ถามใจให้ดี! ทบทวน 5 เทคนิค คิดให้ครบก่อนตัดสินใจซื้อมือถือใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574623

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 14:35

 

แนะนำ 5 เทคนิคสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อมือถือเครื่องใหม่ พิจารณาให้รอบคอบด้วยเรื่องใกล้ตัว อย่าลืมให้ความสำคัญก่อนตัดสินใจ…

นับถอยหลังเพียง 2 วัน ก็จะถึงคิวเปิดม่านงานใหญ่แวดวงมือถืออย่าง “ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป” ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11-14 ก.พ.นี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งแน่นอนว่าภายในงานจะมีมหกรรมลด แลก แจก แถม กันอย่างจุใจ ไม่นับรวมถึงโปรโมชั่นบัตรเครดิต บัตรเงินผ่อน สำหรับซื้อสินค้าอีกหลากหลาย เรียกได้ว่า…ล่อตาล่อใจผู้เข้าชมงานกันเต็มที่

แต่สำหรับผู้ที่คำนึงถึงความคุ้มค่าในการเลือกซื้อเป็นหลัก เราจึงขอนำเสนอ 5 เทคนิคที่คุณควรพิจารณาให้ครบถ้วน ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อมือถือใหม่ซักเครื่อง!

1. งบประมาณ ทุ่มได้เท่าไหร่?
แม้ว่าปัจจุบันจะมีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือบัตรสินเชื่อเพื่อซื้อแบบผ่อนชำระ หลากหลายบัตรก็ตามที แต่ก่อนที่คุณจะยื่นบัตรให้พนักงานนำไปรูดปรื้ดดด ขอให้คิดถึงงบประมาณที่คุณจะสามารถจ่ายหรือผ่อนไหวเอาไว้ก่อน ไม่ใช่คิดก่อนจ่าย…แต่ต้องเป็นการคิดเตรียมไว้ในใจ ตั้งแต่ตอนเลือกรุ่นที่ต้องการซื้อเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะทำให้รู้ว่ามีกำลังซื้ออยู่ที่เท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้การตัดสินใจเลือกมือถือหรือสินค้าอื่นๆ นั้นง่ายขึ้นด้วย จากการเลือกตามงบประมาณ มีน้อยก็ซื้อแบบถูกก่อนได้ หรือใครจะมีมากแต่อยากซื้อน้อยก็ไม่ว่ากัน

2. สเปก ต้องแรงแค่ไหนถึงจะถูกใจ?
สำหรับเรื่องสเปกเครื่องนั้น ถือเป็นปัญหาที่หลายคนเอ่ยปากบอกว่ากังวลใจ เนื่องจากต้องการประสิทธิภาพแรงๆ มารองรับการใช้งาน แต่แท้จริงแล้ว…คุณสามารถพิจารณาได้ตั้งแต่ตอนเลือกซื้อ อย่าเกรงใจคนขายที่จะสอบถามรายละเอียด เปรียบเทียบกับรุ่นหรือแบรนด์อื่น หรือทดลองใช้งานเครื่องที่ทางร้านจัดเตรียมไว้ เพราะนั่นถือเป็นด่านแรกที่จะทำให้คุณมีโอกาสใช้งานจริง แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม นอกจากนี้ เรามีคำแนะนำเรื่องหนึ่งสำหรับผู้ที่อยากได้สมาร์ทโฟนสเปกแรง ขอแนะนำให้เลือกสเปกแบบ Octa-core พร้อมแรมมากกว่า 1.5 GB เพราะจะทำให้ตัวเครื่องมีความลื่นไหลเมื่อรองรับการใช้งาน

พิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนเลือกซื้อ

3. ซิมการ์ด ไซส์ไหน?
อาจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคอไอทีทั้งหลาย แต่ขอบอกว่าประเด็นดังกล่าวอาจสร้างปัญหาให้กับผู้ที่ไม่เคยใช้สมาร์ทโฟนมาก่อน เนื่องจากมือถือเครื่องใหม่อาจไม่รองรับซิมการ์ดขนาดเดียวกับรุ่นก่อนหน้าที่เคยใช้ แถมบางคนยังจัดเก็บข้อมูลรายชื่อผู้ติดต่อเอาไว้ในซิมการ์ดอีกด้วย ทางออกก็คือ คุณสามารถสอบถามจากพนักงานขายว่ามือถือรุ่นที่คุณสนใจนั้นใส่ซิมขนาดใด จากปัจจุบันที่มี 3 ขนาด คือ ซิมมาตรฐาน ไมโครซิม นาโนซิม หากไม่ใช่ซิมการ์ดประเภทเดียวกับที่คุณใช้อยู่ ก็สามารถติดต่อเปลี่ยนซิมได้จากผู้ให้บริการเครือข่ายที่ใช้งาน จะอย่างไรก็รอให้เปลี่ยนและโอนย้ายข้อมูลให้เรียบร้อย ก่อนเปลี่ยนเป็นมือถือเครื่องใหม่เท่านั้นเอง

4. เครือข่าย รองรับคลื่นความถี่ใด?
สำหรับมือถือที่เป็นรุ่นใหม่ ราคาระดับกลาง-บน อาจไม่ต้องกังวลกับประเด็นดังกล่าวเลย แต่หากมือถือที่คุณสนใจเป็นสมาร์ทโฟนราคาเบาๆ หรือเป็นแบรนด์น้องใหม่ในตลาด อาจต้องสอบถามกันซักหน่อย เพราะสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่น มีข้อจำกัดในการรองรับคลื่นความถี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ผู้ให้บริการกำลังเร่งขยายพื้นที่ 4จี บนหลากหลายคลื่นความถี่ ยิ่งทำให้คุณควรใส่ใจหรือศึกษาดูให้ดีว่าสมาร์ทโฟนที่หมายตานั้นรองรับการใช้งาน 3จี หรือ 4จี บนเครือข่ายที่คุณใช้งานอยู่หรือไม่ จะได้ไม่ต้องมานึกเสียดายภายหลังว่าเลือกมือถือเครื่องใหม่มาใช้ไม่คุ้มราคา

5. บริการหลังขาย พร้อมให้บริการหรือไม่?
เป็นอีกประเด็นที่หลายคนอาจหลงลืมใส่ใจ แต่เนื่องจากปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนเกิดใหม่หลายแบรนด์ หลากรุ่น ทั้งชื่อยี่ห้อคุ้นหูหรือฟังดูแปลกก็ตามที คุณควรสอบถามรายละเอียดให้แน่ใจ ว่าหากเครื่องมีปัญหาขึ้นมาแล้วจะสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กหรือซ่อมแซมจากศูนย์บริการหลักที่ใด เพราะไม่ใช่หน้าที่ของลูกค้าที่จะต้องวิ่งหาร้านซ่อมเองทั้งที่สินค้ายังอยู่ในช่วงเวลารับประกัน จริงมั้ย?

คุ้มค่าทุกบาท หากตัดสินใจให้ดีก่อนควักกระเป๋า

รับรองว่าเช็กให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อมือถือ ครบทั้ง 5 ข้อนี้ มีแต่คุ้มค่าและไม่ต้องเสียใจภายหลัง…!

ที่มา : whatphone

ของใหม่ ฟูจิ ส่งกล้องมิร์เรอร์เลส X-Pro2 รุ่นใหม่ชัดสมจริงเอาใจมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/574730

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 07:30

 

ฟูจิฟิล์ม เปิดตัวกล้องดิจิตอลมิร์เรอร์เลสรุ่นใหม่ X-Pro2 สู่เมืองไทย หวังดันส่วนแบ่งตลาดเป็น 50% ชูจุดเด่น เซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III APS-C ความละเอียดถึง 24.3 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัสไว คมชัด ด้วยรูปทรงสวยคลาสสิก…

นายไทสุเกะ ทารุมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมานี้ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิร์เรอร์เลส โดยฟูจิฟิล์มก็ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล X-A2 ที่โดดเด่นด้วยการถ่ายภาพเซลฟี่ และกล้อง X-T10 คุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับพรีเมียม ในกล้องตระกูล X Series ซึ่งถือว่าได้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยเป็นผู้นำตลาดกล้องมิร์เรอร์เลส ครองมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 40% ล่าสุด ฟูจิฟิล์มได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล รุ่นหลักตัวใหม่ล่าสุด เพื่อจับตลาดผู้ใช้งานระดับไฮเอนด์ คือ X-Pro2 สมาชิกล่าสุดในตระกูล X-Series

ด้านหน้าของ กล้องฟูจิ X-Pro2 รูปทรงคลาสสิคย้อนยุคถูกใจคนถ่ายภาพ

กก.ผจก.บริษัทฟูจิฟิล์ม กล่าวต่อว่า X-Pro2 มีเทคโนโลยีเฉพาะของฟูจิฟิล์ม เพื่อให้คุณภาพที่ยอดเยี่ยมระดับไฮเอนด์ และให้คุณภาพของภาพที่ละเอียด และมีความคมชัดสูง ในรูปลักษณ์ที่ลงตัวแบบคลาสสิก อันเป็นจุดเด่นของกล้องในตระกูล X Series ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ซึ่งถือเป็นปรัชญาของบริษัทฟูจิฟิล์ม ดั่งสโลแกน “นวัตกรรมอันทรงคุณค่า” (Value from Innovation) ซึ่งหมายความว่า ฟูจิฟิล์ม ได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูง พัฒนาสินค้าและบริการที่ดีที่สุดสู่ผู้บริโภค และเป็นการรองรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในอนาคตอีกด้วย โดยเชื่อว่าฟูจิฟิล์มจะมีส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิตอลถึง 50% ในปี 2559 นี้แน่นอน

สวยน่าจับ อยากจะรับไปใช้ที่บ้านกันแน่นอน

ด้านหลังของ กล้องฟูจิ X-Pro2

กล้อง X-Pro2 มากับเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III แบบ APS-C ความละเอียด 24.3 ล้านพิกเซล รองรับการ์ดความจำแบบ SD memory card(up to 2GB) / SDHC memory card(up to 32GB) / SDXC memory card( to 256GB) UHS-I/UHS-II รองรับค่าความไวแสง ISO สูงสุด 100-25600 ดัน ISO ได้สูงสุดที่ ISO 51200 ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 8 ภาพต่อวินาที จอภาพแสดงผลขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.62 ล้านจุด ถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD ที่ 1080p ที่ 60fps แบตเตอรี่ชาร์จเต็ม 1 ก้อน สามารถถ่ายภาพได้ประมาณ 250-350 ภาพ เมื่อใช้แบตเตอรี่แบบ NP-W126 Li-ion ที่มากับกล้อง.

ผุดประชุมใหญ่ปี 59 ‘ไอทีพีซี’ ล้อมวงถกทิศทางไอซีที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573416

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 20:30

 

ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมสัมมนาและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ณ จังหวัดจันทบุรี…

เมื่อวันที่ 30-31 ม.ค.2559 ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ไอทีพีซี) ได้จัดกิจกรรมสัมมนาและประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 ณ เจ้าหลาว คาบาน่า รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี โดยได้รับเกียรติจากนายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “6 เดือน อะไรใช่ ไม่ใช่ กับ ICT ที่ควรเป็นไป” เพื่อให้สมาชิกได้รับรู้ถึงการทำงานของกระทรวงไอซีทีในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งยุทธศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งกรรมการวาระพิเศษแทนกรรมการที่ลาออกจำนวน 2 ท่าน ซึ่งจะดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 1 ปี ได้แก่ นางสาวกัญณัฏฐ์ บุตรดี จากเดลินิวส์ และนายอรรถพล เลิศล้ำ จากสำนักข่าวไทย.

ยังรั้งเบอร์ 1 ตลาดพีซี ‘เอเซอร์’ รุกหนักทุกกลุ่ม เจาะคนไอที-องค์กร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573309

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 16:25

 

เอเซอร์ หวังเติบโตต่อเนื่องในปี 59 เผยส่วนแบ่งตลาดพีซียังเป็นอันดับ 1 ที่ 22% แย้มปรับแผนทำสมาร์ทโฟนราคากลาง-สูง ตอบโจทย์คนไทย พร้อมเดินหน้าธุรกิจเกมเอาใจคนเหล่าเกมเมอร์…

นายอลัน เจียง กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทยังคงให้ความสำคัญในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในส่วนของคอนซูเมอร์และคอมเมอร์เชียล โดยในปีนี้จะมีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่หน้าจอ 1-100 นิ้ว รวมถึงการตอบสนองตลาดเกม ซึ่งถือเป็นอีกสายธุรกิจที่บริษัทให้ความสำคัญ โดยจะทำตลาดผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเดเตอร์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้บริโภคบางส่วนยังมีความไม่มั่นใจในการใช้จ่าย แต่เชื่อว่าจากพฤติกรรมการเลือกซื้อจะกลับมาเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ส่วนตลาดสมาร์ทโฟน ปีนี้บริษัทมีการปรับมาทำตลาดในราคาระดับกลางและบนมากขึ้น จากเดิมที่เน้นทำราคาระดับล่าง เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานเฉพาะกลุ่ม แต่ยังคงมีความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) ทำตลาดร่วมกันในบางรุ่น

“ภาพรวมตลาดคอมพิวเตอร์ในปีนี้แบรนด์เล็กๆ ก็จะหายไปจากตลาดอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับสินค้าประเภท D.I.Y. ที่ถูกแบรนด์หลักเข้ามาทำตลาดแทนที่ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าตลาดโน้ตบุ๊กของเอเซอร์จะเติบโตได้ราว 10% ในปีนี้ และตลาดเดสก์ทอปออลอินวันจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%”

จากในปีที่ผ่านมา เอเซอร์มีส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดพีซีเป็นอันดับ 1 ของไทย ด้วยสัดส่วน 22% โดยบริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊กในปีนี้เป็น 35% จากเดิม 31% และเดสก์ทอปอาจเติบโตได้ต่อเนื่องจากเดิม 11% ขณะที่ตลาดรวมพีซีไทยในปีที่ผ่านมาสามารถเติบโตได้ราว 5% คิดเป็นจำนวนราว 2.5 ล้านเครื่อง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเติบโตได้อีกเล็กน้อยในปีนี้ ส่วนการทำธุรกิจในภูมิภาคอินโดจีนนั้น บริษัทมีสัดส่วนรายได้ราว 15% ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มเป็น 20% ในปีนี้

ส่วนธุรกิจกลุ่มคอมเมอร์เชียลนั้น บริษัทยังคงนำเสนอบริการในรูปแบบโซลูชั่น เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน อาทิ คลาวด์ บิสสิเนส, โซลูชั่นธุรกิจที่มีการประมวลผลสูง, ระบบขนส่งอัจฉริยะ, การประยุกต์ใช้งานคลาวด์ตามรูปแบบการใช้งาน

นอกจากนี้ เอเซอร์ยังได้แต่งตั้ง นายบุญชัย เงาวิศิษฐ์กุล เป็นผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจคอนซูมเมอร์ ประจำเอเซอร์ เวียดนาม เพื่อบริหารและดำเนินงานเอเซอร์ในกลุ่มอินโดจีนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเอเซอร์ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางและต้นแบบ.

ติ่งยิ้มแก้มปริ! ส่องเทคนิคติดตามเฟซคนดัง แบบส่วนตัวไม่ต้องกลัวใครแซว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/573084

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2559 09:05

 

(ที่มาภาพ : AFP)

แนะนำ 4 ขั้นตอน ช่วยให้คุณติดตามคนดังบนเฟซบุ๊กได้แบบไม่ต้องกลัวใครเห็น จะเป็นหนุ่มล่ำ สาวเซ็กซี่ ก็รับรองว่าเพื่อนบนโลกออนไลน์ไม่มีวันเห็น…

เชื่อได้เลยว่าคงไม่มีใคร ที่ไม่เคยเห็นเพจคนดังออนไลน์ปรากฏบนเฟซบุ๊ก เพราะปัจจุบันมีบรรดาคนดังแห่งโลกโซเชียลที่เรียกว่า “เน็ตไอดอล” เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งสาวสวย สาวเซ็กซี่ หนุ่มหล่อ หนุ่มล่ำ ยังไม่นับรวมกูรูผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ทั้งแต่งหน้า แฟชั่น ทรงผม

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข้อจำกัดในการกดติดตามคนเหล่านั้น แต่…อยู่ที่คุณไม่อยากให้เพื่อนบนเฟซบุ๊กได้ล่วงรู้ว่าคุณไปกดติดตามใครไว้บ้าง เพราะหลายๆ คนที่ดึงดูดความให้ไปกดติดตามไว้นั้น เป็นสาวเซ็กซี่ พริตตี้หน้ามน หรือบรรดาหนุ่มล่ำชอบโชว์ซิกซ์แพ็ก ใช่หรือเปล่า?

ถ้าคุณกังวลใจเรื่องนี้ เรามีทางออกมาฝากกับไม่กี่ขั้นตอนเพื่อซ่อนการติดตาม มาเริ่มกันเลย!

1. เข้าไปที่หน้าโปรไฟล์ของคุณ และกดที่หมวด “เพื่อน” มองหารูปดินสอซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมวด “จัดการ” คลิกลงไปก็จะพบกับคำว่า “แก้ไขความเป็นส่วนตัว”

2. เมื่อกด “แก้ไขความเป็นส่วนตัว” จะพบกับ 3 หัวข้อ คือ รายการเพื่อน, ​กำลังติดตาม, ผู้ติดตาม

3. หากคุณไม่ต้องการให้ผู้อื่นบนเฟซบุ๊กเห็นว่าคุณกำลังติดตามคนดังหรือคนที่คุณสนใจแล้วไปกดติดตามเอาไว้ ก็แค่เข้าไปที่หัวข้อกำลังติดตาม และเลือกที่คำว่า “เฉพาะฉัน” แทนที่คำว่าสาธารณะ จากนั้นก็กดปุ่ม “เรียบร้อย” ที่ด้านล่าง เป็นอันเสร็จสิ้น

4. แต่ถ้าอยากจะจำกัดความเป็นส่วนตัวให้เพิ่มขึ้น ก็สามารถแก้ไขการเข้าถึงในหมวดอื่นๆ ทั้งรายการเพื่อนและผู้ติดตาม เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวก็ได้

เพียงเท่านี้ก็ติดตามเน็ตไอดอลขวัญใจได้แบบไม่ต้องเกรงใจเพื่อน (บนเฟซบุ๊ก) อีกแล้ว…!

ลุยตลาดต่างประเทศ! ซินเน็คเดินเครื่องพม่า-กัมพูชา หวังหนุนรายได้ตามเป้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572864

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 17:30

 

ซินเน็คตั้งเป้ารายได้ 23,000 ล้านบาท เน้นขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชูสินค้าคอนซูเมอร์เป็นรายได้หลัก คาดปีนี้ตลาดไอทีไทยโตไม่เกิน 5%…

นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจของซินเน็คยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 23,000 ล้านบาท จากการจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอินโดไชน่า อาทิ พม่า กัมพูชา ลาว ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้จะสามารถสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีประเทศพม่าเป็นตลาดหลักหลังจากเปิดตลาดได้ราว 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทสามารถเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีกว่า 10 แบรนด์ และมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 700 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยจากนี้จะเร่งขยายตลาดกัมพูชาในรูปแบบความร่วมมือกับพาทเนอร์ท้องถิ่นเพิ่มเติม นอกจากนี้ก็มีแผนการลงทุนราว 70-80 ล้านบาท เพื่อขยายสำนักงาน

สำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากสินค้ากลุ่มคอมเมอร์เชียล 30% คอนซูเมอร์ 70% ซึ่งมีสมาร์ทดีไวซ์เป็นสินค้ากลุ่มหลักโดยสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 17% โดยบริษัทเชื่อว่ายังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องทั้งกลุ่มคอมเมอร์เชียลและคอนซูเมอร์ ขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมขยายธุรกิจไปยังกลุ่มสินค้าเกมมิ่ง พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้าด้วยบริการเสริมต่างๆ ส่วนแนวโน้มตลาดไอทีในประเทศไทยนั้นเชื่อว่าในปีนี้จะเติบโตได้ไม่เกิน 5% จากความนิยมสมาร์ทโฟนในตลาดคอนซูเมอร์ การเปลี่ยนเทคโนโลยีในกลุ่มองค์กรเพื่อรองรับการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ 4จี บิ๊กดาต้า และนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) จากภาครัฐ รวมถึงโปรโมชั่นที่ผู้ประกอบการใช้เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายนั้น ปัจจุบันบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่ายออนไลน์มากขึ้นแต่ยังเป็นรูปแบบการจำหน่ายแก่คู่ค้า โดยปัจจุบันซินเน็คมีช่องทางจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ และมีศูนย์บริการซินเน็ครวม 11 สาขา รวมถึงเซอร์วิส พาทเนอร์ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากซินเน็คราว 63 แห่งทั่วประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม ซินเน็คได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านโครงการซินเน็ค คาร์นิวัล ทั่วประเทศ เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำดิสทริบิวเตอร์อันดับ 1 ของไทย ทั้งยังได้เปิดตัวมาสคอร์ตมิสเตอร์ซินเน็ค แอนด์ เดอะแก็งค์ เพื่อเป็นตัวแทนในการสร้างภาพลักษณ์ด้านต้างๆ ทั้งบริการและช่องทางจัดจำหน่ายของซินเน็ค ภายใต้เป้าหมายในการสร้างแบรนด์ Trusted by Synnex.

เงินสดก็ใช้ได้! ‘อูเบอร์’ เพิ่มรูปแบบใหม่การจ่าย หวังลบภาพหรูหราราคาแพง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572261

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 14:05

 

อูเบอร์ เพิ่มรูปแบบการชำระเงินค่าโดยสารจากเครดิตการ์ดอย่างเดียวเป็นใช้เงินสดได้ด้วย เริ่มทยอยใช้งานได้ตั้งแต่ 3 ก.พ. เผยคนไทยใช้งานแล้วกว่า 1.5 ล้านครั้ง…

นายชาน พาร์ค ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อูเบอร์ เปิดเผยว่า หลังจากเปิดให้บริการในประเทศไทยราว 2 ปี ผ่านรูปแบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ล่าสุด อูเบอร์ได้ประกาศรูปแบบการชำระค่าโดยสารด้วยเงินสด โดยไทยเป็นประเทศที่ 8 หลังจากเปิดตัวในประเทศอินเดีย เคนยา ซาอุดิอาราเบีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเปรู รวมแล้ว 27 เมืองทั่วโลก

ปัจจุบัน อูเบอร์มีจำนวนการใช้บริการในไทยกว่า 1.5 ล้านครั้ง และมีจำนวนผู้ขับราว 35,000 คน ซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้น 1,000 คนต่อสัปดาห์ คิดเป็นอัตราการเติบโตกว่า 6 เท่าตัว ภายใน 1 ปี

“นอกจากความสะดวกในการใช้บริการอูเบอร์ ยังมีจุดเด่นด้านความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ ซึ่งสามารถตรวจสอบเส้นทางได้จากพิกัดจีพีเอส หรือบันทึกการโดยสารที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ทั้งยังระบบช่วยเหลือผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย ส่วนความร่วมมือระหว่างอูเบอร์และภาครัฐก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องของกฎหมายต่างๆ แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการขยายตลาดอย่างแน่นอน ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นการรีเฟรซแบรนด์ของอูเบอร์เพื่อให้มีความใกล้ชิดกับผู้บริโภคได้มากขึ้น จากที่มีมุมมองว่าอูเบอร์เป็นบริการที่หรูหราและราคาแพง”

อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดตัวรูปแบบการชำระเงินสด เชื่อว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานในการเลือกชำระค่าโดยสารได้ ขณะเดียวกันก็เป็นการขยายตลาดผู้ใช้งานให้กว้างขึ้น ซึ่งหลังจากเปิดตัวรูปแบบชำระค่าโดยสารด้วยเงินสดพบว่ามีสัดส่วนการใช้งานเติบโตราว 1 เท่าตัวในทุกประเทศที่เปิดให้บริการดังกล่าวแล้ว โดยผู้ใช้งานในประเทศไทยจะทยอยใช้บริการชำระด้วยเงินสดได้ตั้งแต่วานนี้ (3 ก.พ.2559) และคาดว่าจะสามารถใช้งานได้ทั้งหมดภายใน 1-2 สัปดาห์จากนี้.

เพื่อนใจนักวิ่ง? การ์มินส่ง ‘ฟอร์รันเนอร์ 235’ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/572154

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 14:33

 

การ์มิน เปิดตัวนาฬิกาวิ่งรุ่นล่าสุดลงตลาด ชี้นักวิ่งทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าเลือกใช้นาฬิกาเฉพาะทางมากกว่าแบรนด์แฟชั่น ผุดแคมเปญทดลองใช้งานหวังสร้างความรู้จักกับลูกค้า…

นายชาญณรงค์ ธีระโรจนารัตน์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ แบรนด์การ์มิน เปิดเผยว่า บริษัทเริ่มทำตลาดนาฬิกาสำหรับการออกกำลังกายในประเทศไทยประมาณ 3 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งขณะนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนาฬิกาสำหรับผู้นิยมการวิ่ง ซึ่งในปีที่ผ่านมาการ์มินมียอดจำหน่ายเติบโตกว่า 200% และคาดว่าภายในปีนี้ก็จะเติบโตในระดับเดียวกัน

“แม้จะมีนาฬิกาสำหรับออกกำลังกายหลายแบรนด์ แต่พบว่านักวิ่งส่วนใหญ่จะเลือกใช้นาฬิกาวิ่งมากกว่านาฬิกากลุ่มแฟชั่น เนื่องจากไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ถือว่าตลาดดังกล่าวก็ช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ทำให้มีความเข้าใจและรู้จักตลาดนาฬิกาวิ่งมากขึ้น ส่วนพฤติกรรมการเลือกซื้อนาฬิกาวิ่งของคนไทยนั้น พบว่านาฬิกาวิ่งของการ์มินในระดับราคาเฉลี่ย 12,000 บาท เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด”

ชาญณรงค์ ธีระโรจนารัตน์

นายชาญณรงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับส่วนแบ่งทางการตลาดนั้น เชื่อว่าการ์มินมีสัดส่วนมากเป็นอันดับที่ 1 ในตลาดนาฬิกาวิ่ง และมีคู่แข่งขันราว 3-4 แบรนด์ในตลาดเดียวกัน ส่วนอุปกรณ์สนับสนุนการออกกำลังกายอื่นๆ อาทิ กลุ่มแทร็กเกอร์แบรนด์การ์มินก็ได้รับความนิยมติดอันดับ 1 ใน 3 อันดับของผู้นำตลาด ขณะที่สัดส่วนสินค้าที่ได้รับความนิยมของแบรนด์การ์มิน ได้แก่ นาฬิกาสำหรับนักวิ่ง นาฬิกาสำหรับผู้ขี่จักรยาน และอุปกรณ์วัดความเคลื่อนไหว โดยนาฬิกาของการ์มินมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 6,000 บาท และราคาสูงสุดมากกว่า 20,000 บาท

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีนี้ตลาดนาฬิกาวิ่งจะยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากความนิยมในกิจกรรมวิ่งประเภทต่างๆ ที่จัดขึ้นต่อเนื่องตลอดปี รวมถึงปัจจัยจากการหมุนเวียนของนักวิ่ง เช่น ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นวิ่ง นักวิ่ง และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ให้เป็นระดับไฮเอนด์

ล่าสุด การ์มินได้เปิดตัวนาฬิกาวิ่งรุ่นใหม่สำหรับผู้ใช้งานชาวไทย รุ่นฟอร์รันเนอร์ 235 (Forerunner 235) ซึ่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงคงจุดเด่นของการ์มินที่เป็นนาฬิกาประหยัดแบตเตอรี่และกันน้ำได้เอาไว้ โดยฟอร์รันเนอร์ 235 เปิดจำหน่าย 3 สี คือ สีเทา สีแดง และสีเหลือง ซึ่งสามารถเปลี่ยนสายเป็นสีอื่นๆ เพื่อการใช้งานในหลากหลายโอกาสได้ นอกจากนี้ฟอร์รันเนอร์ 235 ยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจ คือ เทคโนโลยีออพติคอล ฮาร์ทเรท วัดการเต้นหัวใจ 24 ชั่วโมง ระบบ RHR วัดอัตราการเต้นของหัวใจในช่วงปกติทุก 4 ชั่วโมง รองรับเมนูการใช้งานภาษาไทยและอังกฤษ การแจ้งเตือนเป็นภาษาไทย กันน้ำลึก 50 เมตร และรองรับการใช้งานในโหมดนาฬิกาได้นานถึง 4 สัปดาห์ หรือ 8-9 วัน สำหรับการใช้งานในโหมดแจ้งเตือน

นอกจากนี้ การ์มินยังได้จัดแคมเปญการ์มิน มูฟ (Garmin Move) เพื่อแนะนำนาฬิกาออกกำลังกายแก่ผู้ที่สนใจ รวมถึงผู้ที่ไม่เคยใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อสนับสนุนการออกกำลังกาย โดยมีการนำนาฬิกาวิ่งหลายรุ่นไปร่วมแคมเปญดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันแคมเปญการ์มิน มูฟ มีให้บริการที่ร้าน BANANA 2U แต่อนาคตจะขยายไปยังสถานที่ต่างๆ เพิ่มเติม เช่น สวนสาธารณะ หรือสถานที่จัดกิจกรรมวิ่ง เป็นต้น.

สมาร์ทโฟนเป็นหลัก! ‘เอซุส’ หันทำตลาดล่าง ตอบโจทย์ผู้ใช้มือถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571750

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 16:30

 

เอซุสเผยเตรียมเบนเข็มสู่ตลาดสมาร์ทโฟนระดับล่าง เอาใจความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมตั้งเป้ายอดขายสมาร์ทโฟนและพีซี 2 ล้านเครื่องในปีนี้…

นายเจฟฟ์ โล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาเอซุสเป็นผู้นำอันดับ 6 ของตลาดพีซีระดับโลก ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะสามารถขยับขึ้นเป็นผู้นำอันดับที่ 3 ได้ ขณะที่ภาพรวมตลาดพีซีในไทยยังคงมีอัตราการเติบโตแบบทรงตัว แตกต่างจากตลาดสมาร์ทโฟนที่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“ในปีที่ผ่านมาเอซุสมีส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในไทยราว 3-4% แต่คาดว่าในปีนี้จะเพิ่มเป็น 8-10% ซึ่งทั้งตลาดสมาร์ทโฟนและพีซีของเอซุสอาจมียอดขายราว 2 ล้านเครื่องภายในปีนี้ แบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 1.4 ล้านเครื่อง จากปีก่อน 7 แสนเครื่อง ส่วนพีซีอาจมียอดขายอยู่ที่ 6 แสนเครื่อง”

เอซุส แถลงกลยุทธ์บุกตลาดไอทีปี 2559

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดของเอซุสในปีนี้จะเน้นการทำตลาดในกลุ่มราคาระดับล่างมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มดังกล่าว โดยภายในเดือนหน้าจะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟน 3จี ราคาต่ำกว่า 3,000 บาท ขณะที่สมาร์ทโฟน 4จี คาดว่าจะสามารถทำราคาได้ราว 5,000 บาท นอกจากนี้ บริษัทจะทำตลาดร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) เพื่อขยายตลาดสมาร์ทโฟนด้วยการทำแพ็กเกจสำหรับสมาร์ทโฟนราคาระดับล่าง จากเดิมที่บริษัทเน้นทำตลาดเฉพาะราคากลาง-บน เชื่อว่าจะทำให้สมาร์ทโฟนของเอซุสมีความหลากหลายด้านราคามากขึ้น

คอนซูมเมอร์โน้ตบุ๊ก พีซี และ อุปกรณ์เครือข่ายสำหรับผู้ใช้่งานโฮมยูส

“บริษัทมีรายได้ในปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 280-300 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่เชื่อว่าในปีนี้จะมีรายได้ราว 500-515 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปัจจุบันสมาร์ทโฟนสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทมากกว่าตลาดพีซี เนื่องจากตลาดสมาร์ทโฟนในไทยเติบโตจากการเปลี่ยนมือถือ 2จี เป็น 3จี แต่ในปีนี้ สภาพเศรษฐกิจยังไม่ดีนักจึงอาจทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตไม่มาก เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย แต่อย่างไรก็ตาม 4จี ก็ถึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยผลักดันการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนได้”

ผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊กสำหรับเกมเมอร์

นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นกลยุทธ์ 3 ประการ คือ สินค้าที่ดี บริการหลังการขายที่ดี และประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ผู้บริโภคอีกด้วย ส่วนการเปิดตัวสินค้าไฮไลต์ในช่วงแรกของปีนี้ เอซุสได้นำเสนอสมาร์ทโฟน 2 รุ่น คือ เซนโฟน ซูม กับจุดเด่นในการซูมแบบออพติคอลสูงสุด 3 เท่า และเซนโฟน แม็กซ์ ซึ่งมีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ 5,000 mAh.

ผลิตภัณฑ์กลุ่มเดสก์ท็อปพีซี สำหรับเกมเมอร์

มาแล้ว ThinkPad X1 ตระกูลพีซีตัวเจ็บรุ่นใหม่ของเลอโนโว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/571436

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ก.พ. 2559 06:30

 

เลอโนโวเผยโฉมกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุด X1 Family ด้วย ThinkPad X1 Tablet แท็บเล็ตสายพันธุ์ใหม่ที่ใช้งานร่วมกับโมดูลเสริมต่างๆ รวมทั้ง คอนเวอร์ติเบิล ThinkPad X1 Yoga อัลตร้าบุ๊ก ThinkPad X1 Carbon และเดสก์ท็อป ThinkCentre X1 AIO…

เลอโนโว เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ล่าสุด เอาใจผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ระดับองค์กร ภายใต้ชื่อ X1 Family ที่นำทัพนวัตกรรมล่าสุดด้วย ThinkPad X1 Tablet แท็บเล็ตสายพันธุ์ใหม่ที่นำเสนอการใช้งานร่วมกับโมดูลเสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Productivity Module หรือโมดูลแบตเตอรี่เสริม จะช่วยเพิ่มให้แท็บเล็ตทำงานได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง Presenter Module หรือโมดูลฉายภาพนั้น มาพร้อม pico projector และพอร์ต HDMI อีกทั้ง 3D Imaging Module หรือโมดูลสำหรับภาพ 3 มิติ ที่มีกล้อง Intel RealSense อยู่ด้านหลัง ก็สามารถสร้างภาพ 3 มิติได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมากับคีย์บอร์ด ThinkPad ขนาดเต็มที่มาพร้อมปุ่ม TrackPoint สามารถปรับระดับการใช้งานได้ถึง 3 ระดับ จึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน ThinkPad อย่างเต็มรูปแบบ

ThinkPad X1 Yoga บางเบา เพียง 0.66 นิ้ว และนำ้หนักเพียง 2.8 ปอนด์ (ประมาณ 1.27 กิโลกรัม) อีกทั้งยังเป็นแล็ปท็อปคอนเวอร์ติเบิลรุ่นแรกในโลกที่นำเสนอทางเลือกหน้าจอ OLED จากซัมซุง ซึ่งแสดงภาพคมชัดและสมจริง

ThinkPad X1 Yoga

ThinkPad X1 Carbon ยังคงครองตำแหน่งอัลตร้าบุ๊กขนาด 14 นิ้ว ที่เบาที่สุดในโลก และนับว่าเป็นหนึ่งในแล็ปท็อปที่หรูหราที่สุดในปัจจุบัน กลับมาครั้งนี้ X1 Carbon นั้น บางขึ้น เบาขึ้น และสเปกแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย

ThinkCentre X1 AIO นำเสนอดีไซน์ที่ปราดเปรียวและมีระดับ ด้วยความหนาเพียง 11 มม. ทำให้ ThinkCentre X1 AIO เป็นหนึ่งในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปออลอินวันที่บางที่สุดในโลก โดยหน้าจอ Anti-Glare ขนาด 23.8 นิ้ว จะแสดงภาพที่คมชัดจากทุกมุมมอง แม้ ThinkCentre X1 AIO จะมีลักษณะบาง แต่ความทนทานของอุปกรณ์ไม่บางตามอย่างแน่นอน

นายจอห์นสัน เจีย รองประธานอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เลอโนโว กล่าวว่า เลอโนโว ให้ความสำคัญกับลูกค้า จึงทำให้สร้างผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยผลิตภัณฑ์กลุ่ม X1 Family แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมที่เหนือระดับของเลอโนโว ที่ได้เสริมประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ด้วยฟีเจอร์พิเศษ และนำเสนอการทำงานที่ราบรื่น การใช้งานระบบคลาวด์ที่ไม่ยุ่งยาก ระบบรักษาความปลอดภัยและความทนทานที่ดีเยี่ยม เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปรียบเสมือนอาวุธลับของผู้ใช้งาน.