ฝนถล่มอิตาลีเหนือ ดินถล่ม-น้ำท่วมหนัก สะพานพัง เร่งอพยพคน

ฝนถล่มอิตาลีเหนือ ดินถล่ม-น้ำท่วมหนัก สะพานพัง เร่งอพยพคน

22 ส.ค. 2569 09:13 น.

ฝนถล่มอิตาลีเหนือ ดินถล่ม-น้ำท่วมหนัก สะพานพัง เร่งอพยพคน

อิตาลีเผชิญสภาพอากาศเลวร้าย หลังพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่มพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานหลายพื้นที่

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอิตาลีเปิดเผยว่า มีการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือและรับมือเหตุฉุกเฉินทั่วพื้นที่ทางตอนเหนือและบางส่วนของภาคกลางราว 1,000 ครั้ง โดยในลอมบาร์เดียเพียงแห่งเดียวมีภารกิจกว่า 400 ครั้ง ขณะที่พีดมอนต์มีมากกว่า 260 ครั้ง ทัสคานีมากกว่า 200 ครั้ง และลิกูเรียมากกว่า 160 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเหตุจากน้ำท่วม ดินถล่ม ต้นไม้ล้ม และความเสียหายต่ออาคารและโครงสร้างพื้นฐาน

หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักคือ ริโน ดิ โซนิโก ในจังหวัดเบรสชา แคว้นลอมบาร์เดีย โดยเกิดดินถล่ม 2 จุด ส่งผลให้สะพานข้ามลำธารวัล ราบเบีย พังเสียหาย แม้สะพานดังกล่าวจะถูกสั่งปิดการจราจรไว้ก่อนหน้านี้เพื่อความปลอดภัยแล้วก็ตาม

เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนรวม 81 คน โดย 57 คนอยู่ฝั่งริโน ดิ โซนิโก และอีก 24 คนอยู่ฝั่งการ์ดา ขณะที่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ด้านพื้นที่ตอนล่างของเมืองโซนิโก แม่น้ำโอกลิโอ เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของชุมชนมาลอนโน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงส่งทีมปฏิบัติการพิเศษพร้อมเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ เพื่อพยายามควบคุมและสกัดมวลน้ำไม่ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น

สถานการณ์ในจังหวัดแบร์กาโมก็รุนแรงเช่นกัน โดยมี 6 เมืองถูกตัดขาดจากพื้นที่โดยรอบ ได้แก่ Valleve, Carona, Foppolo, Branzi, Valbondione และ Gandellino หลังเกิดดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และต้นไม้ล้มกีดขวางเส้นทาง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีประชาชนราว 350 คนได้รับการอพยพ ในพื้นที่ดังกล่าว โดยในจำนวนนี้ประมาณ 200 คนเป็นผู้เข้าพักในแคมป์แห่งหนึ่งที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากดินถล่มและระดับน้ำในลำธารที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนที่เมือง Valleve เจ้าหน้าที่ต้องช่วยอพยพคน 3 คน รวมเด็ก 2 คน หลังบ้านถูกตัดขาดจากดินถล่ม

นอกจากลอมบาร์เดียแล้ว พื้นที่อื่น ๆ ทางตอนเหนือและภาคกลางของอิตาลีก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยในพีดมอนต์มีรายงานน้ำท่วมและหลังคาอาคารได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะในจังหวัดตูริน โนวารา และแวร์เชลลี ขณะที่ทัสคานีมีรายงานน้ำท่วมและต้นไม้ล้มในหลายพื้นที่ รวมถึงฟลอเรนซ์ ปิซา ลุกกา และปิสโตยา

ส่วนแคว้นลิกูเรียมีฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้เมืองชีอาวารี มีปริมาณฝนสูงถึง 126 มิลลิเมตร ส่งผลให้ถนนหลายสายกลายเป็นทางน้ำ และทางการต้องยกระดับคำเตือนภัยน้ำท่วมในบางพื้นที่

ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงดินถล่มและน้ำท่วม หลังฝนตกหนักทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำและลำธารเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังอิตาลีเผชิญ อากาศร้อนจัดต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ก่อนที่มวลอากาศแปรปรวนจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก ลูกเห็บ และลมกระโชกแรง ขณะที่สภาพอากาศในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศยังคงร้อน โดยบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงถึง 36 องศาเซลเซียส.

ที่มา :reuters

ตุรกีขอหมายจับอินเตอร์โพล ล่า “เนทันยาฮู” ผู้นำอิสราเอล ฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์-อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ตุรกีขอหมายจับอินเตอร์โพล ล่า “เนทันยาฮู” ผู้นำอิสราเอล ฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์-อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

22 ส.ค. 2569 06:10 น.

ตุรกีขอหมายจับอินเตอร์โพล ล่า “เนทันยาฮู” ผู้นำอิสราเอล ฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์-อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ตุรกีเดินหน้าขอหมายแดงอินเตอร์โพล เพื่อติดตามตัวนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล หลังศาลออกหมายจับในคดีโจมตีกองเรือช่วยเหลือกาซา

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า ศาลตุรกีเดินหน้าขอให้อินเตอร์โพลออกหมายแดง เพื่อติดตามตัวนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล หลังตั้งข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และทรมาน จากกรณีกองทัพอิสราเอลสกัดกองเรือช่วยเหลือฉนวนกาซาในเดือน พ.ค. 2569

โดยนายอาคิน เกอร์เล็ก รัฐมนตรียุติธรรมตุรกี เปิดเผยว่า ศาลตุรกีออกหมายจับเนทันยาฮูและผู้ต้องสงสัยอีก 1 คน ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. ในคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 35 คน จากเหตุทหารอิสราเอลเข้าสกัดกองเรือ Global Sumud Flotilla for Gaza ในทะเลสากล พร้อมกระบุว่า กระทรวงยุติธรรมได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการออกหมายแดงอินเตอร์โพล เพื่อให้สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาในต่างประเทศ พร้อมยืนยันว่าตุรกีจะใช้กลไกทางกฎหมายทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อให้อิสราเอลรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตุรกีระบุว่าเป็นอาชญากรรมในกาซา

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์ที่เป็นชนวนของคดีเกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ค. เมื่อกองทัพอิสราเอลเข้าสกัดเรือของ Global Sumud Flotilla ซึ่งกำลังเดินทางไปยังฉนวนกาซาเพื่อส่งความช่วยเหลือ โดยผู้จัดงานระบุว่ามีเรือเข้าร่วมราว 50 ลำ ก่อนถูกทหารอิสราเอลควบคุมตัวในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และนำตัวผู้ร่วมขบวนไปยังเรือนจำ ก่อนส่งกลับประเทศ ซึ่งการสกัดกองเรือครั้งนั้นทำให้เกิดเสียงประณามจากนานาชาติ โดยฝรั่งเศส อิตาลี และออสเตรเลีย ต่างเปิดกระบวนการทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์

ทางด้านสำนักงานนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูตอบโต้ว่า ความพยายามของเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ในการข่มขู่ผู้นำและทหารอิสราเอลจะไม่ประสบความสำเร็จ พร้อมกล่าวหาแอร์โดอันว่ามีท่าทีต่อต้านชาวยิว และยืนยันว่าอิสราเอลจะเดินหน้าต่อต้านความพยายามของตุรกีในการสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค.

ที่มา Aljazeera

ทรัมป์ไฟเขียวนำเข้าเนื้อวัวบดเพิ่ม-เว้นภาษีนำเข้า หวังลดราคาเนื้อ-ค่าครองชีพก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ทรัมป์ไฟเขียวนำเข้าเนื้อวัวบดเพิ่ม-เว้นภาษีนำเข้า หวังลดราคาเนื้อ-ค่าครองชีพก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

22 ส.ค. 2569 05:14 น.

ทรัมป์ไฟเขียวนำเข้าเนื้อวัวบดเพิ่ม-เว้นภาษีนำเข้า หวังลดราคาเนื้อ-ค่าครองชีพก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศให้สหรัฐฯ นำเข้าเนื้อวัวบดเพิ่มได้สูงสุด 300,000 ตันใน 90 วัน โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า หวังลดราคาเนื้อและค่าครองชีพก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

 วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศมาตรการชั่วคราวเปิดทางให้สหรัฐฯ นำเข้าเนื้อวัวจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นสูงสุด 300,000 เมตริกตัน ในช่วง 90 วันข้างหน้า โดยไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าที่อยู่นอกโควตา เพื่อช่วยลดราคาเนื้อบดสำหรับผู้บริโภคชาวอเมริกัน โดยระบุว่าจะมีการรับประกันว่าเนื้อวัวเหล่านี้จะจำหน่ายในราคาต่ำกว่าราคาตลาด 25% อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ระบุว่าประเทศใดจะเป็นผู้ส่งออกเนื้อวัวเข้าสู่สหรัฐฯ ตามมาตรการใหม่ 

มาตรการนี้มีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันเรื่องค่าครองชีพก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยสหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาจำนวนโคในประเทศลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภัยแล้งและการแข่งขันในตลาดระหว่างประเทศ ส่งผลให้ปริมาณเนื้อวัวลดลงและราคาเนื้อวัวปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ราคาเนื้อวัวที่พุ่งสูงกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของปัญหาค่าครองชีพในสหรัฐฯ และสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลทรัมป์ต้องเร่งหามาตรการลดราคาสินค้า ก่อนที่การเลือกตั้งกลางเทอมจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน โดยประเด็นค่าครองชีพคาดว่าจะเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เลี้ยงโคและอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มการนำเข้าเนื้อวัว โดยนางเด็บ ฟิสเชอร์ วุฒิสมาชิกรัฐเนแบรสกาจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นรัฐผู้ผลิตเนื้อวัวรายสำคัญ กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับมาตรการนี้.

รัสเซียส่งโดรนโจมตีห้างยูเครน ดับ 15 ศพ เจ็บ 130 ราย หวั่นติดใต้ซากจำนวนมาก

รัสเซียส่งโดรนโจมตีห้างยูเครน ดับ 15 ศพ เจ็บ 130 ราย หวั่นติดใต้ซากจำนวนมาก

22 ส.ค. 2569 04:45 น.

รัสเซียส่งโดรนโจมตีห้างยูเครน ดับ 15 ศพ เจ็บ 130 ราย หวั่นติดใต้ซากจำนวนมาก

รัสเซียส่งโดรนโจมตีห้างสรรพสินค้าในเมืองครีวีริกของยูเครน 2 ระลอก ระลอกสองพุ่งเป้าหน่วยกู้ภัย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 ศพ บาดเจ็บ 130 ราย

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรัสเซียใช้โดรนโจมตีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองครีวีริก แคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ ทางตอนกลางของยูเครน 2 ระลอก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ และบาดเจ็บ 130 ราย ขณะที่ยังมีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคาร

นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่ เหยียดหยามและน่ารังเกียจอย่างยิ่ง โดยระบุว่าเหตุโจมตีเกิดขึ้นในช่วงกลางวันและเป็นการโจมตี 2 ระลอก โดยโดรนระลอกที่สองพุ่งเป้าไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่

ทางด้านนายอเล็กซานเดอร์ ฮันชา ผู้ว่าการแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 15 ศพ รวม 2 รายที่เสียชีวิตในโรงพยาบาล ส่วนผู้บาดเจ็บมี 130 ราย ในจำนวนนี้ 29 รายอาการสาหัส และเกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากอีก 4 แคว้นของยูเครนถูกส่งเข้าไปยังเมืองครีวีริกอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร

เหตุโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังรัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ด้วยขีปนาวุธและโดรนใส่กรุงเคียฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 40 ราย อาคารที่พักอาศัยและโกดังหลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมถึงโรงพยาบาลเด็กและโรงเรียน.

เจ้าชายแฮร์รี และคนดังอีก 6 ราย เสี่ยงจ่ายค่าคดีละเมิดความเป็นส่วนตัว 1.5 พันล้าน

เจ้าชายแฮร์รี และคนดังอีก 6 ราย เสี่ยงจ่ายค่าคดีละเมิดความเป็นส่วนตัว 1.5 พันล้าน

22 ส.ค. 2569 04:33 น.

เจ้าชายแฮร์รี และคนดังอีก 6 ราย เสี่ยงจ่ายค่าคดีละเมิดความเป็นส่วนตัว 1.5 พันล้าน

เจ้าชายแฮร์รี และคนดังอีก 6 ราย เสี่ยงต้องจ่ายค่าดำเนินคดีให้ผู้จัดพิมพ์เดลีเมล สูงสุด 34.5 ล้านปอนด์ หลังศาลอังกฤษยกฟ้องคดีละเมิดความเป็นส่วนตัว

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และบุคคลสาธารณะอีก 6 ราย อาจต้องจ่ายค่าดำเนินคดีสูงสุด 34.5 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท ให้แก่บริษัทแอสโซซิเอทเต็ด นิวส์เปเปอร์ส ลิมิเต็ด (Associated Newspapers Limited-ANL) ผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์เดลีเมล หลังศาลสูงอังกฤษมีคำสั่งเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในคดีละเมิดความเป็นส่วนตัวที่กลุ่มโจทก์เป็นฝ่ายแพ้ โดยกลุ่มโจทก์ 7 ราย ซึ่งรวมถึงเซอร์เอลตัน จอห์น และลิซ เฮอร์ลีย์ ต้องชำระเงินเบื้องต้น 9.54 ล้านปอนด์ หรือราว 420 ล้านบาท ให้แก่ ANL ภายในวันศุกร์สัปดาห์หน้า

รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้พิพากษามีคำตัดสินยกฟ้องข้อกล่าวหาที่ว่า ANL ใช้วิธีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ ซึ่ง ANL ปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด โดยเจ้าชายแฮร์รีและโจทก์อีก 6 รายมีเวลาถึงวันที่ 2 ตุลาคมในการยื่นขออุทธรณ์

นอกจากเจ้าชายแฮร์รีและเซอร์เอลตัน จอห์นแล้ว โจทก์ที่เหลือ ได้แก่ เดวิด เฟอร์นิช สามีของเซอร์เอลตัน  เซอร์ไซมอน ฮิวจ์ส อดีตรองหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยอังกฤษ  ตลอดจนบารอนเนสลอว์เรนซ์ นักรณรงค์เพื่อความเท่าเทียมทางเชื้อชาติ รวมถึงนักแสดงหญิงซาดี ฟรอสต์ และลิซ เฮอร์ลีย์

ก่อนหน้านี้ กลุ่มโจทก์มีประกันครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางกฎหมายของ ANL สูงสุด 16.2 ล้านปอนด์ ในกรณีที่แพ้คดี แต่คำสั่งล่าสุดเปิดทางให้ ANL เรียกคืนค่าใช้จ่ายที่ระบุว่าใช้ไปในการต่อสู้คดีได้สูงสุดถึง 34.5 ล้านปอนด์ ซึ่งหมายความว่ากลุ่มโจทก์อาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกราว 18 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 780 ล้านบาท

ผู้พิพากษากล่าวว่า ข้อกล่าวหาว่าบุคคลกระทำความผิดทางอาญาหรือประพฤติมิชอบร้ายแรงไม่ควรถูกปล่อยค้างไว้ หากคู่ความไม่ต้องการเดินหน้ากับข้อกล่าวหานั้นอีก หรือไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุน ก็ควรถอนข้อกล่าวหาอย่างชัดเจนและเป็นทางการ.

หญิงอังกฤษฉลองวันเกิด 117 ปี ครองสถิติคนอายุมากที่สุดในโลก

หญิงอังกฤษฉลองวันเกิด 117 ปี ครองสถิติคนอายุมากที่สุดในโลก

21 ส.ค. 2569 21:33 น.

หญิงอังกฤษฉลองวันเกิด 117 ปี ครองสถิติคนอายุมากที่สุดในโลก

“เอเธล แคเทอร์แฮม” หญิงชาวอังกฤษ ฉลองวันเกิดครบ 117 ปี ทำสถิติเป็นชาวอังกฤษคนแรกที่มีอายุถึง 117 ปี และยังครองตำแหน่งคนอายุมากที่สุดในโลก

วันที่ 21 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางเอเธล แคเทอร์แฮม หญิงชราชาวอังกฤษ ซึ่งได้รับการรับรองจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ว่าเป็นบุคคลอายุมากที่สุดในโลก ได้ฉลองวันเกิดครบ 117 ปี ที่บ้านพักคนชราในเมืองเซอร์รีย์ ห่างจากกรุงลอนดอน ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 40 กิโลเมตร

นางแคเทอร์แฮมเปิดเผยว่า เธอมีความสุขกับการฉลองวันเกิดร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆ และตั้งตารอว่าจะได้พบกับอะไรในปีหน้า ขณะที่นายโจเอล มารินโญ เนโต ชายชาวบราซิลซึ่งเป็นผู้มีอายุมากที่สุดในโลกในกลุ่มผู้ชาย ก็ร่วมอวยพรวันเกิดให้เธอด้วย

โดยนางแคเทอร์แฮม เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2452 ที่เมืองชิปตัน เบลลิงเกอร์ มณฑลแฮมป์เชียร์ ทางตอนใต้ของอังกฤษ เป็นบุตรคนรองสุดท้องจากพี่น้อง 8 คน และเป็นบุคคลสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเกิดในรัชสมัยของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7

เมื่ออายุ 18 ปี เธอได้เดินทางเพียงลำพังไปอินเดีย และทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ครอบครัวทหาร ก่อนพบกับพันตรีนอร์แมน แคเทอร์แฮม นายทหารกองทัพอังกฤษ ในงานเลี้ยงอาหารค่ำเมื่อปี  2474 และแต่งงานกันในอีก 2 ปีต่อมา ทั้งคู่มีบุตรสาว 2 คน ซึ่งทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว ส่วนสามีเสียชีวิตในปี 2519 ปัจจุบันเธอมีหลานสาว 3 คน และเหลน 5 คน

ตลอดชีวิต 117 ปีของเธอ แคเทอร์แฮมผ่านเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย ทั้งสงครามโลก 2 ครั้ง การจมของเรือไททานิก การปฏิวัติรัสเซีย และการระบาดของโควิด-19 โดยเธอเคยติดเชื้อโควิด-19 ในปี 2563 ขณะมีอายุ 110 ปี และเป็นหนึ่งในผู้มีอายุมากที่สุดที่รอดชีวิตจากโรคนี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีอายุยืนถึง 117 ปี แคเทอร์แฮมยังห่างจากสถิติอายุยืนที่สุดที่ได้รับการยืนยันมา โดยสถิตินี้เป็นของนางฌาน กัลม็อง หญิงชาวฝรั่งเศส ซึ่งเสียชีวิตในปี 2540 ขณะมีอายุ 122 ปี กับอีก 164 วัน.

ที่มา CNN

สวรรค์ส่งมาจริง! ‘แอนนี่ บรู๊ค’ ปลื้มปริ่ม ‘น้องฑีฆายุ’ ยิ่งโตยิ่งหล่อ แม่ลืมความรักที่ไม่สมหวังไปเลย

22 สิงหาคม 2569 เวลา 15:19 น.

หล่อจนใจฟู! “แอนนี่ บรู๊ค” อวดภาพ “น้องฑีฆายุ” ยิ่งโตยิ่งออร่าจับ โพสต์ซึ้ง…ลูกคือผู้ชายคนสุดท้ายที่แม่รัก

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคุณแม่สายสตรองที่แฟนคลับต่างยกนิ้วให้ในความเก่งและหัวใจที่แข็งแกร่ง สำหรับ แอนนี่ บรู๊ค ที่ทุ่มเทเลี้ยงดู น้องฑีฆายุ ลูกชายสุดที่รักคนเดียวมาอย่างดีเยี่ยม จนตอนนี้เข้าสู่วัยหนุ่มแบบเต็มตัว แถมออร่าความหล่อเป๊ะยังพุ่งกระฉูด

แอนนี่ บรู๊ค น้องฑีฆายุ

ล่าสุด คุณแม่แอนนี่ โพสต์ภาพน้องฑีฆายุ ขณะถ่ายแบบสุดเท่ พร้อมรูปคู่ที่เผยให้เห็นว่าลูกชายสูงแซงหน้าคุณแม่ไปไกลมากแล้ว บอกเลยว่าหล่อโอปป้าจนประกายความซุปตาร์จับสุดๆ งานนี้คุณแม่อดไม่ได้ที่จะเขียนแคปชั่นหวานซึ้งกินใจ สะท้อนความรักบริสุทธิ์ของแม่ลูกไว้ว่า

“สวรรค์ส่งลูกชายมาให้แม่โดยเฉพาะ เพราะว่าแม่ไม่เคยประสบความสำเร็จในความรักเลยไม่รู้ว่าความรักจริงๆคืออะไร. ตอนนี้รู้ชัดแล้ว ชัดเจนมากที่สุด. สำหรับลูกชาย แม่คือผู้หญิงคนแรกที่ลูกรัก. แต่สำหรับแม่ ลูกคือผู้ชายคนสุดท้ายที่แม่รัก”

แอนนี่ บรู๊ค น้องฑีฆายุ

งานนี้ทำเอาเหล่าแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความหล่อของน้องฑีฆายุกันยกใหญ่ แถมยังชื่นชมหัวใจของคุณแม่แอนนี่กันอย่างอบอุ่น บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า หล่อ สมาร์ท และแสนดีขนาดนี้ ชดเชยความรักที่คุณแม่เคยขาดไปได้แบบเต็มหัวใจจริงๆ 

แอนนี่ บรู๊ค น้องฑีฆายุ

ขอบคุณ : Facebook แอนนี่ บรู๊ค

ข่าวบันเทิงวันนี้น้องฑีฆายุแอนนี่ บรู๊ค

เกิดอะไรขึ้น เพื่อนโพสต์ภาพ ไฮโซน้ำหวาน นอนวิกฤต เผย เครียดสะสม-ถูกยุให้หย่า บุคคลที่ 3 ป่วนครอบครัว

22 สิงหาคม 2569 เวลา 14:46 น.

วานนี้ 21 สิงหาคม 2569 โลกโซเชียลร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลังจากเพื่อนสนิทของเซเลบสาวชื่อดัง ไฮโซน้ำหวาน หรือ พัสวี พยัคฆบุตร ภรรยาของนักร้องและนักแสดงหนุ่ม นาวิน ต้าร์ ออกมาโพสต์ภาพนาทีชีวิตเผยให้เห็นไฮโซน้ำหวานกำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียงผู้ป่วย พร้อมสวมเครื่องช่วยหายใจให้ออกซิเจนในโรงพยาบาล

การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทางเพื่อนสนิทระบุว่าเป็นเพราะทนเห็นสภาพเพื่อนรักที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตอย่างหนักไม่ไหว โดยมีชนวนเหตุมาจากความเครียดสะสมจากปัญหาครอบครัว รวมถึงประเด็นร้อนที่มีบุคคลที่สามเข้ามาคอยป่วนและยุยงเรื่องการหย่าร้าง จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและร่างกายอย่างรุนแรง

ไฮโซน้ำหวาน

นอกจากนี้ ในโพสต์ดังกล่าวยังมีการเปิดเผยเบื้องหลังช่วงเวลาวิกฤตว่า ไฮโซน้ำหวานมีอาการหายใจไม่ออกจนต้องหามส่งโรงพยาบาล แต่ด้วยความที่เป็นแม่ลูกสาม ซึ่งต้องรับบทบาท เดอะแบก ของครอบครัว โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ในวันที่เพื่อนอยู่ในสภาพนี้มีใครเคยได้เห็นบ้าง หายใจไม่ได้เข้าโรงพยาบาลเธอคือแม่ที่ใช้คำว่าสุดได้ ในวันนั้นเธอต้องดูแลลูก3คน ขนาดสภาพแบบนี้ โรงพยาบาลไม่ยอมให้เธอออก เธอขอเปลี่ยนโรงพยาบาลรับแค่รักษาโดยการฉีดอัดยาทุกอย่างเข้าไปเพราะไม่มีใครดูลูกที่บ้านอีก3คน มีคุณยายมาช่วยดูแต่ลูกคนเล็กยังขาดเธอไม่ได้ เธอออกจากโรงพยาบาลตอนตี3 เพื่อมาให้ทันลูกตื่นตอนตี4 คนที่ทำให้ครอบครัวเค้าแตกแยก #ขอให้กรรมตามทัน #นางผู้เป็นแม่ลูก3 ที่ต้องอดทนรับทุกแรงกดดัน ดิชั้นคือเพื่อนที่พานางเข้าไปรับการรักษาโรงพยาบาล และมีพนักงานคือคุณวิน #ยุงวิน อีกคนที่อยู่ดูแลกัน #คนที่ไม่เคยปริปากพูดมาเลยสักคำคือเพื่อนกู #เธอผู้คือเดอะแบก #เวลาทักผัวเค้าว่าดูไม่มีความสุขช่วยดูด้วยมาจากใคร #กูผู้ทนไม่ไหวสงสารเพื่อน #แม่ลูก3ที่แบกทุกอย่าง #ไฮโซน้ำหวาน #khunNumwan”

หลังจากที่โพสต์ของเพื่อนสนิท ไฮโซน้ำหวาน เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากกับเหตุการณ์ดังกล่าว เช่น

“เทคแคร์นะคะ”

“Passavee Payacaboot หายไวๆนะจ๊ะ”

“ให้ไว ๆ”

“หายและแข็งแรงทั้งกายและใจไวๆนะ เอาใจช่วย”

“ฮึบๆนะพี่เชอรี่ ส่งกำลังใจให้ค่า”

“สู้ๆ”

“ขอให้กำลังใจพี่รี่พี่น้ำหวานนะคะ”

ไฮโซน้ำหวาน
ไฮโซน้ำหวาน

ข่าวบันเทิงดรามาดาราดาราป่วยพัสวี พยัคฆบุตรไฮโซน้ำหวาน

แซ่บสะเทือนวงการ! ‘เปิ้ล ไอริณ’ แฉ ‘เมียน้อยเจ้าสัวหมื่นล้าน’ ติดการพนัน ติดผู้ชาย หนีคดีหัวซุกหัวซุน

22 สิงหาคม 2569 เวลา 13:31 น.

เปิ้ล ไอริณ

วันนี้ 22 สิงหาคม 2569 กลายเป็นกระแสเผ็ดร้อนยิ่งกว่าพริกขี้หนูในไร่เสียอีก เมื่อตัวแม่วงการบันเทิงมีดีกรีเป็นถึงดารานักร้อง นางแบบแสนเซ็กซี่ชื่อดังอย่าง ไอริณ ศรีแกล้ว หรือ เปิ้ล ไอริณ ออกมาโพสต์ฟาดแบบสับ ๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ตรงที่ตนเองได้พบเจอะเจอมากับหญิงสาวคนหนึ่งที่เลิกคบไปแล้ว บนโลกออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก Irin Sriklao โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “เล่าเรื่องเวรกรรมให้ฟังค่ะ!!

มีชะนีนางนึง เป็นเมียน้อย เจ้าสัว!(เราก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ หลังจากที่ เราเลิกคบนางไปแล้ว! ) ขนาดเป็นเมียน้อยเศรษฐีหมื่นล้าน แต่นางกับเพื่อน ก็เคยร่วมกัน ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย กับคดีที่ศาลสั่ง ให้พวกนาง จ่ายเรา เพราะวิบากกรรม ที่นางเคยทำกับเราไว้ค่ะ!

เปิ้ล ไอริณ

ตอนนั้น เราทำบริษัทพีอาร์ นางเลยติดต่อ จ้างเราทำ PR ผลิตภัณฑ์ เกี่ยวกับความงาม ในราคาสองแสนบาท ทุกวันนี้ เราก็ยังมีสัญญานางอยู่ค่ะ! แล้วพอเราทำงานเรียบร้อย ซึ่งนางเองก็ยังชมเลยว่า “งานดีกว่าที่คิด”

มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น! เราใช้ Connection ดิว Superstar เบอร์ต้นๆของเมืองไทย มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้ ในราคาแค่แสนสองแสน แล้วยังจ้างช่างภาพมือหนึ่ง กับเมคอัพมือหนึ่งของประเทศ มาทำงานให้!

ซึ่งทั้งหมดนี้ ถ้านางติดต่อเอง ก็ไม่มีทางได้ราคานี้แน่นอน! แต่พอเสร็จงาน นางกลับจ่ายเรามา แค่หลักหมื่น! โดยบอกว่า.. “ตอนนี้พกเงินมาแค่นี้!!” แต่จะให้เรา อีกให้ครบ

ในวันพรุ่งนี้! ก็คือเมียน้อยเจ้าสัวหมื่นล้านมีเงินไม่กี่หมื่น แต่มาจ้างงานอีเว้นท์ แล้วก็ไม่มีปัญญาจ่ายค่ะ! แล้วเราก็รอเงินโอนมา แต่ก็เงียบ! เอาจริง ตอนนั้นเราก็ไม่ทวง เราทำใจแล้ว เราก็เงียบๆ อะไรจะเกิด ก็เกิด จนเกิดเรื่องคาดไม่ถึงขึ้นจนได้ ! เพราะหลังจากนั้น 3 วัน นางให้นักเลง โทรมาขู่เรา บอกว่า

“เงินที่ค้างอยู่ ไม่ให้นะ!

แล้วที่สำคัญ นักเลงนั่น ยังจะขอเงินหลักหมื่น ที่นางให้เราไปแล้ว จากที่เพิ่งทำงาน จะขอเอาคืนด้วยค่ะ!!”

สรุป! นางตั้งใจหลอกเราไปทำงานฟรี! ตั้งใจเบี้ยวจ่ายไม่พอ! จากนั้นก็ใช้เส้นสาย ความเป็นเมียน้อย ของคนมีอิทธิพล ให้ตำรวจ สั่งฟ้องเรา!

ทำให้ตำรวจออกหมายเรียกเรา ไปโรงพัก ในข้อหาฉ้อโกง พอไปถึงโรงพัก ตำรวจแทบไม่คุยอะไรกับเราเลย จับเราพิมพ์นิ้วมือ แล้วสั่งฟ้องว่าเราผิด!!

แต่…..เมื่อเรื่องถึงศาล

“อัยการ สั่ง ไม่ฟ้องค่ะ”

เราจึงฟ้องกลับ ทำให้นาง และพวก แพ้คดี และศาลสั่ง ให้พวกนาง จ่ายเงินชดเชย ค่าเสียหายให้เราจำนวน 1 ล้านบาท! แต่…นางก็หนีคดี ไม่ชดใช้สักสลึง! ทุกวันนี้ เรายังคงให้ทนาย ดำเนินคดี ติดตามยึดทรัพย์นางอยู่ !! แต่ก็ยาก เพราะนางเหลี่ยม ใช้ชื่อแม่ ก่อตั้งบริษัท แล้วเซ็นสัญญากับเรา!! แล้วก็ขนของออกจากบริษัทหมดเกลี้ยงเลย กลายเป็นบริษัทว่างเปล่า!! สุดท้าย! เมียน้อย เศรษฐีหมื่นล้าน ก็หนีคดี จากคำสั่งศาล เงินแค่ล้านเดียว แต่ต้องหนี หัวซุกหัวซุน! และความที่นางเอาชื่อ แม่ตัวเอง มาสวมบริษัท แล้วทำสัญญากับเรา ทำให้แม่นาง ต้องเป็นบุคคลล้มละลาย!! บาปหนาแค่ไหน ก็ลองนึกดู!!ทำแม่ให้เป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อให้ตนหนีหนี้! สุดท้ายนางเอง บั้นปลายชีวิตก็ต้องมาล้มละลาย ตามสิ่งที่นางได้กระทำชั่ว กับคนอื่นไว้!! แถมภาพยนตร์ ที่นางเคยได้รางวัล ก็ได้แบบค้านสายตาคนดู! นั่นเพราะให้ผัวหมื่นล้านของชาวบ้าน ซื้อรางวัลมาให้! และ บังเอิญ เราเคยได้ทำงานกับผู้กำกับคนเดียว กับที่เคยร่วมงานกับนาง ในหนังเรื่องนั้น แต่ท่านเสียไปแล้ว! แล้วเราก็เคารพท่านมาก! และท่านเคยเล่าให้เราฟังว่า… “ในเรื่องนี้ ช่วงถ่ายทำ นางได้นอน กับผู้ช่วยผู้กำกับ พระรองและพระเอก รวม 3 คน ในภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน!

ป๊าดด!! เราก็งง มันเป็นไปได้ เหรอ?? แต่เราก็เชื่อ ว่าผู้ใหญ่ที่ทุกคนนับถือ คงจะไม่โกหก!! แถมทุกวันนี้ นางก็เป็นผีพนันที่เข้าบ่อน เป็นอาชีพด้วย! ที่เรารู้ เพราะนาง ยังเคยเอาใบที่ชนะโป๊กเกอร์มาโชว์เราค่ะ! ในกระเป๋านาง จะมีใบพวกนี้ พกเอาไว้โชว์ผู้คนเป็นปึกๆ! เป็นพวกเอกสาร ที่ได้เงินมา จากบ่อนคาสิโน จะมีติดกระเป๋านางตลอด! เพราะนี่คือสิ่งที่นางเก็บเอาไว้โชว์ คอยเล่าให้คนนู้นคนนี้ฟัง อย่างภาคภูมิใจ!!

นี่ยังไม่รวม เรื่องที่นาง เคยหลอก ให้เรา เอาเครื่องเพชรไปบ้านนาง!ตอนนั้น แม่เราเพิ่งเสียใหม่ๆ! แม่เรา ได้ทิ้งสมบัติเป็นเครื่องเพชร ให้เราอยู่ประมาณ 10 ชิ้น แล้วนางสะสมเพชร นางเลยบอกเราว่า เอาไปให้นางช่วยดู!เราก็เอาไปให้นางดู และก่อนที่เราจะออกจากบ้านนาง นางยังถามเราเลยว่า “จะไปไหนต่อ??” แล้วพอเรา ออกมาจากบ้านนาง เพื่อไปงานเปิดตัวสินค้า ที่ RCA เรากลับโดนทุบกระจกรถ ที่ RCA รวมมูลค่า เครื่องเพชรที่โดนโจรกรรมไป เกือบ 5 ล้านกว่าบาท!! และคดีนี้ ก็ยังอยู่ที่สน.ห้วยขวางค่ะ!

ด้วยความสัจจริง สุดท้าย เราก็เห็นนาง เอาจี้เพชรของเรา ไปให้เพื่อนนางคนนึง แล้วก็ถ่ายรูปโชว์กัน ใน FB เป็นของขวัญวันเกิด! คนที่ได้ของเราไปชื่อย่อ อ. จริงๆแล้ว ถ้าเราจะดำเนินคดี ในข้อหา รับของโจร เราก็ทำได้! เพราะว่าสร้อยและจี้นั่น เราเคยมีรูป อยู่ในคอแม่ของเรา แล้วก็เคยมีหลักฐาน ที่แจ้งความไว้แล้วด้วยค่ะ!

แต่เรา ก็เลือกจะไม่ทำ เพราะรู้ว่า วันนึง กรรมก็ต้องตามสนองคนพวกนี้ วันยังค่ำ!

แล้วทำไม นางถึงกลั่นแกล้งเรา รู้ไหมคะ??

ที่นางแกล้งเราสารพัด! ก็เพราะว่า หมั่นไส้เรา จากการที่นางเคยชวนเรา ไปเที่ยวทะเลภาคใต้! ซึ่งเราเคยเล่นภาพยนตร์กับนางเรื่องนึง นางรับเชิญ แล้วเราก็ได้เจอนาง แค่เพียงไม่ถึงเดือน นางก็ชวนเราไปเที่ยวด้วย! พอไปถึง นางก็เอาแต่เที่ยวกลางคืน! ซึ่งไม่ใช่แนวเราเลย และขณะที่กำลังอยู่ในผับ จู่ๆ นางวิ่งตากฝนออกไปนอกผับ เพื่อวิ่งตามขอเบอร์ผู้ชายต่างชาติคนนึง ที่อยู่ในผับ แล้วเราก็วิ่งตามไปด้วย เพราะนางเป็นคนบอก ไปเร็ว! ไปเร็ว!! แล้วนางก็วิ่งออกไป ตอนแรกเราก็นึกว่า มีเรื่องอะไรกัน เราก็ไม่รู้ว่าวิ่งอะไร! เราก็เลยวิ่งตามออกไปด้วย! แต่พอเรารู้ว่า นางวิ่งไปขอเบอร์ผู้ชาย เราก็ต่อว่านางเล็กน้อย และขอกลับไปนอนก่อน! เพราะรู้สึกไม่สนุก ที่ไปกับนาง และรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ!

เปิ้ล ไอริณ

วันถัดมา! เราจึงขอบินกลับคนเดียวก่อน! นางจึงอยู่กับเพื่อนนาง เเละเรารู้สึกว่า ไม่น่าจะเป็นเพื่อนกันได้ เพราะเคมีไม่ตรงกัน! พอกลับมา เราก็ไม่ได้ตอบข้อความนางใดๆทั้งสิ้น! เพราะโดยส่วนตัว เวลาเราไม่อยากคบกับใคร เราก็จะหายไปเลย! นางก็คงหมั่นไส้ และไม่พอใจ พอกลับมา เลยวางแผนกลั่นแกล้ง ให้เราทำงาน Event เสร็จแล้ว นางก็ใช้ Connection ความเป็นเมียน้อย ของคนมีอิทธิพลมากลั่นแกล้งเรา! และตอนนั้น เป็นช่วงที่นักข่าวให้ฉายาเราว่า”เซ็กซี่ Never die” ถ้าใครไปลองหาดู ก็จะเห็นได้ว่า นางเคยถือป้ายว่า นาง คือเซ็กซี่เนเวอร์ดายตัวจริง แล้วก็ชวนเพื่อนๆนาง เต้นเยาะเย้ยเราด้วย หลังจากที่แกล้งเราไป!! แต่อันนี้ เราไม่ซีเรียส แต่เรารู้สึกตลก กับความเป็นคนขี้อิจฉา เหมือนคนมีปมของนาง!

พฤติกรรมนาง ! เป็นคนชอบหลอกใช้ คนนั้นที คนนี้ที แล้วจะทำอะไรก็ตาม ก็ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ และมีความสนุก ที่จะอยากกลั่นแกล้งคนที่ไม่ยอมเข้าพวกของตน!! สุดท้าย กรรมก็สนอง จนคนไร้ศีลธรรมแบบนาง ต้องไม่เหลืออะไรเลย!กรรม ถึงแม้มาช้า แต่ก็มานะจ๊ะ นางโดนกีดกัน ให้เข้าใกล้ผัวชาวบ้านไม่ได้อะ สมควรแล้ว!! เพราะว่าถ้าเงิน ไปอยู่กับนาง นางก็ผลาญหมดในบ่อน จนหมดเกลี้ยง! ผีพนันเข้าสิงขนาดนั้น แถมปัจจุบันนี้ นางก็ยังเลี้ยงผู้ชาย ไว้อีกหลายคนด้วยค่ะ!! ข้อความที่เล่ามาทั้งหมด หากสิ่งที่เราเล่า คือสัจจะ เรื่องจริง! ขอให้ชีวิตเรา จงมีแต่ความสุข ความเจริญ ยิ่งๆขึ้นไป และชาตินี้ ขอให้ได้พบ แต่กัลยาณมิตรที่ดีนะคะ !! จะบอกว่า เราเชื่อเสมอว่า “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเป็นผลแห่งกรรม กรรมเกิดจากการกระทำ!!” แล้วถ้าเข็ดหลาบ กับเวรกรรมแล้ว ก็ขอจงกรวดน้ำ ขออโหสิกรรม ในสิ่งที่เคยกระทำกับคนอื่นไว้บ้าง เผื่อมันจะเบาบางลง!! แล้วหากเกิดอะไรขึ้นมาในชีวิต ก็ให้ท่องไว้ว่า”เราทำมา!! เราทำมา!!

คนไทยระวังเรื่องการหลงเชื่อพวกข่าวดราม่า !!จนตอนนี้Netflix นำเสนอเรื่องชมพู่ แค่เรื่องนี้ คนไทย ก็ได้อายขายขี้หน้าไปทั่วโลกแล้ว! ที่คนไทย กลับกลายเป็นแฟนคลับลุงพล ที่เป็นฆาตกรโรคจิตฆ่าเด็ก แต่อยู่ๆ ก็กลาย เป็นฮีโร่ กลายเป็น Superstar เพราะสื่อ เพราะกระแส และความงมงาย กับจิตสำนึกบางคน ที่ยังแยกแยะไม่ออก ว่าใคร ในสังคมนี้ ที่มันดี หรือมันชั่ว! การพิจารณาคน และมองคนให้ออก เป็นสิ่งต้องพึงระมัดระวังให้มาก! รวมไปถึง พวกนักการเมือง ที่เล่นปาหี่ เล่นละครกันทุกวันนี้ คนบางคน ก็ยังจะหลงเชื่อ จนสังคมไทยเรา เกือบจะเข้ากลียุค กันเข้าไปทุกทีแล้ว!!

สมัยนี้ แค่มีเงินจ้างนักข่าว ใช้แบงค์พัน ไม่กี่ใบ จัดฉากบีบน้ำตา ก็คิดจะเอาตัวเองล้างในตะกร้าได้ จะมีใครที่ไหน!! ที่จะมาบอกว่า ตัวเองเป็นคนดี ตัวเองไม่มีพิษมีภัย เพราะหวังให้ความชั่ว จะกลายเป็นความดี!! เสร็จแล้วก็จบด้วยลูปอุบาท คือไลฟ์สดขายของ!! เรื่องพวกนี้ เราว่ามันควรจะหมดสมัยได้แล้ว!! ที่มีคนออกมาบีบน้ำตา เล่นบทเหยื่อ เรียกคะแนนน่าสงสาร!! เพราะอยากมีชื่อเสียงต่อยอดธุรกิจ เวลาเห็นใครทำแบบนี้ อย่าได้หลงเชื่อกันนะคะ!!

ยุคนี้ จะเสพข่าวอะไร ก็ต้องกลั่นกรอง พิจารณา และวิเคราะห์ กันให้ดีๆก่อน!! เอาเวลา ที่สนใจ คนเล่นละครนอกจอพวกนี้! ไปสนใจว่า ตอนนี้.. ดินแดนไทยของเรา ยังเป็นของคนไทย ทุกตารางนิ้ว อยู่หรือเปล่า แทนที่จะเสพข่าวดราม่า ที่ไร้สาระพวกนี้ น่าจะดีกว่าเยอะเลยค่ะ!!

ท้ายนี้ จะบอกว่า บนโลกนี้ มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน มีเงินเป็นหมื่นล้านแสนล้าน จะมีอำนาจ มีชื่อเสียงล้นฟ้าเพียงใด ทุกคนก็ล้วนแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎข้อนึง นั่นคือ “เมื่อตนทำสิ่งใดเอาไว้ ก็ต้องย่อมได้รับ ผลแห่งกรรม!’ หรือ ที่ฟิสิกส์ควันตั้มเรียกว่า”กฎของการสะท้อนกลับ!” หรือที่ทางศาสนาพุทธเรียกว่า”กฎแห่งกรรม!” และแม้กฎหมาย ที่กำหนดโดยมนุษย์ บนโลกนี้ ในบางครั้ง อาจจะไม่ยุติธรรม

แต่…”กฎแห่งกรรม ย่อมยุติธรรมเสมอ!!”

ปล.ถ้าทีมเมียหลวง ต้องการจะพูดบ้าง ติดต่อมาได้นะคะ เดี๋ยวช่วย!! #ฝากไว้ให้คิด#ให้มันจบในรุ่นเรา#กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ#ทีมเมียหลวง”

เปิ้ล ไอริณ

หลังจากที่โพสต์ของ เปิ้ล ไอริณ เผยแพร่ลง แฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์กันสนั่นหวั่นไหว เช่น

“นึกอย่างไรก๊นึกไม่ออกว่าเป็นใครแต่อยากเผือกจริงๆคุณเปิ้ลนี่อดทนแข็งแกร่งจริงๆที่ทนกับคนประเภทนี้ได้แต่ความดีและความมีเมตาจิติใจบริสุทธิ์เป็นเกาะป้องกันตัวเองได้ค่ะไม่ช้าก๊เร็วเวรกรรมย่อมตามทันบุคคลเหล่านั้นค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะ”

“อ่านจนจบ… เชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริงครับ”

“คุณเก่งมากๆเลยค่ะ​ มุมมองของคุณคือสัจจะ​ธรรม​ที่แท้จริง​ ฉลาดคิดมากๆ​ eq คุณสูงมาก​ และขอบคุณ​น้องมากๆที่รักหวงแหนและเป็นห่วงแผ่นดินไทยของเราค่ะ​ ชื่นชมน้องมากๆ”

“ชอบประโยคสุดท้าย เอาหลัก พุธท+ วิทยาฯ มาสรุปรวมกันได้”

“ว่าแล้วววววว ต้องมีอะไรในกอไผ่ แล้วก็มีจริงๆด้วย”

“สุ้ๆคะเปันกำลังใจให้คะคุณ”

“กฏแห่งกรรม เที่ยงธรรมเสมอ”

“เชื่อค่ะ กรรมอยู่ที่การกระทำ ยิ่งถ้าไปสร้างกรรมกับคนทำดี กรรมนั้นจะตามสนองเร็วมากๆค่ะ เราไม่รู้จักดาราคนนี้อยากรู้ชื่อย่อค่ะ เรื่องน้องชมพู่น่าสงสารมากๆค่ะ เราไม่เคยบ้าตามคนที่ไปสนับสนุนคนชััวใจร้ายอย่างมันค่ะ”

“ใช่คนที่เป็นข่าว พอออกมาแล้วประชาชนก็ไม่รู้จักอยู่ดีมั้ยคะ”

“เป็นกำลังใจให้ค่ะ”

เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ
เปิ้ล ไอริณ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Irin Sriklao

ข่าวดาราดรามาดาราเจ้าสัวหมื่นล้านเปิ้ล ไอริณเมียน้อย

จอย บียอนด์ เปิดใจ ความรัก 30 ปี ขอสิทธิ์ดูแล ‘เจ้าสัวหมื่นล้าน’ ลั่นไม่ได้หวังสมบัติ แค่อยากทำหน้าที่ภรรยา

21 สิงหาคม 2569 เวลา 21:20 น.

จอย บียอนด์

วงการบันเทิงสะเทือนอีกระลอกหลังมีกระแสข่าวลือสะพัดกรณีนางเอกยุค 90 แอบซุ่มคบหาและทำศึกชิงสิทธิ์ดูแลสามีนักธุรกิจหมื่นล้านที่กำลังป่วย

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นักร้องและอดีตนางเอกชื่อดัง จอย บียอนด์ หรือ หทัยทิพย์ สีสังข์ เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทองจากภาพยนตร์ ธรณีกรรแสง ได้ควงแขนทนายความส่วนตัวตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ โรงแรม Mida Hotel Don Mueang Airport เพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมดเป็นครั้งแรก

Joy Beyond

จอยเปิดใจเล่าเหตุการณ์ย้อนกลับไปเมื่อราว 30 ปีก่อน ขณะที่เธอถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ธรณีกรรแสง ได้มีโอกาสพบรักกับท่านเจ้าสัวนักธุรกิจใหญ่ ก่อนตกลงปลงใจคบหาและใช้ชีวิตร่วมกันมาโดยตลอด แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเนื่องจากตกลงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและไม่เปิดเผยต่อสื่อสาธารณะ แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวรับรู้กันในหมู่เครือญาติและคนใกล้ชิดของทั้งสองฝ่าย โดยเธอมักทำหน้าที่เคียงข้างสามีออกงานและร่วมทำกิจกรรมในครอบครัวมาโดยตลอด

ปัญหาความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อช่วง 4-5 ปีหลัง เมื่อท่านเจ้าสัวเริ่มเผชิญกับอาการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคอัลไซเมอร์ ในช่วงแรกจอยรับหน้าที่ดูแลเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด กระทั่งเธอต้องเดินทางไปทำงานร้องเพลงต่างจังหวัด หลานชายของสามีจึงอาศัยรับช่วงพากลับไปดูแลที่บ้านในรั้วเดียวกัน ซึ่งเธอก็ไว้วางใจเพราะคิดว่าเป็นคนคุ้นเคย

Joy Beyond

ทว่า เมื่อช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อประตูรีโมตบ้านถูกเปลี่ยนและเธอไม่ได้รับกุญแจสำรอง เมื่อติดต่อขอเข้าบ้านกลับถูกปฏิเสธจากหลานชายคนดังกล่าว โดยได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า สามีรักเธอมากและต้องการให้ลืม รวมถึงมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ของสามีเพื่อตัดขาดการติดต่อ ทำให้เธอไม่สามารถเข้าพบหรือติดต่อสามีได้เลย ต้องใช้วิธีไปเฝ้ารอตามโรงพยาบาลหรือหน้าบ้านแต่ก็ไร้ผล

จอยเล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมาเธอได้บังเอิญเจอกับสามีที่ร้านอาหารประจำ เมื่อท่านเจ้าสัวเห็นหน้าก็เอ่ยปากทักด้วยความคิดถึงว่าหายไปไหนมา และบอกว่าสามารถมาหาได้ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าความทรงจำบางส่วนยังคงอยู่ แต่เธอกลับพบว่าภาพลักษณ์และการดูแลของสามีเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

Joy Beyond

เธอยืนยันหนักแน่นว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมาไม่เคยหวังเรื่องทรัพย์สมบัติหรือเงินทอง หากมีความโลภคงจัดการเรื่องทรัพย์สินไปตั้งแต่ช่วงแรกๆ แล้ว สิ่งเดียวที่ต้องการในตอนนี้คือการทวงคืนสิทธิ์และโอกาสในการกลับไปดูแลสามีในบั้นปลายชีวิตตามสัญญาที่เคยให้กันไว้ พร้อมร่ำไห้วอนขอความเมตตาจากหลานชาย ขอให้เห็นใจและอย่ากีดกันความรักของเธอเลย

ทางด้านทนายความส่วนตัวชี้แจงว่า แม้ทั้งคู่จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่สถานะทางพฤติกรรมคือสามีภรรยาที่ต้องดูแลเกื้อหนุนกันตามศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดี การที่บุคคลภายนอกหรือญาติเข้ามาใช้อาการป่วยมากีดกัน ถือว่าทำให้ฝ่ายผู้ป่วยซึ่งเป็นสามีเสียประโยชน์สูงสุดจากการขาดการดูแลที่เหมาะสม ส่วนในแง่กฎหมายเชิงลึก เช่น การร้องศาลเพื่อแต่งตั้งผู้อนุบาลหรือคนไร้ความสามารถ จะต้องมีการพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในขั้นตอนต่อไป

Joy Beyond

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Joy Beyond

ข่าวบันเทิงจอย บียอนด์ดรามาดาราหทัยทิพย์ สีสังข์เจ้าสัว