นี่คงเรียกได้ว่าเป็นชุดวันเกิดอย่างเต็มปาก เมื่อนายแบบของกอม เดส์ การ์ซงส์ ออมม์ พลุส (Comme des Garçons Homme Plus) ในคอลเล็กชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี ค.ศ. 2017 เดินออกมาในชุดจัมพ์สูททำจากพีวีซีใส จนเห็นทะลุปรุโปร่งไปถึงข้างใน พร้อมกับวลีเด็ดที่ถูกสกรีนว่า “The King Is Naked” ซึ่งสิ่งนี้ทำให้นึกถึงนิทานเด็กเรื่องฉลองพระองค์ใหม่ของพระราชา ที่เขียนโดย ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen)
เสื้อฮาวายมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ในช่วงปี 1930 แต่เป็นปี 1935 ที่เสื้อฮาวายเริ่มมีการผลิตและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มต้นจาก Mr. Kiochiro Miyamoto เจ้าของห้องเสื้อ Musa-Shiya the Shirtmaker เริ่มตัดเย็บเสื้อฮาวายในแบบ tailor made เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวบนเกาะฮาวาย โดยได้พิมพ์ลายและตัดเย็บด้วยผ้ากิโมโนสีสันสดใสตามแบบฉบับของญี่ปุ่น แต่มีคัตติ้งที่สวมใส่สบายแบบชาวตะวันตก กระนั้นความต้องการของตลาดก็มีไม่เพียงพอ
ต่อมาร้าน Watumull’s East India Store จึงได้ทำการว่างจ้างดีไซเนอร์นาม Elsie Das ให้ออกแบบลวดลายบนผ้าไหมเพื่อผลิตเสื้อฮาวายกว่า 15 แบบ และทำการจัดจำหน่ายในวงกว้าง ซึ่งในภายหลังนั้นก็ได้มีร้านค้าและผู้จัดจำหน่ายรายอื่นๆ ทยอยผลิตเสื้อฮาวายออกตามมา
เสื้อฮาวายได้ขยายความนิยมเข้าสู่อเมริกาอย่างเป็นทางการในปี 1953 เมื่อ Montgomery Clift ปรากฏตัวพร้อมเสื้อฮาวายในภาพยนตร์เรื่อง From Here To Eternity แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับในปี 1961 ที่ Elvis Presley ปรากฏตัวพร้อมกับเสื้อฮาวายและอูคูเลเล่คู่ใจในภาพยตร์เรื่อง Blue Hawaii หลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็น Frank Sinatra, Bing Crosby หรือแม้กระทั่งอดีตประธานาธิบดีอย่าง Dwight D. Eisenhower และ Harry S. Truman ก็ต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อฮาวายในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ในช่วงปี 1960 นอกเหนือจาก Elvis Presley ใน Blue Hawaii แล้ว เสื้อฮาวายก็ยังไปปรากฏอยู่ตามสื่ออื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์อย่าง Hawaii Five-O, วง The Beach Boys ลามไปถึงช่วงช่วงปี 70 จากซีรีส์ Magnum หรือแม้กระทั่งกลุ่มชาวฮิปปี้บางส่วนที่เลือกที่จะสวมใส่เสื้อฮาวาย