ชิค ชิล คูล ไม่มีเบื่อ! ‘ม.ล.วิกกี้-วรารมณ์’ อวดสนีกเกอร์สุดเลิฟ เท่ระเบิดเลย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/620733

 

ไม่บ่อยนักที่จะเจอะเจอเซเลบฯ สาวสวย ‘ม.ล.วิกกี้-วรารมณ์ ชุมพล’ ตามงานอีเวนต์ ทว่าล่าสุด ไทยรัฐออนไลน์ กลับได้เจอเธอแบบบังเอิ๊ญบังเอิญในงานเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ของแบรนด์ ‘โอนิซึกะ ไทเกอร์’ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว เราเลยไม่พลาดโอกาสนี้คว้าตัวเธอมากระทบไหล่พูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกันสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นสนีกเกอร์คู่โปรดสุด เทคนิคการเลือกสนีกเกอร์ ตลอดจนการแมทช์เสื้อผ้าและสนีกเกอร์แบบฉบับสาวชิค


เซเลบฯ สาวสวยสุดชิค ‘ม.ล.วิกกี้-วรารมณ์ ชุมพล’

‘จริงๆ เราเป็นคนชอบใส่อะไรเรียบง่าย และสามารถลุยไปได้ทุกที่นะ อย่างรองเท้าผ้าใบเป็นสไตล์ที่เราชอบใส่มากที่สุด แทบจะทุกวันเลยก็ได้’ ม.ล.วิกกี้-วรารมณ์ ชุมพล สาวชิคที่ชื่นชอบความเรียบง่ายทว่าคลาสสิก ครุ่นคิดสักครู่ถึงสไตล์รองเท้าที่ชอบ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

สำหรับเธอแบรนด์รองเท้าที่ชอบมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ‘โอนิซึกะ ไทเกอร์’ ที่สะสมรวมๆ อยู่ที่บ้านแล้วก็ประมาณเกือบ 10 คู่เลยทีเดียว ‘เราชอบใส่ โอนิซึกะ ไทเกอร์ นะ เพราะมันเบา ใส่สบาย เดินไปไหนก็คล่อง แถมดีไซน์เก๋น่ารักดี อันนี้คือเราพูดจริงๆ ไม่ได้อวยแต่อย่างใด ตอนแรกเพื่อนๆ แนะนำบอกแบรนด์นี้ดี เราก็แบบเอ๊ะ…จริงเหรอ? ความรู้สึกเรามันก็แค่รองเท้าผ้าใบปกติ จนวันหนึ่งเราได้ลองซื้อใส่ดู จำได้ว่าตอนนั้นเรากำลังหาซื้อรองเท้าผ้าใบไปเที่ยว พอได้ใส่จริงๆ เราก็รู้สึกว่ามันดีเลยอ่ะ ทั้งเบาสบาย ใส่ไปนานๆ ไม่เจ็บเท้า และที่สำคัญแมทช์เข้ากับชุดได้ง่ายด้วย คือตรงนี้เอาใจเราไปเลย เชื่อไหมว่าพอเราได้ใส่แบรนด์นี้แล้ว เราไม่ใส่คู่อื่นเลยนะ ผ้าใบที่มีๆ อยู่ในตู้เหมือนวางไว้เฉยๆ อ่ะตอนนี้ (หัวเราะร่า)’


สนีกเกอร์เลิฟสุดต้องคู่นี้ ‘โอนิซึกะ ไทเกอร์’

เธอเผยต่ออย่างสนุกว่า ‘โอนิซึกะ ไทเกอร์’ คู่แรกที่เธอลองซื้อใส่เป็นรุ่น Mexico 66 Slip on แบบสวมสีขาว-ดำ มันเป็นผ้าใบที่ให้อารมณ์ Girly นิดๆ ซึ่งพอลองแล้วมันโอเคเข้ากับเธอสุดๆ ทั้งดีไซน์สวย หรือจะสีขาวเบสิกก็แมทช์ได้กับทุกชุด ไม่ว่าจะใส่ขาสั้น กระโปรง หรือใส่ออกอีเวนต์บางทีก็ไม่น่าเกลียด


‘โอนิซึกะ ไทเกอร์’ รุ่น Mexico 66 Slip on

กับประสบการณ์ครั้งแรกที่ใส่เธอยอมรับว่าเกิดความประทับใจไม่น้อย ทำให้ตั้งแต่นั้นเธอฟอลโลคอลเลกชั่นของ ‘โอนิซึกะ ไทเกอร์’ มาเรื่อยๆ และอดไม่ได้ที่จะเข้าไปส่องดูคู่เจ๋งๆ ทุกครั้งเวลาที่เดินผ่านเคาน์เตอร์ ‘(หัวเราะ) ก็ไม่ขนาดนั้นนะ แต่ยอมรับว่าเข้าไปทีไรเป็นต้องเสียเงินทุกที ทุกๆ คอลเลกชั่นที่ผ่านมาเราชอบเกือบหมดเลย ทั้งดีไซน์สวย มีลูกเล่นใหม่ๆ ที่สะดุดตาตลอด แต่ถามที่ชอบสุดก็คงเป็นแบบ Slip on นั่นแหละ เพราะมันใส่ง่ายมาก ใส่สบาย และมีดีไซน์แบบเรียบๆ สำหรับคู่ต่อไปตอนนี้เรามองหาเป็นสีขาวขลิบทอง-ขลิบเงิน เพราะเราเป็นคนชอบสีออกเงินๆ ทองๆ หน่อย ว่าจะไปช็อปมองหาสักคู่ที่โดนๆ อยู่เหมือนกัน’


‘ม.ล.วิกกี้-วรารมณ์ ชุมพล’ สาวชิคที่ชื่นชอบความเรียบง่าย ทว่าคลาสสิก

ว่าในเรื่องเทคนิคการเลือกสนีกเกอร์สักคู่นั้น เธอจะมองที่ดีไซน์ สีสัน และลูกเล่นแปลกใหม่รวมๆ กัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือมันต้องสามารถอแดปได้กับเสื้อผ้าหลายชุด เปลี่ยนได้หลายลุคหลายสไตล์ เพราะไม่งั้นมันก็จะดูน่าเบื่อ จำเจกับลุคเดิมๆ และต้องคอยหาซื้อรองเท้าที่เข้ากับชุดตลอดเวลา ‘เราเป็นคนใส่รองเท้าทีละคู่นะ ไม่ค่อยเปลี่ยน ใส่แล้วจะใส่จนมันเก่า ฉะนั้นเราก็อยากได้สนีกเกอร์ที่สามารถใส่เข้าได้กับทุกๆ ชุด ในทุกๆ วันแบบไม่จำเจ ไม่ว่าจะใส่กับชุดนี้เข้ากัน หรือใส่ชุดนั้นกับรองเท้าคู่เดิมก็โอเค ส่วนในเรื่องสีต้องเป็นสีทอง และสีเงินเท่านั้นเลย ถ้าไม่นับเบสิกสีขาวนะ เพราะนั่นเป็นสองสีที่เราชอบจริงๆ และมันเข้ากับเสื้อผ้าในตู้หมดเลย ถ้าจะให้เรามาซื้อสีดำ สีฟ้า หรือสีที่มันเฟดออกไปมาก มันก็จะดูไม่เข้ากัน’


สนีกเกอร์คู่โปรดต้องแมทช์กับเสื้อผ้าทุกชุด!

และเมื่อถามเทียบระหว่างช็อปที่ไทยกับต่างประเทศ เธอก็ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า เธอนั้นชอบซื้อสนีกเกอร์ที่ต่างประเทศซะมากกว่า เพราะไม่เพียงมันจะมีราคาที่ถูกกว่า (นิดหน่อย) ทว่ายังมีไซส์เหลือให้เลือกเยอะ ไม่หมดเร็วเหมือนที่ไทย ซึ่งเธอเหมากลับมาครั้งนึงทีก็ประมาณ 2-3 คู่เลยทีเดียว ‘อันนี้เพราะเราเลือกไม่ถูกว่าจะเอาคู่ไหนดี หรือจะเอาทั้งสองสีเลยดีไหม ตอนแรกก็อุตส่าห์ตัดใจจะเอาคู่เดียวแล้วนะ ใช้เวลาเลือกอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่สรุปสุดท้ายก็ซื้อมาหมดเลย (หัวเราะ) แล้วมีครั้งหนึ่งเราไปยุโรปกับเพื่อน ไปช็อปโอนิซึกะ เราตัดสินใจซื้อสีเงินมาคู่หนึ่งแล้วนะ แต่พอผ่านไปครึ่งเดือนเท่านั้น ยังไง๊ยังไงเราก็ต้องกลับมาซื้อสีทองอีกคู่ คือแบบเห็นแล้วมันโดนอ่ะ ไม่ซื้อมันก็น่าเสียดายอยู่ ตอนแรกเพื่อนๆ ก็ถามนะว่าจะซื้อสีทองไปด้วยเลยไหม เราก็แบบเอ๊ะ…จะดีเหรอ คิดอยู่ไง จนสุดท้ายเราก็กลับมาซื้ออยู่ดี เป็นคู่ที่ใส่อยู่ตอนนี้เลย ห้ามใจไม่เคยได้จริงๆ’


เซเลบฯ สาวสวย ‘ม.ล.วิกกี้-วรารมณ์ ชุมพล’ อวดสนีกเกอร์สุดเลิฟ

ชิค ชิล คูล ไม่มีเบื่อ!

อย่างไรก็ดี เธอย้ำทิ้งท้ายว่า ‘โอนิซึกะ ไทเกอร์’ เป็นแบรนด์ที่เธอชอบมากที่สุด เพราะมันแต่งเข้าได้ทุกสไตล์จริงๆ อย่างวันนี้เธอใส่เดรส (สั้นยาวได้หมด) กับสนีกเกอร์ก็จะเป็นแบบแนวๆ ชิลๆ หรืออีกวันอาจเปลี่ยนเป็นแนวโบฮีเมียนใส่สนีกเกอร์เดินข้าวสาร หรือเจเจ ก็ดูแปลกตาไม่เหมือนใคร ทว่าเห็นแบบนี้ใช่ว่าเธอจะยี้รองเท้าแตะนะ หากแต่เธอนั้นเป็นคนที่ข้อเท้าอักเสบได้ง่าย เวลามีตัวอะไรมากัดนิดหน่อย มีเชื้อโรคเข้าก็จะบวมช้ำแล้ว เพราะแบบนั้นเธอเลยพยายามใส่รองเท้าปิดๆ โดยการเลือกสนีกเกอร์ชิคๆ มาใส่แทนยังไงล่ะ!


สนีกเกอร์สีเงินก็สวยอยู่นะ

คุณสามารถติดตามความน่ารัก และอีเวนต์อื่นๆ ของเธอต่อได้ที่ :

IG : VJUMBALA

Facebook : VICKI JUMBALA  

 

สกินแคร์ออร์แกนิก แบรนด์ดังจากอังกฤษ ช่วยไขความลับที่ซ่อนเร้นของผิวพรรณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 พ.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/622203

 

นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ (Neal’s Yard Remedies) สกินแคร์ออร์แกนิก พรีเมียมจากประเทศอังกฤษ ได้ฤกษ์เปิดสาขาแรกในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ โดยการนำเข้าของ สุมนัส มนตรีโชค กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท โคเว้นท์ การ์เดน (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมกันนี้ มร.แฟรน จอห์นสัน ผู้บริหารนีลส์ยาร์ด เรมมิดีส์ จากอังกฤษ ได้บินมาร่วมยินดีด้วย ที่ชั้น M บิวตี้ฮอลล์ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เมื่อเร็วๆนี้


สุมนัส มนตรีโชค, แฟรน จอห์นสัน และพร้อมรัก ลิ้มสดใส.

สุมนัส มนตรีโชค กล่าวถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพจากธรรมชาติ นีลส์ ยาร์ดเรมมิดีส์ สกินแคร์ออร์แกนิกระดับพรีเมียม ว่า ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของส่วนผสมออร์แกนิกจากพืชพรรณธรรมชาติ นับจากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 35 ปีแล้ว นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อไขความลับที่ซ่อนเร้นของผิวพรรณ และหาวิธีฟื้นฟูและบำบัดในวิถีธรรมชาติแบบองค์รวม พร้อมค้นหาและคัดสรรส่วนผสมอันทรงคุณค่าแบบออร์แกนิกที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อฟื้นบำรุงผิว จนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก โดย นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ก่อตั้งขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่ต้องการมีส่วนร่วมในการปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของคน ให้มีสุขภาพดียิ่งขึ้นด้วยการใช้พลังจากธรรมชาติ โดยเปิดตัวครั้งแรกในละแวกนีลส์ ยาร์ด ย่านโคเว้นท์ การ์เดน แหล่งท่องเที่ยวและย่านช็อปปิ้งชื่อดังในประเทศอังกฤษ ปัจจุบันมีสาขามากถึง 50 สาขาทั่วประเทศอังกฤษ และมีสาขาในต่างประเทศมากถึง 21 ประเทศใน 5 ทวีป


แฟนคลับนีลส์ ยาร์ด…อนุตตรา เคียงศิริ และพลอย จริยะเวช.

อนุตตรา เคียงศิริ หนึ่งในเซเลบริตี้สาวผิวใส กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้รู้จักแบรนด์นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ว่า ได้รู้จักมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสืออยู่ที่ประเทศอังกฤษ จากนั้นพอเริ่มเดินทางก็จะเห็นร้านนีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ในหลายๆประเทศ ทั้งสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ฯลฯ และความที่เป็นคนผิว แพ้ง่ายมาก จึงทำให้ชอบใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นีลส์ ยาร์ด เรมมิดีส์ ในกลุ่มกุหลาบและแฟรงคินส์เซนส์ ที่เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ที่สำคัญคือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมไม่รุนแรงกับผิวจนเกินไป ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองมากที่สุด.

 

แม็กนั่ม เอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ เมืองคานส์ สุดอลังการคลาสสิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 พ.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/622188

 

แม็กนั่ม ไอศกรีมแบรนด์ดังระดับโลก โดย จูเลียน บาร็อก Global Brand Vice President จัดเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้อย่างยิ่งใหญ่ “A Unique Celebration of Magnum Classic in Cannes” ที่ลอนดิ้ง บีช เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส โดยมีคนดังตบเท้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ เคนดัลล์ เจนเนอร์ นางแบบสุดฮอตระดับโลก



จูเลียน บาร็อก


คนดังที่มาร่วมงาน ใหม่-ดาวิกา, สเตฟานี จี-ซิงเกอร์, คาร์โล ดัวร์, ซีเนียร์ ชูมีร์.

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ (ขวา) กระทบไหล่นางแบบสุดฮอต “เคนดัลล์ เจนเนอร์”.

ริต้า เพอเรร่า นางแบบและนักแสดงชื่อดังชาวโปรตุกีส.

บรรยากาศภายในงาน ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจากทั่วโลก ที่ต่างมารอการปรากฏตัวของเหล่าคนดังอย่างแน่นขนัด ทันทีที่เหล่าเซเลบฯ เข้ามาในงาน ช่างภาพก็ลั่นชัตเตอร์กันแบบไม่ยั้ง ประหนึ่งดาราเดินปรากฏตัวบนพรมแดง รวมถึงแม็กนั่ม แบรนด์ แอมบาสเดอร์ จากประเทศไทย “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ซึ่งไปร่วมงานเป็นปีแรก ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน โดย“ใหม่” ปรากฏตัวในโททัลลุคที่สง่างาม ในชุดของแบรนด์ไทยดีไซเนอร์สุดเปรี้ยว Vatanika เป็นเดรสยาวสีน้ำตาลอ่อน ที่ได้แรงบันดาลใจจากสีไอศกรีมแม็กนั่ม อัลมอนด์ ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนตามแบบ ฉบับ Vatanika ที่ต้องการ สื่อถึงความรู้สึกสนุก Fun with a Twist เหมือนการกินแม็กนั่ม อัลมอนด์ โดยชุดนี้ถูกดีไซน์ให้เหมาะกับปาร์ตี้สุด เอ็กซ์คลูซีฟ ในบรรยากาศค่ำคืน แห่งความคลาสสิก ริมชายหาดส่วนตัว และในเวลาไล่เลี่ยกัน “เคนดัลล์ เจนเนอร์” นางแบบสุดฮอตก็มาปรากฏตัวในงาน ทั้งใหม่-ดาวิกา และเจนเนอร์ต่างร่วมพูดคุยและดื่มด่ำบรรยากาศความสนุกและคลาสสิกในโซนวีวีไอพี…ติดตามความเคลื่อนไหวนี้ได้ทาง www.magnumth.com  หรือทางเฟซบุ๊ก Magnum, อินสตาแกรม magnum.th และแฮชแท็ก #Classicincannes

 

เปียกไม่กลัว กลัวไม่สวย! อัพเดต 6 สไตล์ แต่งหน้าสู้ฝนเทรนด์ 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2559 13:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/621252

 

ฝนตกแล้ว เฮ้! ก็มันดีใจอะ หลังจากที่แดดเมืองไทยเผาผิวสวยของสาวๆ เกรียมอยู่นาน ในที่สุดเม็ดฝนก็โปรยปรายลงมาสักที คนกรุงได้เย็นฉ่ำชื่นใจกันบ้างเนอะ เอาล่ะ…ไม่บ่นให้มากความ ไหนๆ ฤดูฝนมาเยือนแล้ว ถึงเวลาอัพเดตเทรนด์แต่งหน้า ต้อนรับหน้าฝนปี 2016 กันดีกว่า

บิวตี้ไอเทม ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้ จะชวนสาวๆ มาดูสิว่า เทรนด์การแต่งหน้าฤดูฝนปีนี้ สไตล์ไหนมาแรงแซงโค้ง ยิ่งได้ดูดาราเดินพรมแดงเมืองคานส์แล้ว ยิ่งได้ไอเดียการแต่งหน้าสุดปัง ระบายสีสันบนใบหน้าได้สนุกสุดฟินกว่าเดิม

ส่วนจะมีสีสันไหนโดนใจคุณบ้างหรือเปล่า? มาเช็กกันเลย

ลุคกลางวัน สดใส สวยวิ้ง!

สำหรับฤดูฝน เทรนด์การแต่งหน้าของปีนี้ เน้นการเปลือยผิวใสแบบธรรมชาติ แต่งสีอ่อนๆ ใสๆ กระชากวัยดีนักแล หรือว่าถ้าอยากเพิ่มความสนุกสนานเข้าไปอีก ให้เน้นไปที่สีปากและสีบนเปลือกตาของคุณ ส่วนคิ้วเน้นบางๆ แต่งทรงคิ้วให้เรียงเส้นสวยก็พอ

ทั้งนี้ ต้องใช้เครื่องสำอางที่ติดทนนาน กันเหงื่อ กันน้ำ โดยเฉพาะรองพื้นต้องติดทน เวลาโดนฝนแล้วไม่ละลายไหลเยิ้ม ส่วนบลัชออน และอายแชโดว์ให้เน้น ‘เนื้อครีม’ ดีกว่า ‘เนื้อฝุ่น’ นะจ๊ะ


แต่งใสๆ ก็ชนะใจหนุ่มๆแล้ว

สำหรับสีที่แนะนำ ลองเลือกลิปสติกที่สีสดใส เช่น สีชมพูบาร์บี้ สีชมพูลูกกวาด สีแดงแอปเปิ้ล หรือสีส้มสด เป็นต้น ส่วนสีเปลือกตาลองกรีดอายไลเนอร์สีฟ้า หรือทาอายแชโดว์สีฟ้าน้ำทะเล ทำให้ดูเด่นสดใสขึ้นมาทันที

ปล. อย่าประโคมจัดหนักในคราวเดียวนะ ถ้าตาสีสดแล้ว สีปากก็ควรดร็อปลง หรือถ้าเลือกจะทาสีปากให้เด่น สีตาก็ควรลดลงอย่าเข้มมาก เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็พอจ้า

1. ลุคสวยใส แต่งหน้าเหมือนไม่แต่ง


เผยผิวใส สุขภาพดี แค่นี้ก็เด็ดแล้ว

ลุคนี้เน้นแต่งหน้าด้วยสีสันเบาๆ แต่เผยผิวใสสุขภาพดี งานซ่อมหน้าต้องมา ใครมีปัญหารอยสิว รูขุมขนกว้าง ต้องเลือกใช้ไพรเมอร์ รองพื้น และคอนซีลเลอร์ดีๆ เพื่อปกปิดจุดบกพร่องให้เริ่ดที่สุด จากนั้นอาจจะแต่งแต้มโทนสีชมพูอ่อนๆ หรือสีเบจ ทั้งเปลือกตา พวงแก้ม และริมฝีปาก และอย่าลืมเขียนคิ้วให้เรียงเส้นเบาๆ และปัดขนตาฟุ้งๆ ด้วยล่ะ

2. เปลือกตาสดใส ประกายวิ้งไปอีก


เพิ่มเปลือกตาสีฟ้าสดใส

ลุคนี้เน้นความโดดเด่นที่ดวงตา สีที่กำลังมาแรง ได้แก่ เปลือกตาสีฟ้าสดใส หรือจะเลือกอายไลเนอร์สีฟ้าก็ได้ แต่งแต้มลงไปให้ดวงตาประกายเจิดจรัส ส่วนสีปากพยายามคุมโทนอย่าให้แรงแข่งกับสีตา อาจเลือกเป็นสีนู้ดชมพู นู้ดส้ม ประมาณนี้ก็ได้

3. สีปากโดดเด่นสะดุดตา น่าจุ๊บ


สีชมพูช็อกกิ้งพิงค์

เพิ่มความสดใสด้วยปากสีส้ม

ส่วนใครที่อยากให้เรียวปากดูโดดเด่น น่าจุ๊บ ลองเลือกสีสันสนุกๆ อย่างสีชมพูลูกกวาด หรือสีส้ม ก็ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นเยอะ ส่วนตาไม่ต้องเน้นสีสันเยอะ กรีดตาเบาๆ ปัดขนตางอนๆ ก็เอาอยู่

ลุคดินเนอร์ยามค่ำคืน เรียบแต่เริด!

ส่วนการแต่งหน้าต้อนรับฤดูฝนในยามค่ำคืน ไม่ว่าคุณจะมีนัดดินเนอร์ หรือไปงานกลางคืน ขอให้เน้นแต่งตาและคิ้วเป็นพิเศษ สำหรับดวงตานั้น การแต่งแบบสโมกกี้อายยังคงมาแรง แต่จะลดความเข้มขรึมลงหน่อย โดยใช้โทนสีสีน้ำตาล หรือเทาอ่อนๆ ก็พอ ไม่ต้องเข้มจนหน้าดุ และสามารถเพิ่มลูกเล่นด้วยกลิตเตอร์สีเงินหรือสีทองก็ได้ อ้อ! อย่าลืมเพิ่มขนตาปลอมฟูๆ ด้วยล่ะ

ส่วนสีปาก สีที่กำลังมาแรงช่วงนี้ก็คือ สีเลือดนกหรือแดงเข้มกำมะหยี่ ทั้งนี้ ก็ควรบาลานซ์สีปากให้กลมกลืนกับสีตาด้วย ส่วนใครที่อยากให้ดวงตาโดนเด่น ไม่อยากลงสีปากแรงๆ ก็เลี่ยงมาใช้สีโทนนู้ดแทน ก็เริดไม่แพ้กันจ้า


สโมกกี้อาย Never die!

4. สโมกกี้อาย สวยเจ็บไปอีก

มาถึงการครีเอทลุคยามค่ำคืนกันบ้าง เทรนด์ปี 2016 นี้ กูรูความงามหลายท่านบอกว่า การแต่งตาแบบ สโมกกี้อาย ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ คีย์เวิร์ดคือ อย่าให้ดูดุเกินไป แค่นั้นเอง ลองใช้สีเทาอ่อนหรือน้ำตาลอ่อนระบายเบาๆ พอให้ฟุ้งๆ ก็พอจ้า ส่วนสีปากก็เน้นเรียบๆ อย่างโทนนู้ด แต่ควรให้เข้มจากตอนกลางวันขึ้นมาอีก 1 เฉด


ปากเข้ม สไตล์แวมไพร์เกิร์ล

5. ปากเข้ม สไตล์สาวแวมไพร์

อีกหนึ่งไอเทมที่ปีนี้มาแรงมากๆ นั่นคือ ลิปสติกเนื้อแมตช์สีแดงเลือดนก หรือสีแดงกำมะหยี่ (ย้ำว่าเนื้อแมต) ยิ่งถ้าทาเล็มด้วยสีเดียวกันล่ะก็…เริ่ดสุดๆ ขอบอก! ส่วนดวงตาก็ต้องกลมโตสไตล์สาวแวมไพร์ กรีดตาให้ดูโตขึ้น พร้อมขนตาฟูๆ หรืออาจจะแต่งตาแบบ แคทอาย ก็จะทำให้ดูเซ็กซี่เพิ่มขึ้นด้วย


แต่งตาวิ้งๆ ประกายทอง แนวเอิร์ธโทน

6. ดวงตาชิมเมอร์ เรียบหรูแนวเอิร์ธโทน

ปิดท้ายกันที่ การแต่งตาให้สวยหรูพร้อมดินเนอร์กับคนสำคัญ อาจจะเลือกแต่งสีเอิร์ธโทน แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยการเลือกใช้อายแชโดว์เนื้อชิมเมอร์ (ประกายมุกแวววาว) หรือจะเป็นกลิตเตอร์สีทองก็ได้ เก๋กู้ดไปอีก รับรองว่าสวยจบแบบง่ายๆ ไม่ต้องเปลืองแรง


สวย หวาน โทนชมพู
 

มิติใหม่ของ มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ ดึง “อเล็กซ่า ชุง” สไตล์ไอคอนดังร่วมออกแบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 พ.ค. 2559 05:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/621644

 

มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ ประเทศไทย เปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่สุดชิค “อาร์ไคฟ์ บาย อเล็กซ่า ชุง (Archive by Alexa Chung)” ที่ได้รับความร่วมมือจาก “อเล็กซ่า ชุง” สไตล์ไอคอนสาวชาวอังกฤษสุดชิค ที่ได้นำเอกลักษณ์ดั้งเดิมของแบรนด์ M&S มาออกแบบให้ร่วมสมัยมากขึ้น ซึ่งได้จัดงานเปิดตัวที่ช็อปมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ ชั้น G เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อเร็วๆนี้


สำหรับคอลเลกชั่นพิเศษนี้ มร.ปานาจิโอทิส ดีมิโทโลโปลูส ผู้บริหาร M&S ประเทศไทย กล่าวว่า คอลเลกชั่นนี้ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของวงการแฟชั่น เมื่ออเล็กซ่า ชุง และทีมดีไซเนอร์ของ M&S ได้แรงบันดาลใจจากของสะสมในมาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ คอมปะนี อาร์ไคฟ์ ในเมืองลีดส์ ประเทศอังกฤษ มาออกแบบคอลเลกชั่นใหม่ และถือเป็นครั้งแรกของ เอ็มแอนด์เอส แอนด์ ซีรีส์ ที่ได้เชิญชวนเหล่าดีไซเนอร์จากแบรนด์ต่างๆ และสไตล์ไอคอนที่มีความทันสมัย มาสร้างสรรค์คอลเลกชั่นพิเศษร่วมกัน โดยคอลเลกชั่นนี้มีทั้งหมด 31 ชิ้น ผ่านการรวบรวมและคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากอเล็กซ่า ชุง และทีมดีไซเนอร์ M&S เพื่อชุบชีวิตให้ของสะสมในอาร์ไคฟ์ได้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในปี 2016 ผ่านมุมมองของอเล็กซ่า ชุง และเสริมความโดดเด่นด้วยกระบวนการตัดเย็บที่ทันสมัย สีสันเก๋ๆในเฉดล่าสุด


อเล็กซ่า ชุง

ส่วนแฟนคลับของอเล็กซ่า ชุง ที่มาร่วมติดตามผลงาน อย่าง ณัฎฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์ บอกว่า เด๋เลือกเดรส The Misty Dress เพราะใส่ง่ายเอาไปใส่กับไอเท็มอื่นๆได้ง่าย เดรสตัวนี้สีแดงสดใส เลยเลือกรองเท้าผ้าใบสีขาว ลุคส์ที่ได้เลยออกมาเก๋ อีกชิ้นที่ชอบคือ เสื้อเชิ้ตคอลเลกชั่นนี้ดีมาก สามารถใส่ง่าย ใส่ได้ทั้งกับกางเกงขาสั้น กางเกงขายาว กระโปรง หรือใส่เป็นมินิเดรสก็ได้ ส่วน แสงแข เหมกมลเศรษฐ์ บอกว่า คอลเลกชั่นนี้แต่ละตัวน่ารักและหวานมาก อย่างเสื้อ Hattie Cami ที่ใส่มาวันนี้ก็เอาไปมิกซ์กับตัวอื่นได้เยอะ.




อนาคตของ Louis Vuitton กับ Kim Jones

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 17 พ.ค. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/618823

 

บ่ายแก่ๆ ของเดือนกุมภาพันธ์ พร้อมอากาศเย็นฉ่ำแบบที่ประเทศเขตร้อนไม่เคยประสบ คือสิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อก้าวขาแตะพื้นท่าอากาศยานเสียมราฐ ผมก้าวขึ้นรถเบนซ์ลีมูซีนหรูรุ่นวินเทจปี 1965 ซึ่งดูเข้ากันเป็นอย่างดีกับกระเป๋าโมโนแกรมที่วางข้างตัวระหว่างทางไปโรงแรมเพื่อพบกับนักออกแบบดังที่ทุกคนอยากรู้จัก สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับการเดินทางครั้งนี้มิใช่โอกาสไปเดินถ่ายภาพเซลฟี่กับนครวัดอันโด่งดัง แต่มันคือโอกาสพิเศษที่หาได้ยากยิ่งเมื่อนิตยสาร GQ Thailand ได้รับเชิญแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้เป็นนิตยสารฉบับเดียวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ร่วมเดินทางย้อนรอยกับแรงบันดาลใจในคอลเลกชั่นล่าสุดของ หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ที่ออกแบบโดยคิม โจนส์ (Kim Jones)


โจนส์คือหนึ่งในนักออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายที่โด่งดังที่สุด ถ้าจะเรียกคอลเลกชั่นเสื้อผ้าผู้ชายของหลุยส์ วิตตอง ประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนปีนี้ว่าเป็นโชว์ที่ดีที่สุดของกรุงปารีสก็คงไม่ผิด ศิษย์เก่าปริญญาโทด้านการออกแบบจากโรงเรียนแฟชั่น Central Saint Martins ฉายแววสดใสมานานนมนับตั้งแต่จบการศึกษาในปี 2001 หลังจากนั้นเขาก็ฝึกปรือฝีมือกับแบรนด์ดังมากมาย ทั้ง Dunhill, Mulberry, Hugo Boss จนถึง Alexander McQueen แต่คอลเลกชั่นที่สั่งสมแฟนคลับที่เป็นเด็กหนุ่มรุ่นใหม่คือการทำหน้าที่ออกแบบรองเท้ากีฬาสุดเท่ให้แบรนด์กีฬาดังในชื่อ ‘Umbro by Kim Jones’ ต่อมาในปี 2011 ชื่อของโจนส์ก็ถูกประกาศให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสไตล์และต่อมาก็กลายเป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ โดยเขารับหน้าที่ออกแบบเสื้อผ้าสุภาพบุรุษให้หลุยส์ วิตตอง และทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีจนสามารถผลักดันหลุยส์ วิตตอง ในวันนี้ให้เป็นกลายเป็นโชว์ที่ฮอตที่สุดในสัปดาห์แฟชั่นที่กรุงปารีส

แล้วรถเบนซ์ลีมูซีนสุดหรูก็เดินทางมาถึงโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองเสียมราฐ นี่คือโรงแรมระดับไฮเอนด์ที่มีห้องพักเพียงไม่กี่ห้องบนอาคารเตี้ยๆ ชั้นเดียว ที่สำคัญมันคือโรงแรมสุดโปรดที่โจนส์จะแวะพักทุกครั้งที่เดินทางมาที่นี่ ขณะนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงตรงตามเวลานัดหมาย แล้วโจนส์ก็เดินเข้ามาทักทายแบบสุภาพในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขาสั้นลายตาราง ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพรีสปริงที่ดูเท่ลงตัวเป็นอย่างดีกับภูมิอากาศของที่นี่ บทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟระหว่าง GQ Thailand กับโจนส์เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา ตลอดจนความเป็นมาของคอลเลกชั่นล่าสุดและอนาคตของโลกแฟชั่นจึงเริ่มต้นขึ้น

มาเริ่มด้วยแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่นล่าสุดที่หลุยส์ วิตตอง กันดีกว่า

เมื่อปี 2014 ผมมีโอกาสเดินทางไปประเทศพม่าและได้ข้ามมายังฝั่งไทย ในตอนนั้นผมมีโอกาสได้พบกับพวกชาวเขาและชาวกะเหรี่ยงหลายชนเผ่า ผมพบว่าเสื้อผ้าที่พวกเขาใส่มันดูเหมือนเสื้อผ้าแนวสปอร์ตแวร์จากทศวรรษ 50s และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจในเสื้อผ้าคอลเลกชั่นนี้


เมื่อปีที่ผ่านมาผมจึงเดินทางกลับไปยังประเทศไทยอีกครั้ง แล้วก็ข้ามไปลาวและกัมพูชา ผมพบว่าเสื้อผ้าที่ชนเผ่าแถบนี้สวมใส่มันดูร่วมสมัยดีนะถ้าคุณจะรู้จักจัดการแยกชิ้นส่วน สิ่งแรกที่ผมทำจึงเป็นการคิดออกแบบแจ็กเก็ตลำลองซาตินที่มีลายปักเยอะๆ อย่าง ‘Souvenir Jacket’ ต่อจากนั้นจึงคิดเรื่องการปักประดับ เพราะตั้งแต่ผมรับหน้าที่ออกแบบที่วิตตอง เรายังไม่เคยออกแบบอะไรที่มีลายปักเลย พวกสิงสาราสัตว์ที่พบได้เฉพาะในประเทศแถบนี้จึงเป็นสิ่งแรกที่ผมนึกถึง เช่นรูปเสือที่ทำให้นึกถึงไทยและลาว ดอกปักษาสวรรค์หมายถึงอินโดนีเซีย ผสานกับนกกระเรียนที่หมายถึงญี่ปุ่น

เนื้อผ้าที่คุณใช้ในคอลเลกชั่นนี้ล่ะมีอะไรเป็นพิเศษบ้าง

ผ้าไหมเท่านั้นที่เป็นตัวแทนของทวีปเอเชีย ถ้าเดินทางมาประเทศแถบนี้คุณจะรู้ว่าผ้าไหมนั้นสำคัญแค่ไหน คอลเลกชั่นนี้ผมคิดถึงอะไรที่กลอสซี่ เงาๆ ดูหรูหรา ผ้าไหมจึงเป็นเนื้อผ้าหลักที่ใช้ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการผลิตแบบใหม่ซึ่งเป็นการอัดหนังที่ปลอกจนเนื้อบางสุดๆ อัดเข้ากับผ้าไหมออร์แกนซ่า ซึ่งผมเรียกว่า ‘หนังออร์แกนซ่า’ (Organza Leather) ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นแจ็กเก็ตหนังที่ใส่ได้ทั้งสองด้านแต่สิ่งสำคัญคือความเบาบางอย่างที่สุดของแจ็กเก็ตหนัง ซึ่งทำให้การผสมเสื้อผ้าแบบเลเยอริ่งกับเสื้อหนังเป็นไปได้ง่ายขึ้นสำหรับฤดูร้อน


แล้วมีอะไรที่เป็นดาวเด่นของคอลเลกชั่นล่าสุดนี้บ้าง

ผมคิดว่าผ้าเดนิมวาว ในที่นี้ขอเรียกว่า ‘ไหมเดนิม’ มันคือการผสมเนื้อผ้าสไตล์เวิร์กแวร์และความหรูหราแบบไฮเอนด์ได้อย่างลงตัว นอกจากนั้นยังมีการปักตกแต่งตัวเสื้อซึ่งใช้ความประณีตและเวลาในการปักนานมาก ตัวอย่างชัดเจนคือเสื้อแขนสั้นที่มีการปักเลื่อมปล่องเป็นรูปตัววีซึ่งรับแรงบันดาลใจทั้งรูปทรงและสีสันจากลายกาสตอง วี (Gaston V) ซึ่งใช้เวลาและฝีมือละเอียดมากในการปักลายเสื้อเชิ้ตตัวนั้น

นอกจากนั้นยังมีเทคนิคการผลิตหนังที่พิเศษมากในคอลเลกชั่นนี้ หนังที่เลือกใช้เป็นเทคนิคการผลิตหนังโบราณจากประเทศญี่ปุ่น เป็นหนังจากวัวโกเบซึ่งต้องย้อมและฟอกสีเมื่ออุณหภูมิและความชื้นในอากาศเหมาะสมเท่านั้น เทคนิคดังกล่าวทำให้สีและพื้นผิวของหนังที่ได้ดูเงางามและนุ่มนวลมีผิวสัมผัสน่าสนใจอย่างที่สุด นอกจากนั้นยังมีกระเป๋ารุ่นใหม่ที่ออกแบบเพื่อฤดูกาลนี้โดยเฉพาะอย่างโมโนแกรม โคบอลต์ บลู (Monogram Cobalt Blue) ซึ่งเป็นภาคต่อที่พัฒนามาจากกระเป๋ารุ่นดามิเยร์ โคบอลต์ ที่ผมเคยสร้างสรรค์ในฤดูหนาวปี 2014


ในคอลเลกชั่นนี้ยังมีเซตชุดนอนร่วมอยู่ด้วย แรงบันดาลใจเหล่านี้มาจากไหน

สำหรับผม เวลานึกถึงหลุยส์ วิตตอง จะนึกถึงชีวิตแบบหรูหราฟู่ฟ่า ดังนั้นชุดที่เป็นสไตล์เลานจ์แวร์และชุดนอนจึงหมายถึงความหรูหราแบบสูงสุด ผมคิดว่าแบบเสื้อสไตล์นี้เหมาะกับประเทศในเขตร้อนอย่างที่สุด เพราะเป็นงานออกแบบสไตล์เสื้อสองชิ้นแบบเสื้อบวกกางเกง ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมการแต่งตัวหลักของประเทศแถบนี้ ดังนั้นไอเดียชุดนอนผ้าซาตินจึงดูเหมาะมากกับสภาพอากาศ ในหัวผมเห็นภาพผู้ชายสมัยใหม่ที่สวมเชิ้ตผ้าซาตินสไตล์ชุดนอนกับกางเกงขายาวเท่ๆ ผมคิดว่าดูโมเดิร์นมากและเหมาะที่สุดกับการออกไปนั่งดินเนอร์ยามค่ำคืนแล้วไปต่องานปาร์ตี้ยามดึก

แต่ตอนนี้อากาศในประเทศเมืองร้อนบางครั้งก็กลับกลายเป็นหนาว และผมคาดว่าอากาศในอนาคตคงแปรปรวนจนการออกแบบเสื้อตามฤดูกาลแบบเดิมๆ คงไม่เหมาะสมอีกต่อไป คุณคิดว่าอย่างไร

ผมยอมรับเลยว่าผมเป็นนักออกแบบที่ให้ความสำคัญกับเรื่องประโยชน์ใช้สอยพอๆ กับงานออกแบบ ดังนั้นตอนที่ผมคิดออกแบบคอลเลกชั่นฤดูหนาวซึ่งโดยปกติจะเริ่มวางจำหน่ายปลายเดือนมิถุนายน ผมรู้ดีว่าตอนนั้นอากาศยังคงเป็นช่วงฤดูร้อน นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่คอลเลกชั่นฤดูหนาวปลายปีนี้มีทั้งเสื้อเนื้อบางที่คุณสามารถนำมาใส่ตอนที่ยังร้อนได้อยู่ ไล่ไปจนถึงโอเวอร์โค้ตตัวหนาที่มีไว้ขายช่วงปลายปีตอนที่อากาศเริ่มหนาวแบบสุดๆ


คอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อนของปีนี้เราได้เห็นงานออกแบบที่มีความเป็นเฟมินีนจัดๆ ในหลายแบรนด์เลยทีเดียว คุณคิดว่าเทรนด์นี้คือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นที่โชว์หลุยส์ วิตตอง ด้วยหรือไม่

ผมไม่คิดว่าคอลเลกชั่นนี้ที่หลุยส์ วิตตอง จะดูเฟมินีนนะ แต่กลับคิดว่าเป็นความรู้สึกสดชื่นแบบเด็กหนุ่มสมัยใหม่เสียมากกว่า มันคงเป็นเหตุบังเอิญที่จู่ๆ กุชชี่และวาเลนติโน หรือแม้แต่สเตฟาโน พิลาติ จะใจตรงกันสร้างสรรค์งานเสื้อผ้าผู้ชายที่ดูมีความเป็นผู้หญิงผสมอยู่ บางทีอาจเป็นเพราะสภาพทางสังคมในปัจจุบันกระมังที่เปลี่ยนไปและก็ประจวบเหมาะทำให้เทรนด์แอนโดรจินีกลับมาฮอตฮิตได้อีกครั้ง

คุณคงไม่รู้ว่าผมต้องออกแบบถึง 12 คอลเลกชั่นต่อปีที่หลุยส์ วิตตอง ดังนั้นคอลเลกชั่นรันเวย์จึงเป็นงานออกแบบที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเหล่าลูกค้าแฟชั่นหัวก้าวหน้าโดยเฉพาะ พวกลูกค้าวีไอพีหลายคนถึงกับออร์เดอร์สินค้าหลายชิ้นหลังจากโชว์จบลง สิ่งนี้ทำให้ผมหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

คุณคิดว่าโซเชียลมีเดียมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนสำหรับแบรนด์ในวันนี้


มีความสำคัญอย่างมากเลยละ โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีคือสิ่งที่เชื่อมต่อทุกคนบนโลกเข้าไว้ด้วยกัน ผมไม่ค่อยใช้เฟซบุ๊กมากนักหรอก หรือหากใช้ก็จะใช้เพื่อติดต่อสื่อสารกับเพื่อนที่สนิทเท่านั้น แต่กระนั้นก็ได้รับข้อความส่งมาหาผมทางโลกออนไลน์มากมาย โดยเฉพาะจากพวกนักออกแบบรุ่นเด็กๆ หรือไม่ก็นักศึกษาแฟชั่นที่ถามคำถามแบบ ‘นักออกแบบมืออาชีพต้องทำงานอย่างไร’ หรือ ‘วิธีการค้นคว้าข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชั่นต้องทำแบบไหน’ ทุกครั้งที่มีเวลาเช่นนั่งรออยู่ที่สนามบินหรือนั่งอยู่บนรถ ผมก็จะพยายามตอบคำถามเหล่านั้นผ่านโลกโซเชียล เชื่อว่าเป็นเรื่องดีที่เราจะสนับสนุนนักออกแบบรุ่นใหม่เหมือนกับที่ผมเคยได้รับความช่วยเหลือจากนักออกแบบรุ่นก่อนหน้านี้ตั้งแต่สมัยที่ยังศึกษาอยู่ที่เซนต์ มาร์ตินส์

แล้วคำแนะนำไหนที่คุณอยากบอกเด็กนักเรียนแฟชั่นรุ่นใหม่ตอนนี้

ผมคงอยากบอกพวกเขาว่า เวลาที่ค้นคว้าข้อมูลในการทำเสื้อ ผมอยากให้พวกเขาเดินทางออกไปดูของจริง ไปสัมผัส ไปเรียนรู้ถึงขั้นตอนการผลิตที่แท้จริง อย่ามัวแต่นั่งแช่อยู่หน้าเครื่องคอมพ์หรือหาข้อมูลผ่านโลกอินเทอร์เน็ตเท่านั้น

มีหลายคนบอกว่าโซเชียลมีเดียนี่แหละที่ทำให้ผู้บริโภคปัจจุบันเสียนิสัย ผู้คนสมัยนี้จึงต้องการอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด และก็ใจร้อนต้องการมันซะเดี๋ยวนี้


ใช่ ผมคิดว่ามันมีส่วนที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วขึ้น ถ้าผมเป็นผู้บริโภคตอนนี้ ก็คงอยากยกหูโทรศัพท์ถามถึงกระเป๋าที่ผมเห็นบนรันเวย์และก็คงต้องการถือมันทันทีในวันรุ่งขึ้น ผมคิดว่ามันเป็นเทรนด์ที่สักวันต้องเกิดขึ้น ในทางกลับกันคุณคงไม่รู้หรอกว่ามันยากนะที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นสำหรับผู้ผลิต เพราะมันเป็นเรื่องซับซ้อนมากในขั้นตอนการผลิต เราเคยทำที่วิตตองนะ แต่ก็เป็นการขายพวกกระเป๋าหรือแอคเซสเซอรี่ชิ้นพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งคอลเลกชั่น

คุณมีแผนการอะไรที่ทำในโลกโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับหลุยส์ วิตตอง

ความจริงผมก็ทำมาได้สักระยะแล้วละ ผมโพสต์รูปภาพทีเซอร์บางส่วนของชุดและการฟิตติ้งก่อนที่รันเวย์จริงจะเริ่มขึ้น เพราะทันทีที่แฟชั่นโชว์จบลง ผู้คนก็มักสะบัดตูดไปติดตามข่าวของแบรนด์ถัดไปแล้ว ดังนั้นการเริ่มโปรโมตล่วงหน้าก่อนโชว์เริ่มจึงเป็นเหมือนการยืดระยะเวลาเพื่อช่วยให้การโปรโมตอยู่ยาวนานมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ตอนนี้คุณกำลังสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ ให้หลุยส์ วิตตอง ใช่หรือไม่

แน่นอน เพราะผมเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือส่วนสำคัญที่จะขับเคลื่อนแฟชั่น จริงอยู่ที่เราสร้างกลุ่มลูกค้าเด็กๆ ให้หลุยส์ วิตตอง ในขณะเดียวกันผมก็ไม่ลืมกลุ่มลูกค้าเก่าๆ นะ ด้วยเหตุนี้เราจึงมีคอลเลกชั่นที่ชื่อ ‘ไอคอน’ (Icon) ซึ่งเป็นแบบเสื้อสไตล์เรียบโก้คลาสสิกอย่างเบลเซอร์สีน้ำเงิน กางเกงชิโน หรือเชิ้ตใส่ทำงาน นอกจากนั้นเรายังมีพรีคอลเลกชั่น ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นคั่นกลางที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อคอลเลกชั่นหลักระหว่างฤดูร้อนกับฤดูหนาว โดยเสื้อผ้าในกลุ่มนี้จะดูแฟชั่นขึ้นแต่ยังหรูหราใส่ง่ายเหมาะกับตู้เสื้อผ้าของหนุ่มสมัยใหม่ สุดท้ายเรายังมีไลน์ที่ชื่อ ‘อเมริกาส์ คัพ’ (America’s Cup) ซึ่งเป็นไลน์เสื้อผ้าในแนวสปอร์ต และแน่นอนคอลเลกชั่นรันเวย์โชว์ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นหลักที่เราใช้สร้างและกำหนดทิศทางแฟชั่นของแบรนด์

คุณออกแบบเสื้อมากมายหลายคอลเลกชั่นต่อปีขนาดนี้ คุณวางแผนการทำงานอย่างไรบ้าง

ผมเป็นคนที่ชอบทำงานและผมรักงานที่ทำมาก ผมจะเริ่มงานประมาณเก้าโมงเช้าจนถึงสี่ทุ่ม แต่บางครั้งก็นั่งทำงานจนถึงตีสองเป็นครั้งคราว ปกติจะเดินทางระหว่างลอนดอนกับปารีส ผมรักลอนดอนมากนะ มันคือบ้านของผม ดังนั้นผมจะใช้ชีวิตทำงานในกรุงปารีสประมาณสองอาทิตย์ แล้วก็จะเดินทางกลับลอนดอน ไปๆ มาๆ อยู่อย่างนี้ แต่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาผมใช้เวลาในปารีสเพื่อเตรียมงานก่อนรันเวย์โชว์กว่าสามอาทิตย์ ส่วนสไตล์การทำงานคือ ผมจะทำมันอย่างเต็มที่ เสร็จแล้วก็จะทิ้งพักไว้แล้วเดินทางไปที่อื่นสักพักหนึ่ง แล้วค่อยกลับมาดูงานที่ทำใหม่ วิธีนี้ทำให้ผมได้เห็นแง่มุมใหม่ที่เราสามารถพัฒนาหรือปรับปรุง แง่มุมที่ผมไม่มีวันสังเกตเห็นถ้าทำมันจบในครั้งเดียว

ตอนนี้ในกรุงนิวยอร์กมีการพูดถึงเรื่องการโชว์คอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่ซื้อได้เลยหลังโชว์จบ พวกเขาว่ามันคือโมเดลใหม่ที่ดีที่สุด คุณคิดว่าจริงไหม


ผมไม่มีปัญหาอะไรกับแนวคิดนี้นะ แต่ถ้าคุณคิดจะทำ คุณต้องเป็นเจ้าของโรงงานการผลิต หรือไม่อย่างนั้นคุณต้องสามารถสั่งผลิตสินค้าเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ เสี่ยงมากนะสำหรับแบรนด์ใหญ่ที่มีร้านค้าหลักสิบหลักร้อยทั่วโลก ผมว่าไอเดียนี้เหมาะกับพวกแบรนด์เล็กๆ เช่น ถ้าทำแบรนด์เสื้อเล็กๆ เป็นของตนเอง ผมก็คงเลือกที่จะทำพรีเซนเทชั่น แล้วหลังจากพรีเซนเทชั่นจบลงผมก็คงขายสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่เลย

สำหรับแบรนด์ใหญ่ๆ ผมเชื่อว่าโมเดลเดิมที่เป็นการจัดแฟชั่นโชว์และการทำเสื้อล่วงหน้า 4-6 เดือนก่อนวางจำหน่ายในร้านยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแฟชั่นโชว์คือการสร้างและกำหนดอารมณ์ของเทรนด์ในแต่ละฤดูกาล สิ่งนี้สำคัญมากนะสำหรับแบรนด์ใหญ่ระดับโลก เพราะเป็นการสื่อสารสิ่งที่แบรนด์กำลังพูดถึงในฤดูกาลนั้นๆ กับฐานลูกค้าจำนวนมาก ซึ่งคุณต้องใช้เวลาและวิธีการมากมายเพื่อสื่อสารให้พวกเขาเข้าใจ ดังนั้นถ้าคุณถามว่าโมเดลไหนถูกต้อง มันคงเป็นโมเดลที่สามารถรวมไอเดียทั้งสองแบบเข้าด้วยกันได้ คงไม่ใช่แบบใดแบบหนึ่ง

ทอม ฟอร์ด กับเอดี้ สลิมาน ย้ายแฟชั่นโชว์ของพวกเขาไปจัดที่แอลเอเพื่อทาร์เก็ตเหล่าเซเลบและดาราฮอลลีวูดโดยเฉพาะ พวกเขาเชื่อว่าศูนย์กลางแฟชั่นไม่ได้อยู่ที่กรุงปารีสอีกต่อไป คุณคิดว่าอย่างไร

ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ ผมมีเพื่อนเป็นคนดังมากมายแต่ผมว่าผู้คนบนท้องถนนน่าสนใจมากกว่าดาราบนพรมแดงเยอะ ผมมีความสุขทุกครั้งที่เห็นผู้คนทั่วไปที่ผมไม่รู้จักใส่เสื้อผ้าหรือถือกระเป๋าที่ผมออกแบบ มีครั้งหนึ่งผมเห็นผู้ชายน่าจะอายุประมาณ 60 ปีที่สนามบินสิงคโปร์ เขามีผ้าห่มหลุยส์ วิตตอง ผืนใหญ่คลุมไหล่อยู่ ผ้าห่มชิ้นนั้นน่าจะมาจากคอลเลกชั่นแรกๆ ที่ผมออกแบบ การพบเห็นอะไรแบบนี้ทำให้ผมประทับใจมากเลย สัมผัสได้เลยว่าเขารักผ้าผืนนั้นมากและคงใช้มันบ่อยเลยทีเดียว

ทราบมาว่าคุณเดินทางบ่อยมาก แต่ผมก็อยากรู้จริงๆ ว่ามากมายขนาดไหน


มากมายขนาดไหนน่ะเหรอ บางทีแค่อาทิตย์เดียวผมก็ไปมาแล้ว 5 แห่งน่ะ ปกติผมเดินทางด้วยรถไฟยูโรสตาร์อยู่บ่อยๆ เพราะอาศัยอยู่ที่กรุงลอนดอนและจะเดินทางไปทำงานที่กรุงปารีส ส่วนถ้าจะให้เฉพาะเจาะจงเรื่องการเดินทาง ผมว่าผมบินไม่ต่ำกว่า 100 เที่ยวบินต่อปี ผมชอบใช้ชีวิตบนเครื่องบินนะ แต่ไม่ชอบชีวิตในสนามบินเพราะมันทำให้ผมเครียด ทั้งการต่อคิว นั่งรอ แต่ผมชอบสนามบินที่กรุงเทพฯ นะ มีบริการรถรับส่งในแอร์พอร์ตด้วย ที่สำคัญมีของให้ช็อปปิ้งเยอะทีเดียว

ทราบว่าคุณมาประเทศไทยบ่อยมาก คุณชอบไปที่ไหนในประเทศไทย

ผมชอบภาคเหนือของประเทศไทยมาก โดยเฉพาะช่วงรอยต่อที่สามเหลี่ยมทองคำ ชอบจังหวัดเชียงราย ผมว่าคนพื้นเมืองที่นั่นดูน่าสนใจ พวกเขาใส่เสื้อผ้าที่ผมคิดว่ามันดูเหมือนสปอร์ตแวร์โบราณจากทศวรรษ 50s เวลาเดินทางผมอยากเห็นอะไรพื้นเมืองจริงๆ ถ้าถามตอนนี้ว่าอยากเห็นอะไรอีกที่ประเทศไทย ผมก็อยากเห็นภูเขาและสัตว์ป่าหายาก เหมือนที่ผมเพิ่งไปเวียดนามเพื่อไปดูลิงพันธุ์ที่หายาก ผมได้เห็นลิงพันธุ์ที่หายากเกือบ 50 ตัวเลยนะ ลิงพันธุ์หายากที่เห็นในทริปนั้นน่าจะคิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของพันธุ์ลิงที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลกเลย

ดูลิงจะเป็นสัตว์ที่คุณโปรดปรานมากเลยทีเดียว คุณเคยไปดูลิงที่มาดากัสการ์ไหม

โอ้ แน่นอน ที่นั่นสวยงามมาก แต่คุณรู้ไหมว่าป่าที่นั่นน่ะเหลือน้อยมากแล้วนะ ป่าที่ยังสมบูรณ์น่ะมีพื้นที่เหลืออยู่ไม่ถึง 5 ตารางกิโลเมตร ต่อที่แล้วล่ะในวันนี้ ผมยังไปช่วยสร้างโรงเรียนที่มาดากัสการ์ด้วย มันเป็นโปรเจกต์ที่ผมลงเงินร่วมกับบริษัทในการช่วยเหลือเด็กๆ ในด้านการศึกษาและช่วยสอนเด็กๆ รุ่นใหม่ให้รักและเรียนรู้วิธีรักษาผืนป่าที่สวยงามของเกาะแห่งนี้

สองคำถามสุดท้ายที่อยากทราบ คำถามแรกคือคุณวางแผนอะไรในอนาคตกับหลุยส์ วิตตอง

ก็คงไม่มีอะไรมาก ผมอยากขยายแบรนด์ให้มียอดขายมากขึ้นไปอีก เพราะผมมีความสุขมากกับงานที่ทำ เชื่อไหมตอนนี้ผมมีไอเดียสำหรับคอลเลกชั่นฤดูร้อนปี 2017 ในหัวแล้วนะ และก็รอไม่ไหวแล้วที่จะได้กลับไปนั่งในออฟฟิศแล้วเริ่มสร้างภาพในหัวให้กลายเป็นจริง ผมชอบบรรยากาศการทำงานร่วมกับศิลปินทั้งด้านฉากตกแต่งและเสียงดนตรีบนรันเวย์ในฤดูกาลที่ผ่านมา และคิดว่าผมคงจะทำเช่นนี้ต่อๆ ไปในอนาคต

แล้วคุณวางแผนอะไรไว้ให้ตนเอง

ผมคงอยากมีเวลาใช้ชีวิตในกรุงลอนดอนมากขึ้น เพราะลอนดอนสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานมากมายให้ตัวผม ผมอยากเจอเพื่อนมากขึ้น คุณก็รู้ว่าลอนดอนห่างจากปารีสแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ผมทำงานที่วิตตองมาก็ 5 ปีแล้วนะ ซึ่งความจริงการทำงานเป็นนักออกแบบเสื้อให้แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งนานถึงห้าปีนี่เรียกว่าอยู่นานมากสำหรับโลกแฟชั่น แต่คิดว่าผมทำได้ดีที่หลุยส์ วิตตอง พวกเขาดูแฮปปี้กับงานที่ผมสร้างสรรค์ ดังนั้นผมก็จะทำให้ดียิ่งขึ้นๆ ไปอีก

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

หล่อสวยมีระดับ! สแกนแฟชั่นเซเลบฯ สุดปัง จัดเต็มแค่ไหนถามใจดู!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 พ.ค. 2559 14:19

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/618318

 

ชอบจริงๆ เลย ไม่ว่าจะไปอีเวนต์ไหนก็เจอะเจอเหล่าเซเลบฯ ระดับบิ๊กบอสขยันแต่งตัวออกงาน ประชันความแพงกันสุดฤทธิ์ อย่างล่าสุดในงานแถลงข่าว ‘แมส กรุ๊ป รีเวล 2016’ ของสองผู้บริหาร ‘ไก่-กุสุมา ไชยพร’ และ ‘อาลี ซีอานี’ ผู้นำเข้านิตยสารแฟชั่นชั้นนำระดับโลกมากกว่า 5 หัวนิตยสาร ทั้งหนุ่มหล่อสาวสวยต่างก็ไม่มีใครยอมใคร แมตช์ชุดจัดเต็มความปังจน ไทยรัฐออนไลน์ อดไม่ได้ที่จะเก็บภาพแบบเอ็กซ์คลูซีฟมาฝากกัน บอกได้คำเดียวเห็นแล้วยอมใจจริงๆ!


โอ-โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ และ นิม-ชณิตณัท สุดแสวง
ดูโอ้สองเซเลบฯ เพื่อนซี้ที่มาในลุคกึ่งทางการนิดๆ โดย ‘โอ-โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์’ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่คลุกคลีอยู่ในวงการแฟชั่นไฮโซ มากับเสื้อเชิ้ตสีขาวทับสูทน้ำเงิน แมตช์กับกระเป๋าหนังสีฟ้าดีไซน์เก๋ ดูแล้วลงตัวแบบสุดๆ ส่วน ‘นิม-ชณิตณัท สุดแสวง’ เซเลบฯ สาวสวย อดีตเชียร์ลีดเดอร์จากรั้วจุฬาฯ มาในชุดเกาะอกสีฟ้าอ่อนคลุมด้วยเสื้อแขนกุดสีน้ำเงิน แมตช์เข้ากับกางเกงเอวสูงสีดำ ยิ่งหยิบกระเป๋าดีไซน์แปลกตาราคาแพง (เว่อร์) มาออกงาน ออร่ายิ่งเปล่งประกายให้ลุคคุณหนูมั่นๆ


โอ-โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์

พราว เพิ่มพูลสมบัติ
เซเลบฯ หน้าหวานแอบเซ็กซี่เล็กๆ นานๆ จะได้เจอเธอตามอีเวนต์ที มาวันนี้เธอมาในชุดจัมส์สูทสีเทา-ดำ เสริมกิมมิกให้ลุคน่าสนใจด้วยแอคเซสเซอรี่อย่าง แหวนเงิน และกระเป๋าสะพายสุดไฮคลาส


พราว เพิ่มพูลสมบัติ

แหม่ม-สิริธร กรีวงษ์
ผู้บริหารสาวคนเก่งแห่งบริษัท Glam Lifestyle ที่ไม่ว่าจะเจอกี่ครั้งก็ยังคงหน้าเด็กอยู่ตลอด ล่าสุดในงานเธอมาในชุดเดรสยาวสีขาวแบบเปิดไหล่ มีลูกไม้เป็นลูกเล่นตรงแขนเสื้อให้ลุคดูสวยหวานเหมือนเจ้าหญิงก็ไม่ปาน และด้วยแอคเซสเซอรี่ทั้งนาฬิกา แหวนเพชรวับวาว รองเท้าสุดหรูจาก Valentino ตลอดจนกระเป๋าถือสีดำสุดเรียบหรู ยิ่งทำให้เธอดูโดดเด่น-ลุคกู๊ดกว่าเซเลบฯ คนไหนๆ!


‘แหม่ม-สิริธร กรีวงษ์’ ผู้บริหารสาวคนเก่งแห่งบริษัท Glam Lifestyle

ป๊อป-ณัฐนินท์ รัชตนิธิศพงศ์
อีกหนึ่งเซเลบฯ หนุ่มหล่อที่ค่อนข้างหาตัวจับยากมาก…ไม่แพ้กัน มาวันนี้ก็ให้เกียรติแต่งตัวเต็มยศ หยิบเสื้อเชิ้ตสีเทาแบบเรียบๆ ทับด้วยสูท และแมตช์กับกางเกงสีเทาพอดีตัว ให้ลุคเรียบๆ ทว่าดูดี ไม่เพียงเท่านั้นยังคว้ากระเป๋าคลัตช์สีน้ำตาลเรียบๆ มาทำให้การแต่งตัวดูไม่ธรรมดา ตรงเข้าคอนเซปต์ที่ว่า ถึงจะใส่น้อยชิ้นก็เอาอยู่!


ป๊อป-ณัฐนินท์ รัชตนิธิศพงศ์

มินท์-อรรถวดี จิรมณีกุล
ยังสวยไม่สร่างสำหรับคุณแม่ลูกหนึ่ง สำหรับวันนี้เธอมาในชุดเบาๆ กับลุคเรียบร้อย ด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนเข้าคู่กับกระโปรงยาวเอวสูงสีดำ เพิ่มความโดดเด่นด้วยกำไลข้อมือ และส้นสูงดีไซน์เก๋สีพาสเทล


มินท์-อรรถวดี จิรมณีกุล

มินท์-อรรถวดี จิรมณีกุล

ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา (ก้อง Hive Salon)
หนุ่มหล่อเจ้าของ Hive Salon ร้านทำผมที่กำลังฮอตในหมู่เซเลบฯ และศิลปินดารา ในอีเวนต์นี้เขามาในลุคสบายๆ ด้วยเสื้อยืดสีขาว และสูทสีขาวเก๋ๆ อแดปเข้ากับกางเกงสีน้ำเงิน และรองเท้าหนังหุ้มส้น (เตี้ย) ให้สไตล์โอปป้าเกาหลี…อันยอง!


ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา (ก้อง Hive Salon)

ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา (ก้อง Hive Salon) และ มินท์-อรรถวดี จิรมณีกุล
 

แฟชั่นไอคอนยุคใหม่ “อเล็กซ่า ชุง” เทใจเลิฟ Longchamp

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 พ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/619817

 

เสน่ห์อะไรของ ลองฌอมป์ (Longchamp) ที่ดึงดูดให้สไตล์ไอคอนระดับโลก “อเล็กซ่า ชุง” ผู้ทรงอิทธิพลต่อการแต่งตัวของสาวๆทั่วโลก รับเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด ได้รับการเปิดเผยจากปากแฟชั่นไอคอน ระหว่างเดินทางมาร่วมงานเปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์สาขาแรกของลองฌอมป์ ที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา




“เพราะฉันเป็นแฟนลองฌอมป์แต่ไหนแต่ไรแล้ว แบรนด์ลองฌอมป์มาคู่กับคำว่าคุณภาพ ถึงแม้จะเป็นแบรนด์เก่าแก่ แต่ยังมีความทันสมัย และเข้าถึงยุคปัจจุบันตลอดเวลา อีกทั้งมีความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ในขณะที่ยังรักษาต้นตำรับความเป็นฝรั่งเศสได้ดี นอกจากกระเป๋าลองฌอมป์จะใช้ได้ทุกที่ทุกโอกาส แบรนด์ นี้ยังเกี่ยวโยงกับศิลปะและการท่องเที่ยว ซึ่งตรงกับไลฟ์สไตล์ที่หลงรักแฟชั่นและศิลปะ”





ในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของลองฌอมป์ ถ้าให้เลือกกระเป๋าใบโปรดในดวงใจ “อเล็กซ่า ชุง” เทใจให้กระเป๋ารุ่น “PÉNÉLOPE FANTAISIE” มีกลิ่นอายของความสปอร์ต ทำให้เกิดความชิค ไฮไลต์คือลายเส้นขอบกระเป๋าสีดำตัดกับตัวกระเป๋าสีน้ำเงินอินดิโก้ ด้วยเทคนิคกราฟฟิกทันสมัยจากการใช้สีตัดกัน เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่เน้นเส้นขอบ รวมไปถึงพู่หนังลูกวัวสีเข้ม ทำให้เกิดโครงร่างชัดเจนของกระเป๋า และลุคไม่เป็นทางการเกินไป




ด้วยความเป็นแฟชั่นไอคอนตัวจริง “อเล็กซ่า ชุง” ฝากเคล็ดลับว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรู้จักตัวตนว่าเป็นแบบไหน การมีสไตล์ที่ดีต้องมาจากความมั่นใจในตัวเองและเสื้อผ้าที่เราใส่ ทัศนคติที่ดี และความเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ การแต่งตัวยังขึ้นกับโอกาส สถานที่ และภูมิประเทศ ถ้าปารีส หรือนิวยอร์ก อากาศหนาวแห้ง คงไม่เหมาะกับเสื้อผ้าสีฉูดฉาด แต่สำหรับเมืองร้อนอย่างไทย สนุกกับการแต่งตัวได้หลากสีสันกว่า.

 

ถ้าไม่ปังก็หลบไป!! เจิดจ้าท้าแดดสู้ลมร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 พ.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/619894

 

จากนิวยอร์กรันเวย์ไปจนถึงลอนดอน จากมิลานสู่ปารีส เมื่อย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เหล่าแฟชั่นนิสต้าต่างเตรียมแอคเซสเซอรี่ชิ้นเด็ดอย่าง “แว่นกันแดด” มาประชันกันเต็มพิกัด โดยเทรนด์เด่นประจำซีซั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2016 คือ “Go Big or Go home” แปลเป็นไทยว่าถ้าไม่ปังก็หลบไป!! แว่นกันแดดซีซั่นนี้ตั้งใจออกแบบเพื่อท้าทายทุกสายตาอย่างแท้จริง จึงขนลูกเล่น ลวดลาย และเฉดสี มาใช้อย่างเต็มพลัง ทั้งลายพิมพ์บนพื้นผิว, ลวดลายการตกแต่งปักเลื่อมด้วยคริสตัล, การแกะสลักลายบนแว่น และการใช้สีเมทัลลิคที่แสดงความล้ำอนาคต



คีย์ลุคเด่นประจำฤดูกาลประกอบด้วย “แว่นกันแดดทรงใหญ่” (Oversized but Opulent) ตัวแทนหลักของซีซั่นนี้ที่สะท้อนแนวแม็กซิมัลลิสต์…ยิ่งเยอะยิ่งดี นำโดย “ดอลเช่ แอนด์ กาบาน่า” ที่มีทั้งคอลเลกชั่น Mama’s Brocade ได้แรงบันดาลใจจากเกาะซิซิลีในสไตล์วินเทจ กรอบแว่นตกแต่งด้วยผ้าไหมทอแบบบาร็อค และมวลดอกไม้สุดวิจิตร ด้าน “ปราด้า” ภูมิใจเสนอคอลเลกชั่น “Soft Pop” เน้นรูปทรงผีเสื้อขนาดใหญ่สะท้อนความงามแบบผู้หญิง ขณะที่ “เบอร์เบอรี่” ส่งคอลเลกชั่น “The Regent collection” มาประชัน



อีกหนึ่งเทรนด์ฮอตมาแรงยกให้ “แว่นกันแดดแบบไร้กรอบ” (Rimless Glasses) ฉีกจากกฎเกณฑ์เดิมๆของแฟชั่น โดยแว่นไร้กรอบที่โดดเด่นในซีซั่นนี้คือ รุ่น “The Jorie” จาก “โอลิเวอร์ พีเพิลส์” ดีไซน์แว่นกันแดดไร้กรอบทรงใหญ่ พร้อมด้วยเลนส์ไล่ระดับสี ขาแว่นอะซิเตทเรียวบางเป็นพิเศษ แม้แต่แบรนด์ใหญ่อย่าง “ชาแนล” และ “วิคตอเรีย เบคแฮม” ก็เทใจให้กับเทรนด์ แว่นไร้กรอบเช่นกัน




เทรนด์แว่นกันแดดที่คลาสสิกตลอดกาลฮิตทุกซีซั่นยังรวมถึง “แว่นกันแดดทรงนักบิน” (Aviator) ซึ่งสร้างตำนานไว้โดยเรย์แบน ส่วนที่มาแรง ไม่แพ้ใครก็ต้อง “แว่นกันแดด ทรงล้ำยุค” (Futuristic Sunglasses) เหมาะกับสาวล้ำเทรนด์แฟชั่น จุดเด่นอยู่ที่การใช้วัสดุบางเบาของโลกอนาคต เพื่อสะท้อนนวัต-กรรมในอนาคต สีที่ใช้ทำให้นึกถึงภาพยนตร์อวกาศ ไม่ว่าจะเป็นสีซิลเวอร์อะลูมิเนียม, บรัชกาไฟต์ และแบล็กมาร์เบิล


ปิดท้ายด้วยเทรนด์ “แว่นกันแดดสีสันสดใส” (Colorful Frame) ที่อัพลุคความฮอตให้หน้าร้อนได้ทันตาเห็น นำเทรนด์โดย “Vogue Eyewear” ขนกองทัพ “Texture Collection” มาให้มิกซ์แอนด์แมทช์ ได้อย่างลงตัว ได้แรงบันดาลใจจากความหลากหลายของวัฒนธรรมท้องถิ่น 3 มุมโลก ทั้งบราซิล จีน และอินเดีย.

 

อีเวนต์นี้ขอจัดเต็ม ! แฟชั่นปะทะแฟชั่น เซเลบฯ คนไหนเกิดสุดมาดูกัน !

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 พ.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/619443

 

แกรนด์โอเพนนิ่ง ฉลองเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ แฟล็กชิพ สโตร์ แห่งแรกในประเทศไทยของ ลองฌอมป์ (LONGCHAMP) แบรนด์เครื่องหนังแฟชั่นชั้นนำจากกรุงปารีส ณ ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ เมื่อเย็นวานนี้ (11 พ.ค . 59) งานนี้ไม่เพียงเหล่าเซเลบฯ คนดังระดับแถวหน้าของเมืองไทยจะตบเท้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ทว่ายังแข่งกันเดรสอัพ ประชันแฟชั่นแบบจริงจังประหนึ่งอยู่บนรันเวย์ก็ไม่ปาน และแน่นอนเมื่อ แฟชั่น ปะทะ แฟชั่น อะไรจะเกิดข้ึน? ไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดเก็บภาพบรรยากาศมาให้ได้ชมกัน !


ปิ่น-สุวดี พึ่งบุญพระ และ โอ-โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์

ปิ่น-สุวดี พึ่งบุญพระ และ โอ-โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์ 

ประเดิมที่สองคนแรกซึ่งหากจะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะนี่คือสองผู้บริหารใหญ่ ‘พีพี กรุ๊ป’ ที่นำเข้าแบรนด์ลองฌอมป์เข้ามาในไทย โดย ‘ปิ่น-สุวดี พึ่งบุญพระ’ เซเลบฯ สาวไฮโซมาในลุคเรียบหรูสบายๆ กับเสื้อตัวโคร่ง และกางเกงแบบสี่ส่วน แมตช์เข้ากับรองเท้าส้นสูงสีดำ และกำไลข้อมือดีไซน์เก๋

ส่วนหนุ่มตี๋สุดหล่อ ‘โอ-โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์’ ยังคงมาในชุดสูทสีน้ำเงิน และรองเท้าหนังสุดหรู แต่ที่เห็นจะโดดเด่นกว่าทุกงานก็ตรงเนกไทน้ำเงินสลับขาว และผ้าเช็ดหน้าติดกระเป๋าไว้เก๋ๆ นั่นแหละ


บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก

บุ๊ค-พิมพ์เลิศ ใบหยก
นานทีปีหนจะได้เห็นทายาทตระกูลตึกสูงระฟ้ากลางกรุงออกงานสังคม มาคราวนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เตรียมตัวมาพร้อมกับเสื้อน้ำตาลสไตล์เชิ้ต แมตช์เข้ากับกางเกงเอวสูงดีไซน์สวย และรองเท้าส้นสูงแปลกตา ยิ่งควงคู่มากับกระเป๋าหนังสีดำใบโปรด ยิ่งดูลงตัวให้ผ่านเลย


ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ และ หมู-จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล

ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ และ หมู-จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล
เรียกแสงแฟลชได้ไม่น้อย สำหรับสองเซเลบฯ เพื่อนซี้ดีไซเนอร์ไทยขวัญใจวัยรุ่น เริ่มที่ ‘ปลาเข็ม-กรัชเพชร อิสสระ’ ดีไซเนอร์น้องใหม่จากแบรนด์เสื้อผ้า KEMISSARA มาในชุดสุดแซ่บ กับเกาะอกสีฟ้าเทาตัวจิ๋ว แมตช์กับกางเกงหนังสีดำ ไม่เพียงเท่านั้นยังเสริมลุคให้จี๊ดจ๊าดสมกับเป็นแฟชั่นนิสต้า ด้วยกระเป๋าขนสัตว์สีน้ำตาล และส้นสูงสีน้ำเงินที่ใครเห็นเป็นต้อง…ว้าว !

ส่วนด้าน ‘หมู-จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล’ เจ้าของแบรนด์ MOOEYEWEAR ยังคงคอนเซปต์สไตล์เธอกับเอี๊ยมลายสก็อต และเน้นแอคเซสเซอรี่ อย่าง กำไล และรองเท้าดีไซน์แพรวพราว ให้อารมณ์เป็นสาวหวานๆ เรื่องมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าต้องยกให้เธอล่ะ


เอมมี่-มรกต กิตติสาระ

เอมมี่-มรกต กิตติสาระ
เป็นอีกหนึ่งเซเลบฯ-ดารา ที่เจอะเจอกันบ่อยเหลือเกิน อย่างล่าสุดในอีเวนต์นี้เธอก็มาปรากฏตัวในชุดเดรสสั้นเรียบๆ สี Darkcyan (เขียวปนฟ้าน้ำทะเล) เว้าหน้านิดๆ โชว์ความเซ็กซี่ พร้อมทั้งหยิบกระเป๋าคู่ใจลายหนังงู และแหวนเพชรวับวาวมาเสริมลุคให้เก๋ไก๋กว่าใคร ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ดูมีออร่าสุดๆ พิสูจน์จากสายตาหนุ่มๆ ที่มองได้เลย !


เฟย์-อรชุมา ดุรงค์เดช

เฟย์-อรชุมา ดุรงค์เดช

เซเลบฯ เบอร์ต้นๆ ของเมืองไทยที่แต่งตัวได้ปัง และดูแพงตลอด ไม่ว่าจะออกอีเวนต์ไหน สำหรับงานนี้ก็เช่นกัน เธอมาแนวเรียบหรูด้วยเดรสสั้นเข้ารูปสีดำ และเสริมแอคเซสเซอรี่น้อยชิ้นแบบเบาๆ ทว่าเด่นสะดุดตา อย่าง กระเป๋าทรงสวย กำไลข้อมือ นาฬิกา รวมทั้งแหวนวงโตสุดเก๋

นอกจากนี้ยังมีเซเลบฯ อีกเพียบกับการแต่งตัวสุดเดิร์น !


เพื่อนสุดซี้ พลอย-แสงแข เหมกมลเศรษฐ์ และภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์

สาว สาว สาว ขอจัดเต็ม !

ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์ และปอเปี๊ยะ-สลิล สุญาณเศรษฐกร

จริง-วรางคณา จิตศักดานนท์, เอ-ดวงพร บุณยะจินดา และแดน เหตระกูล … แก๊งนี้มีแต่คนแซ่บๆ !

เจน-เจนสุดา ปานโต (คนซ้าย) และเพื่อนสุดซี้

หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ (พรวรรณะศิริเวช)