ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

ยูนิลีเวอร์ ร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ แบ่งเบาภาระค่าครองชีพคนไทยต่อเนื่อง ลดสูงสุดกว่า 40%

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ขานรับนโยบายภาครัฐในการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’  ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ผนึกความร่วมมือกับห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นรายใหญ่ 130 ร้านค้า รวมกว่า 800 สาขา ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยจัดทัพสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 30 รายการ ลดราคาสุดสูงสุดกว่า 40% ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน โดยมีนายสามารถ ธะสุข ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโส กลุ่มร้านค้าปลีกท้องถิ่น กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เป็นตัวแทนร่วมเปิดงาน ที่ร้านตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จ. อุดรธานี

ภายใต้โครงการดังกล่าว ยูนิลีเวอร์ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ ครอบคลุมทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักผ้า ทำความสะอาด เส้นผม ดูแลผิวกาย และอาหาร อาทิ บรีส, โอโม, คอมฟอร์ท, ซันไลต์, ซันซิล, เคลียร์, โดฟ, วาสลีน, ซิตร้า, ลักส์, แอ็กซ์, เรโซนา และคนอร์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกคนในครอบครัว

ตลอดระยะเวลากว่า 90 ปีที่อยู่คู่คนไทย ยูนิลีเวอร์มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมไทย เพราะเราเชื่อว่าทุกครอบครัวควรสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่การบริหารค่าใช้จ่ายยังเป็นเรื่องสำคัญ ความร่วมมือในโครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ จึงเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของยูนิลีเวอร์ ในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระจายสินค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนทั่วประเทศ

ทั้งนี้ โครงการ ‘ไทยช่วยไทย x Local Low Cost’ จัดขึ้นโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการกระจายสินค้าและสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับชุมชน การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยูนิลีเวอร์ในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภค คู่ค้า และสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

ทิพยประกันภัย เปิดห้องเรียนธรรมชาติให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ศาสตร์พระราชา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 08.15 น.

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 66 โดยบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้ศาสตร์พระราชาสู่คนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมค่ายเรียนรู้นอกห้องเรียนภายใต้แคมเปญ “New Gen Change the World : คนรุ่นใหม่ ใจเปลี่ยนโลก ด้วยศาสตร์พระราชา” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากพื้นที่จริง พร้อมจุดประกายให้เยาวชนนำศาสตร์พระราชาไปต่อยอดสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน  โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม 

วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 

การจัดกิจกรรมครั้งนี้เลือกศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นพื้นที่เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ “จากนภาผ่านภูผา สู่มหานที” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากร ธรรมชาติอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำและชายฝั่งทะเล โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์แห่งนี้เพื่อศึกษา วิจัย และพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างครบวงจร ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การประมง และการพัฒนาอาชีพของชุมชน ควบคู่การอนุรักษ์ตามแนวทางศาสตร์พระราชา

ตลอดระยะเวลา 2 วัน ครูและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่าน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ลงพื้นที่ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน เรียนรู้เรื่องพะยูนหรือ “หมูดุด” สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวคุ้งกระเบน ศึกษาการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ตลอดจนร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล อาทิ ธนาคารปูม้า ปล่อยลูกปูคืนสู่ทะเล เขี่ยไข่ปู สร้างบ้านปลา และให้อาหารฉลามเสือดาว ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศาสตร์พระราชาไม่ได้เป็นเพียงองค์ความรู้ด้านการเกษตร แต่เป็นหลักคิดในการพัฒนาคน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนเป็นตัวอย่างของการน้อมนำพระราชดำริมาฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ จนเกิดระบบนิเวศที่สมบูรณ์และสร้างอาชีพให้กับชุมชน เราต้องการให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง เพราะเมื่อได้ลงมือทำ ได้สัมผัสธรรมชาติ และเห็นผลลัพธ์ด้วยตนเองจะเกิดความเข้าใจศาสตร์พระราชาอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้”

มนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าฯ จันทบุรี

นอกจากกิจกรรมภาคสนาม ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม The King’s Innovation และ The King’s Journey ซึ่งถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและกระบวนการทรงงานผ่านบอร์ดเกมการเรียนรู้ ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล รวมถึงกิจกรรม Storytelling Lab ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนฝึกเล่าเรื่องและสร้างสรรค์คอนเทนต์จากประสบการณ์จริง เพื่อนำไปเผยแพร่และสร้างแรงบันดาลใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่กิจกรรม Awakening Walk และ Design Your Life ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสำรวจคุณค่าของตนเอง ฝึกสติ และออกแบบเป้าหมายชีวิตบนพื้นฐานของคุณธรรม 5 ประการ

โครงการยังเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั่วประเทศร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านกิจกรรม New Gen Change the World โดยเชิญชวนเยาวชนอายุ 15–25 ปี ศึกษาแนวคิดศาสตร์พระราชาจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหรือแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ แล้วถ่ายทอดมุมมองผ่านคลิปวิดีโอในหัวข้อ “ศาสตร์พระราชา สามารถนำไปเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไร” ความยาว 3–5 นาที เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และส่งผลงานผ่านระบบของโครงการ เปิดรับสมัครทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม (ไม่เกิน 5 คน) ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2569 ก่อนประกาศผลในเดือนพฤศจิกายน 2569

ผู้ได้รับการคัดเลือก 100 ทีม จะได้รับทุนการศึกษาทีมละ 5,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณสำหรับผู้เข้าร่วมและสถานศึกษาต้นสังกัด รวมถึงสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายขับเคลื่อนนวัตกรรมศาสตร์พระราชา อาทิ โอกาสฝึกงาน การร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานพันธมิตร และสิทธิพิเศษจากองค์กรเครือข่าย โดย 10 ทีม ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดจะได้รับเชิญขึ้นนำเสนอผลงานบนเวทีสำคัญ เนื่องในโอกาส 100 ปี พระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคีเครือข่ายกว่า 30 องค์กร เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต พร้อมพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทาง Facebook: ตามรอยพระราชา – The King’s Journey, Line: @dfoundation หรือโทร. 094-403-4245 และ 086-614-1662

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

พาร์กินสันไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผู้ป่วยไทยพุ่ง 3 เท่า แพทย์เตือน รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ กำลังส่งสัญญาณเตือนถึงสังคมไทย “โรคพาร์กินสัน” ซึ่งเคยพบประมาณ 1 คนในประชากร 1,000 คน วันนี้ขยับขึ้นเป็น 1 คน ใน 400 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 250 ภายในระยะเวลาเพียง 10 ปี โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยสูงเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนปรากฏการณ์ “ความเร่งของโรคในระดับประชากร” ซึ่งไม่อาจอธิบายได้จากการเข้าสู่สังคมสูงวัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง

นพ. สิทธิ เพชรรัชตะชาติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและโรคพาร์กินสัน โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของเซลล์ประสาทบริเวณก้านสมอง ส่งผลให้การผลิตสารโดปามีนลดลง ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง และอาจมีอาการมือสั่นร่วมด้วย หากไม่ได้รับการรักษา อาการจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

นพ. สิทธิ เพชรรัชตะชาติ 

สาเหตุสำคัญของโรคเกี่ยวข้องกับการสะสมของโปรตีน alpha-synuclein ที่ผิดปกติ ซึ่งในหลายกรณีเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม เมื่อร่างกายไม่สามารถกำจัดโปรตีนชนิดนี้ได้ โปรตีนจะสะสมจนกลายเป็น “โปรตีนขยะ” โดยมีข้อสันนิษฐานว่าจุดเริ่มต้นอาจเกิดขึ้นที่ลำไส้ ก่อนส่งผ่านเส้นประสาทเข้าสู่ก้านสมองและสมองส่วนอื่นๆ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงเริ่มมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องผูก แน่นท้อง หรือเรอบ่อย ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงปัญหาระบบย่อยอาหาร ทั้งที่อาจเป็นสัญญาณระยะเริ่มต้นของโรคได้

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การสัมผัสสารเคมีกลุ่มยาฆ่าแมลง มลพิษทางอากาศ PM2.5 การสะสมของไมโครพลาสติก และสารเคมีจากบรรจุภัณฑ์อาหาร อาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคได้

สัญญาณเตือนที่หลายคนมักมองข้าม ได้แก่ การนอนละเมอ ท้องผูกเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้า หรือความวิตกกังวลที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน อาการเหล่านี้อาจเป็น “เสียงเตือน” จากสมอง และอาจเกิดขึ้นก่อนอาการสั่นถึง 10–20 ปี หมายความว่า เมื่อเริ่มมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น เคลื่อนไหวช้า มือสั่น หรือเดินสะดุด อาจเป็นช่วงที่เซลล์สมองสูญเสียไปแล้วมากกว่าร้อยละ 60

ทั้งนี้ จากสถิติเดิมที่พบผู้ป่วย 1 คนต่อประชากร 1,000 คน ปัจจุบันเพิ่มเป็น 1 คนต่อ 400 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 250 ภายใน 10 ปี โดยประเทศไทยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยสูงเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ภาพรวมของเอเชียถือเป็นภูมิภาคที่มีการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยเร็วที่สุดในโลก สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อน “ความเร่งของโรคในระดับประชากร” อย่างชัดเจน

สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น คือ อายุของผู้ป่วยที่ลดลง จากเดิมที่มักพบในวัยประมาณ 60 ปี ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยรายใหม่อยู่ที่ราว 50 ปี และเริ่มพบมากขึ้นในกลุ่มอายุ 40 ปี บางรายที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมอาจเริ่มแสดงอาการตั้งแต่อายุ 30 ปีเศษ สะท้อนว่าโรคนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของผู้สูงอายุหลังเกษียณอีกต่อไป แต่กำลังกระทบประชากรวัยทำงานโดยตรง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทยที่สามารถวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

หัวใจสำคัญของการรับมือโรคพาร์กินสันคือแนวคิด “รู้เร็ว ดูแลถูก ชีวิตไปต่อได้” เพราะโรคไม่ได้เริ่มต้นด้วยอาการมือสั่นเสมอไป ระยะแรกอาจแสดงอาการที่ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวลที่รุนแรงขึ้น การนอนผิดปกติ หรือท้องผูกเรื้อรัง หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกันควรรีบปรึกษาแพทย์ โดยการ  รู้เร็วมีสองมิติ คือ รู้ว่าเป็นโรคเร็วเพื่อเริ่มรักษาได้ทันเวลา และรู้วิธีดูแลเร็วเพื่อชะลอความเสื่อมของสมอง

แม้ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาให้หายขาดหรือหยุดการเสื่อมของเซลล์ประสาทได้โดยตรง แต่การดูแลแบบองค์รวมสามารถช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติได้ถึง 80–90 เปอร์เซ็นต์ หากได้รับการรักษาและดูแลอย่างเหมาะสม

สำหรับขั้นตอนการรักษาโรคพาร์กินสัน มีตั้งแต่การใช้ยาเพิ่มระดับสารโดปามีนในสมอง การผ่าตัดฝังอิเล็กโทรดในสมองด้วยเทคโนโลยี Deep Brain Stimulation (DBS) ซึ่งช่วยลดอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า และลดการพึ่งพายาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอัลตราซาวด์ความเข้มสูง (Focused Ultrasound) เป็นการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้คลื่นเสียงยิงเข้าไปในสมองเฉพาะจุดเพื่อหยุดวงจรที่ผิดปกติ และมีแนวโน้มว่าเทคโนโลยีนี้จะขยายผลได้ดีในกลุ่มผู้ป่วยระยะแรก สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคพาร์กินสัน สามารถรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท โทร.1270 หรือ Line: @praram9hospital นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคพาร์กินสันเบื้องต้นได้ที่แอปพลิเคชัน “Check PD”

“โรคพาร์กินสัน” ไม่ใช่จุดจบของชีวิต หากตรวจพบเร็ว ดูแลอย่างถูกต้อง และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยยังสามารถทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ เพราะการรู้เร็วและดูแลอย่างถูกต้อง คือโอกาสสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง

‘สะบักจม ปวดร้าวลงแขน’ สัญญาณเตือนคนทำงานอย่ามองข้าม

‘สะบักจม ปวดร้าวลงแขน’ สัญญาณเตือนคนทำงานอย่ามองข้าม

‘สะบักจม ปวดร้าวลงแขน’ สัญญาณเตือนคนทำงานอย่ามองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อาการสะบักจมปวดร้าวลงแขนไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่คนทำงานจะมองข้าม หากลองทานยาหรือนวดแล้วไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เพื่อวางแผนรักษาให้ตรงจุด ช่วยให้คุณหายจากอาการปวด กลับไปทำงานและใช้ชีวิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะสุขภาพที่แข็งแรงคือ “เครื่องมือ” ที่สำคัญที่สุดของคนทำงานทุกคน

รู้จักสาเหตุหลัก “สะบักจม” ใครอยู่ในลิสต์กลุ่มเสี่ยง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลกระดูกและข้อ ข้อดีมีสุข หรือ kdms จะพาไปรู้จักสาเหตุหลักและวิธีการรักษาที่ช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ ก่อนที่ร่างกายจะพัง!

สะบัก (Scapula) คือ กระดูกรูปสามเหลี่ยมบริเวณช่วงอกทางด้านหลังที่เชื่อมติดกับบ่า ไหล่ และหลัง ดังนั้น เมื่อปวดสะบักมักจะเป็นการเหมารวมอาการปวดคอ บ่า ไหล่รวมไปด้วย หรือเป็นอาการปวดบริเวณกล้ามเนื้อรอบกระดูกสะบัก ซึ่งขอเตือนว่าอาการปวดสะบักร้าวลงแขนไม่ได้มาเล่น ๆ แต่คือ “เสียงเตือน” จากระบบเส้นประสาทที่กำลังถูกกดทับ หากปล่อยไว้วันแรงงานปีหน้าคุณอาจต้องจบที่เตียงผ่าตัดแทนหยุดพัก โดยมักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก

1.ออฟฟิศซินโดรม (Myofascial Pain Syndrome-MPS): จำเลยอันดับหนึ่ง! เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ ท่าเดิมนาน ๆ ก้มหน้าเล่นมือถือ หรือพิมพ์คอมพิวเตอร์ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวจนเกิด “จุดกดเจ็บ” (Trigger Point) ส่งความปวดร้าวลามไปที่สะบักและแขน

2.ปัญหากระดูกคอ (Cervical Spine Issues): อันนี้ร้ายแรงกว่า เพราะอาจเกิดจากภาวะ กระดูกคอเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท เนื่องจากเส้นประสาทจากคอคือ “สายเมน” ที่ทอดผ่านสะบักลงไปถึงแขน หากสายนี้ถูกกดทับจะทำให้ปวดร้าว ชา หรือแขนอ่อนแรงได้

3.ปัญหาข้อไหล่ (Shoulder Joint): บางครั้งปัญหาเกิดจากเอ็นข้อไหล่อักเสบหรือฉีกขาด ซึ่งนอกจากจะปวดไหล่แล้ว ยังลามมาถึงสะบักและข้อศอกได้เช่นกัน อาจทำให้เราสับสนว่าสรุปปวดตรงไหนกันแน่

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง? แน่นอนว่าคือ “มนุษย์ทำงาน” ที่ก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าคอมฯ หรือมือถือนานเกินไป รวมถึง “สายสปอร์ต” ที่โหมใช้งานหัวไหล่หนัก และ “กลุ่มผู้สูงวัย” ที่ร่างกายเริ่มเสื่อมตามกาลเวลา หากปล่อยไว้ไม่รีบแก้ จากแค่รำคาญอาจกลายเป็น “ไหล่ติด” หรือแขนอ่อนแรงจนใช้ชีวิตลำบาก

อย่าปล่อยให้ “ความปวด” กลายเป็นเรื่องปกติ

ในปัจจุบันการรักษา “สะบักจม” ก้าวหน้าไปมาก ไม่จำเป็นต้องจบที่การผ่าตัดเสมอไป หากพบสาเหตุที่แท้จริงได้ทันท่วงที โดยที่โรงพยาบาล kdms คุณจะได้พบทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระดูกและข้อ รวมถึงกล้ามเนื้อ  พร้อมเครื่องมือทันสมัย ช่วยวินิจฉัยได้แม่นยำ และวางแผนการรักษาที่ตรงจุด

วินิจฉัยให้ “ตรงจุด” (อย่าเดาสุ่มเอง): อาการปวดร้าวลงแขนเกิดได้จากหลายสาเหตุ เมื่อไปพบแพทย์กระบวนการ “สืบสวน” จะเริ่มจากการซักประวัติ คลำหาจุดกดเจ็บ ไปจนถึงการทำ Special Test ตรวจสอบการเคลื่อนไหว หากอาการน่าสงสัย แพทย์จะสั่ง X-ray หรือ MRI จะช่วยให้รู้ชัดว่าปัญหามาจากกล้ามเนื้อ กระดูกคอ หรือเส้นเอ็นไหล่กันแน่

รักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non-Invasive): ด้วยเทคโนโลยี ฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry needling/Trigger point release): ฝังเข็มแบบตะวันตกโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เหมาะกับคนไข้ที่มีจุดกล้ามเนื้อเป็นพังพืดชัดเจน ช่วยลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อและลดอาการปวดได้เร็ว มีระดับความเจ็บอยู่ที่ 3 ดาว ถ้าใครไม่กลัวเข็มและอาการเข้าเกณฑ์ก็เข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ เรียกว่าเจ็บหน่อยดีกว่าปล่อยให้ทรมาน, คลื่นกระแทก (Shock wave therapy): เหมาะกับจุดเจ็บเป็นบริเวณกว้าง โดยผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาซ้ำ ๆ ประมาณ 2-3 ครั้ง แล้วแต่อาการของแต่ละคนเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ความเจ็บน้อยหน่อยแค่ 2 ดาว ซึ่งการรักษากินระยะเวลาหลายสัปดาห์เหมือนกัน

การรักษาด้วยคลื่นแสงกำลังสูง (High intensity laser therapy): เหมาะกับคนที่มีจุดเจ็บเป็นบริเวณกว้างและกลัวการฝังเข็ม เป็นการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยการรักษาทางการแพทย์ มีความเจ็บแค่ 0.5 ดาว ผู้ป่วยอาจรู้สึกอุ่น ๆ นิดหน่อยตรงจุดที่ยิงแสงเท่านั้น สามารถเข้ารับการรักษาต่อเนื่องได้ทุกระดับอาการ และเห็นผลได้ทันทีหลังเข้ารับการรักษา,  การผ่าตัด: จะเป็นทางเลือกสุดท้ายต่อเมื่อจำเป็นจริง ๆ สำหรับคนที่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรุนแรง จนรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล ปัจจุบันมีเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope ที่ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้เร็วขึ้นกว่าการผ่าตัดแบบเปิด อีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบต่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้าง โดยแพทย์จะประเมินแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งอาจช่วยลดระยะเวลาพักฟื้นและการนอนโรงพยาบาลได้เช่นกัน

ปรับไลฟ์สไตล์ “กันไว้ดีกว่าแก้”

เลิกพฤติกรรมเสี่ยง บอกลาก้มคอแช่หรือสะบัดคอแรงๆ ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา และเปลี่ยนอิริยบท ลุกขึ้นมายืดเหยียดทุก ๆ 1 ชั่วโมง

อย่าจมอยู่กับกองงานจนปล่อยให้ “สะบักจม” รีบดูแลตัวเองให้ดีตั้งแต่วันนี้ โรงพยาบาล kdms มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลรักษาแบบองค์รวม พร้อมวินิจฉัยอย่างแม่นยำด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคน ช่วยให้อาการปวดหายดี ไม่กลับมาเป็นซ้ำ และทำให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน ทั้งนี้ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เฉพาะเจาะจงในทุกเรื่องกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ ได้ที่:https://kdmshospital.com  ปรึกษาปัญหาสุขภาพ contactcenter@kdmshospital.com หรือสามารถนัดหมายแพทย์: https://page.line.me/175exsfc  และโทร. 02-080-8999

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2569

คุณแหน : 6 สิงหาคม 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.ไปรษณีย์ไทย จัดงานครบรอบ 23 ปี บจ.ไปรษณีย์ไทยและ 143 ปีกิจการไปรษณีย์ไทย วันศุกร์ 14 ส.ค.08.45-10.15 น.ที่ห้องรับรอง ชั้น 1 โซน A อาคาร ปณท. ..เจ้าภาพของดรับกระเช้า หากร่วมทำบุญบริจาคเพื่อสมทบทุนกองทุนปรับปรุงห้องผ่าตัดโรงพยาบาลศิริราช ชื่อบัญชี ศิริราชมูลนิธิ ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 901-7-0299-9..
  • แจ้งญาติมิตรเพื่อทราบว่า ระฆุวงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา บุตร พลเอกเจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ) (มีพี่น้องร่วมมารดาคุณถนอม พึ่งบุญ ณ อยุธยา เดียวกัน 6 ท่านคือ ระฆุวงศ์-นีละพงษ์อำไพ-ไกรกรีกูร-ประยูรกาฬวรรณ-นวลจันทร์ธิดาราม-โสมยามส่องฟ้า) ..เจ้าภาพได้จัดพิธีฌาปนกิจไปเรียบร้อยแล้วที่วัดธาตุทองเมื่อวันอาทิตย์ 2 ส.ค.ที่ผ่าน ..
  • ดีใจกับ “เคน” ธีรเดช- “หน่อย” บุษกร วงษ์พัวพันธ์ ที่ลูกชายคนโต “น้องคุณ” คุณธรรม วงศ์พัวพันธ์ เข้าเป็นเฟรชชี่ น้องใหม่ 1 ใน 40 คนของคณะนิเทศศาสตร์  จุฬาฯ  ตามรอยคุณย่ากาญจนา วงศ์พัวพันธ์  ศิษย์เก่าวารสารศาสตร์ฯ  ธรรมศาสตร์ ..
  • เห็นความสำคัญของการศึกษา อ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนด้อยโอกาสหลายคนเป็นประจำปี  เมื่อเห็น “คุณแหน” ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร เตรียมจัดงานมอบทุนแก่นักเรียนยากจนกตัญญูในสังกัด กทม. 19 พ.ย.นี้ จึงตั้งใจว่าจะมอบทุนต่อเนื่องทุกปีๆ ละ 3,000 บาท..
  • ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ เอาใจชาวรามคำแหงในรูปแบบป๊อปอัพ บ็อกซ์ คาร์ท ณ โครงการ 1981 Soul & Sold ชั้น G โซน Gourmet Eats   5 ส.ค. – 4 พ.ย. ส่วนย่านสายไหมกับป๊อปอัพ ฟู้ดทรัค ณ โครงการ ICON 56 (สายไหม) ด้านหน้าฟู้ดแลนด์ซุปเปอร์มาร์เก็ต 12 ส.ค. – 11 พ.ย. วางแพลนเปิดเพิ่มอีกหลายสาขาให้แฟนคลับคริสปี้ ครีม ได้ตามไปฟินกันอย่างทั่วถึงอีกด้วย..
  • สวด พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน พ่อตา เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาส  2 -7 ส.ค.18.30 น. (งดสวด 5 และ 8 ส.ค.)..พระราชทานเพลิงศพ 9 ส.ค.17.00 น…
  • พระราชทานเพลิงศพ พล.อ.วิศิษฐ์  วิศิษฏ์โยธิน  6 ส.ค.16.00 น. เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน..
  • ครบ 92 ปี ท่านผู้หญิงบุษบา กิติยากร 2 ส.ค. ทำบุญตักบาตรถวายสังฆทาน ปล่อยปลาหน้าเขียง 500 ก.ก. พร้อมหน้าธิดา-บุตรเขย ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ – ศ.ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย กราบอวยพร..

คุณแหน

บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 งานแฟร์สุดพิเศษ มอบความสุขให้ทุกคน ในคอนเซ็ปต์ “ความสุขแบบบ้านบ้าน”

บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 งานแฟร์สุดพิเศษ มอบความสุขให้ทุกคน ในคอนเซ็ปต์ “ความสุขแบบบ้านบ้าน”

บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 งานแฟร์สุดพิเศษ มอบความสุขให้ทุกคน ในคอนเซ็ปต์ “ความสุขแบบบ้านบ้าน”

วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.11 น.

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี บ้านและสวน เติบโตเคียงข้างคนไทยในฐานะคอมมูนิตี้ที่สร้างแรงบันดาลใจเรื่องบ้าน สวน และการใช้ชีวิต ชวนทุกคนร่วมสัมผัสความสุขในงาน บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2026 ตั้งแต่วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค  บางนา   งานแฟร์ที่ตั้งใจส่งมอบ “ความสุขแบบบ้านบ้าน” ให้ทุกคน พร้อมร่วมฉลองแคมเปญไปด้วยกันกับ “บ้านและสวน 50 ปี ความสุขในทุกช่วงชีวิต – Happiness in Every Chapter of Life รวบรวมไอเดียการอยู่อาศัย การตกแต่งบ้าน และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจไว้ในงานเดียว

พบกับร้านค้าคุณภาพกว่า 1,500 บู๊ธ ครบทุกหมวด ทั้งต้นไม้และของแต่งสวน เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้างและรับสร้างบ้าน งานคราฟต์ อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าเพื่อการท่องเที่ยวและเอาต์ดอร์ พร้อมโปรโมชันและกิจกรรมตลอดการจัดงาน

เพื่อแทนคำขอบคุณผู้อ่านและผู้สนับสนุนที่ร่วมเดินทางกับบ้านและสวนมาตลอดครึ่งศตวรรษ มอบ HAPPY CAMPAIGN ให้ร่วมลุ้น Cash Voucher, รางวัล Top Spenders และคูปองชิงโชครวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท พร้อมเลือกช็อปคอลเล็กชันพิเศษ บ้านและสวน x PDM, บ้านและสวน x ชูชก และ หมอนบ้านบ้าน รวมถึงเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เปิดทุกวัน

ขนทัพ 7 โซนไฮไลต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เริ่มต้นกับ นิทรรศการครบรอบ 50 ปี บ้านและสวน ที่ชวนย้อนรอยการเดินทางจากนิตยสารฉบับแรกสู่การเป็นสื่อและคอมมูนิตี้ด้านการอยู่อาศัย พร้อมร่วมโหวต บ้านและสวน Awards 2026 สาขา People’s Choice และอิ่มอร่อยกับเครื่องดื่มและขนมเมนูพิเศษธีม 50 ปี บ้านและสวน จาก Little Tree Café

Little Tree Café

room Pavilion มาในคอนเซ็ปต์ “Book Cafe” สร้างบรรยากาศอบอุ่น เพลิดเพลินราวกับอยู่ภายในห้องสมุด

บ้านและสวน Garden & Farm Courtyard 

บ้านและสวน Garden & Farm Courtyard ชวนมาปลูกผักพื้นบ้านกินเองและเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน

บ้านและสวน ช่างประจำบ้าน

บ้านและสวน ช่างประจำบ้าน ที่ช่วยให้เรื่องการดูแลบ้านเป็นเรื่องใกล้ตัว อยู่ดีมีสุขแบบไร้กังวล จึงชวนทุกคนมา “Home Check-up” ตรวจสุขภาพบ้านอย่างตรงจุด

Explorers Club Base Camp สำหรับคนรักการเดินทางและธรรมชาติ ในคอนเซ็ปต์ “KEEP EXPLORING”

บ้านและสวน Pets Lounge ในคอนเซ็ปต์ “Growing Together ทุกก้าวของชีวิต มีเพื่อนสี่ขาเติบโตเคียงข้าง”พื้นที่สำหรับครอบครัวสัตว์เลี้ยง

ปิดท้าย กินดีอยู่ดี มาในคอนเซ็ปต์ “Food Lab กิน อยู่ เป็นยา เพื่อชีวิตยั่งยืน” ชวนดูแลสุขภาพผ่านกิจกรรมตรวจวิเคราะห์สมดุลสารอาหารและวิตามินในร่างกาย โดยทีมแพทย์และแพทย์แผนไทย พร้อมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจากชีวจิต

ลงทะเบียนเข้างาน รับฟรี! 3 ต่อ https://cooll.ink/BSMIDYEAR-register เลือกรับสมุดโน้ต New Collection 1 เล่ม หรือ Free Gift  (1 ท่าน/1 ชิ้น จำนวนจำกัดต่อวัน)

รับ  E-coupon ลดคุ้ม!   จาก Power Buy EXPO ส่วนลดสูงสุด 9,000 บาทพร้อมส่วนลดเพิ่มจาก naiin,นายอินทร์, Let’s Bite และ Nap’s Coffee และคูปองชิงโชค 1 สิทธิ์ ลุ้นรางวัลกว่า 1,000,000 บาท ชิงรถยนต์ไฟฟ้า CHERY Q QOOL และของรางวัลอีกมากมาย (ร่วมกิจกรรมในงาน รับเพิ่มได้สูงสุด 40 สิทธิ์)

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ 50 ปี บ้านและสวน ได้ตั้งแต่วันนี้ – 9 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.baanlaesuan.com และ Facebook บ้านและสวน Baanlaesuan.com

กระแสตอบรับดี! ปัญญา 5 ดาว อีทส์แฟร์ เดินหน้าสู่ฝั่งธนฯ จัดใหญ่กว่าเดิม ร้านเด็ดเพิ่ม อิ่มฟิน 10 วันเต็ม!

กระแสตอบรับดี! ปัญญา 5 ดาว อีทส์แฟร์ เดินหน้าสู่ฝั่งธนฯ จัดใหญ่กว่าเดิม ร้านเด็ดเพิ่ม อิ่มฟิน 10 วันเต็ม!

กระแสตอบรับดี! ปัญญา 5 ดาว อีทส์แฟร์ เดินหน้าสู่ฝั่งธนฯ จัดใหญ่กว่าเดิม ร้านเด็ดเพิ่ม อิ่มฟิน 10 วันเต็ม!

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

หลังสร้างกระแสความอร่อยและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ที่ผ่านมา ครั้งนี้ “ปัญญา 5 ดาว อีทส์แฟร์” เดินหน้าสานต่อความสำเร็จ มุ่งหน้าสู่ย่านฝั่งธนฯ พร้อมยกระดับความอร่อยให้ใหญ่กว่าเดิม ด้วยการเพิ่มร้านเด็ดจากทั่วไทยมาให้ชาวฝั่งธนฯ ได้เลือกช็อป ชิม และฟินกันแบบจุใจ จัดเต็มยาวขึ้นถึง 10 วันเต็ม! พร้อมจับมือกับ “กูร์เมต์ อีทส์” ศูนย์รวมสตรีทฟู้ดชั้นนำภายใต้เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดโอกาสให้สายกินกลับมาซ้ำได้หลายรอบ ชวนเพื่อน ชวนครอบครัว ตะลุยชิม และมาเก็บร้านเด็ดให้ครบทั่วงาน จะสายกินตัวจริงหรือสายตามล่าร้านไวรัล เตรียมวางแผนมาได้เลย เพราะแต่ละรอบมีร้านให้เลือกจัดเต็ม กันแน่นอน!

ครั้งนี้เตรียมปักหมุดกันให้ดี! พบกับร้านดังในตำนานที่ครองใจนักชิมมาอย่างยาวนาน พร้อมร้านไวรัลสุดฮอตที่หลายคนต้องต่อคิว งานนี้ “ปัญญา 5 ดาว” ขอการันตีความอร่อย คัดสรรเมนูเด็ดมาให้ชิมแบบเต็มอิ่ม ไม่ต้องเดินทางไปไกล เพราะรวมความอร่อยจากทั่วประเทศมาไว้ให้แล้ว ที่เดียว!

นอกจากเรื่องกินที่จัดเต็มแล้ว งานนี้ยังเติมความสนุกให้ทุกคนได้มาร่วมฟินไปด้วยกัน กับกิจกรรมและโชว์จากเหล่าศิลปินจากเวิร์คพอยท์ นำโดย คุณปัญญา นิรันดร์กุล ,เจแปน ภาณุพรรณ ,แหม่ม จินตหรา ,ไรอัล กาจบัณฑิต ,PJUNG ,ฟอร์ม ชลพิพรรธน์ พร้อมศิลปินจาก รายการเพลงเอก อาทิ ธัช กิตติธัช , นุ อนุกูล ,เตวิชญ์ ชัยธัช ,บาร็อก ชลธาร รวมถึงศิลปิน PlusOne ,ily (ค่าย XOXO Entertainment) ค่าย Schooldio บีบาส ,จอแจ้ง และ เฟอร์รารี่ 3×3 Basketboy ,บะหมี่ ชิงช้าสวรรค์ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความบันเทิงตลอดการจัดงาน พิเศษไปกว่านั้น ยังมีเหล่า ผู้ประกาศข่าวจากช่องเวิร์คพอยท์ และน้อง ๆ นักเรียนระดับมัธยมจากรายการ High Zcool Band มาร่วมสร้างความสนุก เพิ่มสีสันให้บรรยากาศภายในงานคึกคักยิ่งขึ้น เรียกได้ว่ามางานเดียว อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้ทั้งชิม ช็อป และชมความบันเทิงแบบครบจบ!

ซึ่งงานนี้เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว จะชวนเพื่อน ชวนแฟน มาเดินเล่น หาของอร่อยกิน ก็รับรองว่ามีเมนูให้เลือกกันแบบจุใจ ระหว่าง วันที่ 7 – 16 สิงหาคม 2569  ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ  M GRAND HALL และ M FASHION HALL ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค “ช็อป กิน ฟิน ไปด้วยกัน” กับความอร่อยจากร้านเด็ดทั่วไทย และความสนุกจากเหล่าศิลปินแบบจัดเต็มตลอด 10 วันเต็ม! ไม่ได้มีดีแค่ของกิน แต่มีทั้งความอร่อย ความสนุก และความสุขให้ทุกคนในครอบครัว! แล้วเจอกันที่ “ปัญญา 5 ดาว อีทส์แฟร์”

พั้นช์ วรกาญจน์ ปล่อยลุคหวานปนแซ่บ แจกความสดใสในวัย 41

พั้นช์ วรกาญจน์ ปล่อยลุคหวานปนแซ่บ แจกความสดใสในวัย 41

พั้นช์ วรกาญจน์ ปล่อยลุคหวานปนแซ่บ แจกความสดใสในวัย 41

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 14.58 น.

ทำเอาอินสตาแกรมร้อนแรงขึ้นทันที เมื่อ “พั้นช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร” นักร้องสาวเสียงหวาน ขอสลัดลุคเรียบร้อยมาเผยความสดใสในโหมดพักผ่อนริมทะเล พร้อมเสิร์ฟลุคเซ็กซี่เบาๆ ที่ทำเอาแฟนๆ พากันกดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมอย่างล้นหลาม

ล่าสุด พั้นช์ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม เผยบรรยากาศการพักผ่อนท่ามกลางทะเลสีฟ้าคราม โดยมาในลุคเสื้อโทนสีเหลืองแบบซีทรู จับคู่กับกระโปรงสั้นลายหวาน

งานนี้ทำเอาแฟนคลับและเพื่อนๆ เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมความสวยของนักร้องสาวกันอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

ภาพจากอินสตาแกรม : @punch_vorakan

ต้อม รชนีกร ชนะคดีศัลยกรรมใบหน้า ศาลสั่ง รพ.เลอลักษณ์ชดใช้กว่า 7.7 ล้านบาท

ต้อม รชนีกร ชนะคดีศัลยกรรมใบหน้า ศาลสั่ง รพ.เลอลักษณ์ชดใช้กว่า 7.7 ล้านบาท

ต้อม รชนีกร ชนะคดีศัลยกรรมใบหน้า ศาลสั่ง รพ.เลอลักษณ์ชดใช้กว่า 7.7 ล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 13.56 น.

ต้อม รชนีกร อดีตนักแสดงชื่อดัง เฮ! ศาลสั่ง รพ.-หมอ จ่ายร่วม 8 ล้าน หลังเข้ารับบริการปี 66 ทำศัลยกรรมตกแต่ง ยกกระชับใบหน้า จนผิดรูป เสียหาย รับงานไม่ได้ขาดรายได้

วันที่ 6 สิงหาคม ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ผบ 624/2567 ที่นางลภัสนันท์ พันธุ์มณีธนากร หรือ ต้อม รชนีกร พันธุ์มณี อายุ 55 ปี อดีตดารานักแสดงชื่อดัง ในฐานะผู้เสียหาย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท รพ.เลอลักษณ์ จำกัด สถานตกแต่งเสริมความงามชื่อดัง กับพวกรวม 4 ราย เป็นจำเลยฐานละเมิด เรียกค่าเสียหาย

โดยอดีตนักแสดงชื่อดังระบุฟ้องความผิดสรุปว่า โจทก์เป็นบุคคลสาธารณะมีอาชีพเป็นนักแสดงใช้ชื่อในวงการแสดงว่า รชนีกร พันธุ์มณี หรือต้อม รชนีกร ประกอบอาชีพดารา นักแสดง นางแบบ นักร้อง  เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2566 โจทก์เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าที่ รพ.เลอลักษณ์ ของจำเลยที่ 1 โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการบริหาร และจำเลยที่ 4 เป็นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดดึงหน้า ดึงแก้ม ดึงคอ ดึงคิ้ว ดึงขมับ รวมถึงการผ่าตัดวีไลน์ (ตัดกระดูกกรามแล้วเอามาต่อที่คาง) แต่หลังจากผ่าตัดแล้วโจทก์ ไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายในการขาดรายได้หรือสูญเสียความสุขสำราญ ต้องทุกข์ทรมานไม่สามารถประกอบอาชีพดารา นักแสดงอย่างปกติได้

ศาลพิ้เคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 กระทำละเมิดต่อโจทก์จริง จึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ร่วมกันชำระเงิน จำนวน 7,777,700 บาทแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ได้รับการยกเว้นต่อศาลในนามที่โจทก์เป็นผู้บริโภค โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2-3 พิพากษายกฟ้อง

เปิดเทรนด์กินเพื่อฝัน! ซีพีเอฟเผย 10 เมนูสุขภาพสุดฮิตของนักล่าฝัน True AF 2026

เปิดเทรนด์กินเพื่อฝัน! ซีพีเอฟเผย 10 เมนูสุขภาพสุดฮิตของนักล่าฝัน True AF 2026

เปิดเทรนด์กินเพื่อฝัน! ซีพีเอฟเผย 10 เมนูสุขภาพสุดฮิตของนักล่าฝัน True AF 2026

วันพฤหัสบดี ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 12.22 น.

กระแสรักสุขภาพของคนรุ่นใหม่ในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่ทุกคนให้ความสำคัญ ตั้งแต่การคัดสรรเมนูที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไปจนถึงการเติมพลังงานให้ร่างกายพร้อมทำกับกิจกรรมในแต่ละวันซึ่งล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตทั้งสิ้น และเมื่อพูดถึงเวทีที่ต้องใช้พลังงานทั้งกายและใจอย่างหนัก อย่างรายการ True Academy Fantasia 2026 (True AF 2026) ที่แม้ผู้ชมจะได้เห็นบนเวทีเพียงไม่กี่นาทีในแต่ละสัปดาห์ แต่เบื้องหลังทุกโชว์คือการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการร้อง การเต้น การแสดง และการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น

ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนด้านอาหารอย่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์อาหารที่หลากหลายสำหรับนักล่าฝันตลอดการใช้ชีวิตภายในบ้าน AF เพื่อสนับสนุนการดูแลโภชนาการ และให้นักล่าฝันสามารถเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะกับกิจกรรมและการใช้พลังงานในแต่ละวัน

จากข้อมูลพฤติกรรมการเลือกอาหารของนักล่าฝันตลอดการแข่งขัน พบว่า 10 เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุด ดังนี้ ไข่ตุ๋นผสมหมูดำคูโรบูตะ (โปรตีน 10 กรัม / พลังงาน 119.7 kcal), เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิ (โปรตีน 7 กรัม / พลังงาน 120  kcal), อกไก่นุ่มกระเทียมพริกไทย (โปรตีน 18 กรัม / พลังงาน 90 kcal), ไข่ม้วนสไตล์ญี่ปุ่น (โปรตีน 6 กรัม / พลังงาน 170 kcal), ไก่ห่อสาหร่าย (โปรตีน 15 กรัม / พลังงาน 170 kcal), ไข่เค็มสูตรเค็มน้อย (โปรตีน 8 กรัม / พลังงาน 110 kcal), ไก่อบซอสเทริยากิ (โปรตีน 14 กรัม / พลังงาน 120 kcal), ไข่ต้ม (โปรตีน 6 กรัม / พลังงาน 70 kcal), ไข่ลวก (โปรตีน 6 กรัม / พลังงาน 60  kcal), บัวลอยสามสีมะพร้าวอ่อน (โปรตีน 3 กรัม / พลังงาน 230 kcal) *อ้างอิงข้อมูลโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค

เมื่อพิจารณาข้อมูลโภชนาการ พบว่าทั้ง 10 เมนูข้างต้นนี้ให้โปรตีนตั้งแต่ 3-18 กรัม และพลังงาน 60-230 กิโลแคลอรีต่อหน่วยบริโภค ครอบคลุมทั้งมื้อเบาและมื้อที่ต้องการพลังงานสูง สะท้อนความหลากหลายที่ตอบโจทย์กิจกรรมของนักล่าฝันในแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นช่วงฝึกซ้อมร้อง เต้น แสดง หรือช่วงพักฟื้นร่างกายหลังใช้พลังงาน

 ความหลากหลายนี้ยังสะท้อนพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่มองหาอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งคุณค่าทางโภชนาการ ความสะดวก และความอร่อยไปพร้อมกัน มากกว่าการยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

 สำหรับซีพีเอฟ การสนับสนุนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการส่งมอบอาหารคุณภาพ แต่คือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลความพร้อมของนักล่าฝันตลอดเส้นทางการแข่งขัน โดยเชื่อว่าทุกความฝันต้องอาศัยทั้งความมุ่งมั่น การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และการดูแลตัวเองในทุกวัน เพื่อให้สามารถก้าวขึ้นไปทำสิ่งที่ดีที่สุดบนเวทีได้อย่างเต็มศักยภาพ