‘น้องมอส’มิสแกรนด์ภูเก็ตวัย24ปี คว้ามงกุฎ’มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2018’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351694

'น้องมอส'มิสแกรนด์ภูเก็ตวัย24ปี คว้ามงกุฎ'มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2018'

‘น้องมอส’มิสแกรนด์ภูเก็ตวัย24ปี คว้ามงกุฎ’มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2018’

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 10.00 น.

15 ก.ค.61 เป็นไปตามความคาดหมาย “มอส-น้ำอ้อย ชนะพาล” มิสแกรนด์ภูเก็ต วัย 24 ปี คว้ามงกุฎ “มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2018” ไปครองในการประกวดรอบตัดสินเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 14 กรกฎาคม 2561 ณ ฮอลล์ 100 ไบเทค บางนา เป็นตัวแทนสาวไทยไปร่วมประกวด “มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2018” ปลายปีนี้ ที่เมียนมา

มอส-น้ำอ้อย ชนะพาล เป็นสาวชัยภูมิ เดินทางมาคว้าตำแหน่งมิสแกรนด์ภูเก็ต ก่อนที่จะได้สวมมงกุฏมิสแกรนด์ไทยแลนด์ คนที่ 6 มีส่วนสูง 180 เซนติเมตร น้ำหนัก 57 กิโลกรัม สัดส่วน 34-24-37 สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ

รางวัลที่เธอได้รับคือมงกุฎเพชร มีมูลค่า 1,200,000 บาท พร้อมด้วยสายสะพายเกียรติยศ บ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์ 1 คัน และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบาท อาทิ ทุนการศึกษาถึงระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี  อีกทั้งเธอยังเป็นสาวใต้คนที่ 4 ที่ได้รับตำแหน่งโดยก่อนหน้านี้เธอยังได้ตำแหน่งพิเศษ ทั้งนางงามยิ้มสวย,รองอันดับ 1 ขวัญใจภูเก็ต และ 1 ใน 5 รางวัลนางงามเสียงดี โดยเธอจะได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมประกวด “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2018” ที่ประเทศเมียนมา ในเดือนตุลาคม 2561 ที่จะถึงนี้

ส่วนรองอันดับ 1 มิสแกรนด์ นครปฐม จุ๊กจิ๊ก-จิรัชยา สุขอินต๊ะ รองอันดับ 2 มิสแกรนด์ สกลนคร อิ๊ง-อิงชนก ประสาตร์ รองอันดับ 3 มิสแกรนด์ บุรีรัมย์ บิว นันทภัค ไกรหา และ รองอันดับ 4 มิสแกรนด์ สระแก้ว ตังเม-เมธาวี ธีรลีกุล

‘ป๋อมแป๋ม’ตะลุยสวนน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351621

'ป๋อมแป๋ม'ตะลุยสวนน้ำ

‘ป๋อมแป๋ม’ตะลุยสวนน้ำ

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

4 พิธีกรสุดฮอต จากรายการ เทยเที่ยวไทย นำทีมโดย นิติ ชัยชิตาทร (ป๋อมแป๋ม), กิตติพัทธ์ ชลารักษ์ (กอล์ฟ), ทัชชกร บุญลัภยานันท์ (ก๊อตจิ)และ วัชระ สุขชุม (เจนนี่ ปาหนัน)พาผู้โชคดีที่สมัครใช้บริการ “คลิปเด็ด เทยเที่ยวไทย”ของแกรมมี่จำนวน 20 คน เดินทางร่วมทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในกิจกรรม “เที่ยวกับเทย ไปกับทรูมูฟ เอช”ตะลุยสวนน้ำซานโตรินี พาร์ค ชะอำ

HollyWood Star : 15 กรกฎาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351614

HollyWood Star : 15 กรกฎาคม 2561

HollyWood Star : 15 กรกฎาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน

O Australian Associated Press สื่อออสเตรเลียเผยว่า ไมเคิล สก็อต และ อดัม สมิธ สองผู้อำนวยการสร้างหนังฮอลลีวู้ด ลงทุนเดินทางมายังถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เพราะมองว่าเรื่องราวการช่วยชีวิต เด็กและโค้ชทีม หมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำ สามารถสร้างเป็นหนัง และทำเงินมหาศาลตอนที่เข้าฉายได้แน่นอน โดย สก็อต ผู้บริหารค่ายหนัง Pure Flix films และ สมิธ ซึ่งร่วมอำนวยการสร้าง ไม่เพียงสอบถามพูดคุยกับผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์หน้าบริเวณถ้ำหลวงเท่านั้น แต่ยังมีแผนจะพามือเขียนบท มาพูดคุยกับทีมอาสาสมัครจากนานาชาติ หน่วยซีลของไทย น้องๆ และโค้ชทีมหมูป่า อะคาเดมี รวมถึงครอบครัว เพื่อเจรจาขอซื้อลิขสิทธิ์เรื่องราวที่เป็นข่าวดังทั่วโลกไปสร้างเป็นหนังอีกด้วย

 จอร์จ คลูนีย์

O ทำเอาตกอกตกใจกันไปไม่น้อย เมื่อ จอร์จ คลูนีย์ ดาราหนุ่มใหญ่วัย 57 ปี ขับขี่จักรยานยนต์สกูตเตอร์อยู่บนถนนในแคว้นซาร์ดิเนียของอิตาลี และเกิดชนกับรถยนต์เบนซ์คันหนึ่งที่แล่นสวนทางมา ทำให้นักแสดงหนุ่มใหญ่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในท้องถิ่น โชคดีที่เขาบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและได้รับอนุญาตจากแพทย์กลับไปรักษาอาการบาดเจ็บที่บ้านพักแล้ว ส่วนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ฝ่ายคู่กรณีคนขับรถเบนซ์อ้างว่าขณะกำลังรอกลับรถบริเวณทางแยก ก็ถูกดารานักแสดงรุ่นใหญ่ขี่จักรยานยนต์พุ่งชน ขณะที่สื่อหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของอิตาลี รายงานระบุคนขับรถเบนซ์อ้างว่ามองไม่เห็นอะไรในช่วงเกิดอุบัติเหตุ เพราะแสงอาทิตย์ส่องเข้าตา คลูนีย์อยู่ระหว่างการถ่ายทำละครโทรทัศน์ซีรี่ส์ชุดใหม่เรื่อง Catch– 22 ซึ่งมีกำหนดออกอากาศตอนที่ 6 ในช่วงปีหน้านี้

แอเรียล วินเทอร์

O หลังเจอคอมเมนต์แรงๆ ต่อเนื่อง แอเรียล วินเทอร์ นักแสดงสาว วัย 20 ปีจากซีรี่ส์ดัง Modern Familyก็ตัดสินใจเลิกเล่นทวิตเตอร์แล้ว โดยโฆษกส่วนตัวชี้แจงกับสื่อดัง Us Weekly ว่าวินเทอร์ อยากใช้ชีวิตของตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาตัดสินบ้าง ถึงจะพักการเล่นทวิตเตอร์ แต่วินเทอร์ก็ยังคงไม่ปิดอินสตาแกรม ที่ผ่านมา แอเรียล วินเทอร์ ไม่เพียงมีปัญหากับนักเลงคีย์บอร์ด แต่ยังเซ็งกับกองทัพปาปาราซซี่ที่ตามติดชีวิตเธอทุกฝีก้าว จนมาระเบิดอารมณ์ผ่านอินสตาแกรมเมื่อปีก่อนว่าทำให้เธอใช้ชีวิตลำบากไม่น้อย

นาตาลี ดอร์เมอร์

O นาตาลี ดอร์เมอร์ นักแสดงสาวจากซีรี่ส์ดังGame of Thrones ขอพิสูจน์ความสามารถในฐานะคนเขียนบทในหนังเรื่อง In Darkness ที่เธอใช้เวลาสร้างสรรค์เกือบ 10 ปีเลยทีเดียว โดยดอร์เมอร์ตั้งใจถ่ายทอดบทบาทของผู้หญิงที่ดูมิติ ผ่านเรื่องราวของนักเปียโนสาวตาบอด ซึ่งบังเอิญไปรับรู้การฆาตรกรรม จนนำเธอไปสู่โลกแห่งอาชญากรรมอันมืดมน ดอร์เมอร์ เชื่อมั่นว่า เธอสามารถทำหนังที่มีตัวละครหลักเป็นผู้หญิงและเล่าเรื่องอย่างฉลาดๆ ได้และแม้อยากจะสนับสนุนผู้หญิงด้วยกัน แต่ดอร์เมอร์ บอกว่าคงไม่สามารถจะจ้างทีมงานผู้หญิงได้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นคงต้องรออีกหลายปีกว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา หนังเรื่อง In Darkness ทยอยเข้าฉายไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม พร้อมเสียงตอบรับที่พอแค่รับได้ ไม่ถึงกับดีเลิศมาก

ดเวนย์ จอห์นสัน 

O ดเวนย์ จอห์นสัน พระเอกกล้ามล่ำ บุกไปพบปะตี๋หมวยฮ่องกง เพื่อโปรโมทหนังเรื่องใหม่ Skyscraper ซึ่ง ดเวนย์ ดูจะมั่นใจมากว่า หนังเรื่องนี้จะต้องฮิตเปรี้ยงชนิดที่คอหนังต้องชอบแน่นอน ขณะที่ ฮันนาห์ กินลิวาน คุณแม่ยังสวยภรรยาของนักร้องหนุ่ม เจย์ โจว ที่แสดงเป็นผู้ก่อการร้ายในเรื่อง ก็ยอมรับว่าเธอตื่นเต้นกับโปรเจกท์หนังฮอลลีวู้ดเรื่องแรกของตัวเองอยู่ไม่น้อย เพราะได้ประกบนักแสดงคุณภาพซึ่งก็ทำให้เธอได้เรียนรู้อะไรมากมาย หนังเรื่อง Skyscraper เข้าฉายที่ฮ่องกง พร้อมไทย วันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ดาราพาเที่ยว : ‘ตี๋-วิวิศน์’ตะลุยย่านฮิต อากิฮาบาระ ช้อปสินค้าอนิเมะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351622

ดาราพาเที่ยว : 'ตี๋-วิวิศน์'ตะลุยย่านฮิต อากิฮาบาระ ช้อปสินค้าอนิเมะ

ดาราพาเที่ยว : ‘ตี๋-วิวิศน์’ตะลุยย่านฮิต อากิฮาบาระ ช้อปสินค้าอนิเมะ

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ขึ้นชื่อว่าเป็นหนุ่มที่หลงใหลการสะสมโมเดลต่างๆ พอมีโอกาสได้ไป ประเทศญี่ปุ่น ด้วยตัวเอง แบบตามใจฉัน หนุ่มหล่อ ตี๋-วิวิศน์ บวรกีรติขจร เลยไม่พลาด ไปตะลุยย่านดัง ใจกลาง กรุงโตเกียว ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง อากิฮาบาระ แหล่งรวมสินค้าอนิเมะจากเรื่องต่างๆ ไว้อย่างครบครัน งานนี้หนุ่มตี๋จะตื่นตาตื่นใจแค่ไหน แล้วได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้างตามไปดูกัน

ทริปตามใจฉัน “ผมมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ได้ไปเองกับเพื่อนสองคน ผมก็วางแพลนไว้เลยว่าเมืองไหนถูกจริตกับเราบ้าง เพราะผมเป็นคนชอบโมเดล การ์ตูน เกมส์ ก็เลยไปโตเกียว เมืองอากิฮาบาระ ซึ่งเป็นเมืองโมเดล ก็จะมีพวกดราก้อนบอล วันพีช อะไรพวกนี้ พอเดินดูของพวกนี้เสร็จ ก็กะว่าจะไปเดินหาของกินด้วย เราก็เลยเริ่มศึกษาการเดินทาง จองโรงแรม วางแผนเที่ยวใน 5 วัน ที่เราไปให้สนุก ซึ่งที่ไปส่วนใหญ่ก็อยู่ในโตเกียว แล้วก็ ชินจุกุ”

วันแรกก็ตื่นเต้นสุดๆ “ตระเวนเดินเช็คราคาพวกโมเดลต่างๆ อย่างเดียวเลย อยู่ทั้งวัน (หัวเราะ) คือมันเยอะมากจริงๆ เป็นสิบๆ ตึกเลย ผมเช็คราคาแล้วก็เทียบกับไทยไปเรื่อยๆ จนไปซื้อเอาวันสุดท้าย แต่ปรากฏว่าฝนตกหนักทั้งวันไม่หยุดเลย ก็ซื้อยากกว่าเดิมอีก สรุปได้มา 2-3 ตัว จากตอนแรกกะว่าจะไปเหมามาซะหน่อย (หัวเราะร่วน) แล้วผมอยากจะบอกว่าโมเดลที่เป็นของญี่ปุ่นเอง กลับไม่ได้ถูกกว่าที่ไทยเรานะครับ เพราะว่าจะมีหลายลอต เขาเรียกว่าเป็นลอตของค่ายที่เขานำเข้า ราคาก็ต่างกัน ลอตเจเปนก็คือแพงสุด ก็เลยซื้อมาได้ไม่กี่ตัว แต่ก็ดีใจที่ได้เห็นของเขา ที่แบบเยอะมาก ตระการตาเลยล่ะ”

ตระเวนชิมบ้าง “อาหารญี่ปุ่นอร่อยเกือบทุกอย่างนะครับ อย่าง ซาชิมิ กินเพลินมาก แล้วก็กินพวกราเมง ข้าวแกงกะหรี่ แต่ที่ผมถูกปาก ชอบมากก็คือ ซาชิมิ เพราะถูกกว่าเมืองไทย และสดมาก แล้วก็มี โอทาโร่ ผมก็ได้ลองไปสองคำ โคตรฟินเลย ขนาดกินตอนอิ่มๆ นะ”

ประทับใจทุกครั้งที่ไปเยือน “ผมไปญี่ปุ่นบ่อยแล้ว แต่ทุกครั้งที่ไปก็ยังคงชอบและประทับใจทุกครั้ง ประชาชนน่ารักดี แล้วแต่ละทริปการเดินทาง ผมว่ามันทำให้เราได้ประสบการณ์ แล้วก็ได้เห็นอะไรใหม่ๆ ทำให้เราได้เปิดโลกเราให้กว้างขึ้นด้วย อย่างผมเองก็มีไปถ่ายรายการท่องเที่ยว ก็ได้เห็นอะไรเยอะ อย่างไปญี่ปุ่นแน่นอนเราได้เห็นวัฒนธรรมของเขา และสิ่งที่ผมชอบก็คือประเทศเขาเป็นประเทศที่มีวินัยมากๆ ตรงเวลาเป๊ะ อากาศดีมาก และไม่มีมลพิษ ซึ่งผมว่าประเทศไทยเราก็เป็นประเทศที่ดีมากนะ แต่ติดที่เรื่องความมีวินัย ถ้ากฎหมายเข้มแข็งขึ้น จัดการเรื่องมลพิษ รถติด ได้ก็จะดีมากครับ ประเทศญี่ปุ่นเขารถไฟฟ้าเยอะมากนะ ฉะนั้นรถบนถนนก็เลยจะน้อยเดินแล้วรู้สึกสบาย”

หาโอกาสพาพ่อแม่ไป “คือคุณพ่อไม่ค่อยชอบเที่ยวเท่าไหร่ จะออกแนวสมถะ อยู่ง่ายกินง่าย ไม่ค่อยชอบเดินทางไกล อนาคตผมก็คงบิ้วท์ๆเขาหน่อย เพราะแม่ก็อยากจะไปพร้อมกัน แล้วผมเองก็อยากจะพาเขาไป ก่อนที่เขาจะอายุมากกว่านี้ แล้วเดินทางลำบาก ฉะนั้นตอนนี้ได้อยู่ ก็ต้องหาเวลาและอ้อนๆ พาไปให้ได้แหละครับ คงเป็นสถานที่ใกล้ๆ ก่อน”

อยากไปเยือนสักครั้ง “เร็วๆ นี้ก็วางไว้ว่าจะไปฮ่องกง ไปดูเลโก้อีกเหมือนเดิมครับ (หัวเราะ) ส่วนทริปที่อยากไปแต่ยังไมได้ไป ก็อยากไปดูฟุตบอล ที่ประเทศอังกฤษ สักแมตช์ เด็ดๆ หรือไม่ก็เทนนิสแกรนด์สแลม ก็อยากจะไป อยากดูโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เพราะมีโอกาสไปดูตอนที่เขามาแข่งที่ประเทศไทยอยู่แมตช์หนึ่ง เป็นบุญตาแล้วล่ะไอดอลเลย ต้องล็อกคิวไปให้ได้ครับ”

ฝากติดตามผลงาน “ ตอนนี้มีงานแสดงในซิทคอม “สภากาแฟ 4.0” ครับ ความพิเศษของซิทคอมเรื่องนี้คือเราจะอัพเดทสถานการณ์ปัจจุบัน มีกระแสข่าวอะไรเข้ามา เราก็จะนำมาพูดถึง มาจิกกัดกันเล็กน้อย โดยผ่านชีวิตจำลองของคนในตลาด ผมก็จะรับบทเป็น ก้าน เป็นข้าราชการที่ดูแลประชาชน ดูแลพี่น้องในตลาด เป็นข้าราชการน้ำดี จับคู่กับ พาย ซึ่งรับบทโดย เชอรีน หรเวชกุล ซึ่งพายเป็นลูกเจ้าของร้านกาแฟ เรื่องส่วนใหญ่ก็จะเกิดขึ้นที่ร้านกาแฟ อารมณ์เด็กยุคใหม่ กับผู้ใหญ่ยุคเก่า ที่ต้องปรับจูนเข้าหากัน และเราก็จะมีแขกรับเชิญมาร่วมในแต่ละตอน พายกับก้านก็จะคอยสืบว่าคนที่เข้ามาใหม่เป็นคนยังไง คนดีจริงรึเปล่า หรือมาหลอกลวงชาวบ้าน ผมกับเชอรีน เคยร่วมงานกันในละครเวที “ปริศนาเดอะมิวสิคัล” เมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นเจอกันผ่านๆ พอมาเจอกันเรื่องนี้ได้เข้าคู่กัน ก็สนุกดีครับ แล้วก็จะมีนักแสดงอีกหลายท่าน อย่าง อาวอ-จิราวัฒน์ที่จะคอยแกล้งคนโน้นคนนี้ตลอด แจ็ค แฟนฉัน ก็จะเป็นตัวสกปรกของกอง (หัวเราะ) ตดมั่งไม่อาบน้ำมาบ้าง (หัวเราะ) เรียกว่าการถ่ายทำเป็นธรรมชาติไม่ต่างจากผู้คนในตลาดของเรื่องเลยครับ ฝากติดตามชมกันนะครับ ทุกเย็นวันเสาร์ ช่องอัมรินทร์ทีวี 34 โดยเรื่องนี้เป็นซิทคอมเรื่องแรกของช่องด้วย ออกอากาศช่วง 6 โมง 20 ครับ และจะมีรีรันอีกทีในวันอาทิตย์ ช่วง 4 ทุ่ม และทาง LINE TV ด้วยครับ”

เสร็จจากเที่ยวก็มาเมคมันนี่ เห็นทีทริปในฝันที่ตั้งใจไว้ คงสำเร็จในไม่ช้านี้ค่ะ ก็แหม…งานรับทรัพย์มาแบบต่อเนื่องดี๊ดี!!

หยินหยาง

Star Retro : ค้นตัวตนคนทีวี ‘แหม่ม-พิไลวรรณ บุญล้น’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351630

Star Retro : ค้นตัวตนคนทีวี  ‘แหม่ม-พิไลวรรณ บุญล้น’

Star Retro : ค้นตัวตนคนทีวี ‘แหม่ม-พิไลวรรณ บุญล้น’

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถ้าเอ่ยถึงบุคคลสำคัญ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรายการโทรทัศน์ไทย ชื่อของ “แหม่ม-พิไลวรรณ บุญล้น” ย่อมถูกพูดถึงในลำดับต้นๆ กับประสบการณ์ที่เปรียบดั่งข้อพิสูจน์กว่า 40 ปีในการโลดแล่น “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” จึงไม่พลาด คว้าโอกาส ค้นอีกหนึ่งชีวิตหญิงเก่งแห่งวงการบันเทิงไทย

หน้าที่รับผิดชอบในปัจจุบัน

เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ “บริษัทมีเดียสตูดิโอจำกัด” ค่ะ ในสายงานรายการและละคร แต่ในช่วงนี้เน้นหนักไปที่รายการทีวี “ดวลเพลงดัง” กับ “เมนูเมียสั่ง” แล้วจะมีรายการใหม่เรื่อยๆ รวมทั้งงานอีเวนท์ต่างๆ ผันแปรตัวเองไปเน้นหนักตามจุดต่างๆ ที่ได้ถูกมอบหมาย มาอยู่ที่นี่ประมาณ 2 ปีค่ะ จะบอกว่าเป็นการทำงานที่ใหม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยก็ไม่ได้ เพราะถ้าจะบอกว่าเราเกิดจากที่ไหนก็คือช่อง 7

ย้อนวันวานจุดเริ่มต้นด้านทีวี

ก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันแต่คือตั้งแต่เด็กๆ เวลาดูอะไรก็ตามที่เป็นหนังก็จะชอบดูว่าทำไมภาพมันเป็นอย่างนั้น และชอบฟังเพลงมาก ตอนสอบจะท่องหนังสือด้วยการเอาคำตอบมาแต่งไปในทำนองเพลงแล้วก็ร้อง เป็นคนที่ชอบฟังเพลงท่องหนังสือไปก็เปิดเพลงฟังไปด้วย และอีกอย่างที่ช่วยจำในการอ่านหนังสือก็คือทำเหมือนเกมโชว์เขียนคำถามไว้แล้วให้เราเล่นเองตอบเอง ชอบวาดการ์ตูนด้วยก็ทำเป็นเรื่องขึ้นมา และเพื่อนก็ชอบให้เราแต่งกาพย์กลอนส่งครูเกินครึ่งห้องแหม่มเป็นคนเขียนให้เพื่อน (หัวเราะ) โตมาแบบนี้ชอบสนใจสิ่งเหล่าค่ะ เพียงแต่ว่าคนยุคก่อนถ้าเราเรียนศิลป์ก็ต้องเอนฯให้ติดอักษรศาสตร์ จุฬาฯเป้าหมายมันเลยกลายเป็นว่าเราต้องเอนฯติดในจุดที่พ่อแม่หรือสังคมเขาต้องการ แหม่มชอบวิทยาศาสตร์มากท็อปวิทยาศาสตร์ด้วย แต่ปรากฏว่าเราไม่ชอบเลขเพราะมีเหตุการณ์ครูไม่ยุติธรรม ก็เลยเลือกเรียนศิลป์ ก็ต้องเบนเข็มมาเรียนอักษรเอกอังกฤษ โทศิลปะการละคร เด็กสมัยก่อนแค่เล่นดนตรีพ่อก็ดุแล้ว ชอบเล่นดนตรีมีกีตาร์ก็แอบเล่นไม่ให้พ่อเห็นเพราะว่าพ่อเป็นทหาร สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในตัวเรามาตลอดแต่เมื่อเราไปเรียนหนังสือเราก็ต้องเรียนไปตามเกมของโลกนี้

ช่วงเวลาพิสูจน์ตัวเอง

เคยอยากได้สตางค์ไปเที่ยวกับเพื่อน (หัวเราะ) เลยไปเต้นระบำแขกแต่งหญิง พ่อยังไปจับได้เลยขนาดว่าเราอยู่แถวหลังสุด พ่อก็เริ่มรู้เรื่อยๆ ท่านก็เป็นห่วงว่าไม่ให้มาอยู่ในสายนี้จะต้องไปเรียนเพื่อเป็นทหารอากาศเหมือนพ่อ เราก็ต้องอดทนกว่าจะฝ่าฟันแล้วก็พิสูจน์ให้พ่อเห็น โดยการที่เราขออนุญาตไปอยู่ที่อื่นแล้วสู้ด้วยตัวเอง พ่อส่งแต่ค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่เราก็ต้องหางานทำ พอดีว่าเราเรียนโทศิลปะการละคร ซึ่งเราได้เรียนกับ “ครูแอ๋ว-อรชุมา” เป็นละครเด็กเราก็ได้จิตวิญญาณความเป็นธรรมชาติซึ่งมันดีกับการทำงานมาก และได้ไปแสดงละครหุ่นเป็นตัวละครประจำในรายการหุ่นหรรษาช่อง 9 เล่นเองพากย์เองกับพี่ๆ ได้ค่าแต่งเพลง30 บาททุกอาทิตย์ด้วยนะ ค่าเชิดหุ่นประมาณร้อยกว่าบาท บางทีครูก็เลี้ยงข้าวมีความสุขใช้ชีวิตด้วยตัวเองมาแบบนี้ แล้วโชคดีที่ว่าเอกอังกฤษมันมีวิชาวรรณคดีอังกฤษ เราก็ได้บทละครของเชกสเปียร์ซึ่งครูที่แท้จริงของเราก็คือเช็กซ์เปีย เลยเอาบทละครของเชกสเปียร์มาเป็นต้นแบบว่าเราจะเขียนบทอย่างไร ตอนเรียนได้เล่นละครเป็นพระเอกแต่เป็นหมาป่านะชื่อไอ้เบิ้มไปโรงเรียนก็ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองร้องไห้กันอันนี้เป็นความภูมิใจ แต่แหม่มไม่สามารถเล่นละครเวทีปกติได้ เพราะเคยนุ่งกระโปรงออกมาแล้วเพื่อนหัวเราะกัทั้งห้อง เราก็ถอยเลยตรงนั้นมันเหมือนปมไม่เอาแล้วเล่นเป็นอะไรที่มันแฟนตาซีดีกว่า ตั้งแต่สมัยอยู่อักษรก็เป็นสเตจ ที่ธรรมศาสตร์ก็มีเพื่อนอยู่เยอะ “ท่านอาจารย์มัทนี รัตนิน” ท่านทำละครเวทีเรื่องบุษบาริมทาง เราก็เป็นแบ๊กสเตจคนเดียวที่เป็นเด็กจุฬาฯ เราก็จะได้ความรู้วิชาการเยอะมาก มันเลยสะสมไว้ในตัว แต่รู้ตัวว่าจบมาก็คงจะไปทำงานที่ควรทำแบบหญิงสมัยก่อน (ยิ้ม)

กว่าจะพบตัวตนที่ใช่

เปิดหนังสือพิมพ์หางานทำคนอักษรทำได้ทุกอย่าง ก็ได้ทำทัวร์ค่ะ (หัวเราะ) ชื่อบริษัทมงกุฎ ทราเวล ได้วิชาทำทัวร์กับไกด์พาคนไปเที่ยว เสิร์ฟน้ำในรถทัวร์ ทำไปสักปีนึงก็เริ่มคิดว่ามันไม่ใช่เรา พอดีว่ามีบริษัททำหนังสือสำหรับแจกนักท่องเที่ยวเราก็ไปสมัครเป็นเซลล์เดินขายโฆษณา ไปเคาะตามร้านต่างๆ ซึ่งมันก็จะยากตรงที่ต้องนุ่งกระโปรงและใส่ส้นสูงแต่งหน้า ขัดแย้ง
กับเรามากแต่เราก็ทำเพราะว่าเราต้องเด็ดเดี่ยวใช้ชีวิตให้พ่อเห็นว่าหนูทำได้ และเราก็ผ่านโปรด้วย ทำสักพักรองเท้าส้นสูงก็ขาดเงินเดือนก็น้อยมากเลยมานั่งคิดว่ามันใช่เราหรือเปล่า ตอนนั้นทำกับเพื่อนค่ะซึ่งเพื่อนคนนั้นก็คือ “ผุสชา โทณะวณิก” อีกคนก็คือ “เวนิกา วิล” เขาก็บอกว่าจะเปิดบริษัททัวร์เลยชวนเรามาทำตั้งบริษัททัวร์ขึ้นมามี 3 คน เราได้ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายท่องเที่ยว ทำอยู่สักพักพี่ตุ้มก็ถูกเชิญให้ไปร้องเพลงที่เจเอสแอล พี่ตุ้มเป็นนักร้องวงวาทินีเขาก็เลยชวนเราไปเป็นเพื่อนที่ช่อง 5 แล้ว “พี่ต้น-ลาวัลย์” กับ “พี่หน่อย-จำนรรค์” ก็ถามหาคนเขียนบทเราเลยลองส่งงานไปเขาก็ชอบมาก เลยเรียกเข้าไปคุยแต่เราก็เกรงใจเพื่อนเพราะว่าเราเปิดบริษัทด้วยกัน เลยทำเป็นฟรีแลนซ์เขียนบทส่ง ได้เขียนบทรายการพลิกล็อก, น้ำแข็งใส่น้ำหวาน เป็นรายการที่ดังมากเราก็ชอบมากด้วย ทางเจเอสแอลก็อยากให้เราไปอยู่ด้วย แล้วเสียงเรียกร้องของหัวใจเรารุนแรงเพราะมันคือตัวเรา แต่ก็เกรงใจเพื่อนนะสุดท้ายก็ต้องไปบอกเขา แต่ว่าตรงนั้นก็ให้ประโยชน์เราสูงมากในแง่ของประสบการณ์ เพราะสิ่งที่เราได้เห็นในการไปทัวร์ไปเที่ยวเราได้สังเกตคนว่าลักษณะของคนเป็นยังไง เราได้โลเกชั่นเยอะมากเวลาที่เราเขียนงานเราจะมีอยู่ในหัว

ก้าวสู่งานเบื้องหลังเต็มตัว

เข้าไปที่เจเอสแอลเขาก็ให้กำกับเลยค่ะ รายการแรกที่กำกับคือน้ำแข็งใส่น้ำหวาน ต่อมาก็สุริยาตาหวาน ซึ่งสิ่งนี้มันก็เป็นบทเรียนได้นะว่าการที่เราจบใหม่ๆไฟเราแรง แล้วเรารู้สึกว่าต้อง educate คนดูให้เขาทำอย่างที่เราต้องการแต่จริงๆ มันไกลตัวไป ดังนั้นรายการมันเลยประสบความสำเร็จไม่มาก แต่สิ่งที่ดีคือ “ครูเล็ก-ภัทราวดี” ที่เป็นพิธีกรรายการ และ “อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์” อยู่กับรายการนี้รายการแรก รวมทั้ง “พี่เบิร์ด-ธงชัย” “พี่ปุ๊-อัญชลี” พอรายการไม่น่าจะรอดก็ไปทำรายการชื่อนกเค้าแมวเป็นรายการเพลงทางช่อง 5 แล้วบังเอิญว่าช่อง 7 เขาบอกว่าอยากได้รายการซึ่งเป็นรายการที่โดนเพลงชาติผ่าตรงกลางพอดี เราก็มานั่งนึกว่ารายการมหรสพคนไทยชอบนะ เลยคิดรายการวิก 07 ขึ้นมา ที่เป็นเวทีชาวบ้าน เป็นละครเวทีผสมละครทีวีตลกสนุกสนานเอาคนดูมานั่งดูในห้องที่เราอัดก็เขียนบทกำกับควบคุมการผลิตและตัดต่อด้วย แต่ไม่ได้ทำคนเดียวเรามีทีมซึ่งเป็นทีมที่น่ารักทุกคนเก่งและเป็นทีมเวิร์กที่ดีมาก วิก 07 ก็อยู่มา 7 ปี เรตติ้งขึ้นที่ 1 ยี่สิบกว่า ระหว่างที่ทำวิก 07 ช่อง 7 ก็อยากให้ไปปลุกรายการตอน 4 ทุ่ม เพราะว่าเมื่อก่อนคนนอนเร็วเราก็คิดถึงชีวิตจริงคือเราอยู่กับครอบครัวที่อบอุ่นพ่อแม่ลูกนั่งจิบน้ำชามีข้าวตู (หัวเราะ) แล้วพ่อแม่ก็จะชอบเล่าเรื่องในอดีตให้เราฟังเราก็จะประทับใจ เลยหยิบตรงนี้มาว่าจะมีใครที่เป็นพระจันทร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่อยู่บนฟ้าที่มีความทรงจำเต็มไปหมดแล้วมาเล่าถ่ายทอดเรื่องราวในรายการ “จันทร์กะพริบ” ทำ 2 รายการนี้คู่กันไป 7 วันเต็มได้นอนวันอาทิตย์บ่ายๆ แต่มันเป็นความสุขมากกับทุกอย่างในช่วงเวลา 7 ปี แล้วก็ออกจากเจเอสแอล

อีกหนึ่งความสามารถ

ระหว่างที่ทำงานอยู่เจเอลแอลปี 2526 ต้องย้อนไปว่าแหม่มแต่งเพลงชื่อว่าฝันฝันหวาน “พี่ตุ้ม-ผุสชา” ร้องดังมากขึ้นอันดับ 1 ของประเทศ แกรมมี่ก็เลยชวนแหม่มให้ไปแต่งเพลง เราก็เกรงใจเจเอสแอลคือก็แต่งให้ได้แต่ว่าไม่ต้องออกจากเจเอสแอล แล้วเราก็บอกเจเอสแอลด้วยความที่มันคนละธุรกิจกันเขาก็ไม่ว่าก็เลยจะมีเพลงที่แต่งออกมาอีกเพลง ลืมไม่ลง ของ“พี่แหวน-ฐิติมา” กลับมาสักครั้ง “พี่เอ๋-นรินทร”ก็ขึ้นที่ 1 ทั้งสองเพลง แต่งเพลงแค่นี้แหละคือเก็บเพลงเอาไว้แต่งเมื่ออยากแต่ง หรือแต่งให้คนที่เราอยากแต่งให้ แล้วก็ไปแต่งเพลงละครด้วย

จุดเปลี่ยนของชีวิต

ลองไปที่แกรมมี่ดูเพราะเห็นว่ามีพี่ๆที่มากความสามารถ และเราเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ เขาก็เปิดบริษัทให้เราชื่อว่า “แมสมอนิเตอร์”รายการแรกที่สร้างคือเกมโซน และได้รางวัลเอเชี่ยน เทเลวิชั่น อะวอร์ดสและรางวัลในประเทศไทยด้วย ก็นับว่าเป็นความสำเร็จของรายการทีวีไทย แล้วก็ทำรายการเกมพิศวงก็ได้ที่ 1ทำเมื่อก่อนได้ที่ 1 ตลอดมันก็เลยติดเป็นมาตรฐานในยุคนั้นนะคะ อยู่แกรมมี่ก็มีความสุขดีแต่ว่าวันหนึ่งก็เปลี่ยนมาทำเอง แต่ก็มีคนโทร.มาชวนให้ไปทำเยอะมากเรารู้สึกว่าเราอยากทำเองก็เลยมาตั้งบริษัทเล็กๆ ขึ้นมาเองมีลูกน้อง 4-5 คน มีความสุขมากรับงานเป็นจ๊อบแต่พี่ต้นกับพี่หน่อยก็โทร.มาอีก(หัวเราะ) บอกว่ามาเปิดบริษัทกับพี่แล้วกันอยู่ในเครือเจเอสแอล อันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยกลับมาอยู่กับเจเอสแอลแต่เป็นบริษัทในเครือเป็นกรรมการผู้จัดการของไทเกอร์แท็กทีม ทำละครเรื่อง “ไฟอมตะ” ไม่ได้ตั้งใจจะกำกับเองเลยแต่ก็ต้องมาทำจนเสร็จ

เมื่อมาถึงจุดอิ่มตัว

เราเห็นอะไรหลายอย่างในวงการ ก็มาทบทวนว่าเรารู้สึกพอ เพราะเราร่อนเร่พเนจรมาเยอะไม่เอาแล้วเกิดติสท์ขึ้นมา (ยิ้ม) ชีวิตที่มีคนรู้จักมันวุ่นวายเหลือเกินก็เลยตัดสินใจเดินออกไปเลยหยุดทุกอย่างไปทำโรงเรียนสอนการแสดงเล็กๆ ไปเป็นป่อเต็กตึ๊ง และไปเรียนโทพุทธศาสตร์แต่ยังไม่จบค่ะเพราะว่าถูกเรียกให้กลับเข้ามาในวงการเสียก่อน หยุดไปประมาณ 4 ปี (ทนได้อย่างไร?) ไม่ต้องทนเลยค่ะมีความสุขมากการที่เราเป็นป่อเต็กตึ๊งเราได้เห็นชีวิตจริงของมนุษย์ เรียนโทพุทธศาสตร์มันสอดคล้องกันเหลือเกินชีวิตและความตายนี่คือสัจธรรม

การตัดสินใจครั้งสำคัญ

ตัดสินใจบวชที่พุทธคยา อินเดีย โกนผมเลยบวชกับ “ท่านแม่ชีศันสนีย์” บวชไม่นานค่ะแต่ว่าอยู่ในเสถียรธรรมสถานน่ะนาน แล้วก็ทำงานพุทธกิจควบคู่กันไปกับป่อเต็กตึ๊ง ทำงานบริษัทของตัวเองมีโรงเรียนและทำละครเล็กน้อยเช่นบันทึกกรรมของช่อง 3 พอน้ำท่วมใหญ่เราก็ไปกับป่อเต็กตึ๊งไปช่วยคน เลยเห็นสัจธรรมว่าบนทางด่วนนั้นมีรถหรูจอดอยู่หลายคันมากแล้วทุกคนก็นอนอยู่ในรถรอข้าวกล่องจากเรา เข้าไปตามหมู่บ้านรวยๆ อยู่กันบนชั้น 2 ไม่มีข้าวกิน เราก็ขับเรือเอาข้าวไปให้ ได้เห็นไก่กินไก่ คือเรือเราแล่นเข้าไปลึกเลยนะแจกข้าวเสร็จแล้วในเรือมีไก่ย่างเราก็แบ่งกันกิน อยู่ๆ มีไก่บินมาจากไหนก็ไม่รู้มาจิกไก่ในมือเราไปกับตามันกินไก่เราให้มันเลยนะ แต่เราก็รู้สึกว่าพอถึงวันหนึ่งมันคือไม่มีหมดเลยนะ ทุกคนคือแค่นี้ก็เลยจะแข็งแรงขึ้นมาทันทีเลยว่าไม่มีอะไรที่แน่นอนเลยในชีวิตจนตัดสินใจว่าจะบวชไม่สึกตอนนั้นมันเป็นปีติสุขที่สุดคือกัลยาณมิตรที่สวยงามมากบอกพ่อกับแม่ว่าไม่ต้องห่วงแหม่มนะ แต่มีเสียงโทรศัพท์ดังมาเป็นเสียงคุณลาวัลย์ (หัวเราะ) พี่ต้นบอกว่ามีรายการใหม่อยากให้ไปช่วยทำ พอพี่ต้นเราก็ต้องไปช่วยก่อน เพราะว่าพี่ต้นพี่หน่อยเป็นผู้มีพระคุณกับเรามาก เป็นคนแรกที่ให้โอกาสเราสร้างสรรค์งานในวงการบันเทิง เลยไปทำเป็นฟรีแลนซ์รายการปลุกฝันของกสิกรก็ประสบความสำเร็จอยู่ไป 2 ปี และได้ไปช่วยดูงานละครอยู่พักนึง

ภายใต้ชายคา “มีเดีย สตูดิโอ”

พอดีที่มีเดียมีเป้าหมายที่คุยแล้วรู้สึกดีคือเรามีประสบการณ์ประสบการณ์ของเราจะมีส่วนช่วยสร้างทีมให้แข็งแรง งานแหม่มที่นี่คือมาอยู่เพื่อสร้างสรรค์และสร้างทีมผลิตที่มีความเข้าใจว่าเราผลิตงานเพื่ออะไรโลกทุกวันนี้เป็นพาณิชย์ศิลป์ เราจะผลิตอย่างไรพอดีเป็นคนชอบสร้าง ก็พอใจที่จะอยู่ เรามาอยู่ที่นี่เราก็รักที่นี่รักเด็กๆ รักเพื่อนร่วมงานและมีความสุขดีในการอยู่ตรงนี้ แต่ก็ต้องมีวันที่เราจะต้องไป เพราะว่ามันเป็นระบบมันก็ต้องมีเกษียณแต่ก็ไม่เป็นไรเพราะว่าภูมิคุ้มกันเราหนามาก (ยิ้ม)

วิธีการคิดงานในยุคนี้กับอดีต

คิดต่างกันเพราะว่าเป้าหมายมันต่างกัน คนรุ่นแหม่มในสมัยนู้นเราเข้ามาสร้างสิ่งใหม่แต่ก็เคารพสิ่งเก่าเคารพครู ก่อนหน้าเราเรียกครูหมดเลยไม่ว่าจะเป็นดาราอาวุโสหรือใคร หน้าตารายการทีวีเปลี่ยนไปจริงแต่เราจะทำรายการที่อย่างน้อยเราได้สตางค์และเราก็ได้ทำอุดมการณ์ของเรามีความฝันที่จะสร้างงานออกมาให้มีคุณค่าและเคารพคนรุ่นเก่าด้วย มาถึงช่วงหนึ่งที่เราสัมผัสได้รูปแบบก็เปลี่ยนไปทีวีก็เปลี่ยนไปเพราะเรามีหน้าจอเยอะ ทุกสิ่งทุกอย่างคุณได้เห็นหมดดีร้าย แต่เมื่อก่อนเขาไม่ให้เห็นร้ายมาก กบว.จะสกรีนสิ่งไม่ดีออกไปจากทีวีดังนั้นทีวีก็จะสะอาด แต่สมัยนี้เราก็ต้องปรับตัวด้วยว่าจะทำอะไรดีที่คนจะรับเพราะว่ามันเป็นอาชีพ ดังนั้นเราต้องแบ่งอาชีพกับความรักและอุดมการณ์ทำทุกอย่างให้เป็นพาณิชย์ศิลป์หาความลงตัวให้มากที่สุด เพื่อให้ดำเนินต่อกันไปได้ ก็ใช้วิชาที่เราเรียนมาได้มากก็คือ การอยู่กับปัจจุบันขณะ

ชีวิตและลมหายใจ

มันมีความจำเป็นที่ต้องทำได้ทุกหน้าที่ เพราะคนสมัยเก่าบริษัทนึงคนหนึ่งคนเขาทำหลายอย่าง เลือกไม่ได้เลยว่าชอบทำอะไรมากกว่ากันเพราะว่ามันเป็นชีวิตที่รวมกันเป็นมวลสารเดียว เราอยู่เบื้องหลังวงการทีวีมาตั้งแต่ปี 2526 แต่ตอนที่เรียนปี 3 ก็เริ่มเข้ามาแล้วนะ เกือบ 40 ปีแล้วค่ะ มันคือชีวิตไปแล้วล่ะ มันคือลมหายใจที่เห็นอะไรเราก็จะมองออกมองขาด สมมติว่าเขามาเสนองานเราก็จะเห็นเลยว่าจะออกมาเป็นยังไงเห็นตอนจบด้วย แต่เราจะไม่ไปยุ่งนะ

ผลงานที่ภาคภูมิใจ

วิก 07 เป็นรายการปกิณกะบันเทิงที่ได้หลายรางวัล เป็นความรักเพราะว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของเราได้ทำละครเวทีกับทีวีผสมกันและก็ได้ใช้ครีเอทีฟสุดติ่งเลย ทีมงานก็น่ารักมาก จันทร์กะพริบเป็นรายการที่มีคุณค่าได้ทำอะไรให้กับสังคมคนที่มีคุณค่าที่เป็นครูทั้งหลาย เกมโซนก็เป็นรายการที่ภูมิใจที่สามารถพารายการไทยไปได้รางวัลเอเชี่ยน เทเลวิชั่น อะวอร์ดสเกมพิศวง ก็ชอบซึ่งรายการนี้จะให้น้องเป็นโปรดิวเซอร์แต่คือเหมือนลูกโตทีมเราปล่อยออกไปแล้วเขาก็ทำออกมา เราภูมิใจในพวกเขา และงานที่รู้สึกว่าลืมไม่ลงรู้สึกดีมากก็คือการได้เป็นกรรมการตัดสินเอเชี่ยน เทเลวิชั่นอะวอร์ดส 4 ปีที่ต่างประเทศ รวมทั้งแหม่มได้ทำละครเวทีเรื่อง “ศึกรักประกาศิต” และ “โรสิตา” อันนี้ก็ยังอยู่ในใจแล้ววันนึงแหม่มก็จะกลับมาทำละครมิวสิเคิลให้ได้อีก

โปรเจกท์ในใจที่อยากจะทำ

อยากทำละครทีวีอีกเรื่องนึงมากๆ แต่ยังบอกไม่ได้ (ยิ้ม) ชีวิตนี้ถ้าไม่ตายเร็วจะทำให้ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ฝากไว้และเป็นเรื่องที่มีความผูกพันกับใจอย่างแรงมาก หรือจะทำเรื่องนี้เป็นละครเวทีแหม่มก็พอใจแล้ว กับอีกเรื่องคือละครเวทีมิวสิเคิลที่อยู่ในใจของแหม่มอยู่เหมือนกัน ก็ฝันว่าคงจะมีสักวันได้ทำสิ่งที่อยากทำนี้

ความในใจถึงผู้ชม

แหม่มไม่เคยคิดเลยว่าเราทำงานอยู่ข้างหลังแล้วจะมีคนรู้จัก แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะตะเกียกตะกายมาอยู่ข้างหน้า การที่บางครั้งออกมาอยู่ข้างหน้าก็ต้องกราบขอบพระคุณที่ให้เกียรติแหม่ม มีหลายครั้งที่ประทับใจ อย่างตอนไปที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกำลังไหว้อยู่แล้วมีคนมาทักคุณพิไลวรรณใช่ไหมตามงานมาตลอดเลย โห!กราบขอบคุณเขาเลย และเมื่อเร็วๆ นี้นั่ง Grab Taxi เขามองกระจกตลอดเลยนะและเขาก็พูดว่าพี่ต้องทำรายการทีวีผมรู้จักพี่ผมเคยเห็น แหม่มถือว่าใครที่จำแหม่มได้คือการให้เกียรติให้คุณค่ากับคนเบื้องหลัง ซึ่งเราก็ไม่คิดที่จะไปโดดเด่นอยู่เบื้องหน้าหรือไม่คิดที่จะไปจ้างใครเพื่อมาทำข่าวตัวเองหรอก ผลงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่ผลงานก็ไม่เท่ากับโอกาส เราจะมีผลงานดีอย่างไรถ้าไม่มีคนให้โอกาสเราได้แสดงผลงานนั้น แหม่มขอขอบพระคุณทุกคนที่ให้โอกาสแหม่มด้วยค่ะไม่ว่าจะเป็นโอกาสอะไรในชีวิต รวมทั้งท่านผู้ชมที่ให้เรตติ้งยี่สิบกว่าในอดีต ขอบพระคุณท่านผู้ชมคนดูที่รู้จักคนเบื้องหลังคนนึงขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

และนี่ก็คือ “แหม่ม-พิไลวรรณ บุญล้น”คนเบื้องหลังรายการทีวีที่หลายคนคุ้นเคย หญิงเก่งที่ทุ่มเทด้วยจิตวิญญาณสร้างงานคุณภาพเพื่อผู้ชม

กุหลาบสีเงิน

‘เอส-กันตพงศ์’ เที่ยวข้ามภาค ที่เมืองเพชรฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351618

‘เอส-กันตพงศ์’ เที่ยวข้ามภาค ที่เมืองเพชรฯ

‘เอส-กันตพงศ์’ เที่ยวข้ามภาค ที่เมืองเพชรฯ

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สุขคูณสองเลยทีเดียว สำหรับผู้โชคดีจากการร่วมสนุกกับกิจกรรม “เช้านี้เที่ยว ข้ามภาค” ที่รายการเช้านี้ที่หมอชิต ร่วมกับ ททท. จัดขึ้น เพราะนอกจากจะได้ทัวร์สัมผัสธรรมชาติที่จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์แล้ว ผู้โชคดียังได้เก็บความสุขต่อที่สอง เพราะมี“เอส” กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ พระเอกหนุ่มนิสัยดีมาดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทริป ทริปดีๆ แบบนี้ยังมีให้เก็บเกี่ยวความสุขกันต่อ กิจกรรม “เช้านี้เที่ยวข้ามภาค” ครั้งใหม่ จะเป็นคิวของพระเอกหนุ่ม “ไมค์” ภัทรเดช สงวนความดี มาเป็นผู้นำทีมผู้โชคดีไปสัมผัสวิถีถิ่นอีสาน ชมความงามของแสงแรก ที่ จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 24-25 กรกฎาคมนี้ ติดตามรายละเอียดการร่วมสนุกได้ในรายการ เช้านี้ที่หมอชิต ทางช่อง 7HD และ Facebook Fanpage เช้านี้ที่หมอชิต

‘แอฟ + น้องปีใหม่’ โชว์ความสตรองเวิร์กช็อปโยคะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351619

‘แอฟ + น้องปีใหม่’  โชว์ความสตรองเวิร์กช็อปโยคะ

‘แอฟ + น้องปีใหม่’ โชว์ความสตรองเวิร์กช็อปโยคะ

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

 

แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ควง น้องปีใหม่ ร่วมงาน“รวมพลคนไม่(ยอม)แพ้ บาย Philips Air Purifier” โชว์ความน่ารักและสุขภาพดีแบบแพ็กคู่ อีกทั้งยังมาเผยเคล็ดลับการดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลโรคภูมิแพ้ พร้อมร่วมเวิร์กช็อปเพื่อบริหารการหายใจท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์จากเครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier กับครอบครัวที่เข้าร่วมอีกกว่า 30 ครอบครัว เมื่อวันก่อน

‘ต้อง-ศุภัชญา’ ตะลุยรัสเซีย เชียร์บอลโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351620

‘ต้อง-ศุภัชญา’  ตะลุยรัสเซีย เชียร์บอลโลก

‘ต้อง-ศุภัชญา’ ตะลุยรัสเซีย เชียร์บอลโลก

วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

 

“FM ONE 103.5” จัดหนักจัดเต็มกับกระแสบอลโลกฟีเวอร์ พาผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียวจากกิจกรรม “ONE IN THE WORLD 2018 GOAL TO RUSSIA” ร่วมสัมผัสสุดยอดประสบการณ์ พร้อมเชียร์บอลโลกคู่ “เยอรมนี VSเม็กซิโก” แบบติดขอบสนาม โดยมี “ดีเจต้อง-ศุภัชญา รื่นเริง” นำทีมผู้โชคดีไปยัง สนามกีฬาลุจนิกีสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เพื่อร่วมชมและลุ้นเกมส์การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2018 ไปแบบเอ็กซ์คลูซีฟทั้งทีก็ต้องได้ชมแบบใกล้ชิดติดขอบสนาม ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ล้ำค่า!!

‘ซันนี่’ ร่วมพิสูจน์วันไก่ทอดแห่งชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351440

‘ซันนี่’ ร่วมพิสูจน์วันไก่ทอดแห่งชาติ

‘ซันนี่’ ร่วมพิสูจน์วันไก่ทอดแห่งชาติ

วันเสาร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ร่วมกิจกรรม OPEN KITCHEN เปิดครัวเคเอฟซีให้เห็นถึงกระบวนการทอดไก่ด้วยความรักเพื่อให้ได้มาซึ่งความอร่อยระดับโลกที่ร้านเคเอฟซี สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีเซเลบฯและบล็อกเกอร์ชื่อดังที่ชอบกินไก่ทอด มาร่วมฉลองกับเหล่าคนรักไก่ทอด อาทิ โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล ในกิจกรรม “วันไก่ทอดแห่งชาติ” KFCNational Fried Chicken Dayพร้อมสนุกกับกิจกรรมเสิร์ฟความอร่อยด้วยไก่ทอดไม่อั้นใน 90 นาที ครั้งแรกในไทยเพื่อการฉลองวันไก่ทอดแห่งชาติ 6 กรกฎาคม

‘เติร์ก-คหบดี’ร่วมสร้างหนัง เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/351446

‘เติร์ก-คหบดี’ร่วมสร้างหนัง  เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียน!

‘เติร์ก-คหบดี’ร่วมสร้างหนัง เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์อาเซียน!

วันเสาร์ ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“เติร์ก-คหบดี กัลย์จาฤก”ผู้บริหารจาก “ดราเมจิค” ลูกชายคนโตของ “ต๊ะ-นิรัตติศัย กัลย์จาฤก” ที่ก่อนหน้านี้อาจจะเคยร่วมแสดงภาพยนตร์และละครมาบ้าง แต่ด้วยภาระหน้าที่ก็ทำให้เติร์กนั้นยอมแบ่งใจจากบทบาทการแสดงที่ตัวเองรัก มาดูแลงานเบื้องหลังช่วยทางคุณพ่อ ซึ่งผลงานล่าสุดก็คือการร่วมอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “Eullenia” ซึ่งได้รับเกียรติอย่างสูงให้เป็นภาพยนตร์ที่ได้ฉายเปิดเทศกาล “Bangkok Asean Film Festivalครั้งที่ 4” ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์SF Central World

เติร์ก เผยว่า “รู้สึกภูมิใจมากๆ ครับที่ได้มีส่วนร่วมในการอำนวยการสร้างภาพยนตร์ระดับคุณภาพ ผลงานกำกับโดย “พอล สปาเรีย” นำแสดงโดยนักแสดงผู้มากความสามารถระดับอินเตอร์อย่าง “ปู-วิทยา ปานศรีงาม”, “Alec Newman” และ “โดนัท-มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล” ถือเป็นงานอีกระดับหนึ่งเลยครับ ที่ได้นักแสดงมืออาชีพขนาดนี้มาร่วมงานด้วย แต่อย่างไรก็ตาม งานละครที่ถือเป็นลายเซ็นประจำของเราแนวบู๊ก็ยังไม่หายไปไหนนะครับ เพราะเร็วๆ นี้จะได้ชม “สารวัตรใหญ่” ผลงานละครทีวี.เรื่องล่าสุดจากบทประพันธ์ของท่าน “วสิษฐเดชกุญชร” ที่เตรียมพบกับท่านผู้ชมเร็วๆ นี้ทางช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณครับ”