นวัตกรรมสุดล้ำจากท้องทะเลลึก “ดีไอไอ เวลเนสส์ สกินแคร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/654446

 

3 บิ๊กบอส พัฒนพงศ์ รานุรักษ์, บุษกร วงศ์พัวพันธ์, ธเนศ จิระเสวกดิลก.

ธุรกิจความสวยความงามกำลังมาแรงแซงทางโค้ง!! สามคนดัง ต่างวงการ ได้แก่ บุษกร วงศ์พัวพันธ์, พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ และ ธเนศ จิระเสวกดิลก จึงลงขันกันเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเคาน์เตอร์แบรนด์ “ดีไอไอ เวลเนสส์ สกินแคร์” (Dii Wellness Skincare) นวัตกรรม ความงามสุดล้ำจาก ท้องทะเลลึก เพื่อผิวใส ย้อนวัย ย้อนเวลา ให้ผิวอ่อนเยาว์ และสุขภาพดีอย่างมีสุนทรียะ


อัญษนา บุรานันท์ ทดลองนวดปรนนิบัติผิว.

หุ้นส่วนใหญ่ บุษกร บอกถึงดีไอไอ เวลเนสส์ สกินแคร์ ว่า สามารถจับ เซ้นส์ (Senses) ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และลึกถึงจิตวิญญาณ มาสร้างประสบการณ์ความสุขแห่งผิวงามให้กับผู้คน โดยมีสถาบัน “ดีไอไอ เวลเนสส์” ซึ่งประกอบด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงนักวิจัย มาร่วมกันศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลและย้อนวัยผิว เพื่อให้ผิวสุขภาพดีอย่างมีสุนทรียะ เน้นใช้หลักธรรมชาติบำบัดในการดูแลสุขภาพผิวทั้งภายในและภายนอก โดยผลิตภัณฑ์ชุดแรกคือ Dii Time Reversal เป็นนวัตกรรมความงามจากท้องทะเลลึก ซึ่งเป็นสารสกัดธรรมชาติจากยุโรป ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดจากสาหร่ายสีแดง ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว และลดการเกิดอนุมูลอิสระ, เปปไทด์ จากปลาดาว ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่, เอนไซม์จากกระดูกอ่อนปลาฉลาม ช่วยยับยั้ง สารทำลายโครงสร้าง ของคอลลาเจนในเซลล์ผิว และสารอีลิกเซอร์ (Elix-IR) ช่วยป้องกันความร้อน สะสมใต้ผิวจากรังสีอินฟราเรด สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยหรือเม็ดสีต่างๆ


เกรซ มหาดำรงค์กุล-นัทธนุช วงศ์พัวพันธ์ มาร่วมยินดีด้วย.

พิสูจน์นวัตกรรมสุดล้ำจากผลิตภัณฑ์ “ดีไอไอ เวลเนสส์ สกินแคร์” ได้ที่เคาน์เตอร์ ดีไอไอ เวลเนสส์ สกินแคร์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 3, เซ็นทรัลพลาซา ศาลายา.

 

วิธีเลือกมาสคาร่าสีจี๊ด ให้ชิคเหมาะกับทุกงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 4 ก.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/649551

 

เพิ่มลุคธรรมดาของคุณให้ดูสนุกสดใสได้ง่ายๆ ด้วยการลองเปลี่ยนจากการใช้มาสคาร่าสีดำแบบเดิมๆ มาเป็นมาสคาร่าสีสันสุดจี๊ด ที่นอกจากจะปรับลุคให้คุณเป็นสาวเปรี้ยวสุดๆ แล้ว ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตากลมโตและโดดเด่นกว่าเดิม ไม่ว่าจะไปแฮงเอาต์กับแก๊งเพื่อนสาวหรือว่าไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยงยามค่ำคืน รับรองว่าดวงตาของคุณจะสะกดสายตาทุกคู่อย่างแน่นอน!

โว้กรวบรวมมาสคาร่าสีสวยมาให้คุณเลือกให้เข้ากับบุคลิกของคุณเอง ตามดูได้ที่นี่แล้ว




Bubble Blue
Chanel Inimitable Waterproof สี Blue Notes
Dior DiorSnow Mascara สี Azure Blue
Lunasol Double Coloring Mascara สี WX01




Bronze Glow
Lunasol Double Coloring Mascara สี EX02 Red Brown x Shining Coral
YSL Mascara Volume Effect Faux Cils Shocking สี Bronze




Pinky Pie
Majolica Majorca Rush Expander Edge Meister 
Sephora Collection Glitter Eyeliner and Mascara สี Sweetheart Pink
Anastasia Beverly Hills Hypercolor Brow and Lash Tint สี In the Pink




Purple Diva
Givenchy Noir Couture 4 in 1 Waterproof Mascara สี Purple Velvet
Benefit BADgal Plum Mascara
Make Up For Ever Smoky Lush สี no.6
YSL Mascara Vinyl Couture สี no.2

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

แพงอลังการ ! ประมวลแฟชั่นเซเลบฯ งานพรมแดง ‘จูดิธ ลีเบอร์ กูตูร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650777

 

เป็นอีกหนึ่งอีเวนต์ที่อลังการไม่น้อย สำหรับงานเปิดตัวคอลเลกชั่น ‘โมโนแกรม (Monogram)’ กระเป๋าคลัตช์คริสตัลหรูสุดคลาสซี่ของ ‘จูดิธ ลีเบอร์ กูตูร์’ แบรนด์ดังจากอเมริกา ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (27/06/59) โดยเฉพาะเซเลบฯ ระดับไฮเอนด์ที่ตบเท้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผมมาแบตเทิลบนพรมแดงกันสุดฤทธิ์ ซึ่งแต่ละคนเห็นแล้วต้องยกนิ้วให้กับความแพงมีระดับ เฉือนคมเครื่องประดับหรูหราแพรวพราวจับแสงแฟลชแบบไม่มีใครยอมใคร และอีกเช่นเคยที่ ไทยรัฐออนไลน์ ยอมใจอดไม่ได้ที่จะเก็บภาพเหล่านี้มาให้ชมกัน เชื่อเถอะว่าคุณจะอ้าปากค้างจนเผลอร้องว้าว…!


ออร่าเปล่งประกายสุดๆ

ประเดิมด้วยนางเอกสาวสวยที่วันนี้มาในลุคสง่าดูแพงกับชุดเดรสสั้นเปิดไหล่สีเงิน แมตช์กับแอคเซสเซอรี่เงินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าคลัตช์คริสตัลหรู โชคเกอร์ลูกไม้ที่มีลูกเล่นเป็นลูกแก้วสีดำมันห้อยลงมาคล้ายจี้ ต่างหูคริสตัล และส้นสูงสุดเรียบหรู ยิ่งเก็บผมขึ้นเผยใบหน้าเรียวเล็กก็ยิ่งเผยเสน่ห์โดดเด่น ออร่าเปล่งประกายให้ลุคคุณหนูมั่นๆ


อปป้าเกาหลีรึเปล่าเนี่ย หล่อฟินเลยอะ !

หนึ่งหนุ่มคิวท์บอยที่ดูเผินๆ หลายคนอาจคิดว่าเป็นอปป้าเกาหลี งานนี้เขามาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ ทับด้วยสูทดำตัวเก่ง พร้อมติดเข็มกลัดเงินดีไซน์เก๋ (ตัดกับสูทลงตัวใช่เล่น) หยิบแมตช์กางเกงสแล็กสีดำ และรองเท้าหนังมันวาว ถึงจะใส่น้อยชิ้นไม่เน้นแอคเซสเซอรี่เท่าไร ทว่าก็ดูเท่มีสไตล์ไม่เบา !


ลุคเรียบเท่

เซเลบฯ สาวหน้าสวยกับลุคเรียบเท่ (แอบหรูนิดๆ) ในโทนดำ สูทนอกสีดำได้เพชรวับวาวมาแซมเป็นลูกเล่นอัพลุคให้เธอดูหรูไม่ธรรมดา แถมกระเป๋าถือใบกะทัดรัด และส้นสูงแบบเปิดหน้าที่หยิบมาอแดปยังช่วยอัพเกรดความแพงให้เธออย่างมีระดับ มองลุครวมๆ จัดให้ผ่านเอาไปสิบดาวเลยละกัน


แฟชั่นนิสต้าสุดๆ

สำหรับเซเลบฯ คนนี้เป็นอีกหนึ่งสาวมั่นที่เรียกความสนใจได้ไม่น้อย เธอมากับชุดเดรสเกาะอกสีดำ (หน้าสั้น-ยาวหลัง) ที่ดูยังไงก็เก๋ไก๋ไม่เบา จัดเต็มแอคเซสเซอรี่ทั้งต่างหู กำไลข้อมือ (เป็นสิบ !) พร้อมหยิบกระเป๋าคลัตช์สีทอง และส้นสูงดีไซน์หนามเก๋ๆ สีเนื้อ มาโฉบเฉี่ยวเรียกแสงแฟลชกันเล่นๆ ไม่เพียงเท่านั้นยังทำผมมิกกี้เมาส์แบ๊วๆ ลดอายุดูเด็กแบบสุดๆ … ถ้าจะแต่งตัวโปรขนาดนี้ล่ะก็ พรมแดงนี้เธอชนะขาดแน่นอน !

นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นเซเลบฯ คนอื่นที่การันตีความแซ่บมาให้ชมกันอีกเพี้ยบ…


จัดเต็มความหล่อ !


แฟนกระเป๋า ‘จูดิธ ลีเบอร์ กูตูร์’ ตัวแม่ … แต่ละชิ้นแพงเว่อร์อลังฯ !

สองตัวแม่แห่งวงการเซเลบฯ

จัดเต็มเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

ดูกันออกไหม ว่านี่คุณแม่กับคุณลูกนะจ๊ะ ! =)

ท็อปฟอร์มในโทนสีดำ


คู่จิ้นควงกันมาออกงาน


สวยหรูดูแพง

คู่นี้เป๊ะเว่อร์ !

มีดีเจมาสร้างสีสันเบาๆ
 

เจ้าหญิง Kate Middleton แฟชั่นไอคอนของสาวๆ แห่งปี 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 30 มิ.ย. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640226

 

หลายคนอาจคิดว่าแฟชั่นไอคอนแห่งยุคอย่าง Kate Middleton คงมีห้องเสื้อผ้าที่มีลักษณะเป็นโถงใหญ่เหมือนในภาพยนตร์แต่ซินเดอเรลล่าตัวจริงกลับไม่ได้มีชีวิตดั่งเทพนิยาย 

เจ้าหญิงเคทหรือ Duchess of Cambridge ทรงมีนโยบายในการแต่งตัวที่ต่างจากภาพราชวงศ์ที่เราคิด เจ้าหญิงทรงไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายในการใช้จ่ายกับฉลองพระองค์ หลายครั้งเราจึงเห็นดัชเชสทรงนำชุดเก่าที่ทรงเคยสวมออกงานมาแล้วมารีไซเคิล อีกทั้งทรงไม่คิดว่าการสวมฉลองพระองค์หรือเครื่องประดับจะต้องแพงหรือเป็นไฮเอนด์ Zara และ Topshop ก็ทรงใส่ได้

ส่วนแบรนด์โปรดที่ดัชเชสทรงสวมใส่ประจำเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษเป็นหลัก โดยเฉพาะ Alexander McQueen และ Jenny Packham ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสองแบรนด์ข้างต้นนั้นเหมาะกับเธอจริงๆ

 ใครอยากรู้ว่าชุดไหนคือแบรนด์อะไร เชิญชมได้เลย

(ชมภาพขนาดใหญ่คลิกที่ภาพ)


Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Alexander McQueen

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Erdem

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Issa London

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Burberry

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Jenny Packham

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก L.K. Bennett

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Prabal Gurung

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Reiss

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Russell and Bromley

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Temperley London

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Topshop

Kate Middleton ในฉลองพระองค์จาก Sara

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

หน้าเด็กแบบโกงอายุ! อัพเวล 9 ขั้นตอนบิวตี้รูทีน ผิวใสเด้งดึ๋ง ต้องลอง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มิ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/627263

 

ฮัลโหลสาวสวยทั้งหลาย! หลังจากอัพเดตไอเทมความงามเด็ดๆ ไปหลายตัวแล้ว หวังว่าคงถูกใจกันบ้างไม่มากก็น้อย วันนี้ขอเบรกเรื่องบิวตี้ไอเทมไว้ก่อน แต่จะพาไปรู้จักกับ Beauty Routine หรือการทำทรีตเม้นต์ผิวหน้าเองง่ายๆ ที่บ้าน แบบไม่ต้องพึ่งคลินิกความงามให้เปลืองสตุ้งสตางค์

Beauty Routine เป็นเคล็ดลับสร้างผิวสวย และรีเฟรชใบหน้าอันเหนื่อยล้าให้กลับมาสดใสอีกครั้ง ทำเพียงสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น รับรองว่าจะได้ผิวหน้าที่แข็งแรง ใสเด้ง สว่างกระจ่างใส ลดริ้วรอย แก้ปัญหาจุดด่างดำ หากทำต่อเนื่องทุกสัปดาห์นะจ๊ะ

เอาล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าต้องทำไงบ้าง ตามมาดูทางนี้…

1. เลือก Facial Wash ที่เหมาะกับผิว

เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด ขจัดสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย สาวควรเลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองจะดีที่สุด ถ้าผิวมันก็ควรเลือกเป็นเจลล้างหน้า ล้างความมันส่วนเกินได้ดีแต่ไม่ทำให้ผิวตึง ส่วนสาวผิวแห้งควรเลือกใช้แบบเป็นฟองวิปนุ่มๆ ที่มีสารบำรุงผิวเข้มข้น เป็นต้น และเพื่อให้สะอาดลึกถึงรูขุมขนจริงๆ อาจใช้แปรงล้างหน้าร่วมด้วยก็ได้


ล้างหน้าให้สะอาดก่อนเลย

2. สครับผิว ขจัดเซลล์เสื่อมสภาพ

หลังจากนั้น ก็มาถึงขั้นตอนการสครับผิว สาวๆ ควรมี Facial Scrub ตัวที่ชอบติดบ้านไว้สักกระปุก ใช้ครั้งละนิดเดียว และใช้แค่สัปดาห์ละครั้ง ไม่เปลืองๆ รับรองได้ ปาดครีมสครับขนาดสักปลายนิ้วชี้ นำมาถูวนเป็นวงกลม นวดๆ ขัดๆ อย่างเบามือให้ทั่วใบหน้าประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก ช่วยกำจัดขี้ไคลหรือเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปให้หมด


สครับผิวหน้า ขจัดเซลล์ผิวเก่าออกไป

3. ไอน้ำเปิดรูขุมขน

พอใบหน้าสะอาดแล้ว ก็มาเปิดรูขุมขนเตรียมผิวให้พร้อมต่อการบำรุง ด้วยการใช้ไอน้ำ ที่เมืองนอกเขาจะมีเป็นเครื่องอบไอน้ำสำหรับผิวหน้า แต่สวยประหยัดอย่างเรา ไม่จำเป็นเป็นค่ะ! แค่ต้มน้ำให้เดือด แล้วเทใส่ชามแก้วใบใหญ่ พอไอน้ำพวยพุ่งขึ้นมา เราก็เอาหน้าไปอังกับไอน้ำประมาณ 10 นาที ได้ผลลัพธ์เหมือนกันเด๊ะ พอผิวโดนไอน้ำ รูขุมขนจะขยายออกเตรียมรับสารบำรุง

4. มาส์กหน้าให้ชุ่มชื่น

รอให้ความชื้นจากไอน้ำระเหยไปก่อน พอหน้าหมาดๆ ก็ต่อด้วยการมาร์กหน้า แนะนำให้ใช้สูตรที่เพิ่มความชุ่มชื่นอย่างสูตรคอลลาเจน หรือสูตรว่านหางจระเข้ ผิวจะได้ซึมซับเอาความชุ่มชื้นไปเต็มๆ ทำให้ผิวเด้ง นุ่ม ไม่แห้งตึง สำหรับสาวผิวมันก็จะทำให้หน้าไม่มันเร็วด้วยนะ ก่อนใช้ควรเอามาร์กใส่ตู้เย็นก่อน จากนั้นเอาออกมามาส์กหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที ความเย็นจะช่วยให้รูขุมขนกระชับ


มาส์กหน้า เพิ่มความชุ่มชื่นใต้ผิว

5. โทนเนอร์จัดไปอีก

พอลอกแผ่นมาส์กออกแล้ว ก็ตบผิวเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว ให้สารบำรุงซึมเข้าผิวให้ได้มากที่สุด จากนั้นก็ปรับสมดุลผิวด้วยโทนเนอร์ อาจใช้เป็นสเปรย์โทนเนอร์หรือสเปรย์น้ำแร่ธรรมชาติ 100% ก็ได้


ใช้โทนเนอร์ปรับสมดุลผิว

6. เลือก Treatment บำรุงผิว

มาถึงขั้นตอนการเติมสารอาหารผิว ขั้นตอนนี้แนะนำให้ใช้ครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี ในปริมาณเข้มข้น เพื่อตรงเข้าบำรุงผิวได้ลึกถึงเซลผิว ขนาดร่างกายเรายังต้องการสารอาหารเลย ผิวก็เช่นกัน นอกจากนี้อาจใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ retinol ที่มีสารอาหารจำพวกวิตามินเอ น้ำมันตับปลา และสารต่อต้านอนุมูลอิสระ


เลือกครีมบำรุงที่มีสารอาหารผิว

7. อย่าลืม Eye cream

บำรุงผิวหน้าแล้ว อย่าลืมผิวรอบดวงตา ผิวบริเวณนี้บอบบางเป็นพิเศษ ไม่สามารถใช้ครีมทาหน้ามาทารอบดวงตาได้ เพราะอาจเกิดอาการแพ้ แสบ บวมแดง ควรเลือกใช้ครีมสำหรับรอบดวงตาโดยเฉพาะ หรือถ้าจะให้ง่ายและประหยัดเข้าว่า ก็หั่นแตงกวาหรือมะเขือเทศที่แช่เย็นๆ มาโป๊ะบนเปลือกตา 5 นาที จบปิ้งเลยจ๊ะ! รอยคล้ำใต้ตาลดลง ดวงตาใสวิ้ง


ใช้แตงกวา มะเขือเทศ หรือ อโวคาโด โปะผิวรอบดวงตาก็ได้

8. นวดหน้า กระตุ้นการไหลเวียน

หลังจากบำรุงกันเต็มสูบทุกขนานแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือ การนวดหน้า บางคนอาจจะคิดว่านวดหน้านี่จะช่วยได้สักแค่ไหนกัน แต่จริงๆ แล้วสำคัญนะ เพราะเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบนใบหน้า และทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าได้ออกกำลังกาย พอเลือดไหวเวียนดี ผิวเราก็จะสร้างคอลลาเจนออกมาเองตามธรรมชาติ ทำให้หน้าเด็ก ดูไม่แก่ ลดริ้วรอยก่อนวัย เริดป่ะล่ะ!


นวดหน้าให้ผิวแข็งแรง เด้ง หน้าเด็ก

9. ดูแลระดับ High End

ข้อนี้แถมให้ สำหรับใครที่อยากดูแลผิวระดับ High End ก็แล้วกัน…เดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมดูแลผิวพรรณด้วยคลื่นแสง IPL สาวๆ คงรู้จักกันเป็นอย่างดีแหละ ถ้าจะให้ไปซื้อคอร์สทำ IPL ตามคลินิกมันก็ราคาสูง เลยไม่ค่อยอยากจะแนะนำ แต่ถ้าใครมีกำลังจ่าย ก็จัดไปเลยค่ะ!

เนื่องจาก IPL สามารถดูแลผิวหน้าได้มีประสิทธิภาพกว่าการบำรุงด้วยครีม ฟื้นฟูผิวได้หลากหลายปัญหาพร้อมกันเช่น ทำลายเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ ลดรอยแดงจากสิว สีผิวดูสม่ำเสมอ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ รูขุมขนดูกระชับ เป็นต้น

แต่ว่าจริงๆ แล้วดูแลผิวตามขั้นตอนที่ 1- 8 เองที่บ้านและมีวินัยทำอย่างต่อเนื่อง ผิวหน้าก็เริ่ดปังสุดฤทธิ์แล้วล่ะ เชื่อสิ!

 

ไฮโซใจบุญรุมรัก “จูดิธ ลีเบอร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/650512

 

“เมก้า-สุริยน ศรีอรทัยกุล” มอบกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ กูตูร์ คอลเลกชั่นพิเศษ TOP HAT ให้นภัสนันท์ พรรณนิภา ผู้ชนะการประมูล.

ร่ายมนต์สะกดจนอยู่หมัดจริงๆ “เดอะหนึ่ง-สุริยน ศรีอรทัยกุล” ดึงดูดแฟนๆกระเป๋าคริสตัลสุดหรูสัญชาติมะกัน “จูดิธ ลีเบอร์ กูตูร์” ให้ตบเท้ามาเดินพรมแดงกันแน่น ขนัดร้านจูดิธ ลีเบอร์ แฟล็กชิพสโตร์ ชั้น G อาคารเฮลิกซ์ ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อวันก่อน เพื่อร่วมทำกิจกรรมการกุศล จับจองคลัตช์หรูคอลเลกชั่นล่าสุด “โมโนแกรม” นำรายได้ทุก 10,000 บาท จากกระเป๋าแต่ละใบ เข้าสมทบทุนมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก นอกจากจะได้โก้หรูมีระดับกับกระเป๋า จูดิธ ลีเบอร์ รุ่นพิเศษ สามารถสลักอักษรชื่อเจ้าของได้ด้วยเป็นครั้งแรก


จรินทร์ สุมานนท์, สุภิญญา สุวรรณประเทศ, รศ.พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์ ชวนกันเลือกกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์.

ครอบครัวเจียรวนนท์ “ชัชวาลย์-ขวัญใจ-ชวัล” ร่วมประมูลกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ คอลเลกชั่นพิเศษ.

งานนี้ไฮโซไฮซ้อยังได้ทำบุญกันอย่างคึกคัก เพราะเดอะหนึ่งถือโอกาสจัดประมูลกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์ คอลเลกชั่นพิเศษ “TOP HAT หมวกทรงสูง” ออกแบบโดย “จาน่า แมทเธสัน” เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายเข้าสมทบทุนมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก ต้องปรบมือรัวๆๆให้ 3 เซเลบใจบุญอย่าง นภัสนันท์ พรรณนิภา, ชัชวาลย์ เจียรวนนท์ และลัดดา รติโรจนากุล ที่ร่วมทำบุญเป็นมูลค่า 610,000 บาท.




งานนี้ขอซอฟต์ๆ! ส่องแฟชั่นเซเลบฯ ลุคคุณหนูเรียบหรู คะแนนเต็มสิบ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 มิ.ย. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/643564

 

ไม่ว่าจะไปงานอีเวนต์ไหนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ก็จะเจอแต่เซเลบฯ สาวสวยจากหลากหลายวงการแต่งตัวสุดอลังฯ พร้อมประชันกันแบบไม่มีใครยอมใคร ทว่ากับอีเวนต์ล่าสุดนี้ งานเปิดตัวเคาน์เตอร์สาขาแรกในเมืองไทยของแบรนด์เมคอัพสุดฮิตจากนิวยอร์ก JILL STUART ภายใต้คอนเซปต์ ‘Innocent Sexy’ กลับไม่ค่อยมีลุคเว่อร์วังซะให้เห็น ตรงกันข้ามแต่ละคนจัดเต็มความเรียบหรูแบบหวานๆ สไตล์คุณหนูในโทนสีชมพู-ขาว มาท็อปฟอร์มกัน โดดเด่นในแบบของตัวเอง ถ้าถามถึงคะแนนแล้วบอกเลยว่าสูสีกันไม่เบา!


แต่ละคนสวยปังกันจริงๆ

ดร.พิมพ์-พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล
ประเดิมด้วยคนแรกเซเลบฯ สาวสวยเก่ง เจ้าของแบรนด์ Virtal Grow มาในชุดเดรสสั้นสีชมพูแซมขาว มีดีไซน์เป็นระบายด้านหน้า และกระดุมด้านข้างเพิ่มความเก๋ไก๋ ยิ่งหยิบแอคเซสเซอรี่อย่างกระเป๋าถือสีน้ำตาลอ่อน และส้นสูงสีครีมแบบเรียบๆ มาแมตช์ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ลุคดูหวานสะดุดตามากขึ้น


เซเลบฯ สาวสวย ‘ดร.พิมพ์-พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล’

พลอย-พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์
เซเลบฯ สาวสวยรวยรอยยิ้ม ที่ไม่ว่าเจอกี่ครั้งก็ยังคงยิ้มเก่งอย่างเป็นกันเองอยู่ตลอด งานนี้เธอมาในชุดเดรสยาวสีขาวด้วยลูกเล่นซีทรูช่วงล่าง เผยความเซ็กซี่ชวนจินตนาการนิดๆ และทับด้วยสูทแขนกุดสีขาว พร้อมติดเข็มกลัดดีไซน์สวย ที่เห็นได้ชัดคืองานนี้เธอจัดเต็มแอคเซสเซอรี่ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาสุดหรู สร้อยข้อมือเพชรวับวาว ส้นสูงติดแบรนด์ กระเป๋าถือคลัตช์ ตลอดจนที่คาดผมกิ๊บเก๋จากแบรนด์ Tête-a-porter ของเธอเองมาเพิ่มลูกเล่น และเสน่ห์ความเป็นผู้หญิงน่าหลงใหล


เซเลบฯ สาวสวยรวยรอยยิ้ม ‘พลอย-พลอยพรรณ ภัทรธีรานนท์’ เจ้าของแบรนด์หมวก Tête-a-porter

เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย
เธอคนนี้ยังคงคอนเซปต์หวานอยู่ตลอด อย่างงานนี้ก็เช่นกันที่มาในลุคหวานแอบเซ็กซี่เล็กๆ ด้วยเดรสยาวคลุมเข่าสีขาวลายเก๋ แมตช์ส้นสูงสีทองสุดเรียบหรู พร้อมรวบผมเปิดหน้าแปลงโฉมเป็นสาวสุดมั่น และถึงงานนี้เธอจะมาน้อยชิ้นแต่โดยรวมก็เอาอยู่นะจ๊ะ ดูแพงใช่เล่นเลย !


เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย

ลุคนี้ดูแพงใช่เล่น !

ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์
นางฟ้าตัวน้อยของหนุ่มๆ ที่มาในลุคน่ารักใสๆ สไตล์คาวาอิเกิร์ล ด้วยเดรสลายดอกไม้ และแอคเซสเซอรี่เก๋ๆ อย่างสร้อยคอโชคเกอร์ และส้นสูงสีเงินวับวาว แถมยังหยิบต่างหู และแหวนเพชรเม็ดเล็กมาอัพลุคให้ดูโดดเด่นขึ้น ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เรียกเสียงแฟลชได้ตลอด


นางฟ้าตัวน้อยของหนุ่มๆ ‘ฟาง-ธนันต์ธรญ์ นีระสิงห์’

มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า

สวยไม่สร่างสำหรับดาราสาวเจ้าบทบาทแห่งช่อง 3 สำหรับอีเวนต์นี้เธอมาในชุดเกาะอกยาวสีขาว พร้อมเก็บผมขึ้นโชว์ต่างหูราคาแพง ไม่ต้องเติมแต่งอะไรเยอะก็ดูสวยแพงกว่าใครแล้ว !


สวยปังสุดๆ ‘มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า’

มัดมุก-แพรดาว พานิชสมัย
ช่วงหลังออกงานบ่อยขึ้น พอๆ กับดีกรีความสวย งานนี้เธอมาในลุคสบายๆ กับจัมพ์สูทขาสั้น ฉีกแนวออกไปจากโทนชมพู-ขาว แต่ที่เห็นจะเตะตาที่สุดก็คงเป็นรองเท้าสูงปรี๊ด…ด ดีไซน์สวยของเธอที่ดึงความสนใจ ไม่ว่าใครเห็นเป็นต้องมอง…คุณว่างั้นไหมล่ะ ?!


‘มัดมุก-แพรดาว พานิชสมัย’ ในลุคจัมพ์สูทสบายๆ

นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นเซเลบฯ-คนดังคนอื่นๆ ในลุคคุณหนูหวานๆ ให้ชมกันอีกเพี้ยบ…


โอบอุ้ม-รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา

เรียบหรู ดูแพง…



สองเซเลบฯ สาวมั่น เสน่ห์ล้น

แปลงโฉมเป็นคุณหนูหวานๆ

เพชรจ้า-นิวเคลียร์ คู่รักสุดเลิฟ

แฟชั่นสวย แซ่บ! ถอดคราบมิสแกรนด์ 2016 ฝ้าย สุภาพร หันหลังยังเซ็กซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648424

 

สวยยอมใจ สวยมงลง สวยจนโลกโซเชียลสะเทือน กับมิสแกรนด์สงขลา ‘ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน’ ผู้คว้ามงกุฎ Miss Grand Thailand 2016 สวยแบบนี้หลายคนอยากรู้ว่าเมื่อไม่ได้อยู่ในชุดนางงาม ฟรุ้งฟริ้งจัดเต็มแบบบนเวทีประกวดมิสแกรนด์แล้วสาวคนนี้จะอยู่ในลุคแบบไหน…

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ พาไปส่องไลฟ์สไตล์ของเธอ รวมทั้งแฟชั่นเก๋ๆ จากอินสตาแกรมส่วนตัว ซึ่งส่วนมากแล้วสาวคนนี้เธอค่อนข้างแต่งตัวสไตล์สบายๆ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ เท่บ้าง แซ่บบางครั้ง หวานๆ ก็มีตามแฟชั่น และถึงแม้เธอจะอยู่ในชุดเสื้อยืดที่เหมือนจะไม่มีอะไรแต่ออร่าความสวยของเธอไม่ธรรมดาจริงๆ หันหลังยังสวยบอกเลยไม่เชื่อ ต้องชม!


ฝ้าย สุภาพร มะลิซ้อน



เสื้อยีด กางเกงยีนส์ ธรรมดาสุดแต่เธอสวยมาก


หุ่นดีเหลือเกิน


ขาสั้นสายเดี่ยว ชิลๆ

ไปทะเลต้องใส่ชุดว่ายน้ำ

สวยเท่

ออกกำลังกายกันเถอะ

แต่งหน้าเบาๆ ก็สวย






สวยหวาน







เห็นแค่ข้างหลังก็ใจสั่น

รองเท้าแตะชิลไปอีก


**ล้อมกรอบประวัติ**

ชื่อ – นามสกุล : สุภาพร มะลิซ้อน
ชื่อเล่น : ฝ้าย
อายุ : 22 ปี
ส่วนสูง : 175 ซม.
น้ำหนัก : 52 กก.
สัดส่วน : 33-24-37
บ้านเกิด : ปราจีนบุรี
การศึกษา : มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ
อาหารที่ชอบ : ขนมจีนน้ำยาของคุณยาย
ที่เที่ยวสุดโปรด : ทะเล
กีฬา : แบดมินตัน
ความสามารถพิเศษ : ร้องเพลงไทยลูกทุ่ง และเล่นกีตาร์คลาสสิก 
อินสตาแกรม : @mali_khuntong

 

หรูหรามีระดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 มิ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/648494

 

เอาใจคนรักแบรนด์หรูฝั่งตะวันออก ห้างฯเซ็นทรัล บางนา คัดสรร แบรนด์เก๋แบรนด์ดังจากทั่วโลก มาเติมเต็มพื้นที่ในโซนใหม่ “ลักซ์ แกเลอรี” (LUXE Galerie) เพื่อให้ได้เพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งอย่างครบครันไม่ต้องฝ่ารถติดเข้าเมือง โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่นี้เน้นคอนเซปต์แต่ละชั้นแตกต่างกันตามฤดูกาล พร้อมสร้างสีสันและความสนุกสนานให้นักช็อปได้เพลิดเพลิน สำหรับโซน “ลักซ์ แกเลอรี” ชั้น 1 ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 1,500 ตารางเมตร เนรมิตบรรยากาศให้เหมือนอยู่ในฤดูหนาว ภายใต้คอนเซปต์ “House in House” ได้แรงบันดาลใจจากโครงสร้างของน้ำแข็ง



ภายในโซนคึกคักไปด้วยแบรนด์หรูมีสไตล์ โดยมีไฮไลต์เด็ดอยู่ที่พื้นที่ใหม่ “Evening Galerie” มัลติแบรนด์สโตร์ที่รวมชุดราตรียาวหลากหลายแบรนด์ไว้ด้วยกันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ADRIANNA PAPELL, AIDAN MATTOX, BADGLEY MISCHKA, TADASHI SHOJI และแบรนด์น้องใหม่ เช่น HALSTON HERITAGE, 23KU, BANANA REPUBLIC, ELIE TAHARI, EPISODE, GERARD DAREL, GIORDANO LADIES, ICB, JUICY COUTURE, MAJE, TARA JARMON และ VIVIENNE TAM รออะไรอยู่ล่ะคะ จัดเลยจัดเต็ม เพื่อยกระดับชีวิตให้ฟู่ฟ่า.

 

เห็นปุ๊บ-ซื้อปั๊บ ความปั่นป่วนล่าสุดของแฟชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 27 มิ.ย. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/640070

 

หนึ่งในบทสนทนาที่อื้ออึงที่สุดในเวลานี้คือการแตกออกเป็นสองขั้วระหว่างลอนดอนและนิวยอร์ก ที่เชื่อว่าระบบแฟชั่นโชว์ดั้งเดิมที่เป็นอยู่นั้นล้าหลัง ในขณะที่มิลานและปารีสกลับต่อต้านไอเดียนี้ และไม่คิดว่าระบบแฟชั่นที่เป็นอยู่นั้นมีปัญหาแต่อย่างใด

ก่อนอื่นต้องเท้าความให้ผู้อ่านแฟชั่นมือใหม่ได้เข้าใจก่อนว่า ธุรกิจแฟชั่นนั้นตั้งอยู่บนโครงสร้างการจัดแสดงเสื้อผ้าล่วงหน้าหลักๆ 2 ครั้งต่อปี (ในที่นี้หมายถึงเหล่าแบรนด์ดังในต่างประเทศ) นั่นคือฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว โดยเสื้อผ้าทั้งหมดที่ถูกจัดแสดงในความจริงล้วนเป็นสินค้าตัวอย่างที่ยังมิได้ถูกผลิตเพื่อการขายจริง เพราะเหตุผลหลักนั้นมีอยู่ 2 ประการ หนึ่งคือใช้เป็นช่องทางโปรโมตสำหรับเหล่าสื่อสารมวลชนแฟชั่นแขนงต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ ‘อยากได้ อยากซื้อ’ ในหมู่ผู้บริโภค สองเป็นเรื่องของระบบการทำงานในธุรกิจแฟชั่นที่หลังจากรันเวย์โชว์จบ แบรนด์ที่มีคู่ค้าเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านมัลติเลเบล หรือที่ดำเนินธุรกิจแบบขายลิขสิทธิ์ก็จะมีบายเออร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางตัดสินใจว่าไอเทมชิ้นไหนที่เห็นบนรันเวย์สมควรสั่งผลิตเพื่อจำหน่ายในร้านค้าของตน กระบวนการนี้เองจึงเป็นเหตุผลให้เสื้อผ้าที่เราเห็นบนรันเวย์ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนก่อนจำหน่ายได้จริง เพราะต้องใช้เวลาในการผลิตหลังจากถูกสั่งซื้อโดยบายเออร์ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแฟชั่นโชว์ถึงต้องถูกจัดแสดงล่วงหน้าก่อนสินค้าจะวางขายถึง 4 เดือน โดยโชว์เสื้อฤดูหนาวของผู้ชายจะจัดแสดงในเดือนมกราคม แต่สินค้าจริงจะวางขายในเดือนกรกฎาคม ส่วนโชว์ฤดูร้อนจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน และจะวางขายจริงในเดือนมกราคมของปีถัดไป


เจ้าโครงสร้างการจัดแฟชั่นโชว์แบบเก่านี่แหละที่เริ่มเป็นปัญหาถกเถียงในต้นปีนี้ เมื่อสมาคมแฟชั่นอเมริกันเริ่มตั้งคำถามถึงระบบแฟชั่นโชว์ที่ต้องทำล่วงหน้า ว่ายังตอบโจทย์ธุรกิจในโลกที่เทคโนโลยีโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบันรวดเร็วเท่าปลายนิ้วสัมผัสอยู่หรือไม่ แนวคิดระบบใหม่ในชื่อ ‘see now, buy now’ หรือ ‘เห็นปุ๊บ-ซื้อปั๊บ’ จึงกลายเป็นโมเดลล่าสุดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันอย่างกว้างขวางในบัดดล

เบอร์เบอรี่ (Burberry) แบรนด์ดังจากประเทศอังกฤษ คือแบรนด์แรกที่เซอร์ไพรส์วงการด้วยการประกาศใช้โมเดล ‘see now, buy now’ โดยปลายปีนี้แบรนด์ดังจะเลิกจัดโชว์เสื้อผ้าผู้ชายเสีย แล้วจะทำการรวมคอลเลกชั่นเสื้อผู้ชายมาโชว์พร้อมเสื้อผู้หญิงเสียคราวเดียว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเสื้อผ้าและสินค้าทั้งหมดที่เห็นบนรันเวย์จะวางขายในทันทีหลังจากโชว์จบลง “ความเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้เราสามารถสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างสิ่งที่เรานำเสนอบนรันเวย์กับสิ่งที่ผู้คนจะสัมผัสได้ในทันที โชว์ของเราได้ถูกปรับเปลี่ยนมาตลอดเพื่อสิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดสดหรือการโปรโมตผ่านโลกโซเชียลมีเดีย” คริสโตเฟอร์ เบลีย์ (Christopher Bailey) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานฝ่ายสร้างสรรค์ของเบอร์เบอรี่กล่าว


“เทคโนโลยีและโลกโซเชียลมีเดียคือสิ่งที่ผลักให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไป ผู้บริโภควันนี้ไม่จำเป็นต้องรอเอดิเตอร์ไปนั่งดูโชว์แล้วกลับมายืมเสื้อถ่ายภาพให้เห็นชุดในหน้านิตยสารหลังจากนั้นอีกสองสามเดือนอีกต่อไป” กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการนิตยสาร Vogue ประเทศไทย กล่าว “โซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนโลกจนหมุนเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้สิ่งที่ปรากฏบนรันเวย์สามารถเดินทางถึงผู้บริโภคทันทีแบบเรียลไทม์ ผ่านอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และการถ่ายทอดสดผ่านระบบอินเทอร์เน็ต” นอกจากนี้ มรุวุตม์ บูรณศิลปิน นักออกแบบและหนุ่มสังคมคนดังของไทยยังให้ความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับบรรณาธิการโว้ค ประเทศไทย “มันถึงเวลาแล้วล่ะ ดิจิตอลมันเปลี่ยนทุกอย่างแล้ว และผมว่ามันไม่มีเหตุผลอีกต่อไปที่เราต้องมานั่งรอซื้อของดีเลย์ไปอีก 5 หรือ 6 เดือน หลังจากเห็นมันปรากฏโฉมบนรันเวย์แล้วให้พวกแบรนด์ไฮสตรีทได้ทีใช้ช่วงเวลาช่องว่างนี้ก๊อบขายเอาขายเอา”

นักออกแบบดังอย่างทอม ฟอร์ด คืออีกหนึ่งเสียงที่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าอยู่ข้างเดียวกันกับแบรนด์เบอร์เบอรี่ พร้อมยกเลิกรันเวย์โชว์ที่แต่เดิมฟอร์ดตั้งใจจะจัดขึ้นในกรุงนิวยอร์กช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ฟอร์ดวางแผนจะจัดแสดงเสื้อในเดือนกันยายนที่จะถึงแทน โดยสินค้าทั้งหมดจะวางจำหน่ายทันทีหลังจากโชว์จบ “ในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว วิธีการโชว์เสื้อแบบเดิมที่ทำแบบล่วงหน้า 4 เดือน ก่อนของจะมีจำหน่ายคือวิธีการที่ล้าสมัยและไม่สมเหตุผลอีกแล้ว วันนี้ผู้บริโภคของเราต้องการคอลเลกชั่นที่สามารถเป็นเจ้าของได้ในทันที… การโชว์คอลเลกชั่นที่พร้อมวางจำหน่ายจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด” เขากล่าวกับนักข่าว

อีกหนึ่งเสียงที่สนับสนุนคือ ลินดา ฟาร์โก (Linda Fargo) รองประธานอาวุโสฝ่ายแฟชั่นและผู้อำนวยการฝ่ายจัดแสดงร้านค้าของห้างดัง เบิร์กดอร์ฟ กู๊ดแมม (Bergdorf Goodman) ซึ่งให้สัมภาษณ์กับ WWD ถึงเรื่องนี้ว่า “เราคงต้องเริ่มคิดถึงตัวผู้บริโภคเป็นจุดศูนย์กลางในการหาคำตอบ… พวกเราทุ่มเงินมากมายในการสร้างกระแสด้วยการจัดรันเวย์โชว์อย่างยิ่งใหญ่ แล้วเปิดโอกาสให้แบรนด์ไฮสตรีทก๊อบปี้สินค้าในเวลาไม่ถึงอาทิตย์ ส่วนพวกเราต้องใช้เวลาอีก 5 เดือนในการผลิต มันคงเป็นเรื่องน่าหนักใจมากสำหรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เคยเป็น แต่เราก็ต้องเปลี่ยน เพราะฉันเห็นว่าไอเดียนี้จะเป็นเรื่องดีทั้งกับตัวแบรนด์และตัวผู้บริโภค” โสภาวดี เพชรชาติ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสคลับ 21 (ประเทศไทย) ยังให้ความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า “กระแสเห็นปุ๊บ-ซื้อปั๊บเป็นเรื่องดีต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน เพราะโลกเทคโนโลยีข่าวสารวันนี้ทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน ส่วนเรื่องวิธีการที่สินค้าจะมีขายทันทีได้อย่างไรนั้นก็คงเป็นเรื่องทางเทคนิคระหว่างตัวรีเทลกับแบรนด์ที่ต้องคิดค้นหาวิธีมาทำให้มันเป็นจริงได้ในที่สุดนั่นแหละ”


แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์กับโมเดลใหม่ ประธานสมาพันธ์แฟชั่นเสื้อผ้าชั้นสูง เสื้อผ้าสำเร็จรูป และนักออกแบบแฟชั่นแห่งฝรั่งเศส ราล์ฟ โทเลดาโน (Ralph Toledano) คือหนึ่งในบุคคลสำคัญตัวแทนกลุ่มนักออกแบบและแบรนด์ดังจากฝั่งฝรั่งเศสที่ออกโรงต่อต้านโมเดลนี้สุดตัว “มันไม่มีวันเกิดขึ้นที่กรุงปารีสแน่นอน” โทเลดาโนเข้าใจดีถึงผลกระทบของเทคโนโลยีในปัจจุบัน แต่การกล่าวหาระบบแฟชั่นที่มีอยู่ในวันนี้ว่ามีปัญหา “มันเป็นเรื่องไร้สาระอย่างที่สุด” เขายังยกตัวอย่างให้เห็นสิ่งที่ เทียร์รี่ มูแกร์ (Thierry Mugler) เคยทำในทศวรรษที่ 80s นั่นคือการจัดแฟชั่นโชว์เหมือนงานแสดงคอนเสิร์ตตู้มต้ามที่ต้องการทาร์เก็ตผู้บริโภค แต่สุดท้ายแบรนด์ก็ไปไม่รอดในที่สุด นอกจากนั้นยังมีอีกหลายคำถามที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียง เช่น แบรนด์ขนาดเล็กที่ไม่ได้เป็นเจ้าของโรงงานการผลิต หรือแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจแบบจัดจำหน่ายผ่านร้านมัลติเลเบลรวมถึงที่เป็นแบบช่องทางการขายลิขสิทธิ์ แบรนด์เหล่านี้จะมีสินค้าวางขายในทันทีได้อย่างไร หรือแบรนด์ดังจะต้องทำสินค้าล่วงหน้าแบบลับๆ เพื่อให้บายเออร์สั่งก่อนวันเดินจริงบนรันเวย์ สิ่งนี้ยังคงเป็นเรื่องงุนงงสำหรับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนจากแบรนด์เบอร์เบอรี่เองที่เวลานี้ก็ยังไม่แน่ใจในรายละเอียดว่าจะต้องทำวิธีไหน

อีกหนึ่งเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับเทรนด์ ‘see now-buy now’ คือ ฟรองซัวส์-อองรี ปิโนลต์ (François-Henri Pinault) ประธานกรรมการบริหารของบริษัทแฟชั่นยักษ์ใหญ่ Kering เจ้าของแบรนด์ดัง กุชชี่ (Gucci), แซงต์ โลรองต์ (Saint Laurent), บอตเตกา เวเนตา (Bottega Veneta) และบาเลนซิเอก้า (Balenciaga) อองรี ปิโนลต์เชื่อว่าโมเดลใหม่ที่เบอร์เบอรี่, ทอม ฟอร์ดและอีกหลายนักออกแบบเตรียมทำเป็นการมองข้ามความหมายอันแท้จริงของคำว่า ‘ลักซ์ชัวรี่’ เขาเชื่อว่าการปล่อยให้ผู้บริโภคต้องรอสัก 6 เดือนตามโมเดลเดิม คือกระบวนการสร้าง ‘ความอยาก’ ให้กับผู้บริโภค “บางแบรนด์ก็มีจุดประสงค์ในการจัดรันเวย์โชว์สำหรับเป็นอีเวนต์สำคัญเพื่อการตลาด เบอร์เบอรี่ย่อมตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่พวกเราจะทำย่อมเป็นสิ่งเหมาะกับแบรนด์และความหมายของคำว่าลักซ์ชัวรี่ในแบบที่พวกเราเชื่อ” เขากล่าวให้สัมภาษณ์หลังการประกาศตัวเลขรายได้ของกลุ่ม Kering ที่เพิ่มขึ้นหลังการแต่งตั้ง อเลซซานโดร มิเคเล (Alessandro Michele) ให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบที่ กุชชี่ (Gucci) นี่จึงเป็นการบอกเป็นนัยจาก อองรี ปิโนลต์ ว่าแท้จริงแล้วระบบที่ทุกคนคิดว่าพัง ในความจริงกลับไม่ได้มีปัญหาหรอกหากสินค้าและทิศทางการตลาดที่คุณทำนั้นถูกต้อง


อีกหนึ่งเสียงที่ตรงกันกับความคิดเห็นข้างต้นคือดาราสาวชื่อดังและแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ระดับประเทศ อารยา เอ ฮาร์เก็ต “ชมไม่แน่ใจว่าทำแล้วจะเป็นจริงได้ไหม เพราะชมเข้าใจเรื่องขั้นตอนโปรดักชั่น การทำพีอาร์และการตลาดซึ่งต้องใช้เวลา ยิ่งพวกสินค้าแฟชั่นจัดๆ ล้ำๆ ใส่ยาก ยิ่งต้องใช้เวลาในการทำพีอาร์เยอะ เพราะคุณต้องบอกกล่าวให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า ‘ใส่อย่างนี้ก็ได้นะ’ ‘ถือกระเป๋าแบบนี้สิเก๋’ แล้วถ้าของมีโชว์บนรันเวย์และวางขายทันทีโดยไม่มีการทำพีอาร์หรือสอนผู้บริโภคให้เข้าใจเสียก่อน อันนี้ชมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะขายดีหรือขายหมดได้หรือเปล่า” เธอยังให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจต่อว่า “สำหรับชมบางทีของที่หายาก หรือต้องรอนานๆ เพราะขั้นตอนการผลิตมันยากเข็ญเหลือเกินกลับทำให้ชมอยากซื้อมากกว่าอะไรที่เห็นแล้วก็มีให้ซื้อในทันที ในความเห็นชม ชมคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคงเป็นอะไรที่อยู่ตรงกลาง อาจต้องรอเล็กน้อยเพื่อให้มีการทำพีอาร์ที่เหมาะสม แต่ก็ไม่ใช่การรอถึง 4 หรือ 5 เดือน เหมือนตอนนี้ เพราะมันทำให้ต้องเห็นรูปของซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน่าเบื่อ ชมรอไม่ไหวเหมือนกัน”

สธน ตันตราภรณ์ รองบรรณาธิการนิตยสาร Vogue ประเทศไทย ยังให้ความเห็นสอดคล้องกับอองรี ปิโนลต์ เกี่ยวกับกระแส ‘see now-buy now’ ว่า “มันจริงอยู่ที่ระบบเก่าต้องเปลี่ยน แต่มันหมายถึงนิยามของคำว่าลักซ์ชัวรี่ที่มีอยู่เดิมก็ต้องถูกตีความใหม่ด้วย ในอดีตลักซ์ชัวรี่หมายถึงงานฝีมือและคุณภาพที่ต้องใช้เวลาในการผลิตอย่างประณีต ยิ่งเป็นงานฝีมือชั้นสูงคุณไม่สามารถเลยที่จะเร่งงานผลิตแบบพวกแบรนด์ไฮสตรีทที่จบขั้นตอนทั้งหมดในเวลาแค่ไม่กี่วัน แน่นอนว่าหากแบรนด์ลักซ์ชัวรี่ทั้งหมดตัดสินใจเปลี่ยน นิยามของคำว่า ‘ลักซ์ชัวรี่’ คำเดิมในวันนี้ย่อมต้องถูกตีความใหม่” นอกจากปัญหาอันน่าสับสนในเรื่องเวลาของการผลิตและวิธีการขายของสำหรับโมเดลใหม่ อีกหนึ่งปัญหาที่ถูกหยิบยกคือวิธีการทำงานของสื่อสิ่งพิมพ์ที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน “สิ่งหนึ่งที่มีผลกระทบอย่างแน่นอนคือนิตยสารแฟชั่นและอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ในปัจจุบัน เพราะวันนี้โลกโซเชียลมีเดียได้เชื่อมต่อกับผู้บริโภคโดยตรง ยิ่งถ้าเสื้อผ้าที่ถูกนำเสนอบนรันเวย์จะวางขายในทันที สิ่งนี้ย่อมต้องส่งผลกระทบกับระบบการทำงานของนิตยสารในปัจจุบันที่ต้องใช้เวลาในการผลิต ไม่เหมือนโลกโซเชียลมีเดียที่สามารถนำเสนอได้ทันท่วงที” สธน กล่าวเสริม


มีการคาดเดากันว่าโมเดลใหม่นี้ย่อมต้องหมายถึงการผลิตคอลเลกชั่นเสื้อผ้าล่วงหน้า 4 เดือน ก่อนรันเวย์จริงจะจัดขึ้น โดยเป็นการจัดพรีเซนเทชั่นลับๆ สำหรับเหล่าบายเออร์และสื่อมวลชนเท่านั้น หรืออาจต้องมีการผลิตตัวอย่างเสื้อผ้าบางส่วนล่วงหน้าเพื่อส่งให้นิตยสารนำไปถ่ายภาพก่อนลับๆ เพื่อที่นิตยสารและสื่อแฟชั่นจะสามารถเปิดเผยได้พร้อมๆ กับช่วงเวลาที่รันเวย์โชว์และสินค้าจะวางจำหน่ายในเวลาเดียวกัน แต่หนึ่งในปัญหาหลักคือจะทำอย่างไรให้รูปภาพหรือข้อมูลต่างๆ ที่ต้องปกปิดเป็นความลับสามารถเป็นไปได้ในโลกที่เทคโนโลยีสื่อสารเชื่อมต่อกันได้อย่างรวดเร็วขณะนี้

บางทีวิธีการที่ดีที่สุดอาจเป็นการผสมระบบแฟชั่นบนรันเวย์เดิมเข้ากับไอเดียใหม่ ดังตัวอย่างที่เห็นได้ชัดจากสิ่งที่เกิดขึ้นบนรันเวย์โชว์เสื้อผ้าสตรีฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวที่เพิ่งจบไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยแบรนด์ดัง มอสกิโน (Moschino) และพราด้า (Prada) ต่างใช้แผนการตลาดชนิด see now-buy now มาผสมกับรูปแบบเดิมที่เป็นการโชว์เสื้อผ้าล่วงหน้าเพื่อนำเสนอคอลเลกชั่นเสื้อและกระเป๋าบางส่วนที่จะวางจำหน่ายในทันทีตามสาขาใหญ่ๆ ทั้งมิลาน ปารีส ลอนดอน และนิวยอร์ก


อีกหนึ่งไอเดียและความเห็นที่ถูกนำเสนอมาจากนักออกแบบดัง คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ (Karl Lagerfeld) แห่ง ชาเนล (Chanel) “มันเละเทะไปหมด” เขากล่าวกับ Financial Times “ในโลกแห่งความจริงคุณต้องให้เวลาคนซื้อได้ตัดสินใจว่าจะซื้อชุดหรือกระเป๋าใบไหน อีกทั้งของสวยๆ น่ะมันต้องใช้เวลาในการผลิตนะ แล้วพวกบรรณาธิการนิตยสารก็ต้องมีเวลาที่จะถ่ายรูปของสวยๆ พวกนั้นด้วย” ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีไอเดียใหม่เพื่อตอบโจทย์สมการนี้โดยเฉพาะ ด้วยการวางแผนที่จะสร้างคอลเลกชั่นสำหรับโลกออนไลน์มันซะเลย “ตอนนี้ผมต้องการทำอะไรใหม่ๆ บางทีอาจเร็วไปที่จะสรุป แต่มันคงเป็นคอลเลกชั่นพิเศษแบบมีสัก 15 ไอเทม ไว้ให้ซื้อกันได้เลยผ่านโลกอินเทอร์เน็ต” ลาเกอร์เฟลด์กล่าวสรุป

สุดท้ายคงไม่มีใครรู้ว่าโมเดลไหน หรือกลวิธีทางการตลาดใดที่จะประสบความสำเร็จในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจของปีนี้ เราคงต้องรอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเบอร์เบอรี่, ทอม ฟอร์ด, ทอมมี ฮิลฟิเกอร์และอีกหลายแบรนด์ที่ประกาศตัวว่าเอาแน่กับแผนเห็นปุ๊บแล้วซื้อปั๊บ แต่ที่แน่ๆ ถ้าไม่อยากตายหรือถูกทิ้งไว้ข้างหลังไม่ว่าคุณจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนในโลกแฟชั่น มีเพียงการปรับตัวเท่านั้นที่จะทำให้คุณอยู่รอด ดั่งคำกล่าวของ ชาลส์ ดาร์วิน ที่ว่า “ผู้ที่อยู่รอด มิได้เป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรงหรือฉลาดที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถปรับตัวได้ดีที่สุดต่างหาก”

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com