มัดมุก – แพรดาว พานิชสมัย สาวผู้มีสไตล์โดดเด่นไม่แพ้พี่สาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย แพรว 28 พ.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/622282

 

“มัดมุกกับพี่มัดหมี่สนิทกันมาก มีกิจกรรมอะไรก็ทำด้วยกันตลอดอย่างพี่มัดหมี่อยากเรียนร้องเพลง เต้น วาดรูป ก็เรียนด้วยกัน พี่มัดหมี่เขาชอบด้านนี้ มีความเป็นศิลปินสูง มัดมุกเรียนได้ เพียงแต่เรื่องแพสชั่นคงไม่ใช่ มัดมุกชอบด้านธุรกิจ การบริหารมากกว่า

“จึงเลือกเรียนคณะ International Management ที่ SOASUniversity of London และเลือกทำงานตำแหน่ง Sale Executive ดูแลแบรนด์ลักชัวรี่ต่าง ๆ ในห้าง และด้านการตลาดที่สยามพิวรรธน์ เพราะคุณแม่ (เกล็ดดาว พานิชสมัย) ทำงานพาร์ตไทม์ให้สยามพารากอนตั้งแต่ห้างเปิด และมัดมุกเองก็คลุกคลีอยู่กับห้างทั้งช็อปปิ้ง กินข้าวดูหนัง จนเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง จึงทำให้อยากเรียนรู้งานด้านนี้



“ส่วนในอนาคตก็อยากมีธุรกิจของตัวเองนะคะ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นแนวไหน จึงขอเก็บประสบการณ์ให้มากที่สุดก่อน มีหลายคนถามว่า ทำไมไม่ลองทำแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง เพราะเห็นเราชอบแต่งตัว แต่คือวาดรูปไม่เป็นค่ะและไม่ได้มีหัวด้านแฟชั่นขนาดนั้น (หัวเราะ) เราแค่สนุกกับการแต่งตัวและช็อปปิ้ง

“มัดมุกไม่ได้ตามเทรนด์แฟชั่นตลอด ต้องเลือกว่าอะไรที่เหมาะกับเรา เพราะไม่ใช่สาวรูปร่างผอมบางที่ใส่ชุดอะไรก็ได้ ส่วนเทคนิคในการเลือกไม่มีค่ะ ต้องลองเท่านั้นถึงจะรู้ (หัวเราะ) อย่างสไตล์ของมัดมุก คือชุดที่ดูทะมัดทะแมง ไม่หวาน ชอบใส่สูท เบลเซอร์กับกางเกง มีเบลเซอร์เยอะมากจนเรียกว่าสะสมก็ได้นะคะ เริ่มชอบตั้งแต่ช่วงไปเรียนที่ลอนดอน เพราะอากาศหนาว ได้ใส่เสื้อคลุมบ่อย จึงเริ่มติดใจ และซื้อมาเรื่อย ๆ พอกลับมาเมืองไทยก็ยังซื้อ



“สามารถนำเบลเซอร์มามิกซ์ได้กับทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อกล้าม หรือใส่ตัวเดียวก็ยังได้แมตช์กับกางเกงขาบานจะได้ลุคทำงานที่ดูน่าเชื่อถือ หรือถ้าแมตช์กับกางเกงขาสั้น ก็ลงตัวสำหรับวันสบาย ๆ แบรนด์ที่ชอบมากคือ Asava เพราะเด่นเรื่องเบลเซอร์ สูททำงานกับกางเกง ดีไซน์ได้สวย อีกแบรนด์คือ Senada ที่ดูหวานขึ้นมาอีกนิดแต่ยังคงเป็นสไตล์ของเราอยู่

“เสื้อผ้าส่วนใหญ่ของมัดมุกเป็นโทนสีเรียบ ๆ ค่ะ แล้วเพิ่มแอกเซส-เซอรี่เข้าไปให้ดูน่าสนใจขึ้น เช่น ถ้าทั้งเสื้อและกางเกงเป็นสีดำ จะเลือกรองเท้าสีแดง หรือเข็มขัดสีทอง ให้ดูไม่เรียบจนเกินไป แต่ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ รองเท้าส้นสูง ติดมาก…ก ซึ่งเรื่องนี้เริ่มจากคุณแม่ค่ะ เพราะท่านติดรองเท้าส้นสูง ขนาดไปทะเลยังไม่ยอมลงจากส้นสูงเลยค่ะ พอมัดมุกกับพี่มัดหมี่อายุประมาณ 14 ปี ท่านก็ฝึกให้ใส่ส้นสูง เพราะช่วยให้บุคลิกดูดี เดินสง่า ขายาว จึงทำให้มัดมุกติดใส่ส้นสูงมาตลอดค่ะ


“ที่ใส่ประจำคือ รองเท้าส้นตึก ใส่เหมือนกับที่คนอื่นใส่รองเท้าแตะเลยค่ะคือใส่ไปทุกที่ จะเดิน วิ่ง ได้หมด ไม่มีปัญหา อย่างล่าสุดไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่นแล้วล้มเส้นเอ็นหัวเข่าอักเสบ คุณหมอให้ใส่เฝือกอ่อนและห้ามใส่รองเท้าส้นสูงเด็ดขาด แต่มัดมุกทนได้แค่ 2 อาทิตย์ก็ต้องขอใส่เหมือนเดิมทั้งที่ยังไม่หายดี เพราะถ้าไม่ใส่ส้นสูงจะรู้สึกไม่เป็นตัวเอง (ยิ้ม)


“มัดมุกชอบรองเท้าส้นตึกของ KurtGeiger เพราะใส่สบายมาก ส่วนรองเท้าส้นสูงชอบ Christian Louboutin ไว้ใส่เวลาไปงานต่าง ๆ เวลามัดมุกซื้อรองเท้าอย่างแรกที่ดูคือ ดีไซน์ว่าเข้ากับรูปร่างของเรา จะไม่เลือกแบบที่มีสายรัดข้อสูง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ขาดูตัน แต่สำคัญที่สุดคือต้องใส่สบาย จะไม่ซื้อมาแล้วต้องทนเจ็บมัดมุกใช้ของแต่ละอย่างคุ้มมาก ใส่จนพังของที่ซื้อมาแล้วต้องได้ใช้จริง ๆ ไม่ใช่ใส่ได้แค่ 2 – 3 ครั้ง แล้วไม่หยิบอีกเลย หรือบางแบบที่ใส่แล้วสบาย ก็จะซื้อแบบเดิม

แต่หลายสี อย่างรองเท้าส้นสูงของ Christian Louboutin เป็นคู่ที่เพื่อน 10 คนแชร์กันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดอายุ 18 ปี และเป็นคู่ที่ใส่สบายมาก จากนั้นมัดมุกเลยไปซื้อทรงเดียวกันเพิ่มอีกหนึ่งสีมาเลย เพราะรู้สึกว่าคุ้มค่าและใช้ได้บ่อยจริงๆ



“ของบางอย่างแม้ราคาสูง แต่สามารถใช้ได้บ่อยไม่ตกเทรนด์ ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุน (ยิ้ม) อย่างที่บอกมัดมุกไม่ได้แต่งตัวตามเทรนด์มากนัก แต่เน้นการมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เป็นสไตล์ของตัวเอง เพราะเทรนด์มาแล้วก็ไป แต่สไตล์ต่างหากที่อยู่ตลอด

“เราจึงต้องคงความเป็นตัวเองไว้ ไม่ว่าเทรนด์จะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม”

ที่มา – แพรว
www.praew.com

 

อวดหุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 28 พ.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/627084

 

กองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์จัดรอบซ้อมการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016 พร้อมเปิดตัวมงกุฎเพชรประดับมุก ตัวยอดมงกุฎประดับด้วยจี้ไข่มุกบลูโอเชี่ยนล้อมเพชรหนัก 1.5 กะรัต มูลค่า 1.5 ล้านบาท แก่ผู้ได้ตำแหน่ง.

 

ซู่ซ่า ขายาว หุ่นดี! รวมเซ็กซี่สาว Ring Girl ศึกเลือดสาด ONE Championship

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 พ.ค. 2559 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/626715

 

ว้าว ว้าว ว้าว…ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง สำหรับ “ศึกสังเวียนเดือด ONE Championship” หรือที่เราเรียกและรู้จักกันว่า MMA (Mixed Martial Arts) และก่อนจะดูแมตช์เลือดสาดเย็นนี้ ซึ่ง “เดชดำรงค์” ส.อำนวยศิริโชค แชมป์โลกรุ่นสตรอว์เวท เอ็มเอ็มเอ เตรียมป้องกันแชมป์กับ “โยชิทากะ นาอิโตะ” ผู้ท้าชิงจากแดนซามูไร

ไทยรัฐออนไลน์ประมวลภาพสาวๆ Ring girl สุดเซ็กซี่สีสันเวที MMA ทั่วโลกมาให้ชมเรียกน้ำย่อยกัน รับประกันความซู่ซ่า ขายาวหุ่นดี เกาหลีสไตล์เซ็กซี่แน่นอน.


































อ้อ…ถ่ายทอดที่ไทยรัฐทีวี เย็นนี้ เวลา 18.30 น.เป็นต้นไป

 

ยอมแล้วจ้า! รวมทรงผมอลังการงานเดอะสตาร์ คิดไม่ออกบอก ‘อ๊อฟ ปองศักดิ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ค. 2559 08:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/624928

 

ผ่านพ้นกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับการประกวดร้องเพลง “เดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาว ปี 12” สำหรับผู้ชนะเลิศ The Star คนที่ 12 ในปีนี้ของเมืองไทย ไทยรัฐออนไลน์ ขอแสดงความยินดีอีกสักครั้งกับ บิ๊ก – กฤษฎา จันทร์ดี หมายเลข 8 ได้คะแนนโหวตสูงสุด คว้าตำแหน่งเดอะสตาร์คนที่ 12 ของประเทศไปครอบครอง…

จากการเฝ้าเชียร์ผู้เข้าแข่งขันในทุกๆ สัปดาห์ นอกจากความสามารถของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 8 คนที่เราต้องจับตามองแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ผู้ชมและใครหลายคนรอคอยในทุกสัปดาห์นั้นก็คือทรงผมที่เรียกเสียงฮือฮา มีความปัง เก๋ เท่ แบบแม่ก็คือแม่ของหนึ่งในกรรมการคนใหม่ในปีนี้อย่างนักร้องคุณภาพของเมืองไทย ‘อ๊อฟ – ปองศักดิ์ รัตนพงษ์’

ซึ่งทรงผมในแต่ละสัปดาห์ที่ได้มานั้น อ๊อฟบอกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า มาจาก Hair Stylist มากฝีมืออย่าง @kickabite บอกเลยว่าเห็นแล้วขอลุกขึ้นยืนปรบมือรัวๆ ให้กับครีเอทในทุกๆ สัปดาห์ และเราก็ไม่พลาดขอรวบรวมทรงผมอ๊อฟมาให้ได้ชมกัน ใครต้องไปออกงานแล้วยังไม่มีทรงผมเก๋ๆ ปังๆ เราขอแนะนำให้คุณนำทรงพวกนี้ไปเป็นแรงบันดาลใจ


อ๊อฟ – ปองศักดิ์ รัตนพงษ์











แมนๆคุยกัน

ผมแดงก็มา


น่ารักไปอีก



นี่แหละโฉมหน้า Hair Stylist

นี่แหละโฉมหน้า Hair Stylist


ยอมใจกับทรงซามูไร

ที่มาภาพ : aofpongsakkickabite 

 

แบรนด์ SIRIVANNAVARI บุกตลาดเมืองแฟชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/624893

 

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ ทรงเปิด pop-up store แบรนด์ SIRIVANNAVARI แฟชั่นเสื้อผ้าที่ทรงออกแบบ ที่ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าลา รีนาเชนเต ใจกลางเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ระหว่างนี้ถึงวันที่ 14 มิ.ย.2559 โดยประเดิมด้วยผลงานที่เลือกสรรมาเฉพาะจากคอลเลกชั่น Spring Summer 2016 ที่ได้แรงบันดาลใจและจุดประสงค์ที่ต้องการรำลึกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของศิลปะตามยุคสมัย ตั้งแต่ยุคกำเนิดของศิลปะแบบโรแมนติก ไปจนถึงยุคเฟื่องฟูแห่งศิลปะแบบ อิมเพรสชั่น ท่ามกลางบรรยากาศล้อมรอบที่มีกลิ่นอายของแวร์ซาย


พระองค์หญิงสิริวัณณวรีรับสั่งถึงคอลเลกชั่นนี้ว่า เริ่มด้วยการสเกตช์ภาพชาโต เดอ แวร์ซาย ของฝรั่งเศส ทรงนั่งบนม้านั่งและสูดบรรยากาศของ เปอตี แทนง (Petite Trainon), เลอ จาแด็ง เดอ แวร์ซาย (Le jardin de versaille) และ เลอ บาซ็อง แดป็อง (Le bassin d’Appllon) โดยแรงบันดาลใจที่มาของคอลเลกชั่น ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะในยุคโรแมนติกซึ่มและอิมเพรสชั่นนิซึ่ม โดยเฉพาะผลงานจากศิลปินในตำนานอย่าง โมเน่ต์ และเรอนัวร์ “แพตเทิร์นและรูปทรงนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่นนี้ที่ออกแบบก็คือ แพตเทิร์นดอกทิวลิป ตามหลักแล้วแพตเทิร์นคือส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำเสื้อผ้า นั่นคือเหตุผลที่ทำไมเราจึงให้ความสำคัญกับแพตเทิร์นดุจกับเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ห้องเสื้อ SIRIVANNAVARI”


นอกจากนี้จุดเปล่งประกายแห่งเรื่องราวอันงดงามยังถูกเล่าผ่านการปักร้อยเดรสด้วยคริสตัลบีด การปักร้อยด้วยดอกไม้แบบสามมิติบนเดรสรัดรูป การปักร้อยด้วยลูกกูสเบอร์รี่บนแจ็กเกตเอวลอย การประดับร้อยดิ้นทองเป็นนกยูงบนเสื้อแจ็กเกต และแน่นอนว่าต้องมีเอกลักษณ์ที่เป็นเหมือนดีเอ็นเอของแบรนด์คือ การพิมพ์ลายผ้ากราฟฟิกโดยครั้งนี้เจ้าหญิงดีไซเนอร์ได้ทรงรังสรรค์ลายปรินต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะในยุคโรแมนติกซึ่มและอิมเพรสชั่นนิซึ่ม นำเสนอออกมาในรูปแบบโมเดิร์นผ่านการวาดด้วยอคริลิค ซึ่งลายปรินต์ที่เป็นเอกลักษณ์แห่งฤดูกาลนี้ นั่นก็คือนกฮัมมิ่งเบิร์ดในสวนพฤกษา.

 

“แมตช์รองเท้าให้เข้ากับชุดทำงานอย่างไร” มีคำตอบที่นี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 24 พ.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/621248

 

เดี๋ยวนี้ผู้ชายไทยหันมาแต่งตัวมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่วันทำงานที่ยังจัดเต็มกันได้ แต่ต่อให้แต่งหล่อมาทั้งตัว ถ้าต้องมาตกม้าตายที่รองเท้าก็คงถูกมองไม่ดีแน่ ตามคำกล่าวที่ว่า You Could Tell a Man by His Shoes (อยากรู้ว่าผู้ชายเป็นแบบไหนให้ดูรองเท้าที่ใส่) เพื่อช่วยให้คุณใส่ชุดทำงานแล้วเท่ด้วยรองเท้าที่ใช่ เราจะมาบอกวิธีการแมตช์รองเท้าให้เข้ากับชุดทำงาน รู้แล้วก็อย่าปล่อยให้ส่วนเล็กๆ นี้ทำให้คุณพลาดได้นะครับ

มาดูกันว่ารองเท้าประเภทไหนมีลักษณะอย่างไร และควรใส่กับชุดแบบไหนไปทำงาน

1. Oxford

รองเท้าทรงออกซ์ฟอร์ดคือรองเท้าทางการเป็นที่นิยมและผู้ชายทุกคนควรมีติดไว้ รองเท้าทรงนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในสกอตแลนด์ และต่อมาเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนออกซ์ฟอร์ด จึงเรียกรองเท้าทรงนี้ว่าออกซ์ฟอร์ด รองเท้ามีดีไซน์เป็นเชือกผูกด้านหน้า ถูกออกแบบให้เป็นหนังแผ่นเดียวไม่มีตะเข็บ ปัจจุบันมีการพัฒนาดีไซน์ให้ทันสมัยและมีลวดลายมากขึ้น จึงสามารถใส่ได้กับชุดที่ลดระดับความทางการลงมา


รองเท้าออกซ์ฟอร์ดเหมาะกับการใส่คู่กับชุดทำงานที่เป็นทางการและดูเคร่งขรึม หรือสำหรับรองเท้าออกซ์ฟอร์ดที่เพิ่มลูกเล่นและดีไซน์ก็สามารถมิกซ์ให้เข้ากับชุดทำงานที่ดูแคชชวลได้

2. Derby

เดอร์บี้เป็นรองเท้าที่ต้องมีเชือกอยู่ด้านหน้า ย้ำว่าเชือกจะต้องคาดขนานกันเสมอ ดีไซน์คล้ายกับออกซ์ฟอร์ด แต่มีความเรียบมากกว่า และจะมี Vamp (ปีกที่ใช้ร้อยรูเชือกรองเท้า) แยกออกมาด้านบนของรองเท้าเพื่อซ่อนรู้ร้อยเชือก เดิมทีรองเท้าเดอร์บี้ใช้ในการล่าสัตว์และใส่เดินป่า แต่ปัจจุบันเป็นที่นิยมใช่ใส่ออกงานกับชุดสูทหรือชุดทำงานที่เป็นทางการได้ รองเท้าทรงนี้จึงให้ลุคสปอร์ตไปจนถึงทางการ


รองเท้าเดอร์บี้เหมาะกับชุดทำงานตั้งแต่ลุคลำลองไปจนถึงทางการ เข้ากันได้ดีกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวกางเกงสแล็ก หรือชุดทำงานที่ดูสบายขึ้นมาหน่อย เช่น เชิ้ตที่มีลูกเล่นกับกางเกงชิโนก็ยังดูดีแบบสปอร์ตได้

3. Loafer

รองเท้าที่ดูร่วมสมัยและสวมใส่ง่าย ไม่ว่าคุณจะทำงานในออฟฟิศที่ต้องแต่งชุดทางการหรือแบบสบายๆ โลฟเฟอร์เกิดขึ้นในยุโรปแต่กลับฮอตฮิตเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา จากนั้นความนิยมได้แพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว โลฟเฟอร์เป็นรองเท้าที่มีพื้นเรียบ ไม่มีเชือกหรือสายคาดด้านหน้าเลย ด้วยดีไซน์เป็นรองเท้าลำลองนี้เองทำให้รองเท้าทรงนี้สามารถใส่เดินเล่นในวันอาทิตย์หรือจะใส่มาทำงานในเช้าวันจันทร์ก็ได้ ปัจจุบันรองเท้าทรงนี้มีดีไซน์และวัสดุประกอบรองเท้าหลากหลายขึ้นด้วย (โลฟเฟอร์ที่พื้นจะยกสูงขึ้นจนด้านหน้าสามารถสอดเหรียญเพนนีเข้าไปได้ เรียกว่า Penny Loafer ส่วนแบบที่มีพู่ห้อยอยู่ด้านหน้าเพื่อเพิ่มลมความแข็งของดีไซน์เรียกว่า Tassel Loafers)


รองเท้าโลฟเฟอร์เหมาะกับชุดทำงานเท่ๆ ลุคสบายๆ ถ้าใส่พร้อมสแล็คหรือชิโนกับเสื้อเชิ้ตจะช่วยทำให้ชุดทำงานดูน่าสนใจและร่วมสมัยมากขึ้น หรือชุดออกงานที่ต้องใส่เบลเซอร์ รองเท้าทรงนี้ก็ยังเอาอยู่ หากจะใส่กับกางเกงยีนส์หรือชิโนก็จะช่วยให้ดูเท่และยังคงลุคทำงานไว้ได้ แต่โปรดท่องจำเอาไว้ว่าโลฟเฟอร์ไม่ใช่รองเท้าทางการ ดังนั้นข้อห้ามคือไม่ควรใส่กับชุดทำงานหรือชุดสูทที่เป็นทางการเด็ดขาด

4. Sneakers

รองเท้าที่เป็นที่สุดแห่งความนิยมในยุคนี้ ได้แก่ สนีกเกอร์ รองเท้าที่ใช้ได้กับทุกงานทุกโอกาสยกเว้นกับชุดทางการ เดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อนักกีฬา เป็นรองเท้าพื้นยางทำให้มีความยืดหยุ่น เพราะพื้นรองเท้าทำด้วยยางนี้เอง เวลาเดินจะมีเสียงเอี๊ยดๆ เหมือนคนกำลังทำลับๆ ล่อๆ ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า Sneak รองเท้านี้จึงถูกเรียกว่า Sneaker ต่อมาได้มีการปรับปรุงให้สามารถใส่ได้ในหลายโอกาส สนีกเกอร์มีหลายระดับตั้งแต่สตรีทแบรนด์ไปจนถึงไฮเอนด์แบรนด์ที่มีราคาสูง เดี๋ยวนี้สนีกเกอร์จึงไม่ใช่แค่รองเท้ากีฬาธรรมดาเพราะบางคู่ถูกออกแบบให้มีดีไซน์ล้ำโลกและราคาแพงหูฉี่


สนีกเกอร์เหมาะกับการใส่กับชุดทำงานแบบลำลองและไม่เป็นทางการ ถึงแม้จะเป็นรองเท้าแบบลำลองก็มีข้อยกเว้นว่าใส่กับชุดทางการได้ แต่นั่นแปลว่าคุณจะได้ชุดทางการแบบสมาร์ทแคชชวลแทน (ถ้าที่ทำงานไม่ว่า) ลองมิกซ์แอนแมตช์สนีกเกอร์ดีๆ สักคู่กับสูทดูได้

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

ผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดในประเทศไทย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ค. 2559 15:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/624576

 

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้ว เมื่อนิตยสาร FHM ประเทศไทย จัดแคมเปญ FHM 100 SEXIEST WOMEN IN THE WORLD 2015 ปีนี้ก็เก๋ไก๋มาด้วยคอนเซปต์เก๋ๆ สาวๆ บนหน้าปกหน้าใหม่คนไหนเซ็กซี่มากที่สุดแห่งปี…

ไม่ว่าจะเป็นสาวหน้าใหม่อย่างเช่น สายป่าน, แซมมี่ เคาวเวลล์, วาววา, มิ้นท์ ณัฐวรา, มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ, โม อามีนา, กัสจัง จีร่าร์, แนนนี่เกิร์ลลี่ เบอร์รี่, มะนาว ศรศิลป์, กระแต อาร์สยาม, มิน พีชญา, ชัญญา ทามาดะ, เกรซ กาญจน์เกล้า, หญิง กัญญาพัชร์, ดิว อิสรา, ฝ้าย เวฬุรีย์, มารี เบิร์นเนอร์, ตัวโน้ต พิจิก

หรือสาวๆ รุ่นพี่ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปู ไปรยา, เมย์ พิชญ์นาฏ, โบวี่-อัฐมา, บี-น้ำทิพย์, ใบเตย อาร์สยาม, ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่, ซาร่า มาลากุล เลน, หมิว-สิริรภัส, เบลล่า ราณี, ไอซ์-อภิษฎา, แม็กกี้ อาภา, วีเจจ๋า, ดาว พิมพ์ทอง, โอซา แวง, อุ้ม ลักขณา, หยาดทิพย์, หญิง รฐา , กิ๊บซี่ วนิดา, หยก ธัญยกันต์

ไทยรัฐออนไลน์ประมวลภาพแฟชั่นหวิวของสาวๆ มาให้ชมกันก่อนจะประกาศว่าใครเซ็กซี่มากที่สุด รับประกันเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว












อ้อ…ศุกร์ที่ 27 พ.ค.นี้ รู้ผลแน่นอน.

 

สาววิศวะ หันมาเอาดีเป็นช่างผม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/624333

 

สายสม-ปรีชา วงศาสุลักษณ์ กำลังใจสำคัญของ ลูกน้ำ-ปณิธาร ลูกสาว.

มีชื่อในวงการทำผมมาหลายปี “ลูกน้ำ-ปณิธาร วงศาสุลักษณ์” ลูกสาวเถาแรกของ สายสม-ปรีชา วงศาสุลักษณ์ ได้ฤกษ์ดีเปิดแฮร์ซาลอนของตัวเอง WONGS พร้อมโชว์ฝีมือในงาน “WONGS Hair Show for Charity” โดยได้รับพระกรุณาจาก พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ ประธานเปิดงาน ที่ร้าน WONGS ชั้น 1 อาคารโกลเด้น เพลส พลาซ่า ราชดำริ เมื่อเร็วๆนี้


บรรยากาศในงานคึกคักไปด้วยกัลยาณมิตรที่มาร่วมช่วยงานการกุศลอย่างเต็มที่ ทั้งนางแบบกิตติมศักดิ์และนางแบบมืออาชีพ ซึ่งการโชว์ผมครั้งนี้จัดในธีม Elegant โดยดึงเอกลักษณ์ของนางแบบแต่ละคนออกมาทางแบบผม โดย ลูกน้ำ-ปณิธาร สาว วิศวะที่หันมาจับกรรไกรตัดผมด้วยใจรัก เปิดเผยว่าร้านนี้เป็นความตั้งใจที่อยากมีอะไรของตัวเอง ชื่อร้าน WONGS ก็มาจากชื่อนามสกุลตัวแรกที่เป็นภาษาอังกฤษ ความตั้งใจในการจัดงาน ก็อยากทำการกุศลด้วย จึงนำรายได้จากการจัดงาน ทั้งการขายบัตรของขวัญ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย สมทบทุนค่าอาหาร และอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำกินนอนของเด็กหญิงกำพร้า ที่พ่อแม่เสียชีวิตจากโรคเอดส์ รวมทั้งเด็กที่ถูกทอดทิ้งด้วย…..



ชีวิตสุดฮิปหัวจรดเท้าสไตล์ Greyhound

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 พ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/623194

 

“เราขายสไตล์ ไม่ใช่แฟชั่น” คือไอเดียหลักของแบรนด์แฟชั่นระดับท็อปสัญชาติไทย Greyhound ที่ยังคงฮิปเหนือกาลเวลา จากจุดเริ่มต้นร้านขายเสื้อผ้าร้านแรกที่สยาม เซ็นเตอร์ เมื่อ 36 ปีที่แล้ว เดินทางมาสู่ความเป็นครีเอทีฟไลฟ์สไตล์คอนเซปต์ใหม่ล่าสุด “#LIVE LIKE HOUND” by Greyhound บนพื้นที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน


ในฐานะผู้ก่อตั้งแบรนด์ Greyhound “ภาณุ อิงคะวัต” บอกเล่าถึงคอนเซปต์ฮิปไม่เหมือนใครว่า คอนเซปต์ของแบรนด์เราคือ“Basic with a twist” ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร Greyhound Cafe และ Anotherhound Cafe จะเสิร์ฟอาหารด้วยไอเดียช่างคิดในทุกเมนู หรืออย่างการแตกไลน์เสื้อผ้าสู่แบรนด์ใหม่ๆ อย่าง Playhound, Smileyhound และ Everythinghound ก็นำเสนอสินค้าครีเอทีฟไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตคนรุ่นใหม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สร้างอิมเมจให้ Greyhound มีความชัดเจนด้านไลฟ์สไตล์ในแบบของตนเอง มาถึงวันนี้เราได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำแบรนด์ ไลฟ์สไตล์ ด้วยการสร้างสรรค์โปรเจกต์ใหม่ในรูปแบบไลฟ์สไตล์คอนเซปต์สโตร์ โดยเนรมิตบรรยากาศเป็นอพาร์ตเมนต์ส่วนตัว เปิดบ้าน ให้แฟนๆเกรย์ฮาวด์ได้มาสังสรรค์แฮงค์เอาท์กัน ภายในอพาร์ตเมนต์จะอบอุ่นเป็นกันเองไปด้วยห้องรับแขก, ห้องนั่งเล่น, มุมพักผ่อน, ห้องนอน, ห้องครัว และห้องน้ำ



สำหรับแฟชั่นนิสต้าสาวกเกรย์ฮาวด์ ก็มีเสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่ให้เลือกสรรในรูปแบบ Walk in Closet พร้อมโซนใหม่วินเทจรีมิกซ์ หยิบเสื้อผ้ามือสองของนักสะสมมาครีเอทใหม่กลายเป็นไอเท็มหายากน่าครอบครอง นอกจากนี้ยังมีผลงานฮิปๆจากดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ไฟแรง มาเอาใจนักช็อปรสนิยมดี ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าหนัง Isawan, กระเป๋าปักชื่อ Nametag, จิวเวลรี่ดีไซน์แปลกตาจาก Carletta และ Arquetype, รองเท้า London Brown, หมวกรีไซเคิลจากเศษผ้าเก่า Mad Matter, เครื่องเซรามิกกลิ่นอายไทยจาก Cone No.9, แผ่นเสียงเก่า, หนังสือหายาก และสิ่งละอันพันละน้อย ที่มากไปด้วยสไตล์ บ่งบอกรสนิยมความเป็นชาวเกรย์ฮาวด์


นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแนว Installations เปิดให้ศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ หมุนเวียนกันมาสร้างสรรค์ผลงาน และจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป เพื่อให้คนรักงานศิลป์ได้มีพื้นที่ Creative Living Space พบปะแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แบบไร้ขีดจำกัด.




ลองกันมั้ย 6 กฎบิวตี้ ที่เราขอลองทำแบบ reverse !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Cleo Thailand 19 พ.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/619170

 

อะๆ ขึ้นหัวมาอย่างนี้ก็อย่างงว่าคืออะไร ทำไมต้องลองทำแบบนี้ เอาจริงๆ นะคือกฎของบิวตี้มันก็ไม่ได้มีอะไรตายตัวหรอกว่ามันต้องทำอย่างนี้อย่างนั้นไปตลอดหรอก อะไรที่มันเปลี่ยนแปลงแล้วชีวิตจะดีกว่าก็ลองทำเหอะ ไม่ได้เสียหายอะไรนี่

1. ลงอายแชโดว์ก่อนรองพื้น

ก็ปกติเวลาที่เราลงรองพื้นก่อนที่จะแต่งตาทีไร พวกอายแชโดว์ก็จะชอบร่วงลงบนหน้าถูกมั้ย ยิ่งวันไหนแต่งแบบมสโมกกี้อายส์ละก็ร่วงหนักเลยจะเช็ดออกก็ทำให้รองพื้นเป็นด่างไปอีก เพราะฉะนั้นจะไปยากอะไร ก็แต่งตาก่อนลงรองพื้นไปซะ พอเลอะก็จะได้คลีนออกได้ง่ายกว่าแล้วค่อยลงรองพื้นตาม

2. ลงบรอนเซอร์ก่อนปัดบลัชออน

ไม่ว่าจะเป็นบรอนเซอร์แบบฝุ่น หรือแบบครีม ให้ลงก่อนปัดบลัชออน เพราะจะทำให้เราเห็นโครงหน้าของตัวเราเองได้ชัดเจนกว่าการที่เราลงหลังปัดบลัชออนไปแล้ว

3. เขียนคิ้วเป็นอันดับสุดท้าย

ปกติบางคนยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยก็ขอเขียนคิ้วนำมาก่อนเลย ลองเก็บเอาไว้เป็นสิ่งสุดท้ายเลย เพราะเขาบอกกันมาว่าจะได้แต่งให้แมตช์กับเปลือกตา แก้ม และปากมากที่สุด

4. ใช้คอนดิชันเนอร์ก่อนแชมพู

อะๆ ไม่ต้องงง เราหมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ เพราะบางครั้งพวกคอนดิชันเนอร์ที่เนื้อริชมากกกก แต่มันก็บำรุงผมได้เริดมากกกกกกงี้ พอเราสระผมเสร็จแล้วค่อยใช้มันก็ทำให้หลังสระผมเราลีบแบนเกินไป ง่ายๆ ก็กลับกันขึ้นมาที่ลงคอนดิชั่นเนอร์ก่อนเลย เสร็จแล้วค่อยใช้แชมพูสระตามอีกที แค่นี้ผมก็จะไม่ลีบแบนจากครีมนวดที่ริชเกินไปแล้ว

5. แต่งหน้าให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเป่าผม

จากผลการวิจัยที่เขาบอกกันมาเนี่ย ผู้หญิงกว่า 70% จะเป่าผมก่อนแต่งหน้า (ไม่อยากบอกว่าเราก็ด้วย) ซึ่งเหล่าเมคอัพเมืองนอกเขาแนะนำกันมาว่าให้ลองเปลี่ยนมาแต่งหน้าให้เสร็จก่อน แล้วระหว่างนั้นก็ให้เก็บผมไว้อยู่ในผ้าขนหนูนั่นแหละ พอแต่งเสร็จผมก็จะเริ่มหมาดมาระดับนึงแล้ว เราจะเป่าผมได้แห้งไวกว่า แล้วยังประหยัดไฟ แถมผมยังไม่ต้องโดนความร้อนเยอะด้วย

6. ดัดขนตาก่อนปัดมาสคาร่า

มีหลายคนที่ชอบปัดมาสคาร่าก่อนแล้วค่อยมาดัดขนตา เพราะรู้สึกว่ามันช่วยงัดขนตาให้เด้งขึ้นได้เริดกว่า แต่ความจริงแล้วการทำแบบนั้นคือการทำร้ายขนตาอย่างรุนแรง ขนตาคุณจะหัก และพังในระยะยาว เพราะฉะนั้นท่องไว้ดัดขนตาก่อนปัดมาสคาร่าทุกครั้งนะคะ!!

ที่มา – Cleo Thailand
www.cleothailand.com