เอาฤกษ์เอาชัยรับปีใหม่! แนะ 8 สิ่งเสริมพลัง ปรับฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563387

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2559 05:30

 

จ๊อบส์ ดีบี แนะนำ 8 เทคนิคสำหรับปรับโต๊ะทำงานให้ฮวงจุ้ยดีต้อนรับปี 2559 เสริมพลังการงานให้ลื่นไหล พร้อมเพิ่มไฟให้ทุกวันทำงาน…

ผ่านเข้าศักราชใหม่มาครึ่งเดือนแล้ว! หลายคนอาจได้ปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต ในขณะที่หลายคนอาจยังใช้ชีวิตแบบเดิม หรือยังไม่ได้คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าคุณจะอยู่ในประเภทไหน เรามีเทคนิคดีๆ ที่ทำได้ง่ายแสนง่ายมาฝาก โดยขอเอาใจคนวัยทำงานเป็นพิเศษซักหน่อย กับ 8 เทคนิค ปรับฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานรับปี 2559 จากบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด

“ฮวงจุ้ย” เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีผู้ให้ความเชื่อถืออย่างแพร่หลายไม่เฉพาะคนไทยหรือคนไทยเชื้อสายจีน แต่ยังรวมถึงผู้คนหลายเชื้อชาติ และประเทศแถบตะวันตก อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการต้อนรับโชคลาภและความเป็นสิริมงคลในการทำงานปีใหม่นี้ การเลือกจัดโต๊ะใหม่อาจเป็นสิ่งเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่เชื่อได้ว่าหากได้ปรับทิศทาง ปรับสมดุลบนโต๊ะทำงานแล้วจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสดใสได้แน่นอน ซึ่งจ๊อบส์ ดีบี แนะนำ 8 สิ่ง ที่ควรมีติดโต๊ะทำงานเพื่อกระตุ้นพลังงานในตัวเอง ทั้งยังเพิ่มความรู้สึกสดชื่น มั่นใจ พร้อมรับมือกับการงานในปีใหม่

1. Wallpaper หน้าจอคอมพิวเตอร์
เชื่อหรือไม่ว่าการเปลี่ยน Wallpaper ของคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กให้เป็นรูปน้ำไหลเอื่อย หรือรูปปลา จะช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณสงบ ไม่วุ่นวาย ไหลเย็นเหมือนสายน้ำ

เลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งาน พร้อมจัดวางให้ถูกตำแหน่ง จะได้เสริมพลังและสะดวกใช้งาน

2. นาฬิกาตั้งโต๊ะ
นาฬิกานอกจากมีไว้เพื่อบอกเวลา… ในแง่ฮวงจุ้ยยังมีผลต่อความคิดและไอเดียของคุณอีกด้วย ลองหานาฬิกาแบบอนาล็อกสักตัวมาตั้งไว้ที่โต๊ะ รับรองว่าสมอง และความคิดของคุณจะบรรเจิดโลดแล่น พร้อมต่อยอดไอเดียได้แบบไม่ติดขัด และไม่ควรปล่อยให้เข็มนาฬิกาหยุดเดินเป็นเวลานานเพราะอาจส่งผลต่อไอเดียของคุณ ดูไม่เป็นมงคลกับชีวิตการทำงาน

3. เต่าคริสตัล
ตามความเชื่อของคนโบราณ เต่าคือสัตว์มงคล และถ้าเป็นเต่าคริสตัลก็จะยิ่งเสริมมงคลให้กับเรามากขึ้น เพราะในทางฮวงจุ้ยนั้นถือว่าแก้วคริสตัลเป็นสิ่งมงคลที่สุด

4. แก้วน้ำ และหิน
อีกวิธีการดูดซับพลังงานดีๆ ไว้กับตัว เพื่อเสริมดวงในการทำงาน… ควรหาแก้วใบเล็กๆ มาหนึ่งใบ ใส่น้ำสะอาดแล้วตั้งบนโต๊ะ หรือลองเติมไอเดียฟรุ้งฟริ้งด้วยการหาหินเก๋ๆ หรือหินสีที่ถูกโฉลกกับคุณมาใส่ไว้ด้วยกัน จะช่วยดึงดูดความโชคดีให้วิ่งมาหาคุณแบบไม่ขาดสาย หมั่นคอยเปลี่ยนน้ำในแก้วให้ใสอยู่ตลอด อย่าปล่อยให้ฝุ่นจับหรือสกปรกเป็นอันขาด เพราะจากที่ช่วยดูดพลังงานด้านดี

5. หลีกเลี่ยงการนั่งใต้คาน
อย่างที่โบราณว่าไว้…เวลานอนก็อย่านอนใต้คาน เวลานั่งทำงานก็เช่นกัน! การนั่งใต้คานจะทำให้คุณรู้สึกกดดัน มีความเครียดสูง และงานจะไม่ราบรื่น ดังนั้น หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง จะใต้คาน หรือจะบนคานก็อย่าไปอยู่เด็ดขาด

6. นักษัตร 12 ราศี
บรรดาสัตว์ใน 12 นักษัตร ต่างมีพลังงานเป็นของตัวเอง และบ่อยครั้งที่เราเชื่อว่าพลังงานของนักษัตรจะช่วยเสริมพลังด้านบวก แต่สิ่งเหล่านี้ก็มีพลังงานด้านลบ มีชงหรือถูกกันตามศาสตร์ทางด้านพยากรณ์ จึงไม่เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบนโต๊ะทำงาน บางทีนักษัตรที่เรานำมาตั้งไว้อาจไม่ถูกกับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือเจ้านาย ดังนั้นอย่าเสี่ยงเลยจะดีกว่า

7. โทรศัพท์
หากคุณมีโทรศัพท์บนโต๊ะทำงาน ควรวางไว้ด้านขวามือ เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยให้ได้รับแต่ข่าวสารดีๆ การประสานงานลื่นไหล ไม่ติดขัด ซึ่งถ้ามองตามการใช้งานจริงๆ แล้ว เราก็มักจะถนัดการใช้งานโทรศัพท์ด้วยมือขวามากกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นนอกจากจะถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ยังทำให้ใช้สอยได้สะดวกมากขึ้นด้วย

8. เหลียวซ้าย แลขวา
มุมซ้าย มุมขวาของโต๊ะทำงานต่างก็มีความหมายกันคนละด้าน มุมซ้ายนั้นส่งเสริมในเรื่องของอำนาจ หากมีสิ่งของใดที่สูง เช่น ลิ้นชักเก็บของ ก็ควรนำมาวางที่มุมซ้าย เพื่อช่วยเสริมในเรื่องของอำนาจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่วนมุมขวานั้น เป็นมุมที่สนับสนุนในเรื่องของการติดต่อ ประสานงาน ควรวางสิ่งของที่มีความสูงไม่มาก เช่น โทรศัพท์ ก็จะช่วยให้การคุยงานต่างๆ ลื่นไหลมากขึ้น

ถึงจะไม่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย หรือศาสตร์ความเชื่อต่างๆ แต่ลองสลับ จัดเปลี่ยนอุปกรณ์ข้าวของบนโต๊ะทำงานซะใหม่ ก็น่าจะสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ในที่ทำงานได้ไม่น้อย…!

‘อีไอซี’ คาด SSD แทนที่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์แนะผู้ผลิตไทยปรับตัว เตรียมตลาดใหม่รองรับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563232

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2559 15:25

 

ภาพประกอบ ตัวอย่าฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ และ โซลิดสเตดไดรฟ์ ในท้องตลาด

‘อีไอซี’ คาด SSD มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ชี้ ต้นทุนต่อความเร็วที่ต่ำกว่า แนะผู้ผลิตไทยปรับตัว มองหาตลาดใหม่รองรับ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) คาด โซลิดสเตดไดรฟ์ (SSD) มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ในอัตราที่เร็วมากขึ้น จากความต้องการความรวดเร็วในการประมวลผลข้อมูลที่มากขึ้นในกลุ่ม high end PC และ hyper scale data center ในขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยความจำของ SSD มีแนวโน้มลดลงมาใกล้เคียงกับ HDD และมีต้นทุนต่อความเร็วที่ต่ำกว่า

ความต้องการ HDD ในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง ปัจจุบัน SSD มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ HDD ในอัตราที่รวดเร็วมากขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ เนื่องจาก SSD มีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถอ่านและบันทึกข้อมูลได้เร็วกว่า ทั้งนี้ ยอดขายของ SSD มีการเติบโตสอดคล้องกับความต้องการใช้งานข้อมูลจำนวนมากและรวดเร็วขึ้น ในขณะที่ยอดขาย HDD ทั่วโลกกลับทรงตัวหรือหดตัวลงเล็กน้อย มีการประมาณการว่ายอดขาย SSD จะมีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 5 ของยอดขาย HDD ในปี 2015 อย่างไรก็ตาม หากมีการนำเอา SSD เข้ามาแทนที่ HDD ในสัดส่วนที่มากขึ้น ก็จะส่งผลกระทบในด้านลบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย เพราะไทยมีสัดส่วนการส่งออก HDD และชิ้นส่วนสูงถึง 1 ใน 3 ของยอดการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือคิดเป็นประมาณ 5% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของประเทศ

คอมพิวเตอร์และ data center เปลี่ยนมาใช้ SSD มากขึ้น

คอมพิวเตอร์และ data center ที่มีความต้องการความเร็วสูงเปลี่ยนมาใช้ SSD มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากเดิมที่มองว่า SSD ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 5-10 ปี จึงจะมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย แต่ในปัจจุบันมีการคาดการณ์ใหม่ว่าอาจเป็นไปได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการคาดการณ์จากต้นทุนต่อหน่วยความจำของ SSD ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ส่วนต่างของต้นทุนต่อหน่วยความจำระหว่าง HDD และ SSD หายไป โดยเฉพาะในส่วนการใช้งานที่มีความต้องการความเร็วสูงในคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในกลุ่ม ultra book และ hyper scale data center นอกจากนี้ ยังพบว่า การนำ SSD เข้ามาใช้ในคอมพิวเตอร์ขององค์กรยังช่วยลดต้นทุนค่าบำรุงรักษาได้ถึง 20% อีกทั้งความเสียหายจากการใช้งานก็เกิดขึ้นน้อยกว่า HDD เนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวส่งผลให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น ในขณะที่การใช้ SSD ใน data center ก็มีข้อได้เปรียบในเรื่องของการประมวลผลที่รวดเร็วกว่า สามารถตอบสนองการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม hyper scale data center อย่าง Facebook หรือ Amazon ที่ความแตกต่างในหนึ่งวินาทีหมายถึงความแตกต่างในโอกาสการสร้างรายได้ โดยในช่วงปี 2013-2014 Amazon มียอดคำสั่งซื้อต่อวินาทีเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1,000 รายการเป็น 1,300 รายการ  ดังนั้น แม้ว่าในปัจจุบัน SSD ยังคงมีต้นทุนต่อหน่วยความจำที่สูงกว่า HDD แต่เมื่อคิดต้นทุนรวมกับค่าบำรุงรักษา จะเห็นได้ว่าการใช้งาน SSD สามารถให้ต้นทุนที่ต่ำกว่า HDD ได้ในบางกรณี และยิ่งถ้าหากพิจารณาผลได้ผลเสียจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นก็อาจให้ความคุ้มค่ามากกว่าด้วย

ผู้เล่นรายหลักของโลกปรับตัวแล้วเพื่อตอบสนองความต้องการ SSD ที่เพิ่มขึ้น

ในอดีตผู้ผลิต HDD มองว่า HDD จะเป็นอุปกรณ์หลักเพียงอย่างเดียวในการจัดเก็บข้อมูลและมองว่า SSD จะถูกใช้เป็นเพียงหน่วยบันทึกข้อมูลระยะสั้นอย่าง thumb drive หรือ RAM เท่านั้น แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายต่างปรับตัวเสนอสินค้าและบริการด้านการจัดเก็บข้อมูลโดยนำเอา SSD มาใช้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์สำคัญให้กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลสูง ยกตัวอย่าง กรณีของ Western Digital เข้าซื้อ SanDisk ซึ่งเป็นผู้ผลิต SSD จนทำให้รายได้รวมของทั้งกลุ่มมีสัดส่วนจาก SSD คิดเป็นกว่า 30% หรือ Toshiba เองก็มีแผนขยายกำลังการผลิต SSD เพื่อจับกลุ่มตลาด data center ส่วน Seagate ก็เพิ่ม SSD เข้ามาในรายการสินค้าและสร้างข้อตกลงร่วมกับ Micron ซึ่งเป็นผู้ผลิต SSD โดยที่ Micron เองก็จับมือกับ Intel เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มความจุของการบันทึกข้อมูลที่มีชื่อเรียกว่า 3D Xpoint ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ Samsung Electronics ก็มีแผนขยายกำลังการผลิต SSD มากขึ้น โดยตั้งเป้าว่ารายได้จาก SSD จะมีสัดส่วนมากกว่ารายได้จากโทรศัพท์มือถือภายในปี 2017 โดยทางบริษัทได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีแบบใหม่ 3D NAND ซึ่งคล้ายกับ 3D Xpoint ของ Micron/Intel โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนในปีที่ผ่านมาเช่นกัน และถัดมา ในช่วงต้นปีนี้เอง ทาง Samsung Electronics ก็ได้มีการเปิดตัว Portable SSD ที่มีความจุได้สูงถึง 2 TB เทคโนโลยีใหม่ทั้งสองดังกล่าวถูกมองว่าจะช่วยเร่งให้ต้นทุนต่อหน่วยความจำของ SSD ลดลงไปได้รวดเร็วมากขึ้นอีกจากความจุที่เพิ่มขึ้น

อินโฟกราฟฟิก เทียบ โซลิดสเตดไดรฟ์ กับ ฮาร์ดดิสก์

ไทยยังไม่มีส่วนร่วมในเครือข่ายการผลิต SSD

อย่างไรก็ดีการผลิต NAND ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ SSD ยังคงมีการกระจุกตัวอยู่ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นหลัก เนื่องมาจากมีมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุนที่สูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยความจำเป็นด้าน economy of scale ทำให้เป็นเรื่องยากที่ไทยจะสามารถดึงดูดการลงทุนใหม่แบบนี้ได้ นอกจากนั้น SSD ก็ไม่ได้ใช้ส่วนประกอบเดิมและมีจำนวนมากเหมือนกับส่วนประกอบของ HDD ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับ HDD ในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางธุรกิจ หากแนวโน้มความต้องการของ HDD ลดลงหรือถูกแทนที่ด้วย SSD ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่มีข้อจำกัดในการประยุกต์ใช้ร่วมกับสินค้าอื่น

ข้อเสนอแนะต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ในไทย

ผู้ผลิตชิ้นส่วน HDD ต้องเตรียมมองหาตลาดใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากมีการใช้ SSD ทดแทน HDD มากขึ้น อีไอซีมองว่า ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตส่วนประกอบของ HDD ควรเริ่มกระจายโครงสร้างสินค้า เพื่อลดสัดส่วนการพึ่งพาความต้องการจาก HDD โดยวิธีหนึ่งทำได้โดยการต่อยอดทางเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมที่เป็นสินค้า หรือบริการใหม่ เช่น ผู้ที่เคยผลิตมอเตอร์ขนาดเล็ก ก็อาจสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับปรุง หรือดัดแปลง เพื่อรองรับการประยุกต์ใช้งานในหุ่นยนต์ หรือเครื่องมือทางการแพทย์ได้.

พร้อมคุยทุกภาษา! ปิ๊งไอเดียล่ามไซส์พกพา อุปกรณ์ช่วยแปลเครื่องจิ๋ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561697

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2559 05:30

 

บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น เปิดตัวอุปกรณ์ช่วยแปลภาษาชิ้นใหม่ ไม่ต้องใช้แอพหรืออินเทอร์เน็ตในการแปลภาษา หวังลดปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างภาษา…

แม้ว่าการแปลภาษาจะไม่ใช่เรื่องยากในปัจจุบัน เพราะมีหลากหลายวิธีที่เทคโนโลยีสามารถอำนวยความสะดวกให้เราได้ แต่เหมือนว่ายังคงไม่ถูกใจมนุษย์ผู้ใช้งาน จึงมีความพยายามพัฒนาอุปกรณ์เพื่อรองรับการใช้งานให้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมคุณสมบัติลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อและใช้งาน

ล่าสุด ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางไปต่างประเทศ หรือต้องติดต่อกับผู้คนหลากหลายภาษา เพราะ Logbar บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ได้เปิดตัวอุปกรณ์แปลภาษาชื่อ ili Wearable Translator (อิลี่ แวร์เอเบิล ทรานสเลเตอร์) โดยจุดเด่นของเจ้าเครื่องนี้อยู่ที่ความสามารถในการแปลภาษาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแอพพลิเคชั่น หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

สำหรับการใช้งานเครื่อง ili Wearable Translator นั้น ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้กดปุ่มที่ตัวเครื่อง ก่อนพูดประโยคที่ต้องการให้แปลภาษา ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะแปลออกมาโดยอัตโนมัติ

ili Wearable Translator ล่ามแปลภาษา

แค่กดปุ่ม ก็แปลภาษาให้คุณได้ทันที

อย่างไรก็ตาม เครื่อง ili Wearable Translator ในรุ่นแรก จะรองรับเพียง 3 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน ส่วนรุ่นที่ 2 จะรองรับภาษาไทย ฝรั่งเศส และเกาหลี ขณะที่รุ่นถัดไปอาจรองรับภาษาสเปน อิตาลี และอาหรับ ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายนั้น คาดว่าจะเปิดให้จองสินค้าในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายนของปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์แปลภาษาดังกล่าว ยังได้เผยแพร่คลิป Kisses in Tokyo วิดีโอสาธิตการใช้งาน โดยแสดงถึงการทดลองของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องการแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อสนทนากับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น และขอจุมพิตกับพวกเธอ รับชมที่นี่.

ที่มา : ubergizmo , gottabemobile , ili

คนไทยชอบโหลดเกมติดมือถือ! ผุดเวที ‘GMASA 2016’ รวมพลคนทำแอพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562119

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 16:05

 

ชี้พฤติกรรมคนไทยนิยมดาวน์โหลดเกมบนสมาร์ทโฟน คาดอีก 2 ปีมูลค่าตลาดแอพเกมเกือบ 10,000 ล้านบาท ประเดิมจัดงาน GMASA 2016 ครั้งที่ 2 ในกรุงเทพฯ หวังสร้างโอกาสให้นักพัฒนาแอพชาวไทย พร้อมเปิดเวทีให้เจาะลึกข้อมูลกับเหล่ากูรู…

นายซีอาร์ เวนกาเตช กรรมการผู้จัดการและซีอีโอ บริษัท ดอทคอม อินโฟเวย์ เปิดเผยว่า ตลาดแอพพลิเคชั่นเกมของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เท่ากับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นเกมบนมือถือ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของแอพพลิเคชั่นทั้งหมด และอาจมีสัดส่วนถึง 60% ในปี 2560 โดยข้อมูลของ Applift ผู้ให้บริการด้านบริการตลาดแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ระบุว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่าผลประกอบการในปี 2557 ราว 93.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3,014 ล้านบาท) ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 9,700 ล้านบาท) ภายในปี 2560

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นตลาดสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่ในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากมีการใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงไตรมาสของปี 2558 คาดว่าจะมีสัดส่วนกว่า 180% เนื่องจากผู้บริโภคเป็นเจ้าของมือถือมากกว่า 1 เครื่อง อีกทั้ง 75% ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนนั้นมีอายุน้อยกว่า 75 ปี มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ แอพพลิเคชั่นเกม วิดีโอและเพลง และซื้อสินค้าบนเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ

อย่างไรก็ตาม Apps World Mag บริษัทสัญชาติอินเดียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ DCI Group ได้ประกาศจัดงาน Global Mobile App Summit & Awards (GMASA 2016) เป็นครั้งที่ 2 ณ กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำงานในแวดวงดิจิตอลและเทคโนโลยี รวมถึงผู้ประกอบการและนักการตลาดทั่วทั้งภูมิภาค ได้พบปะและรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้านเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่น ซึ่งในปีนี้จะเน้นที่เกม และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักพัฒนาเกมชาวไทยและต่างชาติกว่า 60,000 ราย

นอกจากนี้ ภายในงานดังกล่าวยังมีนิทรรศการด้านเทคโนโลยีบนมือถือในอนาคต รวมถึงการพูดคุยและวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต กลยุทธ์ และประสบการณ์การทำงานในตลาดโทรศัพท์มือถือจากผู้เชี่ยวชาญ ขณะเดียวกันก็ยังมีช่วงอภิปรายที่จะมีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกในวงการมือถือ การพัฒนาแอพพลิเคชั่น เกม และสื่อดิจิตอล จาก 10 วิทยากร อาทิ ฟ้าใส พงษ์พิทักษ์โสภณ Strategic Partner Manager จาก Google, Markuu Lepisto ตำแหน่ง Principal Technology Evangelist จาก Amazon Web Services ประจำประเทศสิงคโปร์ และ Maya Hari ตำแหน่ง Director of Product Strategy & Sales จาก Twitter ทั้งยังมีการแข่งขันประกวดแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นอิสระและสตาร์ทอัพ ซึ่งเปิดรับผลงานถึงวันที่ 15 มกราคม 2559 และผู้ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย จะได้เข้ามานำเสนอผลงานในงาน GMASA 2016 อีกด้วย โดยผู้สนใจเข้าร่วมงานจะต้องซื้อบัตรเข้าร่วมงานผ่านhttp://bangkok2016.gmasa.org ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2559 ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เวลา 09.00–18.00 น.

ไม่หยุดแค่เน็ตเวิร์ก ทีพี-ลิงค์ บุกตลาดอุปกรณ์เสริม เอาใจคอไอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560022

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2559 08:01

 

ทีพี-ลิงค์ เผยแผนการตลาดปี 2559 ขยายธุรกิจบุกตลาดอุปกรณ์เสริม (Accessories) ปี 2016 ทั้งลำโพงบลูทูธ พาวเวอร์แบงก์ และ ยูเอสบีฮับ 3.0 หวังเป็นทางเลือกให้ลูกค้า นอกเหนือจากอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่เป็นธุรกิจหลัก…

บริษัท ทีพี-ลิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เน็ตเวิร์ก ประกาศแผนการตลาดของบริษัทในปี 2559 นี้ ได้นำผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เน็ตเวิร์กประเภทอุปกรณ์เสริม หรือแอสเซสเซอรี (Accessories) รุ่นใหม่ หลากหลายรุ่นเข้ามาเสริมทัพอีกหนึ่งไลน์ นอกเหนือจากอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่วางจำหน่ายอยู่แล้วในปัจจุบัน ได้แก่ Bluetooth Speaker รุ่น HA100 อุปกรณ์ที่ช่วยเปลี่ยนลำโพงธรรมดาให้เชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธได้

Bluetooth Speaker รุ่น HA100

พาวเวอร์แบงก์รุ่น TL-PB10400

รวมทั้ง พาวเวอร์แบงก์รุ่น TL-PB10400 ความจุ 10400 mAh ที่ชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี Smart charging

UH400 มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 4 พอร์ต

รวมถึงอุปกรณ์เพิ่มพอร์ต USB หรือ ยูเอสบีฮับ เพื่อเพิ่มการถ่ายโอนความเร็วสูง ทั้งรุ่น UH400 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 4 พอร์ต, UH700 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 7 พอร์ต, UH720 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 7 พอร์ต และอีก 2 พอร์ตแบบชาร์จ 5V/2.4A ที่สามารถชาร์จได้ทั้งอุปกรณ์ที่เป็น iOS และ Android

UH700 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 7 พอร์ต

UH720 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 7 พอร์ต และอีก 2 พอร์ตแบบชาร์จ 5V/2.4A

UE300 เพิ่มพอร์ตแลนระดับกิกะบิตให้โน้ตบุ๊ก

UE300 เพิ่มพอร์ตแลนระดับกิกะบิตให้โน้ตบุ๊กสามารถเชื่อมต่อ และใช้งานได้เลยกับ Windows (XP / Vista / 7 / 8 / 8.1), Mac OS X (10.9 / 10.10), Linux OS.

สนุกแถมประโยชน์! ส่อง 5 แอพเอาใจวัยเรียนรู้ เสริมทักษะลูกน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558968

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2559 06:05

 

สำรวจ 5 แอพพลิเคชั่นสำหรับเด็กๆ เพื่อเสริมสร้างทักษะและการเรียนรู้ มีให้เลือกทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คัดลายมือ นิทาน และเกม…

แม้ผู้ใหญ่หลายคนจะมีมุมมองที่ไม่ดีนักต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ต เพราะกังวลว่าบุตรหลานจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลบได้ง่าย หรือจะทำให้เกิดพฤติกรรมเสพติดเทคโนโลยีจนไม่สนใจการเรียน

“ไทยรัฐออนไลน์” จึงขอนำเสนอแง่มุมที่ดีจากการใช้งานเทคโนโลยี กับวิธีเสริมสร้างทักษะและเตรียมพร้อมการเรียนรู้ให้เด็กๆ ผ่าน 5 แอพพลิเคชั่น ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรจะดาวน์โหลดติดสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตคู่ใจ ให้ลูกน้อยได้เพลิดเพลินกับเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ในยุค 4จี

ภาษาอังกฤษ สำหรับเด็ก (มีเสียงอ่าน)
เหมาะสำหรับเป็นสื่อการเรียนการสอนของเด็กๆ เพื่อพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ อาทิ อักษร A-Z, ภาษามือ, ตัวเลข รวมถึงคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยภาพและเสียงประกอบการใช้งาน ช่วยเสริมสร้างภาษาอังกฤษเบื้องต้นให้เด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี สำหรับผู้ใช้งานบนระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์

กอไก่ ฝึกอ่านไทย
สื่อการเรียนการสอนภาษาไทยก็มี สำหรับแอพพลิเคชั่นกอไก่ ฝึกอ่านไทย ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดทั้งบนระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ได้ฟรี เหมาะสำหรับใช้เพื่อฝึกพัฒนาการภาษาไทยแก่เด็กๆ เพราะมีทั้งการอ่านออกเสียงพยัญชนะ สระ และการผันวรรณยุกต์ พร้อมด้วยภาพและเสียงประกอบ จึงง่ายต่อการอ่านออกเสียงตาม

คัดลายมือ
ต้องขอบคุณหน้าจอระบบสัมผัสของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในปัจจุบัน ทำให้แอพพลิเคชั่นสามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ใช่เพียงการอ่านหรือชมภาพเท่านั้น เด็กๆ จึงสามารถฝึกคัดลายมือผ่านแอพพลิเคชั่นได้ด้วย เช่น แอพคัดลายมือ Thai Handwriting สำหรับผู้ใช้งานอุปกรณ์ตระกูลไอโอเอส หรือ แอพคัดลายมือ อ่าน เขียน เรียน ก ไก่ สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ตระกูลแอนดรอยด์

นิทานก่อนนอน นิทานอีสป (มีเสียงอ่าน)
สร้างความผ่อนคลายแต่แฝงด้วยคำสอนที่ดีงามให้กับเด็กๆ ด้วยแอพพลิเคชั่นเล่านิทานอีสป ซึ่งคุณสามารถเลือกนิทานเรื่องที่อยากให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ พร้อมกับความสะดวกเพียงกดที่รูปลำโพง ระบบก็จะทำการอ่านออกเสียงให้ด้วย เหมาะอย่างมากสำหรับดาวน์โหลดไว้เปิดเล่านิทานให้ลูกๆ หลานๆ ได้ฟัง

Dr.Panda’s Toy Cars
เป็นเกมที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้ทั้งความเพลิดเพลินและฝึกทักษะ จากภาพจำลองเมืองสุขสันต์ในโลกแห่งจินตนาการ โดยพวกเขาสามารถเลือกขับรถประเภทต่างๆ เพื่อท่องไปในเมืองอย่างสนุกสนาน แต่มีค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลดทั้งบนระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์.

ประมูลไม่ได้มีหนเดียว! บิ๊กเทเลนอร์ ยัน ไม่ทิ้ง ‘ดีแทค’ พร้อมขยาย 4G ทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560067

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2559 19:18

 

ซิคเว่ เบรคเก้ ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเทเลนอร์ ย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของดีแทค ชี้ พลาดประมูลครั้งนี้ไม่เป็นปัญหา พร้อมต้อนรับผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจโทรคมฯ…

หลังจากเสร็จสิ้นการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อช่วงสิ้นปี 2558 ก็มีหลายกระแสเกิดขึ้น ทั้งความกังขาในการให้บริการของผู้เล่นรายใหม่ที่เกิดขึ้น หลังจากเป็นผู้คว้าชัยในการประมูล ความไม่มั่นใจในผู้ให้บริการที่พลาดใบอนุญาต หรือแม้แต่กระแสถอนการลงทุนในธุรกิจ หลังพลาดหวังจากการประมูล

ล่าสุด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีเแทค ได้แถลงข่าวถึงทิศทางจากนี้ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยอดีต CEO ของดีแทคอย่าง “ซิคเว่ เบรคเก้” ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเทเลนอร์ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง

“ยืนยันว่า เทเลนอร์จะไม่ถอนการลงทุนจากดีแทคในประเทศไทยอย่างแน่นอน และจะสนับสนุนทุกการลงทุนที่ดีแทคต้องการ เนื่องจากเทเลนอร์มี 3 มุมมองในการดำเนินธุรกิจ คือ มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการลงทุน มีความเข้าใจธุรกิจว่าต้องมีทั้งช่วงที่เติบโตและตกต่ำ ประกอบกับปัจจุบันเอเชียเริ่มมีบทบาทในฐานะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และบริการ โดย 8 ใน 10 แบรนด์ชั้นนำก็มาจากแบรนด์เอเชีย อาทิ ซัมซุง หัวเว่ย วีแชต ไลน์ เป็นต้น เอเชียจึงกลายเป็นตลาดที่สำคัญของเทเลนอร์ และยังคงเป็นประเทศที่เทเลนอร์จะลงทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเอเชียอาจกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาเชิงดิจิตอลในอนาคต” นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าว

ไม่ชนะประมูล “ดีแทค” ไม่เป็นไร!
นอกจากนี้ นายซิคเว่ ยังกล่าวอีกว่า ค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจกับราคาการประมูลใบอนุญาตดังกล่าว เพราะเชื่อว่าในอนาคต รัฐบาลจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่บนย่านต่างๆ ออกมาใช้ประโยชน์ด้านโทรคมนาคม ทั้งคลื่นอื่น 700 850 1800 2300 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเชื่อว่า ดีแทคยังสามารถมีโอกาสที่จะแข่งขัน และประมูลคลื่นในอนาคตอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน คลื่นความถี่จำนวน 50 เมกะเฮิรตซ์ บนคลื่น 850 1800 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่ดีแทคมีอยู่ในปัจจุบันก็ถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าคู่แข่งไม่มากนัก (บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีคลื่นความถี่สูงสุด มากที่สุด รวม 55 เมกะเฮิรตซ์ ได้แก่ คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ (ภายใต้สัญญาสัมปทานกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม) จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์, 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์) จึงเชื่อว่าคลื่นความถี่ที่มีอยู่ทั้งหมด จะเพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า และจะสามารถเอาชนะคู่แข่งขันรายอื่นได้ สำหรับการใช้งานภายในช่วงเวลา 5 ปีจากนี้

“การที่ดีแทคไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้กับการประมูลใบอนุญาตฯ ทำให้เรามีงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงข่าย และบริการได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแล ได้เร่งจัดทำโรดแม็ปในการใช้คลื่นความถี่ให้ชัดเจนโดยเร็ว ซึ่งจากการที่ นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทคได้เข้าพบ นายอุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงไอซีที แล้ว ก็มีความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ออกมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากการประมูลครั้งที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้รัฐบาลเป็นจำนวนมาก จึงอาจเป็นเรื่องแปลก หากรัฐบาลไม่พยายามผลักดันให้เกิดความชัดเจนในการใช้งานคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ส่วนการประเมินมูลค่าคลื่นในการประมูลแต่ละครั้งนั้น เป็นเรื่องที่บริษัทจะพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย เพื่อประโยชน์ และความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจระยะยาว”

เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง…
สำหรับการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะเป็นการลงทุนด้วยงบประมาณที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ ดีแทคได้ดำเนินการขยายพื้นที่ให้บริการ 4จี อย่างต่อเนื่อง อาทิ แผนขยายซุปเปอร์สปีด 4จี จากกรุงเทพฯ ไปยังหัวเมืองจังหวัดต่างๆ และการให้บริการ 4จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการทั่วประเทศ รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานจากเดิม 2 ล้านราย เป็น 4.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ด้วยรูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ ของดีแทคที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม

ยินดีต้อนรับน้องใหม่โทรคมฯ
ส่วนผู้ให้บริการรายใหม่ (บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด) ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้น บริษัทไม่กลัวผู้เล่นรายใหม่ แต่มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตลาดโทรคมนาคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำธุรกิจ เพราะนอกจากการสร้างแบรนด์ ก็ยังมีการสร้างเครือข่าย และการดำเนินงานในด้านอื่นๆ อีกด้วย แต่ก็ขอให้โชคดี

มุมมองตลาดสื่อสารไทย…
เนื่องจากเทเลนอร์ทำตลาดในเอเชียมานานกว่า 15 ปี ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศสำคัญในการให้บริการของเทเลนอร์ โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับเทเลนอร์ได้ในอัตราที่ใกล้เคียงกับนอร์เวย์ ซึ่งรายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมา เทเลนอร์มีรายได้จากการบริการด้านโมบายล์ของไทย ราว 14.4% ขณะที่นอร์เวย์อยู่ที่ 8.5% อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการใช้งานของลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพของตลาดเอเชียในการเป็นผู้พัฒนาบริการ และแอพพลิเคชั่น ก็เชื่อว่าไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดที่สามารถเป็นผู้พัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานด้านดิจิตอลด้วยความคิดสร้างสรรค์ รองรับเทรนด์การใช้งานอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ ที่เน้นการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ และเทรนด์การให้บริการ 4จี อีกด้วย.

อินเทล โชว์นวัตกรรมเทคโนโลยียกระดับชีวิตสู่ยุคดิจิตอลในงาน CES 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559558

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2559 07:25

 

อินเทล เปิดประสบการณ์ตื่นตาตื่นใจในงาน CES 2016 ที่ลาสเวกัส ด้วยการยกระดับวงการกีฬาไปสู่โลกดิจิตอล วิทยาการด้านสุขภาพ ดนตรี วิทยาการหุ่นยนต์ และสิ่งประดิษฐ์ รวมทั้งเผยโฉมนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรต่างๆ…

ที่งานอินเตอร์เนชั่นแนล คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (CES 2016) นครลาสเวกัส อินเทล คอร์ปอเรชั่น นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อสร้างประสบการณ์ตื่นตาตื่นใจในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับวงการกีฬาไปสู่โลกดิจิตอล ไปจนถึงวิทยาการความก้าวหน้าด้านสุขภาพ เพื่อปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ผ่านดนตรี ศิลปะ วิทยาการหุ่นยนต์ และสิ่งประดิษฐ์ นอกจากนี้ อินเทลยังได้ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ พร้อมเผยโฉมผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างความมหัศจรรย์ให้ชีวิต

นายไบรอัน เคอซานิทช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) อินเทล กล่าวถึงความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการกีฬาด้วยการนำเทคโนโลยี และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการยกระดับประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย อินเทลประกาศความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ช่องกีฬา ESPN และ Red Bull Media House เพื่อออกแบบโซลูชั่นส์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับนักกีฬา และจะสร้างประสบการณ์การชมกีฬาที่น่าทึ่ง นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง New Balance และ Oakley เพื่อพัฒนาอุปกรณ์กีฬาให้ทันสมัย และออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น

นายไบรอัน เคอซานิทช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) อินเทล คอร์ปอเรชั่น

เทคโนโลยีของอินเทลยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คน คิดค้น สร้างสรรค์ และค้นหาสิ่งแปลกใหม่ นายไบรอัน เคอซานิทช์ ได้ประกาศความร่วมมือระยะยาว กับ The Recording Academy ในโครงการ Next Generation of GRAMMY Moments พร้อมให้การสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิง และมีส่วนร่วมกับศิลปิน ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีในวงการเพลง โดยจะเริ่มต้นประเดิมโครงการด้วยศิลปินไอคอนระดับโลก เจ้าของ 6 รางวัลแกรมมี่อวอร์ด “เลดี้ กาก้า”

ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำเทรนด์แห่งอนาคตทั้ง 3 ประการ ที่นายเคอซานิทช์ เคยกล่าวไว้ ได้แก่ โลกยุคใหม่ที่เชื่อมโยงกัน, เทคโนโลยีที่สามารถทำงานได้เหมือนประสาทสัมผัสของมนุษย์, และประมวลผลที่สามารถปรับแต่งเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะบุคคลได้มากขึ้นกว่าเก่า

“เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และการเข้าถึงได้มากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน” นายเคอซานิทช์ กล่าว “ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนเลือกประสบการณ์การใช้งานมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีของอินเทลได้เป็นตัวกระตุ้นในการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และตื่นตาตื่นใจให้เกิดขึ้น รวมถึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคมและโลกที่เราอยู่” ซีอีโอ อินเทล กล่าว

อินเทล จะใช้วัสดุจากแหล่งแร่ที่ปราศจากความขัดแย้งในผลิตภัณฑ์มากขึ้น

นายเคอซานิทช์ เน้นย้ำว่า อินเทลยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นความท้าทายทางสังคม ที่แวดวงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเผชิญ รวมถึงการวางแผนรับมือการต่อต้านการคุกคามทางออนไลน์ ร่วมกับ Vox Media และ Re/code เพื่อสนับสนุนความหลากหลายและการเข้าถึง โดยนายเคอซานิทช์ ยังยืนยันว่า อินเทลกำลังก้าวสู่อีกขั้นที่มากกว่าการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมการประมวลผล แต่ยังให้ความสำคัญในด้านจริยธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยจะใช้วัสดุจากแหล่งแร่ที่ปราศจากความขัดแย้งในผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้น

“เมื่ออินเทลเริ่มต้นดำเนินงานกับปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับแหล่งแร่ธาตุ และช่องว่างทางความหลากหลาย และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทุกคนล้วนบอกกับเราว่า เป้าหมายของเรานั้นเป็นสิ่งที่เป็นอุดมคติและเป็นไปไม่ได้ ความพยายามของเราทุกคนแสดงให้เห็นว่า เราสามารถทำธุรกิจด้วยวิธีใหม่ที่ช่วยพัฒนาความเป็นมนุษย์” ซีอีโอ อินเทล กล่าว

ชิปอินเทล เคียวรี่ ที่นำไปติดตั้งไว้บนสโนว์บอร์ด เพื่อใช้ในการแข่งขัน Snowboard Slopestyle และ Snowboard Big Air ประเภทชาย เพื่อแสดงผลข้อมูลการแข่งขันแบบเรียลไทม์

อินเทล ประกาศความร่วมมือกับสถานีกีฬา ESPN นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อยกระดับการแสดงผลข้อมูลในการแข่งขันกีฬา ‘X Games Aspen 2016’ ด้วยประสิทธิภาพของชิปอินเทล เคียวรี่ ที่นำไปติดตั้งไว้บนสโนว์บอร์ด เพื่อใช้ในการแข่งขัน Snowboard Slopestyle และ Snowboard Big Air ประเภทชาย เพื่อแสดงผลข้อมูลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ เช่น การหมุนตัวกลางอากาศ ความสูงของการกระโดด ระยะทางในการกระโดด ความเร็ว และแรงในการลงสู่พื้น การเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถพัฒนาฝีมือ นอกจากนี้ ในการรับชมการแข่งขัน ผู้ชมทั้งทางบ้านและในสนาม สามารถรับฟังการวิเคราะห์ที่รวดเร็ว สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ การแข่งขันจะถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง ESPN และ ABC

สาธิตความสามารถของเทคโนโลยีอินเทล เคียวรี่

อินเทล และ Red Bull Media House ประกาศความร่วมมือระดับโลก ซึ่งจะขยายผลไปยังแพลตฟอร์ม และช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น นายอานเดรอาส กาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยีของ Red Bull Media House ได้ปรากฏตัวบนเวทีคู่กับ นายเคอซานิทช์ เพื่อสาธิตความสามารถของเทคโนโลยีอินเทล เคียวรี่ ที่ช่วยให้นักกีฬา และผู้ชมสามารถรับข้อมูลสมรรถนะของนักกีฬาจากการแข่งขันได้ทันที พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวถึงผลงานการพัฒนาอีกมากมายที่กำลังจะตามมาในปี 2559 นี้

อินเทล ร่วมมือกับ Replay Technologies เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ในการรับชมให้กับแฟนกีฬา ทั้งผู้ชมทางบ้านและในสนามแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยี FreeD จาก Replay ซึ่งทำให้ผู้ชมสามารถรับชมช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขันย้อนหลังได้จากหลากหลายมุมมอง และยังสามารถตัดต่อและแชร์คลิปในแบบของตัวเองได้อีกด้วย เทคโนโลยี FreeD ขับเคลื่อนโดย อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจอเนอเรชั่นที่ 6 และ อินเทล เซิร์ฟเวอร์ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับ

อินเทล และ New Balance ประกาศความร่วมมือทางกลยุทธ์ในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์สวมใส่

อินเทล และ New Balance ประกาศความร่วมมือทางกลยุทธ์ในการพัฒนาเทคโนโลยี สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) ที่เชื่อมโยงนักกีฬาเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนกกีฬาดิจิตอลของ New Balance นายเคอซานิทช์ และ นายร็อบ เดอมาร์ตินี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ New Balance ได้สวมรองเท้าวิ่ง ซึ่งผลิตโดยเฉพาะจากเทคโนโลยี 3-D printed midsoles ขับเคลื่อนด้วยอินเทล เรียลเซนส์ และยังได้เผยถึงแผนการพัฒนานาฬิกาข้อมือสำหรับนักกีฬา ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงเทศกาลวันหยุด ปลายปี 2559

Oakley และ อินเทล เผยโฉม Radar Pace แว่นตาอัจฉริยะที่มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรกในโลก Oakley เป็นแบรนด์แรกในเครือ Luxottica ที่อินเทลร่วมพัฒนาแว่นตาสำหรับกีฬาระดับพรีเมียมที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีของอินเทล ผสานกับกระบวนการผลิตที่ประณีต และวัสดุที่มีคุณภาพของ Oakley แว่นตาอัจฉริยะนี้จะช่วยให้นักวิ่ง นักปั่น และผู้รักการออกกำลังกาย ได้รับข้อมูล และผลวิเคราะห์ในขณะฝึกซ้อมหรือแข่งขัน เพื่อติดตามผลงาน และพัฒนาศักยภาพของตนเองแบบเรียลไทม์

ศิลปินระดับไอคอนชื่อก้องโลก เลดี้ กาก้า เจ้าของ 6 รางวัลแกรมมี่อวอร์ด ได้แถลงวันนี้ถึงความร่วมมือกับอินเทล หลังจากที่อินเทลได้ประกาศความร่วมมือระยะกลางกับ เดอะ เรคคอร์ดดิ้ง อคาเดมี (The Recording Academy) ภายใต้โครงการ Next Generation of GRAMMY Moments ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงสัปดาห์การแจกรางวัลแกรมมี่อวอร์ด ในเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้

เลดี้ กาก้า กล่าวว่า อินเทลได้ร่วมมือกับ เฮาส์ ออฟ กาก้า (Haus of Gaga) เพื่อริเริ่มโครงการที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่สร้างจากความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ความร่วมมือนี้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อย้ำเตือนโลกถึงความสำคัญของการปลูกฝังนวัตกรรม แม้ว่า เลดี้ กาก้า จะไม่แสดงผลงานใหม่ล่าสุดสำหรับโครงการครั้งนี้ แต่เธอให้คำมั่นสัญญาว่า จะนำเสนอประสบการณ์ที่โลกจะไม่มีวันลืม

กลุ่มรายการโทรทัศน์ของ เอ็มจีเอ็ม พร้อมด้วยประธานฝ่ายรายการดิจิตอล นายมาร์ค เบอร์เน็ตต์ ได้ร่วมกับ นายเคอซานิทช์ บนเวที เพื่อนำเสนอตัวอย่างของรายการการแข่งขัน America’s Greatest Makers ซี่งเป็นรายการแข่งขันของนักประดิษฐ์ที่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาให้กลายเป็นความจริง ตั้งแต่การพัฒนาระบบดูแลสุขภาพ วิธีการสื่อสารแบบใหม่ ไปจนถึงการทดสอบขอบเขตของจินตนาการ

รายการนี้จะออกอากาศเป็นครั้งแรกในช่วงกลางปีนี้ทางสถานีโทรทัศน์ ทีบีเอส (TBS) โดยรายการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งใหญ่ ที่รวมถึงการได้ออกอากาศทางการรายงานข่าวของ CNN.com Bleacher Report และแบรนด์อื่นๆ ในเครือของเทอร์เนอร์อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว ยังมีการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลความรู้ออนไลน์ www.americasgreatestmakers.com เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับนักประดิษฐ์ นวัตกรรมล่าสุด และการอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี รวมทั้งข้อมูลดิจิตอลที่น่าสนใจในทุกๆ สัปดาห์อีกด้วย

ซีอีโอ อินเทล และ ยูนีค ไต้ฝุ่น เอช โดรนที่มีเทคโนโลยี อินเทล เรียลเซนส์ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ

ภายในงาน CES 2016 อินเทล ได้นำเอาเทคโนโลยีของอินเทลมาใช้กับอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAVs นายเคอซานิทช์ ได้สาธิตเครื่อง ยูนีค ไต้ฝุ่น เอช (Yuneec Typhoon H) ที่มีเทคโนโลยี อินเทล เรียลเซนส์ (Intel RealSense technology) ที่ช่วยให้ตัวเครื่องมีความสามารถในการหลบเลี่ยงการปะทะ และจะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

เครื่องเซคเวย์ ไนน์บ็อท ที่แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ แพลตฟอร์มที่ใช้เป็นตัวกล้อง อินเทล เรียลเซนส์ ZR300 สามารถตอบโต้กับผู้ใช้งาน และเซ็นเซอร์ต่างๆ ภายในบ้านได้

สำหรับด้านวิทยาการหุ่นยนต์ นายเคอซานิทช์ ได้นำเสนอพาหนะส่วนตัวแบบเครื่องเซคเวย์ จากแบรนด์ ไนน์บ็อท ที่แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ แพลตฟอร์มที่ใช้เป็นตัวกล้อง อินเทล เรียลเซนส์ ZR300 สำหรับขับเคลื่อนในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างดีและสามารถตอบโต้กับผู้ใช้งาน และเซ็นเซอร์ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างชาญฉลาด เนื่องจากมีการใช้หน่วยประมวลผล อินเทล อะตอม เซคเวย์ ต้องการที่จะวางจำหน่ายหุ่นยนต์นี้ และจะริเริ่มด้วยการนำเสนออุปกรณ์สำหรับดีเวลลอปเปอร์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้.

Belkin เปิดตัว โซลูชั่น USB-C เอาใจผู้ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อ ในงาน CES 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559523

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 17:55

 

เบลกิ้น เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มโซลูชั่นผลิตภัณฑ์ USB-C ขยายการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ให้มากขึ้น เพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่มาพร้อมพอร์ต USB-C เพื่อให้ผู้ใช้งานชาร์จ โอนถ่ายข้อมูล และซิงค์ได้อย่างรวดเร็ว ที่งาน CES 2016…

เบลกิ้น (Belkin) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Belkin USB-C พร้อมกันครั้งแรกที่บูธ Belkin ในงาน CES2016 ระหว่างวันที่ 6-10 มกราคม 2559 สำหรับ Belkin 4-Port Mini Hub มีการออกแบบมาพร้อมพอร์ต USB-C จำนวน 2 พอร์ต และ USB-A จำนวน 2 พอร์ต เพื่อขยายการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ต่างๆ จากโน้ตบุ๊ก เพียงเสียบ Belkin 4-Port Mini Hub เข้ากับโน้ตบุ๊กและต่ออุปกรณ์ USB-C อื่นๆ เช่น แฟลชไดร์ฟ, เมาส์, คีย์บอร์ด ที่พอร์ตนี้ก็สามารถใช้งานได้ทันที

Belkin 4-Port Mini Hub

นอกจากนี้ USB-C ยังสามารถเชื่อมต่อกับ HDTV หรือ 4K/Ultra HDTV ได้ผ่าน USB-C to HDMI รองรับความละเอียดถึง 4K (4K@60Hz) ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ในการรับชมภาพที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับการชาร์จอุปกรณ์ภายในรถหรือบ้าน ชุดอุปกรณ์ USB-C to USB-A Charging Kits ได้รับการออกแบบให้สามารถชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ได้ทั้งในบ้านและในรถได้อย่างสะดวก ประกอบด้วยสาย USB-A to USB-C ความยาว 180 เซนติเมตร และที่ชาร์จ 2.1 แอมป์ ทั้งนี้ USB-A เป็นพอร์ตมาตรฐานที่สามารถใช้งานได้กับทุกดีไวซ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต อุปกรณ์สวมใส่ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ชาร์จผ่านพอร์ต USB-A ได้อย่างสะดวก

ด้านหลังสามารถพับสายเก็บได้

เมโลดี้ เทคสัน ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ Belkin กล่าวว่า เบลกิ้น มุ่งมั่นที่ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อรักษามาตรฐานของแบรนด์ สำหรับ USB-C ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้ จะสร้างโซลูชั่นการเชื่อมต่อการทำงานได้อย่างสะดวก ไร้ที่ติ ในฐานะผู้นำด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อไอที เบลกิ้นตระหนักถึงความสำคัญของการมอบประสบการณ์ผ่านการใช้งานผลิตภัณฑ์ Belkin ให้เป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังสร้างความเข้าใจแก่ผู้ใช้งาน ดังนั้นเบลกิ้นจึงจัดศูนย์การเรียนรู้ USB-C ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รู้จักถึงจุดเด่นของสินค้า และค้นหาสาย เพื่อใช้งานให้ตรงกับความต้องการของตนเองได้

สาย MIXIT↑ USB-C to USB-C ที่มีความทนทานและสวยงาม สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ USB-C ได้อย่างลงตัว ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นการชาร์จหรือซิงค์ ด้วยสาย USB-C to USB-A ของ Belkin ในกลุ่ม MIXIT↑ สามารถรองรับการชาร์จอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วได้ด้วย

Belkin 4-Port Mini Hub ด้านหน้า ดีไซน์ได้เรียบง่ายหรูหรา

นอกเหนือจากนี้ Belkin ยังเปิดตัวสาย USB-C และอะแดปเตอร์ โดยเทคโนโลยีของ USB-C จะทำให้ทุกการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊กมีประสิทธิภาพ อุปกรณ์ที่ใช้ USB-C มีขนาดเล็กและบางลงกว่าเดิม บวกกับความสามารถของตัวสาย จะช่วยลดจำนวนการพกสายต่างๆ ได้น้อยลง ด้วยสาย USB-C ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายสามารถเสียบกลับด้านได้ จึงทำให้สามารถต่อสาย USB-C กับพอร์ต USB-C โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต่อผิดด้าน และชาร์จแบตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์ USB 3.1 สามารถถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ภายนอกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง HDMI, VGA, และ DisplayPort ได้โดยผ่านตัวแปลง (Adaptor).

MIXIT 2.0 USB-C to Micro USB Charge Cable

ไมโครซอฟท์ขาย Surface Book เพิ่ม 10 ประเทศ ปลื้ม วินโดวส์10 พาขายแอพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559510

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 17:05

 

ไมโครซอฟท์ เผยยอดดีไวซ์ที่ใช้งานวินโดวส์ 10 ทั่วโลกทะลุ 200 ล้านเครื่อง วินโดวส์ สโตร์ โตก้าวกระโดดปี 58 เพราะยอดขายแอพดีกว่าวินโดวส์ 8 ถึง 4.5 เท่า พร้อมวางขาย Surface Book เพิ่มอีก 10 ประเทศแล้ว…

ไมโครซอฟท์ เผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการใช้งาน ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 (Windows 10) และดีไวซ์วินโดวส์มาแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบกันอย่างเป็นทางการ หลังจากที่วินโดวส์ 10 ได้สร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในปีที่ผ่านมา โดยเราจะเริ่มต้นกันด้วยสถิติฐานผู้ใช้วินโดวส์ 10 ในปัจจุบัน ขณะนี้ มีดีไวซ์ที่ใช้งานวินโดวส์ 10 อยู่ถึง 200 ล้านเครื่องทั่วโลก

· อัตราการเติบโตของฐานผู้ใช้วินโดวส์ 10 ยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยกว่า 40% ของดีไวซ์ทั้งหมดนี้ได้เปิดใช้งานเป็นครั้งแรกหลังวันมหกรรมช็อปปิ้ง “แบล็ค ฟรายเดย์” ในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

บราวเซอร์ ไมโครซอฟท์ เอดจ์

· วินโดวส์ 10 มีอัตราการขยายตัวของฐานผู้ใช้สูงกว่าวินโดวส์ทุกรุ่น โดยทำยอดได้เร็วกว่าวินโดวส์ 7 ถึง 140% และเร็วกว่าวินโดวส์ 8 ถึงเกือบ 4 เท่าตัว

· ผู้ใช้พีซีพากันหันมาให้ความสนใจกับวินโดวส์ 10 เป็นจำนวนมาก โดยนับจากช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา สัดส่วนยอดขายพีซีที่ใช้วินโดวส์ 10 ในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 16% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 62% ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของพีซีที่ใช้วินโดวส์ 10 เพิ่มขึ้นจาก 58% มาเป็น 87%

· ส่วนในกลุ่มลูกค้าองค์กรและภาคการศึกษาก็มีความต้องการใช้งานวินโดวส์ 10 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยกว่า 76% ของลูกค้าองค์กรกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบใช้งานวินโดวส์ 10 และมีการใช้งานดีไวซ์วินโดวส์ 10 รวมถึง 22 ล้านเครื่องในลูกค้ากลุ่มนี้

ผู้ใช้งานนับล้านคนต่างชื่นชอบในวินโดวส์ 10 ด้วยระดับความพึงพอใจที่สูงกว่าวินโดวส์ทุกรุ่นในอดีต โดยยอดการใช้งานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุหลักหมื่นล้านชั่วโมงในเดือนธันวาคม นอกจากตัวเลขฐานผู้ใช้แล้ว เรายังนำรูปแบบการใช้งานของลูกค้ามาเป็นปัจจัยวัดความสำเร็จของวินโดวส์ 10 ด้วย โดยในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา เราได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยสถิติการใช้งานวินโดวส์ 10 รวมถึง 11,000 ล้านชั่วโมงในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว ซึ่งถือว่าสูงกว่าทุกเดือนที่ผ่านมา

วินโดวส์ 10 ไม่ได้เป็นเพียงวินโดวส์รุ่นที่เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุดเท่านั้น แต่ยังสร้างสีสันได้ด้วยประสบการณ์แปลกใหม่มากมาย ทั้งเว็บบราวเซอร์รุ่นล่าสุด ความช่วยเหลือและคำแนะนำจากผู้ช่วยส่วนตัวที่มีชื่อว่าคอร์ทาน่า เชื่อมต่อแบบสมบูรณ์ไม่ว่าบนดีไวซ์ไหน ทั้งเกมสุดมันส์ หรือเครื่องมือมากมายเพื่อการทำงาน จึงทำให้ผู้ใช้พีซีใช้เวลาอยู่กับวินโดวส์มากขึ้นในทุก ๆ วัน นอกจากนี้ ยิ่งมีผู้ใช้มากเท่าใด

คุณสมบัติอัจฉริยะของคอร์ทาน่า (Cortana) และบิง (Bing) บนวินโดวส์ 10 ช่วยค้นหาข้อมูลได้เพียงปลายนิ้ว ก็จะชาญฉลาดยิ่งขึ้น ส่วนบราวเซอร์ ไมโครซอฟท์ เอดจ์ ก็รองรับเว็บไซต์ได้กว้างขวางขึ้น ขณะที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ก็จะได้พบกับโอกาสใหม่ๆ ในตลาด ทั้งหมดนี้จะย้อนกลับมาทำให้เราสามารถมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าให้กับผู้ใช้วินโดวส์ทุกคน

สถิติของวินโดวส์ 10 ที่น่าสนใจ

· ในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว มีการใช้งานบราวเซอร์ ไมโครซอฟท์ เอดจ์ บนดีไวซ์วินโดวส์ 10 รวมกว่า 44,500 ล้านนาที

· นับตั้งแต่วันเปิดตัววินโดวส์ 10 เป็นต้นมา มีผู้ใช้ป้อนคำถามให้คอร์ทาน่าตอบแล้วทั้งสิ้น 2,500 ล้านครั้ง

· โดยเฉลี่ยแล้ว จำนวนครั้งการค้นหาข้อมูลผ่านบิงบนดีไวซ์วินโดวส์ 10 แต่ละเครื่อง เพิ่มขึ้นสูงกว่าวินโดวส์รุ่นก่อน ๆ ถึง 30%

· แอพ Photo ของวินโดวส์ 10 ถูกใช้เปิดภาพถ่ายไปแล้วถึง 82,000 ล้านภาพ

· วงการเกมยังคงเติบโตอย่างคึกคักบนวินโดวส์ 10 โดยในปี 2558 เกมเมอร์ทั่วโลกใช้เวลาเล่นเกมบนวินโดวส์ 10 กว่า 4,000 ล้านชั่วโมง และสตรีมเกมจากเครื่องเอ็กซ์บ็อกซ์ วัน (Xbox One) มาเล่นบนพีซีวินโดวส์ 10 อีกถึง 6.6 ล้านชั่วโมง

ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาให้วินโดวส์ 10 เป็นแพลตฟอร์มเดียวที่ครอบคลุมดีไวซ์ทุกประเภท ทั้งพีซี แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอื่น ๆ จึงทำให้ดีไวซ์เหล่านี้สามารถใช้แอพจากวินโดวส์ สโตร์ ร่วมกันได้ทั้งหมด สำหรับวินโดวส์ สโตร์ ในปัจจุบัน มีหน้าร้านแยกต่างหากสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กร ทั้งยังมีช่องทางใหม่ๆ ที่นำเสนอแอพและคอนเทนต์ให้ได้สัมผัสกันอย่างทั่วถึง จึงสามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมได้ถึง 3,000 ล้านครั้ง เพื่อดาวน์โหลดแอพวินโดวส์ 10 ที่มีให้เลือกสรรมากมายทั้ง Netflix, NPR, Pandora, Shazam, TuneIn Radio, Twitter, Uber, Wall Street Journal, 1-800-Flowers และอื่น ๆ

ส่วนทีมพัฒนาเกมชั้นนำก็ยังเดินหน้าเปิดตัวเกมใหม่ลงในวินโดวส์ สโตร์ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Minecraft: Story Mode – a Telltale Game Series หรือ World of Tank Blitz ที่พร้อมให้สนุกกันได้แล้ววันนี้ หรือเกมใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2559 อย่าง Rise of the Tomb Raider ด้วยฐานลูกค้าที่ครอบคลุมผู้ใช้หลายร้อยล้านคน วงการนักพัฒนาซอฟต์แวร์จึงเล็งเห็นถึงโอกาสมากมายในวินโดวส์ สโตร์ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต

วินโดวส์ สโตร์ สำหรับซื้อแอพพลิเคชั่น บนวินโดวส์ 10


สถิติที่น่าสนใจจาก วินโดวส์ สโตร์

· จำนวนครั้งการซื้อแอพและคอนเทนต์บนพีซีและแท็บเล็ตในช่วงวันหยุดสิ้นปี เพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว

· ในเดือนธันวาคม พบว่าลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อแอพและคอนเทนต์ราว 60% เป็นลูกค้าใหม่ที่ทดลองใช้วินโดวส์ สโตร์เป็นครั้งแรก

· ในเดือนเดียวกันนั้น วินโดวส์ 10 สามารถทำยอดขายแอพและคอนเทนต์เฉลี่ยต่อดีไวซ์ได้สูงกว่าวินโดวส์ 8 ถึง 4.5 เท่าตัว

ไมโครซอฟท์จะต่อยอดความสำเร็จของ เซอร์เฟซ บุ๊ก (Surface Book) ในตลาดสหรัฐฯ และแคนาดาด้วยการเปิดวางจำหน่ายแล็ปท็อปรุ่นนี้ในหลายตลาดทั่วโลก เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เปิดให้ลูกค้าในประเทศจีนและฮ่องกงได้สั่งจองเซอร์เฟซ บุ๊ค และขณะนี้ เซอร์เฟซ บุ๊ค จะออกวางจำหน่ายในอีก 10 ประเทศ โดยลูกค้าในประเทศออสเตรีย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ จะสามารถสั่งจองเซอร์เฟซ บุ๊ก ได้ทันที ก่อนจะทยอยเปิดจองและวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นต่อไป ขณะที่แท็บเล็ตตระกูล เซอร์เฟซ โปร (Surface Pro) ก็จะมีวางจำหน่ายในประเทศอินเดียในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

ในอนาคต ไมโครซอฟท์ โฮโลเลนส์ (HoloLens) จะเปิดโลกใหม่ให้กับนักพัฒนาแอพ โดยจะมีการเปิดตัวโฮโลเลนส์รุ่นพิเศษสำหรับนักพัฒนาเร็วๆ นี้ ขณะที่ลูกค้าอย่างวอลโว่ คาร์ส และออโต้เดสก์ ฟิวชั่น 360 ก็กำลังสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ที่มีโฮโลเลนส์เป็นหัวใจหลัก โดยเรารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ชมแนวคิดและผลงานการสร้างสรรค์ใหม่ๆ จากเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงตลอดปี 2559 นี้

สมาร์ทโฟนวินโดวส์ 10 รุ่นแรกอย่างลูเมีย 950 และลูเมีย 950 XL ได้เปิดตัวออกสู่ตลาดในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว โดยมีลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมากจนสินค้าหมดสต๊อก เรายังคงเร่งผลิตสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นเพิ่มเติมเพื่อจัดส่งให้กับร้านค้าในทุกตลาดต่อไป.