4 ไอเท็มคู่กายที่ผู้ชายต้องจำให้ขึ้นใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย GQ Thailand 3 พ.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/611855

 

พบกับแอคเซสเซอรี่ประจำฤดูกาลใหม่ทั้ง 4 แบบ ตัวช่วยให้การแต่งตัวดูเท่ครบเครื่อง

1. Loafers


รองเท้ายอดนิยมของผู้ชายทุกรุ่นที่มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 30s แรกเริ่มมีการสวมใส่กันในกลุ่มชาวไร่ของประเทศนอร์เวย์ หน้าตาคล้ายรองเท้าสลิปออนสำหรับใส่อยู่บ้าน จนกระทั่งเจ้าของแบรนด์รองเท้าดัง G. H. Bass จากสหรัฐอเมริกาไปสะดุดตาเข้าจึงนำมาปรับโฉมยกเครื่องใหม่ แถมตั้งชื่อใหม่เก๋ไก๋ว่า ‘วีจันส์’ (Weejuns) เพื่อให้ออกเสียงคล้ายกับคำว่า ‘นอร์วีเจียนส์’ (Norwegians) ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิด เมื่อความนิยมแพร่หลายไปทั่วทั้งทวีปอเมริกาและยุโรป จนมาถึงกลุ่มนักศึกษาไอวี่ลีกในทศวรรษ 50s ที่สร้างค่านิยมด้วยการหยอดเหรียญเพนนีใส่ไว้ตรงช่องรูปเพชรด้านหน้าของรองเท้าเป็นเหรียญสำรองเอาไว้หยอดตู้โทรศัพท์ยามฉุกเฉิน สิ่งนี้จึงกลายมาเป็นชื่อเรียกว่า รองเท้าโลฟเฟอร์รุ่นเพนนี (Penny Loafers) ที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบัน

2. Backpack


ตัวช่วยสำหรับการพกสิ่งของที่แน่นไปด้วยฟังก์ชันในการใช้งานของนักเรียนไปจนถึงนักเดินป่า เริ่มมีใช้ครั้งแรกตั้งแต่ยุคหิน ส่งต่อมาสู่ชาวนอร์เวย์ในศตวรรษที่ 19 โดยใช้แผ่นหนังสัตว์เย็บเป็นช่องใส่ของแล้วยึดกับแผ่นไม้ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างกระเป๋าแบ็กแพ็กของรุ่นบุกเบิก จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ออกแบบกระเป๋าแบ็กแพ็กรุ่น M1910 ให้รองรับการใช้งานของทหาร แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรเพราะกระเป๋ามีลักษณะคล้ายผ้าผืนใหญ่ที่วางทุกสิ่งลงบนผ้าแล้วค่อยๆ พับจนเป็นทรงสี่เหลี่ยมและมีเชือกมัด ที่สำคัญคือมีน้ำหนักมาก จนกระทั่งปีคริสต์ศักราช 1952 คู่สามีภรรยาตระกูลเคลตี้ (Kelty) ซึ่งเป็นชาวอเมริกันจึงสร้างกระเป๋ารุ่นใหม่ด้วยโครงจากแผ่นอะลูมิเนียมและตัวกระเป๋าจากร่มชูชีพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาตัดแปะและเย็บประกอบ ก่อนเสริมด้วยสายกระเป๋าที่ทำจากพรมผ้าวูล นี่จึงเป็นต้นแบบของกระเป๋าที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

3. Sneakers


พลิมโซลส์ (Plimsolls) คือชื่อเรียกรองเท้าผ้าใบในยุคแรกที่มีมาตั้งแต่ช่วงปี 1870 รองเท้าลักษณะนี้คล้ายกับรองเท้าผ้าใบพื้นยางบ้านๆ ตัวรองเท้าทำจากผ้าใบแต่แบ่งไม่ออกว่าข้างไหนซ้ายหรือข้างไหนขวา ด้วยเหตุนี้จึงใส่ไม่สบายนัก และที่สำคัญมีจำกัดอยู่ในแวดวงนักกีฬาหรือกองทัพเท่านั้น จนกระทั่งแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Keds, Adidas และ Converse พากันออกแบบและปรับปรุงรองเท้าผ้าใบเสียใหม่ให้ใส่ง่ายขึ้น จึงทำให้รองเท้าชนิดนี้เป็นที่นิยมแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาร์ลอน แบรนโด และเจมส์ ดีน ใส่รองเท้าผ้าใบชนิดนี้ในภาพยนตร์ที่เขาเล่น จึงทำให้ความนิยมรองเท้าผ้าใบแพร่กระจายออกไปทั่วโลก แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมถึงต้องเรียกว่าสนีกเกอร์ เพราะที่จริงแล้วชื่อสนีกเกอร์นั้นเป็นคำศัพท์อเมริกัน-อิงลิช ถูกตั้งในคริสต์ศักราช 1917 โดย Henry Nelson McKinney นักโฆษณาที่เห็นพ้องว่าพื้นรองเท้ายางของรองเท้าผ้าใบนั้นไม่ส่งเสียงดังในเวลาเดิน ก็แปลตรงตัวว่า ‘นักย่องเบา’ ดีๆ นี่เอง

4. Baseball Cap


รู้หรือไม่ว่าหมวกเบสบอลที่เราใส่กันอยู่ทุกวันมีที่มาตั้งแต่คริสต์ศักราช 1858 ตัวหมวกทำจากผ้าฝ้ายไร้โครงสร้าง มีลักษณะกลมมน มีปีกไว้บังแดดและมีกระดุมด้านบน แต่สมัยนั้นหมวกชนิดนี้นิยมใส่สำหรับเล่นกีฬาเท่านั้น ไม่ฮิตใส่ออกมาเดินเท่นอกบ้านเหมือนปัจจุบัน แต่พอล่วงเลยมาถึงทศวรรษ 1940s หมวกเบสบอลก็ถูกพัฒนาให้มีรูปทรงเหมือนที่เห็นในวันนี้ด้วยการใช้วัสดุยางลาเท็กซ์ทำโครงยึดด้านหน้า และจะปักตราสัญลักษณ์ของทีมเบสบอลต่างๆ ลงบนหมวกเพื่อเป็นการแบ่งทีมอย่างชัดเจน จนกระทั่งถึงทศวรรษ 70s หมวกเบสบอลจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งในเครื่องแบบของคนหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ไปจนถึงนักวิ่ง และแพร่หลายสู่กระแสแฟชั่นตั้งแต่นั้นมา

ที่มา – GQ Thailand
www.gqthailand.com

 

เธอทำให้มันน่าขี่…ประมวลภาพพริตตี้เซ็กซี่ ‘มหกรรมจักรยาน’ 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 พ.ค. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/614768

 

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่แม้จะจบไปแล้วแต่ก็มีสีสันที่เรียกได้ว่า พลาดแล้วจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง กับงาน “มหกรรมจักรยานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” Internaitonal Bangkok Bike ครั้งที่ 7 งานเดียวที่รวบรวมสินค้าจักรยานแบบครบวงจร พร้อมเปิดตัวครั้งแรกกับ Bangkok Triathlon Expo งานที่รวบรวมสินค้าไตรกีฬา พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกเพียบ ซึ่งจัดที่อิมแพค เมืองทองธานี นอกจากความเจ๋งของจักรยานที่ว่า ยังมีเหล่าพริตตี้ที่มาโชว์ความเซ็กซี่ให้จักรยานดูน่าขี่ยิ่งขึ้น

ไทยรัฐออนไลน์เก็บภาพมาให้ชมกัน รับประกันใครไม่ไปเสียดายแย่.




















อัพเดตเทรนด์ เห็นแล้วว้าว! แฟชั่นนักปั่น เอาใจสายหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2559 16:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/614029

 

การขี่จักรยานกลายเป็นกีฬาและกิจกรรมยามว่างที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้จำนวนนักปั่นเพิ่มขึ้น และตลาดจักรยานมีมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านบาท แฟชั่นสินค้าจักรยานจึงออกมาวางจำหน่ายอย่างคึกคัก แถมยังเน้นเจาะกลุ่มผู้หญิงที่หันมาปั่นกันมากขึ้น งานนี้ทีมข่าว “ไทยรัฐออนไลน์” เก็บตกเทรนด์แฟชั่นของเหล่านักปั่นจากงาน International Bangkok Bike 2016
 
ก่อนอื่นไปส่องจักรยานที่เอาใจตลาดสุภาพสตรีกันก่อนเลย กับจักรยานแบรนด์ “RIZ” รุ่นใหม่ล่าสุด นำเข้าจากประเทศเบลเยียม ออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระของสาวๆ ตัวจักรยานทำจากคาร์บอน จึงเบากว่าวัสดุที่ทำจากอะลูมิเนียม น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 8 กิโลครึ่ง ราคาคันละ 48,000 บาท เป็นจักรยานที่เหมาะสำหรับการขี่ท่องเที่ยวได้ทุกสภาพพื้นถนน จึงเป็นที่สนใจของสาวๆ หลายคน





รัชพล สุวรรณจุฑามณี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด Asiabike บอกว่า เดี๋ยวนี้ผู้หญิงหลายคนหันมาขี่จักรยานอย่างจริงจังกันมากขึ้น บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจจักรยานในไทยหลายราย จึงเลือกนำเข้าจักรยานที่เจาะกลุ่มผู้หญิงมากเป็นพิเศษ

อีกเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจสำหรับปีนี้คือ การเล่นไตรกีฬา เพราะ 2 ปีที่ผ่านมามีการจัดเเข่งขันไตรกีฬาถี่ขึ้นทุก 1-2 เดือน จึงมีการนำสินค้าประเภทนี้มาวางขายมากขึ้น



จักรยานสำหรับไตรกีฬาจะมีล้อขอบสูง ตัวท่อใหญ่ เเละเบาะรองนั่งที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขี่อยู่ในท่วงท่าที่สบายกว่าจักรยานทั่วไป สนนราคาอยู่ที่ 120,000 – 400,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นนักปั่น อย่างชุดนักปั่นสีสว่างสดใส ก็เป็นที่นิยม เพราะสามารถใส่ขี่จักรยานตอนกลางคืนได้ด้วย หรือจะเป็นหมวกกันน็อกจักรยาน มีตั้งเเต่รูปแบบธรรมดาไปจนถึงหมวกกันน็อกติดไฟสีสันสดใส




ธุรกิจจักรยานในปี 2559 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ คาดว่า จะมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น เเละประเมินว่าตลาดจักรยานจะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 5-10.

 

เซ็กซี่ ซู่ซ่า! เก็บตกสาวสวยสถาปนิก 59 ทำหัวใจกระชุ่มกระชวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 พ.ค. 2559 06:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/613867

 

สำหรับงานสถาปนิก’59 ได้จบสิ้นลงไปแล้ว โดยปีนี้จัดขึ้นในวันอังคารที่ 26 เมษายน – วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี งานสถาปนิกงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติสำหรับธุรกิจก่อสร้าง ที่ต่อยอดโอกาสความสำเร็จในวงการก่อสร้างระดับภูมิภาคอาเซียน โดยงานสถาปนิก’59 จะเป็นเวทีแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับสินค้าและบริการในธุรกิจก่อสร้างของอาเซียนที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ไทยรัฐออนไลน์ไม่พลาดขอเก็บสีสันภายในงาน พริตตี้สาวสวยมาให้คุณได้ชมกัน!


หุ่นเซ็กซี่ มีเคิร์ฟ

ซื้อฝักบัวมั้ยคะ




เจอกันงานสถาปนิกปีหน้านะคะ



เซ็กซี่


ชุดแดงร้อนแรงค่า

กินแอปเปิ้ลกันมั้ยคะ

ลงอ่างมั้ยคะ










โพสท่าเป๊ะ

ส่องดีไซน์ รองเท้าแตะ ปี 2016 ไปไกลกว่าที่คิด!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 1 พ.ค. 2559 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/611847

 

แม้เทรนด์สปอร์ตส้นหนาจะซาไปแล้ว แต่ซีซั่นนี้ยังคงมีให้เห็นในรันเวย์ใหญ่ ทั้ง Chanel, Burberry หรือแม้แต่ Fendi ที่ออกรองเท้าแตะ

ที่มาแน่ๆ ในร้อนนี้เห็นจะเป็นรองเท้าสำหรับซัมเมอร์อย่างรองเท้ารัดส้นที่ประกอบด้วยสายยาวสำหรับผูกคล้ายกับรองเท้านักบัลเลต์ โดยมีมาหลายแบบหลายสไตล์ ทั้งแบบพื้นสานที่เป็นรองเท้าประจำหน้าร้อน และแบบมีส้นแต่ส้นไม่สูงมาก และแบบ Gladiator ก็มี

ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า สาวๆ ชอบสไตล์ไหน สามารถพันผูกเองได้ตามใจชอบเลย ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมาบังคับ









ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

10 สิ่งอัพความใสที่หมอผิวหนังอยากบอก รู้แล้วรีบทำตามให้ว่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Cleo Thailand 30 เม.ย. 2559 16:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/608857

 

อยากผิวสวยๆๆ แบบไม่ไหวแล้ว พูดกับตัวเองทุกวัน ไม่ต้องไปขอพรพระ หรือบนบานอะไรกับใครหรอกนะ ลองกลับมาดูที่นิสัยการดูแลผิวของตัวเองจะดีกว่า แล้วบวกกับความเข้าใจผิดที่ฟังต่อๆ กันมาอีกแล้วเมื่อไรผิวจะไปสวยได้ อย่างนี้มาเคลียร์กันให้กระจ่างกับ 10 ความจริงที่หมอผิวหนังเขามาบอกจะดีกว่า #งานผิวสวยมาแน่ #แม่หมอคอนเฟิร์มฮ่ะ

1. ไม่ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเพราะคิดว่าเป็นการทำให้ผิวอุดตัน

ความเชื่อนี่มันควรจะหมดไปจากโลกใบนี้ตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้วนะ คิดได้ยังไงคะ แสงแดดเนี่ยให้ผลร้ายกับผิวเรามากกว่าเรื่องสิวอุดตันอีก แล้วเดี๋ยวนี้ครีมกันแดดเขาก็มีสูตรบางเบา สูตร oil free แบบไม่อุดตันขายเพียบเต็มไปหมดแล้วค่า

2. ขัดผิวเบาๆ อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งดีกับผิวที่สุด

ย้ำนะคะว่าเบาที่สุด ควรเลือกแบบเป็น Exfoliating แบบเม็ดละเอียดๆ หรืออาจจะเป็นแบบธรรมชาติที่เราทำขึ้นมาเองก็ได้ แล้วขัดเป็นวงกลมวนเบาๆ ทั่วใบหน้า จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป เพื่อให้ผิวพร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่

3. ลงทุนกับแปรงล้างหน้าดีๆ

สักอันยอมลงทุนไปเลย เพราะหมอผิวหนังบอกว่ามันคือนวัตกรรมที่สุดเริดที่ช่วยคลีนผิวให้ลึกถึงรูขุมขนได้อย่างอ่อนโยนในทุกวัน “ฉันรักแปรงล้างหน้ามาก และคิดว่าเป็นสิ่งที่สาวๆ ทุกคนควรจะมีติดไว้เลย มันช่วยจัดการกับปัญหาเรื่องสิวอุดตันจากการล้างหน้าไม่สะอาดไปได้แบบปลิดทิ้งเลยล่ะ” Ginny Hubbard หมอผิวหนังจากอังกฤษเขาบอกไว้

4. เลิกสักที นิสัยทดลองโปรดักส์ไปเรื่อย

หมอผิวหนังทุกคนบอกว่า เบื่อกับการที่คนไข้วิ่งแจ้นมาหาหมอแล้วบอกว่า “แพ้เครื่องสำอางมาค่ะ” เพราะเกิดจากการอยากทดลองของใหม่ หรือใครบอกว่าดีก็อยากใช้ตามบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วทุกคนควรที่จะรู้จักผิวของตัวเองให้ดีที่สุดว่าตัวเองมีผิวเป็นยังไง เซนซิทีฟมากน้อยแค่ไหน และปัญหาคืออะไร แล้วที่สำคัญคือให้เวลากับโปรดักส์บ้าง ไม่ใช่พอใช้ได้ 2-3 วันแล้วยังไม่ดีขึ้นก็เลิกใช้ละ ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างบนโลกใบนี้ควรให้เวลาอย่างน้อย 2-4 อาทิตย์ถึงจะเห็นผลนะคะ จำกันเอาไว้โหน่ยยย

5. เลเซอร์ไม่ได้ดีกับผิวเสมอไป

หลายคนที่พอผิวหนังพังมาก็อยากจะให้ผิวกลับมาดีเหมือนเดิมเร็วๆ ก็มาหวังพึ่งกับเลเซอร์นี่แหละ ซึ่งหมอผิวหนังอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจกันใหม่หน่อยว่า เลเซอร์ไม่ใช่ไม้คทาศักดิ์สิทธิ์ของเซเลอร์มูน ที่ยิงปุ๊บ สวยปั๊บ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ยิ่งเลเซอร์บางตัวยิ่งแล้วจะทำให้ผิวเบิร์น ก็ต้องดูแลผิวให้ดียิ่งกว่าเดิมไปอีก ซึ่งบางครั้งหมอผิวหนังถึงกับบอกเลยว่า ใจเย็นๆ ปล่อยให้ผิวรักษาตัวมันเอง ทาครีม ป้องกันแดด ก็กลับมาสวยได้เหมือนกันแล้ว #อย่าใจร้อนกันนักเลย#หมอเพลีย

6. ไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์แบบครบทั้งไลน์ก็ได้

เข้าใจนะว่าเวลาไปซื้อเครื่องสำอางทีไร คุณนาย B.A ก็จะมาชักแม่น้ำหว่านล้อมนู่นนี่ว่าต้องใช้ยกเซตถึงจะได้ผล แต่หมอผิวหนังบอกเลยว่าไม่จำเป็นค่า เอาเป็นว่าเราอยากใช้ไวเทนนิ่งเพื่อผิวขาว เราอาจจะเลือกใช้แต่เซรั่ม ส่วนมอยส์เจอร์ไรเซอร์เราก็เลือกเอาแบบให้ผิวชุ่มชื่น หรืออาจจะเลือกเป็นเอนไทน์เอจจิ้งไปเลยก็จะได้ผลลัพธ์กับผิวที่ครอบคลุมกว่า

7. ไม่มีการล้างหน้าแบบไหนที่ไม่ใช้น้ำได้

เดี๋ยวนี้การคลีนเครื่องสำอางด้วยสูตรน้ำที่เป็นไมเซลล่ามาแรงกันเหลือเกิน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ชอบเคลมว่าไม่ต้องล้างน้ำตามได้ แต่งานนี้หมอผิวหนังขอกรี๊ดใส่เลยว่าไม่ได้ค่า ไม่มีการล้างหน้าแบบไหนที่ทดแทนการล้างด้วยน้ำสะอาดได้ ถ้านานทีๆ แบบคืนที่เหนื่อยจริงๆ ก็พอไหว แต่ถ้าทุกวันเนี่ยผิวพังค่ะ

8. โบกมอยส์เจอร์หนาๆ ไม่ใช่ทางแก้ผิวแห้งที่ถูกต้อง

บางคนเจอกับปัญหาผิวแห้งก็ชอบคิดว่าทามอยส์เจอร์ไรเซอร์พอ แต่ยิ่งโบกหนาเข้าไปอีก อยากบอกว่าทำแบบนี้อาจเจอปัญหาผิวแห้ง + สิวอุดตันไปอีก เพราะว่าผิวสามารถดูดซึมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ได้แค่ระดับนึง ที่เหลือก็จะผลักออกมากลายเป็นความมันส่วนเกิน เพราะฉะนั้นถ้าเจอกับปัญหาผิวแห้งลองหาสาเหตุที่ทำให้ผิวแห้งก่อนแล้วแก้ให้ถูกจุดจะดีกว่า

9. ผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งมีผลต่อการรักษาสิว

ท่องไว้เลยว่าถ้าช่วงไหนผิวเกิดเจอสิวบุกแบบศึกหนัก ขอให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นไวเทนนิ่งไปก่อนเลย ถึงแม้จะเป็นโปรดักส์ที่ใช้อยู่เป็นประจำก็ตาม เพราะหมอผิวหนังบอกว่า “พวกผลิตภัณฑ์ไวเทนนิ่งจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้สิวยิ่งขึ้น ถ้าช่วงนั้นผิวอยู่ในช่วงอ่อนแอ เก็บเอาไว้ใช้ตอนที่สิวหาย หรือรักษารอยดำดีกว่า”

10. ไม่มีเลเซอร์เย็นแบบไหนที่รักษาสิวอุดตันได้ตลอดไป

หยุดเชื่อกับคอร์สเลเซอร์แบบเย็นต่างๆ ที่มาขายฝันนู่นนี่ว่าช่วยจัดการสิวอุดตันได้ตลอด ในตอนแรกก็ช่วยลดได้จริง แต่พอไปสักพักมันก็ขึ้นมาอีก เพราะเลเซอร์ไม่ได้ไปรักษาที่ต้นตอของการเกิดเหตุ แถมหลังจากเลเซอร์ผิวก็จะไวต่อแสงแดดมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

ที่มา – Cleo Thailand
www.cleothailand.com

 

ดูกันชัดๆ ใครปังสุด ?! ท้าชนแฟชั่นเซเลบฯ-คนดัง อลังการเว่อร์!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 เม.ย. 2559 14:05

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/612674

 

ไม่ว่าจะไปงานอีเวนต์ไหนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ก็เจอเซเลบฯ หนุ่มหล่อ-สาวสวยระดับแถวหน้าของเมืองไทยแข่งกันแต่งตัวมาประชันกันสุดฤทธิ์ ไม่เว้นแม้แต่งานล่าสุดกับแบรนด์ไอศกรีมระดับโลกอย่าง ‘Magnum (แม็กนั่ม)’ ที่ได้เปิดแคมเปญใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Magnum-Taste the Classic’ เหล่าเซเลบฯ คนดังก็เดรสอัพจัดเต็มพร้อมเชือดเฉือนกันแบบไม่มีใครยอมใคร แล้วมีเหรอที่เราจะพลาดประมวลสีสันในงานมาฝากกัน รับประกันเลยว่า แต่ละคนเว่อร์วังเรียกแสงแฟลชกันสุดๆ


เปิดแคมเปญใหม่สุดอลังการ !

เจี๊ยบ-สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์
เซเลบฯ นัมเบอร์วันของงานที่ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว เพราะเธอเป็นคนเปิดแคมเปญล่าสุดนี้ขึ้น เชื้อเชิญเซเลบฯ-คนดังระดับแถวหน้ามาร่วมดื่มด่ำความคลาสสิกของ Magnum โดยงานนี้เธอมาในลุคสบายๆ ด้วยเดรสยาวแขนกุดสีดำ ซีทรูช่วงล่างเผยเซ็กซี่เบาๆ และเสริมลูกเล่นให้ชุดด้วยแอคเซสเซอรี่อย่างกำไล แหวน ต่างหูเพชร และนาฬิกาสุดหรู


เจี๊ยบ-สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์

ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่
แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ Magnum ที่ใครเห็นต่างยกให้เธอเจิดจรัสสุด! วันนี้เธอมาในชุดเดรสยาวเปิดไหล่สีไวน์ เว้าหน้าโชว์เนินอกเบาๆ ชวนเย้ายวน ไม่เพียงเท่านั้นยังหยิบแอคเซสเซอรี่ทั้งแหวนเพชรแซมทับทิม และสร้อยคอดีไซน์เก๋ มาเสริมลุคให้ดูเรียบหรู-เลอค่าแบบสุดๆ สไตล์ Magnum คลาสสิกระดับโลก!


‘ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่’ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ของแม็กนั่มประเทศไทย

‘ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่’ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ของแม็กนั่มประเทศไทย

โจ้-ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ และ พาย-ภัทรียา ณ นคร
นานๆ ทีจะได้เจอะเจอสองเซเลบฯ คราวนี้เลยจับมาถ่ายรูปคู่กันซะเลย โดยเซเลบฯ หนุ่มหล่อ ‘โจ้-ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์’ มาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยสูทดำมาดเท่ แมตช์กับกางเกงขายาวสีดำ และรองเท้าหนังสุดหรูเหยียบแสน ส่วน ‘พาย-ภัทรียา ณ นคร’ เซเลบฯ สาวสวย อีกหนึ่งแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ของวงการ มาในชุดเดรสยาวสีดำตัดชมพู ให้อารมณ์ (ซ่อน) หวานเบาๆ แต่ที่เกิดอลังการสุดกว่าใครในงาน เห็นทีคงเป็นแหวนเพชรที่นิ้วนางของเธอนั่นแหละ !


โจ้-ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ และ พาย-ภัทรียา ณ นคร

โจ้-ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์

พาย-ภัทรียา ณ นคร

จิ๊บ-อชิรญา อิงคตานุวัฒน์ และ ดวง-มนตร์ลดา พงษ์พานิช
สองเซเลบฯ เพื่อนซี้ ไม่ว่าจะออกงานไหนๆ ก็ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ อย่างล่าสุดในงาน Magnum เธอก็ควงคู่กันมาในลุคหวานๆ โดยที่ ‘จิ๊บ-อชิรญา อิงคตานุวัฒน์’ มาในชุดเดรสสีขาวปลายระบาย จัดเต็มด้วยแอคเซสเซอรี่ต่างหู กำไลข้อมือสีเงิน กระเป๋าถือคลัตช์ และรองเท้าส้นสูงสุดหรู แมตช์เข้ากันอย่างลงตัว ในขณะที่ ‘ดวง-มนตร์ลดา พงษ์พานิช’ มาในชุดทรูพีชโทนชมพูอ่อน พร้อมกับกระเป๋าถือคลัตช์สีเงิน ดูเด่นสะดุดตา-เก๋ไก๋แบบผู้หญิงมั่นใจ


จิ๊บ-อชิรญา อิงคตานุวัฒน์ และ ดวง-มนตร์ลดา พงษ์พานิช

แพร วัชราภัย
เซเลบฯ สาวสวยที่หาตัวจับยากมาก ทว่าเมื่อออกงานก็เรียกแสงแฟลชได้ไม่น้อย กับลุควันนี้เธอมาในชุดเดรสสีดำสุดเปรี้ยว เว้าหน้านิดๆ แมตช์เข้ากับกระเป๋าคลัตช์สีเงินวับวาว และส้นสูงสีดำ-เงินดีไซน์สุดเก๋ ดูโดยรวมแล้วเว่อร์วังอลังการ เกทับเซเลบฯ คนอื่นก็ชนะใสๆ


แพร วัชราภัย

มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ
เป็นเซเลบฯ สาวสวยอีกคนหนึ่งที่แต่งตัวปังได้ตลอดไม่ว่าจะออกอีเวนต์ไหน วันนี้เธอมาในชุดเดรสยาวสีดำ ช่วยขับผิวขาว เสริมด้วยกำไลข้อมือเพชรวับวาว ถึงแม้จะน้อยชิ้นทว่าก็เอาอยู่!


มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา (เจ้าของแบรนด์ Vatanika)
สุดท้ายดีไซเนอร์ และแฟชั่นนิสต้าที่พกพาความเซ็กซี่มาเกินร้อย ไม่ว่าจะปรากฏตัวในงานไหนๆ เธอก็มาในชุดเรียบหรูโทนขาว-ดำ อย่างงานนี้ก็เช่นกันมาในเดรสสีดำเรียบๆ เปิดไหล่ข้าง เผยเอวบางเล็กๆ ให้หนุ่มๆ ใจตึกตักเล่น


แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา (เจ้าของแบรนด์ Vatanika)

แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา (หมู อาซาว่า)

นอกจากนี้ยังมีแฟชั่นเซเลบฯ คนอื่นๆ ที่การันตีความแซ่บให้ชมกันอีกเพี้ยบ…


ปอ-ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์

ปอ-ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์

เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย

น้ำหวาน-พัสวี พยัคฆบุตร และ ดวงวิมล เติมประเสริฐสกุล

พลอย-ชวพร เลาหพงษ์ชนะ และ พลอย-ณัฐพร โทณวณิก … มาทานกันนะคะ =)

มาแล้วก็ต้องถ่ายสิจ๊ะ !
 

10 ตัวช่วยที่จะเนรมิตดวงตาให้ดูสดใสและอ่อนเยาว์อย่างเร่งด่วน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Vogue Thailand 28 เม.ย. 2559 16:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/608522

 

ดวงตาอันสดใสของสาวๆ เราต้องได้รับการทะนุถนอมจากการดูแลตัวเองและผลิตภัณฑ์ดีๆ Vogue จึงขอแนะนำ 10 ตัวช่วย ที่จะมาเนรมิตดวงตาของสาววัยใสอย่างเราให้ดูสดใสและอ่อนเยาว์

New Dimension Firm + Fill Eye System จาก Estée Lauder


ทรีตเมนต์บำรุงผิว 2 สเตปเพื่อดวงตาเรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์ เริ่มจากลงเจลครีมช่วยเสริมความกระชับ แล้วตามด้วยครีมฟิลเลอร์ที่ช่วยถมริ้วรอยเล็กๆ พร้อมขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งขึ้นด้วย

Intensive Skin Serum Corrector และ Concealer จาก Bobbi Brown


ปรับสีผิวใต้ตาให้สม่ำเสมอกับผิวหน้าโดยรวม เริ่มจาก Corrector เพื่อแก้ไขรอยหมองคล้ำใต้ตา แล้วตามด้วยคอนซีเลอร์เพื่อช่วยปรับผิวให้สว่างขึ้น สำหรับคนที่ใต้ตาคล้ำมาก หากใช้คอนซีเลอร์เพียงอย่างเดียวอาจทำให้ผิวใต้ตาเป็นสีเทาได้

HD Microfinish Powder จาก Make Up For Ever


แป้งสำหรับเซตผิวปิดท้ายเพื่อให้เมกอัพติดทนนาน และทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นโดยใช้แปรงปัดขนาดเล็กไล้บริเวณใต้ตา

All-In-Brow 3D&nnbsp;Backstage Pros Long-Wear BrowContour Kit จาก Dior


ชุดแต่งคิ้วเนื้อแป้ง ที่หลังเวที Dior Spring/Summer 2016 ใช้พาเลตต์นี้เติมเรียวคิ้วนางแบบไปตามรูปทรงธรรมชาติของแต่ละคน ซึ่งให้สีคมชัดกำลังดี เหมาะสำหรับเมกอัพดวงตาที่แต่งอย่างบางเบา

Cream Color Base สี Pearl จาก M.A.C


ครีมชิมเมอร์อเนกประสงค์สำหรับแต่งได้สารพัดประโยชน์ เหมาะเป็นไฮไลต์เพื่อเพิ่มความสว่างแก่ดวงตา และเฉดนี้ให้สีเบจสว่างซึ่งแมตช์ได้กับหลากหลายโทนผิว

All About Shadow TM Single สี Sunset Glow จาก Clinique


เลือกอายแชโดว์เนื้อแมตต์เฉดสีธรรมชาติสำหรับคอนทัวร์บริเวณเหนือรอยพับเปลือกตา เพื่อทำให้ดวงตาดูมีมิติขึ้น โดยมีวิธีการไล้แตกต่างกันตามรูปตาแต่ละแบบ

High Definition Eye Liner สี Black จาก Tom Ford


อายไลเนอร์เนื้อดินสอชนิดปากกาหมุน เหมาะสำหรับเขียนเส้นชิดขอบตา แนะนำให้เขียนเฉพาะที่ขอบตาบนและขอบตาด้านในเพื่อให้สีดำนั้นกลมกลืนไปกับขนตา

Precision Eyelash Curler จาก Chanel


การดัดขนตาจะช่วยยกขนตาที่ตรงให้งอนขึ้น เป็นการช่วยเปิดดวงตาให้ดูสว่างขึ้นทันที แม้จะยังไม่ปัดขนตาก็ตาม

They’re Real! Mink-Brown Tinted Lash Primer จาก Benefit


เพียงปัดขนตาโดยไม่ใช้อายแชโดว์ ก็ทำให้ดวงตาดูไบรต์ขึ้น ไพรเมอร์ชิ้นนี้ให้สีน้ำตาลซึ่งใกล้เคียงกับสีขนตาธรรมชาติ เมื่อปัดมาสคาร่าตามจะทำให้สีขนตาคมชัดขึ้นอย่างกลมกลืน สามารถใช้เดี่ยวๆ ได้สำหรับวันสบายๆ

Eyelashes Numéro 2 จาก Nars


ขนตาปลอมชนิดที่ให้ขนเส้นบางจะทำให้ดวงตาดูโดดเด่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถติดทั้งแผงหรือจะตัดแล้วติดแซมเฉพาะบริเวณที่มีขนตาน้อยเพื่อให้ดูดกหนาขึ้นก็ได้

ที่มา – Vogue Thailand
www.vogue.co.th
www.facebook.com/VogueThailandOfficial

 

สะอาดลึกถึงรูขุมขน! 6 รีมูฟเวอร์ สลัดเครื่องสำอางหมดจดไม่เหลือคราบ!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 เม.ย. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/597357

 

ใครมีปัญหาสิวผด สิวอุดตัน ผิวหน้าหยาบกระด้าง ยกมือขึ้น! เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงกำลังประสบปัญหานี้อยู่แน่ๆ นอกจากสาเหตุผิวมันที่ทำให้เป็นสิวได้ง่ายแล้ว อีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางให้เหมาะกับผิว ยิ่งสาวๆ คนไหนมีผิวบอบบางแพ้ง่าย ยิ่งต้องดูแลการล้างหน้าเป็นพิเศษ

บิวตี้ไอเทม ไทยรัฐออนไลน์ สัปดาห์นี้จะพาสาวๆ ผิวบอบบางไปเลือกเมคอัพ รีมูฟเวอร์ ที่นอกจากจะล้างเครื่องสำอางได้สะอาดหมดจด ล้ำลึกถึงรูขุมขนและไม่อุดตันแล้ว ยังมีสารบำรุงเพิ่มความชุ่มชื่น ทำให้ผิวไม่แห้งตึง ที่สำคัญคือไม่มีสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาหารแพ้ รับรองว่าผิวใสไกลสิวแน่นอนจ้า

ส่วนจะมีตัวไหนตรงใจสาวๆ บ้างรึเปล่า ต้องตามมาดู


ป้ายเครื่องสำอางบนแขน เพื่อทดลองใช้รีมูฟเวอร์

ก่อนอื่นเราทดสอบด้วยการป้ายเครื่องสำอางต่างๆ บนแขน ได้แก่ อายแชโดว์ มาสคาร่าชนิดกันน้ำ อายไลเนอร์ ดินสอเขียนขอบตา และลิปสติกเนื้อครีม ตามภาพด้านบน มาดูผลลัพธ์การทดลองใช้ของแต่ละยี่ห้อกันนะจ๊ะ

1. เพียวริตี้ ไมเซลลาร์ วอเตอร์ 

มาเริ่มกันด้วย เพียวริตี้ ไมเซลลาร์ วอเตอร์ จากคอรีน เดอ ฟาร์ม (Corine de Farme Purity Micellar Water) เป็นผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรน้ำ เป็นเวชสำอางที่นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติมากถึง 97% ไม่มีพาราเบน และยังเป็น Hypoallergenic (ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง) เหมาะกับสาวๆ ผิวแพ้ง่ายราคาประมาณ 850 บาท


สารสกัดจากธรรมชาติ 97%

ตัวนี้เช็ดรอบเดียว ก็ออกง่ายดีทีเดียว

ทดลองใช้ : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ จากสารสกัดธรรมชาติ พอใช้แล้วไม่แสบหน้า อ่อนโยนต่อผิวบอบบางเเพ้ง่ายจริงๆ หลังจากเช็ดหน้าเสร็จผิวหน้าก็ไม่แห้งตึง ไม่เหนียวหน้า ไม่แสบตา ทดลองเช็ดเครื่องสำอางที่แขน เช็ดรอบเดียวเครื่องสำอางลบเลือนไปได้ดี แต่พอเช็ดซ้ำ 2 รอบ เครื่องสำอางละลายออกมาหมดจริง ไม่ได้โม้ ดังนั้นใครที่แต่งหน้าจัดเต็มก็ต้องเช็ดซ้ำกันนิดนึง

2. มิเนอรัล คลีนซิ่ง วอเตอร์

มิเนอรัล คลีนซิ่ง วอเตอร์ จากนู ฟอร์มูล่า (Nu Formula Mineral Cleansing Water Extra Fresh & Clean) เป็นผลิตภัณฑ์คลีนซิ่ง สูตรน้ำแร่บริสุทธิ์ ผสมผสานสารสกัดจากธรรมชาติ 100% อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติและสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น Cress extract, Chamomile, Rose water, Panthenol, Bilberry และ Maple ที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกได้อย่างล้ำลึก อ่อนโยน แม้ผิวแพ้ง่าย พร้อมเติมความชุ่มชื่นให้ผิวเนียนนุ่ม กระจ่างใส สุขภาพดี ปกป้องผิวไม่ให้แห้งกร้าน ปกป้องผิวจากมลภาวะ ค้นพบโดยทีมนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง


ตัวนี้ปลื้มเป็นอันดับ 2 ใช้ดีจริง

เช็ดเครื่องสำอาง 1 รอบ เช็ดออกได้ดีทีเดียว

เช็ดเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจด โดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง พร้อมขจัดสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน ต้นเหตุของการเกิดสิวได้อย่างล้ำลึก ปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม น้ำมัน และสารกันเสียชนิดพาราเบน มีค่า pH Balance ที่อ่อนโยนต่อผิว จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวที่บอบบางแพ้ง่าย และผิวรอบดวงตา ผ่านเทคโนโลยีโครงสร้างนาโนที่ซับซ้อนที่สุด เพื่อการทำความสะอาด ราคาประมาณ 590 บาท (ขวดใหญ่)

ทดลองใช้ : เราทดลองใช้ขวดไซส์เล็ก เช็ดหน้าได้สะอาดง่ายดี แค่ 1-2 รอบ เครื่องสำอางก็ออกจนหมด เป็นสูตรน้ำใช้ง่าย ที่สำคัญไม่แสบหน้า ใช้แล้วผิวสดชื่น สบายหน้าสุดๆ ตัวนี้เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน แต่คาดว่าน่าจะเป็นไอเทมที่สาวๆ หลายคนออกตามล่าสอยมาใช้แน่นอน พอทดลองเช็ดเครื่องสำอางที่แขน 1 รอบ ก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีเป็นที่น่าพอใจ

3. ซูตติ้ง แคร์ เจนเทิล ครีม คลีนเซอร์

ซูตติ้ง แคร์ เจนเทิล ครีม คลีนเซอร์ จากฟิซิโอเจล (Physiogel Hypoallergenic SOOTHING CARE Gentle Cream Cleanser) ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเนื้อครีม สำหรับผิวแห้งและผิวบอบบางแพ้ง่าย อ่อนโยนต่อผิว ช่วยลดการระคายเคือง สูตร Hypoallergenic และ Non-Comedogenic ไม่ระคายเคือง ไม่อุดตันรูขุมขน ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ปราศจากสารแต่งสี น้ำหอม และสารกันเสีย ทำให้สามารถทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน และไม่ทำลายความชุ่มชื่นผิวตามธรรมชาติ ราคาประมาณ 1,000 กว่าบาท


เป็นเนื้อครีม ต้องนวดลงผิวสักพัก

เป็นเนื้อครีม เช็ดออกง่ายมาก

ทดลองใช้ : เป็นคลีนซิ่งเนื้อครีม ใช้ยากกว่า เพราะต้องนวดครีมลงบนผิวสักพัก เพื่อให้เครื่องสำอางละลายออกมา จากนั้นก็ใช้สำลีเช็ด เรารู้สึกว่าถ้าใช้สำลีแห้งจะเช็ดยาก แนะนำให้เอาสำลีไปชุบน้ำก่อน ก็จะช่วยปาดครีมออกจากหน้าได้ง่ายขึ้น ส่วนผลลัพธ์ น่าทึ่ง เพราะแค่รอบเดียวก็เช็ดเครื่องสำอางออกได้หมดจดเลย แต่ก็ทิ้งความมันและเหนอะหนะผิวหน้า ไม่ค่อยเหมาะกับสาวผิวมันนะจ๊ะ

4. คลีนซิ่ง โลชั่น เซนซิทีฟ สกินส์

คลีนซิ่ง โลชั่น เซนซิทีฟ สกินส์ จากเพียววีวี่ (Purevivi Cleansing Lotion Sensitive Skins) ตัวนี้เป็นรีมูฟเวอร์แบบน้ำ ใช้ง่ายเช่นกัน ตัวผลิตภัณฑ์อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ทั้งผิวหน้าและรอบดวงตา ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ไม่มีน้ำมัน ไม่มีพาราเบน (สารกันเสีย) ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่ใส่สารลดแรงตึง ล้างออกได้แม้กระทั่งมาสคาร่าชนิดกันน้ำ ราคาประมาณ 490 บาท


ตัวนี้ไม่ระคายเคืองเลย แต่อาจต้องใช้หลายรอบ

ตัวนี้เช็ดรอบเดียว ออกพอประมาณ

ทดลองใช้ : อ่อนโยนต่อผิวดีจริง ไม่แสบตา ไม่แสบหน้า แต่เราว่าตัวนี้จะล้างเครื่องสำอางออกยากนิดนึง อาจต้องเช็ดซ้ำ 4-5 รอบแหนะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณที่เทลงบนสำลีเช็ดหน้าด้วยนะ แนะนำว่าให้เทใส่สำลีให้ชุ่มๆ สักหน่อย ก็จะเช็ดได้สะอาดเร็วขึ้น หลังเช็ดหน้าแล้ว ผิวไม่ระคายเคือง ไม่มัน ผิวนุ่มชุ่มชื่น ปลอดภัยกับผิวแพ้ง่ายจ้า

5. เมคอัพ เคลียร์ คลีนซิ่ง วอเตอร์

เมคอัพ เคลียร์ คลีนซิ่ง วอเตอร์ จากนีเวีย (Nivea Bright Acne Oil Contral Make Up Clear Cleansing Water) เป็นผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางสูตรน้ำ สำหรับผิวแต่งหน้าจัดเต็ม ผิวมัน หมองคล้ำ เป็นสิวง่าย ด้วยนวัตกรรมไมเซลา ออกซิเจน บูสท์ สลายเมคอัพกันน้ำ พร้อมเติมมอยส์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้น และออกซิเจนสู่ผิว ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ไกลสิว ราคา 199 บาท


ตัวนี้เด็ดที่ราคาสบายกระเป๋า ใช้ได้ดีพอสมควร

เช็ด 1 รอบ ไม่ค่อยออกเท่าไหร่

ทดลองใช้ : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน ข้อดีคือราคาถูก ได้ปริมาณเยอะ แต่ส่วนตัวเป็นคนผิวแพ้ง่าย และเป็นสิวง่าย พอลองใช้รู้สึกยิบๆ ที่ใบหน้านิดหน่อย เช็ดเครื่องสำอางได้พอประมาณ แต่ก็ใช้ง่าย ใครที่แต่งหน้าจัดเต็ม ลงทั้งบีบีครีม รองพื้น คอนซีลเลอร์ แป้งผสมรองพื้น แป้งฝุ่น อาจต้องเช็ดหลายรอบ โดยรวมคือคุณภาพเหมาะสมตามราคา ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะราคาสบายกระเป๋า

6. มอยสต์ คลีนซิ่ง โลชั่น

มอยสต์ คลีนซิ่ง โลชั่น จากบีเฟสต้า (Bifesta Moist Cleansing Lotion) เป็นเนื้อโลชั่นแบบน้ำ ที่เช็ดเครื่องสำอางออกได้ง่าย ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว พร้อมบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น ด้วย Hyaluron เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวธรรมดา มีส่วนผสมของ Lecithin สกัดจากถั่วเหลือง ช่วยให้ผิวไม่แห้งตึง ไม่มีน้ำมัน ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่ใส่น้ำหอม สี และสารกันเสียชนิด paraben จึงอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย ราคาประมาณ 390 บาท


ปลอดภัยต่อผิวบอบบางจริงๆ ขอบอก!

ตัวนี้ปลื้มสุดๆ

ทดลองใช้ : ส่วนตัวปลื้มตัวนี้มากที่สุด เป็นแบบน้ำใช้ง่าย เครื่องสำอางก็ละลายออกได้ง่าย เช็ดแค่รอบเดียวก็ออกเกือบหมดแล้ว เช็ด 2 รอบสะอาดวิ้งชัวร์ ไม่เปลืองสำลี หลังเช็ดหน้า ไม่ทิ้งความมัน รู้สึกว่าผิวชุ่มชื่น สบายหน้า ไม่แสบหน้า ไม่แสบตา แต่ถ้าใช้เครื่องสำอางแบบกันน้ำ เช่น พวกมาสคาร่า ก็จะล้างออกยากกว่านิดนึง

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางทั้ง 6 ชนิดที่นำมาฝากกัน สำหรับการเช็ดเครื่องสำอาง จะเช็ดออกง่ายและเร็วหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ด้วยนะจ๊ะ ใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อแบบไหนดี ก็ไปลองใช้ตามลายแทงเหล่านี้ดูนะ สาวผิวแพ้ง่ายน่าจะถูกใจอยู่ไม่น้อย


ลองเลือกกันดูนะจ๊ะ
 

หนุ่มๆ ควรรู้ โกน..อย่างไรให้ปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Playboy Thailand 27 เม.ย. 2559 16:02

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/608465

 

หนวดเครา กับผู้ชาย เป็นของคู่กันและเป็นสัญลักษณ์ทางเพศอย่างหนึ่ง การดูแลหนวดเคราให้เรียบร้อย จึงเป็นกิจกรรมที่ผู้ชายทุกคน ควรจะเอาใจใส่อย่างยิ่ง หนวดเคราโดยปกติ จะงอกเฉลี่ยวันละ 0.2 – 0.5 มม. และมีอายุประมาณ 3-6 เดือนแล้วแต่เชื้อชาติและกรรมพันธุ์ ระยะเวลาและความถี่ในการโกนหนวดเคราแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน บางคนอาจจะต้องโกนทุกวัน แต่ในบางคนอาจจะโกนเพียงอาทิตย์ละ 1-3 ครั้ง

ขั้นตอนการโกนหนวดเคราที่ควรปฏิบัติ

1. ล้างหน้า-ล้างมือให้สะอาด โดยเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะกับผิว เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกบริเวณใบหน้าและมือ เพราะมีบ่อยๆ ที่บางคนโกนหนวดเคราโดยยังไม่ทำความสะอาดผิวหน้าก่อน เช่น โกนด้วยเครื่องโกนหนวดไฟฟ้า (ง่ายและไวดี) ทำให้สิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียแทรกซึมเข้าไปตามรูขุมขน ทำให้เกิดสิวอักเสบหลังโกนหนวดเคราได้ภายหลัง

2. ใช้โฟมโกนหนวด ทาบริเวณที่ต้องการจะโกนให้ทั่ว ที่แนะนำให้ใช้โฟมโกนหนวด เนื่องจากว่า โฟมจะช่วยให้หนวดเคราอ่อนตัว ลื่นไหลได้มากขึ้น ทำให้การโกนหนวดไม่ทำลายเซลล์ผิวหน้า ไม่แนะนำให้โกนด้วยมีดโกนทันที หรือใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าอย่างอื่น เช่น สบู่ ทาแทนโฟมโกนหนวด


3. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน แล้วทาอาฟเตอร์เชพโลชั่น เพราะโลชั่นจะช่วยสมานผิวกรณีที่เกิดบาดแผล ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และควรจะทาออยล์บำรุงผิว หรือมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นแก่ผิวบริเวณที่โกนหนวดเครา

4. ควรเปลี่ยนใบมีดโกนทุกอาทิตย์ เพราะถ้าใบมีดด้านจะทำให้โกนได้ไม่เกลี้ยงเกลาและระคายเคืองผิว จนอาจจะทำให้เกิดบาดแผลได้

ที่มา – Playboy Thailand
www.playboy.co.th
www.facebook.com/playboythailand