สวยปังจนร้องว้าว ! ส่องแฟชั่นเฉลิมพระเกียรติฯ ฝีมือ 10 สุดยอดดีไซเนอร์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ส.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/687923


12 สิงหาคม 2559 วันแม่แห่งชาติเวียนมาบรรจบอีกครั้ง และเนื่องในโอกาสปีนี้ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา ล่าสุดทางห้างเซ็นทรัลชิดลม และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้จัดพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยเนรมิต ดิ อีเว้นท์ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ให้เป็นนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ “วิจิตรพัสตรา 84 พรรษา บรมราชินีนาถ” ชวนชม 7 ฉลองพระองค์งามวิจิตร และผลงานการปักแบบต่าง ๆ ที่ทรงอนุรักษ์ตลอดจนไฮไลต์ ‘แฟชั่นโชว์’ ชุดผ้าไทยผสมผสานลายปักสุดอลังการ จำนวน 18 ชุด จาก 3 สุดยอดดีไซเนอร์ระดับตำนานอย่าง ป้อม-ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ จากแบรนด์ TIRAPAN, ต้อย-นคร สัมพันธารักษ์ แบรนด์ NAGARA, เจี๊ยบ-พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ จากแบรนด์ PICHITA และ 7 ฝืมือดีไซเนอร์ชั้นนำของวงการแฟชั่นไทย ไม่ว่าจะเป็น เอ็กซ์-อัญชลี วิกสิตนาคกุล จากแบรนด์ ANCHAVIKA, หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา แบรนด์ ASAVA, ไดน่า-อภิษฎา นิมิตรวานิช จากแบรนด์ CALISTA, ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ จากแบรนด์ KEMISSARA, แก้ม-มลลิกา เรืองกฤตยา จากแบรนด์ KLOSET, กีตาร์-ปฏิญญา เกี่ยวข้อง จากแบรนด์ PATINYA และวิก-ธีร์รัฐ ว่องวัฒนะสิน จากแบรนด์ VICKTEERUT ให้ได้ชมกัน งานนี้เหล่าดีไซเนอร์ลงมือดีไซน์สร้างสรรค์กันเต็มที่ด้วยการหยิบพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจมาเป็นแรงบันดาลใจ ผลงานแต่ละชุดที่ออกมาเรียกได้ว่า สวยปังน่าประทับใจเล่นเอาซาบซึ้งไปตามๆ กัน

และแน่นอนว่าเมื่อ ไทยรัฐออนไลน์ ไปงานนี้ก็ไม่พลาดเก็บสีสันชุดผ้าไทยสวยๆ งานครีเอตจากเหล่าดีไซเนอร์มาให้ชมกัน…!

‘ไดน่า-อภิษฎา นิมิตรวานิช’ เจ้าของ และดีไซเนอร์แบรนด์ CALISTA

ทำไม Adidas Superstar ถึงป๊อปตลอดกาล?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 11 ส.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/680813


สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้ Sneakers ทั้งหลายคงรู้จักรองเท้าผ้าใบ Adidas รุ่น Superstar เป็นอย่างดี วันนี้เราได้ไปเฟ้นหาความจริงมาให้อ่านกันว่า ทำไมรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ถึงเป็นที่นิยมตลอดเวลา มันมีความเป็นมาอย่างไร ตามไปอ่านกันเลยยยย!รองเท้าลายเท่อย่าง Adidas Superstar ปรากฏสู่สายตาผู้คนเมื่อปลายๆ ปี 1969 และเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ผู้คนมากขึ้นในปี 1970 โดยรุ่นแรกเป็นรองเท้าแบบ Low-top sneakers ขอบต่ำไม่หุ้มข้อ ภายนอกเป็นหนังหุ้มทั้งหมดและหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นฝาเปลือกหอย นิยมใส่เล่นกีฬา โดยในช่วงนั้นคารีม อับดุล จับบาร์ นักบาสผู้ทำแต้มสูงสุดในประวัติศาสตร์ NBA ใส่รองเท้า Adidas Superstar ลงแข่งขันเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ของลีค ทำให้เป็นกระแสนิยมอย่างมาก

ดีไซเนอร์รุ่นนี้ออกแบบหัวรองเท้ามีลักษณะเป็นรูปฝาหอย มีที่รองกันกระแทกทำด้วยยาง เพื่อป้องกันปลายเท้าบาดเจ็บ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมนักบาส NBA จึงนิยมใส่ลงแข่ง เพราะเวลาแข่งขัน ลูกบาสอาจกระแทกใส่ปลายเท้าได้ แต่ต่อมาภายหลังนักออกแบบได้หั่นฝาหอยให้เหลือครึ่งเดียว เพราะแบบเดิมนั้นทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก แต่แบบหลังทำให้บริเวณโคนนิ้วขยับตัวได้คล่องขึ้น

ปี 1980

ในช่วงหลังยุค 70 เป็นต้นไป กระแสของรองเท้ารุ่นนี้ก็ดรอปลงไปบ้างแต่ไม่ถึงขนาดกับหายไปจากกระแส เพราะรองเท้าผ้าใบ รองเท้ากีฬาแบรนด์ต่างๆ ที่มีรูปแบบใหม่ๆ เจ๋งๆ และลวดลายเท่ๆ เริ่มทยอยปล่อยของกันมา แต่คนบางกลุ่มที่เป็นทาร์เก็ตของแบรนด์ Adidas ก็ยังจงรักภักดีเป็นรอยัลตี้ต่อแบรนด์เหมือนเดิม จากที่คนในช่วงนั้นยังเห็นคนใส่อยู่บ้างประปรายไม่ว่าจะบนท้องถนน ในเมือง และรอบนอกเมือง

และแล้วในปี 1986 Run-D.M.C. วงฮิพฮอพ แรปเปอร์-อเมริกัน ก็พามันกลับมาฮิตอีกครั้ง เมื่อเขาปล่อยเพลง My Adidas ออกมา โดยเพลงนี้แต่งขึ้นจากความคลั่งไคล้ของพวกเขาที่มีต่อรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้เป็นอย่างมาก และครั้งหนึ่งตอนไปเล่นคอนเสิร์ตที่ Madison Square Garden พวกเขาได้ใส่ Adidas Superstar ขึ้นแสดงแบบไม่ผูกเชือก และบอกกับแฟนๆ ของพวกเขาว่า ให้รักษารองเท้ารุ่นนี้ให้ดี

ปี 1990

ในช่วงยุค 90 รองเท้าผ้าใบรุ่นนี้ได้ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Pop Street Culture เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่สวมใส่แบรนด์นี้ส่วนมากมักจะมีให้เห็นอยู่ตามถนนหนทางเวลาออกไปข้าง ผู้คนจึงจดจำภาพลักษณ์สินค้าไว้เช่นนี้

ความนิยมของรองเท้ารุ่นนี้ทำให้พวกชอบแฟชั่นกับผู้นำเทรนด์นำมาใส่ และภายหลังเมื่อผู้คนพวกนี้นำมาใส่ออกสังคม มันก็มีอิทธิพลต่อทุกสังคมมาก เพราะมันแพร่หลายกระจายไปทุกที่ ทั้งในวงการศิลปิน พวกแร็พเปอร์ แก๊งเด็กบีบอย เด็กวัยรุ่นในไฮสคูล และที่ต้องพูดถึงเลยคือกลุ่มนักกีฬา เพราะพวกเขานิยมใส่ลงแข่งขันอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันป๊อปขนาดไหน คนทุกที่ใส่กันเกือบหมด และแม้แต่ มาร์ค กอนซาเลซ นักสเกตบอร์ดในตำนาน ก็ยังนำมาใส่ เพราะมันนิยมมากในช่วงป๊อปคัลเจอร์

ปี 2015

ในปีนี้เอง กอนซาเลซ ได้ทำงานร่วมกับทีมดีไซเนอร์ Adidas Superstar โดยนำ Adidas Superstar 80 มาปรับแต่งออกอิดิชั่นใหม่ ซึ่งผลงานใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความคิดสร้างสรรค์ของเขาเป็นอย่างดี และที่เจ๋งไปกว่านั้น Pharrell Williams ผู้มีบทบาทในวงการแฟชั่นก็ได้ร่วมกับ Adidas ออกแบบออกอิดิชั่นใหม่ซึ่งตอนนี้มีเพิ่มถึงอีก 11 สี ด้วย

แม้ว่าเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานเพียงใด ไม่ว่า Adidas Superstar จะมีอิดิชั่นไหนๆ ออกมาใหม่ทางบริษัทก็ไม่เคยเปลี่ยนแพทเทิร์น นี่คือลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์และทำให้ดึงดูดสายตาผู้คนเมื่อสวมใส่ อีกทั้งมันยังมีความอเนกประสงค์ ที่ไม่ว่าจะใส่เล่นกีฬา ใส่ไปทำงาน หรือแมตช์กับชุดไปรเวทเดินเล่นก็ยังได้

ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้ว่ามีผู้คนมากมาย ทั้งนักร้อง ศิลปิน นักออกแบบ ครีเอทีฟ นักกีฬา เด็กวัยรุ่น อินฟลูเอนเซอร์ และคนทั่วๆ ไป ก็หยิบนำมาใส่ทุกยุคทุกสมัย จึงพอเป็นคำตอบให้กับผู้อ่านได้แล้วว่า ทำไม Adidas Superstar จึงเป็นที่นิยมและน่าสวมใส่ตลอดกาล

การที่คนในทุกแวดวงนำมาใส่เป็นการช่วยให้อุตสาหกรรม Adidas ขับเคลื่อนมาได้จนถึงทุกวันนี้ และลวดลายที่มีความคลาสสิกเฉพาะตัวอย่างโดดเด่น จึงทำให้ยังเป็นที่ต้องการและน่าเอามาใส่อยู่เสมอๆ

ไม่มีรองเท้าผ้าใบรุ่นไหน แบรนด์ไหน ที่จะอยู่มานานได้ถึงเกือบครึ่งศตวรรษ

Adidas Superstar is not “One Hit Wonder” but “Once Strike Forever” !!

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

HELMUT LANG ราชามินิมัลแห่งยุค 1990s

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 9 ส.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679838


เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่คอลเลกชั่นฤดูร้อนประจำปี ค.ศ. 2005 จาก เฮลมุต แลง (Helmut Lang) ถูกจัดแสดงเป็นครั้งสุดท้ายในมหานครนิวยอร์ก หลังจากนั้นนักออกแบบชาวออสเตรียนคนดังก็หายสาบสูญจากโลกแฟชั่นเพื่อไปใช้ชีวิตฮิปสเตอร์เป็นศิลปินวาดภาพและสร้างงานประติมากรรมท่ามกลางสัตว์เลี้ยงของเขาเฮลมุต แลง คือหนึ่งในนักออกแบบแฟชั่นคนสำคัญของโลกที่มีส่วนผลักดันเทรนด์มินิมัลลิสต์ที่พีคในช่วงทศวรรษที่ 1990s จนเป็นที่มาของนักออกแบบรุ่นหลังทั้ง อเล็กซานเดอร์ แวง (Alexander Wang) หยาง ลี (Yang Li) และ ลี รอซ (Lee Roch) หากคุณได้ติดตามโลกของแฟชั่นมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990s คุณเองต้องเคยได้ยินชื่อของเขา หรือบางทีคุณอาจมีสินค้าที่แปะฉลากสีขาวสุดเท่ที่มีคำว่า Helmut Lang ในตู้เสื้อผ้าก็เป็นได้

ความน่าสนใจของเสื้อ Helmut Lang คือมันเปรียบได้กับการเกิดลัทธิแฟชั่นใหม่ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเทรนด์แฟชั่นแนวนิยมในสมัยนั้น ในขณะที่แฟชั่นของทศวรรษที่ 80s และต้น 90s หมุนวนอยู่ด้วยเสื้อผ้าลาย ละเอียดจัดๆ ทั้งลวดลาย สีสัน และงานปักประดับในแบบ คริสเตียน ลาครัวซ์ (Christian Lacroix) หรือเวอร์ซาเช่ (Versace) เสื้อผ้าที่แลงออกแบบในเวลานั้นจึงเหมือนโอเอซิสสำหรับพวกพังค์ (Punk) และเหล่าเด็กเรฟ (Rave) ที่เติบโตด้วยการสวมทีเชิ้ต กางเกงยีนส์ และแจ็กเก็ตพาร์ก้า ซึ่งล้วนเป็นส่วนประกอบหลักในเสื้อผ้าที่แลงออกแบบ

เอกลักษณ์ของแลงนั้นมีทั้งทีเชิ้ตคว้านลึก หรือเสื้อกล้ามเปิดหัวนม นอกจากนั้นยังมีแจ็กเก็ตที่ตกแต่งสายสะพายที่ด้านในตัวเสื้อให้คุณสวมไหล่สะพายได้เหมือนกระเป๋าเป้ห้อยที่ด้านหลัง อีกทั้งกางเกงยังมีสายเข็มขัดระโยงระยางเหมือนพวกเซ็กซ์ซาดิสต์ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่แลงสร้าง คือการผลักดันโลกแฟชั่นในเวลานั้นให้ทันสมัยด้วยการคิดค้นวัสดุแปลกใหม่ ทั้งการใช้กระดาษมาอัดเป็นผ้า หรือเทคนิคการพิมพ์ยีนส์ด้วยแผ่นยาง ด้วยเหตุนี้เสื้อผ้าที่แลงทำจึงดูล้ำสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็ดูเคร่งขรึมใส่ได้จริง เหมาะกับหนุ่มสาวที่ตารางชีวิตคือการเข้าออฟฟิศสลับกับการเข้ายิมสร้างกล้ามเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้นสไตล์ที่แลงสร้างยังเป็นอะไรที่ก๊อบปี้ได้โดยง่าย ด้วยเหตุนี้เองสไตล์เสื้อที่เป็นเบลเซอร์เรียบๆ สเว็ตเตอร์คอวี และเดนิมยีนส์เปรอะสีของเฮลมุต แลง จึงได้รับความนิยมแพร่กระจายไปถึงร้านค้าไฮสตรีททั้ง Club Monaco, Zara และ Banana Republic

ชื่อเสียงของเขามาถึงจุดขีดสุดในปี ค.ศ. 1997 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาตัดสินใจย้ายสตูดิโอจากกรุงเวียนนามายังกรุงนิวยอร์ก ในตอนนั้นแลงประกาศว่าคอลเลกชั่นใหม่ของเขาพร้อมแล้วที่จะจัดแสดงล่วงหน้า 6 สัปดาห์ ในนิวยอร์ก การตัดสินใจของแลงจึงเป็นผลให้นักออกแบบอเมริกันทั้งหมดตัดสินใจโชว์คอลเลกชั่นล่วงหน้าพร้อมๆ กันกับเขา ตั้งแต่นั้นมาตารางแฟชั่นวีกอย่างเป็นทางการที่แต่เดิมจะเริ่มจาก มิลาน ตามด้วยลอนดอน ปารีส และนิวยอร์ก เลยต้องกลายร่างเป็น นิวยอร์ก ลอนดอน มิลานและปารีสแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

แต่ปาร์ตี้ย่อมมีวันเลิกรา ความน่าเศร้าของแบรนด์ Helmut Lang จึงเริ่มขึ้น เมื่อแลงตัดสินใจขายกิจการให้กับ พราด้า (Prada) ในปี ค.ศ. 1999 หลังจากนั้นปัญหาระหว่างแลงและพราด้าก็เริ่มขึ้น เนื่องจากการบีบของพราด้าในการเปิดไลน์ใหม่เพื่อหากำไรมากขึ้นทั้งที่เป็นไลน์เครื่องหนัง รองเท้า กระเป๋า และแอคเซสเซอรี่ ในที่สุดแลงจึงตัดสินใจวางมืออย่างเป็นทางการในที่สุดในปี ค.ศ. 2004 โดยคอลเลกชั่นฤดูร้อนปี ค.ศ. 2005 ถือเป็นคอลเลกชั่นสุดท้ายที่ เฮลมุต แลง เป็นผู้ออกแบบ

หากแฟชั่นของทศวรรษที่ 1980s คือวิญญาณชุดสูทสุดเท่ของ จอร์โจว อาร์มานี (Giorgio Armani) จิตวิญญาณของทศวรรษที่ 1990s จึงจะเป็นใครไม่ได้นอกจาก ทีเชิ้ตคว้านลึก แจ็กเก็ตและพาร์ก้ามีสายสะพายไหล่ บวกกางเกงตกแต่งเข็มขัดแนวบอนเดจจาก เฮลมุต แลง

HELMUT LANG AND HIS SUCCESS

1977
เปิดตัวสตูดิโอตัดเสื้อตามสั่งในกรุงเวียนนา

1986
คอลเลกชั่นเสื้อสตรีคอลเลกชั่นแรกจาก Helmut Lang จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์โมเดิร์นอาร์ต Centre Georges Pompidou ในกรุงปารีส

1987
คอลเลกชั่นเสื้อบุรุษคอลเลกชั่นแรกจาก Helmut Lang จัดแสดงร่วมกับคอลเลกชั่นเสื้อสตรี โดยเสื้อผู้ชายที่แลงออกแบบถือเป็นการกลับมาของโครงเสื้อแนวสลิมฟิตด้วยเชิ้ตขาวสูทดำและรองเท้าแบบสั่งตัด

1990
สร้างเทรนด์การออกแบบเสื้อผ้าแนวใหม่ด้วยการใช้เนื้อผ้าโปร่งเบาต่างผิวสัมผัสมาซ้อนทับกันเป็นเลเยอร์

1993
เริ่มโปรเจกต์พิเศษของการถ่ายภาพบรรยากาศเบื้องหลังแฟชั่นโชว์โดยช่างภาพดัง Juergen Teller

1996
การเกิดของคอลเลกชั่นเดนิมยีนส์ Helmut Lang อันโด่งดัง

1998
ย้ายสำนักงานจากกรุงเวียนนาสู่นิวยอร์ก โดยถือเป็นบริษัทแฟชั่นแห่งแรกของโลกที่ย้ายสำมะโนครัวข้ามทวีป

1999
แลงขายกิจการทั้งหมดให้บริษัท Prada โดยเขายังรับหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้าและสินค้าทั้งหมดของแบรนด์

2000
น้ำหอมยี่ห้อ Helmut Lang ถือกำเนิด พร้อมภาพโฆษณาที่สร้างสรรค์ร่วมกับศิลปินดังชาวอเมริกันนาม Jenny Holzer

2003
คอลเลกชั่นพิเศษที่ทำร่วมกับศิลปินดังชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน นาม Louise Bourgeois

2004
คอลเลกชั่นสุดท้ายที่แลงออกแบบกับแรงบันดาลใจของการบิดและผูกเกลียวเชือกตลอดจนแรงบันดาลใจจากการเดินเรือและอุปกรณ์ชาวประมง

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

กระเป๋าคอลเลกชั่นใหม่จากแบรนด์ Kendall + Kylie

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 8 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/679682


ปีนี้เป็นปีทองของสองพี่น้อง Kendall และ Kylie Jenner ที่มีคิวงานต่อเนื่องไม่ขาดสาย โดยเฉพาะ Kendall ที่ได้ไปเดินแบบให้แบรนด์ดังมากมาย ไม่ว่าจะ Chanel Fendi หรือ Balmain จนบางทีก็กลบกระแสแบรนด์แฟชั่น Kendall + Kylie ที่เธอเคยประกาศไว้ แต่ไม่กี่วันก่อนในที่สุดทั้งคู่ก็ปล่อยภาพคอลเลกชั่นจากแบรนด์ Kendall + Kylie ออกมาเรียกเสียงฮือฮา

“ฉันชอบที่เราลองเล่นกับทุกไซส์ตั้งแต่มินิไปถึงใหญ่ กระเป๋าถือที่ดีต้องใช้ได้จริงและใช้งานง่าย ไม่ใช่แค่สวยอย่างเดียว แต่ละดีไซน์ของเรามีจุดยืนของตัวเองที่เด่นชัด” Kylie กล่าว

คอลเลกชั่นนี้ประกอบไปด้วยกระเป๋า 18 สไตล์หลากหลายสีสัน รวมถึงพวงกุญแจขนเฟอร์ที่ชื่อ Norman และ Bambi ตามชื่อสุนัขพันธุ์อิตาเลียน เกรย์ฮาวน์ของ Kylie ที่จริงเรียกได้ว่าเป็นญาติห่างๆ ของเจ้า Karlito จาก Fendi ก็ว่าได้

กระเป๋าใบหนึ่งตกอยู่ที่ประมาณ 75-450 ดอลลาร์สหรัฐฯ และจะออกวางจำหน่ายจริงตามร้านค้าในเดือนสิงหาคม ดังนั้นสาวๆ ไม่ต้องอดใจรอนาน แต่ถ้าใครอยากรู้ก่อนก็คลิกดูภาพตัวอย่าง Kendall + Kylie ในภาพด้านล่างได้เลย!

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

หยิบทรงผมจากรันเวย์ เสกคุณเป็นสาวชิคฉบับโอต์ กูตูร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 7 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673434


Paris Haute Couture Fashion Week ต้องบอกเลยว่าไม่เคยทำให้เราผิดหวังเลยจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นชุด เครื่องประดับ เมกอัพ หรือทรงผมก็ตาม โดยเฉพาะทรงผม ที่หลายแบรนด์ต่างสรรค์สร้างสไตล์ผมได้สวยเก๋จนทำเอาหลายๆ คนอยากทำตามเลยทีเดียวคุณเองก็สามารถหยิบทรงผมจากรันเวย์มาดัดแปลงใช้ในชีวิตประจำวัน เสกผู้หญิงอย่างคุณให้กลายเป็นสาวชิค ฉบับโอต์ กูตูร์ได้ง่ายๆ โว้กรวบรวมทริคทรงผมเก๋ๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Paris Haute Couture Fashion Week มาให้คุณแล้วที่นี่

Curly Half-Up

ลุคจาก Fendi ที่ให้ลุคนางพญาประหนึ่งแม่มังกร Khaleesi จาก Game of Thrones อย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว วิธีง่ายๆ คือใช้แกนเล็กดัดผมทั้งหมดเพื่อให้ผมของคุณดูหนาและเยอะ จากนั้นรวบผมเพียงแค่ครึ่งนึงบนกลางศีรษะและมัดเก็บ ฉีดสเปรย์และจัดแต่งทรงผมให้ดูฟูฟ่อง ทรงนี้จะไปทำงานหรือปาร์ตี้ต่อก็เก๋ไม่เบา

Valentino

Gold Hair Elastics

ลุคแบบ Godness จาก Valentino ดูเหมือนจะทำยาก แต่คุณสามารถแปลงโฉมให้เป็นลุคนี้ได้ง่ายๆ เพียงใช้แค่หนังยางมัดผมสีทองเท่านั้นเอง! ใช้หนังยางมัดผมมัดเป็นข้อๆ แบบที่เราเคยฮิตกันในยุค 90 จะมัดแค่ข้างหน้าและปล่อยผมข้างหลังไว้ หรือจะมัดรวบไว้ข้างหลังก็ได้ สามารถทำได้ทั้งผมข้างหน้าและผมจากด้านหลัง ครีเอทลุคได้ตามใจคุณเลย

Armani Privé

 Classic Up-do

สาวผมสั้นถูกใจแน่นอนกับทรงผมนี้ ถึงแม้ว่า Armani Privé จะแปลงโฉมเหล่านางแบบผมยาวโดยการรวบผมเก็บขึ้นแบบคลาสสิก แต่สาวผมสั้นสามารถทำให้ออกมาเป็นทรงนี้ได้ง่ายๆ แบบที่คุณคาดไม่ถึง หากคุณมีผมตรง ควรใช้แกนดัดผมสักเล็กน้อยให้ผมของคุณมีวอลลุ่ม จากนั้นใช้เจลจัดแต่งทรงผม จะใช้หวีหรือมือก็ได้ จับผมเสยไปทางด้านหลัง ถ้าชอบให้ดูหนาและฟู ลองยีผมก่อนจากนั้นก็ทำตามขั้นตอนข้างต้นได้เลย

Atelier Versace

Frizzy Topknot

สาวๆ คงคุ้นเคยกับทรงนี้กันดี แต่ถ้าจะให้เป็นสไตล์ในแบบฉบับของ Versace แล้วละก็ แค่เกล้าผมม้วนขึ้นไว้อย่างเดียวไม่พอ ลองใช้หวีเล็กๆ แปรงลงบนด้านหน้าให้ดูยุ่งๆ แต่ระวังจะยุ่งเกินไป และฉีดสเปรย์จัดแต่งทรงผมเพียงนิดเดียว ให้ผมอยู่ทรงและดูไม่หนักจนเกินไป

Dolce & Gabbana

Down the Centre

ลุคสุดง่ายแต่ดูคลาสสิกที่สุด อย่างลุคทรงผมจาก Dolce & Gabbana ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์เลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะโชว์ไหนๆ ก็จะมาด้วยทรงผมแสกกลางรวบผมตลอด เรามีทริกง่ายๆ สำหรับลุคนี้ เพียงแค่ใช้ออยล์บำรุงผมให้สวยและเงางามก่อนจะรวบผม หลังจากรวบและแสกกลางแล้ว ใช้เจลจัดแต่งทรงผมเก็บลูกผมระหว่างแสกให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้ก็ได้ลุคเรียบสวยสไตล์ Dolce & Gabbana แล้ว

Zuhair Murad

Ethereal Hair Band

ลุคประดุจดั่งเจ้าหญิงลุคนี้ Zuhair Murad เติมแต่งอย่างง่ายดายด้วยการให้นางแบบใส่ที่คาดผมจนดูสวยเก๋สุดๆ สำหรับสาวๆ หากอยากจะดูเป๊ะปังแบบนี้ ขอแนะนำให้ม้วนลอนผมคลายๆ สักนิด และเสริมแต่งด้วยที่คาดผมอันโปรดของคุณ แค่นี้ก็ได้ลุคเจ้าหญิงในสไตล์ของ Zuhair Murad แล้ว

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

มันคือศิลปะ ที่มีไว้ใส่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 6 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673302


ใครว่าออกแบบเสื้อผ้านั้นง่ายดาย คอลเลกชั่นล่าสุด ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวจาก พราด้า (Prada) คือตัวอย่างอันดีที่แสดงให้เราเห็นว่างานออกแบบเสื้อผ้าที่ดีนั้นสามารถกลายร่างเป็นงานศิลปะที่คุณสามารถใส่เท่เดินออกจากบ้านได้อย่างภาคภูมิใจเรากำลังพูดถึงกลุ่มเสื้อเชิ้ตพิมพ์ลายจากคอลเลกชั่นล่าสุด ที่เป็นการจับมือกับศิลปินชาวฝรั่งเศสชื่อดังนาม คริสตอฟ เฌอแมง (Christophe Chemin) ประสบการณ์ของเฌอแมงนั้นมีรอบด้านไม่ว่าจะเป็นงานวาดภาพ แต่งบทประพันธ์ งานถ่ายภาพ งานกำกับภาพยนตร์ และยังมีงานเขียนนิยายที่ตีพิมพ์แล้วอีก 4 เล่ม

วิธีการทำงานศิลปะของเขา เริ่มต้นจากการเลือกใช้ศิลปะเพียงหนึ่งสื่อแล้วค่อยๆ ขยายไปอีกสื่อ เพื่อจะพัฒนาให้แต่ละแขนงสามารถแตกกิ่งก้านได้อย่างอิสระ เฌอแมงชอบแนวคิดที่มีรากฐานเกี่ยวกับบทกวี อีกทั้งยังชอบความลึกลับน่าค้นหาและความสัมพันธ์เกี่ยวกับศาสนา ทั้งการเสี่ยงอันตราย ความรู้สึกผิด ความคิดแบบกบฏ และเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

และวันนี้เราจะพาคุณไปไขความลับของลวดลายทั้งหมดที่ คริสตอฟ เฌอแมง วาดไว้

BANQUET THIEVES
ภาพวาดดินสอสีบนกระดาษโดย คริสตอฟ เฌอแมง ปี ค.ศ. 2015

“Banquet Thieves” คือภาพวาดที่แสดงถึงภาพงานเลี้ยงทั่วไป ภาพนี้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาด Still Life (หุ่นนิ่ง) แนว Vanitas ซึ่งโด่งดังในช่วงศตวรรษที่ 16 และ 17 โดยแฝงความหมายทางศีลธรรมและจริยธรรม โดยมักเกี่ยวข้องกับความไม่เที่ยงของชีวิตซึ่งสื่อสารผ่านสิ่งของ เช่น หัวกะโหลก ผลไม้ ดอกไม้ หรืออาหารเน่าเสีย ภาพวาดนี้ใช้โทนสีอ่อนหวานและอบอุ่น เพื่อสร้างกลิ่นอายความหรูหราและน่าสนใจซึ่งตรงข้ามกับความหมายซ่อนเร้นที่ดูมืดมนเกี่ยวกับความตาย

ความน่าสนใจอีกอย่างของภาพนี้คือลักษณะมุมมองและองศาของการวาดที่ผิดเพี้ยน หากสังเกตคุณจะเห็นตัวโต๊ะและขาที่เบี้ยวไม่สมดุลกัน ภาพองค์ประกอบบิดเบี้ยวนี้จึงสะท้อนให้เห็นผู้คนยุคปัจจุบันซึ่งหมกมุ่นกับการถ่ายเซลฟี่อาหารเพื่อโลกโซเชียลมีเดีย

IMPOSSIBLE TRUE LOVE
ภาพวาดดินสอสีบนกระดาษโดย คริสตอฟ เฌอแมง ปี ค.ศ. 2015

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีการจุมพิตของคู่รักคู่หนึ่งด้วยความเสน่หา ‘จูบ’ ณ ที่นี้จึงเป็นการสื่อให้เห็นถึงการแสดงความรักอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งสามารถดึงคุณให้หลุดเข้าไปในความฝันในชั่วขณะ ภาพวาดชิ้นนี้คือการผสมกันระหว่าง ‘แนวคิดประชดประชัน’ และ ‘ศิลปะแนวโรแมนติก’ เกิดเป็นภาพของความรักที่เป็นไปไม่ได้ นั่นเพราะอะไรน่ะหรือ หากคุณดูให้ดีนี่คือภาพการจุมพิตระหว่างเทพธิดา Isis (หรืออาจเป็นพระนางคลีโอพัตรา) กับนายทหารหนุ่ม ซึ่งเจ้านายทหารหนุ่มถ้าดูให้ดีก็สามารถเป็น เอลวิส เพรสลีย์ (Elvis Presley) ได้เหมือนกัน ภาพความงุนงงของความเป็นไปไม่ได้ของสองบุคคลต่างที่ต่างถิ่น ต่างยุค ต่างสมัย จึงเหมือนสิ่งที่นักประพันธ์ Balzac กล่าวไว้ “ความรักเหมือนกับสายลม เราไม่มีวันรู้ว่ามันจะพัดมาจากทิศทางใด”

THE IMPORTANT ONE
ภาพวาดดินสอสีน้ำเงินบนกระดาษโดย คริสตอฟ เฌอแมง ปี ค.ศ. 2016

หากประวัติศาสตร์กำหนดโดยระยะเวลาของปี ใบหน้าของคนดังจากหลายยุคหลายสมัยก็เปรียบได้กับประวัติศาสตร์เช่นกัน ในภาพนี้เฌอแมงนำศิลปะแนวคลาสสิกของยุคเรเนซองส์มาตีความใหม่โดยวางตัวเหล่าวีรบุรุษเหมือนกลุ่มนักเต้นคล้ายภาพสงครามระหว่างเทพเจ้าที่เต้นรำขอความอมตะแบบศิลปะบาโรกของฝรั่งเศส (Toile de Jouy)

ภาพนี้จึงเป็นการตีความถึงความมีอีโก้และความทะเยอทยานของผู้คนในยุคนี้ที่อยากเป็นคนดัง คนสำคัญ หากแต่พวกเขากลับหลงลืมนึกถึงความดีที่ต้องสร้างตอบแทนสังคม ดังนั้นหากคุณสังเกตรูปนี้ให้ดีคุณจะเห็นว่ามี เฮอร์คิวลิสสวมใส่กำปั้นของฮัลค์, ซิกมันด์ ฟรอยด์ถือกระบองอันใหญ่, เทพีอธีนามาพร้อมกับสายฟ้าฟาด, จูเลียส ซีซาร์กำกิ่งไม้ในมือ หรือนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ที่มากับนกในกำมือ เป็นต้น ส่วนที่เหลือมีใครอีกบ้างเชิญคุณเล่นเกมทายกันได้เลย!

SURVIVAL UTOPIA
ภาพวาดหมึกดำบนกระดาษโดย คริสตอฟ เฌอแมง ปี ค.ศ. 2016

ภาพวาดชิ้นสุดท้ายประจำซีซั่น คือภาพที่เบี่ยงเบนความสนใจจากมนุษย์มาสู่สัตว์โลก และกลับไปเยี่ยมเยียนความเชื่อเรื่องเรือโนอาห์ (Noah’s Ark) ในภาพนี้จึงเป็นการรวบรวมสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว สัตว์ที่ยังคงสืบพันธุ์อยู่ และสัตว์ในจินตนาการที่ต่างมาชุมนุมกันในสถานที่ที่ดูเหมือนย่านโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งนั่นก็คือการตีความถึงเมืองที่ไร้ ‘มนุษย์’

สัตว์บางชนิดสวมใส่หมวกทรงสูงแบบคนนอกศาสนา โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงกับยุคสมัยของการไต่สวนพวกนอกศาสนาครั้งยิ่งใหญ่ในยุคโรมันคาทอลิก (The Great Inquisition) ซึ่งยุคนี้ถือว่าเป็นยุคหดหู่ที่สุดในประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งของคน ในขณะเดียวกันสัตว์บางตัวก็สวมหน้ากากคาบูกิแบบญี่ปุ่น บางตัวที่ช่วยเหลือกันก็มีสัตว์ตัวอื่นขี่หลัง ทั้งนี้สัตว์ทุกตัวล้วนปรากฏตัวเป็นคู่ เว้นแต่นกพิราบและอีกาที่กำลังบินไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง จนเป็นคำถามในใจเราว่า ตกลงพวกมันกำลังจะไปไหน?

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

หัวใจเธอน่ากราบ!! บอกรักแม่ด้วยประกายเจิดจรัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 6 ส.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/682401


TILDAคงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้หญิงที่รักเราที่สุดคือ “แม่” ผู้หญิงหัวใจยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ “แม่” ไม่มีสิ่งใดจะเหมาะสมกับการตอบแทนความรักของแม่ได้ดีไปกว่า “เพชรแท้” ตัวแทนแห่งรักนิรันดร์และความผูกพันของแม่ลูกตลอดกาล

“TILDA” (ทิลด้า) สร้างสรรค์คอลเลกชั่นสุดพิเศษ เพื่อถ่ายทอดความรักความผูกพันระหว่างแม่ลูก ที่นับวันยิ่งงดงามเหนือกาลเวลา ด้าน “Van Cleef & Arpels” เชิดชูความงดงามของอัญมณี ที่เจิดจรัสดุจรักของแม่ นำเสนอคอลเลกชั่นเครื่องประดับมาสเตอร์พีซ ด้วยเทคนิคชั้นสูง “Mystery Set” การขึ้นตัวเรือนเครื่องประดับที่เป็นลิขสิทธิ์ของแวนคลีฟ & อาร์เปลส์ จดสิทธิบัตรในปี 1933 เพื่อให้อัญมณีอวดความงดงามหมดจดเสมือนไม่มีตัวเรือนยึดเกาะ ขณะที่ตัวเรือนดูกลมกลืนไปกับอัญมณีราวล่องหนไร้ตัวตน

Premiera

ขณะที่เครื่องประดับหรู “Premiera–Exquisite Jewellery” ตอบแทนรักของแม่ ด้วยคอลเลกชั่น “Arm Candy Collection” จิวเวลรี่กำไลข้อมือประดับเพชรหลากดีไซน์ เพิ่มสีสีนจี๊ดจ๊าดให้เวิร์คกิ้งมัมยุคใหม่ จะใส่เดี่ยว หรือใส่ซ้อนกันหลายชิ้นก็เปรี้ยวอินเทรนด์ โดยความโดดเด่นอยู่ที่เทคนิคช่างชั้นสูงอิตาเลียน ทำให้เกิดความนุ่มนวลยืดหยุ่นตามลักษณะข้อมือผู้ใส่ สวมใส่ง่าย สะดวกสบาย มีลวดลาย และลูกเล่นสะดุดตา

“เพชร เดอ พรีโก้” (De Preco Diamond) แบรนด์เพชรที่สุดแห่งงานเจียระไน ตอบแทนรักของแม่ ด้วยของขวัญทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา มีให้เลือกทั้งชุดเครื่องประดับสร้อยคอและสร้อยข้อมือเพชร ได้แรงบันดาลใจจากมวลดอกไม้สดใสบานสะพรั่งเปล่งประกาย บรรจงคัดสรรสุดยอด เพชรน้ำงาม E-Color Diamond

ส่วนแบรนด์ไข่มุกไฮเอนด์จากญี่ปุ่น “MIKIMOTO” ได้แรงบันดาลใจจากความรักของแม่ที่เฝ้าฟูมฟักลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนเติบใหญ่ สร้างสรรค์เป็นคอลเลกชั่นพิเศษ “Mikimoto Mother’s Day 2016” ประกอบด้วยไข่มุกเซาท์ซีส์สีทองเข้มขนาด 8.30-11.20 มิลลิเมตร และไข่มุกอะโกย่าสีขาวบริสุทธิ์ ขนาด 8.50-8.99 มิลลิเมตร นำมาเรียงร้อยไล่ขนาดเป็นสร้อยมุกเส้นยาว 32 นิ้ว ดีไซน์ตะขอประดับเพชรบนตัวเรือนทองคำขาว 18 เค ตะขอปรับเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่ได้หลากสไตล์ จะใส่เป็นเส้นยาว หรือซ้อนเป็นสองเส้นสั้น ก็สวยโก้สง่างาม

ฟากแบรนด์หรูฝรั่งเศส “หลุยส์ วิตตอง” หยิบสัญลักษณ์ลายโมโนแกรม สร้างสรรค์เป็นคอลเลกชั่นเครื่องประดับเก๋ไก๋ “Blossom” ตอบ แทนรักเบ่งบานของคุณแม่ ความพิเศษอยู่ที่ตัวดอกไม้แกะสลักลงบนเปลือกหอยมุก และอัญมณีล้ำค่า ส่งให้ลายดอกโมโนแกรมเบ่งบานด้วยความละเอียดอ่อนงดงาม สะท้อนถึงความประณีตของงานช่างฝีมือ โดยดอกไม้รูปทรงสามมิติแย้มกลีบอวดความงดงามอยู่บนสร้อยคอ, จี้, สร้อยข้อมือ และต่างหู

สำหรับ “Blue River” ตั้งใจรังสรรค์คอลเลกชั่นเครื่องประดับและอัญมณีสุดพรีเมียม โดยนำเสน่ห์ของสีเขียวมรกต มาสร้างสรรค์เป็นเซตเครื่องประดับ, สร้อยคอ, แหวน และต่างหู ภายใต้คอลเลกชั่น “Fiori” แรงบันดาลใจจากความสวยงามของพืชพรรณไม้ในสวนดอกไม้ ใจกลางเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี.

 

แต่งตัวอย่างไรให้ได้ลุคนายแบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 4 ส.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673274


ไม่ใช่แค่นักร้องหรือนักแสดงเท่านั้นที่มีอิทธิพลต่อการแต่งตัวของผู้ชายในปัจจุบัน นายแบบได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำด้านสไตล์และการแต่งตัวมากขึ้น แม้จะอยู่นอกรันเวย์แต่พวกเขาก็ยังดูดีมากจนเราแอบอิจฉา แต่เราคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าเรียนรู้และนำวิธีการแต่งตัวให้ได้ลุคนายแบบมาบอกคุณการแต่งตัวให้ได้ลุคนายแบบที่เราจะพูดนี้ไม่ได้หมายถึงผู้ชายที่แต่งตัวจัดหรือต้องใส่เสื้อผ้ามากกว่า 3 ชิ้นเท่านั้น แต่หมายถึงการแต่งตัวที่แสดงออกถึงตัวตนและสไตล์ที่โดดเด่นของผู้สวมใส่ เหมือนกับภาพถ่ายของบรรดานายแบบเวลาอยู่บนท้องถนนหรือเวลาที่พวกเขาออกงาน แม้คุณจะไม่ได้มีรูปร่างเหมือนนายแบบก็มั่นใจได้ว่าสามารถแต่งตัวให้ได้ลุคนายแบบได้

ความมั่นใจคือเครื่องแต่งกายที่ดีที่สุด

รูปร่างของผู้ชายมีหลายแบบ คุณต้องหาว่าเสื้อผ้าแบบไหนที่ใส่แล้วเหมาะกับรูปร่างของคุณ แต่ไม่ว่าจะใส่อะไรก็ตามขอแค่มีความมั่นใจและรู้สึกดีกับตัวเองเวลาสวมใส่เสื้อผ้าเหมือนที่ เดวิด แกนดี้ (David Gandy) นายแบบชื่อดังจากโฆษณา Dolce and Gabbana แนะนำเอาไว้ว่า “การแต่งตัวให้ดูดีไม่ได้อยู่ที่การใส่เสื้อผ้าตามเทรนด์หรือแฟชั่น แต่คือการหาว่าแต่งตัวแบบไหนแล้วเหมาะสมกับตัวคุณ เพราะเมื่อไรที่คุณรู้สึกดี นั่นแหละคือคุณดูดีแล้ว”

Tip: ถ้ายังไม่รู้ว่าแต่งตัวอย่างไรถึงจะเหมาะกับตัวเอง ให้ลองหาแรงบันดาลใจหรือสไตล์ที่ชอบดูก่อน ไม่ว่าจะเป็นจาก Instagram, Pinterest หรือ GQ เพราะมันจะช่วยเปิดมุมมองด้านการแต่งตัวของคุณให้กว้างขึ้น

รู้ว่าเมื่อไรต้องจัดเต็มหรือใส่แคชชวล

ภาพนายแบบบนรันเวย์ที่เราคุ้นตามักจะแต่งตัวแบบจัดเต็มตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่เมื่อพูดถึงสไตล์ส่วนตัวนอกรันเวย์ของบรรดานายแบบเหล่านี้ ไม่ว่าจะแต่งลุคไหนพวกเขาก็ทำออกมาได้ดี เพราะพวกเขารู้ว่าต่อให้แต่งตัวสบายๆ ออกไปเดินเล่นก็อาจจะถูกถ่ายภาพ ดังนั้นเราจึงเห็นลุคที่หลากหลายของนายแบบเหมือนที่เราเห็น เดวิด แกนดี้ ใส่สูทสามชิ้นแบบที่เขาชอบใส่ไปออกงาน และวันต่อมาก็ใส่เสื้อยืดกับกางเกงสแลคที่สนามบิน สิ่งสำคัญคือรู้ว่าเมื่อไรควรจัดเต็มหรือเมื่อไรควรแต่งตัวสบายๆ

Tip: ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หรือเสื้อโปโล เพียงแค่การปล่อยหรือเก็บชายเสื้อก็ทำให้ได้ลุคที่แตกต่างกัน ถ้าคุณจะไปทำงานอาจต้องเก็บชายเสื้อไว้ในกางเกง แต่ถ้าอยู่ในงานปาร์ตี้ก็คงไม่จำเป็น และระวังอย่าเปลี่ยนใจปล่อยชายเสื้อออกมาระหว่างวัน เพราะรอยยับยู่ยี่จะทำให้คุณดูเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน

มีบอมเบอร์แจ็กเกตติดตู้ไว้ก็ได้ลุคนายแบบ

หากคุณไม่รู้จะแต่งตัวอย่างไรจริงๆ เรามีตัวช่วยมาให้นั่นคือ “บอมเบอร์ แจ็กเกต” เครื่องแต่งกายชิ้นคลาสสิกที่จะทำให้คุณมีลุคนายแบบได้ไม่ยาก เพราะบอมเบอร์แจ็กเกตสามารถทำให้ผู้ชายดูมีสไตล์ (ไม่เชื่อลองดูรูปที่เราเอามาให้ดู) นอกจากนี้คุณยังสามารถเล่นสนุกกับมันด้วยการเอามาเลเยอร์กับเสื้อยืด เสื้อฮูด แจ็กเกตยีนส์ หรือเอามาใส่กับเนกไทก็ยังได้

Tip: การเลือกบอมเบอร์แจ็กเกตก็เหมือนการเลือกซื้อสูท คือต้องพอดีกับร่างกาย ทั้งหัวไหล่ แขน และลำตัว

เติมเต็มลุคด้วยน้ำหอม

กลิ่นตัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้กับคนรอบข้าง และจะช่วยคอมพลีตให้การแต่งตัวของคุณสมบูรณ์แบบขึ้น ถ้าเปรียบเทียบให้ผู้หญิงมีเครื่องประดับเป็นกระเป๋า กำไล หรือต่างหู น้ำหอมก็คงเปรียบเสมือนเครื่องประดับสำหรับผู้ชาย (ถ้าไม่นับนาฬิกาดีๆ สักเรือนที่ควรมีติดข้อมือไว้)

อย่าลืมดูแลผิวหน้า

ผิวพรรณที่ดีจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคุณ เรามีวิธีดูแลผิวหน้าแบบ 3 ขั้นตอนจบ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ชายที่ไม่ชอบความยุ่งยากมาแนะนำ เริ่มจากทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดและโปรดอย่าใช้ความรุนแรงกับผิวหน้าของคุณ จากนั้นให้ใช้เซรั่มเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า และอย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกกลางแจ้งทุกครั้ง เพื่อป้องกันริ้วรอยและปัญหาผิวหนังที่เกิดจากรังสี UV

Tip: ถ้าคุณไม่ชอบใช้เวลาในการจัดการกับใบหน้าของตัวเองมากนัก แค่ 3 ข้อด้านบนเท่านั้นก็เพียงพอ

สุดท้าย การแต่งตัวเป็นเรื่องของรสนิยมที่ต้องใช้ประสบการณ์และเวลา ไม่ว่าคุณอยากแต่งตัวลุคไหน GQ จะคอยอัพเดตเทรนด์แฟชั่น และสไตล์ให้คุณเอง

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

ปลุกเสน่ห์ความเซ็กซี่ในตัวคุณ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 29 ก.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/675369


ความมาดมั่นจากภายในเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูโดดเด่น เซน ไลฟ์สไตล์เทรนด์ เมกะสโตร์ นำโดยบอสหญิงเก่ง ณัฐธีรา บุญศรี จึงชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าร่วมค้นหาอินสไปเรชั่น พร้อมเผยเสน่ห์ความเซ็กซี่ใน ตัวเอง ในงาน ZEN BODY SENSE 2016 ยลโฉมเทรนด์แฟชั่นชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำทั้งหญิงและชาย คอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2016- 2017 ก่อนใคร ณ ZEN Event Gallery ชั้น 8 ห้างสรรพสินค้าเซน เมื่อเร็วๆนี้

ทีมผู้บริหารห้างเซน…รวิศรา จิราธิวัฒน์, ณัฐธีรา บุญศรี, ศันสนา จิราธิวัฒน์, ธาพิดา นรพัลลภ.

และเพื่อให้สมกับที่ทุกคนรอคอย ปีนี้ห้างฯเซนได้สร้างความฮือฮา ภายใต้คอนเซปต์ Awaken Your Senses : ปลุกเสน่ห์ความเซ็กซี่ในตัวคุณ ใน 4 ธีมหลัก Red Alert นำเสนอความเซ็กซี่ทุกองศาบนเรือนร่าง ผ่านสีแดงสุดเย้ายวน Sexy Sport ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ เพิ่มเสน่ห์ในทุกท่วงท่าลีลาไปกับชนิดกีฬาสุดโปรด Spanish Lover เผยพลังความตื่นเต้นเร่าร้อน ได้อิทธิพลแห่งดินแดนยุโรปตอนใต้มาเป็นอินสไปเรชั่นหลัก บ่งบอกความน่าหลงใหลในทุกอิริยาบถ และ Sensual Glamour สะท้อนความหรูหรามีรสนิยม เน้นทรวดทรงด้วยคอร์เซ็ท จาก 20 แบรนด์ดังกว่า 100โททัลลุค อาทิ Wacoal, Kyra, Playboy Intimates, Sabina, BSC, Guylaroche, Morgan, Triump, ELLE, Relleciga, CALVIN KLEIN, JOC
KEY, HOM, HUS PUPPIES, JOHN HENRY, RENOMA, VALENTINO RUDY, HALF NAKED, PRIVATE STRUCTURE ฯลฯ พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับแฟชั่นนิสต้าสุดเซ็กซี่ ตั้งแต่วันนี้-14 ส.ค. ที่แผนกชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ บุรุษและสตรี ชั้น 3-4 รวมชุดชั้นในสตรี Mark & Spencer @ CentralWorld.

 

ปากสวยกระชากใจหนุ่ม! ลิปสติก 5 สีสุดเริด ออกเดต ทำงาน ปาร์ตี้ มีครบ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ก.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/673194


ริมฝีปากอิ่มสวยทำให้คุณดูสดใสไปทั้งวัน เชื่อสิ! แต่สาวๆ บางคน อาจจะมีปัญหาคาใจในการเลือกสีปากในการแต่งหน้า บางทีก็นึกไม่ออกว่าไปงานแบบนี้ควรทาลิปสติกสีไหนดี วันนี้เราเลยมีคำแนะนำดีๆ ในการเลือกสีปากสำหรับไปทำงาน ออกเดต หรือมีนัดปาร์ตี้ที่แจ่มสุดๆ มาฝากกันบิวตี้ไอเทม ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้จะพาคุณไปดูไอเทมความงามสำหรับริมฝีปากอย่าง ‘ลิปสติก’ สิ่งที่ต้องใช้กันทุกวันนี่แหละ สำหรับสาวแรกรุ่นที่เพิ่งหัดแต่งหน้า อาจจะเคยใช้แค่ลิปบาล์มบำรุงริมฝีปากเท่านั้น ลองมาเพิ่มสกิลแต่งแต้มสีสันให้เรียวปากกันดีกว่าค่ะ พร้อมแล้ว…ลุยเลย

1. สีชมพูตุ่น กับ Everyday Look

สีชมพูนวลๆ ทาได้ทุกวัน

สำหรับสีที่ควรใช้สำหรับการแต่งหน้าในทุกๆ วันของเรา อย่างเช่นแต่งหน้าไปทำงาน หรือแต่งหน้าเพื่อไปพบปะลูกค้า หรือไปติดต่องานในสถานที่ราชการต่างๆ ควรเน้นสีปากสีเรียบร้อย สุภาพ อย่างเช่นโทนชมพูอ่อน หรือโทนชมพูตุ่นๆ ด้วยความที่ลิปสติกสีชมพูมีหลากหลายเฉดสีมากๆ เราแนะนำว่าให้เลือกสีใกล้เคียงกับสีปากจริงๆ ของเรา และดูให้เหมาะกับสีผิวจะดีที่สุด

แนะนำ : สำหรับเราเอง เราเลือกใช้ลิปสติกสี In the Flesh (E912C) จากแบรนด์ Wet n Wild ชอบเนื้อลิปสติกของเจ้านี้มาก ความที่เป็นลิปเนื้อแมท เม็ดสีชัดเว่อร์ ทำให้ทาแล้วติดทนนาน แต่ก็ไม่ทำให้ปากแห้งเป็นขุย สีชมพูออกตุ่นๆ ไม่จัดจ้านจนเกินไป เหมาะสำหรับทาไปทำงานได้ในทุกๆ วัน และเหมาะกับทุกๆ โอกาส

2. สีชมพูอมส้ม เพิ่มความสดใส   

สำหรับในวันหยุด ถ้าจะไปเดินห้างหรือไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ในวันสุดสัปดาห์ อาจจะเพิ่มความสดใสให้ริมฝีปากอีกสักนิดกับสีโทนชมพูอมส้ม ทาปุ๊บเด่นปั๊บ ยิ่งถ่ายรูปออกกล้องนี่สีปากชนะเลิศไปเลย แถมยังเหมาะกับการแต่งหน้าในแบบ Everyday Look เช่นกัน

แนะนำ : เราลองลิปสติกสีโทนนี้แล้วชอบ ก็เลยมีติดกระเป๋าเครื่องสำอางไว้เหมือนกัน เราใช้สี BE-1 จากเคาน์เตอร์ KATE Smooth color rouge ชอบสีนี้มาก แต่ทาออกมาแล้วจะไม่เข้มเท่าที่เห็นในแท่งลิปสติกนะ จะออกสีแบบอ่อนๆ ถ้าอยากให้เข้มต้องทาซ้ำหลายรอบ เนื้อลิปเป็นเนื้อครีมนุ่มๆ ให้ความฉ่ำวาวพอสมควร

3. สีอิฐ หรือโทนน้ำตาล ออกเดตน่าค้นหา

ถ้าหากต้องออกเดตสำคัญล่ะก็ แต่งหน้าให้ดูน่าค้นหาเข้าไว้ รับรองชนะเลิศ น่าค้นหาในที่นี้ไม่ใช่ฟาดสีปากแดงสุดฤทธิ์ไปนะจ๊ะ เดี๋ยวหนุ่มเขาจะตกใจเอา เลือกแต่งแบบพอดี โกลว์หน่อยๆ แนะนำให้แต่งหน้าโทนนู้ดชมพูหรือโทนน้ำตาล แต่สำหรับเราเป็นคนผิวเหลืองค่อนไปทางผิวสองสี เลยเหมาะกับการแต่งโทนน้ำตาลมากกว่า ส่วนลิปสติกเลือกใช้สีอิฐ เข้ากันสุดๆ

แนะนำ : เราใช้สีอิฐ Spiked with Rum (E915B) จากแบรนด์ Wet n Wild อย่างที่บอกว่าเจ้านี้เป็นลิปเนื้อแมท สีติดทนนาน โดยเฉพาะโทนสีน้ำตาลเขาก็มีให้เลือกหลายเฉด แต่สีนี้เข้ากับปากเรามากที่สุด ยังไงคงต้องไปลองทา ลองเช็กสีกันหน่อยนะจ๊ะ

4. สีแดงสด เพิ่มเสน่ห์เย้ายวน

ส่วนใครที่ต้องออกงานกลางคืน แนวราตรีหรือกาลาดินเนอร์นิดๆ อาจจะต้องเพิ่มความแรงให้ริมฝีปากขึ้นอีกดีกรี เราแนะนำให้มีลิปสติกสีแดงติดบ้านไว้สักหนึ่งแท่ง เลือกเฉดสีที่เข้ากับผิวของคุณ แค่นี้ก็เริดปังสุดๆ แล้วจ้า

แนะนำ : เรามีลิปสีแดงอมชมพูบานเย็น สีเจิดจรัสใช้ได้เลย เป็นรุ่น SBTLVI สี RR จากแบรนด์ bsc สีสดดี เนื้อลิปเป็นเนื้อครีมชุ่มดี เม็ดสีชัดเจน ด้วยความที่เป็นเนื้อครีมอาจจะเลอะง่ายนิดนึงนะ ควรพกไปเติมระหว่างทางด้วย

5. สีเลือดหมู คมเข้ม สนุกทุกปาร์ตี้

มาปิดท้ายกันที่สีปากสุดฮิตในนาทีนี้ และเหมาะกับการไปปาร์ตี้สังสรรค์สุดๆ ก็คือสีโทนเลือดนกหรือโทนเลือดหมู มันจะออกสีแดงเข้มๆ ช่วยขับผิวหน้าให้สว่างขึ้นด้วย ดูลึกลับแต่ก็สนุกสนานไปในเวลาเดียวกัน

แนะนำ : เราใช้สีแดงเข้ม Cherry Bomb (E918D) จากแบรนด์ Wet n Wild อีกเช่นเคย ลองแล้วชอบมาก สีเข้มได้ใจ ได้ลุคอินเทรนด์สุดๆ

หวังว่าลิปสติกทั้ง 5 สีนี้จะช่วยให้สาวๆ เกิดเจิดจรัสได้ในทุกวัน และทุกๆ โอกาสที่เข้ามา โดยเฉพาะโอกาสออกเดตกับหนุ่ม อย่าพลาดล่ะ ขอให้โชคดีนะจ๊ะ.