มีเพียงนางแบบ 6 คนเท่านั้นที่ได้ทาปากสีแดงเจิดจรัส ซึ่งคงเป็นเฉดไหนไปไม่ได้นอกจากสี Lady Danger จาก MAC สีแดงอมส้มเนื้อแมตต์ ซึ่งเป็นสี iconic ที่เหล่าสาวกบิวตี้ทุกคนต้องมีติดกระเป๋ากันทั้งนั้น
และเมื่อถูกจับคู่กับเบสที่ดูบางเบาเหมือนผิวอย่าง MAC Studio Waterweight Foundation และผมรวบตึงต่ำแล้ว ก็ยิ่งทำให้ลุคของสาวๆ ดูโมเดิร์นและมินิมอลขึ้น จนเราเองอดเอ่ยปากชมไม่ได้
รู้หรือไม่ว่ารองเท้าผ้าใบ Converse ที่ครองใจคนทุกเพศทุกวัยมาร่วมศตวรรษนี้มีที่มาจาก Marquis Mills Converse ผู้ก่อตั้งบริษัท Converse Rubber Shoe Company ในเมือง Massachusetts สหรัฐอเมริกา ต้องการผลิตรองเท้าสำหรับกีฬาบาสเกตบอลที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนั้น จึงได้ผลิตรองเท้า All Star เวอร์ชั่นแรกขึ้นในปี 1917 เป็นรองเท้าที่ทำจากผ้าใบสีน้ำตาลธรรมชาติซึ่งมียอดขายไม่สูงมากนัก ก่อนที่นักบาสเกตบอลอย่าง Charles “Chuck” H. Taylor จะเข้ามาผลักดันให้รองเท้า All Star กลายเป็นที่ฮือฮาในวงการบาสเกตบอล ถึงขนาดที่นักกีฬาบาสเกตบอลทีมชาติของสหรัฐฯ ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 1936 ทุกคนใส่รองเท้าสีขาวรุ่น Chuck Taylor All Star ลงแข่งขัน อีกทั้งยังใช้เป็นรองเท้าฝึกของทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย
รุ่นดั้งเดิมที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของรองเท้ายี่ห้อดังด้วยดีไซน์สุดคลาสสิก ทนทาน และสวมใส่สบาย จากรองเท้าบาสเกตบอล Chuck Taylor All Star ก็ได้กลายเป็นรองเท้ารุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเป็นวงกว้างจนกลืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมย่อย (Subcultures) ของคนกลุ่มต่างๆ ตั้งแต่นักดนตรีชาวร็อก เซเลบริตี้ ไปจนถึงนักกีฬายกน้ำหนัก ในปัจจุบันรองเท้า Chuck Taylor All Star ทั้งแบบข้อสั้นและหุ้มข้อก็ยังเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอยู่แม้ว่าจะผ่านมากว่า 80 ปีแล้วก็ตาม
อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมมากโดยเฉพาะในหมู่แฟชั่นแนววินเทจด้วยเจ้ารอยยิ้มที่เป็นร่องโค้งบนหัวรองเท้า เดิมทีแล้วรองเท้ารุ่นนี้มีต้นกำเนิดจากนักกีฬาแบดมินตันแชมป์โลกอย่าง Jack Purcell ผู้ออกแบบรองเท้าที่ให้การป้องกันและรองรับน้ำหนักได้ดีเหมาะสำหรับกีฬาแบดมินตันโดยเฉพาะ โดยในภายหลังบริษัทคอนเวิร์สก็ได้ซื้อเครื่องหมายการค้าของ Jack Purcell มาไว้ในครอบครองและผลิตรองเท้ารุ่นนี้มาจนถึงปัจจุบัน
4. Chuck Taylor All Star II
ในปี 2015 คอนเวิร์สได้ออกรองเท้ารุ่นใหม่ที่ปรับปรุงมาจาก Chuck Taylor All Star รุ่นดั้งเดิม โดยเพิ่มเทคโนโลยีของ Nike ที่จะช่วยให้มีน้ำหนักเบา ใส่สบาย และไม่เมื่อย โดยยังคงความคลาสสิกของดีไซน์เดิมไว้แต่ซ่อนความทันสมัยที่ดูเรียบง่าย
ปัจจุบันรองเท้า Converse จะผลิตที่ประเทศจีน เวียดนาม และอินโดนีเซียเป็นส่วนใหญ่ ทว่ารุ่นที่ผลิตในสหรัฐฯ ได้กลายเป็นของวินเทจหายากสำหรับนักสะสมไปเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมีหลายคนเข้าใจว่ารองเท้า Converse Japan และ Converse Italy เป็นรองเท้าที่ผลิตขึ้นในประเทศนั้นๆ แท้จริงแล้วเป็นรองเท้าที่ออกแบบมาวางขายเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นและอิตาลีเท่านั้นต่างหาก สำหรับรองเท้า Converse เจแปน เป็นที่รู้จักในเรื่องของการออกแบบที่โดดเด่นกว่าของประเทศอื่นๆ แถมส่วนใหญ่จะผลิตในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะแตกต่างกับ Converse Made in Japan รุ่นพิเศษที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นเลย ทำให้ได้งานที่ประณีตขึ้นและมีราคาสูงกว่ารุ่นทั่วๆ ไปของคอนเวิร์สเจแปน ส่วนรองเท้าคอนเวิร์สอิตาลีนั้นเป็นรุ่นที่ออกแบบให้วางขายเฉพาะในประเทศอิตาลีและส่วนใหญ่เป็นงานผลิตที่ประเทศจีนกับอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ เรามักจะได้เห็นรองเท้า Converse รุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับแบรนด์ต่างๆ หรือดีไซเนอร์ชื่อดังเพื่อออกแบบเป็น Special Editions เช่น รองเท้า Converse Jack Purcell x United Arrows: Green Label Relaxing 2015 ที่เป็นกระแสมาแรงสุดๆ ในช่วงปีที่แล้ว โดยเป็นการร่วมมือระหว่าง Converse กับแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นอย่าง United Arrows ออกมาเป็นรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ทุกคนไล่ล่าตามหาถึงขนาดที่ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ขาดจากตลาดญี่ปุ่นได้ในเวลาเพียงไม่นาน
ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางแฟชั่นชั้นนำระดับโลก “ดิ เอ็มดิสทริค” นำเสนอเทรนด์ แฟชั่นใหม่ล่าสุด ซีซั่นสปริง/ ซัมเมอร์ 2016 ภายใต้แนวคิด “The Em District LUXE MOMENT Spring Summer 2016” รวบรวมสุดยอดไอเท็มที่ไม่ควรพลาดมาอัพเดตให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าก่อนใคร จากซุปเปอร์ แบรนด์แฟชั่นและแบรนด์ชั้นนำของไทย กว่า 400 แบรนด์ พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับ