ตั้งใจจะพบปะสังสรรค์ทานข้าวนอกบ้านมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 39.4 ระบุเหมือนเดิม และเพียงร้อยละ 7.2 ระบุจะน้อยลง ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึง ตัวชี้วัดผลงานรัฐบาลบิ๊กตู่ กระตุ้นความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ พบใน 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 81.7 ระบุ การลงประชามติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญของคนส่วนใหญ่ รองลงมาคือ ร้อยละ 80.9 ระบุความซื่อสัตย์สุจริตของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา และรัฐบาล ร้อยละ 73.6 ระบุ การค้าระหว่างประเทศดีขึ้น ร้อยละ 73.1 ระบุประเทศไทยได้รับการจัดอันดับดีขึ้น เช่น การค้ามนุษย์ การต่อต้านค้างาช้าง ความโปร่งใส และการท่องเที่ยว เป็นต้น และร้อยละ 69.8 ระบุ สภาพรถติด จราจรคับคั่ง คือตัวชี้วัดว่าเศรษฐกิจดี คนมีเงินออกมาจับจ่ายใช้สอย ตามลำดับ.

 

ทองเปิดตลาดร่วง 100 รูปพรรณขายออกบาทละ 22,650

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2559 09:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687482

 

ราคาทองเปิดตลาดวันที่ 11 ส.ค. 59 ลดลง 100 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,050 ขายออกบาทละ 22,150 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,648.48 ขายออกบาทละ 22,650 บาท…

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.26 น. ราคาลดลง 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 22,050.00 บาท ขายออกบาทละ 22,150.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 21,648.48 บาท ขายออกบาทละ 22,650.00 บาท

ขณะที่ สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (10 ส.ค.) จากการที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยนักลงทุนยังคงเดินหน้าเทขายทำกำไร หลังจากที่ดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันหลายวันในช่วงก่อนหน้านี้

สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้น 2.1 เซนต์ หรือ 1% ปิดที่ 2.171 ดอลลาร์/ปอนด์

สัญญาทองแดงได้รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ โดยเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลงนั้น จะส่งผลให้สัญญาทองคำมีราคาลดลงและน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆ

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงนั้น มาจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไร และเนื่องจากกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ก็เริ่มแผ่วลงในระยะนี้

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้ ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่วนในวันพรุ่งนี้ จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ค., ยอดค้าปลีกเดือน ก.ค., ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน และสต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน มิ.ย.

 

ครบ 7 รอบสมเด็จราชินี เปิดแลกเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ส.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687297

 

กรมธนารักษ์เปิดแลกเหรียญที่ระลึกพระราชินี พระชนม พรรษา 7 รอบ เหรียญทองคำขัดเงาราคาสูงสุด 550,000 บาท ขณะที่เหรียญทองแดงผสมนิกเกิล 50 บาท ด้านแบงก์พาณิชย์ พร้อมให้แลกธนบัตรที่ระลึกชนิดราคา 500 บาท ผ่านเคาน์เตอร์สาขาทั่วไทย แถมนำร่องจ่ายผ่านตู้เอทีเอ็ม

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปีมหามงคลยิ่งเป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เหรียญที่ระลึก และเหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และถวายพระพรชัยมงคลให้แผ่ไพศาลทั้งภายในประเทศและนานาประเทศ

สำหรับการจัดทำเหรียญที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วย เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกทองคำขัดเงา ชนิดราคา 16,000 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 30,000 บาท น้ำหนัก 15 กรัม เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเงินขัดเงา ชนิดราคา 800 บาท จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,600 บาท เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 50 บาท จ่ายแลกราคาเหรียญละ 50 บาท

นอกจากนี้ ยังจัดทำเหรียญที่ระลึกทองคำขัดเงา จำหน่ายราคาเหรียญละ 550,000 บาท น้ำหนัก 250 กรัม เหรียญที่ระลึกทองคำประเภทธรรมดา จำหน่ายราคาเหรียญละ 20,000 บาท น้ำหนัก 10 กรัม เหรียญที่ระลึกเงินรมดำพ่นทรายพิเศษ จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,500 บาท เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย จำหน่ายราคาเหรียญละ 100 บาท และเหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบชนิดบุรุษ และชนิดสตรี จำหน่ายราคาเหรียญละ 1,600 บาท

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวอีกว่า ในวันนี้ (11 ส.ค.) เป็นต้นไป กรมธนารักษ์จะเปิดจำหน่ายเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 50 บาท และเหรียญที่ระลึกประดับแพรแถบให้แก่ประชาชนทั่วไป คนละไม่เกิน 100 เหรียญต่อวัน ส่วนเหรียญอื่นๆ จะจำหน่ายด้วยวิธีการจองผ่าน www.treasury.go.th เท่านั้น

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารพาณิชย์เตรียมความพร้อมเต็มที่ในการเปิดรับแลกธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ชนิดราคา 500 บาท แลก 500 บาท โดยจะเปิดให้แลกพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ (11 ส.ค.) เป็นต้นไป และเป็นครั้งแรกที่จำหน่ายและแลกธนบัตรที่ระลึกผ่านตู้เอทีเอ็ม ร่วมกับหน้าเคาน์เตอร์สาขาธนาคารทั่วประเทศ โดยการแลกผ่านตู้เอทีเอ็มจะทำได้เพียงบางตู้เท่านั้น หรือตู้ที่มีป้ายธนบัตรราชินีติดไว้

อย่างไรก็ตาม ธนาคารส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดโควตาในการรับแลก ยกเว้นธนาคารกรุงไทยที่กำหนดให้แลกผ่านสาขาได้คนละ 1-2 ฉบับ รวม ถึงยังให้แลกที่เครื่องเอทีเอ็มอีก 690 ตู้ ทั่วประเทศ กดได้ครั้งละ 1 ฉบับ ส่วนธนาคารกสิกรไทยแจ้งว่าพร้อมเปิดให้แลกเช่นกันทั้งผ่านเคาน์เตอร์สาขาและตู้เอทีเอ็มอีกประมาณ 1,600 ตู้ เช่นเดียวกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย และธนาคารธนชาต

ทางด้านนางพรนิจ ตุลย์วัฒนจิต ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิดแลกครั้งนี้นอกจากเปิดให้แลกธนบัตรตามสาขาแล้ว ธนาคารกรุงเทพได้จัดเตรียมตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศ 1,725 ตู้ เพื่อให้แลกอีกด้วย โดยในตู้เอทีเอ็มจะบรรจุธนบัตรไว้ 1,000-2,000 ฉบับและจะติดสติกเกอร์บริเวณด้านหน้าตู้เป็นสัญลักษณ์ให้ทราบว่าตู้เอทีเอ็มนี้บรรจุธนบัตรที่ระลึก ซึ่งจะติดไว้จนกว่าธนบัตรจะถูกถอนหมดจึงจะดำเนินการปลดสติกเกอร์ออก.

 

“กสทช.” เร่งจับสายเคเบิลมุดลงดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ส.ค. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687292

 

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.เห็นชอบให้นำร่างประกาศ กสทช. เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการใช้ การลงทุน และการสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินหรือกับโครงสร้างพื้นฐานหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. ….ไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ คาดว่าจะใช้เวลา 45 วันดำเนินการ เนื่องจากการสายนำโทรคมนาคมลงใต้ดินนั้นเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่ กสทช.ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

“บอร์ดให้เร่งดำเนินการและให้เชิญผู้ให้บริการเคเบิลทีวีมาร่วมรับฟังด้วย เพราะหากไม่มีเสาไฟฟ้าในพื้นที่ที่กำหนดให้นำสายลงใต้ดินแล้วผู้ให้บริการเคเบิลก็ไม่สามารถจะพาดสายเคเบิลได้ และเมื่อนำสายลงใต้ดินแล้วก็ต้องมีค่าเช่าท่อร้อยสายใต้ดินด้วย โดยราคาค่าเช่าก็ต้องเป็นธรรมทั้งผู้ลงทุนและผู้เช่าด้วย อีกทั้งการนำสายลงใต้ดินจะทำให้ทัศนียภาพสวยงามแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชนด้วย”

นายฐากรกล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้อนุมัติเลขหมายโทรคมนาคมเพิ่มเติมให้กับบริษัท เรียลมูฟ จำกัด ในเครือบริษัท ทรูมูฟเอช จำนวน 4.8 ล้านเลขหมาย ตามที่แจ้งขอ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ค จำกัดในเครือเอไอเอส จำนวน 1.7 ล้านเลขหมาย จากที่ยื่นขอ 7 ล้านเลขหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ให้บริการมือถือ 3 รายทั้งทรูมูฟ, เอไอเอส และบริษัท ดีแทคไตรเน็ต เน็ต จำกัด ต่างยื่นขอเลขหมายเพิ่มเติม เพื่อรองรับการ ให้บริการที่เพิ่มขึ้น แต่บอร์ด กทค.อนุมัติให้ทรูมูฟ 4.8 ล้านเลขหมาย เนื่องจากยอดขายเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่อนุมัติให้เอไอเอส 1.7 ล้าน เนื่องจากยอดขายไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก ส่วนดีแทคยื่นขอมา 5 ล้านบาท ไม่อนุมัติเพราะยอดขายไม่เพิ่ม.

 

ช่องวันโชว์เรตติ้งขึ้นค่าโฆษณา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ส.ค. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687282

 

นายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด เจ้าของช่องทีวีดิจิตอล One 31 ในเครือบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการเติบโตของเรตติ้งเฉลี่ยของช่องวัน จากเดือน ม.ค.-ก.ค. 59 กว่า 62.5% อันเป็นอัตราเติบโตสูงสุดในบรรดาช่องทีวีทั้งหมด ทำให้สามารถปรับราคาขายโฆษณาขึ้นได้ 15% จากช่วงต้นปี โดยทยอยปรับขึ้นในบางรายการแล้วและจะปรับขึ้นทั้งหมดในเดือน ก.ย.ที่จะถึง

“เรตติ้งที่ปรับขึ้นแสดงให้เห็นว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว และทำให้ล่าสุดในเดือน ก.ค. เราขยับขึ้นมาเป็นช่องอันดับ 5 จากอันดับ 6 เมื่อต้นปี มีเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 0.642 อย่างไรก็ตามยังไม่มั่นใจนักว่าจะทำเรตติ้งได้ถึง 1 ตามเป้าหมายในปีนี้ที่ตั้งไว้หรือไม่ ต้องดูเรตติ้งในเดือน ส.ค. หลังจากที่ละครใหม่เพิ่งออกอากาศ ไม่ว่าจะเป็น “พิษสวาท” ซึ่งออกอากาศช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ทำเรตติ้งเฉลี่ยที่ 2.6 และซิทคอมเสือ ชะนี เก้ง ที่เพิ่งออกอากาศเช่นกัน แต่ทำเรตติ้งเฉลี่ยสูงถึง 2 แล้ว”

ทั้งนี้ 3 รายการที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่องวัน ณ ขณะนี้ ได้แก่ ศึกวันดวล เพลง พิษสวาท และเสือ ชะนี เก้ง โดยพิษสวาทนั้น ถือเป็นละครที่สร้างสถิติ เรตติ้งสูงสุดให้แก่ช่อง เรตติ้งในกรุงเทพฯและปริมณฑลทำได้ถึง 5.4 โดย
สำหรับ 3 รายการยอดนิยมของช่องนั้น อัตราค่าโฆษณาอยู่ที่นาทีละ 120,000-150,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ปรับขึ้นแล้วซึ่งความสำเร็จด้านเรตติ้ง จะทำให้ช่องวันสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้ที่ตั้งไว้ในปีนี้ที่ 1,800 ล้านบาท.